EV-Car-And-Annual-Tax-In-Thailand

ในเวลานี้ หากใครที่ยังใช้รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นตัวขับเคลื่อนอยู่ ปกติก็ต้องเสียภาษีรถยนต์ประจำปีกันตามปกติ แต่ก็มีคำถามกันมามากเลยว่า ถ้าเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า” (หรือรถ EV) ต้องเสียภาษีรถยนต์ประจำปีเท่าไหร่กันล่ะ?

วันนี้ MR.CARRO มีคำตอบเกี่ยวกับ รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน การจ่ายเสียภาษีรถยนต์ในแต่ละปี มาฝากกันครับ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า ต่างจากรถยนต์ทั่วไป ในการดำเนินการจดทะเบียนกรณีรถเก๋ง กระบะ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไฟฟ้า จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีประจำปี ในอัตราดังนี้

  • ค่าธรรมเนียม ได้แก่ คำขอ 5 บาท
  • ค่าแผ่นป้ายทะเบียน แผ่นละ 100 บาท 2 แผ่นป้าย รวมเป็น 205 บาท
  • ค่าใบคู่มือจดทะเบียนรถ 100 บาท
  • ค่าตรวจสภาพ 50 บาท

รวมทั้งหมด 355 บาท

MG-ZS-2020

และสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ในส่วนของอัตราภาษีรถประจำปี หากเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง คิดอัตราภาษีตามน้ำหนักของรถ ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับที่ใช้ในการจดทะเบียนรถกระบะ ซึ่งจะถูกกว่าภาษีรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง

แต่ถ้าเป็นรถประเภทอื่นๆ นอกเหนือไปจากรถนั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง เช่น รถตู้ รถบรรทุก การจัดเก็บภาษีตามน้ำหนักรถ แต่หาร 2 ซึ่งจะทำให้เสียภาษีถูกกว่าครึ่งหนึ่งครับ

นอกจากนี้ หากเป็นรถที่จดทะเบียนมาแล้ว 5 ปี จะได้รับการลดหย่อนภาษีประจำปีในปีต่อๆ ไป ดังนี้

  • ปีที่ 6 ร้อยละ 10
  • ปีที่ 7 ร้อยละ 20
  • ปีที่ 8 ร้อยละ 30
  • ปีที่ 9 ร้อยละ 40
  • ปีที่ 10 และปีต่อๆ ไป ร้อยละ 50

ทีนี้ก็กระจ่างกันถึงเรื่องภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่จะต้องจ่ายกันในแต่ละปีแล้วนะครับ และอย่าลืมเตรียมเงินไว้ต่อภาษีรถกันทุกปีนะครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่ออยากลองรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ดูบ้าง CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Tesla-Record-Delivery-Electric-Cars-Q3-2020

แม้ว่าตอนนี้ ใน USA และทั่วโลก กำลังได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 (Covid-19) กันอย่างหนัก ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ ร่วงรูดอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากผู้คนหลายสาขาอาชีพที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อรถ ได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจสายการบิน หรือธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นต้น

แต่ปัญหาดังกล่าว อาจไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับ Tesla เลยแม้แต่น้อย เพราะ Tesla ในเวลานี้นับว่าเป็นบริษัทรถยนต์เพียงไม่กี่แห่งในโลก ที่กลับมายอดขายเพิ่มขึ้น สวนทางกับบริษัทรถยนต์ค่ายอื่นๆ! ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากที่ Tesla ได้เปิดโรงงาน Gigafactory 3 ในประเทศจีนด้วย

โดยผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Tesla ในปี 2020 สามารถสร้างยอดการส่งมอบรถให้ลูกค้าได้มากถึง 139,300 คัน ซึ่งมากกว่าไตรมาส 3 ปีเดียวกันของปีที่แล้ว ที่ส่งมอบรถได้เพียงแค่ 97,186 คัน หรือ 43% เมื่อเทียบกับปีนี้

external_image

ยอดการผลิตรถ Tesla ตั้งแต่ปี 2012 – 2020 (ภาพจาก InsideEVs)

ยอดขายรถ Tesla ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2019

ยอดขายปี 2019 Q3 ยอดผลิตรถ (คัน) ยอดส่งมอบ (คัน) Subject to Lease  Accounting
Model S/X 16,318 17,483 15%
Model 3/Y 79,837 79,703 8%
Total 96,155 97,186

ยอดขายรถ Tesla ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2020

ยอดขายปี 2020 Q3 ยอดผลิตรถ (คัน) ยอดส่งมอบ (คัน) Subject to Lease Accounting
Model S/X 16,992 15,200 13%
Model 3/Y 128,044 124,100 7%
Total 145,036 139,300 7%

Tesla-Model-3-Cuts-Price-For-China

โดยทาง Wall Street Consensus ตอนแรกได้คาดการณ์ออกมาด้วยว่า ในไตรมาส 3 Tesla จะสามารถส่งมอบรถให้ลูกค้าได้เพียง 120,000 คัน แต่ Tesla กลับสามารถส่งมอบรถได้ถึง 140,000 คันเลยทีเดียว!

และ Tesla ยังคุยว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต ให้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้มากกว่า 145,000 คัน ด้วยซ้ำไป! (เรียกว่า เอาให้เหนือกว่าที่ Wall Street Consensus คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าเลย)

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Mitsubishi-i-MiEV-End-Production

ย้อนกลับไปช่วงประมาณกลางยุค 2000 ค่าย Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ที่ตอนนั้นยังอยู่ภายใต้อาณาจักรเดียวกับ DaimlerChrysler ได้ผลิตรถ K-Car ออกมาให้ชาวโลกให้ชอบใจกับการดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร และใช้เครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี วางด้านท้ายของรถ อย่าง “Mitsubishi i (มิตซูบิชิ ไอ)” ผลงานการสร้างสรรค์ของ Olivier Boulay ชาวฝรั่งเศสที่เป็นผู้ออกแบบรถรุ่นนี้ ที่พัฒนามาจากรถต้นแบบ “i” Concept ในปี 2003 ก่อนจะลุยตลาดทั่วโลก

Mitsubishi-i-Concept-2003

ชื่อรุ่น “i” นั้น มาตัวคันจิของภาษาญี่ปุ่น (และภาษาจีน) “愛” ที่แปลว่า “รัก” และยังสื่อในภาษาอังกฤษหมายถึง ฉัน หรือ เจ้าของรถ และยังตีความหมายไปเป็น Innovation, Intelligence และ Imagination ได้ด้วย

หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับเจ้า Mitsubishi i เวอร์ชั่นเครื่องยนต์สันดาปภายในกันไปแล้ว Mitsubishi จึงริเริ่มผลิต รถ EV (Electric Vehicle) อย่างรถยนต์ไฟฟ้า Mitsubishi i-MiEV (MiEV ย่อมาจาก Mitsubishi innovative Electric Vehicle) ขึ้นมาจำหน่ายกับเขาบ้าง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่จำหน่ายกันเป็นกิจจะลักษณะรุ่นแรกของโลก

Mitsubishi-i-MiEV-Debut-2010

โดยเปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในวันที่ 5 มิถุนายน 2009 ก่อนจะส่งมอบรถให้ลูกค้า Corporate และหน่วยงานราชการของญี่ปุ่นเช่า ในเดือนกรกฏาคม 2009 และจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป ในเดือนเมษายน 2010 ด้วยราคาที่ถือว่าสูงพอสมควร 4,599,000 เยน

ก่อนจะผลิตส่งไปจำหน่ายกว่า 52 ประเทศทั่วโลก และให้ทาง PSA ใช้ติดยี่ห้อรถของตัวเองขายในชื่อ Peugeot iOn กับ Citroën C-Zero และจำหน่ายใน USA ในชื่อ Mitsubishi i ซึ่งยอดขายจนถึงปัจจุบัน มีอยู่ที่ประมาณ 32,000 คันทั่วโลก ซึ่งต่างจากยอดขายของ Nissan Leaf ที่ทำได้มากถึง 500,000 คัน!

การไฟฟ้านครหลวง-MEA-EV

ที่สำคัญ ทาง Mitsubishi Motors ประเทศไทย ก็ได้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ มาให้ลูกค้าได้ทดลองขับกันในปี 2553 รวมถึงมอบให้กับหน่วยงานต่างๆ ด้วย อาทิเช่น การไฟฟ้านครหลวง ที่ได้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ไปใช้งานหลายคัน

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ต่อมาในเดือนเมษายน 2018 Mitsubishi ได้ปรับโฉมเพิ่มความสดใหม่ ชุดกันชนหน้า-หลังใหม่ เพิ่มสีตัวรถใหม่ ให้เจ้า Mitsubishi i-MiEV อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ปรับปรุงอะไรใดๆ เลย จนดูล้าสมัยไปซะแล้ว โดยแบ่งออกเป็นรุ่นย่อย M ใช้แบตเตอรี่ความจุ 10.5 kWh (ต่อมาเลิกผลิตไป) และรุ่นย่อย X ใช้แบตเตอรี่ความจุ 16.0 kWh

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ตัวรถภายนอก หน้าตาดูจิ้มลิ้ม น่ารักน่าชัง รูปทรงแบบ 5 ประตู Hatchback นั่งได้ 4 คน ในราคาตัวรถ 3,003,000 เยน

มิติตัวรถยาว 3,480 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,610 มม. ระยะฐานล้อ 2,550 มม. ความสูงจากพื้นรถ 150 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,100 กก.

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้า รหัส Y51 ให้กำลังสูงสุด 47 กิโลวัตต์ (64 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตัน-เมตร (16.3 กก.-ม.) ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที พร้อมระบบเกียร์แบบลดความเร็วรอบเดียว ส่งกำลังไปที่ล้อหลัง

กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 16.0 kWh ขนาด 330 โวลต์ ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มอยู่ที่ 7-14 ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่ง 164 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Mitsubishi-i-MiEV-2018

แต่เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน ก็มีข่าวใหญ่ทาง Nikkei Asia ซึ่งเป็นสื่อใหญ่ของญี่ปุ่น รายงานว่า Mitsubishi จำเป็นต้องยุติการผลิต Mitsubishi i-MiEV ในสิ้นปี 2020 นี้ เนื่องจากไม่มีเงินและบุคลากรเพียงพอ ที่จะลงทุนพัฒนาระบบ EV ต่อไป

ถือเป็นการปิดตำนานรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลก ที่จำหน่ายกันอย่างจริงจัง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับค่ายรถคู่แข่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างมากมาย อาทิ Nissan Leaf เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม Mitsubishi ก็ยังไม่ทิ้งตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งในตอนนี้ได้ร่วมมือกับ Nissan พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ร่วมกัน โดยมีแผนเปิดตัวเร็วที่สุดภายในปี 2023

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

ORA-Good-Cat

Great Wall Motors ผู้ผลิตรถยนต์ SUV และรถกระบะรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ในช่วง 2-3 ปีมานี้ เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวจีนและชาวโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง ORA Good Cat (โอร่า กู๊ดแคท) ไปในงาน Chengdu Auto Show 2020

ORA-Good-Cat

และ ORA เซอร์ไพรส์ด้วยการเผยโฉม ORA Good Cat GT ปรับลุคให้รถไฟฟ้า ORA Good Cat ดูสปอร์ต ปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น ที่งาน Beijing International Automotive Exhibition 2020 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ORA-Good-Cat

สำหรับเจ้า ORA Good Cat (หรือในภาษาจีน 好猫) นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ในแบรนด์ ORA ที่ผลิตออกมาเพื่อจำหน่าย บนแพลทฟอร์มที่ชื่อ L.E.M.O.N. (Lightweight Electrification Multi-purpose Omni-protection Network) เทคโนโลยีสุดล้ำของแพลตฟอร์มแบบ Modular แบบ 5 ประตู Hatchback โดยวางแผนจำหน่ายในประเทศจีนเดือนตุลาคม 2020 นี้ และเร็วๆ นี้ ก็มีโอกาสอย่างมากที่จะได้ขายในไทยด้วยเช่นกัน

ORA-Good-Cat

ตัวรถภายนอก มาด้วยดีไซน์แบบ Retro Futurism กลมมนสุดคลาสสิก รับกับไฟหน้าทรงกลมดูคล้ายกับ Porsche 911 และ Volkswagen Beetle ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ Cd. = 0.27 และด้านท้ายที่ดูแปลกตา ด้วยตำแหน่งไฟเบรกที่ไว้บริเวณกันชนท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ขนาดยาว ฝังในกระจกบานหลัง พร้อมล้อแม็กแบบ 17 นิ้ว และ 18 นิ้ว ให้เลือก

ORA-Good-Cat

มิติตัวรถยาว 4,235 มม. กว้าง 1,825 มม. สูง 1,596 มม. ระยะฐานล้อ 2,650 มม. ความสูงจากพื้นรถ 120 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,510 กก.

ORA-Good-Cat

ช่วงล่างหน้า แบบอิสระแทคเฟร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังแบบเทลิ่งอาร์ม ทอร์ชั่นบีม

ORA-Good-Cat

ภายในยังคงเน้นรูปแบบความคลาสสิค เรียบง่าย เช่นเคย ด้วยโทนสีแบบครีมตัดชมพู หรือน้ำเงิน ใช้เบาะหนังแท้ พวงมาลัยหุ้มหนัง โดดเด่นด้วยหน้าจอมาตรวัดความเร็ว รวมอยู่กับหน้าจอ Infotainment หรือ ORA-Smart ที่ใช้ระบบ AI ในการประมวลผล พร้อมออกแบบให้ช่องแอร์เป็นแถบยาว ส่วนคันเกียร์ใช้เป็นแบบมือหมุน เพื่อง่ายต่อการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ และด้านท้ายเมื่อพับเบาะลง ให้พื้นที่เก็บสัมภาระที่มากถึง 858 ลิตร

ORA-Good-Cat

โดยอีกหนึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ คือมีระบบ Autopilot ขับเคลื่อนอัตโนมัติให้ด้วย ซึ่งใช้ชิพของ Intel ติดตั้งในรถรุ่นนี้

ORA-Good-Cat

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที จำกัดความเร็วไว้สูงสุดที่ 150 กม./ชม. ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ ORA-Goddess Easy Drive

กับแบตเตอรี่แบบ CTP ความจุ 47.8 kWh และ 59.1 kWh ซึ่งสามารถชาร์จได้กว่า 80% (จากแบตเตอรี่คงเหลือ 30%) ภายในเวลาเพียง 30 นาที และ Liquid Cooling System ให้ระยะทางวิ่ง 401 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และ 501 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) ของยุโรป)

ORA-Good-Cat-Price

สำหรับรุ่นย่อย และราคาของ ORA Good Cat สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 รุ่นย่อยหลักๆ ได้แก่

  • รุ่น Muse Edition 401 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 105,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 488,351 บาท
  • รุ่น Venus Edition 401 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 115,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 534,860 บาท
  • รุ่น Athena Edition 401 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 125,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 581,370 บาท
  • รุ่น Apollo Edition รุ่น 501 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 135,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 627,879 บาท
  • รุ่น Poseidon Edition รุ่น 501 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 145,000 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 674,389 บาท

สำหรับในบ้านเรา ต้องรอติดตามดูกันครับ ว่า Great Wall Motors หลังจากเซ็นสัญญาซื้อขายโรงงานกับทาง GM แล้ว จะมีโอกาสขึ้นไลน์ประกอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ หรือว่านำเข้ามาจำหน่ายหรือไม่ แต่ดูจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว น่าจะขายดีในประเทศจีนอย่างแน่นอน

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Honda-e-2020

หากเราจะย้อนกลับไปในช่วงปี 2017 ตอนนั้น Honda Urban EV Concept ได้เปิดรถต้นแบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าครั้งแรกของโลก ในงาน Frankfurt Motor Show 2017 ก็สร้างความฮือฮาไปได้พอสมควร กับการกลับมารุกตลาดรถยนต์ EV อย่างจริงจังอีกครั้ง

โดยในปี 2019 ที่ผ่านมา Honda ก็ได้เข็นรถต้นแบบคันนี้ ในรูปแบบของรถยนต์ที่จำหน่ายจริงในชื่อ Honda e (ฮอนด้า อี) ในรหัสรุ่น ZC7 ที่งาน Tokyo Motor Show 2019 ให้ชาวโลกได้ชมกัน ก่อนที่จะออกจำหน่ายจริงๆ กันในปีนี้ โดยเริ่มจำหน่ายกันในทวีปยุโรป ก่อนที่จะผลิตและจำหน่ายที่บ้านเกิดในญี่ปุ่น

Honda-e-TECHNOLOGY

โดย Honda มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ในชื่อ “Honda e:TECHNOLOGY” (ฮอนด้า อี: เทคโนโลยี) ซึ่งมีทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีในการจัดการพลังงานต่างๆ ของฮอนด้าในอนาคต ตามแนวทางวิสัยทัศน์ 2030 ของฮอนด้า

ซึ่งคำว่า “อี” หรือ “e” ใน Honda e:TECHNOLOGY แสดงถึงความมุ่งมั่นในการกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อจุดประกายให้ผู้คนมีรอยยิ้ม เมื่อได้ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานการขับเคลื่อน

All-New-Honda-e-2020

All-New-Honda-e-2020

รูปทรงภายนอก … บอกได้เลยว่าได้อิทธิพลอย่างมากมาจาก Honda Civic รุ่นแรก และรถต้นแบบ Honda Urban EV Concept ที่แลดูแล้วแบบเรียบง่ายและคลาสสิค ไฟหน้าเป็นแบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light และยังเป็นไฟแสดงสถานะการชาร์จไฟฟ้าด้วย พร้อมที่เปิดประตูแบบพับเก็บได้อัตโนมัติ

ตัวรถจุดศูนย์ถ่วงต่ำ มีสมดุลน้ำหนักแบบ 50:50 มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.3 เมตร มาพร้อมล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว และในรุ่น Advance ขนาด 17 นิ้ว

All-New-Honda-e-2020

มิติตัวรถยาว 3,895 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,510 มม. ระยะฐานล้อ 2,530 มม. ความสูงจากพื้นรถ 145 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,510 – 1,540 กก.

All-New-Honda-e-2020

ห้องโดยสารภายใน โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบคลาสสิค แต่ดูทันสมัยกับหน้าจอ LED ขนาดยาว 5 จอ เป็นครั้งแรกของโลกที่นำมาใช้ และจอภาพขนาด 6 นิ้ว ที่ใช้ดูภาพแทนกระจกมองข้าง อีกทั้งยังติดตั้งระบบ Honda Personal Assistant ที่ทำงานด้วยเทคโนโลยี AI ของฮอนด้า โดยได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการได้

All-New-Honda-e-2020

ส่วนในรุ่น Advance จะมีออพชั่นเพิ่มเติม อาทิ พวงมาลัยและเบาะนั่งปรับอุณหภูมิได้ และระบบช่วยจอดแบบ Parking Pilot เป็นต้น

ระบบขับเคลื่อน ทำงานร่วมกับระบบชาร์จและป้อนกระแสไฟฟ้า (Charging and Feeding System) วางมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส MCF5 ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 3,078 – 11,920 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0-2,000 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ประมาณ 9 วินาที

ส่วนในรุ่น Advance ให้กำลังสูงสุด 154 แรงม้า ที่ 3,497 – 10,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0-2,000 รอบ/นาที

All-New-Honda-e-2020

ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน มีความจุ 35.5 kWh ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 308 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่น และมาตรฐาน WLTC (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Cycle) ได้ระยะทาง 283 กิโลเมตร แต่ถ้าเป็นมาตรฐาน WLTP (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Procedure) ของยุโรป จะอยู่ที่ 219 กิโลเมตร

และในรุ่น Advance ชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 274 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่น และมาตรฐาน WLTC จะได้ระยะทาง 259 กิโลเมตร

All-New-Honda-e-2020

ระบบเสียงภายใน Honda e Advance

สำหรับรุ่นย่อย และราคาของ Honda ที่ขายในประเทศญี่ปุ่น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รุ่นย่อยหลักๆ ได้แก่

  • Honda e รุ่นเริ่มต้น ราคา 4,510,000 เยน หรือประมาณ 1,353,384 บาท
  • Honda e รุ่น Advance ราคา 4,950,000 เยน หรือประมาณ 1,485,421 บาท

ส่วนรถรุ่นนี้ มีผู้จำหน่ายอิสระ พร้อมรับออเดอร์สั่งเข้ามาในบ้านเราแล้ว ราคาในอยู่ที่ประมาณ 2,690,000 บาท! ซึ่งถ้าใครสนใจ ก็เตรียมตัวเก็บเงินซื้อกันได้เลย

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถบ้านคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือได้เงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ORA-R1

แม้ว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้จักเจ้า ORA (โอร่า) ยี่ห้อรถยนต์ในเครือของ Great Wall Motors (เกรท วอลล์ มอเตอร์ส) หรือ GWM อันนี้หลายๆ คนคงเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว เพราะ GWM เข้ามาซื้อโรงงานผลิตรถยนต์ Chevrolet ของ GM Thailand เพื่อทำการผลิตรถยนต์ในแบรนด์ Great Wall และ Haval

Great Wall Motors ผู้ผลิตรถยนต์ SUV และรถกระบะรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีบริษัทย่อยที่ถือหุ้นมากกว่า 80 บริษัทและมีพนักงานกว่า 60,000 คน ทำยอดขายรถได้กว่าหนึ่งล้านคันต่อปี เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน ซึ่งนอกจากในประเทศจีน Great Wall Motors ยังส่งออกรถยนต์ไปกว่า 60 ประเทศและภูมิภาค และมีเครือข่ายในต่างประเทศกว่า 500 แห่ง โดยปัจจุบันผลิตรถ 4 ยี่ห้อ คือ Haval เน้นรถยนต์ SUV, Great Wall เน้นรถยนต์นั่ง, ORA เน้นรถยนต์ไฟฟ้า และ Wingle เน้นผลิตรถกระบะ

ORA-R1

สำหรับ GWM Thailand ในเวลานี้ ได้ก่อตั้งบริษัทลูกอย่าง Haval Sales (Thailand) Co.,Ltd. ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าของค่ายนี้ ก็อาจมีโอกาสนำเข้ามาขายในบ้านเรา และยังเตรียมพัฒนาระบบ Autonomous car ในอนาคตอีกด้วย

สำหรับ ORA ที่ทาง GWM นำชื่อของ Leonhard Euler นักคณิตศาสตร์ชาวสวิสมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์รถ และยังหมายถึง Open, Reliable และ Alternative (Non-Traditional) อีกด้วย โดยเน้นผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในราคาไม่แพง ผลิตรุ่นแรกออกมาจำหน่ายได้แก่ ORA iQ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 และเปิดตัว ORA R1 ในวันที่ 26 ธันวาคม 2561 ซึงก็เท่ากับว่า ผลิตขายมาได้ปีกว่าแล้ว และยังได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีราคาถูกที่สุดในโลก!

ORA-R1

ORA R1 หรือชื่อรุ่นที่ใช้ในตลาดจีนว่า “黑猫” (แปลว่า แมวดำ) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ A-Segment พัฒนาขึ้นภายใต้ ME Platform ใช้เวลาพัฒนามากกว่า 10 ปี กับ 500 ผู้เชี่ยวชาญในการ R&D ด้วยรูปทรงแบบย้อนยุค แต่ก็ดูเรียบง่าย (ที่ดูคล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบอย่าง Honda e อย่างมาก) มีล้อแม็กให้เลือกทั้งแบบ 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว ใช้โครงสร้างตัวรถด้วยเหล็ก High Tensile Steel

มิติตัวรถยาว 3,495 มม. กว้าง 1,660 มม. สูง 1,560 มม. ระยะฐานล้อ 2,475 มม. ความสูงจากพื้นรถ 140 มม. และน้ำหนักตัวรถ 977 – 1,000 กก.

ORA-R1

ระบบขับเคลื่อน ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet แม่เหล็กถาวร สำหรับหมุนล้อคู่หน้า ออกแบบการจัดวางมอเตอร์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ Lithium-ion Polymer หรือ LMP ความจุ 30.7 kWh และระบบประมวลผลไว้ใกล้กัน มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 35 กิโลวัตต์ (49 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 125 นิวตัน-เมตร สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 102 กม./ชม. และให้ระยะทางวิ่ง 301 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) ของยุโรป) และยังมีรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 45 กิโลวัตต์ ให้เลือกอีกด้วย

ORA-R1

ภายในในเรียบหรู เน้นระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการช่วยขับรถ เพียงกล่าว Hello ORA พร้อมเชื่อมการทำงานของรถกับ Smartphone มาพร้อมจอขนาด 9 นิ้ว รองรับระบบ Android และมีปุ่มต่างๆ ที่น้อยลง เพื่อง่ายในการใช้งาน

สำหรับรุ่นย่อย และราคาของ ORA R1 สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 รุ่นย่อยหลักๆ ได้แก่

  • ORA R1 รุ่น Basic 301 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 69,800 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 320,245 บาท
  • ORA R1 รุ่น Standard 351 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 73,800 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 338,598 บาท
  • ORA R1 รุ่น Luxury 351 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 79,800 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 366,126 บาท
  • ORA R1 รุ่น Long Endurance Type รุ่น 405 กม./ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 84,800 หยวน (ราคาก่อนได้รับอุดหนุนจากรัฐบาลจีน) หรือประมาณ 389,066 บาท

ORA-R1

ส่วนรถรุ่นนี้ เริ่มมีผู้จำหน่ายอิสระบางแห่ง พร้อมรับออเดอร์สั่งเข้ามาในบ้านเราแล้ว ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 590,000 บาท

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Lucid-Air-Electric-Car

คู่แข่งใหม่ของ Tesla (เทสล่า) มาแล้ว! สำหรับ Lucid Air (ลูซิด แอร์) รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู เตรียมเปิดตัวในสหรัฐฯ วันที่ 9 กันยายน 2020 นี้!

หลายคนอาจจะไม่รู้จักกับบริษัทรถยนต์หน้าใหม่รายนี้ สำหรับ Lucid Motors, Inc. เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติสหรัฐฯ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 (ก่อนหน้านั้นใช้ชื่อว่า Atieva) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Newark รัฐแคลิฟอร์เนีย มีพนักงานทำการประมาณ 500 คน ซึ่งบางส่วนเคยเป็นพนักงานที่เคยทำงานให้กับ Tesla และ Mazda

Lucid-Air-Electric-Car

ก่อตั้งโดย Bernard Tse, Sheaupyng Lin และ Sam Weng ผู้อำนวยการอาวุโสของ Oracle โดยได้รับเงินทุนจาก Tsing Capital บริษัทจัดการกองทุนแห่งแรกของจีน, Mitsui, Venrock และ JAFCO เป็นต้น โดยปัจจุบันมีผู้ลงทุนหลัก คือ Public Investment Fund of Saudi Arabia, Mitsui, JAFCO, China Environmental Fund และ Venrock ของสหรัฐฯ

สำหรับ CEO และ CTO คือ Peter Rawlinson ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าวิศวกรของรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model S มาก่อน และอดีตหัวหน้าทีมออกแบบรถยนต์ของ Mazda อเมริกาเหนืออย่าง Derek Jenkins ซึ่งเคยออกแบบ Mazda MX-5 (เจเนอเรชั่นที่ 4) เข้าเป็นรองประธานด้านการออกแบบรถของ Lucid Motors

แต่เดิมนั้นบริษัท ทำหน้าที่ในการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สำหรับรถประเภทอื่นๆ พร้อมกับการพัฒนารถยนต์คันแรกในปี 2014 ก่อนจะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบในปี 2016

Lucid-Air-Electric-Car

ในเดือนตุลาคม 2016 รีแบรนด์ชื่อบริษัทเป็น Lucid Motors และเริ่มการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ใน Casa Grande รัฐแอริโซนา ด้วยมูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งโรงงานแห่งนี้ วางแผนเดินสายการผลิตรถยนต์ตั้งแต่ 20,000 – 130,000 คัน/ปี ซึ่งตัวโรงงานดีไซน์มาให้รองรับการผลิตรถยนต์ได้สูงสุดถึง 380,000 คัน/ปี

ต่อมาในเดือนเมษายน 2019 ได้รับเงินอัดฉีดจาก Public Investment Fund of Saudi Arabia มูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 67% ของบริษัทฯ

Lucid-Air-Electric-Car

Lucid Air รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู 4 ประตู จึงเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ ด้วยรูปโฉมอันล้ำสมัย มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ที่น้อยที่สุดในโลก สำหรับรถเก๋ง เพียงแค่ 0.21 เท่านั้น ที่ถือว่าน้อยกว่า Tesla ซะอีก! ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น และมีระยะทางในการวิ่งได้ไกลกว่าคู่แข่ง! ซึ่ง Lucid Air คาดว่าจะมีระบบยานยนต์ไร้คนขับติดตั้งมาให้ด้วย

ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหน้า ออกแบบให้มีกำลังมากถึง 400 แรงม้า วิ่งได้ระยะทาง 390 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Lucid-Air-Electric-Car

และรุ่น Top เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลังที่ให้กำลังมากถึง 600 แรงม้า รวมแล้วมีกำลังถึง 1,000 แรงม้า พร้อมใช้ระบบไฟฟ้า 900 โวลต์ ซึ่งจัดหาแบตเตอรี่โดยแผนก Atieva สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 640 กิโลเมตร (มาตรฐาน EPA) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง!

และยังน่าทึ่ง! กับความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม. (217 ไมล์/ชม.) จากการทดสอบในสนามโดยหน่วยงานที่ชื่อว่า Transportation Research Center ของรัฐโอไฮโอ

Lucid-Air-Electric-Car

จนล่าสุดตอนนี้ ทาง Lucid Motors ได้ออกมาเปิดเผยอีกครั้งว่า Lucid Air จะสามารถให้ระยะทางวิ่งได้มากกว่า 517 ไมล์ (832 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง!

Lucid-Air-Electric-Car

ตอนนี้นี้ Lucid Air ได้เปิดให้สั่งจองแล้ว ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.8 – 3 ล้านบาท)

ส่วนถ้าใครอยากขายรถเพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Lucid-Air-Electric-Car

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Electric-Cars-In-Motorshow-2020

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) เริ่มมีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์โลก และวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

ในงาน Motor Show 2020 (มอเตอร์โชว์ 2020) ที่จัดขึ้นในเวลานี้ MR.CARRO ขอพาทุกท่านไปชมกับ รถยนต์ไฟฟ้า ภายในงาน Motor Show 2020 ว่าจะมีรุ่นใดบ้างที่น่าสนใจ อย่าได้เสียเวลา ไปดูกันได้เลยครับ …

Nissan-Leaf-2020

Nissan Leaf

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

Nissan Leaf มาในราคา 1,990,000 บาท!

MG-ZS-2020

MG ZS EV

MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) นับว่าเป็นรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่นำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเรา มาโชว์ในงาน Motor Show 2020 ซึ่งขายดีมากตั้งแต่เปิดตัวไปในปีที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ สีฟ้า Copenhagen Blue กระจังหน้าทันสมัย พร้อมติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า และล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ ชุดคอนโซลหน้าใช้วัสดุนุ่มแบบ Soft Touch ดูหรูหรามีระดับ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และยังโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic Sunroof

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ได้ถึง 3 ระดับ โดยการชาร์จเต็มแต่ละครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 ซม.

ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อม Advanced Driver-Assistance Systems ครบครัน ทั้งหมดนี้ในราคา 1,190,000 บาท!

KIA-Soul-EV-2020

KIA Soul EV

KIA Soul EV (เกีย โซล อีวี)

เจเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถแนว Crossover ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Hyundai Kona มีตัวรถที่ดูแข็งแกร่ง ใช้ไฟหน้าทรงเรียวยาว ชุดไฟท้ายแบบทรงตั้งรูปตัว L และแนวหลังคาด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบลอยตัว

ห้องโดยสารมาพร้อมไฟ Sound Mood ที่ปรับตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ได้ มีจอ HUD ขนาด 8 นิ้ว จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบความปลอดภัยแบบ Drive Wise รอบคัน

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับ KIA Niro EV ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 64 kWh รองรับมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Eco, Comfort, Sport และ Eco+ เพื่อให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด ส่วนระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ประมาณ 391 กิโลเมตร

ในราคาน่าตื่นเต้น 2,387,000 บาท

Hyundai-Ioniq-2020

Hyundai Ioniq Electric

Hyundai Ioniq Electric (ฮุนได ไอออนิค อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายรถเกาหลี ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer (LiPo) ความจุ 28 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.9 วินาที (โหมด Sport) และ 10.2 วินาที (โหมดปกติ) ทำความเร็วสูงสุดได้ 165 กม./ชม.

ระบบชาร์จไฟของ Ioniq Electric สามารถชาร์จได้ 3 แบบ ได้แก่ 1. แบบทริคเคิ้ล (เต้าเสียบบ้าน) กำลังไฟ 2.3 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟจนเต็ม 12 ชั่วโมง 2. แบบธรรมดา (Wall Box) กำลังไฟ 6.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 4 ชั่วโมง 25 นาที และ 3. แบบชาร์จเร็ว (สถานีชาร์จเร็ว) กำลังไฟสูงสุด 100 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนถึงระดับ 80% ในเวลา 23 นาที สามารถเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 280 กม. ต่อการชาร์จเต็มแต่ละครั้งตามมาตรฐาน NEDC

ในราคา 1,749,000 บาท!

Hyundai-Kona-Electric-2020

Hyundai Kona Electric

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอด DNA ความเป็น SUV ได้อย่างลงตัว ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์สปอร์ตแบบแยกตำแหน่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบทึบ ที่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารพร้อมพื้นที่จุสัมภาระรวมถึง 373 ลิตร (VDA) นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบปรับอุณภูมิอุ่น-เย็น อีกด้วย

ใช้แบตเตอรี่ที่ให้พลังงานมากถึง 64 kWh พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที และวิ่งไปได้ไกลสูงสุดถึง 482 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ส่วนระบบเบรกยังได้ถูกปรับให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ ในรูปแบบของ Regenerative Breaking System

เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

Porsche-Taycan

Porsche Taycan

Porsche Taycan (ปอร์เช่ ไทคานน์) ใหม่ สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตซาลูน 4 ประตู เปิดตัวครั้งแรกในไทยที่งาน Motor SHow 2020 ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และคงไว้ซึ่งงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Porsche Taycan Turbo S มาพร้อมกับพละกำลังสูงสุด 761 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาที

Porsche Taycan Turbo มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 3.2 วินาที ทั้ง 2 รุ่นนี้ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ได้ถึง 260 กม./ชม.

สำหรับในรุ่น Taycan 4 S ที่ติดตั้ง Performance Battery Plus ให้พละกำลังสูงสุด 571 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 4.0 วินาที พร้อมทะยานทะลุความเร็วสูงสุดกว่า 250 กม./ชม.

ปอร์เช่ ไทคานน์ ใหม่ ราคาเริ่มต้น 7.1 ล้านบาท

Mini-Electric-2020

Mini Electric

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

มาในราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

Jaguar-i-Pace-2020

Jaguar i-Pace

Jaguar i-Pace (จากัวร์ ไอ-เพซ) ในงาน Motor Show 2020 นี้ มาพร้อมการนำเสนอผ่านงานศิลปะ ที่ออกแบบโดย Pomme Chan, ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง ศิลปินมากฝีมือในวงการศิลปะร่วมสมัย ด้วยผลงานการออกเเบบที่เต็มไปด้วยจินตนาการและลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ แนวคิดในการออกแบบผลงานได้แรงบันดาลใจมาจากการออกแบบรถยนต์จากัวร์ ไอ-เพซ

โดย Jaguar i-Pace เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน 100% (EV) รุ่นแรกของจากัวร์ แบบ 5 ที่นั่ง ติดตั้งไฟหน้าแบบ Matrix LED กระจังหน้าพร้อมฟังก์ชั่น Active Vanes สามารถเปิด-ปิดรับกระแสลมเพื่อลดความร้อนแบตเตอรี่ได้ ห้องโดยสารตกแต่งแบบห้องนักบิน ใช้ช่วงล่างแบบถุงลมแบบ Adaptive Dynamics พร้อมระบบลดการสั่นสะเทือนจากพื้นถนน และสามารถปรับความสูงลง 10 มม. เมื่อใช้ความเร็วมากกว่า 105 กม./ชม.

ขุมพลังของ Jaguar i-Pace ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้แรงม้าสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 696 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ชนิด Pouch cells ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 470 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มในแต่ละครั้ง

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5,499,000 บาท!

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณภาพจาก:

  • Bangkok-Motorshow

10-New-Normal-In-Automotive-Society

ในเวลานี้เราคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะครับว่า การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่สร้างความเสียหาย และความเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลกอย่างชนิดที่ว่า พลิกฝ่ามือเลยทีเดียว จนทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวหนีตาโควิด-19 กันเป็นแถว

และอีกสิ่งที่ทำให้พฤติกรรมผู้คน ต้องถูกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงในเวลาสั้นๆ ก็กลายมาเป็น “New Normal” หรือ “ความปรกติใหม่” หรือ “ฐานวิถีชีวิตใหม่” ในแทบทุกๆ ด้าน เพื่อสุขอนามัยและห่างไกลจากเชื้อโรค ทั้งไลฟ์สไตล์ ธุรกิจ สาธารณสุข สั่งอาหาร ซื้อของ โอนเงิน หรือการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) เป็นต้น

บริษัทรถยนต์ ดีลเลอร์รถยนต์ และผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ทั้งหลาย ก็ต้องปรับตัวตาม New Normal ไปด้วยเช่นกัน แต่จะมีอะไรบ้าง MR.CARRO สรุปมาเล่าให้ฟัง 10 อย่างด้วยกัน…

Carro-Express

1. ซื้อรถ – ขายรถ ที่บ้าน

ในยุคโควิด-19 ก่อนหน้านี้ทำให้หลายคนต้อง Work From Home อยู่บ้าน ลดเชื้อ เพื่อชาติ หรือต้องผันตัวมาทำอาชีพอิสระ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทรถยนต์ก็ต้องปรับตัว ด้วยการให้บริการลูกค้าถึงบ้าน ง่ายๆ ด้วยการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ หรือจะโทรไป จะใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ติดต่อไปตามช่องทางการสื่อที่โชว์รูมรถแต่ละแห่งมี ก็ได้เช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นการ Test Drive รถยนต์ ก็จะมีการนำรถทดลองขับมาให้ลองกันถึงบ้าน หรือการจองรถ ซื้อรถ ถ้าลองแล้วถูกใจก็สามารถจองและซื้อได้เลย หรือจะผ่านระบบออนไลน์ก็ได้

ส่วนใครที่อยากจะขายรถคันเก่า เพื่อซื้อรถคันใหม่ ก็ง่ายนิดเดียว เพียงเข้าไปที่ “CARRO Express” กรอกรายละเอียดรุ่นรถ ปี เลขไมล์ ราคาที่คุณต้องการ และรูปรถของคุณ ก็สามารถขายรถออนไลน์ได้แล้ว ง่ายนิดเดียว

ทีนี้ก็รอการติดต่อกลับมาจากทางทีมงาน CARRO เพื่อตกลงราคาที่คุณพึงพอใจที่สุด ก่อนจะมาตรวจดูสภาพรถอีกที ถ้าคุณ OK ตกลง ก็พร้อมปิดการขาย ทำสัญญาซื้อขายรถ และรับเงินสดไปได้เลย

2. เปิดตัวรถออนไลน์

จากเหตุผลของการ Social Distrancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม และหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรค ทำให้หลายค่ายรถ ตัดสินใจเปิดตัวรถยนต์ออนไลน์

ที่ผู้สนใจสามารถติดตามการเปิดตัวรถรุ่นที่ตัวเองสนใจ ที่ไหนก็ได้ในโลก ขอให้มีแค่อินเตอร์เน็ตเข้าถึง และยังสามารถ Comment ร่วมกับผู้ติดตามคนอื่นๆ หรือถามคำถามสดๆ ผ่านระบบโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย

10-New-Normal-In-Automotive-Society

3. บริการ Mobile Service

ต่อไปนี้ถ้ารถคุณเกิดมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ หรือต้องตรวจเช็ครถตามระยะ แค่อยู่ที่บ้าน หรือที่เกิดเหตุ ไม่ต้องขับรถไปที่โชว์รูม ก็สามารถรอทีมช่างมาตรวจเช็คได้ด้วยรถ Mobile Service เพียงแค่นัดล่วงหน้าเท่านั้น

4. รถมือสอง และรถใหม่ จะขายดีขึ้น

แม้ว่าจะมีผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตกงานเป็นจำนวนมาก กระทบต่อเศรษฐกิจ และการจับจ่ายใช้สอย แต่ก็ส่งผลให้รถมือสองราคาถูกๆ ขายดี และมีความต้องการมากขึ้น

เนื่องจากหลายคน พยายามหลีกเลี่ยงระบบขนส่งมวลชนบ้านเรา ถ้าไม่คุณภาพแย่ ไม่สะอาด เป็นแหล่งรวมเชื้อโรค หรือค่าโดยสาร ค่าใช้จ่ายในการเดินทางแพง เมื่อคำนวณกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว แถมต้องแออัดเบียดเสียดกับคนเยอะๆ ยิ่งในหน้าฝนนี่ยิ่งแย่

ซึ่งส่งผลให้ตลาดรถมือสอง กับรถใหม่ หลังเศรษฐกิจพื้นจะขายดีขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว

10-New-Normal-In-Automotive-Society

5. Drive Thru และต่อใบขับขี่ออนไลน์ มาแรงขึ้น

ปกติ Drive Thru ก็มีอยู่แล้วในหลายประเภท ตั้งแต่เข้าร้านอาหาร Fast Food, ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู ส่งของไม่ต้องลงรถ หรือเลื่อนล้อต่อภาษี ไม่ต้องลงรถ สะดวก ปลอดภัย ต่อไปนี้จะมีหลายกิจการมากขึ้น ที่จะใช้วิธีการปฏิบัตินี้

อีกทั้งการต่อใบขับขี่ออนไลน์ จองคิวออนไลน์ จะเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น สำหรับผู้ที่ใบขับขี่รถหมดอายุไม่เกิน 1 ปี หรือผู้ต้องการต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน เพียงแค่ลงทะเบียนเข้ารับการอบรม ก่อนที่จะไปรับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และออกใบอนุญาตขับรถใหม่ได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผ่านการอบรม

อ่านเพิ่มเติม : 5 ขั้นตอนต่อใบขับขี่ออนไลน์ กับกรมการขนส่งทางบก ในช่วงโควิด-19 ระบาด!

6. ความสะอาดต้องเป็นที่หนึ่ง

โชว์รูมรถยนต์ นอกจากสถานที่จะต้องดูกว้างขวาง หรูหราใหญ่โต เรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้อีกต่อไป ต้องมีทั้งเจลแอลกฮอลล์ หรือเจลล้างมือบริการ มีหน้ากากอนามัย และเฟซชิลด์ รวมถึงมีจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ให้ตรวจสอบพนักงานก่อนเริ่มปฏิบัติงาน รวมไปถึงตรวจเช็คลูกค้า ก่อนเข้าใช้บริการ

และการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง และทำความสะอาดรถทดลองขับทุกครั้ง หลังเสร็จสิ้นการทดลองขับ และทำความสะอาดห้องบริการต่างๆ เป็นพิเศษ เช่น มุมเด็กเล่น ห้องละหมาด พร้อมทั้งมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อในศูนย์บริการเป็นประจำ

10-New-Normal-In-Automotive-Society

7. พ่นน้ำยาฆาเชื้อ เป็นเรื่องปกติ

การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถ และในโชว์รูมรถ ที่ปกติตามโชว์รูมรถมักไม่ค่อยได้ทำ แต่ตอนนี้จะกลายเป็นมาตรฐานของรถยนต์ทุกแบรนด์ สำหรับผู้นำรถมาซ่อม หรือตรวจเช็คที่ศูนย์บริการ และเป็นแพคเกจของแถมสำหรับคนออกรถใหม่

8. จ่ายเงินแบบ Cashless

การจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเงินจอง เงินดาวน์ เงินค่างวด หรือค่าซ่อมรถ ค่าประกันภัย ค่าบริการต่างๆ ต่อไปนี้ไม่ต้องหอบเงินมาเป็นปึกๆ อีกแล้ว เพียงแค่คุณมีบัตรเครดิต หรือจ่ายเงินผ่าน Mobile Banking ในสมาร์ทโฟน บริษัทรถทุกแห่งก็พร้อมรับเงินจากคุณ โดยไม่ต้องสัมผัสธนบัตรที่อาจปนเปื้อนไปด้วยเชื้อโรค

10-New-Normal-In-Automotive-Society

9. รถยนต์ไฟฟ้า คนสนใจมากขึ้น

หลังยุคโควิด-19 จะเป็นการเร่งให้รถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรา เฟื่องฟูกันมากขึ้น แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์โลกจะมียอดขายรถที่ตกฮวบฮาบไปทั่วโลก และดูถดถอยลงไปอย่างมาก แต่คนเริ่มตระหนักถึงมลพิษ และพลังงานสะอาด ที่ได้เห็นจากช่วงโควิด-19 ที่การใช้รถยนต์ลดลงเป็นอย่างมาก สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมไปในทางที่ดีขึ้น

10. คนขับรถเที่ยวกันมากขึ้น

ผลจากการ Social Distrancing ทำให้คนที่เคยขึ้นรถทัวร์ รถไฟ อาจไม่สะดวกในการเดินทาง หรือการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเล็ก อาจเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็นการขับรถยนต์ส่วนตัว ท่องเที่ยวกันในช่วงวันหยุดมากขึ้น

ที่สำคัญ CARRO ขอเป็นพลังใจให้ทุกคนก้าวข้ามความยากลำบาก ให้ผ่านพ้นหลังหมดช่วงวิกฤต COVID-19 จบสิ้น ซึ่งแต่ละคนอาจมีเรื่องราวมากมาย และประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ได้เล่าสู่กันฟังอย่างไม่รู้จบ

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในหลังหมดยุคโควิด-19 สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Covid-19-Motivate-Electric-Car-Growth-Up-In-Thailand

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ฯ จัดเสวนาออนไลน์เรื่อง “แนวโน้มและการปรับตัวอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังวิกฤต โควิด-19” เพื่อนำเสนอมุมมองของผู้ผลิต จากผู้บริหารค่ายรถชั้นนำ ซึ่งต่างนำเสนอเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังจากหมดโควิด-19 จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น จึงต้องการให้รัฐบาลหันมาสนับสนุน

ในการสัมมนา มี ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ, กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นวิทยากร

ภายในการสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ ทาง ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เผยว่า ไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น มีสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 หายไป ส่วนหนึ่งมารถที่หายจากท้องถนนไปเยอะ

ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีความสำคัญ ที่จะมาแก้ปัญหามลพิษบนท้องถนนของประเทศไทยในอย่างถาวร โดยอยากให้ประชาชนร่วมมือสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น เพื่อรักษามลภาวะสิ่งแวดล้อม

MINE-SPA1-2019

ด้าน สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เผยว่า หากภาครัฐมีการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน จะทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมากขึ้น ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ยังไม่ดีนัก ค่ายรถยนต์จึงจำเป็นต้องปรับการผลิต ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะช้าหรือเร็วคงต้องรอดูต่อไป

อีกทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างมากในช่วง COVID-19 หรือฝุ่น PM2.5 ลดลง ปัจจัยเหล่านี้เป็นมุมที่สะท้อนให้คนเร่งหันไปใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานไฟฟ้าในระยะยาวมากขึ้น

BMW-i8

ด้าน กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า เมื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว จะช่วยเร่งการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างมีเทคโนโลยี มีกลยุทธ์ใหม่ๆ ประกอบกับระบบสาธารณูปโภคในไทยที่เริ่มรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

โดยสิ่งที่จะกระตุ้นตลาดในไทยก็คือความต้องการซื้อ ภาครัฐต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น การส่งเสริมการลดภาษีฯ การเพิ่มที่ชาร์จไฟฟ้าสาธารณะให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสถานีชาร์จประมาณ 500 สถานี 700 หัวจ่าย พร้อมทั้งขยายโมเดลรถยนต์ไฟฟ้า ไปยังระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ เพื่อช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งหมด

Nissan-Leaf-2019

ขณะที่ สรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ขณะนี้ Nissam (นิสสัน) ในประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังไม่มีนโยบายชัดเจนว่า ญี่ปุ่นจะปรับตัวมีรถยนต์ไฟฟ้า 100 % เมื่อไร แต่ทาง Nissan มีเทคโนโลยี และมีรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้นแบบมานานแล้ว

อ่านเพิ่มเติม : Nissan Hypermini : รถ EV ของเล่นคนรวยรักษ์โลก ในยุค 2000

ซึ่งในประเทศไทย Nissan ขอนำเสนอระบบ e-Power ไปก่อน จนกว่ารัฐจะมีความชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดรถ BEV

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน