New-Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

มาเซราติ ประเทศไทย เปิดตัว Maserati Ghibli Hybrid (มาเซราติ กิบลี ไฮบริด) ใหม่ เป็นยนตรกรรม Mild Hybrid ที่ใช้การขับเคลื่อนแบบผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า ครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายตรีศูล ในราคาเร้าใจ 5,990,000 บาท!

Maserati Ghibli Hybrid นับเป็นหนึ่งใน Project สุดท้าทายของค่ายตรีศูล ซึ่งเป็นเสมือนการก้าวสู่ยุคอนาคตอย่างเต็มตัว

New-Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

Maserati Ghibli ถูกเจาะจงให้เป็นรถสายพันธุ์แรกที่เริ่มใช้ขุมพลังไฮบริด เพราะเป็นรุ่นมียอดจำหน่ายสูงสุดกว่า 100,000 คัน นับตั้งแต่การเปิดตัวช่วงปี 2013 โดยความท้าทายของโปรเจ็กต์นี้ คือ ผลิตรถไฮบริดอย่างไร ไม่ให้กระทบกับตัวตนของแบรนด์ ทำให้ Maserati Ghibli Hybrid เป็นหนึ่งในรถไฮบริดที่ดีสุดในโลก และคงเอกลักษณ์เสียงคำรามอันดุดันไว้ได้อย่างครบถ้วน

New-Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

ตัวรถภายนอก Ghibli Hybrid ผ่านการออกแบบใหม่โดย Centro Stile Maserati ทั้งภายนอกและห้องโดยสาร ดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยสิ่งที่แสดงถึงความเป็นรุ่นไฮบริดก็คือ การนำสีน้ำเงินมาใช้ เพื่อสื่อถึงเทคโนโลยีไฮบริดและโลกแห่งอนาคต โดยสีน้ำเงิน นำมาตกแต่งช่องระบายอากาศด้านข้าง 3 ช่อง และสัญลักษณ์สายฟ้า ของโลโก้ตรีศูลบริเวณเสา C

New-Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

ขณะที่เบาะในห้องโดยสาร ก็ผ่านการเย็บด้วยตะเข็บสีน้ำเงิน ส่วนกระจังหน้าก็ผ่านการออกแบบใหม่ ซี่กระจังมีลักษณะคล้าย “ส้อมเสียง” (Tuning Fork) เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่มีเสียงใสชัด

New-Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

พร้อมเชื่อมต่อโลกดิจิทัลครบวงจร ผ่านโปรแกรม Maserati Connect และ Maserati Intelligent Assistant โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานจาก Android Automotive ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับ พร้อมอัปเดตฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ โดยอัตโนมัติ

New-Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

ในส่วนของเทคโนโลยีไฮบริด ใช้การสะสมพลังงานกลขณะลดความเร็วหรือเบรก เพื่อนำมาแปลงเป็นไฟฟ้าและชาร์จเข้าแบตเตอรี่ พร้อมติดตั้งท่อไอเสีย ที่ปรับแต่งเสียงคำรามตามแบบฉบับของยนตรกรรม มาเซราติ

New-Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

นวัตกรรมขุมพลังไฮบริดสุดล้ำ เป็นผลลัพธ์จากมันสมองของทีมวิศวกรและฝ่ายเทคนิคของ มาเซราติ Innovation Lab ที่เมืองโมเดนา โดยผสานเครื่องยนต์เบนซิน Turbo ขนาด 2.0 ลิตร เข้ากับ Altenator 48 โวลต์ และ Electronic Supercharged (e-Booster) พร้อมแบตเตอรี่รองรับ ให้แรงม้าสูงถึง 330 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 255 กม./ชม. พร้อมติดตั้งแบตเตอรี่บริเวณท้ายรถ เพื่อความสมดุล และมีน้ำหนักโดยรวมเบากว่า Ghibli Diesel ประมาณ 80 กิโลกรัม

New-Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

มาเซราติ กิบลี ไฮบริด ใหม่ นับเป็นก้าวแรกสู่การทำเทคโนโลยีไฮบริดมาใช้กับรถรุ่นอื่นๆ ในอนาคต อีกทั้งยังมีแผนเปิดตัวรุ่น กรันทูริสโม (GranTurismo) และ กรันคาบริโอ (GranCabrio) ขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนในปี 2021

ส่วนใครที่อยากขายรถ ไม่ว่าจะเป็นรถบ้าน รถมือสอง ก็สามารถปรึกษากับทางเราดูก่อนได้ เพียงแค่คุณขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Motorshow-Car-2020

“Motor Show 2020 (มอเตอร์โชว์ 2020)” หรือ The 41th Bangkok International Motor Show 2019 ภายใต้แนวคิด “แรงบันดาลใจ” หรือ “Inspiration Unlocks The Future” ในปีนี้แม้ว่าจะเจอวิฤกตโควิด-19 รุมเร้าจนต้องเลื่อนการจัดงานถึง 3 ครั้ง 3 หน แต่ในงานก็ยังมีรถรุ่นใหม่ๆ มาเปิดตัวกันหลายรุ่นด้วยกัน พร้อมกำหนดมาตรฐานใหม่ New Normal สำหรับผู้ร่วมงานทุกท่าน ที่ต้องเจอ “ไทยชนะ” กันทุกบูธเลย!

โดยผู้จัดงานจะเสริมความมั่นใจให้ผู้เข้าชม ด้วยการเตรียมจุดคัดกรองก่อนเข้าสู่ฮอลล์จัดแสดงอีก 1 ครั้ง รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายทางดวงตา (Eye Temperature) ที่มีความแม่นยำเป็นมาตรฐานสากล

ในขณะที่มาตรการเสริม เพื่อลดความแออัดของพื้นที่การจัดงาน ปรับเพิ่มพื้นที่ทางเดินทางกลางจาก 6 เมตร เป็น 10 เมตร และทางเดินระหว่างบูธจาก 3 เมตร เป็น 6 เมตร จัดพื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจเพื่อรองรับลูกค้าเพิ่มเติมกว่า 3,0005,000 ที่นั่ง ให้กับแต่ละแบรนด์รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพื่อจะสามารถกระจายลูกค้าที่ทำธุรกรรม สู่บริเวณพื้นที่โหลดดิ้ง ด้านหลังของอาคารชาเลนเจอร์ 2

และในส่วนของ CARRO จะขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2020 โดยบริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ต่างเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มากมาย CARRO ขอแนะนำให้ได้รู้จักรถรุ่นแต่มาในงานให้ได้ชมกันครับ …

เชิญพบกับรถยนต์ที่ร่วมงานจำนวนมากถึง 27 แบรนด์ หลากหลายประเทศ และรถจักรยานยนต์อีก 12 แบรนด์

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาโอกาสไปเดินเที่ยวกันจริงๆ ครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Show 2020 กันได้เลย

Toyota-Corolla-Cross-2020

Toyota Corolla Cross

Toyota-Hilux-Revo-Rocco-2020

Toyota Hilux Revo Rocco

Toyota-Fortuner-Legender

Toyota Fortuner Legender

Nissan-Kicks-e-POWER-2020

Nissan Kicks e-POWER

Honda-CR-V-2020

Honda CR-V

Mitsubishi-Xpander-Cross

Mitsubishi Xpander Cross

Mazda-CX-3-2020

Mazda CX-3

Mazda-CX-30-2020

Mazda CX-30

Mazda MX-5 RF

Suzuki-XL7

Suzuki XL7

Suzuki-Ciaz-2020

Suzuki Ciaz

Lexus-LM

Lexus LM

MG-ZS-2020

MG ZS

Mini-Rosewood-Edition

Mini Rosewood Edition

Aston-Martin-DBX

Aston Martin DBX

Audi-TT-RS

Audi TT RS

Audi-A5-Coupe

Audi A5 Coupe

Peugeot-2008

Peugeot 2008

BMW-X3-2020

BMW X3

Lamborghini-Huracan-EVO

Lamborghini Huracan EVO

Lamborghini-Aventador

Lamborghini Aventador

Land-Rover-Defender

Land Rover Defender

Porsche-Taycan

Porsche Taycan

ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจัดจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในเมืองไทย จัดงานเปิดตัวที่สุดแห่งแกรนด์ทัวริ่งซีดาน 4 ประตู สุดหรูสัญชาติอังกฤษ คงความหรูหราพร้อมการตกแต่งสุดร่วมสมัย อย่าง The All New Flying Spur (ดิออล์นิว ฟลายอิ้ง สเปอร์) ในงาน Private Preview of The New Flying Spur ในวันที่ 15-16 เมษายน 2563 ณ โชว์รูมเบนท์ลีย์ CTI Tower ถนนรัชดาภิเษก

แบรนด์เบนท์ลีย์นั้น ขยายความเข้มแข็งและเติบโต ในส่วนของ Brand Positioning ในเมืองไทยเป็นอย่างมาก โดยมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของปีนี้โมเดลรุ่นล่าสุดนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยมียอดสั่งจองเข้ามาต่อเนื่องก่อนการเปิดตัวในประเทศไทย และคาดการณ์ว่า จะมีผู้ที่สนใจมายลโฉมในงานกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟอย่างแน่นอน

สำหรับฟลายอิ้ง สเปอร์ เจ้าของวิวัฒนาการขุมพลังใหม่ 6 ลิตร เครื่องยนต์ทวิน เทอร์โบชาร์จ W12 นี้พร้อมแล้วสำหรับทุกการสั่งจอง โดยเบนท์ลีย์ แบงค็อก สนนราคาเริ่มต้นที่ 25.99 ล้านบาท

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

The All New Flying Spur

เป็นที่รู้กันเป็นอย่างดีกับสัญลักษณ์แห่งที่สุดในโลกแห่งยนตกรรมอย่าง Flying B มาสคอตของเบนท์ลีย์ ซึ่งจะถูกนำมาเพิ่มความหรูหราและผสานความร่วมสมัยเป็นครั้งแรกให้กับ The All New Flying Spur แกรน ทัวเรอร์ 4 ประตู สุดหรูสัญชาติอังกฤษ

Flying B มาสคอตของ Bentley ซึ่งจะถูกนำมาเพิ่มความหรูหราและผสานความร่วมสมัยเป็นครั้งแรกให้กับ The All New Flying Spur แกรน ทัวเรอร์ 4 ประตู ด้วยดีไซน์สุดล้ำสมัยตอบรับทศวรรษหน้า Flying B ออกแบบมาให้ฝังอยู่ภายใต้โลโก้ปีกนกของ Bentley บริเวณฝาประโปรงหน้า และสามารถปรับขึ้นมาเหนือฝากระโปรงได้

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

ในส่วนอนาคตของต้นแบบยนตกรรมหรู Flying B ได้ถูกนำมาใช้กับ Concept Car อย่าง EXP 100 GT ซึ่งถือเป็นไอคอนสุดอัจฉริยะ ด้วยฟังก์ชันเรืองแสง โดยสามารถปรับแสงตั้งแต่งกระจังหน้ารถ ผ่านตัวมาสคอต Flying B ตลอดจนตัวถังถึงห้องโดยสาร

Flying B ได้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อเกือบ 90 กว่าปีที่แล้ว กับโมเดลเครื่อง 8 ลิตร ปี 1930 ตัว Mascot ไม่ได้ถูกใช้ให้เป็นมาตรฐานในสมัยนั้น เพียงแต่เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเท่านั้น

Mascot แบบดั้งเดิมเป็นตัวอักษร B ประกบด้วยปีกนก และมีลักษณะแบนเรียบ ถือกำเนิดโดย W.O. Bentley ผู้ก่อตั้งบริษัท Bentley Motor ในปี 1919 ซึ่งเป็นเวลากว่า 100 ปี

เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี Mascot ได้ออกแบบใหม่ให้สามารถควบคุมและปรับแสงด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเชื่อมกับ Welcome Lighting และระบบกุญแจอัจฉริยะ เมื่อผู้ขับเข้าใกล้ตัวรถ

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

The All New Flying Spur รวมเอาความโฉบเฉี่ยวของสปอร์ตซีดาน และนิยามใหม่ของความหรูหราแบบร่วมสมัยเข้าด้วยกัน ซึ่งการออกแบบ การประกอบและวางระบบ รวมถึงงานฝีมือได้ถูกดำเนินการในประเทศอังกฤษ ประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ในการผลิตรถแกรนทัวร์เรอร์อันดับต้นๆ ของโลก

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

ประตูขนาดใหญ่ เปิด-ปิด ได้อย่างนุ่มนวล พร้อมระบบดูดอัตโนมัติ และ Welcome Light ส่องไปที่พื้น

The All New Flying Spur นั้นได้ถูกสรรค์สร้างมาให้นำเสนอดีไซน์ดั่งการแกะสลัก แต่คงไว้ซึ่งความทันสมัย และมีสัดส่วนโครงสร้างที่แข็งแรง ที่เป็นความโดดเด่น โครงสร้างของไฟหน้า LED ได้แรงบันดาลใจจากแก้วคริสตัล และล้อมไปด้วยแผ่นโลหะเคลือบโครเมียม พร้อมไฟท้ายแบบใหม่ถูกออกแบบมาเป็นรูป ตัวอักษร B อีกทั้งล้อใหม่ขนาด 22 นิ้ว

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

หัวใจหลักของเครื่องยนต์ The All New Flying Spur นั้นได้ใช้ระบบขับเคลื่อนใช้ขุมพลัง W12 สูบ ขนาด 6.0 ลิตร Twin Turbocharged ระบบเกียร์ดูโอคลัช 8 สปีด ให้พละกำลัง 635 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร

ทำความเร็วที่ 0-100 กม./ชม. ที่ 3.8 วินาที และ ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 333 กม./ชม.

ในส่วนของช่วงล้อนั้น The All New Flying Spur ได้เพิ่มความยาวขึ้น 130 มม. ส่งผลให้มีห้องโดยสารกว้างขึ้น

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

นอกจากนั้น ยังมีความวิจิตรบรรจง จากการตกแต่งโดยแผ่นไม้วีเนียร์ ทั้งแบบสีเดียว และแบบทูโทนให้เลือก โดยในส่วนออฟชั่นนั้น ยังรวมไปถึง การปักของเบาะหนัง Mulliner Driving Specification ในรูปแบบของเพชรอีกด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการปักลวดลายเพชร 3 ชั้นในส่วนประตูข้าง

ความโดดเด่นของเทคโนโลยี นั้น The All New Flying Spur ก็ไม่เป็นสองรองใคร ฝีมืออันประณีตบรรจงทีมวิศวกรรมชั้นครูก็ยังผสานความสบายและสนุกของผู้โดยสาร

ด้วยการรังสรรค์ หน้าจอดิจิตอลแบบทัชสกรีน (HD Digital) พร้อมกับหน้าปัดแบบ Rotating display ที่คอลโซลกลาง ขนาด 12.3 นิ้ว อันประดับไปด้วยไม้วีเนียร์ พร้อมไปด้วย รีโมตคอนโทรล ของหน้าจอทัชสกรีนที่ควบคุมคำสั่งได้จากผู้โดยสารด้านหลัง ภายในยังสามารถเลือกหลังคาแก้ว แบบพาโนรามิครูฟ ซึ่งมีความยาวตลอดหลังคารถได้อีกด้วย

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

แดชบอร์ดออกแบบให้ยาวและดูพลิ้วไหว คล้ายโลโก้รูปปีกนกของเบนท์ลีย์ ยังมีให้เลือก พร้อมสีที่สวยงดงามสง่า ที่เชื่อมต่อระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งยังมีออฟชั่นใหม่ล่าสุด Mood Lighting ที่สามารถเลือกสีไฟภายในสร้างบรรยากาศได้ถึง 7 สีด้วยกัน

พร้อมกับระบบช่วยเหลือการมองยามค่ำคืนที่เพิ่ม Head Up Display ที่ช่วยให้ผู้ขับสามารถโฟกัสถนนข้างหน้า Top View Camera กล้องติดรถคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นขณะขับขี่โดยรอบหรือจอดรถ และระบบถอยจอดรถอัตโนมัติอีกด้วย

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

เก้าอี้ใหม่ยังมีระบบฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ ระบบทำความร้อน, ระบบระบายอากาศ, ระบบเก้าอี้นวด ระบบปรับเบาะเอียงด้านบน ซึ่งมาพร้อมกับตัวเลือกของ Mulliner Driving Specification ที่ละเมียดละไมไปด้วย การปักและถักทอของปรมาจารย์ชั้นครูจากเบนท์ลีย์

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

ฃ่วงล่างของ The All New Flying Spur นั้น ถูกพัฒนาให้ใช้ระบบแอร์สปริงแบบสามห้อง ที่ประกอบไปด้วยลมกว่า 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ระบบนี้ส่งผลให้รถ สามารถเน้นการทำงานในระบบสปอร์ตได้ดีขึ้น เกาะพื้นถนนได้ดี ตามโหมดการทำงานที่ผู้ขับได้เลือก ในรุ่นใหม่นี้ยังเพิ่มในระบบฟีเจอร์ CDC (Continuous Damping Control) ที่ลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์อีกด้วย

ระบบเซ็นเซอร์รอบคัน ที่สามารถวัดระยะระหว่างแกนกลางกับตัวรถ ในกรณีที่ระบบจับความแตกต่างในระดับความสูงปรกติ ระบบอากาศ ในสปริงจะถูกฟื้นฟูให้เหมาะกับระดับปรกติอย่างสมบูรณ์

ระบบ Bentley Dynamic Ride System ได้ถูกออกแบบและพัฒนาระบบการทรงตัว และ ความนุ่มสบายมากขึ้น มาพร้อมกับการควบคุมของกระแสไฟ 48 โวลต์ โดยจัดการความหนึบแน่น ของเหล็กกันโคลงเพิ่มการเกาะตัวของรถ ตามคำสั่งของการเข้าโค้ง และปรับให้เสถียรเช่นเดิม

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

สำหรับท่านใดอยากขายรถ ในยุคที่ COVID-19 กำลังระบาด เพื่อลดความเสี่ยงในการพบปะผู้คนเวลาไปตีราคารถภายนอก สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หากเราย้อนกลับไปในช่วงยุค 2000 ตอนนั้นหลายกำลังตื่นเต้นกับความเป็นยุค “มิลเลนเนียม” หรือ “สหัสวรรษใหม่” และ “Y2K” กันเอามากๆ รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามาทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออินเตอร์เน็ต เป็นต้น

ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นในอดีตก็ยังถือว่ามีราคาที่แพงมากในการเข้าถึง เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์หรูๆ จากญี่ปุ่นหรือยุโรป ที่ต้องเรียกว่ามีราคาสูงมากเช่นเดียวกัน ในเวลานั้นหลายคนอาจจะยังเป็นเด็ก อาจจะเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ เงินเดือนยังไม่สามารถเป็นเจ้าของรถได้ ก็ต้องเก็บความอยากได้ ความชื่นชอบ เอาไว้ในใจ

เวลาผ่านไป 20 ปี (ปี 2563) รถหรูระดับ Mid-Size หรือ Full-Size เหล่านี้ ราคาก็ตกลงมามากแล้ว บางคันอาจจะถูกแบบเหลือเชื่อ ถูกกว่ารถ Eco-Car ในปัจจุบัน หรือราคาต่ำกว่าแสนด้วยซ้ำไป! แต่ว่าจะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจ ยังน่าเล่นในยุคนี้บ้าง MR.CARRO รวบรวมมาให้ชมกัน …

2000-Audi-A6

ภาพจาก Benny Thanutpon

1. Audi A6 2.4 Tiptronic ราคา 2,720,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท

สำหรับ Audi A6 (ออดี้ เอ6) ในรหัสรุ่น C5 ก็นับว่าเป็นรถยอดเยี่ยมอีกหนึ่งรุ่นนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2542 ซึ่งในเวลานั้น บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด เป็นผู้จำหน่าย Audi A6 รุ่นนี้ ขุมพลังแบบเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร V6 DOHC 30 วาล์ว 165 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

มีตัวเลือกทั้งรุ่นขับหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro และแบบ Avant ให้เลือก โดยเป็นการนำเข้าจากเยอรมนีเป็นหลัก ต่อมาในช่วงเดือนมิถุนายน 2543 จึงเพิ่มรุ่นประกอบในประเทศด้วย

2000-BMW-523-iA

ภาพจาก ซื้อขายรถยนต์นำเข้า รับจำนำรถยนต์

2. BMW 523iA (MY2000) ราคา 2,999,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 140,000 – 170,000 บาท

BMW Series 5 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5) รหัส E39 เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2540 เป็นรุ่นสุดท้ายที่ ยนตรกิจ ขายอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด ของ BMW จากเยอรมนี จะเข้ามาสานการขายต่อในปี 2541

สำหรับ BMW 523iA ในเวลานั้นถือว่าเป็นรถที่ขายดีมาก ภายในหรูหรา ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 6 สูบ 184 แรงม้า

2000-BMW-730iAL

ภาพจาก Boyd Saharat

3. BMW 730iAL ราคา 7,083,400 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 220,000 – 300,000 บาท

BMW Series 7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7) รหัส E38 เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2537 มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดไฮเทคในราคาที่แพงระยับในยุคนั้น โดยในรุ่นย่อย 730iAL จัดเป็นรุ่นที่มีระยะฐานล้อยาวเป็นพิเศษ นั่งสบายดั่งเครื่องบินเฟิร์สคลาส ในราคามือสองที่ถูกกว่าอีโคคาร์ สำหรับท่านประธานขี้เมื่อยโดยเฉพาะ

สำหรับรุ่นนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส M60B30 แบบ V8 DOHC 32 วาล์ว 215 แรงม้า

2000-Citroen-XM

ภาพจาก Motor 1

4. Citroen XM 3.0i V6 24 V ราคา 3,300,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 50,000 – 80,000 บาท

Citroen XM (ซีตรอง เอ็กซ์เอ็ม) กลายเป็นรถที่คนเล่นกันเฉพาะกลุ่มไปแล้ว สำหรับ XM ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราในแบบฝรั่งเศส ช่วงล่างแบบระบบไฮแดรกทีฟ ใช้เซ็นเตอร์ 5 ตัว คอยตรวจจับการทำงาน และปรับการทำงานของช่วงล่างตามสภาพถนนได้ ให้ความนุ่มนวลมากถึง 85% ตลอดระยะทางการขับขี่ เกาะถนน

เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกันยายน 2534 มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร, ขนาด 3.0 ลิตร และแบบ Break แวกอน ส่วนในรุ่น 3.0 ลิตร ที่เรานำมาเสนอนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส ZPJ แบบ V6 ที่ทำจากอลูมิเนียมทั้งหมด แรงม้าสูงสุด 170 แรงม้า

2000-Lexus-LS

5. Lexus LS400 ราคา 6,580,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 250,000 – 320,000 บาท

Lexus LS400 (เลกซัส แอลเอส 400) ที่สุดของความหรูหราในแบบฉบับญี่ปุ่น “ไม่ใช่แค่รถยนต์ เลกซัส ยานยนต์ปฏิวัติ” เพื่อลุยตลาดโลกของ Lexus หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Toyota Celsior (โตโยต้า เซลซิเออร์) เป็นรถรุ่นแรกที่ Toyota เลือกใช้แบรนด์ Lexus ส่งไปลุยตลาดยุโรป และอเมริกา ก่อนจะเปิดตัวขายในบ้านเราเป็นรุ่นชูโรงเมื่อปี 2535

ส่วนในรุ่นเจเนอเรชั่นที่ 2 (ที่พัฒนามาจากเจนฯ แรก) เผยโฉมกันในปี 2540 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร รหัส 1UZ-FE แบบ V8 DOHC 32 วาล์ว VVT-i 290 แรงม้า แถมยังมีระบบความปลอดภัยเพียบ ทั้งระบบเบรก ABS/EBD ระบบการควบคุมการทรงตัว VSC และระบบยึดเกาะถนน TRC เป็นต้น

2000-Mercedes-Benz-E-240

ภาพจาก Seven Car

6. Mercedes-Benz E 240 ราคา 3,950,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 280,000 – 330,000 บาท

Mercedes-Benz E-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส) รหัส W210 ขวัญใจอาเสี่ยในยุค 90 ที่ตอนนี้ราคาถูกกว่าอีโคคาร์ซะอีก แต่ได้ขับหรือนั่ง ก็ดูเท่กว่าเห็นๆ โดยในบ้านเราก็มีเจ้า เบนซ์ ตากลม รุ่นนี้ให้เลือกกันอยู่หลายรุ่นย่อย แต่ที่เรายกมาคันนี้ คือรุ่นย่อยที่แพงที่สุดในปี 2543 ซึ่งในบ้านเรามีทั้งรุ่นประกอบในประเทศ และรุ่นนำเข้าอย่าง E 240 2.6

สำหรับ E 240 ใช้ขุมพลังขนาด 2.4 ลิตร รหัส M112.911 แบบ V6 DOHC 24 วาล์ว 170 แรงม้า และในตัว E 240 2.6 เป็นแบบขนาด 2.6 ลิตร แบบ V6 DOHC 24 วาล์ว 170 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

2000-Mercedes-Benz-S-500-L

7. Mercedes-Benz S500L ราคา 13,100,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 580,000 – 700,000 บาท

Mercedes-Benz S-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส) รหัส W220 ที่สุดของความหรูหรา สำหรับ “ท่านประธาน” เท่านั้น! ขายในไทยตั้งแต่ปี 2541 มีรุ่นยอดนิยมในตลาดรถมือสอง อาทิเช่น S280, S 320 L และ S 500 L โดยรุ่นแพงที่สุดคงต้องเป็นรุ่นย่อย “S 500 L” ฐานล้อยาว สำหรับท่านประธานที่ชอบความสบายของการยืดขาสุดๆ มีเฉพาะรถนำเข้าเท่านั้น ในราคาออกใหม่หลักสิบล้าน! แต่ตอนนี้ราคาเท่าอีโคคาร์!

สำหรับ S 240 ใช้ขุมพลังขนาด 5.0 ลิตร รหัส M113 E50 แบบ V8 SOHC 24 วาล์ว 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 460 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เรียกว่าแรงสั่งได้เลยทีเดียว!

2000-Peugeot-605

8. Peugeot 605 SV 3.0 ราคา 2,275,890 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 70,000 – 90,000 บาท

Peugeot 605 (เปอโยต์ 605) อันนี้จัดว่าเป็นรถในระดับ Executive Car “The Leader of the Lions” รถธงของค่ายเปอโยต์ อันน่าภาคภูมิใจอีกรุ่น แม้ว่าคนเล่นรถส่วนใหญ่จะลืมไปแล้วก็ตาม … สำหรับ 605 ซึ่งในไทยมีขายทั้งรุ่นแรก และโฉมไมเนอร์เชนจ์เลย ซึ่งในตลาดโลกรุ่นนี้เลิกผลิตไปตั้งแต่ปี 1999 แต่ในราคาที่ทาง MR.CARRO อ้างอิงมา ในปี 2543 ยังคงมีขายเหลืออยู่ครับ

บ้านเรามีทั้งรุ่นขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 130 แรงม้า และขนาด 3.0 ลิตร รหัส แบบ V6 ที่ทำจากอลูมิเนียมทั้งหมด แรงม้าสูงสุด 170 แรงม้า ตัวเดียวกับใน Citroen XM นั่นแล …

2000-Toyota-Crown-Royal-Saloon

9. Toyota Crown 3.0 Royal Saloon เบาะหนังแท้ ราคา 3,750,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 270,000 – 350,000 บาท

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) เจเนอเรชั่นที่ 11 สะท้อนศักดิ์ศรี แห่งความเป็นเลิศ ในแบบฉบับญี่ปุ่น เป็นรถยอดนิยมของผู้บริหารของบริษัทญี่ปุ่นในไทย เปิดตัวในบ้านเราเมื่อปี 2543 มีทั้งรุ่น Royal Saloon เบาะผ้า และรุ่นเบาะหนังแท้ หรูหราในแบบญี่ปุ่น

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 2JZ-GE แบบ 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 294 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ETCS-i (Electronic Throttle Control System Intelligent) ช่วยให้การขับขี่ที่ต่อเนื่องและนุ่มนวล ทำงานเต็มกำลังและประหยัดน้ำมัน

2000-Volvo-S80

10. Volvo S80 ราคา 2,980,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท

Volvo S80 (วอลโว่ เอส80) ความหรูหราเรียบง่ายแบบสวีเดน ผสานกับการใช้สอยที่ลงตัว โดยโฉมนี้บ้านเราเปิดตัวในปี 2543 มีดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Volvo รุ่นที่แล้วๆ มา แต่ก็ยังคงความคลาสสิคเอาไว้

โฉมนี้ในบ้านเรามาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.3 ลิตร รหัส B5234T7 แบบ 5 สูบ DOHC 20 วาล์ว Light Pressure Turbo 193 แรงม้า

ถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ราคารถมือสอง 10 รุ่นข้างต้นนี้ เป็นราคารถยนต์มือสองที่ Update ณ เดือนมีนาคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาของราคารถมือสอง ในปี 2543

  • นิตยสารวัฏจักรรถ 2000 ปีที่ 11 (1) ฉบับที่ 597 (44) วันจันทร์ที่ 6 – 13 มีนาคม 2543
SUV-And-Crossover-In-Motor-Expo-2019

ในยุคปัจจุบัน ถ้าจะให้พูดถึงรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ รถยนต์ในรูปแบบ SUV, PPV และ Crossover นั้น เป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี (ดูได้จากยอดขายรถประเภทนี้ ย้อนหลังไป 7-8 ปีที่ผ่านมา) เพราะเป็นรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะไว้วิ่งในเมือง ไว้ออกต่างจังหวัด ลุยน้ำท่วม ขนสัมภาระมากมาย หรือเดินทางไปกับครอบครัวหลายคนก็ตาม

ในงาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019) นี้ บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ที่มีไลน์การผลิตรถแนว SUV, PPV และ Crossover ต่างรีบนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของตนออกสู่ตลาดโดยเร็ว เพื่อช่วงชิงยอดจองและยอดขาย ซึ่งในงาน Motor Expo 2019 จะมีรุ่นใดมาโชว์นั้น CARRO ขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกท่านดูกันได้เลยครับ …

1. Nissan X-Trail

Nissan-X-Trail-2019

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์เทรล) จัดเป็นรถ Crossover ที่เปิดตัวในบ้านเราตั้งแต่เมื่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีให้เลือกทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และแบบ Hybrid (ไฮบริด) รายแรกในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกันในประเทศไทย

เพิ่มฟังก์ชั่นมากมาย ตอบรับกับวิถีชีวิตคนเมือง เช่น ระบบเปิด-ปิด ประตูท้ายอัตโนมัติแบบระบบแฮนด์ฟรี หรือระบบเครื่องเสียงที่ให้ความบันเทิงรุ่นใหม่แบบ A-IVI และหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ มีให้เลือกทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง เป็นต้น

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิด 233 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร + มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร

ราคา

แบบเบนซิน

  • รุ่น 2.5S 2WD ราคา 1,350,000 บาท
  • รุ่น 2.5V 2WD ราคา 1,460,000 บาท
  • รุ่น 2.5VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท

แบบ Hybrid

  • รุ่น 2.0V 4WD Hybrid ราคา 1,537,000 บาท
  • รุ่น 2.0VL 4WD Hybrid ราคา 1,617,000 บาท

2. Subaru XV

Subaru-XV-GT-Edition-2019

Subaru XV (ซูบารุ เอ็กซ์วี) ได้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของแพลทฟอร์มใหม่ “Subaru Global Platform” ช่วยให้ขับรถได้อย่างสะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพในการควบคุมในระดับสูงสุด แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นกว่า 70% การสั่นสะเทือนลดลง และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำซึ่งยังผลให้การควบคุมรถมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Subaru XV มากับเครื่องยนต์เบนซินสูบนอน Boxer ขนาด 2.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงตรง Direct Injection ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมมาตร Symmetrical All-Wheel Drive และตัวช่วยอย่างระบบ X-MODE

ราคา

  • รุ่น 2.0i ราคา 1,234,221 บาท
  • รุ่น 2.0i-P ราคา 1,279,221 บาท
  • รุ่น GT Edition ราคา 1,338,000 บาท

3. Subaru Forester

Subaru-Forester-2019

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ Crossover SUV ที่มีเอกลักษณ์ในด้านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา หรือ Symmetical AWD โดยในงาน Motor Expo 2019 ซูบารุ ได้เปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศของ Forester อีกครั้ง

มาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อมฟังก์ชั่น X-Mode ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย เสริมระบบความปลอดภัยยุคใหม่ ระบบ Eyesight ประกอบด้วยระบบเบรคอัตโนมัติก่อนการชน ระบบปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนที่ ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนโดยไม่เจตนา และระบบเตือนมีมีรถแล่นมาจากด้านหลังขณะถอยรถ เป็นต้น

ราคา

รุ่น 2.0i-L ราคา 1,030,000 บาท (รวม Option Pack 1,330,000 บาท)
รุ่น 2.0i-S ราคา 1,060,000 บาท (รวม Option Pack 1,380,000 บาท)
รุ่น 2.0i-S Eyesight 1,145,000 บาท (รวม Option Pack 1,425,000 บาท)

*ราคารวมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 100,000 กม., บริการช่วยเหลือ 24 ชม./ 3 ปี, เซนเซอร์ถอยหลัง, เบาะหนังแท้

4. Honda CR-V

Honda-CR-V-2019

Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) ใหม่ รุ่น 5 ที่นั่ง นำเสนอเบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร  เปิดตัวครั้งแรกในงาน Motor Expo 2018

พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบครันในทุกรุ่น อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น

ราคา

  • รุ่น 2.4 S (5 ที่นั่ง) ราคา 1,359,000 บาท
  • รุ่น 2.4 ES 4WD (5 ที่นั่ง) ราคา 1,499,000 บาท
  • รุ่น 2.4 E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,409,000 บาท
  • รุ่น 2.4 EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,549,000 บาท
  • รุ่น DT-E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,559,000 บาท
  • รุ่น DT-EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,699,000 บาท

5. Mazda CX-8

All-New-Mazda-CX-8

All-New Mazda CX-8 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-8) งานนี้มาโชว์ตัวใน Motor Expo 2019 อย่างเป็นทางการ รถ Crossover อเนกประสงค์ SUV ระดับ Premium แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ถือเป็น Crossover SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความภูมิฐาน สง่างาม และความสมบูรณ์แบบ ตัวรถยาวขึ้น นั่งสบายทุกที่นั่ง ภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามจากคอนเซ็ปต์ “Less is More”

ให้การตอบสนองดีเยี่ยมด้วยขุมพลังของ 2 เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร 190 แรงม้า ปรับปรุงพัฒนาใหม่ โดยในรุ่นดีเซล XDL Exclusive 6 ที่นั่ง มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD และประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กม./ลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร 194 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงถึง 13.5 กม./ลิตร

ราคา

  • รุ่น 2.5 S ราคา 1,599,000 บาท
  • รุ่น 2.5 SP ราคา 1,699,000 บาท
  • รุ่น XDL ราคา 1,899,000 บาท
  • รุ่น XDL Exclusive ราคา 2,069,000 บาท

6. Mitsubishi Pajero Sport

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi Pajro Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) เปิดตัวในไทยเป็นที่แรกในโลก มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น เอาใจนักธุรกิจ ผู้บริหาร ที่มีครอบครัวแล้ว พร้อมปรับปรุงภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร MIVEC เทอร์โบดีเซล 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด กับเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้น ด้วยระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

ราคา

  • รุ่น 2.4 D GT ราคา 1,299,000 บาท
  • รุ่น 2.4 D GT-Premium 2WD ราคา 1,469,000 บาท
  • รุ่น 2.4 D GT-Premium 4WDราคา 1,599,000 บาท

7. MG ZS

MG-ZS-EV-2019

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) รถ Crossover SUV เพื่อชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด มาพร้อมระบบอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ครั้งแรกในโลก รูปลักษณ์โดดเด่นสไตล์ บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่ให้ความหรูหราทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น ห้องโดยสารสะดวกสบาย กว้างขวาง พร้อมระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System 9 ระบบ

New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ รหัส 15S4C ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

และยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ MG ในไทยด้วย กับ New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ขุมพลังจากแบตเตอรี่ลิเธี่ยม ไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh วิ่งได้ไกลกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที

ราคา

  • รุ่น 1.5 C ราคา 679,000 บาท
  • รุ่น 1.5 D ราคา 729,000 บาท
  • รุ่น 1.5 X Sunroof ราคา 789,000 บาท
  • รุ่น EV ราคา 1,190,000 บาท

8. MG HS

MG-HS-2019

All-New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยที่ครบครันมากยิ่งขึ้น

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้แรงม้าสูงสุด 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

ราคา

  • รุ่น C ราคา 919,000 บาท
  • รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
  • รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

9. Chevrolet Captiva

Chevrolet-Captiva

All-New Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) ใหม่ จัดเป็นรถอเนกประสงค์ Crossover SUV ขนาดใหญ่คุ้มค่าที่สุดในตลาด ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายผู้ที่สนใจ รถอเนกประสงค์ขนาด Compact สามารถเป็นเจ้าของรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ได้ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย และการใช้งานแบบรถอเนกประสงค์ SUV ขนาดใหญ่

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (1,451 ซีซี) DOHC Turbo DVVT ให้แรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า (105 กิโลวัตต์) ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด พร้อม Mode Shift Control รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10

ราคา

  • รุ่น LS ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 999,000 บาท (เพิ่ม 30,000 บาท สำหรับรุ่น 7 ที่นั่ง)
  • รุ่น LT ราคา 1,099,000 บาท
  • รุ่น Top สุด Premier ราคา 1,199,000 บาท

10. Peugeot 3008 & 5008

Peugeot-3008

Peugeot 3008 และ 5008 (เปอโยต์) ค่ายรถจากแดนน้ำหอม หลังจากกลับมารุกตลาดในไทยอีกครั้ง ด้วยตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่ ก็พร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ด้วย SUV 2 รุ่น คือ Peugeot 3008 SUV 5 ที่นั่ง และ 5008 SUV 7 ที่นั่ง มาโชว์ในงาน Motor Expo 2019 ทันที

มาพร้อมห้องโดยสาร ‘i-Cockpit’ สุดล้ำ พวงมาลัยขนาดกะทัดรัด และมีตำแหน่งการขับที่ดีเยี่ยม และดีไซน์ร่วมสมัย

ราคา

  • รุ่น 3008 Active ราคา 1,549,000 บาท
  • รุ่น 3008 Allure ราคา 1,699,000 บาท
  • รุ่น 5008 Active ราคา 1,749,000 บาท
  • รุ่น 5008 Allure ราคา 1,899,000 บาท

11. BMW X3

BMW-X3-M-2019

BMW X3 M (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์3 เอ็ม) ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2019! และยังเป็นครั้งแรกของตระกูล M ที่เปิดตลาดใหม่ จับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์อเนกประสงค์ Mid-Size Sports Activity Vehicle (SAV) ควบด้วยความทรงพลังแบบ BMW M

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ 6 สูบเรียง 480 แรงม้า สามารถทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.2 วินาที โลดแล่นสู่ความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. พร้อมสุดยอดโครงสร้างแชสซีส์ในสไตล์รถแข่งสุดดุดัน และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive

ราคา

– BMW X5 xDrive40e Pure Experience ราคา 4,399,000 บาท (รวม BSI ราคา 4,439,000 บาท)
– BMW X5 xDrive40e M Sport ราคา 4,699,000 บาท (รวม BSI ราคา 4,739,000 บาท)

12. Audi Q3

Audi-Q3-Sportback

Audi Q3 (อาวดี้ คิว3) ที่เป็นดาวเด่นของ Audi ในงาน Motor Expo 2019 จัดเป็น SUV รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีความสมบูรณ์ทุกด้าน ทั้งขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นทุกมิติ เพิ่มความกว้างขวาง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และการเข้าออกตัวรถ

การออกแบบด้านหน้า ในห้องโดยสารควบคุมด้วยระบบ MMI Radio Plus พร้อมหน้าจอแบบสัมผัส และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Smartphone Interface รองรับ Android และ Apple CarPlay

ราคา

  • รุ่น Q3 35 TFSI ราคา 2,299,000 บาท
  • รุ่น Q3 35 TFSI S line ราคา 2,499,000 บาท
  • รุ่น Q3 Sportback 35 TFSI S line ราคา 2,649,000 บาท

13. Range Rover Evoque

Range-Rover-Evoque-2019

Range Rover Evoque (เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค) ใหม่ SUV สำหรับคนเมืองที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง ยังมาพร้อมตัวเลือกของเครื่องยนต์ทั้งแบบระบบไฟฟ้า Plug-In Hybrid และดีเซล Ingenium

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ Range Rover Evoque จากรุ่นก่อนหน้านี้ ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 ด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 772,096 คัน กวาดรางวัลระดับนานาชาติมากว่า 217 รางวัล ตัวใหม่นี้คือวิวัฒนาการอีกขั้น ที่มาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยในปัจจุบัน

ราคา

  • ราคาเริ่มต้นที่ 3,999,000 บาท

14. Porsche Cayenne Coupe 

Porsche-Cayenne-Coupe

Porsche Cayenne Coupe (ปอร์เช่ คาเยนน์ คูเป้) รถสปอร์ตอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดจากปอร์เช่ ที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตาด้วยแนวหลังคาที่ลาดลงมาจรดท้ายรถ สะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต 4 ที่นั่ง

สปอร์ตเต็มพิกัดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ Turbo ขนาด 3.0 ลิตร 340 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 243 กม./ชม. ติดตั้งอุปกรณ์มาตราฐาน ระบบความบันเทิงและการติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management รุ่นล่าสุด พร้อมระบบ Apple CarPlay และ ระบบเครื่องเสียง BOSE Surround Sound System

ราคา

  • Porsche Cayenne Coupe ราคาเริ่มต้นที่ 8.6 ล้านบาท
  • Porsche Cayenne e-Hybrid Coupe ราคาเริ่มต้นที่ 6.5 ล้านบาท

15. Lamborghini Urus

Lamborghini-Urus

Lamborghini Urus (ลัมโบร์กีนี อูรุส) เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในรูปแบบรถ Super SUV ขนาด 5 ที่นั่ง เน้นดีไซน์และสมรรถนะตามฉบับ Lamborghini ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งเน้นความสปอร์ต ใช้ระบบอินโฟเทนเม้นท์ Lamborghini Infotainment System (LIS) พร้อมจุดเด่นอย่างโหมดการขับขี่ระบบ Tamburo ที่มีโหมดการขับขี่ให้ 6 โหมด

ช่วงล่างเป็นแบบ Adaptive Air Suspension พร้อม Active Damping และ Active Roll Stabilization ใช้จานเบรกคาร์บอนเซรามิคขนาด 440 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 10-Pot ด้านหน้า และขนาด 370 มม. ในด้านหลัง ให้ระยะเบรก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ 33.7 เมตร

มาพร้อมขุมพลัง V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 650 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร ที่ 2,250 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.6 วินาที ต่อเนื่องจนถึง 200 กม./ชม. ในเวลา 12.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 305 กม./ชม.

ราคา

– Lamborghini Urus ราคา 23,420,000 บาท

Motorshow-2019-Car

“Motor Show 2019 (มอเตอร์โชว์ 2019)” หรือ The 40th Bangkok International Motor Show 2019 ภายใต้แนวคิด “สุนทรีย์ภาพทางอารมณ์” หรือ “Enjoyment of Automobiles” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ล่าสุด รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2019 โดยบริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ต่างเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มากมาย CARRO ขอแนะนำให้ทุกท่านรูปร่างหน้าตา ของแต่ละรุ่นให้ชมกันครับ …

ในส่วนของรถไฟฟ้า ปีนี้เราได้แยกออกมาเป็นกลุ่มใหม่ สามารถดูรายละเอียดได้ใน Link นี้ครับ – https://blog.carro.co/electric-cars-in-motorshow/

เชิญพบกับรถยนต์ที่ร่วมงานจำนวนมากถึง 33 แบรนด์ หลากหลายประเทศ และรถจักรยานยนต์อีก 16 แบรนด์

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาโอกาสไปเดินเที่ยวกันจริงๆ ครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Show 2019 กันได้เลย

Toyota-GR-Supra

Toyota GR Supra

Toyota-Commuter-2019

Toyota Commuter

Lexus-UX-250h-2019

Lexus UX

Honda-Accord-2019

Honda Accord

Mitsubishi-Xpander

Mitsubishi Xpander

Mitsubishi-e-Evolution-Concept

Mitsubishi e-Evolution Concept

Nissan-GT-R

Nissan GT-R

Mazda-KAI-Concept

Mazda KAI Concept

McLaren-720S-Spider

McLaren 720S Spider

Aston-Martin-DBS-Superleggera

Aston Martin DBS Superleggera

Aston-Martin-Valkyrie

Aston Martin Valkyrie

Maserati-Quattroporte-2019

Maserati Quattroporte

Mini-Cooper-S-60-Years-Edition

Mini Cooper S 60 Years Edition

Lamborghini-Huracan-EVO

Lamborghini Huracan EVO

Audi-Q8

Audi Q8

Mercedes-Benz-S-560-e-2019

Mercedes-Benz S 560 e

Porsche-911-Carrera-S-2019

Porsche 911 Carrera S

Bentley-Continental-GT-Convertible

Bentley Continental GT Convertible

ขอขอบคุณภาพจาก Bangkok-Motorshow

Toyota-Century-2018

รถสุดหรูอันดับ 1 ของญี่ปุ่น เปิดตัวโฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ในรอบ 21 ปี

Toyota-Century-2018

Toyota Century (โตโยต้า เซ็นจูรี่) ถือเป็นรถเรือธงของโตโยต้า นับตั้งแต่ปี 1967 เป็นที่สุดของความหรูหราในแบบฉบับญี่ปุ่น และถือเป็นสัญลักษณ์ของรถสุดหรูของญี่ปุ่นอีกหนึ่งรุ่น ชื่อรุ่นมาจากภาษาอังกฤษ ที่แปลว่า “ศตวรรษ” (100 ปี ของ Sakichi Toyoda ผู้ก่อตั้งบริษัท Toyota) และประกอบรถรุ่นนี้ด้วยมือ … ในไทยก็มีรถรุ่นนี้อยู่หลายคัน

https://www.youtube.com/watch?v=Ui_qVhaLip0

ออกจำหน่ายครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 1967 ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมกับปรับโฉมเล็กน้อยอีกหลายครั้ง และเปลี่ยนเครื่องยนต์ V8 เป็นขนาด 3.4 ลิตร และ 4.0 ลิตร กระทั่งในเดือนเมษายน 1997 จึงออกเจเนอเรชั่นที่ 2 มา อัดเทคโนโลยีอันทันสมัยอย่างเต็มที่ พร้อมใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.0 ลิตร และคงหน้าตาโบราณไว้เช่นเดิม มากว่า 2 ทศวรรษ …

Toyota-Century-2018

หลังจากที่ได้เผยโฉม Toyota Century Concept ไปในงาน Tokyo Motor Show 2017 ที่ผ่านมา โตโยต้า ได้เวลาเตรียมนำเสนอ Century เจเนอเรชั่นที่ 3 ใหม่หมดจด ในเดือนนี้

Toyota-Century-2018

ตัวรถออกแบบและตกแต่งสไตล์อนุรักษ์นิยม แสดงให้เห็นถึงงานฝีมือคุณภาพชั้นสูงของชาวญี่ปุ่น แต่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเต็มที่ อาทิเช่น ไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมระบบปรับไฟหน้าอัตโนมัติ Adaptive High Beam System (AHS), พร้อมไฟ LED Daytime Running Lights, ชายล่างประดับด้วยแถบโครเมี่ยมรอบคัน และไฟท้ายแบบ LED เสริมขอบโครเมี่ยม ระบบช่วงล่างเป็นแบบถุงลมควบคุมด้วยไฟฟ้า พร้อมล้อแม็กขนาด 18 นิ้วและยางขนาด 225/55R18 98H

มิติตัวถัง ความยาว 5,335 มม. กว้าง 1,930 มม. สูง 1,505 มม. ระยะฐานล้อ 3,090 มม.

Toyota-Century-2018

ออกแบบภายใต้หลักการ “Monozukuri” (“โมโนซุคุริ”) คือการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ และประณีต ตามสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม

Toyota-Century-2018

ห้องโดยสารภายในยังหรูหรา มีพื้นที่ภายในที่กว้างกว่าเดิม คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยลายไม้ชั้นดี เบาะนั่งภายในเลือกได้ 2 แบบ คือ เบาะผ้ากำมะหยี่สีเทาอ่อนคุณภาพสูง ทำจากขนสัตว์ 100% และยังมีเบาะหนังแท้ให้เลือก

Toyota-Century-2018

ในส่วนของเบาะที่นั่งด้านหลังมีเพียง 2 ที่นั่ง มาพร้อมระบบอุ่นและนวดตัว มีระบบความบันเทิงด้วยหน้าจอขนาด 16 นิ้ว พร้อมระบบควบคุมผ่านจอ LCD ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ T-Connect ตรงกลางคอนโซลหลัง สามารถควบคุมเครื่องปรับอากาศและที่นั่งได้ทุกที่นั่ง

Toyota-Century-2018

เบาะหลังยังปรับได้ด้วยไฟฟ้า มีระบบนวด และม่านไฟฟ้า พร้อมโต๊ะเขียนหนังสือและไฟส่องแบบ LED กับระบบเครื่องเสียงพรีเมี่ยมพร้อมลำโพงอีก 20 ตัว และฝากระโปรงท้าย สามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 484 ลิตร (ตามการวัดของ VDA)

Toyota-Century-2018

สำหรับเครื่องยนต์ถูกแทนที่ด้วยขุมพลังใหม่แบบ Hybrid ขนาด 5.0 ลิตร รหัส 2UR-FSE แบบ V8 DOHC 32 วาล์ว D4-S ที่ยกมาจาก Lexus LS600h โฉมที่แล้ว ให้แรงม้าสูงสุด 381 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 510 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พ่วงด้วยระบบไฮบริด Toyota Hybrid System II มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว 224 แรงม้า รวมแรงม้าสูงสุดถึง 431 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 13.6 กม./ลิตร

Toyota-Century-2018

ระบบความปลอดภัย นอกจากโครงสร้างนิรภัยและระบบเก็บเสียงรบกวนจากภายนอก ก็มีการติดตั้งชุดระบบ “Toyota Safety Sense P” ประกอบด้วย ระบบป้องกันการชนด้านหน้า, ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ, ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบเตือนมุมอับสายตา และระบบ HelpNet ที่โทรออกฉุกเฉินเพื่อรับการช่วยเหลือได้ ในกรณีถุงลมนิรภัยทำงาน เป็นต้น

Toyota-Century-2018

มาพร้อมกับราคา 19,600,000 เยน (ประมาณ 5.8 ล้านบาท) พร้อมกับตั้งยอดขายไว้ที่ 50 คัน/เดือน จับกลุ่มลูกค้าผู้บริหารระดับสูง อายุ 50 ปีขึ้นไป

แม้ว่ารุ่นนี้จะทำตลาดเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น สำหรับในบ้านเรา คาดว่ามีนำเข้ามาโดย โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย นำเข้าตาม Order เฉกเช่นในอดีต ที่นำเข้ามาตามการสั่งของบริษัทญี่ปุ่นใหญ่ๆ ในไทย หรือสถานฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อไว้ให้รองรับกับผู้บริหารระดับสูง ที่นิยมรถสไตล์อนุรักษ์นิยมแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่มาทำงานในไทยครับ

Motor-Show-2018-Accessories

Motor Show 2018 เต็มที่กับอุปกรณ์ตกแต่ง รถแต่งซิ่งแต่งสวย และเครื่องเสียงติดรถ

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39” หรือ The 39th Bangkok International Motor Show 2018 ภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว” หรือ “Revolution in Motion” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยงานมอเตอร์โชว์ 2018 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

นอกจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่มาร่วมงานในงานนี้มากมายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขายไม่ได้สำหรับงาน มอเตอร์โชว์ ทุกๆ ปี นั่นคืออุปกรณ์ประดับยนต์ต่างๆ อาทิเช่น กล้องติดรถยนต์ ฟิล์มกรองแสง ล้อแม็ก ยางรถยนต์ เครื่องเสียงติดรถ หมวกกันน็อค หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดรถ ที่มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย และกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่มาเดินเที่ยวชมงานได้เสียเงินเลือกซื้อ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน …

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาโอกาสไปเดินเที่ยวกันจริงๆ ครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศของ รถแต่ง ของแต่งรถ และเครื่องเสียงติดรถ ในงาน Motor Show 2018 กันได้เลย

Sound-Motorshow2018

มุมเครื่องเสียง

Sound-Motorshow2018

มุมเครื่องเสียง

Sound-Motorshow2018

มุมเครื่องเสียง

Sound-Motorshow2018

มุมเครื่องเสียง

Sound-Motorshow2018

ชุดลำโพง (ตู้ซับเบส) ติดรถยนต์

Sound-Motorshow2018

มุมเครื่องเสียงติดรถยนต์

Sound-Motorshow2018

มุมเครื่องเสียงติดรถยนต์

Sound-Motorshow2018

ชุดลำโพง (ตู้ซับเบส) ติดรถยนต์

Accessories-Motorshow2018-1

ทางเข้ามุมอุปกรณ์ตกแต่ง

Accessories-Motorshow2018-1

มุมอุปกรณ์ตกแต่ง

Accessories-Motorshow2018

กล้องติดหน้ารถ ถูกๆ เพียบ!

Accessories-Motorshow2018

ล้อที่พี่หมื่น เลือกใช้ …

Accessories-Motorshow2018

โช๊คอัพหลากหลายแบบ ให้เลือก

Accessories-Motorshow2018

ยางติดรถยนต์สารพัดแบบ

Accessories-Motorshow2018

เคลือบแก้วกันฝุ่น

Nissan-Cefiro-Club

Nissan Cefiro Club

Nissan-Cefiro-Club

Nissan Cefiro Club

Nissan-Cefiro-Club

Nissan Cefiro Club

Nissan-Cefiro-Club

Nissan Cefiro Club

Nissan-Cefiro-Club

Nissan Cefiro Club

Car-In-Motorshow-2018

Motor Show 2018 จัดเต็มทั้งรถต้นแบบ รถไฟฟ้า รถแต่ง นวัตกรรมยานยนต์ และพริตตี้สาวสวย

Volvo-Motorshow-2018

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39” หรือ The 39th Bangkok International Motor Show 2018 ภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว” หรือ “Revolution in Motion” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยงานมอเตอร์โชว์ 2018 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่ปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2018 โดยบริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ต่างเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กันหลายค่าย CARRO ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

เชิญพบกับรถยนต์ที่ร่วมงานจำนวนมากถึง 30 แบรนด์ หลากหลายประเทศ และรถจักรยานยนต์อีก 15 แบรนด์

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาโอกาสไปเดินเที่ยวกันจริงๆ ครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Show 2018 กันได้เลย

Nissan-GT-R

Nissan GT-R

Toyota-C-HR

Toyota C-HR

Toyota-Alphard

Toyota Alphard (Minorchange)

Honda-Civic-Hatchback-Red

Honda Civic Hatchback RED

Honda-Clarity-Fuel-Cell

Honda Clarity Fuel Cell

Mazda3

Mazda3

Mitsubishi-eX-Concept

Mitsubishi eX Concept

Suzuki-Swift

Suzuki Swift

Isuzu-D-Max-X-Series

Isuzu D-Max X-Series

Mercedes-Benz-E-200-Coupé-AMG-Dynamic

Mercedes-Benz E 200 Coupé AMG Dynamic

Mercedes-Benz-CLS-300-d-AMG-Premium

Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium

Audi-A8-L

Audi A8 L

Aston-Martin-V8-Vantage

Aston Martin V8 Vantage

Jaguar-E-Pace

Jaguar E-Pace

Maserati-Ghibli

Maserati Ghibli

Rolls-Royce-Phantom

Rolls-Royce Phantom

BMW-X2

BMW X2

BMW-M4

BMW M4 CS

BMW-M5

BMW M5

BMW-530i-M-Sport

BMW 530i M Sport

Ford-Ranger-Raptor

Ford Ranger Raptor

Chevrolet-Colorado-High-Country-Storm

Chevrolet Colorado High Country Storm

Fomm-EV

Fomm EV

BYD-e6

BYD e6

Hyundai-Ioniq

Hyundai Ioniq

Toyota-Alphard-Vellfire-2018

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แนะนำ Toyota Alphard 3.5 VIP, 2.5 Hybrid และ Vellfire 2.5 รุ่นปรับโฉมใหม่ ด้วยแนวคิด “My Vision My Decision”

Toyota-Alphard-2018

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับหรู Toyota Alphard (โตโยต้า อัลฟาร์ด) อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี 2552 ด้วยการใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียด ทั้งภายในและภายนอกอย่างประณีต ซึ่งผ่านการทดสอบคุณภาพรถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย

Toyota-Alphard-2018

ต่อมาในปี 2558 ได้แนะนำโตโยต้า อัลฟาร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 3 ประกอบด้วยรุ่นอัลฟาร์ด 3.5 VIP และ อัลฟาร์ด 2.5 ไฮบริด พร้อมทั้งแนะนำ โตโยต้า เวลไฟร์ 2.5 เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราที่มาพร้อมความสปอร์ต

Toyota-Vellfire-2018

โตโยต้า อัลฟาร์ด และเวลไฟร์ รุ่นปรับโฉมใหม่ สะท้อนความสมบูรณ์แบบเหนือระดับ ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่น และความสะดวกสบายครบครันอันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับความพิเศษสำหรับลูกค้าในประเทศไทยโดยเฉพาะ กับชุดแต่งสเกิร์ตด้านหน้าและด้านหลัง อุปกรณ์บริหารหลังแบบไฟฟ้า กล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวี อีกทั้งระบบ T-connect Telematics

Toyota-Vellfire-2018

เพื่อเป็นการขอบคุณและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า จึงขอมอบข้อเสนอพิเศษ ด้วยการขยายเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีค่าแรงเช็คระยะถึง 100,000 กม. หรือ 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

อัลฟาร์ด รุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ไฮบริด มาพร้อมความคุ้มครองที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วย Hybrid Worry Free กับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำและคุณภาพระบบไฮบริดของโตโยต้า

สำหรับรุ่นอัลฟาร์ด 3.5 VIP มาพร้อมขุมพลังใหม่ V6 24วาล์ว DOHC Chain Drive VVT-iW และ D-4S เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อม Direct Shift เพื่อสมรรถนะเต็มกำลังและประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ในรุ่นเวลไฟร์ 2.5 ยังได้เพิ่มสีใหม่ Steel Bronze Metallic เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

โตโยต้า อัลฟาร์ด และ เวลไฟร์ รุ่นปรับโฉมใหม่

Toyota-Vellfire-2018

I. ดีไซน์ภายนอกใหม่เป็นเอกลักษณ์

– กระจังหน้าโครเมียมใหม่ … ดีไซน์หรู
– ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟ Daytime Running Lights และไฟเลี้ยวหน้า-หลังแบบ Sequential …
– ไฟตัดหมอก …
– ชุดไฟท้ายแบบ LED …
– ล้ออัลลอย …

Toyota-Alphard-Vellfire-Guarantee

– ป้ายติดกระจกหลัง “Officially Authorized By Toyota Motor Thailand Co., Ltd.” และ “10-Year Hybrid Battery Guarantee” … นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

Toyota-Alphard-2018 Toyota-Alphard-2018 Toyota-Alphard-2018

II. ดีไซน์ภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

– โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายใน … ทั้งลายไม้ภายในตัวรถ สีมาตรวัดความเร็ว และการตกแต่งของลายเบาะหนัง* (เฉพาะรุ่น 3.5 VIP)
– อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) … รองรับการชาร์จไฟตามมาตรฐาน Qi (เฉพาะอุปกรณ์ที่รองรับและขนาดที่กำหนด)
– ไฟอ่านหนังสือบริเวณเบาะนั่งด้านหลังแถวที่ 1 … สำหรับผู้โดยสาร
– เบาะนั่งแบบ Seat Ventilator & Heater บริเวณเบาะนั่งคู่หน้าและเพิ่มระบบบริหารหลังไฟฟ้า Air Lumba Pro ในอัลฟาร์ด 2.5 ไฮบริด และเวลไฟร์ 2.5 …
– กล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวี …

Toyota-Vellfire-2018

III. ระบบความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ

– ไฟตัดหมอกด้านหลัง … เพิ่มความชัดเจนในการมองเห็นแก่ผู้ร่วมทาง
– ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) … หากมีรถอยู่ในมุมอับสายตาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยกระจกมองข้าง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่กระจกมองข้างด้านนั้นๆ เพื่อให้ผู้ขับระมัดระวังในการเปลี่ยนเลน
– กระจกมองหลังแบบดิจิตอล (Digital Rear View Mirror) … พร้อมฟังก์ชั่นตัดแสงอัตโนมัติ (EC Mirror)

Toyota-Vellfire-2018

IV. ระบบ T-Connect Telematics เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์

– Find My Car เช็คตำแหน่งรถผ่านแอพพลิเคชั่น Find My Car หรือ Apple Watch
– Stolen Vehicle Tracking ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม
– SOS Emergency Service ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางกรณี)
– Parking Alert ระบบแจ้งเตือนผ่าน Notification เมื่อรถถูกสตาร์ท หรือเคลื่อนที่
– Pay As You Drive ประกัน “ขับน้อย จ่ายน้อย” ข้อเสนอการคุ้มครองสุดพิเศษให้คุณจ่ายตามการใช้งานจริง
*สำหรับการทำประกันภัยกับบริษัทฯ ที่กำหนดไว้เท่านั้น
– My Toyota Wi-Fi เชื่อมต่อความบันเทิงพร้อมกันสูงสุด 9 อุปกรณ์ *ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็กเกจ
– Navigator ระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจร
– OPS (Operator Service) ผู้ช่วยค้นหาเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการจองร้านค้าชั้นนำ

Toyota-Vellfire-2018

โตโยต้า อัลฟาร์ด และ เวลไฟร์ กับสีรถที่มีให้เลือก

Steel Bronze Metallic (ใหม่) / White Pearl Crystal / Burning Black ในเวลไฟร์

และ White Pearl Crystal / Luxury White Pearl Crystal / Black ในอัลฟาร์ด

ราคา / Price

Vellfire 2.5 ราคา 3,809,000 บาท
Alphard 2.5 Hybrid ราคา 3,939,000 บาท
Alphard 3.5 VIP ราคา 5,429,000 บาท

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน และชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ พร้อมค่าติดตั้งโดยบริษัท TAC จำกัด*

(*เวลไฟร์ 2.5 และ อัลฟาร์ด 2.5 ไฮบริด มูลค่า 62,000 บาท // อัลฟาร์ด 3.5 VIP มูลค่า 47,000 บาท)