Carro-Suzuki-Car-Price-List-2020

รวมราคารถใหม่ Suzuki (ซูซูกิ) ทุกรุ่น Update 12/2/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 Suzuki (ซูซูกิ) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Suzuki-Celerio

Celerio

  • GA MT ราคา 328,000 บาท
  • GL MT ราคา 408,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 437,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 3,000 บาท

Suzuki-Ciaz

Ciaz

  • GA MT ราคา 484,000 บาท
  • GL MT ราคา 523,000 บาท
  • GL Plus CVT ราคา 568,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 625,000 บาท
  • RS CVT ราคา 675,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 5,000 บาท

Suzuki-Ciaz

New Suzuki Ciaz 2020

  • GL MT ราคา 523,000 บาท
  • GL CVT ราคา 559,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 625,000 บาท
  • RS CVT ราคา 675,000 บาท

*หมายเหตุ : เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงราคาที่เหมาะสมพร้อมสัมผัสกับที่สุดของความคุ้มค่า ในราคาพิเศษเฉพาะช่วงแนะนำ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 5,000 บาท

Suzuki-Swift

Swift

  • GL CVT ราคา 536,000 บาท
  • GL Sports CVT ราคา 541,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 609,000 บาท
  • GLX-Navi CVT ราคา 629,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 5,000 บาท

New-Suzuki-Swift-2021

Swift 2021

  • GL CVT ราคา 557,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 629,000 บาท

Suzuki-Ertiga-2019

Ertiga

  • GL AT ราคา 659,000 บาท
  • GX AT ราคา 725,000 บาท

All-New-Suzuki-XL7-2020-1

XL7 2020

  • GLX ราคา 779,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก Pearl Snow White (ZQZ) เพิ่มเงิน 5,000 บาท

All-New-Suzuki-Carry-2019

Carry

  • Pickup ราคา 385,000 บาท

Suzuki-Jimny-Sierra-2019

Jimny

  • MT (Monotone) ราคา 1,550,000 บาท
  • MT (Two-Tone) ราคา 1,580,000 บาท
  • AT (Monotone) ราคา 1,650,000 บาท
  • AT (Two-Tone) ราคา 1,680,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Suzuki ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/suzuki-new-car-promotion/

Nissan-Car-Price-List-2020

รวมราคารถใหม่ Nissan (นิสสัน) Update 4/6/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 Nissan (นิสสัน) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Nissan-March

March

  • 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท
  • 1.2 E MT ราคา 480,000 บาท
  • 1.2 S CVT ราคา 495,000 บาท
  • 1.2 EL CVT ราคา 510,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

All-New-Nissan-Almera-2020

All-New Almera 2020

  • รุ่น S ราคา 499,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น EL ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น V Sportech ราคา 629,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 639,000 บาท
  • รุ่น VL Sportech ราคา 659,000 บาท
  • รุ่น N Sport ราคา 650,000 บาท

Nissan-Note-2020

Note 2020

  • 1.2 E CVT ราคา 530,000 บาท
  • 1.2 V CVT ราคา 565,000 บาท
  • 1.2 VL CVT ราคา 595,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Nissan-Leaf-2019

Leaf

  • Leaf ราคาพิเศษ 1,499,000 บาท

Nissan-GT-R

GT-R

  • GT-R ราคา 10,700,000 บาท
  • GT-R 50th Anniversary ราคา 11,300,000 บาท

Nissan-Kicks-ePower-2020

Kicks e-POWER 2020

  • รุ่น S ราคา 889,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 999,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาว Storm White (เพิ่มเงิน 10,000 บาท), สีส้ม Monarch Orange (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

**ราคานี้ มีผลถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

สีทูโทน หลังคาสีดำ (เฉพาะรุ่น VL) อีก 4 สี

  • สีขาว Storm White – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีส้ม Monarch Orange – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีแดง Radiant Red – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีเทา Gun Metallic – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

Nissan-Terra-2019

Terra

  • 2.3 V 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.3 VL 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.3 VL 4WD ราคา 1,459,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Nissan-Navara-Black-Edition-2019

Navara

Single Cab

  • SL 6MT ราคา 559,500 บาท
  • SL 6MT 4WD ราคา 655,000 บาท
  • SWB 6MT ราคา 769,000 บาท

King Cab

  • S 6MT ราคา 637,000 บาท
  • E 6MT ราคา 667,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 799,500 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 790,000 บาท

Double Cab

  • S 6MT ราคา 693,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 840,500 บาท
  • Calibre EL 6MT ราคา 869,000 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 877,000 บาท
  • Calibre EL 7AT ราคา 914,500 บาท
  • Calibre EL 7AT Black Edition ราคา 950,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 943,500 บาท
  • VL 4WD 7AT ราคา 1,096,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 7,000 บาท

Nissan-Navara-Pro-4X-2021

Nissan-Navara-Single-Cab-2021

Navara 2021

Single Cab

  • Chassis Cab 6MT ราคา 519,000 บาท
  • S 6MT 6MT ราคา 559,000 บาท
  • SL 6MT ราคา 575,000 บาท
  • SL 6MT 4WD ราคา 649,000 บาท

King Cab

  • S 6MT ราคา 599,000 บาท
  • SL 6MT ราคา 609,000 บาท
  • E 6MT ราคา 689,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 765,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 815,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 809,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 859,000 บาท

Double Cab

  • Calibre E 6MT ราคา 849,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 899,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 915,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 965,000 บาท
  • 4WD VL 7AT ราคา 1,129,000 บาท

PRO-2X และ New PRO-2X

  • PRO-2X 2WD 7AT 999,000 บาท
  • PRO-4X 4WD 7AT 1,149,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน

Nissan-Urvan

Urvan

  • Diesel MT ราคา 1,216,500 บาท

ดูโปรโมชั่น Nissan ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/nissan-new-car-promotion/

Carro-Rabbit-Finance-How-To-Choose-City-Car

สำหรับพนักงานเงินเดือน หรือผู้ที่ต้องใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ๆ บางครั้งการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะอาจจะไม่ตอบโจทย์เสมอไป การมีรถยนต์ไว้ใช้ส่วนตัวในบางครั้งอาจจะตอบโจทย์มากกว่า แล้วจะเลือกรถยนต์ขับในเมืองยังไงดีล่ะ? วันนี้เรามีคำตอบ

ขับรถยนต์ในเมือง

1. เลือกเครื่องยนต์ไม่ใหญ่ หรือเน้นแบบไฮบริด

โดยปรกติแล้ว การขับรถในเมืองจะไม่มีโอกาสขับด้วยความเร็วมากนัก ดังนั้นการเลือกรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1.5-2.0 ลิตร ก็ถือว่ากำลังพอเหมาะแล้ว อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย หรือถ้างบถึง อาจจะเลือกเครื่องยนต์แบบไฮริด ที่ให้ระบบการตอบสนองที่ดีกว่า ช่วยเรื่องในการออกตัวเพราะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยขับเคลื่อนในความเร็วต่ำ และยังขับเคลื่อนได้แม้ดับเครื่องยนต์

ขนาดรถก็สำคัญ

สำหรับขนาดรถที่พอเหมาะที่จะขับในเมือง เราจะแนะนำขนาดที่ไม่เกิน 4.6 เมตร เพราะการใช้งานรถที่มีขนาดตัวรถใหญ่เกินไป คุณอาจพบปัญหาเรื่องการเข้าออกลานจอดรถลำบาก จะกลับรถทำอะไรก็ไม่สะดวก ดังนั้นการเลือกขนาดรถที่กะทัดรัดจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ และช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการขับขี่มากกว่านะ

2. เช็กฟังก์ชั่นรถก่อนซื้อเสมอ

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ฟังก์ชั่นรถนั้นพัฒนาไปมาก ดังนั้นการเลือกฟังก์ชั่นให้เหมาะสมจึงจำเป็นมาก เช่น เทคโนโลยีความบันเทิง ระบบการเชื่อมต่อทางไกลเพื่อช่วยเหลือยามขับขี่ ฟังก์ชั่นช่วยฟอกอากาศสำหรับวิกฤตฝุ่น PM2.5 หรือแม้แต่ที่นั่งในห้องโดยสารที่มีการออกแบบให้นั่งสบายมากขึ้นแม้มีพื้นที่จำกัด รวมไปถึงระบบความปลอดภัยที่ครบถ้วนให้คุณอุ่นใจได้ทุกการเดินทาง ในราคาที่เหมาะสม คุ้มค่าและน่าใช้งาน

ขับรถยนต์ในเมือง

3. ระบบความปลอดภัยครอบคลุม

อุบัติเหตุอาจไม่สามารถเลี่ยงได้ในการขับขี่ โดยเฉพาะกับในเมืองที่เต็มไปด้วยรถยนต์คันอื่นๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทั้งจากคุณเผอเรอ หรือเหตุสุดวิสัย การเลือกรถยนต์ที่มีความอัจฉริยะของระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น เบรกหยุดเองอัตโนมัติ, ถุงลมนิรภัยที่ทำงานได้ตามสถานการณ์จริง หรือมีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ช่วยในการขับขี่ อย่าง การส่งเสียงร้องเมื่อท้ายรถใกล้ขนกับกำแพง หรือมองหลังรถได้จากกล้องหลังรถ ก็นับว่าจำเป็นมากสำหรับยุคนี้

4. คนไม่เยอะ 5 ที่นั่งก็พอ

การเลือกซื้อรถขนาด 7 ที่นั่ง จะเหมาะในกรณีที่คุณมีครอบครัวใหญ่ แต่ถ้าไม่ใช่ นอกจากจะตัวรถอาจจะเทอะทะโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังเสี่ยงที่จะทำให้คุณพกของไว้ท้ายรถเกินความจำเป็น เป็นที่มาของการเปลืองน้ำมันอีกด้วยนะ

ซื้อรถใหม่ ขับในเมืองทั้งที ไม่ใช่แค่เช็กรถก่อนซื้อเท่านั้น แต่การเลือก เช็กราคาประกันรถยนต์ ก็สำคัญไม่แตกต่างกัน และใครที่มองหาการเปรียบเทียบ เช็กราคาประกันรถยนต์ต่างๆ สามารถติดต่อ rabbit finance ได้เลย

Mitsubishi-Car-Price-List

รวมราคารถใหม่ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ทุกรุ่น Update 1/12/2020

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

New-Mitsubishi-Mirage-2020

New Mirage 2020

  • 1.2 GLX 5MT ราคา 474,000 บาท
  • 1.2 GLX CVT ราคา 509,000 บาท
  • 1.2 GLS CVT ราคา 574,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT ราคา 619,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก White Diamond เพิ่ม 7,000 บาท

New-Mitsubishi-Attrage-2020

New Attrage 2020

  • 1.2 GLX 5MT ราคา 494,000 บาท
  • 1.2 GLX CVT ราคา 529,000 บาท
  • 1.2 GLS CVT ราคา 579,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT ราคา 624,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก White Diamond เพิ่ม 7,000 บาท

Mitsubishi-Xpander

Xpander

  • GLS-LTD ราคา 789,000 บาท
  • GT ราคา 863,000 บาท

หมายเหตุ : สีขาว Quartz White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท

Mitsubishi-Xpander-Cross

Xpander Cross

  • Cross ราคา 919,000 บาท

หมายเหตุ : สีขาว Quartz White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท

Mitsubishi-Outlander-PHEV

Outlander PHEV

  • GT ราคา 1,640,000 บาท
  • GT-Premium 2WD ราคา 1,759,000 บาท

New-Mitsubishi-Triton-Athlete-2020

Triton

Single Cab

  • Single Cab 2.5D GL 5MT ราคา 539,000 บาท
  • Single Cab 4WD 2.4D GL 6MT ราคา 659,000 บาท
  • Single Cab 4WD 2.4D GL 6AT ราคา 704,000 บาท
  • Single Cab 4WD 2.4D (SWB) 6AT ราคา 689,000 บาท

Mega Cab

  • Mega Cab 2.5D GL 5MT ราคา 602,000 บาท
  • Mega Cab 2.5D GLX 5MT ราคา 637,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GLX 6MT ราคา 694,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 734,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6MT ราคา 784,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6AT ราคา 834,000 บาท

Double Cab

  • Double Cab 2.5D GLX 5MT ราคา 682,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLX 6MT ราคา 779,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 824,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6AT ราคา 887,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6MT ราคา 883,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6AT ราคา 933,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT-Premium 6AT ราคา 995,000 บาท
  • Double Cab 4WD 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 945,000 บาท
  • Double Cab 4WD 2.4D MIVEC GT-Premium 6AT ราคา 1,109,000 บาท
  • Athlete GT 6AT ราคา 985,000 บาท**
  • Athlete GT 6AT 4WD ราคา 1,156,000 บาท**

*หมายเหตุ : สีขาวมุก White Diamond เพิ่ม 10,000 บาท, รุ่น Athlete สีขาว White Diamond / หลังคาดำ เพิ่ม 10,000 บาท

**ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษดังกล่าวมิใช่อุปกรณ์พื้นฐานที่ติดตั้งจากโรงงาน แต่เป็นอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ซึ่งจำหน่ายและติดตั้งโดยผู้จำหน่าย (รับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 60,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Pajero Sport

  • 2.4D GT 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.4D GT Plus 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD ราคา 1,469,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD ราคา 1,599,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD Elite Edition ราคา 1,524,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD Elite Edition ราคา 1,629,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก White Diamond เพิ่ม 15,000 บาท, สีขาวมุก รุ่น Elite Edition เพิ่ม 20,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Mitsubishi ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/mitsubishi-new-car-promotion/

Carro-Honda-Brio

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ช่วงที่สมรภูมิรถ Eco-Car กำลังดุเดือด ค่ายรถยนต์หลายค่ายต่างกระโดดลงมาชิงเค้กก้อนใหญ่ด้วยความดุเดือดและตื่นเต้น “Honda” (ฮอนด้า) ก็เป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่ลงมาร่วมในโครงการ Eco-Car ด้วย ซึ่งในตอนนี้ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว ก็ยังมีขายในรูปแบบของรถมือหนึ่ง รถใหม่ป้ายแดง อยู่ …

Honda-New-Small-Concept

Honda-New-Small-Concept

ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม 2553 ช่วงงาน Motor Show ตอนนั้น Honda ได้นำรถต้นแบบ Eco-Car (อีโคคาร์) ที่เตรียมจะทำตลาดในไทยอย่าง “Honda New Small Concept” มาโชว์ (ซึ่งก่อนหน้านั้น ทาง Honda อินเดีย ได้เปิดตัวรถต้นแบบคันนี้ในงาน New Delhi Auto Expo 2010 ก่อนหน้าไทย) เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค ดีไซน์ล้ำสมัย และแน่นอน ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม …

Honda-Brio-Prototype

ก่อนที่จะนำรถตัวจริง (แต่เป็นโฉม Prototype) มาแสดงโชว์บนแท่นอีกครั้งในงาน Motor Expo 2010

ต่อมา ทั้งรถต้นแบบ และรถที่นำมาโชว์ ก็กลายมาเป็น “Honda Brio” (ฮอนด้า บริโอ้) ในตอนนี้นี่เอง … MR.CARRO จะมานำเสนอข้อมูลของรถรุ่นนี้ ให้คนที่กำลังสนใจจะซื้อ Honda Brio มือสอง (ฮอนด้า บริโอ้ มือสอง) ได้รู้ลึก รู้จริง รู้กันอย่างละเอียดครับ…

17 มีนาคม 2554 … ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว “Honda Brio” (ฮอนด้า บริโอ้) ซะที … ซึ่งเป็นการเปิดตัวสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทย ยังถือเป็นครั้งแรกในโลก ก่อนที่ขยายตลาดไปสู่ประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย โดย Brio จะต้องมีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงในระดับ 100 กม./ 5 ลิตร หรือ 20 กม./ลิตร (การวัดในโหมด ECE R101) เพื่อให้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานรถ Eco-Car ที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้

สำหรับชื่อรุ่นของ Honda Brio นั้น เป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศส มีความหมายถึงความ “ปราดเปรียว ชาญฉลาด และทันยุคสมัย”

ตอนนั้น ฮอนด้า ได้เลือก 2 พรีเซ็นเตอร์ ญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บันด์ และ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของรถรุ่นนี้ …

Honda-Brio

Honda Brio พัฒนามาจากแนวคิด “Man Maximum, Machine Minimum” ของฮอนด้า ภายใต้การพัฒนาของทีมออกแบบโดย Mr.Takahiro Hikuji หัวหน้าทีมพัฒนารถ Honda Brio ด้วยแนวคิดพื้นฐานที่ฮอนด้าใช้ในการออกแบบรถยนต์มานาน เพื่อให้คนขับและผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้งานมากที่สุด ในขณะที่เครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ จะถูกจัดวางให้ใช้พื้นที่น้อยที่สุด

รูปลักษณ์ภายนอกมาแบบทรงสามเหลี่ยมคู่ รูปทรงที่ลาดต่ำ ชุดไฟหน้าทรงกลมเรียว รับกับกระจังหน้าโครเมียม มุมมองด้านท้ายเน้นความปราดเปรียว ทันสมัย และสื่อถึงขุมพลังและความว่องไว

มิติตัวรถยาว 3,610 มม. กว้าง 1,680 มม. และสูง 1,475 มม. ระยะฐานล้อ 2,345 มม. ซึ่งมีฐานล้อที่สั้น ก็มีข้อดีตรงที่ให้วงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.5 เมตร ซึ่งเวลาต้องขับรถเข้า-ออกที่แคบๆ สะดวกสบายมาก

Honda-Brio

Honda-Brio

Honda เลือกลดความสูงและขยายความกว้างของ Brio เพื่อเพิ่มความกว้างขวาง พร้อมให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนรอบทิศทาง รวมถึงตำแหน่งการจัดวางกระจกมองข้างที่ให้มุมมองที่มองได้สะดวก แผงหน้าปัดทรงกลมแบบสปอร์ต มาพร้อมกับพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (EPS) ที่ปรับระดับได้ มีไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด Eco Indicator ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเรียนรู้การขับขี่แบบประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย โดยไฟสัญญาณสีเขียวจะสว่างขึ้น เมื่อการขับขี่อยู่ในโหมดประหยัดเชื้อเพลิง

Honda-Brio

การออกแบบให้เสากลางขยับเยื้องไปด้านหน้ารถเล็กน้อย ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งด้านหลัง มีพื้นที่มากขึ้นในการเข้า-ออกรถ เบาะนั่งคู่หน้ากระชับแผ่นหลังและลำตัวได้ดี แต่ข้อด้อยของรถรุ่นนี้ (โดยเฉพาะในด้านท้าย) หลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องกล่าวอะไรมาก ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง ให้ความจุ 175 ลิตร

Honda-Brio

อุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัย มีมาให้แบบระดับสากล อาทิ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS (ฝั่งคนขับแบบ i-SRS และ ฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าแบบ SRS), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD), เข็มขัดนิรภัยชนิดปรับความตึงอัตโนมัติคู่หน้าในทุกรุ่น, กุญแจแบบ WAVE Key, ระบบ Immobilizer และไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED เป็นต้น

ขุมพลังของ Honda Brio สมกับเป็น Eco-Car ที่เน้นความประหยัดแต่ให้พลังสูง ขนาด 1.2 ลิตร (1,198 ซีซี) รหัส L12B3 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 90 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 110 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่มาพร้อมกับระบบ Shift Hold System ซึ่งทุกรุ่นสามารถรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20 ได้

Honda-Brio

Honda Brio ช่วงเปิดตัวใหม่ๆ มีรุ่นย่อยให้เลือก 4 รุ่นย่อย อาทิ รุ่น S เกียร์ธรรมดา ราคา 399,900 บาท , รุ่น V เกียร์ธรรมดา ราคา 469,500 บาท และ รุ่น V เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 508,500 บาท มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สัเขียวเฟรชไลม์ , สีขาวทาฟเฟต้า, สีฟ้าเซรูเลียน, สีเงินอลาบาสเตอร์ และสีดำคริสตัล

พอมาถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2554 ที่โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำท่วมใหญ่ ทำให้เกิดการสูญเสียอย่างมหาศาล โดยรถที่ถูกน้ำท่วมมากที่สุด นั่นคือรุ่น Brio จำนวน 217 คัน …

Honda-Brio-S-AT-Exterior

Honda-Brio-S-AT-Interior

ในวันที่ 6 กันยายน 2555 ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ได้แนะนำ Brio รุ่น S AT เพื่อเพิ่มทางเลือกของอีโค่ คาร์ รุ่นประหยัด ด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในรุ่น S ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ได้แก่ ระบบเซ็นทรัลล็อก ช่องจ่ายไฟสำรอง กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อดีไซน์ ใหม่ โดยรุ่น S AT ราคา (ในตอนนั้น) 472,500 บาท แถมยังได้สิทธิประโยชน์คืนภาษีรถยนต์คันแรกด้วย

Honda-Brio-V-Limited-Exterior-1

Honda-Brio-V-Limited-Interior

ในวันที่ 17 กรกฏาคม 2556 ฮอนด้า แนะนำรถยนต์ Honda Brio ปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ ด้วยแผงตกแต่งด้านท้ายพร้อมคิ้วโครเมี่ยมและระบบปัดน้ำฝนหลัง (มีมาให้ซะที) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน Brio ทุกรุ่น นอกจากนี้ ยังเพิ่มรุ่นพิเศษ V Limited เพิ่มความโดดเด่น ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งและอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งไฟตัดหมอกคู่หน้า เครื่องเสียงแบบหน้าจอสัมผัสพร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์ แผ่นกั้นห้องสัมภาระด้านท้าย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้า …

11 ตุลาคม 2556 ฮอนด้า แนะนำบริโอ้ ภายในสีดำ (Black Interior) เพิ่มความเข้มสไตล์สปอร์ต ด้วยภายในห้องโดยสารโทนสีเทาดำ เบาะนั่งสีดำ และมือจับประตูด้านในสีเมทัลลิก

2016-Honda-Brio

2016-Honda-Brio

ขายกันมาแบบเงียบๆ เหงาๆ จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดตัว “Brio” และ “Brio Amaze” ใหม่ เปลี่ยนโฉมใหญ่ทั้งภายนอกภายใน

2016-Honda-Brio

2016-Honda-Brio

มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่ทันสมัย และโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้า และกันชนหน้าสไตล์สปอร์ต ล้ออัลลอยลายใหม่ รวมถึงการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม … ด้วยแผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย และช่องเชื่อมต่อ USB เป็นต้น

และเหลืออยู่เพียงแค่รุ่นย่อยเดียว นั่นคือรุ่น V CVT ราคา 495,000 บาท (ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.honda.co.th/brio/)

Honda-Brio

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Brio ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถ Eco-Car มือสองรุ่นยอดนิยมในระดับหนึ่ง รูปทรงสวยสปอร์ต (แต่บางคน ก็บอกว่าตลก) เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง หรือจะใช้งานในต่างจังหวัดก็ได้เช่นกัน จะเอาไปแต่งซิ่งก็สวย มีคนแต่งกันเยอะเหมือนกัน

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบ 90 แรงม้า ให้สมรรถนะดี อัตราเร่งดี กว่ารถ Eco-Car ในขนาดเดียวกันที่เป็นเครื่องยนต์แบบ 3 สูบ ขับสนุก วงเลี้ยวแคบ จอดได้ง่าย ช่วงล่างเกาะถนน (แต่ถ้าขับด้วยความเร็วเกิน 100 กม./ชม. ขึ้นไป ก็จะเริ่มออกอาการร่อน) เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง หรือจะใช้งานในต่างจังหวัดก็ได้เช่นกัน จะเอาไปแต่งซิ่งก็สวย มีคนแต่งกันเยอะเหมือนกัน

แต่สิ่งที่อาจจะเป็นข้อด้อยสำหรับ Honda Brio มือสองตัวนี้ ก็มีอยู่หลายอย่าง อาทิเช่น การลดต้นทุนอย่างมากในช่วงแรก เช่น กระจกบานหลังไม่มีแผงไล่ฝ้า ไม่มีปัดน้ำฝนหลัง มีโช๊คอัพยึดสำหรับเปิด-ปิด แค่จุดเดียว และคุณภาพวัสดุภายใน อีกทั้งเบาะหลังนั่งไม่สบายนัก หรือตัวรถจำกัดความเร็วไว้สูงสุดที่ 145 กม./ชม. เป็นต้น ถ้าคุณมองข้ามจุดนี้ไปได้ ก็ OK

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ตัวรถรุ่นนี้ถือว่าทนทานในระดับหนึ่ง ทั้งเครื่องยนต์และช่วงล่าง เพียงแค่บำรุงรักษา ถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ นำรถเข้าตรวจสภาพตามระยะกิโลเมตร ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ก็ต้องเตรียมงบไว้สำหรับดูแลตามอายุรถ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็เพียงพอ

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคาในตลาดรถมือสอง ปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 199,000-360,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย และสภาพของตัวรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Brio รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/honda-brio ได้เลยครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

  • Catalogue Honda Brio
  • Honda Brio Press Information – April 2011
  • LIM-Catalogue
Mitsubishi-Mirage

รถอะไรเอ่ย? ที่เป็นรถยนต์ในโครงการ Eco-Car คันแรกของ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ….. คนชอบรถจะรู้กันแน่นอน ว่ามันคือ “Mitsubishi Mirage” (มิตซูบิชิ มิราจ) ที่ถือกำเนิดไล่หลังมาคู่กับ Eco-Car ยี่ห้ออื่นๆ และตอนนี้ ก็ยังมีขายในรูปแบบของรถมือหนึ่งอยู่

Mitsubishi-Mirage-1978

ต้นกำเนิดของ Mitsubishi Mirage มีมานานแล้ว (ซึ่งเราอาจจะมองได้อีกมุมว่า Mitsubishi ชอบนำชื่อรถรุ่นดั้งเดิม กลับมาใช้ใหม่ในหลายครั้งหลายราว) นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 1978 ในประเทศญี่ปุ่น ผลิตออกมาในรูปแบบ 3 ประตู และ 5 ประตู Hatchback

ที่สำคัญ เคยมีประกอบขายในบ้านเราด้วย ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ที่ชื่อ “Lancer Colt F” (รุ่น 4 ประตู) และ “Mirage” (5 ประตู) มาพร้อมเกียร์พิเศษ Super Shift บนระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

แต่แล้วชื่อนี้ก็หายไปในไทย (เพราะ Mirage ในรุ่นต่อๆ มา ที่ขายในญี่ปุ่น ได้แชร์ตัวถังร่วมกับ Lancer) … จนกลับมาใหม่ในรูปแบบของรถ Eco-Car

คำว่า “Mirage” (มิราจ) มาจากภาษาอังกฤษ ที่แปลว่า เงา ความฝัน หรือ ภาพลวงตา โดย Mirage ในรูปแบบ Eco-Car ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดที่ “สืบทอด” คุณสมบัติเด่นๆ ตั้งแต่มิราจรุ่นแรก คือ สมรรถนะเยี่ยม และฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน แม้จะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กก็ตาม

ความเป็นมาของ Mitsubishi Mirage มือสองในบ้านเรา จะเป็นอย่างไรบ้าง MR.CARRO จะเล่าให้ฟัง …

Mitsubishi-Global-Small-Concept

Mitsubishi-Global-Small-Concept

ขอย้อนไปปี 2551 … มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ยื่นเรื่องขอรับการสนับสนุนการลงทุนในโครงการอีโคคาร์ กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทย ก่อนจะได้รับการอนุมัติแบบการผลิตจากกระทรวงอุตสาหกรรม และผ่านการพิจารณาอนุมัติการผลิตอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ โดยผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล

ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท และผลิต ณ โรงงานใหม่แห่งที่ 3 ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี

Mitsubishi-Global-Small-Concept

Mitsubishi-Global-Small-Concept

ช่วงปลายปี 2554 ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้ทำการเผยโฉม “Mitsubishi Global Small Concept” หรือว่า “อีโคคาร์” คันต้นแบบในไทย และเตรียมผลิตในไทยเป็นที่แรกในโลก จากแนวคิด “กะทัดรัด” “สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย” และ “ประหยัดน้ำมัน” ถูกพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ระบบ Mitsubishi Motors Development System (MMDS) ที่เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2554

Mitsubishi-Mirage-2012

และแล้ว … ในวันที่ 20 มีนาคม 2555 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว “Mitsubishi Mirage” อย่างเป็นทางการ … ซึ่งตอนนั้น ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบาย “รถยนต์คันแรก” ของรัฐบาล ได้รับสิทธิ์คืนเงินภาษีสูงสุดถึงประมาณ 79,000 บาท ในเวลานั้น และยังดึงเอานักร้องชื่อดังอย่าง คุณ-นิชคุณ หรเวชกุล มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณารถรุ่นนี้อีกด้วย …

มิราจ โดดเด่นด้วยหน้าตาที่น่ารัก ลู่ลม ง่ายต่อการขับขี่ตามแบบของรถยนต์ขนาดเล็ก มาพร้อมยางลดแรงต้านทาน ประกอบกับและเทคโนโลยีการลดน้ำหนักของตัวรถ โครงสร้างตัวถังแบบ RISE Body ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

Mitsubishi-Mirage-2012

ห้องโดยสารภายใน กว้างขวาง นั่งได้ถึง 5 คน แผงคอนโซลออกแบบได้สวยงาม มีที่วางแก้ว ที่เก็บของ ตามจุดต่างๆ รอบคัน เบาะนั่งหลังสามารถพับแบบ 60:40 ได้ (ยกเว้นรุ่น GL) นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง ปุ่ม Start เครื่องยนต์ (ในรุ่น GLS-Ltd.) ชุดวิทยุ CD MP3 DVD จอภาพแบบ Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ระบบ (Navigator และช่อง USB ในขณะที่รุ่น GLX และ GLS มาพร้อมวิทยุ CD MP3 พร้อมช่อง AUX-in และช่อง USB … ส่วนรุ่น GL ต้องไปหาซื้อมาติดเอาเอง

สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ “ETACS” (Electronic Time And Alarm Control System) อาทิเช่น กุญแจรีโมทพร้อมระบบควบคุมการพับและกางกระจกมองข้างอัตโนมัติ หรือไฟหน้าปิดได้เองโดยอัตโนมัติ เป็นต้น

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ รหัส 3A92 ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.2 กก.-ม. (100 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Invecs-III CVT รองรับทั้งน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20 โดยประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 22 กม./ลิตร

Mitsubishi-Mirage-2012

มีสีตัวรถให้เลือกถึง 8 สี ได้แก่ …

สีขาวมุก White Pearl (ราคาเพิ่ม 5,000 บาท), สีเหลือง Lemonade Yellow Metallic, สีเขียว Pop Green Metallic, สีแดง Red Metallic, สีฟ้า Cerulean Blue Mica, สีเทาดำ Eisen Gray Mica, สีดำ Pyreness Black Mica และสีเงิน Cool Silver

โฉมแรก มีให้เลือกใน 5 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น Mirage GL MT ราคา 380,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX MT ราคา 426,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX AT ราคา 460,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS AT ราคา 506,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS Ltd. AT ราคา 546,000 บาท

Mitsubishi-Mirage-Export-To-Japan

ต่อมา … ในเดือนกรกฎาคม 2555 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้จัดพิธีฉลองการส่งออกรถยนต์ “มิราจ” ไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวมิตซูบิชิ ที่รถยนต์ฝีมือของคนไทย ได้ส่งไปขายยังประเทศต้นกำเนิดของรถรุ่นนี้ …

Mitsubishi-Mirage-Bloom-Edition

ในวันที่ 13 มีนาคม 2556 Mitsubishi Mirage ฉลองครบรอบ 1 ปี ในไทย กับยอดขายรวม 49,296 คัน เลยออก Mitsubishi Mirage Bloom Edition เพื่อเฉลิมฉลอง ในราคา 549,000 บาท ส่วนสีขาวมุก ราคา 554,000 บาท

ภายในมาพร้อมเบาะผ้าแบบพรีเมียม พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมการตกแต่งสีเงินแบบ Silver Decoration และสัญลักษณ์ Bloom Edition ที่ประตูท้าย โดยมี 2 สีให้เลือก คือ สีม่วง (Blossom Purple) และสีขาวมุก (White Pearl)

Mitsubishi-Mirage-Hello-Kitty-2014

10 กุมภาพันธ์ 2557 Mitsubishi ได้แนะนำชุดตกแต่ง “Hello Kitty” (ฮัลโหล คิตตี้) สำหรับ Mirage เพื่อคนที่ชื่นชอบความน่ารักและสดใส โดยมีชุดตกแต่งให้เลือกทั้งภายนอกและภายใน

สำหรับชุดตกแต่ง Hello Kitty มาพร้อมชุดตกแต่งสติกเกอร์ 6 ชิ้นประกอบด้วย ชุดตกแต่งฝากระโปรงหน้า ประตูข้าง 4 ประตู ประตูท้าย เพิ่มความน่ารักด้วยมือจับประตูด้านนอกสีชมพู ฝาปิดถังน้ำมันลายโบว์สีแดง และ สปอยเลอร์หลังสีชมพู ในขณะที่ชุดตกแต่งภายใน มาพร้อมผ้าคลุมเบาะพิเศษ และแผ่นรองวางของลาย Hello Kitty

Mitsubishi-Mirage-2014

11 สิงหาคม 2557 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ปรับโฉม มิตซูบิชิ มิราจ เฉพาะรุ่น GLS Ltd. โดยพร้อมแนวคิด “Make Life More Fun” – สนุกได้มากกว่า ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้โดดเด่นมากขึ้น ด้วยล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED และเสาอากาศแบบสั้น

Mitsubishi-Mirage-2014

ตกแต่งภายในใหม่ ด้วย Piano Black และพวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มหนังตกแต่งแบบ Silver Decoration พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย แผงระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติตกแต่งโครเมียม และสะดวกสบายยิ่งขึ้นจากการปรับช่องใส่ของอเนกประสงค์ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพิ่มช่องเก็บของบริเวณใต้คอพวงมาลัยและราวจับเหนือศรีษะ 3 ตำแหน่ง

โดย Mitsubishi Mirage GLS Ltd. ยังมาพร้อมระบบเครื่องเสียงพร้อม Navigator ใหม่ และจอภาพแบบ Touch Screen รวมไปถึงไฟส่องสว่างห้องสัมภาระ และฐานเกียร์พร้อมไฟแสดงตำแหน่ง เพิ่มความปลอดภัยขึ้นด้วยระบบไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS (Emergency Stop Signal System) เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติคู่ด้านคนขับ และเหล็กกันโคลงด้านหน้า

Mitsubishi-Mirage-POP-Japan-2015

1 กรกฎาคม 2558 Mitsubishi นำเสนอ “Mirage Pop Japan” เอาใจวัยรุ่น ด้วยชุดแต่งแท้รอบคันจากประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นสปอยเลอร์หลัง) จำนวนจำกัด 200 ชุด เท่านั้น

สำหรับชุดตกแต่งภายนอกประกอบด้วย ชุดตกแต่งชายกันชนหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง และสปอยเลอร์หลัง มีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีเหลือง, สีเขียว, สีฟ้า, สีแดง, สีบรอนซ์เงิน, สีเทาดำ และสีดำ (สปอยเลอร์หลัง มีเฉพาะรุ่น GL และ GLX เท่านั้น และไม่มีสปอยเลอร์หลังสีบรอนซ์เงิน)

Mitsubishi-Mirage-Ralliart-2015

6 พฤศจิกายน 2558 Mitsubishi แนะนำชุดสติ๊กเกอร์ตกแต่ง Mirage ของแท้จากแรลลี่อาร์ต (RalliArt) เอาใจวัยรุ่น ประกอบด้วย สติ๊กเกอร์ติดฝากระโปรงหน้า กันชนหน้า ด้านข้างรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวา และสัญลักษณ์แรลลี่อาร์ตติดท้ายรถ จะเลือกซื้อเป็นรายชิ้นก็ได้ จำนวนจำกัดเพียง 250 ชุดเท่านั้น

Mitsubishi-Mirage-2015

เวลาก็ผ่านไปเร็วมาก … ในวันที่ 1 ธันวาคม 2558 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว “Mirage ใหม่ : ให้คุณมากกว่าที่คิด” มาพร้อม 3 คุณสมบัติหลัก …

  • “Stylish” – โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกและภายในใหม่ ตามแนวคิด “Spicy Small” และเพิ่มสีมาตรฐานใหม่ 3 สี คือ สีแดง (Red Wine) สีส้ม (Sunrise Orange) สีเทาไทเทเนียม (Titanium Grey)
  • “Smart Safety” – ครบครันด้วยระบบเสริมความปลอดภัยอัจฉริยะที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถอีโค คาร์
  • “Saving” – ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

ปรับโฉมภายนอก ทั้งกระโปรงหน้า กระจังหน้า และกันชนหน้า-หลัง พร้อมการตกแต่งด้านล่างกระจังหน้าแบบโครเมียม และไฟท้ายแบบ LED โดยในรุ่น GLS-LTD และ GLS มีการติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-Xenon HID ไฟหรี่แบบสเปคตรัม LED ไฟตัดหมอกหน้า และสปอยเลอร์หลังแบบใหม่พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED รวมทั้งล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว แบบทูโทน ลายใหม่

Mitsubishi-Mirage-2015

ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำ แบบ Piano Black บริเวณแผงคอนโซลหน้า ฐานเกียร์ และแผงประตู โดยในรุ่น GLS-LTD และ GLS มาพร้อมเบาะผ้าสีดำลายใหม่เย็บด้ายสีเงิน พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน ออกแบบใหม่ ตกแต่งด้วยโครเมี่ยมผสมผสานกับวัสดุสีดำแบบ Piano Black และมาตรวัดการขับขี่แบบ Semi-High Contrast (ยกเว้นรุ่น GL) รวมทั้งเพิ่มฟังก์ชั่นที่สะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยมาพร้อมระบบควบคุมการสั่งงานด้วยเสียงและปุ่มรับสาย-วางสายที่พวงมาลัย ในรุ่น GLS และ GLX

ในรุ่น GLS-LTD และ GLS มีการติดตั้งระบบเสริมความปลอดภัยอัจฉริยะที่ถือเป็นครั้งแรก ในอีโคคาร์ นั่นคือ …

– ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) (FCM-LS : Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range)
– ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) (RMS-Forward : Radar Sensing Misacceleration Mitigation System-Forward)

พร้อมติดตั้ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC-Active Stability Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA-Hill Start Assist System), ระบบเบรก ABS (ABS-Anti Lock Braking System) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD-Electronic Brake Force Distribution) และระบบเสริมแรงเบรก (BA-Brake Assist)

ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า และเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและระบบผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่งซึ่งในรุ่น GLS-LTD และ GLS เป็นแบบ 2 ทิศทาง (ด้านคนขับ)

มีให้เลือกใน 5 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น Mirage GL MT ราคา 383,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX MT ราคา 439,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX AT ราคา 473,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS AT ราคา 539,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS-LTD AT ราคา 567,000 บาท

Mitsubishi-Mirage-Limited-Edition-2019

ล่วงมาจนถึง 13 สิงหาคม 2562 Mitsubishi Mirage เปิดตัวรุ่นพิเศษ Limited Edition อีกรอบ พัฒนาจากรุ่นย่อยยอดนิยม GLX CVT โดยได้ยกระดับตกแต่งพิเศษ ด้วยกระจกมองข้างสีดำ ปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, เสาประตูสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำ พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED, ล้อแม็กสีดำขนาด 15 นิ้ว และแผงครอบตกแต่งบริเวณกันชนหลัง กับปลายท่อไอเสียโครเมียม

ส่วนภายในตกแต่งพิเศษ กับ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมเดินด้ายสีแดง ตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black และโครเมียม และหัวเกียร์หุ้มหนังพร้อมเดินด้ายสีแดง อีกทั้งเบาะผ้าแบบสปอร์ตสีดำ-แดง พร้อมเดินด้ายสีแดง ในราคา 520,000 บาท

Mitsubishi-Mirage-2019

ต่อมาในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 Mitsubishi ได้ปรับโฉมใหญ่ให้กับ Mirage กันอีกรอบ เสริมความหรูหราขึ้น

ภายนอกมาพร้อม 2 สีใหม่ ได้แก่ สีขาว White Diamond และสะดุดตามากขึ้นด้วย สีเหลือง Sand Yellow กับกระจังหน้าแบบ Advanced Dynamic Shield แบบรถรุ่นอื่นๆ ของ Mitsubishi, ฝากระโปรงหน้าใหม่, กระจังหน้าตกแต่งด้วยเส้นสีแดง, กันชนหน้าใหม่, ไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมไฟ Daylight Running Light, ชุดไฟตัดหมอกแบบใหม่, ไฟท้ายแบบ LED, สปอยเลอร์หลังแบบใหม่ และล้อแม็กลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว

Mitsubishi-Mirage-2019

ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยลายคาร์บอน, เพิ่มจอแสดงข้อมูลการขับแบบ High Contrast, เบาะลายใหม่วัสดุหนังสังเคราะห์ เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนจอแสดงผลส่วนกลางด้วยระบบ Smartphone – Link Display Audio (SDA) กับจอขนาด 7 นิ้ว รองรับการใช้งาน Apple CarPlay ระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri พร้อมระบบ Bluetooth, ระบบ Cruise Control (ในรุ่นย่อย GLS-LTD), แอร์อัตโนมัติ, กุญแจอัจฉริยะ KOS, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และกล้องหลังช่วยถอยจอด

ส่วนระบบระบบความปลอดภัยจัดเต็ม อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว FCM-LS, ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเฉพาะด้านหน้า RMS-Forward, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC, ระบบป้องกันการลื่นไถล TCL, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรค ABS-EBD-BA และระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS

รุ่นย่อยเหลือให้เลือกด้วยกันเพียง 4 แบบ นั่นคือ

  • รุ่น Mirage GLX MT ราคา 474,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX CVT ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS CVT ราคา 574,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS-LTD CVT ราคา 619,000 บาท

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Mitsubishi Mirage เป็นรถมือสองที่ยังน่าซื้อน่าใช้ และมียังขายในแบบรถป้ายแดงด้วย รูปทรงน่ารัก

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

สมรรถนะดี อัตราเร่งดี วงเลี้ยวแคบ จอดได้ง่าย คุณภาพคับแก้ว อะไหล่หาง่าย ประหยัดน้ำมัน ของแต่งมีให้เลือกเยอะ ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง แต่การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร อาจจะยังไม่ดีนัก และเครื่องยนต์ 3 สูบ เมื่อใช้งานไปนานๆ จะรู้สึกถึงอาการสั่นที่ค่อนข้างมากหน่อย

ช่วงล่างถือว่านิ่ม ไม่แข็งกระด้าง เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองมากกว่า หรือจะใช้งานในต่างจังหวัดก็ได้เช่นกัน แต่วิ่งเร็วๆ ต้องระวังร่อน ควรเสริมด้วยยางที่หน้ายางกว้างขึ้น หรือเปลี่ยนโช๊คอัพใหม่

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ต้องยอมรับว่า ค่าบำรุงรักษา ตรวจเช็คระยะของ Mitsubishi ถูกกว่าในอดีตมาก รุ่นนี้ก็เช่นกัน เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็เพียงพอ แล้วก็ตรวจเปลี่ยน ซ่อมไปเป็นอย่างๆ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคาในตลาดรถมือสอง ปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 120,000 – 450,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย และสภาพของตัวรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Mitsubishi Mirage รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Mitsubishi-Mirage ได้เลยครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Nissan-March-K13

Nissan-Cherry-E10

ในยุคตั้งแต่ 40 กว่าปีก่อน สำหรับคนที่มีอายุ 40+ ขึ้นไป ยังคงจำได้กับรถยนต์คันเล็กรูปทรงแหวกแนว จากค่าย Nissan (หรือ Datsun) ที่ผลิตขายโดยสยามกลการอย่างแน่นอน นั่นคือ “Datsun Cherry” (ดัทสัน เชอร์รี่) ในรหัส E10

สำหรับ Datsun Cherry เปิดตัวออกโชว์ครั้งแรกด้วยทรงสปอร์ตล้ำยุค ในชื่อ Datsun 270X ที่งาน Tokyo Motor Show เมื่อปี 1970 ก่อนจะผลิตออกขายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนตุลาคม 1970

ส่วนในบ้านเรา สยามกลการ ก็มีผลิตขายกับเขาด้วย ในรูปแบบ Sedan 4 ประตู (และมีรุ่น Coupe นำเข้ามาบ้างด้วย) แต่ก็เป็นรถที่ไม่ประสบความสำเร็จด้านการขาย จนต้องเลิกขายไป

Nissan-NX-018

ต่อมา Nissan จึงคิดทำรถแนว Hatchback ขนาดเล็กขึ้นมาอีกรุ่น ด้วยรูปทรงทันสมัย ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ บำรุงรักษาง่าย ขับขี่ง่าย ราคาไม่แพง และประหยัดน้ำมัน นับตั้งแต่การเริ่มต้นพัฒนาในปี 2521 ในชื่อโครงการ The KX Plan (ซึ่งต่อมา ก็นำตัว “K” นี่ล่ะครับ ไปใช้เป็นรหัสรถ Nissan March และ Micra ทุกรุ่น)

ในปี 2524 นิสสันจึงเปิดตัวรถต้นแบบ Nissan NX-018 ในแบบ Hatchback 3 ประตู ที่งาน Tokyo Motor Show เมื่อเดือนตุลาคม 1981

แต่รถต้นแบบรุ่นนี้ ก็ยังขาดชื่อสำหรับในการจำหน่ายจริง Nissan จึงได้จัดประกวดตั้งชื่อรถรุ่นใหม่ขึ้น ได้รับผลตอบรับดีมากในระยะเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง มีผู้ส่งชื่อร่วมประกวดสูงถึง 5.65 ล้านคน แต่เมื่อประกาศผลโหวตออกไป ชื่อที่ได้รับการโหวตสูงสุดเป็นอันดับแรกๆ ได้แก่

  • Pony (118,820 คน) – ซ้ำกับชื่อของรถอีกรุ่นหนึ่งของยี่ห้อ Hyundai (ฮุนได)
  • Friend (54,152 คน) – เมื่อประกาศผลโหวตออกไป มีกระแสวิพากษ์อย่างกว้างขวางว่า ไม่ควรใช้เป็นชื่อรถ
  • Lovely (42,929 คน) – เมื่อประกาศผลโหวตออกไป มีกระแสวิจารณ์ว่าชื่อ Lovely ควรเป็นชื่อน้ำยาปรับผ้านุ่ม ไม่ใช่ชื่อรุ่นรถ
  • Shuttle (40,304 คน) – ซ้ำกับชื่อรถรุ่นหนึ่งของ Honda ที่มีขายในญี่ปุ่นขณะนั้น
  • Sneaker (30,328 คน) – ตามพจนานุกรมแล้ว Sneaker อาจมีหลายความหมาย แต่มีความหมายหนึ่งแปลว่า “รองเท้า”
  • Rainbow (22,497 คน) – แปลว่า “รุ้ง” ไม่เข้ากับ Concept ของรถ

คณะกรรมการการประกวดเห็นว่า ชื่อส่วนใหญ่ไม่เหมาะสมกับรถ แต่หลังจากได้อ่านชื่อที่ถูกส่งมาประกวดทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ตัดสินใจใช้ชื่อในลำดับที่ 164 ของตาราง คือชื่อ March ซึ่งมีคนส่งชื่อนี้มาเพียง 4,065 คน (จาก 5.65 ล้านคน)

ซึ่งเมื่อดูความหมายตามพจนานุกรมแล้ว March นอกจากจะแปลว่า “เดือนมีนาคม” หรือ “การเดินสวนสนาม” แล้ว ยังแปลว่า “การมุ่งไปข้างหน้า” หรือ “กรีธาทัพ” ได้อีกด้วย

ในที่สุด Nissan March รุ่นแรก ก็ได้เปิดตัวขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อ 22 ตุลาคม 1982

Nissan-March-K10

ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ บริษัท สยามกลการ จำกัด ยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ของ “นิสสัน” อยู่ จะเห็นได้ว่า เมื่อต้นปี 2528 สยามกลการ ได้เปิดตัว “Nissan March” รุ่นแรก (K10) ที่นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบขายในประเทศไทยยุคนั้น และใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก Toyota Starlet, Mitsubishi Mirage, Suzuki Cultus (SA413) และ Daihatsu Charade

แต่คนไทยในสมัยนั้น ยังมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อรถท้ายตัด ด้วยเกรงว่าผู้โดยสารที่เบาะหลังจะได้รับอันตรายได้ง่ายหากถูกชนท้าย เพราะไม่มีกระโปรงหลังคอยกั้น ทำให้ยอดขาย นิสสัน มาร์ช ในแต่ละเดือนมียอดขายประมาณ 20 กว่าคันเท่านั้น ช่วงที่เรียกว่าบูมที่สุดก็ประมาณ 30 กว่าคันเท่านั้นเอง

ซึ่งก็ … ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะออพชั่นหลายสิ่งหลายอย่างของ March ในยุคนั้นถูกตัดออกเกือบหมดเมื่อขายเมืองไทย ซึ่งเทียบกับของยี่ห้ออื่นแล้ว แถมราคายังใกล้เคียงกับรถขนาด Compact ในยุคนั้นมาก ทำให้ยอดขายแทบไม่เดิน ก่อนจะเลิกขายไปในปี 2530 และทำให้ March รุ่นที่ 2 และ 3 ไม่ได้มาเกิดในไทย

และต่อจากนี้ไป MR.CARRO จะขอแนะนำ “Nissan March” (นิสสัน มาร์ช) มือสอง ในรหัส “K13” ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในตลาดรถ Eco-Car (รถอีโคคาร์) ก่อนใครเพื่อนในไทย ให้ท่านอ่านกันได้อย่างจุใจครับ.

เริ่มต้นใหม่ในยุค Eco-Car (อีโคคาร์)

Nissan-March-Drawing

พอหลังจากที่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาทำตลาดเองในบ้านเราแล้ว ช่วงหลายปีก่อน ทางภาครัฐมีโครงการเรื่อง Eco-Car พอดี Nissan เองก็พอมองเห็นช่องทางการตลาด เลยตัดสินใจผลิต Nissan March ในประเทศไทยอีกครั้ง โดยใช้ชื่อในการโฆษณาว่า “Nissan Ecocar” (นิสสัน อีโคคาร์) ซึ่งจะใช้เครื่องยนต์ 1200 ซีซี 3 สูบ สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 20 กม./ลิตร

เปิดตัวครั้งแรก … ในรูปแบบของภาพรถต้นแบบก่อน เมื่อปลายปี 2552

Nissan-March-Production-2010

ต่อมาในในวันที่ 12 มีนาคม 2553 บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้จัดงานฉลองการเริ่มผลิตรถยนต์ Nissan March ใหม่ โดยนิสสัน มาร์ช รุ่นใหม่นี้ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานข้อกำหนดรถประหยัดพลังงานสากล (อีโคคาร์) ซึ่งมีข้อกำหนดดังนี้

1. ประหยัดน้ำมันไม่ต่ำกว่า 20 กม./ลิตร
2. ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กม. และได้รับมาตรฐานไอเสียสะอาดระดับยูโร 4
3. มีความปลอดภัยตามมาตรฐานยุโรป
4. ใช้เครื่องยนต์ขนาดลูกสูบไม่เกิน 1300 ซีซี สำหรับเครื่องเบนซิน และไม่เกิน 1400 ซีซี สำหรับเครื่องดีเซล

รถที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอีโคคาร์ ในประเทศไทย จะได้รับผลประโยชน์ในการลดภาษีสรรพสามิตเหลือร้อยละ 17 (รถเก๋งที่ไม่ผ่านเกณฑ์อีโคคาร์ ต้องจ่ายภาษีร้อยละ 30-50)

Nissan-March-Ken

พร้อมกับดึงดาราดังอย่าง “เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์” พระเอกสุดฮอต มาเป็นพรีเซ็นเตอร์

Nissan-March-2010

นิสสัน มาร์ช ใหม่ ผลิตบนแพลตฟอร์มเอนกประสงค์ใหม่ ที่เรียกว่า V-Platform โดดเด่นด้วยสไตล์โฉบเฉี่ยว รูปทรงกะทัดรัด คล่องตัวแบบแฮทช์แบค สะดุดตาด้วยรูปทรงอ้วนกลม กระจังหน้าสองชั้น ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ มีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched Side Window) ที่โดดเด่น ให้พื้นที่กระจกกว้าง ดูโปร่ง สะดุดตา มีร่องรูปทรงบูมเมอแรงบนหลังคารถ ช่วยลดการสั่นสะเทือน ด้านท้ายมีเซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด และกระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อครถ (เฉพาะรุ่น EL และ VL) เป็นต้น

Nissan-March-2010

มร. มาโกโตะ ยามาเน (Mr.Makoto Yamane) รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ ต้องมีสไตล์ และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” 

มิติตัวรถยาว 3,780 มม. กว้าง 1,665 มม. สูง 1,515 มม. ระยะฐานล้อ 2,450 มม.

Nissan-March-2010

ห้องโดยสารภายในที่กว้างขวาง ขนาดเท่ากับรถขนาด 1.5 ลิตร นั่งสบาย และมีที่เก็บของอเนกประสงค์มาให้อย่างจุใจ อัดออพชั่นเพียบทั้งวิทยุแบบ Built-In ระบบแอร์แบบดิจิตอล กุญแจอัจฉริยะพร้อมระบบกันขโมย Immobilizer และปุ่ม Push Start เป็นต้น และอุ่นใจกับระบบความปลอดภัยอย่างถุงลมนิรภัย SRS ด้านคนขับในทุกรุ่น ระบบเบรคป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบควบคุมและกระจายแรงเบรคด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และ ระบบเสริมแรงเบรค (BA)

Nissan-March-2010

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.8 กก.-ม. (106 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT

หลังจากนั้น นิสสัน มาร์ช ก็สร้างกระแส Talk Of The Town ตั้งแต่ในวันเปิดตัว มี 6 รุ่นย่อย ได้แก่ S, E, E CVT, EL, V และ VL แถมราคาในรุ่นเริ่มต้น (S) เพียง 375,000 บาท …

ด้วยข้อดีข้อเด่นต่างๆ ที่กล่าวมา ทำให้ นิสสัน มาร์ช สามารถกวาดยอดจองไปถึง 5,000 กว่าคัน หลังเปิดตัวเพียง 2 สัปดาห์ และตามมาด้วยยอดขายอีกหลายหมื่นคันในเวลาไม่นานนัก

Nissan-March-Sport-Version-2011

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2554 … Nissan ได้เปิดตัว March Sport Version นี้ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “มาร์ชที่ทำให้คุณแตกต่าง” และออกแบบโดย Autech Japan (ออเทค เจแปน) เพิ่มออพชั่นด้านหน้าด้วยกระจังหน้าสีดำ และกันชนสปอร์ตแบบใหม่ ด้านหลังติดสัญลักษณ์รุ่น “Sports Version” และโดดเด่นด้วยลายเบาะผ้าใหม่ สีทูโทน ดำสลับเทา

มีให้เลือกสองรุ่นคือ 1.2 EL Sports Version และ 1.2 VL Sports Version โดยทั้งสองรุ่นจะมีสีให้เลือก 3 สี คือ สีขาวไวท์เพิร์ล สีดำแบล็ก สตาร์ และ สีเงินบริลเลียนท์ ซิลเวอร์

Nissan-March-2012

Nissan-March-2012

ในเดือนมีนาคม 2555 Nissan March ได้ปรับปรุงและเพิ่มอุปกรณ์อเนกประสงค์ให้มากขึ้น คือ เพิ่มช่องเก็บของพร้อมฝาปิดบริเวณคอนโซลหน้า หมอนรองศรีษะเบาะหลัง และเบาะหลังปรับให้พับได้ 60:40 ส่วนในรุ่น Sports version ได้รับการติดตั้งสเกิร์ตข้าง และเบาะนั่งสีดำใหม่เพื่อเพิ่มอารมณ์เข้มสไตล์สปอร์ต

นอกจากนี้นิสสัน มาร์ช รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ ยังมาพร้อมสีภายนอกใหม่ สีม่วง พลัม ให้เลือกด้วย

Nissan-Eco-Car-100000

โดยในเดือนสิงหาคม 2555 บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ประกาศความสำเร็จของยอดขายรถยนต์อีโคคาร์ อย่าง นิสสัน มาร์ช และ นิสสัน อัลเมร่า ทะลุ 100,000 คัน โดยได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “หนึ่งแสนคัน หนึ่งแสนความมั่นใจ”

Nissan-March-2013

และในวันที่ 22 มีนาคม 2556 Nissan March ก็ได้มีปรับไมเนอร์เชนจ์ ให้ดูสปอร์ตขึ้น โดนเปลี่ยนรูปแบบกระจังหน้าโครเมียมแบบใหม่ ไฟหน้าใหม่พร้อมไฟตัดหมอก ไฟท้ายแบบ LED ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ลายใหม่ พร้อมกับเพิ่ม 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเขียว กรีน โอลีฟ และ สีชมพู สวีท พิงค์

ส่วนภายในเพิ่มโทนสีเบจ และแผงแสดงผลหน้าจอล้อมกรอบด้วยโครเมียม สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ช่องเชื่อมต่อ USB ไฟในห้องเก็บสัมภาระ และวัสดุเบาะที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อมประดับแผงคอนโซลด้วยสีดำ Piano Black และเพิ่มระบบเบรก ABS, EBD และ BA ตั้งแต่ในรุ่น E เป็นต้นไป

Nissan-March-2014

มาถึงเดือนสิงหาคม 2557 นิสสัน ได้แนะนำ March สีใหม่อีกครั้ง คือ สีฟ้า คาปรี บลู เพื่อสร้างสีสันและเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้ากลุ่มอีโค คาร์ โดยสีฟ้า คาปรี บลู ใหม่ นี้ เป็นสีเมทาลิคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความแวววาวของน้ำทะเลเกาะคาปรี ทางตะวันตกเฉียงใต้ในประเทศอิตาลี เป็นการเสริมความสดใสใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอีก 1 สี

Nissan-March-Limited-Edition-2014

พอมาถึงเดือนตุลาคม 2557 นิสสัน ได้แนะนำ Nissan March Limited Edition หน้าตาแบบรุ่น Bolero ที่ส่งออกไปขายในญี่ปุ่น กระจังหน้าขนาดใหญ่ลายตาข่ายไขว้ พร้อมช่องดักลมด้านล่างดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยเส้นโครเมี่ยม มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย จำกัดจำนวนเพียง 600 คันเท่านั้น

พอมาถึงเดือนกรกฎาคม 2559 นิสสัน อีโคคาร์ ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำอีโคคาร์รายแรกของไทยที่ผลิตเพื่อจำหน่ายแล้วกว่า 500,000 คัน ทั้ง Nissan March และ Almera … ภายใต้แนวคิด “500,000 รอยยิ้มและความสุข กับครอบครัวนิสสัน อีโคคาร์”

Nissan-500000-Eco-Cars-Produced-In-Thailand-2016

พร้อมแนะนำ Nissan March Limited Edition (อีกครั้ง) โดยเพิ่มชุดคิ้วกันสาดข้างประตู และไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ชุดคิ้วบันไดสแตนเลสเรืองแสง และปลายท่อไอเสียรุ่นพิเศษ

แล้วหลังจากนี้ Nissan March ก็ไม่มีอะไรใหม่ๆ ออกมากระตุ้นตลาดในบ้านเรา ขายกันไปแบบเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับรุ่นย่อยที่ลดลงเหลือแค่เพียง 4 รุ่นย่อย ได้แก่ 1.2 S MT, 1.2 E MT, 1.2 E CVT และ 1.2 EL CVT

Nissan-March-Advertorial

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Nissan March (K13) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม มีเพื่อนเยอะดี สำหรับคนเมือง และคุณผู้หญิง รูปทรงสวยน่ารัก แต่งสวย สมรรถนะพอเพียง คุณภาพแจ๋ว ประหยัดน้ำมัน ตัวรถเทคโนโลยีไม่ซับซ้อนนัก ราคามือสองไม่แพง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่เหมาะกับการใช้ในเมือง วงเลี้ยวแคบ หาที่จอดง่าย ภายในกว้างขวางพอประมาณ เบาะหน้าขนาดพอดี นั่งสบายๆ (สำหรับคนตัวไม่ใหญ่นัก) ส่วนด้านหลังตัวโฉมแรกๆ นั่งไม่ค่อยสบายนัก เนื่องจากเนื้อที่เบาะหลังไม่มีพนักพิงศีรษะมาให้ นั่งไกลๆ เมื่อยคอหน่อย

ส่วนข้อด้อยก็มี การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ยังไม่ดีนัก เครื่องยนต์ 3 สูบ ที่อาจจะเดินไม่นิ่ง หลายคนมักติ และการออกตัวเร่งแซงที่ไม่ทันใจนัก ใครที่มีนิสัยชอบขับรถเหยียบกระชาก หรือ Kick Down ไม่เหมาะอย่างแรง เพราะเกียร์พยายามจะทดรอบให้รอบต่ำ เพื่อประหยัดน้ำมัน ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขับใหม่

รวมไปถึงระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop ที่ไม่เหมาะกับการจราจรในบ้านเรา จนในเน็ตมีวิธีปิดระบบนี้กันว่อน รุ่นหลังปี 2011 ถึงต้องเอา Option นี้ออกไปเลยทีเดียว

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานในระดับหนึ่ง ค่าบำรุงรักษาถูก ศูนย์บริการหาไม่ยาก แต่ถ้าหากเป็นรถปีเก่าๆ ต้องระวังเรื่องเกียร์ CVT ที่หลายคันเริ่มมีปัญหา (พัง) เข้าศูนย์ที เปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่เป็นแสน … ทางที่ดี ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ให้ไวขึ้น ทุกๆ 3-4 หมื่นกิโลเมตร เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ ในกรณีที่รถสภาพยังสมบูรณ์อยู่

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีแน่นอน เพราะ March ที่ไทยส่งไปขายในญี่ปุ่น ก็เริ่มกลับมาเป็นอะไหล่ในบ้านเราพอสมควร …

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 120,000 – 350,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Nissan March รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Nissan-March ได้เลยครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Promotion-YarisAtiv

ติดตามโปรโมชั่นรถใหม่ ประจำเดือนกันยายน 2560 กับ CARRO Blog ได้ที่นี่

หลังจากผ่านงานของ BIG Motor Sale 2017 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา มีรถยนต์เปิดตัวใหม่ในงานหลายรุ่น อาทิเช่น Toyota Yaris Ativ ที่เปิดตัวครั้งแรกของโลก รวมไปถึง Chevrolet Trailblazer Z71 รุ่นท็อปใหม่ล่าสุด อีกทั้งยังมี Range Rover Velar ที่เอาใจเศรษฐีผู้ชอบรถ SUV สุดหรูราคาย่อมเยาว์จากอังกฤษ เป็นต้น

สำหรับในเดือนกันยายน เตรียมพบกับ Toyota Yaris Hatchback โฉมไมเนอร์เชนจ์ ในวันที่ 14 กันยายน

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ประจำเดือนกันยายน 2560 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Hilux-Revo-Promotion-8-2017

เครื่องยนต์ GD จาก ไฮลักซ์ รีโว่ ยิ่งใช้…ยิ่งใช่

1. กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่น สแตนดาร์ด แค็บ 2.4J ราคา 552,000 บาท
– มีรถยนต์โตโยต้าหรือรถยนต์ยี่ห้ออื่น กรณีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ สำเนาทะเบียนรถต้องตรงกับผู้เช่าซื้อ หากยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ ต้องผ่อนชำระแล้ว 3 ปี ขึ้นไป
– ประวัติผ่อนชำระดี
– ยกเว้นรุ่นไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บขับเคลื่อน 4 ล้อ
– ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน
2. ผ่อนสบายเริ่มต้น 3,999 บาท คำนวนจากโปรแกรม Sabuy:D รุ่น สแตนดาร์ด แค็บ 2.4J ราคา 552,000 บาท ดาวน์ 159,970 บาท (ดาวน์ 28.98%) ผ่อน 60 เดือน ดอกเบี้ย (3.30%) ผ่อน 3,999 บาท งวดที่ 1-59 และ 220,800 บาท งวดที่ 60
3. ประกันภัยชั้น 1 Exclusive Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
4. ต้องแจ้งผ่าน บจก. โตโยต้า อินชัวรันซ์โบรกเกอร์เท่านั้น
5. สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บ.โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
6. สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2560 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
7. เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
8. ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

Nissan

Nissan-Promotion-9-2017

จะกี่ฝนก็แฮปปี้เพราะโปรดีจากนิสสัน ข้อเสนอพิเศษ

ฟรี ประกันภัย 1 (3)

Note

ผ่อนสบาย 4,150 บาท (1)
ราคาเริ่มต้น 568,000 บาท (6)

Almera

ดาวน์ต่ำ 19,999 บาท (4)
ราคาเริ่มต้น 445,000 บาท (8)

X-Trail

ดอกเบี้ย 0% 48 เดือน (2)
ราคาเริ่มต้น 1,239,000 บาท (7)

Navara (Single Cab / King Cab)

ข้อเสนอมูลค่ารวม 80,000 บาท (5)

Navara (Sportech / BE)

ดอกเบี้ย 0% (2)
เพิ่มมูลค่ารถเก่า 10,000 บาท (10)

Sylphy (E85 Icon)

ดอกเบี้ย 0% 1 (2)

Teana

ดอกเบี้ย 0% 1 (2)

March (20 กม./ลิตร)

ดาวน์ต่ำ 4,999 บาท (4)
ราคาเริ่มต้น 400,000 บาท (9)

(1) สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถผ่านโปรแกรม “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,150 บาท/เดือน (สำหรับงวดที่ 1-60) เงินดาวน์ 30% คำนวณจากรุ่น 1.2V CVT ราคา 568,000 บาท
(2) ดอกเบี้ย 0% March ดาวน์ 15% ผ่อน 48 เดือน, Teana, Navara D/Cab Sportech, Navara Black Edition ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน, Sylphy, X-Trail และ Almera ดาวน์ 30% ผ่อน 48 เดือน (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ)
(3) ฟรีประกันภัยชั้น 1 Nissan Premium Protection 1 ปี ไม่รวม พ.ร.บ. ทุนประกันภัย 80% ของมูลค่ารถ (เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นที่ 15,577 บาท) ขึ้นกับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ ยกเว้น Teana
(4) ไม่สามารถใช้ร่วมกับข้อเสนอ “ดอกเบี้ย 0%” March ดาวน์ต่ำสุด 4,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 35,001 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2 S MT ราคา 400,000 บาท) Almera ดาวน์ต่ำสุด 19,999 บาท (คำนวณจากส่วนลดเงินดาวน์ 33,701 บาท ที่ดาวน์ 10% รุ่น 1.2E Sportech ราคา 537,000 บาท) เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ
(5) เฉพาะรุ่น KC Sportech
(6) รุ่น 1.2V CVT
(7) รุ่น 2.0S
(8) รุ่น 1.2S MT
(9) รุ่น 1.2S MT
(10) เพิ่มมูลค่ารถเก่าเมื่อแลกซื้อรถใหม่ (Trade-in Bonus) 10,000 บาท

– เงื่อนไขพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับ บ. นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จก.
– สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายในวันที่ 1-30 กันยายน 2560

Nissan-X-Trail-Promotion-8-2017

นิสสัน ชวนคุณไปล่าแสงใต้ที่นิวซีแลนด์ กับแคมเปญ “Start the Journey of Life with Nissan X-Trail” เพียงลงทะเบียนทดลองขับและออกรถนิสสันเอ็กซ์เทรล ก็ได้ลุ้นเดินทางไปล่าแสงใต้ที่ประเทศนิวซีแลนด์ทันที พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ทดลองขับและออกรถนิสสันเอ็กซ์เทรล รับทันทีสิทธิพิเศษมูลค่า 5,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% ถึง 30 กันยายนนี้เท่านั้น!

Nissan-Navara-Promotion-9-2017

นาวารา 190 แรงม้าให้โชค มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท

รายละเอียดข้อเสนอ นาวารา 190 แรงม้าให้โชค จำนวน 191 รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น 5,045,500 บาท

– ลุ้นรับสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 190 รางวัล
– ลุ้นรับกระบะ นาวารา Sportech ฟรี 1 คัน
– มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท
– ข้อเสนอพิเศษสูงสุด 80,000 บาท
– ฟรี ประกันภัยชั้น 1
– อุปกรณ์ตกแต่งราคาพิเศษ รุ่น ดับเบิ้ลแค็บ แพ็คเกจสุดคุ้ม 5,320.-(4) และ คิงแค็บ แพ็คเกจสุดคุ้ม 5,040.-

ระยะเวลา 1-30 กันยายน 2560

Honda

Honda-Promotion-9-2017

ให้คุณพาแม่เที่ยวได้ทุกที่ แฮปปี้กว่าที่เคย เพราะออกรถ Honda รุ่นใดก็ได้วันนี้ รับฟรี! บัตรน้ำมัน 4,000 บาท (ได้รับทันทีหรือไม่เกิน 60 วันหลังจากรับรถยนต์ ใช้เฉพาะปั้มน้ำมัน ปตท. เท่านั้น) พร้อมข้อเสนออื่นๆมากมาย พิเศษ! เมื่อทดลองขับรถยนต์ฮอนด้า รับฟรีหมอนรองคอ 2 in 1 ถึง 30 ก.ย. 2560

Honda-Promotion-9-2017

จองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ด้วยบัตรเครดิตที่รวมรายการ 5,000 บาท รับบัตรของขวัญฮอนด้า มูลค่า 1,000 บาท
พิเศษ สำหรับรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่, ฮอนด้า แอคคอร์ด และฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด รับบัตรของขวัญฮอนด้า มูลค่า 3,000 บาท

เมื่อรับรถยนต์ วันนี้ – 30 กันยายน นี้ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

Mazda

Mazda-Promotion-9-2017

Mazda Skyactiv Day วันพิเศษแห่งปี เพื่อยนตรกรรมสกายแอคทีฟ

จองรถมาสด้าทุกรุ่น รับ Active Camera มูลค่า 3,900 บาท*
พิเศษ! ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% พร้อมรับ Mazda Care และ Mazda Premium Insurance

9-17 กันยายน นี้ เท่านั้น ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

*ของมีจำนวนจำกัด
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Mitsubishi

Mitsubishi-Mirage-Attrage-Promotion-9-2017

ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับมิตซูบิชิ มิราจ

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 3 ปี พร้อมกล้อง Action Camera รวมมูลค่าสูงสุด 51,000 บาท*
ฟรี รับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)**
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)**
ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี*
1 – 30 ก.ย. 2560

เงื่อนไข:

*สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ และมิตซูบิชิมิราจทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 กันยายน 2560 รับฟรีเบี้ยประกันภัยชั้นหนึ่งไดมอนด์ โพรเทคชั่น พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลานาน 3 ปี มูลค่าสูงสุด 48,669 บาท สำหรับมิตซูบิชิแอททราจ และมูลค่าสูงสุด 47,238 บาท สำหรับมิตซูบิชิมิราจ ตามเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยที่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด และ รับฟรีกล้อง Action Camera ระบบ 4K มูลค่า 3,990 บาท โดยเงื่อนไขการรับประกันกล้องดังกล่าวเป็นไปตามที่ บริษัท แบรนด์ ไอเดนติตี้ แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด กำหนด อนึ่ง ลูกค้าควรศึกษาวิธีการใช้งาน และข้อควรระวัง ที่ระบุไว้ในคู่มือการใช้งานกล้อง

**การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Diamond Warranty) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) ระยะเวลาการรับประกันของชิ้นส่วนและอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามที่ระบุไว้ในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ และรายการฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) มูลค่า 7,650 บาท อัตราค่าแรงที่นำมาคำนวณอ้างอิงจากอัตราค่าแรงกลาง บริการฟรีเฉพาะค่าแรงเช็คระยะตามที่กำหนดไว้ในบัตรตรวจเช็คระยะฟรีในสมุดรับบริการและคู่มือการใช้รถ ซึ่งรถยนต์ของลูกค้าจะได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรายการที่ระบุไว้ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้จำหน่ายมิตซูบิชิที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น

Mitsubishi-Promotion-9-10-2017

เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความพึงพอใจของลูกค้าของ มิตซูบิชิ เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ1 สามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของ มิตซูบิชิ มากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ เช็ครถยนต์ฟรี 21 รายการ พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 10%1 สำหรับค่าอะไหล่ที่ร่วมรายการ รวมไปถึงเบรก โช๊คอัพ และเคมีภัณฑ์ เมื่อลูกค้านำรถยนต์เข้ารับบริการเช็คระยะ1 ทั้งนี้ ลูกค้าที่เข้ารับบริการตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับของที่ระลึกฟรีเป็น ไฟฉายฉุกเฉินอเนกประสงค์ มูลค่า 400 บาท โดยข้อเสนอพิเศษทั้งหมด มีผลตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมอบแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้าใหม่ของ มิตซูบิชิ ฟรีกล้องแอคชั่น คาเมร่า พร้อม แพคเกจ 35531 ประกอบไปด้วย ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 3 ปี และฟรีการรับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี2 พร้อมฟรีค่าแรงการเช็คระยะนาน 5 ปี2 ทั้งยังมีบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลานาน 3 ปี สำหรับผู้ซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นใหม่ ทุกรุ่นทั้ง ปาเจโร สปอร์ต, ไทรทัน, แอททราจ และ มิราจ

1 เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด
2 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

Isuzu

Isuzu-D-Max-Promotion-9-2017

อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ ซื้อง่าย… ทุกข้อเสนอ

(1) กรณีดาวน์ 5% / คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา (2) ผ่อนเพียง 4,990 บาทต่อเดือน โดยคำนวณค่างวดต่อเดือนจากงวดที่ 1-59 สำหรับกรณีดาวน์ 28% ผ่อน 60 เดือน / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือน กันยายน 2560 / คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา (3) ช่วยผ่อนในงวดแรก 5,000 บาท เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน ที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมถึงรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ / ของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

Isuzu-D-Max-Promotion-9-2017

ลุยเหนือชั้น เต็มพลังออฟโรด ตั้งแต่ 1-30 ก.ย. 2560

(*) เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงิน (บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด) ที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมถึงรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / สำหรับผู้ที่ซื้อรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ทุกรุ่น /อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกันยายน 2560 / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ / ของแถมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

Isuzu-MU-X-Promotion-9-2017

เอกสิทธิ์พิเศษ เมื่อซื้อ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์สุดพิเศษดอกเบี้ยเพียง… 1.30% และเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ วันนี้ – 31 ต.ค. 2560

*อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.30% เมื่อซื้อรถ ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์ บลูเพาเวอร์ เงื่อนไขไฟแนนซ์เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนดอ้างอิงดอกเบี้ยเดือน กันยายน-ตุลาคม 2560

Suzuki

Suzuki-Promotion-9-2017

โปรโมชั่นสุดเร้าใจกับ Suzuki Hot Deal ลดร้อนแรง แซงทุกดีล พิเศษเฉพาะลูกค้าที่ทำการจองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2560 นี้ รับบัตรเติมน้ำมัน 5,000 บาท ฟรี

MG

MG-Promotion-9-2017

MG Mega Bonus โปรโมชั่นสุดคุ้มค่าที่ทำให้คุณเป็นเจ้าของรถ MG ได้ง่ายขึ้น พบกับข้อเสนอสุดพิเศษ รถยนต์ MG ทุกรุ่น ที่โชว์รูม MG พร้อมกันทั่วประเทศ วันนี้ – 30 ก.ย. 2560

Chevrolet

Chevrolet-Promotion-9-2017

เชฟโรเลต… ฝนนี้มีเซอร์ไพรส์ ดอกเบี้ย 0.99% พิเศษ ฟรีประกันชั้น 1 ทุกรุ่น อย่าพลาด ข้อเสนอเฉพาะคุณ ที่โชว์รูมเชฟโรเลต ทั่วประเทศ 1-30 ก.ย. 2560

Ford

Ford-Ranger-Promotion-8-2017

สุดคุ้ม! Ford Ranger Wildtrak ดาวน์เพียง 89,999 บาท หรือผ่อนเพียง 8,999 บาท/เดือน เริ่มผ่อนปีหน้า พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง คุ้มได้อีก! จองรถฟอร์ดทุกรุ่นลุ้นส่วนลด 500,000 บาท วันนี้-17 ก.ย. ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ

BMW

BMW-5-Series-Promotion-8-2017

The All-New BMW 5 Series มาพร้อมโหมดการขับขี่แบบ Adaptive และเทคโนโลยี Gesture Control ราคารวมแพคเกจ BSI STANDARD* เริ่มต้น 3.439 ล้านบาท