เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

ที่ผมจั่วหัวมาแบบนี้ ไม่ต้องสงสัยเลย เพราะว่าคำถามนี้ ก็จัดเป็นหนึ่งในคำถามของผู้ที่สงสัยกันมานาน และมักถามกันบ่อยๆ ตามสื่อโซเชียลมีเดีย ว่าทำไม “รถเก๋ง ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง เหมือนแบบรถยนต์แบบ 3 ประตู / 5 ประตู Hatchback หรือรถยนต์แบบรถ Crossover SUV หรือรถ SUV บ้าง?”

ตามจริงแล้ว จะบอกว่ารถเก๋งที่ขายในไทย ไม่เคยติดตั้งที่ปัดน้ำฝนหลังมาให้เลย ก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว …

เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

ในอดีต รถเก๋งที่ขายในไทย ที่มีติดตั้งปัดน้ำฝนหลังมาให้ ก็จะมีแค่ Mazda 323 (มาสด้า 323) (BF), Mitsubishi Galant (มิตซูบิชิ กาแลนท์), Mitsubishi Galant Ultima (มิตซูบิชิ กาแลนท์ อัลติม่า) และ Peugeot 406 (เปอโยต์ 406) รุ่นที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ประมาณนี้

เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

ว่ากันด้วยตามหลักการของหลักอากาศพลศาสตร์ เมื่ออากาศที่ไหลผ่านรถยนต์เวลาเคลื่อนที่จนไปถึงท้ายรถแล้ว ลักษณะอากาศจะเกิดหมุนแบบปั่นป่วน เกิดกระแสลมหมุน เนื่องจากด้านหลังมีการเคลื่อนที่ของอากาศที่มาจากรอบคันรถ ไม่ว่าจะด้านบน ด้านข้าง หรือด้านล่าง

เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

ซึ่งในตัวรถเก๋ง อากาศจะไหลผ่านไปยังกระจกที่ลาดและท้ายที่ยื่นยาวออกมา อากาศจะไปปั่นป่วนบริเวณด้านท้ายรถ พร้อมกับพัดพาสิ่งสกปรก (ส่วนหนึ่ง) ออกไปหมุนอยู่แถวท้ายรถ ซึ่งต่างจากในรถประเภทท้ายตัด หรือท้ายสั้นอย่าง Hatchback (แฮทช์แบค), Liftback (ลิฟท์แบค), Coupe (คูเป้) หรือแบบ Van / Wagon (แวน / แวกอน) อากาศจะไปหมุนอยู่ที่บริเวณกระจกบานท้าย ทำให้มีสิ่งสกปรกติดกระจกมากกว่า จึงต้องมีที่ปัดน้ำฝนหลังไว้ใช้งาน

เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

และอีกเหตุผลหนึ่ง สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในเมืองหนาว (บางประเทศ) ผู้ผลิตรถอาจติดตั้งที่ปัดน้ำฝนหลังให้เช่นเดียวกัน เนื่องจากเวลาหิมะตก สามารถใช้ปัดหิมะที่บริเวณกระจกบานหลัง และไฟเบรกดวงที่ 3 (เฉพารุ่นที่ติดตั้งด้านในรถ) ให้เห็นชัดขึ้น (บางรุ่นมีให้เลือกเป็น Option คุณต้องจ่ายเงินเพิ่มนะครับ)

เรื่องก็มีอยู่แค่นี้แหละครับ ถ้ารถคุณมีปัน้ำฝนหลัง ก็อย่าลืมหาโอกาสใช้งาน จะช่วงฝนตก หรือปัดคราบสกปรกบนกระจกหลังออกบ้างนะครับ

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ! เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Mazda2 ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

ราคารถใหม่ Toyota (โตโยต้า) ปี 2021-2022 ทุกรุ่น

รวมราคารถใหม่ Toyota (โตโยต้า) Update 17/9/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 – 2022 ราคารถยนต์ Toyota (โตโยต้า) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน เช็คราคาได้ที่นี่

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

New-Toyota-Yaris-2020

New Yaris 2020

  • 1.2 Entry ราคา 549,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 609,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 679,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium with Black Roof ราคา 684,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport ราคา 634,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport Premium with Black Roof ราคา ราคา 709,000 บาท

New-Toyota-Yaris-ATIV-2020

Yaris ATIV 2020

  • 1.2 Entry ราคา 539,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 599,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 674,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport ราคา 624,000 บาท
  • Play Limited Edition Sport Premium ราคา ราคา 699,000 บาท

New Toyota Yaris X Urban 2022

New Yaris 2022

  • 1.2 Entry ราคา 549,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 609,000 บาท
  • 1.2 Sport X (Two-Tone) ราคา 614,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 679,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium X (Two-Tone) ราคา 684,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium (Two-Tone) ราคา 684,000 บาท

New Toyota Yaris Ativ Urban Addict 2022

Yaris ATIV 2022

  • 1.2 Entry ราคา 539,000 บาท
  • 1.2 Sport ราคา 599,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium ราคา 674,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium (Two-Tone) ราคา 684,000 บาท

Toyota-GR-Yaris-2021

GR Yaris

  • ราคา 2,690,000 บาท

Toyota-Vios

Vios

  • 1.5 Entry ราคา 609,000 บาท
  • 1.5 Mid ราคา 699,000 บาท
  • 1.5 High ราคา 789,000 บาท

Toyota-Corolla-Altis-Hybrid

Corolla Altis / Hybrid 2020

  • Limo ราคา 839,000 บาท
  • 1.6 G ราคา 879,000 บาท
  • 1.8 GR-Sport ราคา 999,000 บาท
  • Hybrid Entry ราคา 939,000 บาท
  • Hybrid Mid ราคา 989,000 บาท
  • Hybrid High ราคา 1,099,000 บาท

(*สำหรับสีพิเศษ White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid และเครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

Corolla Altis / Hybrid 2021

  • Limo ราคา 839,000 บาท*
  • 1.6 G ราคา 879,000 บาท*
  • 1.8 Sport ราคา 964,000 บาท
  • 1.8 GR-Sport ราคา 1,009,000 บาท**
  • Hybrid Smart ราคา 939,000 บาท
  • Hybrid Premium ราคา 994,000 บาท
  • Hybrid Premium Safety ราคา 1,099,000 บาท

*สำหรับสีพิเศษ Super White II มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6L และ รุ่น Limo เท่านั้น

**รุ่น 1.8 GR-Sport มี 3 สี ได้แก่ Platinum White Pearl, Red Mica Metallic และ Attitude Black Mica

(*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid, เครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport และ 1.8 Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

All-New-Corolla-Cross-2020

All-New Corolla Cross 2020

  • 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท
  • Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท
  • Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท
  • Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท
  • Hybrid Premium ชุดแต่ง Modellista ราคา 1,130,500 บาท**
  • Hybrid Premium Safety ชุดแต่ง Modellista ราคา 1,240,500 บาท**

หมายเหตุ:

  • สำหรับภายในสี Terra Rossa มีเฉพาะสี Celestite Gray Metallic, Platinum White Pearl และ Attitude Black Mica ในรุ่น Hybrid Premium Safety และ Hybrid Premium
  • สำหรับรุ่น Hybrid Smart และ 1.8 Sport ภายในสีดำสำหรับภายนอกทุกสี
  • สำหรับสี Platinum White Pearl ราคาเพิ่มขึ้น 10,000 บาท
  • **ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม และรวมอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษและค่าติดตั้ง โดยบริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด โดยไม่รวมค่าทำสีหลังคาดำ
    ***สำหรับการทำสีหลังคาดำ ลูกค้าสามารถติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

Toyota-C-HR-2019

C-HR

  • 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท
  • 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท
  • HV Mid ราคา 1,069,000 บาท
  • HV Hi ราคา 1,159,000 บาท
  • By Karl Lagerfeld ราคา 1,219,000 บาท

New Toyota C-HR 2021

C-HR 2021

  • HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

Toyota-Camry

Camry

  • 2.0 G ราคา 1,455,000 บาท
  • 2.5 G CNG ราคา 1,599,000 บาท
  • 2.5 HV ราคา 1,649,000 บาท
  • 2.5 HV Premium ราคา 1,809,000 บาท

Toyota-GR-Supra

GR Supra

  • GR Supra 2020 Edition ราคา 5,199,000 บาท

* สำหรับรุ่นพิเศษ สี Horizon Blue เท่านั้น

Toyota-Avanza-2019

Avanza

  • 1.5 E ราคา 649,000 บาท
  • 1.5 G ราคา 699,000 บาท

Toyota-Sienta-2019

Sienta

  • 1.5 G ราคา 765,000 บาท
  • 1.5 V ราคา 875,000 บาท

Toyota-Innova-Crysta

Innova Crysta

  • 2.0 E M/T ราคา 1,129,000 บาท
  • 2.8 G ราคา 1,235,000 บาท
  • 2.8 V ราคา 1,413,000 บาท

Toyota-Innova-Crysta-2021

Innova Crysta 2021

  • 2.0 Entry ราคา 1,199,000 บาท
  • 2.8 Crysta ราคา 1,279,000 บาท**
  • 2.8 Crysta Premium ราคา 1,429,000 บาท**

*สี White Pearl Crystal (เฉพาะรุ่น 2.8 Crysta Premium และ 2.8 Crysta) ราคาเพิ่ม 10,000 บาท จากราคาที่แสดงข้างบน

**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน และรวมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ พร้อมค่าติดตั้งโดยบริษัท TAC จำกัด (รุ่น 2.8 Crysta Premium มูลค่า 39,500 และ 2.8 Crysta มูลค่า 30,500 บาท)

Toyota-Fortuner

Fortuner

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,309,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,429,000 บาท
  • 2.8 V 2WD ราคา 1,603,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,509,000 บาท
  • 2.8 V 4WD ราคา 1,673,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 2WD ราคา 1,662,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 47,000 บาท ราคารวม 1,709,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 2WD Black Top ราคา 1,668,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 60,500 บาท ราคารวม 1,729,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 4WD ราคา 1,732,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 47,000 บาท ราคารวม 1,779,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 4WD Black Top ราคา 1,738,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 60,500 บาท ราคารวม 1,799,000 บาท

New-Toyota-Fortuner-Legender-2020

Fortuner 2020

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,454,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,524,000 บาท
  • 2.4 Legender 2WD ราคา 1,557,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,564,000 บาท
  • 2.4 Legender 4WD ราคา 1,627,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,634,000 บาท
  • 2.8 Legender 2WD ราคา 1,762,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,769,000 บาท
  • 2.8 Legender 4WD ราคา 1,832,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท ราคารวม 1,839,000 บาท

หมายเหตุ

1. สำหรับรุ่นธรรมดา สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 12,000 บาท
2. สำหรับรุ่น Legender สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 20,000 บาท

Toyota เปิดตัว Toyota Fortuner GR Sport พร้อมโฉมใหม่ Toyota Fortuner 2021 ในราคา 1,351,000 - 1,879,000 บาท

Fortuner 2021

  • 2.4 G 2WD ราคา 1,351,000 บาท
  • 2.4 V 2WD ราคา 1,466,000 บาท
  • 2.4 V 4WD ราคา 1,536,000 บาท
  • 2.4 Legender 2WD ราคา 1,566,000 บาท
  • 2.4 Legender 4WD ราคา 1,636,000 บาท
  • 2.8 Legender 2WD ราคา 1,775,000 บาท
  • 2.8 Legender 4WD ราคา 1,839,000 บาท
  • 2.8 GR Sport 2WD ราคา 1,879,000 บาท

หมายเหตุ

1. สำหรับรุ่นธรรมดา สีพิเศษ White Pearl CS และ Emotional Red เพิ่ม 12,000 บาท
2. สำหรับรุ่น Legender / GR Sport สีพิเศษ White Pearl CS Black Top และ Emotional Red Black Top เพิ่ม 20,000 บาท

Toyota-Alphard

Alphard

  • 2.5 Hybrid ราคา 3,968,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 4,019,000 บาท
  • 3.5 VIP ราคา 5,458,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 5,509,000 บาท

Toyota-Vellfire

Vellfire

  • 2.5 ราคา 3,838,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 51,000 บาท ราคารวม 3,889,000 บาท

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition-2019

Hilux Revo

Standard Cab

  • 2.4 J แค็บ และแชสซีส์ ราคา 533,000 บาท
  • 2.4 J แค็บ และแชสซีส์ A/T ราคา 588,000 บาท
  • 2.4 J ราคา 566,000 บาท
  • 2.4 J A/T ราคา 621,000 บาท
  • 2.7 J ราคา 574,000 บาท
  • 2.4 J Plus ช่วงล้อสั้น ราคา 587,000 บาท
  • 2.8 J Plus ราคา 607,000 บาท
  • 2.8 J 4X4 ราคา 676,000 บาท

Smart Cab

  • 2.4 J Plus Z-Edition M/T ราคา 600,000 บาท
  • 2.4 J Plus Z-Edition A/T ราคา 699,000 บาท
  • 2.4 E Z-Edition M/T ราคา 690,000 บาท
  • Prerunner 2.4 J Plus ราคา 672,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E ราคา 721,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus ราคา 751,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E A/T ราคา 770,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus A/T ราคา 800,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G Rocco ราคา 830,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T Rocco ราคา 879,000 บาท
  • 2.8 G Rocco 4X4 ราคา 953,000 บาท
  • 2.4 E Plus 4X4 ราคา 830,000 บาท
  • 2.8 G 4X4 ราคา 909,000 บาท

Double Cab

  • 2.4 J Plus Z-Edition ราคา 690,000 บาท
  • 2.4 J Plus Z-Edition A/T ราคา 740,000 บาท
  • 2.4 E Z-Edition ราคา 783,000 บาท
  • Prerunner 2.4 J Plus ราคา 770,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E ราคา 810,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E A/T ราคา 859,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus ราคา 840,000 บาท
  • Prerunner 2.4 E Plus A/T ราคา 889,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G ราคา 909,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T ราคา 958,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G Rocco ราคา 939,000 บาท
  • Prerunner 2.4 G A/T Rocco ราคา 988,000 บาท
  • Prerunner 2.8 G A/T Rocco ราคา 1,130,000 บาท
  • 2.8 G A/T Rocco 4X4 ราคารถ 1,199,000 บาท
  • 2.4 E Plus 4X4 ราคา 935,000 บาท
  • 2.8 G 4X4 ราคา 1,081,000 บาท
  • 2.8 G A/T 4X4 ราคา 1,150,000 บาท

New-Toyota-Hilux-Revo-Rocco-2020

Hilux Revo 2020

Standard Cab

  • 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) ราคา 544,000 บาท
  • 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) AT ราคา 594,000 บาท
  • 2.4 Entry ช่วงล้อสั้น ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 634,000 บาท
  • 2.8 Entry ราคา 604,000 บาท
  • 2.8 Entry 4X4 ราคา 704,000 บาท

Smart Cab

  • Z Edition 4×2 2.4 Entry STD ราคา 609,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry ราคา 624,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ราคา 684,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid ราคา 699,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ATราคา 734,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid AT ราคา 749,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry STD ราคา 689,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Entry ราคา 704,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD ราคา 754,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid ราคา 769,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid STD AT ราคา 794,000 บาท
  • Z Edition 4×2 2.4 Mid AT ราคา 809,000 บาท

Prerunner & 4X4

  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry ราคา 707,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry AT ราคา 757,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid ราคา 787,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid AT ราคา 837,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 High ราคา 864,000 บาท
  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 High AT ราคา 914,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.4 Mid ราคา 862,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.8 High ราคา 959,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry ราคา 807,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Entry AT ราคา 857,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid ราคา 872,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Mid AT ราคา 922,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 High ราคา 959,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 High AT ราคา 1,009,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.4 Mid ราคา 957,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 High ราคา 1,109,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 High AT ราคา 1,159,000 บาท

Rocco

  • Smart Cab Prerunner 2×4 2.4 Rocco AT ราคา 919,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 30,000 บาท ราคารวม 949,000 บาท
  • Smart Cab 4×4 2.8 Rocco AT ราคา 1,049,000 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 30,000 บาท ราคารวม 1,079,000 บาท
  • Double Cab Prerunner 2×4 2.4 Rocco AT ราคา 1,050,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 28,500 บาท ราคารวม 1,079,000 บาท
  • Double Cab 4×4 2.8 Rocco AT ราคา 1,210,500 บาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 28,500 บาท ราคารวม 1,239,000 บาท

Toyota เปิดตัว Toyota Hilux Revo 2021 ใหม่! สนนราคา 544,000 - 1,299,000 บาท

Hilux Revo 2021

Standard Cab & Cab Chassis

  • 2.4 Entry C&C ราคา 544,000 บาท
  • 2.4 Entry C&C AT ราคา 594,000 บาท
  • 2.4 Entry ราคา 584,000 บาท
  • 2.4 Entry SWB ราคา 584,000 บาท
  • 2.8 Entry ราคา 604,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 634,000 บาท
  • 2.8 Entry 4WD ราคา 704,000 บาท

Toyota Hilux Revo Z Edition

Smart Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Entry MT ราคา 619,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 669,000 บาท
  • 2.4 Mid MT ราคา 695,000 บาท
  • 2.4 Mid AT ราคา 745,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.4 Entry MT ราคา 699,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 739,000 บาท
  • 2.4 Mid MT ราคา 765,000 บาท
  • 2.4 Mid AT ราคา 805,000 บาท

Toyota Hilux Prerunner

Smart Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Entry MT ราคา 724,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 774,000 บาท
  • 2.4 Mid MT ราคา 799,000 บาท
  • 2.4 Mid AT ราคา 849,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Entry MT ราคา 824,000 บาท
  • 2.4 Entry AT ราคา 874,000 บาท
  • 2.4 Mid MT ราคา 885,000 บาท
  • 2.4 Mid AT ราคา 935,000 บาท
  • 2.4 High MT ราคา 976,000 บาท
  • 2.4 High AT ราคา 1,026,000 บาท

Toyota Hilux Revo 4×4

Smart Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.4 Mid MT ราคา 879,000 บาท
  • 2.4 High MT ราคา 976,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.4 Mid MT ราคา 974,000 บาท
  • 2.8 High MT ราคา 1,126,000 บาท
  • 2.8 High AT ราคา 1,176,000 บาท

Toyota Hilux Revo Rocco

Smart Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Rocco AT ราคา 966,000 บาท

Smart Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.8 Rocco AT ราคา 1,096,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ

  • 2.4 Rocco AT ราคา 1,096,000 บาท

Double Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ

  • 2.8 Rocco AT ราคา 1,256,000 บาท

Toyota Hilux Revo GR Sport

GR Sport Double Cab

  • 2.8 AT ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 889,000 บาท
  • 2.8 AT ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,299,000 บาท

Toyota-Hiace

Hiace

  • Eco Panel Van ราคา 999,000 บาท
  • GL Van สีขาว ราคา 1,079,000 บาท
  • GL Van สีเงิน ราคา 1,085,000 บาท

Toyota-Commuter

Commuter

  • 2.8 M/T สีขาว ราคา 1,269,000 บาท
  • 2.8 M/T สีเงิน ราคา 1,275,000 บาท
  • 2.8 A/T สีขาว ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.8 A/T สีเงิน ราคา 1,305,000 บาท

Toyota-Majesty

Majesty

  • Standard ราคา 1,709,000 บาท
  • Premium ราคา 1,899,000 บาท
  • Grande ราคา 2,199,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Toyota ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/toyota-car-price-list/

ราคารถใหม่ Suzuki (ซูซูกิ) ปี 2021- 2022 ทุกรุ่น

รวมราคารถใหม่ Suzuki (ซูซูกิ) ทุกรุ่น Update 24/8/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 – 2022 Suzuki (ซูซูกิ) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Suzuki-Celerio

Celerio

  • GA MT ราคา 328,000 บาท
  • GL MT ราคา 408,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 437,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 3,000 บาท

Suzuki-Ciaz

Ciaz

  • GA MT ราคา 484,000 บาท
  • GL MT ราคา 523,000 บาท
  • GL Plus CVT ราคา 568,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 625,000 บาท
  • RS CVT ราคา 675,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 5,000 บาท

Suzuki-Ciaz

New Suzuki Ciaz 2020

  • GL MT ราคา 523,000 บาท
  • GL CVT ราคา 559,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 625,000 บาท
  • RS CVT ราคา 675,000 บาท

*หมายเหตุ : เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงราคาที่เหมาะสมพร้อมสัมผัสกับที่สุดของความคุ้มค่า ในราคาพิเศษเฉพาะช่วงแนะนำ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 5,000 บาท

Suzuki-Swift

Swift

  • GL CVT ราคา 536,000 บาท
  • GL Sports CVT ราคา 541,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 609,000 บาท
  • GLX-Navi CVT ราคา 629,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 5,000 บาท

New-Suzuki-Swift-2021

Swift 2021

  • GL CVT ราคา 557,000 บาท
  • GL PLUS CVT ราคา 567,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 629,000 บาท

Suzuki-Ertiga-2019

Ertiga

  • GL AT ราคา 659,000 บาท
  • GX AT ราคา 725,000 บาท

All-New-Suzuki-XL7-2020-1

XL7 2020

  • GLX ราคา 779,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก Pearl Snow White (ZQZ) เพิ่มเงิน 5,000 บาท

All-New-Suzuki-Carry-2019

Carry

  • Pickup ราคา 385,000 บาท

Suzuki-Jimny-Sierra-2019

Jimny

  • MT (Monotone) ราคา 1,550,000 บาท
  • MT (Two-Tone) ราคา 1,580,000 บาท
  • AT (Monotone) ราคา 1,650,000 บาท
  • AT (Two-Tone) ราคา 1,680,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Suzuki ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/suzuki-new-car-promotion/

Nissan-Car-Price-List-2020

รวมราคารถใหม่ Nissan (นิสสัน) Update 19/8/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 Nissan (นิสสัน) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน เช็คราคารถ Nissan ป้ายแดงได้ที่นี่

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม มาที่นี่เลย CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยีจากระบบ AI ช่วยประเมินสภาพรถก่อนขาย

รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่คุณต้องการ ก็ได้เช่นกัน มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall Thailand ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Nissan-March

March

  • 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท
  • 1.2 E MT ราคา 480,000 บาท
  • 1.2 S CVT ราคา 495,000 บาท
  • 1.2 EL CVT ราคา 510,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

All-New-Nissan-Almera-2020

All-New Almera 2020

  • รุ่น S ราคา 499,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น EL ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น V Sportech ราคา 629,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 639,000 บาท
  • รุ่น VL Sportech ราคา 659,000 บาท
  • รุ่น N Sport ราคา 650,000 บาท

Nissan-Note-2020

Note 2020

  • 1.2 E CVT ราคา 530,000 บาท
  • 1.2 V CVT ราคา 565,000 บาท
  • 1.2 VL CVT ราคา 595,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Nissan-Leaf-2019

Leaf

  • Leaf ราคาพิเศษ 1,499,000 บาท

Nissan-GT-R

GT-R

  • GT-R ราคา 10,700,000 บาท
  • GT-R 50th Anniversary ราคา 11,300,000 บาท

Nissan-Kicks-ePower-2020

Kicks e-POWER 2020

  • รุ่น S ราคา 889,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 999,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาว Storm White (เพิ่มเงิน 10,000 บาท), สีส้ม Monarch Orange (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

**ราคานี้ มีผลถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

สีทูโทน หลังคาสีดำ (เฉพาะรุ่น VL) อีก 4 สี

  • สีขาว Storm White – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีส้ม Monarch Orange – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีแดง Radiant Red – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีเทา Gun Metallic – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

Nissan-Terra-2019

Terra

  • 2.3 V 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.3 VL 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.3 VL 4WD ราคา 1,459,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

New Terra 2021

  • 2.3 E 2WD 7AT ราคา 1,199,000 บาท
  • 2.3 VL 2WD 7AT ราคา 1,449,000 บาท
  • 2.3 VL 4WD 7AT ราคา 1,499,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Nissan-Navara-Black-Edition-2019

Navara

Single Cab

  • SL 6MT ราคา 559,500 บาท
  • SL 6MT 4WD ราคา 655,000 บาท
  • SWB 6MT ราคา 769,000 บาท

King Cab

  • S 6MT ราคา 637,000 บาท
  • E 6MT ราคา 667,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 799,500 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 790,000 บาท

Double Cab

  • S 6MT ราคา 693,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 840,500 บาท
  • Calibre EL 6MT ราคา 869,000 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 877,000 บาท
  • Calibre EL 7AT ราคา 914,500 บาท
  • Calibre EL 7AT Black Edition ราคา 950,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 943,500 บาท
  • VL 4WD 7AT ราคา 1,096,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 7,000 บาท

Nissan-Navara-Pro-4X-2021

Nissan-Navara-Single-Cab-2021

Navara 2021

Single Cab

  • Chassis Cab 6MT ราคา 519,000 บาท
  • S 6MT 6MT ราคา 559,000 บาท
  • SL 6MT ราคา 575,000 บาท
  • SL 6MT 4WD ราคา 649,000 บาท

King Cab

  • S 6MT ราคา 599,000 บาท
  • SL 6MT ราคา 609,000 บาท
  • E 6MT ราคา 689,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 765,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 815,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 809,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 859,000 บาท

Double Cab

  • Calibre E 6MT ราคา 849,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 899,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 915,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 965,000 บาท
  • 4WD VL 7AT ราคา 1,129,000 บาท

PRO-2X และ New PRO-2X

  • PRO-2X 2WD 7AT 999,000 บาท
  • PRO-4X 4WD 7AT 1,149,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน

Nissan-Urvan

Urvan

  • Diesel MT ราคา 1,216,500 บาท

ดูโปรโมชั่น Nissan ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/nissan-new-car-promotion/

ราคารถใหม่ Honda ปี 2021-2022 ทุกรุ่น

รวมราคารถใหม่ Honda (ฮอนด้า) Update 23/8/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 – 2022 Honda (ฮอนด้า) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน เช็คราคารถ Honda ป้ายแดงได้ที่นี่

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม มาที่นี่เลย CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยีจากระบบ AI ช่วยประเมินสภาพรถก่อนขาย

รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่คุณต้องการ ก็ได้เช่นกัน มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall Thailand ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Honda-City-RS-2020

All-New City 2020

  • S ราคา 579,500 บาท
  • V ราคา 609,000 บาท
  • SV ราคา 665,000 บาท
  • RS ราคา 739,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

All-New City Hatchback 2021

  • S+ ราคา 599,000 บาท
  • SV ราคา 675,000 บาท
  • RS ราคา 749,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

New-Honda-City-Hybrid-2021

New City e:HEV 2021

  • e:HEV RS ราคา 839,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท, สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาโซนิค (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

New City Hatchback e:HEV 2021

  • e:HEV RS ราคา 849,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท, สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาโซนิค (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

Honda-Jazz

Jazz

  • S MT ราคา 555,000 บาท
  • S CVT ราคา 594,000 บาท
  • V CVT ราคา 654,000 บาท
  • V+ CVT ราคา 694,000 บาท
  • RS CVT ราคา 739,000 บาท
  • RS+ CVT ราคา 754,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท, สีส้มฟินิกซ์ (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

Honda-Civic

Civic

  • 1.8 E ราคา 874,000 บาท
  • 1.8 EL ราคา 964,000 บาท
  • Turbo ราคา 1,104,000 บาท
  • Turbo RS ราคา 1,219,000 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท, สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

All-New Civic 2022

  • EL ราคา 964,900 บาท
  • EL+ ราคา 1,009,900 บาท
  • RS ราคา 1,199,900 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท, สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback

Civic Hatchback

  • 1.5 VTEC Turbo ราคา 1,229,000 บาท

*หมายเหตุ : สีเทาโซนิค (มุก), สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท และ สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

Honda-Accord-2019

Accord

  • Turbo EL ราคา 1,475,000 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท / สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Honda-Accord-2019

Accord Hybrid

  • Hybird ราคา 1,639,000 บาท
  • Hybrid Tech ราคา 1,799,000 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท / สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Honda เปิดตัว New Honda Accord ใหม่ ในราคา 1,499,000 - 1,799,000 บาท

New Accord 2022

  • EL ราคา 1,499,000 บาท
  • e:HEV EL+ ราคา 1,639,000 บาท
  • e:HEV TECH ราคา 1,799,000 บาท

*หมายเหตุ : สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท / สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Honda-Mobilio

Mobilio

  • S ราคา 659,000 บาท
  • V ราคา 699,000 บาท
  • RS ราคา 765,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 10,000 บาท, สีส้มฟินิกซ์ (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 6,000 บาท

Honda-BR-V-2019

BR-V

  • V ราคา 765,000 บาท
  • SV ราคา 835,000 บาท

*หมายเหตุ :

  1. สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่มเงิน 10,000 บาท
  2. สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 6,000 บาท
  3. สีแดงแพสชั่น (มุก) เพิ่มเงิน 6,000 บาท
  4. สีขาวทาฟเฟต้า มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น V เท่านั้น

Honda-HR-V-2019

HR-V

  • E ราคา 949,000 บาท
  • EL ราคา 1,059,000 บาท
  • RS ราคา 1,119,000 บาท

*หมายเหตุ : สีแดงแพสชั่น (มุก) (เฉพาะรุ่น RS) , สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท และ สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

Honda-CR-V-2019

CR-V

  • 2.4 S (5 ที่นั่ง) ราคา 1,359,000 บาท
  • 2.4 ES 4WD (5 ที่นั่ง) ราคา 1,499,000 บาท
  • 2.4 E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,409,000 บาท
  • 2.4 EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,549,000 บาท
  • DT-E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,559,000 บาท
  • DT-EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,699,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่มเงิน 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000 บาท

New-Honda-CR-V-2020

New CR-V 2020

  • 2.4 S 5 ที่นั่ง ราคา 1,369,000 บาท
  • 2.4 ES 4WD 5 ที่นั่ง ราคา 1,529,000 บาท
  • 2.4 E 7 ที่นั่ง ราคา 1,419,000 บาท
  • 2.4 EL 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,579,000 บาท
  • 2.4 Black Edition ราคา 1,467,000 บาท
  • ดีเซล DT-EL 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,759,000 บาท

*หมายเหตุ : สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น DT-EL 4WD, 2.4 EL 4WD และ 2.4 ES 4WD, สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท

**ราคารุ่นย่อย Black Edition เป็นราคารวมค่าสีภายนอกเพิ่มเติม สำหรับสีดำคริสตัล (มุก) แล้ว

ดูโปรโมชั่น Honda ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/honda-new-car-promotion/

New-Car-Booking-Motorshow-2021

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยยอดจองรถยนต์หลังการจัดงาน Motor Show 2021 ที่แม้ว่าผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีอยู่แต่ก็เริ่มบรรเทาลง ผู้คนมีกำลังใจในการจับจ่ายใช้สอย ซื้อรถใหม่ๆ มากขึ้น จึงสร้างยอดจองรถในงานได้ถึง 27,868 คัน คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 30,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 51.5% จากปี 2563 ที่ผ่านมา อีกทั้งค่ายรถส่วนใหญ่ ได้ทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด

ขณะที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นในมาตรฐานการป้องกันโควิด-19 ของผู้จัดงาน ทำให้ตัวเลขผู้เข้าชมงานสูงถึง 1.34 ล้านคน จากเดิม 1.049 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28.6%

Motorshow-2021-Sightseeing

ในส่วนพฤติกรรมของผู้บริโภคเองปีนี้ ต่างให้การตอบรับกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวก่อนหน้างาน และเปิดจองภายในงานมอเตอร์โชว์เป็นครั้งแรก เห็นได้จากบรรยากาศการเจรจาที่หนาแน่นดังเช่นทุกปี โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่มียอดจองเป็นสองเท่าของวันธรรมดา แต่ช่วงนี้หลายคนยังต้องต้องรัดเข็มขัด จึงหันมาซื้อหารถใหม่ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่ามากขึ้น ขณะที่ตลาดรถหรูยังคงเติบโตตามเป้า ด้วยสาเหตุที่ค่ายรถเองชิงเปิดตัวสินค้าใหม่แทบทุกรุ่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย

ด้านเทคโนโลยีต้องบอกว่า ปีนี้เป็นปีของยานยนต์ไฟฟ้า ผู้บริโภคต่างให้ความสนใจพร้อมเปิดรับความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อค่ายรถหันมาทำตลาดรถยนต์ Hybrid (ไฮบริด) หรือรถ Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) มากขั้น ส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าต่อจากนี้ คงต้องจับตาเมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่หันมาชิงตลาดนี้ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 29 มี.ค. – 9 เม.ย. 2560 รวม 36,093 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561 รวม 36,587 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 27 มี.ค. – 7 เม.ย. 2562 รวม 49,278 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 15 ก.ค. – 26 ก.ค. 2563 รวม 22,791 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 24 มี.ค. – 4 เม.ย. 2564 รวม 27,868 คัน

ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมาเราต้องเจอผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ยอดจองลดลงจากช่วงปรกติ แต่ด้วยตัวเลขยอดจองในปีนี้ แสดงว่ามีการเติบโตขึ้นจากปีก่อนถึง 51.5% เชื่อว่ากำลังซื้อของคนไทย ที่อยากได้รถยนต์คันใหม่ไม่ได้หายไปไหน แค่รอเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ในการออกแคมเปญ และโปรโมชั่นของค่ายรถ ด้วยเงื่อนไขที่หลากหลาย เลือกให้เหมาะสมกับความต้องการได้

ยอดจองรถยนต์ในงาน-Motor-Show-2021

ตารางยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2021

ยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน-Motor-Show-2021

ตารางยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน Motor Show 2021

ยอดจองรถยนต์ 10 อันดับของ Motor Show 2021 วันที่ 24 มี.ค. – 4 เม.ย. 2564

1. Toyota 4,406 คัน

Toyota-Corolla-Cross-2021

2. Mazda 3,454 คัน

Mazda-BT-50-2021

3. Honda 3,305 คัน

Honda-City-eHEV-2021

4. Isuzu 2,829 คัน

Isuzu-D-Max-V-Cross-2021

5. Suzuki 2,689 คัน

Suzuki-Swift-2021

6. Mercedes-Benz 1,863 คัน

Mercedes-Benz-E-200-Coupé-AMG-Dynamic-2021

7. MG 1,629 คัน

MG-ZS-2021

8. Mitsubishi 1,462 คัน

Mitsubishi-Pajero-Sport-2021

9. Ford 1,212 คัน

Ford-Ranger-FX4-Max-2021

10. Nissan 1,144 คัน

Nissan-Kicks-e-Power-2021

พบกันใหม่ในปีหน้ากับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43″ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – เมษายน 256ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี 

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Sedan-Hybrid-And-Plug-In-Hybrid-In-Motorshow-2021

ถ้าจะให้พูดถึงรถยนต์ในรูปแบบ Hybrid และ Plug-In Hybrid นั้น นอกจากรถในรูปแบบ SUV และ Crossover ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนเป็นเทรนด์ของโลกไปแล้ว แต่ในส่วนของตลาดรถเก๋ง ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กันในท้องตลาด และก็ยังเป็นรถประเภทแรก ที่ค่ายรถส่วนใหญ่เลือกผลิตในรูปแบบ Hybrid (ไฮบริด) และ Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) อีกด้วย

เนื่องจากความสะดวกของรถแบบ Hybrid และ Plug-In Hybrid คือการใช้งานที่สะดวกสบาย ไม่ต้องหาที่ชาร์จไฟเมื่อแบตเตอรี่หมด และช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มาก อีกทั้งยังสามารถใช้งานในโหมด EV วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียวๆ ได้เช่นกัน

CARRO จึงขอเลือกรถเก๋ง รถยนต์นั่งแบบ Hybrid และ Plug-In Hybrid รุ่นเด่นๆ ในงาน Motor Show 2021 (งานมอเตอร์โชว์ 2021) ที่น่าซื้อน่าสนในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มาให้ชม 7 รุ่นครับ …

Toyota-Corolla-Altis-Hybrid-2021

Toyota Corolla Altis Hybrid

Toyota Corolla Altis (โคโรลล่า อัลติส) กับครั้งแรกในรูปแบบของรถยนต์เก๋ง Hybrid ในตลาด C-Segment บนสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ให้ความสนุกสนานในการขับขี่อย่างเต็มที่ (Fun-to-drive) สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งในงานครั้งนี้ ยังนำ Corolla Altis Hybrid Premium (ชื่อเดิมคือ Hybrid Mid) ที่เพิ่งเปิดตัวปรับปรุงใหม่ไปในเดือนมกราคม 2564 มาโชว์อีกด้วย

ตัวรถมาพร้อมระบบ Full Hybrid System ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกในการขับขี่ และตอบสนองต่อการเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ อัดออพชั่นแจ๋วๆ อย่าง ระบบปรับระดับกระจกข้างอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง (Outer Mirror Reverse Function) และระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) มาให้ด้วย

พร้อมระบบ Toyota Safety Sense ใหม่ล่าสุด ที่มีระบบการทำงานเพิ่มเติม คือ Dynamic Radar Cruise Control แบบ Full-Speed Range ซึ่งสามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์คันหน้า และระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เอง แม้ในขณะเข้าโค้ง

ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 กับขุมพลังเครื่องยนต์รหัส 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 53 กิโลวัตต์ รวมกำลังสูงสุดที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น

ราคาของ Toyota Corolla Alris Hybrid

  • รุ่น Hybrid Smart (เดิม Hybrid Entry) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 939,000 บาท
  • รุ่น Hybrid Premium (เดิม Hybrid Mid) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 994,000 บาท
  • รุ่น Hybrid Premium Safety (เดิม Hybrid High) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,099,000 บาท

Toyota-Camry-Hybrid-2021

Toyota Camry Hybrid

Toyota Camry Hybrid (โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด) มาในภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา ผ่านการออกแบบอย่างพิถิพิถัน พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร พัฒนาภายใต้แนวคิด “Unprecedented Change” จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยผสานยนตรกรรมกับผู้ขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ห้องโดยสารภายใน ฉีกแนวการออกแบบเดิมๆ ทิ้งไป เล่นเส้นสายรูปตัว “Y” พร้อมลาย Hybrid Onyx บริเวณแผงคอนโซลกลาง ดุจสายน้ำไหล แต่ยังคงหรูหราเหมือนเดิม มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถ มีเครื่องเล่น DVD แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง

และยังมีระบบหน่วงแรงเบรกอัตโนมัติ และระบบเบรกมือไฟฟ้า ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สายแบบ Qi เป็นต้น

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร Hybrid แบบ Dynamic Force ให้แรงม้าสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Lithium-ion ให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า และแรงบิด 202 นิวตันเมตร โดยทั้งสองระบบ ให้แรงม้าสูงสุด 211 แรงม้า

ราคาของ Toyota Camry Hybrid

  • รุ่น 2.5 HV ราคา 1,649,000 บาท
  • รุ่น 2.5 HV Premium ราคา 1,809,000 บาท

Honda-City-eHEV-2021

Honda City e:HEV

Honda City e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ อีเอชอีวี) ยนตรกรรม Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ City Car ในประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive i-MMD ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 98 แรงม้า

ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นระบบ Full Hybrid 109 แรงม้า ที่ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กม./ลิตร และรองรับน้ำมัน E20

พร้อมเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “Honda SENSING” (ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง) ดีไซน์สปอร์ตโดดเด่น ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS เสริมเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็นไฮบริดด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และโลโก้ e:HEV

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม เช่น มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) เป็นต้น

ราคาของ Honda City e:HEV

  • รุ่น RS ราคา 839,000 บาท

Honda-Accord-Hybrid-2021

Honda Accord Hybrid

Honda Accord Hybrid (ฮอนด้า แอคคอร์ด) นับเป็น Accord เจเนอเรชั่นที่ 10 จัดว่าเป็นรุ่นที่ปฏิวัติดีไซน์จากทุกรุ่นที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ออกแบบภายใต้แนวคิดหลัก “Absolute Confidence” เพื่อสร้างมาตรฐานยนตรกรรมพรีเมียมซีดานให้เหนือระดับไปอีกขั้น โดยมีหลัก 3 ประการในการพัฒนา ได้แก่ Dynamics, Captivating และ Upscale แถมยังป็นครั้งแรกกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ที่เรียกว่า Laser Blaze ในการออกแบบตัวถัง เพื่อลดรอยต่อบริเวณหลังคารถและตัวถัง

สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display : HUD) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเปิดแอร์ได้จากกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) เป็นต้น

มาพร้อมครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) กับมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง 2 ตัว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า

พร้อมเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) ปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ได้แก่ EV Drive Mode, Hybrid Drive Mode และ Engine Drive Mode

ราคาของ Honda Accord Hybrid

  • รุ่น Hybrid ราคา 1,639,000 บาท
  • รุ่น Hybrid Tech ราคา 1,799,000 บาท

Lexus-IS300h-2021

Lexus IS300h

Lexus IS (เลกซัส ไอเอส) รถสปอร์ตซีดานหรู ที่นำเสนอการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส หรือ Lexus Driving Signature ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง เกาะถนนเป็นเยี่ยม ภายใต้การพัฒนาด้วยการใช้ถนนออกแบบรถ และทดสอบในสนามแข่ง Shimoyama ประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากสนาม Nurburgring ประเทศเยอรมนี

ดีไซน์ภายนอกออกแบบใหม่ทั้งหมด ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โฉบเฉี่ยว ดุดัน กว้างขวางและยาวขึ้น ติดตั้งไฟหน้า 3-LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมล้อขนาด 18 นิ้ว และ 19 นิ้ว ช่วยการเกาะถนนเป็นเยี่ยม

ภายในห้องโดยสาร ติดตั้งเบาะนั่งหุ้มหนัง Smooth Leather พร้อมปรับไฟฟ้าคู่หน้า 8 ทิศทาง, ระบบปรับอากาศเบาะนั่งคู่หน้า, มาตรวัดแสดงผลรวม TFT ขนาด 8 นิ้ว มีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ EMV ขนาด 10.3 นิ้ว (รุ่น Luxury ขนาด 8 นิ้ว) พร้อมปุ่มควบคุมกลางระบบสัมผัส Frameless Touch Pad พร้อมระบบเสียง Lexus Premium 10 ลำโพง

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid ขนาด 2.5 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 223 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.5 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 200 กม./ชม. รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20

ราคาของ Lexus IS300h

  • รุ่น Luxury ราคา 2,690,000 บาท
  • รุ่น Premium ราคา 3,370,000 บาท

BMW-330e-M-Performance-2021

BMW Series-3

BMW 330e M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู 330อี เอ็ม สปอร์ต) มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวกับชุดแต่ง M Sport รอบคัน และยังมีเทคโนโลยีเจ๋งๆ อีกมากมาย อาทิ ระบบ Parking Assistant Plus ที่มาพร้อมกับระบบช่วยถอยรถในทิศทางเดิมแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ตัวรถสามารถจดจำทิศทางที่ขับตรงไปข้างหน้าในระยะ 50 เมตรสุดท้าย ด้วยความเร็วไม่เกิน 36 กม./ชม.ได้ และสามารถถอยออกในทิศทางเดิมโดยอัตโนมัติ ระบบ Parking Assistant Plus กับกล้องมองรอบทิศทาง Surround View Camera ที่มีมุมมองด้านบน มุมมองรอบทิศทาง และมุมมอง 3D และระบบ BMW ConnectedDrive ที่คนขับสามารถดูภาพของรถที่จอดผ่านมือถือได้อีก

ส่วนในรุ่นพิเศษ M Performance Edition ปลั๊กอินไฮบริดในรุ่นพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 15 คัน ลงตัวกับชุดแต่ง M Performance ด้านหน้าตัวรถกระจังหน้ Iconic Glow ที่เปล่งแสงสว่างตั้งแต่ปลดล็อกรถไปจนถึงสตาร์ทเครื่องยนต์ และตั้งแต่ดับเครื่องไปจนล็อกรถ รวมถึงไฟ LED โปรเจคเตอร์ฉายโลโก้ BMW ติดบริเวณประตูรถ เสริมความสปอร์ตด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ ได้แก่ ฝาครอบกระจกข้าง สปอยเลอร์หลัง และดิฟฟิวเซอร์หลัง ร่วมกับลิ้นกันชนหน้าซ้ายและขวา เน้นย้ำถึงหรูหราควบคู่ไปกับการขับขี่สไตล์สปอร์ต

มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร พร้อมกับเทคโนโลยี TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงม้าสูงสุด 292 แรงม้า และสามารถวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าอย่างเดียว ทำระยะทางได้สูงสุดอยู่ที่ 55-68 กิโลเมตร

และสามารถเพิ่มกำลังให้ตัวรถเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นในโหมด SPORT เพียงเหยียบคันเร่งเพื่อกระตุ้นการทำงานของ XtraBoost ซึ่งสามารถปลดปล่อยพละกำลังเพิ่มขึ้นอีก 40 แรงม้า ภายในเวลาเพียง 10 วินาที ทำให้ BMW 330e M Sport ใหม่ มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 5.9 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม.

ส่วนในรุ่นพิเศษ M Performance Edition สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 110 กม./ชม. ซึ่งมากกว่ารุ่นปกติ 30 กม./ชม.

ราคาของ BMW Series-3

  • รุ่น 330e M Sport ราคา 2,769,000 บาท
  • รุ่น 330e M Sport (M Performance Edition) ราคา 2,969,000 บาท

Mercedes-Benz-C300e-2021

Mercedes-Benz C-Class

Mercedes-Benz C-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส) กับความเป็นรถในตระกูล EQ Power รุ่นประกอบในประเทศไทย ซึ่ง C 300 e Avantgarde และ C 300 e AMG Dynamic แม้ว่าจะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2562 ส่วนรุ่นย่อย AMG Sport ก็เปิดตัวไปเมื่อกลางปี 2563 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงยอดนิยมในหมู่แฟนๆ ค่ายดาวสามแฉกเช่นเคย

สำหรับ Mercedes-Benz C 300 e ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน Plug-In Hybrid ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ แรงม้าสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-1,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 122 แรงม้า โดยมีกำลังรวมสูงสุด 320 แรงม้า ที่ 4,500-5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC

สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.4 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม.

ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 13.5 kWh เพิ่มจากเดิม 111% พร้อมเซลล์แบตเตอรี่ชนิดใหม่ ซึ่งมีส่วนผสมของลิเธียม-นิกเกิล-แมงกานีส-โคบอลต์ (Li NMC) สามารถชาร์จประจุไฟจนเต็มได้ในเวลา 1 ชั่วโมง 50 นาที (จากระดับแบตเตอรี่ 10% ด้วยเครื่องประจุไฟฟ้า Wall Box)

ราคาของ Mercedes-Benz C-Class

  • รุ่น C 300 e Avantgarde ราคา 2,599,000 บาท
  • รุ่น C 300 e AMG Sport ราคา 2,739,000 บาท
  • รุ่น C 300 e AMG Dynamic ราคา 2,990,000 บาท

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Motor-Expo-2020-Booking

บริษัท สื่อสากล จำกัด เผยยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2020 ท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซาในวิกฤตโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก แต่การจำหน่ายรถภายในงานยังเป็นไปอย่างน่าพอใจ เนื่องจากมีเปิดตัวรถใหม่หลายรุ่น พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ สวนกระแสเศรษฐกิจปัจจุบัน เรียกได้ว่า สุขใจทั้งคนซื้อรถ ได้รถใหม่ไปขับ แต่หลายคนก็อาจทุกข์ใจตอนหาเงินผ่อนรถ กับโดนไฟแนนซ์ยึด

โดยยอดจองรถยนต์ทั้ง 31 แบรนด์ ตอนแรกคาดว่ายอดจองประมาณ 25,000-30,000 คัน รถจักรยานยนต์ 5,000 คัน

แต่ตัวเลขยอดจองในปีนี้ ทำได้รวม 38,699 คัน! (หากนับรวมยอดจองรถยนต์อย่างเดียว จะมียอดจองทั้งหมดอยู่ที่ 33,753 คัน) ลดลงจากปีก่อนเพียง 9.9% ส่วนจักรยานยนต์ ลดลง 31.7%

จากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Honda, Toyota, MG, Mazda และ BMW ปีนี้รถเก๋งยังคงได้รับความสนใจสูงสุด มีสัดส่วนยอดขาย 40.9% ลดลงจากปีก่อน (45.5%) แบ่งเป็นเก๋งซีดาน 23.9% แฮทช์แบค 15.6% และเก๋งประเภทอื่น 1.4%

รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) มีสัดส่วน 40.4% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (33.4%) 5 อันดับแรก ได้แก่ MG ZS, Isuzu MU-X, Toyota Corolla Cross, Mazda CX-30 และ Mitsubishi Pajero Sport

รถกระบะมีสัดส่วน 12.2% ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (14.5%) 5 อันดับแรก ได้แก่ Isuzu D-Max, Ford Ranger, Toyota Revo, Mitsubishi Triton และ Nissan Navara

ส่วนรถหรู มียอดขายรวม 3,783 คัน โดย 5 แบรนด์ ที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ BMW, Mercedes-Benz, Volvo, Porsche และ Audi

รถจักรยานยนต์ 21 แบรนด์ มียอดจองรวม 4,946 คัน ลดลงจากปีก่อน 31.7 % จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิ๊กไบค์” พบว่า รถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Honda, GPX, Yamaha, Kawasaki และ Triumph

Nissan-Almera-N-Sport-Package

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงาน 1,424,811 บาท และราคาเฉลี่ยของรถจักรยานยนต์ 230,140 บาท เงินหมุนเวียนภายในงานราว 4.9 หมื่นล้านบาท ผู้เข้าชมงานจำนวน 1,186,387 คน

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถป้ายแดง หรือรับเงินก้อนไปใช้ในช่วงสิ้นปี สามารถนำรถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

สรุป

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 1 – 13 ธ.ค. 2563 33,753 คัน (หากรวมยอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เป็น 38,699 คัน)

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2562 37,489 คัน (หากรวมยอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เป็น 44,740 คัน)

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2561 44,189 คัน (หากรวมยอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เป็น 53,358 คัน)

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 29 พ.ย. – 11 ธ.ค. 2560 39,832 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 30 พ.ย. – 12 ธ.ค. 2559 32,422 คัน

ยอดจองรถยนต์ 10 อันดับแรกของ Motor Expo 2020 วันที่ 2 – 13 ธ.ค. 2563 (CARRO Update ยอด ณ วันที่ 13 ธ.ค. 2563)

Toyota-GR-Yaris

1. Toyota 5,445 คัน

Honda-City-Hatchback-2021

2. Honda 4,508 คัน

Mazda-100th-Anniversary-Motor-Expo-2020

3. Mazda 4,018 คัน

Isuzu-MU-X-Motor-Expo-2020

4. Isuzu 3,076 คัน

Nissan-Navara-PRO4X-2021

5. Nissan 2,666 คัน

Suzuki-Celerio-Motor-Expo-2020

6. Suzuki 2,652 คัน

MG-ZS-EV-Motor-Expo-2020

7. MG 2,330 คัน

Mercedes-Benz-GLA-200-AMG-Dynamic

8. Mercedes-Benz 1,886 คัน

Mitsubishi-Outlander-PHEV

9. Mitsubishi 1,637 คัน

BMW-X1-2021

10. BMW 1,299 คัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Motor Expo

ดูสรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2019 ได้ที่นี่ >> https://th.carro.co/blog/motor-expo-2019-booking/

ดูสรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2018 ได้ที่นี่ >> https://th.carro.co/blog/motor-expo-2018-booking/

ดูสรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2017 ได้ที่นี่ >> https://th.carro.co/blog/motor-expo-2017-booking/

Carro-Tiresbid-Howto-Recap-Tires

สวัสดีครับ วันนี้คิมไทร์บิดกลับมาอีกครั้งครับ มีเพื่อนๆหลายคนถามคิมว่าถ้าเราปะยางแล้ว ยางรถของเราจะใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ 100% เหมือนเดิมไหม คิมต้องบอกว่าถ้าเราปะยางอย่างถูกวิธีการใช้งานจะกลับมา 100% แน่นอนครับ แต่ว่าก็มีหลายๆกรณีโดยคิมจะจำแนกไว้ตามนี้เลยครับ

เรามาจำแนกก่อนเลยครับ ว่าบริเวณไหนที่เราสามารถปะซ่อมได้ และปะซ่อมไม่ได้ บริเวณที่ปะซ่อมยางได้จะเป็นบริเวณหน้ายางครับบริเวณที่แข็งแรงที่สุดโดยเป็นบริเวณที่มีเข็มขัดรัดหน้ายางครับ ส่วนบริเวณที่ปะซ่อมได้แต่ปะซ่อมได้ยากก็จะเป็นบริเวณไหล่ยางที่เป็นส่วนลอยต่อระหว่างหน้ายางกับแก้มยาง ซึ่งบริเวณนี้ถ้าแผ่นปะสามารถติดได้เต็มแผ่นโดยไม่ไปแปะบริเวณที่ติดกับแก้มยางนั้นก็ยังสามารถปะได้อยู่ครับ เพราะบริเวณนี้ยังมีการขยับตัวที่เยอะและไม่มีโครงสร้างรองรับให้มีความแข็งแรงเหมือนเดิม และบริเวณที่ปะซ่อมไม่ได้แน่นอนก็คือบริเวณแก้มยางครับผม

ซึ่งเหตุผลที่ไม่สามารถปะซ่อมได้ ก็เพราะว่าบริเวณแก้มยางนั้นไม่มีโครงสร้างที่แข็งแรงประกอบ กับมีการยืดหดตัวตลอดเวลา ทำให้การปะนั้นจะปะไม่อยู่ และจะส่งผลให้แผลรั่วหรือรอยบาดนั้นกว้างขึ้นเรื่อยๆ ครับ

เรามาจำแนกต่อว่าวิธีการปะในบ้านเราปัจจุบันมีการซ่อมกี่แบบ ถ้าเพื่อนๆรู้จักกันก็จะมี 4 แบบหลักๆ แทงใยไหม ปะสตรีมร้อน ปะสตรีมเย็น ปะดอกเห็ด ซึ่งการปะแต่ละแบบก็จะมีข้อดีข้อไม่ดีแตกต่างกันไป เดี๋ยวคิมไทร์บิดจะอธิบายเป็นแต่ละอย่างเลยว่าข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไรบ้าง

Howto-Recap-Tires

แทงใยไหมเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดครับ ไม่ต้องยางออกจากล้อแค่เอาใยไหมเสียบลงไปบริเวณที่รั่วแล้วปล่อยคาไว้ถือว่าจบ ข้อดี ก็คือรวดเร็ว ใช้ได้สำหรับรูรั่วเล็กๆ ข้อเสียคือ มีโอกาสเสี่ยงที่ปะไม่อยู่บ่อย มีโอกาสทำให้แผลหรือรูรั่วมีรูที่ใหญ่ขึ้น จึงเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับชั่วคราวเท่านั้น

Howto-Recap-Tires

ปะสตรีมร้อนเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดในบ้านเราครับ ไปร้านไหนๆก็จะปะสตรีมร้อนให้เพราะว่าเป็นวิธีที่ปะได้อยู่ที่สุดเพราะการปะสตรีมร้อนจะทำให้ยางที่นำไปปะกับเนื้อยางเก่าติดกันแน่นที่สุด แต่ไม่ถึงกับเป็นยางชิ้นเดียวกันนะครับ แต่ข้อเสียก็ยังมีอยู่ครับเพราะว่ากรณีที่ปะสตรีมร้อนจะทำให้ยางบริเวณนั้นอาจมีโอกาสเสียหายได้หรือทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มสมรรถนะ 100% ครับ

Howto-Recap-Tires

ปะสตรีมเย็น จะมีสองรูปแบบโดยเป็นการใช้แค่แผ่นปะกับการใช้วัสดุที่ชื่อว่าดอกเห็ด (การแปะแบบ PRP) ซึ่งการปะสตรีมเย็นในแบบแผ่นปะนั่นดีในแง่ของทำให้โครงยางไม่เสียครับ แต่ว่ารูด้านนอกที่ไม่ได้ปะนั่นเป็นข้อเสียของการเฉพาะแผ่นปะด้านในเพราะความชื้นจะเข้าไปในรูดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้โครงยางนั้นเกิดสนิมและอาจทำให้ยางบวมได้ ส่วนการปะแบบดอกเห็ดหรือ PRP นั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะว่าทำให้โครงยางนั่นไม่เสียหายและยังมีเดือยที่มาปิดบริเวณรูรั่วซึ่งทำให้ไม่มีความชื้นเข้าในโครงยางไม่ส่งผลเสียต่อยาง ซึ่งจะส่งผลให้ยางนั้นกลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ 100%

เพราะฉะนั้น บริเวณที่สามารถปะได้ กับ การปะที่ดีที่สุดนั่นมีส่วนสำคัญที่ทำให้ยางนั้นกลับมาใช้งานได้ 100% เหมือนเดิมครับ ปะยางบริเวณหน้ายาง และ ปะแบบดอกเห็ดนั้นยางกลับมาได้ 100% ประยางบริเวณไหล่ยางและปะแบบดอกเห็ดยางอาจกลับมาใช้ได้ 50-80% (ขึ้นอยู่กับความใกล้ของแก้มยาง หรือถ้าไม่อยากจะเปลี่ยนยางใหม่แล้วนำไปปะสตรีมร้อนอาจจะเป็นวิธีที่สุดที่ให้ยางใช้ได้ต่อแต่ว่าอาจมีโอกาสเสี่ยงในการที่ปะไม่อยู่หรือว่ายางบวมได้)

แถมให้อีกนิดครับสำหรับยางรันแฟลตนั้น จะสามารถปะซ่อมได้ครั้งเดียวเพราะว่ายางประเภทรันแฟลตนี้ นั้นต้องการความแข็งแรงของโครงยางมากที่สุด ถ้ามีการปะซ่อมบ่อยๆ โอกาสทำให้โครงยางรันแฟลตนั้นไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหากเกิดการยางระเบิดหรือรั่วโครงยางรันแฟลตอาจจะใช้งานไม่ได้ก็อาจเป็นได้ แต่ถ้าเป็นยางธรรมดาก็ไม่ควรปะซ่อมเกิน 3 แผล และเป็นแผลที่ต้องไปใกล้กัน

แถมสุดท้าย จริงๆแล้วรูรั่วนั้นก็มีผลต่อการใช้งาน ถ้ารูรั่วใหญ่เกินกว่า 6 มม. ก็จะส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงยาง และ ถ้าใหญ่กว่ากว่า 1 เซนติเมตรก็ไม่แนะนำให้ปะซ่อม (ถึงแม้ปะซ่อมได้แต่ก็อาจทำให้ยางไม่แข็งแรงเหมือนเดิมมีโอกาสยางเสียหายได้ง่ายกว่าปกติ) เพราะก่อนที่จะปะซ่อมเราต้องประเมินก่อนว่ารูรั่วของเราเป็นไซส์ขนาดความกว้างเท่าไหร่ครับ หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยเรื่องยางหรือต้องการคำปรึกษาเรื่องยางติดต่อเลย Line Official : @tiresbid และสามารถอ่านบทความรู้ไทร์บิดได้ที่ www.tiresbid.com หรือโทรเลย 090-986-8762 วันนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆ มากครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

สวัสดีครับ ไทร์บิด กลับมาอีกครั้งครับ วันนี้อยากพูดคุยกับเพื่อนๆครับ ว่าจริงๆ แล้ว ศูนย์บริการที่ปัจจุบันที่มีเยอะขึ้นมาก กับร้านยางดั้งเดิม (ที่ไม่ใช่เป็นเพิงข้างทางนะครับ) แตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

เพื่อนๆ ไทร์บิดหรือว่าจะเป็นคนยุคเก่ายุคใหม่ที่ใช้รถคงหนีไม่พ้นที่จะต้องเปลี่ยนยางรถกัน แต่ว่าร้านยางหรือไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการเปลี่ยนยางนั้นมีเยอะมากจนเพื่อนๆ นั่นไม่แน่ใจว่าจะเลือกเข้ารับบริการเปลี่ยนยางในรูปแบบร้านไหนดีใช่ไหมครับ

วันนี้ ไทร์บิดจะมาให้ข้อมูล ข้อดี ข้อเสีย ระหว่างสองรูปแบบ ว่ามีแตกต่างกันยังไงเป็นข้อๆ ครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องแรก คุณภาพของยาง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการ หรือ ร้านยางดั้งเดิม นั้น คุณภาพยางใหม่เหมือนกันแน่นอนเพราะมาจากโรงงานเดียวกันในยี่ห้อแบรนด์ชั้นนำนะครับ ไม่นับรวมยางจีนหรือยางไม่มียี่ห้อนะครับ

เพราะยี่ห้อยางชั้นนำโดยปกติก็ขายตรงให้กับร้านยางแบบดั้งเดิมอยู่แล้วครับ ส่วนในเรื่องปีผลิตนั้นจริงๆ ไม่แตกต่างกันครับ เพราะร้านยางดั้งเดิมปัจจุบัน มีการปรับตัวทำให้ยางที่เป็นสต็อกของร้านนั้นค่อนข้างจะปีใหม่อยู่แล้วครับ แต่ทางไทร์บิดชี้แจงครับว่า เดือนผลิตที่แตกต่าง ไม่มีผลต่อการใช้งานแน่นอนครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องที่สอง เรื่องราคา เรื่องนี้จะเป็นข้อได้เปรียบของร้านยางดั้งเดิมครับ ในกรณีที่ขายปกติไม่รวมช่วงโปรโมชั่นต่างๆ ครับ เนื่องจากร้านยางดั้งเดิม จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าศูนย์บริการแน่นอนครับ ในเรื่องของค่าการตลาด และ ค่าอื่นๆ ที่ทางศูนย์บริการมีเยอะกว่า

ทำให้ร้านยางดั้งเดิม มีโอกาสขายยางได้ในราคาที่ถูกกว่าศูนย์บริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของยางธรรมดา และยางรันแฟลตครับ แต่ว่าในความแพงก็มีส่วนดีหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประกันทุกกรณี ที่ทางศูนย์บริการมีมาให้เพิ่มเติมมากกว่าร้านดั้งเดิมครับ

อันนี้เพื่อนๆ อาจจะต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่าการใช้งานของทางเรามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด อันไหนคุ้มกว่ากันครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องที่สาม คุณภาพการติดตั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างตอบยากเพราะว่าขึ้นอยู่กับงานฝีมือของช่างไม่ว่าจะเป็นการถอดประกอบใส่ หรือ จะเป็นเรื่องของการถ่วงล้อ

แต่ถามว่าการใช้เครื่องมือ หรือ อุปกรณ์ช่วยเสริมต่างๆนั้น ศูนย์บริการค่อนข้างจะได้มาตรฐานมากกว่า อาทิ การใช้ครีมทายางก่อนประกอบใส่เพื่อป้องกันขอบยางฉีกขาด หรือ ไม่ว่าจะเป็นการขันนอตที่ใช้กากบาท และใช้ประแจปอนด์ย้ำเพื่อความแน่นของนอตล้อ

แต่ปัจจุบัน ร้านยางดั้งเดิมที่ปรับเปลี่ยนมาเป็นศูนย์บริการ ก็มีการปรับเปลี่ยนทำให้งานติดตั้งได้มาตรฐาน ซึ่งเพื่อนๆ หายห่วงได้แน่นอนครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของความสะดวกในการรับบริการ ก็ถือว่าศูนย์บริการยุคใหม่นั้น ค่อนข้างได้เปรียบเพราะว่าเพื่อนๆ สามารถเข้าใช้บริการได้ทุกสาขาเหมือนกัน

แต่หลักๆ น่าจะเป็นในช่วงเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่เราจะใช้ศูนย์บริการที่มีหลายสาขา หรือ อีกเรื่องคือการเติมลมยางที่สะดวกมีที่เติมลมในทุกๆ ที่ แต่ถ้าถามว่าในเรื่องของบริการหลังกายขายเช่นสลับยางถ่วงล้อ นั้น เราก็คงเลือกร้านยางหรือศูนย์บริการใกล้ๆ บ้านอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่มีความแตกต่างอะไรกันมากระหว่างศูนย์บริการกับร้านยางดั้งเดิม

ก็เป็น 4 เรื่องหลักๆ ที่ ไทร์บิดอยากมาบอกต่อกับเพื่อนๆเพื่อให้ทราบถึง ข้อดี ข้อเสีย ของการเข้าศูนย์บริการกับร้านยางดั้งเดิมนั่นมีความแตกต่างกันอย่างไรเพื่อให้เพื่อนๆ ได้ลองชั่งใจและเลือกใช้บริการดูครับว่าเมื่อถึงเวลาเราเปลี่ยนยางนั้นเราจะเข้าที่ไหนดีครับ

แต่ถ้าเพื่อนๆไม่แน่ใจว่าเข้าที่ไหน หรือเลือกยางอะไร ทางไทร์บิดของเรา มีจุดบริการรองรับเพื่อน พร้อมทั้งยังมีรถบริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน ที่ได้มาตรฐานเหมือนเข้าที่จุดบริการแน่นอนครับ เพื่อนๆ สามารถเข้าที่เว็บไซต์ไทร์บิดของเรา www.tiresbid.com เพื่อศึกษาข้อมูลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาง และ เรื่องของการบริการได้ครับ แถมอ่านบทความยาง เพิ่มความรู้กันแบบฟรีๆ อีกด้วย

แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะสะดวกแบบไหนสามารถสอบถามไทร์บิดผ่านทาง Line Official : @tiresbid ได้ครับ

ทางเรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำกับเพื่อนๆไทร์บิดทุกท่านครับ โอกาสหน้าติดตามบทความดีดีจากไทร์บิดกันอีกนะครับ