10-Cheapest-New-Automatic-Cars

10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ถูกสุดในไทย ปี 2019 มียี่ห้อไหน รุ่นอะไรบ้าง มาดูกัน

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ มักเจอปัญหารถติดกันทุกวัน การจะขับรถเกียร์ธรรมดาขณะรถติดทุกวันนั้น สุขภาพเข่าซ้ายก็คงไม่สู้ดีนัก ต้องเหยียบคลัทช์กันจนขาล้าเลย และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ก็ขับรถเกียร์ธรรมดากันไม่ค่อยเป็นแล้ว …

รถเกียร์ออโต้ (หรือรถเกียร์อัตโนมัติ) ในอดีต มักจะเป็นรถราคาแพง หรือรถรุ่น Top ของรุ่นนั้นๆ … มาจนถึงยุคปัจจุบัน รถเกียร์ออโต้ กลายเป็นของธรรมดาสามัญมาก มีให้เลือกในทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่รถราคาถูก ก็มีให้เลือกซื้อเลือกใช้กัน

Carro ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุด ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

1. Suzuki Celerio GL CVT ราคา 443,000 บาท

Suzuki-Celerio

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

2. Toyota Yaris ATIV J ECO ราคา 479,000 บาท

Toyota-Yaris-ATIV

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) ใหม่ รถ Eco-Car 4 ประตู ที่โตโยต้า ออกมาเสริมตลาดสำหรับคนที่ต้องการใช้รถยนต์ 4 ประตู ทั้งเรื่องของดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ต สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ห้องโดยสารมีความเงียบเทียบเท่ากับรถยนต์ซีดานในรุ่นใหญ่ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า รองรับน้ำมัน E20 และเกีบร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้ แต่มีลำโพงคู่หน้าให้)

3. Toyota Yaris J ECO ราคา 489,000 บาท

Toyota-Yaris

Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส แฮทช์แบ็ค) รถยนต์แฮทช์แบ็คขนาดเล็ก ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Yaris ATIV J ECO

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้ แต่มีลำโพงคู่หน้าให้)

4. Nissan March 1.2E CVT ราคา 493,000 บาท

Nissan-March

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, ไฟท้าย LED, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

5. Suzuki Swift GA CVT ราคา 499,000 บาท

Suzuki-Swift

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) รถ Eco-Car รุ่นใหม่จากค่ายซูซูกิ ที่นำพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มที่ ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยมาตรวัดแบบสปอร์ต เบาะนั่งแบบสปอร์ต ช่องเก็บของมากมาย พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังที่มากถึง 265 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control, ระบบ Idling Stop และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้ แต่มีลำโพงคู่หน้าให้)

6. Mitsubishi Mirage GLX CVT ราคา 501,000 บาท

Mitsubishi-Mirage

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว รองรับ Bluetooth, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

7. Mitsubishi Attrage GLX CVT ราคา 517,000 บาท

Mitsubishi-Attrage

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในกว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว รองรับ Bluetooth และระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

8. MG3 1.5C ราคา 519,000 บาท

MG3

MG3 (เอ็มจี3) จัดเป็นรถซิตี้คาร์ที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่น มารูปทรงสไตล์สปอร์ต ภายในต้แนวคิด Brit Dynamic น่าใช้ พร้อมออพชั่นที่ให้มากมายเกินคาด ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ, กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, ไฟตัดหมอกหลัง, กุญแจรีโมท, ระบบ Bluetooth + ช่อง USB, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR, Follow Me Home Light, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

9. Mazda2 Hatchback 1.3 Sports Standard และรุ่น Sedan 1.3 Standard ราคา 530,000 บาท

Mazda2

Mazda2 (มาสด้า2) จัดเป็นรถยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นเลยทีเดียว ด้วยดีไซน์ที่บ่งบอกถึง DNA ความสปอร์ตพรีเมี่ยม พร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ SKYACITV-Vehicle Dynamics ให้สมรรถนะการขับขี่เหนือชั้น และ MZD Connect เชื่อมต่อโซเชียลได้ไม่มีสะดุด ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activesense มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว, กระจกหน้าลดเสียงรบกวน, กุญแจรีโมท
วิทยุ CD/MP3, ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS, ระบบช่วยออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

10. Nissan Almera 1.2E Sportech ราคา 537,000 บาท

Nissan-Almera

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็น Eco-Car ขนาด 4 ประตูรุ่นแรกของไทยที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน มาในลุคหนูหนาและสปอร์ต ชูจุดเด่นด้วยห้องโดยสารพื้นที่กว้างขวาง ด้านหลังนั่งสบายมาก มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ชุดแต่ง Sportech, ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์รมดำ, ไฟหน้า Follow-Me-Home, ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL, ปลายท่อไอเสียโครเมียม, กุญแจรีโมท, เครื่องเสียง CD/MP3, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้ออัลลอย 15 นิ้ว

Mr.Carro หวังว่า 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุดที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง Carro ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมกราคม 2562 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Sanook

Subaru-New-Car-Price

รวมราคารถใหม่ Subaru (ซูบารุ) ทุกรุ่น ที่คุณกำลังค้นหา

ราคารถใหม่ Subaru (ซูบารุ) Update 18/12/2018

Subaru-XV

XV

  • 2.0i ราคา 1,234,221 บาท
  • 2.0i-P ราคา 1,279,221 บาท

Subaru-WRX

WRX / WRX STi

  • 2.0 6MT ราคา 2,783,000 บาท
  • 2.0 Lineartronic ราคา 2,883,000 บาท
  • 2.5 6MT ราคา 3,453,000 บาท

Subaru-BRZ

BRZ

  • 2.0 6MT ราคา 2,266,000 บาท
  • 2.0 6AT ราคา 2,336,000 บาท

Subaru-Levorg

Levorg

  • 1.6 GT-S ราคา 2,229,000 บาท

Subaru-Outback

Outback

  • 2.5 i-S ราคา 2,511,600 บาท

Subaru-Forester-2018

Forester

  • 2.0 i-L ราคา 1,330,000 บาท
  • 2.0 i-S ราคา 1,380,000 บาท
  • 2.0 i-S (Eyesight) ราคา 1,450,000 บาท

(ราคาทั้งหมดเป็นราคาขายปลีก + Option Pack แล้ว)

ดูราคา Subaru ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://www.subaru.asia/th/th/home/

ดูโปรโมชั่น Subaru ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog2/subaru-new-car-promotion/

Carro-The-10-Best-In-Motor-Expo-2018

10 “ที่สุด” ในงาน Motor Expo ที่คุณยังไม่รู้ หรืออาจจะรู้ไม่หมด!

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” หรือ “Motor Expo 2018” นอกจากจะมีการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ รถมือสอง รวมไปถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง อุปกรณ์ตกแต่ง โปรโมชั่น และพริตตี้สาวสวยที่หลายๆ คนชื่นชอบนั้น …

ภายในงานยังถือได้ว่ามีเรื่องราว “ที่สุด” ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ทั้งหลายที่นำมาโชว์ด้วย Carro ขอรวบรวม 10 ที่สุด ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในงาน “Motor Expo 2018” มาให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับผม

ถูกที่สุด

TATA-Super-Ace-Mint

รถที่ “ถูก” ที่สุดในงาน Motor Expo 2018 ยังคงเป็น “TATA Super Ace Mint” (ทาทา ซูเปอร์ เอช มินท์) รถกระบะขนาดเล็กของแดนภารตะ ที่มาในราคาเพียง 365,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.4 ลิตร แบบ 4 สูบ คอมมอนเรล Di Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 70 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-2,750 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

แพงที่สุด

Rolls-Royce-Phantom

รถที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Expo 2018 นั่นก็คือ “Rolls-Royce Phantom” (โรลส์-รอยซ์ แฟนทอม) รถยนต์นั่งสุดหรูจากโรลส์-รอยซ์ ในราคา 53,500,000 บาท! มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 6.6 ลิตร แบบ V12 Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 910 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 รอบ/นาที ประดุจดั่งนั่งพรมวิเศษเลยทีเดียว

เร็วที่สุด

Mercedes-AMG-GT-R

เร็วที่สุดในงาน Motor Expo 2018 ต้องยกให้ “Mercedes-AMG GT R” (เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที อาร์) จัดเป็นอสูรกายแห่ง Green Hell พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของ AMG ในการพัฒนารถยนต์จากรถแข่งสู่สุดยอดรถสปอร์ต ด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร ระบบไดเรคอินเจคชั่น 585 แรงม้า และระบบเกียร์แบบคลัทช์คู่ 7 สปีด ทำให้ Mercedes-AMG GT R น่าตื่นตาตื่นใจด้วยความเร็วสูงสุด 318 กม./ชม. และการเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 3.6 วินาที

รถ EV (รถยนต์ไฟฟ้า) ถูกที่สุด

Fomm-One

รถ EV ที่ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2018 ครั้งนี้ ต้องยกให้กับรถไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง “FOMM One” (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก จดทะเบียนได้ ชาร์จไฟเพียงครั้งละ 6 ชม. สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว สนนราคาเริ่มอยู่ที่ 599,000 บาท

เก่าที่สุด

Lancia-Aprillia

รถเก่าที่สุดในงาน อยู่ที่บูธ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นั่นคือ “Lancia Aprillia” (แลนเซีย อาพริเลีย) ซึ่งผลิตระหว่างปี 1937-1939 จำนวนผลิตรวม 14,704 คัน เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของ Vincenzo Lancia ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ใช้เครื่องยนต์ V4 ขนาด 1,352 ซีซี 46 แรงม้า ถือเป็นรถที่เก่าที่สุดในงานครับ

ใหญ่ที่สุด

Thairung-Traveller

ไม่มีใครใหญ่ไปกว่านี้แล้วในงาน Motor Expo 2018 ครั้งนี้ ต้องยกให้ “Thairung TRaveller” (ไทยรุ่ง ทราเวลเลอร์) หรือ “ไทยรุ่ง มินิบัส” ยาว 7 เมตร มี 20 + 1 ที่นั่ง ผลิตโดยไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการออกแบบ ดัดแปลงรถยนต์ มากว่า 50 ปี ด้วยเครื่องยนต์คุณภาพจาก Isuzu และตัวรถแบบเดียวกับ Toyota Coaster รุ่นเก่า ในราคา 2,150,000 บาท

รถ SUV เร็วที่สุด

Lamborghini-Urus

รถ SUV ที่เร็วที่สุดในงาน Motor Expo 2018 นั่นคือ Lamborghini Urus (ลัมโบร์กินี อูรูส) ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 23,420,000 บาท กับ Super SUV คันแรกของโลก ที่ถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง ผสมผสานกับความเอนกประสงค์ของรถ SUV ที่มาพร้อมคำนิยามว่า “Since We Made It Possible” ด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ให้พละกำลัง 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำ ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ ชม. 

รถ SUV แพงที่สุด

Rolls-Royce-Cullinan

รถ SUV แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2018 ต้องยกให้ “Rolls-Royce Cullinan” (โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน) โดยรถรุ่นนี้ตั้งชื่อตามเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดที่เคยถูกค้นพบ จัดเป็น SUV รุ่นแรกจากค่าย โรลส์-รอยซ์ จับกลุ่มลูกค้าชาวไทยอายุน้อย ที่มีรายได้สูง มาพร้อมเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ V12 Twin-Turbo ขนาด 6.75 ลิตร ที่ปรับปรุงใหม่ (แรงบิด 850 นิวตันเมตรที่ 1,600 รอบ/นาที) และเกียร์ 8 สปีดที่นุ่มนวลที่สุดในโลก สำหรับการขับขี่ออฟโรด ในราคาสูงสุดที่ 32,900,000 บาท

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุด

Harley-Davidson-CVO-Limited-2019

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2018 ต้องยกให้ “Harley-Davidson CVO Limited” (ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ซีวีโอ ลิมิเต็ด) เช่นเคย ในราคา 3,124,000 บาท

รถมอเตอร์ไซค์ถูกที่สุด

Lifan-Vintage-LF110

รถมอเตอร์ไซค์ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2018 นั่นคือ “Lifan Vintage LF110” (ลี่ฟาน วินเทจ แอลเอฟ110) ในราคา 28,000 บาท

Motor-Expo-2018-Booking

ยอดจองรถยนต์ ในงาน Motor Expo 2018 รถหรู รถเก๋ง รถ SUV Crossover ขายดี เกือบ 45,000 คัน สวนกระแสเศรษฐกิจ!!!

Motor-Expo-2018-View

บริษัท สื่อสากล จำกัด เผยยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2018 ที่ได้รับการตอบรับดีเยี่ยมเฉกเช่นทุกปี กับยอดจองรถของแต่ละค่ายที่น่าพึงพอใจ เม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 5.6 หมื่นล้าน

สำหรับยอดขายรถยนต์จาก 36 ผู้ผลิต มีจำนวนทั้งสิ้น 44,189 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.9% โดย 5 อันดับสูงสุดได้แก่ อันดับ 1 Honda 6,842 คัน อันดับ 2 Mazda 6,509 คัน อันดับ 3 Toyota 5,907 คัน อันดับ 4 Isuzu 4,437 คัน และอันดับ 5 Mitsubishi 3,619 คัน

รถเก๋งได้รับความสนใจสูงสุด มีสัดส่วนยอดขาย 38.9% ใกล้เคียงปีก่อน (38.7%) แบ่งเป็นเก๋งซีดาน 25.4% และแฮทช์แบค 13.5% โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ Honda Civic, Honda City, Mazda2, Honda Jazz และ MG3

ขณะที่รถ SUV มีสัดส่วน 34.3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย (33.9%) 5 อันดับแรก ได้แก่ Mitsubishi Pajero Sport, MG ZS, Honda CR-V, Honda HR-V และ Ford Everest

รถกระบะมีสัดส่วน 17.2% ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (17.9%) 5 อันดับแรก ได้แก่ Ford Ranger, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton, Toyota Hilux Revo และ Nissan Navara

ส่วนรถหรู มียอดขายรวม 4,213 คัน โดย 5 แบรนด์ ที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ Mercedes-Benz, BMW, Volvo, Audi และ Porsche

รถจักรยานยนต์จาก 23 ผู้ผลิต ยอดขายรวม 9,169 คัน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ อันดับ 1 ได้แก่ Honda 1,531 คัน อันดับ 2 Yamaha 1,111 คัน อันดับ 3 Lambretta 1,012 คัน อันดับ 4 Kawasaki 775 คัน และ อันดับ 5 Vespa 605 คัน

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงานเพิ่มขึ้นเป็น 1,286,898 บาท (ปีก่อน 1,271,837 บาท) เงินหมุนเวียนภายในงานราว 56,000 ล้านบาท ผู้เข้าชมงานจำนวน 1,534,961 คน เพิ่มขึ้น 12.8%

สรุป

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2561 44,189 คัน (หากรวมยอดรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เป็น 53,358 คัน)

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 29 พ.ย. – 11 ธ.ค. 2560 39,832 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 30 พ.ย. – 12 ธ.ค. 2559 32,422 คัน

ยอดจองรถยนต์ 10 อันดับแรกของ Motor Expo 2018 วันที่ 28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2561 (Carro Update ล่าสุดทุกวัน)

1. Honda 6,842 คัน

Honda-CR-V-5-Seats

2. Mazda 6,509 คัน

Mazda-CX-3

3. Toyota 5,907 คัน

Toyota-Camry-TRD-Sportivo

4. Isuzu 4,437 คัน

Isuzu-D-Max-Stealth

5. Mitsubishi 3,619 คัน

Mitsubishi-Triton-Minorchange

6. MG 2,369 คัน

MG3-Limited-Edition

7. Mercedes-Benz 2,294 คัน

Mercedes-AMG-CLS53

8. Nissan 2,212 คัน

Nissan-Teana-Minorchange

9. Ford 1,914 คัน

Ford-Ranger-Raptor-Motor-Expo

10. Suzuki 1,805 คัน

Suzuki-Swift-2018

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Motor Expo

ดูสรุปยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo 2017 ได้ที่นี่ >> https://th.carro.co/blog2/motor-expo-2017-booking/

สำหรับผู้ที่ซื้อรถใหม่ในงาน Motor Expo 2018 ไปแล้ว แต่ยังหนักใจว่าจะขายรถคันเดิมที่ไหนดี ให้ Carro เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถง่ายๆ ได้ราคาดี กับ Carro Thailand” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ใน Fanpage “Carro Thailand” ครับผม

New-Car-In-Motor-Expo-2018

รถใหม่หลายรุ่น เปิดตัวก่อนงานและในงาน Motor Expo 2018

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 ภายใต้แนวคิด “ขับสนุก ! ก่อนยุคไร้คนขับ” หรือ “Enjoy Driving! Before Driverless Era” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี พร้อมนำรถรุ่นใหม่ๆ ทั้งที่เปิดตัวก่อนงานเริ่ม และภายในงานของปีนี้ มีมาให้ชมกันมากมายหลายรุ่น

Carro ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Expo 2018 กันตั้งแต่กลางเดือนกันยายน มาจนถึงในเดือนพฤศจิกายน บริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ไปแล้วหลายค่าย Carro ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

Toyota Camry

All-New-Toyota-Camry-2018

Toyota Camry (โตโยต้า คัมรี) รุ่นใหม่ล่าสุด มาโชว์ในงาน Motor Expo 2018 ด้วยภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา ผ่านการออกแบบอย่างพิถิพิถัน พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยผสานยนตรกรรมกับผู้ขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 167 แรงม้า, 2.5 ลิตร 209 แรงม้า และแบบ Hybrid 2.5 ลิตร Dynamic Force 178 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ในราคา 1,445,000 – 1,799,000 บาท

Toyota Fortuner TRD Sportivo

Toyota-Fortuner-TRD-Sportivo-2018

Toyota Fortuner TRD Sportivo (ฟอร์จูนเนอร์ ทีอาร์ดี สปอร์ตติโว่) ใหม่ รุ่น 2.8 ขับเคลื่อนสี่ล้อ และรุ่น 2.8 ขับเคลื่อนสองล้อ เป็นการกลับมาโดยยกระดับความสปอร์ต และทันสมัยมากขึ้น ทั้งภายนอกภายใน คู่กับสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ GD Efficient Boost ขนาด 2.8 ลิตร 177 แรงม้า และชุดแต่งช่วงล่างเฉพาะรุ่น TRD Sportivo

ครั้งนี้มาพร้อมกับตัวรถ 2 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Pearl Crystal พร้อมหลังคาแบบสปอร์ตสีดำ Black Top และสีดำ Attitude Black Mica ในราคา …

สีขาวมุก White Pearl Crystal / Black Top

  • รุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD 1,719,000 บาท*
  • รุ่น 2.8 TRD Sportivo 4WD 1,789,000 บาท*

สีดำ Attitude Black Mica

  • รุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD 1,699,000 บาท*
  • รุ่น 2.8 TRD Sportivo 4WD 1,769,000 บาท*

***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

Honda Accord

Honda-Accord-2018

เป็นไปตามคาด สำหรับ Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) ใหม่ล่าสุด เตรียมโชวช์ตัวก่อนในงาน Motor Expo 2018 เพื่อดับรัศมีของรถค่ายคู่แข่ง ก่อนเปอิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในต้นปี 2562 นี้ …

เสริมด้วย 2 ขุมพลัง ทั้งเครื่องยนต์ Turbo รุ่นใหม่ และเครื่องยนต์ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ใหม่ ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 3 มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม และเหนือระดับด้วยอีกขั้นของ เทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING)

Nissan Teana

Nissan-Teana-2018

Nissan (นิสสัน) เผยโฉม Nissan Teana (นิสสัน เทียน่า) ใหม่ ภายใต้แนวคิด “Energetic Flow” หรือ ดีไซน์ที่ทรงพลัง สง่างาม ปราดเปรียว พร้อมลายเส้นที่พลิ้วไหวจากภายนอกสู่ภายในที่กว้างขวางสไตล์สปอร์ต พร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในเรื่องความปลอดภัยจากเทคโนโลยีอัจฉริยะ หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility)

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 136 แรงม้า และขนาด 2.5 ลิตร 173 แรงม้า ในราคา 1,339,000 – 1,674,000 บาท

MG3 Limited Edition

MG3-Limited-Edition-2018

MG (เอ็มจี) ประเทศไทย เปิดตัว MG3 ลิมิเต็ด เอดิชั่น (เอ็มจี3 ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ความสนุกไม่ได้จำกัดที่สีสัน อัพเกรดความสมาร์ทด้วยการนำ รุ่น X มาทำสีขาวหลังคาดำ เพิ่มสปอยเลอร์หลัง และสเกิร์ตข้าง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น

ให้ความสนุกในการขับขี่จากครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 112 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติใหม่แบบ Torque Converter พร้อมระบบความปลอดภัยแบบครบครัน

Subaru Forester

Subaru-Forester-2018

Subaru (ซูบารุ) เตรียมเปิดตัว Forester (ฟอเรสเตอร์) ใหม่ อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เปิดตัวรุ่น Outback (เอาท์แบ็ค) ใหม่ ไปเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา นำเสนอประสบการณ์การตอบสนองในการขับขี่อันดีเยี่ยม ด้วยระบบ STABLEX-Ride เพื่อการขับขี่ที่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น และระบบ X-Mode ช่วยให้ควบคุมเครื่องยนต์ได้มีประสิทธิภาพ พ่วงด้วยระบบ Symmetrical All-Wheel Drive (S-AWD) ตลอดจนความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจมากยิ่งขึ้น

คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สูบนอน ขนาด 2.5 ลิตร 184 แรงม้า ที่พัฒนาดีขึ้น ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมีน้ำหนักเบาลง ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ CVT (ส่วนเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แบบ e-Boxer คงต้องรอดูว่ามีมาขายหรือไม่)

Mitsubishi Triton

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) เผยโฉม “Mitsubishi Triton” (มิตซูบิชิ ไทรทัน) หรือ “L200” โฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกของโลกในไทย ภายใต้แนวคิด “Engineered Beyond Tough” ที่งาน Motor Expo 2018 โดดเด่นด้วยหน้าตาภายนอกใช้ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น และกระจังหน้าแบบ Dynamic Shield

ในรุ่น Single Cab 4WD, Mega Cab Plus, Double Cab Plus และ Double Cab 4WD ใช้ขุมพลังแบบดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด แบบใหม่พร้อม Sport Mode ในราคา 524,000 – 1,099,000 บาท

Isuzu D-Max Hi-Lander Stealth

Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Stealth-2018

Isuzu (อีซูซุ) เปิดตัวรุ่นพิเศษเหมือนเช่นทุกปี กับ Isuzu D-Max Hi-Lander Stealth (อีซูซุ ดีแม็คซ์ ไฮ-แลนเดอร์ สเทลธ์) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ Stealth ที่มีภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง ดุดัน มาพร้อมชุดกระจังหน้าทรงพลัง ชุดแต่งสเกิร์ตหน้า โดดเด่นด้วยเส้น Stealth Line และสเกิร์ตหน้า กรอบไฟตัดหมอกสีดำ ล้ออัลลอยทูโทน ขนาด 18 นิ้ว และกันชนท้ายดีไซน์ใหม่

ภายในห้องโดยสารสีทูโทน เท่ ล้ำสมัย สไตล์สปอร์ต เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำ พร้อมสัญลักษณ์ Stealth ที่แผงข้างประตู ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 887,000 บาท

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz-C43-4Matic-Coupe-2018

Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ต้องถือว่ามีรถเปิดตัวหลากหลายจริงๆ ครับ ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้เปิดตัว C-Class ใหม่ไปแล้ว 3 รุ่น ได้แก่ The C 220 d Avantgarde ราคา 2,349,000 บาท The C 220 d Exclusive ราคา 2,690,000 บาท และ The C 220 d AMG Dynamic ราคา 2,890,000 บาท

แต่ก็ยังมีรุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจเตรียมมาโชว์ในงาน Motor Expo 2018 เช่นเคย ได้แก่ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ และ Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ เป็นต้น

สำหรับราคาของ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé อยู่ที่ 4,220,000 บาท, Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ ราคา 12,790,000 บาท และ Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic ราคา 3,450,000 บาท

BMW

BMW-8-Series-Coupe

BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) เตรียมนำ BMW 8 Series Coupé (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 8) มาโชว์ในงาน Motor Expo 2018 เป็นการกลับมาใหม่อีกครั้งของ “ซีรี่ส์ 8” สร้างความหรูหราและความสปอร์ตแบบสุดขั้ว ห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วยวัสดุหรูหรา พร้อมงานเดินตะเข็บอย่างมีสไตล์เข้ากับชุดตกแต่งเกรดพรีเมียมเพิ่มความสปอร์ตเข้ากับลุคสุดหรู

อีกทั้งยังมี The All-New BMW X5 (บีเอ็มดับบลิว เอ็กซ์5) ใหม่ มาโชว์ในงานด้วยครับ

Porsche

Porsche-Cayenne-E-Hybrid-

Porsche (ปอร์เช่) เปิดตัว The new Porsche Cayenne E-Hybrid (ปอร์เช่น คาเยนน์ อี-ไฮบริด) หลังจากที่เปิดตัวไปก่อนหน้านั้นแล้ว สุดแห่งยนตรกรรมพรีเมียม SUV แห่งยุคที่ติดตั้งขุมพลัง E-performance พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใหม่ล่าสุด ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ต ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด

มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร 340 แรงม้า เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 700 นิวตันเมตร อัตราการบริโภคน้ำมัน เชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4 – 31.2 กม./ลิตร ในราคา 7,500,000 บาท

Volvo XC40

Volvo-XC40-2018

Volvo (วอลโว่) เปิดตัว The New Volvo XC40 (วอลโว่ เอ็กซ์ซี40) สุดยอด Compact SUV รุ่นแรก พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Designed to Break the Norms” บนแพลตฟอร์มพื้นฐานอย่าง CMA หรือ Compact Modular Architecture ทั้งสปอร์ตและหรูหรา โดดเด่นด้วยไฟหน้า ที่มีรูปทรงจำลองมาจากค้อนเทพเจ้าธอร์

นำเสนอทั้งในรุ่นเครื่องยนต์ T4 เบนซิน 190 แรงม้า และ T5 AWD 252 แรงม้า ในราคา 2,090,000 – 2,390,000 บาท

Range Rover Sport Plug-in Hybrid

Range-Rover-Sport-Plug-in-Hybrid-2018

Range Rover (เรนจ์ โรเวอร์) เตรียมเปิดตัว Range Rover Sport Plug-in Hybrid (เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ปลั๊กอิน ไฮบริด) ที่งาน Motor Expo 2018 แน่นอน ในราคาเริ่มต้น 6,300,000 บาท จากเดิมที่ประกาศราคาเริ่มต้นไว้ที่ 7,399,000 บาท

Lamborghini Urus

Lamborghini-Urus-2018

Lamborghini (ลัมโบร์กินี) ภายใต้การนำของ Renazzo Motor เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) เตรียมเปิดตัว Lamborghini Urus (ลัมโบร์กินี อูรุส) “ซูเปอร์สปอร์ตเอสยูวี” คันแรกของโลก อย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2018 ในราคาประมาณ 20 ล้าน+

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร ให้แรงม้ามากถึง 650 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 305 กม./ชม.

Rolls-Royce Cullinan

Rolls-Royce-Cullinan-2018

Rolls-Royce (โรลส์-รอยซ์) เตรียมเปิดตัว Rolls-Royce Cullinan (โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน) กับ SUV หรูหราที่สุดของโลกคันแรกของผู้ผลิตรถยนต์สุดหรู ที่เปิดตัวภายใต้สโลแกน “Effortless Everywhere” ใช้เครื่องยนต์ปรับปรุงใหม่ 6.75 ลิตร 12 สูบ Twin Turbo 563 แรงม้า มาในงาน Motor Expo 2018 ครั้งนี้แน่นอน

Ford Mustang

Ford-Mustang-2018

Ford (ฟอร์ด) ตัดสินใจนำเข้า Ford Mustang (ฟอร์ด มัสแตง) อย่างเป็นทางการ หวังมัดใจคนชอบรถสปอร์ตดิบๆ สไตล์อเมริกิน มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ประกอบไปด้วย 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack และ 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack พ่วงด้วยออพชั่นมากมาย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน EcoBoost ความจุ 2.3 ลิตร Turbo 310 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 5.0 ลิตร 460 แรงม้า แรงสะใจ … ในราคา 3,599,000 – 4,799,000 บาท

Aston Martin Vantage

Aston-Martin-Vantage-2018

Aston Martin (แอสตัน มาร์ติน) เปิดตัว Aston Martin Vantage (แอสตัน มาร์ติน แวนทาจ) มาพร้อมรูปลักษณ์น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยเส้นสายบึกบึน ผสานแนวทางการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ดุดันแบบนักล่า สะท้อนคาแรคเตอร์ของสัตว์ป่า ที่ไม่ธรรมดา

ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8จังหวะของ ZF อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที ท็อปสปีด 314 กม./ชม. ในราคา 16,900,000 บาท

Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Stealth

D-Max Hi-Lander รุ่นพิเศษ “Stealth” มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน ราคาเริ่มต้น 887,000 บาท

อีซูซุเปิดตัวยนตรกรรมปิกอัพพันธุ์ดุ ลุยตลาดไตรมาสสุดท้าย นำทัพโดย ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ (STEALTH) มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน Stealth Black Package เข้มเต็มพิกัดทั้งภายนอกและภายใน ราคาเริ่มต้น 887,000 บาท พร้อมเผยโฉม 29 ตุลาคม 2561

ควบคู่กับการปรับโฉมรุ่นไฮ-แลนเดอร์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ และ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4×4 ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เพิ่มฟังก์ชั่นล้ำสมัย

Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Stealth

สำหรับ ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ 4 ประตู รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ มาพร้อมชุดแต่ง Stealth Black Package เท่ เข้ม สไตล์สปอร์ต ทั้งภายนอกและภายใน

Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Stealth

Stealth Black Exterior ชุดแต่งดีไซน์ใหม่ มาพร้อมชุดกระจังหน้าทรงพลัง ชุดแต่งสเกิร์ตหน้า โดดเด่นด้วยเส้น Stealth Line ดีไซน์ต่อเนื่องรับกับไฟหน้า และสเกิร์ตหน้า กรอบไฟตัดหมอกสีดำ ล้ออัลลอยทูโทน ขนาด 18 นิ้ว และกันชนท้ายดีไซน์ใหม่

Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Stealth Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Stealth Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Stealth

Stealth Black Interior ล้ำสมัยทุกฟังก์ชั่น ทุกรายละเอียด กับบรรยากาศห้องโดยสารดีไซน์ใหม่! ทูโทน เท่ ล้ำสมัย สไตล์สปอร์ต เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำ พร้อมสัญลักษณ์ Stealth ที่แผงข้างประตู

New-Isuzu-V-Cross-Max-4X4

ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ 4 ประตู รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ มีเฉพาะเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เสริมส่งความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีสีให้เลือก สีดำออสเตรเลียนโคล (Australian Coal Black) หรือสีขาวมุกเอเวอเรสต์ (Everest Pearl White) ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 887,000 บาท

Isuzu-D-Max-Hi-Lander-Stealth

นอกจากนี้ยังปรับโฉม “อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ด้วยใหม่! กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ บึกบึน ทรงพลังยิ่งขึ้น และใหม่! ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมนวัตกรรมแห่งความปลอดภัย ใหม่! BOS (Brake Override System) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)

New-Isuzu-V-Cross-Max-4X4

ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4×4 ปรับเปลี่ยนลุคใหม่ของสปอร์ตออฟโรด ทั้งภายนอกและภายใน บึกบึน ทรงพลัง ห้องโดยสารหรูหรายิ่งขึ้น และชุดแต่ง MAX 4X4 ดีไซน์ใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสสุดยอดแห่งประสบการณ์ลุยในแบบฉบับออฟโรดตัวจริง

  • ใหม่! Bumper Ganish โทนเทาดำตัดรับกระจังหน้า เท่เข้มลงตัว
  • ใหม่! Front Bumper Guard ทูโทนดีไซน์ใหม่! ให้ความบึกบึน เพิ่มมิติความเข้ม
  • ใหม่! ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18 นิ้ว สี Matt Black เท่สะดุดตา ได้อารมณ์สปอร์ต
  • ใหม่! กันชนท้ายโทนเทาดำ เท่ เข้ม ดุดัน
  • ใหม่! เบาะนั่งกึ่งหนังแท้  สไตล์ทูโทน น้ำตาล-ดำ เดินด้านสีส้มรอบตัวเบาะ พร้อมปักสัญลักษณ์ V-Cross เท่ หรู
  • หน้าจอใหม่! ขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ใช้งานสะดวกขึ้น พร้อมระบบสัมผัสตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
  • ครั้งแรกในวงการรถปิกอัพ ใหม่! กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ  พร้อมกล้องบันทึกภาพวิดีโอด้านหน้าขณะขับขี่
  • อีกขั้นของนวัตกรรมระบบความปลอดภัย ใหม่! BOS (Brake Override System) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)

ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4×4 เลือกความเท่ลุคใหม่ได้ 4 สี ได้แก่ แดงเอทนา (Etna Red) ดำออสเตรเลียนโคล (Australian Coal Black) ขาวมุกเอเวอเรสต์ (Everest Pearl White) และบรอนซ์เงินอาร์กติก (Arctic Silver) ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,064,000 บาท

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ http://isuzu-tis.com/isuzu-pick-up-4-door-stealth หรือ LINE: @isuzuthai

Toyota-Camry-Thailand-2018

Camry โฉมใหม่สดทั้งคัน! ในราคา 1,445,000 – 1,799,000 บาท

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดตัว “คัมรี” รุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา ผ่านการออกแบบอย่างพิถิพิถัน พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยผสานยนตรกรรมกับผู้ขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

All-New-Toyota-Camry-2018

Toyota Camry (โตโยต้า คัมรี) ถือได้ว่าเป็นรถยนต์ขนาดกลางรุ่นหลักของโตโยต้า ที่ขายดิบขายดีออกสู่ตลาดนับตั้งแต่ต้นกำเนิดของ คัมรี ได้รับการเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นในปี 2523 ในฐานะรถสปอร์ตซีดานระดับตำนาน อย่าง Celica โดยใช้ชื่อว่า Celica-Camry ปัจจุบันถือว่าออกมาเป็นเจเนอเรชั่นที่ 8 แล้ว ในรหัส XV70 พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม TNGA (Toyota New Global Architecture) เช่นเดียวกับ Toyota C-HR, Prius และ Lexus ES นั่นเอง

Toyota Celica Camry ต้นกำเนิด Camry รุ่นแรก

โดยปัจจุบันมีจำนวนยอดจำหน่ายสะสมของรถคัมรี ทั่วโลกก้าวเข้าสู่ 20 ล้านคัน (ข้อมูลยอดขายสะสมรวมทั่วโลกตั้งแต่ปี 2525 ถึงกันยายน 2561) สำหรับในประเทศไทยนั้น คัมรี เปิดตัวครั้งแรกในปี 2536 ซึ่งนำเข้าจากออสเตรเลีย และด้วยกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ คัมรี เจนเนอเรชั่นที่ 4 ถูกนำมาประกอบในประเทศไทย เมื่อปี 2542

All-New-Toyota-Camry-2018

ยิ่งไปกว่านั้น Camry เปิดตัวรุ่นไฮบริดครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2552 และ Camry ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย โดยมียอดจำหน่ายสะสมรวมกว่า 200,000 คัน** (*ข้อมูลยอดขายสะสมของคัมรีรวมถึงเดือนกันยายนปี 2561)

All-New-Toyota-Camry-2018

รูปโฉมภายนอก ดีไซน์ไปทางสปอร์ตซีดานแบบพรีเมี่ยม ที่ผู้บริหารก็สามารถขับได้! ชุดไฟหน้า พร้อมไฟ Daytime Running Light ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟตัดหมอกเป็นแบบ LED, หลังคามูนรูฟ เปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้า กระจกป้องกันเสียงรบกวนและแสงแดด และล้อแม็ก 17 นิ้ว เป็นต้น

All-New-Toyota-Camry-2018

Camry ใหม่ พัฒนาภายใต้แนวคิด “Unprecedented Change” ปรากฎการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ โดยได้นำสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ของโตโยต้า TNGA ที่ถือเป็นหลักในการปฏิรูปโครงสร้างและเครื่องยนต์ มาปรับใช้กับคัมรีใหม่นี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายใต้แนวคิดการท้าทายในการผลิตยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่าของโตโยต้า (Ever-Better Cars)

มิติตัวถังยาว 4,885 มม. (เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 15 มม.), กว้าง 1,840 มม. (เพิ่มขึ้น 15 มม.), สูง 1,445 มม. (เตี้ยลง 30 มม.) ระยะฐานล้อ 2,825 มม. (เพิ่มขึ้น 50 มม.)

มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น 2,0G, 2.5G, 2.5HV และ 2.5HV Premuim

All-New-Toyota-Camry-2018

ห้องโดยสารภายใน ฉีกแนวการออกแบบเดิมๆ ทิ้งไป เล่นเส้นสายรูปตัว “Y” พร้อมลาย Hybrid Onyx บริเวณแผงคอนโซลกลาง ดุจสายน้ำไหล แต่ยังคงหรูหราเหมือนเดิม มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถ มีเครื่องเล่น DVD แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง

All-New-Toyota-Camry-2018

ระบบหน่วงแรงเบรกอัตโนมัติ และระบบเบรกมือไฟฟ้า ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สายแบบ Qi เป็นต้น

All-New-Toyota-Camry-2018

เบาะนั่งคู่หน้า Seat Ventilator พร้อมกับเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ (Rear Reclining Seat) และ T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้คุณอัพเดตสถานะรถได้ตลอดเวลา

Toyota Camry มาพร้อมเครื่องยนต์ให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ …

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 6AE-FBS แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว D-4S VVT-iW ให้แรงม้าสูงสุด 167 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 199 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รองรับแก๊สโซฮอล์ E85

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FKB แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว D-4S VVT-iE ให้แรงม้าสูงสุด 209 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รองรับแก๊สโซฮอล์ E85

All-New-Toyota-Camry-2018

แบบ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ใหม่ รหัส A25A-FXS แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว D-4S VVT-iE ให้แรงม้าสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT รองรับแก๊สโซฮอล์ E20

ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Lithium-ion ให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า และแรงบิด 202 นิวตันเมตร โดยทั้งสองระบบ ให้แรงม้าสูงสุด 211 แรงม้า

All-New-Toyota-Camry-2018

จากเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ที่ถูกนำมาใช้กับเหล็กกล้าคุณภาพเยี่ยม ทำให้โครงสร้างตัวถังรถมีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงบิด นอกจากนั้นตัวรถยังได้รับการออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ ทรงตัวดีเยี่ย พร้อมด้วยระบบช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) ทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญยังคงไว้ซึ่งความนุ่มสบายและความเงียบตลอดการเดินทาง

Toyota-Camry-JDM-2018

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาระบบส่งกำลังใหม่ คือ เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร Dynamic Force และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกับความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังรถได้สูงสุด ส่งผลให้มีอัตราการเร่งแบบสปอร์ตและการขับขี่ที่เร้าใจ สำหรับรุ่นไฮบริด ที่มาพร้อมกับไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในอัตราการเร่งที่ดีขึ้น และสามารถประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น

Toyota-Camry-JDM-2018

ด้านระบบความปลอดภัยถูกติดตั้ง Toyota Safety Sense อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collission System) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert) พร้อมด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 ลูก ซึ่งถือได้ว่ามากที่สุดในรถระดับเดียวกัน

Toyota-Camry-TRD-Sportivo

อีกทั้งยังมีชุดแต่งรอบคัน Camry TRD Sportivo ให้เลือกติดตั้งเพิ่ม ซึ่งได้รับการออกแบบโดย Toyota Racing Development Japan (TRD Japan) ภายใต้แนวความคิด Graceful Carriage

อุปกรณ์ตกแต่งรอบคัน Camry TRD Sportivo ที่สามารถติดตั้งได้กับรถคัมรีใหม่ทุกรุ่น ประกอบไปด้วย

– คิ้วตกแต่งกันชนหน้าของ TRD มีให้เลือก 2 สี คือ สีเงิน (Silver Metallic) หรือ สีดำ (Attitude Black)
– สเกิร์ตรอบคันของ TRD เพิ่มจุดยึดพิเศษให้แนบสนิทกับตัวรถ มีให้เลือก 3 สี คือ สีเงิน (Silver Metallic) สีดำ (Attitude Black) และไม่ทำสี (Primer)

และ … ล้ออัลลอย 18″ …ลายสปอร์ตสีเงินสลับดำ หรูหรา สวยงาม

ราคาของ Toyota Camry ใหม่

รุ่นเริ่มต้น – 2.0 G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,445,000 บาท***

รุ่น 2.5 G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,589,000 บาท***

รุ่น 2.5 HV เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,639,000 บาท***

รุ่น Top สุด – 2.5 HV Premium เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,799,000 บาท***

(สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท)

***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า The All-New CAMRY ผ่อนเริ่มต้นเพียง 17,000 บาท ต่อ เดือน หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% นาน 48 เดือน

ตารางเงินผ่อน / เงินดาวน์ Toyota Camry ใหม่ (ดอกเบี้ย 3%)

รุ่น/ราคา
เงินดาวน์
ยอดจัด
ราคาผ่อน-ดาวน์
48 เดือน 60 เดือน 72 เดือน 84 เดือน
2.0G / 1,445,000 บาท
15% 216,750 1,228,250 28,660 23,542 20,130
20% 289,000 1,156,000 26,974 22,157 18,946
25% 361,250 1,083,750 25,288 20,772 17,762
2.5G / 1,589,000 บาท
15% 238,350 1,350,650 31,516 28,888 22,136
20% 317,800 1,271,000 29,662 24,365 20,834
25% 397,250 1,191,750 27,808 22,842 19,532
2.5HV / 1,639,000 บาท
15% 245,850 1,393,150 32,507 26,703 22,833
20% 327,800 1,311,200 30,595 25,132 21,490
25% 409,750 1,229,250 28,683 23,561 20,177
2.5HV Premium / 1,799,000 บาท
15% 269,850 1,529,150 35,681 29,309 25,062
20% 359,800 1,439,200 33,582 27,585 23,587
25% 449,750 1,349,250 31,483 25,861 22,113

 

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

Triton ใหม่ พร้อมเปิดขาย 17 พฤศจิกายน 2561 พัฒนาขึ้นใหม่ให้ “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค”

“Mitsubishi Triton” (มิตซูบิชิ ไทรทัน) หรือ “L200” ในตลาดโลก โฉมไมเนอร์เชนจ์ เตรียมเปิดตัวครั้งแรกของโลก ภายใต้แนวคิด “Engineered Beyond Tough” พร้อมเชิญทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศมาร่วมงาน เพราะถือเป็น Global Launch Ceremony ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

หน้าตาภายนอกใช้ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น และกระจังหน้าแบบ Dynamic Shield ดูคล้ายกับ Mitsubishi Pajero Sport และน้องใหม่อย่าง Mitsubishi Xpander มาพร้อมไฟท้ายแบบ LED Tube กับกันชนดีไซน์ใหม่ และลงตัวกับล้อแม็กลาย 6 ก้านคู่

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

มิติตัวรถ (ในรุ่น Double Cab 4WD) ตัวรถยาว 5,300 มม. กว้าง 1,815 มม. สูง 1,795 มม. ระยะฐานล้อ 3,000 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้า-หลัง 1,520 / 1,515 มม. ระยะต่ำสุดถึงพื้น 220 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,960 กก.

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

มิติตัวรถ (ในรุ่น Athlete) ตัวรถยาว 5,300 มม. กว้าง 1,815 มม. สูง 1,795 มม. ระยะฐานล้อ 3,000 มม. ความกว้างช่วงล้อหน้า-หลัง 1,520 / 1,515 มม. ระยะต่ำสุดถึงพื้น 220 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,960 กก.

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

ส่วนออพชั่นภายใน และดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ปรับเปลี่ยนเยอะพอสมควร ช่องแอร์แบบใหม่ ใช้วัสดุภายในดูโดดเด่นขึ้น

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

ในรุ่น Single Cab 4WD, Mega Cab Plus, Double Cab Plus และ Double Cab 4WD ใช้ขุมพลังแบบดีเซลขนาด 2.4 ลิตร รหัส 4N15 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด แบบใหม่พร้อม Sport Mode

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

ส่วนในรุ่น Top มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super-Select 4WD ll และ Differential Lock และยังเพิ่มโหมดขับขี่บนเส้นทางออฟโรด สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เหมาะกับสภาพถนน ในโหมด 4LLc ได้แก่ Gravel Mud /Snow Sand และ Rock รวมทั้งระบบ Easy-Select 4WD ในรุ่นล่างที่สามารถเลือกโหมดควบคุมได้สะดวก

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

ระบบความปลอดภัยเพียบ อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) สามารถตรวจจับได้ทั้งพาหนะและคน ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตาและแจ้งเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW กับ LCA) ระบบเตือนขณะถอยออกจากช่องจอดรถ (RCTA) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งรุ่นแรงและรวดเร็ว (UMS) เป็นต้น

New-Mitsubishi-Triton-Thailand-2018

ราคาของ Triton ใหม่ …

Mitsubishi-Triton-2018-Price

Mitsubishi-Triton-2018-Price

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น วางแผนที่จะจำหน่าย มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ และรุ่นเดิม ที่ประมาณ 180,000 คัน ภายในปีงบประมาณนี้ โดยรถรุ่นดังกล่าวถือเป็นรถที่มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เมื่อปีงบประมาณที่แล้ว รองจากรถอเนกประสงค์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์

Mercedes-Benz-C-Class-2018

Benz C-Class Minorchange โฉมใหม่ ประกอบในประเทศ!

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัว Mercedes-Benz C-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส) โฉม W205 ไมเนอร์เชนจ์ นับได้ว่ารวดเร็วฉับไวมาก สมกับเป็นยุค 4.0 เพราะในต่างประเทศเพิ่งจะเผยโฉมนี้ และส่งมอบรถให้ลูกค้า เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมานี้เองครับ

โดย เมอร์เซเดสเบนซ์ ได้นำเสนอรถยนต์รุ่น The C 220 d ทั้งหมด 3 รุ่นย่อย คือ The C 220 d Avantgarde และ The C 220 d AMG Dynamic รวมถึงรุ่นที่จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้ อย่างรุ่น The C 220 d Exclusive

Mercedes-Benz-C-Class-2018

สำหรับ Mercedes-Benz C-Class ไมเนอร์เชนจ์ มีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบตัวถัง คือ ซาลูน (ซีดาน), คูเป้, เอสเตท (สเตชั่นแวกอน) และเปิดประทุน (ยังมีซาลูนฐานล้อยาวพิเศษ เฉพาะตลาดเมืองจีนเท่านั้น) ส่วนในบ้านเราตอนนี้ รอดูตัวเป็นๆ ของรุ่นซีดานกันไปก่อน ส่วนที่เหลือมีตามมาอย่างแน่นอน

Mercedes-Benz-C-Class-2018

สรุป … จุดเด่นใหม่ๆ ภายนอก

รุ่น The C 220 d Avantgarde มาพร้อมกระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมี่ยม พร้อมตรา Mercedes-Benz และล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว + ไฟหน้าแบบ LED High Performance

รุ่น The C 220 d Exclusive มาพร้อมกระจังหน้าแบบคลาสสิค พร้อมตรา Mercedes-Benz บนฝากระโปรงหน้า, ไฟหน้าแบบ LED High Performance พร้อมระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam และล้ออัลลอยแบบ Multi-Spoke ขนาด 18 นิ้ว

ส่วนในรุ่น The C 220 d AMG Dynamic มาพร้อมกระจังหน้าแบบ Diamond Grille สีเงิน พร้อมตรา Mercedes-Benz และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว ตกแต่งด้วยสีดำ โดยกันชน หน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง ดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG Bodystyling โคมไฟหน้าและหลังแบบใหม่ + ไฟหน้าแบบ LED High Performance พร้อมระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam

*เป็นครั้งแรกในรถยนต์ The C-Class ใช้ไฟหน้าแบบ LED ที่ทำงานโดยอิสระจำนวน 84 หลอด ต่อโคมไฟหน้า 1 โคม ที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถปรับความเข้มแสง โดยใช้ระบบไฟหน้าให้เข้ากับสภาพการจราจรโดยรอบได้ และส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร

Mercedes-Benz-C-Class-2018

Mercedes-Benz-C-Class-2018

สรุป … จุดเด่นใหม่ๆ ภายใน

รุ่น The C 220 d Avantgarde มาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control + เบาะหุ้มด้วยหนัง ARTICO พับลงได้แบบ 1/3 และ 2/3 และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start) เป็นต้น

รุ่น The C 220 d Exclusive มาพร้อมพวงมาลัยที่มาพร้อมระบบพาวเวอร์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ + เบาะหุ้มด้วยหนัง ARTICO พับลงได้แบบ 1/3 และ 2/3, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start), กุญแจแบบ KEYLESS-GO, ระบบแผนที่นำทาง 3 มิติรูปแบบใหม่ และฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE package) เป็นต้น

ส่วนในรุ่น The C 220 d AMG Dynamic มาพวงมาลัยที่มาพร้อมระบบพาวเวอร์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าและปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ แบบสปอร์ตท้ายตัด พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control เบาะหุ้มหนังแบบสปอร์ต พับลงได้แบบ 1/3 และ 2/3, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start), กุญแจแบบ KEYLESS-GO, ระบบแผนที่นำทาง 3 มิติรูปแบบใหม่ หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System เป็นต้น

นอกจากนั้น The new C-Class ยังได้นำเทคโนโลยีจากรุ่นใหญ่อย่าง The S-Class มาใช้มากมาย อาทิเช่น ระบบ All-Digital Instrument Display ที่ทำให้หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัลของรุ่น The C 200 d AMG Dynamic มีขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว และยังสามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ คือ Classic, Progressive และ Sport

Mercedes-Benz-C-Class-2018

สำหรับเวอร์ชั่นเมืองนอก ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แบบใหม่ รหัส M264 แบบ 4 สูบ 1.5 ลิตร และ 2.0 ลิตร แบบ Twin-Scroll Turbo Intercooler

ในส่วนของรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล รหัส OM654 ขนาด 1.6 ลิตร Variable Turbo และ 2.0 ลิตร มีทั้ง Turbo เดี่ยว  และ Turbo แบบ 2-Stage พร้อมหัวฉีด Piezo เช่นเคย

ส่วนเครื่องยนต์ของเวอร์ชั่นไทยนั้น เป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7G-Tronic-Plus

Mercedes-Benz-C-Class-2018

ส่วนรุ่น Coupe ก็เตรียมลุ้น ว่าจะเป็นรุ่น C 200 ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Turbo 184 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ว่าจะมาในปลายปีนี้หรือไม่

รายละเอียด Mercedes-Benz C-Class ไมเนอร์เชนจ์

รุ่น

เครื่องยนต์

ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี)

แรงม้าสูงสุด (แรงม้า ที่รอบ/นาที)

แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร ที่รอบ/นาที)

อัตราเร่ง  0-100 กม./ชม.(วินาที)

ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ (กม./ชม.)

C 220 d Avantgarde

ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์

1,950

143 (194) / 3,800

400 / 1,600-2,800

6.9

240

C 220 d Exclusive

ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์

1,950

143 (194) / 3,800

400 / 1,600-2,800

6.9

240

C 220 d AMG Dynamic

ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์

1,950

143 (194) / 3,800

400 / 1,600-2,800

6.9

240

 

ราคาจำหน่าย Mercedes-Benz C-Class ไมเนอร์เชนจ์

  • C 220 d Avantgarde ราคา 2,349,000 บาท
  • C 220 d Exclusive ราคา 2,690,000 บาท
  • C 220 d AMG Dynamic ราคา 2,890,000 บาท
Ford-Mustang-USA-2018

Ford Mustang ใหม่ มาแน่ นำเข้าจาก USA มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ในราคา 3,599,000 – 4,799,000 บาท

https://www.youtube.com/watch?v=g9D5hkYoXbU

หากจะพูดถึง Ford Mustang (ฟอร์ด มัสแตง) ขึ้นมา บรรดาหนุ่มใหญ่ หรือคนที่รักในรถอเมริกัน ต่างรู้จัก “ม้าป่า” ตัวนี้ กันดีแน่นอน เพราะรถรุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานของ Ford เลยก็ว่าได้ ในการให้กำเนิดรถสไตล์ Pony Car และ Muscle Car นับตั้งแต่ปี 1964 และได้รับความนิยมไปทั่วโลกอีกหนึ่งรุ่น

Ford-Mustang-USA-2018

แน่นอนว่า ตั้งแต่ ฟอร์ด ประเทศไทย ที่ตัดสินใจนำเข้า และเปิดรับจอง Ford Mustang (ฟอร์ด มัสแตง) ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ฟอร์ด เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยวันที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยขายผ่านตัวแทนจำหน่าย Ford Mustang จำนวน 19 แห่ง ทั่วประเทศ

Ford-Mustang-USA-2018

Ford-Mustang-USA-2018 Ford-Mustang-USA-2018

โดย Ford Mustang เวอร์ชั่นไทย มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ประกอบไปด้วย 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack และ 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack มาพร้อมออพชั่นมากมาย

Ford-Mustang-USA-2018 Ford-Mustang-USA-2018

ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเม้นท์ขนาด 12 นิ้ว พร้อมระบบ SYNC 3 ใหม่ล่าสุด พร้อมโหมด Application  Tracl Apps ช่วยจำลองการขับขี่แบบสนามแข่ง ชุดเฟืองท้าย Limited Slip และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว โดยรุ่น 5.0 GT ใช้ระบบเบรกของ Brembo 

รายละเอียดเครื่องยนต์ Ford Mustang 2018 เวอร์ชั่นอเมริกา (อาจแตกต่างจากเวอร์ชั่นไทย)

  • เครื่องยนต์เบนซิน EcoBoost ความจุ 2.3 ลิตร Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 310 แรงม้า (HP) ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 475 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที
  • เครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 5.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 460 แรงม้า (HP) ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 570 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที

ทั้งสองรุ่น ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด SelectShift

Ford-Mustang-USA-2018

Ford Mustang ที่จะขายในประเทศไทย ถูกประกอบที่โรงงาน Rock Assembly Plant รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา

ราคาจำหน่าย Ford Mustang 2018 อย่างเป็นทางการในไทย มีดังนี้

  • 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3,599,000 บาท
  • 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4,799,000 บาท
1 2 3 7