Carro-10-Cheapest-Pickup-In-Thailand

ถ้าจะให้พูดถึง “รถกระบะ” แล้ว ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถที่สามารถใช้ขนของได้เยอะๆ คุ้มค่าในการทำธุรกิจ ใช้ในการเกษตร ขนผลไม้ ขนผลผลิตไปขาย หรือใช้ขนคน ไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว หรือจะไว้แต่งซิ่งก็ตาม

รถกระบะในตลาดรถ ก็มีให้เลือกในหลายประเภท อาทิ แบบตอนเดียว, แบบตอนเดียวยกสูง, แบบมีแค็บ, แบบ 4 ประตู หรือจะเป็นแบบ 2 ประตู กับ 4 ประตู ยกสูง หรือขับ 4X4 เป็นต้น

ราคารถกระบะก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถกระบะที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถกระบะถูกสุดในไทย ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

TATA-Xenon-Single-Cab-Giant-Heavy-Duty-CNG-Plus

1. TATA Xenon Single Cab Giant Heavy Duty CNG Plus ราคา 369,000 บาท

TATA Xenon (ทาทา ซีนอน) รถกระบะเรือธงจาก “TATA” ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากแดนภารตะ ที่เพิ่งประกาศเลิกผลิตรถยนต์ในไทยไปเมื่อปีที่ผ่านมานี้ “ซีนอน” เป็นรถกระบะที่ทาทาขายในไทยมานานนับสิบปี ชูจุดเด่นด้วยกระบะพื้นเรียบ เพลาท้ายแบบ Heavy Duty สามารถบรรทุกได้เต็มพื้นที่

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.1 ลิตร 101 แรงม้า CNG Plus แท้ ทั้งระบบ ประหยัดเชื้อเพลิงอย่างแท้จริง และมีความทนทาน พร้อมถังก๊าซขนาดใหญ่ 3 ถัง ความจุ 230 ลิตร อยู่ใต้พื้นกระบะ และส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

Isuzu-D-MAX-Spark-Cab-Chassis

2. Isuzu D-MAX Spark 1.9 Ddi Cab-Chassis ราคา 510,000 บาท

All-New Isuzu D-Max (ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์) พลานุภาพ…พลิกโลก! “Infinite Potential” “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทั้งภายนอกภายใน ปรับปรุงขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แรงสะใจ พร้อม แพลตฟอร์มใหม่ ระบบความปลอดภัยใหม่ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่น

ใช้เครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าสุด ขนาด 1.9 ลิตร บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ให้พลังแรงสูงสุด 150 แรงม้า ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ทำให้ได้รับความนิยมและการตอบรับอย่างสูงจากผู้ใช้รถ

โดยในรุ่น Cab-Chassis สำหรับให้ผู้ประกอบการซื้อไปใส่ตู้แช่เย็น ใส่กระบะแบบพื้นเรียบได้ หรือจะไปดัดแปลงเป็นรถขายอาหารก็ได้เช่นกัน

Mitsubishi-Triton-Single-Cab

3. Mitsubishi Triton Single Cab 2.5D GL 5MT ราคา 535,000 บาท

Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) แกร่งเต็มพิกัด ทนจัด บรรทุกจุใจ ผนังกระบะแบบสองชั้น เพื่อติดตั้งรั้วกระบะอย่างมั่นคงและแข็งแรง ซุ้มล้อขนาดเล็กได้เพิ่มพื้นที่บรรทุกสินค้าได้มากเป็นพิเศษ คุ้มค่าทุกการเดินทางและงานบรรทุก ภายในห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย ดีไซน์หรูมีระดับ

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร 128 แรงม้า สะดวกสบายด้วยกระจกไฟฟ้า และเซ็นทรัลล็อก

Toyota-Hilux-Revo-Standard-Cab-Chassis

4. Toyota Revo Standard Cab 2.4 Entry (ไม่มีกระบะ) ราคา 544,000 บาท

Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) รุ่นมาตรฐาน ภายใต้แนวคิด TOUGHNESS FOR EVERYONE แข็งแกร่ง ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น มาพร้อมแบบหัวเดี่ยว (Cab & Chassis) ที่รองรับการติดตั้งเพิ่มเติม เช่น ต่อเติมตู้แห้ง-ตู้เย็น ต่อคอก และติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมโยงเครือข่าย T-Connect และ Fleet Telematics Service ระบบบริหารยานพาหนะและการขนส่งครบวงจร ช่วยให้การจัดการ และการทำธุรกิจขนส่ง มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อีกทั้ง “พลังแกร่งเหนือนิยาม” หรือ “The Unbeatable” ถึงสมรรถนะพลังของเครื่อง GD Super Power ใหม่ ขนาด 2.4 ลิตร ออกแบบมาเพื่อการบรรทุกอย่างแท้จริง ด้วยเครื่องยนต์ที่มีแรงม้าสูงถึง 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด และประหยัดน้ำมัน รวมถึงระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่งรองรับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างดีเยี่ยม

All-New-Isuzu-D-Max-Spark-2019

5. Isuzu D-MAX Spark 1.9 Ddi B ราคา 547,000 บาท

All-New Isuzu D-Max (ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์)พลานุภาพ…พลิกโลก! “Infinite Potential” “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทั้งภายนอกภายใน รองรับงานหนักได้อย่างสมบูรณ์แบบ กระบะท้ายขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกได้มากขึ้น ปรับปรุงขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แรงสะใจ พร้อม แพลตฟอร์มใหม่ ระบบความปลอดภัยใหม่ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่น

ใช้เครื่องยนต์ที่ล้ำหน้าสุด ขนาด 1.9 ลิตร บลูเพาเวอร์ Gen 2 รุ่น RZ4E-TC ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ให้พลังแรงสูงสุด 150 แรงม้า ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ทำให้ได้รับความนิยมและการตอบรับอย่างสูงจากผู้ใช้รถ

MG-Extender-Giant-Cab

6. MG Extender 2.0 GC C 6 MT ราคา 549,000 บาท

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) กระบะพันธุ์ยักษ์ตัวจริง ภายใต้แนวคิด BRIT Dynamic ที่ให้ทั้งสมรรถนะ (Performance) การควบคุม (Handing) การออกแบบ (Design) และความปลอดภัย (Safety) ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่ กระบะท้ายใหญ่ เครื่องยนต์แรงเต็มพิกัด ประหยัดน้ำมัน ดีไซน์สวย เท่ พร้อมลุยได้ทุกสภาพถนน ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของชีวิต

แรงเต็มสูบ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบ 2.0 ลิตร 161 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป

Ford-Ranger-XL-Standard

7. Ford Ranger Standard Cab 2.2 XL ราคา 559,000 บาท

Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) กระบะ “เกิดมาแกร่ง” แกร่งเพื่อลูกเมีย ที่มามาดแข็งแกร่งแบบรุ่นพี่อย่าง “Ranger Raptor” จะขับลุยน้ำ บรรทุกของหนัก หรือขับบนพื้นทรายสูงชันก็ไม่หวั่น

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TDCI เทอร์โบ 2.2 ลิตร 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

Nissan-Navara-Single-Cab

8. Nissan Navara Single Cab 2.5 SL ราคา 559,500 บาท

Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) ที่สุดของรถปิคอัพ เพื่องานบรรทุกหนัก สุดยอดของความคุ้มค่า โดดเด่นด้วย “ที่เหยียบขึ้นกระบะด้านข้าง” ที่เพิ่มความสะดวกในการขนของที่ออกแบบอย่างลงตัว ช่วยให้คุณขนของง่าย สะดวกสบายยิ่งขึ้น มั่นใจปลอดภัยด้วยกล้องมองหลังที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.5 ลิตร 163 แรงม้า เพื่อให้คุณพร้อมลุยไปข้างหน้าได้ทุกสถานการณ์

Mazda-BT-50-PRO-Standard-Cab

9. Mazda BT-50 PRO Standard Cab 2.2S ราคา 562,000 บาท

Mazda BT-50 PRO (มาสด้า บีที-50 โปร) ฉีกทุกการออกแบบปิกอัพสไตล์เดิมๆ ปิกอัพแกร่งตัวจริง คุ้มค่าทุกการใช้งาน กระบะท้ายขนาดใหญ่ กว้างถึง 1,560 มม. และลึก 513 มม. เพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกให้มากขึ้น

สมรรถนะแกร่ง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ Di-Thunder PRO ขนาด 2.2 ลิตร 125 แรงม้า ใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ที่ให้อัตราทดในแต่ละเกียร์ที่สัมพันธ์กัน ภายใต้คันเกียร์แบบสั้น (Short Shifter) สามารถควบคุมการส่งกำลังที่ดี ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ง่ายต่อการเปลียนเกียร์

New-Toyota-Hilux-Revo-B-Cab-2020

10. Toyota Revo Standard Cab 2.4J ราคา 584,000 บาท

Toyota Hilux Revo (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่) รุ่นมาตรฐาน ภายใต้แนวคิด TOUGHNESS FOR EVERYONE แข็งแกร่ง ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-Beam ไฟ LED Daytime Running Light ภายใน เพิ่มความล้ำสมัยด้วยหน้าจอสัมผัส และมาตรวัดดีไซน์ใหม่ และหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay เชื่อมต่อทุกความบันเทิงได้อย่างอิสระ พร้อม T-Connect

อีกทั้ง “พลังแกร่งเหนือนิยาม” หรือ “The Unbeatable” ถึงสมรรถนะพลังของเครื่อง GD Super Power ใหม่ ขนาด 2.4 ลิตร ออกแบบมาเพื่อการบรรทุกอย่างแท้จริง ด้วยเครื่องยนต์ที่มีแรงม้าสูงถึง 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด และประหยัดน้ำมัน รวมถึงระบบช่วงล่างที่แข็งแกร่งรองรับน้ำหนักบรรทุกได้อย่างดีเยี่ยม

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนสิงหาคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ เราจัดอันดับเพียงยี่ห้อละ 1 แบบ หากเป็นรถกระบะรุ่นที่เป็นแบบ Chassis Cab (แบบไม่มีกระบะหลัง) ทางเราจะจัดอันดับเป็นอันดับแรก และลำดับต่อมาจะเป็นรถกระบะรุ่นที่มีกระบะหลัง ที่ราคาถูกสุด

Chevrolet-Colorado-2019

ดุดัน บึกบึน แข็งแกร่ง ตามสไตล์กระบะอเมริกันไซส์ยักษ์

2019-Chevrolet-Silverado-1500-Work-Truck

Chevrolet Silverado (เชฟโรเลต ซิลเวอร์ราโด) จัดเป็นรถกระบะขนาด Full-Size สไตล์อเมริกันพันธุ์แท้ ที่พัฒนามาเพื่อชนกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Ford F-150 และ RAM 1500 เป็นต้น รวมไปถึงยังพัฒนามาเป็นคู่แฝดกับ GMC Sierra โดยในโฉมใหม่นี้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน Detroit Auto Show 2018 (NAIAS 2018)

แม้ว่า Chevrolet จะจัดพรีวิว Silverado ใหม่ ในงานจัดแสดงรถรุ่นพิเศษในกลุ่ม Centennial Edition ฉลอง 100 ปี การผลิตปิคอัพที่รัฐเท็กซัส วันที่ 16 ธันวาคมปีที่ผ่านมา แต่รายละเอียดหลักๆ ก็เพิ่งจะเผยโฉมในงานเมื่อไม่กี่วันมานี้นี่เอง

2019-Chevrolet-Silverado-1500

ในโฉมใหม่นี้ปรับรูปโฉมการออกแบบใหม่หมดจด ขยายตัวรถให้ใหญ่ขึ้น ความยาวตัวรถเพิ่มขึ้น 1.6 นิ้ว และระยะฐานล้อเพิ่มขึ้น 3.9 นิ้ว พัฒนาให้มีน้ำหนักเบาลงถึง 450 ปอนด์ (ประมาณ 204 กิโลกรัม) ด้านหน้าโดนเด่นด้วยชุดไฟหน้าแบบ LED แบ่งออกเป็น 2 ส่วน พร้อมกระจังหน้าที่ออกแบบใหม่ ดูรับกับชุดกันชนด้านล่าง พร้อมไฟตัดหมอก และตะขอลากจูงบริเวณด้านหน้า รับกับเส้นสายตัวรถด้านข้าง ชุดไฟท้ายแบบสี่เหลี่ยมสองก้อน ดูโดดเด่น และท่อไอเสียคู่

2019-Chevrolet-Silverado-Interior

ห้องโดยสารภายในเน้นความเหลี่ยมบึกบึนสไตล์อเมริกัน จัดปุ่มควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ให้ใช้งานได้อย่างลงตัวและสะดวกสบาย

2019-Chevrolet-Silverado-Aero

Chevrolet Silverado ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล Duramax แบบ 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตรใหม่ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่พัฒนาร่วมกับระหว่าง GM กับ Ford รวมไปถึงเครื่องยนต์เบนซิน V8 เจนเนอเรชั่นที่ 2 มีให้เลือกทั้งขนาด 5.3 ลิตร และ 6.2 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งมีระบบ Dynamic Fuel Management System สามารถตัดการทำงานของลูกสูบถึง 7 ตัวได้ เมื่อไม่จำเป็น

2019-Chevrolet-Silverado-1500-Trail-Boss

Chevrolet Silverado ใหม่ นำเสนอในหลายรุ่นย่อย ทั้งแบบกระบะตอนเดียว กระบะแค็บ 2 ประตู กระบะ 4 ประตู โดยมีให้เลือกตั้งแต่กระบะบรรทุกธรรมดา จนไปถึงรุ่นสูงๆ อย่าง LT, RST, LTZ และรุ่น Top สุดอย่าง LT Trail Boss หรือ High Country รวมไปถึงรุ่นใหญ่ยักษ์อย่าง 4500HD หรือ 5500 Medium-Duty Trucks เป็นต้น

2019-Chevrolet-Silverado-1500-High-Country

สำหรับในบ้านเรา คงไม่ต้องลุ้นครับ เพราะไม่มีนำเข้ามาขายอยู่แล้วแน่นอน

SUV-Crossover-Motor-Expo-2017

พบกับรถ SUV และ Crossover รุ่นใหม่ จากงาน Motor Expo 2017 ได้ที่นี่

ในยุคปัจจุบัน ถ้าจะให้พูดถึงรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ รถยนต์ในรูปแบบ SUV, PPV หรือ Crossover นั้น เป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี (ดูได้จากยอดขายรถประเภทนี้ ย้อนหลังไป 6-7 ปีที่ผ่านมา) เพราะเป็นรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะไว้วิ่งในเมือง ไว้ออกต่างจังหวัด ลุยน้ำท่วม ขนสัมภาระมากมาย หรือเดินทางไปกับครอบครัวหลายคนก็ตาม

ในงาน Motor Expo 2017 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2017) นี้ บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ที่มีไลน์การผลิตรถแนว SUV, PPV หรือ Crossover ต่างรีบนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของตนออกสู่ตลาดโดยเร็ว เพื่อช่วงชิงยอดจองและยอดขาย ซึ่งในงาน Motor Expo 2017 จะมีรุ่นใดมาโชว์นั้น CARRO ขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกท่านดูกันได้เลยครับ …

Toyota C-HR

Toyota-C-HR

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เฮชอาร์) รถ Crossover อเนกประสงค์ ที่ทาง Toyota นำมาโชว์ ถือว่าได้รับความสนใจอย่างล้มหลามเลยทีเดียว แม้ทาง Toyota จะยังไม่เผยสเปคออกมาชัดเจน รวมถึงรุ่นย่อยทั้ง 4 รุ่นย่อย

ซึ่ง Toyota C-HR ในรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ที่ยกชุดมาจากในตัว Prius รุ่นล่าสุด ชูจุดเด่นเรื่องความประหยัดน้ำมันแน่นอน นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense และมีระบบ Toyota T-Connect Telematics เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้สะดวกและง่ายดาย

พิเศษ! สำหรับผู้จองสิทธิ์เป็นเจ้าของ C-HR ตอนนี้ รับฟรี Cusotm Name Plate เลือกดีไซน์ชื่อได้ตามสไตล์คุณ ตั้งแต่วันนี้ – 28 ก.พ. 2561

ราคาของ Toyota C-HR ใหม่

– รุ่น 1.8 Entry ราคาไม่เกิน 1,000,000 บาท
– รุ่น 1.8 Mid ราคา 1,050,000 บาท (+,- ไม่เกิน 20,000 บาท)
– รุ่น Hybrid Mid ราคา 1,050,000 บาท (+,- ไม่เกิน 20,000 บาท)
– รุ่น Hybrid Hi ราคาไม่เกิน 1,200,000 บาท

Mazda CX-5

Mazda-CX-5

Mazda (มาสด้า) เปิดตัว Crossover SUV รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “Mazda CX-5” ใหม่ มาพร้อมรูปทรงการออกแบบอันสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ที่ได้แรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของงานศิลปะญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ตามแนวทางการออกแบบ “Less is more” ภายนอกดูเรียบง่าย แต่สุขุม และยังคงให้ความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวในแบบฉบับใหม่ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด

Mazda CX-5 มาพร้อมเครื่องยนต์ SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงม้า 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันสูงสุด 13.9 กม./ลิตร

และเครื่องยนต์คลีนดีเซล SKYACTIV-D ขนาด 2.2 ลิตร ให้แรงม้า 175 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูง 420 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ประหยัดสูงสุด 17.5 กม./ลิตร

ราคา Mazda CX-5 ใหม่

– รุ่น 2.0 C ราคา 1,290,000 บาท
– รุ่น 2.0 S ราคา 1,400,000 บาท
– รุ่น 2.0 SP ราคา 1,530,000 บาท
– รุ่น 2.2 XD ราคา 1,560,000 บาท
– รุ่น 2.2 XDL ราคา 1,770,000 บาท

Lexus NX

Lexus-NX

Lexus NX (เลกซัส เอ็นเอ็กซ์) รุ่นไมเนอร์เชนจ์ มาภายใต้แนวคิด “The urbaNXplorer” ตอบโจทย์ความต้องการของคนเมืองยุคใหม่ ที่มีวิถีชีวิตไม่ซ้ำใคร ถือเป็นรถ Lexus รุ่นที่ขายดีที่สุดของเลกซัสในประเทศไทย นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ด้วยยอดจำหน่ายรวมภายในประเทศกว่า 1,400 คัน พร้อมการันตีถึงความนิยมด้วยยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลก กว่า 400,000 คัน

มาพร้อมกับระบบเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Hybrid ขนาด 2.5 ลิตร ในรุ่น NX300h เต็มสมรรถนะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยระบบ Lexus Hybrid Drive อัจฉริยะ และขุมพลังเครื่องยนต์ Turbo 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร ในรุ่น NX300 ให้สมรรถนะแรงเต็มพลังในทุกระดับความเร็ว

ราคาของ Lexus NX ใหม่

NX300
– รุ่น F Sport แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 4,450,000 บาท
– รุ่น Grand Luxury ราคา 3,440,000 บาท

NX300h
– รุ่น F Sport ราคา 4,050,000 บาท
– รุ่น Premium ราคา 3,550,000 บาท
– รุ่น Grand Luxury ราคา 3,140,000 บาท
– รุ่น Luxury ราคา 2,930,000 บาท

Subaru XV

Subaru-XV

Subaru XV (ซูบารุ เอ็กซ์วี) รถ Crossover ที่เคยสร้างกระแสความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และสร้างยอดขายให้กับ Motorimage ผู้นำเข้ารถยนต์ซูบารุในบ้านเราได้มากพอสมควร ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมใหม่ตามญี่ปุ่น พัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์มล่าสุด “Subaru Global Platform” ร่วมกันกับ Impreza ใหม่ คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT แบบ 7 สปีด เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Expo 2017 นี้

Subaru XV ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส FB20 แบบ Boxer 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พัฒนาขึ้นใหม่กว่า 80% เพิ่มกำลังอัดเป็น 12.5:1 (จากเดิม 10.5:1) ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ 7 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD และระบบ X-Mode สำหรับส่งถ่ายกำลังขับเคลื่อน 4 ล้อ

ราคาของ Subaru XV ใหม่

– รุ่น 2.0i ราคา 1,159,000 บาท
– รุ่น 2.0i-P ราคา 1,259,000 บาท

MG ZS

MG-ZS

MG (เอ็มจี) ประเทศไทย เปิดตัว MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) รูปลักษณ์ของ New MG ZS ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดบริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่มีความทันสมัยมากขึ้นและสปอร์ตยิ่งกว่าเดิม พร้อมชูจุดเด่นรถยนต์รุ่นแรกของเอ็มจี ที่มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART มีระบบ Voice Command ภาษาไทย

New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ รหัส 15S4C ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

ราคาของ MG ZS ใหม่

– รุ่น C ราคา 679,000 บาท
– รุ่น D ราคา 729,000 บาท
– รุ่น X ราคา 789,000 บาท

BMW X3

BMW-X3

BMW X3 (บีเอ็มดับบลิว เอ็กซ์3) ใหม่ เป็นเจเนอเรชั่นที่สาม รูปลักษณ์แข็งแกร่งแบบออฟโรดเข้ากับความสปอร์ต ออกแบบเพื่อรองรับการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ระหว่างเพลาหน้าและหลังเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ

BMW X3 ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ทำงานประสานเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Streponic เครื่องยนต์ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ส่งให้ BMW X3 xDrive20d xLine ใหม่ เร่งเครื่องจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 8 วินาที ก่อนที่จะพุ่งทะยานทำความเร็วสูงสุดที่ 213 กม./ชม. ด้านอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 17.6 กม./ลิตร และอัตราการปล่อย CO2 ที่ 150 กรัม/กม.

BMW X3 xDrive20d xLine ใหม่ ราคา 3,699,000 บาท

Volvo XC60

Volvo-XC60

Volvo XC60 (วอลโว่ เอ็กซ์ซี60) รถ SUV พรีเมี่ยมขนาดกลาง มาพร้อมไฟหน้า LED รูปทรง Thor’s Hammer เอกลักษณ์ของวอลโว่ พร้อมโลโก้ Iron Mark บนกระจังหน้า ชุดไฟหน้ามาพร้อมระบบ Active High Beam ปรับระดับและลดความสว่างของไฟหน้าลงอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนมา ที่ปัดน้ำฝนแบบใหม่พร้อมที่ฉีดน้ำในก้านปัด หลังคาแบบ Panoramic ประตูท้ายเปิด-ปิดโดยไม่ต้องใช้มือเปิด ที่เก็บสัมภาระพร้อม Private Locking และกล้องช่วยจอด 360 องศา เป็นต้น

เครื่องยนต์ของ Volvo XC60 ใช้เครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybrid ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จและซุปเปอร์ชาร์จ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงม้าสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 640 นิวตัน-เมตร สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว (Pure Mode) ได้ระยะทางถึง 44.92 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องยนต์ดีเซล D4 AWD ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.4 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 17.9 กม./ลิตร

ราคาของ Volvo XC60 ใหม่

– D4 AWD Momentum ราคา 3,090,000 บาท
– T8 AWD Momentum ราคา 3,290,000 บาท
– T8 AWD R-Design ราคา 3,590,000 บาท

Honda-N-Box-2019

Honda-N-Box-Custom

มารู้จัก Honda N-Box กันให้มากขึ้น! รถยอดนิยมสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านของญี่ปุ่น สำหรับ Honda N-Box รุ่นที่ 2 เปิดตัวที่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2017 เป็นรถยนต์กลุ่ม K-Car ขนาดเล็ก สำหรับคนใช้รถในเมือง

สำหรับชื่อรุ่น “N” นั้นหมายถึง “New”, “Next”, “Nippon” (ญี่ปุ่น) และ “Norimono” (พาหนะ) รุ่นแรกได้ออกจำหน่ายมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2011 แถมเคยได้รับรางวัลรถยนต์ที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบมากที่สุด 2 ปีซ้อน โดยรุ่นนี้ มาพร้อมตัวถังที่น้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิมถึง 150 กิโลกรัม

ซึ่งในเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา Honda N-Box สามารถทำยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก มียอดจำหน่ายกว่า 19,396 คัน และยังติดอันดับ Top 3 นานกว่า 8 เดือนเลยทีเดียว

Honda-N-Box

Honda-N-Box-Custom

ดีไซน์ด้านหน้าแบบใหม่ มาพร้อมไฟหน้าทรงเหลี่ยมดวงโต พร้อมไฟแบบโปรเจคเตอร์และไฟ LED ทรงกลม มีจุดเด่นอยู่ที่แผ่นป้ายทะเบียนติดตั้งเยื้องไปทางขวาเล็กน้อยเช่นเดียวกับรุ่นปัจจุบัน รวมถึงในรุ่น Custom เอาใจวัยรุ่นวัยมันส์ ที่มาพร้อมความสปอร์ต หน้าตาดูน่าเกรงขาม ด้วยชุดไฟหน้า LED รูปตัว C และไฟท้ายทรงสูงแบบ LED คู่กับสปอยเลอร์หลังสุดเท่ พร้อมล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว แบบรมดำ และชุดกุญแจรีโมท ที่มีสีเดียวกับตัวรถ

Honda-N-Box-Design

มาพร้อมมิติตัวถังยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,790 มม. (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ สูง 1,815 มม.) และระยะฐานล้อ 2,520 มม.

Honda-N-Box-Design

ดีสำหรับทุกคนในครอบครัว ด้วยกระจกกรองแสง UV ได้มากถึง 99% รวมถึงตัดแสง IR (Infrared) ได้มากถึง 70-80%

Honda-N-Box-Interior

Honda-N-Box-Interior

Honda-N-Box-Interior

Honda-N-Box-Interior

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบตามหลัก “Ease of use” ชูจุดเด่นด้วยความยาว (ตั้งแต่แผงคอนโซล ถึงเบาะหลัง) ที่มากถึง 224 ซม. และเมื่อเปิดประตูบานท้าย ให้ความกว้างถึง 112 ซม. ระบบปรับอากาศพร้อมระบบ Plasmacluster

Honda-N-Box-Design

พัฒนาเบาะนั่งใหม่แบบ ULTR Seat ปรับได้หลายรูปแบบตามการใช้งาน โดยเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสาร สามารถเลื่อนไปด้านหน้าได้มากสุดถึง 57 ซม. พร้อมคอนโซลหน้าใหม่ มาตรวัดดีไซน์ทันสมัย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน และคันเกียร์อยู่ในชุดแผงคอนโซล เพื่อการใช้งานที่สะดวกขึ้น รวมถึงระบบวิทยุแบบจอสัมผัส

Honda-N-Box-Design

Honda-N-Box-Design

Honda-N-Box-Design

Honda N-Box มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส S07B แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ขนาด 658 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 58 แรงม้า (PS) ที่ 7,300 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 6.6 กก.-ม. (65 นิวตันเมตร) ที่ 4,800 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันมากๆ ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 27.0 กม./ลิตร ในรุ่น 2WD และ 25.4 กม./ลิตร ในรุ่น 4WD ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-N-Box-Engine

และสำหรับ N-Box Custom มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส S07B แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว Turbo ขนาด 658 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 10.6 กก.-ม. (104 นิวตันเมตร) ที่ 2,600 รอบ/นาที ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามโหมด JC08) เพียงแค่ 25.6 กม./ลิตร ในรุ่น 2WD และ 23.4 กม./ลิตร ในรุ่น 4WD ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-N-Box-Interior

ด้านระบบความปลอดภัย ฮอนด้าได้ชูจุดเด่นอย่างระบบ “Honda SENSING” ที่มีใช้อยู่ในหลายรุ่นขณะนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน – Adaptive Cruise Control (ACC), ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก- Collision Mitigation Braking System (CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ – Lane Keeping Assist System (LKAS) รวมไปถึงระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ – Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW) เป็นต้น

Honda-N-Box-Custom

Honda N-Box มีให้เลือกทั้งหมดถึง 18 รุ่นย่อย แต่แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ได้แก่ N-Box (12 รุ่นย่อย) และ N-Box Custom (6 รุ่นย่อย) ดีไซน์สปอร์ตเอาใจวัยรุ่น และยังมีรุ่นสำหรับผู้สูงอายุอย่าง Welcab ให้เลือกอีกด้วย

มีสีให้เลือกทั้งหมด 13 สี (แบ่งเป็นสีโมโนโทน 10 สี และสีทูโทน 3 สี) ในราคาเริ่มต้นที่ 1,385,640 เยน ไปจนถึง 2,274,480 เยน (398,000 – 654,000 บาท)

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.honda.co.jp