Hyundai-Staria-2021

นับเป็นเรื่องที่ไม่แปลกประหลาดใจแต่อย่างใด สำหรับการเปิดตัว Hyundai Staria (H-1) ใหม่ รถมินิแวนสุดหรูสุดล้ำ ที่ทาง Hyundai ตั้งใจนำเจ้าตัวนี้มาแทนที่ Hyundai H-1 ที่ขายในตลาดโลกมานานสิบกว่าปี แบบชนิดที่ว่าไม่มีเคล้าเดิมเหลือให้เห็น!

นับตั้งแต่ค่าย Hyundai เริ่มต้นเปิดตลาดรถตู้เป็นของตัวเองในชื่อ Hyundai Starex (ฮุนได สตาเร็กซ์) ในปี 1997 ด้วยการซื้อสิทธิการผลิตมาจาก Mitsubishi Delica (มิตซูบิชิ เดลิก้า) เอามาแต่งหน้าทาปาก แล้วขายในแบรนด์ฮุนได

กระทั่งในปี 2007 รถตู้แบบมินิแวนแท้ๆ ที่ Hyundai พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด บ้านเรารู้จักกันดีในชื่อ Hyundai H-1 (ฮุนได เอชวัน) จึงได้ถือกำเนิดขึ้น และขายดีในระดับหนึ่ง ด้วยราคาที่จับต้องได้ และยังได้รับความนิยมมาจนถึงตอนนี้

Hyundai-Staria-2021

Hyundai Staria รุ่น Tourer

แต่สำหรับ Hyundai Staria (ฮุนได สตาเรีย) ใหม่นี้ ถือเป็นการพลิกโฉมการออกแบบใหม่หมด พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม Hyundai-Kia N Platforms (Hyundai-Kia N3) กับแนวคิดการออกแบบ Inside-Out

Hyundai-Staria-2021

Hyundai Staria รุ่น Top สุด อย่าง Lounge

ใช้ชุดไฟ Daytime Running Light LED แบบ Beltline บริเวณฝากระโปรงหน้าเป็นแถบยาว ชุดไฟหน้าไปอยู่ที่ชุดกันชนหน้า เป็นลายตะแกรงดูย้อนยุค ส่วนชุดไฟท้ายแบบแนวตั้ง Parametric Design แบบเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 ส่วนด้านข้างเพิ่มเนื้อที่กระจกรอบคันใหญ่จุใจ ให้มองเห็นวิวได้รอบทิศ

Hyundai-Staria-2021

มิติตัวรถยาว 5,255 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,990 มม. (และ 2,000 มม.) ระยะฐานล้อ 3,275 มม.

Hyundai-Staria-2021

ห้องโดยสารภายใน ได้อารมณ์ของความหรูหรา ที่ทาง Hyundai ถอดแบบมาจากเลานจ์ในเรือสำราญ ผนวกกับอุปกรณ์ความบันเทิงนานาชนิด ตั้งแต่พวงมาลัย 4 กานรูปทรงแปลกตา ชุดเครื่องเสียงจาก Bose, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมหน้าจอ Infotainment จอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว, กล้องมองภาพภายในรถแบบมุมกว้าง ติดตั้งลำโพงและไมโครโฟน สำหรับไว้คุยกันได้ระหว่างผู้โดยสารหน้า-หลัง, ชุดเกียร์แบบปุ่มกด และไฟตกแต่งภายในห้องโดยสารปรับได้ 64 สี เป็นต้น

Hyundai-Staria-2021

ห้องโดยสารภายใน มีให้เลือกตั้งแต่แบบ Premium 9 ที่นั่ง มาพร้อมชุดเบาะนั่งสามแถว แบบ Premium Relaxation Seats พร้อมระบบปรับเอนด้วยไฟฟ้า ส่วนรุ่น 11 ที่นั่ง ให้เบาะนั่งแถวสองแบบ Captain Seat ขนาดใหญ่ หมุนได้ 180 องศา เพื่อความสะดวกในการเข้าไปยังแถวที่ 3 หรือเปลี่ยนเป็นห้องนั่งเล่น ห้องประชุมได้

ระบบความปลอดภัย เป็นแบบ Hyundai SmartSense เช่นเดียวกับรถยนต์นั่งของฮุนได

Hyundai-Staria-2021

ขุมพลังของ Staria ทุกแบบ เริ่มต้นด้วยขุมพลังดีเซลขนาด 2.2 ลิตร CRDi แบบ 4 สูบ VGT 177 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร (44.0 กก.-ม.) ที่ 1,500-2,500 รบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 10.8 กม./ลิตร

และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.5 ลิตร แบบ Smartstream ใช้พลังก๊าซ LPG ให้แรงม้าสูงสุด 240 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 32.0 กก.-ม. (314 นิวตันเมตร) ที่ 4,500 รอบ/นาที

ระบบเกียร์ให้เลือกทั้ง 2 แบบ นั่นคือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่วนระบบส่งกำลังมีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD

Hyundai-Staria-2021

สำหรับรุ่นย่อยของ Staria แบ่งออกได้ตั้งแต่แบบ Cargo3 ซึ่งเป็นแบบรถตู้เชิงพาณิชย์ มี 3 ที่นั่ง รุ่นย่อยมีทั้งแบบ Smart ราคา 27.26 ล้านวอน และรุ่น Modern ราคา 28.72 ล้านวอน

ส่วน Cargo5 ซึ่งเป็นแบบรถตู้เชิงพาณิชย์ มี 5 ที่นั่ง รุ่นย่อยมีทั้งแบบ Smart ราคา 27.95 ล้านวอน และรุ่น Modern ราคา 29.52 ล้านวอน

และ Staria แบบหรูอย่าง Tourer มีทั้งแบบ Tourer 9 ราคา 30.84 ล้านวอน และ Tourer 11 ซึ่งแยกย่อยออกไปได้อีกเป็นรุ่น Smart ราคา 29.32 ล้านวอน และ Modern ราคา 30.84 ล้านวอน

Hyundai-Staria-2021

สำหรับรุ่นหรูสุดขีด อย่าง Lounge มีทั้งแบบ Lounge 7 Inspiration มี 7 ที่นั่งสุดหรู ราคา 42.12 ล้านวอน และ Lounge 9 แบ่งออกได้เป็นรุ่นแยกย่อยอย่าง Prestige ราคา 36.61 ล้านวอน และ Inspiration ราคา 40.48 ล้านวอน

สำหรับในไทย คงต้องติดตามดูกันเร็วๆ นี้ ว่าทาง Hyundai ประเทศอินโดนีเซีย จะได้ขึ้นสายการผลิตรุ่นนี้กันเมื่อไหร่ ต้องติดตามรอดูในปลายปีนี้ที่เราเชื่อว่า Hyundai ประเทศไทย น่าจะนำเข้ามาโชว์ (และอาจจะขายด้วย) เป็นแน่แท้ แต่ถ้านำเข้าจากเกาหลี ราคาต้องสูงกว่ารุ่นเดิมเป็นเท่าตัวแน่นอนครับ!

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

All-New-Toyota-Alphard-Vellfire-2022-CG

นับตั้งแต่ Toyota เปิดตัวรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับหรู Toyota Alphard (โตโยต้า อัลฟาร์ด) และ Toyota Vellfire (โตโยต้า เวลไฟร์) เจเนอเรชั่นที่ 3 ในเดือนมกราคม 2015 ที่ญี่ปุ่น

แม้ว่าจะปรับโฉมมาหลายครั้ง แต่ก็ยังเป็นรถตู้ MPV ระดับหรูที่ยังได้รับความนิยมจากบรรดาเศรษฐี ผู้บริหารในประเทศญี่ปุ่น และยังได้รับความนิยมอีกหลายประเทศ อาทิ จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, รัสเซีย และไทย เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม >> Toyota เปิดตัว Alphard และ Vellfire โฉมใหม่ “My Vision My Decision”

อ่านเพิ่มเติม >> Lexus เปิดตัว Lexus LM ใหม่ ฝาแฝดสุดหรูของ Alphard มาไทยเร็วๆ นี้!

แต่ตอนนี้ทางนิตยสาร Best Car (ที่เคยมีผู้ซื้อลิขสิทธิ์มาพิมพ์ขายในบ้านเรา แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว) ได้ทำการลงบทความรถ Toyota Alphard และ Vellfire เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ทำขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิคตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา พร้อมตีพิมพ์ข้อมูลลงใน Best Car ฉบับวันที่ 10 มีนาคม 2021 มาให้เหล่าแฟนๆ รถหรูได้เตรียมเก็บตังค์ซื้อกันแล้ว เพราะว่าจะออกมาในปี 2022 – 2023 นี้

แต่รายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง …

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2021/03/15172031/20210310_SCOOP_TOYOTA_061.jpg

โครงสร้างหลักๆ ของ Toyota Alphard และ Vellfire ใหม่นั้น ได้เปลี่ยนจากเดิมที่ใช้แพลทฟอร์ม MC มาเป็นโครงสร้างใหม่ TNGA ที่ใช้กันอยู่ในหลายๆ รุ่น ซึ่งพัฒนาให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง พร้อมโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งขึ้น

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2021/03/15170851/20210310_SCOOP_TOYOTA_07.jpg

ตัวรถภายนอก ออกแบบชุดไฟหน้าใหม่ กันชนหน้าใหม่ กระจังหน้ายังคงความดุดัน อลังการเหมือนเดิม ผนวกกับชุดไฟท้ายแบบ LED ช่วงเสา A เพิ่มขนาดกระจกให้ยาวขึ้น รวมไปถึงประตูบานเลื่อน เน้นเนื้อที่กระจกมากขึ้น

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2020/10/11220302/7b495f8596b4a294f504019de996c602.jpg

มิติตัวรถ เพิ่มขึ้นในทุกมิติ ตั้งแต่ความยาวตัวรถ 4,950 มม. ความกว้างก็เพิ่มเช่นกันที่ 1,880 มม. สูง 1,940 มม. ส่วนระยะฐานล้อ 3,050 มม. น้ำหนักตัวรถ 2,180 กิโลกรัม

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2020/10/11220942/ef451aa223aac806da732e76133d51b4.jpg

และสำหรับรุ่น Vellfire แม้ว่าในช่วงก่อนหน้านั้น จะมีข่าวว่าเลิกผลิตก็ตาม แต่คาดว่าในโฉมใหม่นี้ น่าจะได้ไปต่อเช่นเดิม

ห้องโดยสารภายใน ดูหรูหรากว้างขวาง เบาะนั่งปรับได้หลายสไตล์ ปรับได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งผู้ขับขี่ ในเบาะผู้โดยสารด้านหลังแถวที่ 1 แบบ Executive Lounge พร้อมที่รองขา ปรับไฟฟ้า และแถวที่ 2 เบาะสามารถปรับ-พับได้หลายแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับสัมภาระ

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2020/10/11220413/ea60878855f3619d4293221ae0b062fe.jpg

ส่วนเครื่องยนต์ที่ทำการปรับปรุงใหม่ มีทั้งแบบขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i +มอเตอร์ไฟฟ้า ที่หยิบยืมมาจากใน RAV4 และ Harrier

และขนาด 2.4 ลิตร Turbo ที่คาดว่าจะมาทดแทนเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ของรุ่นปัจจุบัน โดยให้แรงม้าสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 45.0 กก.-ม.

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2020/10/11220637/77573d73762865470ed91c20b2b5cbad.jpg

มีให้เลือกทั้งแบบระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และขับสี่เช่นเดิม และอาจมีรุ่น GR Sport พลังสูง ออกมาเอาใจผู้บริหารขาซิ่งอีกด้วย

https://img.bestcarweb.jp/wp-content/uploads/2021/03/15170855/20210310_SCOOP_TOYOTA_08.jpg

ซึ่งคาดว่าราคาอยู่ที่ประมาณ 3.8 – 8 ล้านเยน เตรียมออกมาสู้ศึกกับ Nissan Elgrand ที่กำลังซุ่มเงียบ พัฒนารถตู้สุดหรูอยู่พอดี!

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ในปี 2020 และ 2021 ที่กำลังจะมาถึงนี้ บอกได้เลยว่ากระแสรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์แบบ SUV นี้ ยังคงฮิตติดตลาดแน่นอน หลายๆ แบรนด์ ที่เคยผลิต หรือไม่เคยผลิตรถทั้ง 2 ประเภทนี้ ต่างต้องรีบทุ่มทุนสร้างสรรค์ผลงานออกมาขายกันยกใหญ่ เพื่อดูดเงินจากกระเป๋าเราๆ ท่านๆ นั่นเอง

HUMMER (ฮัมเมอร์) ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ถูก Reborn กลับขึ้นมาใหม่โดย GM ซึ่งจุดเริ่มต้นของ Hummer นั้นมาจากรถยนต์ที่ใช้งานทางทหาร ในชื่อ HMMWV (The High Mobility Multipurpose Wheeled Vehicle) หรือ Humvee อันโด่งดังในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย

หลังจากนั้นกลุ่ม GM ก็ซื้อสิทธิ์ในการทำตลาดแบรนด์ Hummer จากผู้ผลิตดั้งเดิมอย่าง AM General ในปี 1999 เพื่อพัฒนาให้สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ และออกมาขายด้วยกันถึง 3 รุ่น คือ H1, H2 และ H3 ก่อนจะยุติการทำตลาดไปในปี 2010

GMC-Hummer-EV-2022

การกลับมาของ GMC Hummer EV 2022 ถือว่าสร้างเสียงฮือฮาสำหรับคนชอบรถแนว Off-Road ได้พอสมควร แม้ว่าจะมาในฐานะแบรนด์ย่อยของ GMC ก็ตาม ตัวรถยังคงเหมือนรุ่นดั้งเดิม เรียบง่ายแต่ทันสมัย ด้านหน้าใช้ชุดไฟหน้า LED ทรงเรียว นอกจากนี้ยังมีบังโคลน กันชนขนาดใหญ่ และอื่นๆอีกมากมายที่รถออฟโรดหนึ่งคันควรจะมี

GMC-Hummer-EV-2022

เมื่อดูในห้องโดยสาร ภายในออกแบบได้ล้ำยุค แต่ก็ยังคงความเหลี่ยมอันเป็นเอกลัษณ์ของ Hummer ใช้แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมจอ Infotainment ขนาด 13.4 นิ้ว ผนวกกับชุดเครื่องเสียงจาก BOSE ด้วยลำโพง 14 ตัว พร้อม Transparent Sky Panels หลังคาที่สามารถถอดออกได้ เพื่อรับสายลมแสงแดด

GMC-Hummer-EV-2022

และอีกจุดเด่นนั่นคือระบบ Hummer’s UltraVision ติดตั้งกล้องไว้รอบคันรถถึง 18 มุมมอง มีตั้งแต่ “ตัวตรวจจับเสมือน” ไปจนถึงกล้องใต้ท้องเครื่องยนต์ เพื่อช่วยหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

GMC-Hummer-EV-2022

ขุมพลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว ให้กำลังรวมประมาณ 1,000 แรงม้า (746 กิโลวัตต์) และแรงบิดประมาณ 11,500 ปอนด์ – ฟุต (15,592 ปอนด์ – ฟุต) ขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่วนอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชม. (0-96 กม./ชม.) ในเวลาประมาณ 3 วินาที เมื่อใช้ระบบ Launch Control “Watts to Freedom” สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 350 ไมล์ (หรือ 563 กิโลเมตร) เมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

GMC-Hummer-EV-2022

และในตอนนี้ Hummer EV เปิดตัวในรุ่น Edition 1 แล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 112,595 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) ซึ่งสามารถสร้างยอดจอง 1,000 คัน ได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 10 นาที ก็เต็มยอดจองแล้ว! โดยพร้อมส่งมอบรถในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2021

และในปี 2022 ทาง GMC เตรียมนำเสนอ Hummer EV3X ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2022 ในราคา 99,995 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.1 ล้านบาท) ซึ่งยังใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แต่แรงม้าลดลงมาเหลือ 800 แรงม้า และแรงบิด 9,500 ปอนด์-ฟุต (12,880 นิวตันเมตร) วิ่งได้ระยะทาง 482 กม./ชาร์จ

GMC-Hummer-EV-2022

โดยในปี 2023 จะเปิดตัว Hummer EV2X ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว 625 แรงม้า วิ่งได้ระยะทาง 482 กม./ชาร์จ ในราคา 89,995 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) และในปี 2024 เปิดตัว Hummer EV2 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว 625 แรงม้า วิ่งได้ระยะทาง 402 กม./ชาร์จ ในราคา 79,995 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.4 ล้านบาท)

ส่วนใครที่อยากได้ GMC Hummer EV ใหม่ แต่เงินสดมีไม่เพียงพอ ถ้าใช้รถคันเดิมอยู่ สามารถนำมาขายกับทาง CARRO ได้ แม้ว่ารถจะติดไฟแนนซ์ เราก็พร้อมปิดไฟแนนซ์ให้ และยินดีรับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน