Covid-19-Motivate-Electric-Car-Growth-Up-In-Thailand

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ฯ จัดเสวนาออนไลน์เรื่อง “แนวโน้มและการปรับตัวอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังวิกฤต โควิด-19” เพื่อนำเสนอมุมมองของผู้ผลิต จากผู้บริหารค่ายรถชั้นนำ ซึ่งต่างนำเสนอเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังจากหมดโควิด-19 จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น จึงต้องการให้รัฐบาลหันมาสนับสนุน

ในการสัมมนา มี ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ, กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นวิทยากร

ภายในการสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ ทาง ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เผยว่า ไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น มีสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 หายไป ส่วนหนึ่งมารถที่หายจากท้องถนนไปเยอะ

ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีความสำคัญ ที่จะมาแก้ปัญหามลพิษบนท้องถนนของประเทศไทยในอย่างถาวร โดยอยากให้ประชาชนร่วมมือสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น เพื่อรักษามลภาวะสิ่งแวดล้อม

MINE-SPA1-2019

ด้าน สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เผยว่า หากภาครัฐมีการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน จะทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมากขึ้น ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ยังไม่ดีนัก ค่ายรถยนต์จึงจำเป็นต้องปรับการผลิต ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะช้าหรือเร็วคงต้องรอดูต่อไป

อีกทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างมากในช่วง COVID-19 หรือฝุ่น PM2.5 ลดลง ปัจจัยเหล่านี้เป็นมุมที่สะท้อนให้คนเร่งหันไปใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานไฟฟ้าในระยะยาวมากขึ้น

BMW-i8

ด้าน กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า เมื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว จะช่วยเร่งการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างมีเทคโนโลยี มีกลยุทธ์ใหม่ๆ ประกอบกับระบบสาธารณูปโภคในไทยที่เริ่มรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

โดยสิ่งที่จะกระตุ้นตลาดในไทยก็คือความต้องการซื้อ ภาครัฐต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น การส่งเสริมการลดภาษีฯ การเพิ่มที่ชาร์จไฟฟ้าสาธารณะให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสถานีชาร์จประมาณ 500 สถานี 700 หัวจ่าย พร้อมทั้งขยายโมเดลรถยนต์ไฟฟ้า ไปยังระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ เพื่อช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งหมด

Nissan-Leaf-2019

ขณะที่ สรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ขณะนี้ Nissam (นิสสัน) ในประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังไม่มีนโยบายชัดเจนว่า ญี่ปุ่นจะปรับตัวมีรถยนต์ไฟฟ้า 100 % เมื่อไร แต่ทาง Nissan มีเทคโนโลยี และมีรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้นแบบมานานแล้ว

อ่านเพิ่มเติม : Nissan Hypermini : รถ EV ของเล่นคนรวยรักษ์โลก ในยุค 2000

ซึ่งในประเทศไทย Nissan ขอนำเสนอระบบ e-Power ไปก่อน จนกว่ารัฐจะมีความชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดรถ BEV

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

EV-Car-Thailand-From-Government

จะทำได้ไหม? หรือ ขายฝัน? เป็นสิ่งที่หลายคน กำลังคิดกันอยู่ ในระหว่างหาทางป้องกันตัวเองจากไวรัส COVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้!

สำหรับ “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เตรียมชงมาตรการ “EV ประชารัฐ” ให้เจ้าของรถอายุ 10 ปี สามารถนำมาแลกซื้อรถยนต์ EV หรือ รถแบบ Plug-In Hybrid ได้ใหม่ โดยจะได้เงินสมทบมากถึง 1 แสนบาท ส่วนวินมอเตอร์ไซค์ รับซื้อรถเก่า 15,000 บาท ให้ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่อีก 30,000 บาท เคาะแคมเปญให้ดำเนินการภายในปี 2564-2566

คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดประชุมนัดแรก มีรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธาน พร้อมกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมยานยนต์

ร่วมหารือในมาตรการผลักดันให้เกิดการผลิตและการใช้รถยนต์-รถบัส-จักรยานยนต์ไฟฟ้า อย่างแพร่หลายหวังลดปัญหามลพิษ และ PM 2.5 โดยวางเป้าหมายผลิตรถ EV ให้ได้ 30% จากกำลังผลิต 2.5 ล้านคัน/ปี ในปี 2030

หนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่นำเสนอคือ โครงการ EV ประชารัฐ ใช้ดำเนินการระหว่างปี 2564-2566 โดยให้สิทธิประโยชน์ คือ รับซื้อรถยนต์เก่า (อายุ 10 ปี) สูงสุด 100,000 บาท/คัน เพื่อนำเงินไปแลกเป็น รถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ หวังให้เกิดการซื้อ-ขาย รถ Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) (หรือ PHEV) 25,000 คัน และ EV พลังงานไฟฟ้า 100% จำนวน 25,000 คัน

EV-Car-Thailand-From-Government

ในกลุ่มรถจักรยานยนต์ใช้ชื่อแคมเปญ “วินสะอาด” ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020-2023 เป้าหมายคือผู้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่มีเสื้อวินเป็นชื่อตนเอง จำนวน 53,000 คัน ให้เปลี่ยนมาใช้ รถจักรยานยนต์ อีวี

สำหรับสิทธิประโยชน์คือ รับซื้อรถเก่า (10 ปี) 15,000 บาท/คัน และชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่าง 10,000 บาท/คัน ภายในระยะเวลา 3 ปี และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ 30,000 บาท/คัน ภายในระยะเวลา 6 ปี

MG-ZS-EV

แม้ว่าจะเป็นแนวคิดที่ดี แต่หลายฝ่ายยังไม่มั่นใจว่า แนวคิดนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ บางคนบอกนำรถอายุมากกว่า 20 ปี ไปแลกเลย น่าจะคุ้ม เนื่องจากรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 10 ปีหลายคัน ก็ยังมีสภาพที่ดีและสมบูรณ์ ดังนั้นการใช้แนวคิดนี้อาจไม่ถูกใจเท่าไหร่นัก

เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าแทบทั้งหมดล้วนมีราคาที่สูงมาก ราคาหนึ่งล้านบาทขึ้นไป การลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า หรือภาษีแบตเตอรี่ อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า ในการกระตู้น หรือเป็นแรงจูงใจให้คนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งสถานีชาร์จ แบตเตอรี่ และระบบรองรับต่างๆ ยังไม่พร้อมแบบในหลายๆ ประเทศ จึงทำให้การผลักดันรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้าในไทย เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง!

แล้วคุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง?

แหล่งที่มาจาก:

CEO-Honda-Confident-Hybrid-Popular-More-EV-Car

แม้ว่าในโลกยุคปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” นับได้ว่าเป็นเทรนด์ของโลกที่มาพร้อมๆ กับยุค Disruption ของอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่หลายรูปแบบ หนึ่งในผู้ที่สร้างความโดดเด่นที่สุดในวงการรถยนต์ไฟฟ้า คงต้องยกให้กับเขา “Elon Musk (อีลอน มัสก์)” ที่เมื่อวานที่ผ่านมา ก็เพิ่งถอดสูท เต้นระบำส่ายเอว ในการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla (เทสล่า) ที่ประเทศจีน!

แต่เนื่องด้วยจากอุตสาหกรรมน้ำมัน และส่วนประกอบเกี่ยวเนื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ ยังคงเป็นผลประโยชน์ชิ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน และบรรดา Supplier ทั่วโลก

จึงให้บรรดาค่ายรถยนต์หลายค่าย ที่แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีด้านรถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่น และนำแสดงออกมาในรูปแบบรถ Concept Car (เรียกแบบไทยๆ ก็ รถต้นแบบ หรือ รถแนวคิด) ออกมาบ่อยๆ แต่ตัวเองก็ต้องพยายามปกป้องและผลักดัน ให้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปด้วยเชื้อเพลิง อยู่ในตลาดรถยนต์ไปให้นานที่สุด

ถ้าเบื่อรถคันเดิม อยากเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า มาขายรถคันเดิม กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และทำไมล่ะ CEO Honda อย่าง Takahiro Hachigo (ทาคาฮิโระ ฮาจิโกะ) ถึงมองเทรนด์รถใหม่ คนนิยมรถไฮบริด มากกว่ารถ EV? MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังกัน …

https://s3-prod-europe.autonews.com/s3fs-public/styles/width_792/public/Honda%20CEO%20Takahiro%20Hachigo%20web.jpg

Takahiro Hachigo

ทาง Takahiro Hachigo CEO ของ Honda Motor Co. ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Auto News Europe ยังคงวางเป้าหมายในการผลิตรถยนต์ไฮบริด และขายรถยนต์ไฮบริดให้มากขึ้น และปรัชญาสำคัญของ Honda ก็ยังคงตั้งใจผลิตรถที่ประหยัดน้ำมันที่สุด ออกมาจำหน่ายเช่นเคย

แม้ว่าในปี 2030 นี้ Honda จะคาดหวังว่า ยอดขายรถยนต์ 2 ใน 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ไปตามวิสัยทัศน์ปี 2030 “Honda e:TECHNOLOGY” แล้วก็ตาม

แต่ CEO Honda ยังเชื่อว่ารถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ยังคงเป็นเทรนด์ของรถใหม่อยู่ในเวลานี้ ไม่คิดว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นกระแสหลักของวงการรถยนต์โลกในตอนนี้ และยังไม่เชื่อด้วยซ้ำไปว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เวลานี้จะต้องการรถยนต์ EV จริงๆ หรือ?

เพราะบรรดาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ในหลายๆ ประเทศ รวมไปถึงกฎหมายบางอย่าง ยังคงไม่พร้อมรองรับต่อรถยนต์ไฟฟ้านัก รถยนต์ไฟฟ้า จึงอาจไม่ใช่รถที่ผู้คนส่วนใหญ่ในเวลานี้ต้องการ และทาง Honda เองคิดว่า เราก็ยังคงต้องพัฒนารถยนต์ EV กันต่อไป

ซึ่งทาง Honda เราพยายามเน้นปรับปรุงรถยนต์ไฮบริด ให้เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน และใช้น้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้สภาวะแวดล้อมของโลกอยู่ในภาวะที่มลพิษน้อยที่สุด พร้อมกับผ่านมาตรฐานไอเสียอันเข้มงวดให้ได้อีกด้วย

พอมองในส่วนของระบบขับเคลื่อนรถยนต์โดยไร้คนขับ (Autonomous Driving) ทาง CEO Honda เอง กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดยบอกว่าเรามีการลงทุนไปถึงเรื่องนี้เช่นกัน รวมไปถึงการผลิตรถยนต์ที่ทำให้ผู้ขับขี่ เกิดอุบัติเหตุได้น้อยที่สุด หรือไม่เกิดขึ้นเลย

Honda-Accord-2019

หนึ่งในสิ่งที่ Honda ภูมิใจนำเสนอในรถหลายๆ รุ่น ที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน อาทิเช่น ระบบ “Honda Sensing” ที่ติดตั้งในรถยนต์รุ่น Civic และ Accord ซึ่งก็มีการใช้เรดาร์ ในการตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้า เพื่อช่วยผู้ขับขี่รถให้อยู่ในเลน รวมไปถึงการเบรกโดยอัตโนมัติ หากเข้าไปวัตถุด้านหน้ามากเกินไป เป็นต้น

แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง แต่ทาง Honda ก็จะพยายามพัฒนาฟังก์ชั่นเหล่านี้ ให้มีราคาที่ย่อมเยาว์ เพื่อจะได้ติดตั้งในรถทุกระดับได้ในอนาคต

https://www.synopsys.com/content/dam/synopsys/solutions/images/cs327718450-automotive-levels-infographic-v4.jpg.imgw.850.x.jpg

Levels of Driving Automation (แหล่งที่มา Synopsys.com)

เมื่อไหร่ก็ตามที่ไปถึงระดับ 3 ทาง Honda ก็คงต้องใช้ระบบ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งทางเรายังคงคิดอยู่ว่า จะตัดสินใจนำระบบนี้ไปติดตั้งในรถรุ่นใดเป็นรุ่นแรก สำหรับระบบขับเคลื่อนรถยนต์โดยอัตโนมัตินี้

สำหรับรถยนต์ EV ในปี 2020 Honda จะเริ่มจำหน่าย Honda e ในญี่ปุ่น (เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีรูปทรงคล้ายกับ Honda Civic รุ่นแรก) และจะดำเนินธุรกิจโดยมีวิสัยทัศน์ 2030 เป็นแนวทาง เพื่อตอบสนองผู้คนทั่วโลก นอกจากจะส่งมอบความสุขแล้ว ยังเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิตให้กับผู้คนอีกด้วย

แหล่งที่มาจาก:

5-Secondhand-Hybrid-Cars-Price-Not-Over-500000-Baht

รถ Hybrid (รถไฮบริด) จัดเป็นรถยนต์ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมานี้ โดยจะสังเกตได้จากยอดขายที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก อีกทั้งการพัฒนาของแบตเตอรี่ ที่สามารถเก็บพลังงาน และให้ระยะทางการวิ่งได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทำได้ดีมากขึ้นไปด้วย

แต่ถ้าหากเป็นรถไฮบริดมือสองนั้น อาจจะไม่เป็นที่นิยมมากนักในบ้านเรา เนื่องจากหลายคนเกรงเรื่องค่าบำรุงรักษา อะไหล่ เรื่องค่าแบตเตอรี่ที่ต้องเปลี่ยน ซึ่งอาจจะมีราคาสูงมากๆ บางรุ่นถึงเกือบ 2 ส่วน 4 ของราคาตัวรถมือสองทีเดียว รถไฮบริดราคามือสองจึงตกมาก …

แต่ถ้ามองในมุมผม คุณใช้งานรถต่อวันเยอะหรือเปล่าล่ะ? ถ้าใช้รถเยอะ รถ Hybrid ก็น่าจะเป็นทางออก ที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินเติมน้ำมันได้มากขึ้น ในยุคน้ำมันเริ่มแพงขึ้นเรื่อยๆ

Mr.Carro ขอพาคุณไปชม 5 รถไฮบริดมือสอง ที่น่าสนใจจากตลาดรถยนต์มือสอง ในราคาไม่ถึง 5 แสนบาท ด้วยกัน 5 รุ่นครับ …

1. Toyota Prius

Toyota-Prius

Toyota Prius (โตโยต้า พรีอุส) จัดเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกของโลก ที่ทาง Toyota ผลิตออกมาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 1997 ก่อนจะเปิดตัวจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 ในรูปแบบเจเนอเรชั่นที่ 3

โดดเด่นด้วยรูปทรงแอโรไดนามิค ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED พร้อมภายในแบบล้ำยุค มีระบบ Head-up Display บนกระจกหน้า ยิ่งรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีออพชั่นหลังคาแก้ว ระบบระบายอากาศอัตโนมัติ ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบปรับอากาศ เปิด – ปิดด้วยกุญแจรีโมท อีกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ Atkinson Cycle รหัส 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร (14.5 กก.-ม.) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 60 กิโลวัตต์ (82 แรงม้า) แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 650 โวลต์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ไฟฟ้าอัตโนมัติ โหมดการขับขี่แบ่งเป็น PWR Mode, ECO Mode และ EV Mode

โดย Toyota Prius ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาอยู่ที่ประมาณ 290,000 – 550,000 บาท

2. Toyota Camry Hybrid

Toyota-Camry-Hybrid

Toyota Camry Hybrid (โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด) โอกาสทองของคนที่อยากได้รถไฮบริดหรูๆ ในราคาไม่ถึงห้าแสนบาทมาแล้วครับ! สำหรับ Camry Hybrid รุ่นแรกในตลาด ตอนนั้นเปิดตัวเมื่อ 27 กรกฎาคม 2552 ตัวรถตกแต่งอย่างหรูหรา พร้อมโลโก้ Toyota สีฟ้า เอกลักษณ์เฉพาะรุ่นไฮบริด ภายในมีอุปกรณ์เด่นๆ อย่าง ระบบนำทางในรถยนต์ In-Car Navigator และเบาะนั่ง Seat Ventilator เป็นต้น

มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ Atkinson Cycle รหัส 2AZ-FXE ขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 187 นิวตัน-เมตร (19.1 กก.-ม.) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 650 โวลต์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ ECVT

โดย Toyota Camry Hybrid ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาอยู่ที่ประมาณ 360,000 – 500,000 บาท

3. Toyota Alphard Hybrid

Toyota-Alphard-Hybrid

Toyota Alphard Hybrid (โตโยต้า อัลฟาร์ด ไฮบริด) หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า เฮ้ย! Alphard Hybrid มีราคาต่ำกว่า 5 แสน ด้วยหรือเนี่ย! ก็ต้องบอกเลยว่า “มีครับ” แต่เป็น Alphard Hybrid เจเนอเรชั่นแรกนะครับ ซึ่งรถอาจจะปีลึกหน่อย และเป็นรถที่นำเข้ามาจากผู้จำหน่ายอิสระเท่านั้น ซึ่งรถรุ่นนี้ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2546 ที่ประเทศญี่ปุ่น

มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส 2AZ-FXE ขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 131 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร (19.4 กก.-ม.) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขนาดกำลัง 13 และ 18 กิโลวัตต์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-Four

โดย Toyota Alphard Hybrid ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 499,000 บาท

4. Honda Jazz Hybrid

Honda-Jazz-Hybrid

Honda Jazz Hybrid (ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด) เป็นครั้งแรกของรถในประเภท Sub-Compact ที่มีรถ Hybrid ขายเป็นครั้งแรกในไทย และก็ยังเป็น Honda Jazz รุ่นแรกและรุ่นเดียวในไทย ที่ขายในรูปแบบรถไฮบริด เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555

ออกแบบโดยใช้แนวคิดเรียบ และล้ำสมัย (Advance & Clean) กับชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ IPU ขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา ถูกจัดวางไว้บริเวณพื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลังของตัวรถ พร้อมขยายประกันแบตเตอรี่ เป็น 10 ปี*

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร (12.3 กก.-ม.) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 10 กิโลวัตต์ (14 แรงม้า) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 21.3 กม./ลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กม.)

โดย Honda Jazz Hybrid ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาอยู่ที่ประมาณ 340,000 – 440,000 บาท

5. Honda Civic Hybrid

Honda-Civic-Hybrid

Honda Civic Hybrid (ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด) นับเป็นครั้งแรกของไทยอีกเช่นกัน สำหรับ Civic Hybrid รุ่นประกอบในไทยเป็นครั้งแรก เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556 พร้อมเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน และขยายประกันแบตเตอรี่ เป็น 10 ปี*

สำหรับเทคโนโลยีอัจฉริยะใน Civic Hybrid เด่นๆ เลย อาทิเช่น ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์, Smart Key System, จอแสดงข้อมูลอัจฉริยะ หรือ i-MID: Intelligent Multi-Information Display พร้อมระบบ Idling Stop รวมไปถึงระบบ Eco Assist สำหรับช่วยเหลือในการขับขี่แบบประหยัด

มาพร้อมเครื่องยนต์ Parallel Hybrid ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 132 นิวตัน-เมตร (13.46 กก.-ม.) พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 17 กิโลวัตต์ (23 แรงม้า) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

โดย Honda Civic Hybrid ในตลาดรถมือสอง (ปี 2562) ราคาอยู่ที่ประมาณ 420,000 – 500,000 บาท

เอาเป็นว่า ถูกใจคันไหน ชอบคันไหน ไปเลือกดูรถตัวจริง ทดลองขับ แล้วค่อยตัดสินใจซื้อกันได้เลยครับ … ที่แน่ๆ อย่าลืมหาเงินสำรองไว้รอเปลี่ยนแบตเตอรี่ กับ Inverter ด้วยนะครับผม!

*การขยายเวลารับประกันแบตเตอรี่ของ Honda Jazz Hybrid และ Civic Hybrid จาก 5 ปี เป็น 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง มีผลสำหรับลูกค้าที่ซื้อหรือสั่งจอง Honda Hybrid ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2556 รวมทั้งยังครอบคลุมถึงลูกค้าที่ได้ซื้อไปก่อนหน้านี้ด้วย ทั้งนี้เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน