Eco-Car-In-Motorshow-2021

รถ Eco-Car (อีโคคาร์) ถือเป็นรถที่ยอดนิยมของชาวไทยมานานนับสิบปี ที่แม้ว่าจะเป็นรถเล็ก แต่ก็ให้พลังเครื่องยนต์เหลือเฟือ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองเลยทีเดียว ด้วยคุณสมบัติที่ประหยัดน้ำมัน ขับง่าย หาที่จอดรถก็ง่าย และยังซ่อมง่าย ใช้งานได้อเนกประสงค์ อีกทั้งมีราคาเริ่มต้นที่ไม่แพง วัยรุ่น นักศึกษา หรือเด็กจบใหม่ ที่รายได้ยังไม่มากนัก ก็สามารถวางดาวน์ และผ่อนต่อเดือนได้สบายๆ

ในงาน Motor Show 2021 นี้ ผู้ผลิตรถ Eco-Car หลายเจ้าอย่าง โตโยต้า, นิสสัน, มิตซูบิชิ, มาสด้า, ซูซูกิ หรือ เอ็มจี ก็ยังนำเสนอรถในแบบ Eco-Car ที่มีการปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ กระตุ้นให้เกิดความสนใจอย่างต่อเนื่อง

โดยในงาน Motor Show 2021 จะมีรถ Eco-Car รุ่นใดที่น่าซื้อนั้น CARRO ขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกท่านดูกันครับ …

Nissan-March-2021

Nissan March

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทย เปิดตัวผลิตขายอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2553 มาพร้อม Concept “ให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นอีก” มียอดสะสมรวมมากนับหลักแสนคัน และยังคงขายในบ้านเราเข้าสู่ปีที่ 11 โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย

ภายในเพิ่มความมีระดับ ด้วยสีภายในสีดำ แผงคอนโซลหน้าตกแต่ง Piano Black สีดำ และทันสมัยมากขึ้นด้วยแผงแสดงผลหน้าจอล้อมกรอบด้วยโครเมี่ยม สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ช่องเชื่อมต่อ USB ไฟในห้องเก็บสัมภาระ ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protection) ด้านคนขับ และกุญแจอัจฉริยะ พร้อมระบบ Immobilizer

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร ขับขี่ก็ง่าย จอดรถก็คล่องตัว ราคาอะไหล่ไม่แพง คุ้มค่า

ราคาของ Nissan March

  • รุ่น 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท
  • รุ่น 1.2 E MT ราคา 480,000 บาท
  • รุ่น 1.2 S CVT ราคา 495,000 บาท
  • รุ่น 1.2 EL CVT ราคา 510,000 บาท

Nissan-Almera-2021

Nissan Almera

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด “Intelligent Urban Sedan” โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ใหม่โฉบเฉี่ยว และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) เป็นต้น

ภายในออกแบบใหม่หมด ใช้วัสดุคุณภาพสูง เน้นความประณีตในการประกอบ พร้อมพื้นที่ว่างเหนือศีรษะ พื้นที่วางขาที่กว้างขวาง คงไว้ซึ่งความเป็นผู้นำในด้านความกว้างขวางที่สุด ในรถยนต์ระดับเดียวกัน และหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ AIVI สะดวกสบายในการใข้งานทั้งระบบนำทาง ระบบความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ ภายใต้การเชื่อมต่อที่ราบรื่นผ่านสมาร์ทโฟน

วางขุมพลังขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 152 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) มีประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

ราคาของ Nissan Almera

  • รุ่น S ราคา 499,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น EL ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 639,000 บาท

Mitsubishi-Mirage-2021

Mitsubishi Mirage

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มากับภาพลักษณ์ดูหรูหราขึ้นด้วยกระจังหน้า Advanced Dynamic Shield แบบรถรุ่นอื่นๆ ในค่าย และตกแต่งด้วยเส้นสีแดง ชุดกันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมไฟ Daytime Running Light สำหรับวิ่งกลางวัน และสปอยเลอร์หลังแบบใหม่ให้เพิ่มเติม

พร้อมกับตกแต่งภายในใหม่ เบาะหนัง มีจอแสดงข้อมูลการขับแบบ High Contrast และลายคาร์บอนแบบใหม่ พร้อมเพิ่มวัสดุแบบผิวนุ่มบริเวณแผงประตู สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนจอแสดงผลส่วนกลางด้วยระบบ Smartphone – Link Display Audio (SDA) หน้าจอขนาด 7 นิ้ว รองรับการใช้งาน Apple CarPlay, ระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri และการเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ มีระบบ Cruise Control กับอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

ราคาของ Mitsubishi Mirage

  • รุ่น 1.2 GLX CVT ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น 1.2 Special Edition ราคา 523,000 บาท
  • รุ่น 1.2 Smart ราคา 579,000 บาท

Mitsubishi-Attrage-2021

Mitsubishi Attrage

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car 4 ประตู ที่ดีไซน์ได้สปอร์ตรอบคัน มากับภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราขึ้นด้วยกระจังหน้า Advanced Dynamic Shield แบบรถรุ่นอื่นๆ ในค่าย และตกแต่งด้วยเส้นสีแดง ชุดกันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมไฟ Daytime Running Light สำหรับวิ่งกลางวัน

พร้อมกับตกแต่งภายในใหม่ เบาะหนัง มีจอแสดงข้อมูลการขับแบบ High Contrast และลายคาร์บอนแบบใหม่ พร้อมเพิ่มวัสดุแบบผิวนุ่มบริเวณแผงประตู สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนจอแสดงผลส่วนกลางด้วยระบบ Smartphone – Link Display Audio (SDA) หน้าจอขนาด 7 นิ้ว รองรับการใช้งาน Apple CarPlay, ระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri และการเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ มีระบบ Cruise Control กับอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

ราคาของ Mitsubishi Attrage

  • รุ่น 1.2 GLX CVT ราคา 529,000 บาท
  • รุ่น 1.2 Special Edition ราคา 543,000 บาท
  • รุ่น 1.2 Smart ราคา 584,000 บาท

Suzuki-Celerio-2021

Suzuki Celerio

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย พัฒนามาจาก Suzuki A: Wind Concept ต้นแบบรถยนต์ประหยัดพลังงานระดับโลก ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกของโลก (World Premier) ในไทย ได้ชื่อว่าคุณภาพเกินตัว ตอกย้ำภาพลักษณ์ของซูซูกิ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรถอีโคคาร์

มียอดจำหน่ายรวมนับตั้งแต่เปิดตัวอยู่ที่ 13,732 คัน (เดือนพฤษภาคม 2557 – พฤศจิกายน 2562) อัดแน่นด้วยคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร อีกทั้้งยังเป็นมาตรฐานใหม่ ของรถยนต์นั่งมาตรฐานโลก ส่งออกไปขายในเอเชียและยุโรปด้วย

ราคาของ Suzuki Celerio

  • รุ่น GA MT ราคา 328,000 บาท
  • รุ่น GL MT ราคา 408,000 บาท
  • รุ่น GLX CVT ราคา 437,000 บาท

Suzuki-Swift-2021

Suzuki Swift

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) ปรับโฉมใหม่ เพิ่มลุคสปอร์ตปราดเปรียว กระจังหน้าโครเมียมแบบใหม่ และล้อแม็กใหม่ขนาด 16 นิ้ว พร้อมไฟหน้า LED Projector และไฟท้าย LED

ภายในมีหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับทุกการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, Android Auto และ Bluetooth พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 265 ลิตร ปรับพับเบาะหลังแบบ 60:40 พร้อมด้วย Keyless Entry เปิด-ปิดล็อกประตูได้โดยไม่ต้องกดกุญแจรีโมท สะดวก ทันสมัย กับ Keyless Push Start ปุ่มสตาร์ทในรถ

โดดเด่นด้วยแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิ ให้ความแข็งแรง ลดน้ำหนักทุกส่วนของรถยนต์ แต่คงความแข็งแกร่ง ทนทาน ขับขี่ได้คล่องตัว รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT พร้อมระบบ NVH ช่วยกันการสั่นสะเทือน และลดเสียงรบกวนจากภายนอก

แรงสุดขีด สปีดเร้าใจ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12M 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ หรือ DUALJET เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบหัวฉีดคู่ ฉีดน้ำมันเข้าไปที่กระบอกสูบพร้อมกันทั้ง 2 หัวฉีด ทำให้น้ำมันมีละอองที่ละเอียดขึ้น ได้กำลังและแรงบิดที่ดียิ่งขึ้น จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากกว่า 23 กม./ลิตร รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

ราคาของ Suzuki Swift

  • รุ่น GL CVT ราคา 557,000 บาท
  • รุ่น GLX CVT ราคา 629,000 บาท

Suzuki-Ciaz-2021

Suzuki Ciaz

Suzuki CIAZ (ซูซูกิ เซียส) เพิ่งปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ภายในแนวคิด “สัมผัสใหม่ สบายทุกมิติ” สุดยอดสปอร์ตอีโคซีดานที่หลายคนรอคอย

ด้านภายนอก ไม่ทิ้งลวดลายความเป็นสปอร์ต อีโอคาร์ กระจังหน้าใหม่สไตล์สปอร์ต ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟหรี่แบบ LED ชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคันพร้อมสปอยเลอร์หลังไดนามิก

ภายใน คอนโซลหน้าดีไซน์สปอร์ต พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และสั่งการโทรศัพท์บนพวงมาลัย มาตรวัดสไตล์สปอร์ต Suzuki Smart Connect จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อ Bluetooth และระบบนำทาง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay กับเบาะหนังคุณภาพสูง ช่องวางเครื่องดื่มมากถึง 8 ตำแหน่ง พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างถึง 565 ลิตร

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินรหัส K12B ขนาด 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว VVT ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลือง 20 กม./ลิตร รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20

ราคาของ Suzuki Ciaz

  • รุ่น GL MT ราคา 523,000 บาท
  • รุ่น GL CVT ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น GLX CVT ราคา 625,000 บาท
  • รุ่น RS CVT ราคา 675,000 บาท

Toyota-Yaris-ATIV-Play-2021

Toyota Yaris / Toyota Yaris ATIV

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) และ Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) อีโคคาร์แฮทช์แบ็ค Yaris และ อีโคคาร์ซีดานยอดนิยม ATIV เอาใจคนรุ่นใหม่ ที่มีรุ่นพิเศษเปิดตัวในงาน Motor Show 2021 ด้วยอย่างรุ่น PLAY (Limited Edition) จำนวนจำกัดเพียง 1,500 คันโดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกภายใน เพิ่มสีภายนอกใหม่ “Ice Pink Metallic” พร้อมกระจังหน้าด้านบนสีดำเงา ล้ออัลลอย “Dark Mulberry” ปัดเงาสีทูโทนขาว-ดำ ลายใหม่ ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีใหม่ สวยเด่นสะกดสายตา

มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ระบบปรับอากาศพร้อมแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 กระจกหน้า “Acoustic Glass” แบบช่วยดูดซับพลังงานความร้อน (High Solar Energy Absorption) สะดวกยิ่งกว่าด้วย “Trunk Organizer” ที่จัดเก็บสัมภาระท้ายรถ เป็นต้น

เพิ่มความมั่นใจเมื่อจอดรถ กับกล้องมองรอบคัน “Panoramic View Monitor” มุมมอง 360 องศา ผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน แสดงภาพแบบเรียลไทม์ พร้อมเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อผู้ขับและรถ ด้วยแอปพลิเคชัน “PLAY CONNECT Car Telematics” และฟังก์ชั่นความปลอดภัยครบครัน

สมรรถนะเหนือชั้น ด้วยเครื่องยนต์รหัส 3NR-FKE ขนาด 1.2 ลิตร Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที กับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock ที่ปรับจูนเกียร์ให้ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ดีมากขึ้น

ราคาของ Toyota Yaris

  • รุ่น 1.2 Entry ราคา 549,000 บาท
  • รุ่น 1.2 Sport ราคา 609,000 บาท
  • รุ่น 1.2 Sport Premium ราคา 679,000 บาท
  • รุ่น 1.2 Sport Premium with Black Roof ราคา 684,000 บาท
  • รุ่น Play Limited Edition Sport ราคา 634,000 บาท
  • รุ่น Play Limited Edition Sport Premium with Black Roof ราคา ราคา 709,000 บาท

ราคาของ Toyota Yaris ATIV

  • รุ่น 1.2 Entry ราคา 539,000 บาท
  • รุ่น 1.2 Sport ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น 1.2 Sport Premium ราคา 674,000 บาท
  • รุ่น Play Limited Edition Sport ราคา 624,000 บาท
  • รุ่น Play Limited Edition Sport Premium ราคา ราคา 699,000 บาท

Mazda2-Sports-2021

Mazda2

Mazda2 (มาสด้า2) 2021 Collection ยกระดับความคุ้มค่ากับออพชั่นที่เกินราคา อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ขับสนุก และปลอดภัยยิ่งขึ้น ดีไซน์เรียบหรูสง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอก ตามแนวคิด Kodo Design (โคโดะ ดีไซน์) ที่เรียบง่าย แต่งดงามตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

ภายในห้องโดยสาร ออกแบบจัดวางอย่างเหมาะสม กับการใช้งานของมนุษย์เป็นหลัก ตาม Concept – HMI (Human Machine Interface) ได้แก่ หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display และ Center Commander จัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ลงตัว, Mazda Connect ที่รองรับทั้ง Apple CarPlay® และ Android Auto™ เชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รวมถึงระบบ Infotainment ที่มีให้เลือกมากมาย

จัดเต็มกับระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense และยังมาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Sport Paddle Shift) และกล้องมองหลัง รวมถึงระบบช่วยประหยัดน้ำมัน i-STOP และประหยัดพลังงาน i-ELOOP เพิ่มการขับขี่ไร้กังวลที่ทั้งประหยัดและปลอดภัย

ในงบไม่เกิน 6 แสนบาท เลือกได้เฉพาะรุ่นเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 93 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 123 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.3 กม./ลิตร

ราคาของ Mazda2 / Mazda2 Sports

  • รุ่น 1.3 E / E Sports ราคา 546,000 บาท (MY2019)
  • รุ่น 1.3 C / C Sports ราคา 596,000 บาท
  • รุ่น 1.3 S / S Sports ราคา 627,000 บาท
  • รุ่น 1.3 S Leather / S Leather Sports  ราคา 648,000 บาท
  • รุ่น 1.3 SP / SP Sports ราคา 690,000 บาท
  • รุ่น XD Sports ราคา 782,000 บาท
  • รุ่น XDL Sports ราคา 799,000 บาท
  • รุ่น Mazda 100th Anniversary Edition ราคา 677,000 บาท

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Carro-Rabbit-Finance-How-To-Choose-City-Car

สำหรับพนักงานเงินเดือน หรือผู้ที่ต้องใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ๆ บางครั้งการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะอาจจะไม่ตอบโจทย์เสมอไป การมีรถยนต์ไว้ใช้ส่วนตัวในบางครั้งอาจจะตอบโจทย์มากกว่า แล้วจะเลือกรถยนต์ขับในเมืองยังไงดีล่ะ? วันนี้เรามีคำตอบ

ขับรถยนต์ในเมือง

1. เลือกเครื่องยนต์ไม่ใหญ่ หรือเน้นแบบไฮบริด

โดยปรกติแล้ว การขับรถในเมืองจะไม่มีโอกาสขับด้วยความเร็วมากนัก ดังนั้นการเลือกรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1.5-2.0 ลิตร ก็ถือว่ากำลังพอเหมาะแล้ว อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย หรือถ้างบถึง อาจจะเลือกเครื่องยนต์แบบไฮริด ที่ให้ระบบการตอบสนองที่ดีกว่า ช่วยเรื่องในการออกตัวเพราะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยขับเคลื่อนในความเร็วต่ำ และยังขับเคลื่อนได้แม้ดับเครื่องยนต์

ขนาดรถก็สำคัญ

สำหรับขนาดรถที่พอเหมาะที่จะขับในเมือง เราจะแนะนำขนาดที่ไม่เกิน 4.6 เมตร เพราะการใช้งานรถที่มีขนาดตัวรถใหญ่เกินไป คุณอาจพบปัญหาเรื่องการเข้าออกลานจอดรถลำบาก จะกลับรถทำอะไรก็ไม่สะดวก ดังนั้นการเลือกขนาดรถที่กะทัดรัดจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ และช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการขับขี่มากกว่านะ

2. เช็กฟังก์ชั่นรถก่อนซื้อเสมอ

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ฟังก์ชั่นรถนั้นพัฒนาไปมาก ดังนั้นการเลือกฟังก์ชั่นให้เหมาะสมจึงจำเป็นมาก เช่น เทคโนโลยีความบันเทิง ระบบการเชื่อมต่อทางไกลเพื่อช่วยเหลือยามขับขี่ ฟังก์ชั่นช่วยฟอกอากาศสำหรับวิกฤตฝุ่น PM2.5 หรือแม้แต่ที่นั่งในห้องโดยสารที่มีการออกแบบให้นั่งสบายมากขึ้นแม้มีพื้นที่จำกัด รวมไปถึงระบบความปลอดภัยที่ครบถ้วนให้คุณอุ่นใจได้ทุกการเดินทาง ในราคาที่เหมาะสม คุ้มค่าและน่าใช้งาน

ขับรถยนต์ในเมือง

3. ระบบความปลอดภัยครอบคลุม

อุบัติเหตุอาจไม่สามารถเลี่ยงได้ในการขับขี่ โดยเฉพาะกับในเมืองที่เต็มไปด้วยรถยนต์คันอื่นๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทั้งจากคุณเผอเรอ หรือเหตุสุดวิสัย การเลือกรถยนต์ที่มีความอัจฉริยะของระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น เบรกหยุดเองอัตโนมัติ, ถุงลมนิรภัยที่ทำงานได้ตามสถานการณ์จริง หรือมีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ช่วยในการขับขี่ อย่าง การส่งเสียงร้องเมื่อท้ายรถใกล้ขนกับกำแพง หรือมองหลังรถได้จากกล้องหลังรถ ก็นับว่าจำเป็นมากสำหรับยุคนี้

4. คนไม่เยอะ 5 ที่นั่งก็พอ

การเลือกซื้อรถขนาด 7 ที่นั่ง จะเหมาะในกรณีที่คุณมีครอบครัวใหญ่ แต่ถ้าไม่ใช่ นอกจากจะตัวรถอาจจะเทอะทะโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังเสี่ยงที่จะทำให้คุณพกของไว้ท้ายรถเกินความจำเป็น เป็นที่มาของการเปลืองน้ำมันอีกด้วยนะ

ซื้อรถใหม่ ขับในเมืองทั้งที ไม่ใช่แค่เช็กรถก่อนซื้อเท่านั้น แต่การเลือก เช็กราคาประกันรถยนต์ ก็สำคัญไม่แตกต่างกัน และใครที่มองหาการเปรียบเทียบ เช็กราคาประกันรถยนต์ต่างๆ สามารถติดต่อ rabbit finance ได้เลย

suzuki-ciaz

Review Suzuki Ciaz – หรูหราเหนือระดับฉีกคำนิยาม ECO Car

Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) แม้จะเป็นอีโคคาร์ 4 ประตู แต่ด้วยขนาดที่เห็นแล้ว ต้องบอกว่าไม่ได้ด้อยไปกว่ารถขนาดบี-เซ็กเมนต์เลยแม้แต่น้อย  แถมยังอาจจะใหญ่กว่าในบางรุ่นเสียด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้ เครื่องยนต์ขนาด 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ที่ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 116 นิวตัน-เมตร บล็อกเดียวกับซูซูกิ สวิฟท์ จะนำพาขนาดที่ใหญ่โตกว่าเยอะไปได้หรือ หลังจากขึ้นไปนั่งในตำแหน่งคนขับ กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมออกเดินทาง

กำลังในช่วงออกตัวดูดีน่าสนใจ บางจังหวะกดแรงไปนิด ถึงกับหลังติดเบาะ เพิ่มน้ำหนักที่คันเร่งมากขึ้น ความเร็วตามมาในทันที ไต่ระดับความเร็วขึ้นไปจนถึง 120 กิโลเมตต่อชั่วโมง ได้แบบชิล ชิล ด้วยความไหลลื่นของเครื่องยนต์ และช่วงล่างที่ให้ความมั่นคง เลยมั่นใจเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก แต่กาลกลับกลายว่า ช่างล่างค่อนข้างลอย จนต้องใช้สมาธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งเพิ่มน้ำหนักที่มือ  เพื่อควบคุมตัวรถให้ไปไม่สั่นไหวจนเกินไป เกียร์อัตโนมัติ CVT ทำงานได้ค่อนข้างราบรื่นในจังหวะทำความเร็วไปเรื่อยๆ

ไม่มีอาการกระตุกให้ได้รู้สึก จะมีตอนถอนคันเร่งในช่วงรอบเดินเบา ความเร็วต่ำ มีอาการสะอึกนิดหนึ่ง คราวแรกไม่แน่ใจ ลองดูใหม่ ยังคงเป็นอยู่ แสดงว่าเป็นบุคลิกจริง  แม้จะรูปร่างใหญ่โต แต่ความคล่องตัวในการใช้ในตัวเมือง ยังคงมีให้อย่างเต็มที่ ด้วยกำลังของเครื่องยนต์ที่เรียกมาใช้ในช่วงตีนต้นได้ดี และช่วงล่างที่ให้ความมั่นคงในการเปลี่ยนเลน หลบหลีกเพื่อนร่วมทางได้ค่อนข้างดี ดีไซน์ของ ซูซูกิ เซียส เน้นความโอ่อ่าภูมิฐาน สอดคล้องกับขนาดที่ใหญ่โต ไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์ สอดรับกับกระจังหน้าแถบห้าเส้น ที่มีโลโก้ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง กันชนหน้าขนาดใหญ่พร้อมไฟตัดหมอก เส้นสายด้านข้างไหลลื่นต่อเนื่องถึงท้าย

ไฟท้ายเรียบหรู บางมุมดูคล้ายรถซีดานหรู ภายในออกแบบให้ดูเรียบเนียน อาจจะด้วยเพราะลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มครอบครัว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น เพื่อไม่ต้องละสายตาจากถนน ชุดเครื่องเสียงรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก ผ่านช่องเชื่อมต่อ AUX  และ USB ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ควบคุมความเย็นได้ทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร แม้ช่องแอร์หลังไม่มีก็ตาม เข้าไปนั่งด้านหลังเป็นผู้โดยสาร อนุมานตัวเองว่าเป็นผู้บริหารหนุ่มมาดเท่ พื้นที่วางเท้ามีให้อย่างเหลือเฟือ ขนาดภายนอกทีมองว่าใหญ่

บอกเลยว่างานนี้ซูซูกิ เซียส ใหญ่จริง เพราะมีหลายครั้งหลายคัน ที่ดูภายนอกใหญ่โตมโหฬาร แต่พอเข้าไปนั่งด้านหลัง กลับอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เบาะนั่งนุ่มสบาย แต่สั้นไปนิดรองรับต้นขาไม่เต็มที่ นั่งระยะทางนานๆ อาจมีเมื่อย พนักพิงเบาะนั่งหลังตรงกลาง มีท้าวแขนให้ดึงออกมาใช้งาน และยังเป็นที่วางแก้วน้ำอีกด้วย

เติมเต็มความสบาย และหรูหราได้มากยิ่งขึ้น  ความนุ่มนวลของซูซูกิ เซียส ด้วยช่วงล่างหน้าแม็คเฟอร์สัน สตรัท หลังทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการขับผ่านหลุมบ่อ เนินลูกระนาด หรือคอสะพาน  เบาะนั่งด้านหลังไม่มีอาการกระเด้งกระดอนเลยแม้แต่น้อย และรวมถึงจังหวะเลนเชนจ์ ที่แม้จะมีอาการเหวี่ยงอยู่บ้าง แต่ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับความยาวของตัวรถด้วยความซนส่วนตัว ระหว่างนั่งเบาะหลังว่างๆ เลยล้วงแคะแกะเกาไปเรื่อย ปรากฎว่าพบกับสิ่งที่น่าสงสัย ทำไมถึงไม่ทำให้เนียนกว่านี้ คือกำมะหยี่ที่ปิดหลังคาด้านในช่วงลาดเสาซี หรือตรงรอยต่อกระจกหลัง
เมื่อลองกดดูมีอาการยุบตัว ประมาณว่าไม่เป็นเนื้อเดียวกับเหล็กหลังคา เหมือนจุดอื่นๆ แต่ดูแล้วไม่น่าใช่ติดตั้งผิดพลาด เพราะไม่ได้ล่อนหลุดออกมา