ถ้าคุณเป็นคนที่ติดตามข่าวสารเรื่องรถยนต์ในตอนนี้ จะเห็นได้ว่ากระแส “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือรถ EV (Electric Vehicle) นั้นถือว่ากำลังมาแรงมาก และเป็นที่นิยมมากขึ้นไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นรถที่ไม่ปล่อยมลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังให้ระยะทางต่อการชาร์จไฟจนเต็มแต่ละครั้งที่มากขึ้น ตามคุณภาพของแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก

แต่การใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้น ก็อาจจะมีจุดด้อยตรงที่เมื่อใช้ไปจนแบตเตอรี่ใกล้หมด ก็ต้องรีบหาสถานีชาร์จ เพื่อจอดเติมพลังให้รถ และให้คนได้ลงไปยืดเส้นยืดสายด้วย แม้ว่าจะต้องใช้เวลามากกว่าตอนเติมน้ำมันรถก็ตาม จุดนี้เอง ทำให้ทั้งหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างต้องรีบลงทุนมหาศาล ตั้งสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าตามจุดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้มากขึ้น

CARRO เลยขอรวบรวมจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ และทั่วไทย มีจุดไหนใกล้คุณ ประจำปี 2564 มาให้คุณได้เก็บไว้เป็น Database เอาไว้ใช้เวลาหาจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าครับ

MEA-EV-Charging-Station

MEA EV การไฟฟ้านครหลวง

สำหรับจุดชาร์จไฟของ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ที่แตกย่อยธุรกิจ มาลงทุนเกี่ยวจุดชาร์จไฟฟ้ารถยนต์เป็นรายแรกๆ ในไทย อีกทั้งยังมี MEA EV Application ซึ่งเป็น Application ที่พัฒนาขึ้นบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

สามารถใช้ค้นหาสถานีชาร์จรถ ได้ทั้งของการไฟฟ้านครหลวง (MEA), บริษัท EA Anywhere (EA) และ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมแสดงเส้นทางไปยังสถานีชาร์จด้วยแผนที่ GIS ร่วมกับการนำทางของ Google Application รวมถึงสามารถจองสถานีชาร์จ หรือหัวชาร์จได้ด้วยแบบเรียลไทม์ (เฉพาะสถานีที่ลงทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวงเท่านั้น)

นอกจากนี้ ยังสามารถสั่ง เริ่ม-หยุด ชาร์จไฟฟ้าได้ เฉพาะสถานีไฟฟ้า หรือสถานีอัดประจุ ที่ลงทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวงเท่านั้น และยังมีฟังก์ชันงานอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับจุดชาร์จไฟของ MEA EV มีรายละเอียดดังนี้

  • กฟน. สำนักงานใหญ่ เพลินจิต
  • กฟน. เขตวัดเลียบ
  • กฟน. เขตสามเสน
  • กฟน. เขตบางเขน
  • กฟน. เขตบางขุนเทียน
  • กฟน. เขตลาดกระบัง
  • กฟน. เขตบางใหญ่
  • กฟน. เขตสมุทรปราการ
  • กฟน. เขตราษฎร์บูรณะ
  • กฟน. เขตธนบุรี
  • กฟน. ที่ทำการบางพูด

และล่าสุด การไฟฟ้านครหลวง ได้ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพิ่มจุดติดตั้ง MEA EV Charging Station บริเวณร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จำนวน 2 แห่ง ให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คือ

  • 7-Eleven สาขา บ้านสวนลาซาล (ศรีนครินทร์) และ
  • 7-Eleven สาขา สน.บางขุนนนท์

เพื่อรองรับการใช้บริการของผู้ขับขี่รถ EV ในพื้นที่ ซึ่งมีสถานที่สำคัญ ทั้งโรงพยาบาล ชุมชน และหน่วยงานราชการ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาครับ

MEA EV App ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ https://onelink.to/meaev

PEA-VOLTA-EV-Charging-Station

PEA การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ก็กระโดดลงมาให้บริการจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน โดยมีสถานีชาร์จไฟฟ้าให้บริการครบทั้ง 4 ภาค ทั้งหมด 11 สถานี ประกอบด้วย

  • สำนักงานใหญ่ กฟภ. จำนวน 1 สถานี
  • สายภาคเหนือ (กรุงเทพฯ – พระนครศรีอยุธยา) จำนวน 2 สถานี
  • สายภาคใต้ (กรุงเทพฯ – หัวหิน) จำนวน 4 สถานี
  • สายภาคตะวันออก (กรุงเทพฯ – พัทยา) จำนวน 3 สถานี
  • สายภาคตะวันตก (กรุงเทพฯ – นครปฐม) จำนวน 1 สถานี

และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ยังร่วมกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ติดตั้งจุดบริการชาร์จแบตเตอรี่รถไฟฟ้า (EV Charger Station) ให้บริการในสถานีบริการน้ำมันบางจากมากที่สุดในไทย ซึ่งจะเปิดให้บริการบนเส้นทางสายหลัก 56 สาขา ต่อเนื่องทุกระยะ 100 กิโลเมตรรองรับการเดินทางขาเข้า-ออกเมือง โดยเปิดตัวสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ณ PEA VOLTA BCP (ปั๊มบางจาก) ชะอำปาร์ค จ.เพชรบุรี เป็นที่แรก

เครื่องอัดประจุไฟฟ้าเป็นแบบ Multi-Standard (CHAdeMO (ย่อมาจาก CHArge de Move แปลได้ว่า ชาร์จไฟแล้วขับต่อไป), CCS COMBO2, AC TYPE2) ตามมาตรฐานนานาชาติ รองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ติดตั้งหัวจ่ายกระแสไฟฟ้าตามมาตรฐานยุโรปและญี่ปุ่น การอัดประจุไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว (QUICK CHARGE) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

โดย PEA เป็นผู้พัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า ประกอบด้วยระบบและช่องทางการสื่อสารข้อมูลจากเครื่องอัดประจุไฟฟ้า และส่วนของระบบบริหารจัดการข้อมูล ที่แสดงผลผ่าน Mobile Application และ Web Service

PEA-VOLTA-EV-Charging-Station

อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาท/หน่วย ในช่วง Off-Peak  ค่าบริการ 4.1972 บาท/หน่วย (ราคา ณ เดือนสิงหาคม 2563)

อัตราค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าในการใช้เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charger) ในช่วง Peak ค่าบริการ 7.5798 บาท/หน่วยในช่วง Off-Peak ค่าบริการ 4.1972 บาท/หน่วย (ราคา ณ เดือนสิงหาคม 2563)

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 เป็นต้นไป ผู้ใช้สามารถใช้งาน PEA VOLTA Application ได้ ณ สถานี PEA VOLTA  5 แห่งแรก ได้แก่

  • PEA VOLTA สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
  • PEA VOLTA จ.สมุทรสาคร
  • PEA VOLTA เขาย้อย จ.เพชรบุรี
  • PEA VOLTA หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • PEA VOLTA พัทยาใต้ จ.ชลบุรี

ปัจจุบัน PEA VOLTA เปิดให้บริการจำนวน 17 สถานีหลัก สามารถเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานได้ค้นหาตำแหน่งสถานีและนำทางไปยังสถานี ตรวจสอบสถานะสถานีอัดประจุ พร้อมชำระค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าผ่านระบบการเติมเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และรวดเร็ว เพราะเป็นหัวจ่ายแบบชาร์จเร็ว โดย 1 สถานีมี 5 หัวจ่าย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง

PEA VOLTA App ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ – https://apps.apple.com/th/app/pea-volta/id1503297093?l=th สำหรับ iOS และ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pea.peavolta สำหรับ Android

EGAT-EV-Charging-Station

EGAT การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ด้าน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เริ่มแรกด้วยการตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า กฟผ. ในโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 (รายละเอียดตามตารางด้านล่าง)

EGAT-EV-Charging-Station

ในเดือนมีนาคม 2564 จึงเริ่มจัดตั้ง สถานีอัดประจุไฟฟ้า “EleX by EGAT” ภายใต้ธุรกิจใหม่ของ กฟผ. EGAT EV Business Solutions ที่ชาร์จไฟได้รวดเร็ว ปลอดภัย มั่นใจ เพื่อรองรับทุกการเดินทางของผู้ใช้ยานยนต์ทั่วประเทศ

โดยปัจจุบัน กฟผ. ได้ติดตั้งไปแล้ว 13 สถานี และตั้งเป้าหมายติดตั้งเพิ่มเป็น 48 สถานี ภายในสิ้นปี 2564 โดยเน้นขยายสถานีไปตามเส้นทางการเดินทางหลักทั่วประเทศ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากที่สุด

และ กฟผ. ยังได้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการปั้มน้ำมัน PT เปิดตัวจุดสถานีชาร์จแห่งแรกชื่อ EleX by EGAT ทดลองนำร่องที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และสถานีบริการน้ำมัน พีที อีกจำนวนทั้งสิ้น 4 สถานี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในการเดินทางไปยังทุกภูมิภาคทั่วไทย ได้แก่

  • สาขาปากช่อง 3 จ.นครราชสีมา
  • สาขาเขาย้อย จ.เพชรบุรี
  • สาขาพยุหะคีรี 2 จ.นครสวรรค์
  • สาขาบางพระ จ.ชลบุรี และ
  • สาขาบ้านใต้ จ.กาญจนบุรี

EA-Anywhere-EV-Charging-Station

EA Anywhere

EA Anywhere เป็นแบรนด์ภายใต้ บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จํากัด (มหาชน) หรือ EA อีกที จักตั้งขึ้นเพื่อทำสร้างสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และชื่อบริษัท มีความหมายสื่อให้เห็นถึงสถานีประจุไฟฟ้าของเราที่มีอยู่ครอบคลุมทุกหนแห่ง ทั่วไทย

EA Anywhere คือผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle – PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle – BEV)

เครื่องอัดประจุไฟฟ้าของเราเหมาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ที่มีปลั๊กประเภท 2 (Type 2 Socket) ตามมาตรฐานประเทศไทย สถานี EA Anywhere ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเป็นหลัก คุณสามารถหาสถานีได้อย่างง่ายดายจากแอปพลิเคชัน EA Anywhere บนโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชันที่จะช่วยคุณหาและนำทางไปยังสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเรา

สามารถดาวน์โหลดได้แล้วผ่านทาง App store บนระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Play store บนระบบปฏิบัติการ Android ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.eaanywhere.com/

EA พร้อมเปิดให้บริการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าระบบ DC (Fast Charge) 150 kW โดยกำหนดช่วงเวลาในการให้บริการในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.00-08.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ (ไม่รวมวันหยุดชดเชย) ตลอด 24 ชั่วโมง อัตราค่าบริการ 6.50 บาท/kWh

โดยในปี 2563 ทางบริษัทฯ ได้เปิดให้บริการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าระบบ DC (Fast charge) 150 kW กว่า 54 สถานี ได้แก่

  • สถานี 7-Eleven สาขาชุมชนศักดิ์มงคลชั
  • สถานี 7-Eleven สาขาท่าข้าม 11
  • สถานี 7-Eleven สาขาพระปิ่น 5
  • สถานี 7-Eleven สาขาพุทธบูชา 36
  • สถานี 7-Eleven สาขาพัฒนาชนบท 3
  • สถานี 7-Eleven สาขาร่มเกล้า 23
  • สถานี 7-Eleven สาขาลาซาล
  • สถานี 7-Eleven สาขารามคำแหง 170
  • สถานี 7-Eleven นนทบุรี ซอย 8 (เลี่ยงเมืองนนท์)
  • สถานี 7-Eleven ประชาราษฎร์
  • สถานี 7-Eleven เรวดี
  • สถานี 7-Eleven สาขาหมู่บ้านเอื้อพัฒนานิเวศน์ (หนามแดง)
  • สถานี 7-Eleven สาขาศรีด่าน 22
  • สถานี 7-Eleven สีตบุตร,
  • สถานี 7-Eleven รัตนาธิเบศร์ 22
  • สถานี 7-Eleven สาขางามวงศ์วาน 23 แยก 18
  • สถานี 7-Eleven ทานสัมฤทธิ์
  • สถานี Big C สาขาลาดพร้าว 2
  • สถานี ศูนย์การค้าไอทีสแควร์ (หลักสี่)
  • สถานี AEQUA Residence สุขุมวิท 49
  • สถานี TC Footballclub Rama 3
  • สถานี Supalai River Place
  • สถานี สนามฟุตบอล Wining Seven (พุทธมณฑลสาย 1)
  • สถานี Robinson ศรีสมาน
  • สถานี Robinson สมุทรปราการ
  • สถานี Robinson ปราจีนบุรี
  • สถานี ร้านคุณพราว สิงห์บุรี
  • สถานี HAPPY HUB SPORT AND RECREATION (ถนนสุคนธสวัสดิ์)
  • สถานี บริษัท ศิลา ฟิวเจอร์ จำกัด
  • สถานี Caltex สาขาเพชรพระเทพ
  • สถานี Swim Kidz (พุทธมณฑลสาย 1)
  • สถานี Kspace Mini Mall
  • สถานี บริษัท คาร์ลอฟท์ ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด
  • สถานี Global House ลพบุรี
  • สถานี FN Factory OUTLET สาขาหัวหิน
  • สถานี MG 824 Co.,Ltd (ราชพฤกษ์)
  • สถานี MG NC International บางบัวทอง
  • สถานี MG Bangpu Land and Automobile Co.,Ltd. (บางปู)
  • สถานี MG Krungthai (บางนา)
  • สถานี นครหลวง จำกัด สาขาบางนา
  • สถานี MG Wimio Co.,Ltd. (สวนหลวง)
  • สถานี MG Rungcharoen (ลาดกระบัง)
  • สถานี MG Krungthep (สุวินทวงศ์)
  • สถานี MG Sequoya Co., Ltd. (คันนายาว)
  • สถานี MG Best Auto Sales Co., Ltd. (รามคำแหง)
  • สถานี The Bloc (ราชพฤกษ์)
  • สถานี FN ฉะเชิงเทรา
  • สถานี S.T.Motor Sport
  • สถานี ม่วงศิริ (บางบอน 5)
  • สถานี Morino Hotel Siracha
  • สถานี คอนโด โอเรียลเต็ล เอกมัย 12
  • สถานี โรงแรม วาบัวร์ ลอด์จ (ลาดพร้าว 130)
  • สถานี ภัตตาคาร แวร์ซายเรสเตอร์รอง (นนทบุรี)
  • สถานี เมเจอร์ เฟอร์นิเจอร์ มอลล์ (2014) จำกัด จ.สุพรรณบุรี และ
  • สถานี บริษัท แคปต้า ออโต้เวิร์ค จำกัด (โชว์รูมเกียร์ ตลิ่งชัน)

EA-Anywhere-EV-Charging-Station

และเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา EA Anywhere ได้ประกาศเปิดสถานีชาร์จ DC (Fast Charge) หรือแบบชาร์จเร็วเพิ่มอีก 35 สถานี ได้แก่

  1. สถานี Big C สุขาภิบาล 3
  2. สถานี CALTEX (สินทรัพย์มงคลชัย)
  3. สถานี SUSCO สาขาบางบัวทอง (ไทรน้อย)
  4. สถานี SUSCO สาขาบางใหญ่
  5. สถานี บริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด สาขา 22 (บางนาขาเข้า)
  6. สถานีบริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด  สาขา 23 (บางพลี)
  7. สถานี บริษัท เบสท์ เอ็นเนอร์ยี่ พลัส จำกัด สาขา 25 (กิ่งแก้ว)
  8. สถานี อาคาร อาคเนย์ประกันภัย จำกัด
  9. สถานี โรงพยาบาลพระราม 9
  10. สถานี Bizzo Bangna
  11. สถานี The Explace Mall (กาญจนาภิเษก)
  12. สถานี The Walk สาขาราชพฤกษ์
  13. สถานี The Visda Park
  14. สถานี ศูนย์การค้า EASE PARK รามอินทรา
  15. สถานี One One Food Avenue (ซอยสามัคคี)
  16. สถานี สนามบินน้ำมาร์เก็ตพาร์ค
  17. สถานี ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ST.1
  18. สถานี มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์
  19. สถานี สถานบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
  20. สถานี MG จันทบุรี
  21. สถานี MG อุดรธานี
  22. สถานี MG HITECH T&N Co.,Ltd. บุรีรัมย์
  23. สถานี MG HITECH T&N Co.,Ltd. (นางรอง)
  24. สถานี MG รวมกิจ (นครพนม)
  25. สถานี MG Areemit (มหาสารคาม)
  26. สถานี MG ร่วมใจเอ็มจีเมืองเลย
  27. สถานี MG ร่วมใจเอ็มจีหนองบัวลำภู
  28. สถานี MG Deelert Auto Car (จ.อำนาจเจริญ)
  29. สถานี MG M2 Motorsports (จ.อุบลราชธานี)
  30. สถานี ESCAPE KHAO YAI HOTEL
  31. สถานี ROYCE Privata Residences ซอยสุขุมวิท 23
  32. สถานี บริษัท Eastern Group (ซอยโยธินพัฒนา 3 แยก 2)
  33. สถานี B AUTOHAUS (ถ.วิภาวดีรังสิต)
  34. สถานี Saksit Alloy Group
  35. สถานี บริษัท 909 มหาคุณ จำกัด

และสาขาล่าสุด ในวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา คือ สถานี Big C Extra ลาดพร้าว 2

PTT-OR-EV-Charging-Station

ปตท.

ผู้ค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ยังได้ปรับแผนธุรกิจ ลงมาให้บริการจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน ได้ดัดแปลงพื้นที่ปั้มน้ำมันส่วนหนึ่งให้เป็น สถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถ EV (PTT EV Charging Station) ด้วยกำลังไฟ 50 กิโลวัตต์/เครื่อง หัวชาร์จ DC รูปแบบ CCS Combo 2 และ CHAdeMO และหัวชาร์จ AC รูปแบบ Type 2 โดยสามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัวจ่าย ระหว่าง DC และ AC อีกทั้ง ยังมี EV Station ในรูปแบบ Normal Charge ที่เปิดให้บริการแล้ว 25 สถานี

ปัจจุบันมีจุดชาร์จไฟแบบ Quick Charge 5 แห่ง

  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาพหลโยธิน กม. 25 กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาวงแหวนกาญจนาภิเษก-ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาพัฒนาการ ขาออก กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาหนองแขม กรุงเทพฯ
  • สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาแยกหาดจอมเทียน พัทยา

จุดชาร์จไฟแบบธรรมดา 25 แห่ง ทั่วประเทศ

  1. สถานีบริการ สาขาแยกประชาอุทิศ-ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
  2. สถานีบริการ สาขาเอกมัย-รามอินทรา กรุงเทพฯ
  3. สถานีบริการ สาขาลาดพร้าว วังหิน กรุงเทพฯ
  4. สถานีบริการ สาขามัยลาภ กรุงเทพฯ
  5. สถานีบริการ สาขาประชาชื่น 2 กรุงเทพฯ
  6. สถานีบริการ สาขาบรมราชชนนี ขาเข้า กรุงเทพฯ
  7. สถานีบริการ สาขาราชพฤกษ์ 1 กรุงเทพฯ
  8. สถานีบริการ สาขาราษฎร์บูรณะ(ขาออก) กรุงเทพฯ
  9. สถานีบริการ สาขาทุ่งครุ กรุงเทพฯ
  10. สถานีบริการ สาขาพระราม 2 (ขาเข้า) กรุงเทพฯ
  11. สถานีบริการ สาขาพระราม 2 (ขาออก) กรุงเทพฯ
  12. สถานีบริการ สาขานวลจันทร์
  13. สถานีบริการ สาขาพุทธมณฑล สาย 4 จ.นครปฐม
  14. สถานีบริการ สาขาพุทธมณฑล สาย 5 จ. นครปฐม
  15. สถานีบริการ สาขาตำบลมาบข่า จ. ระยอง
  16. สถานีบริการ สาขาโรงแยกก๊าซ จ. ระยอง
  17. สถานีบริการ สาขาเมืองขอนแก่น จ. ขอนแก่น
  18. สถานีบริการ สาขาสารภี จ. เชียงใหม่
  19. สถานีบริการ สาขาสระบุรี จ. สระบุรี
  20. สถานีบริการ สาขาวังน้อย จ. อยุธยา
  21. สถานีบริการ สาขาบางปะอิน จ. อยุธยา
  22. สถานีบริการ สาขาวงแหวนตะวันตก (ขาเข้า) จ. ปทุมธานี
  23. สถานีบริการ สาขาแยกสันติสุข จ. ปทุมธานี
  24. สถานีบริการ สาขาคลองหลวง กม.6 จ. ปทุมธานี
  25. สถานีบริการ สาขาหาดใหญ่ใน (ขาออก) จ.สงขลา

PEA-VOLTA-EV-Charging-Station

แต่สำหรับใครที่ใช้ Smartphone ก็สามารถค้นหาจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าได้เช่นกัน ผ่านทาง Application ต่างๆ ได้ อาทิ

  • MG i-smart (App + Card) (ติดต่อศูนย์บริการ)
  • EA Anywhere
  • Greenlot (App + Card)
  • MEA EV
  • PEA Volta
  • PTT EV Station
  • To-U
  • EVolt (App + Card)
  • Sharge
  • B charge
  • PlugShare

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : *ข้อมูลสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนเมษายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปสถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือสถานีล่าสุด ได้ที่หน่วยงานผู้ให้บริการอีกครั้ง

Electric-Cars-In-Motorshow-2021

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแส “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) กำลังเป็นที่พูดถึงในบ้านเราอย่างมาก และในวงการยานยนต์โลก ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นรถที่แทบจะไม่มีมลพิษ ช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น จนค่ายรถทุกค่าย ต่างต้องรีบป้อนรถยนต์ไฟฟ้าในแบรนด์ของตัวเอง ออกมาขายกันยกใหญ่

และในงาน Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021) ที่จัดขึ้นในเวลานี้ รถพลังงานไฟฟ้ายอดฮิต คงต้องยกให้กับแบรนด์รถยนต์ของจีน และของยุโรปหลายๆ แบรนด์ ส่วนทางด้านค่ายญี่ปุ่น แม้จะมีข่าวการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าหลายค่ายจากเมืองนอก แต่ในไทยยังดูนิ่งเฉย (แทบทุกแบรนด์ยุ่น แทบจะไม่นำรถยนต์ไฟฟ้ามาโชว์) ในงานนี้

MR.CARRO ขอพาทุกท่านไปชม รถยนต์ไฟฟ้า ภายในงาน Motor Show 2021 จะมีรถรุ่นเด่นๆ ที่น่าสนใจ รุ่นไหนบ้าง? เราขอคัดมาให้ได้ดูกัน 12 รุ่นเลยครับ …

Nissan-Leaf-2021

Nissan Leaf

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

Nissan Leaf มาในราคาพิเศษ 1,499,000 บาท!

Lexus-UX300e-2021

Lexus UX 300 e

The New All-Electric Lexus UX 300e (เลกซัส ยูเอ็กซ์300อี) เปิดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของเลกซัส ภายใต้แบรนด์ “LEXUS ELECTRIFIED” ซึ่ง Lexus ประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 2019 เพื่อใช้เป็นกลยุทธ์ในการดำเนินงานของรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์เลกซัสทั่วโลก

โดย The New All-Electric Lexus UX 300e ยนตรกรรมรถยนต์ไฟฟ้า มีรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ภายในออกแบบอย่างปราณีต ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ล้ำสมัยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใครจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) ซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ การทรงตัวดีเยี่ยม

พร้อมด้วยระบบการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 201 แรงม้า อัตราเร่งแรง ดุดัน มีสมรรถนะอันทรงพลัง โดยระยะทางวิ่งได้สูงสุด 360* กม.ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)

และชาร์จแบบ Quick DC Charger 0-80% ได้ภายใน 50 นาที สำหรับการชาร์จแบบกระแสตรงผ่านการชาร์จด้วยเครื่องชาร์จ 50 กิโลวัตต์ ด้วยกำลังไฟ 125 แอมป์ โดยแบตเตอรี่มีขนาด 54 kWh

ราคาเริ่มต้นแค่ 3,490,000 บาท!

MG-EP-2021

MG EP

MG EP (เอ็มจี อีพี) รถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่กว้างขวางรองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของ โดดเด่นด้วยสมรรถนะของ EV เทคโนโลยีที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay

และสมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี (EV Technology) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ

สำหรับแบตเตอรี่ของ NEW MG EP เป็นลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที

ราคาสบายๆ เพียง 988,000 บาท!

ORA-Black-Cat-2021

ORA Black Cat

ORA Black Cat (โอร่า แบล็ค แคท) หรือ ORA R1 ชื่อรุ่นที่ใช้ในตลาดจีนว่า “黑猫” (แปลว่า แมวดำ) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ A-Segment พัฒนาขึ้นภายใต้ ME Platform ใช้เวลาพัฒนามากกว่า 10 ปี กับ 500 ผู้เชี่ยวชาญในการ R&D ด้วยรูปทรงแบบย้อนยุค แต่ก็ดูเรียบง่ายดีไซน์สุดโดดเด่นที่เกิดจากการจับคู่สีภายนอก 12 แบบ และภายใน 8 แบบ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความงามทันสมัยสไตล์นากาจิม่า ประเทศญี่ปุ่น สุดล้ำด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ iFLYTEK และการอัพเกรดระยะไกล FOTA สบายตาด้วยหน้าจอความละเอียดสูงขนาดใหญ่ถึง 9 นิ้ว

สบายใจกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 400 กิโลเมตร ในพื้นที่ห้องโดยสารกว้างใหญ่ พร้อมด้วยแพลตฟอร์มสุดพิเศษ ME ให้ทั้งความปลอดภัยและสามารถเชื่อถือได้

อ่านเพิ่มเติม >> ORA R1 รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ราคาถูกสุดในโลก ชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ 301-405 กม. บุกไทยเร็วๆ นี้!

สำหรับในไทย ตอนนี้เป็นเพียงการนำรถรุ่นพวงมาลัยซ้าย จากประเทศจีนมาโชว์เท่านั้น ยังไม่เปิดราคาครับ

ORA Good Cat

ORA Good Cat (โอร่า กู๊ด แคท) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรรี่รุ่นแรกที่ Great Wall Motors จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ถือเป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ ทั้งในสื่อต่างๆ และทุกช่องทางออนไลน์ 

ORA GoodCat จะเข้ามาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาสร้างมาตรฐานใหม่ ทั้งในด้านคุณภาพอันเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ครบครัน และดีไซน์ที่ล้ำสมัยแนวเรโทร Futuristic อันน่ารัก

อ่านเพิ่มเติม >> ซื้อมั้ย? เปิดสเปก ORA Good Cat 2021 รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีน ก่อนขายจริง พร้อมราคาในไทย!

สำหรับในไทย ตอนนี้เป็นเพียงการนำรถรุ่นพวงมาลัยซ้าย จากประเทศจีนมาโชว์เท่านั้น ยังไม่เปิดราคาครับ

Hyundai-Kona-Electric-2021

Hyundai Kona Electric

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอด DNA ความเป็น SUV ได้อย่างลงตัว ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์สปอร์ตแบบแยกตำแหน่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบทึบ ที่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารพร้อมพื้นที่จุสัมภาระรวมถึง 373 ลิตร (VDA) นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบปรับอุณภูมิอุ่น-เย็น อีกด้วย

ใช้แบตเตอรี่ที่ให้พลังงานมากถึง 64 kWh พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที และวิ่งไปได้ไกลสูงสุดถึง 482 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ส่วนระบบเบรกยังได้ถูกปรับให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ ในรูปแบบของ Regenerative Breaking System

เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

Porsche-Taycan-Turbo-S-NaRaYa-2021

Porsche Taycan

Porsche Taycan (ปอร์เช่ ไทคานน์) ใหม่ สุดยอดรถสปอร์ตซาลูนพลังงานไฟฟ้า 4 ประตู คันแรกจากปอร์เช่ ซึ่งรถไฮไลท์ในงาน เป็นการร่วมกับ  นารายา (NaRaYa) ซึ่งเป็นเเบรนด์ของคนไทยที่สรรค์สร้างทุกลวดลายมาจากหัวใจ ดังเช่นลายช้างเครื่องทรงเเละผ้าไหมสีทองอร่ามปลิวไสว ถือกำเนิดขึ้นพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และทางเลือกจากแบตเตอรี่ 2 ขนาดความจุ ได้แก่ขนาดมาตรฐาน และ Performance Battery

รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า Entry-Level คันใหม่ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) เมื่อทำงานใน Overboost Mode และ Launch Control ส่วนในรุ่น อุปกรณ์พิเศษ Performance Battery Plus กำลังสูงสุดกว่า 476 แรงม้า (350 กิโลวัต์) สำหรับการทำงานในโหมดปกติ ให้กำลังที่ 326 แรงม้า (240 กิโลวัตต์) หรือ 380 แรงม้า (280 กิโลวัตต์) ตามลำดับ

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. ทั้ง 2 ขนาดความจุแบตเตอรี่ ขณะที่สามารถรองรับการประจุพลังงานได้สูงสุดที่ 225 กิโลวัตต์ (Performance Battery) หรือ 270 กิโลวัตต์ (Performance Battery Plus) หมายความว่าแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขนาด จะใช้ระยะเวลาในการชาร์จพลังงานจาก 5 – 80% ในสภาวะการชาร์จไฟปกติ เพียง 22.5 นาที

ในฐานะสมาชิกรายล่าสุดของตระกูลรถสปอร์ตไฟฟ้า Taycan จึงออพชั่นที่จะตามมาในรุ่นอื่น หลังจากการปรับโฉม หนึ่งในอุปกรณ์พิเศษที่โดดเด่นคือหน้าจอ แสดงผล Colour Head-Up Display ซึ่งสามารถฉายข้อมูลตรงไปยังระดับสายตาของผู้ขับขี่ โดยแบ่งการแสดงผลได้ทั้งในส่วน Main Display Section, Status Section และพื้นที่แสดงข้อมูลชั่วคราว เช่น สายโทรศัพท์เรียกเข้า หรือการสั่งงานด้วยเสียง Voice Control Commands

รวมทั้งผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอระบบนำทาง Navigation Display มาตรวัดพลังงาน Power Meter และข้อมูลอื่นที่จำเป็น พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ ราคาเริ่มต้น 6,190,000 บาท

Mini-Electric-2021

Mini Electric

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

มาในราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

Audi-RS-e-Tron-GT-2021

Audi RS e-tron GT quattro

Audi RS e-tron GT quattro (อาวดี้ อาร์เอส อีทรอน จีที ควอทโทร) ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู จากค่าย Audi ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่เพิ่งเปิดตัวผ่าน Online World Premier ของ AUDI AG เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในไทยก็สั่งนำเข้ามาให้ชม (และขาย) กันเลย

ตัวรถภายนอก สวยงาม โฉบเฉี่ยว ล้อ 21 นิ้ว ดิสก์เบรกหน้า-หลัง เคลือบ Tungsten Carbide (ทังสเตนคาร์ไบด์) พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดง ชุดตกแต่งภายนอกแบบ Black Package พร้อมตกแต่งกระจกมองข้างด้วยสีดำ และตกแต่งกระจังหน้าด้วยสี Glossy Black

มาพร้อมระบบควบคุมการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้พละกำลังสูงถึง 646 แรงม้า ใน Boost Mode แรงบิดสูงสุด 830 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.3 วินาที ใน Boost Mode ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. สามารถขับได้ไกลถึง 504 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ทดสอบตามมาตรฐาน NEDC)

ส่วนภายใน ออกแบบตามแบบฉบับของ Audi Sport จัดวางตำแหน่งที่นั่งอันชาญฉลาด ส่งผลให้พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งได้สบาย ห้องโดยสารตกแต่งด้วยลาย Matte Carbon Twill ด้านข้างของคอนโซลกลางหุ้มหนัง Alcantara สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ที่วางแขนข้างประตูหุ้มหนัง Fine Nappa ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sports Pro ตกแต่งแบบ Honeycomb พร้อมฟังก์ชั่นระบายอากาศ และนวด สำหรับเบาะนั่งคู่หน้า

พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ All-wheel Steering สปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง Alcantara พร้อมสัญลักษณ์ RS และพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง โดยด้านหน้าความจุ 85 ลิตร ด้านหลัง 350 ลิตร เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ ด้วยระบบแสดงข้อมูล Head-up Display

สำหรับ Audi e-tron GT รุ่นที่ 3 ที่ทาง อาวดี้ ประเทศไทย นำเข้ามาจำหน่าย พร้อมข้อเสนอราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 6,390,000 บาท สำหรับรุ่น e-tron GT quattro ส่วน e-tron GT quattro Performance ราคาเพียง 6,790,000 บาท และรุ่นท็อปสุดตามรายละเอียดด้านบน คือ RS e-tron GT quattro เปิดตัวในราคาเพียง 9,490,000 บาท พร้อมออฟชั่นจัดเต็ม คุ้มค่าอย่างแน่นอน

Audi-e-tron-Sportback-2021

Audi e-tron Sportback

Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบค) นำเข้ามาประเทศไทยเป็นโมเดลที่ 2 เปิดตัวกันที่งาน Motor Expo 2020 สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Audi ที่ว่า “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % คือ อนาคต” และสะท้อนปรัชญาพื้นฐาน “Vorsprung Durch Technik” โดยมีความสมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี สมรรถนะอันยอดเยี่ยม

มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) และมีระยะทางที่วิ่งถึง 463 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง

ในราคาจับต้องได้ เพียง 5,299,000 บาท!

Tesla-Model-3-2021

Tesla Model 3

Tesla Model 3 (เทสลา โมเดล 3) รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ขายกันหลายรุ่นเลยทีเดียว

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Range, Standard Range Plus และ Long Range ขนาด 54 kWh, 62 kWh และ 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor) และ 4.4 วินาที (Dual Motor) ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. (Single Motor) และ 233 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 354 กิโลเมตร (Single Motor) และ 518 กิโลเมตร (Dual Motor) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

ราคาพิเศษเพียง 3,290,000 บาท! จองในงานพร้อมรับฟรี Wall box (แท่นชาร์จ) จาก Tesla มูลค่ากว่า 5 หมื่นบาท

Takano-TTE-RS-2021

Takano

Takano (ทากาโน่) TTE500 นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในงาน Motor Show 2021 ก็ว่าได้ โดยรถกระบะไฟฟ้าขนาดจิ๋วคันนี้ พาคุณไปได้ทุกที่ สามารถรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากถึง 300 กิโลกรัม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 12V 125 แอมป์ ขนาด 6 ลูก ใต้พื้นกระบะหลัง และเครื่องยนต์เบนซินขนาดจิ๋วช่วยปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ 100-120 กิโลเมตร โดยใช้เงินเพียง 30 บาท และทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม.

มาในราคา 499,000 บาท!

ส่วนของ Volvo XC40 Recharge Pure Electric (วอลโว่ เอ็กซี 40 รีชาร์จ เพียว อิเล็กทริค) รถ SUV พลังไฟฟ้า วางขุมพลัง P8 AWD ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหน้าและหลัง ที่เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2021 (มอเตอร์โชว์ 2021) ในราคา 2,590,000 บาท แล้วก็จริง แต่ในงานนี้ ยังไม่มีรถมาโชว์ครับ!

หากช่วงนี้ใครกำลังมองหาที่ขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ฮ่า ถ้าจะให้ผมพูดถึงชื่อ Wuling (วู่หลิง) หลายคนอาจจะงง แบรนด์นี้ คือสินค้าอะไรของจีน!?! ขนม? กระเป๋า? รองเท้า? ไม้ตียุง? หรือไฟ LED? … ไม่ใช่เลยครับ เพราะแบรนด์นี้ ผลิตรถยนต์ขายครับ!

Wuling ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ 3 ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ SAIC Motor, General Motors (GM) และ Liuzhou Wuling Motors

ถ้าใครที่ติดตามข่าวสารยานยนต์มานานสักหน่อย อาจจะพอนึกว่าบ้างว่า รถจากค่ายนี้ บริษัท พี วี เอ มอเตอร์ 2056 จำกัด เคยนำเข้ารถรุ่น Wuling Scorpian (วู่หลิง สกอร์เปี้ยน) ซึ่งเป็นรถในรูปแบบกระบะขนาดเล็ก (หรือรถกระป๊อนั่นเอง) และรุ่นอื่นๆ มาขายในไทยได้สักพัก แล้วก็หายไป …

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

เอาล่ะ เข้าประเด็นที่เราจะนำเสนอกันดีกว่า … สำหรับ Wuling Hongguang Mini EV (วู่หลิง ฮงกวง มินิ อีวี) หรือ 五菱宏光 ในภาษาจีน เริ่มจำหน่ายในจีนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2020 ที่ผ่านมา คิดเป็นเงินไทยราคาอยู่ที่แสนกว่าบาท จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กพร้อมห้องโดยสารนั่งได้ 4 ที่นั่ง ดีไซน์เรียบง่าย ออกแบบมาสำหรับใช้งานในเมืองโดยเฉพาะ มีมีน้ำหนักเบาเพียง 665 – 705 กิโลกรัม

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ด้วยมิติตัวรถยาว 2,917 มม. ความกว้าง 1,493 มม. ความสูง 1,621 มม. และระยะฐานล้อ 1,940 มม.

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบได้เรียบง่าย ช่องแอร์มีขนาดยาว พร้อมเบาะผ้า มีอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ เช่น แอร์ วิทยุ กระจกไฟฟ้า เกียร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้หมุนไป-มา ในการเปลี่ยน

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ชูจุดเด่นด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 741 ลิตร เมื่อพับเบาะนั่งแถวหลังลง สามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาด 26 ลิตร จำนวน 2 ใบ หรือรถเข็นเด็กได้อย่างสบาย โดยมีจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX บริเวณเบาะนั่งแถวที่ 2 มาให้

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ส่วนระบบขับเคลื่อน มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 17 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง ขณะที่แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์มีขนาด 9.3 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6.5 ชั่วโมง) สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 13.9 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 9 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 170 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ให้เลือก

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ส่วนระบบเบรก มาพร้อมระบบเบรก ABS และ EBD เป็นมาตรฐาน และเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง ติดตั้งมาให้พร้อม

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

ไม่ใช่เรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์แต่ประการใด เพราะตลาดจีนนี่ถือว่ามีความต้องการสูงมาก เพราะพบเมืองมีมากที่สุดในโลก ถ้าสินค้าชิ้นไหนที่ทำออกมาถูกและดี (แบบเดียวกับสโลแกนร้านฟู้ดแลนด์!) ก็สามารถทำยอดจำหน่ายพุ่งกระฉูดในจีนได้ไม่ยากเลย

สำหรับราคาจำหน่าย เริ่มต้นที่ 28,800 หยวน (ประมาณ 130,000 บาท) ถึง 38,800 หยวน (ประมาณ 180,000 บาท)

โดย Wuling Hongguang Mini EV ในเดือนมกราคม 2021 สร้างยอดขายได้สูงถึง 25,778 คัน เมื่อเทียบกับ Tesla Model 3 ที่ทำยอดขายในจีนได้เพียง 13,843 คันเท่านั้น!

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021-EVTG

ภาพจาก EVTG : EVeryThing’s Good

สำหรับในไทยเองนั้น Wuling Hongguang Mini EV ตอนนี้ได้มีผู้จำหน่ายอิสระ ÖKO Automobile สั่งนำเข้ารุ่นพวงมาลัยซ้าย เข้ามาขายในบ้านเราแล้ว สนนราคาเริ่มต้นที่ 369,000 บาท! (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% และ ยังไม่รวมค่าจดทะเบียน 3,000 – 5,000 บาท)

มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ สีขาว, ฟ้า, ชมพู และสีทอง อีกทั้งยังพร้อมรับซื้อรถคืนภายใน 5 ปี ด้วย! แต่ทั้งนี้ ราคาขึ้นอยู่กับสภาพรถ

และยังได้มอบรถให้กับ EVTG : EVeryThing’s Good ของทาง อตก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) ในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้เป็น Smart Mobile Market สำหรับนำส่งผลไม้พรีเมี่ยมจากตลาด อตก. ถึงมือผู้บริโภคด้วยครับ

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021-EVTG

ภาพจาก EVTG : EVeryThing’s Good

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

10-EV-Cars-Built-In-USA-Joe-Biden

Joe Biden (โจ ไบเดน) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 46 ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มกราคม ก็เริ่มทำงานเพื่อประเทศชาติทันที เริ่มตั้งแต่การสะสางปัญหา ที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่แล้วอย่าง Donald Trump (โดนัลด์ ทรัมป์) สร้างเอาไว้กับชาวโลก รวมถึงเดินหน้าทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ล่วงหน้าทันที ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Green Economy หรือเศรษฐกิจพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่าน โจ ไบเดน ได้ประกาศต่อสื่อว่า มีแพลนที่จะเปลี่ยนรถยนต์ของหน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมด เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาด้วยแรงงานของคนอเมริกันเท่านั้น นี่ถือเป็นนโยบายใหม่ที่อยู่ภายใต้แผน Buy American ที่เป็นคำสั่งของประธานาธิบดีโดยตรง (Executive Order) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

 

การประกาศของไบเดนในครั้งนี้ ทาง The Verge สื่อของสหรัฐฯ ถือว่าเป็นข่าวดีของค่ายรถยนต์ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ อย่าง Tesla, Rivian และ Lordstown รวมถึงค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง Ford และ General Motors (GM) ที่กำลังลงทุนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในตอนนี้

เรามาดูกันว่า 10 รถยนต์ไฟฟ้าผลิตใน USA ที่คนอเมริกัน และ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกใจ จะมีรุ่นไหนบ้าง …..

Chevrolet-Bolt-EV-2021

1. Chevrolet Bolt EV

Chevrolet Bolt EV (เชฟโรเลต โบลท์ อีวี) รถแฮทช์แบค Sub-Compact พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของ Chevrolet ที่พัฒนามาจากรถต้นแบบในปี 2015 ก่อนจะขายจริงในปี 2016

ก่อนจะปรับโฉมเนอร์เชนจ์ในปีที่ผ่านมา ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ที่ 37,495 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ในเริ่มต้นอย่างรุ่น LT ซึ่งทางรัฐบาลสหรัฐฯ ช่วยอุดหนุนเพิ่มเติม ราคาของรถจึงลงมาอยู่ที่ 30,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ และ 41,895 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ในรุ่น Top อย่าง Premier

สำหรับรุ่นไมเนอร์เชนจ์นี้ ชุดแบตเตอรี่ ทาง LG Chem ซึ่งเป็นผู้ผลิตให้ GM ได้เปลี่ยนส่วนผสมทางเคมีในเซลล์แบตเตอรี่ให้ความหนาแน่นของประจุไฟฟ้ามากขึ้น จึงเพิ่มระยะทางการขับได้อีก 10% เป็น 417 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง หรือระยะทางเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 34 กม. ซึ่งตัวเลขนี้คิดจากใช้งานจริงตามมาตรฐาน EPA ส่วนการชาร์จปกติ ใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 9 ชั่วโมง แต่ถ้าชาร์จผ่านสถานีชาร์จ DC Fast ใช้เวลาชาร์จ 30 นาที สามารถให้ระยะทางวิ่งได้มากถึง 145 กิโลเมตร

สำหรับ Chevrolet Bolt EV ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 266 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-60 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที

Tesla-Model-3

2. Tesla Model 3

Tesla Model 3 (เทสลา โมเดล 3) รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก แบบ Compact Car รุ่นปรับปรุงใหม่ในปี 2021 เพิ่มสมรรถนะโดยรวมของตัวรถ กับระยะทางวิ่งตั้งแต่ 20 – 50 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งในแต่ละรุ่นย่อย ทั้งรุ่น Standard Range Plus, Long Range และ Performance

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบขนาด 54 kWh (รุ่น Standard Range Plus), 62 kWh (รุ่น Performance) และ 75 kWh (รุ่น Long Range)

ให้อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor) และ 4.4 วินาที (Dual Motor) ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. (Single Motor) และ 233 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 423 กิโลเมตร (Single Motor), 569 กิโลเมตร (Dual Motor) (เพิ่มขึ้นจากเดิม 50 กิโลเมตร) และรุ่น Top สุด 507 กิโลเมตร (Dual Motor) (เพิ่มขึ้นจากเดิม 26 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

Tesla-Model-S-Plaid-2021

3. Tesla Model S Plaid

Tesla Model S (เทสล่า โมเดล เอส) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ที่เปิดตัวมานานแล้วเหมือนกัน นับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2555 แต่ก็มีการปรับปรุงอะไรมาโดยตลอด และล่าสุดทาง Elon Musk (อีลอน มัสก์) ได้ประกาศแล้วว่าจะสร้าง Tesla Model S Plaid รุ่นใหม่ และสามารถเล่นเกม Cyberpunk 2077 ในรถได้ด้วย ออกจำหน่ายในเดือนมีนาคมนี้

ขุมพลังของ Tesla Model S Plaid บอกเลยว่าไม่ธรรมดา! มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 100 kWh กับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว บนระบบขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive ให้กำลังสูงสุด 1,020 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ได้น้อยกว่า 2 วินาที! (ส่วน 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 2.1 วินาที) ทำความเร็วได้สูงสุด 320 กม./ชม. ถือว่าเร็วกว่า Supercar หลายรุ่นทีเดียว! สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 627 – 836 กิโลเมตร

ราคาของ Tesla Model S Long Range อยู่ที่ 79,990 ดอลลาร์สหรัฐฯ, Model S Plaid อยู่ที่ 119,990 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน Model S Plaid+ อยู่ที่ 139,990 ดอลลาร์สหรัฐฯ

Tesla-Model-X-2021

4. Tesla Model X

Tesla Model X (เทสล่า โมเดล เอ็กซ์) รถ SUV หรูพลังงานไฟฟ้า แม้ว่าจะออกมาตั้งแต่ปี 2015 แล้ว แต่ก็ยังมีการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอด ตัวรถออกแบบโดย Franz von Holzhausen

ขุมพลังเป็นแบบ Dual Motor ระบบขับเคลื่อนแบบ AWD ในรุ่น Long Range มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 335 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม. และยังมีรุ่น Plaid ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังสูงถึง 1,020 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.6 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 262 กม./ชม. อีกด้วย!

มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 100 kWh ให้ระยะทางวิ่ง 547 กิโลเมตร (Plaid) และ 580 กิโลเมตร (Long Range) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Tesla-Model-Y-2021

5. Tesla Model Y

Tesla Model Y (เทสล่า โมเดล วาย) เป็นรถที่เข้ามาเติมเต็มความหมายของคำว่า S E X Y ตามแบบฉบับของ Elon Musk (แม้ว่ารุ่น E จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Model 3 ไปก็ตาม) จัดให้เป็นรถในกลุ่ม CUV (Crossover Utility Vehicle) หรือ Crossover SUV ขนาด Compact 5+2 ที่นั่ง แบบเดียวกับ Tesla Model 3 แต่ยกสูงกว่า มีขอบซุ้มล้อสีดำ และเพิ่มออพชั่นเป็นเบาะแถว 3 ให้อีก 2 ที่นั่ง ในราคา 41,990 – 59,990 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบขนาด 54 kWh (รุ่น Standard Range Plus), 62 kWh (รุ่น Performance) และ 75 kWh (รุ่น Long Range)

ให้อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor), 4.8 วินาที (Dual Motor – Long Range) และ 3.5 วินาที (Dual Motor – Perfomance) ทำความเร็วได้สูงสุด 193 – 209 กม./ชม. (Single Motor) และ 217 – 241 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 370 – 482 กิโลเมตร (Single Motor), 450 – 482 กิโลเมตร (Dual Motor) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

Ford-Mustang-Mach-E-2021

6. Ford Mustang Mach E

Ford Mustang Mach-E (ฟอร์ด มัสแตง มาร์ช อี) รถ Crossover SUV ขนาด Compact ใช้พลังงานไฟฟ้า ที่หวนนำชื่อรุ่น และชื่อเสียงของรถสปอร์ตรุ่นดังของ Ford อย่าง Mustang (มัสแตง) มาใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า แม้ว่าแฟนๆ มัสแตงพันธุ์แท้ อาจไม่ถูกใจสิ่งนี้ก็ตาม แต่จากยอดจองหลายหมื่นคัน ก็สามารถพิสูจน์ได้เหมือนกันว่า ชื่อ Mustang นี้มีผลจริงๆ … ในราคา 42,895 – 60,500 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

การออกแบบภายนอก ยังคงเอกลักษณ์ครบถ้วนแบบใน Mustang รุ่นต้นตำหรับ โดยเฉพาะชุดไฟท้ายทรงตั้ง 3 ช่อง ตัวรถพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มใหม่ GE2 (Global Electrified 2) ส่วนภายในห้องโดยสาร ดูล่ำยุค แต่จอ Tablet ขนาด 15.5 นิ้ว บริเวณคอนโซลกลาง ดูใหญ่จนน่ารำคาญไปหน่อย แต่ก็ง่ายต่อการใช้งาน

ขุมพลัง มีทั้งรุ่นขับหลัง และรุ่นขับสี่ล้อ All Wheel Drive ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเริ่มต้นในรุ่น Select ให้กำลังสูงสุด 255 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ให้ระยะทางวิ่งได้ 370 – 388 กิโลเมตร

ในรุ่น Premium ให้กำลังสูงสุด 281 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ให้ระยะทางวิ่งได้ 483 กิโลเมตร, ในรุ่น Premium AWD ให้กำลังสูงสุด 333 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 563 นิวตัน-เมตร ชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ให้ระยะทางวิ่งได้ 435 กิโลเมตร

และรุ่น Top สุด อย่าง Mach E GT ให้กำลังสูงสุด 459 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 828 นิวตัน-เมตร ชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ให้ระยะทางวิ่งได้ 378 กิโลเมตร กับอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ที่ 3.8 วินาที!

ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 75.7 kWh, 98.8 kWh รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 38 นาที

Nissan-Leaf-USA-2021

7. Nissan Leaf

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจำหน่ายอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯ ซึ่งผลิตในที่โรงงานในเมือง Smyrna รัฐ Tennessee มีราคาอยู่ที่ 31,620 – 43,920 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 239 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรุ่นพลังแรง Plus ให้กำลังสูงสุด 214 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 338 นิวตัน-เมตร สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 346 – 363 กิโลเมตร

ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที และขนาดความจุ 62 kWh เป็นต้น

GMC-Hummer-EV-2022

8. GMC Hummer EV

GMC Hummer EV (จีเอ็มซี ฮัมเมอร์ อีวี) การกลับมาครั้งใหม่ สร้างเสียงฮือฮาสำหรับคนชอบรถ Off-Road ได้พอสมควร แม้ว่าจะมาในฐานะแบรนด์ย่อยของ GMC ก็ตาม ตัวรถยังคงเหมือนรุ่นดั้งเดิม เรียบง่ายแต่ทันสมัย ส่วนห้องโดยสารภายใน ออกแบบได้ล้ำยุค แต่ก็ยังคงความเหลี่ยมอันเป็นเอกลัษณ์ของ Hummer ไว้ครบถ้วน โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 112,595 ดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับจุดเด่นอย่างหนึ่งของรถรุ่นนี้ คือระบบ Hummer’s UltraVision ติดตั้งกล้องไว้รอบคันรถถึง 18 มุมมอง มีตั้งแต่ “ตัวตรวจจับเสมือน” ไปจนถึงกล้องใต้ท้องเครื่องยนต์ เพื่อช่วยหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

ขุมพลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว ให้กำลังรวมประมาณ 1,000 แรงม้า และแรงบิดประมาณ 15,591 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่วนอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ในเวลาประมาณ 3 วินาที เมื่อใช้ระบบ Launch Control “Watts to Freedom” สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 563 กิโลเมตร เมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

Rivian-R1T-2021

9. Rivian R1T

Rivian R1T (ริเวียน อาร์ 1 ที) จัดเป็นค่ายรถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน จัดเป็นรถกระบะพลังงานไฟฟ้าคันแรกของโลก ที่ได้รับการพูดถึงมากสุดในอเมริกาทีเดียว ตัวรถภายนอกดูเรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าแบบ Stadium ซึ่งเป็น Design Language ของริเวียนต่อไปทุกรุ่นในอนาคต ซึ่ง Rivian R1T มีแพลนจำหน่ายอย่างเป็นทางการช่วงกลางปีนี้ ในราคาเริ่มต้น 75,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

ส่วนห้องโดยสารภายใน คงความทันสมัยและแฝงความคลาสสิกอย่างไม้เข้าไปด้วย เน้นความทนทาน ทำความสะอาดง่าย มาตรวัดบริเวณหน้าปัดขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว และจอบอกข้อมูลรถยนต์ขนาด 15.6 นิ้ว ใหญ่สะใจ

ขุมพลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัว ขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive ให้กำลังตัวละ 197 แรงม้า X 4 พร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 105 kWh ให้กำลังสูงสุด 402 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 699 นิวตัน-เมตร สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 370 กิโลเมตร เมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

และแบตเตอรี่ความจุ 135 kWh ให้กำลังสูงสุด 753 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1398 นิวตัน-เมตร สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 482 กิโลเมตร เมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง กับรุ่น Top สุด แบตเตอรี่ความจุ 180 kWh จำกัดกำลังสูงสุดไว้ที่ 700 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1398 นิวตัน-เมตร สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 643 กิโลเมตร เมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ทุกรุ่นจำกัดความเร็วไว้ที่ 201 กม./ชม.

Lordstown-Endurance-2021

10. Lordstown Endurance

Lordstown Endurance (ลอร์ดทาวน์ เอ็นดูรานซ์) จากบริษัทสตาร์ทอัพหน้าใหม่ Lordstown Motors ที่ทำรถกระบะไฟฟ้าออกมาขาย หลังจากที่ระดมทุนมาได้มากพอสมควร ที่มาของชื่อแบรนด์ คือใช้โรงงานเก่าของ GM ในเมืองลอร์ดสทาวน์ รัฐ Ohio เป็นฐานการผลิต

รุ่นนี้ระบบขับเคลื่อนที่อาจต่างไปจากรถยนต์ไฟฟ้าค่ายอื่นหน่อย เพราะติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่ล้อทั้ง 4 แบบ “In-Wheel Hub Motor” แทนการใช้มอเตอร์หมุนเพลา มีชิ้นส่วนน้อยลง บำรุงรักษาง่ายกว่า และยังคุมรถได้ดีขึ้นด้วย จากการใช้ระบบกระจายแรงบิดทั้ง 4 ล้อ

ตัวรถภายนอกดูเรียบง่าย เน้นความเปลี่ยมสัน แข็งแกร่ง มาในราคาเริ่มต้น 52,500 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

ขุมพลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัว ขับเคลื่อนแบบ 4 Hub Electric Motors รวมกำลังได้สูงสุด 600 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 109 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 320 กิโลเมตร เมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ใช้เวลาในการชาร์จราว 10 ชั่วโมง องรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 50 นาที – 1.50 ชั่วโมง และจำกัดความเร็วไว้ที่ 128 กม./ชม.

ส่วนถ้าใครอยากขายรถเพื่อนำเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Toyota-RAV4-EV-History

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา หากคุณเป็นคนสนใจในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า คุณอาจเห็นข่าวที่ Akio Toyoda (อากิโอะ โตโยดะ) ประธาน และ CEO บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นหลานของผู้ก่อตั้งแบรนด์รถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดแบรนด์หนึ่งในโลก ตอบคำถามเกี่ยวกับการวางแผนด้านรถยนต์ไฟฟ้า และกำลังสนใจในเรื่องการประเมินมูลค่าของอย่าง Tesla (เทสล่า) ว่า

“ถ้าให้เทียบ (Tesla) กับร้านอาหาร ตอนนี้ก็มีแค่ “ครัว” กับ “เชฟ” ซึ่งทั้งครัวและเชฟ ยังไม่ได้สร้างธุรกิจในโลกแห่งความเป็นจริงได้ สิ่งที่ Tesla ทำ คือการนำเสนอสูตรอาหาร ส่วนตัวเชฟก็พยายามพูดว่า สูตรของเรานั้นจะกลายเป็นมาตรฐานของโลกในอนาคต ผมคิดว่านั่นคือภาพของธุรกิจที่ Tesla กำลังทำอยู่”

— พูดง่ายๆ คือ Toyota มองว่า Tesla เป็นร้านอาหารที่พยายามโปรโมทสูตรของตัวเอง ส่วน Toyota เป็นร้านอาหารที่มีลูกค้ามากอยู่แล้ว

นั่นทำให้คนที่สนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้านั้น ออกมารุมสับ Toyota กันเยอะพอสมควร ว่า Toyota กลัวเสียผลประโยชน์จากตลาดรถยนต์ที่ใช้น้ำมันสันดาปภายใน หรือตลาดรถยนต์ไฮบริด ซึ่งตัวเองอาจไม่พร้อมในด้านรถยนต์ไฟฟ้า จึงออกมาพูดเชิงสกัดดังกล่าว

Toyota-Prius-1997

แต่ครั้งหนึ่ง Toyota เคยได้ชื่อว่า เป็นผู้พัฒนา และสามารถผลักดันให้รถยนต์ไฮบริด อย่าง Toyota Prius (โตโยต้า พรีอุส) จำหน่ายได้จริงเป็นครั้งแรกในโลก เมื่อเดือนตุลาคม 1997 นั่นทำให้ค่ายรถทั่วโลก ต่างเริ่มตื่นตัว ในการนำแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า มาใช้เป็นแหล่งพลังงานในรถยนต์กันมากขึ้น

และรถยนต์ไฟฟ้าก็เช่นเดียวกัน หลายคนอาจลืมไปว่า Toyota นี่ก็เป็นค่ายรถยนต์เจ้าแรกๆ ในโลก ที่สามารถผลักดันให้รถยนต์ไฟฟ้า ออกมาในตลาดโลกได้ตั้งแต่ช่วงปลายยุค 90 ด้วยเช่นกัน

ใช่ครับ ผมกำลังจะเล่าถึงประวัติ Toyota RAV4 EV (โตโยต้า ราฟโฟร์ อีวี) ที่ครั้งหนึ่งโตโยต้าเคยสร้างขึ้นมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จครับ

Toyota-EV50-1992

ในปี 1992 Toyota ได้เผยโฉมรถต้นแบบ Toyota EV50 ซึ่งเป็นรถต้นแบบ (ของ Toyota RAV4) ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า จากมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่แบบตะกั่วและกรด

Toyota-RAV4-EV-1995

จุดเริ่มต้น … ในวันที่ 3 กรกฎาคม 1995 Toyota เริ่มประกาศการวางแผนวิจัยและพัฒนา Toyota RAV4 EV ล่วงมาจนถึงในวันที่ 5 สิงหาคม รถยนต์ต้นแบบ Toyota RAV4 EV ที่พัฒนาขึ้น ได้ชนะเลิศในการแข่งขัน Scandinavian Electric Car Rally ที่จัดการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าเป็นรายการแรกของโลก

Toyota-RAV4-EV-1996

ในที่สุด … วันที่ 22 กรกฎาคม 1996 Toyota ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Toyota RAV4 L EV (ECA10) รุ่น 3 ประตู รุ่นใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นครั้งแรก ซึ่งได้รับการพัฒนามาจาก Toyota RAV4 ที่เป็นรถแบบ Compact SUV รุ่นแรกที่ Toyota ผลิตจำหน่าย พร้อมเริ่มจำหน่ายในวันที่ 1 กันยายนปีเดียวกัน ผ่านทางเครือข่ายจำหน่าย Corolla ในภูมิภาคคันโต, โตไก และกินกิ ด้วยยอดขายที่ตั้งไว้ 100 คัน/ปี ในราคา 4,950,000 เยน

มิติตัวรถมีขนาดยาว 3,565 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,620 มม. ระยะฐานล้อ 2,200 มม. น้ำหนักตัวรถ 1,460 กิโลกรัม

Toyota-RAV4-EV-1996

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 61 แรงม้า ที่ 2,600 – 8,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 165 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,600 รอบ/นาที พ่วงกับแบตเตอรี่ ขนาด 95 A.h/5HR แบบ Nickel-Metal Hydride ผ่านแบตเตอรี่ที่เก็บไฟมากถึง 24 ลูก (หรือ 27kWh) โดยมีจุดชาร์จอยู่ที่บริเวณแก้มรถด้านขวา ตัวจุดชาร์จไฟได้พัฒนาขึ้นโดย Yazaki Corporation พร้อมส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ

สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 125 กม./ชม. และให้ระยะทางวิ่ง 215 กิโลเมตร (ตามมาตรฐานโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น) ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

Toyota-FCEV-1-1996

ในเดือนตุลาคม 1996 Toyota เริ่มแนะนำเจ้า RAV4 รุ่น 5 ประตู ในรูปแบบรถต้นแบบ FCEV-1 ซึ่งเป็นรถยนต์ Fuel Cell EV ที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนสร้างกระแสไฟฟ้า ปลอดมลพิษ

ในเดือนมีนาคม 1997 Toyota เริ่มแนะนำระบบ Hybrid ให้ชาวโลกได้รู้จัก

Toyota-RAV4-EV-1997

ต่อมา … Toyota RAV4 L V EV (BEA11) ได้เปิดตัวรุ่น 5 ประตู อย่างเป็นทางการสู่ชาวโลกอีกครั้งในวันที่ 6 ตุลาคม 1997 โดยผลิตขึ้นที่โรงงาน Tahara ในเมือง Aichi

ก่อนจะเปิดตัว Toyota Prius ตามหลังมาในวันที่ 15 ตุลาคม 1997 ที่งาน Tokyo Motor Show 1997

มิติตัวรถมีขนาดยาว 3,980 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,675 มม. ระยะฐานล้อ 2,410 มม. น้ำหนักตัวรถ 1,540 กิโลกรัม

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 67 แรงม้า ที่ 3,100 – 4,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 1,500 รอบ/นาที พ่วงกับแบตเตอรี่ ขนาด 95 A.h/5HR แบบ Nickel-Metal Hydride ผ่านแบตเตอรี่ที่เก็บไฟมากถึง 24 ลูก (หรือ 27kWh) โดยมีจุดชาร์จอยู่ที่บริเวณแก้มรถด้านคนขับ ตัวจุดชาร์จไฟได้พัฒนาขึ้นโดย Yazaki Corporation พร้อมส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ

สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 125 กม./ชม. และให้ระยะทางวิ่ง 215 กิโลเมตร (ตามมาตรฐานโหมด 10-15 ของญี่ปุ่น) หรือ 153 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน EPA ของสหรัฐฯ) ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

Toyota-RAV4-EV-US

และรุ่นปรับปรุงใหม่ เปิดตัวในวันที่ 29 พฤศจิกายน 1999 ครั้งนี้ยังคงจำหน่ายสำหรับหน่วยงานของรัฐ และองค์กรต่างๆ เช่าไปใช้งาน ในจำนวนเพียง 1,000 คัน

แบ่งเป็นขายในญี่ปุ่น 290 คัน พร้อมส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา 710 คัน สำหรับจำหน่ายในโครงการ California Electric Vehicle Demo Program ซึ่งเป็นกฏข้อบังคับเรื่องการขายจาก California Air Resources Board ที่ว่า บริษัทรถยนต์ใดก็ตามที่จะขายในแคลิฟอร์เนีย ต้องมีรถยนต์แบบ LEV จำหน่ายในสัดส่วน 25% Toyota เลยประเดิมด้วยการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่จำหน่ายรถแบบ ZEV หรือ Zero Emission Vehicle มลพิษเป็นศูนย์เลย

ชุดชาร์จไฟฟ้า ได้พัฒนาใหม่ร่วมกับทาง GM ตั้งแต่ในเดือนมิถุนายน 1998 โดยใช้พื้นฐานระบบการชาร์จไฟของ Magne Charge ที่พัฒนาโดย GM ก่อนหน้า ได้รับการลดขนาด และน้ำหนักให้เบาขึ้น

สำหรับรุ่น Inductive (ชาร์จผ่านตู้ชาร์จ Input แบบ 200V 40A -ใช้เวลาชาร์จเต็ม 6 ชั่วโมง) มีราคาอยู่ที่ 4,570,000 เยน และในรุ่น Conductive (ชาร์จผ่านไฟบ้าน Input แบบ 200V 30A – ใช้เวลาชาร์จเต็ม 6.5 ชั่วโมง) ราคา 4,950,000 เยน

Toyota-RAV4-EV-US

แม้ว่า Toyota RAV4 EV อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการขายสักเท่าไหร่ เพราะสามารถจำหน่ายผ่านการให้เช่าระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ด้วยยอดขายเพียง 1,484 คันในสหรัญอเมริกา หากรวมยอดจำหน่ายในญี่ปุ่นด้วยแล้วล่ะก็ จะอยู่ที่ประมาณ 1,900 คันครับ ซึ่งก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในยุคแรกเริ่ม

เนื่องจากเทคโนโลยีที่ขีดความสามารถ ระยะทางในการวิ่ง ยังไม่เทียบเท่ารถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน และราคาตัวรถที่มีราคาแพงมาก เรียกว่าสามารถซื้อ Toyota RAV4 รุ่นปกติได้ถึง 2 คัน และเมื่อแบตเตอรี่เสื่อมลง ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ชุดใหม่ กลับมีราคาแพงกว่าตัวรถเสียอีก

Toyota RAV4 EV รุ่นแรก จึงปิดฉากลงไปในปี 2003 …

Toyota-RAV4-EV-2012

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดจบเลยทีเดียว เพราะต่อมา Toyota ได้ร่วมมือกับทาง Tesla พัฒนารถยนต์ไฟฟ้า Toyota RAV4 EV เจเนอเรชั่นที่ 2 โดยร่วมกันพัฒนาในปี 2010 ซึ่งทาง Tesla เป็นผู้ผลิตชุดแบตเตอรี่, มอเตอร์, ชุดส่งกำลัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งให้ Toyota ไปประกอบรวมกับ RAV4 EV ในโรงงาน Toyota ที่ประเทศแคนาดา ก่อนจะออกสู่ตลาดในปี 2012 – 2014 แล้วก็ต้องยุติไปอีกรอบ! ด้วยจำนวนการผลิตประมาณ 2,600 คัน

ด้วยเหตุนี้ละมั้ง Toyota ถึงได้เข็ดขยาดไปกับพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าไม่น้อย เพราะริเริ่มก่อนใคร ใช้เงินลงทุนพัฒนาไปพอสมควร แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จไว้อย่างที่คาด!

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Electric-Vehicle-In-Thailand-Most-Expensive

ไม่รู้ว่าลุงรู้หรือยัง? หรือลุงอาจรู้แล้วก็ได้ แต่ไม่สนใจ …

หากเราย้อนไปเมื่อกลางปี 2020 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Comparethemarket.com ซึ่งให้บริการเปรียบเทียบประกันภัยของอังกฤษ ได้ทำการเช็คราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของ Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) ใน 49 ประเทศ และนำมาเปรียบเทียบกับราคาในแต่ละประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020

หากเราย้อนไปเมื่อกลางปี 2020 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Comparethemarket.com ซึ่งให้บริการเปรียบประกันภัยของอังกฤษ ได้ทำการสำรวจราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของ Nissan Leaf ใน 49 ประเทศ และนำมาเปรียบเทียบกับราคาในแต่ละประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020

ซึ่งประเทศที่มีจำหน่ายของ Nissan Leaf ในราคาที่ต่ำที่สุด ได้แก่ สเปน ซึ่งจำหน่ายในราคา 25,900 ยูโร หรือประมาณ 951,252 บาทเท่านั้น ในส่วนอันดับที่ 2 เป็นของ เกาะเรอูนียง ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ที่ตัวเกาะตั้งอยู่ในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย มีราคา 26,000 ยูโร หรือประมาณ 954,905 บาท และอันดับที่ 3 ยกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงของสเปน นั่นคือ โปรตุเกส ที่มีราคาจำหน่าย 26,880 ยูโร หรือประมาณ 987,225 บาท

ในส่วนของที่ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิต อยู่ในอันดับที่ 5 ในราคา 3,326,400 เยน หรือประมาณ 964,489 บาท

ส่วนประเทศเอเชีย ที่มีราคาใกล้เคียงกับประเทศไทยที่สุด คือ ไต้หวัน อยู่ในอันดับที่ 46 โดยมีราคา 1,490,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 1,590,000 บาท และ มาเลเซีย อันดับที่ 45 มีราคาจำหน่าย 188,000 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 1,396,200 บาท

ส่วนในไทยน่ะหรือ? มีราคาจำหน่ายอยู่ในอันดับที่ 48 ที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก (ราคาจำหน่ายปัจจุบันอยู่ที่ 1,990,000 บาท)

Nissan-Leaf-2019

ส่วนอันดับ 1 ก็คงต้องยกให้สิงคโปร์ ที่มีนโยบายจำกัดจำนวนรถอยู่แล้วด้วยการเก็บภาษีหนักมาก โดย Nissan Leaf ขายในราคา 148,888 ดอลล่าร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 3,373,777 บาท!)

นั่นล่ะฮะ ท่านผู้ชม!

ส่วนใครที่อยากขายรถในยุคโควิดระลอกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถบ้าน รถมือสอง หรือเปลี่ยนไปลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ รับเงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Electric-Cars-In-Motor-Expo-2020

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) เริ่มมีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์โลก และวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

ในงาน Motor Expo 2020 (อเตอร์เอ็กซ์โป 2020) ที่จัดขึ้นในเวลานี้ MR.CARRO ขอพาทุกท่านไปชมกับ รถยนต์ไฟฟ้า ภายในงาน Motor Expo 2020 ว่าจะมีรุ่นใดบ้างที่น่าสนใจ อย่าได้เสียเวลา ไปดูกันได้เลยครับ …

Lexus-UX300e

1. Lexus UX 300 e

The New All-Electric Lexus UX 300e (เลกซัส ยูเอ็กซ์300อี) เปิดตัวครั้งแรกในไทย ภายใต้แบรนด์ “LEXUS ELECTRIFIED” ซึ่ง Lexus ประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 2019 เพื่อใช้เป็นกลยุทธ์ในการดำเนินงานของรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์เลกซัสทั่วโลก

โดย The New All-Electric Lexus UX 300e ยนตรกรรมรถยนต์ไฟฟ้า มีรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ภายในออกแบบอย่างปราณีต ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ล้ำสมัยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใครจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) ซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ การทรงตัวดีเยี่ยม

พร้อมด้วยระบบการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 201 แรงม้า อัตราเร่งแรง ดุดัน มีสมรรถนะอันทรงพลัง โดยระยะทางวิ่งได้สูงสุด 360* กม.ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)

และชาร์จแบบ Quick DC Charger 0-80% ได้ภายใน 50 นาที สำหรับการชาร์จแบบกระแสตรงผ่านการชาร์จด้วยเครื่องชาร์จ 50 กิโลวัตต์ ด้วยกำลังไฟ 125 แอมป์ โดยแบตเตอรี่มีขนาด 54 kWh

ราคาก็รับได้ 3,490,000 บาท!

Nissan-Leaf-Motor-Expo-2020

2. Nissan Leaf

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC

ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

Nissan Leaf ในราคาพร้อมซื้อ 1,990,000 บาท!

MG-EP-Wagon-2021

3. MG EP EV

MG EP (เอ็มจี อีพี) รถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Motor Expo 2020 ด้วยแนวคิด “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่กว้างขวางรองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของ โดดเด่นด้วยสมรรถนะของ EV เทคโนโลยีที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay

และสมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี (EV Technology) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ

สำหรับแบตเตอรี่ของ NEW MG EP เป็นลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที

ในราคาเบาๆ 988,000 บาท!

MG-ZS-EV-Motor-Expo-2020

4. MG ZS EV

MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) นับว่าเป็นรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่นำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเรา  ซึ่งขายดีมากตั้งแต่เปิดตัวไปในปีที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ สีฟ้า Copenhagen Blue กระจังหน้าทันสมัย พร้อมติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า และล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ ชุดคอนโซลหน้าใช้วัสดุนุ่มแบบ Soft Touch ดูหรูหรามีระดับ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และยังโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic Sunroof

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ได้ถึง 3 ระดับ โดยการชาร์จเต็มแต่ละครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 ซม.

ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อม Advanced Driver-Assistance Systems ครบครัน ทั้งหมดนี้ในราคา 1,190,000 บาท!

KIA-Soul-EV-Motor-Expo-2020

5. KIA Soul EV

KIA Soul EV (เกีย โซล อีวี) เจเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถแนว Crossover ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Hyundai Kona มีตัวรถที่ดูแข็งแกร่ง ใช้ไฟหน้าทรงเรียวยาว ชุดไฟท้ายแบบทรงตั้งรูปตัว L และแนวหลังคาด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบลอยตัว

ห้องโดยสารมาพร้อมไฟ Sound Mood ที่ปรับตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ได้ มีจอ HUD ขนาด 8 นิ้ว จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบความปลอดภัยแบบ Drive Wise รอบคัน

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับ KIA Niro EV ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 64 kWh รองรับมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Eco, Comfort, Sport และ Eco+ เพื่อให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด ส่วนระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ประมาณ 391 กิโลเมตร

ในราคาน่าตื่นเต้น 2,387,000 บาท (พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 350,000 บาท!)

Hyundai-Ioniq-Electric-Motor-Expo-2020

6. Hyundai Ioniq Electric

Hyundai Ioniq Electric (ฮุนได ไอออนิค อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายรถเกาหลี ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer (LiPo) ความจุ 28 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.9 วินาที (โหมด Sport) และ 10.2 วินาที (โหมดปกติ) ทำความเร็วสูงสุดได้ 165 กม./ชม.

ระบบชาร์จไฟของ Ioniq Electric สามารถชาร์จได้ 3 แบบ ได้แก่ 1. แบบทริคเคิ้ล (เต้าเสียบบ้าน) กำลังไฟ 2.3 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟจนเต็ม 12 ชั่วโมง 2. แบบธรรมดา (Wall Box) กำลังไฟ 6.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 4 ชั่วโมง 25 นาที และ 3. แบบชาร์จเร็ว (สถานีชาร์จเร็ว) กำลังไฟสูงสุด 100 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนถึงระดับ 80% ในเวลา 23 นาที สามารถเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 280 กม. ต่อการชาร์จเต็มแต่ละครั้งตามมาตรฐาน NEDC

ในราคา 1,749,000 บาท!

Hyundai-Kona-Electric-Motor-Expo-2020

7. Hyundai Kona Electric

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอด DNA ความเป็น SUV ได้อย่างลงตัว ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์สปอร์ตแบบแยกตำแหน่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบทึบ ที่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารพร้อมพื้นที่จุสัมภาระรวมถึง 373 ลิตร (VDA) นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบปรับอุณภูมิอุ่น-เย็น อีกด้วย

ใช้แบตเตอรี่ที่ให้พลังงานมากถึง 64 kWh พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที และวิ่งไปได้ไกลสูงสุดถึง 482 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ส่วนระบบเบรกยังได้ถูกปรับให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ ในรูปแบบของ Regenerative Breaking System

เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

Tesla-Model3-Motor-Expo-2020

8. Tesla Model 3

Tesla Model 3 (เทสลา โมเดล 3) รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ขายกันหลายรุ่นเลยทีเดียว

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Range, Standard Range Plus และ Long Range ขนาด 54 kWh, 62 kWh และ 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor) และ 4.4 วินาที (Dual Motor) ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. (Single Motor) และ 233 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 354 กิโลเมตร (Single Motor) และ 518 กิโลเมตร (Dual Motor) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

ราคาพิเศษเพียง 2,990,000 บาท! จองในงานพร้อมรับฟรี Wall box (แท่นชาร์จ) จาก Tesla มูลค่ากว่า 5 หมื่นบาท

Audi-e-Tron-Sportback

9. Audi e-tron Sportback

Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบค) นำเข้ามาประเทศไทยเป็นโมเดลที่ 2 เปิดตัวกันที่งาน Motor Expo 2020 สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Audi ที่ว่า “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % คือ อนาคต” และสะท้อนปรัชญาพื้นฐาน “Vorsprung Durch Technik” โดยมีความสมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี สมรรถนะอันยอดเยี่ยม

มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) และมีระยะทางที่วิ่งถึง 463 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง

ในราคาจับต้องได้ เพียง 5,299,000 บาท!

Porsche-Taycan-Turbo-Motor-Expo-2020

10. Porsche Taycan

Porsche Taycan (ปอร์เช่ ไทคานน์) ใหม่ สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตซาลูน 4 ประตู ที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และคงไว้ซึ่งงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Porsche Taycan Turbo S มาพร้อมกับพละกำลังสูงสุด 761 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาที

Porsche Taycan Turbo มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 3.2 วินาที ทั้ง 2 รุ่นนี้ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ได้ถึง 260 กม./ชม.

สำหรับในรุ่น Taycan 4 S ที่ติดตั้ง Performance Battery Plus ให้พละกำลังสูงสุด 571 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 4.0 วินาที พร้อมทะยานทะลุความเร็วสูงสุดกว่า 250 กม./ชม.

ปอร์เช่ ไทคานน์ ใหม่ ราคาเริ่มต้น 7.1 ล้านบาท

Mini-Electric-Motor-Expo-2020

11. Mini Electric

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

มาในราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

Jaguar-i-Pace-Motor-Expo-2020

12. Jaguar i-Pace

Jaguar i-Pace (จากัวร์ ไอ-เพซ) ในงาน Motor Show 2020 นี้ มาพร้อมการนำเสนอผ่านงานศิลปะ ที่ออกแบบโดย Pomme Chan, ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง ศิลปินมากฝีมือในวงการศิลปะร่วมสมัย ด้วยผลงานการออกเเบบที่เต็มไปด้วยจินตนาการและลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ แนวคิดในการออกแบบผลงานได้แรงบันดาลใจมาจากการออกแบบรถยนต์จากัวร์ ไอ-เพซ

โดย Jaguar i-Pace เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน 100% (EV) รุ่นแรกของจากัวร์ แบบ 5 ที่นั่ง ติดตั้งไฟหน้าแบบ Matrix LED กระจังหน้าพร้อมฟังก์ชั่น Active Vanes สามารถเปิด-ปิดรับกระแสลมเพื่อลดความร้อนแบตเตอรี่ได้ ห้องโดยสารตกแต่งแบบห้องนักบิน ใช้ช่วงล่างแบบถุงลมแบบ Adaptive Dynamics พร้อมระบบลดการสั่นสะเทือนจากพื้นถนน และสามารถปรับความสูงลง 10 มม. เมื่อใช้ความเร็วมากกว่า 105 กม./ชม.

ขุมพลังของ Jaguar i-Pace ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้แรงม้าสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 696 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ชนิด Pouch cells ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 470 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มในแต่ละครั้ง

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5,499,000 บาท!

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Choose-Fuel-Car-Or-Electric-Car

ในช่วงหลายปีนี้มานี้ เราปฏิเสธกันไม่ได้เลยว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือรถ EV ที่กำลังเป็นพูดถึงในบ้านเราอย่างมาก เนื่องจากเทรนด์ของโลกเปลี่ยนไป ยุคที่รถน้ำมันใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเคยเป็นใหญ่ เริ่มถูกลดบทบาทลง และแทนที่ด้วยการขึ้นมาของรถยนต์ไฟฟ้า ที่แม้ว่าในบ้านเราจะช้ากว่าในประเทศพัฒนาแล้วก็ตาม รวมไปถึงเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ถูกปล่อยออกมาจากรถยนต์ ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลเป็นเชื้อเพลิง

ซึ่งในบ้านเราตอนนี้ บรรดาค่ายรถ และหลายๆ หน่วยงาน เริ่มตื่นตัว กำลังร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ให้รองรับรถยนต์ไฟฟ้ากันเป็นการใหญ่ และหน่วยงานที่ส่งเสริมการลงทุน เริ่มให้สิทธิประโยชน์ในลงทุนต่างๆ หรือการยกเว้นภาษีให้ กับค่ายรถที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

แต่ก็มีคำถามอยู่มากว่า จะซื้อรถมาใช้งานสัก 5 – 10 ปี เลือกรถแบบไหน ระหว่าง รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน?

ยิ่งเวลาหลายคนจะเลือกรถแต่ละคันนั้น การหาอะไหล่ รวมไปถึงความทนทานของการใช้งาน เป็นสิ่งที่คนมองหารถยนต์มาใช้ เลือกอยู่เป็นอันดับแรกๆ ในการตัดสินใจซื้อรถ … MR.CARRO จะมาช่วยคุณคิดกันครับ

Choose-Fuel-Car-Or-Electric-Car

จากผลสำรวจของ Autolist ที่สอบถามผู้ซื้อรถยนต์ในสหรัฐอเมริกากว่า 1,567 คน ในปี 2019 พบว่า 3 เหตุผลหลัก ที่คนไม่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้แก่

  • ระยะทางในการวิ่ง เนื่องจาก รถยนต์ไฟฟ้าเมื่อชาร์จหนึ่งครั้ง วิ่งได้ไม่ไกล เมื่อเทียบกับระยะทางของรถยนต์ใช้น้ำมัน
  • ราคา ของรถยนต์ไฟฟ้าที่แพงเกินไป ไม่ว่าจะซื้อและเช่า เมื่อเทียบกับรถยนต์ใช้น้ำมัน
  • สถานีชาร์จไฟ ที่ยังมีน้อยเกินไป หลายคนกังวลว่าจะหาที่ชาร์จไฟรถได้ลำบาก เมื่อขับรถไปไหนไกลๆ หรือออกนอกเมือง

และจากการสำรวจ ยังพบเหตุผลอื่นๆ ที่ผู้คนไม่เลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า อาทิ ใช้เวลาชาร์จไฟนานเกินไป, ไม่มีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าเพียงพอ, ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า, ความไว้วางใจในตัวแบรนด์ หรือตัวรถ, ความกังวลเกี่ยวกับแบตเตอรี่, เรื่องของสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ

ซึ่งความคิดของผู้ซื้อรถยนต์ในสหรัฐอเมริกานั้น ก็ไม่ต่างไปจากความคิดของลูกค้าในไทยนัก

Choose-Fuel-Car-Or-Electric-Car

หากเรามองประเทศไทยในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า ผมเชื่อว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน (รวมถึงรถยนต์แบบ Hybrid) ก็ยังคงเป็นรถยนต์ที่ใช้ส่วนใหญ่ในบ้านเราอยู่ดี เพียงแต่จำนวนรถยนต์ไฟฟ้า ก็จะมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่ๆ เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ามีคุณภาพสูงมากขึ้น และมีราคาขายที่ถูกลง (และจัดเก็บภาษีลดลงด้วย) จนคนส่วนใหญ่เอื้อมถึงมากขึ้น

แต่ก็ต้องแลกกับเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ บวกกับทำใจเตรียมเงินไว้เลย ก็คือ การเปลี่ยนพวกแบตเตอรี่ กับบรรดา Inverter แปลงพลังงาน และระบบควบคุมต่างๆ แทน ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อเป็นรถมือสองแล้ว ราคาตกมากกว่ารถน้ำมัน ก็ตรงจุดนี้นั่นล่ะครับ

ส่วนสถานีชาร์จไฟ ก็คาดว่าน่าจะมีแพร่หลายกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะทางภาครัฐก็วางแผนตั้งสถานีรองรับอยู่แล้ว และเทคโนโลยีการชาร์จที่เร็วขึ้นกว่าเดิม

Choose-Fuel-Car-Or-Electric-Car

เมื่อเทียบในเรื่องค่าใช้จ่าย รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ก็ยังคงต้องมีการเปลี่ยนถ่ายของเหลว ของสิ้นเปลืองต่างๆ รวมไปถึงการดูแลรักษาตามระยะ แต่รถยนต์ไฟฟ้า ที่ดูคุ้มกว่าในแง่การเปลี่ยนถ่ายของเหลว ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ที่ไม่ต้องมีให้เปลี่ยน รวมไปถึงการเสียภาษีประจำปี ที่แตกต่างไปจากรถยนต์นั่งที่ใช้น้ำมัน เนื่องจากจัดเก็บตามน้ำหนักรถ แทนการนับตามจำนวนความจุกระบอกสูบ

ดูเพิ่มเติม : ข้อควรรู้ : รถยนต์ไฟฟ้า ค่าจดทะเบียน ค่าภาษีรถยนต์ประจำปี มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ต่อปี

สรุป

รถทั้งสองประเภท ทั้งรถยนต์ใช้น้ำมัน และรถยนต์ไฟฟ้า ล้วนมีทั้ง “ข้อดี” และ “ข้อเสีย” ต่างกันไป

Choose-Fuel-Car-Or-Electric-Car

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถามใจตัวเองดู ถ้าหากคุณจะซื้อรถยนต์มาใช้งานสักคัน และตั้งเป้าไว้ว่าจะใช้งานไปสักประมาณ 5 – 10 ปี ก็ควรเลือกรถยนต์ที่ใช้งานคุ้มค่า คุ้มราคา ผ่อนได้ไม่ต้องใช้เงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือนมาก รถเติมน้ำมันได้ ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการหาสถานีชาร์จไฟ (โดยเฉพาะคนที่อยู่บ้านเช่า หอพัก หรือคอนโดมิเนียม) กับความกังวลเรื่องแบตเตอรี่

Choose-Fuel-Car-Or-Electric-Car

หรือถ้าคุณใจยังรักรถน้ำมัน หรือชอบรถมือสองรุ่นเก่าๆ หรือรถน้ำมันป้ายแดงอยู่ การเลือกใช้รถน้ำมันก็ยังถือว่าคุ้มค่าอยู่ กับคนที่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการทำธุรกิจ หรือขนส่งสินค้าที่ต้องทำเวลา ยิ่งกรณีอยู่ในที่ห่างไกล หรืออยู่ต่างจังหวัด

ถ้าคิดแบบนี้แล้ว ก็ควรเลือกรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน หรือรถ Hybrid และ Plug-In Hybrid เพราะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ดีกว่า

Choose-Fuel-Car-Or-Electric-Car

แต่ถ้าใครมีงบประมาณมากพอ ชอบเทคโนโลยีสมัยใหม่ ชอบการขับรถแบบไม่ต้องเติมน้ำมัน และไม่กังวลเรื่องหาที่ชาร์จไฟ กับเวลาที่ชาร์จไฟ บวกกับงบประมาณในการบำรุงรักษาที่น้อยกว่า

หากอยู่ในเมืองใหญ่ จุดชาร์จมีมากขึ้นแน่นอนในอนาคต แถมประหยัด การออกตัวก็เร็วทันใจ เพราะมีแค่เกียร์เดียว เหยียบคันเร่งทีก็พุ่งเลย ไม่แพ้รถเครื่องโตๆ แต่อย่างใด และไม่ปล่อยมลพิษออกมา หรือมีรถยนต์ส่วนตัวมากกว่า 1 คัน ก็เลือกรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ไว้ใช้งานได้

ก็แล้วแต่คุณแล้วล่ะครับ ว่าจะเลือกแบบไหน …

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่ออยากลองรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ดูบ้าง CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก:

10-Cheapest-EV-Cars-In-Thailand

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์โลก และวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดอย่างมากจากผู้ใช้รถยนต์ในบ้านเรา ทำให้เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จากที่เคยเป็นรถมีราคาแพงมาก ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในด้านภาษี หรือเรื่องจุดชาร์จไฟ และการดูแลรักษา หลายคนจึงไม่ลังเล ที่จะลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ มาใช้งานดูบ้าง

อ่านเพิ่มเติม >> รวมจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ และทั่วไทย มีจุดไหนใกล้คุณ ประจำปี 2564

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถยนต์ไฟฟ้ามาลองใช้ดูบ้าง ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุด ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Takano-Auto-Thailand-2020

1. Takano TTE500 ราคา 499,000 บาท

Takano (ทากาโน่) TTE500 นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยตอนนี้ โดยรถกระบะไฟฟ้าขนาดจิ๋วคันนี้ พาคุณไปได้ทุกที่ สามารถรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากถึง 300 กิโลกรัม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 12V 125 แอมป์ ขนาด 6 ลูก ใต้พื้นกระบะหลัง และเครื่องยนต์เบนซินขนาดจิ๋วช่วยปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ 100-120 กิโลเมตร โดยใช้เงินเพียง 30 บาท และทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม.

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบกระแสตรง 6.7 แรงม้า แบบ 12V 125 Amp X 6 ความจุ 11 kWh 72 – 80 V 100 – 120 กิโลเมตร

FOMM-One-2019

2. Fomm ONE ราคา 599,900 บาท

FOMM One (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก พร้อมจดทะเบียนได้

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ขนาด 5 kW จำนวน 2 ตัว ให้แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร สามารถชาร์จไฟจนเต็ม (0-100%) ในเวลา 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ In-Wheel 5 กิโลวัตต์ X 2 (13.4 แรงม้า) 280 นิวตัน-เมตร X 2 แบบ Lithium-Manganese ความจุ 2.96 kWh 160 กิโลเมตร

BYD-T3

3. BYD T3 ราคา 999,000 บาท

BYD T3 (บีวายดี ที3) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นบนพื้นฐาน Nissan B Platform (หรือ Nissan NV200) เป็นรถตู้ทึบ ใช้งานในเชิงพาณิชย์ โดยมาพร้อมกับตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ Siam ATR ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสยามกลการ

และยังมีแยกออกเป็นรุ่น M3 แบบรถอเนกประสงค์ 5 ที่นั่งให้เลือก ในราคา 1,059,000 บาท และรุ่น 7 ที่นั่ง ในราคา 1,089,000 บาท สามารถรองรับสัมภาระได้มากถึง 1,800 ลิตร (ในรุ่น 5 ที่นั่ง) และ 3,800 ลิตร (ในรุ่น 2 ที่นั่ง รถตู้ทึบ)

มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 kWh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน) อัตราการสิ้นเปลือง 1 kWh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า

ระยะเวลาในการชาร์จแบบ DC จะใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 1.30 ชั่วโมง และชาร์จด้วยไฟ AC จะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Permanent Magnet Synchronous Motor 94 แรงม้า 180 นิวตัน-เมตร แบบ NCM ความจุ 50 kWh กำลังไฟ DC 40 kW / AC 6.6 kW 300 กิโลเมตร

MG-EP-2021

4. MG EP ราคา 998,000 บาท

MG EP (เอ็มจี อีพี) รถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่กว้างขวางรองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของ โดดเด่นด้วยสมรรถนะของ EV เทคโนโลยีที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay

และสมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี (EV Technology) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ

สำหรับแบตเตอรี่ของ NEW MG EP เป็นลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 163 แรงม้า 260 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 50.3 kWh 380 กิโลเมตร

MG-ZS-2020

5. MG ZS EV ราคา 1,190,000 บาท

MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) นับว่าเป็นรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่นำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเรา ซึ่งขายดีมากตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2562 ที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ สีฟ้า Copenhagen Blue กระจังหน้าทันสมัย พร้อมติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า และล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อม Advanced Driver-Assistance Systems ครบครัน

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ ชุดคอนโซลหน้าใช้วัสดุนุ่มแบบ Soft Touch ดูหรูหรามีระดับ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และยังโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic Sunroof

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-Ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ได้ถึง 3 ระดับ โดยการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 ซม.

ซึ่งตอนนี้ ทาง MG ได้ทำการจำหน่าย MG ZS EV โฉมปัจจุบันนี้ใกล้หมดแล้ว ซึ่งถ้าหากคุณอยากได้ อาจต้องรอ MG ZS EV ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่จะเข้ามาขายในบ้านเราเร็วๆ นี้ (แต่ยังบอกไม่ได้ว่า มาปีนี้ หรือปีหน้า)

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 150 แรงม้า 350 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 44.5 kWh 337 กิโลเมตร

Nissan-Leaf-2020

6. Nissan Leaf ราคา 1,499,000 บาท

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

Nissan Leaf ได้ปรับลดราคาจาก 1,999,000 บาท ลงมาเหลือ 1,499,000 บาท เพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 150 แรงม้า 320 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 40 kWh 311 กิโลเมตร

Hyundai-Kona-Electric-2021

7. Hyundai Kona Electric ราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอด DNA ความเป็น SUV ได้อย่างลงตัว ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์สปอร์ตแบบแยกตำแหน่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบทึบ ที่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารพร้อมพื้นที่จุสัมภาระรวมถึง 373 ลิตร (VDA) นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบปรับอุณภูมิอุ่น-เย็น อีกด้วย

ใช้แบตเตอรี่ที่ให้พลังงานมากถึง 64 kWh พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที และวิ่งไปได้ไกลสูงสุดถึง 482 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ส่วนระบบเบรกยังได้ถูกปรับให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ ในรูปแบบของ Regenerative Breaking System

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 136 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion Polymer ความจุ 39.2 kWh กำลังไฟ 104 kW 327V 482 กิโลเมตร

Mini-Electric-2020

8. Mini Electric ราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 184 แรงม้า 270 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 32.6 kWh 217 กิโลเมตร

KIA-Soul-EV-2020

9. KIA Soul EV ราคา 2,387,000 บาท

KIA Soul EV (เกีย โซล อีวี) เจเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถแนว Crossover ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Hyundai Kona มีตัวรถที่ดูแข็งแกร่ง ใช้ไฟหน้าทรงเรียวยาว ชุดไฟท้ายแบบทรงตั้งรูปตัว L และแนวหลังคาด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบลอยตัว

ห้องโดยสารมาพร้อมไฟ Sound Mood ที่ปรับตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ได้ มีจอ HUD ขนาด 8 นิ้ว จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบความปลอดภัยแบบ Drive Wise รอบคัน

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับ KIA Niro EV ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 64 kWh รองรับมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Eco, Comfort, Sport และ Eco+ เพื่อให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด ส่วนระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ประมาณ 452 กิโลเมตร

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 201 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 64 kWh กำลังไฟ 7.2 kW 356 V 452 กิโลเมตร

Tesla-Model-3-2021

10. Tesla Model 3 ราคา 3,290,000 บาท

Tesla Model 3 (เทสลา โมเดล 3) รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ราคาที่จับต้องได้ ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ขายกันหลายรุ่นเลยทีเดียว

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Range, Standard Range Plus และ Long Range ขนาด 54 kWh, 62 kWh และ 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor) และ 4.4 วินาที (Dual Motor) ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. (Single Motor) และ 233 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 354 กิโลเมตร (Single Motor) และ 518 กิโลเมตร (Dual Motor) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

สมรรถนะ (Long Range / MY2021)

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor X 2 283 แรงม้า 450 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 75 kWh 568 กิโลเมตร

Audi-e-tron-55-quattro

อันนี้แถมให้ … Audi e-tron 55 quattro ราคา 5,099,000 บาท

Audi e-tron (อาวดี้ อี-ทรอน) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากค่าย Audi ที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการ และเปิดตัวในไทยไปเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา เป็นรุ่น Audi e-tron 55 quattro ในราคา 5,099,000 บาท และรุ่น Sportback 55 quattro S Line ในราคา 5,299,000 บาท รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งที่ด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ให้กำลังรวมสูงสุด 360 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 561 นิวตันเมตร และใน Boost Mode เพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 664 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงแบบลิเธียมไออน ขนาด 95 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.6 วินาที และ 5.7 วินาที ใน Boost Mode และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 385 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC (และ 411 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP) ต่อการชาร์จเต็มในแต่ละครั้ง

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Asynchronous Motors X 2 300 – 408 แรงม้า 561 – 664 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 95 kWh 411 กิโลเมตร

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!

สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนเมษายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

ในปี 2020 และ 2021 ที่กำลังจะมาถึงนี้ บอกได้เลยว่ากระแสรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์แบบ SUV นี้ ยังคงฮิตติดตลาดแน่นอน หลายๆ แบรนด์ ที่เคยผลิต หรือไม่เคยผลิตรถทั้ง 2 ประเภทนี้ ต่างต้องรีบทุ่มทุนสร้างสรรค์ผลงานออกมาขายกันยกใหญ่ เพื่อดูดเงินจากกระเป๋าเราๆ ท่านๆ นั่นเอง

HUMMER (ฮัมเมอร์) ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ถูก Reborn กลับขึ้นมาใหม่โดย GM ซึ่งจุดเริ่มต้นของ Hummer นั้นมาจากรถยนต์ที่ใช้งานทางทหาร ในชื่อ HMMWV (The High Mobility Multipurpose Wheeled Vehicle) หรือ Humvee อันโด่งดังในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย

หลังจากนั้นกลุ่ม GM ก็ซื้อสิทธิ์ในการทำตลาดแบรนด์ Hummer จากผู้ผลิตดั้งเดิมอย่าง AM General ในปี 1999 เพื่อพัฒนาให้สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ และออกมาขายด้วยกันถึง 3 รุ่น คือ H1, H2 และ H3 ก่อนจะยุติการทำตลาดไปในปี 2010

GMC-Hummer-EV-2022

การกลับมาของ GMC Hummer EV 2022 ถือว่าสร้างเสียงฮือฮาสำหรับคนชอบรถแนว Off-Road ได้พอสมควร แม้ว่าจะมาในฐานะแบรนด์ย่อยของ GMC ก็ตาม ตัวรถยังคงเหมือนรุ่นดั้งเดิม เรียบง่ายแต่ทันสมัย ด้านหน้าใช้ชุดไฟหน้า LED ทรงเรียว นอกจากนี้ยังมีบังโคลน กันชนขนาดใหญ่ และอื่นๆอีกมากมายที่รถออฟโรดหนึ่งคันควรจะมี

GMC-Hummer-EV-2022

เมื่อดูในห้องโดยสาร ภายในออกแบบได้ล้ำยุค แต่ก็ยังคงความเหลี่ยมอันเป็นเอกลัษณ์ของ Hummer ใช้แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมจอ Infotainment ขนาด 13.4 นิ้ว ผนวกกับชุดเครื่องเสียงจาก BOSE ด้วยลำโพง 14 ตัว พร้อม Transparent Sky Panels หลังคาที่สามารถถอดออกได้ เพื่อรับสายลมแสงแดด

GMC-Hummer-EV-2022

และอีกจุดเด่นนั่นคือระบบ Hummer’s UltraVision ติดตั้งกล้องไว้รอบคันรถถึง 18 มุมมอง มีตั้งแต่ “ตัวตรวจจับเสมือน” ไปจนถึงกล้องใต้ท้องเครื่องยนต์ เพื่อช่วยหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

GMC-Hummer-EV-2022

ขุมพลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว ให้กำลังรวมประมาณ 1,000 แรงม้า (746 กิโลวัตต์) และแรงบิดประมาณ 11,500 ปอนด์ – ฟุต (15,592 ปอนด์ – ฟุต) ขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่วนอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชม. (0-96 กม./ชม.) ในเวลาประมาณ 3 วินาที เมื่อใช้ระบบ Launch Control “Watts to Freedom” สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 350 ไมล์ (หรือ 563 กิโลเมตร) เมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

GMC-Hummer-EV-2022

และในตอนนี้ Hummer EV เปิดตัวในรุ่น Edition 1 แล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 112,595 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) ซึ่งสามารถสร้างยอดจอง 1,000 คัน ได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 10 นาที ก็เต็มยอดจองแล้ว! โดยพร้อมส่งมอบรถในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2021

และในปี 2022 ทาง GMC เตรียมนำเสนอ Hummer EV3X ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2022 ในราคา 99,995 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.1 ล้านบาท) ซึ่งยังใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แต่แรงม้าลดลงมาเหลือ 800 แรงม้า และแรงบิด 9,500 ปอนด์-ฟุต (12,880 นิวตันเมตร) วิ่งได้ระยะทาง 482 กม./ชาร์จ

GMC-Hummer-EV-2022

โดยในปี 2023 จะเปิดตัว Hummer EV2X ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว 625 แรงม้า วิ่งได้ระยะทาง 482 กม./ชาร์จ ในราคา 89,995 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) และในปี 2024 เปิดตัว Hummer EV2 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว 625 แรงม้า วิ่งได้ระยะทาง 402 กม./ชาร์จ ในราคา 79,995 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.4 ล้านบาท)

ส่วนใครที่อยากได้ GMC Hummer EV ใหม่ แต่เงินสดมีไม่เพียงพอ ถ้าใช้รถคันเดิมอยู่ สามารถนำมาขายกับทาง CARRO ได้ แม้ว่ารถจะติดไฟแนนซ์ เราก็พร้อมปิดไฟแนนซ์ให้ และยินดีรับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน