BYD Denza D9 EV นี่หรือคู่แฝด Alphard แถมใช้ไฟฟ้าด้วย!

Denza (เดนซ่า) คือบริษัทรถยนต์สัญชาติจีนที่มีชื่อเต็มๆ ว่า Shenzhen BYD Daimler New Technology Co., Ltd. จากเมืองเสินเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งจับมือกันกับทาง Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) และ BYD (บีวายดี) เพื่อทำรถยนต์หรูที่ใช้พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ มาตั้งแต่ปี 2010

BYD Denza D9 EV นี่หรือคู่แฝด Alphard แถมใช้ไฟฟ้าด้วย!

โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา Denza ได้ประกาศเปิดตัวรถ MPV รุ่นใหญ่อย่าง BYD Denza D9 EV (บีวายดี เดนซ่า ดี9 อีวี หรือ 比亚迪腾势D9 EV ในภาษาจีน) อย่างเป็นทางการในจีน มีหน้าตาดูเหมือนกับเจ้า Toyota Alphard อย่างกับแกะเลยทีเดียว! ซึ่งมีให้เลือกทั้งขุมพลัง Plug-In Hybrid และ EV ด้วยเทคโนโลยีจาก BYD

BYD Denza D9 EV นี่หรือคู่แฝด Alphard แถมใช้ไฟฟ้าด้วย!

รูปโฉมภายนอก ออกแบบภายใต้แนวคิด “Into the Meteor Arrow” ได้แรงบันดาลใจมาจาก Toyota Alphard ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ (เพราะแนวทางการดีไซน์ คล้ายกันสุดๆ แต่ทาง Denza บอกว่าเป็น Design Language แบบ π-Motion = พาย โมชั่น) ไม่ว่าจะเป็นชุดกระจังหน้าแบบ Matrix พร้อมไฟ LED ล้อมรอบด้วยขอบโครเมียม ใช้ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองฝั่ง พร้อมเส้นสายตัวถังที่ลากยาวทั้งคัน เสริมด้วยชุดไฟท้าย LED กราฟฟิกรูปตัวอักษร Y เชื่อมต่อกันตลอดแนว พร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว

BYD Denza D9 EV นี่หรือคู่แฝด Alphard แถมใช้ไฟฟ้าด้วย!

มิติตัวรถยาว 5,250 มม. กว้าง 1,960 มม., สูง 1,920 มม. ระยะฐานล้อ 3110 มม.

BYD Denza D9 EV นี่หรือคู่แฝด Alphard แถมใช้ไฟฟ้าด้วย!

ส่วนห้องโดยสารภายใน เป็นแบบ 7 ที่นั่ง จัดวางเบาะแบบ 2+2+3 สไตล์ Intelligent and Digital Cockpit ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยวัสดุลายไม้ และสี Piano Black บริเวณคอนโซลหน้า ติดตั้งหน้าจอควบคุมขนาด 15.6 นิ้ว พร้อมระบบโต้ตอบอัจฉริยะของ Denza Link บนจอ Full LCD ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมคันเกียร์แบบคริสตัล รองรับการอัพเกรด OTA

ส่วนด้านหลัง กระจกตัวรถแบบพิเศษหนา 2 ชั้น ให้ความเงียบเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น คู่ไปกับระบบ NVH ควบคุมเสียงไม่ให้เกิน 65 เดซิเบล เมื่อขับขี่ที่ความเร็ว 120 กม./ชม.

BYD Denza D9 EV นี่หรือคู่แฝด Alphard แถมใช้ไฟฟ้าด้วย!

เบาะนั่งบริเวณแถวที่ 2 เป็นแบบ Captain Seat พร้อมฟังก์ชั่นปรับนวดจุดต่างๆ ได้ถึง 10 จุด พร้อมระบบอุ่น และเป่าลม แถมติดตั้งระบบ Wireless Charger กำลังไฟ 50kW ถึง 3 จุด

BYD Denza D9 EV นี่หรือคู่แฝด Alphard แถมใช้ไฟฟ้าด้วย!

มีติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังเบาะหน้า 2 จอ และ ที่ควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ บริเวณที่พักแขน กระหึ่มไปกับระบบเสียงแบบ Dynaudio มีซันรูฟคู่ ม่านบังแดดไฟฟ้าคู่ พร้อมระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศเหนือแถวที่ 2 และ 3

BYD Denza D9 EV นี่หรือคู่แฝด Alphard แถมใช้ไฟฟ้าด้วย!

BYD Denza D9 EV มีให้เลือกทั้งในรูปแบบ Plug-In Hybrid และแบบรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) เรามาดูรายละเอียดกันว่า ในแต่ละแบบ จะมีรายละเอียดอะไรบ้าง …

รุ่น Plug-In Hybrid วิ่งด้วยไฟฟ้าได้ระยะทางสูงสุด (ตามมาตรฐาน NEDC) วิ่งด้วยไฟฟ้า + น้ำมันได้ระยะทางสูงสุด (ตามมาตรฐาน NEDC) ราคา Pre-Sale (หยวน)
DM-i 945 Luxury 50 กิโลเมตร 945 กิโลเมตร 335,000
DM-i 1040 Premium 190 กิโลเมตร 1,040 กิโลเมตร 375,000
DM-i 970 4WD Honor 180 กิโลเมตร 970 กิโลเมตร 405,000
DM-i 970 4WD Flagship 180 กิโลเมตร 970 กิโลเมตร 445,000

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Turbo แบบ Plug-In Hybrid DM-i ระดับ e-Platform 3.0 Technology พร้อมชุดแบตเตอรี่ที่มีให้เลือก 2 แบบ บนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 6.2 – 6.7 ลิตร/100 กิโลเมตร ได้แก่

  • แบบ 50kW วิ่งด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ระยะทางสูงสุด 50 กิโลเมตร และให้ระยะทางรวมสูงสุด 945 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)
  • แบบ 80kW วิ่งด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ระยะทางสูงสุด 180 กิโลเมตร และให้ระยะทางรวมสูงสุด 970 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)
  • และแบบ 80kW วิ่งด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ระยะทางสูงสุด 190 กิโลเมตร และให้ระยะทางรวมสูงสุด 1,040 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

BYD Denza D9 EV นี่หรือคู่แฝด Alphard แถมใช้ไฟฟ้าด้วย!

ส่วนรุ่นใช้พลังงานไฟฟ้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Blade ของ BYD สามารถวิ่งได้ระยะทางมากกว่า 600 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ …

รุ่น EV วิ่งด้วยไฟฟ้าได้ระยะทางสูงสุด (ตามมาตรฐาน CLTC) ราคา Pre-Sale (หยวน)
EV 600+ Premium 600+ กิโลเมตร 390,000
EV 600+ 4WD Flagship 600+ กิโลเมตร 460,000

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสองล้อ และ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ติดตั้งระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ L2 และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะของ Denza Pilot ที่สามารถตอบสนองการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมระบบความปลอดภัย จัดเต็มกับถุงลมนิรภัย 9 จุดรอบคัน

สำหรับ Denza D9 EV คาดว่าเปิดราคาจำหน่ายจริงอยู่ที่ประมาณ 335,000 – 660,000 หยวน (หรือประมาณ 1.71 – 3.38 ล้านบาท) เพียงแค่เปิด Pre-Sale 3,000 คันแรก ก็สามารถปิดยอดจองได้ภายใน 30 นาที! และมียอดจองถึง 7,288 คัน ภายในหนึ่งวัน!

ใครที่ชื่นชอบรถตู้ระดับ VIP แต่อยากลองเปลี่ยนรสชาติมาเล่นรถจีนดูบ้าง กับราคาและคุณสมบัติที่คุ้มสุดๆ แบบนี้ แถมยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอีก บอกเลยว่าห้ามพลาดแน่นอน!

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ในช่วงนี้ มาขายรถกับทาง Carro Express สิ! คลิกเลยที่ https://th.carro.co/sell-car/express รับรองได้เงินเร็ว ไว ทันใจแน่นอน!

CARRO Automall

ส่วนใครสนใจจะซื้อรถมือสอง Carro แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่ง Carro เรามีรถให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพโดย Carro Certified อย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด, การันตีคืนเงินภายใน 5 วัน, รับประกันเครื่องยนต์และเกียร์ 1 ปี, รับประกันไม่กรอไมล์ และไม่ประสบอุบัติเหตุหนัก ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม พร้อมรับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์ ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ Carro สิ!

หรือถ้าหากคุณสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงกรอกชื่อ-เบอร์โทรศัพท์ และรถที่คุณสนใจ ไว้ที่ “รับการแจ้งเตือน” เมื่อมีรถที่คุณต้องการ Carro จะรีบติดต่อไปยังคุณทันที สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> Carro Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carrothai

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

ช่วงนี้ต้องขอบอกก่อนเลยว่า กระแส “พับเบาะรถ” ถือว่ากำลังมาแรงเลยทีเดียว ซึ่งในตลาดรถที่พับเบาะได้ ก็มีให้เลือกกันอยู่หลายรุ่นหลายแบบเลยทีเดียว แต่รถที่พับเบาะได้ และสามารถใช้งานได้จริง (ที่ไม่ใช่แค่เพียงวางของอย่างเดียว) ก็คงเป็นรถในแนวๆ Hatchback (รถแฮทช์แบค), รถ SUV (รถเอสยูวี) หรือรถ MPV (รถเอ็มพีวี) ซึ่งแต่ละรุ่น ก็ออกแบบพื้นที่ในการใช้งาน และอรรถประโยชน์มาได้คล้ายๆ กัน

แต่ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ รถใหม่ป้ายแดงสำหรับบางคนอาจจะเป็นภาระเกินกำลังไปบ้าง การเลือกรถมือสองสภาพเยี่ยมๆ มาใช้สักคัน ก็จะช่วยเซฟเงินไปได้ไม่น้อย และยังเก็บเงินไว้ทำกิจกรรมสนุกๆ ขับรถไปเที่ยวกับครอบครัวในวันหยุดได้บ่อยๆ ด้วย

Carro ขอคัดสรรรถมือสอง 10 รุ่น ที่พับเบาะด้านหลังได้ราบเรียบ (หรือเกือบราบเรียบ) สามารถขับรถไปจอดนอนดูวิวริมเขื่อน หรือดูดาวบนดอย ทำกิจกรรมต่างๆ ได้สะดวก และราคาสบายกระเป๋า จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลยครับผม

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

1. Toyota C-HR

Toyota C-HR (โตโยต้า ซีเอชอาร์) เป็นรถ Sub-Compact Crossover SUV รูปทรงสวยสไตล์รถ Coupe มาพร้อมความสารพัดประโยชน์ มีที่เก็บของจุกจิกเพียบ แถมยังเป็นแบรนด์ซื้อง่ายขายคล่อง ขับไปไหนก็มีศูนย์บริการ และหาอะไหล่ได้ง่าย เปิดตัวในไทยเมื่อช่วงปลายปี 2560

ขุมพลังเป็นแบบเบนซินขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock

และในแบบไฮบริด เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 96 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 53 กิโลวัตต์ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock

สำหรับชุดเบาะหลังของ Toyota C-HR ในรุ่นเบนซินสามารถพับได้แบบ 60:40 และพับได้ราบเรียบ เมื่อพับเบาะลงหมดให้ความจุมากถึง 1,112 ลิตร ขนจักรยานเสือหมอบ 54 มาวางได้สบายๆ แต่ในรุ่น Hybrid อาจจะมีเนินบ้างเล็กน้อย เนื่องจากมีชุดแบตเตอรี่อยู่บริเวณใต้เบาะนั่นเอง

คลิกเลือกรถ Toyota C-HR คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

2. Toyota Innova

Toyota Innova Crysta (โตโยต้า อินโนว่า คริสต้า) เป็นรถเจเนอเรชั่นที่ 2 ของ Innova ที่ยังได้รับความนิยมทั้งในตลาดรถป้ายแดง และรถมือสองอย่างต่อเนื่อง เป็นการนำเข้ามาจากอินโดนีเซีย เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกันยายน 2559 อัพเกรดความหรูหรามาเต็มพิกัด และความอเนกประสงค์สุดๆ

ในรุ่น 2.8V และ 2.8G มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.8 ลิตร คอมมอนเรล GD Efficient Boost รหัส 1GD-FTV (High) 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 174 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift

ส่วนรุ่น 2.0E ใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส 1TR-FE ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 139 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 183 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด รองรับแก๊สโซฮอล์ E20

ด้วยแนวคิดการออกแบบภายในห้องโดยสาร ภายใต้ Concept “Living Room Like” ทำให้มีพื้นที่กว้างขวางกว่าเดิมมาก เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับเบาะจังหวะเดียว 1-Touch Tumble ได้ และปรับเบาะแบบ Privy Relaxed ปรับเอนได้อิสระในเบาะนั่งแถวที่ 2 (สำหรับในรุ่นที่ไม่ใช่เบาะ Captain Seat นะครับ)

ส่วนเบาะนั่งแถว 3 สามารถปรับพับได้แบบ 50:50 โดยห้อยที่บริเวณด้านข้าง ซึ่งก็ทำให้เสียพื้นที่แนวขวางไปเล็กน้อย ในกรณีที่ตั้งวางของเรียงซ้อนกันหลายชั้น

คลิกเลือกรถ Toyota Innova Crysta คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

3. Nissan Note

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) จัดเป็นรถ Eco-Car แบบ Hatchback 5 ประตูที่ภายในกว้างขวางมากอีกหนึ่งรุ่น เวอร์ชั่นไทยเปิดตัวในวันที่ 17 มกราคม 2560 มาด้วยความกว้างขวางของภายใน กับหลังคาสูงแบบ Airy Cabin

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ตัวเดียวกับใน Nissan March รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT พร้อม D-STEP Logic

เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 ปรับให้แบนราบเรียบได้ ในรุ่น VL และปรับชิ้นเดียวในรุ่น V หากพับเบาะหลังลง จะให้เนื้อที่มากถึง 1,495 ลิตร (ตามมาตรฐาน VDA) สามารถวางจอ TV ขนาด 50 นิ้วได้สบายๆ

คลิกเลือกรถ Nissan Note คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

4. Nissan X-Trail

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์เทรล) จัดเป็นรถ SUV มีให้เลือกในตลาดทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และแบบไฮบริดรายแรกในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกันในไทย ที่ถึงแม้ว่า Nissan บ้านเราจะเลิกขายไปแล้วก็ตาม แต่ในตลาดรถมือสอง รุ่นนี้ยังคงได้รับความนิยมอยู่

ด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ติดกับตัวรถมามากมาย ตอบสนองวิถีชีวิตคนเมือง เช่น ระบบเปิด-ปิด ประตูท้ายอัตโนมัติแบบระบบแฮนด์ฟรี ง่ายทั้งการบรรทุกของ หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ หรือแม้กระทั่งการท่องเที่ยว ที่ต้องพกอุปกรณ์ และกระเป๋าเดินทางหลายๆ ใบ

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิด 233 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร + มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมโรเตอร์สวิตช์ (4x4i with Roter Switch) ช่วยการขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนได้ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ 2WD, 4WD Auto และ 4WD Full-Time

อีกทั้งเบาะนั่งในแถวที่ 2 และแถวที่ 3 (ในรุ่น 7 ที่นั่ง) สามารถปรับพับเบาะได้หลายรูปแบบ และแบนราบเกือบที่สุด ในบรรดารถ SUV ด้วยกันในท้องตลาด เมื่อพับเบาะแถวที่ 3 จะให้พื้นที่ 445 ลิตร และหากพับเบาะลงทั้งหมด จะให้พื้นที่เพิ่มอีก 565 ลิตร (ตามมาตรฐาน VDA)

คลิกเลือกรถ Nissan X-Trail คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

5. Honda Jazz

Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) เจเนอเรชั่นที่ 3 ที่ยังคงขายในไทยกันอย่างยืนยงเข้าสู่ปีที่ 8 นับตั้งแต่เปิดตัวในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ด้วยจุดเด่นของห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย จากแนวคิดการออกแบบ “Futuristic Cockpit” จัดวางพื้นที่ภายในห้องโดยสารนี้ยังคงใช้แนวคิด Man Maximum Machine Minimum ในการออกแบบ

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15Z1 แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ แบบ 7 สปีด

ซึ่งรุ่นนี้ยังใช้ชุดเบาะนั่งอัลตร้า ซีท ที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 4 โหมด ได้แก่ Utility Mode, Long Mode, Tall Mode และเพิ่มโหมดใหม่ล่าสุด Refresh Mode ที่พับเบาะด้านหน้าเชื่อมต่อเบาะด้านหลังได้ ปรับเบาะได้ราบเรียบที่สุดในบรรดารถ Sub-Compact Car แบบ Hatchback ที่ขายในตลาด (เนื่องจากนำถังน้ำมัน ไปไว้บริเวณใต้เบาะนั่งคู่หน้า) ให้เนื้อที่กว้างสะใจถึง 1,354 ลิตร (ตามมาตรฐาน VDA)

คลิกเลือกรถ Honda Jazz คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

6. Honda HR-V

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) นับเป็นรถ SUV ขนาด B-Segment ยอดฮิตมากในตลาดรถมือสองอีกรุ่น ด้วยความสารพัดประโยชน์ที่ได้รับจากรถแนวนี้ มีที่เก็บของจุกจิกเพียบ กับสปอร์ตปราดเปรียวในสไตล์รถสปอร์ตคูเป้ แบบ “Dynamic Cross Solid” แถมราคาขายต่อดี ไม่ตก แถมยังเป็นแบรนด์เจ้าตลาด ขับไปไหนก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของศูนย์บริการ และการหาอะไหล่

วางเครื่องขนาด 1.8 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC แบบเดียวกับในรุ่น Civic FB ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dream และขับสนุกยิ่งขึ้นด้วยระบบ Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ แบบ 7 สปีด

มาพร้อมกับเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode เพื่อตอบรับทุกการใช้งาน ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 565 ลิตร และเบาะที่พับเก็บได้ราบเรียบ วางจักรยาน MTB ไซส์ 26 ได้สบายๆ ถึง 2 คัน!

คลิกเลือกรถ Honda HR-V คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

7. Mazda CX-5

Mazda CX-5 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-5) เป็นรถ SUV ขนาด C-Segment รุ่นที่มีชื่อเสียงมากอีกหนึ่งรุ่น มาพร้อมรูปทรงการออกแบบอันสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ที่ได้แรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของงานศิลปะญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ตามแนวทางการออกแบบ “Less is more” เรียบง่าย สุขุม และสปอร์ตโฉบเฉี่ยว

มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT ให้แรงม้าสูงสุด 175 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประหยัดสูงสุด 17.5 กม./ลิตร

และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual S-VT พัฒนาให้สามารถตอบสนองอัตราเร่งได้ดีขึ้น ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า (ภายหลังปรับแรงม้าเป็น 190 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประหยัดสูงสุด 13.9 กม./ลิตร

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ขนาด 2.5 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้แรงม้าสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

มาพร้อมกับเบาะนั่งอเนกประสงค์ เมื่อพับเบาะนั่งลงหมด ให้ความจุมากถึง 1,620 ลิตร (ตามมาตรฐาน VDA)

คลิกเลือกรถ Mazda CX-5 คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

8. Mitsubishi Xpander

Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) เป็นรถ MPV ที่ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าทั้งในแบบรถป้ายแดงและรถมือสอง นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 โดยการนำเข้าจากอินโดนีเซีย ภายในเพียบพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก กว้างขวาง สะดวกสบาย มีเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนที่ต่ำ (NVH) ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพตามปรัชญาแบบ “โอโมเตะนาชิ” ของญี่ปุ่น

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 4A91 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมปุ่ม Overdrive รองรับแก๊สโซฮอล์ E85

ให้พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ที่สุดกว่ารถในระดับเดียวกัน ผู้โดยสารแถวที่ 3 สามารถเดินภายในได้อย่างสะดวกสบาย ขณะที่เบาะนั่งแถวที่สองพับเบาะกลางลง เพื่อใช้เป็นที่วางแขนได้ มีช่องวางแก้วน้ำมากถึง 16 จุดรอบคัน พร้อมแอร์สำหรับผู้โดยสารหลัง และเมื่อพับเบาะลงทั้งหมด จะให้พื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 1,630 ลิตร! เพื่อความสนุกในทุกกิจกรรมของคุณ ถูกใจสายเที่ยวแน่นอน

คลิกเลือกรถ Mitsubishi Xpander คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

9. Suzuki Ertiga

Suzuki Ertiga (ซูซูกิ เออร์ติก้า) เป็นรถ MPV 7 ที่นั่ง ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT พร้อมมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและความปลอดภัย ห้องโดยสารภายในดูเรียบหรู ใช้วัสดุคุณภาพสูง พื้นที่ภายในขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง กว้างขวาง โปร่งสบาย และยังมี NVH ให้การขับขี่นุ่มนวล ดูดซับแรงสั่นสะเทือน พร้อมลดเสียงรบกวนตลอดเส้นทาง

ใช้เครื่องยนต์รหัส K15B ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว DUALJET ให้แรงม้าสูงสุดถึง 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายรองรับได้ 209 ลิตร เบาะนั่งแถวที่สอง พับแบบ 60:40 และแถวที่ 3 พับแบบ 50:50 โดยหากพับเบาะสองแถวหลังลงหมด ให้ความจุได้สูงสุดถึง 803 ลิตร!

คลิกเลือกรถ Suzuki Ertiga คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro แนะนำ 10 รถพับเบาะได้ สะด๊วก สะดวก

10. Subaru XV

Subaru XV (ซูบารุ เอ็กซ์วี) จัดเป็นรถนอกกระแสสไตล์ Crossover ที่ขายดีอีกหนึ่งรุ่น รุ่นปัจจุบันเปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมกราคม 2561 ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ “Subaru Global Platform” พร้อมระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) และระบบ X-Mode ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนภูมิประเทศที่ท้าทาย

มาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 2.0 ลิตร ปรับปรุงใหม่ น้ำหนักเบาลงประมาณ 12 กิโลกรัม แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว กับระบบ Direct Injection ให้กำลัง 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ Lineartronic 7 สปีด ที่เบากว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 7.8 กิโลกรัม

พื้นที่ด้านหลังขนของได้เพียบ และพับเบาะนั่งแถวสองได้ราบเรียบที่สุดอีกหนึ่งรุ่น ให้ความจุมากถึง 1,240 ลิตร!

คลิกเลือกรถ Subaru XV คันที่ใช่สำหรับคุณ ได้ที่นี่ครับ!

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์ที่พับเบาะได้มาใช้ในช่วงนี้ มาขายรถกับทาง Carro Express สิ! คลิกเลยที่ https://th.carro.co/sell-car/express รับรองได้เงินเร็ว ไว ทันใจแน่นอน!

CARRO Automall

ส่วนใครสนใจจะซื้อรถมือสอง Carro แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่ง Carro เรามีรถให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพโดย Carro Certified อย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด, การันตีคืนเงินภายใน 5 วัน, รับประกันเครื่องยนต์และเกียร์ 1 ปี, รับประกันไม่กรอไมล์ และไม่ประสบอุบัติเหตุหนัก ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม พร้อมรับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์ ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ Carro สิ!

หรือถ้าหากคุณสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงกรอกชื่อ-เบอร์โทรศัพท์ และรถที่คุณสนใจ ไว้ที่ “รับการแจ้งเตือน” เมื่อมีรถที่คุณต้องการ Carro จะรีบติดต่อไปยังคุณทันที สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> Carro Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carrothai

ราคารถใหม่ Mitsubishi ปี 2022 ทุกรุ่น

รวมราคารถใหม่ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ทุกรุ่น Update 20/4/2022

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2022 Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Mitsubishi Mirage / มิตซูบิชิ มิราจ

New Mirage 2020

  • 1.2 GLX 5MT ราคา 474,000 บาท
  • 1.2 GLX CVT ราคา 509,000 บาท
  • 1.2 GLS CVT ราคา 574,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT ราคา 619,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก White Diamond เพิ่ม 7,000 บาท

Mitsubishi Attrage / มิตซูบิชิ แอททราจ

New Attrage 2020

  • 1.2 GLX 5MT ราคา 494,000 บาท
  • 1.2 GLX CVT ราคา 529,000 บาท
  • 1.2 GLS CVT ราคา 579,000 บาท
  • 1.2 GLS-LTD CVT ราคา 624,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก White Diamond เพิ่ม 7,000 บาท

Mitsubishi Xpander / เอ็กซ์แพนเดอร์

Xpander

  • GLS-LTD ราคา 789,000 บาท
  • GT ราคา 863,000 บาท

หมายเหตุ : สีขาว Quartz White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท

New Mitsubishi Xpander 2022

New Xpander 2022

  • GLS-LTD ราคา 799,000 บาท
  • GT ราคา 895,000 บาท

หมายเหตุ : สีขาว Quartz White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท

Mitsubishi Xpander Cross

Xpander Cross

  • Cross ราคา 919,000 บาท

หมายเหตุ : สีขาว Quartz White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท

Mitsubishi Outlander PHEV

Outlander PHEV

  • GT ราคา 1,640,000 บาท
  • GT-Premium 2WD ราคา 1,759,000 บาท

Mitsubishi Triton 2021

Triton

Single Cab

  • Single Cab 2.5D GL 5MT ราคา 539,000 บาท
  • Single Cab 4WD 2.4D GL 6MT ราคา 659,000 บาท
  • Single Cab 4WD 2.4D GL 6AT ราคา 704,000 บาท
  • Single Cab 4WD 2.4D (SWB) 6AT ราคา 689,000 บาท

Mega Cab

  • Mega Cab 2.5D GL 5MT ราคา 602,000 บาท
  • Mega Cab 2.5D GLX 5MT ราคา 637,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GLX 6MT ราคา 694,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 734,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6MT ราคา 784,000 บาท
  • Mega Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6AT ราคา 834,000 บาท

Double Cab

  • Double Cab 2.5D GLX 5MT ราคา 682,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLX 6MT ราคา 779,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 824,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GLS 6AT ราคา 887,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6MT ราคา 883,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT 6AT ราคา 933,000 บาท
  • Double Cab Plus 2.4D MIVEC GT-Premium 6AT ราคา 995,000 บาท
  • Double Cab 4WD 2.4D MIVEC GLS 6MT ราคา 945,000 บาท
  • Double Cab 4WD 2.4D MIVEC GT-Premium 6AT ราคา 1,109,000 บาท
  • Athlete GT 6AT ราคา 985,000 บาท**
  • Athlete GT 6AT 4WD ราคา 1,156,000 บาท**

*หมายเหตุ : สีขาวมุก White Diamond เพิ่ม 10,000 บาท, รุ่น Athlete สีขาว White Diamond / หลังคาดำ เพิ่ม 10,000 บาท

**ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษดังกล่าวมิใช่อุปกรณ์พื้นฐานที่ติดตั้งจากโรงงาน แต่เป็นอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ซึ่งจำหน่ายและติดตั้งโดยผู้จำหน่าย (รับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 60,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

Mitsubishi Pajero Sport 2021

Pajero Sport

  • 2.4D GT 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.4D GT Plus 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD ราคา 1,469,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD ราคา 1,599,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 2WD Elite Edition ราคา 1,524,000 บาท
  • 2.4D GT-Premium 4WD Elite Edition ราคา 1,629,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก White Diamond เพิ่ม 15,000 บาท, สีขาวมุก รุ่น Elite Edition เพิ่ม 20,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Mitsubishi ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/mitsubishi-new-car-promotion/

ราคารถใหม่ Suzuki ปี 2022 ทุกรุ่น

รวมราคารถใหม่ Suzuki (ซูซูกิ) ทุกรุ่น Update 7/4/2022

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2022 Suzuki (ซูซูกิ) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่ต้องการ มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Suzuki-Celerio

Celerio

  • GA MT ราคา 328,000 บาท
  • GL MT ราคา 408,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 437,000 บาท

*หมายเหตุ: บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมปรับเพิ่มราคาขายรถยนต์ Suzuki (ซูซูกิ) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 3,000 บาท

Suzuki-Ciaz

New Suzuki Ciaz 2020

  • GL MT ราคา 523,000 บาท (ราคาใหม่ 528,000 บาท)
  • GL CVT ราคา 559,000 บาท (ราคาใหม่ 564,000 บาท)
  • GLX CVT ราคา 625,000 บาท (ราคาใหม่ 628,000 บาท)
  • RS CVT ราคา 675,000 บาท (ราคาใหม่ 678,000 บาท)

*หมายเหตุ: บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมปรับเพิ่มราคาขายรถยนต์ Suzuki (ซูซูกิ) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 5,000 บาท

New-Suzuki-Swift-2021

Swift 2021

  • GL CVT ราคา 557,000 บาท (ราคาใหม่ 562,000 บาท)
  • GL PLUS CVT ราคา 567,000 บาท
  • GLX CVT ราคา 629,000 บาท (ราคาใหม่ 632,000 บาท)

*หมายเหตุ: บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมปรับเพิ่มราคาขายรถยนต์ Suzuki (ซูซูกิ) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

Suzuki-Ertiga-2019

Ertiga

  • GL AT ราคา 659,000 บาท (ราคาใหม่ 679,000 บาท)
  • GX AT ราคา 725,000 บาท (ราคาใหม่ 745,000 บาท)

*หมายเหตุ: บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมปรับเพิ่มราคาขายรถยนต์ Suzuki (ซูซูกิ) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

All-New-Suzuki-XL7-2020-1

XL7 2020

  • GLX ราคา 779,000 บาท (ราคาใหม่ 799,000 บาท)

*หมายเหตุ: บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมปรับเพิ่มราคาขายรถยนต์ Suzuki (ซูซูกิ) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก Pearl Snow White (ZQZ) เพิ่มเงิน 5,000 บาท ส่วนสีส้ม/สีดำ เพิ่มเงิน 10,000 บาท และสีขาว/สีดำ เพิ่มเงิน 15,000 บาท

All-New-Suzuki-Carry-2019

Carry

  • Pickup ราคา 385,000 บาท (ราคาใหม่ 395,000 บาท)

*หมายเหตุ: บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมปรับเพิ่มราคาขายรถยนต์ Suzuki (ซูซูกิ) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

Suzuki-Jimny-Sierra-2019

Jimny

  • MT (Monotone) ราคา 1,550,000 บาท
  • MT (Two-Tone) ราคา 1,580,000 บาท
  • AT (Monotone) ราคา 1,650,000 บาท
  • AT (Two-Tone) ราคา 1,680,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Suzuki ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://th.carro.co/blog/suzuki-new-car-promotion/

CARRO พาชมรถใหม่ เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2022

“Motor Show 2022” (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43) หรือ The 43rd Bangkok International Motor Show 2022 ภายใต้แนวคิด “ก้าวด้วยกัน ไปด้วยใจ ไปได้ไกล” หรือ “Keep Moving Forward Together” พร้อมนำรถรุ่นใหม่มาโชว์ให้ดูกันเต็มที่ ท่ามกลางบรรยากาศการจัดงานแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal ปลอดภัยไร้กังวลจากโควิด-19 และในปีนี้ พิเศษ! ด้วยโซน Smart EV City ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่

โดยงานมอเตอร์โชว์ 2022 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ รถรุ่นเด่นๆ และรถยนต์ไฟฟ้า ที่เปิดตัวกันตั้งแต่ก่อนงาน และในงาน Motor Show 2022 แม้ว่าในปีนี้ บริษัทรถยนต์หลายค่าย อาจจะมีรถใหม่มาเผยโฉมกันไม่มากนัก … เอาล่ะ CARRO ขอแนะนำรถในงาน Motor  Show 2022 ให้ได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ กันเลยครับ …

New Toyota C-HR GR Sport 2022

Toyota C-HR GR Sport

Toyota C-HR HEV GR Sport (โตโยต้า ซีเอชอาร์ จีอาร์ สปอร์ต) ใหม่ “Race Your Irresistible Ambition” ความเร้าใจที่ยากเกินต้านทาน เสริมทัพ GR Series พร้อม Fun to drive ไปกับ Sub-Compact SUV ใหม่ล่าสุด

สำหรับ Toyota C-HR ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต ด้วยยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 9,000 คัน (ข้อมูลถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565) พร้อมแนะนำ “C-HR HEV GR Sport ใหม่” สายพันธุ์ Racing เครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ผสาน 2 พลังขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ พร้อมประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กม./ลิตร

ดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตกับแพ็กเกจชุด GR Sport ประกอบด้วย สเกิร์ตรอบคัน, ชุดตกแต่งกันชนหน้า, ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, ไฟตัดหมอกแบบ LED, พร้อมสัญลักษณ์ GR ที่กันชนหน้า และ GR Sport บริเวณท้ายรถ

ภายในตกแต่งด้วยสีดำ Total Look และสี Gun Metallic สไตล์ GR เบาะนั่งดีไซน์พิเศษ เดินด้ายสีเทา พร้อมสัญลักษณ์ GR , พวงมาลัยหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมสัญลักษณ์ GR, ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start พร้อมสัญลักษณ์ GR

ช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต Upgrade คอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ ทรงตัวดีขึ้น เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจและขับสนุกมากยิ่งขึ้น จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และช่วงล่างด้านหลัง Double Wishbone

Toyota C-HR HEV GR Sport มาในราคา 1,189,000 บาท

Toyota bZ4X 2022

Toyota bZ4X

นับตั้งแต่ Toyota (โตโยต้า) เผยโฉมรถ Crossover SUV หรือ C-SUV พลังงานไฟฟ้า 100% จากค่ายโตโยต้า Toyota bZ4X (โตโยต้า บีแซดโฟร์เอ็กซ์) ใหม่ ก็เป็นที่สนใจอย่างมากของชาวโลก และมีข่าวว่าในงาน Motor Show 2022 (มอเตอร์โชว์ 2022) นี้ Toyota ได้นำเข้ามาให้ได้ชื่นชมกัน ก่อนเตรียมขายในไทยเร็วๆ นี้

Toyota bZ ชื่อรุ่นเป็นคำย่อมาจากคำว่า “Beyond Zero” และยังเป็นรุ่นแรกของตระกูล bZ Series ที่โตโยต้าจะใช้ชื่อ bZ นี้ เพื่อสื่อถึงความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota พัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์ม e-TNGA ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มใหม่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ ร่วมพัฒนากับทาง Subaru และ Daihatsu รวมจุดเด่นด้านระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าของโตโยต้า และความเชี่ยวชาญด้านระบบ AWD ของ Subaru ไว้

ขุมพลังมีด้วยกัน 2 แบบ ได้แก่ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว แบบ AC Synchronous Electric Motor ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 265 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า แบตเตอรี่ Lithium-Ion ขนาด 71.4 kWh ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.4 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 160 กม./ชม. วิ่งได้ไกลสุด 500 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)

ส่วนแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบบ AC Synchronous Electric Motor ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 336 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ Lithium-Ion ขนาด 71.4 kWh ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กม./ชม. สามารถขับได้ไกลสุด 460 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)

รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบกระแสสลับ AC กำลังไฟ 6.6 kW ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง และกระแสตรง DC กำลังไฟ 150 kW จาก 0-80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

All-New Toyota Veloz 2022

Toyota Veloz

All-New Toyota Veloz (โตโยต้า เวลอซ) รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง สไตล์ Premium Crossover ดีไซน์ล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวางเทียบเท่ารถระดับ C-Segment ใช้แนวคิดการสื่อสารการตลาดว่า “ใช้ชีวิตไปด้วยกัน” หรือ “Better Together”

ภายนอกดูโดดเด่น กระจังหน้าดีไซน์ขนาดใหญ่พร้อมไฟหน้าแบบ LED ให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่ง พร้อมแผ่นกันใต้ท้องรถสไตล์ Crossover มีแนวเส้นขอบโครเมียมด้านหน้าตัวรถยาวถึงด้านหลัง ล้อและซุ้มล้อขนาดใหญ่แบบ SUV

ภายในกว้างขวาง สะดวกสบาย เบาะนั่งปรับได้หลากหลายถึง 7 แบบ เพิ่มอรรถประโยชน์ใช้สอยด้วยแผงหน้าปัด TFT ปรับได้ 4 รูปแบบ ระบบเครื่องเสียง หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว พร้อมที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) ช่องเสียบ USB 4 จุด และที่วางแก้วน้ำมากถึง 15 จุด

ที่สำคัญยังเพียบพร้อมด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในรถระดับเดียวกัน ด้วย Toyota Safety Sense หรือ TSS พร้อมแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้าใหม่ และเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i ขนาด 1.5 ลิตร 106 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 17.9 กม./ ลิตร หยุดรถมั่นใจด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมเบรกมือไฟฟ้า

มีให้ลูกค้าเลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Premium และ รุ่น Smart ในราคา 875,000 – 975,000 บาท (ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงานเท่านั้น)

New Mitsubishi Xpander 2022

Mitsubishi Xpander

Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) เปิดตัวโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในงาน Motor Show 2022 นี้แต่ยังไม่เปิดราคาจำหน่าย

ปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงตัวรถใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 95 มม. และความสูงจากพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 15 มม. ทำให้รถมีความสูงมากถึง 220 มม. พร้อมติดตั้งและเพิ่มเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า

ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Advanced Dynamic Shield ด้านหลังดีไซน์ใหม่ ติดตั้งกันชนท้ายและแผ่นกันกระแทกแบบใหม่ ดีไซน์ 3 มิติ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สีทูโทนขนาด 17 นิ้ว

ห้องโดยสารสีทูโทน สีน้ำตาล-ดำ ดีไซน์ใหม่แบบ Horizontal Axis จัดเรียงแผงควบคุมที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ใช้งานง่าย พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ทรงสปอร์ต วัสดุหนังสังเคราะห์หุ้มเบาะนั่ง มีหน้าจอระบบสัมผัส รุ่นใหม่ ขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับการใช้งานแอปเปิล คาร์เพลย์ ระบบปรับอากาศแบบดิจิทัล พร้อมกันนี้ยังติดตั้ง ที่วางขวดน้ำขนาด 600 มล. มากถึง 4 ขวด บริเวณที่พักแขนอีกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร MIVEC 105 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่องรุ่นใหม่ Eco-Dynamic CVT

All-New Subaru BRZ 2022

Subaru BRZ

The All-New Subaru BRZ (ซูบารุ บีอาร์แซด) รถสปอร์ตคูเป้ระดับตำนาน ที่ครั้งนี้พลิกโฉมการออกแบบใหม่หมดทั้งคันในเจเนอเรชันที่ 2 ตั้งแต่เครื่องยนต์ขุมพลังใหม่ จนถึงดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว พร้อมอัดแน่นเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Advanced Driver Assist Technology เป็นครั้งแรก จนได้รับการยกย่องให้เป็น “สุดยอดสปอร์ตคูเป้ยอดนิยมแห่งปี” จากหลายเวทีระดับโลก

B – BOXER สปอร์ตคูเป้เจเนอเรชั่น 2 ของซูบารุที่สานต่อ DNA อันเป็นเอกลักษณ์ ของ Subaru BRZ รถสปอร์ตที่คล่องตัวและมีน้ำหนักเบา กับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่ปรับขุมพลังใหม่ ขนาด 2.4 ลิตร มอบอัตราเร่งที่ดุดันด้วยพละกำลัง 237 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร

R – Rear Wheel Drive เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่วางเครื่องยนต์ด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ทำงานประสานกับเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมแพดเดิลชิฟต์ ตอกย้ำนิยามความเป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ตอบสนองการขับขี่ทุกรูปแบบได้ดังใจ

Z – Zenith ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ต น้ำหนักเบา ให้การควบคุมและการตอบสนองที่ดีเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมีส่วนร่วมกับรถได้เป็นหนึ่งเดียว

ห้องโดยสารและแผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ เบาะนั่งคู่หน้าบุด้วยหนังและวัสดุพิเศษ (Ultrasuede) แผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบ LCD หน้าจอระบบสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto เสริมระบบควบคุมเสถียรภาพแบบสปอร์ต Track mode ที่ให้อิสระแก่ผู้ขับขี่มากขึ้น และเพิ่มความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Advanced Driver Assist Technology

The All-New Subaru BRZ 2.4 MT ราคาขายปลีกแนะนำ 2,283,800 บาท ราคาออพชันแพค 415,200 บาท ราคารวม 2,699,000 บาท และรุ่น 2.4 AT EyeSight ราคาขายปลีกแนะนำ 2,433,800 บาท ราคาออพชันแพค 415,200 บาท ราคารวม 2,849,000 บาท

New Hyundai Creta2022

Hyundai Creta

Hyundai Creta (ฮุนได เครต้า) ใหม่ รถอเนกประสงค์รุ่นแรกของฮุนได ในไทย นำเข้าจากโรงงาน Hyundai ในอินโดนีเซีย

ชื่อรุ่น เครต้า คือความเชื่อมโยง จากชื่อของหมู่เกาะครีต ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย ขณะเดียวกันเต็มไปด้วยพลังงาน และความคึกคักของกิจกรรมบนเกาะ

ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เส้นหลังคาและเสา C เน้นความมั่นคง ส่วนภายในออกแบบเน้นความพรีเมี่ยม และร่วมสมัย บริเวณด้านหน้าแผงหน้าปัดแนวยาวเชื่อมต่อไปกับแผงด้านข้างประตู เสมือนปีกที่โค้งรับกัน ดูเข้ม และมีพลังเหมือนโอบอุ้มผู้โดยสาร ติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอลบนจอ LED ขนาด 10.25 นิ้ว ความละเอียดสูง บริเวณแผงด้านหน้าติดตั้งหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Android Auto และ Apple CarPlay

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว มอบพละกำลังสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ IVT พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 แบบ คือ อีโค (Eco), คอมฟอร์ท (Comfort), สปอร์ต (Sport) และสมาร์ท (Smart) พร้อมปุ่มปรับการขับขี่เฉพาะสภาพถนนหิมะ, ทรายหรือโคลน

Hyundai Creta มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ SE และ SEL มาในราคา 949,000 – 999,000 บาท

All-New Neta V 2022

NETA V

ปตท. จับมือ Hozon เตรียมขายรถยนต์ไฟฟ้า NETA (เนต้า) ในรุ่น NETA V (เนต้า วี) (哪吒V) สไตล์ Crossover พวงมาลัยขวา ภายใต้บริษัท NETA Auto Thailand ผ่านบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 100% ร่วมกับ บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ร่วมกัน เปิดตัวรถในงาน Motor Show 2022 นี้

Neta V เป็นรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ Crossover ขนาดเล็กแบบ 5 ประตู ตัวรถภายนอกได้แรงบันดาลในมาจาก “โลมา” ด้านหน้ารถยื่นแหลมเหมือนปากโลมา ด้านข้างมีสันนูน เน้นความลู่ลม ส่วนจุดชาร์จไฟติดตั้งที่ซุ้มล้อด้านหน้า ใช้ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 15 นิ้ว ด้านท้ายมีสปอยเลอร์หลังคาและไฟเบรกดวงที่ 3 มาให้

ภายในห้องโดยสารดูเรียบง่ายสไตล์มินิมอล แผงคอนโซลแบบเล่นระดับพร้อมตกแต่งลายไม้ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ฝั่งผู้ขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง ส่วนผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง 2 ก้านขนาดใหญ่แบบหัวตัดและท้ายตัด หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่เป็นแบบดิจิทัลทรงเหลี่ยมยาว มีหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 13 นิ้ว พร้อมระบบควบคุมสั่งงานด้วยเสียง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติและระบบกรองอากาศ N95 มีกุญแจ Keyless แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย

ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่เพลาคู่ล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า มาพร้อมแบตเตอรี่มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ รุ่น Standard ใช้แบตเตอรี่แบตลิเธียม LFP ขนาด 40 kW แรงบิดสูงสุด 110 นิวตันเมตร ให้ระยะทางการวิ่งอยู่ที่ 301 กม. ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ส่วนในรุ่น Lone Range ใช้มีแบตเตอรี่ขนาด 55 kW มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกล 401 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC)

อัตราเร่งจาก 0-50 กม./ชม. ในรุ่น Standard จะอยู่ที่ 5.9 วินาที ส่วนในรุ่น Lone Range จะอยู่ที่ 4.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงุสดจะถูกจำกัดไว้ที่ 100 กม./ชม.

รองรับการชาร์จไฟขนาด 3.3 kW ใช้เวลาประมาณ 10-12 ชม. และขนาด 6.6 kW จะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชม. มาพร้อมระบบ Fast Charging ที่ชาร์จไฟแบบ DC ตั้งแต่ 30-80% ในเวลาเพียง 30 นาที

NETA V ราคาคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 750,000 บาท

MG ZS EV 2022 โฉมใหม่! ชูแบตเตอรี่วิ่งได้ไกลขึ้นถึง 403 กิโลเมตร

MG ZS EV

New MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) รถยนต์ไฟฟ้า 100% โฉมใหม่ ที่มาพร้อมกับ Concept “Truly Easy” เรียบหรู ล้ำสมัยภายใต้แนวคิด BRIT Dynamic ลงตัวสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทั้งสมรรถนะ (Performance) การควบคุม (Handing) การออกแบบ (Design) และความปลอดภัย (Safety) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัย ขับขี่ง่าย มั่นใจในทุกเส้นทาง

ภายในมาพร้อมการใช้งานที่ “ง่าย” และ สบาย ยิ่งขึ้น กว้างขวาง เรียบหรู แฝงความสปอร์ตพรีเมี่ยมด้วยคอนโซลหน้าลายคาร์บอนไฟเบอร์ และเบาะหนังดำเดินด้ายแดง พร้อมวัสดุบุนุ่มแบบ Soft Touch และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน บวกกับหน้าจอสีระบบสัมผัสดีไซน์ใหม่ ขนาด 10 นิ้ว มีระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) เป็นต้น

ตอบโจทย์เอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟีเจอร์ V2L (Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง 2,200 วัตต์ สมรรถนะสูง ด้วยมอเตอร์ขนาด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.6 วินาที และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 50.3 kWh สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) พร้อมมีระบบ Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า

New MG ZS EV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D รุ่นเริ่มต้น ราคา 949,000 บาท (ได้ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 240,000 บาท) และรุ่น X ซึ่งเป็นรุ่นท็อป ในราคา 1,023,000 บาท (ได้ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 246,000 บาท)

New MG HS และ MG HS PHEV 2022

MG HS / MG HS PHEV

New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) และ New MG HS PHEV (เอ็มจี เอชเอส พีเฮชอีวี) โฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด Refinement โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมรูปโฉมใหม่ที่ผสานความหรูหราทันสมัยและความสปอร์ตอย่างลงตัว มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องเบนซินเทอร์โบ และ ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid)

โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยด้วยการติดตั้งระบบนำทางเสมือนจริง หรือ AR Navigation ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องหน้าที่ถ่ายทอดสภาวะแวดล้อมจริงในขณะเดินทาง ร่วมกับระบบนำทาง Navigation แบบ Realtime ช่วยให้การใช้งานระบบนำทางแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่าเดิม

และระบบกุญแจดิจิตอล (Digital Key Technology) อีกทั้งยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลสูงสุดถึง 26 ระบบ และระบบช่วยผู้ขับขี่หรือระบบ ADAS ที่เทียบเท่ากับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2

พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด

และเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion แบบโมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 kWh ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

New MG HS และ New MG HS PHEV มี 5 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็นรุ่นเครื่องยนต์สันดาปจำนวน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น C รุ่น D และรุ่น X และรุ่นปลั๊กอินไฮบริดจำนวน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PHEV D และ รุ่น PHEV X ในราคาตั้งแต่ 939,000 – 1379,000 บาท

All-New ORA Good Cat GT 2022

ORA Good Cat GT

ORA Good Cat GT (โอร่า กู๊ด แคท จีที) เจ้าเหมียวไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ ORA มาเผยโฉมครั้งแรกในงาน Motor Show 2022 ด้วยดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว สปอร์ตดุดัน และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ

เริ่มตั้งแต่กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตตกแต่งด้วยลายคาร์บอนและแถบสีแดง ซุ้มล้อลายคาร์บอน สปอยเลอร์หลังพร้อมสัญลักษณ์ GT ส่วนกันชนท้ายมีลักษณะคล้ายดิฟฟิวเซอร์ในตัว ล้ออัลลอยเป็นแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว ซึ่ง ORA ระบุว่าได้แรงบันดาลใจการออกแบบจาก “กรงเล็บแมว” ตกแต่งด้วยแถบสีแดง ใส่ยาง Giti ขนาด 215/50R18

ห้องโดยสารเน้นความสปอร์ตด้วยโทนสีดำ-แดง เบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังกลับสีแดง พร้อมระบบนวด มีหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว, ระบบแสดงสภาพอากาศออนไลน์ ระบบสั่งงานด้วยคำสั่งเสียง ฯลฯ รวมถึงมีระบบอัปเกรดซอฟท์แวร์แบบออนไลน์ (FOTA) และประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าพร้อมเซ็นเซอร์เท้า

ORA Good Cat GT มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลัง 171 แรงม้า มากกว่ารุ่นปกติ 28 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ทำความเร็วได้สูงสุด 160 กม./ชม. ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.4 วินาที

ส่วนชุดแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไอออนฟอสเฟต ขนาด 59.1 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 480 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ AC ขนาด 6.6 kW ใช้เวลาประมาณ 8 ชม. และชาร์จเร็วกระแสตรง DC 0-80% ในเวลา 45 นาที และ 30-80% ในเวลา 32 นาที

พร้อมเปิดรับจองผ่าน Application GWM ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม – 30 เมษายน 2565 ใครอยากเป็นเจ้าของเจ้าเหมียว GT คันนี้ เตรียมจองได้เลย

All-New Tank 300 HEV 2022

Tank 300 HEV

Tank 300 HEV (แทงก์ 300 เอชอีวี) รถยนต์ออฟโรดสไตล์โมเดิร์น มาพร้อมรูปทรงสง่างามและเครื่องยนต์ทรงพลัง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ภายในเมืองครบครัน และการผจญภัยของผู้ขับขี่ขาลุยอย่างลงตัว ถ่ายทอดคุณสมบัติของแบรนด์ในการสร้าง “แบรนด์ออฟโรดที่โฉบเฉี่ยวทันสมัยระดับโลก” สำหรับ “Tank” เป็นแบรนด์หลักลำดับที่ 5 ที่เปิดตัวโดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ในปี 2564 นำมาโชว์ในงาน Motor Show 2022 ครั้งนี้ด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จแบบฉีดตรง มีกำลังสูงแม้ขณะทำงานเต็มที่ การใช้เกียร์ 8AT ไม่เพียงช่วยให้การขับขี่ที่ความเร็วสูงเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังรับประกันการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย พร้อมความสามารถแบบออฟโรด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โหมดเกาะถนน” อันทรงพลัง โดยที่เพลาไขว้สามารถวิ่งได้อย่างราบรื่นและเบรกได้อย่างรวดเร็วเมื่อขับขึ้นทางลาดชัน

เทคโนโลยีอัจฉริยะ เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันอันทรงพลังของ รถยนต์รุ่น GWM Tank 300 ด้วยระบบวิดีโอ 360 องศา ที่ปรับเปลี่ยนมุมมองได้หลากหลาย แม้ว่าจะขับรถในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ฟีเจอร์ตรวจจับทัศนียภาพรอบตัว (Surround View Monitor) จะแสดงภาพชัดเจนบนหน้าจอ LCD ได้ นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถสั่งงานฟังก์ชันบางอย่างด้วยเสียงเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด

All-New Mercedes-Benz C-Class W206 2022

Mercedes-Benz C-Class (W206)

The New Mercedes-Benz C-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส) เจเนอเรชั่นที่ 6 รหัส W206 คือเดอะนิว Baby Luxury ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ต และตัวรถที่กว้างขึ้นในทุกมิติ

ส่วนดีไซน์ภายในก้าวไปอีกขั้นกับการตกแต่งที่ถอดแบบมาจากรุ่น S-Class ทั้งหน้าจอ LCD ความละเอียดสูง การปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง คอนโซลกลางแบบ LED จอสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ 11.9 นิ้ว ที่เบี่ยงเป็นมุมเฉียงมายังผู้ขับขี่เล็กน้อย ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและมาตรฐานของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น

มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ กับขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร พัฒนาใหม่พร้อมระบบ Mild Hybrid สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ แบบ 48V Technology ทำให้ได้กำลังรวมมากถึง 200 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และทำความเร็วได้สูงสุด 245 กม./ชม. พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-TRONIC)

The New Mercedes-Benz C-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น C 220 d Avantgarde และ รุ่น C 220 d AMG Dynamic

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe Special EDITION 2022

Mercedes-AMG C43 4Matic Coupé Special Edition

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION (เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซี43 4แมติก คูเป้ สเปเชี่ยล เอดิชั่น) คือสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบที่พิเศษเหนือใครของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ดีไซน์ภายนอกสะท้อนความเร้าใจตามแบบฉบับ AMG ได้อย่างลงตัว

ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 BITURBO มอบกำลังสูงสุด 390 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที เร็ว แรง และเร้าใจในชั่วพริบตาด้วยอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที

เร้าใจเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่ออกตัวพุ่งทะยานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เข้าโค้งได้เฉียบคม ส่วนระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Transmission แบบใหม่ยังมาพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลและแม่นยำ

All-New Ford Ranger 2022

Ford Ranger

Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) เจเนอเรชั่นใหม่ สุดยอดรถกระบะที่แกร่งที่สุด สมบุกสมบันที่สุด และชาญฉลาดที่สุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉมใหม่ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว ยกระดับความแข็งแกร่งภายนอกพร้อมความหรูหราสะดวกสบายภายใน โดยในระยะแรก สมนิยาม “เกิดมาแกร่ง” อย่างแท้จริง มีให้เลือกเฉพาะรุ่น Sport และ Wildtrak เท่านั้น พร้อมเปิดให้จองแล้วผ่านเวบไซต์ของ Ford

ดีไซน์ภายนอกของ All-new Ford Ranger 2022 โดดเด่นด้วยไฟหน้ารูปตัว C และกระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมระบบไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก และบันไดเหยียบด้านข้างกระบะท้ายบริเวณด้านหลังล้อหลัง ขึ้น-ลงกระบะท้ายได้ง่ายขึ้น เสริมด้วยฐานล้อที่มีความยาวและความกว้างเพิ่มขึ้น 50 มม.

ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหรายิ่งขึ้น แผงหน้าปัดใหม่ พร้อมระบบเชื่อมต่อการสื่อสารผ่านหน้าจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 10.1 นิ้ว และ 12 นิ้ว ที่เชื่อมเข้ากับกล้อง 360 องศา รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A รุ่นใหม่ล่าสุด รองรับ Apple CarPlay/Android Auto พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง และแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับรถได้เต็มรูปแบบ

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล Turbo 2.0 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo 2.0 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

Ford Ranger ใหม่ เคาะราคารุ่น Sport เริ่มต้นที่ 929,000 บาท และรุ่น Wildtrak เริ่มต้นที่ 999,000 บาท

All-New Ford Ranger Raptor 2022

Ford Ranger Raptor

Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์) เจเนอเรชั่นใหม่ รถกระบะออฟโรดที่ทรงพลังที่สุดในตระกูลเรนเจอร์ อัดแน่นด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนา มาพร้อมดีไซน์ที่ดุดันยิ่งกว่าเคย พร้อมลุยทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนทางเรียบในชีวิตประจำวัน หรือเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด

ตัวรถภายนอกมาพร้อมความดุดัน และจุดเด่นหลายๆ อย่าง เช่น ติดตั้งระบบไอเสียแบบแปรผันควบคุมไฟฟ้าครั้งแรกในรถกระบะ ช่วยให้ผู้ขับขี่ตั้งค่าเสียงท่อไอเสีย มีระดับความดังด้วยกันถีง 4 โหมด ได้แก่ โหมดเงียบ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต และโหมดบาฮา เสริมด้วยระบบป้องกันการรอรอบ (Anti-Lag System – ALS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโหมดบาฮา จะรักษาการหมุนของ Turbo ที่ความเร็วสูงต่อไปอีกถึง 3 วินาที ช่วยให้เร่งได้ทันใจขณะออกจากทางโค้ง หรือระหว่างการเปลี่ยนเกียร์

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.0 ลิตร EcoBoost V6 Twin Turbo มอบกำลังสูงสุดถึง 397 แรงม้า ที่ 5,650 รอบ/นาที และแรงบิด 583 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ซึ่งทั้งหมดถูกปรับจูนตามมาตรฐานของ Ford Performance ถ่ายทอดกำลังได้เต็มพิกัดทั้งบนทางกรวด ดิน โคลน และทราย ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร Twin Turbo จะยังคงมีอยู่

Ford Ranger Raptor ใหม่ มาในราคา 1,869,000 บาท!

All-New Ford Everest 2022

Ford Everest

Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) เจเนอเรชั่นใหม่ ออกแบบและพัฒนาเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับคนรักการผจญภัยตัวจริง ผสานสมรรถนะอันโดดเด่นพร้อมลุยเข้ากับความสะดวกสบายเหนือระดับได้อย่างลงตัว มาพร้อมโฉมใหม่ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูล้ำสมัยแข็งแกร่ง ภายในสะดวกสบายเป็นส่วนตัว ในระยะแรกจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Sport และ Titamium+

ขุมพลังของรุ่น Sport มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล Turbo ขนาด 2.0 ลิตร 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 405 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขณะที่รุ่น Titanium+ ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turbo 210 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยการขับขี่และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกยิ่งกว่าเคย เช่น หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ 12.4 นิ้ว, หน้าจอสี Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay/Android Auto พร้อมส่งมอบความสนุกในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในชีวิตประจำวัน การขับไปทำกิจกรรมงานอดิเรกยามว่าง ไปจนถึงการออกเดินทางผจญภัยเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่

Ford Everest ใหม่ มาในราคา 1,464,000 – 1,854,000 บาท

Audi Q7 Q8 60 TFSi e 2022

Audi Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition และ Audi Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition

Audi Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition (ออดี้ คิว7) และ Audi Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition (ออดี้ คิว8) พรีเมียม SUV ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก มาพร้อม Dynamic Badge ตราสัญลักษณ์ “60 TFSI e” ด้านท้ายรถ ซึ่งเป็นตัวเลขบ่งบอกแรงม้าที่สูงที่สุดเท่าที่ Audi เคยใช้มา โดยในส่วนของเครื่องยนต์สันดาปเป็นเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร 340 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังได้ถึง 136 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร

เมื่อผสานการทำงานกันจะให้พละกำลังจากระบบขับเคลื่อนสูงสุดถึง 462 แรงม้า 700 นิวตันเมตร ซึ่งนับเป็นรถยนต์พรีเมียม SUV ปลั๊กอินไฮบริด ที่มีกำลังสูงสุดในตลาดประเทศไทยตอนนี้ ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 5.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-อิออนแรงดันสูง มีความจุ 17.9 kW สามารถรองรับการชาร์จได้สูงสุดถึง 7.4 kW/ชม. ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ภายใน 2.5 ชม. แบตเตอรี่ถูกบรรจุไว้ในบริเวณที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ซึ่ง Audi ได้ออกแบบแบตเตอรี่ให้มีขนาดเล็ก ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระยังคงมีขนาดความจุสัมภาระสูงมากถึง 650 ลิตร ในรุ่น Audi Q7 และ 505 ลิตร ในรุ่น Audi Q8 สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 40 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สอดรับจากการวิจัยของ Audi ที่พบว่าลูกค้าส่วนมากจะใช้งานรถไฟฟ้าในเมืองไม่เกินวันละ 30 กิโลเมตร

Audi Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition และ Audi Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition ได้รับการออกแบบให้ลุคสปอร์ต ภายนอกตกแต่งด้วยชุดแต่ง S line และอัพเกรดการตกแต่งเป็นแบบ Black Edition เปลี่ยนคิ้วโครเมียมรอบคันเป็นสีดำ และฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ ล้ออัลลอยลายใหม่ ขนาด 21 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงทั้งหน้า-หลัง

ส่วนภายใน Audi Q7 ได้เพิ่มอุปกรณ์การตกแต่งเป็นแบบ S line Interior พวงมาลัยท้ายตัดพร้อมเบาะนั่งพร้อมตราสัญลักษณ์ S line ส่วนในรุ่น Audi Q8 ตกแต่งให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกด้วย เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบ Super Sport ลาย Diamond Cut ในแบบฉบับ RS Full Bucket Seat วัสดุหุ้มหนัง Valcona คุณภาพสูง นุ่มสบาย พวงมาลัย Multifunction แบบสปอร์ตท้ายตัด ระบบ MMI Navigation plus พร้อม MMI touch ขนาด 10.1 นิ้ว และจอควบคุม Multifunction แบบสัมผัส

พร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว พร้อม Paddle shift จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ 17 ตำแหน่ง 730 วัตต์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน และเพิ่มฟังก์ชั่นเปิดแอร์ได้ขณะดับเครื่อง (Stationary Air-conditioning) ช่วงล่างระบบถุงลม (Adaptive air suspension) ในรุ่น Audi Q7 และช่วงล่างระบบถุงลมแบบ Sport ในรุ่น Audi Q8

Audi Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition มาในราคา 4,799,000 บาท และ Audi Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition มาในราคา 4,899,000 บาท (จำนวนจำกัด)

New Audi RS7 Sportback 2022

Audi RS7 Sportback

The New Audi RS 7 Sportback (ออดี้ อาร์เอส7 สปอร์ตแบ็ค) สุดยอดนวัตกรรมสปอร์ต 4 ประตูตัวแรงสมรรถนะ Supercar 600 แรงม้า สมรรถนะ Supercar ออฟชั่นจัดเต็ม ผลงานอันยอดเยี่ยมจากทีม Audi Sport ที่สุดแห่งสมรรถนะจาก Racing Sport

โดดเด่นด้วยรูปทรง Sportback ท้ายลาด ดีไซน์สปอร์ตเต็มตัว ตัวรถกำยำมัดกล้ามสวยงาม ล้ำหน้าทั้งดีไซน์ ฟังก์ชั่น และเทคโนโลยีการใช้งาน แต่ดุดันแข็งแกร่งตามแบบฉบับรถยนต์ในตระกูล RS

ภายในห้องโดยสารที่สปอร์ตสุดๆ ตกแต่งด้วย Carbon Twill Structure พร้อมไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร (Contour / Ambient Lighting) ปรับได้มากถึง 30 เฉดสี เบาะนั่งคู่หน้าแบบ RS Sports หุ้มหนัง Valcona ตกแต่งแบบ Honeycomb เดินด้ายสีแดงสไตล์ RS Sports พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้ม Alcantara แบบสปอร์ตท้ายตัดพร้อมสัญลักษณ์ RS และ Paddle shift คอนโซลกลางหุ้มหนัง Fine Nappa สีดำ ด้านข้างคอนโซลกลางตกแต่งด้วย Dinamica สีดำ ด้ายสีแดง

จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus แบบ RS Monitor ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงผลแบบ Runway เครื่องบิน รวมถึงการแสดงค่าแรง G ที่เกิดขึ้นขณะขับขี่ ล้ำสมัยด้วยระบบ MMI Navigation plus พร้อมจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว และจอมัลติฟังก์ชั่นแบบสัมผัสตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว พร้อม Audi drive select ปรับโหมดการขับขี่ได้ทั้งแบบอัตโนมัติ หรือจะซิ่งสนุกกับ “RS MODE” ก็ได้อย่างง่ายดาย กระหึ่มด้วยระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ 16 ลำโพง 705 วัตต์ พร้อมระบบปรับอากาศแยกอิสระ 4 โซน

ทรงพลังและแรงจัดด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 Turbo 600 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.6 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 280 กม./ชม. จากออฟชั่นพิเศษ Dynamic Package ติดตั้งเป็นมาตรฐานสำหรับรถที่นำเข้ามาขายในไทยโดยเฉพาะ

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ quattro with Sports Differential ในการขับขี่ปกติ ระบบจะกระจายกำลังไปยังล้อหน้า-หลังในอัตรา 40:60 และในลักษณะการขับขี่รูปแบบอื่น ระบบจะกระจายไปยังล้อหน้าได้สูงสุดถึง 70% หรือกระจายน้ำหนักไปยังล้อหลังได้สูงสุดถึง 85%

ในส่วนเฟืองท้ายพิเศษ Sport Differential อาวดี้ ประเทศไทย ได้สั่งอุปกรณ์พิเศษนี้มาเป็นมาตรฐานใน RS 7 Sportback ที่นำเข้ามาขายในไทย โดย Sport Differential จะสามารถถ่ายกำลังไปยังล้อซ้าย/ขวา ได้อย่างอิสระและฉับไว ช่วยให้การเข้าโค้งมีความสนุกสนาน เหมาะกับการขับขี่แบบสปอร์ตเป็นอย่างยิ่ง

The New Audi RS 7 Sportback มาในราคา 10,700,000 บาท

New BMW M440i xDrive Coupe 2022

BMW M440i xDrive Coupe

BMW M440i xDrive Coupé (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม440ไอ เอ็กซ์ไดรฟ์ คูเป้) ใหม่ รถสปอร์ตรุ่นท็อปของตระกูลซีรีส์ 4 คูเป้ ที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านวิศวกรรมจาก BMW M

หน้ารถเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่แนวตั้งขนาดใหญ่ พร้อมไฟหน้าเทคโนโลยี BMW Laserlight ที่ติดตั้งระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติมาด้วย ส่วนหน้าต่างทั้งสองข้าง เนี้ยบด้วยกรอบดำวาวจากชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line เข้ากับเส้นสายด้านข้าง เช่นเดียวกับอุปกรณ์เสริมสไตล์ M ที่จัดมาครบชุด ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่ง M Aerodynamics สปอยเลอร์แบบ M ล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้วในแบบ Double-spoke และเบรก M Sport พร้อมคาลิเปอร์สีแดงแบบ High-Gloss

พร้อมมอบบรรยากาศความแรงในสไตล์ M ในทุกอณูด้วยพวงมาลัยหนังและเข็มขัดนิรภัยแบบ M พร้อมตกแต่งพื้นผิวภายในแบบ Aluminium Tetragon ตัดกับเพดานหลังคาภายในแบบ BMW Individual สีดำ Anthracite ส่วนแผงคอนโซลด้านหน้า เต็มตากับแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอ Control Display ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมระบบ BMW Live Cockpit Professional และ BMW ConnectedDrive ได้ รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟน และความบันเทิงจากระบบเสียงแบบเซอร์ราวด์ Harman Kardon

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเพ่งสมาธิไปที่ท้องถนนได้แบบไม่ต้องละสายตา ด้วยระบบ BMW Head-Up Display รุ่นใหม่ล่าสุด มีพื้นที่การแสดงข้อมูลใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 70%

มอบพลังเต็มพิกัดจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ส่งพละกำลังสูงสุดถึง 387 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,900-5,000 รอบ/นาที ทำงานควบคู่กับเกียร์ 8 สปีดแบบ Steptronic Sport เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.5 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม.

ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ BMW xDrive ก็ทำงานผสานกับช่วงล่างระบบ adaptive M เฟืองท้ายแบบ M Sport และระบบบังคับเลี้ยวแบบแปรผันตามการหมุนของพวงมาลัย (Variable Sport Steering) ตอบสนองทุกการควบคุมรวดเร็วฉับไว คล่องตัวและแม่นยำสูงสุด

BMW M440i xDrive Coupé ใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยอีกมากมาย ทั้งระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus (Parking Assistant Plus), ระบบช่วยการขับขี่ (Driving Assistant) และระบบควบคุุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่น Stop&Go (Active Cruise Control with Stop & Go) รวมถึงระบบกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera)

บีเอ็มดับเบิลยู M440i xDrive Coupé ใหม่ จะเปิดจองภายในไตรมาสที่สองของปี 2565 ผ่านช่องทางออนไลน์ ในราคาประมาณ 5,300,000 – 5,500,000 บาท

New BMW X4 xDrive20d M-Sport 2022

BMW X4 xDrive20d M Sport

BMW X4 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์4) รถยนต์ที่นิยามความเป็น Sport Activity Coupé กลับมาอีกครั้งกับความสดใหม่ในรุ่น BMW X4 xDrive20d M Sport ใหม่ ที่เสริมความเฉียบของรุ่นก่อนหน้าด้วยคุณสมบัติและการตกแต่งแบบรอบด้าน

BMW X4 xDrive20d M Sport มาพร้อมกับโฉมใหม่ นับจากกระจังหน้าไตคู่สไตล์ M ด้านหน้า จับคู่กับไฟหน้าแบบ Adaptive LED และชุดแต่ง BMW Individual High-Gloss Shadow Line ด้วยกรอบและซี่กระจังหน้าสีดำ ส่วนท้ายรถใช้ไฟท้าย LED ทรง 3 มิติที่เข้าคู่กับกันชนดีไซน์ใหม่และปากท่อไอเสียทรงกว้าง

ส่วนล้อแม็กอัลลอยใหม่สไตล์ M ขนาด 20 นิ้วแบบ Double-spoke แมทช์กับความมั่นใจบนท้องถนนจากช่วงล่างแบบ adaptive พร้อมระบบช่วยการขับขี่ (Driving Assistant) และระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus (Parking Assistant Plus)

ส่วนภายในห้องโดยสาร ให้ความรู้สึกโปร่งสบายด้วยหลังคาซันรูฟ กับพื้นผิวที่ตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมเบาะนั่งแบบสปอร์ต และระบบ BMW Head-Up Display ขณะที่ระบบ BMW Live Cockpit Professional ก็พร้อมมอบความสะดวกสบายในการใช้งานระบบต่าง ๆ ขณะเดินทาง

BMW X4 xDrive20d M Sport ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo เช่นเคย ให้พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที ทำงานผสานกับระบบเกียร์ Steptronic 8 จังหวะ พร้อมส่งให้ตัวรถทะยานสู่ 100 กม./ชม. ใน 8.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 213 กม./ชม.

BMW X4 xDrive20d M Sportมาในราคา 4,099,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

New BMW X4 M Competition 2022

BMW X4 M Competition

BMW X4 M Competition (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 4 เอ็ม คอมเพทิชั่น) ใหม่ เติมพลังให้เหนือกว่า X4 M รุ่นเดิมด้วยชุดแต่ง Competition เสริมให้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ M TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร 510 แรงม้า ขณะที่การเร่งจาก 0-100 กม./ชม ได้ในเวลาเพียง 4.0 วินาทีเท่านั้น ประสิทธิภาพเต็มพิกัดนี้ เป็นการผนึกรวมนวัตกรรมรถแข่งของ BMW M3 และ M4 เช่น เพลาข้อเหวี่ยงน้ำหนักเบาที่ช่วยส่งแรงบิดและพละกำลังรอบเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น และระบบทำความเย็นเครื่องยนต์ที่ผ่านการทดสอบบนสนามแข่ง

ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive ช่วยให้คล่องตัวสูง โดย M xDrive จะทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (Dynamic Stability Control) ส่งแรงบิดไปยังเพลาหน้าเฉพาะในกรณีที่ได้ส่งกำลังเต็มพิกัดไปที่ล้อหลังผ่านระบบเกียร์ 8 จังหวะแบบ M Steptronic พร้อมเทคโนโลยี Drivelogic ขณะที่ระบบเบรกประสิทธิภาพสูง BMW M Compound Brake พร้อมเติมมาดเข้มด้วยคาลิเปอร์สีดำขลับ

รูปลักษณ์ของ BMW X4 M Competition ใหม่ ได้แรงบันดาลใจจากรถสปอร์ตคูเป้ กระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ที่เสริมด้วยชุดแต่ง BMW Individual High-Gloss Shadow Line with Extended Contents ส่วนไฟหน้า LED มาในทรงที่แบนราบกว่ารุ่เดิม ตกแต่งสีดำแบบ BMW M Light Shadow Line พร้อมด้วยท่อไอเสีย 4 ท่อ 2 คู่ ในสีดำโครเมียม ติดตั้งประกบอยู่ทั้งสองข้างของดิฟฟิวเซอร์ รับกับล้อแม็ก 21 นิ้วแบบ M light alloy ในดีไซน์ Double-spoke แบบสลับสี

ภายในห้องโดยสารใช้เบาะหนังสปอร์ตแบบ M เข็มขัดนิรภัยแบบ M และพื้นผิวภายในที่ตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมหลังคากระจก Panorama นอกจากฟังก์ชันมากมายในระบบ BMW Live Cockpit Professional แล้ว X4 M Competition รุ่นนี้ยังมีระบบช่วยการขับขี่ Driving Assistant รุ่น Professional ติดตั้งมาให้ พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (Active Cruise Control with Stop & Go) นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเข้าถึงฟังก์ชันบางอย่างของตัวรถได้จากระยะไกล ผ่านกุญแจ BMW Display Key

BMW X4 M Competition มาในราคา 8,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW X5 xDrive30d M Sport

BMW X5 xDrive30d M Sport

BMW X5 xDrive30d M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 5 เอ็กซ์ไดรฟ์30ดี เอ็ม สปอร์ต) ใหม่ รถยนต์ตระกูล Sports Activity Vehicle รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล พร้อมด้วยเทคโนโลยี mild hybrid ด้วยการเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าแรงดัน 48 โวลต์ เสริมพละกำลังขึ้นมาอีก 11 แรงม้า ในขณะสตาร์ทรถและเร่งความเร็ว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ AdBlue สารพิเศษที่ช่วยลดปริมาณไนโตรเจนออกไซด์ในไอเสีย โดยทำปฏิกิริยาเคมีเพื่อแตกสารดังกล่าวให้กลายเป็นไนโตรเจนและน้ำ ซึ่งไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo แรงกว่าเดิมด้วยพลังสูงสุด 286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที เร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 6.1 วินาที ขณะที่ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.

มาในมาดขรึมสง่างามยิ่งกว่าเดิม ด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics พร้อมด้วย M High-Gloss Shadow Line และ M Roof Rails High-Gloss Shadow Line ส่วนห้องโดยสารสปอร์ตด้วยพื้นผิวที่แต่งสไตล์ M ด้วยลาย Aluminium Tetragon เพดานภายในสีดำ anthracite แบบ M และพวงมาลัยหนัง M Sport

BMW X5 xDrive30d M Sport มาในราคา 4,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

Mini Electric Collection Edition 2022

Mini Electric Collection Edition

Mini Electric Collection Edition (มินิ อิเลคทริค คอลเลคชั่น เอดิชั่น) ใหม่ ออกมาโลดแล่นให้แฟนมินิได้ยลโฉมและตัดสินใจจับจองเป็นเจ้าของในงาน Motor Show 2022 โดยในไทย มีรุ่นพิเศษนี้จำหน่ายแค่ 40 คันเท่านั้น

Mini Electric Collection Edition แต่ละคันล้วนมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง ด้วยโทนสีหลากเฉดของ Multitone Roof ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากเทคนิคการพ่นสีแบบใหม่ของมินิที่โรงงานในอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

กระบวนการนี้ จะเริ่มลงสีหลังคาด้วยสีฟ้าอ่อน Pearly Blue เป็นสีแรก ต่อด้วยสีน้ำเงินเข้ม San Marino Blue ด้านหน้า และสีดำ Jet Black ที่ด้านหลัง ทำให้เกิดการไล่สีที่สวยสะดุดตา นอกจากนี้ การไล่โทนสีในแต่ละคันอาจแตกต่างกันเล็กน้อยจากขั้นตอนการลงสี จึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใครในแต่ละคันของมินิรุ่นพิเศษนี้นั่นเอง

Mini Electric Collection Edition ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขับสนุก ส่งกำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 7.3 วินาที ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และความปลอดภัยก็จัดมาอย่างรอบด้าน เดินทางอย่างมีสไตล์ด้วยลูกเล่นพิเศษอย่างวิทยุ มินิ Visual Boost ผิวภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งแบบ มินิ Yours ชุดลำโพง 12 ตัวจาก Harman Kardon และอื่นๆ

โดยมีให้เลือกในสีน้ำเงิน Island Blue และสีเทา Rooftop Grey มาในราคา 2,459,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา MSI Standard)

New Bentley Flying Spur Hybrid 2022

Bentley Flying Spur Hybrid

Bentley Flying Spur Hybrid (เบนท์ลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ไฮบริด) อัครยนตรกรรมสปอร์ตซีดาน 4 ประตู แบบ 4 ที่นั่ง ที่ได้รับการขนานนามจากสื่อชั้นนำทั่วโลกว่าเป็น “ยนตรกรรมสปอร์ตซีดานที่ดีที่สุดในโลก” ตัวรถเพิ่มความยาวขึ้น 130 มม. ส่งผลให้มีห้องโดยสารกว้างขึ้น เพิ่มความหรูหราและพื้นที่ให้กับภายในห้องโดยสาร

ตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าในแบบ Executive พร้อมสัมผัสเทคโนโลยี City Specification ประกอบด้วย ระบบช่วยจอดรถ ระบบภาพจากกล้องมุมมองด้านบน ระบบเตือนคนข้ามถนน ระบบเตือนด้านหลังตัวรถ ระบบไฟหน้าแบบ Full Matrix LED ปรับลำแสงอัตโนมัติ และโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกถึง 4 โหมด

อีกทั้งยังมาพร้อมกับหน้าจอดิจิทัลความคมชัดสูงแบบสัมผัส (HD Digital) บริเวณคอลโซลกลางขนาด 12.3 นิ้ว และเครื่องเสียงเบนท์ลีย์ จำนวน 10 ลำโพง ขนาด 650 วัตต์

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ประหยัดพลังงานรุ่น V6 ขนาด 2.9 ลิตร Twin Turbo แบบไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 536 แรงม้า พร้อมแรงบิดกว่า 750 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดถึง 285 กม./ชม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.3 วินาที

Bentley Flying Spur Hybrid ราคาเริ่มต้นที่ 14,200,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

New Bentley Bentayga Hybrid 2022

Bentley Bentayga Hybrid

New Bentley Bentayga Hybrid (เบนท์ลีย์ เบนเทก้า ไฮบริด) อัครยนตรกรรมเอสยูวีอเนกประสงค์แบบ 5 ที่นั่ง มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ประหยัดพลังงานรุ่น V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร แบบไฮบริดวิวัฒนาการล่าสุด

ผลิตพละกำลังสูงสุด 443 แรงม้า พร้อมแรงบิดกว่า 700 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดถึง 247 กม./ชม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลาเพียง 5.9 วินาที

Bentley Bentayga Hybrid ราคาเริ่มต้นที่ 13,200,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

New Porsche Taycan GTS 2022

Porsche Taycan GTS

Porshce Taycan GTS (ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส) คือเวอร์ชั่นที่สปอร์ตที่สุด เร้าใจที่สุด มาพร้อมพิสัยการเดินทางสูงสุดถึง 504 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) นี่คือ Taycan รุ่นแรกที่ทำลายขีดจำกัดระยะทาง 500 กิโลเมตรได้สำเร็จ

รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุด มีงานออกแบบดีไซน์ที่สร้างความแตกต่างจากพี่น้องร่วมตระกูล ด้วยชุดแต่งตัวถัง Sports Design Package เสริมภาพลักษณ์ดุดันจากชิ้นงานกันชนหน้า กันชนท้าย และสเกิร์ตข้าง รวมไปถึงโคมหน้าไฟ รมดำ 3D Track Graphics ที่ได้รับการติดตั้ง Daytime Running Light แบบ LED

ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุ Race-Tex สีดำ ชิ้นงานอลูมิเนียมปัดเงา เสริมความหรูหราสง่างาม และความสปอร์ตดุดันได้อย่างลงตัว และนับเป็นครั้งแรกกับการติดตั้งหลังคากระจก Panoramic Roof พร้อมเทคโนโลยี “Sunshine Control” อุปกรณ์พิเศษ แบ่งพื้นที่กระจกออกเป็น 9 ส่วน โดยแต่ละส่วนสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระ พร้อมฟังก์ชั่นกรองแสงภายนอกด้วยระดับการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย

พกพาพละกำลังมหาศาลติดตัวมากว่า 598 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานระบบ Launch Control ขณะที่ใช้งานในโหมด Normal จะให้กำลังที่ 517 แรงม้า ความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม.

New-Volvo C40 Recharge Pure Electric 2022

Volvo C40 Recharge Pure Electric

Volvo C40 Recharge Pure Electric (วอลโว้ ซี40 รีาร์จ เพียว อิเล็กทริค) เป็นรถยนต์แบบ Crossover SUV รุ่นที่ 2 ต่อจาก Volvo XC40 Recharge Pure Electric ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา ใช้แพล็ตฟอร์ม CMA (Compact Modular Architecture) สำหรับรถ Compact แบบเดียวกับ XC40 แต่รูปลักษณ์ตัวรถแบบ Coupe

ด้านหน้ารถดูเรียบหรู มินิมอลแบบสวีเดน ด้วยตะแกรงแบบฝาครอบปิดสีเดียวกับตัวถัง มีแผง Aero Optimised Spoiler ช่วยในเรื่องของการทรงตัวและการยึดเกาะถนน และไฟท้ายแบบเส้นปะ ที่เดินเส้นไปสู่แผงไฟหลักด้านหลัง สะท้อนการผสมผสานความโมเดิร์นและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว

แผงคอนโซลหน้าในสไตล์ Topography Translucent Decor ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ของเทือกเขาในประเทศสวีเดน ใส่ลูกเล่นซ้อนวัสดุที่แตกต่างกันถึง 3 เลเยอร์ ให้มุมมอง 3 มิติบนผิวสัมผัสที่เรืองแสง และยังมีหลังคา Panoramic Glass Roof

พร้อมเพลิดเพลินกับระบบ Infotainment ของ Volvo with Google Built in ที่ให้คุณใช้แอปจากกูเกิ้ลอย่าง Google Maps, Google Assistant รวมทั้ง Google Play หรือจะควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน Volvo Cars App บนสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ก็สามารถทำได้ ฝากระโปรงหลังยังเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมจัดเก็บสัมภาระได้มากถึง 413 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลง จัดเก็บได้มากถึง 1,205 ลิตร

ขุมกำลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ ติดตั้งด้านหน้า-หลัง ให้กำลังรวม 408 แรงม้า ที่ 4,350 – 13,900 รอบ/นาที* แรงบิดสูงสุด 660 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Dual Motor AWD ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.7 วินาทีเท่านั้น* จำกัดความเร็วสูงสุดที่ 180 กม./ชม.

แบตเตอรี่มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ ได้แก่ ขนาด 58 kWh และ 72.6 kWh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบ Ultra-Fast รองรับแรงดันไฟสูงสุด 400 โวลต์ และ 800 โวลต์

ให้ระยะทางวิ่งมากกว่า 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 80% ในเวลาเพียง 37 นาที (หากชาร์จไฟบ้าน 0-100% ที่กำลังไฟ AC 11kW Fast Charging (Type2) 3-phase 16A ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง)

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่ทนราคาน้ำมันแพงไม่ไหว อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์ประหยัดน้ำมันมาใช้แทน มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express วิธีการขายรถในแบบยุคใหม่ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ได้ราคา อีกทั้งยังลงขายได้ “ฟรี!” พร้อมรับเงินสดกลับบ้านทันที ภายใน 24 ชั่วโมง!

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Toyota เปิด All-New Toyota Veloz เริ่มต้น 795,000 บาท

Toyota (โตโยต้า) เผยโฉม All-New Toyota Veloz 2022 (โตโยต้า เวลอซ) “Better Together ใช้ชีวิตไปด้วยกัน” รถ MPV 7 ที่นั่งสไตล์ Premium Crossover ด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวางเทียบเท่ารถระดับ C-Segment เบาะนั่งสามารถปรับได้หลากหลายถึง 7 แบบ ในราคา 795,000 – 875,000 บาท

มีระบบเครื่องเสียง หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว พร้อมที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในรถระดับเดียวกัน ด้วย Toyota Safety Sense หรือ TSS

พร้อมขับเคลื่อนล้อหน้าใหม่ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Dual VVT-i 106 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ มอบอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 17.9 กม./ ลิตร มีให้ลูกค้าเลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Premium และ รุ่น Smart

เจาะกลุ่มครอบครัว ที่มีขนาด 4 คนขึ้นไป เป็นกลุ่มหลัก ใช้รถในชีวิตประจำวัน ไปทำงาน รับส่งลูก และออกไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุด และกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก หรือคนทำธุรกิจส่วนตัวที่ต้องการที่ต้องการไลฟ์สไตล์ ไปพร้อมกับธุรกิจ เช่น Youtuber

Toyota เปิดตัว All-New Toyota Veloz ราคา 795,000 - 875,000 บาท

All-New Toyota Veloz 2022 มาพร้อม 4 จุดขายหลัก ได้แก่

  • ดีไซน์ล้ำสมัย แบบฉบับ Premium Crossover ด้วยภายในห้องโดยสารที่ออกแบบลงตัว ในการใช้งานอเนกประสงค์ ตามแนวคิดการออกแบบ “Proud Active”
  • มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดด้วย Toyota Safety Sense หรือ TSS พร้อมฟังก์ชั่นเพิ่มเติม อาทิ ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธี (Pedal Misoperation Control) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว (Front Departure Alert) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยดึงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert (LDA) With Steering Assist) ในรุ่น Premium
  • พื้นที่ภายในกว้างขวาง สะดวกสบาย กับรูปแบบปรับเบาะที่นั่งโดยสารถึง 7 แบบ
  • การขับขี่ที่มั่นคง อัตราเร่งดีเยี่ยม จาก Platform ขับเคลื่อนล้อหน้าใหม่ และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่ตอบสนองอัตราเร่งได้ดี และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

Mr.Eiji Fujibayashi (มร.เออิจิ ฟูจิบายาชิ) หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “Concept หลักในการพัฒนารถรุ่นนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่หารถยนต์ที่โดดเด่น ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ซึ่งมาพร้อมการขับขี่ดีเยียม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสไตล์ Premium Crossover และน่าดึงดูดกว่ารถยนต์ MPV ที่เคยมีมา

All-New Toyota Veloz 2022

– การออกแบบสไตล์พรีเมียมที่เหนือระดับสำหรับชีวิตยุคใหม่

ด้านหน้าของ All-New Toyota Veloz 2022 โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ขนาดใหญ่พร้อมไฟหน้าแบบ LED ให้เอกลักษณ์ ความรู้สึกที่แข็งแกร่ง พร้อมแผ่นกันใต้ท้องรถสไตล์ Crossover มีแนวเส้นขอบโครเมียมตั้งแต่หน้าตัวรถ ยาวถึงด้านหลัง ล้อและซุ้มล้อขนาดใหญ่ ให้อารมณ์แบบ SUV ด้านหลัง ตกแต่งด้วยดีไซน์แบบเส้นยาวแนวนอน ยาวถึงชุดไฟท้ายทั้งสองฝั่งของตัวรถ ให้ความรู้สึกเฉียบคม พรีเมียมยิ่งขึ้น

Toyota เปิดตัว All-New Toyota Veloz ราคา 795,000 - 875,000 บาท

– การตกแต่งภายในที่มีความอเนกประสงค์ และกว้างขวางเป็นพิเศษ

การออกแบบสไตล์พรีเมียมสำหรับชีวิตยุคใหม่ ภายในกว้างขวาง ให้ความสบายทุกที่นั่ง ระยะห่างระหว่างที่นั่งผู้โดยสารในแถวที่หนึ่ง และแถวสองมีขนาดเทียบเท่ากับรถใน C-Segment ในขณะที่เบาะแถวที่สองมีระยะเลื่อนได้ถึง 240 มม. แถวที่ 3 กว้างถึง 700 มม. และสามารถปรับพับเบาะได้ 7 รูปแบบ ได้แก่ …

1. Big Room พับแถว 2 และแถว 3
2. Small Room พับแถว 3
3. Relax Mode พับแถว 1 เอนราบ
4. Day Bed พับแถว 2 เอนราบ
5. Long Stuff พับแถว 3 และเบาะกลางแถว 2
6. Free Form พับแถว 3 และแถว 2 ด้านซ้ายหรือขวา
7. Cabinet พับแถว 3 ด้านซ้ายหรือขวา

นอกจากนี้ ยังออกแบบให้จัดที่นั่งได้อย่างยืดหยุ่น มีที่เปิดประตูขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีดีไซน์คอนโซลแบบสูง และบุด้วยวัสดุนิ่ม สำหรับเบาะนั่ง มีการตกแต่งที่บริเวณด้านข้างด้วย

Toyota เปิดตัว All-New Toyota Veloz ราคา 795,000 - 875,000 บาท

หน้าปัดมาตรวัดความเร็วปรับได้ 4 รูปแบบ เพลิดเพลินกับเครื่องเสียงหน้าจอแบบสัมผัส 9 นิ้ว ทั้งยังมีที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless charger) และจุดเสียบ USB 4 จุด พร้อมช่องใส่ Tablet แถมมีที่วางแก้วมากมายทุกที่นั่งรวม 15 จุด เพิ่มความหรูหราอีกระดับด้วยไฟ Ambient Light ในห้องโดยสาร พร้อมระบบแอร์อัตโนมัติ

– Platform ขับเคลื่อนล้อหน้าใหม่ ให้สัมผัสการขับขี่ที่มั่นใจและทรงพลัง

Platform และช่วงล่างใหม่ ช่วยให้การขับขี่สบายแม้จะต้องเดินทางไกล ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง CVT ใหม่ ทรงพลัง ประหยัดน้ำมัน รถรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ Toyota Safety Sense หรือ TSS ให้คุณขับรถได้อย่างมั่นใจ

ด้านสมรรถนะการขับขี่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR-VE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร (14,1 กก.-ม.) ที่ 4,200 รอบ/นาที

พร้อมเกียร์ CVT ใหม่ พร้อม Sequential Shift ประหยัดน้ำมัน ตอบสนองทันใจ แต่เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล เงียบกว่าในทุกช่วงความเร็ว พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ ที่ตอบสนองได้ดังใจ พร้อมเบรกมือไฟฟ้า ทันสมัย และสะดวกสบายกว่า

Toyota เปิดตัว All-New Toyota Veloz ราคา 795,000 - 875,000 บาท

ที่สำคัญ ยังมาพร้อมระบบมาตรฐานความปลอดภัย Toyota Safety Sense หรือ TSS มอบความมั่นใจตลอดการเดินทาง เช่น

  • กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor)
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยดึงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert (LDA) With Steering Assist)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว (Front Departure Alert)
  • ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธี (Pedal Misoperation Control)* (ในรุ่น Premium)

Toyota เปิดตัว All-New Toyota Veloz ราคา 795,000 - 875,000 บาท

ทั้งยังปกป้องสูงสุดกับระบบมาตรฐานความปลอดภัยโตโยต้าในทุกรุ่น เช่น

  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) และ
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS 6 ตำแหน่ง

โตโยต้า เวลอซ 2022 มีให้ลูกค้าเลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Premium และ รุ่น Smart มีสีภายนอกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก, สีดำ, สีแดง และ ใหม่ สีเงิน “Purplish Silver Mica Metallic”

พร้อมกันนี้ เรายังมีข้อเสนอสุดพิเศษ ดาวน์ 15% พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 60 เดือน พร้อมแพ็กเกจขยายการรับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กม. และพิเศษยิ่งกว่าด้วยฟรีค่าแรงเช็กระยะถึง 100,000 กม.

โดยความพร้อมในการส่งมอบรถรุ่น Smart ได้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ส่วนรุ่น Premium จะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนมีนาคมเป็นต้นไป

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ถ้าใครกำลังเงินซื้อป้ายแดงไม่พอ ลองมองมองหารถ MPV มือสองมาใช้ดูสิ CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันของ CARRO Automall คุณไม่ต้องกังวลเลยในเรื่องของรถจมน้ำ รถน้ำท่วม หรือรถจมบาดาล เพราะเราไม่นำรถที่ถูกน้ำท่วมมาขายโดยเด็ดขาด และรถทุกคันยังผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด อีกด้วย

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริงผ่านระบบออนไลน์ เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

10 อันดับ รถ MPV ราคาดีในไทย ปี 2022

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ MPV” (Multi-Purpose Vehicle) แล้ว นี่ล่ะ ถือเป็นขวัญใจของคนมีครอบครัวใหญ่ ญาติพี่น้องเยอะ หรือลูกหลายคนเลยทีเดียว สำหรับรถ MPV ส่วนใหญจะมีนั่งได้ตั้งแต่ 5 – 11 คน เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีครอบครัวใหญ่ๆ มีเด็กๆ เป็นได้ทั้งรถผู้สูงอายุ และรถคันที่สองของบ้าน ใช้งานได้หลากหลาย

สำหรับรถ MPV ในปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 3 แบบหลักๆ ได้แก่ รถ MPV ที่มีพื้นฐานแบบเดียวกับรถเก๋ง แต่ออกแบบรูปทรงใหม่ให้เป็นรถสไตล์มินิแวน, รถ MPV แนว Crossover ที่ดูลุยกว่า ส่วนมากมักจะเน้นซุ้มโป่งล้อสีดำรอบคัน หรือยกสูงขึ้นหน่อย

และอีกแบบนั่นคือแบบ Minivan อันนี้ส่วนใหญ่จะพัฒนาพื้นฐานของตัวรถขึ้นมาใหม่ มีตั้งแต่รถมินิแวนรุ่นเล็ก จนถึงมินิแวนขนาดใหญ่ ส่วนมากนิยมใช้ประตูสไลด์ไฟฟ้า เพื่อให้คนเข้า-ออก ง่าย

ปัจจุบันกระแสความนิยมรถ MPV ถือได้ว่ามากพอสมควร แม้ว่าหลายรุ่นจะเป็นรถนำเข้า มีราคาสูงถึงหลายล้านบาทก็ตาม ในส่วนของคนมีครอบครัว มีเด็กๆ รวมไปถึงบ้านที่มีผู้สูงอายุ เน้นความนั่งสบาย ขึ้น-ลงสะดวก

ด้วยเหตุนี้ CARRO จึงขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ MPV ราคาถูกสุดในไทย ประจำปี 2022 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki Ertiga / ซูซูกิ เออร์ติก้า

1. Suzuki Ertiga GL ราคา 659,000 บาท

Suzuki Ertiga (ซูซูกิ เออร์ติกา) เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นรถอเนกประสงค์แบบ MPV 7 ที่นั่ง นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย ที่ออกแบบตัวรถให้ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ห้องโดยสารภายในดูเรียบหรู ใช้วัสดุคุณภาพสูง คอนโซลลายไม้แบบเล่นระดับ และยังมีแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลังอีกด้วย

มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT ทนทานด้วยโครงสร้างตัวถัง TECT และระบบ NVH ให้การขับขี่นุ่มนวล ดูดซับแรงสั่นสะเทือน พร้อมลดเสียงรบกวนตลอดเส้นทาง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start

ใช้เครื่องยนต์เบนซินใหม่ ตัวเดียวกับในรุ่น Swift รหัส K15B ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

Honda Mobilio / ฮอนด้า โมบิลิโอ้

2. Honda Mobilio S ราคา 659,000 บาท

Honda Mobilio (ฮอนด้า โมบิลิโอ) รถแบบ Sub-Compact SUV ที่พัฒนาจากพื้นฐานของ Brio ยืดระยะฐานล้อให้ยาวขึ้น จัดเป็นรถอเนกประสงค์ของ Honda รุ่นแรก ที่ผลิตในประเทศไทย โดยฮอนด้าเรียกรถรุ่นนี้ว่า Metro Utility Vehicle (MUV)

เปิดตัวตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนพฤษภาคม 2560 ชูจุดเด่นห้องโดยสารกว้างสะดวกสบาย กับเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ล้ำสมัยด้วยคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอ MID, ระบบแอร์อัตโนมัติ, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ หรือระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว ที่เชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI ได้ เป็นต้น

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร จากในรุ่น City และ Jazz 117 แรงม้า พ่วงด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ให้สมรรถนะดี ประหยัดน้ำมัน และรองรับแก๊สโซฮอล์ E85

Toyota Sienta / โตโยต้า เซียนต้า

3. Toyota Sienta 1.5G ราคา 765,000 บาท

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) จัดเป็นรถในรูปแบบ MPV ราคาต่ำล้านเพียงรุ่นเดียวที่ใช้ประตูบานเลื่อนด้านข้างแบบไฟฟ้ามาให้ (ในรุ่นเริ่มต้น 1.5 G ราคา 765,000 บาท ประตูเลื่อนไฟฟ้าได้เฉพาะด้านซ้าย) เปิดตัวในไทยครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ก่อนจะปรับโฉมในช่วงเดือนสิงหาคม 2562 และเป็นรถที่นำเข้าจากอินโดนีเซียเช่นเคย

การออกแบบภายนอก ได้แรงบันดาลใจมาจาก “Urban Trekking Shoes” หรือ “รองเท้าเดินป่าสมัยใหม่” เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์หลากหลาย แต่เป็นรถที่ขับได้ทุกวัย และนั่งได้ถึง 7 ที่นั่ง พร้อมปรับรูปแบบการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ในรถมีระบบหน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว เป็นมาตรฐาน รวมถึงระบบความปลอดภัยครบครัน

ขุมพลังใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส 2NR-FE ขนาด 1.5 ลิตร 108 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมระบบ Sport Sequential Shift 7 สปีด อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 16.1 กม./ลิตร

Honda-BR-V / ฮอนด้า บีอาร์วี

4. Honda BR-V V ราคา 765,000 บาท

Honda BR-V (ฮอนด้า บีอาร์วี) เป็นรถแนว Active Sport Crossover (หรือ Mini SUV) ที่ปรับโฉมล่าสุดไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่และไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟตัดหมอกใหม่ เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว แถมยังสีภายนอกเพิ่มสีใหม่ แดงมุก Passion Red

ชูจุดเด่นด้วยห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ-แดงสไตล์สปอร์ต มีเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 หรือพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) ปรับเลื่อนหน้า-หลัง เพื่อให้ผู้โดยสาร แถวที่ 3 เข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น และพนักพิงปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ

โดยเบาะนั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง พนักพิงสามารถพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย และแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับใน Honda City (รุ่นเก่า) ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT โดยทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85

Suzuki XL7 / ซูซูกิ เอ็กซ์แอล7

5. Suzuki XL7 GLX ราคา 779,000 บาท

Suzuki XL7 (ซูซูกิ เอ็กซ์แอล7) Crossover MPV อีกรุ่นที่เปิดตัวในเดือนกรกฏาคม 2563 ด้วยรูปแบบ Multi-Dynamic Crossover ที่ชูแนวคิด THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต พัฒนามาจากรุ่น Ertiga และนำเข้ามาจากอินโดนีเซีย เอาใจชาวไทยที่ชอบรถแนวอเนกประสงค์ MPV ในรูปแบบ Crossover 7 ที่นั่ง ดีไซน์สปอร์ตเข้ม ดุดัน พร้อมลุย

ห้องโดยสารภายใน สไตล์สปอร์ตพรีเมียม ด้วยพวงมาลัย D-Shape แบบสปอร์ต มาพร้อมจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว พร้อม Apple CarPlay ระบบแอร์อัตโนมัติ พร้อมแอร์แถวหลัง, มี Keyless Push Start และชุดเบาะที่ปรับรูปแบบการใช้งานได้หลายอย่าง

มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส K15B ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เป็นที่คุ้นเคยกันดีจากในรุ่น Ertiga

Mitsubishi Xpander / เอ็กซ์แพนเดอร์

6. Mitsubishi Xpander GLS-LTD. ราคา 789,000 บาท

Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) จัดเป็นรถ Crossover MPV ที่ยอดนิยมมากในประเทศอินโดนีเซีย และประเทศฟิลิปปินส์ นำมาเปิดตัวในไทยครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ด้วยคุณสมบัติที่ใหญ่กว่า สูงกว่า ในสไตล์รถ MPV ในระดับเดียวกัน และมีดีไซน์ตัวรถแบบ Advanced Dynamic Shield Design ที่ดูคล้ายกับรถ SUV มาก

กว้างขวางด้วยห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ผู้โดยสารแถวที่ 3 สามารถเดินภายในได้อย่างสะดวกสบาย ขณะที่เบาะนั่งแถวที่สอง สามารถพับเบาะกลางลงเพื่อใช้เป็นที่วางแขนได้ มีช่องวางแก้วน้ำให้ถึง 16 จุดรอบคัน มีแอร์สำหรับผู้โดยสารหลัง

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินรหัส 4A91 ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมปุ่ม Overdrive รองรับแก๊สโซฮอล์ E85 และยังมี Mitsubishi Xpander Cross ให้เลือก ในราคา 919,000 บาท

All-New Toyota Veloz 2022

7. Toyota Veloz 1.5 Smart ราคา 795,000 บาท

All-New Toyota Veloz (โตโยต้า เวลอซ) เป็นรถ MPV รุ่นใหม่ที่ทาง Toyota นำมาขายทดแทนรุ่น Avanza นั่นเอง ซึ่งเปิดตัวไปในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ด้วยการชูจุดเด่น ดีไซน์ล้ำสมัย แบบฉบับ Premium Crossover ตามแนวคิดการออกแบบ “Proud Active” พื้นที่ภายในกว้างขวาง ปรับเบาะที่นั่งโดยสารได้ถึง 7 แบบ การขับขี่ที่มั่นคง อัตราเร่งดีเยี่ยม จาก Platform ขับเคลื่อนล้อหน้าใหม่ เจาะกลุ่มคนมีครอบครัว และกลุ่มธุรกิจ SME สมัยใหม่ ในราคาที่ง่ายต่อการเป็นเจ้าของ

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Dual VVT-i 106 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ มอบอัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.9 กม./ ลิตร ให้อัตราเร่งทันใจ ตอบสนองนุ่มนวล เงียบกว่าในทุกช่วงความเร็ว หยุดรถมั่นใจด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมเบรกมือไฟฟ้า

ระบบมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดด้วย Toyota Safety Sense หรือ TSS พร้อมฟังก์ชั่นเพิ่มเติม อาทิ ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธี (Pedal Misoperation Control) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว (Front Departure Alert) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยดึงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert (LDA) With Steering Assist) ในรุ่น Premium

MG V80 / เอ็มจี วี80

8. MG V80 2.5 ราคา 988,000 บาท

MG V80 (เอ็มจี วี80) ถ้าใครจำแบรนด์ Maxus (แม็คซัส) ได้ ที่ทาง จะต้องนึกถึงเจ้า Maxus V80 (แม็คซัส วี80) ที่เคยนำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเราเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 เพื่อหวังตีตลาดรถตู้แบบ MPV ให้กระจุยด้วยขนาดรถไซส์ยุโรปแบบฉบับอังกฤษ นั่งได้ตั้งแต่ 12 – 16 ที่นั่ง

กับการนำเสนอรถ Segment ใหม่อย่าง GPV (Grand Passenger Van) ขนาดกว้างใหญ่เหมือนมินิบัส บานประตูหลังขนาดใหญ่ แบบ Giant Swing แยก เปิด 2 บาน ด้านในตัวรถมีความสูงถึง 171 ซม. ทำให้ยืนได้สบาย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

แต่ทาง SAIC-CP ยังไม่ยอมแพ้ ในเดือนมีนาคม 2562 ได้เปิดตัว MG V80 สายพันธุ์ลูกครึ่งยุโรป-จีน ปรับที่นั่งใหม่เป็นขนาด 11 ที่นั่ง แถมลดราคาตัวรถลงมาอีก แต่ก็ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมจากชาวรถตู้อยู่ดี

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ Eco-D ดีเซลคอมมอนเรล ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมระบบเทอโบชาร์จแปรผัน VNT Turbo (Variable Nozzle Vane Turbo) และ Intercooler 136 แรงม้า พร้อมชุดปั๊มแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงคอมมอนเรลของ Bosch ให้แรงดันสูงถึง 1,800 บาร์ มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ SeleMatic 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

Toyota Innova Crysta / โตโยต้า อินโนว่า คริสต้า

9. Toyota Innova Crysta 2.0 Entry ราคา 1,199,000 บาท

Toyota Innova Crysta (โตโยต้า อินโนว่า คริสต้า) จัดเป็นรถ MPV ขนาดกลางยอดฮิตของคนมีครอบครัว คนขับรถโรงแรม หรือแท็กซี่ นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายน 2559 จนถึงช่วงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ดีไซน์รอบคัน ให้มีความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย

ภายนอกมาพร้อมจุดเด่นใหม่ๆ ได้แก่ ไฟหน้าแบบ LED Projector และไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED, ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว และ 17 นิ้ว พร้อมระบบช่วยปิดประตูท้าย Door Easy Closer เป็นต้น

ส่วนภายในรถ มาพร้อมเบาะนั่งหุ้มหนัง พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้, หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay มีระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry กับระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start และกล้องมองภาพรอบทิศทาง Panoramic View Monitor

สำหรับรุ่นเริ่มต้น ใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส 1TR-FE ขนาด 2.0 ลิตร 139 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลรหัส 1GD-FTV (High) ขนาด 2.8 ลิตร 174 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift

Hyundai H-1 / ฮุนได เอชวัน

10. Hyundai H-1 Touring ราคา 1,329,000 บาท

Hyundai H-1 (ฮุนได เอชวัน) จัดเป็นรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ขายในบ้านเรามาอย่างยาวนานมาก นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2550 สำหรับค่ายรถยนต์จากแดนเกาหลี Hyundai (ฮุนได) ซึ่งครองตลาดรถกลุ่มนี้ เรียกได้ว่าแทบจะผูกขาดเลยทีเดียว

ด้วยตัวรถขนาดใหญ่ แต่นำเข้าจากอินโดนีเซีย ทำให้ราคาย่อมเยาว์กว่ารถประเภทเดียวกันแบรนด์อื่นๆ มาก และไม่ว่าจะให้ผู้บริหารนั่ง หรือให้คนในครอบครัวนั่ง … ได้หมด!

ด้วยสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซลรหัส D4CB Turbo คอมมอนเรล CRDi ขนาด 2.5 ลิตร ให้พลังขับเคลื่อนถึง 175 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด นุ่มนวล เกาะถนน และทรงตัวดี ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบคอยล์สปริง พร้อมจุดยึด 5 จุด

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

ถ้าใครอยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถคันใหม่ มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express หรือถ้าหากต้องการซื้อรถคุณภาพเยี่ยม CARRO เราก็มีพร้อมให้คุณเลือกอย่างมากมายด้วยเช่นกัน พร้อมรับประกันสูงสุดถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร กับ CARRO Automall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

ซึ่งรถของ CARRO Automall เรามีให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด รวมไปถึงการการปรับสภาพ (Car Reconditioning) ด้วยทีมช่างมืออาชีพ ที่ผ่านการผึกอบรมตามมาตรฐานคาร์โรกว่า 40 คน พร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กว่า 20 คัน/วัน

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์

เรารับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! (CARRO Quality Assurance) อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ หากเป็นรถ MPV รุ่นที่มีราคาเท่ากันในหลายยี่ห้อนั้น ทางเราจะจัดอันดับเรียงตามการเปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุด หรือการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ขึ้นเป็นอันดับแรก

Toyota Noah 2022 และ Voxy 2022 ลุยตลาด MPV

นี่ก็นับว่าเป็นรถ MPV สไตล์ทรงกล่องเป็นเอกลักษณ์ของ Toyota Noah ที่ตั้งแต่แยกสายพันธุ์ออกจากรถในตระกูล Liteace รุ่นหลัก มาเปิดตัวเจเนอเรชั่นแรกพร้อมกับ Toyota Voxy คู่แฝดแบบสปอร์ต ในเดือนพฤศจิกายน 2001 (แต่ยังคงใช้รหัสรุ่น “R” กันไปอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม)

ก็ถือได้ว่าเป็นรถมินิแวนสามใบเถาขนาดกลางนี้ ที่ยอดฮิตมากในญี่ปุ่นอีกรุ่น ด้วยยอดขายรวมกันทั้ง Noah และ Esquire มาพร้อมความหรู (แต่ Esquire เลิกผลิต ไม่ได้ไปต่อละ) เฉลี่ยปีละหนึ่งแสนกว่าคัน

สำหรับ Toyota Noah และ Voxy ในไทยที่ผ่านมา มีแต่เพียงผู้จำหน่ายอิสระ นำเข้ามาขายกันทุกเจเนอเรชั่นเท่านั้น แม้ว่าจะมีราคาสูง แต่ชาว Toyota Lover หลายๆ คน ที่ไม่อยากได้ Estima หรือสู้ราคา Alphard ไม่ไหว ก็หันมาเลือกใช้ รุ่นนี้แทน

Toyota เปิดตัว Toyota Noah 2022 และ Voxy 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทค พร้อมสู้คู่แข่ง!

และบัดนี้ All-New Toyota Noah 2022 (โตโยต้า โนอาห์) และ Toyota Voxy (โตโยต้า ว็อกซี่) ในรหัส R90 ก็ถูกพัฒนามาเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 แล้ว พัฒนาขึ้นใหม่บนแพลตฟอร์ม TNGA-C ก่อนเปิดตัวในวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และ Hybrid ให้เลือกด้วย

Toyota เปิดตัว Toyota Noah 2022 และ Voxy 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทค พร้อมสู้คู่แข่ง!

ตัวรถภายนอกของทั้งสองรุ่น มาพร้อมทรงเหลี่ยม กระจกบานใหญ่ๆ ชุดไฟหน้าแบบ LED ทรงเหลี่ยมแบบโฉบเฉี่ยว ควบคู่ไปกับชุดกันชนหนาอันสุดใหญ่โตโอฬาร ออกแบบเสา C-Pillar ให้ตั้งชันมากขึ้นกว่าเดิม ระบบประตูสไลด์ไฟฟ้า ที่มีเซ็นเซอร์ด้านล่าง แค่แหย่เท้าไปประตูก็เปิดเองได้อัตโนมัติ แถมยังมีชุดแต่งพิเศษจาก TRD และ Modellista ของ Toyota ให้เสียเงินติดตั้งเพิ่มเติมได้

Toyota เปิดตัว Toyota Noah 2022 และ Voxy 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทค พร้อมสู้คู่แข่ง!

สำหรับมิติตัวรถยาว 4,695 มม. กว้าง 1,730 มม. และสูง 1,895 – 1,925 มม. ขึ้นอยู่กับรุ่น และระยะฐานล้อ 2,850 มม. ส่วนมิติห้องโดยสารภายใน กว้าง 2,805 มม. ยาว 1,470 มม. และสูง 1,405 มม.

Toyota เปิดตัว Toyota Noah 2022 และ Voxy 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทค พร้อมสู้คู่แข่ง!

ห้องโดยสารภายใน ยังคงความเป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวเช่นเดิม แผงคอนโซลหน้าดูล้ำสมัย แต่ใช้งานง่าย โดดเด่นด้วยหน้าจอ Infotainment ที่มีขนาดตั้งแต่ 8.5 นิ้ว ไปจนถึงในรุ่น Top สุดขนาด 10.5 นิ้ว

Toyota เปิดตัว Toyota Noah 2022 และ Voxy 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทค พร้อมสู้คู่แข่ง!

ส่วนเบาะนั่งมีให้เลือกทั้ง 7 และ 8 ที่นั่ง และเบาะนั่งด้านหลังสุด ติดตั้งระบบพับเก็บเบาะด้วยไฟฟ้า เพียงกดปุ่มแค่ครั้งเดียวก็พับเบาะได้ พร้อมฝาท้ายแบบไฟฟ้า มีระบบหยุดได้ทุกจังหวะที่ต้องการ ไม่ต้องเปิดให้กว้างสุดได้แล้ว ส่วนด้านระบบความปลอดภัย มี Toyota Safety Sense จัดเต็ม

Toyota เปิดตัว Toyota Noah 2022 และ Voxy 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทค พร้อมสู้คู่แข่ง!

ขุมพลังมีให้เลือก 2 แบบ ตั้งแต่แบบเบนซิน Hybrid รหัส 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร (14.5 กก.-ม.) ที่ 3,600 รอบ/นาที ผ่านระบบขับเคลื่อนแบบล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-Four

พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส 1VM ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า (70 กิโลวัตต์) ในล้อคู่หน้า และล้อหลังขนาด 41 แรงม้า (30 กิโลวัตต์)

ส่วนรุ่นเบนซิน ใช้ขุมพลังรหัส M20A-FKS ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 202 นิวตัน-เมตร (20.6 กก.-ม.) ที่ 4,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ Direct-Shift-CVT ผ่านระบบขับเคลื่อนแบบล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ

Toyota เปิดตัว Toyota Noah 2022 และ Voxy 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทค พร้อมสู้คู่แข่ง!

รุ่นย่อย All-New Toyota Noah 2022 ยังคงมีให้เลือกกันอย่างหลากหลาย ตามความต้องการของลูกค้าตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น X, G, Z, S-G และ S-Z ส่วน All-New Toyota Voxy 2022 มีให้เลือกแค่รุ่นย่อย S-G และ S-Z

Toyota เปิดตัว Toyota Noah 2022 และ Voxy 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทค พร้อมสู้คู่แข่ง!

สำหรับ All-New Toyota Noah 2022 และ Toyota Voxy 2022 มีราคาอยู่ที่ 2,670,000 – 3,960,000 เยน หรือ ประมาณ 810,000 – 1,188,000 บาทไทย

ส่วนในบ้านเรา หากใครอยากได้ All-New Toyota Noah 2022 และ Toyota Voxy 2022 ก็เตรียมเก็บเงินซื้อกันได้แล้วนะครับ คาดว่าผู้จำหน่ายอิสระหลายๆ เจ้า สั่งนำเข้ามาขายแน่นอน ช่วงราคาคงอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านกว่าบาทเหมือนเดิมครับ

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อ Toyota Noah และ Toyota Voxy คันใหม่ มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express หรือถ้าหากต้องการซื้อรถคุณภาพเยี่ยม CARRO เราก็มีพร้อมให้คุณเลือกอย่างมากมายด้วยเช่นกัน พร้อมรับประกันสูงสุดถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร กับ CARRO Automall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

หากใครอยากซื้อรถมือสองสภาพเยี่ยม ราคาสบายๆ และมั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาดทุกคัน CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลา 1 นาที!

ซึ่งรถของ CARRO Automall เรามีให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด รวมไปถึงการการปรับสภาพ (Car Reconditioning) ด้วยทีมช่างมืออาชีพ ที่ผ่านการผึกอบรมตามมาตรฐานคาร์โรกว่า 40 คน พร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กว่า 20 คัน/วัน

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์

เรารับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! (CARRO Quality Assurance) อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Honda เปิดตัว All-New Honda StepWGN 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดล้ำ

นี่ก็นับว่าเป็นรถ MPV สไตล์ทรงกล่องเป็นเอกลักษณ์รุ่นแรกของ Honda นับตั้งแต่เปิดตัวเจเนอเรชั่นแรกในเดือนพฤษภาคม 1996 หลังจากที่พัฒนารถต้นแบบ Honda F-MX ออกมาในปี 1995 จนมียอดขายประสบความสำเร็จมากในญี่ปุ่น

ซึ่งแม้ว่า ในไทยทาง Honda จะเคยนำเข้า Honda StepWGN Spada (ฮอนด้า สเตปแวกอน สปาด้า) อย่างเป็นทางการเพียงแค่รุ่นเดียว นั่นคือเจเนอเรชั่นที่ 4 ในปี 2012 – 2016 แต่ในไทยที่ผ่านมา ก็มีผู้จำหน่ายอิสระ นำเข้ามาขายกันทุกเจเนอเรชั่น แม้ว่าจะมีราคาสูง แต่ชาว Honda Lover หลายๆ คน ก็ยังคงนิยมซื้อหามาใช้

Honda เตรียมเปิดตัว All-New Honda StepWGN 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทคแล้ว!

และบัดนี้ All-New Honda StepWGN 2022 (ฮอนด้า สเตปแวกอน) ก็ถูกพัฒนามาเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 แล้ว ก่อนเผยแพร่สู่โลกออนไลน์ในวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา และตัวจริงจะถูกโชว์ในงาน Tokyo Auto Salon 2022 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2022 ที่จะถึงนี้ ก่อนเผยรายละเอียดทั้งหมดและจำหน่ายจริงในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์นี้ ซึ่งมีรุ่นเครื่องยนต์ e:HEV ให้เลือกด้วย

Honda เตรียมเปิดตัว All-New Honda StepWGN 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทคแล้ว!

ตัวรถภายนอก All-New Honda StepWGN 2022 มาพร้อมทรงเหลี่ยม กระจกบานใหญ่ๆ ให้ทัศนวิสัยดีคล้ายกับในรุ่นก่อนๆ ใช้ชุดไฟหน้าแบบ LED ทรงเหลี่ยม ออกแบบให้รับกับกระจังหน้าพร้อมกรอบโครเมียม มีไฟตัดหมอกให้ และประตูสไลด์ไฟฟ้าซ้าย-ขวา

Honda เตรียมเปิดตัว All-New Honda StepWGN 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทคแล้ว!

โดยรุ่น Spada เพิ่มความสปอร์ตหรูด้วยแถบโครเมียมด้านล่างรอบคัน กันชนล่างลายตะแกรง ส่วนชุดไฟท้ายถูกออกแบบให้เป็นแนวตั้ง กลมกลืนกับเสา D-Pillar ของรถ ที่คล้ายกับใน StepWGN รุ่นแรกและรุ่นที่สอง

Honda เตรียมเปิดตัว All-New Honda StepWGN 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทคแล้ว!

ส่วนห้องโดยสารภายใน ยังคงความเป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวเช่นเดิม แผงคอนโซลหน้ายังคงความเรียบง่าย ใช้งานง่าย แต่โดดเด่นด้วยหน้าจอ Infotinment พร้อมระบบ Honda CONNECT Navi ที่มีขนาดใหญ่ถึง 11.4 นิ้ว ซึ่งใหญ่ที่สุดในบรรดารถมินิแวนที่ขายในญี่ปุ่น รวมถึงจอสำหรับผู้โดยสารหลังแบบ HD ที่มีขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว

Honda เตรียมเปิดตัว All-New Honda StepWGN 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทคแล้ว!

ส่วนวัสดุเบาะนั่ง ในรุ่น Spada เพิ่มความหรูด้วยเบาะนั่งแถวที่ 2 แบบกัปตันซีท พร้อมที่รองน่องแบบพับเก็บได้ และยังปรับเลื่อนไปมา ทั้งหน้า-หลัง และด้านข้างได้ด้วย

Honda เตรียมเปิดตัว All-New Honda StepWGN 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทคแล้ว!

All-New Honda StepWGN 2022 มีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบ 3 สไตล์ ได้แก่รุ่นย่อย Air, Spada และ Spada Premium Line ส่วนเบาะนั่งเป็นแบบผ้าในรุ่น Air, แบบผ้ากึ่งหนังสังเคราะห์ Prime Smooth ในรุ่น Spada หรือหนังกลับ Alcantara ในรุ่น Spada Premium Line

Honda เตรียมเปิดตัว All-New Honda StepWGN 2022 รถ MPV ทรงกล่องสุดไฮเทคแล้ว!

ส่วนในบ้านเรา หากใครอยากได้ All-New Honda StepWGN 2022 ก็เตรียมเก็บเงินซื้อกันได้แล้วนะครับ คาดว่าผู้จำหน่ายอิสระหลายๆ เจ้า สั่งนำเข้ามาขายแน่นอน ช่วงราคาคงอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านกว่าบาทเหมือนเดิมครับ

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อ Honda StepWGN คันใหม่ มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express หรือถ้าหากต้องการซื้อรถคุณภาพเยี่ยม CARRO เราก็มีพร้อมให้คุณเลือกอย่างมากมายด้วยเช่นกัน พร้อมรับประกันสูงสุดถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร กับ CARRO Automall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

หากใครอยากซื้อรถมือสองสภาพเยี่ยม ราคาสบายๆ และมั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาดทุกคัน CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลา 1 นาที!

ซึ่งรถของ CARRO Automall เรามีให้คุณเลือกมากมาย รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด รวมไปถึงการการปรับสภาพ (Car Reconditioning) ด้วยทีมช่างมืออาชีพ ที่ผ่านการผึกอบรมตามมาตรฐานคาร์โรกว่า 40 คน พร้อมให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กว่า 20 คัน/วัน

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” เลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา รวมถึงมีเทคโนโลยีสนับสนุนฝ่ายขาย ทั้ง Digital Device ที่เชื่อมต่อกับ Digital Screen นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และจัดการเรื่องเอกสารให้กับลูกค้าให้ตั้งแต่ต้นจนจบ บวกกับ Online Viewing Service ที่ลูกค้าสามารถวิดีโอคอล ตรวจสภาพรถยนต์คันที่สนใจได้แบบเรียลไทม์

เรารับประกันคุณภาพรถ 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! (CARRO Quality Assurance) อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

รวมรถเด่น รถใหม่ รถเปิดตัวล่าสุด ในงาน Motor Expo 2021

งาน Motor Expo 2021 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38) มาภายใต้แนวคิด “มหกรรมสุขสันต์คนรักยานยนต์” หรือ “TIME to ENJOY!” หลังจากที่ต้องเผชิญกับโควิด-19 มาอย่างหนักทั้งปีจนอ่วม แถมยังจะมีโควิดสายพันธุ์ใหม่อย่าง “โอไมครอน” มาอีก! โดยที่ผู้บริโภคกำลังซื้อหดหายไปอย่างมาก

ทำให้รถหลายค่ายต้องเร่งนำเสนอรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ รถจักรยานยนต์ใหม่ หรือสินค้าใหม่ๆ เอาใจผู้บริโภค และกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติไปในตัว ซึ่งในงาน Motor Expo 2021 ปีนี้ มีรถยนต์มาร่วมงานมากถึง 32 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ และรถจักรยานยนต์อีก 12 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ รวมถึงจัดแสดงเรือ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องมากมาย

รวมรถเด่น รถใหม่ รถเปิดตัวล่าสุด ในงาน Motor Expo 2021

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2021 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

นอกจากโปรโมชั่นพิเศษมากมายแล้ว งานนี้ยังมอบโชคคืนกำไรให้แก่ผู้ชมงาน ทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิ๊กไบค์ รวมถึงลุ้นชิงรางวัลอื่นๆ จากการซื้อสินค้าอีกมากมาย

และยังมีรถ Shuttle Bus รับ-ส่ง ฟรี! จาก 3 จุดในกรุงเทพฯ และที่รังสิต รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น. ส่วนขาออกงาน รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น ให้คุณเดินทางมาชมงานได้อย่างสะดวกสบาย

ฉีดวัคซีนไม่ครบ ไม่ต้องกังวล! รีวิวจุดตรวจ ATK ที่งาน Motor Expo 2021!

แต่ปีนี้พิเศษหน่อย เนื่องจากมีมาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19 สำหรับผู้ชมงาน คือ ต้องเเสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือเป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยโรคโควิด-19 มาเเล้ว 21-90 วัน หรือได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR เเละได้ผลลัพธ์ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเข้างาน

หากท่านใดที่ฉีดวัคซีนยังไม่ครบ 2 เข็ม หรือผลการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ไม่มีแสดงขึ้นมาในหมอพร้อม หรือเด็กเล็กอายุ 6-12 ปี ที่ยังรับวัคซีนไม่ได้ จะต้องตรวจ ATK (บริเวณหน้างาน) มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 99 บาท (ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ไม่ต้องตรวจ ATK)

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาเวลาว่าง ไปเดินเที่ยวชมงานกันครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Expo 2021 ได้เลยครับ

Pocco Meimei

Pocco Meimei

Pocco Duoduo

Pocco Duoduo

ORA Good Cat

ORA Good Cat

Haval Jolion Hybrid SUV

Haval Jolion

Haval H6 PHEV

Haval H6 PHEV

Tank 500

Tank 500

MG Cyberster

MG Cyberster

MG5

MG5

MG-EP-Plus

MG EP Plus

Porsche 911 Carrera GTS

Porsche 911 Carrera GTS

Porsche Cayenne Turbo GT

Porsche Cayenne Turbo GT

Porsche Macan

Porsche Macan

Mini Electric Pacesetter Inspired By JCW

Mini Electric Pacesetter Inspired By JCW

Mini John Cooper Works Hatch Launched By Carnival

Mini John Cooper Works Hatch Launched By Carnival

Mercedes-Benz-EQS-450+-AMG-Premium

Mercedes-Benz EQS

Mercedes-Maybach GLS 600

Mercedes-Maybach GLS 600

BMW 630i GT M Sport

BMW 630i GT M Sport

BMW X3 xDrive20d M Sport

BMW X3 xDrive20d M Sport

BMW iX3 M Sport

BMW iX3 M Sport

BMW iX xDrive50 Sport

BMW iX xDrive50 Sport

Audi A3 Sportback

Audi A3 Sportback

Lotus Elise 220 Sport

Lotus Elise 220 Sport

Lotus Exige Sport 350

Lotus Exige Sport 350

Peugeot 3008

Peugeot 3008

Volvo XC40 Recharge

Volvo XC40 Recharge

Toyota Corolla Cross GR Sport

Toyota Corolla Cross GR Sport

Toyota Yaris GR Sport

Toyota Yaris GR Sport

Toyota Camry

Toyota Camry

Lexus-NX-450h+

Lexus NX450h+

Honda Civic RS

Honda Civic RS

Honda Accord e:HEV

Honda Accord e:HEV

Honda HR-V e:HEV

Honda HR-V e:HEV

Nissan Kicks Sky Edition

Nissan Kicks Sky Edition

Subaru XV 2.0 iP EyeSight

Subaru XV 2.0 i-P EyeSight

Tesla Model Y

Tesla Model Y

โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2021 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

หากท่านใดที่อยากได้บัตรเข้างาน Motor Expo 2021 ฟรี! ท่านละ 2 ใบ ง่ายๆ ดูรายละเอียดการขอบัตรได้ในนี้เลย —> https://th.carro.co/blog/carro-ticket-motor-expo/

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

ถ้าใครสนใจอยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หรือจะรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถนำรถคันเดิมมาขายกับ CARRO ได้เลย เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

สำหรับใครที่อยากซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ แต่ถ้ามีงบไม่พอ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถของเราทุกคันผ่านการตรวจสภาพ 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนาน 1 ปี หรือสูงสุด 30,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ