เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์

“แก๊สรถยนต์” เป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันในวงการรถยนต์ไทยมานานตั้งแต่ 40 กว่าปีมาแล้ว นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการณ์น้ำมันในช่วงกลางยุค 70 ทำให้เหล่าแท็กซี่ที่สู้ค่าน้ำมันไม่ไหว ต่างต้องหันมาติดตั้งแก๊สรถยนต์ใช้กัน และก็เริ่มได้รับความนิยมในหมู่รถบ้าน มาจนถึงปัจจุบัน

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์ สำหรับรถติดแก๊ส LPG

แก๊สติดรถยนต์ ในไทยนิยมใช้กันมาไม่ต่ำกว่า 40 ปีแล้ว ขนาดรถหรูอย่าง Volvo 264 GLE ก็ยังมีติดแก๊สออกมาจากโรงงาน

ประกอบกับราคาน้ำมันแพงมาก ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้อู่ติดแก๊สรถยนต์ ผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด แต่ละร้านช่างงานล้นมือกว่าเดิมหลายเท่า อุปกรณ์ติดแก๊สขาดตลาด ส่วนเจ้าของร้านรวยเป็นอาเสี่ยกันเพียบ และนิตยสารรถยนต์บางฉบับ มีร้านรับติดแก๊สรถยนต์ขอลงโฆษณาเยอะมาก จนต้องทำหนังสือเกี่ยวกับรถติดแก๊สแยกออกมาโดยเฉพาะ ถึงขั้นต้องบอกเจ้าของร้านว่าไม่ต้องลงโฆษณาทุกเดือนได้ไหม ….. เหลือเชื่อเลย!

แต่หลังจากที่ราคาน้ำมันถูกลง ทั้งร้านทั้งอู่ติดแก๊สรถยนต์ก็ซบเซา หายไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน เหลือแต่เจ้าใหญ่ๆ ทุนหนา สายป่านยาวอยู่เพียงไม่กี่เจ้า ก่อนจะกลับมาบูมอีกครั้งในปีนี้ ปีที่ราคาน้ำมันแพงมาก เบนซิน 2 ลิตร 100 ก็ได้เห็นกันแล้ว …

ใครที่สู้ราคาน้ำมันแพงสุดขีดไม่ไหว อยากเอารถไปติดแก๊ส LPG ต้องอ่าน

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์ สำหรับรถติดแก๊ส LPG

ภาพจาก บิ๊กแก๊ส ก๊าซหุงต้ม LPG

แก๊สรถยนต์ มาจากไหน?

แก๊สรถยนต์ เป็นก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม มีชื่อว่า LPG (Liquefied Petroleum Gas) ที่ได้จากการแยกน้ำมันดิบ (Crude Oil) ในโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งให้ค่าความร้อนสูง ประกอบไปด้วย Propane (โพรเพน) และ Butane (บิวเทน) มีสูตรทางเคมี C3H8 + C4H10 และได้จากกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ

LPG มีคุณสมบัติ สามารถแปรสภาพจากของเหลว โดยขยายตัวเป็นก๊าซได้ถึง 250 เท่า มีน้ำหนักเบากว่าน้ำ แต่หนักกว่าอากาศ เป็นเชื้อเพลิงติดไฟง่าย และเป็นพลังงานที่เผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ ลดมลภาวะในอากาศ ไม่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม และให้ค่าออกเทนสูงถึงประมาณ 105

เมื่อผ่านการผลิตจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว ก็จะขนแก๊สผ่านรถบรรทุกขนาดใหญ่ มาถ่ายแก๊สลงสู่สถานีบริการแก๊ส สำหรับไว้รอเติมรถยนต์

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์ สำหรับรถติดแก๊ส LPG

ทำไมแก๊สรถยนต์ ถึงมีกลิ่น?

หลายครั้งที่คุณอาจได้กลิ่นแก๊สรถยนต์ ออกมาจากท่อไอเสีย (โดยเฉพาะรถที่ตัด Catalytic Converter ออก) หรือจากเตาแก๊สในบ้าน

ตามจริงแล้ว แก๊ส LPG ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่เพื่อความปลอดภัย จึงเติมสาร Ethyl Mercaptan (เอทิลเมอแคบแทน) เพื่อให้สามารถทราบได้ กรณีเกิดแก๊สรั่ว

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์ สำหรับรถติดแก๊ส LPG

ภาพจาก PS Pornsak พรศักดิ์แก๊สอ่อนนุช

อุปกรณ์ติดแก๊สรถยนต์ หลักๆ ในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ นั่นคือ

  • ระบบดูด (Fumigation System หรือ Fix Mixer) มักนิยมติดตั้งในรถที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์และหัวฉีด ซึ่งจะมีจะมีอุปกรณ์ผสมแก๊สกับอากาศ (Gas Mixer) ทำหน้าที่ดูดอากาศไปพร้อมกับแก๊สในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับการเผาไหม้
    ซึ่งระบบกลไกจะจ่ายส่วนผสมนี้เข้าเครื่องยนต์ ตามรอบเครื่องยนต์ ซึ่งถ้ารอบเครื่องยนต์ต่ำ แรงดูดอากาศในเครื่องยนต์น้อย จะจ่ายเชื้อเพลิงน้อย ถ้ารอบเครื่องยนต์สูง แรงดูดอากาศในเครื่องยนต์มาก จะจ่ายเชื้อเพลิงมาก ซึ่งจะกินแก๊สมากกว่าในระบบหัวฉีด ส่วนการปรับจูนแก๊ส ต้องใช้การปรับด้วยมือ
  • ระบบหัวฉีด (Sequential Injection) ออกมาสำหรับใช้งานกับเครื่องยนต์ระบบหัวฉีด โดยมีจำนวนหัวฉีดตามจำนวนสูบของรถ ควบคุมการทำงานผ่านกล่อง ECU เหมือนรถน้ำมัน ให้สมรรถนะและอัตราเร่งใกล้เคียงระบบน้ำมัน รวมถึงประหยัดเชื้อเพลิงแก๊สกว่าแบบระบบดูด ส่วนการปรับจูนแก๊ส ต้องปรับจูนผ่านคอมพิวเตอร์

อ่อ ในยุคเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ยังมีระบบแก๊สอีกแบบหนึ่งที่นิยมติดตั้งในรถยนต์ด้วย นั่นคือแบบ Lamda Control หรือ Step Motor หรือแบบกึ่งหัวฉีด มีวาล์วเปิด-ปิด

โดยจะมีวาล์วหนึ่งตัวคอยสั่งการเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูง ต้องการปริมาณแก๊สที่มากขึ้น วาล์วก็จะเปิดให้แก๊สเข้ามามากขึ้น ในขณะที่เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วต่ำ ไม่ต้องการปริมาณแก๊สมาก วาล์วก็จะปล่อยก๊าซออกมาน้อย ซึ่งดีกว่าแบบใช้หม้อต้มนิดหน่อย

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์ สำหรับรถติดแก๊ส LPG

อุปกรณ์ติดแก๊สรถยนต์ มีอะไรบ้าง และโดยมากมาจากประเทศไหน?

อุปกรณ์ติดแก๊สรถยนต์ส่วนใหญ่ มักจะมาจากอิตาลี (เช่น BSM, Tomasetto, Fagumit, Lovato, Versus, Valtek), ตุรกี (เช่น Atiker) หรือโปแลนด์ (เช่น AC Autogas) ซึ่งประเทศเหล่านี้ได้พัฒนาอุปกรณ์ติดแก๊สรถยนต์มายาวนานมากแล้ว และบางส่วนก็นำเข้ามาจากเกาหลีใต้ (เช่น Hana) หรือญี่ปุ่น (เช่น Nikki, Keihin) และที่ผลิตจากในไทยเอง เช่น ถังแก๊ส (Magnate), ท่อแก๊ส เป็นต้น

  • กล่อง ECU แก๊ส

สำหรับกล่อง ECU แก๊ส หรือสมองกล มักใช้ร่วมกับระบบแก๊สที่จ่ายแก๊สแบบหัวฉีด ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ หลายราคา

  • Map Sensor

Map Sensor (แมพเซ็นเซอร์) มี่หน้าที่วัดแรงดันของแก๊ส ที่อยู่ในรางหัวฉีดและท่อไอดี เพื่อส่งสัญญาณให้กับกล่อง ECU แก๊สประมวลผล ในกรณีที่ท่อแก๊สขาด แรงดันที่หัวฉีดจะลด แมพเซ็นเซอร์จะส่งสัญญาณไปยังกล่อง ECU แก๊สเพื่อทำการสั่งหยุดการจ่ายแก๊สทันที

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์ สำหรับรถติดแก๊ส LPG

  • หม้อต้มแก๊ส

– หม้อต้ม (Evaporator) หรือ อุปกรณ์ปรับความดันแก๊ส (Pressure Regulator) เป็นอุปกรณ์ลดความดันแก๊สในถังให้อยู่ในระดับที่เหมาะกับการใช้งานในเครื่องยนต์ เพราะเมื่อลดความดันแก๊ส แก๊สเย็นลงจนเป็นน้ำแข็งเกาะหม้อต้ม ปิดทางไหลของแก๊สได้ จึงต้องใช้น้ำที่ระบายความร้อนจากเครื่องยนต์มาช่วยละลายน้ำแข็ง เปิดทางไหลของแก๊สให้เป็นได้สะดวก จากลักษณะการทำงานจึงนิยมเรียกกันว่า หม้อต้ม

รถยนต์โดยมากจะใช้หม้อต้มแก๊สแบบรุ่นธรรมดา เหมาะกับรถที่มีกำลังไม่เกิน 140 แรงม้า และแบบ Super ที่จะรองรับรถติดแก๊สที่มีแรงม้าตั้งแต่ 200 แรงม้าขึ้นไป ที่สำคัญต้องได้มาตรฐาน ECR 67 ตามมาตรฐานยุโรป

  • กรองแก๊ส

เมื่อมีหม้อต้มแล้ว ก็ต้องมีกรองแก๊สตามมาด้วย ลักษณะก็คล้ายๆ กับกรองอากาศ หรือกรองแอร์นั่นล่ะครับ คือกรองสิ่งสกปรกที่ปนเปื้อนมากับแก๊สนั่นเอง ช่วยให้เครื่องยนต์สึกหรอน้อยลง ผลิตจากกระดาษ ไฟเบอร์ หรือโพลีเอสเตอร์

กรองแก๊สมีอายุการใช้งานประมาณ 20,000 – 30,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับวัสดุการผลิต และความละเอียดของตัวกรอง

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์ สำหรับรถติดแก๊ส LPG

ภาพจาก PS Pornsak พรศักดิ์แก๊สอ่อนนุช

  • ถังแก๊ส LPG

ถังแก๊ส LPG ในรถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ถังแคปซูล และถังโดนัท ส่วนใหญ่จะผลิตจากเหล็กกล้า ซึ่งปลอดภัยและได้มาตรฐาน มอก. ตามกฎหมายที่กรมขนส่งการบกกำหนด เช่น “มอก.370-2525” หรือมาตรฐานยุโรป “EC 67 R01” ที่กฎหมายไทยให้การยอมรับ มีถังให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ 25 – 96 ลิตร

ส่วนมาตรฐานอื่น ๆ ที่อนุญาตให้ใช้ได้ เช่น
– มาตรฐาน “ECE R” แต่ต้องเป็นถังแก๊สที่ติดตั้งมากับรถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ
– กรณีร้านติดตั้งแก๊สที่มีนำเข้าถังจากต่างประเทศโดยตรง เช่น ถังโดนัท ต้องมีมาตรฐาน “ECR 67”

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์ สำหรับรถติดแก๊ส LPG

ภาพจาก Sbp Petch

  • วาล์วแก๊ส

– อุปกรณ์สำคัญของถังแก๊ส LPG ทำหน้าที่จ่ายเชื้อเพลิงในถึงแก๊ส ปัจจุบันมักใช้วาล์วไฟฟ้า (Solenoid Valve) รูปทรงกลมๆ มีให้เลือกอยู่หลากหลายแบบ หลากหลายประเทศ มีทั้งของแท้และของปลอม (ต้องดูดีๆ) ซึ่งวาล์วแก๊สจะต้องมีวาล์วนิรภัยด้วยกัน 3 ชั้น ได้แก่

1.วาล์วระบายแรงดันเกิน (Pressure Relief Valve) ทำหน้าที่ระบายแก๊สในถังแก๊ส เมื่อในถังมีแรงดันสูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ โดยจะปล่อยแก๊สออกเพื่อลดแรงดันในถังแก๊ส
2.วาล์วป้องกันการไหลเกิน (Excess Flow Valve) ทำหน้าที่ปิดการจ่ายแก๊ส เมื่อพบว่าแก๊สไหลมากผิดปกติ เช่น ท่อแก๊สหลุดหรือขาด
3.ฟิวส์ตะกั่ว (Thermal Fuse) จะหลอมละลายเมื่ออุณหภูมิบริเวณวาล์วสูงกว่า 110°C เช่นในกรณีรถถูกไฟไหม้ ทำให้ถังแก๊สรถยนต์ร้อนขึ้น เมื่อฟิวส์ตัวนี้ละลาย จะเปิดช่องให้แก๊สระบายออกจากถังได้ เพื่อป้องกันถังแก๊ส ระเบิด

มัลติวาล์วคุณภาพสูง ต้องผ่านมาตรฐานยุโรป E8 ECE 67R – 01 3018

  • นาฬิกาแก๊ส

– เป็นเข็มวัดระดับแก๊สในถัง อยู่ตรงบริเวณวาล์วของถังแก๊ส หลักการทำงานคือส่งสัญญาณไปที่กล่องสมองกลของแก๊ส เพื่อบอกระดับแก๊สให้สวิทช์แก๊สในรถยนต์

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบแก๊สรถยนต์ สำหรับรถติดแก๊ส LPG

ภาพจาก รถติดแก๊ส

  • แป๊บทองแดง

แป๊บทองแดง ก็คือท่อแก๊สนั่นเอง ในปัจจุบันจะมียางหุ้มทองแดงมาจากโรงงาน เพื่อกันน้ำ กันกระแทก รั่ว และแข็งแรงกว่าท่อทองแดงเปลือยๆ ที่กรมการขนส่งฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ (รวมถึงท่อร้อยแป๊บเองด้วย) แล้ว ตามกฎหมายบังคับให้เป็นมาตรฐาน “ECR 67” เท่านั้น

  • ท่อยางแก๊ส

– ท่อยางแก๊ส เป็นท่อทางเดินแก๊สในห้องเครื่องยนต์จุดต่างๆ เช่น ต่อเข้า Map Sensor, ต่อเข้ารางหัวฉีด, ต่อเข้าน็อตไอดี และต่อเข้าหม้อต้มแก๊ส ซึ่งมีอยู่หลายแบบ ตั้งแต่ 4 – 16 มิลลิเมตร และหลายคุณภาพ สามารถดัดโค้งได้ง่าย รับแรงดันได้ดี ถ้าคุณภาพดหน่อยก็จะมีด้ายใยสงเคราะห์พิเศษถักด้วย

ทั่วไปจะเปลี่ยนทุกๆ 50,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปี หรือทุกๆ 100,000 กิโลเมตร หรือ 3 ปี หรือถ้ามีรอยปริ แตกลายงาที่ท่อ ก็รีบเปลี่ยนได้เลย ไม่ต้องรอ!

สำหรับตอนต่อไปของเรื่องราวรถติดแก๊สนั้น MR.CARRO จะขอพาท่านไปรู้ถึงข้อดี และข้อเสียของระบบแก๊สรถยนต์กันครับ …

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์คันใหม่ มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express วิธีการขายรถในแบบยุคใหม่ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ได้ราคา อีกทั้งยังลงขายได้ “ฟรี!” พร้อมรับเงินสดกลับบ้านทันที ภายใน 24 ชั่วโมง!

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

ค่าน้ำมันรถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall เติมเต็มถังกี่บาท!

ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็ต้องเจอแต่คนใช้รถ จะเป็นเศรษฐีหรือยาจก ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า “น้ำมันแพงๆๆๆๆ” กับราคาน้ำมันไทยที่พุ่งทะยานกันอย่างต่อเนื่องในปี 2565 นี้นับสิบครั้ง ส่งผลกระทบกับคนที่ต้องใช้รถยนต์ทำงานกันถ้วนหน้า ต่างต้องหาทางออกในการลดรายจ่ายให้กับชีวิตกันเป็นแถวๆ

เมื่อรู้กันว่าน้ำมันขึ้นไปแล้ว มักจะลงยาก การหาทางออกด้วยการเลือกรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องใช้งบประมาณสูง ถ้าใครเงินดาวน์น้อยหรืองบสำหรับผ่อนมีน้อย จะเลือกรถยนต์ Eco-Car มือสองมาใช้ก็ดี เพราะประหยัดพลังงาน กินน้ำมันประมาณ 15 – 23 กม./ลิตร ก็ยังพอช่วยบรรเทารายจ่ายคุณได้บ้าง

CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) เลยขอแนะนำรถ Eco-Car (รถอีโคคาร์) รุ่นเด่นๆ ที่มีขายในเวลานี้ ว่าแต่ละรุ่น กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ (คิดจากราคาน้ำมันในวันที่ 17 มีนาคม 2565 ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 38.75 บาท/ลิตร และราคาน้ำมันเบนซิน 95 อยู่ที่ 46.16 บาท/ลิตร) ถ้าจะเติมเต็มถังในแต่ละรุ่น ต้องใช้เงินกี่บาท ไปดูกันเลยจ้า

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

1. Toyota Yaris / Toyota Yaris ATIV

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) / Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) เป็นรถที่เปิดตัวมาตั้งแต่ในเดือนเดือนตุลาคม 2556 และ ATIV ที่ตามมาทีหลังในเดือนสิงหาคม 2560

ทั้งคู่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 86 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร ระบบเกียร์มีแบบเดียว คือ เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ใหม่ (ตั้งแต่ปี 2562 – ปัจจุบัน) รหัส 3NR-FKE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-iE มอบแรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i และฟังก์ชัน S Mode ขับสนุกมากยิ่งขึ้น (Fun-To-Drive) พร้อมอัตราประหยัดน้ำมันได้ถึง 23.3 กม./ลิตร รองรับแก๊สโซฮอล์ E20

ทั้ง 2 รุ่น ในแบบ Hatchback 5 ประตู และ Sedan 4 ประตู ใช้ขนาดถังน้ำมันเท่ากัน คือ 42 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,627.50 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,938 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

2. Nissan March

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) รถ Eco-Car ยอดฮิตในไทยอีกรุ่น ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT

นิสสัน มาร์ช ใช้ถังน้ำมัน 41 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,588.75 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,892 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

3. Nissan Note

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร ตัวเดียวกับใน Nissan March รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

นิสสัน โน๊ต ใช้ถังน้ำมัน 41 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,588.75 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,892 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

4. Nissan Almera

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) รถ Eco-Car 4 ประตูรุ่นแรกของไทย เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2554 ใช้ขุมพลังเหมือน March รหัส HR12DE ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุด 20 กม./ลิตร

นิสสัน อัลเมร่า ใช้ถังน้ำมัน 41 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,588.75 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,892 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

5. Nissan Almera Turbo

Nissan Almera Turbo (นิสสัน อัลเมร่า เทอร์โบ) รถ Eco-Car 4 ประตูเจเนอเรชั่นที่ 2 ของ Almera ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2562

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 23.3 กม./ลิตร

นิสสัน อัลเมร่า เทอร์โบ ใช้ถังน้ำมัน 35 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,356.25 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,615 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

6. Honda Brio / Brio Amaze

Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) และ Honda Brio Amaze (ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ) มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส L12B3 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 90 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 110 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่มาพร้อมระบบ Shift Hold System และทุกรุ่นยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้

ฮอนด้า บริโอ้ และบริโอ้ อเมซ 2 รุ่นนี้ใช้ถังน้ำมันเท่ากัน คือ 35 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,356.25 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,615 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

7. Honda City Turbo

Honda City Turbo (ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ) นับเป็นครั้งแรกของรถตระกูล City เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่วางเครื่องยนต์เทอร์โบ มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม แต่แรงม้ามากขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ขุมพลังเทอร์โบใหม่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว VTEC Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ประหยัดน้ำมันได้ถึง 23.8 กม./ลิตร และรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้อีกด้วย

ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใช้ถังน้ำมัน 40 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,550 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,846 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

8. Mitsubishi Mirage

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) มาพร้อมขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3A92 แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 78 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Invecs-III CVT รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 22 กม./ลิตร และ 23.3 กม./ลิตร

มิตซูบิชิ มิราจ ใช้ถังน้ำมัน 35 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,356.25 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,615 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

9. Mitsubishi Attrage

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) มาพร้อมขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3A92 แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 78 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Invecs-III CVT รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 22 กม./ลิตร และ 23.3 กม./ลิตร

มิตซูบิชิ แอททราจ ใช้ถังน้ำมัน 42 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,627.50 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,938 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

10. Suzuki Celerio

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส K10B แบบ 3 สูบ 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 68 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 90 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดาแบบ 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 22 กม./ลิตร รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

ซูซูกิ เซเลริโอ้ ใช้ถังน้ำมัน 35 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,356.25 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,615 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

11. Suzuki Ciaz

Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) รถ Eco-Car Sedan จากค่ายซูซูกิ ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.25 ลิตร รหัส K12B แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว VVT ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดาแบบ 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้ถึง 20 กม./ลิตร รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20

ซูซูกิ เซียส ใช้ถังน้ำมัน 42 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,627.50 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,938 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

12. Suzuki Swift

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) เป็น Swift รุ่นแรกที่เข้าร่วมโครงการรถ Eco-Car เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.25 ลิตร รหัส K12B แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว VVT ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้ถึง 20 กม./ลิตร รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20

ซูซูกิ สวิฟท์ ใช้ถังน้ำมัน 42 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,627.50 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,938 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

13. Suzuki Swift

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) โฉมปัจจุบันที่เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 แรงสุดขีด สปีดเร้าใจ ด้วยเครื่องยนต์เบนซินรหัส K12M ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 4 สูบ 83 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ หรือ DUALJET ทำให้น้ำมันมีละอองที่ละเอียดขึ้น ได้กำลังและแรงบิดดียิ่งขึ้น ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 23 กม./ลิตร รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

ซูซูกิ สวิฟท์ ใช้ถังน้ำมัน 37 ลิตร หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,433.75 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,707 บาท

รถ Eco-Car รุ่นเด่นใน CARRO Automall กับราคาน้ำมันไทยวันนี้ เติมเต็มถังกี่บาท!

14. Mazda2

Mazda2 (มาสด้า2) รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ใช้เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 1.3 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงถึง 93 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE แบบ 6 สปีด ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20

มาสด้า2 เบนซิน ทั้งแบบ Hatchback 5 ประตู และ Sedan 4 ประตู ใช้ถังน้ำมัน 35 ลิตร เท่ากัน หากเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เต็มถัง ต้องจ่าย 1,356.25 บาท และหากเติมเบนซิน เต็มถัง ต้องจ่าย 1,615 บาท

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่ทนราคาน้ำมันแพงไม่ไหว อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์ประหยัดน้ำมันคันใหม่ มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express วิธีการขายรถในแบบยุคใหม่ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ได้ราคา อีกทั้งยังลงขายได้ “ฟรี!” พร้อมรับเงินสดกลับบ้านทันที ภายใน 24 ชั่วโมง!

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ:

  • ราคาน้ำมันสถานี ปตท. ณ วันที่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 5.00 น.
  • ราคาน้ำมันนี้ ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่

แหล่งที่มาของราคาน้ำมันจาก :

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

คำถามยอดฮิตที่ผู้ขับขี่รถยนต์อยากรู้ เพราะในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ แถมราคาน้ำมันก็พุ่งไม่หยุด ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างอยากจะประหยัดเงินในการเติมน้ำมันกันทั้งนั้น

บางคนอาจใช้รถยนต์รุ่นเก่าๆ ที่ซดน้ำมันไม่ใช่น้อย ทำให้ต้องเสียเงินกับการเติมน้ำมันไปเดือนหนึ่งเป็นหลักหลายพันบาท ถึงขนาดหลายคนเลือกที่จะนำรถคันนั้นไปติดแก๊ส LPG เพราะคิดว่าวิธีนี้จะช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันที่สุด

แต่จริงๆ แล้ว ผู้เชี่ยวชาญจาก CARRO ขอยืนยันว่ามันมีวิธีการประหยัดน้ำมันที่ง่ายกว่านั้น!! แถมยังเป็นวิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้อีกด้วย ซึ่งวิธีเหล่านั้นจะประกอบไปด้วย …

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

1. ชุดแต่งรถ อย่าต้านลม

สำหรับขาซิ่ง หรือคนที่ชอบแต่งรถทั้งหลาย คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า การติดตั้งอุปกรณ์แต่งรถ หรือปรับเปลี่ยนรถให้มีความเท่ ความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น อาจทำให้รถคุณกินน้ำมันเพิ่มขึ้น!!

เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านั้นจะเพิ่มแรงต้านการหมุนของล้อ และเพิ่มแรงต้านอากาศให้มากขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ถ้าไม่อยากจะต้องเสียค่าน้ำมันแพง คุณก็ควรจะแต่งรถในปริมาณที่พอดีๆ นะจ๊ะ

2. ขนสัมภาระเท่าที่จำเป็น

เวลาที่คุณต้องออกเดินทางไกล และมีเหตุให้ต้องขนข้าวของไปเยอะ แนะนำให้ลองเลือกขนเฉพาะสิ่งของที่จำเป็น เพราะการบรรทุกของที่หนักจนเกินไป จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น

โดยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 20 กิโลกรัม ทำให้รถยนต์ของคุณกินน้ำมันมากถึงร้อยละ 1 เลยทีเดียว

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

3. ควบคุมความเร็วให้คงที่

ข้อนี้อาจจะยากสักหน่อยสำหรับการขับรถในเมืองใหญ่ที่รถเยอะๆ อย่างกรุงเทพฯ เพราะคุณอาจจะต้องขับไปเบรกไป (เนื่องจากรถติด) แต่ถ้าหากคุณเดินทางไปต่างจังหวัด หรือว่าอาศัยอยู่ในบริเวณที่รถไม่เยอะ แนะนำให้คุณลองขับรถโดยใช้ความเร็วที่คงที่ จะช่วยให้ประหยัดน้ำมัน

พยายามใช้เกียร์รถให้เหมาะสมกับความเร็วรถ พยายามอย่าลากรอบสูงๆ เมื่อใช้เกียร์ต่ำ หรือใช้เกียร์สูง แต่ความเร็วต่ำๆ

4. ไม่ต้องคิกดาวน์ หรือขับกระชากก็ได้ ถ้าไม่จำเป็น

แม้ว่าการคิกดาวน์จะช่วยให้เร่งรถเพื่อแซงคันอื่นได้ฉับไวขึ้น แต่ทำบ่อยๆ ก็เปลืองน้ำมันอยู่ไม่ใช่น้อย การขับรถแบบกระชาก เบิ้ลเครื่อง นี่สิ้นเปลืองน้ำมันทันตาเห็น ทั้งเครื่องยนต์จะพังแถมยังอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าเดิมถึง 30%

กรณีขับรถเก่า ที่ยังมีปุ่ม O/D (Overdrive) ก็กดใช้ได้เลย เพราะไม่ต้องกดคันเร่งมาก เพื่อเรียกกำลังจากเครื่องยนต์ได้มากขึ้น เกียร์จะช่วยลดรอบเครื่องยนต์ให้ทำงานต่ำกว่าอัตราทดเกียร์ปกติที่มากกว่า 1.000 ช่วยให้ประหยัดน้ำมันขึ้น หรือในรถยุคใหม่ ที่มีแป้น + – ทั้งบริเวณเกียร์ และแป้นหลังพวงมาลัย (Paddle Shifts) คุณก็เลือกเปลี่ยนเกียร์เองก็ได้เช่นกัน

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

5. จอดรถ ต้องดับเครื่อง กับหาที่จอดในร่ม

เวลาที่คุณจอดรถไว้เฉยๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาไม่กี่นาที หรือว่าเป็นเวลานาน แนะนำว่าควรดับเครื่องยนต์ เพราะถึงแม้คุณจะจอดรถทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ได้ขับไปไหน ก็ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันได้เหมือนกัน

และอย่าจอดรถตากแดดโดยไม่จำเป็น ทางที่ดีควรจอดรถในที่มีร่มเงาดีกว่า เมื่อช่วงสตาร์ทรถ เครื่องปรับอากาศจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

6. อย่าเลี้ยงคลัทช์

รู้หรือไม่? ยิ่งเลี้ยงคลัทช์ ก็ยิ่งทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น และทำให้แผ่นคลัทช์สึกหรอ บวกกับอายุการใช้งานที่น้อยลง

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

7. หลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติด

วิธีนี้อาจยากหน่อย สำหรับคนที่ต้องขับรถไปเส้นทางรถติดทุกๆ วัน แต่ถ้าลองเตรียมตัว เช็คเส้นทางที่รถติดน้อยที่สุด หรืออาจจะใช้เส้นทางลัด ก็ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มาก เพราะว่าการเหยียบเบรคบ่อยๆ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน

8. ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

รถยนต์ยุคใหม่หลายรุ่นมีเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างดีเยี่ยม เช่น ปุ่ม Idling stop หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราว เหมาะสำหรับใช้หยุดการทำงานของเครื่องยนต์เวลาที่รถติดไฟแดง หรือเวลาที่ต้องจอดรถทิ้งเอาไว้ ซึ่งพอเครื่องยนต์หยุดทำงาน ก็จะช่วยหยุดการจ่ายน้ำมันนั่นเอง

และหากรถรุ่นไหนที่มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน เพราะจะช่วยควบคุมความเร็วให้คงที่ ช่วยประหยัดน้ำมันได้

10 วิธี ประหยัดน้ำมันรถ ในยุคน้ำมันแพง!

9. เช็คสภาพลมยาง

การตรวจเช็คสภาพลมยางเป็นสิ่งที่คุณควรจะทำอยู่เสมอ โดยการตรวจเช็คสภาพลมยาง จะช่วยทำช่วยประหยัดน้ำมันได้ส่วนหนึ่ง

เพราะถ้าหากลมยางของคุณเกิดการอ่อนตัว ก็จะทำให้เกิดการเสียดทานระหว่างตัวยางกับพื้นถนน ซึ่งจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์รับภาระในการหมุนล้อเพิ่มขึ้น จึงเป็นสาเหตุทำให้เปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นนั่นเอง

10. หมั่นตรวจเช็คสภาพรถ

เมื่อถึงเวลาครบกำหนดที่คุณต้องนำรถเข้าไปตรวจเช็คสภาพ ซึ่งการตรวจสภาพเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากจะช่วยทำให้รถยนต์ของคุณพร้อมในการขับขี่ ยังช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันได้ด้วย

เนื่องจากการที่รถยนต์กินน้ำมัน อาจจะมีสาเหตุมาจากการที่อุปกรณ์ต่างๆ เสื่อมสภาพก็เป็นไปได้ ดังนั้นถ้าหากถึงเวลาที่ควรจะต้องนำรถไปเช็คสภาพ ก็ไม่ควรที่จะละเลย

วิธีการทั้งหมดที่ได้กล่าวมา เป็นการช่วยประหยัดเงินค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้เหลือเงินที่จะไปทำอย่างอื่นอีก แต่สำหรับคนที่อยากมีรถยนต์สักคัน ไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ไป เพราะปัจจุบันมีรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันให้เลือกมากมาย แต่หากอยากประหยัดเงินเพิ่มขึ้น แถมมีเงินเหลือเก็บ

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่ทนราคาน้ำมันแพงไม่ไหว อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์ประหยัดน้ำมันคันใหม่ มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express วิธีการขายรถในแบบยุคใหม่ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ได้ราคา อีกทั้งยังลงขายได้ “ฟรี!” พร้อมรับเงินสดกลับบ้านทันที ภายใน 24 ชั่วโมง!

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

“สิงคโปร์” (Singapore) เป็นประเทศเล็กๆ ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี ในฐานะเกาะเล็กๆ (ที่เป็นประเทศด้วย) ที่แยกตัวออกมาจากประเทศมาเลเซีย มีพื้นที่แค่เพียง 718.3 ตร.กม. ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเหมือนประเทศอื่น มีเพียงทรัพยากรมนุษย์เท่านั้น แต่สามารถสร้างประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าขาย ในระดับ ASEAN และในระดับโลกได้

เป็นศูนย์รวมของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก มีสำนักงานในประเทศนี้ และศูนย์รวมเรือสินค้าจากทั่วโลก เพราะมีท่าเรือขนส่งสินค้าปลอดภาษี ให้ผู้ซื้อ-ผู้ขาย มาทำการซื้อขายได้ที่นี่ ด้วยความที่สิงคโปร์เป็น “พ่อค้าคนกลาง” นั่นเอง

ตัวประเทศสิงคโปร์เอง ยังมีฐานะทางเศรษฐกิจดี (แม้ว่าช่วงนี้ อาจจะมีอาการ “สะดุด” ออกมาให้เห็นอยู่บ้างก็ตาม) จากการพัฒนาเศรษฐกิจด้านการค้ามาหลายสิบปี อีกทั้งยังมีแรงงานต่างชาติ ที่นิยมเข้าไปทำงานเป็นจำนวนมากอีกด้วย

พอย้อนกลับมาที่หัวเรื่อง ก็สงสัยว่าแต่ทำไม? ประเทศไทย เวลาปรับขึ้นหรือลงราคาน้ำมัน ถึงต้องอิงราคาน้ำมัน จากประเทศสิงคโปร์ด้วย?

ทำไมราคาน้ำมันไทยต้องอิงสิงคโปร์

ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน มีรายละเอียดอธิบายดังนี้ …

สาเหตุที่ต้องอ้างอิงราคาสิงคโปร์ นั่นหมายถึง เป็นราคาที่สะท้อนถึงการซื้อ-ขาย ของทุกประเทศ ในภูมิภาคนี้

1. สะท้อนต้นทุนการนำเข้าของไทยในระดับต่ำสุด ตลาดสิงคโปร์เป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งใกล้ไทยมากที่สุด ดังนั้น ต้นทุนในการนำเข้า จึงเป็นต้นทุนที่ถูกที่สุดที่โรงกลั่นไทยต้องแข่งขันด้วย

2. ปริมาณการซื้อ-ขาย สูง ซึ่ง สิงคโปร์ จะเป็นตลาดที่ซื้อขายน้ำมันเช่นเดียวกับนิวยอร์ค (NYMEX) โดยน้ำมันที่ทำการซื้อขาย อาจไม่ได้เก็บไว้ในสิงคโปร์ แต่จะมีการตกลงซื้อขายในสิงคโปร์ เนื่องจากจะมีบริษัทที่ทำธุรกิจซื้อขายน้ำมัน มาเปิดดำเนินการในสิงคโปร์ ปริมาณการซื้อขายน้ำมันในสิงคโปร์ จะอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับตลาดใหญ่ ในพื้นที่อื่น (ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง) ซึ่งทำให้ยากต่อการปั่นราคา

โดยผู้ซื้อหรือผู้ขาย และราคาจะสะท้อน จากความสามารถในการจัดหา และความต้องการน้ำมันของภูมิภาคนี้

3. ราคาสะท้อนความสามารถในการจัดหา และความต้องการของเอเซีย แม้สิงคโปร์จะมีกำลังการกลั่นรวมอยู่ที่ 1.5 ล้านบาเรลต่อวัน ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่า จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่การกลั่นของสิงคโปร์ เป็นการกลั่นเพื่อส่งออก ในขณะที่ประเทศที่มีกำลังกลั่น มากกว่าสิงคโปร์ดังกล่าว เป็นการกลั่นเพื่อใช้ในประเทศเป็นหลัก เมื่อเหลือแล้วจึงส่งออก จากการกลั่นเพื่อส่งออกเป็นหลัก ทำให้ราคาจำหน่ายของตลาดสิงคโปร์ จะสะท้อนราคาส่งออกที่แท้จริง ซึ่งจะสะท้อนความสามารถในการจัดหา และสภาพความต้องการนำน้ำมันสำเร็จรูป ของภูมิภาคเอเซีย

ทำไมราคาน้ำมันไทยต้องอิงสิงคโปร์

4. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ เป็นฐานกำหนดราคาส่งออกของประเทศต่างๆ แม้ว่าการส่งออกของสิงคโปร์จะเริ่มลดลง เพราะมีกำลังกลั่นเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ แต่ราคาที่ส่งออกของประเทศต่างๆ ยังคงใช้ราคาน้ำมันของตลาดสิงคโปร์ เป็นฐานในการกำหนดราคาส่งออก และการซื้อขายเพื่อส่งออกจากประเทศต่างๆ ยังทำการซื้อขายที่สิงคโปร์เป็นหลัก

5. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ เปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับตลาดอื่นๆ ทั่วโลก สพช. ได้ศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดต่างๆ ได้แก่ ตลาดตะวันออกกลาง ตลาดยุโรป ตลาดอเมริกา และตลาดจรสิงคโปร์พบว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปทุกตลาดต่างปรับตัวเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน และในระดับที่ใกล้เคียงกัน อาจมีบางช่วงที่ราคา ของบางตลาดเปลี่ยนแปลงในทิศทาง หรือระดับที่แตกต่างกับตลาดอื่นๆ ซึ่งเป็นเพราะภาวะที่ความต้องการ และปริมาณน้ำมันในตลาด ไม่มีความสมดุลในช่วงเวลานั้นๆ

แต่ต่อมาราคาที่แตกต่างจากตลาดอื่นมาก จะทำให้เกิดการไหลเข้า / หรือออกของน้ำมันจากตลาดอื่น จนทำให้ระดับของราคาตลาดนั้น ปรับตัวสู่ภาวะสมดุลกับตลาดอื่น ทั้งนี้ เนื่องจากน้ำมันสำเร็จรูปที่จำหน่ายในทุกตลาด เป็นสินค้าภายใต้ระบบการค้าเสรี และเป็นสากล

6. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ ผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆ จากการสังเกตความเคลื่อนไหว ของราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพบว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดอื่นๆ

และการปรับตัวของราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ ในช่วงที่มีความแตกต่างจากตลาดอื่นมาก ตลาดสิงคโปร์จะใช้เวลาในการปรับตัวสู่สมดุลในเวลาประมาณ 1-3 วัน ซึ่งจะเห็นว่าการแข็งตัวของราคาน้ำมันสำเร็จรูป ในเดือนมีนาคมในตลาดจรสิงคโปร์ ได้ปรับตัวสู่ระดับปกติในช่วงหลังของเดือน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วีระ ธีรภัทร

และอันนี้เป็นความคิดเห็นในส่วนของ “วีระ ธีรภัทร” หรือ วีระ ธีระภัทรานนท์ ผู้จัดรายการชื่อดังจากรายการ คุยได้ คุยดี “Talk News & Music” ที่กล่าวไว้ในรายการเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2562 จากความทรงจำ …

“ราคาอ้างอิงสิงคโปร์ คือราคาหน้าโรงกลั่นประเทศไทย ที่อ้างอิงราคาจากที่สิงคโปร์ ไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบ และราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปั้มน้ำมันในประเทศสิงคโปร์

ทำไมถึงใช้อ้างอิงกัน ทั้ง ญี่ปุ่น, เวียดนาม, อินโดนีเซีย เป็นต้น เพราะสิงคโปร์ มีการซื้อ-ขาย น้ำมัน ในสิงคโปร์มากที่สุดในภูมิภาคนี้ เปรียบเหมือน “ตลาดไท” ในบ้านเรา เราเชื่อว่าราคาส้มโอ หรือแตงโมที่ตลาดไท น่าจะถูกกว่าที่ตลาดสดติดบ้านเรา คุณคิดว่าถูกกว่า? หรือแพงกว่า?

แล้วทำไมเราใช้ราคาอ้างอิงที่ถูกกว่า เพราะเราใช้ราคาที่อื่นไม่ได้แล้ว อันนี้คือวิธีคิด ฉันใดฉันนั้น เพราะผู้ซื้อผู้ขายเยอะ และราคานี้ก็ขึ้นลงได้เร็ว เพราะ Demand / Supply เยอะ

ถ้าถามว่าเราไม่ใช้ราคานี้ได้ไหม ได้ ก็อิงจากราคาหน้าโรงกลั่นไป

แต่ถ้าคุณทำราคาได้ต่ำกว่าราคาอ้างอิงที่สิงคโปร์ คุณก็ได้กำไรไป”

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่ทนราคาน้ำมันแพงไม่ไหว อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์ประหยัดน้ำมันคันใหม่ มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express วิธีการขายรถในแบบยุคใหม่ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ได้ราคา อีกทั้งยังลงขายได้ “ฟรี!” พร้อมรับเงินสดกลับบ้านทันที ภายใน 24 ชั่วโมง!

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

  • EPPO