Carro-Roojai-How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

ช่วงที่ ไวรัส โคโรนา (COVID-19) กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว ทุกคนต้องปรับตัวเองกับคำว่า “Social Distancing” เว้นระยะห่างจากบุคคลทั่วไป หลายคนก็ต้องทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) อยู่แต่บ้านไม่ค่อยได้ไปไหน ซึ่งรถของคุณก็จะไม่ค่อยได้ใช้งานไปโดยปริยาย ต้องจอดรถไว้นานควรทำอย่างไร ต้องดูแลยังไงให้รถพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

Roojai.com ไม่ได้เป็นห่วงรถคุณแค่เรื่องประกันภัยเพียงอย่างเดียว เราก็อยากให้คุณไม่เกิดปัญหาในการใช้งานรถด้วย ยิ่งในสภาวะเช่นนี้ รถไม่ค่อยได้ใช้งาน ต้องจอดรถทิ้งไว้นาน ๆ ย่อมส่งผลให้ตัวรถเกิดปัญหา แล้วพอจะใช้ทีก็ต้องมานั่งซ่อมที แบบนี้ไม่ดีแน่! ควรทำอย่างไรไปดูกันเลย

จอดรถไว้นานควรทําอย่างไร ในช่วงที่ โคโรนา เป็นภัย

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

1. หมั่นดูแลรถให้สะอาดอยู่เสมอ

ไม่ได้ใช้รถนานๆ บางทีคราบขี้นก ยางต้นไม้หยดใส่รถแต่ว่าคุณไม่รู้ ต้องหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ ถ้ามีคราบมีรอยเมื่อเห็นให้ล้างออกโดยทันทีก่อนที่ตัวคราบนั้น ๆ จะเข้าไปทำลายสีรถของคุณ ล้างไม่ออก ขัดยังไงก็ไม่หลุด เป็นเหมือน “ตราบาป” ติดรถของคุณไปตลอด

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

2. หาที่จอดรถที่เหมาะสม

คำว่า “เหมาะสม” ในที่นี้บริบทของมันใช่เพียงแค่ว่าจอดรถในที่ร่มไม่โดนแดดไม่โดนฝนเท่านั้น แต่พื้นที่โดยรอบของที่จอดรถและตำแหน่งการจอดนั้น ไม่ควรเป็นพื้นที่รกร้างที่อาจมีสัตว์นานาชนิดแอบใช้รถของคุณเป็นที่พักผ่อนได้ เช่น หนูหรืองู จอดรถนาน ๆ ไม่ได้ใช้ทุกวันตรงจุดนี้ต้องระวังให้ดี

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

3. หมั่นเปิดฝากระโปรงบ่อยๆ

ใต้ฝากระโปรงอาจเป็นแหล่ง “มั่วสุม” ของพวกหนูซึ่งมันอาจนำความพินาศมาสู่รถคุณได้ เข้าไปกัดสายไฟจนขาด นำอาหารไปกินแล้วทิ้งไว้ในห้องเครื่องเป็นขยะ ซึ่งถ้าไม่คอยเปิดเช็กฝากระโปรง ปิดสนิททิ้งไว้เป็นอาทิตย์บอกเลยว่า “บันเทิงแน่นอน” เปิดมาดูที รถของคุณอาจจะสตาร์ทไม่ติดหรือเห็นเศษขยะสะสมมากมายที่พวกมันมาแทะกัดแล้วทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า การเปิดฝากระโปรงทิ้งไว้หรือคอยเปิดบ่อย ๆ สามารถช่วยได้ เพื่อไม่ให้พวกสัตว์ต่าง ๆ เห็นว่าในห้องเครื่องของรถคุณเป็นที่หลบภัยของมันนั่นเอง

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car-4

4. 3-4 วัน สตาร์ทรถสักที

บางคนอาจแนะนำว่าให้สตาร์ทรถสัปดาห์ละครั้งก็ได้ แต่เราอยากให้ความถี่ในการสตาร์ทรถของคุณมากขึ้นสักหน่อย เป็นสัก 3-4 วันให้เครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ ของตัวรถได้ทำงาน ทั้งระบบไฟ ระบบแอร์ และอื่น ๆ รอบคัน สตาร์ททิ้งไว้สัก 10-15 นาทีให้ไฟได้ชาร์ทเข้าแบตฯ ไว้บ้าง หรือจะให้ดีกว่านั้นสตาร์ททั้งทีก็ขับวนรอบหมู่บ้านสักรอบสองรอบ ก็จะยิ่งช่วยให้ระบบช่วงล่างของรถได้ทำงานบ้างได้ด้วยอีกต่างหาก

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

5. เติมลมให้ “แข็งขึ้น” สักเล็กน้อย

รถไม่ค่อยได้ขับ จอดทิ้งไว้นาน ๆ ขับอุ่นเครื่องแต่ในหมู่บ้านไม่ได้เอาออกไปไหน เพื่อรักษาสภาพยางรถยนต์ของคุณให้ยังดีอยู่เสมอก็ควรเติมลมยางให้แข็งกว่าปกติสักหน่อย เพิ่มขึ้นสัก 5 ปอนด์จากมาตรฐานก็สามารถช่วยให้ตอนที่น้ำหนักเมื่อกดทับยางตอนจอดนิ่งนาน ๆ ไม่เสียรูป ใช้งานได้อีกยาวๆ

สำคัญไปกว่านั้นต้องหมั่นตรวจเช็กแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอด้วย ไม่ควรปล่อยให้ลมยางอ่อนจนยางแบนล้อเกือบติดพื้น นอกจากมันจะไม่ดีกับสภาพยางของรถคุณแล้ว ตอนจะขับใช้งานทีก็อาจต้องถอดล้อไปเติมลมยาง เสียเวลาซ่อมอีกต่างหาก วัดลมยางบ่อย ๆ พอเห็นว่าเริ่มอ่อนก็ขับไปเติมไว้นี่แหละดีที่สุด

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

6. อย่ามองข้ามของเหลวของเครื่องยนต์

แม้ว่าคุณจะไม่ค่อยได้ใช้รถบ่อย ๆ ก็ตาม แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครปลื้มหลอกถ้าจะขับทีต้องซ่อมที ดังนั้นเรื่องของเหลวในส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์คือสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ควรหมั่นตรวจเช็กให้อยู่ในระดับที่ตัวรถต้องการอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นระบบหล่อเย็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก ฯลฯ ต้องเช็กให้ดีทุกส่วน

How-To-Take-Care-Of-Unused-Car

7. ถอดขั้วแบตเตอรี่

ถ้ารู้ว่าจะไม่ค่อยได้สตาร์ทรถนาน ๆ หลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ถอดขั้วแบตฯ ไปเลยน่าจะดีกว่า เพราะต้องไม่ลืมว่าแม้รถจะไม่ได้สตาร์ทแต่ระบบต่าง ๆ ของรถที่ต้องใช้ไฟยังทำงานอยู่ ซึ่งหมายความว่าตัวแบตฯ ก็ต้องจ่ายไฟ แล้วถ้าไม่ได้สตาร์ทรถชาร์จไฟก็อาจทำให้แบตฯ “เกลี้ยง” ได้ พอตอนจะสตาร์ทก็สตาร์ทไม่ติด ทางที่ดีถ้ารู้ว่าจะไม่ได้ใช้รถนาน ๆ ให้ถอดขั้วแบตฯ ออกเลยดีที่สุด

โคโรนา ไวรัสอาจทำให้หลาย ๆ คนต้องปรับตัว ซึ่งคนใช้รถ จอดรถไว้นานควรทำอย่างไร ทั้งหมดน่าจะเป็นคำตอบให้กับทุกคนแล้ว และถึงแม้รถจะจอดไว้ไม่ได้ใช้นาน ๆ เรื่องประกันภัยรถยนต์ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี เพื่อให้ตอนที่ใช้รถก็จะสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นกับทุกคนได้ อันตรายไม่น้อยกว่า ไวรัส โคโรนา (COVID-19) ซึ่งสามารถซื้อประกันโควิดออนไลน์ เบี้ยต่ำ คุ้มครองสูง กับเราได้แล้ววันนี้ เลือกทำประกันไว้อุ่นใจกว่า

Carro-How-To-Prep-Your-Car-For-Long-Term-Storage

ในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดในบ้านเราและในทั่วโลก ซึ่งก่อให้เกิดผลร้ายมหาศาลทั้งทรัพย์สินและชีวิต เศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากประชากรทั่วโลกไม่ได้ไปมาหาสู่กัน ทำให้การเดินทางนั้นหยุดชะงัก

ในแง่ดีของเวลานี้คือ ได้มีเวลาใช้ชีวิตที่ผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ต้องเดินทางไกลไปทำงาน อีกทั้งในบ้านเรายังมีนโยบาย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางไหน นอกจากอยู่บ้าน Work From Home หรือดูหนังฟังเพลง รถยนต์จากที่เคยใช้งานประจำ ก็ต้องจอดรถทิ้งไว้นานนับสัปดาห์ หรือนานเป็นเดือน

ขึ้นชื่อว่าเครื่องจักรแล้ว ถ้าไม่ได้ใช้งานๆ ไม่เป็นผลดีแน่นอน MR.CARRO จะมาเสนอ 5 วิธี ดูแลรถจอดไว้นาน ช่วง “อยู่บ้านเพื่อชาติ” ครับ.

1. ดูแลแบตเตอรี่ สตาร์ทรถบ้าง

การจอดรถทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานๆ นับสัปดาห์หรือนับเดือน โดยไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์เลย ส่งผลให้แบตรถยนต์เสื่อมสภาพไว และแบตเตอรี่รถหมดได้ อย่าลืมว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในรถ เช่น วิทยุ หรือสัญญาณกันขโมย ยังต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่หล่อเลี้ยงการทำงานอยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่ได้สตาร์ทรถก็ตาม

เพื่อป้องกันรถแบตหมด ควรสตาร์ทรถบ้าง อย่างน้อยๆ ทุกๆ 2 วัน หรือทุกอาทิตย์ ติดเครื่องทิ้งไว้ครั้งละประมาณ 10-15 นาที หรือเอารถออกไปขับให้ได้ระยะทางหลายๆ กิโลเมตรสักหน่อย เพื่อชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ เพื่อให้ชิ้นส่วนต่างๆ ภายในรถได้เคลื่อนไหวบ้าง ไม่งั้นพอจะใช้งาน แบตรถยนต์หมด ต้องเสียเวลามาจัมพ์แบตเตอรี่อีก

How-To-Prep-Your-Car-For-Long-Term-Storage

2. เติมลมยาง

รถที่ถูกจอดทิ้งไว้นานๆ น้ำหนักของรถจะกดให้ยางจุดที่รับน้ำหนักนั้นแบนลง และอาจจะเสียรูปได้ ถ้ารถไม่ได้ขับ ก็เติมลมยางให้แข็งไว้ก่อน ถ้าสงสัยว่ารถคุณแรงดันลมยางกี่ปอนด์ ให้ดูได้จากสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่ตรงเสาประตูข้างคนขับ หรือในคู่มือการใช้รถ ตรวจเช็คลมยางอาทิตย์ละครั้ง เพื่อรักษาลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

หมั่นเติมลมยางรถยนต์ และเติมลมยางกระบะอยู่เสมอ ให้พร้อมใช้งาน แต่ถ้าคิดว่าไม่ได้ใช้รถนานจริงๆ ก็หาแม่แรง หรือสามขามายกรถไว้เลยก็ได้ ป้องกันยางเสียสภาพ

3. จอดรถในที่เหมาะสม และล้างรถบ้าง

เมืองไทยขึ้นชื่อว่าแดดร้อนสุดๆ นี่ล่ะที่จะทำให้วัสดุส่วนที่เป็นยาง หนัง หรือพลาสติกต่างๆ รอบคันรถ กรอบแตกเสื่อมสภาพได้ และยังทำลายสีรถ แลกเกอร์ที่เคลือบไว้ลอก ทำให้สีซีดได้ จึงควรเก็บรถไว้ในที่ร่ม ถ้ามีผ้าคลุมรถก็คลุมซะ แล้วหาโอกาสล้างรถบ้าง เพื่อรักษาสีรถ

และควรหลีกเลี่ยงการจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นมะม่วง ต้นจามจุรี ต้นไทร ต้นโพธิ์ หรือต้นหูกวาง ฯลฯ เนื่องจากกิ่งไม้ ฝัก เมล็ด หรือยางไม้ อาจหักหรือหล่นมาโดนรถ รวมไปถึงขี้นกด้วย และการจอดในบริเวณพงหญ้าและจุดทิ้งขยะ ก็มีโอกาสที่มด แมลงสาบ จิ้งจก หรือหนู บุกยึดส่วนต่างๆ ของรถคุณได้

How-To-Prep-Your-Car-For-Long-Term-Storage

4. อย่าดึงเบรกมือ

รถที่จอดนานๆ ไม่ควรดึงเบรกมือค้างไว้ เพราะเบรคอาจติดได้ และอาจเจอปัญหาขยับรถไม่ได้ หากต้องการไม่ให้รถไหล ใช้บล็อก หรือวัสดุอื่นที่ไม่ทำความเสียหายกับยางรถยนต์วางไว้แทน

5. ถ่ายน้ำมันเครื่อง เติมน้ำมันให้เต็มถัง

น้ำมันเครื่องที่ใช้งานมาแล้ว มักมีสิ่งปนเปื้อน เศษเหล็กเศษผงต่างๆ ในอ่างน้ำมันเครื่อง และมีสภาพเป็นกรด อาจทำลายชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ได้ ถ้าจอดรถนานนับเดือนขึ้นไป ลงทุนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ดีกว่า

และอย่าลืม หาโอกาสเติมน้ำมันให้เต็มถังไว้ เพราะป้องกันความชื้นที่จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้ และช่วยป้องกันการเกิดสนิมภายในถังน้ำมัน (กรณีรถรุ่นเก่าๆ ที่ถังน้ำมันเป็นแบบโลหะ)

และนี่ก็คือ “เคล็ดไม่ลับ” ในการดูแลรถยนต์ช่วง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” นะครับ!

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

How-Do-You-Care-A-Black-Car

รถสีดำ ถือเป็นสีที่ได้รับความนิยมมากของคนไทย เพราะดูหรู ดูแพงกว่ารถสีอื่นๆ แต่ใช่ว่าจะรถยนต์สีดำจะดูแลแบบไหนก็ได้นะครับ หากดูแลผิดวิธี อาจเกิดรอยเด่นชัด จนดูโทรมแทนที่จะดูหรูก็เป็นได้

งั้นวันนี้ เราขอแนะนำ 5 วิธีง่ายๆ ดูแลรถสีดำให้เงางามสวยน่าขับขี่กัน

Review-Toyota-Vios-Gen3

รอยขนแมว ศัตรูร้ายของรถสีดำ

หลายคนอาจคิดว่าถึงรถยนต์สีดำสกปรกก็เห็นไม่ชัดเจนเท่ากับสีอื่นๆ อาจจะไม่จำเป็นต้องดูแลสีรถยนต์มากมายก็ได้ แต่จริงๆ แล้ว
ศัตรูตัวร้ายของรถสีดำก็คือรอยขีดข่วน ที่เราเรียกกันว่า “รอยขนแมว” นั่นเอง ซึ่งเกิดจากการดูและรถที่ผิดวิธี งั้นวิธีดูแลอย่างถูกวิธีมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

1. เป่าฝุ่น ปัดฝุ่นให้หมดก่อนจะเช็ด

เริ่มการดูแลรถยนต์สีดำด้วยการเป่าหรือปัดฝุ่นให้หมด เพราะการเช็ดทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เป่าฝุ่นหรือกรวดออกก่อนนั้น จะทำให้ฝุ่นและกรวดที่อยู่บนรถครูดไปกับผิวรถ จนทำให้เกิดรอยขนแมวที่เช็ดไม่ออกบนตัวรถ ดังนั้น ต้องเป่าฝุ่น ปัดฝุ่นให้หมดก่อนจะเช็ดนะครับ

2. ใช้น้ำชโลมรอบคันก่อนล้าง

แม้จะปัดฝุ่นออกไปแล้ว แต่อาจมีคราบโคลนที่แห้งกรังยังอยู่ โดยให้เราใช้สายยางฉีดน้ำให้รอบคันไปเรื่อยๆ เพื่อล้างฝุ่นและคราบโคลนออกไปนะครับ ในบริเวณที่คราบติดแน่นกว่าส่วนอื่น เทคนิคคือ ให้ฉีดแนวแทยง คราบโคลนจะหลุดง่ายขึ้นครับ

Washing-Car-And-Hot-Brakes

3. ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำอุ่น

ถึงขั้นตอนการทำความสะอาดดูแลรถยนต์สีดำแล้วครับ โดยให้เราล้างถังที่เราใช้ผสมน้ำยาก่อนหนึ่งรอบนะครับ เพื่อล้างเศษกรวดเศษหินที่อยู่ในถังออกไปก่อน ไม่อย่างนั้นที่ทำมาตั้งแต่ข้อ 1 นี่เสียเปล่าเลยนะครับ

จากนั้นให้นำน้ำยาล้างรถโดยเฉพาะผสมกับน้ำอุ่น ไม่ควรใช้สบู่ หรือน้ำยาล้างจานนะครับ เพราะอาจมีส่วนผสมบางอย่างที่ทำลายสีรถของเราได้

4. อย่าปล่อยให้รถแห้งเอง

เมื่อเราล้างและดูแลรถสีดำเรียบร้อยแล้ว อย่าปล่อยให้รถแห้งเองนะครับ เพราะการปล่อยให้รถแห้งเองจะทำให้เกิดรอยคราบน้ำที่ผิวรถ ให้เราใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือผ้านวมเช็ดรถ เช็ดทำความสะอาดรถให้แห้งนะครับ

MG-HS-2019

5. เคลือบแว๊กซ์ เคลือบแก้ว

ถือเป็นขั้นกว่าของการดูแลรถสีดำครับ เพราะการเคลือบแว๊กซ์ หรือการเคลือบแก้ว จะทำให้รถของเรา ดูสีดำเงางามเหมือนเพิ่งออกมาจากศูนย์เลย และยังช่วยปกป้องรถของเรา จากรอยขีดข่วนได้ดีในระดับหนึ่งเลยครับ

โดยถ้าใครนิยมเคลือบแว๊กซ์ ให้เราใช้เคลือบอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง แต่ถ้ามีทุนหน่อย ก็ลงทุนเคลือบแก้วไปเลยก็ดีครับ

และนี่ก็คือ วิธีดูแลรถสีดำให้เงางามเหมือนใหม่ เพียงทำตามวิธีที่เรานำมาเสนอ รับรองว่า รถสีดำสุดรักของเรา จะสวยงามเหมือนใหม่เลยครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

Washing-Car-And-Hot-Brakes

คนใช้รถหลายคนอาจไม่รู้! ว่าอาการพวงมาลัยสั่น โดยเฉพาะเวลาเหยียบเบรก ซึ่งเกิดมาจากจานเบรกคดนั้น นอกจากจะมีอาการจากผ้าเบรกจับจานเบรกไม่สม่ำเสมอ จานเบรกเริ่มบาง หรืออาจจะเป็นที่ยางสึกไม่เท่ากันทั้งเส้น

แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ และมักชอบปฎิบัติ หลังจากการขับรถใช้งานต่อเนื่องมานานหลายชั่วโมง หรือขับรถขึ้นเขา ลงเขา ใช้งานเบรกมาอย่างหนัก นั่นก็คือ “ล้างรถ” พอตัดสินใจขับรถเข้าคาร์แคร์ ว่าจะล้างรถให้สะอาดซะหน่อย เด็กล้างรถก็ไม่รู้ ฉีดน้ำล้างล้อรถ ทำให้น้ำแรงดันสูงอัดเข้าไปในจานเบรกอย่างแรง จนดิสก์เบรกเกิดอาการ “จานเบรกคด” ขึ้นมา …

ทำไมจานเบรกถึงคดได้ งงมาก ทั้งๆ ที่แค่ฉีดน้ำใส่ เดี๋ยว Mr.Carro จะเล่าให้ฟัง …

Washing-Car-And-Hot-Brakes

การเกิดจานเบรคคด ก็คือ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างเฉียบพลัน ซึ่งการขับรถมาเป็นเวลานานๆ หลายชั่วโมง (โดยเฉพาะขับรถทางยาวๆ หรือขับรถขึ้น-ลง ทางชันๆ ที่ต้องใช้เบรกมาก) ทำให้จานเบรกมีความร้อนสะสมมากกว่าปกติ เมื่อเจอที่ฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดล้างล้อรถ แล้วทะลุซี่ล้อไปโดนกับจานดิสก์เบรกที่ร้อนจัดอยู่ เมื่อเจอกับน้ำเย็นๆ ทันที ก็อาจทำให้จานเบรคคดงอได้

Washing-Car-And-Hot-Brakes

แต่ถ้าคุณอยากล้างรถที่เพิ่งผ่านการใช้งานมาหมาดๆ จริงๆ ก็ขอแนะนำให้ล้างตัวถังรถไปก่อน ลองเอามืออังดูที่บริเวณล้อรถดูก่อน ว่ามีไอร้อนที่แผ่ออกมาจากดิสก์เบรก มากหรือน้อย ถ้าไม่มีแล้ว นั่นล่ะ ถึงจะค่อยฉีดน้ำล้างล้อได้เต็มที่

Washing-Car-And-Hot-Brakes

แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ล้างแค่บริเวณด้านนอกของล้อก็ได้ พยายามอย่าฉีดน้ำเข้าไปถูกจานดิสก์เบรก โดยใช้วิธีเปิดน้ำแบบไม่ต้องแรง ล้างเฉพาะบริเวณวงล้อรอบนอกก็พอ เพื่อให้เหมือนกับการขับรถลุยฝน ที่มีละอองน้ำกระเซ็นโดนจานเบรคอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ความร้อนบริเวณจานเบรกค่อยๆ ลดลง

วิธีปฎิบัติง่ายๆ แค่นี้ คุณก็ทำได้ครับ อีกทั้งยังยืดอายุจานเบรกของรถ ให้ใช้งานได้อีกยาวนานอีกด้วย

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

ล้างคราบแป้งและดินสอพอง ออกง่ายๆ ด้วย 5 วิธี ล้างคราบแป้งติดรถ

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่า “สวัสดี” ในวันทำงานวันแรก หลังเทศกาลสงกรานต์นะครับ หลายคนคงสนุกสนานกับการท่องเที่ยวต่างจังหวัด ไปเล่นน้ำสงกรานต์ (หรือไปเมาแล้วตีกัน?) พาญาติพี่น้องไปไหว้พระทำบุญกันมา แล้วก็กลับมาลุยงานกันต่อ

ก็อย่างว่าล่ะครับ รถยนต์ที่ใช้ขับไปไหนต่อไหนมาไหนช่วงสงกรานต์ ก็ย่อมเลอะเทอะจากคราบน้ำ คราบแป้ง และดินสอพอง เมื่อคุณต้องการทำความสะอาดรถ ให้กลับมาเงางามดังเดิม มาดูกันว่าต้องทำอย่างไรกันบ้าง?

ทำได้ ทำทันที

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

ถ้าคุณว่างจากภารกิจต่างๆ เมื่อไหร่ และรถของคุณก็ยังเลอะคราบแป้งอยู่อย่างนั้น เราขอแนะนำให้คุณล้างรถทันที เพราะว่าคราบน้ำ คราบแป้ง คราบหินปูน เมื่อแห้งแล้วจะเป็นคราบฝังลึกติดกับสีรถ กระจกรถ หรือเกาะจนเป็นคราบหินปูน เพราะความด่างของแป้งดินสอพอง ขัดเท่าไหร่ก็ขัดไม่ออก

ผ้าเช็ดรถ

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

ผ้าเช็ดรถ … ทางที่ดี ไม่ควรใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดรถ เพื่อสีของรถที่เงางาม และไม่เป็นรอยขนแมวตามตัวถังรถ ควรเลือกผ้าดีๆ หน่อย เช่น ผ้าชามัวร์ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ สำหรับเช็ดรถ ซึ่งผ้าชามัวร์มีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำได้เป็นอย่างดี และผ้าไมโครไฟเบอร์ มีเส้นใยที่สามารถดูดซึมฝุ่นละอองและคราบน้ำ ได้ดีกว่าผ้าชนิดอื่นๆ

แชมพูล้างรถ

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

แชมพูล้างรถ จะช่วยให้คุณล้างรถได้อย่างเบาแรงมากขึ้น ในการชะล้างสิ่งสกปรกออกจากตัวรถ ยิ่งแชมพูบางประเภทซึ่งมีผสม Wax เข้าไปด้วย ก็จะประหยัดเวลาเคลือบเงาสีรถไปได้ในตัว

ยาขัดรถ

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

ยาขัดรถที่ดี ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้สีของรถ ดูเงางามมากขึ้น ใช้ยาขัดสีรถ ป้องกันคราบ และทำความสะอาดผิวแลคเกอร์ เพื่อให้รถดูเงางามสะอาดขึ้น ซึ่งก็มีขายกันตั้งแต่กระป๋องละหลักร้อย ไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของยาขัดรถนั้นๆ พร้อมอาจจะใช้ดินน้ำมันขัดสีรถร่วมด้วยก็ได้

น้ำส้มสายชู

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

น้ำส้มสายชู บางคนอาจจะงงว่า เอามาใช้ทำอะไร? น้ำส้มสายชู ไว้ใช้ในกรณีที่คุณล้างรถแล้ว ยังมีคราบแป้งและคราบดินสอพองหลงเหลืออยู่ ให้ลองใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ ชุบผ้าแล้วค่อยๆ เช็ดตรงจุดที่ยังมีคราบอยู่ หากคราบจางหรือหายไปแล้วก็ต้องน้ำสะอาดล้างตรงจุดนั้นอีกครั้ง เพราะน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หากทิ้งไว้นานจะกัดสีรถได้

แต่ถ้าหากคุณไม่มีเวลาจริงๆ ก็ขับรถเข้าคาร์แคร์ ล้างรถ ขัด-เคลือบสี ไปเลยก็ได้ ค่าใช้จ่ายก็จะเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ถึงหลายพันบาท แต่ถ้าคุณอยากประหยัดเงินส่วนนี้ ก็ลองทำตาม 5 วิธี ล้างคราบแป้งติดรถ หลังสงกรานต์ ดูนะครับผม …

ล้างอัดฉีด....หรือ....ล้างรถแบบธรรมดา-อันไหนดี

“ล้างอัดฉีด” ต่างหรือดีกว่ากันอย่างไร กับการล้างรถปกติ

วันนี้มีบทความดีๆ ที่จะมาพูดถึงเกี่ยวกับการล้างรถมาฝากทุกคนกันค่ะ เพราะการล้างรถเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสุดโปรดของใครหลายคน แต่กลับกันอีกหลายคนก็อาจถอนใจ.. เฮือกใหญ่ๆ ก็ได้ การออกไปล้างรถหลายคนอาจเคยผ่านตากับร้าน “ล้างอัดฉีด” อาจคงสงสัยว่ามันต่างกัน หรือดีกว่ากันอย่างไร กับการล้างรถแบบปกติ

เมื่อรถสกปรกคนส่วนมากก็จะล้างรถแบบปกติ ตามร้านล้างรถทั่วไปที่เราเห็น โดยที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับห้องเครื่องยนต์ เพราะอาจเกิดปัญหากับระบบไฟของตัวรถได้ ทำให้หลายคนสงสัยว่า แล้วการล้างอัดฉีดจะเกิดผลเสียต่อเครื่องยนต์หรือไม่

ล้างอัดฉีด ล้างรถปกติ

ซึ่งจริงๆ แล้วเราก็ไม่ควรฉีดน้ำแบบแรงๆ หรือฉีดน้ำล้างห้องเครื่องโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบไฟฟ้าพัง และได้รับความเสียหายจากเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าไปทำให้ระบบไฟฟ้าอาจจะรวนหรือเสียหาย ซึ่งทางที่ดีที่สุด คือ ล้างสีดูดฝุ่นก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้การเลือกร้านล้างรถที่ได้มาตรฐานก็จะเป็นการถนอมรถยนต์สุดรักของคุณอีกด้วย โดยปกติ ร้านล้างรถ ที่มีคุณภาพจะไม่ล้างห้องเครื่องโดยใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง แต่จะใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อขจัดคราบในห้องเครื่องแทน ทิ้งไว้สักครู่ แล้วใช้แปรงขัดถูเพื่อทำความสะอาด จากนั้นใช้น้ำจากสายยางแรงดันธรรมดาล้างออกให้สะอาด

แต่สำหรับคนที่เพิ่งนำรถไปลุยโคลนลุยฝุ่นมา แล้วต้องการอยากจะ ล้างอัดฉีด เพียงแค่ อัดล้างฉีดที่ใต้ท้องรถ ซุ้มล้อ ฯลฯ อย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว ห้ามฉีดน้ำล้างห้องเครื่องโดยเด็ดขาด และข้อควรระวังคือ ไม่ควรล้างห้องเครื่องในขณะที่เครื่องยนต์ร้อนอยู่ ถือว่าอันตรายเป็นอย่างมาก ฉะนั้น ควรปล่อยให้เครื่องยนต์เย็นลงสักพักก่อนแล้วค่อยล้างห้องเครื่อง

ข้อมูลจาก Drivemate

Drivemate คือทุกจุดหมายเรื่องรถของคุณ หากคุณต้องการเช่ารถยนต์ไม่ว่าจะเพื่อการท่องเที่ยว การใช้รถเพื่อทำธุระสำคัญหรือต้องการใช้รถเพื่อโอกาสสำคัญอื่นๆ สามารถใช้บริการเช่ารถยนต์ผ่านทางแอปพลิเคชันหรือเว็ปไซต์ของ Drivemate

5-Reasons-to-Car-Wash-In-Rainy-Season

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนทีไร ฝน กับ รถ ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่นัก เพราะหากฝนตกหนักๆ น้ำท่วม ขับรถไปลุยน้ำแล้ว เดี๋ยวรถก็มีปัญหาเสียกลางทาง หรือน้ำเข้ารถอีก

Car-Wash-In-Rainy-Season

ก็ในเมื่อฝนตกแทบทุกวันแบบนี้ แล้วจะต้องเสียเวลาล้างรถไปอีกทำไม? ปล่อยรถเลอะคราบดิน คราบโคลน คราบน้ำสกปรกแบบนี้ไป เดี๋ยวค่อยรวบยอด ไว้ล้างตอนสิ้นเดือนก็ได้

นับเป็นความเชื่อที่ผิดเลยครับ เพราะว่า ฝนยิ่งตก ยิ่งต้องล้างรถครับ Carro จะมาอธิบายถึง 5 เหตุผล ว่าทำไม “ฤดูฝน” ถึงต้องล้างรถบ่อยขึ้นครับ …

มลพิษ

Car-Wash-In-Rainy-Season

ภาพจากคุณ Thanasak Techawong‎

เป็นที่ทราบกันดีครับ ว่าน้ำฝนในกรุงเทพฯ ในเมืองที่มีมลพิษเยอะ ควันพิษเยอะ น้ำฝนย่อมมีฤทธิ์เป็นกรด กัดกร่อนสีรถของเราให้หม่นหมอง ไม่เงางาม คุณจึงจำเป็นต้องล้างรถครับ

แสงแดด

Car-Wash-In-Rainy-Season

อีกทั้งเมื่อขับรถลุยฝนมาแล้ว อย่าจอดรถตากแดด ยิ่งเจอแดดบ้านเราด้วยแล้ว สีรถยิ่งไปไวกว่าเดิมอีก เพราะแสงแดดจะทำให้คราบน้ำฝนแห้ง เป็นคราบฝังตัวแน่น ติดกับเนื้อกระจกรถ ตัวถังรถ และอาจกัดลงลึกลงถึงเนื้อสีได้

ใต้ต้นไม้

Car-Wash-In-Rainy-Season

การจอดรถไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็ถือว่าเป็นการให้ร่มเงาแก่รถ แต่ในเวลาที่ฝนตก หรือมีลมแรง เศษใบไม้ กิ่งไม้ รวมไปถึงละอองน้ำยางจากต้นไม้ (เช่น ใต้ต้นมะม่วง ต้นขนุน) จะร่วงหล่นลงมาทำความเสียหายให้กับสีรถของคุณ และตัวถังรถของคุณได้ จึงควรล้างรถให้สะอาด

ผ้าแห้ง

Car-Wash-In-Rainy-Season

หลังจากที่จอดรถตากฝนแล้ว ไม่ควรใช้ผ้าแห้ง หรือผ้าขี้ริ้ว เช็ดบนตัวรถโดยทันที! เพราะเป็นสาเหตุก่อให้เกิดรอยบนตัวรถได้ ให้ฉีดน้ำสะอาดล้างที่ตัวรถไปก่อน เป็นการล้างเศษทราย โคลน ที่เกาะอยู่บนตัวถังรถ

เคลือบสีรถ

Car-Wash-In-Rainy-Season

สิ่งสำคัญในท้ายที่สุด นั่นคือ การเคลือบสีรถ เพราะนอกจากจะนำให้รถเงางามแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบน้ำฝนเกาะตัวเป็นเม็ดบนตัวถัง จึงช่วยลดการเกิดคราบน้ำบนตัวถัง และทำให้ล้างรถได้ง่ายขึ้น

ในการล้างรถ สิ่งสำคัญก็คือ ควรล้างรถในที่สว่างๆ ครับ ไม่ควรล้างตอนเย็นๆ ค่ำๆ หรือที่มืดๆ เพราะอาจจะทำให้ล้างหรือเช็ดได้ไม่หมดทุกจุด และอาจจะทำให้รถของคุณเกิดสนิมได้ เพียงแค่ล้างรถบ่อยๆ รถของคุณก็จะเงางามไปอีกยาวนานทุกฤดูแล้วครับ

5 List เตรียมพร้อมก่อนขายรถ คนจะขายรถคันเดิมต้องอ่าน!

ก่อนลงขายรถ เตรียมตัวง่ายๆ ด้วยวิธีการเหล่านี้

Washing-Car-And-Hot-Brakes

1. ล้างรถ

คุณควรทำให้สภาพรถดูดี และสมบูรณ์ เพราะผู้ซื้อรถมือสองทุกคนก็อยากได้รถที่มีสภาพใหม่ เป็นรถที่สภาพพร้อมใช้งาน ดังนั้นคุณก็ควรที่จะนำไปตรวจสภาพตัวรถทั้งภายนอกภายใน ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องยนต์ รวมไปถึงเปลี่ยนถ่ายของเหลวต่างๆ อีกทั้งทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในรถ ให้ดูสะอาด แค่นี้รถคุณก็จะเป็นที่น่าสนใจมากแล้วค่ะ

2. เช็คราคา

ก่อนที่คุณจะลงขายรถ ควรเช็คราคากลางของรถเสียก่อน โดยเช็กจากเว็บไซต์ขายรถยนต์มือสองเช่น เว็บ CARRO เพื่อเปรียบเทียบกับรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน ของคันอื่นๆ ว่าตั้งราคาไว้กันประมาณเท่าไหร่ หรืออาจใช้วิธีเอารถเข้าไปเต็นท์รถเพื่อตีราคา (ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินกับค่าประเมินราคารถ สามารถส่งรูปรถมาให้ CARRO ตีราคาก่อนได้ Free!) ซึ่งถ้าเป็นรถตลาด สภาพดี และเป็นสีที่ได้รับความนิยม เช่น สีชาว สีบรอนซ์ สีทอง ใช้เวลาไม่นาน ก็ขายได้แน่นอน

การตั้งราคาโดยประมาณ ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาที่ตั้งไว้อาจจะมีต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ก็ได้ ราคามือสองจะแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

และจะมีค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ ที่ลดลงทุกปีตามอายุของรถ โดยราคาตกลงมาสุดเลยจริงๆ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1-3 หมื่นบาท/คัน (ยกเว้นประเภทรถรุ่นหายากๆ หรือรถที่นิยมเล่นกันเฉพาะกลุ่ม ราคาอาจจะคงที่ต่อเนื่องหลายปี ถึงราคาตกแต่ไม่ตกมากนัก เป็นต้น)

3. ข้อมูลรถ

คุณควรจะบอกตามสภาพรถจริง ว่าตรงไหนดี ตรงไหนชำรุด มีชนมาบ้างหรือไม่ วิ่งมามากน้อยแค่ไหน เพื่อให้ผู้ซื้อจะได้สบายใจในระดับนึง และที่สำคัญเลยข้อมูลของรถ เช่น ยี่ห้อ รุ่นย่อย ปี และรถยังติดไฟแนนซ์อยู่ไหม? ติดอยู่เท่าไร พอผู้ซื้อถามจะได้ตอบได้ถูกต้องอย่างครบถ้วนค่ะ ทำให้การดำเนินการซื้อขายรถเป็นไปอย่างรวดเร็ว (ถ้าคุณไม่ทราบว่ารถของคุณเป็นรุ่นย่อย หรือปีอะไร สามารถดูในเล่มทะเบียนค่ะ)

ต่อทะเบียนรถ ภาษีขาดเกิน 3 ปี

4. เอกสาร

คุณควรเตรียมเอกสารสำคัญเพื่อให้กับผู้ซื้อได้มั่นใจว่าเป็นรถถูกกฎหมาย เช่น มีเล่มทะเบียนที่ถูกต้อง (ถ้ากรณียังผ่อนไม่หมดสามารถใช้สำเนาเล่มทะเบียนแทนได้ค่ะ) พรบ., เอกสารประกันภัยรถยนต์,ภาษีรถยนต์ประจำปี แต่ถ้าภาษีรถขาด ก็ควรบอกให้ผู้ซื้อได้รับรู้  (ถ้าขาดต่อเกิน 3 ปี คาร์โร มีวิธีมาแนะนำ คลิก)

ซึ่งเอกสารของคุณที่ต้องเตรียมไป ได้แก่

  • สำเนาบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ (เพื่อจะได้โอนรถไปยังเจ้าของใหม่ได้)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน และสุดท้าย ต้องมีเอกสารการโอนรถให้ผู้ซื้ออย่างถูกต้อง (ซึ่งถ้าเป็นส่วนนี้ CARRO จะเตรียมพร้อมให้กับผู้ลงขายรถทุกท่านค่ะ)

New-MG-ZS-2020

5. ถ่ายรูป

เมื่อคุณทำความสะอาดรถเรียบร้อย และเคลียร์ของที่ไม่จำเป็นออกนอกรถ ก็เตรียมหามุมสวยๆ ถ่ายรูปรถ เพราะรูปภาพที่ได้องค์ประกอบดี มุมต่างๆ ดูสมส่วนและสวยงาม ย่อมทำให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ใครถ่ายรูปไม่สวยอาจกังวล ไปดูวิธีง่ายๆ ถ่ายรูปรถให้สวย คลิก > https://goo.gl/rQkFYJ

สำหรับใครที่อยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai ค่ะ