10-Most-Car-Dealers-And-Service-In-Thailand

ปัจจัยหลักของคนเราที่จะซื้อรถยนต์คันใหม่สักคัน นอกจากจะเป็นรถยนต์ใหม่ หรือรถมือสองแล้ว ล้วนมองถึงความต้องการหลักๆ ในการใช้รถหนึ่งคัน เริ่มตั้งแต่รูปร่างหน้าตาของตัวรถ เครื่องยนต์ สมรรถนะ ความอเนกประสงค์ในการใช้งาน

แต่เป็นธรรมดาของทุกสิ่งที่ใช้งานไปนานๆ ย่อมต้องมีปัญหา ขนาดคนยังต้องมีไปหาหมอที่โรงพยาบาล รถยนต์ก็ต้องมีเข้าหาหมอ (ช่าง) ในศูนย์บริการด้วยเช่นกัน เพื่อให้การดูแลรักษายนต์ที่ถูกต้อง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งศูนย์บริการ ยิ่งมีมาก หรือมีในทุกจังหวัดทั่วไทย ยิ่งดี เพราะเวลารถเสีย รถมีปัญหา ก็ไม่ต้องกังวล หาที่ซ่อมได้เลย

วันนี้ MR.CARRO จะมานำเสนอให้ดูกันครับว่า 10 อันดับ รถยนต์แบรนด์ดังแต่ละยี่ห้อในตอนนี้ จะมีโชว์รูม และศูนย์บริการทั่วประเทศ อยู่กี่แห่งบ้างครับ …

Toyota-Dealer

1. Toyota

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Toyota นับได้ว่ามีมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีด้วยกันถึง 471 สาขา

ซึ่งแบ่งแยกย่อยออกไปเป็นออฟฟิศ 10 สาขา, โชว์รูม 467 สาขา, ศูนย์บริการทั่วไป 462 สาขา และศูนย์บริการตัวถังและสี 255 สาขา

Isuzu-Dealer

2. Isuzu

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Isuzu มีด้วยกันถึง 335 สาขา

ซึ่งแบ่งแยกย่อยออกไปเป็นโชว์รูม 329 สาขา, ศูนย์บริการ 332 สาขา และศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถัง 53 สาขา

Honda-Dealer

3. Honda

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Honda มีด้วยกันถึง 240 สาขา

Mitsubishi-Dealer

4. Mitsubishi

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Mitsubishi มีด้วยกันถึง 231 สาขา

Ford-Dealer

5. Ford

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Ford มีด้วยกันถึง 179 สาขา

Nissan-Dealer

6. Nissan

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Nissan ซึ่งมีด้วยกันถึง 177 สาขา

ซึ่งแบ่งออกไปเป็นโชว์รูมที่จำหน่าย Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) 32 สาขา และศูนย์บริการเปิด 7 วัน อีกด้วยกัน 29 สาขา

MG-Dealer

7. MG

โชว์รูม และศูนย์บริการของ MG มีด้วยกันถึง 150 สาขา ตามแผนงานที่วางไว้ และตั้งเป้าการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานเป็น 170 แห่ง ภายในปี 2564

Mazda-Dealer

8. Mazda

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Mazda ซึ่งมีด้วยกันถึง 140 สาขา

Suzuki-Dealer

9. Suzuki

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Suzuki มีด้วยกันถึง 125 สาขา

Mercedes-Benz-Dealer

10. Mercedes-Benz

โชว์รูม และศูนย์บริการของ Mercedes-Benz มีด้วยกันถึง 46 สาขา จัดว่ามากที่สุด ในบรรดาแบรนด์รถยุโรปทั้งหมด

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถ ต้อง CARRO! เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลโชว์รูมและศูนย์บริการ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่บริษัทรถยนต์หรือตัวแทนจำหน่ายอีกครั้ง

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

ทุกวันนี้ การจะตัดสินใจจองรถ หรือซื้อรถใช้สักคันนั้น มันช่างง่ายเสียยิ่งกระไร ยิ่งเดี๋ยวนี้บรรดาค่ายรถใหม่หลายค่าย เปิดให้บริการจองรถออนไลน์ได้แค่คลิก หรือบางทีคุณอาจมีความชอบ ความในใจกับรถรุ่นนี้อยู่แล้วว่า อย่างไรฉันก็จะต้องเป็นเจ้าของมันให้ได้ ก็ตัดสินใจซื้อเลยทันที! โดยไม่ได้ลองขับหรือสัมผัสอะไรทั้งสิ้น

แต่บางคนก็คิดแล้วคิดอีก จะซื้อรถรุ่นไหน แบบไหน ให้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด …

อย่าลืมว่า… การทดลองขับ เป็นหัวใจสำคัญในการเลือกซื้อรถเลยทีเดียว รถบางคัน อาจสวยถูกใจ แต่ขับแล้ว ใช้งานไม่ถนัดเลยก็มี แล้วก็มาบ่นว่ารถคันนี้ ไม่ดีอย่างนู้น อย่างนี้

เรามาดูกันว่า 3 เหตุผล ที่คุณต้องทดลองขับรถก่อนซื้อ ไม่ว่ารถป้ายแดง หรือรถมือสอง! จะมีอะไรบ้าง…

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

1. รถที่คนส่วนใหญ่ชอบ เราขับแล้วอาจไม่ชอบก็ได้

หลายคนอาจเคยดูรีวิว จากสารพัดช่องใน Youtube หรือรีวิวรถยนต์ตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือแม้แต่ฟังจากเพื่อนฝูงที่ซื้อรถรุ่นนั้นๆ ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าคุณดูจากรีวิว แทบจะร้อยทั้งร้อย ต่างบอกแต่ข้อดีของรถรุ่นนั้นๆ ทั้งนั้น จนคุณดูแล้วเคลิ้ม อยากได้เลยล่ะ แต่เมื่อซื้อไปแล้ว ใช้งานไม่ถูกใจ หรือรถเกิดปัญหาบ่อย แทบอยากจะกลับไปด่าคนรีวิวเลยก็มี

เป็นปกติของรถยนต์ คือ ไม่มีรถรุ่นใดๆ ในโลกนี้ ที่จะ Perfect ดีพร้อมไปหมดทุกด้าน หรือแย่ไปหมดทุกด้านเช่นกัน

การเลือกรถยนต์ จะรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง ต้องใช้องค์ประกอบในหลายๆ ด้าน (พูดง่ายๆ คือทำการบ้านมาก่อน) ทั้ง งบประมาณที่มี แบรนด์ รุ่น ขนาด ลักษณะการใช้งาน หรือสมรรถนะ รวมถึงบริการหลังการขาย ซึ่งหลายคนถ้างบไม่พอถึงในการเล่นรถป้ายแดง ก็อาจจะซื้อเป็นรถมือสองก็ได้

ขั้นตอนต่อมาคือการทดลองขับ ดูว่าถูกใจเราไหม ในด้านอัตราเร่ง สมรรถนะ การเร่งแซง เข้าโค้ง การเกาะถนน ความแม่นยำของพวงมาลัย เบรก ท่านั่ง มุมมองตัวรถเมื่อนั่งจากที่คนขับ เสียงภายในห้องโดยสาร ดูว่าถูกใจเราหรือไม่ ออพชั่นต่างๆ ฟังก์ชั่นต่างๆ ทดลองใช้ดูแล้ว เราพอใจหรือไม่

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

2. บริการหลังการขาย

รถที่น่าใช้ คือ รถที่ซื้อมาแล้ว ต้องมีศูนย์บริการ ให้บริการหลังการขายที่ดี ครอบคลุมทั่วประเทศ สามารถวางใจใช้งานรถไปได้ 5 – 10 ปี หรือนานกว่านั้นได้ รวมไปถึงราคาอะไหล่ที่เหมาะสม คุณภาพอะไหล่ต้องใช้งานได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา ที่เราจะฝากความไว้วางใจได้ ไม่ใช่ซื้อรถมาใช้แล้ว กลับเป็นทุกข์แทน หรือเจอศูนย์บริการแย่ๆ ซ่อมรถรออะไหล่นาน หรือมีรายจ่ายงอกมากกว่าเดิม

ในปัจจุบัน รถยนต์ที่ผลิตในไทย คุณภาพและอุปกรณ์มาตรฐาน ผมถือได้ว่าเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล หรือรถที่ขายในทั่วโลกแล้ว แต่ในบางยี่ห้อ ตัวแบรนด์อาจจะยังมีน่าเชื่อถือน้อยก็มี หรือซื้อแล้ว อาจมีปัญหาเฉพาะจุด เฉพาะรุ่น ต้องแก้ปัญหากันไม่จบ จนต้องเคลมกับผู้แทนจำหน่ายอยู่เรื่อยๆ จนต้องลอยแพปิดบริษัท เลิกให้ Service ไปเลยก็มี

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

3. เข้ากลุ่มผู้ใช้รถ รุ่นที่คุณสนใจ

ในปัจจุบัน ตั้งแต่สังคมอินเตอร์เนตถือกำเนิดขึ้น ย้อนไปสัก 10 กว่าปีก่อน กลุ่มเว็บบอร์ดคลับรถแต่ละรุ่น เกิดขึ้นกันเพียบ จนปัจจุบันโยกย้ายกันมาอยู่ในสังคมโซเชียลมีเดียเพียบ นี่ล่ะถือเป็นเสียง User Voice ชั้นดีเลย

ซึ่งคุณอาจจะหาข้อมูล แบบ Real ได้ด้วยการเป็นสมาชิกในกลุ่ม Facebook รถรุ่นที่คุณสนใจ เพราะ User Voice มักจะมีพูดถึงทั้งข้อดี และข้อเสียของรถรุ่นนั้นๆ หรือปรึกษาอาการของรถรุ่นนั้นๆ และแหล่งหาอะไหล่แท้ อะไหล่เทียบ อะไหล่เทียม กันอย่างสม่ำเสมอ

รถค่ายใหญ่ๆ บางค่ายที่เราคิดว่ามาตรฐานสูงส่ง แต่ก็ยังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความบกพร่องของตัวรถ และการรับประกันหลังการขายให้กับลูกค้าอยู่สารพัด ดังนั้น การตัดสินใจเลือกว่าจะซื้อรถใหม่ของยี่ห้อไหน ก็สำคัญเช่นกัน

ถ้าใครมีโอกาสจะได้เปลี่ยนรถใหม่ ซื้อรถใหม่ ก็อยากบอกให้ไปหาโอกาสทดลองขับดู หลายๆ รุ่นกันนะครับ ว่ารุ่นไหนบ้างที่จะเหมาะกับคุณ …

3-Reason-Testdrive-Car-Before-Buy

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ ทดลองขับรถใหม่ ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก:

  • Motor Expo

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

สวัสดีครับ ไทร์บิด กลับมาอีกครั้งครับ วันนี้อยากพูดคุยกับเพื่อนๆครับ ว่าจริงๆ แล้ว ศูนย์บริการที่ปัจจุบันที่มีเยอะขึ้นมาก กับร้านยางดั้งเดิม (ที่ไม่ใช่เป็นเพิงข้างทางนะครับ) แตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

เพื่อนๆ ไทร์บิดหรือว่าจะเป็นคนยุคเก่ายุคใหม่ที่ใช้รถคงหนีไม่พ้นที่จะต้องเปลี่ยนยางรถกัน แต่ว่าร้านยางหรือไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการเปลี่ยนยางนั้นมีเยอะมากจนเพื่อนๆ นั่นไม่แน่ใจว่าจะเลือกเข้ารับบริการเปลี่ยนยางในรูปแบบร้านไหนดีใช่ไหมครับ

วันนี้ ไทร์บิดจะมาให้ข้อมูล ข้อดี ข้อเสีย ระหว่างสองรูปแบบ ว่ามีแตกต่างกันยังไงเป็นข้อๆ ครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องแรก คุณภาพของยาง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการ หรือ ร้านยางดั้งเดิม นั้น คุณภาพยางใหม่เหมือนกันแน่นอนเพราะมาจากโรงงานเดียวกันในยี่ห้อแบรนด์ชั้นนำนะครับ ไม่นับรวมยางจีนหรือยางไม่มียี่ห้อนะครับ

เพราะยี่ห้อยางชั้นนำโดยปกติก็ขายตรงให้กับร้านยางแบบดั้งเดิมอยู่แล้วครับ ส่วนในเรื่องปีผลิตนั้นจริงๆ ไม่แตกต่างกันครับ เพราะร้านยางดั้งเดิมปัจจุบัน มีการปรับตัวทำให้ยางที่เป็นสต็อกของร้านนั้นค่อนข้างจะปีใหม่อยู่แล้วครับ แต่ทางไทร์บิดชี้แจงครับว่า เดือนผลิตที่แตกต่าง ไม่มีผลต่อการใช้งานแน่นอนครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องที่สอง เรื่องราคา เรื่องนี้จะเป็นข้อได้เปรียบของร้านยางดั้งเดิมครับ ในกรณีที่ขายปกติไม่รวมช่วงโปรโมชั่นต่างๆ ครับ เนื่องจากร้านยางดั้งเดิม จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าศูนย์บริการแน่นอนครับ ในเรื่องของค่าการตลาด และ ค่าอื่นๆ ที่ทางศูนย์บริการมีเยอะกว่า

ทำให้ร้านยางดั้งเดิม มีโอกาสขายยางได้ในราคาที่ถูกกว่าศูนย์บริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของยางธรรมดา และยางรันแฟลตครับ แต่ว่าในความแพงก็มีส่วนดีหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประกันทุกกรณี ที่ทางศูนย์บริการมีมาให้เพิ่มเติมมากกว่าร้านดั้งเดิมครับ

อันนี้เพื่อนๆ อาจจะต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่าการใช้งานของทางเรามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด อันไหนคุ้มกว่ากันครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องที่สาม คุณภาพการติดตั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างตอบยากเพราะว่าขึ้นอยู่กับงานฝีมือของช่างไม่ว่าจะเป็นการถอดประกอบใส่ หรือ จะเป็นเรื่องของการถ่วงล้อ

แต่ถามว่าการใช้เครื่องมือ หรือ อุปกรณ์ช่วยเสริมต่างๆนั้น ศูนย์บริการค่อนข้างจะได้มาตรฐานมากกว่า อาทิ การใช้ครีมทายางก่อนประกอบใส่เพื่อป้องกันขอบยางฉีกขาด หรือ ไม่ว่าจะเป็นการขันนอตที่ใช้กากบาท และใช้ประแจปอนด์ย้ำเพื่อความแน่นของนอตล้อ

แต่ปัจจุบัน ร้านยางดั้งเดิมที่ปรับเปลี่ยนมาเป็นศูนย์บริการ ก็มีการปรับเปลี่ยนทำให้งานติดตั้งได้มาตรฐาน ซึ่งเพื่อนๆ หายห่วงได้แน่นอนครับ

Change-Tires-At-Shop-Or-Tire-Service-Center

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของความสะดวกในการรับบริการ ก็ถือว่าศูนย์บริการยุคใหม่นั้น ค่อนข้างได้เปรียบเพราะว่าเพื่อนๆ สามารถเข้าใช้บริการได้ทุกสาขาเหมือนกัน

แต่หลักๆ น่าจะเป็นในช่วงเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่เราจะใช้ศูนย์บริการที่มีหลายสาขา หรือ อีกเรื่องคือการเติมลมยางที่สะดวกมีที่เติมลมในทุกๆ ที่ แต่ถ้าถามว่าในเรื่องของบริการหลังกายขายเช่นสลับยางถ่วงล้อ นั้น เราก็คงเลือกร้านยางหรือศูนย์บริการใกล้ๆ บ้านอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่มีความแตกต่างอะไรกันมากระหว่างศูนย์บริการกับร้านยางดั้งเดิม

ก็เป็น 4 เรื่องหลักๆ ที่ ไทร์บิดอยากมาบอกต่อกับเพื่อนๆเพื่อให้ทราบถึง ข้อดี ข้อเสีย ของการเข้าศูนย์บริการกับร้านยางดั้งเดิมนั่นมีความแตกต่างกันอย่างไรเพื่อให้เพื่อนๆ ได้ลองชั่งใจและเลือกใช้บริการดูครับว่าเมื่อถึงเวลาเราเปลี่ยนยางนั้นเราจะเข้าที่ไหนดีครับ

แต่ถ้าเพื่อนๆไม่แน่ใจว่าเข้าที่ไหน หรือเลือกยางอะไร ทางไทร์บิดของเรา มีจุดบริการรองรับเพื่อน พร้อมทั้งยังมีรถบริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน ที่ได้มาตรฐานเหมือนเข้าที่จุดบริการแน่นอนครับ เพื่อนๆ สามารถเข้าที่เว็บไซต์ไทร์บิดของเรา www.tiresbid.com เพื่อศึกษาข้อมูลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาง และ เรื่องของการบริการได้ครับ แถมอ่านบทความยาง เพิ่มความรู้กันแบบฟรีๆ อีกด้วย

แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะสะดวกแบบไหนสามารถสอบถามไทร์บิดผ่านทาง Line Official : @tiresbid ได้ครับ

ทางเรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำกับเพื่อนๆไทร์บิดทุกท่านครับ โอกาสหน้าติดตามบทความดีดีจากไทร์บิดกันอีกนะครับ