เทศกาลสงกรานต์

สงกรานต์เที่ยวไหนดี?
รวมปาร์ตี้และ Event มันส์ๆวันสงกรานต์ ทั่วกรุงเทพ

สงกรานต์มาถึงแล้ว วันหยุดยาวก็เช่นกัน! หากใครปักหลักอยู่กรุงเทพ ไม่ได้กลับบ้านหรือไปเที่ยวที่ไหน ก็ไม่ต้องกลัวจะเหงา เพราะสงกรานต์ปี 2018 นี้ Carro มีสถานที่เล่นน้ำ บวกกับกิจกรรมน่าสนใจมากมายในกรุงเทพมาแนะนำ

นอกจากสถานที่ยอดฮิตอย่าง สยาม ถนนข้าวสาร หรือสีลม ในกรุงเทพยังมีอีเว้นท์อีกเพียบ ทั้งปาร์ตี้, มิวสิคเฟสติวัล และพูลปาร์ตี้ แถมงานยังมีตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ! เลือกเวลากับโลเคชั่นตามที่คุณสะดวกได้เลย

แต่ก่อนจะไปเล่นน้ำให้สนุกสุดเหวี่ยง คุณควรตรวจเช็คสภาพรถ สภาพยาง เช็คที่จอดรถว่ามีพอหรือไม่ และเช็คเส้นทางที่จะไปให้เรียบร้อย แล้วก็ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม นอนให้เพียงพอ ที่สำคัญที่สุดก็คือ เมาไม่ขับ จะได้สนุกและปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุกันทุกคนค่ะ

 

งานแรก “The EmQuartier Summer Republic”

เทศกาลส่งกรานต์เครดิตรูป FB page ฉันกลัวที่แคบ

เป็นอีเว้นท์ภายใต้คอนเซ็ป “Aloha In The City” ไปนั่งแฮงค์เอาท์ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ จากเบียร์ชื่อดังแบรนด์ Hoegaarden ท่ามกลางบรรยากาศสวนหน้าร้อนริมชายหาด ฟังดนตรีเพราะๆ ไปกับศิลปินจากค่ายน้องใหม่ บางลาโมล่าและค่าย Love is พร้อมอาหารแนว grilled and fried และไฮไลต์ในงานอย่าง pearl beach poor เอาไว้ถ่ายรูปอัพไอจีชิคๆ งานนี้เอาใจคนที่อยากแฮงค์เอาท์นอกบ้าน แต่ไม่อยากเปียก

เทศกาลสงกรานต์เครดิตรูป FB page ฉันกลัวที่แคบ

  • งานเริ่มวันที่ 11-18 เมษายน 2561
  • ห้าง Emquatier บริเวณ Quartier Avenue ชั้น G

DND Water Circus

เทศกาลสงกรานต์

ปาร์ตี้สงกรานต์ที่จัดในคอนเซ็ปต์คณะละครสัตว์และสวนสนุกน้ำ มาพร้อมศิลปินและดีเจชื่อดังที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศให้สนุกสุดเหวี่ยงแตกต่างกันไปแต่ละคืน ได้แก่ Season Five, Cocktail, Tattoo Color, Mild, The Toys, Two Popetorn, UrboyTJ และ Thaitanium

  • วันที่ 12-15 เมษายน 2561
  • ร้าน DND เอกมัย ซอย 5/1
  • ราคา 500 บาท

 

Wet & Wild Songkran Festival

เทศกาลสงกรานต์

เตรียมพร้อมรอสาดความสนุกตลอด 4 วัน 4 คืน กับดีเจไทยและต่างชาติมากถึง 18 คน เช่น DJ Admin, DJ Yuki, DJ Ethemiz, DJ Double G ฯลฯ ที่งานนี้ มีโซนแห้งไว้รองรับคนไม่ชอบเปียก

  • วันที่ 12-15 เมษายน 2561
  • ร้าน Superflow Beach Club และ Tomyumkung Restaurant ข้าวสาร
  • ราคา 200 บาท

 

The Club: Songkran Gone Wild

เทศกาลสงกรานต์

Songkran Gone Wild นำความพิเศษมาในปาร์ตี้วันสงกรานต์กับเหล่าดีเจหนุ่มหล่อและสาวสวยจากเกาหลีใต้ ได้แก่ Siena, Aster และ Sura

  • วันที่ 12-14 เมษายน 2561
  • ร้าน The Club ถนนข้าวสาร
  • ราคา 200 บาท

 

Route 66 Summer Party 2018

เทศกาลสงกรานต์

ปาร์ตี้สงกรานต์สุดมันใจกลาง RCA ยกทัพศิลปินชื่อดังของเมืองไทยหลากหลายแนวมาเอนเตอร์เทนตลอด 5 คืน ทั้ง Getsunova, Paradox, Musketeers, Joey Boy, Aof Pongsak, J Jetrin, Zeal, Big Ass, Burin Boonvisut และ Thaitanium นอกจากนี้ยังมีโอ๊ต ปราโมทย์, อาร์ต มารุต และป๋อมแป๋ม มาร่วมเป็นพิธีกรสร้างเสียงหัวเราะอีกด้วย

  • วันที่ 12-16 เมษายน 2561
  • ร้าน Route 66 Club – RCA
  • ราคา 500 บาท

 

Wipeout 8th Frozen Highland

เทศกาลสงกรานต์

Wipeout ปีนี้กลับมาอีกครั้ง พร้อมความพิเศษ ด้วยไลน์อัพที่แตกต่างกันตลอด 4 วัน นำทีมโดย DJ Quintino และยังมี Space Monkey, Roxy June, Monster P, Faahsai, Jolong และอื่นๆ อีกมากมาย

  • วันที่ 12-16 เมษายน 2561
  • Ibiza RCA – พระราม 9
  • ราคา 400 บาท (pre-sale)

 

Songkran 12 : The Ultimate Fantasy

เทศกาลสงกรานต์

จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีกับปาร์ตี้สงกรานต์สำหรับเกย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโดย G Circuit ในปีนี้กลับมาอีกครั้งในธีม The Ultimate Fantasy กับไลน์อัพดีเจจากไทยและต่างประเทศนับสิบ และยังมีแดนเซอร์ที่ดีทั้งรูปร่าง หน้าตา จากหลายประเทศได้แก่ ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน ที่จะมีการแสดงสุดยิ่งใหญ่มาต้อนรับทุกท่าน นอกจากแดนซ์ปาร์ตี้แล้ว ยังมีปาร์ตี้ริมสระน้ำให้เลือกไปเข้าร่วมอีกด้วย

  • วันที่ 13-15 เมษายน 2561
  • GMM Live House (ปาร์ตี้หลัก) and Royal Orchid Sheraton (ปาร์ตี้ริมสระ)
  • ราคา Dance Party 2,000 บาท และ Pool Party 2,800 บาท

 

ONYX Aquafest 2018

เทศกาลสงกรานต์

ปาร์ตี้เทศกาลสงกรานต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีบนถนน RCA ปีนี้ ได้พาดีเจระดับโลกหลายคนมา ทั้ง Yellow Claw, Swanky Tunes และ LNY TNZ นอกจากนี้ยังมีดีเจ เอ็มซี และพริตตี้โมเดลระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่จะมาสร้างสีสันภายในงาน ความสนุกในวันสงกรานต์แบบฉบับของ RCA หาได้จากที่นี่!

  • วันที่ 12-16 เมษายน 2561
  • ร้าน ONYX – RCA
  • ราคา 500 บาท (12 & 16 เม.ย.) และ 800 บาท (13-15 เม.ย.)

 

S2O Songkran Music Festival

เทศกาลสงกรานต์

ปาร์ตี้สงกรานต์ EDM สุดอลังการนี้ กลับมาระเบิดความสนุกสุดเหวี่ยงอีกครั้ง โดยนำดีเจระดับโลกอย่าง Anna Lunoe, DJ Snake, Henri PFR, Mashd N Kutcher, K?D, Krewella, Mattn, Oliver Heldens, Ookay, Sick Individuals, Tchami, TJR, Tujamo, Ummet Ozcan และ Vintage Culture มาร่วมสาดความสนุกอย่างต่อเนื่องตลอดเทศกาลสงกรานต์

  • วันที่ 13-15 เมษายน 2561
  • Live Park – พระราม 9
  • ราคา 2,000 บาท (บัตร Regular)

 

Songkranzonic

เทศกาลสงกรานต์

จากทีมโปรดักชันของ Waterzonic จัดเทศกาลดนตรี EDM ในวันสงกรานต์โดยเฉพาะกับ Songkranzonic ที่จะทำให้ชุ่มฉ่ำไปด้วยความสนุกจากสายน้ำและดีเจมากความสามารถอย่าง DVBBS, Excision, Brennan Heart, Borgeous, Front Liner, Mercer, Julian Jordan, Wasted Penguinz, Mokst และ Shapov

  • วันที่: 12-15 เมษายน 2561
  • Oasis Arena ที่ Show DC
  • ราคา 1,300  บาท

 

W Bangkok: Songkran Splash Away 2018

เทศกาลสงกรานต์

เข้าสู่ปีที่ 6 ที่ W Bangkok จัดพูลปาร์ตี้วันสงกรานต์ ปีนี้การันตีความสนุกว่าจะมากขึ้นกว่าปีก่อน พร้อมดีเจที่เตรียมเปิดเพลงให้ได้เต้นกันตั้งแต่บ่ายโมงถึงสามทุ่มเลยทีเดียว ทั้ง DJ Black Rain, DJ Orawan, DJ LazyKay, Fred Jungo และ Damian Saint นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ Stanford Reid นักเป่าแซกโซโฟน ที่จะมาบรรเลงเพลงเพราะให้ได้เพลิดเพลินกันในปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำ

  • วันที่  13 เมษายน 2561
  • W Bangkok – สาทร
  • ราคา 900 บาท

 

Songkran SO Pool Party

เทศกาลสงกรานต์

กลับมาอีกครั้งกับปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงกับ Songkran SO Pool Party ที่คราวนี้มาในธีม Century of God and the Lost Empire ภายในงานจะแบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนเพลงฮิปฮอป และ โซนเพลงเฮ้าส์ให้ทุกคนได้เลือกเอ็นจอยตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงสามทุ่ม และหากยังไม่หนำใจ ก็สามารถเข้าร่วม After Party ได้ฟรีที่ Hi-So บาร์บนดาดฟ้า ตั้งแต่สามทุ่มเป็นต้นไป

  • วันที่ 14 เมษายน 2561
  • So Sofitel Bangkok ถนนสาทร
  • ราคา 850 บาท

 

Sway Dry Songkran 2018

เทศกาลสงกรานต์

สำหรับใครที่ไม่อยากไปเล่นสงกรานต์ให้ตัวเปียกน้ำ แต่ยังอยากไปร่วมปาร์ตี้เจ๋งๆ Sway เป็นจุดหมายของคุณแน่นอน ความมันตลอด 4 คืนที่นี่เติมเต็มด้วยเหล่าดีเจและเอ็มซีทั้ง 14 คน เช่น DJ Ehh Kay, DJ Tony B, DJ Nartee, DJ T-Double E, DJ Nutt Jumper, DJ Golfindro, DJ Tony B และ DJ Knatz

  • วันที่ 12-15 เมษายน 2561
  • อารีน่า 10 (ทองหล่อ ซอย 10)
  • เข้าฟรี
8-Checklists-Trip-In-Songkran-Day

ในช่วงสงกรานต์นี้ CARRO มีคำแนะนำดีๆ ให้กับผู้ขับขี่รถทุกประเภท ไม่ว่าจะผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป ผู้ที่ขับรถโดยสาร รวมถึงผู้ใช้บริการรถโดยสารด้วย เพื่อการเตรียมตัวและเตรียมรถยนต์ของคุณให้พร้อม สำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือทริปต่างๆ ในอนาคต เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุบนถนน ถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

1. เตรียมร่างกายให้พร้อม

สำหรับคนขับรถทุกคน ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง ถึงแม้จะขับรถหรือเดินทางตอนกลางวันก็ตาม เพราะคุณสามารถเกิดอาการง่วงในช่วงบ่ายหลังจากทานข้าวเสร็จ ฉะนั้น และแม้ว่าจะนอนหลับเพียงพอก็อย่ากินเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงนอนจนอาจเกิดอาการหลับใน ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

2. เช็กสภาพรถ

ก่อนการเดินทาง ควรตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อม โดยเฉพาะระบบเบรค เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง ไฟสัญญาณ ไฟหน้า ไฟท้าย ที่ปัดน้ำฝน ลมยาง ตรวจเช็กว่าทุกส่วนทำงานปกติหรือไม่ ถ้าเป็นรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ควรตรวจสอบให้ละเอียด เนื่องจากอาจมีปัญหาหลายอย่างที่เราไม่เคยทราบ และควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง จะได้เดินทางยาวๆ อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด

3. เช็กจำนวนผู้ร่วมเดินทาง

ถ้าหากคุณเดินทางไปกับเพื่อนเป็นหมู่คณะ หรือมีสมาชิกครอบครัวจำนวนเยอะๆ การเลือกใช้รถให้เหมาะสมกับจำนวนคนก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะทุกคนจะได้มี Space ที่พอดี ไม่เบียดจนอึดอัด หรือไม่ใช้รถหลายคันเกินไป เพราะต้องขับรถรอต่อท้ายกัน ซึ่งสิ้นเปลืองน้ำมัน และทำให้การเดินทางล่าช้า

4. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ในยุคนี้ เกือบทุกคนก็คงอยากเก็บภาพความประทับใจในทุกๆทริป ไปอวดเพื่อนๆใน Social Media กันอย่างแน่นอน สิ่งที่คุณก็ต้องทำก็แค่เตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้พร้อม! เช่น กล้องชนิดต่างๆ โทรศัพท์ โดรน แบตเตอรี่สำรองและเมมโมรี่การ์ด

ในยุคนี้สมัยนี้ ถ้าคุณยังไม่มี Gadgets เป็นของตัวเองก็สามารถเช่าได้! และทุกอย่างควรเตรียมให้เพียงพอกับความต้องการในการใช้งาน คุณจะได้ไม่หมดสนุกกลางคัน

5. ศึกษาเส้นทาง

ก่อนออกเดินทางทุกๆครั้ง คุณควรศึกษาเส้นทางหรือเลือกเส้นทางที่จะใช้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะในช่วงเทศกาลปริมาณผู้คนและรถบนท้องถนนจะเยอะสุดๆ หากหลงทางจะทำให้เสียเวลาและอารมณ์เสียได้

6. ขับความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

เพราะการขับรถเร็ว จะเพิ่มโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เสมอ ด้วยความเร็วที่มากเกินไปจะทำให้คุณแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน ซึ่งอุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ การขับรถที่ 80 กม./ชม. ก็ถือว่ามีความเร็ว แต่คุณก็ยังสามารถเบรคเพื่อแก้ปัญหาหรือสถานการณ์ได้ทัน

ซึ่งถ้าคุณขับเร็วมากกว่านี้แล้วต้องหักหลบหรือเบรคกระทันหัน ก็จะทำให้ท้ายรถปัดจนเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้น อย่าขับรถเร็วเกินความจำเป็นหรือขับรถช้าเกินไป เพราะจะสร้างความรำคาญให้รถคันอื่นๆได้เช่นกัน

7. หยุดพักเป็นระยะ

เพื่อเป็นการผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง คุณอาจจะแวะปั้ม เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าให้รู้สึกสดชื่น ยืดเส้นยืดสาย หรือซื้อกาแฟดื่มเพิ่มความกระฉับกระเฉงขณะขับรถ เพื่อไม่ให้เกิดอาการหลับใน แต่สำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ทานแล้วง่วงหรือใจสั่น ก็เปลี่ยนไปทานน้ำผลไม้เพิ่มความสดชื่นแทนได้ค่ะ

8. เลือกเวลาในการเดินทาง

หากเป็นไปได้คุณควรเดินทางในช่วงกลางวัน ไม่ใช่ช่วงกลางคืน เพราะตอนกลางคืนทัศนวิสัยไม่ดี คนขับมีโอกาสผิดพลาดเยอะกว่า คุณจึงควรเลือกช่วงเวลาที่คนขับรถจะขับรถได้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง และควรเลี่ยงเวลาโพล้เพล้เพราะช่วงเวลาตี 4 ถึง 6 โมงเช้า และช่วง 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วงที่แสงกำลังเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้คนขับรถอาจมองสิ่งต่างๆ ผิดพลาดได้

สำหรับผู้โดยสาร

คุณควรเลือกการเดินทางที่ปลอดภัยมากกว่าราคาถูก ยิ่งถ้าได้นั่งในรถที่มีเข็มขัดนิรภัยได้จะยิ่งดี เนื่องจากเวลารถเบรก เราจะไม่กระแทกกับเบาะด้านหน้าหรือกระจก ซึ่งช่วยไม่ให้เกิดการบาดเจ็บได้ส่วนหนึ่ง และควรเลือกรถโดยสารประจำทางหรือสายการบินที่คุณไว้ใจมากที่สุด เพราะจะลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้

การหาข้อมูลเปรียบเทียบข้อดี, ข้อเสียของรถแต่ละสาย หรือระหว่างสายการบิน จะเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นมากค่ะ

รวมที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ

รวบรวมที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ ไปง่าย ไม่แพง ในวันหยุด

หากวันหยุดนี้ คุณยังไม่มีที่ไป น้ำก็ไม่อยากเล่น งบก็เหลือน้อย แต่ก็ไม่อยากนอนอยู่บ้านเฉยๆ! งั้นมาลองดู list “สถานที่เที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ” ที่ Carro มาเสนอสักหน่อยมั้ย เพราะไม่ไกลแถมยังไม่แพง เผื่อเป็นตัวเลือกช่วยตัดสินใจ ว่าคุณจะไปเก็บแต้ม (ที่เที่ยว) ที่ไหนดี

1. องค์พระปฐมฯ, ตลาดดอนหวาย จ.นครปฐม

ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ amazingthaitour.com

เป็นจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย ขับรถแค่ชั่วโมงนิดๆก็ถึง เหมาะสำหรับ One day trip หรือการขับรถไปเช้าเย็นกลับ สถานที่น่าสนใจก็มี อาทิ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร หรือองค์พระปฐมเจดีย์ พระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ให้กราบไหว้

ในช่วงเย็นบริเวณวัดก็จะมีตลาดที่รวบรวมร้านค้า ร้านอาหารอร่อยๆ มากมายให้ลองชิม หรือจะไป ตลาดน้ำดอนหวาย ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดดอนหวาย ริมแม่น้ำท่าจีน ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ทางเกษตร ขนมไทยโบราณ และอาหารคาว-หวานต่างๆ ตลาดจะเริ่มเปิดตั้งแต่เช้าไปจนถึงช่วงเย็น ซึ่งคุณสามารถไปทั้ง 2 ที่ได้ภายในวันเดียว

 

2. เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี

ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ banthip.com

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุดเลยก็ว่าได้ มีระยะทางจากกรุงเทพไม่ถึง 30 กม. บนเกาะเกร็ดคุณสามารถชมความสวยงามของเจดีย์เอียง นมัสการพระพุทธไสยาสน์ เลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผาจากชาวตำบลเกราะเกร็ด และชิมอาหารขึ้นชื่ออย่าง ดอกไม้ทอด, ทอดมันหน่อกะลา รวมถึงขนมไทยหลายชนิดที่สายกินจะต้องฟินสุดขีด ใครที่ขี้เกียจเดินก็มีจักรยานให้ปั่นชมวิวรอบทิวทัศน์เกาะ ยิ่งวันเสาร์-อาทิตย์ คนจะเยอะและคึกคักเป็นพิเศษ

 

3. ตลาดร่มหุบ, ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม

ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ aisfm.edu.com

จากภาพที่เคยเห็นตามสื่อต่างๆ จะเป็นภาพพ่อค้าแม่ค้ากำลังค้าขายในตลาด จนมีรถไฟวิ่งผ่านมา ร่มผ้าใบก็หุบลงและกางตัวออกเมื่อรถไฟผ่านไป ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของตลาดร่มหุบ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ คุณอาจจะใช้เวลาทั้งวันที่นี่ หรือแวะตลาดนี้เพื่อถ่ายภาพชิคๆ ก่อนจะไปตลาดน้ำอัมพวาก็ได้

ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ govivigo.com

ตลาดน้ำอัมพวาเป็นตลาดที่มีชื่อเสียง ด้วยบรรยากาศย้อนยุค สบายๆ มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหาร, เครื่องดื่ม, ซีฟู้ดราคาถูกในคลองอัมพวา บนบกก็มีร้านค้าเช่นกัน คุณจึงสามารถเดินชมตลาด ทานอาหารนานาชนิด หรือเช่าเรือไปไหว้พระทางน้ำ เที่ยวชมดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืน มีโฮมสเตย์สวยๆ ริมน้ำมากมายให้เข้าพัก ส่วนการเดินทาง สามารถขับรถโดยใช้ถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม ก็จะมีป้ายบอกทางไปสู่ตลาดร่มหุบและตลาดน้ำอัมพวา

 

4. เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ Pantip.com

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ เพียง 3 ชั่วโมง ค่าเข้าต่อคนเพียง 40 บาทสำหรับคนไทย การนำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปบนอุทยานฯ ก็เพิ่มอีกแค่ 50 บาท ที่เขาใหญ่ มีกิจกรรมใกล้ชิดธรรมชาติมากมายให้คุณเลือกทำ ไม่ว่านอนชิลล์ดูดาวที่ลานกางเต็นท์ลำตะคอง, เที่ยวน้ำตก, ส่องสัตว์ตอนกลางคืนที่อุทยานฯ หรือ เดิน trail เส้นทางธรรมชาติกองแก้ว ฯลฯ เหมาะสำหรับแก๊งเพื่อนหรือครอบครัวที่รักธรรมชาติมากๆ เพราะมีกิจกรรมให้เลือกทำเยอะ ไม่น่าเบื่อ

 

5. เกาะขาม จ.ชลบุรี

ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ makalius.co.th

เกาะขามเป็นเกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแสมสาร เกาะนี้มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีชายหาดที่สวยงาม กิจกรรมท่องเที่ยวมีหลากหลาย เช่นการดำน้ำ การนั่งเรือท้องกระจกชมประการัง เล่นน้ำทะเลริมหาดทราย ชมหมู่เกาะและทัศนียภาพทางทะเล แต่เกาะขามไม่มีที่พัก เพราะบนเกาะไม่อนุญาตพักแรมคืน

เป็นทริปไปเช้าเย็นกลับ หรือถ้าอยากพักก็สามารถหาที่พักใกล้ๆ กับท่าเรือได้เช่นกัน เปิดให้เข้าเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ การเดินทางไปเกาะขาม ใช้ถนนสุขุมวิท จากบางนา ขับรถตรงไประยอง ผ่านชลบุรี ผ่านสัตหีบ จากสามแยกสัตหีบไปกิโลเมตร 6 ใช้ถนนสาย 331 ไปจนถึงท่าเรือ

 

6. น้ำตกเอราวัณ จ.กาญจนบุรี

ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ areenorasing.wordpress

ใครอยากเล่นน้ำแต่ไม่อยากไปทะเลเจอแดดให้แสบผิว วันหยุดยาวนี้ ยังมีน้ำตกที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยและความใสอีกที่นึง ก็คือ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณมีความสูงถึง 7 ชั้น ระยะทางรวมประมาณ 1,500 เมตร โดยภายในอุทยานมีทั้งห้องพักและเต็นท์ให้นักท่องเที่ยวเลือกเข้าพัก เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติได้ตามความต้องการ

อีกทั้งความใสของน้ำตกที่ยิ่งสูงยิ่งใส การเดินทางไปน้ำตกเอราวัณ ใช้ถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี จนถึงตัวจังหวัดกาญฯ ไปตามทางหลวง หมายเลข 3199 แล้วข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

 

7. แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ ja.wikipedia.org

เปลี่ยนบรรยากาศจากน้ำตก แต่ก็ยังโดดน้ำได้ที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คุณจะได้สัมผัสวิวสวยๆ ริมเขื่อน ที่สามารถกางเต็นท์หรือเช่าที่พักชมดวงอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในหน้าร้อน! ที่เขาพะเนินทุ่ง แล้วจะลงมาเล่นน้ำกันต่อบริเวณสันเขื่อนด้านล่างก็ได้

ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ travel.thaiza.com

หากมาในช่วงหน้าหนาวก็จะได้รับลมเย็นพร้อมบรรยากาศเขียวขจี หรือถ้ามาในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน จะได้พบกับผีเสื้อนับพันที่บินมากินอาหารในช่วงฤดูร้อน การเดินทางไปแก่งกระจาน ใช้ถนนพระราม 2 ถึงสามแยกวังมะนาวให้เลี้ยวซ้าย เข้าสู่จังหวัดเพชรบุรี ขับไปอำเภอท่ายาง แล้วขับไปตามทางหลวง 3499 ก็จะถึงแก่งกระจาน

 

8. วัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ central-region.blogspot.com

วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ สิ่งที่น่าสนใจในวัด คือ เศียรพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งมีรากไม้ปกคลุม เนื่องจากเศียรพระพุทธรูปนี้หล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ ในสมัยเสียกรุงศรีฯ จนรากไม้ขึ้นปกคลุมมีความงดงามแปลกตา นอกจากนี้ ในวัดมหาธาตุยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น พระปรางค์ขนาดใหญ่ (ปัจจุบันทลายลงแล้ว), เจดีย์แปดเหลี่ยม, วิหารเล็กปกคลุมด้วยรากไม้, และตำหนักพระสังฆราชในสมัยนั้น

ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพเครดิตภาพ Woodychanel

การเดินทางไปวัดมหาธาตุ จากกรุงเทพฯ ขับรถเข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตรงไปจนถึงสี่แยกไฟแดงที่ 2 เลี้ยวขวาตรงไปไม่ไกล ผ่านบึงพระราม จะเห็นวัดมหาธาตุอยู่ทางซ้ายมือ เปิดให้เข้าชมทุกวันค่ะ

สงกรานต์, วาร์ป, เส้นทาง, วันสงกรานต์, ขอเส้นทาง, เที่ยว

รวมถนนทุกเส้นในการเดินทาง
ไปถึงทุกภาคทั่วไทยในช่วงสงกรานต์นี้

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดและเดินทางกลับบ้าน โดยใช้รถยนต์และบริการรถทัวร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้การจราจรบนท้องถนนจะมีความหนาแน่นหลายเส้นทางเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา

ในการเดินทางช่วงสงกรานต์ปีนี้ Carro จึงขอเสนอเส้นทางสู่จังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ทั้งทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้อ่านได้เดินทางสะดวกขึ้น หลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด ลดเวลาการเดินทาง และถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ ในช่วงสงกรานต์นี้

เส้นทางการเดินทางสู่ภาคเหนือ

  • เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้า จ.อยุธยาสู่ จ.นครสวรรค์ 
  • เส้นทางที่ 2 ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 จ.สุพรรณบุรี จ.ชัยนาทสู่ จ.นครสวรรค์ 
  • เส้นทางที่ 3 ใช้ทางหลวงหมายเลข 346 จ.สุพรรณบุรี ไป จ.อุทัยธานีสู่ จ.นครสวรรค์ 
  • เส้นทางที่ 4 ใช้เส้นทางรังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี -อ.ตากฟ้า มุ่งหน้าสู่ จ.พิษณุโลก

 

เส้นทางสู่ภาคอีสาน

  • เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนพหลโยธิน ถึง จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว มุ่งหน้าสู่ จ.นครราชสีมา
  • เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี ไป อ.ม่วงค่อม – อ.ท่าหลวง – อ.ด่านขุนทด – อ.ขามทะเลสอ สู่ จ.นครราชสีมา 
  • เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี – อ.ม่วงค่อม – อ.ท่าหลวง – บ.บัวชุม /บ.หนองสอง – อ.ปากช่อง -จ.นครราชสีมา 
  • เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไป จ.นครนายก – อ.บ้านนา – อ.แก่งคอย – อ.ปากช่อง-จ.นครราชสีมา

เส้นทางสู่ภาคตะวันออก

  • เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไปมอเตอร์เวย์ – เมืองพัทยา – กระทิงลาย – บ้านโป่ง -ระยอง -จันทบุรี -ตราด
  • เส้นทางที่ 2 กรุงเทพฯไปมอเตอร์เวย์ – อ.บ้านบึง – บ้านโป่ง -ระยอง -จันทบุรี -ตราด 
  • เส้นทางที่ 3 กรุงเทพฯไปมอเตอร์เวย์ – จ.ชลบุรี – แยกกระทิงลาย – เมืองพัทยา -ระยอง -จันทบุรี -ตราด
  • เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไปถนนบางนาตราด -ชลบุรี มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยา 

เส้นทางเดินทางลงภาคใต้

  • เส้นทางที่ 1 กรุงเทพฯไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี มุ่งหน้าสู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี มุ่งหน้า จ.ประจวบคีรีขันธ์ 
  • เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไปถนนบรมราชชนนี – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี มุ่งหน้าสู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

นอกจากนี้ บนถนนทางหลวงยังมีการติดตั้งป้ายเส้นทางเลี่ยง หรือเส้นทางแนะนำตามถนนทุกเส้นเป็นระยะ มีการติดตั้งไฟฟ้าเพิ่มแสงสว่าง ตลอดจนเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก พร้อมอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในทุกช่วงการเดินทาง และถ้าหากผู้อ่านต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างการเดินทาง ก็สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 อีกด้วยค่ะ

Dangerous-Road-At-Songkran-2018

47 เส้นทางสุดอันตรายทั่วประเทศ ที่ต้องขับรถด้วยความระวัง ในช่วงสงกรานต์ 2561

กรมทางหลวง เตรียมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงสงกรานต์ 2561 ด้วยนโยบาย One Transport โดยตั้งเป้าลดจำนวนอุบัติเหตุใน 77 เส้นทางที่ถูกคัดเลือกมา โดยเป็นของกรมทางหลวง 47 เส้นทาง, ทางหลวงชนบท 30 เส้นทาง โดยคัดเลือกจากพื้นที่นำร่อง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม กับ Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism (MLIT) แห่งประเทศญี่ปุ่น จำนวน 8 เส้นทาง เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 จำนวน 24 สายทาง เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในรอบปี 2560 จำนวน 5 เส้นทาง เส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวที่ประชาชนนิยมท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 10 เส้นทาง

Highway

โดยเส้นทางดังกล่าวที่ถูกเลือก จะมีการเพิ่มความปลอดภัย เช่น ตั้งเต๊นท์อำนวยการในพื้นที่, เสริมป้าย Vinyl เตือนและรณรงค์เป็นระยะ, ติดตั้งป้ายเตือนถนนลื่นทุก 200 เมตร, ตั้งจุดเฝ้าระวังและตรวจความเร็วและคนเมาสุรา, ติดตั้งไฟกระพริบให้ลดความเร็ว เป็นต้น

Highway

เส้นทางอันตราย 47 เส้นทาง โดยกรมทางหลวง ประกอบด้วย

ลำดับที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนโนนปอแดง – ปากดง ระหว่าง กม. 386–394 จ.กำแพงเพชร

ลำดับที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนวังม่วง – แม่เชียงรายบน ระหว่าง กม. 535–540 จ.ตาก

ลำดับที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนหนองหมู – ห้วยยาง ระหว่าง กม. 276+813-295 จ.ประจวบคีรีขันธ์

ลำดับที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนน้ำรอด-พ่อตาหินช้าง ระหว่าง กม. 425-440 จ.ชุมพร

ลำดับที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนเขาพับผ้า – พัทลุง ระหว่าง กม. 1158+1163 จ.พัทลุง

ลำดับที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนกลางสะพานมิตรภาพแม่สอด – แม่ละเมา ระหว่าง กม. 1-6 จ.ตาก

ลำดับที่ 7 ทางหลวงหมายเลข 22 ตอนสูงเนิน – ท่าแร่ ระหว่าง กม. 161-167 จ.สกลนคร

ลำดับที่ 8 ทางหลวงหมายเลข 22 ตอนกุรุคุ – นครพนม ระหว่าง กม. 235-240 จ.นครพนม

ลำดับที่ 9 ทางหลวงหมายเลข 33 ตอนบางปะหัน – โคกแดง ระหว่าง กม. 49-62 จ.อยุธยา

ลำดับที่ 10 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนถ้ำพรรณรา – ทุ่งสง ระหว่าง กม. 264-271 จ.นครศรีธรรมราช

ลำดับที่ 11 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนสี่แยกโพธิ์ทอง – พัทลุง ระหว่าง กม. 377-382+616 จ.พัทลุง

ลำดับที่ 12 ทางหลวงหมายเลข 43 ตอนนาหม่อม – จะนะ ระหว่าง กม. 270-320 จ.สงขลา

ลำดับที่ 13 ทางหลวงหมายเลข 101 ตอนร้องกวาง – สวนป่า ระหว่าง กม. 283-290 จ.แพร่

ลำดับที่ 14 ทางหลวงหมายเลข 118 ตอนท่าก๊อ – ดงมะดะ ระหว่าง กม. 132+139 จ.เชียงราย

ลำดับที่ 15 ทางหลวงหมายเลข 205 ตอนโคกสวาย – ขท.นครราชสีมาที่ 1 ระหว่าง กม. 204+209 จ.นครราชสีมา

ลำดับที่ 16 ทางหลวงหมายเลข 212 ตอนย้อมพัฒนา – นาโพธิ์ ระหว่าง กม. 406-411 จ.มุกดาหาร

ลำดับที่ 17 ทางหลวงหมายเลข 212 ตอนหนองยอ – อุบลราชธานี ระหว่าง กม. 568-574 จ.อุบลราชธานี

ลำดับที่ 18 ทางหลวงหมายเลข 224 ตอนพะโค – หนองสนวน ระหว่าง กม. 90-95 จ.นครราชสีมา

ลำดับที่ 19 ทางหลวงหมายเลข 226 ตอนหัวทะเล – หนองกระทิง ระหว่าง กม. 15+20 จ.นครราชสีมา

ลำดับที่ 20 ทางหลวงหมายเลข 304 ตอนดอนขวาง – โพธิ์กลาง ระหว่าง กม. 272-278 จ.นครราชสีมา

ลำดับที่ 21 ทางหลวงหมายเลข 402 ตอนหมากปรก – เมืองภูเก็ต ระหว่าง กม. 30-35 จ.ภูเก็ต

ลำดับที่ 22 ทางหลวงหมายเลข 1084 ตอนป่าแดง – หาดชะอม ระหว่าง กม. 5-14 จ.นครสวรรค์

ลำดับที่ 23 ทางหลวงหมายเลข 2044 ตอนร้อยเอ็ด – หนองดง ระหว่าง กม. 0+184-5 จ.ร้อยเอ็ด

ลำดับที่ 24 ทางหลวงหมายเลข 3395 ตอนวัฒนานคร – โคคลาน ระหว่าง กม. 82-87 จ.สระแก้ว

ลำดับที่ 25 ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนสระบุรี – ตาลเดี่ยว ระหว่าง กม. 0-5 จ.สระบุรี

ลำดับที่ 26 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนปากท่อ – สระพัง ระหว่าง กม. 123-133 จ.สมุทรสงคราม

ลำดับที่ 27 ทางหลวงหมายเลข 35 ตอนสะพานขึ้นแม่น้ำท่าจีน-ยาโคก ระหว่าง กม. 4-5 จ.สมุทรสาคร

ลำดับที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 41 ตอนเกาะมุกข์ – ควนรา ระหว่าง กม. 118-132 จ.สุราษฎร์ธานี

ลำดับที่ 29 ทางหลวงหมายเลข 101 ตอนแยกบ้านฝ้าย – ร้องกวาง ระหว่าง กม. 252–257 จ.แพร่

ลำดับที่ 30 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนพาน – สันทรายหลวง ระหว่าง กม. 916-922 จ.เชียงราย

ลำดับที่ 31 ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนแม่คำ – กลางสะพานแม่น้ำสาย ระหว่าง กม. 972-976 จ.เชียงราย

ลำดับที่ 32 ทางหลวงหมายเลข 3 ตอนชลบุรี – ศรีราชา ระหว่าง กม. 98-103 จ.ชลบุรี

ลำดับที่ 33 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนคลองหวะ – พังลา ระหว่าง กม. 1258+642-1263 จ.สงขลา

ลำดับที่ 34 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนเข็กน้อย – แยกอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง ระหว่าง กม.340–348 จ.เพชรบูรณ์

ลำดับที่ 35 ทางหลวงหมายเลข 217 ตอนวารินทร์ชำราบ – พิบูลมังสาหาร ระหว่าง กม. 22-37 จ.อุบลราชธานี

ลำดับที่ 36 ทางหลวงหมายเลข 323 ตอนแยกปากกิเลน – น้ำตกไทรโยคใหญ่ ระหว่าง กม. 110–115 จ.กาญจนบุรี

ลำดับที่ 37 ทางหลวงหมายเลข 401 ตอนบางกุ้ง – เขาหัวช้าง ระหว่าง กม. 175–180 จ.สุราษฎร์ธานี

ลำดับที่ 38 ทางหลวงหมายเลข 1009 ตอนจอมทอง – ดอยอินทนนท์ ระหว่าง กม. 0+5 จ.เชียงใหม่

ลำดับที่ 39 ทางหลวงหมายเลข 4030 ตอนถลาง – หาดราไวย์ ระหว่าง กม. 26-28+290 และ 29+790-32 จ.ภูเก็ต

สำดับที่ 40 ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนขอนแก่น – หินลาด ระหว่าง กม. 343-354 จ.ขอนแก่น

ลำดับที่ 41 ทางหลวงหมายเลข 4 ตอน สระพระ –ห้วยทรายใต้ ระหว่าง กม. 187-193 จ.เพชรบุรี

ลำดับที่ 42 ทางหลวงหมายเลข 11 ตอนบึงหลัก-หนองเขียว ระหว่าง กม. 346-351 จ.อุตรดิตถ์

ลำดับที่ 43 ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนน้ำดุก – ห้วยซ้ำมะคาว ระหว่าง กม. 372-375 จ.เพชรบูรณ์

ลำดับที่ 44 ทางหลวงหมายเลข 32 ตอนไชโย – สิงห์ใต้ ระหว่าง กม. 78-83+900 จ.อ่างทอง

ลำดับที่ 45 ทางหลวงหมายเลข 340 ตอนสาลี – สุพรรณบุรี ระหว่าง กม. 55-60 จ.สุพรรณบุรี

ลำดับที่ 46 ทางหลวงหมายเลข 3312 ตอนลำลูกกา – คลองใน ระหว่าง กม. 19-21 จ.นครนายก

ลำดับที่ 47 ทางหลวงหมายเลข 4029 ตอนกระทู้ – ป่าตอง ระหว่าง กม 0.-3+236 จ.ภูเก็ต

โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนเส้นทางดังกล่าว มีหลายสาเหตุ อาทิ การขับรถเร็ว, หลับใน, เมาสุรา, ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด, ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร เป็นต้น