Toyota-TRD-2000

ย้อนกลับไปในยุค 90 ช่วงนั้นรถแต่งรถแรง ยังไม่ได้เป็นที่นิยมเป็นวงกว้าง ถึงขั้นที่ว่าค่ายรถต่างๆ ต้องผลิตออกมาเอาใจตลาดแบบในปัจจุบัน แต่ก็จะมีคนเฉพาะกลุ่ม (เอาจริงๆ ก็กลุ่มใหญ่พอสมควรเลยล่ะ) ที่นิยมเล่นรถแต่งซิ่งในแนวนี้อยู่ในเวลานั้น จึงเป็นโอกาสทอง ของบรรดาสำนักแต่งต่างๆ ได้แสดงโชว์ฝีมือ และออก “ของแรง” มาให้ได้ซื้อหากัน ในจำนวนจำกัด และราคาสูงมากก็ตาม

ด้านสำนักแต่งที่คู่บุญของ Toyota มานาน อย่าง “TRD” (Toyota Racing Development) ก็ได้ทำการโมดิฟายรถในเครือของ Toyota มาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในยุค 90 ชื่อชั้นของ TRD อาจไม่คุ้นหูของคนทั่วไปในไทยนัก

แต่สำหรับคนรักรถโตโยต้าแล้ว ชื่อนี้มีของดีออกมาเยอะ! นับตั้งแต่น้องเล็ก TRD 2000, TRD 2000GT เอาเจ้า MR2 มาแต่ง ไปจนถึงสปอร์ตรุ่นใหญ่ TRD 3000GT ที่จับเจ้า Supra มาแต่งให้แรง

MR.CARRO จะขอนำเสนอ TRD 2000 ในมุมของ User Voice ครับ

TRD-2000-Catalogue

ในปี 1994 ช่วงที่รายการแข่งขันรถยนต์ JTCC (All Japan Touring Car Championship) กำลังฮิตในประเทศญี่ปุ่น Toyota ได้ส่ง Corolla ลงเข้าแข่งขัน ผนวกกับเศรษฐกิจญี่ปุ่น ที่กำลังบูม (ก่อนฟองสบู่แตก) ในขณะนั้น

Toyota-TRD-2000

ทางสำนักแต่ง TRD (Toyota Racing Development) และ Toyota Techno Craft Co., Ltd จึงนำ Toyota Corolla เจเนอเรชั่นที่ 7 หรือ “สามห่วง” ที่รู้จักกันดีในบ้านเรา รุ่นย่อย GT (รหัสรุ่น E-AE101-AEMVF) มาแต่งพิเศษในชื่อ “TRD 2000” เมื่อเดือนตุลาคม 1994 ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 99 คัน

Toyota-TRD-2000

สำหรับรถคันที่เรานำเสนออยู่นี้ ได้ถูกเจ้าของรถตกแต่งให้แตกต่างไปจาก TRD 2000 เดิมเล็กน้อย เริ่มต้นตั้งแต่การเปลี่ยนไฟหน้าเป็นแบบเดียวกับ Corolla Wagon (หรือแบบของ Depo ที่ขายในบ้านเรานั่นล่ะ) เลนส์ไฟเลี้ยวแบบใส กระจังหน้านำของ Corolla FX มาใส่ ส่วนล้อนั้นใช้ของ Enkei NT03 และยางขนาด 205/40R17 ของ Dunlop

Toyota-TRD-2000

เครื่องตัวเดียวกับ Celica!

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-GE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับที่ใช้ในการแข่งขัน JTCC ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.5 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 1,140 กิโลกรัม

Toyota-TRD-2000

ของแท้ ต้องมีแผ่นเพลท หน้าตาแบบนี้ จาก Toyota Techno Craft

ซึ่งเจ้าเครื่องยนต์ 3S-GE ที่อยู่ใน TRD 2000 นี้ มีแรงม้าที่มากกว่าเครื่องยนต์ 4A-GE ที่อยู่ใน Corolla GT ถึง 20 แรงม้า และแรงบิดที่มากกว่า 3.0 กก.-ม.

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามมาตรฐานโหมด 10-15) อยู่ที่ 11.2 กม./ลิตร

Toyota-TRD-2000

สำหรับชุดยางแท่นเครื่องของ TRD ได้ปรับปรุงใหม่ ให้รองรับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ได้มากขึ้น

Toyota-TRD-2000

ภายใน ได้อารมณ์สปอร์ตกำลังดี

TRD 2000 มาพร้อมชุดแต่งครบครัน อาทิ คอยล์สปริง TRD, หัวเกียร์ TRD แบบ Quick Shift, ท่อไอเสียคู่ TRD แบบสแตนเลส, โช๊คอัพ TRD, ผ้าเบรก TRD, เหล็กค้ำโช๊คหน้า TRD, ชุดเกียร์ Manual Transaxle แบบ S54 แบบเดียวกับใน Toyota Celica (ST202), สติ้กเกอร์ด้านข้าง และชื่อรุ่นด้านหลัง

ส่วนคันที่เรานำเสนอนี้ ภายในใช้พวงมาลัย 4 ก้านของ MOMO และเบาะนั่งของ Recaro ซึ่งเจ้าของได้ตกแต่งเองเพิ่มเติม

Toyota-TRD-2000

ชุดมาตรวัดจากรุ่นธรรมดา จนดูไม่ว่านี่เครื่องแรง!

ในส่วนของ Option สามารถสั่งเพิ่มเติมได้ อาทิ ชุดคลัทช์ TRD, เฟืองท้าย TRD แบบ LSD, เหล็กกันโคลง TRD, เบาะนั่ง Konig Prinz P200, พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ 3 ก้าน TRD และล้อแม็ก TRD Type-FT (15X6.5JJ-38) พร้อมยาง Yokohama Grand Prix M5 ขนาด 195/55R15

Toyota-TRD-2000

ราคาตัวรถ 1,726,000 เยน ราคารวมชุดแต่งทั้งหมด 3,350,000 เยน

แต่ความพิเศษของรถรุ่นนี้ ตอนขายก็พิเศษไปด้วยเช่นกัน เพราะขายได้แค่ใน 1 จังหวัด และ 3 จังหวัด ที่ต้องแสดงการมีสถานที่จอดรถเป็นของตนเอง (ถึงจะซื้อได้) อีกทั้งยังไม่ขายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี

แต่ด้วยราคาจำหน่ายที่สูงมาก ทำให้รถรุ่นนี้ ขายไปได้แค่ 10 คันเท่านั้น!

Toyota-TRD-2000

ท่อไอเสียคู่ ติดตั้งมาให้พร้อม

แม้ว่าภายนอกจะดูธรรมดาสามัญ แต่ถ้าเป็นคนเล่นรถ จะรู้เลยว่ารุ่นนี้น่ะ ไม่ธรรมดา!

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถใหม่ป้ายแดง มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครไม่มีงบซื้อรถป้ายแดง ลองหารถมือสองรุ่นข้างต้น มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

เนื้อเรื่อง / ภาพ โดย Kentaro HIROSHIMA

แหล่งที่มาจาก:

Thai-Taxi-In-Japan

ช่วงนี้ผมเห็นหลายๆ คน มักนิยมในความเป็นญี่ปุ่นกันอย่างมากมาย เช่น นักร้อง อาหารการกิน คอสเพลย์ ท่องเที่ยว หรือวัฒนธรรมญี่ปุ่นต่างๆ เป็นต้น

แต่หารู้ไม่ว่า คนญี่ปุ่นหลายคน ก็นิยมอะไรที่เป็นไทยๆ ด้วยเช่นกัน! เช่น รถตุ๊กตุ๊กของไทย หรือรถแท็กซี่ของไทย ก็ยังมีคนญี่ปุ่นนิยมไทย เอารถมาแต่งเลียนแบบซะเหมือนเลย

Thai-Taxi-In-Tokyo

หากย้อนไปสักเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงยังจำกันได้ คุณ Tosaku Kai Panyasiri ได้โพสต์ภาพรถยนต์ Toyota Corolla (AE101) ที่ทำสีเป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล เขียว-เหลือง แบบในประเทศไทย แต่วิ่งอยู่ย่านชิบูยา เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ลงใน Facebook จนกลายเป็นภาพ Viral หลายคนสงสัยกันใหญ่ แท็กซี่ของไทย ไปอยู่ในญี่ปุ่นได้ไง?

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

Toyota Corolla (AE101) แท็กซี่แบบไทยๆ ในญี่ปุ่น

Thai-Festival-In-Japan

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

รถกระป๊อก็มีคนญี่ปุ่นทำเลียนแบบด้วยนะครับ

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

จอดหน้าสถานีรถไฟ

สำหรับ Toyota Corolla (AE101) คันนี้ ในอดีตเป็นรถยอดฮิตของแท็กซี่ในบ้านเราเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้งานในญี่ปุ่น ทำสีเขียว-เหลือง ติดโป๊ะไฟ “Taxi-Meter” รวมถึงป้ายไฟ “ว่าง” และติดมิเตอร์ เพื่อให้ดูสมจริง เหมือนแท็กซี่ของไทย

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

ถ้าติดแก๊สด้วยก็เหมือนจริงเลย

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-JapanToyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

ติดมิเตอร์เพื่อความสมจริงสุดๆ

แถมยังมี Toyota Corolla (AE110) ที่มีคนญี่ปุ่นนำรถส่วนบุคคล มาเลียนแบบเป็นแท็กซี่ของไทยด้วยครับ ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนของไทยมากๆ

Nissan-NV-Taxi

และ Nissan AD Van (Y10) ในญี่ปุ่น (หรือ Nissan NV Van ในไทย) ก็ยังมีคนเอามาทำแท็กซี่เลียนแบบด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าใครไปญี่ปุ่นแล้วไปเจอแท็กซี่เหล่านี้ ก็อย่าเผลอโบกเรียกกันนะครับ!

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณภาพจาก http://mitoken.asia/http://www.goo-net.com/

Toyota-Corolla-EE100-EE101-AE101

หากจะกล่าวถึงรถ Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) รุ่นที่ได้ความนิยมมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น มาพร้อมยอดขายถล่มทลาย ใช้ทน ซ่อมถูก ไม่จุกจิก และเวลาผ่านไปนานแล้ว ก็ยังได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถมือสองอยู่ …

Toyota-Corolla-AE101

หลายคนคงนึกถึง “โคโรลล่า สามห่วง” ซึ่งเป็น Corolla รุ่นแรกในไทย ที่ใช้โลโก้ใหม่ของ “TOYOTA” อย่างเป็นทางการ (แต่ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ยังคงอนุรักษ์นิยมด้วยการใช้ตราสัญลักษณ์ประจำรุ่น “C” พร้อมช่อดอกไม้เหมือนตัว C ติดบริเวณกระจังหน้าอยู่)

เอาละครับ … MR.CARRO ขอแนะนำรถมือสอง อย่าง Toyota Corolla (EE100/EE101/AE101) ให้ทุกท่านได้ทราบถึงข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม

Toyota-Corolla-สามห่วง

Corolla สามห่วง (เจนเนอเรชั่นที่ 7) ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 มิถุนายน 1991 ออกแบบใหม่หมดโดยหัวหน้าวิศวกรทีมออกแบบอย่าง Dr.Akihiko Saito โดยใช้แนวคิดในการออกแบบ “Mini-Lexus” รูปทรงโค้งมน ดูสวยหรูมากขึ้น ไม่ล้าสมัยแม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานานแล้ว

Toyota-Corolla-Levin-AE101

Toyota Corolla Levin

ด้วยตัวถังแบบ Sedan ที่เปิดตัวพร้อมกับพี่น้องร่วมสายพันธุ์ เช่น รุ่น Sprinter ที่หน้าตาแตกต่างจาก Corolla อย่างชัดเจน (ชุดไฟหน้า กันชนหน้า ชุดไฟท้าย และภายใน ตกแต่งต่างกันกับ Corolla)

Toyota-Corolla-Ceres

Toyota Corolla Ceres

ปิดท้ายด้วยรุ่น Hatchback 3 ประตู อย่าง Corolla FX และแบบ Hardtop 4 ประตู ในชื่อ Corolla Ceres, Sprinter Marino และ Corolla Wagon ตามมาในปี 1992

Toyota-Corolla-Touring-Wagon

Toyota Corolla Van / Touring Wagon (1992-2002)

เป็นครั้งแรกที่ Toyota แนะนำเครื่องยนต์ 5 วาล์ว/สูบ ขนาด 1.6 ลิตร ในรหัส 4A-GE 4 สูบ DOHC 20 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า (PS) ที่ 7,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.5 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที ออกสู่ตลาด …

Corolla Levin และ Sprinter Trueno รหัสตัวถัง AE101 ออกสู่ตลาดในเดือนมิถุนายน 1991 และรุ่นสูงสุดใช้ ขุมพลัง 4A-GE ทวินแคม 16 วาล์ว พ่วงกับซุปเปอร์ชาร์จ 170 แรงม้า (PS)

Toyota-Corolla-TH-1992

Toyota-Corolla-TH-1992

สำหรับเวอร์ชั่นประเทศไทย โคโรลล่ารุ่นนี้ ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ก็สร้างยอดจองผ่านหลัก 10,000 คันอย่างรวดเร็ว จนโรงงานผลิตไม่ทันกับความต้องการ

ทำให้โตโยต้า ต้องนำเข้ารุ่น LX-Limited จากญี่ปุ่น (โดยสั่งที่ญี่ปุ่นผลิตเป็นพิเศษ Option หลายๆ อย่าง ต่างจากในเวอร์ชั่นไทยพอสมควร เช่น รหัสตัวถัง ขึ้นต้นด้วยเลข “3” ลายเบาะ โทนสีภายในห้องโดยสารสีน้ำเงินเข้ม เบาะด้านหลังไม่มีช่องใส่ของ เข็มขัดนิรภัยด้านหลัง มีติดตั้งบริเวณที่นั่งตรงกลางด้วย และลายล้อแม็ก 14 นิ้ว เป็นต้น) จำนวน 1,000 คันมาแก้ปัญหานี้ โดยต้องเพิ่มเงินอีก 5,000 บาท

Toyota-Corolla-LX-Limited

Toyota Corolla LX Limited

มิติตัวถังยาว 4,270 มม. กว้าง 1,685 มม. สูง 1,380 มม. และระยะฐานล้อ 2,465 มม.

Toyota-Corolla-LX-Limited

ห้องโดยสารภายในกว้างขวางพอสมควร นั่งได้ 4 คนสบายๆ เบาะนั่งออกแบบได้ดี หนานุ่ม ขนาดใหญ่ เนื้อที่สำหรับวางหน้า-หลัง มากขึ้น ทัศนวิสัยในการขับขี่ใช้ได้ กระจกบานหลังกว้าง มุมอับน้อย

Toyota-Corolla-TH-1992

Toyota-Corolla-TH-1992

Toyota Corolla สามห่วง ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E แบบ 4 สูบ OHC 12 วาล์ว คาร์บูเรเตอร์ ให้แรงม้าสูงสุด 72 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.5 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที

และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว หัวฉีด EFi ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

ระบบช่วงล่าง ปรับปรุงใหม่ “Super GEO-SUS” ด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างหลังแบบ ETA Beam พร้อมเหล็กกันโคลง เกาะถนนดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม ปลอดภัยกับตัวถังโครงสร้างนิรภัย CIAS และคานเหล็กนิรภัยด้านข้างประตู (Side Door Impact Beams) ในประตูทุกบาน

Toyota-Corolla-AE101-1993

Toyota-Corolla-TH-1993

ในเดือนสิงหาคม 2536 โคโรลล่า ได้ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ โดยเปลี่ยนชุดกระจังหน้าใหม่ ชุดกันชนใหม่ ไฟท้ายสีขาวแดง และแผงทับทิมด้านหลังแบบใหม่ ตัวอักษร “Corolla” แบบแยกกัน พร้อมทั้งเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่สำหรับรุ่นขนาด 1.3 ลิตร

มาพร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายอย่าง อาทิ พวงมาลัยเพาเวอร์ (ในรุ่น 1.3 GLi และ 1.6 GLi), วิทยุเทปดิจิตอล ระบบ Auto Reverse (วิทยุรุ่นนี้ มีใช้อยู่ในรถหลายรุ่นหลายยี่ห้อ), กระจกไฟฟ้าและเซ็นทรัลล็อค (ในรุ่น 1.6 GLi) กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้า (ในรุ่น 1.6 GLi) และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

รุ่นย่อยมีให้เลือก 4 แบบ นั่นคือ 1.3 XLi, 1.3 GLi, 1.6 GLi และ 1.6 GLi A/T

Toyota-Corolla-TH-1993

Toyota Corolla สามห่วง (Minorchange) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 4E-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว หัวฉีด EFi ให้แรงม้าสูงสุด 88.4 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.3 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว หัวฉีด EFi ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

Toyota-Corolla-1995

การปรับโฉม Minorchange เล็กๆ มีขึ้นอีกครั้งในเดือน กันยายน 2537 โดยเพิ่มรุ่น 1.3 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ และปรับปรุงอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติม เช่น ปรับแบบฝาครอบล้อใหม่ ชุดกันชนหน้า-หลัง สีเดียวกับตัวรถ ในรุ่น 1.3 ลิตร ส่วนในรุ่น 1.6 ลิตร กระจกมองข้างและที่เปิดประตู สีเดียวกับตัวรถ

ภายในปรับลายเบาะนั่งใหม่ เป็นแบบลายเส้น ทั้งในรุ่น 1.3 และ 1.6 ลิตร พร้อมเพิ่มนาฟฺกาติดรถ และกระจกไฟฟ้า 4 บาน ในรุ่น 1.3 GXi

และปรับชื่อรุ่นย่อยใหม่เป็น 1.3 DXi, 1.3 GXi, 1.3 GXi A/T, 1.6 GXi และ 1.6 GXi A/T

Toyota-Corolla-TH-1994

Toyota-Corolla-TH-1994

Toyota-Corolla-TH-1994

ในปี 2538 Toyota จับรุ่น 1.3 ลิตร มาตกแต่งพิเศษ เอาใจสาวๆ ด้วยสีเขียวทั้งภายนอก และเบาะนั่งภายใน ในชื่อ “Lime” เพียง 300 คันเท่านั้น

Toyota-Corolla-Lime

Toyota Corolla Lime จำนวนจำกัดเพียง 300 คัน (ภาพจากคุณ Preecha Tokoo)

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Toyota Corolla “สามห่วง” ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม ที่แม้กระแสอาจจะน้อยลงไปกว่าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วมา แต่ก็มีกลุ่มผู้ใช้งานอยู่ เช่น สามห่วงซิ่ง.THAILAND หรือ สามห่วง คลับ เป็นต้น ไปตรงไหนก็เจอ เหมาะสำหรับคนเมือง และคุณผู้หญิง ด้วยรูปทรงที่ยังดูร่วมสมัย แต่งสวยได้ แต่ซิ่งได้ และราคามือสองไม่แพง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่เหมาะกับการใช้ในเมือง ทนทาน สามารถติดแก๊ส LPG ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นแบบระบบดูด หรือระบบหัวฉีดก็ตาม เพราะตัวฝาสูบ เสื้อสูบเป็นเหล็กหล่อ ค่อนข้างทนทานต่อความร้อนสูงได้ อัตราสิ้นเปลืองอาจจะสู้รถสมัยนี้ไม่ได้แล้ว แต่ประหยัดสุดๆ ก็ยังทำได้ที่ประมาณ 12-13 กม./ลิตร ได้

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทาน ไม่ค่อยจุกจิก ค่าบำรุงรักษาไม่แพง หาที่ซ่อมได้ไม่ยาก เนื่องจากไม่มีระบบอะไรที่ซับซ้อน เตรียมงบไว้ดูแลเครื่องยนต์ หม้อน้ำ ท่อยางต่างๆ ช่วงล่าง เกียร์ เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีอยู่พอสมควร แม้ว่าหลายอย่างจะเริ่มหายากแล้ว ทั้งของรถที่แยกชิ้นส่วนขายในบ้านเรา หรือของเก่าจากญี่ปุ่น ส่วนในศูนย์บริการยังมี “ของใหม่” ให้เบิกนะครับ แต่สั่งแล้วต้องรอของ + ราคาค่อนข้างแพง

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 20,000 – 55,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ) และหากรถที่เคยเป็นแท็กซี่เก่ามาก่อน ราคาขายต่อก็จะถูกมากๆ แต่สภาพรถส่วนใหญ่ก็เยินมากเช่นกัน …

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถใหม่ป้ายแดง มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครไม่มีงบซื้อรถป้ายแดง ลองหารถมือสองรุ่นข้างต้น มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Toyota-Car-Nickname

“โดเรม่อน” “สามห่วง” “หน้าหมู” “หน้ายิ้ม” ทำไมรถ Toyota ถึงมีฉายาแบบนี้!

ตลาดรถยนต์มือสองโดยทั่วไปนั้น มักจะมีรถหลากหลายรุ่นที่วนเวียนมาขายกันอยู่มากมาย มีบรรดาคนในวงการเต็นท์รถมือสองตั้งแต่ยุคในอดีต จะให้เรียกชื่อรุ่นรถยาวๆ บางทีก็จำไม่ได้ จึงตั้ง “ฉายา” หรือ “ชื่อเล่น” สั้นๆ เฉพาะรถรุ่นนั้นๆ ขึ้นมา จนกระจายออกไปกลายเป็นชื่อที่ฮิตติดปาก โดยส่วนใหญ่มักจะตั้งฉายารถ จากส่วนต่างๆ ของรถว่าคล้ายกับสิ่งใด ที่บางทีได้ยินแล้วก็ต้องอุทานว่า … “คิดไปได้นะ!”

MR.CARRO ขอนำเสนอฉายารถสุดแปลกแหวกแนว สำหรับตอนที่ 1 ขอเสนอฉายาของรถ “โตโยต้า” (Toyota) ซึ่งได้ชื่อว่า มีฉายารถอยู่มากที่สุดเป็นอันดับแรก และมีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน ให้ทุกท่านได้รับชมครับ

Toyota-Corolla-KE70-JDM

Toyota Corolla รุ่น 2 ประตู ซีดาน … นี่ละครับ ที่ได้ชื่อว่า “กะเทย”

1. Toyota Corolla (KE70) “DX”, “กะเทย” และ “หน้าเท”

สำหรับ Toyota Corolla (KE70) ถือเป็น Toyota Corolla รุ่นสุดท้ายที่ทุกโมเดลออกมาในเวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลัง สำหรับตลาดประเทศไทย เปิดตัวจำหน่ายเมื่อต้นปี 2523 เริ่มแรกเป็นรุ่นไฟกลม 4 ดวง, ไฟเหลี่ยมเล็ก-เหลี่ยมใหญ่ จนถึงโฉมสุดท้ายโฉมหน้าเท

โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร มีให้เลือกทั้งในแบบ 2 ประตูซีดาน, 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูแวน, 4 ประตูแวน (รถนำเข้า) รวมไปถึงรุ่น 1.6 DX Liftback (TE71) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร

ฉายา “DX” นั้นได้มาจากรุ่นถูกสุดของ Corolla โฉมนี้ ใช้ชื่อรุ่นย่อยว่า “DX” (ย่อมาจาก “Deluxe”) รวมไปถึงฉายา “กะเทย” ที่ไว้เรียก Corolla 2 ประตูซีดาน เท่านั้น (ซึ่งมาจากรูปร่างรถ จะเป็นคูเป้ก็ไม่ใช่ ซีดานก็ไม่เชิง)

Toyota-Sprinter-TE71-JDM

และสุดท้ายอย่าง “หน้าเท” คือชุดไฟหน้าและกระจังหน้าในโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งสุดท้าย (ยกหน้าตามาจากรุ่น Sprinter ที่ขายในตลาดญี่ปุ่น)

Toyota-Corolla-AE82-JDM

2. Toyota Corolla (AE80/EE80) “ท้ายตัด”

Corolla เวอร์ชั่นขับหน้ารุ่นแรก เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2527 มีให้เลือกใน 2 รูปแบบ นั่นคือ ซีดาน 4 ประตู, ลิฟท์แบค 5 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “ATOP” 2 แบบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2A และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A พอปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น 1.3 ลิตร ก็ได้จัดแจงเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรหัส 2E แบบ 12 วาล์ว

Toyota-Corolla-AE81-JDM

ฉายา “ท้ายตัด” นั้น ได้มาจากส่วนท้ายรถของรุ่น 4 ประตู ที่สั้นมาก จนดูเหมือนท้ายตัดไปนั่นเอง

Toyota-Corolla-AE90-JDM

3. Toyota Corolla (EE90/AE92) “โดเรมอน”

สำหรับ Corolla รุ่นที่ถือได้ว่า มีอุปกรณ์มาตรฐานมากมายราวกับของวิเศษของ “โดเรมอน” ต่างกับรถในคลาสเดียวกัน จึงเป็นที่มาของฉายานี้ (แต่ชาวต่างประเทศได้ยินแล้ว งงน่าดู) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2530 มาหรือบางคนก็บอกว่ากระจกมองข้างโค้งๆ เหมือนมือของโดเรม่อนพร้อมสโลแกน “เร้าใจทุกเส้นทาง ยุคหน้า TOYOTA” (คล้ายกับของญี่ปุ่น “Fun To Drive”)

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, รหัส 4A-F คาร์บูเรเตอร์คู่ ในรุ่น Sporty รวมไปถึงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร พลังแรงอย่างรหัส 4A-GE 130.5 แรงม้า ที่มาตอนไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น GTi

Toyota-Corolla-AE101-JDM

4. Toyota Corolla (EE100/AE101) “สามห่วง”

Corolla รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ Logo “Toyota” แบบใหม่ที่เป็นสามห่วง หลังจากที่ทางโตโยต้าเริ่มใช้ตั้งแต่ทั่วโลกในปี 1989 (ยกเว้นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในมุมกระจังหน้า ที่ยังคงใช้สัญลักษณ์ของ Corollla ไว้เช่นเดิมแบบในรูป) โดยเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E (และ 4E-FE ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์) และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE

ที่มาของคำว่า “สามห่วง” คือ Logo Toyota แบบใหม่นี่ล่ะครับ

Toyota-Corolla-AE111-JDM

5. Toyota Corolla (AE110/AE111/AE112) “ตองหนึ่ง”, “ตูดเป็ด” และ “Hi-Torq”

Corolla ในยุคที่พัฒนาไปอีกหนึ่งขั้น เปิดตัวในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2539 โดยยกเลิกเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แล้วหันมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5A-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE ยอดฮิตเหมือนเดิม ต่อมาในช่วงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2541 จึงเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร พร้อมคำต่อท้ายว่า “Altis” และชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่ “Hi-Torq” ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 7A-FE

ที่มาของฉายา “ตองหนึ่ง” นั้น มาจากรหัสรุ่นของแบบเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร “AE111” ซึ่งเป็นเลขตองพอดี สามารถจำได้ง่าย และ “ตูดเป็ด” เป็นที่มาของโฉมแรก ที่ชุดฝาประโปรงท้ายมีมุมยกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลาดเอียงลงไป

Toyota-Corolla-Altis-ZZE122

6. Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) “หน้าหมู”

Corolla โฉมนี้ออกแบบใหม่ทั้งหมดและตัวรถที่มีความกลมป่องขึ้นมาก ต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด จัดเต็มทั้งอุปกรณ์มาตรฐานและความปลอดภัย เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 มาพร้อมเครื่องยนต์ตระกูลใหม่ “ZZ-Series” ในรูปแบบ VVT-i ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2ZZ-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE ก่อนจะมีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์และเพิ่มรุ่นพิเศษไปอีกหลายรอบ

“หน้าหมู” ได้ชื่อมาจากกระจังหน้าด้านหน้าของรุ่นนี้ เมื่อดูไกลๆ คล้ายกับจมูกหมูและหน้าหมูมาก จึงเป็นที่มาของฉายานี้

Toyota-Corona-RT100-EU

7. Toyota Corona (RT100/RT104) “หน้าเบนซ์”

Toyota Corona รุ่นยอดฮิตในยุค 70 ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แข็งแกร่ง ในบ้านเรามีประกอบขายเฉพาะรุ่น 4 ประตูซีดาน แต่ก็มีโฉม 2 ประตูฮาร์ดท็อป และ 4 ประตูแวน นำเข้ามาด้วยเช่นกัน มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 12R และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 18R ที่ตามมาในภายหลัง

ที่มาของ “หน้าเบนซ์” มาจากกระจังหน้าในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ดูคล้ายกับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในยุคนั้น

Toyota-Corona-ST140-JDM

8. Toyota Corona (TT140/TT141) “หน้าแหลม”

เป็น Toyota Corona ขับหลังรุ่นสุดท้าย มาพร้อมความหรูหราและเครื่องยนต์แบบเดิมอันทนทาน เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2525 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 3T

ที่มาของชื่อ “หน้าแหลม” นั้น ได้มาจากตรงกันชนหน้าของรุ่น 1.6 และ 1.8 ที่มุมตรงกลางเป็นแหลมยื่นออกมา รับกับกระจังหน้า และเส้นสายบนฝากระโปรงหน้า

Toyota-Corona-ST150-JDM

9. Toyota Corona (ST150/AT151) “ตู้เย็น”

เป็น Toyota Corona ขับหน้ารุ่นแรก ที่มาพร้อมขนาดตัวรถที่เล็กลง ดูกะทัดรัดขึ้น พร้อมนำเสนอตัวถังแบบ 5 ประตูลิฟท์แบคให้เลือก เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2528 ชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่หมด ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A และขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1S

ที่มาของชื่อ “ตู้เย็น” นั้น ได้มาจากกล่อง “Cool Box” บริเวณคอนโซลกลาง ที่มีการต่อท่อแอร์เพิ่มเข้าไป สำหรับไว้เก็บเครื่องดื่ม (พวกน้ำอัดลมกระป๋อง) ได้

Toyota-Corona-ST171-JDM

10. Toyota Corona (AT171) “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม”

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยตั้งแต่ปี 2531 โดยโคโรน่ารุ่นนี้ ถือเป็นรถญี่ปุ่นรุ่นแรกในประเทศไทย (เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร) ที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด EFI (Electronic Fuel Injection) แบบเดียวกับรถยุโรป ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-F คาร์บูเรเตอร์เดี่ยว 113 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE หัวฉีด EFi 128 แรงม้า

ที่มาของชื่อ “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม” นั้น มาจากชุดกระจังหน้า ไฟหน้า และกันชนหน้า โดย “หน้ายักษ์” คือโฉมแรก (แบบในภาพด้านบน) และ “หน้ายิ้ม” คือโฉมไมเนอร์เชนจ์

Toyota-Corona-ST191-JDM

11. Toyota Corona (AT190/AT191) “ท้ายโด่ง”

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2536 โดยช่วงวันแถลงข่าวเปิดตัวนั้น เป็นรถรุ่นแรกที่ลงทุนถ่ายทอดสดออก TV ช่อง 3 ด้วย! มาพร้อมรูปทรงอ้วนกลมน่ารัก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE ก่อนจะปรับโฉมกันอีกครั้ง ในภายหลังเพิ่มรุ่น Exsior ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัย พร้อมกับเปลี่ยนชุดแผงคอนโซลภายในใหม่

ที่มาของคำว่า “ท้ายโด่ง” “ท้ายแยก” มาจากด้านท้ายรถที่มีขนาดใหญ่ และดูยกขึ้นเล็กน้อย รับกับชุดไฟท้ายและแผงทับทิมที่ดูเรียบ ทำให้พ่อค้ารถมือสองขนานนามว่า “ท้ายโด่ง” และในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ย้ายจุดติดตั้งป้ายทะเบียนจากบริเวณกันชนมาอยู่บริเวณฝากระโปรงท้าย ก็ได้ชื่อว่า “ท้ายแยก”

Toyota-Camry-SXV10-AU

12. Toyota Camry (XV10) “ท้ายหงส์”

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2536 โดยเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลีย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE อีกทั้งยังมีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดด้วย แต่ Camry โฉมนี้ อะไหล่ตัวถังจะหายากหน่อย

ที่มาของคำว่า “ท้ายหงส์” มาจากในรุ่นโฉมไมเนอร์เชนจ์ บริเวณแผงทับทิมด้านหลัง จากของเดิมที่มีคำว่า “Camry” แบบเรียบๆ เมื่อไมเนอร์เชนจ์จึงเป็นแบบมีเส้นลดระดับเป็น 2 ชั้น พร้อมไฟถอยหลัง รับกับคำว่า “Camry” ด้านบน บรรดาเจ้าของเต็นท์รถมือสอง ไม่รู้คิดไง เอาไปเทียบกับรูปทรงของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เลยเป็นที่มาของคำนี้ …

Toyota-Camry-SXV20-AU

13. Toyota Camry (XV20) “ไฟท้ายตรง / ไฟท้ายไม้บรรทัด / ไฟท้ายย้อย”

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2541 โดยโฉมแรกยังเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลียเหมือนเดิม โดดเด่นด้วยการเล่นสีตัวรถแบบทูโทน เป็นโฉมเดียวของ Camry ที่ทำสีแบบนี้ ต่อมาเมื่อไมเนอร์เชนจ์ในปี 2542 จึงเริ่มประกอบในประเทศไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE และก็มีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดเหมือนเดิม

Toyota-Camry-SXV20-AU

ที่มาของคำว่า “ไฟท้ายตรง” “ไฟท้ายไม้บรรทัด” และ “ไฟท้ายย้อย” ก็ตรงตัวตามรูปแบบไฟท้ายด้านหลังเลยครับ

Toyota-Crown-MS60-JDM

14. Toyota Crown (S60/S70) “ปลากระโห้”

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) เจนเนอเรชั่นที่ 4 ในประเทศไทยเปิดตัวเมื่อประมาณปี 2515 โดยมีทั้งในรูปแบบ 4 ประตูซีดาน, 4 ประตูแวกอน รวมไปถึงแบบ 2 ประตูฮาร์ดท็อปที่หายากนัก เป็นรถที่หรูหรา แข็งแรงทนทาน เป็นที่นิยมของผู้ใหญ่ ผู้บริหาร และแท็กซี่ที่วิ่งรับ-ส่ง ในต่างจังหวัดอย่างมาก

ที่มาของคำว่า “ปลากระโห้” ก็ตรงหน้าตาที่ดูดุดัน เหมือนรถอเมริกันในยุคนั้นครับ

Toyota-Celica-TA22-JDM

15. Toyota Celica (TA22/TA23/RA23) “หน้าโหนก” หรือ “สาลิกา”

Toyota Celica ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูราคาประหยัด รูปทรงสไตล์ Hardtop แนวอเมริกันแบบย่อส่วน เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยประมาณปี 2514 มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 1.4 ลิตร รหัส T, ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T รวมไปถึงรุ่นพลังแรงอย่างตัว GT ที่ใช้เครื่องยนต์รหัส 2T-G และ Celica รุ่นนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เยอะมาก ทั้งรุ่นธรรมดา และในรุ่น Lift Back (LB)

ที่มาของคำว่า “หน้าโหนก” นั้นมาจากในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ฝากระโปรงหน้ามีโหนก กระจังหน้ารึงผึ้ง หรือ “สาลิกา” ที่แผลงมาจากชื่อรุ่น “Celica” (เซลิก้า) นั่นเอง

Toyota-Celica-ST185-JDM

16. Toyota Celica (ST185) “ปลาคาร์ฟ”

Toyota Celica เจเนอเรชั่นที่ 5 กลับมาพร้อมกับการเปิดเสรีนำเข้ารถยนต์ ช่วงปี 2534 ซึ่งในบ้านเรานั้น Toyota นำเข้าจากออสเตรเลีย แต่ก็มี Grey Market หลายเจ้า นำเข้ารถรุ่นนี้มาจากญี่ปุ่นด้วย โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Pop-Up มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE 135 แรงม้า ด้วยยอดขายที่ไม่มากนัก เพราะนำมาจำหน่ายช่วงปลายอายุของโฉมนี้ในตลาดโลกแล้ว

ที่มาของคำว่า “ปลาคาร์ฟ” (ซึ่งก็ไม่รู้ใครเป็นคนคิด) เข้าใจว่าคงจะเป็นที่รถรุ่นนี้ เคยเป็นรถที่เข้าแข่งในรายการ World Rally Championship (WRC) มาก่อน ตัวรถติดสติ๊กเกอร์ลวดลายเขียวแดง แลดูคล้ายกับปลาคาร์ฟก็เป็นไปได้ …

เอาล่ะครับ สำหรับบทความ “รวมฉายารถ Toyota สุดแปลกแหวกแนว” ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ก่อน สำหรับในตอนต่อไปนั้น จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับฉายารถอะไรบ้าง ติดตามต่อได้ใน CARRO Blog เร็วๆ นี้ครับ

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

แต่ถ้าใครจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ก็เอารถที่ไม่ขับแล้ว มาขายรถที่ CARRO สิ! เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย CARRO Blog)