Carro-Roojai-5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

หากพื้นที่จอดรถไม่มีหลังคาที่จอดรถ หลายคนมักจะคิดว่าขอจอดรถใต้ต้นไม้เพราะได้จอดรถในร่ม ยังไงก็ดีกว่า แต่นั่นอาจไม่จริงเสมอไปเพราะมันอาจมีภัยที่ทำร้ายกับรถของคุณมากกว่าข้อดีที่แค่ช่วยให้รถไม่ต้องตากแดดร้อน ๆ

Roojai.com จึงอยากพาผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนได้ “เบิกเนตร” เห็นความจริงของภัยร้ายข้อเสียเมื่อคุณเลือกจอดรถใต้ต้นไม้ ยิ่งจอดทิ้งไว้นาน ๆ ก็จะยิ่งส่งผลเสียกับรถของคุณโดยเฉพาะเรื่องของความเงางามของสีรถ และมากกว่านั้น ต่อไปนี้คือ 5 เหตุผลที่เราไม่อยากให้คุณนำรถไปทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ ไม่ว่าจะต้นไหนที่ไหน จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

เมื่อจอดรถใต้ต้นไม้ ไม่ได้ปกป้องสีรถของคุณ

จะเรียกว่าเป็น “ความเชื่อ การทำตาม หรือสัญชาตญาณ” ของผู้ใช้รถที่มักนิยมว่าการจอดรถใต้ต้นไม้นั้นเหมือนเป็นการช่วยปกป้องรถ ทั้งสีรถก็ดี ชิ้นส่วนภายในของรถก็ดีที่ไม่ต้องจอดกลางแดดร้อน ๆ จอดใต้ต้นไม้ยังไงก็ดีกว่า จอดรถตากแดด ปล่อยให้ต้องร้อน ข้อนั้นดีแน่นอนถ้ารถได้จอดไว้ในที่จอดซึ่งมีหลังคาที่จอดรถคลุมเป็นกิจจะลักษณะ นั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับรถของคุณ แต่การที่อาศัย จอดรถในร่ม ด้วยร่มไม้จากต้นไม้อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีในการช่วยรักษารถของคุณได้มากเท่าไร

ข้อเสียมากมายของร่มไม้ที่เมื่อคุณจอดรถ หลายคนอาจไม่รู้หรือลืมสังเกต มารู้อีกทีร่มไม้ที่คุณว่าช่วยให้รถของคุณไม่ต้องทนกับการตากแดดร้อน ๆ ก็กลับทำร้ายรถของคุณให้เสียหายจนเกินเยียวยาอย่างไม่คาดคิดแล้ว และต่อไปนี้คือเหตุผลที่เราไม่อยากให้คุณจอดรถไว้ใต้ต้นไม้

1. ยางต้นไม้ ทำลายสีรถของคุณมากกว่าที่คิด

เมื่อคุณหวังให้ต้นไม้บังแดดสำหรับการจอดรถของคุณ แน่นอนว่าทุกคนคงไม่เดินไปดูหรอกใช่มั้ยว่าต้นไม้ที่รถไปจอดนั้นเป็นต้นอะไร จะมียางต้นไม้ มีอะไรจะหยดใส่รถหรือเปล่า และนี่คือความจริงที่ต้องรู้ว่าภัยจากยางไม้คือศัตรูร้ายตัวฉกาจของสีรถ หยดใส่รถทีถ้าไม่ล้างให้ดีให้สะอาดแล้วปล่อยทิ้งไว้พาแต่จะกลายเป็นคราบฝังลึกขัดออกยาก หรือแย่กว่านั้น! คือขัดไม่ออก จนกลายเป็นตราบาปที่ติดรถของคุณไปตลอด และวิธีขัดสีรถ วิธีเดียวที่จะทำให้รถดูดีได้เหมือนเดิมก็คือการทำสีเป็นทางออกสุดท้าย

5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

2. ขี้นกก็ร้ายต่อสีรถไม่น้อย

“นี่ก็ร้าย” พอกัน สำหรับคราบขี้นก หยดใส่หัวยังล้างได้ แต่ถ้าใส่สีรถแล้วคุณไม่รีบล้าง มันคือฝันร้ายของสีรถอย่างแท้จริง นี่ยังเป็นกรณีที่คุณสังเกตเห็นนะ ถ้าดันมาหยดมาขี้ใส่ในส่วนที่คุณไม่ทันสังเกตแล้วปล่อยทิ้งไว้นาน มันก็อาจทำให้คุณต้องกุมขมับกันได้เลยถ้าจะขัดให้ออกที

5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

3. เศษกิ่งไม้ หล่นใส่รถจนกลายเป็นลักยิ้ม

นี่เราไม่ได้หมายถึงกิ่งใหญ่ ๆ นะ เป็นแค่เศษกิ่งเล็ก ๆ หรือตัวเมล็ด แค่นี้ก็ร้ายพอที่จะทำให้รถของคุณ “บุบ” เป็นริ้วรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะส่วนของหลังคา ส่วนของฝากระโปรงซึ่งเป็นพื้นที่รองรับแรงตกกระแทกเต็ม ๆ เมื่อนำรถไปจอด ซึ่งมันอาจทำให้รถของคุณเป็นรอยบุบลักยิ้มเล็ก ๆ ที่แก้ได้ยาก วิธีขัดสีรถต่าง ๆ ก็อาจช่วยไม่ได้และอาจเป็น “งานใหญ่” จนถึงขั้นทำสีรถในส่วนนั้น ๆ ใหม่ได้เลย

4. น้ำฝน ที่นำมาสู่คราบฝังลึก

เรารู้ว่าพื้นที่จอดรถอย่าง ต้นไม้ หรือ ลานจอดรถ ไม่สามารถช่วยบังน้ำฝันได้เต็ม ๆ ยังไงรถก็เปียกอยู่ดี แต่ข่าวร้ายก็คือการจอดรถใต้ต้นไม้ในตอนที่ฝนตก น้ำฝนจะชะล้างคราบยางของต้นไม้ลงมาโดนสีรถคุณด้วย จนกลายเป็นคราบเมื่อรถแห้งและล้างออกยาก ซึ่งจะว่าไปจอดรถที่โล่ง ๆ กลางฝนยังดีกว่าซะอีก

5-Bad-Reasons-Parking-Car-Under-The-Trees

5. สัตว์เลื้อยคลาน

จอดรถใต้ต้นไม้นาน ๆ คุณกลับมาใช้รถทีอาจมีเพื่อนร่วมทางไม่รู้ตัว พวกสัตว์เลื้อยคลานอาจอาศัยรถของคุณเป็นที่พักหลบฝน จะงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตะขาบ หนู หรือแม้กระทั่ง มด อาจนัดกันไปรวมตัวทำรังอยู่ที่รถคุณก็เป็นได้ มีต้นไม้ก็ต้องมีดินอยู่รอบ ๆ และพื้นที่เป็นดินซึ่งคุณใช้เป็นที่จอดรถ ก็คือเส้นทางให้พวกสัตว์เหล่านั้นไปหารถคุณ

พื้นที่จอดรถ และวิธีที่จะช่วยดูแลรถคุณได้อย่างแท้จริง

  • จอดรถในร่ม ในที่สำหรับจอดซึ่งเป็นหลังคาที่จอดรถที่บังแดด ไม่ใช่ร่มไม้
  • เลี่ยงการจอดรถบนพื้นที่เป็นดิน เพื่อช่วยป้องกันรถเป็นที่พักอาศัยของพวกสัตว์ทั้งหลาย
  • ถ้าต้องจอดรถตากแดดนาน ๆ ใช้ม่านบังแดดเพื่อลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร
  • ถ้าสังเกตเจอคราบยางไม้หรือขี้นกให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
  • ถ้าต้องจอดรถกลางแดดเป็นประจำ ควรเลือกใช้ฟิล์มกันแดดที่มีคุณภาพ สามารถกันความร้อนได้จริง

เพียงเท่านี้การใช้รถของคุณเมื่อต้องจอดรถที่ไหนก็จะเหมือนเป็นการดูแลรถได้ ด้วยเทคนิคและสิ่งที่ควรเลี่ยงที่เรานำมาฝาก จะช่วยป้องกันการทำร้ายรถของคุณในทางอ้อมได้เป็นอย่างดี และถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่รักรถ ก็ย่อมต้องการการคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์คุณภาพใช่มั้ยล่ะ? เลือกประกันรถยนต์ออนไลน์จาก Roojai.com ที่มาพร้อมกับตัวเลือกในการคุ้มครองมากมายซึ่งคุณสามารถปรับแต่งแผนได้เอง เลือกได้ตามที่เหมาะกับการใช้งานรถของคุณ รู้ใจกว่า ประหยัดกว่า ที่สำคัญผ่อนได้ ไม่ง้อบัตรเครดิต ถูกใจคนรักรถทุกคนอย่างแน่นอน คลิกเช็คราคาประกันรถยนต์ออนไลน์ที่นี่ได้เลย

Why-Pearl-Color-Expensive-More-Other-Colors

ถ้าจะให้ย้อนกลับในอดีต “รถสีขาว” เป็นรถที่คนส่วนใหญ่มักไม่นิยมกัน เพราะจะมองเป็นรถบริษัท หรือรถสำหรับใช้งานในหน่วยงานต่างๆ อีกทั้งการดูแลรักษาที่ค่อนข้างยุ่งยาก มองเห็นคราบสกปรกได้ง่าย และสีขาวจะหมองไว เปลี่ยนสีไปเป็นออกเหลืองๆ บวกกับเวลาซ่อมสี จะสังเกตได้ง่ายว่าสีบนพื้นผิวรถไม่เท่ากัน จึงต้องจ่ายค่าทำสีมากกว่าเดิม คนจึงไม่นิยมกันเท่าไหร่

ผิดกับทางฝั่งญี่ปุ่น “รถสีขาว” ได้รับความนิยมอย่างสูงมาตั้งแต่ในอดีต ที่ภายหลังพัฒนาจากสีขาวธรรมดาๆ ให้มาเป็น “สีเมทัลลิค” (Metallic) หรือ “สีมุก” (Pearl) อีกด้วย ซึ่งเพิ่มความสวยงามกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ดูมีเปล่งประกายเวลาสะท้อนกับแสงแดด

แต่วันนี้ MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟัง ว่าทำไม “สีขาวมุก” หรือสีพิเศษบางสี ราคาถึงต้อง “จ่าย” เพิ่มแพงกว่า

Why-Pearl-Color-Expensive-More-Other-Colors

กรรมวิธีการผลิตสีรถยนต์ โดยทั่วไปแล้วจะมีอยู่ 3 แบบ คือ

1. Solid Color – คือ การพ่นสีตัวถังแบบทั่วไป มีต้นทุนไม่แพง เนื้อสีจะมันวาวในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่สะท้อน ออกเรียบๆ ทึบๆ โดยพ่นสีเพียงแค่ชั้นเดียว มักนิยมในรถรุ่นพื้นฐาน หรือรถกระบะส่งของ เป็นต้น

2. Metallic Color – เป็นสีผสมผงโลหะ ที่เรียกว่า Metallic ปกติเเล้วตัวสีไม่มีความเงางาม แต่จะพ่นแล็กเกอร์เคลือบอีกหนึ่งชั้น เพื่อให้เกิดความเงางาม แวววาว ดูสีมีเม็ดประกาย และป้องกันผงโลหะเหล่านั้นหลุดร่อน

3. Pearl Color – มีขั้นตอนการพ่นสีหลายชั้น เช่น สีขาวมุก สีดำมุก ก็ต้องพ่นสีขาวธรรมดาก่อน แล้วเคลือบเงาด้วยการพ่นสีเมทัลลิก ทับเนื้อสีขาว ซึ่งอาจจะต้องพ่นกันหลายครั้งเพื่อให้เกิดประกายมุก แวววาว ซึ่งจะต่างจากสีอื่นที่สามารถผสมสี แล้วพ่นทีเดียวได้เลย แล้วจึงค่อยพ่นสีเคลือบเงาทับเป็นขั้นตอนสุดท้ายจนเงางามเวลาสะท้อนเเสงเกิดประกายมุก

Why-Pearl-Color-Expensive-More-Other-Colors

ในบ้านเรา ผมจำได้ว่ารถสีขาวมุก เริ่มบูมแรกๆ ในช่วงเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วที่ทาง Honda ทำ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ออกมาขายพร้อมกับสีขาวมุก และเป็นที่นิยมอย่างมาก จนรถยนต์หลายๆ ยี่ห้อ ต้องทำสีขาวมุกออกมาขายกันเป็นแถว เลยยิ่งทำให้รถสีขาวมุกได้รับความนิยม จนกลายเป็นสีมาตรฐานที่มีให้เลือกในรถหลายยี่ห้อจนถึงทุกวันนี้ และก็มีผู้คนนิยมจำนวนมาก แม้ว่าจะต้องจ่ายเงินเพิ่มจากปกติ 6,000 – 15,000 บาท ก็ตาม

Why-Pearl-Color-Expensive-More-Other-Colors

แต่การใช้รถสีขาวมุกแล้ว การดูแลรักษารถที่ดีก็มีส่วนสำคัญในสีรถมีความสดใสยาวนาน วิธีง่ายๆ คือการล้างรถที่ถูกวิธี ไม่จอดรถตากแดดจัดๆ เป็นเวลานาน หรือจอดรถตากน้ำค้าง ตากฝน หรือใต้ต้นไม้ที่มีน้ำยาง เช่น มะม่วง แค่นี้สีรถของคุณ ไม่ว่าจะเป็นสีธรรมดา สีเมทัลลิก หรือสีมุก ก็พร้อมให้คนมาชื่นชมแล้วล่ะครับ

The-All-New-Mazda3-2019

สำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่า ขายรถที่ไหนดี? เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Choose-Car-For-Your-Life

เลือกสีรถ ตรงกับวันเดือนปีเกิดคุณ ถูกโฉลก ถูกใจ ขับแล้วรุ่ง ขับแล้วรวย

ในปี 2562 นี้ อาจจะเป็นที่หลายๆ คน เจอทั้งเรื่องดีๆ และเรื่องมรสุม ซึ่งบางคนอาจจะเชื่อในเรื่องของโชคชะตา อาจจะคิดว่าสิ่งของบางอย่าง ส่งผลในเรื่องของโชคชะตาของเราได้

หลายคนคงกำลังมองหาของขวัญชิ้นใหญ่อย่าง “รถยนต์” ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ป้ายแดง หรือจะเป็นรถมือสองก็ตาม ซึ่งบางคนก็อาจจะคิดแล้วล่ะว่า จะเลือกสีรถที่ถูกโฉลก ด้วยสีอะไรดี?

ตามความเชื่อของคนไทย ที่ชื่นชอบสีรถเป็นที่มงคลกับวันเกิดของตัวเอง MR.CARRO จึงขอนำเสนอข้อมูลสำหรับการเลือกรถสีไหน ให้ถูกโฉลกกับ วัน เดือน ปีเกิด ของคุณ!

Choose-Car-For-Your-Life

วันอาทิตย์ สีรถถูกโฉลก คือ

แดง ม่วงเปลือกมังคุด – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ขาว ครีม ดำ – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
เขียว บรอนซ์ เทา ทอง – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันจันทร์ สีรถถูกโฉลก คือ

เขียว – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ส้ม เหลืองแก่ ดำ ฟ้า – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
น้ำเงิน ทอง ชมพู ม่วงเปลือกมังคุด – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันอังคาร สีรถถูกโฉลก คือ

ดำ – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ม่วงแก่ ทอง แสด น้ำตาล – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
บรอนซ์ เทา แดง ชมพู เขียว – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันพุธ (กลางวัน) สีรถถูกโฉลก คือ

น้ำเงิน ฟ้า ทอง ม่วงแก่ น้ำตาล – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
เทา บรอนซ์ ม่วงแก่ – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
ขาว ดำ เขียว เหลืองอ่อน – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันพุธ (กลางคืน) สีรถถูกโฉลก คือ

แดง น้ำตาล – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
ดำ เทา บรอนซ์ น้ำตาล – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
ชมพู ม่วงแก่ น้ำเงิน ฟ้า – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันพฤหัสบดี สีรถถูกโฉลก คือ

ฟ้า – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
แดง ส้ม ทอง – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
ขาว เขียว บรอนซ์ เทา – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันศุกร์ สีรถถูกโฉลก คือ

น้ำตาล – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
แดง ทอง ชมพู ฟ้า น้ำเงิน- ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
เขียว ดำ เหลือง – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

วันเสาร์ สีรถถูกโฉลก คือ

เทา บรอนซ์ – ส่งเสริมอำนาจ วาสนา
น้ำเงิน ฟ้า ดำ ม่วงแก่ – ส่งเสริมโชคลาภ เงินทอง
แดง ชมพู ทอง เหลือง – มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

สำหรับสีรถต้องห้าม หรือสีรถที่เป็นกาลกิณี สำหรับคนที่เกิดวันต่างๆ มีดังต่อไปนี้

คนที่เกิดวันอาทิตย์ สีรถต้องห้ามคือ สีฟ้า น้ำเงิน
คนที่เกิดวันจันทร์ สีรถต้องห้ามคือ สีแดง
คนที่เกิดวันอังคาร สีรถต้องห้ามคือ สีขาว สีครีม
คนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) สีรถต้องห้ามคือ สีชมพู สีแสด
คนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) สีรถต้องห้ามคือ สีส้ม สีทอง
คนที่เกิดวันพฤหัสบดี สีรถต้องห้ามคือ สีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน
คนที่เกิดวันศุกร์ สีรถต้องห้ามคือ สีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง
คนที่เกิดวันเสาร์ สีรถต้องห้ามคือ สีเขียว สีแสด

แต่การเลือกสีรถที่ถูกใจคุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถสีไหนก็ตาม การขับรถด้วยความปลอดภัย มีน้ำใจแก่เพื่อนร่วมท้องถนน ก็ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับการใช้รถในถนน นะครับ …

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ

5-Reasons-to-Car-Wash-In-Rainy-Season

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนทีไร ฝน กับ รถ ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่นัก เพราะหากฝนตกหนักๆ น้ำท่วม ขับรถไปลุยน้ำแล้ว เดี๋ยวรถก็มีปัญหาเสียกลางทาง หรือน้ำเข้ารถอีก

Car-Wash-In-Rainy-Season

ก็ในเมื่อฝนตกแทบทุกวันแบบนี้ แล้วจะต้องเสียเวลาล้างรถไปอีกทำไม? ปล่อยรถเลอะคราบดิน คราบโคลน คราบน้ำสกปรกแบบนี้ไป เดี๋ยวค่อยรวบยอด ไว้ล้างตอนสิ้นเดือนก็ได้

นับเป็นความเชื่อที่ผิดเลยครับ เพราะว่า ฝนยิ่งตก ยิ่งต้องล้างรถครับ Carro จะมาอธิบายถึง 5 เหตุผล ว่าทำไม “ฤดูฝน” ถึงต้องล้างรถบ่อยขึ้นครับ …

มลพิษ

Car-Wash-In-Rainy-Season

ภาพจากคุณ Thanasak Techawong‎

เป็นที่ทราบกันดีครับ ว่าน้ำฝนในกรุงเทพฯ ในเมืองที่มีมลพิษเยอะ ควันพิษเยอะ น้ำฝนย่อมมีฤทธิ์เป็นกรด กัดกร่อนสีรถของเราให้หม่นหมอง ไม่เงางาม คุณจึงจำเป็นต้องล้างรถครับ

แสงแดด

Car-Wash-In-Rainy-Season

อีกทั้งเมื่อขับรถลุยฝนมาแล้ว อย่าจอดรถตากแดด ยิ่งเจอแดดบ้านเราด้วยแล้ว สีรถยิ่งไปไวกว่าเดิมอีก เพราะแสงแดดจะทำให้คราบน้ำฝนแห้ง เป็นคราบฝังตัวแน่น ติดกับเนื้อกระจกรถ ตัวถังรถ และอาจกัดลงลึกลงถึงเนื้อสีได้

ใต้ต้นไม้

Car-Wash-In-Rainy-Season

การจอดรถไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็ถือว่าเป็นการให้ร่มเงาแก่รถ แต่ในเวลาที่ฝนตก หรือมีลมแรง เศษใบไม้ กิ่งไม้ รวมไปถึงละอองน้ำยางจากต้นไม้ (เช่น ใต้ต้นมะม่วง ต้นขนุน) จะร่วงหล่นลงมาทำความเสียหายให้กับสีรถของคุณ และตัวถังรถของคุณได้ จึงควรล้างรถให้สะอาด

ผ้าแห้ง

Car-Wash-In-Rainy-Season

หลังจากที่จอดรถตากฝนแล้ว ไม่ควรใช้ผ้าแห้ง หรือผ้าขี้ริ้ว เช็ดบนตัวรถโดยทันที! เพราะเป็นสาเหตุก่อให้เกิดรอยบนตัวรถได้ ให้ฉีดน้ำสะอาดล้างที่ตัวรถไปก่อน เป็นการล้างเศษทราย โคลน ที่เกาะอยู่บนตัวถังรถ

เคลือบสีรถ

Car-Wash-In-Rainy-Season

สิ่งสำคัญในท้ายที่สุด นั่นคือ การเคลือบสีรถ เพราะนอกจากจะนำให้รถเงางามแล้ว ยังช่วยป้องกันคราบน้ำฝนเกาะตัวเป็นเม็ดบนตัวถัง จึงช่วยลดการเกิดคราบน้ำบนตัวถัง และทำให้ล้างรถได้ง่ายขึ้น

ในการล้างรถ สิ่งสำคัญก็คือ ควรล้างรถในที่สว่างๆ ครับ ไม่ควรล้างตอนเย็นๆ ค่ำๆ หรือที่มืดๆ เพราะอาจจะทำให้ล้างหรือเช็ดได้ไม่หมดทุกจุด และอาจจะทำให้รถของคุณเกิดสนิมได้ เพียงแค่ล้างรถบ่อยๆ รถของคุณก็จะเงางามไปอีกยาวนานทุกฤดูแล้วครับ