10-Super-Strong-Cars-For-Prime-Minister-And-President

ในโลกผุๆ ของเราใบนี้ มีประเทศอยู่ด้วยกันมากเกือบถึงสองร้อยประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีลักษณะทางกายภาพ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ลักษณะประชากรที่แตกต่างกันไป บางประเทศ อาจเป็นเพียงแค่เกาะเล็กๆ แต่เป็นที่จับจ้องของคนทั่วโลก หรือบางประเทศ อาจไม่ใช่ประเทศที่พัฒนา แต่ผู้นำกลับมีความยิ่งใหญ่จนได้ใจคนทั้งโลก หรือจะเป็นจอมเผด็จการ ที่คนรังเกียจทั้งโลกก็มี

ด้วยความแตกต่างเหล่านี้ เมื่อผู้นำของประเทศนั้นๆ ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ หรือออกต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง อีกสิ่งหนึ่งที่ให้ความสะดวกสบาย และปกป้อง “ท่านผู้นำ” ให้พ้นภัยจากผู้ปองร้ายได้ตลอดเวลาการเดินทาง นั่นคือ “รถยนต์ประจำตำแหน่ง” นั่นเอง ซึ่งแต่ละประเทศ ต่างก็จัดหารถที่มีคุณสมบัติเป็น “ที่สุด” สำหรับคนสำคัญนี้

MR.CARRO ขอพาทุกท่านไปดูกันว่า 10 รถประจำตำแหน่งสุดแกร่ง ที่ผู้นำทั่วโลกใช้งานกันนั้น จะมีรุ่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง …

Aung-San-Suu-Kyi-Myanmar-Cars

1. พม่า (หรือ เมียนมา)

สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า หรือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นับเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 40 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ใน ASEAN เป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดเราที่สุด และมีพรมแดนเชื่อมต่อกันยาวที่สุด อีกทั้งยังมีอะไรหลายสิ่งที่คล้ายกันด้วย เช่น พิธีกรรมทางศาสนา ประเพณี ลัทธิความเชื่อต่างๆ และทหาร เป็นต้น

หากพูดถึงผู้นำพม่าแล้ว ชาวโลกก็ต้องนึกถึงหญิงแกร่งผู้นี้เป็นอันดับหนึ่ง นั่นคือ อองซานซูจี (Aung San Suu Kyi) ที่ปรึกษาแห่งรัฐ (ตำแหน่งเทียบเท่ากับประธานาธิบดี – State Counsellor) และแกนนำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) แม้ว่าตอนนี้เธอจะถูก พล.อ. มิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำกองทัพเมียนมาทำรัฐประหาร และยึดอำนาจการปกครอง ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ก็ตาม

แม้ว่ารถประจำตำแหน่งของหญิงเหล็กอย่าง อองซานซูจี จะไม่แน่ชัดว่าใช้รถคันใดเป็นรถประจำตำแหน่งหลักๆ แต่รถที่เธอมีโอกาสได้นั่ง มักจะเป็นรถยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่น อย่าง Toyota Mark II, Mitsubishi Pajero หรือ Toyota Land Cruiser เป็นต้น

Cadillac-One-Presidential-State-Car-USA

2. สหรัฐอเมริกา

ประเทศที่มักยกตัวเองเป็นเจ้าโลก เป็นตำรวจโลก เป็นผู้นำโลก รวมไปถึงประเทศที่เป็นบ้านของผู้คนหลายวัฒนธรรม และความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ ประเพณี จนถูกนิยามให้เป็น Melting Pot ที่ทุกคนนึกถึงอย่าง สหรัฐอเมริกา ที่มีเนื้อที่ประเทศใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

และเพิ่งได้ประธานาธิบดีคนใหม่ล่าสุดมาหมาดๆ นั่นคือ Joe Biden (โจ ไบเดน) ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46 ตัวแทนพรรคเดโมแครต

ส่วนรถประจำตำแหน่งของประธานาธิบดี (Presidential State Car) ของ USA แน่นอน ต้องเป็นรถยนต์ Cadillac One (คาดิแลค วัน) หรือ Limo One ที่ได้ฉายาอื่นๆ อีกว่า The Beast (อสูรร้าย), First Car และ Stagecoach

เผยโฉมเมื่อ 24 กันยายน 2018 และใช้งานตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดี Donald Trump (โดนัลด์ ทรัมป์) ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษ จนดูเหมือนรถถังขนาดย่อมๆ เพราะใช้พื้นฐานของรถบรรทุก GMC TopKick ในเครือ GM นั่นเอง สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือ 45 ล้านบาท)

ตัวรถมีน้ำหนักราวๆ 6.8 – 9.1 ตัน มาพร้อมกระจกกันกระสุนหนา 5 นิ้ว ภายในรถบรรจุอาวุธต่างๆ เช่น ปีนลูกซอง, แก๊สน้ำตา พร้อมถังออกซิเจน รวมถึงถุงเลือดที่มีกรุ๊ปเลือดตรงกับของประธานาธิบดี ยางรันแฟลต, ระบบปล่อยควันอำพราง, ระบบ Night Vision และถังน้ำมันหุ้มฉนวนกันระเบิดและไฟไหม้

ห้องโดยสารภายในบุวัสดุภายในหนาถึง 8 นิ้ว มีกระจกกั้นกลาง สามารถเปิด-ปิด ได้เฉพาะประธานาธิบดีเท่านั้น แบ่งส่วนแยกระหว่างคนนั่งด้านหลังและคนขับ ซึ่งคนที่จะขับรถคันนี้ ต้องเป็นสายลับฝึกฝนมาอย่างดีจากหน่วย CIA พร้อมระบบสื่อสารครบถ้วน ทั้งระบบ Navigator, โทรศัพท์ผ่านดาวเทียม สามารถเชื่อมต่อไปถึงรองประธานาธิบดี และเพนตากอน

Hongqi-L5-China

3. จีน

นี่ก็นับเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก เป็นประเทศคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีพลเมืองเชื้อสายจีนกระจายไปอยู่ทั่วโลกอีก นั่นคือ จีน หรือ สาธารณรัฐประชาชนจีน นั่นเอง

ผู้นำสูงสุดของจีน นั่นคือ สีจิ้นผิง ที่ครองตำแหน่งทั้งประธานาธิบดี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2013 ตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ที่ก้าวขึ้นมาเทียบชั้นประธานเหมา เจ๋อตุง ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทีเดียว

และรถของผู้นำระดับนี้ ก็ต้องสมศักดิ์ศรีพญามังกร ด้วย Hongqi L5 ซึ่งผลิตโดย FAW Group หรือ First Automobile Works ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีนซึ่งเป็นรถยนต์ที่แพงที่สุดในจีน โดย หงฉี ในภาษาจีนกลางนั้นแปลว่า “ธงแดง” มีราคาสูงถึง 5 ล้านหยวน และยังคงความเป็นรถยนต์ที่ดีไซน์แบบย้อนยุคแบบรุ่นแรกที่ผลิตในปี 1958 ซึ่งได้แบบมาจากรถยนต์ของสหภาพโซเวียต และรถอเมริกันจากค่าย Chrysler (แบรนด์ Imperial)

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งขนาด 4.0 ลิตร แบบ V8 Twin Turbo 381 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และขนาด 6.0 ลิตร แบบ V12 ลิตร 408 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Toyota-Century-Japan

ภาพจาก Ethical & LifeHack

4. ญี่ปุ่น

มาถึงประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่ได้ชื่อว่าคนไทยชอบไปเที่ยวมากที่สุดอีกแห่งในโลกใบนี้ มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย รวมไปถึงเทคโนโลยีอันล้ำหน้า และแบรนด์ยี่ห้อรถดังๆ ทั้งหลาย ที่มีขายในบ้านเราไง

อีกทั้งยังมีนายกรัฐมนตรีมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก นับตั้งแต่ในยุคเมจิ มาจนถึงยุคเวะ มีมาแล้ว 62 คน ใน 96 คณะรัฐมนตรี ซึ่งคนปัจจุบันได้แก่ Yoshihide Suga (โยชิฮิเดะ ซูงะ) เป็นนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่คนแรกในยุคเรวะ

และรถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แน่นอนว่าต้องเป็นรถญี่ปุ่น นั่นคือ Toyota Century (โตโยต้า เซ็นจูรี่) รุ่นล่าสุด แบบกันกระสุน และ Lexus LS600hL (เลกซัส แอลเอส) แบบกันกระสุน ซึ่ง Lexus ได้เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ในยุคที่ Shinzo Abe (ชินโซ อาเบะ) กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ ในปี 2015 ที่ผ่านมา

Mercedes-Benz-S600-Pullman-Guard-North-Korea

5. เกาหลีเหนือ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ประเทศที่ชาวโลกมักพูดถึง (ในทางที่ไม่ดี) อยู่เสมอ และยังคงเป็นประเทศที่มีระบอบคอมมิวนิสต์ ขับเคลื่อนประเทศโดยพรรคแรงงานแห่งเกาหลี บูชาลัทธิจูเช่ (Juche) เน้นเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตัวเอง แต่กลับมีการสถาปนาผู้นำประเทศแบบสืบทอดทางสายเลือด! (แปลกมั้ยล่ะ) ซึ่งคนปัจจุบัน คือ Kim Chong Un (คิมจองอึน) พร้อมกับลัทธิบูชาบุคคลตระกูลคิม และยังเป็นประเทศที่มีเสรีภาพของพลเมืองต่ำที่สุดในโลก

แม้ว่าเกาหลีเหนือจะยากจนอย่างแสนสาหัสเพียงใด บรรดาครอบครัวตระกูลคิมและผู้นำพรรคแรงงานแห่งเกาหลี ก็ต้องกินดีอยู่ดีไว้ก่อน ดูได้จากรสนิยมของท่านผู้นำเกาหลีเหนือ ตั้งแต่ประธานาธิบดี คิมอิลซุง ผู้เป็นปู่ของ คิมจองอึน ที่นิยมชมชอบรถเยอรมนีมาก

และรถประจำตำแหน่งของผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน ยังใช้ Mercedes-Benz S600 Pullman Guard (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-600 พูลแมน การ์ด) แบบกันกระสุนและกันระเบิด และ Maybach S62 (มายบัค เอส 62) ซึ่งบริษัท Daimler AG ผู้ผลิตรถ Mercedes-Benz ก็ยังงงเลยว่า ไม่ได้ทำธุรกิจใดๆ กับเกาหลีเหนือ แต่ซื้อมาใช้ได้อย่างไร!

Hyundai-Equus-Stretch-Edition-South-Korea

6. เกาหลีใต้

มาดูอีกหนึ่งฝั่งของเกาหลี ที่เป็นประชาธิปไตยจ๋าบ้าง อย่าง สาธารณรัฐเกาหลี หรือ เกาหลีใต้ ที่หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1948 คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งเป็นสองส่วนโดยเส้นละติจูดที่ 38 องศาเหนือ (มักเรียกว่าเส้นขนาน 38) ได้สหรัฐอเมริกาเข้ามาดูแลเกาหลีใต้ พร้อมจัดการปกครองแบบประชาธิปไตย

ในส่วนของผู้นำประเทศ เกาหลีใต้นั้นมีการเปลี่ยนประธานาธิบดีอยู่หลายครั้ง แต่ประธานาธิบดีหลายคน ก็มักจะติดคุกด้วยข้อหาคอรัปชั่นอยู่เสนอ ซึ่งก็น่าแปลกมาก สวนทางกับการพัฒนาประเทศที่ล้ำยุคไปไกลมากๆ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เทคโนโลยี รวมไปถึงในด้านภาพยนตร์ก็ตาม

สำหรับรถประจำจำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ตอนนี้ มีใช้อยู่ด้วยกันหลายคัน อาทิ Mercedes-Benz S600 Pullman Guard (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-600 พูลแมน การ์ด) แบบกันกระสุนและกันระเบิด, Hyundai Equus Stretch Edition (ฮุนได อีคุส สแทช เอดิชั่น) หรือ Genesis EQ900 (เจเนซิส อีคิว 900) และ Hyundai Nexo (ฮุนได เน็กซ์โซ) เป็นต้น

BMW-Series-7-Singapore

7. สิงคโปร์

ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นเกาะเล็กๆ แต่กลับโดดเด่นที่สุดใน ASEAN ทั้งในความเป็นศูนย์กลางทางการเงิน ที่ก้าวขึ้นมาเป็น Top 3 ด้านการเงินระดับโลกในเวลาเพียง 50 ปี ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า การปกครอง และการท่องเที่ยว รวมถึงเป็นแหล่งรวมบริษัทสตาร์ทอัพเอาไว้มากมาย ซึ่ง CARRO ก็เป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่เกิดในประเทศนี้

แม้ว่าสิงคโปร์ จะมีตำแหน่งประธานาธิบดีก็ตาม แต่อาจจะไม่ได้เด่นเท่านายกรัฐมาตรีของประเทศนี้ อย่าง Lee Hsien Loong (ลี เซียนลุง) ผู้เป็นลูกชายของผู้ก่องตั้งประเทศเล็กๆ แห่งนี้อย่าง Lee Kuan Yew (ลีกวนยู) ที่ใช้ความสามารถและความเด็ดขาด นำพาเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีทรัพยากรอะไร เคยยากจนกว่าไทย น้ำกินก็ต้องซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าระดับโลกได้

รถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ มีด้วยกันหลายคัน อาทิเช่น Lexus LS (เลกซัส แอลเอส) หรือ BMW Series-7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7) รุ่น 750Li เป็นต้น

Jaguar-XJ-LWB-Sentinel-UK

8. อังกฤษ

ประเทศอังกฤษ หรือ สหราชอาณาจักร ในอดีตขึ้นชื่อว่าเป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าอาณานิคมที่ปกครองดินแดนในทวีปอเมริกาเหนือ แคริบเบียน แอฟริกา ออสเตรเลีย โอเชียเนีย และเอเชียหลากหลายพื้นที่ จนได้ชื่อว่าเป็นจักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน ป็นผลให้มรดกทางการเมือง กฎหมาย ภาษา และวัฒนธรรมของอังกฤษ แผ่ขยายไปในทั่วโลกในเวลาต่อมา

ในปัจจุบัน อังกฤษ มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2เป็นพระมหากษัตริย์ และมี Boris Johnson (บอริส จอห์นสัน) หัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2019

รถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในปัจจุบันใช้ Jaguar XJ LWB Sentinel (จากัวร์ เอ็กซ์เจ เซนติเนล) แบบกันกระสุนและกันระเบิด เป็นต้น

Audi-A8-L-Security-Germany

9. เยอรมนี

อีกหนึ่งประเทศผู้นำหลายๆ ด้านในยุโรป อย่าง สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ที่เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในสหภาพยุโรป เป็นประเทศผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี หรือเศรษฐกิจ เป็นต้น และเป็นประเทศที่คนไทยพูดถึงกันอย่างมากอีกด้วย (อยากรู้ ไปหาข่าวอ่านกันเอาเอง)

นายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ก็ได้ชื่อว่าเป็นหญิงเหล็กอีกคนหนึ่ง สำหรับ Angela Merkel (อังเกลา แมร์เคิล) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนีตั้งแต่ปี 2005 เป็นผู้นำของพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียนตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2018 เกิดในประเทศเยอรมนีตะวันตก แต่ไปโตในประเทศเยอรมนีตะวันออก จบปริญญาเอกปรัชญาสาขาควอนตัมเคมี และทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์จนถึงปี 1989 ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางการเมือง

ด้านชีวิตส่วนตัวของหญิงเหล็กผู้นี้ เธอเป็นคนติดดิน แม้แต่บ้านพักก็ยังอยู่ในอพาร์ทเมนท์ของสามี แทนที่จะพำนักในอาคารสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนรถประจำตำแหน่ง ในปัจจุบันใช้ Audi A8 L Security (ออดี้ เอ 8 แอล ซิเคียวริตี้) แบบกันกระสุนและกันระเบิดมือ บนน้ำหนักตัวรถเกือบ 4 ตัน

Aurus-Senat-Russia

10. รัสเซีย

Soviet Union (สหภาพโซเวียต) จากประเทศที่ได้ชื่อว่า เป็นประเทศคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมี สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย เป็นสาธารณรัฐที่ใหญ่ที่สุด มีประชากรมากที่สุด และมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูงสุดในอดีตสหภาพโซเวียต

ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ประเทศในเครือได้ประกาศเอกราช ยกเลิกระบอบคอมมิวนิสต์ แตกออกเป็นประเทศย่อยๆ มากถึง 15 ประเทศ ซึ่งรัสเซียก็เป็นหนึ่งในนั้น และเปลี่ยนชื่อเป็น สหพันธรัฐรัสเซีย จวบจนปัจจุบัน

ด้านประธานาธิบดี Vladimir Putin (วลาดิเมียร์ ปูติน) ผู้ที่เคยควบทั้งตำแหน่งประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีของรัสเซีย นับตั้งแต่ปี 1999 ขยับไปเป็นประธานาธิบดี ปี 2000 – 2008 แล้วก็กลับไปเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ปี 2008 – 2012 ก่อนจะกลับไปเป็นประธานาธิบดีอีก ปี 2012 – ปัจจุบัน เปรียบเสมือน “พระเจ้าซาร์” ของรัสเซียสมัยใหม่ ซึ่งยืนอยู่เหนือการเมืองแบบพรรค

ด้านรถประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีรัสเซีย ในปัจจุบันใช้ Aurus Senat (ออรุส เซนัต) รถสุดหรูที่ผลิตในรัสเซีย นับเป็นการยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต ที่ผู้นำจะใช้รถที่ผลิตในประเทศในงานพิธีการต่างๆ ผลิตโดยสถาบันวิจัยของรัสเซียที่รู้จักกันในชื่อ NAMI และเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ Sollers ของรัสเซีย

ซึ่งเป็นรถกันกระสุนและกันระเบิด ใช้เครื่องยนต์แบบ Hybrid ขนาด 4.4 ลิตร แบบ V8 Twin Turbo จาก Porsche 568 แรงม้า และแบบ V12 ขนาด 6.6 ลิตร 848 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจัดจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในเมืองไทย จัดงานเปิดตัวที่สุดแห่งแกรนด์ทัวริ่งซีดาน 4 ประตู สุดหรูสัญชาติอังกฤษ คงความหรูหราพร้อมการตกแต่งสุดร่วมสมัย อย่าง The All New Flying Spur (ดิออล์นิว ฟลายอิ้ง สเปอร์) ในงาน Private Preview of The New Flying Spur ในวันที่ 15-16 เมษายน 2563 ณ โชว์รูมเบนท์ลีย์ CTI Tower ถนนรัชดาภิเษก

แบรนด์เบนท์ลีย์นั้น ขยายความเข้มแข็งและเติบโต ในส่วนของ Brand Positioning ในเมืองไทยเป็นอย่างมาก โดยมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของปีนี้โมเดลรุ่นล่าสุดนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยมียอดสั่งจองเข้ามาต่อเนื่องก่อนการเปิดตัวในประเทศไทย และคาดการณ์ว่า จะมีผู้ที่สนใจมายลโฉมในงานกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟอย่างแน่นอน

สำหรับฟลายอิ้ง สเปอร์ เจ้าของวิวัฒนาการขุมพลังใหม่ 6 ลิตร เครื่องยนต์ทวิน เทอร์โบชาร์จ W12 นี้พร้อมแล้วสำหรับทุกการสั่งจอง โดยเบนท์ลีย์ แบงค็อก สนนราคาเริ่มต้นที่ 25.99 ล้านบาท

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

The All New Flying Spur

เป็นที่รู้กันเป็นอย่างดีกับสัญลักษณ์แห่งที่สุดในโลกแห่งยนตกรรมอย่าง Flying B มาสคอตของเบนท์ลีย์ ซึ่งจะถูกนำมาเพิ่มความหรูหราและผสานความร่วมสมัยเป็นครั้งแรกให้กับ The All New Flying Spur แกรน ทัวเรอร์ 4 ประตู สุดหรูสัญชาติอังกฤษ

Flying B มาสคอตของ Bentley ซึ่งจะถูกนำมาเพิ่มความหรูหราและผสานความร่วมสมัยเป็นครั้งแรกให้กับ The All New Flying Spur แกรน ทัวเรอร์ 4 ประตู ด้วยดีไซน์สุดล้ำสมัยตอบรับทศวรรษหน้า Flying B ออกแบบมาให้ฝังอยู่ภายใต้โลโก้ปีกนกของ Bentley บริเวณฝาประโปรงหน้า และสามารถปรับขึ้นมาเหนือฝากระโปรงได้

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

ในส่วนอนาคตของต้นแบบยนตกรรมหรู Flying B ได้ถูกนำมาใช้กับ Concept Car อย่าง EXP 100 GT ซึ่งถือเป็นไอคอนสุดอัจฉริยะ ด้วยฟังก์ชันเรืองแสง โดยสามารถปรับแสงตั้งแต่งกระจังหน้ารถ ผ่านตัวมาสคอต Flying B ตลอดจนตัวถังถึงห้องโดยสาร

Flying B ได้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อเกือบ 90 กว่าปีที่แล้ว กับโมเดลเครื่อง 8 ลิตร ปี 1930 ตัว Mascot ไม่ได้ถูกใช้ให้เป็นมาตรฐานในสมัยนั้น เพียงแต่เป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเท่านั้น

Mascot แบบดั้งเดิมเป็นตัวอักษร B ประกบด้วยปีกนก และมีลักษณะแบนเรียบ ถือกำเนิดโดย W.O. Bentley ผู้ก่อตั้งบริษัท Bentley Motor ในปี 1919 ซึ่งเป็นเวลากว่า 100 ปี

เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี Mascot ได้ออกแบบใหม่ให้สามารถควบคุมและปรับแสงด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเชื่อมกับ Welcome Lighting และระบบกุญแจอัจฉริยะ เมื่อผู้ขับเข้าใกล้ตัวรถ

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

The All New Flying Spur รวมเอาความโฉบเฉี่ยวของสปอร์ตซีดาน และนิยามใหม่ของความหรูหราแบบร่วมสมัยเข้าด้วยกัน ซึ่งการออกแบบ การประกอบและวางระบบ รวมถึงงานฝีมือได้ถูกดำเนินการในประเทศอังกฤษ ประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ในการผลิตรถแกรนทัวร์เรอร์อันดับต้นๆ ของโลก

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

ประตูขนาดใหญ่ เปิด-ปิด ได้อย่างนุ่มนวล พร้อมระบบดูดอัตโนมัติ และ Welcome Light ส่องไปที่พื้น

The All New Flying Spur นั้นได้ถูกสรรค์สร้างมาให้นำเสนอดีไซน์ดั่งการแกะสลัก แต่คงไว้ซึ่งความทันสมัย และมีสัดส่วนโครงสร้างที่แข็งแรง ที่เป็นความโดดเด่น โครงสร้างของไฟหน้า LED ได้แรงบันดาลใจจากแก้วคริสตัล และล้อมไปด้วยแผ่นโลหะเคลือบโครเมียม พร้อมไฟท้ายแบบใหม่ถูกออกแบบมาเป็นรูป ตัวอักษร B อีกทั้งล้อใหม่ขนาด 22 นิ้ว

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

หัวใจหลักของเครื่องยนต์ The All New Flying Spur นั้นได้ใช้ระบบขับเคลื่อนใช้ขุมพลัง W12 สูบ ขนาด 6.0 ลิตร Twin Turbocharged ระบบเกียร์ดูโอคลัช 8 สปีด ให้พละกำลัง 635 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร

ทำความเร็วที่ 0-100 กม./ชม. ที่ 3.8 วินาที และ ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 333 กม./ชม.

ในส่วนของช่วงล้อนั้น The All New Flying Spur ได้เพิ่มความยาวขึ้น 130 มม. ส่งผลให้มีห้องโดยสารกว้างขึ้น

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

นอกจากนั้น ยังมีความวิจิตรบรรจง จากการตกแต่งโดยแผ่นไม้วีเนียร์ ทั้งแบบสีเดียว และแบบทูโทนให้เลือก โดยในส่วนออฟชั่นนั้น ยังรวมไปถึง การปักของเบาะหนัง Mulliner Driving Specification ในรูปแบบของเพชรอีกด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการปักลวดลายเพชร 3 ชั้นในส่วนประตูข้าง

ความโดดเด่นของเทคโนโลยี นั้น The All New Flying Spur ก็ไม่เป็นสองรองใคร ฝีมืออันประณีตบรรจงทีมวิศวกรรมชั้นครูก็ยังผสานความสบายและสนุกของผู้โดยสาร

ด้วยการรังสรรค์ หน้าจอดิจิตอลแบบทัชสกรีน (HD Digital) พร้อมกับหน้าปัดแบบ Rotating display ที่คอลโซลกลาง ขนาด 12.3 นิ้ว อันประดับไปด้วยไม้วีเนียร์ พร้อมไปด้วย รีโมตคอนโทรล ของหน้าจอทัชสกรีนที่ควบคุมคำสั่งได้จากผู้โดยสารด้านหลัง ภายในยังสามารถเลือกหลังคาแก้ว แบบพาโนรามิครูฟ ซึ่งมีความยาวตลอดหลังคารถได้อีกด้วย

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

แดชบอร์ดออกแบบให้ยาวและดูพลิ้วไหว คล้ายโลโก้รูปปีกนกของเบนท์ลีย์ ยังมีให้เลือก พร้อมสีที่สวยงดงามสง่า ที่เชื่อมต่อระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งยังมีออฟชั่นใหม่ล่าสุด Mood Lighting ที่สามารถเลือกสีไฟภายในสร้างบรรยากาศได้ถึง 7 สีด้วยกัน

พร้อมกับระบบช่วยเหลือการมองยามค่ำคืนที่เพิ่ม Head Up Display ที่ช่วยให้ผู้ขับสามารถโฟกัสถนนข้างหน้า Top View Camera กล้องติดรถคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นขณะขับขี่โดยรอบหรือจอดรถ และระบบถอยจอดรถอัตโนมัติอีกด้วย

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

เก้าอี้ใหม่ยังมีระบบฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ ระบบทำความร้อน, ระบบระบายอากาศ, ระบบเก้าอี้นวด ระบบปรับเบาะเอียงด้านบน ซึ่งมาพร้อมกับตัวเลือกของ Mulliner Driving Specification ที่ละเมียดละไมไปด้วย การปักและถักทอของปรมาจารย์ชั้นครูจากเบนท์ลีย์

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

ฃ่วงล่างของ The All New Flying Spur นั้น ถูกพัฒนาให้ใช้ระบบแอร์สปริงแบบสามห้อง ที่ประกอบไปด้วยลมกว่า 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ระบบนี้ส่งผลให้รถ สามารถเน้นการทำงานในระบบสปอร์ตได้ดีขึ้น เกาะพื้นถนนได้ดี ตามโหมดการทำงานที่ผู้ขับได้เลือก ในรุ่นใหม่นี้ยังเพิ่มในระบบฟีเจอร์ CDC (Continuous Damping Control) ที่ลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์อีกด้วย

ระบบเซ็นเซอร์รอบคัน ที่สามารถวัดระยะระหว่างแกนกลางกับตัวรถ ในกรณีที่ระบบจับความแตกต่างในระดับความสูงปรกติ ระบบอากาศ ในสปริงจะถูกฟื้นฟูให้เหมาะกับระดับปรกติอย่างสมบูรณ์

ระบบ Bentley Dynamic Ride System ได้ถูกออกแบบและพัฒนาระบบการทรงตัว และ ความนุ่มสบายมากขึ้น มาพร้อมกับการควบคุมของกระแสไฟ 48 โวลต์ โดยจัดการความหนึบแน่น ของเหล็กกันโคลงเพิ่มการเกาะตัวของรถ ตามคำสั่งของการเข้าโค้ง และปรับให้เสถียรเช่นเดิม

The-All-New-Bentley-Flying-Spur-2020

สำหรับท่านใดอยากขายรถ ในยุคที่ COVID-19 กำลังระบาด เพื่อลดความเสี่ยงในการพบปะผู้คนเวลาไปตีราคารถภายนอก สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน