3-Way-To-Find-More-Money-For-Salesperson

ในปี 2563 นี้ เป็นปีที่หลายๆ คน ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า “การค้าขาย” ยังย่ำแย่ไม่ต่างจากหลายปีที่แล้วมา เนื่องด้วยปัญหาหลายๆ ปัจจัย ทั้งปัญหาจากนอกประเทศ อย่างสงครามการค้า ปัญหาเศรษฐกิจในไทยที่ย่ำแย่ หนี้ครัวเรือนสูง หรือจะเป็นปัญหาจากฝุ่น PM 2.5 ก็ตาม ที่อาจกระทบถึงการท่องเที่ยวในไทยไปด้วย …

หากตอนนี้ใครที่ทำงานอาชีพ “ที่ปรึกษาการขาย” หรือเรียกแบบทั่วไปก็ “เซลล์ขายรถ” นั่นล่ะ ซึ่งอาชีพนี้ กระทบกันถ้วนหน้า จากยอดขายรถตก และฐานเงินเดือนไม่ได้เยอะมากมาย (เว้นเสียแต่ว่าคุณจะอยู่บริษัทรถยนต์ที่ขายรถระดับ Ultra Luxury Car หรือรถสปอร์ตระดับ Supercar ที่มีฐานเงินเดือนสูงหน่อย) ส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยเงินจาก “ค่าคอมมิชชั่น” เป็นหลัก

ซึ่งใครที่อยู่ค่ายรถแบรนด์ทั่วไปเจ้าตลาด หรือค่ายรถแบรนด์หรูเจ้าตลาด เวลามีรถเปิดตัวใหม่ก็โชคดีไป เพราะยอดจองยอดขายก็จะมากหน่อย บางแบรนด์ไม่ต้องออกแรงอะไรมาก ลูกค้าก็วิ่งเข้ามาหาเองเลย แต่ใครที่ขายรถยี่ห้อแบรนด์รองลงมา ยอดขายไม่ได้เยอะ ก็ลำบากหน่อย ถึงแม้จะได้ค่าคอมมิชชั่นมากกว่าก็ตาม

มาดูกันว่า อาชีพเซลล์ขายรถในยุคนี้ จะมีวิธีหารายได้เพิ่มอย่างไร ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว MR.CARRO จะมาช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

3-Way-To-Find-More-Money-For-Salesperson

1. หาอาชีพเสริมที่ชอบ

ลองสำรวจตัวคุณเองก่อนว่าชอบอะไร ถนัดแบบไหน เพราะผมก็เคยเห็นเซลล์ขายรถบางคน มีอาชีพเสริมด้วยการทำอาหารขาย ขายครีม ขายต้นไม้ หรือขายอุปกรณ์ประดับยนต์ ถ้าคุณมีความถนัดและเชี่ยวชาญ ทักษะทางการขายก็จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคุณได้ เผลอๆ ลูกค้าที่เคยซื้อรถกับคุณ อาจมาเห็นในแฟนเพจ หรือไลน์ของคุณ ขายของชิ้นนั้นๆ อยู่ อาจจะอุดหนุนของคุณก็ได้

3-Way-To-Find-More-Money-For-Salesperson

2. ลงทุนให้มีการงอกเงย

บางคนอาจจะไม่มีเวลาในการไปหาอาชีพเสริมทำ ก็อาจจะเน้นไปที่การลงทุนให้งอกเงย ในการลงทุนปัจจุบันก็มีหลายแบบ ตั้งแต่การมีเงินฝากประจำ (แบบปลอดภาษี) ในธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ย (แต่ในยุคดอกเบี้ยติดดิน ก็คงไม่ได้อะไรมากนัก), การลงทุนซื้อสลากต่างๆ เช่น สลากออมสิน, สลาก ธกส. หรือสลาก ธอส. กับพันธบัตรรัฐบาล

หรือกองทุนรวมต่างๆ เช่น กองทุนรวมทองคำ กองทุนรวมอสังหาฯ กองทุนรวมหุ้น ที่มั่นใจว่าจะไม่เสี่ยงเงินต้นสูญ หรือจะเป็นกองทุนระยะยาวแบบ LTF (Long Term Equity Fund) หรือ RMF (Retirement Mutual Fund) ก็ได้ตามความถนัด

Carro-Agent-Rewards

3. มาขายรถกับ CARRO สิ!

คุณสามารถมีรายได้เพิ่มจากเดิมได้มากขึ้น! มาเป็น CARRO Agent (หรือ คนซื้อรถมาขายไป หรือขายรถจำนวนมาก) เมื่อมีลูกค้ามาซื้อรถใหม่กับคุณ พร้อมนำรถมาเทิร์นด้วย คุณก็สามารถนำรถที่ลูกค้านำมาเทิร์น มาขายใน CARRO Wholesale Application ได้

CARRO คือ แพลตฟอร์ม Startup ออนไลน์สำหรับรถมือสองจากประเทศสิงคโปร์ ที่เข้ามาเขย่าวงการตลาด ซื้อ-ขาย รถยนต์มือสองออนไลน์ในไทย ที่ลูกค้าบ้าน กับ Agent สามารถเข้ามาขายรถ และมีดีลเลอร์ประมูลรถได้พร้อมๆ กัน หลายพันเจ้าในครั้งเดียว

สำหรับ CARRO Wholesale Application คือ แอพลิเคชั่นที่ช่วยให้คุณสามารถขายรถได้ง่ายๆ และสามารถขายรถได้หลายๆ คัน เพียงแค่กรอกรายละเอียด รุ่นรถยนต์ที่ต้องการขาย และรูปถ่ายรถยนต์ในมุมต่างๆ

ซึ่งการลงขายรถของ Agent ในแต่ละครั้ง สามารถเข้าถึง Dealer รถมือสองทั่วประเทศไทยกว่า 3,000 ราย และสามารถดูการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวการประมูลรถ เช่น ราคาสูงและต่ำสุด, จำนวนบิดหรือจำนวนการประมูล, จำนวน Dealer ที่เข้ามาดูรถ และ ประมูลรถ ได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถปิดการขายได้ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะนี่คือ Concept ของเรา “ความเร็ว ความโปร่งใส และ ราคาดี”

หากท่านใดยังไม่มี App นี้ สามารถดาวน์โหลด Application “CARRO Wholesale” จากใน iOS และ Android สามารถคลิก Download ที่ Link นี้ได้เลย Link นี้เลย —> icon_ios icon_android

Carro-Agent-Rewards

เพียงเปิด App CARRO Wholesale ใส่ข้อมูลรถที่ต้องการขาย พร้อมรูปภาพให้ครบ ก็โพสต์ขายรถได้เลย สำหรับรอบการประมูลรถ เรามีทุกวัน วันละ 4 รอบ เวลาดำเนินการตามนี้

  1. 10.00 – 11.00 น.
  2. 13.00 – 14.00 น.
  3. 15.00 – 16.00 น.
  4. 17.00 – 18.00 น.

สำหรับระบบ Agent นั้น ถ้าหากรถที่คุณลงขายได้ราคาสูงสุด เราก็จะติดต่อให้คุณเจอกับผู้ซื้อ พร้อมตกลงปิดการขายกันได้ ซึ่งหากคุณขายได้หลายคัน เรายังมีสิทธิพิเศษมอบให้คุณอีกด้วย เช่น ขายครั้งแรก ได้รับ 2,000 Points สามารถนำไปแลกของรางวัลต่างๆ ได้ เป็นต้น

ถ้าคุณมีลูกค้า เอารถมาเทิร์นเมื่อไหร่ อย่าลืมมาขายรถกับเรา เพราะนี่ก็เป็นอีกวีธีการหนึ่ง ที่ช่วยให้คุณมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นมาได้ง่ายๆ แล้วล่ะครับ

หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.) หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carropartner —> เพิ่มเพื่อน

Executive-Chauffeur-Driver-Jobs

ในยุคที่ งานหายาก แถมเงินก็หายาก ในเมื่อคนเราก็ยังต้องกินต้องใช้กันอยู่ทุกวัน สำหรับใครที่ชอบขับรถ หรือมีประสบการณ์ในการขับรถมายาวนานหลายปี ก็อาจจะเลือกงานที่เกี่ยวกับการขับรถ เช่น ขับรถแท็กซี่ ขับรถโรงแรม ขับรถส่วนกลางของบริษัท หรือในหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ก็มีให้เลือกหลากหลายตามความชอบ

แต่ก็มีคนขับรถอยู่แบบหนึ่ง ที่คุณจะมีโอกาสได้ขับรถแพงๆ ซึ่งรถบางคัน ราคาอาจสูงถึงหลักสิบล้านบาทเลยก็มี อีกทั้งยังได้โอกาสอยู่กับบรรดาผู้บริหารบริษัทใหญ่ๆ ระดับมหาชน หรือระดับองค์กรของประเทศ อีกทั้งอาจมีโอกาสได้ฝึกภาษาต่างประเทศ ไปด้วยในตัว … นั่นคือ “คนขับรถผู้บริหาร” ครับ

ปัจจุบัน คนขับรถผู้บริหาร มีบรรดาบริษัทจัดหางานต่างๆ มักจะมาลงประกาศหาคนขับรถผู้บริหารกัน ในเว็บหางานเรื่อยๆ หรือตามกลุ่ม Facebook ก็มีเยอะแยะ อาทิ กลุ่ม สมาคมคนขับรถผู้บริหาร ( Official ) เป็นต้น

Executive-Chauffeur-Driver-Jobs

คุณสมบัติของอาชีพนี้ (โดยประมาณ ซึ่งแต่ละบริษัท มีความต้องการไม่เหมือนกัน)

– เพศชาย หรือเพศหญิง

– อายุ (เรื่องอายุ หลายบริษัทมักเลือกอายุ 25 ปี ขึ้นไป จนถึง 50 ปี แต่จะมีน้อยกว่านั้น หรือมากกว่านั้นก็ได้)

– มีประสบการณ์ขับรถ (แน่นอน เพราะอาชีพนี้ต้องใช้ความรับผิดชอบ ทักษะ และประสบการณ์สูง อย่างน้อยต้องมีประสบการณ์ในการขับรถหลายปีขึ้นไป)

– ชำนาญเส้นทางใน กรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือในจังหวัดนั้นๆ ที่คุณทำงานอยู่ สามารถใช้ Google Map หรือ GPS ได้ดี

– ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน (อันนี้สำคัญเลย ถ้ามีกลิ่นบุหรี่ติดตัว หรือกลิ่นเหล้า นายหลายคนไม่ชอบแน่ๆ)

– สุภาพเรียบร้อย มีกริยามารยาทดี ไม่มีประวัติอาชญากรรม (หลายบริษัท มีเช็คประวัติอาชญากรรมด้วยนะครับ)

– หากใครที่ต้องการขับรถให้นายต่างชาติ เช่น จีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง ควรจะได้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาของนายบ้างนิดๆ หน่อย ก็จะดี เพราะจะได้พอสื่อสารกันได้ ยิ่งถ้าใครมีประสบการณ์เคยขับรถให้นายต่างชาติมาก่อน โอกาสที่จะได้งานก็จะมากขึ้น

Executive-Chauffeur-Driver-Jobs

ลักษณะงาน

โดยมากแล้ว บริษัทจัดหางาน หรือคนที่ลงประกาศรับคนขับรถผู้บริหาร มักจะกำหนดรายละเอียดคร่าวๆ มาแล้วว่า คุณสมบัตินาย เป็นคนไทย หรือคนชาติอะไร ที่ตั้งบ้านของนายอยู่ที่ไหน คุณต้องไปรับนายที่ไหนบ้าง ไปส่งนายที่ไหนบ้าง เช่น บริษัท โรงงาน หรือพานายไปเที่ยว ไปตีกอล์ฟ (ในกรณีวันเสาร์-อาทิตย์)

หรือบางที อาจจะต้องขับรถพาเมียของนายไปช้อปปิ้งที่ห้าง หรือไปส่ง-รับ ลูกๆ ของนาย ที่โรงเรียนด้วยซ้ำไป!

ส่วนมากแล้วอาชีพนี้ จะทำงานกัน 6 วัน (จันทร์-เสาร์) เผลอๆ มีวันอาทิตย์ด้วยต่างหาก คุณอาจจะต้องรับได้กับความไม่มีเวลา หรือความไม่เป็นส่วนตัวได้

Executive-Chauffeur-Driver-Jobs

เงินเดือน

พูดถึงเงินเดือน ถ้าคุณทำงานขับรถส่วนกลาง หรือของราชการ และรัฐวิสาหกิจ เงินเดือนอาจไม่เยอะ บางที่เริ่มต้นแค่ 9,000 กว่าบาทก็ยังมี!

แต่ถ้าเป็นคนขับรถผู้บริหาร ก็จะมี “ฐานเงินเดือน” ที่เยอะขึ้นมาหน่อย โดยประมาณแล้วอยู่ที่ 10,000 – 15,000 บาท ไม่นับรวม OT โอที เบี้ยขยัน ค่าอาหาร ค่าแท็กซี่ หลายที่มักบอกถึงรายได้โดยรวมต่อเดือน ตั้งแต่ 20,000 – 30,000 บาท

ยิ่งถ้าใครมีโอกาสได้เป็นคนขับรถผู้บริหาร ที่มีประสบการณ์หลายสิบปี ในบริษัทใหญ่มากๆ หรือบริษัทต่างชาติ รายได้ + เงิน OT ต่อเดือนรับไม่ต่ำกว่า 40,000 – 50,000 บาท เลยทีเดียว!

Executive-Chauffeur-Driver-Jobs

ข้อดี

– ได้ขับรถราคาแพงๆ ที่ในชีวิตนี้ คุณอาจจะซื้อไม่ไหว แต่มีโอกาสได้ขับทุกวัน เสมือนเราเป็นเจ้าของรถคนที่สอง

– ได้รู้ถึงเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ สามารถเรียนรู้ความสำเร็จของบรรดาเจ้าสัว เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารใหญ่ๆ มาปรับใช้กับชีวิตของเราได้ จากการฟังสิ่งที่เขาคุยกันนี่ล่ะครับ

– รายได้ที่สมเหตุสมผล บวกกับ OT ที่ได้ค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ

– โชคดีเจอนายใจดี รับเงินยิบย่อยทุกเทศกาล ตั้งแต่ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ คลอดลูก แต่งงาน ฯลฯ

– ได้ทักษะ ในการดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้นเป็น รู้จักการใช้รถรุ่นนั้นๆ อย่างเชี่ยวชาญ

Executive-Chauffeur-Driver-Jobs

ข้อเสีย

ต้องบอกไว้ก่อน ว่าปัญหาเหล่านี้ มีทั้งที่เกิดจากตัวของนาย และตัวของคนขับเองครับ

– ต้องเป็นคนรักษาความลับเก่ง ยิ่งเวลานายคุยเรื่องส่วนตัว เรื่องธุรกิจ หรือไปเที่ยวในที่อโคจร คุณคือผู้กุมความลับขององค์กร ไม่ควรจะไปเล่าหรือบอกต่อใครเขา เพราะคุณอาจโดนเล่นงานในภายหลังได้

– ความอดทนต้องมีสูงมาก เช่น ระหว่างรถติด แล้วต้องทำเวลาไปส่งนายให้ทัน หรือต้องทนฟังนายบ่นด่า หรือรีบสั่งให้ขับรถไวๆ เพราะตัวเองสายเอง เป็นต้น

หรือระหว่างรอนายประชุม บางอาคารสถานที่ อาจจะมีเตรียมห้องพักคนขับรถไว้ นั่งพักนอนพัก หรือหาอะไรทำแก้เซ็ง เช่น เล่นหุ้น หากที่ไหนไม่มี คุณก็ต้องนั่งพักผ่อนในรถ หรือใช้เวลาทำความสะอาดรถ ดูแลรักษารถไปพลางๆ ระหว่างรอ

– เวลาส่วนตัวไม่ค่อยมี เพราะทำงานอาทิตย์หนึ่งแทบทุกวัน แทบทั้งวัน และเลิกงานไม่เป็นเวลา บางทีเริ่มงานตีหกโมงเช้า เลิกงานสองทุ่มก็มี ค่อนข้าง Flexible พอสมควร

– จะหยุดล่วงหน้า ต้องแจ้งกันนานหน่อย

– คนมีครอบครัวแล้ว ทางบ้านควรเข้าใจ เรื่องเวลาส่วนตัวมีน้อย

ใครที่มั่นใจว่า ทำได้ ทำไหว ทำทันที รับได้ ทั้งข้อดีและข้อเสีย ก็ลองหางานคนขับรถผู้บริหารดูได้ ตามอัธยาศัยครับผม …

และสำหรับใครที่อยากขายรถกับทาง Carro ก็สามารถขายด่วนๆ ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แต่ละอาชีพต้องเตรียมเอกสารไฟแนนซ์อะไรบ้าง

อยากจัดไฟแนนซ์รถมือสอง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ?

การจัดไฟแนนซ์รถมือสองให้ผ่านได้นั้น ทางบริษัทไฟแนนซ์หรือสถาบันการเงินต่าง ๆ จะทำการประเมินจากปัจจัยหลายๆอย่างควบคู่กัน เช่น เอกสาร ฐานเงินเดือน รายรับรายจ่าย และอื่นๆของผู้ขอจัดไฟแนนซ์เป็นต้น

แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่ต่างกันคือ ‘อาชีพ’ ของผู้ขอจัดไฟแนนซ์ เนื่องจากอาชีพเป็นตัวบ่งบอกถึงที่มาของรายได้ และเป็นสิ่งที่จะช่วยการันตีได้ว่าผู้กู้มีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้นั่นเอง

โดยในขั้นตอนของการเตรียมเอกสารในการยื่นขอจัดไฟแนนซ์รถมือสองของแต่ละอาชีพก็มีความแตกต่างกันออกไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1. พนักงานเงินเดือนประจำ

พนักงานเงินเดือนประจำ คือ ผู้ที่มีเงินเดือนประจำคงที่ หรือมีรายรับที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอในทุกๆเดือน เช่น พนักงานบริษัทเอกชน พนักงานข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เงินเดือนมักจะถูกโอนเข้าบัญชีผ่านทางสถาบันการเงิน และมีสลิปเงินเดือนยืนยันชัดเจน สามารถตรวจสอบได้จาก Statement ย้อนหลัง โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

เอกสารไฟแนนซ์

 1.1พนักงานเงินเดือนประจำคงที่ : คือ ผู้ที่ไม่มีรายได้อื่นนอกเหนือไปจากเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน จำนวนรายรับจึงเป็นจำนวนเดิมทุกเดือน ไม่เปลี่ยนแปลง

1.2 พนักงานเงินเดือนประจำที่มีรายรับอื่นๆ : คือ ผู้ที่มีค่าล่วงเวลา (OT)  ค่าคอมมิชชั่น ค่าเข้าเวร ค่าที่พัก และอื่นๆ รวมถึงผู้ที่มีอาชีพเสริมและมีรายรับเพิ่มเข้ามาด้วย

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับอาชีพพนักงานประจำ

  • Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือน
  • สลิปเงินเดือน (เป็นแบบคาร์บอน) หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • แผนที่บ้าน และแผนที่ทำงาน

ไม่ว่าจะมีรายรับ หรือมีรายรับพิเศษต่อเดือนเท่าไหร่ ก็ควรที่จะเก็บสลิปเงินเดือน หรือหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ถึงยอดเงินจำนวนนั้นๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการตัดสินใจให้บริษัทไฟแนนซ์อนุมัติสินเชื่อให้ได้ง่ายขึ้น

2. บุคคลที่ประกอบอาชีพอิสระ

ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ คือ ผู้ที่มีรายรับต่อเดือนไม่แน่นอนและไม่คงที่ รวมถึงการไม่มีสลิปเงินเดือนที่ชัดเจน เช่น นักร้อง นักแสดง ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย ผู้รับเหมาก่อสร้าง เกษตรกร และเจ้าของกิจการส่วนตัว เป็นต้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะต้องเตรียมเอกสารมากกว่าผู้ที่มีเงินเดือนประจำ เพื่อใช้ยืนยันและชี้แจงที่มาของรายได้ประกอบกับช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับบริษัทไฟแนนซ์นั่นเอง โดยสามารถแบ่งอาชีพอิสระและเอกสารที่ต้องเตรียมออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ดังนี้

เอกสารไฟแนนซ์

2.1 ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย : ไม่ว่าจะเป็นขายสินค้าออนไลน์ ขายอาหาร หรือ ขายของตามตลาดทั่วๆไป สิ่งที่ต้องเตรียม คือ

–  สร้างรายรับให้ตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเงินไปเข้าบัญชีให้เกิดความสม่ำเสมอ
– หากมีสถานที่ประกอบกิจการเป็นหลักแหล่ง ให้นำหลักฐาน เช่น ใบเสร็จค่าเช่าที่ หรือถ้าประกอบกิจการที่บ้านตนเอง ให้ใช้หนังสือทะเบียนบ้านเป็นหลักฐาน
– กรณีที่ไม่มีสถานที่ในการประกอบกิจการเป็นหลักแหล่ง ให้เก็บใบเสร็จที่ใช้ในการซื้อของเพื่อนำมาขายไว้ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันและใช้ตรวจสอบเงินหมุนในธุรกิจ รวมทั้งสต๊อกสินค้าเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการเตรียมของไปขายจริง

 

เอกสารไฟแนนซ์

2.2 ผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง : สำหรับอาชีพรับเหมาก่อสร้าง สิ่งที่ต้องเตรียม คือ

– ถ่ายรูปหน้างาน หรืองานที่กำลังทำอยู่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการทำงาน
– เงินที่ได้อาจได้เป็นก้อน หรือได้หลังจากงานเสร็จ ให้เก็บสัญญาจ้าง หรือใบเสนอราคาไว้เพื่อยืนยันว่ามีงานรับเหมาจากผู้จ้างจริง
– สิ่งสำคัญที่สุดคือ Statement  ย้อนหลัง เพื่อที่บริษัทไฟแนนซ์จะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีรายรับที่สม่ำเสมอหรือไม่

 

เอกสารไฟแนนซ์

2.3 ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างอิสระ : ไม่ว่าจะเป็น นักร้อง นักแสดง หรือช่างภาพอิสระ สิ่งที่ต้องเตรียม คือ

– สร้างรายรับให้ตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเงินไปเข้าบัญชีให้เกิดความสม่ำเสมอ
– ถ้าสามารถขอหนังสือรับรองจากผู้จ้างได้จะถือว่าดีมาก

 

เอกสารไฟแนนซ์

2.4 ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร : ไม่ว่าจะเป็นทำไร่ ทำสวน หรือเลี้ยงสัตว์ สิ่งที่ต้องเตรียม คือ

– ใบเสร็จยืนยันการ ซื้อ-ขาย ผลผลิตกับผู้ซื้อ นายทุน หรือพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆในการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จค่าปุ๋ย ค่ายากำจัดวัชพืช ค่าอุปกรณ์การเกษตร รวมถึงค่าบำรุงรักษาเครื่องมือทางการเกษตรเล็กๆน้อยๆ
– สิ่งสำคัญที่สุดคือ สมุดทะเบียนเกษตรกร เพราะในสมุดเล่มนี้มีข้อมูลการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตร เพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันจำนวนการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตร และมีการทำการเกษตรจริง
– หากขายผลผลิตได้เป็นรายปี ทุกๆ 6 เดือน หรือตามฤดูกาล สามารถนำเงินก้อนนั้นๆไปฝากเข้าบัญชี เพื่อสร้างรายรับที่สามารถนำมาหารเป็นรายเดือนได้

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับอาชีพอิสระ

  • Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
  • เอกสารรับรองรายได้โดยมีผู้ค้ำประกัน (กรณีเงินดาวน์ต่ำ)
  • รูปถ่ายกิจการ หรือร้านค้าที่คุณเป็นเจ้าของ รวมถึงภาพถ่ายสต๊อกสินค้า ,สินค้าที่ทำการซื้อ-ขาย, บิล-ใบเสร็จต่างๆ, ใบเสนอราคา (ถ้ามี)
  • แผนที่บ้าน และแผนที่ทำงาน
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน

ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือความพร้อมของเอกสารในแต่ละอาชีพนั้นๆ เพื่อยืนยันและชี้แจงที่มาของรายได้กับบริษัทไฟแนนซ์ เพียงเท่านี้การจัดไฟแนนซ์รถมือสองให้ผ่านก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สนใจซื้อรถซื้อรถ คลิกเลย > th.carro.co/taladrod ค้นหารถง่าย ได้ผลลัพท์ที่ต้องการ

หรือถ้าคุณกำลังมองหาที่ขายรถ และรับเงินสดทันทีหลังจบการขาย ต้องที่นี้เลย > th.carro.co/sell-car/express