Honda-Civic-FC-FK-G10

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เป็นรถแบบ C-Segment ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ในไทย ก็มีอยู่หลายเจเนอเรชั่น แต่เวอร์ชั่นที่สร้างความฮือฮา พลิกโฉมการออกแบบใหม่หมด แถมยังสร้างยอดจำหน่ายที่เรียกได้ว่าสูงกว่าคู่แข่งมาก แม้จะออกมาหลายปีก็ตาม ก็ยังขายได้เรื่อยๆ และมีกลุ่มคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก

คงต้องยกให้ “Honda Civic” โฉม “FC” เจเนอเรชั่นที่ 10 ที่ในบ้านเรา ยังมีทั้งเวอร์ชั่นป้ายแดง และรถมือสองขายกันในตลาด เป็นรถ 4 ประตูสปอร์ตซีดาน ที่ดีไซน์ได้สวยงาม สมบูรณ์แบบในทุกมิติและก้าวล้ำนำสมัยที่สุดอีกรุ่น

ใครที่กำลังมองหารถมือสองรุ่นนี้อยู่ MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังกันว่า ประวัติความเป็นมาของรถรุ่นนี้ น่าสนใจแค่ไหน

Honda-Civic-Design-FC-FK

แนวความคิด และขั้นตอนการออกแบบพัฒนา Honda Civic ใหม่ ให้เป็น “男前” (Otokomae) หรือ “ผู้ชายหล่อ” ที่มีความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ทันสมัย น่าจับตามอง

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เจนเนอเรชั่นที่ 10 เริ่มพัฒนาตัวรถในรูปแบบสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา ออกแบบให้มีความทันสมัย และหรูหราในสไตล์สปอร์ต สำหรับรุ่น Sedan ตัวรถออกแบบโดย Jarad Hall ตั้งแต่ปี 2013

Honda-Civic-Concept-FC-FK

ซึ่งหลังจากการเปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือเพียง 6 เดือน Civic FC สามารถคว้ารางวัลยนตรกรรมยอดเยี่ยมถึง 14 รางวัล จาก 10 สถาบันชั้นนำ

Honda-Civic-FC-2016-TH

ได้เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเจ้าพ่อเครื่อง N/A หรือเรียกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ใช้ระบบอัดอากาศเพิ่มเติม ชูจุดเด่นด้วยขุมพลังจากเทคโนโลยี VTEC TURBO ใหม่! 173 แรงม้า ที่ให้สมรรถนะที่ทรงพลังและมีอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยีความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่เหนือระดับ

Honda-Civic-Design-FC-FK

ขั้นตอนการพัฒนา Honda Civic FC และ FK

ตัวรถภายนอก จัดวางโครงสร้างโดยออกแบบให้ตัวรถดูสปอร์ต น้ำหนักรถเบาลง ตัวถังกว้างขึ้น และความสูงของตัวรถที่ลดลง เส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด กระจังหน้าโครเมียมรูปร่างคล้ายปีก วางตัวเป็นแนวยาวเต็มกรอบกระจังหน้า ดูดุดัน เชื่อมต่อกับไฟหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED

Honda-Civic-Design-FC-FK

มิติตัวรถของ Honda Civic FC และ FK ยาวขึ้น กว้างขึ้น แต่ลดความสูงลง เมื่อเทียบกับ Civic รุ่นเดิม โดยในรุ่น Sedan ความยาวตัวรถเพิ่มขึ้น 95 มม. ระยะฐานล้อยาวขึ้น 30 มม. ความสูงตัวรถลดลง 20 มม. ความสูงฝากระโปรงหน้าปรับลดลง 35 มม. ช่วงเบาะนั่งหน้าปรับต่ำลง 20 มม. และความจุห้องโดยสารท้ายเพิ่มขึ้นเป็น 519 ลิตร (มาตรฐาน VDA)

มิติตัวรถยาว 4,630 มม. กว้าง 1,799 มม. สูง 1,416 มม. ระยะฐานล้อ 2,698 มม. บนน้ำหนักตัวรถ 1,227 – 1,317 กิโลกรัม

Honda-Civic-Concept-Interior-FC-FK

การออกแบบภายใน ให้ความรู้สึกกว้างขวาง เหมือนกำลังวิ่ง

การออกแบบภายใน เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment และมีให้เลือกทั้งเบาะนั่งแบบผ้า และเบาะหนังแท้

Honda-Civic-FC-2016-TH

ทั้งนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมอย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น)

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถสลับเปลี่ยนข้อมูลและค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์

พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) ที่สั่งการได้จากระยะไกล เพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยขณะนั้นประตูรถยังคงล็อกอยู่เช่นเดิม และรถจะไม่สามารถออกตัวได้ จนกว่าผู้ขับจะเข้าไปสตาร์ทรถตามปกติ

ระบบช่วงล่างได้ถูกปรับปรุงใหม่ ชุดล้อหน้าหันมาใช้แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง

Honda-Civic-FC-2016-TH

สำหรับ Honda Civic FC มีเครื่องยนต์ให้เลือกกัน 2 แบบ คือ …

  • เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15B7 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC TURBO พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams) ให้แรงม้าสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบ/นาที ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่
  • และยังมีเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18Z แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ทั้งยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-Civic-Engine-FC-FK

เป็นครั้งแรกที่ Honda Civic ใช้เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด Direct Injection และท่อไอดีแบบตรง โดยหัวฉีด Direct Injection จะฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกระบอกสูบโดยตรง ช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบ และการไหลของไอดีแบบตรง ช่วยให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่นและต่อเนื่อง

พร้อมระบบ Turbo Charger (เทอร์โบ ชาร์จเจอร์) ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า ซึ่งมีการใช้เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้าที่ติดตั้งใบพัดขนาดเล็ก เพื่อนำพลังงานไอเสียส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์เทอร์โบสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

และระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual VTC) ของท่อไอดีและท่อไอเสีย โดย Valve Timing Control (VTC) ช่วยควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสียให้สอดคล้องกัน จึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในรอบต่ำ

ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

Honda-Civic-FC-2016-TH

สำหรับฮอนด้า ซีวิค FC มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น 1.8 E ราคา 869,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ อาทิ

– เบาะผ้า
– ระบบ Push Start
– ระบบ Engine Remote Start
– Honda Smart Key System
– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– ปุ่ม Econ
– พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง
– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า และไฟส่องสว่างท้ายรถ
– หน้าจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว
– ระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth
– พวงมาลัย Multifunction
– ช่องเชื่อมต่อ USB 1 ตำแหน่ง
– ลำโพง 4 จุด

  • รุ่น 1.8 EL ราคา 959,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 E …

– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ แบบ TFT
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple Car Play
– ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง
– ช่องเชื่อมต่อ HDMI
– ลำโพง 8 จุด

  • รุ่น TURBO ราคา 1,099,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 EL …

– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา
– เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

  • รุ่น TURBO RS ราคา 1,199,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย Turbo …

– กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
– แป้นเหยียบคันเร่ง และเบรค แบบสปอร์ต
– ระบบนำทาง Navigator

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก), สีดำคริสตัล (มุก), สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก)

ซึ่งก็ขายดีมากไปตามคาด ลูกค้าให้การตอบรับอย่างล้นหลาม! จนภายใน 1 ปี มียอดจองสะสมแล้วกว่า 35,000 คัน

Honda-Civic-Hatchback-FK-2017-TH

ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม 2560 Honda ได้เปิดตัว Honda Civic Hatchback (ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค) ในรหัสรุ่น FK ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต หรูหรา และดีไซน์ด้านท้ายที่ดูโฉบเฉี่ยว ซึ่งตัวรถออกแบบโดย Daisuke Tsutamori พร้อมใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร VTEC Turbo 173 แรงม้า

ตอบรับทุกความต้องการที่หลากหลาย ด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายที่มากถึง 414 ลิตร โดยเบาะหลังพับแบบ 60:40 ได้ ออกมาจำหน่ายเพิ่มเติมในราคา 1,169,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) นอกจากนี้ยังมี สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

Honda-Civic-FC-FK-2017-JDM

วันที่ 27 กรกฎาคม 2017 Honda Civic โฉม FC และ FK นี้ ก็ได้กลับไปเปิดตัวขายในตลาดญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากที่ Civic ได้หายไปจากตลาดญี่ปุ่นนานถึง 7 ปี

Honda-Civic-RED-FC-2017

เดือนตุลาคม 2560 Honda เอาใจวัยรุ่นด้วย Civic สีแดงใหม่ Rallye Red

ในเดือนพฤศจิกายน 2561 Honda Civic FC แล FK มียอดขายสะสมกว่า 68,000 คัน (พ.ศ. 2559 – 2561) และยังมียอดจำหน่ายสูงสุดในปี 2560 จากรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่จำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

Honda-Civic

และในเดือนเดียวกันนี้เอง Honda ได้ปรับปรุง Honda Civic รุ่นนี้เพิ่มเติม ด้วยสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue) ใหม่, เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ในราคา 874,000 – 1,219,000 บาท พ่วงด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning : RDM with LDM)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam)

ในเดือนกันยายน 2562 ยังสามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอมแพคท์ได้ถึง 3 ปีซ้อน ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 100,000 คัน มีนาคม 2559 – กันยายน 2562 ยอดขายรวมทั้งฮอนด้า ซีวิค และ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก)

Honda-Civic-Hatchback-FK-2018-TH

เดือนพฤศจิกายน 2562 Honda ปรับปรุง Honda Civic Hatchback ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน พร้อมท่อไอเสียแบบคู่ตรงกลางสไตล์สปอร์ต และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) มาพร้อมสีใหม่ สีเทาโซนิค (มุก) จำหน่ายในราคา 1,229,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback-FK-2018-TH

ภายใน ตกแต่งเบาะหนังด้วยสีดำเดินด้ายสีแดง มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT สีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต มาพร้อมกับการตกแต่งคอนโซลสีดำแบบ Piano Black

Honda-Civic-Ignite-Red-FC-2020

ล่วงมาถึงเดือนพฤษภาคม 2563 Honda ได้แนะนำ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) ในรุ่น TURBO RS เพิ่มเติม

และ Honda Civic โฉม FC กับ FK ก็ยังขายมาได้จนถึงทุกวันนี้ โดยที่ยังไม่ต้องปรับโฉมใหญ่ใดๆ เลย!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยมที่สุดของ Honda อีกหนึ่งรุ่น โดยกลุ่มวัยรุ่น วันเพิ่งทำงานใหม่ๆ นิยมซื้อมาใช้งาน หรือแต่งซิ่ง ขับสนุก เกาะถนนดีสมราคา รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ให้อัตราเร่งดีแบบ VTEC Turbo ส่วนขนาด 1.8 ลิตร เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ วิ่งทางไกลประหยัด ออพชั่นสมราคา

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

รูปโฉมภายนอกมีส่วนดึงดูดสายตาจากผู้พบเห็น เห็นรุ่นนี้ค่อนข้างดูสปอร์ตมาก ส่วนห้องโดยสารภายในกว้าง นั่งสบาย คนสูง 170 เซนติเมตร ก็นั่งสบายทั้งในเบาะหน้า (แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ อาจลุกยาก หรือขาโดนขอบขันไดก่อน เนื่องจากตำแหน่งเบาะต่ำ บวกกับขาต้องยกชันขึ้นมาค่อนข้างสูง) ส่วนเบาะหลังหากคนตัวสูงมากหน่อย หัวอาจชิดกับเพดานได้

ตกแต่งภายในด้วยสีโทนสีเบจ และสีดำ พร้อมแทรกสีเมทัลลิกตามจุดต่างๆ ช่วยให้ดูไม่อับทึบ ปุ่มควบคุมต่างๆ ดูใช้งานได้ง่าย ยกเว้นช่องต่อ USB หรือช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์ อยู่ใต้คอนโซลกลาง ใช้งานค่อนข้างยากหน่อย พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ค่อนข้างเบามือ ตอบสนองดีเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยว

แต่ข้อเสียก็มีอยู่เหมือนกัน เนื่องจากตัวรถที่มีความสูงค่อนข้างต่ำ การก้มหยิบของจากฝากระโปรงท้าย อาจหยิบลำบากหน่อยสำหรับคนตัวสูงๆ และเสียงดังก๊อกๆ แก๊กๆ ในห้องโดยสาร ส่วนการเก็บเสียงภายในรถ ทำได้ดีในความเร็วต่ำ ยกเว้นช่วงใช้ความเร็วสูงๆ ทั้งเสียงยาง เสียงลมเข้า จะค่อนข้างดังทีเดียว

ด้านเครื่องยนต์ VTEC Turbo น้ำมันเครื่องต้องเปลี่ยนถ่ายเร็ว เนื่องจากน้ำมันเครื่องเป็นตัวลดอุณหภูมิของแกนเทอร์โบ หากใช้งานหนัก น้ำมันเครื่องจะเสื่อมสภาพเร็ว ก็ต้องเปลี่ยนบ่อยหน่อย ทางฮอนด้าจึงมีการแจ้งเตือนแก่ผู้ใช้

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ต้องระวังในส่วนของแร็คพวงมาลัย ที่มีปัญหาเสียงดังเวลาเลี้ยวค่อนข้างบ่อย และแบตเตอรี่ ระบบเกียร์ สายพานในเกียร์ขาด ลูกรอกสายพาน คอมเพรสเซอร์แอร์ หรือสนิมตามดบนตัวถัง ต้องเคลมกันอยู่เรื่อย นอกนั้นก็เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 10,000 – 20,000 บาท

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 530,000 – 900,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถ ตอนนี้ CARRO Automall เรามี Honda Civic FC มือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรืออยากหารถฮอนด้า ซีวิค มือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690

หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถ เปลี่ยนรถคันใหม่ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถคันเดิมอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถตู้ก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

All-New-Honda-Civic-2022-Reveal

ตลาดรถยนต์ในบ้านเราขณะนี้ แม้ว่าผู้เล่นหลายรายจะเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปโฟกัสที่รถ SUV และ Crossover กันอย่างมากแล้ว เนื่องจากสามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ รวมไปถึงสามารถลุยน้ำท่วมเบาๆ ได้อีกด้วย

All-New-Honda-Civic-Hatchback-2022-Spyshot

แต่ตลาดรถยนต์ที่ถือว่าเป็นตลาดรถดั้งเดิมมาหลายสิบปีอย่าง ตลาดรถยนต์ C-Segment หรือรถแบบ Compact Car ที่ตอนนี้ผู้เล่นในตลาดเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ที่มีหลักๆ ก็จะเห็นแค่ Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส), Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) หรือ Mazda3 (มาสด้า3) เป็นต้น ต่างก็ต้องแข่งกันช่วงชิงยอดขายในกลุ่มตลาดนี้ ที่ลูกค้าลดลงไปเรื่อยๆ ก็ตาม

All-New-Honda-Civic-Hatchback-2022-Render

ช่วงก่อนหน้านั้น Honda ได้มีภาพหลุดของ Civic 2022 ที่อยู่ระหว่างทดสอบออกมา จนหลายคนลือไปต่างๆ นาๆ ล่าสุด มีภาพที่อ้างว่ามาจากสิทธิบัตร ที่แสดงให้เห็นถึงการออกแบบ Civic Hatchback ใหม่ โผล่ขึ้นมาบนเว็บไซต์ CivicXI forums

All-New-Honda-Civic-Hatchback-2022-Render

ในภาพเองจะได้เห็นได้ว่า Civic โฉมที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ดูแตกต่างไปจากรุ่นเดิมมากพอสมควร ในเรื่องของความสปอร์ต และดูใกล้เคียงกับในรุ่น Accord มากขึ้น ทั้งกระจังหน้าที่ขนาบข้างด้วยไฟหน้ารูปทรงแนวนอน กันชนหน้าใหม่เว้นช่องตรงกลางมากขึ้น

All-New-Honda-Civic-Hatchback-2022-Render

ส่วนด้านท้าย ดูกระชับมากขึ้น และปรับปรุงฝากระโปรงท้าย ให้มีสปอยเลอร์ในตัว กับชุดไฟท้ายใหม่ ที่ดูคล้ายกับรถยุโรปมากขึ้น

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะเป็นอย่างไรนั้น ทาง Honda ยังคงเงียบกริบไม่เปิดเผยประการใด แต่ถ้าใครที่เห็นแล้วชื่นชอบในการออกแบบของ Civic ใหม่ ก็เตรียมเก็บเงินไว้ซื้อได้เลย

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถ Honda Civic คันใหม่มาใช้เร็วๆ นี้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Honda-Civic-FC-FK-Secondhand-Price

รถยอดนิยมของคนวัยเพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ไปจนถึงวัยกลางคนที่ชื่นชอบรถสปอร์ดซีดาน หรือสปอร์ตแฮทช์แบค คงต้องยกให้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ในรหัส “FC” และ Honda Civic Hatchback (ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค) ในรหัส “FK” เพราะมียอดขายสะสมทะลุ 100,000 คัน กับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำตลาดรถ Compact 4 ปีซ้อน

ซึ่ง Honda Civic ของทั้ง 2 โฉมนี้ มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจทั้งเครื่องยนต์ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 173 แรงม้า ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย

หากใครที่อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอย Honda Civic FC และ Civic Hatchback FK มือสอง แบบได้เงินเร็วไว ไม่ต้องเสียเวลาประเมินราคาขายเอง หรือต้องรอจนกว่าจะมีคนมาซื้อรถได้ CARRO ขอแนะนำ CARRO Express เรารับซื้อรถทุกแบบ ได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถอีกครั้ง สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Honda-Civic-Hatchback

Honda Civic FC โฉมปี 2016- 2019

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2016 ราคามือสองโดยประมาณ 525,000 – 750,000 บาท
  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 535,000 – 760,000 บาท

ปี 2017 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 590,000 – 800,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

  • 1.8 E / EL / Turbo / Turbo RS MY2019 ราคามือสองโดยประมาณ 650,000 – 900,000 บาท

Honda-Civic-Hatchback-MY2020

Honda City Hatchback FK โฉมปี 2017- 2019

  • Turbo MY2016 ราคามือสองโดยประมาณ 790,000 – 880,000 บาท

ปี 2017 เพิ่มสีแดงแรลลี่

  • Turbo MY2017 ราคามือสองโดยประมาณ 800,000 – 890,000 บาท

ปี 2018 เพิ่มระบบ Honda Sensing และสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

  • Turbo MY2018 ราคามือสองโดยประมาณ 850,000 – 950,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

Honda-Civic-Car-Nickname

“เตารีด” “ตาโต” “ตาเหยี่ยว” “FD” เฮ้ย! ใครเป็นคนคิดฉายารถ Honda นี้ ท่านได้แต่ใดมา!

ตลาดรถยนต์มือสองโดยทั่วไปนั้น มักจะมีรถหลากหลายรุ่นที่วนเวียนมาขายกันอยู่มากมาย มีบรรดาคนในวงการเต็นท์รถมือสองตั้งแต่ยุคในอดีต จะให้เรียกชื่อรุ่นรถยาวๆ บางทีก็จำไม่ได้ จึงตั้ง “ฉายา” หรือ “ชื่อเล่น” สั้นๆ เฉพาะรถรุ่นนั้นๆ ขึ้นมา จนกระจายออกไปกลายเป็นชื่อที่ฮิตติดปาก โดยส่วนใหญ่มักจะตั้งฉายารถ จากส่วนต่างๆ ของรถว่าคล้ายกับสิ่งใด ที่บางทีได้ยินแล้วก็ต้องอุทานว่า … “คิดไปได้นะ!”

MR.CARRO ขอนำเสนอฉายารถสุดแปลกแหวกแนว สำหรับตอนที่ 2 ขอเสนอฉายาของรถ “Honda Civic” (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งได้ชื่อว่า มีฉายารถอยู่หลากหลาย รุ่นฮิตติดปาก และมีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน อ่านแล้วอย่าลืมเรียกกันให้ถูก มาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

Honda-Civic-EF

Honda Civic (EF) “เตารีด”, “EF” หรือ “ท้ายดำ” “ท้ายแดง” กับ “ไฟท้ายสองชั้น”

สำหรับ Honda Civic (EF) ถือเป็น Civic รุ่นที่ 2 ที่ทางฮอนด้าคาร์ส (ในยุคนั้น) ขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ เปิดตัวจำหน่ายเมื่อปี 2530 ชูจุดเด่นเครื่องยนต์เทคโนโลยี 4 สูบ 16 วาล์ว และรูปทรงเตี้ยแบนสไตล์รถสปอร์ต พาทำเอายอดจองถล่มทลาย จนผลิตขายไม่ทันเลยทีเดียว มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส “ZC” ในรุ่น LX-S โฉมไมเนอร์เชนจ์

Honda-Civic-EF-ไฟท้าย

ความแตกต่างระหว่าง Civic “ท้ายแดง” และ Civic “ไฟท้ายสองชั้น” (รุ่นไมเนอร์เชนจ์)

ฉายา “เตารีด” นั้น เป็นที่ถกเถียงกันมานานมาก ว่าตกลงแล้วรุ่น “EF” หรือ “EG” กันแน่? แต่จากที่หลายฝ่ายลงความเห็นกัน สรุปว่ารุ่นนี้ได้ฉายา “เตารีด” มาก่อนครับ ส่วนฉายา “EF” นี่ได้มาจากรหัสรุ่น ส่วน “ท้ายดำ” มาจากแผงทับทิมหลังสีดำ และ “ท้ายแดง” คือโฉมที่สอง ที่แผงทับทิมหลัง สีแดงโดดเด่น และ “ไฟท้ายสองชั้น” อันนี้ได้มาจากโฉมไมเนอร์เชนจ์ ส่วนเลนส์ไฟท้าย แบ่งไฟเลี้ยว-ไฟถอย และไฟเบรคแบบแนวนอน 2 ชั้น นั่นเอง …

Honda-Civic-JDM

Honda Civic (EG) “เตารีด”, “EG” และ “สามดอ”

สำหรับ Honda Civic (EG) นับเป็น Civic รุ่นที่ 3 ที่ทางฮอนด้าคาร์ส (ในยุคนั้น) เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือนเมษายน 2535 โดยรุ่น 4 ประตูมาก่อน และรุ่น 3 ประตูยอดฮิต ตามมาในเดือนสิงหาคม 2536 ยังคงขึ้นชื่อถึงการต้อนรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างล้นหลามเพียงระยะเวลาแค่ 7 วัน มียอดสั่งจองถึง 10,000 คัน ซึ่ง Civic โฉมนี้ในบ้านเรา มีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร, 1.6 ลิตร และ 1.6 ลิตร VTEC ให้เลือก

ฉายา “เตารีด” นั้น เป็นการเรียกที่ถือได้ว่า ถูกเรียกเหมารวมกับตัว Civic รุ่นรหัส “EF” ไปด้วย ซึ่งจุดเด่นมาจากฝากระโปรงหน้าที่ราบเรียบ ไม่มีกระจังหน้า ทำให้ถูกเรียกติดปากว่าเตารีดเป็นวงกว้าง และฉายา “EG” นั้นมาจากรหัสรุ่น และ “สามดอ” (3-Door) อันนี้มาจากตัวรุ่น 3 ประตูครับ (ซึ่งบางคนก็เรียกว่า รุ่น “หลังคากระดาษ”  หรือ “แมลงสาบ”)

Honda-Civic-EK

Honda Civic (EK) “ตาโต”

Honda Civic (EK) เป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก Civic โฉมที่แล้ว ด้วยรูปทรงที่สวยงามมากกว่าเดิม เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2538 มีให้เลือกด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร, 1.6 ลิตร VTEC และ 1.8 ลิตร ที่ตามมาในโฉมไมเนอร์เชนจ์ และรุ่น Coupe ที่ถือว่าเป็น Civic รุ่นเดียวในไทยที่มีโฉมคูเป้จำหน่าย เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2540

ฉายา “ตาโต” ดูง่ายๆ เลย ก็ชุดไฟหน้าขนาดใหญ่ คล้ายกับคนตาโตนั่นเอง ส่วน “EK” ก็เรียกมาจากรหัสรุ่นครับ

Honda-Civic-ES

Honda Civic (ES) “Dimension” และ “ตาเหยี่ยว”

พลิกโฉมการออกแบบใหม่ๆ ไปกับ Honda Civic (ES) เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2543 ด้วยการออกแบบให้พื้นฐานห้องโดยสารกว้างมากขึ้น ลดขนาดความยาวของหน้าเครื่องยนต์ลง อีกทั้งพื้นที่วางขาผู้โดยสารหลังเรียบ ไม่มีอุโมงค์เพลากลาง จัดเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ เป็นครั้งแรกที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.7 ลิตร, 1.7 ลิตร VTEC LEV อีกทั้งยังเป็นครั้งแรก ที่ Honda นำเสนอ Civic เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC ในไทย

ฉายา “Dimension” บอกตรงๆ ว่าได้มาจากสโลแกนโฆษณาของรถ ในชื่อเต็มๆ นั่นก็คือ “New Dimension มุมมองใหม่แห่งยนตกรรมเหนือระดับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่” และ “ตาเหยี่ยว” เป็นฉายาที่ได้มาจากรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ชุดไฟหน้าดูโฉบเฉี่ยว คล้ายกับตาเหยี่ยว

Honda-Civic-FD

Honda Civic (FD) “FD” “นางฟ้า” “ไฟท้ายกลม” และ “ไฟท้ายแปดเหลี่ยม”

Honda Civic (FD) โฉมนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือเช่นกัน ด้วยภายนอก-ภายในสุดล้ำ และฉีกรูปแบบของรถ Compact ที่ทำตลาดในยุดเดียวกัน เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 จัดเป็น Civic ที่ขายในบ้านเรายาวนานที่สุดอีกหนึ่งรุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร i-VTEC และ 2.0 ลิตร i-VTEC

Honda-Civic-FD-ไฟท้าย

ความแตกต่างระหว่าง Civic “ไฟท้ายกลม” และ Civic “ไฟท้ายแปดเหลี่ยม” (รุ่นไมเนอร์เชนจ์)

ฉายาของ Civic รุ่นนี้ มีเรียกกันหลากหลาย ตั้งแต่ “FD” ที่มาจากรหัสรุ่น “นางฟ้า” ที่มาจากรถสวยงดงาม ลงตัว ดุจนางฟ้า (ไม่เข้าใจจริงๆ ใครมันตั้งชื่อนี้!) ส่วน “ไฟท้ายกลม” มาจากชุดไฟท้ายโฉมแรก และ “ไฟท้ายแปดเหลี่ยม” มาจากชุดไฟท้ายรุ่นไมเนอร์เชนจ์

สำหรับ Civic รุ่น “FB” และ “FC” เท่าที่เห็น ก็จะเรียกรหัสรุ่นกันอย่างเดียวแล้ว …

Honda-ASIMO

ส่วนอันนี้เป็นเกร็ดความรู้ เกี่ยวกับรหัสรุ่นของ Civic ที่ MR.CARRO ขออธิบายให้ฟังกัน …

หลายคนมักจะสงสัยว่า ทำไม Honda Civic พอหมดรหัสรุ่น ES ไปต่อด้วยรหัสรุ่น FD แล้วพอโฉมต่อมา ถึงวกกลับมาเป็นรหัส FB แล้วไป FC ???

ก่อนอื่น ต้องย้อนไปดู Honda Civic เจเนอเรชั่นที่ 8 กันก่อน โดยโฉมนี้ แบ่งออกได้เป็น 2 โมเดลหลักๆ นั่นคือ โมเดลที่ขายในอเมริกาเหนือ จะใช้รหัสรุ่นว่า “FA” ส่วนโมเดลที่ขายในเอเชียและโอเชียเนีย (ไม่นับ Civic ที่ขายในตลาดยุโรป) ทาง Honda กำหนดให้มีรหัสรุ่น “FD”

แต่พอมาเจเนอเรชั่นที่ 9 Honda Civic โฉมนี้เป็น Global Model แล้ว จึงใช้รหัสรุ่น FB ตาม USA และในรุ่น Civic FC และ Civic FK ก็เช่นกันครับ …

Honda-Civic-Hatchback

และสำหรับฉายาของ Honda รุ่นอื่นๆ ที่คนในวงการรถมือสองเรียกกันนั้น จะมีอะไรต่ออีกบ้าง MR.CARRO จะมาเสนอให้อ่านต่อกันวันหลังครับ

และถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อเปลี่ยนรถคันใหม่ ขายรถด่วน เพื่อรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย CARRO Blog)

Carro-แนะนำรถมือสอง-Honda-Civic-FD

Honda Civic FD มือสอง รูปทรงสวย สมรรถนะดี ถูกใจขาซิ่ง เป็นเจ้าของได้

Honda-Civic
Honda-Civic

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ที่จำหน่ายในบ้านเราและได้รับความนิยมจากผู้ใช้ ก็มีอยู่หลายเจเนอเรชั่น แต่สำหรับเวอร์ชั่นที่ได้ชื่อว่า สร้างความฮือฮาให้กับวงการรถยนต์บ้านเรา รวมไปถึงยอดจำหน่ายที่น่าพึงพอใจ และมีกลุ่มคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก และประสบความสำเร็จด้านยอดขายมากที่สุดในบรรดา Civic ทุกรุ่นที่เคยประกอบขายในเมืองไทย คงต้องยกให้ “Honda Civic” โฉม “FD” ครับผม

Honda-Civic

Honda-Civic-TypeR

Honda-Civic-TypeR

Honda Civic Type R ปฐมบทของความแรง รุ่นสุดท้ายในเวอร์ชั่น 4 ประตู

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2005 เป็นวันที่ Honda Civic และ Civic Hybrid ได้ทำการเปิดตัวในญี่ปุ่น ก่อนจะเผยโฉมในงาน Tokyo Motor Show เดือนตุลาคมปีนั้น และก็สร้างความนิยมจากผู้ใช้ได้อย่างมากมาย ขายดีมากทั้งในญี่ปุ่น และในสหรัฐอเมริกา โดยมาพร้อมโฉมที่เรียกว่า “ใหม่หมดจด” ไม่มีกลิ่นอายเดิมๆ หลงเหลืออยู่เลย มีออกมาให้เลือกทั้งรุ่นซีดาน, ไฮบริด, คูเป้, แฮทช์แบ็ค และรุ่นพลังแรงอย่าง “Type R”

Honda-Civic-2006-US

Civic FD เวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกา และเวอร์ชั่นจีน หน้าตาประมาณนี้ครับ

ในรุ่นซีดาน ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันญี่ปุ่นหรือสหรัฐอเมริกา โครงสร้างตัวถังหลักเหมือนกัน แตกต่างกันตรงที่ไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า รวมถึงชุดไฟท้าย และฝากระโปรงท้าย ซึ่งออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับรสนิยมของคนที่นั่น

Honda Civic (FD) ถึงขนาดที่ทำให้คู่แข่งที่สำคัญอย่าง Toyota Corolla ต้องชลอการเปิดตัว Corolla เวอร์ชั่นตลาดโลก (หรือ Corolla Altis เวอร์ชั่นบ้านเรา) พร้อมกับต้องออกแบบตัวรถมาใหม่ ทั้งภายนอกและภายในอีกครั้งเลยทีเดียว

โฆษณา Honda Civic เวอร์ชั่นไทย

ในบ้านเรา Honda Civic โฉม FD เปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2548 ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก สร้างความฮือฮาให้กับวงการรถยนต์บ้านเราเช่นกัน มาพร้อมสโลแกน “Rising Spirit” … ได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถในประเทศไทยจำนวนมาก รวมไปถึงขาซิ่งหลายๆ ท่าน ด้วยรูปทรงที่ล้ำสมัยโดดเด่นเหนือคู่แข่งในเวลานั้น อีกทั้งยังมีทำชุดแต่ง Modulo ออกมาให้ขาซิ่งได้ซื้อไปใส่อีกด้วย

Civic-Design

แนวทางการออกแบบ แบบ “Sensuous Quality”

Honda-Civic-Dimensional

มิติตัวรถยาว 4,540 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,440 มม. ระยะฐานล้อ 2,700 มม.

Honda-Civic-2005

ห้องโดยสารภายในของรุ่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการออกแบบได้ดีที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง ดูล้ำยุค แม้จะผ่านไปหลายปีแล้วแต่ก็ยังดูทันสมัย กระจกบังลมบานใหญ่ คอนโซลหน้าขนาดใหญ่ มาตรวัดเรืองแสงแบบ Multiplex Meter ออกแบบให้เป็นแบบ 2 ชั้น โดยมาตรวัดความเร็วอยู่ด้านบน ส่วนมาตรวัดรอบอยู่ด้านล่าง รวมไปถึงเบาะนั่งขนาดใหญ่โอบกระชับ วิทยุแบบ Built-In กับชุดคันเกียร์และคันเบรกมือที่ดูโดดเด่นสะดุดตา ขับสนุกไปกับระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)

Multiplex-Meter

มาตรวัดเรืองแสงแบบ Multiplex Meter ออกแบบให้เป็นแบบ 2 ชั้น

Honda Civic ในโฉม FD ผลิตที่โรงงานฮอนด้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีกำลังผลิต 4,000 คัน/เดือน แบ่งเป็นสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศ 60% ที่เหลือ 40% จะเป็นการส่งออก

Honda Civic (FD) ในบ้านเราใช้เครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC เจเนอเรชั่นใหม่ พร้อมระบบลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า DBW (Drive By Wire) ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.7 กก.-ม. (174 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

ราคาจำหน่ายในช่วงเปิดตัวนั้น แบ่งออกเป็นรุ่นย่อยต่างๆ ได้ดังนี้

1.8 S i-VTEC M/T ราคา 799,000 บาท
1.8 S i-VTEC A/T ราคา 845,000 บาท
1.8 S i-VTEC A/T (AS) ราคา 863,000 บาท
1.8 E i-VTEC M/T ราคา 894,000 บาท
1.8 E i-VTEC A/T ราคา 930,000 บาท

และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส K20Z2 ปรับปรุงใหม่ แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.2 กก.-ม. (188 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เท่านั้น

ราคาจำหน่ายในช่วงเปิดตัวนั้น แบ่งออกเป็นรุ่นย่อยต่างๆ ได้ดังนี้

2.0 E i-VTEC A/T ราคา 1,020,000 บาท
2.0 EL i-VTEC A/T ราคา 1,068,000 บาท

หลังจากวางตลาด ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ในช่วงปลายปี 2548 ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในเวลานั้น โดย 6 เดือนแรกของปี 2549 สามารถทำยอดขายได้ถึง 14,350 คัน ทั้งยังครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 41.8%!

Honda-Civic-2008

พอมาถึงปี 2551 ก็ถึงเวลาปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ … ปรับโฉมภายนอกนิดหน่อย เปลี่ยนกระจังหน้า กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ Smoked Chrome ไฟท้ายทรง 8 เหลี่ยม ส่วนห้องโดยสารภายใน เพิ่มเครื่องเล่น DVD รวมถึง Navigator แบบหน้าจอสัมผัส ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบนี้ในรถยนต์นั่งขนาด Compact

Honda Civic ไมเนอร์เชนจ์ มีให้เลือกสามรุ่นย่อยหลัก คือ S, E และ EL โดยรุ่น S และ E มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ในขณะที่รุ่น EL ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ทั้งสามรุ่นสามารถใช้ได้กับแก๊สโซฮอล์ E20 เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด โดย Honda Civic S รุ่นเดียว ที่มีทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

สำหรับ Civic 1.8 S รุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 749,000 บาท (เดิม 732,000 บาท) และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ราคา 789,000 บาท (เดิม 768,000 บาท) รุ่นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมถุงลมคู่หน้า ราคา 831,000 บาท (เดิม 814,000 บาท)

สำหรับ Civic 1.8 E เพิ่มเติมกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว และ Civic 1.8 E Navi ราคา 964,000 บาท ติดตั้งระบบนำทาง Navigator แบบหน้าจอสัมผัส + DVD โดยทั้ง 2 รุ่น มีระบบ Cruise Control และสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

และในส่วนของ Civic 2.0 EL ราคา 1,046,000 บาท (เดิม 1,026,000 บาท) มีสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดา ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยและล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รุ่นสูงสุด ซีวิค 2.0 EL Navi ราคา 1,101,000 บาท มีระบบนำทางแบบสัมผัสหน้าจอ เครื่องเล่นดีวีดีและสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง

พอช่วงเดือนมิถุนายน 2552 ฮอนด้า ได้นำเสนอรถรุ่นพิเศษ “Wise Edition” ให้กับรถทุกโมเดล ซึ่งรวมไปถึง Civic รุ่นนี้ด้วย ผลิตออกมาจำนวนจำกัด

มาพร้อมสีขาว Taffeta White และภายในห้องโดยสารเบาะหนังสีดำใหม่ กับชุดสเกิร์ตรอบคันและสปอยเลอร์หลัง หม้อพักไอเสียแบบท่อคู่ และแป้นวางเท้าแบบสปอร์ต มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 1.8E AT AS ราคาในตอนนั้น 958,000 บาท และรุ่น 1.8E AT AS (Navi) ราคาในตอนนั้น 1,013,000 บาท

Honda-Civic-2009

สำหรับ Honda Civic (FD) ช่วงปี 2552 ได้เพิ่มสีน้ำเงิน Dyno Blue Pearl ออกมาให้เลือกอีกหนึ่งแบบ

Honda-Civic-Modulo

ใกล้เข้าสู่ช่วงปลายอายุตลาด ในเดือน สิงหาคม 2553 ฮอนด้า ได้เผยโฉม Civic “Modulo” มีให้เลือก 2 สี คือ สีขาวทาฟเฟต้า (ภายในสีดำ) และสีดำคริสตัล (มุก) (ภายในสีเบจ) มาพร้อมชุดตกแต่งสปอร์ต Modulo รอบคัน ด้วยกระจังหน้า สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้างและสเกิร์ตหลังดีไซน์ใหม่แบบสปอร์ต เพิ่มสปอยเลอร์หลัง และล้ออัลแม็ก Modulo ขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ที่มีให้เลือก 2 สีตามสีของตัวรถ พร้อมป้ายสัญลักษณ์ “Modulo” ด้านท้ายรถ

ภายในห้องโดยสาร แต่งเติมด้วย แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต พร้อมพรมปูพื้น และป้ายสัญลักษณ์ “Modulo” ระบุรหัสเฉพาะคัน (Serial Number) ไว้ที่บริเวณแผงคันเกียร์

Honda Civic Modulo มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.8 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แบ่งขายเป็น 2 รุ่นย่อย คือ E AT AS ในราคาตอนนั้น 956,600 บาท และรุ่น E AT AS (Navi) ในราคาตอนนั้น 1,011,600 บาท (ราคาเพิ่มขึ้นแต่ละรุ่นประมาณ 42,000 บาท)

Honda-Civic-Sport-Pearl

และรุ่นพิเศษท้ายสุดจริงๆ สำหรับ Honda Civic Sport Pearl ผลิตจำนวนจำกัด ออกมาในวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน พร้อมสีพิเศษใหม่ ขาวบริลเลียนท์ (มุก) และสัญลักษณ์ Sport Pearl ส่วนภายในตกแต่งด้วยคิ้วบันไดสแตนเลสดีไซน์ใหม่ แป้นวางเท้าแบบสปอร์ตสี Gun Metallic ใหม่ โดย Modulo และ พรมปูพื้นดีไซน์สีแดง แนว Civic Type R พร้อมสัญลักษณ์ Sport Pearl

โดยจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกเฉพาะรุ่น 1.8 ลิตร เท่านั้น ในราคาตอนนั้นที่ 949,000 บาท

จุดสังเกต ว่า Honda Civic FD ตัวไหนมาก่อน มาหลัง แบบง้ายง่าย สำหรับคนไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถ …

Honda-Civic-FD-Taillight

โฉมแรก ไฟท้ายจะเป็นแบบ “วงกลม”

Honda-Civic-FD-Taillight

โฉมไมเนอร์เชนจ์ ส่วนหลักๆ ที่สังเกตได้ คือ จะมีการเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ ชุดกันชนหน้าใหม่ ล้อแม็กลายใหม่ รวมไปถึงเลนส์ชุดไฟท้ายแบบ “8 เหลี่ยม”

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

ปัจจุบัน Honda Civic FD มือสอง ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม รูปทรงสวยถูกใจ สมรรถนะดี คุณภาพคับแก้ว อะไหล่หาง่าย ยังมีคนใช้งานกันอยู่เยอะ ถ้าเน้นขับรถต่างจังหวัด และขับรถเร็วพอสมควร ไม่ซีเรียสว่ารถตกรุ่นมา 2 รุ่นแล้ว ถือว่า OK น่าใช้ครับ ถ้าเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ เติมแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ด้วย ประหยัดขึ้นเยอะ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ด้วยรูปทรงที่ยังดูสวย สปอร์ต ภายในห้องโดยสาร ดูโปร่ง โล่ง แผงคอนโซลดูล้ำยุค เบาะนั่งกระชับ พวงมาลัยควบคุมง่าย รถวิ่งนิ่ง เกาะถนน ช่วงล่างหลังแข็งกระด้างสไตล์ฮอนด้า เล่นรอบเครื่องได้มันส์ ทำความเร็วขึ้นระดับ 200 กม./ชม. ได้สบายๆ

แต่ก็มีข้อด้อยอยู่บ้าง เช่น การประกอบไม่เรียบร้อยในบางจุด การเก็บเสียงไม่ดี มีเสียงเครื่องยนต์ชอบดังต๊อกๆ กระจกไฟฟ้าด้านคนขับชอบตกร่อง กดไม่ค่อยขึ้น ลูกปีนล้อหลังแตกไว หรือยางแท่นเครื่องบางจุดชอบทรุด (ในรุ่นที่ผลิตออกมาปีแรกๆ ถ้าเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ปัญหาส่วนใหญ่ถูกแก้ไปแล้ว) เป็นต้น

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เรื่องอะไหล่ไม่ต้องกังวล เพราะมีเพียบ จะเข้าศูนย์บริการ หรือซ่อมอู่ข้างนอกก็ย่อมได้ มีทั้งของใหม่และของเก่าเซียงกง เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 20,000 – 30,000 บาท ก็เพียงพอแล้ว

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

สำหรับราคามือสองในตลาดรถปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 180,000 – 350,000 บาท ขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย และสภาพของตัวรถ ครับ

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Civic (FD) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Civic ได้เลยครับผม

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(สงวนลิขสิทธิ์)