CARRO แนะนำรถมือสอง Honda Accord G9

เรียกได้ว่าเป็นรถในฝันของใครหลายๆ คนเลยทีเดียว สำหรับรถยนต์ “Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด)” ซึ่งจัดได้ว่าเป็นรถยนต์แบบ D-Segment รุ่นยอดนิยมจากผู้ใช้ในไทยมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1976 สามารถสร้างยอดขายได้มากถึง 19 ล้านคัน ใน 160 ประเทศทั่วโลก ส่วนในประเทศไทย มียอดขายสะสมตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปลายปี 2555 มากถึง 138,229 คัน!

นั่นแสดงให้เห็นว่า คนไทยต้อนรับ Honda Accord ทุกเจนกันอย่างอบอุ่นมากมายเพียงใด ด้วยจุดเด่นอันหลากหลาย รวมไปถึงความทนทาน ราคาขายต่อของ Honda Accord หลายๆ รุ่น จึงทำให้เวลา Honda เปิดตัว Accord ออกมาใหม่ทีไร ก็จะมีผู้คนรอคอยและต้องการซื้อมาใช้งานกันอยู่เสนอ แม้ว่าหลายคนจะบอกกันว่า เจ้า Accord G9 น่าจะเป็นคู่แฝดของ Accord G8 มากกว่า!

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

โดยในวันนี้ MR.CARRO จะมาขอแนะนำ Honda Accord เจเนอเรชั่นที่ 9 ให้ทุกคนได้รู้จักกันครับ

ใครที่กำลังมองหารถมือสองรุ่นนี้อยู่ บทความนี้ เราจะเล่ากันถึงประวัติความเป็นมาของรุ่นนี้อย่างละเอียด รวมถึงความน่าใช้ ทั้งข้อดี ข้อด้อย ซึ่งใครกำลังมองรุ่นนี้อยู่ บอกได้เลยว่าต้องอ่านกันเลยครับ …

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ

สำหรับ Honda Accord G9 (ฮอนด้า แอคคอร์ด G9) เป็นการพัฒนา Honda Accord สำหรับตลาดหลักอย่างในอเมริกาเหนือเช่นเคย ซึ่งรูปทรงก็จะออกแนวใหญ่โต หรูหรา เอาใจชาวอเมริกันชนมากหน่อย มีทั้งแบบ 2 ประตู Coupe และแบบ 4 ประตู Sedan เพื่อสะท้อนรสนิยมและความต้องการรถแนวหรูๆ ของลูกค้า ภายใต้การออกแบบอย่างพิถีพิถัน ซึ่งงานนี้ได้ Junji Sugimoto หัวหน้าทีมวิศวกรจาก ฮอนด้า R&D เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้

มีจุดเริ่มต้นการพัฒนาตั้งแต่ช่วงปี 2011 ก่อนจะเปิดตัวรถต้นแบบ ในงานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ หรือ NAIAS 2012

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ส่วนเวอร์ชั่นไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2555 กับการสื่อสารการตลาดภายใต้แนวคิด “All My Desire”

ดีไซน์ภายนอก ดูหรูหราขึ้น บวกกับความสปอร์ต โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ เสากลางรถสีดำหรูแบบ Piano Black และไฟท้าย LED แม้ว่าลักษณะโดยรวม ทั้งโครงสร้างตัวถัง และรูปทรงของโครงประตูหลัง ก็ยังเหมือนกับ Accord G8 แต่ที่จะต่างกันออกไปคือรูปลักษณ์โดยรวม เช่นชุดไฟหน้า-หลัง หรือเส้นสายตัวรถ

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

มิติตัวรถยาว 4,870 มม. (สั้นลง 76 มม.) กว้าง 1,850 มม. (กว้างขึ้น 5 มม.) สูง 1,465 มม. (เตี้ยลง 10 มม.) ระยะฐานล้อ 2,775 มม. (สั้นลง 25 มม.) น้ำหนักตัวรถ 1,525 – 1,575 กิโลกรัม ซึ่งทางวิศวกรเชื่อว่า จะช่วยให้เพิ่มความสนุกในการขับ และประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ส่วนห้องโดยสารภายใน เน้นเพิ่มความสบายสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยการปรับโครงสร้างช่วงล่างใหม่ให้เล็กลง ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขึ้นกว่าเดิม ด้วย Leg Room ผู้โดยสารหลังมากขึ้น 15 มม. ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมี่ยม เช่น

– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Memory Seat) และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
– ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (Active Noise Control)
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
– หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-MID
– หน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 8 นิ้ว
– ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมระบบสั่งการแบบ Smart Interface ที่ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของระบบเครื่องเสียง
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth
– ข้อมูลรถยนต์ผ่านหน้าจอควบคุมอัจฉริยะระบบสัมผัส (On-demand Touch Panel)

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

มาพร้อมขุมพลังที่มีด้วยกันถึง 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินรหัส R20A ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

และรหัส K24W ขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC พร้อมเทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams) เป็นรุ่นแรกของฮอนด้าในไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้น ปรับปรุงลูกสูบ เสื้อสูบใหม่ ชุดกระบอกสูบออกแบบให้เยื้องจากเพลาข้อเหวี่ยง 8 มม. ให้อยู่ในมุมที่เหมาะสมระหว่างเคลื่อนที่ขึ้น-ลง และลดแรงต้านจากด้านข้างลูกสูบ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 5% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม และน้ำหนักเครื่องยนต์เบาลง 10 กิโลกรัม

ให้แรงม้าสูงสุด 174 แรงม้า (Accord G8 รุ่นเดิม 180 แรงม้า) ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร (Accord G8 รุ่นเดิม 222 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 12.2 กม./ลิตร

ทั้งนี้ เครื่องยนต์ทั้งสองขนาดยังรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ส่วนพวงมาลัย เปลี่ยนจากแบบเดิมที่เป็นไฮโดรลิก มาเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า ส่วนระบบกันสะเทือนหน้า แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

Honda Accord 2013 ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ล่าสุดรอบคัน เปิดมุมมอง 360 องศา ให้แก่ผู้ขับขี่ (อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น) อาทิ

– ระบบ CMBS ระบบเตือนการชนด้านหน้าด้วยเรดาห์พร้อมระบบช่วยเบรก เพื่อช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว หรือเบรกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการชน หรือลดความรุนแรงจากการชน
– เทคโนโลยี Honda LaneWatch ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยลดจุดบอด และเพิ่มทัศนวิสัยด้านข้างขณะเปลี่ยนเลน
– ระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติ Active Cornering Light เพิ่มความสว่างขณะเลี้ยวรถในเวลากลางคืน
– กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
– ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED Daytime Running Lights
– ถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ Dual i-SRS
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbag
– ม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags
– ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA
– ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย MA-EPS
– ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA
– ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
– ระบบกระจายแรงเบรก EBD
– ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
– สัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS
– กระจกหน้าต่างคู่หน้าลดการเกาะตัวของหยดน้ำ Water Dispersing
– กระจกมองข้างลดการเกาะตัวของหยดน้ำเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

Honda Accord 2013 มีจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ได้แก่ รุ่น 2.0EL และ 2.0EL (Navi) และขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ได้แก่ 2.4EL, 2.4EL (Navi) และ 2.4 TECH ในราคาตั้งแต่ 1,299,000 บาท – 1,799,000 บาท ตั้งเป้ายอดขายที่ 20,000 คันภายในหนึ่งปี

มีให้เลือก 5 สี คือ สีขาวออร์คิด, สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล และมี 2 สีใหม่ คือ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และสีทองแชมเปญฟรอสต์

สำหรับเบาะหนังแท้ มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเบจ (ครีม) ขึ้นอยู่กับสีตัวถังภายนอก คือถ้ารถ สีทอง, เทา, ดำ ภายในจะเบาะสีเบจ แต่ถ้ารถ สีขาว, เงิน ภายในใช้เบาะสีดำ

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

ในเดือนมิถุนายน 2013 Honda เปิดตัว Honda Accord Hybrid (ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด) ใหม่ ในประเทศญี่ปุ่น พร้อมรุ่น Plug-In Hybrid ด้วย และเปิดตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา กับแคนาดา เมื่อเดือนตุลาคม 2013

ต่อมา … ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 Honda ได้เปิดตัว Honda Accory Hybrid 2014 ตามมาในไทย เป็นประเทศที่ 4 ในโลก เพื่อความสมบูรณ์แบบในไลน์อัพรถยนต์ไฮบริดของฮอนด้า ทำงานด้วยระบบ Sport Hybrid i-MMD (Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive) แบบ Full Hybrid ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ตั้งเป้าการจำหน่าย 6,000 คันภายในหนึ่งปี

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

ภายนอกดูต่างจากรุ่นปกติ ด้วยไฟหน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยกรอบสีฟ้า ไฟท้ายแบบ LED และกระจังหน้าดีไซน์พิเศษตกแต่งด้วยเลนส์สี Clear Blue ภายในห้องโดยสารยังคงความกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมี่ยม มาพร้อมข้อมูลรถยนต์ผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7.5 นิ้ว พร้อมด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น และปุ่มควบคุมแบบ Interface Dial

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC i-VTEC แบบ Atkinson Cycle พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม สำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ให้แรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า ด้วยแรงบิดสูงสุด 165 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 13.1 กม./ลิตร

ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และเกียร์ E-CVT พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ประสิทธิภาพสูง ประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.6 กม./ลิตร* (ตามมาตรฐาน มอก. 2540-2554) รองรับแก๊สโซฮอล์ E20

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

สำหรับระบบไฮบริดแบบอัจฉริยะ สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ได้ถึง 3 โหมด ดังนี้

1. โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็ว จะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการลดความเร็วเป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จไปยังแบตเตอรี่ ให้สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม และความเงียบเช่นเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเหมาะกับการขับรถในเมือง

2. โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์ และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว อัตราเร่งทันใจ และในขณะลดความเร็ว เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และชาร์จไฟกลับ เป็นระบบที่เหมาะกับการขับขี่ในขณะเร่งความเร็ว

3. โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อกอัพคลัทช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ให้ประสิทธิภาพสูงและแรงเสียดทานต่ำ เป็นระบบที่เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่

มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น Hybrid TECH ราคา 1,899,000 บาท

มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และสีขาวออร์คิด (มุก) พร้อมรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี (เมื่อจองหรือรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557)

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

17 กุมภาพันธ์ 2559 Honda Accord 2016 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ด้วยยอดขายสะสมรวมเกือบ 30,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2556 … แต่งหน้าทาปากใหม่ โดดเด่นด้วยไฟใหม่แบบ LED ทั้งไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime Running Lights, ไฟตัดหมอกคู่หน้า และไฟท้าย

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ส่วนห้องโดยสารภายใน ตกแต่งภายในลายไม้และสีดำ Piano Black เพิ่มระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ที่สั่งสตาร์ทเครื่องยนต์และสั่งเปิดเแอร์ได้จากระยะไกล, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสใหม่ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayTM หรือเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบ MirrorLink® อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงเครือข่าย WIFI หรือ Hotspot เพื่อใช้งานเบราว์เซอร์

มีให้เลือก 3 รุ่น ด้วยขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ได้แก่ รุ่น 2.0 E ราคา 1,385,000 บาท, รุ่น 2.0 EL ราคา 1,445,000 บาท และขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ได้แก่ รุ่น 2.4 EL ราคา 1,635,000 บาท

และมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก)

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

28 กรกฎาคม 2559 Honda Accord Hybrid ถึงได้ฤกษ์ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ตามมา พร้อมกับมิติใหม่ของเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย Honda SENSING ที่ผสานการทำงานเรดาร์และกล้องด้านหน้า ตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน แล้วแจ้งเตือนผู้ขับขี่หรือช่วยควบคุมรถในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยประกอบด้วย 4 ระบบ

– ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน – Adaptive Cruise Control (ACC)
– ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก – Collision Mitigation Braking System (CMBS)
– ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ – Lane Keeping Assist System (LKAS)
– ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ – Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)

มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น Hybrid TECH ราคา 1,849,000 บาท โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีเบจ สีดำ และสีใหม่ คือ สีน้ำตาล

แล้วก็ขายไปเรื่อยๆ จน Honda Accord G10 มาแทนในปี 2562 ครับ …

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

ถ้าพูดถึงตอนเป็นรถใหม่ ในเวลานั้น แม้ว่าหลายคนจะแซวว่า Honda Accord G9 ต้องเป็นฝาแฝดกับ Accord G8 แน่ๆ สามารถอ่านได้จากทางด้านบน เรื่องโครงสร้างตัวถังและชุดประตูหลัง … แต่ตัวรถดูกะทัดรัดขึ้น ห้องโดยสารกลับไม่เล็กลง ด้วยการเปลี่ยนชุดช่วงล่างใหม่ ทำให้เนื้อที่เพิ่มขึ้น แถมพื้นที่จุสัมภาระฝากระโปรงท้าย ยังคงใหญ่เท่าเดิม

แต่ในเรื่องของ Options ที่ออกหมัดตรงซัดคู่แข่งในตลาดอย่าง Toyoa Camry กับ Nissan Teana เข้าไปเต็มๆ กับออพชั่นที่มากขึ้น ตั้งแต่รุ่นล่างสุดอย่าง 2.0 ที่หลายคนยังติว่าเครื่องยนต์ตัวนี้โบราณ เพราะใช้มาตั้งแต่โฉมก่อนหน้า ออพชั่นเยอะมากใช้ได้ (ส่วนตัวเด็ดๆ อย่าง Honda SENSING ก็จัดไปลงตัวไมเนอร์เชนจ์) ค่อนข้างถูกใจคนชอบ Accord เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ข้อดี คือ ค่อนข้างประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์แรงทันใจ ช่วงล่างนิ่มกว่ารุ่นเดิม พวงมาลัยไฟฟ้า เบา จับถนัดมือสำหรับคนที่ชินแล้ว รุ่น Hybrid เองก็เช่นกัน ให้อัตราเร่งแซงทันใจ ประหยัดน้ำมัน ส่วนด้านหลังก็นั่งสบาย นุ่มจนย้วยได้ เมื่อใช้ความเร็วสูง

ส่วนข้อด้อย (อย่าเรียกว่าข้อเสียเลย คือรถทุกคันมันก็มีทั้งจุดดี และจุดด้อยนั่นล่ะ) มีตรงไหนบ้าง? เช่น การเก็บเสียงของตัวรถ ถ้าเทียบกับตอนออกป้ายแดง ถือว่าดีกว่ารถคู่แข่ง แต่พอใช้ไปนานๆ ตามสไตล์ Honda นั่นล่ะ คือ มีเสียงดังเล็ดลอดเข้ามาพอสมควร เมื่อใช้รถด้วยความเร็วสูง (วิธีแก้ – เปิดเพลง ระบบควบคุมเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (ANC – Active Noise Control) จะได้ทำงาน ตัดเสียงรบกวนด้วยการสร้าง และส่งสัญญาณเสียง ที่ได้รับการดัดแปลงให้มีรูปแบบคลื่นตรงกันข้ามให้) และพวงมาลัยเบา เมื่อใช้ความเร็วสูงๆ นี่ก็มีเสียวเหมือนกัน

รวมไปถึงอาการเครื่องสั่น จากยางแท่นเครื่องเสื่อม ทรุด (ต้องเปลี่ยนยางแท่นเครื่องใหม่) เกียร์หอน หรือมีอาการกระตุก ชุดไฟ DRL เสีย และคอมเพรสเซอร์แอร์ที่เสียไวหน่อย (คอมแอร์ล็อค) รวมถึงมอเตอร์เซ็นทรัลล็อค และ Module หรือปั๊มเบรก ABS เสีย (หลายคันเป็นตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 แสนกิโลเมตร) ที่เป็นอาการยอดฮิต มีปัญหากันหลายคัน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เครื่องยนต์ค่อนข้างทนทาน จะมีปัญหาจุกจิกก็ตามข้างต้น อะไหล่หาง่าย ค่าบำรุงรักษาแพงตามคลาสของรถ Honda เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 20,000 – 30,000 บาท

แต่ถ้าเจอของใหญ่เสียจนต้องเปลี่ยนใหม่ หรือรุ่น Hybrid ถ้าแบตเตอรี่ใกล้หมดประกัน (Honda รับประกันแบตเตอรี่นาน 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี) ก็อาจต้องเตรียมไว้อย่างน้อยๆ ครึ่งแสน หรือเกือบแสน เล่นรถใหญ่ต้องใจถึงหน่อย

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 470,000 – 900,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda Accord มือสอง (ฮอนด้า แอคคอร์ด มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda Accord ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand  โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Honda เปิดตัว New Honda Accord ใหม่ ในราคา 1,499,000 - 1,799,000 บาท

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เสริมความคุ้มค่าให้ New Honda Accord 2022 (ฮอนด้า แอคคอร์ด) ตอกย้ำเส้นทางแห่งผู้นำด้านยนตรกรรมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งด้านการขับเคลื่อน ขุมพลัง Turbo และ Full Hybrid และด้านความปลอดภัย พร้อมเปลี่ยนชื่อรุ่นไฮบริด เป็น e:HEV ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างสมบูรณ์แบบ ในราคาเริ่มต้นที่ 1,499,000 บาท ใน แอคคอร์ด รุ่น EL

Honda เปิดตัว New Honda Accord ใหม่ ในราคา 1,499,000 - 1,799,000 บาท

และแนะนำ Accord e:HEV ที่มาพร้อมเอกลักษณ์ของรถไฮบริด ด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV มอบอากาศบริสุทธิ์ด้วยเทคโนโลยีระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร พลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster Technology) โดยราคาจำหน่ายรุ่น e:HEV EL+ 1,639,000 บาท และรุ่น e:HEV TECH 1,799,000 บาท

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

New Honda Accord 2022 รุ่น EL

ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม หรูหราและสปอร์ตอย่างลงตัว โดยทุกรุ่นมาพร้อมกระจังหน้าแบบโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED

เสริมความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยท่อไอเสียคู่พร้อมปลอกท่อไอเสียสเตนเลส (เฉพาะรุ่น EL) ตอกย้ำเอกลักษณ์อันโดดเด่นของยนตรกรรมไฮบริดใน Accord e:HEV ด้วย โลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย

มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้วในรุ่น EL และขนาด 18 นิ้วในรุ่น e:HEV เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลัง และเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางด้วยซันรูฟพร้อมระบบ One-Touch (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH)

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง โปร่งโล่ง ผสานดีไซน์หรูหราและประณีต ด้วยเบาะหนังดีไซน์พรีเมียมสีน้ำตาลและสีดำ พร้อมชุดตกแต่งลายไม้ มอบความสบายสุดเอกซ์คลูซีฟด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยที่ครบครัน อาทิ

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
  • เทคโนโลยีระบบฟอกอากาศพลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster Technology) (เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV TECH)
  • ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH)
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง
  • ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ (Memory Seat with Easy Entry/Exit)

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียมที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ครบครันในรุ่นเริ่มต้น (รุ่น EL) อาทิ

  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ (Auto Dimming Rearview Mirror)
  • ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง (Rear Door Window Sunshades)
  • ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (2 Rear USB Ports)
  • Honda CONNECT เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

ฮอนด้า แอคคอร์ด ทุกรุ่นย่อย มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้า ในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน และช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่รวมทั้งควบคุมรถ มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

เสริมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมในรุ่น e:HEV TECH อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System)

พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยอื่นๆ เช่น ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

ฮอนด้า แอคคอร์ด มาพร้อมกับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูง ได้แก่

  • รุ่น EL ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 243 นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยี Direct Injection ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ และประหยัดน้ำมันถึง 16.4 กม./ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85
  • รุ่น e:HEV ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานอันทรงพลังของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) พร้อมเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบกำลังสูงสุด 215 แรงม้า จากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร โดยมีประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กม./ลิตร อีกทั้งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) ผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์เลือกควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Mode) เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่ที่ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง ตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างเร้าใจ ใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม SPORT บริเวณด้านล่างของคันเกียร์ โดยสัญลักษณ์ SPORT จะแสดงขึ้นบนมาตรวัดในขณะที่ใช้ระบบ หรือเลือกใช้ระบบ ECON Mode ที่ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง โดยจะปรับการทำงานเครื่องยนต์และระบบเกียร์ให้สัมพันธ์กัน อีกทั้งปรับการทำงานของระบบปรับอากาศ และการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

มอบประสบการณ์การขับขี่ยนตรกรรมระดับพรีเมียมได้อย่างมั่นใจ ด้วยมาตรฐานการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพจากโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หมดกังวลด้านการบำรุงรักษา กับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร* รวมเริ่มต้นเพียง 23,196 บาท* อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นใน แอคคอร์ด e:HEV ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

ฮอนด้า แอคคอร์ด ทุกรุ่น มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) และ สีดำคริสตัล (มุก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีน้ำตาล และสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีดำ โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น EL ราคา 1,499,000 บาท
  • รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,639,000 บาท
  • รุ่น e:HEV TECH ราคา 1,799,000 บาท

ฮอนด้า แอคคอร์ด มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 – 30 กันยายน 2564 รับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับ แอคคอร์ด รุ่น e:HEV EL+ และ รุ่น e:HEV TECH หรือ ดอกเบี้ย 1.99% สำหรับแอคคอร์ด รุ่น EL โดยทุกรุ่นมาพร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด ได้ที่โชว์รูมฮอนด้า ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

หมายเหตุ:

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
  • สีภายในแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก
  • สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท
  • ดูรายละเอียดข้อมูลการบำรุงรักษาตามระยะทางได้ที่ https://www.honda.co.th/service/periodical-maintenance

Honda เปิดตัว New Honda Accord 2022

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อ Honda Accord ใหม่ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครไม่มีงบซื้อรถป้ายแดง ลองหา Honda Accord มือสอง มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Carro-Honda-Accord-CB

ยุคที่ “Honda” (ฮอนด้า) เริ่มเข้ามารุกตลาดรถยนต์ในบ้านเราเมื่อปี 2526 นั้น หลายคนยังงงๆ อยู่ ว่า Honda มีผลิตรถยนต์ด้วยรึ? เพราะ “ฮอนด้า” ในเวลานั้นที่เป็นรู้จักกันดี เฉพาะแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่ หรือแบรนด์สินค้าอย่าง รถตัดหญ้า ที่ฮอนด้าผลิตขายมานมนานแล้ว

Honda เวลานั้น ได้ตัดสินใจผลิตและเปิดตัว Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) ในปี 2527 และตามมาติดๆ ด้วย Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) แต่นั่นก็ยังทำให้คนไทย ยังไม่รู้จัก Honda เป็นที่มากพอ …

จนกระทั่งการเปิดตัว “Honda Accord (CB)” เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2533 นับถึงวันนี้ก็ครบ 30 ปี พอดี! นี่ล่ะ นับเป็นรถรุ่นที่คนไทยเริ่มรู้จัก Honda กันอย่างกว้างขวาง และธุรกิจการขายใบจองรถยนต์ ใบละ 10,000 บาท ที่หลายคนยังจำได้ไม่ลืม

MR.CARRO จะมานำเสนอข้อมูลรถมือสองของ “Honda Accord ตาเพชร” กันครับ ว่าจะมีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง สำหรับคนที่กำลังมองหารถรุ่นนี้มาใช้อยู่

Honda-Accord-CB-JDM

Honda Accord เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

Honda-Ascot-CB

Honda Ascot เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปในวันที่ 13 กันยายน 1989 Honda ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ในตระกูล “Accord” พร้อมกันถึง 4 รุ่นเลยทีเดียว โดยแย่งออกได้เป็น Accord รุ่น 4 ประตู Sedan, Ascot (ชื่อรุ่นมาจาก เมืองเล็กๆ ใน East Berkshire ประเทศอังกฤษ ที่มีการจัดการแข่งม้าสุดยิ่งใหญ่ มีมายาวนานกว่า 300 ปี) 4 ประตู Sedan

Honda-Accord-Inspire-CB

Honda Accord Inspire เวอร์ชั่นญี่ปุ่น (ในไทย รถรุ่นนี้ก็มีของจริงให้เห็นอยู่ 1 คัน)

Honda-Vigor-CB

Honda Vigor เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

และรุ่นเวอร์ชั่น Hardtop ที่วางคลาสให้สูงกว่า Accord ชูความโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า แต่ใช้เครื่องยนต์แบบวางตามแนวยาว 5 สูบ แบบเดียวกับรถขับเคลื่อนล้อหลัง (ซึ่งน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากรถ Audi ในยุคนั้น) ได้แก่รุ่น Accord Inspire ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโฉมนี้ และ Vigor (ชื่อรุ่นแปลว่า พลัง) เจเนอเรชั่นที่ 3 วางขายผ่านเครือข่ายจำหน่าย Honda Verno

ก่อนที่ Honda จะนำพาเจ้า Accord ตาเพชร คันนี้ ไปเปิดตัวที่งาน Frankfurt Motor Show หรือ IAA ช่วงปลายปี 1989

รูปโฉมภายนอกของ Accord ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและความสปอร์ต … นำทีมออกแบบโดย Mr.Tateomi Miyoshi หัวหน้าวิศวกรผู้ออกแบบจาก Honda R&D ด้วยรูปทรงโค้งมนกลมกลืน ชุดไฟหน้าแบบ Diamond Eye แบบมัลติรีเฟล็คเตอร์ ที่เวลาต่อมาค่ารถทุกค่ายจึงใช้กันจนเป็นของธรรมดาไปแล้วในยุคปัจจุบัน ฝากระโปรงหน้าลาดต่ำ กระจกบานกว้าง ให้ทัศนวิสัยดี

Honda-Accord-Interior

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ชุดมาตรวัดต่างๆ ออกแบบให้ใช้งานง่าย นั่งกันได้สบายๆ 5 คน พร้อมกับเก็บเสียงได้เงียบ ด้วยโครงสร้างประตูที่ออกแบบเป็นพิเศษ และอุปกรณ์มาตรฐานเพียบ

ชุดช่วงล่างระบบดับเบิลวิชโบน อิสระทั้ง 4 ล้อ ให้ความนุ่มนวล เกาะถนน มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และระบบขับเคลื่อนแบบเลี้ยว 4 ล้อ 4WS

และครั้งแรกของเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบ PGM-Fi ในการจ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดติดตั้งโปรแกรมอัตโนมัติ บนเครื่องยนต์พัฒนาใหม่ ตระกูล “F” ผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอยด์ ลูกสูบเป็นแบบ Under-Square ช่วงชักยาวขึ้น เพื่อให้กำลังที่ราบเรียบ และแรงบิดที่รอบต่ำ บวกกับใช้วาล์วไอดี/ไอเสีย ขนาดโตขึ้น ให้เครื่องยนต์หายใจสะดวกขึ้น แรงม้าจึงมากขึ้นตามไปด้วย

มีให้เลือกทั้งขนาด 1.8 ลิตร รหัส F18A 105 แรงม้า ขนาด 2.0 ลิตร F20A ในแบบ SOHC คาร์บูเรเตอร์ 110 แรงม้า หัวฉีด 130 แรงม้า และแบบ DOHC 150 แรงม้า รวมไปถึงเครื่องยนต์ตัวใหญ่สุดอย่างขนาด 2.2 ลิตร รหัส F22A 140 แรงม้า

Honda-Accord-CB-TH

และเครื่องยนต์ตระกูล F นี้ ยังได้พัฒนาระบบแกนบาลานเซอร์ใหม่ เพื่อลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ เมื่อใช้รอบปานกลาง และรอบสูง ช่วยให้เครื่องยนต์เดินเรียบตลอดเวลาของการขับขี่ แต่ถ้ารอบต่ำ ฮอนด้าจะเลือกออกแบบใช้ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น

เรียกได้ว่า การออกแบบของ Honda Accord ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงออพชั่นต่างๆ ทิ้งขาดคู่แข่งในรุ่นเดียวกันอย่าง Toyota Corona, Nissan Bluebird, Mazda 626 หรือ Mitsubishi Galant เป็นต้น และก็ยังมีราคาแพงเป็นหมายเลข 1 อีกด้วย …..

ซึ่งหลังจากเปิดตัวและจำหน่ายไปในหลายประเทศทั่วโลก Honda Accord รุ่นนี้ ก็คว้ารางวัลมาได้มากมายเลย อาทิ รางวัลพวงมาลัยทองคำจากนิตยสาร Bild Am Sonntag จากประเทศเยอรมนีตะวันตก และติดอันดับ 3 ใน 10 รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 1989 จากนิตยสาร Car & Driver ประเทศสหรัฐอเมริกา และคว้ารางวัล 1 ใน 5 รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2533 ของยุโรป!

Honda-Accord-Coupe-CB

1 เมษายน 1990 Honda เปิดตัว Accord Coupe ซึ่งเป็นโฉมเดียวกันกับที่ขายในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำเข้ามาขายในประเทศญี่ปุ่น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส F20A ซึ่งในไทยก็เคยมีคนนำเข้ามาใช้งาน

Honda-Accord-Wagon-CB

4 เมษายน 1991 Honda เปิดตัว Accord Wagon ก็เป็นรุ่นที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา เพื่อมาขายในญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส F22A เท่านั้น

ก่อนจะปรับโฉม Minorchange เป็นตัวไฟท้ายสั้น ในเดือนกรกฎาคม 1991 ปรับปรุงชุดกันชนใหม่ ไฟท้ายใหม่ พร้อมติดตั้งถุงลมนิรภัย SRS เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และเพิ่มระบบ Navigator ให้เลือกเป็นออพชั่นอีกด้วย

Honda-Ascot-Innova

Honda Ascot Innova ผู้มีพื้นฐานร่วมกับ Accord ตาเพชร แต่เน้นบุกคลาดยุโรปมากกว่า

เดือนมิถุนายน 1992 นำเข้า Accord เครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร จาก USA เข้าไปขายในญี่ปุ่น

Honda-Accord-CB-TH

ในส่วนของเวอร์ชั่นไทยนั้น Honda Accord ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2533 ในยุคที่ยังเป็น บริษัท ฮอนด้าคาร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บ้านเรามีเฉพาะแบบ 4 ประตู ซีดาน

Honda-Accord-CB-TH

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 5,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และเครื่องยนต์ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-Fi (Programed Fuel Injection) ให้แรงม้าสูงสุด 135 แรงม้า ที่ 5,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบ/นาที มีให้เฉพาะทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด (ตามมาในปีถัดมา)

ซึ่งระบบการจ่ายน้ำมันแบบนี้ เป็นระบบเดียวกับที่ฮอนด้าใช้ในการแข่งขันรถสูตร 1 ฟอร์มูล่า วัน ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างงดงาม

Honda-Accord-CB-TH

Honda Accord 1990 มีทั้งหมดด้วยกัน 3 รุ่น

1. Honda Accord รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด LX เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ ราคา 798,000 บาท พร้อมแอร์ พวงมาลัยเพาเวอร์ เบาะหนังแบบไวนิล กระจกไฟฟ้า 4 บาน เซ็ลทรัลล็อค เสาอากาศไฟฟ้า วิทยุ-เทป พร้อมลำโพง 2 ตัว และฝาครอบล้อขนาด 14 นิ้ว

2. Honda Accord รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด EX เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ ราคา 838,000 บาท เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่น LX ได้แก่ ไฟบอกตำแหน่งเกียร์ที่มาตรวัดความเร็ว และกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

3. Honda Accord รุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด LXi เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-Fi ราคา 898,000 บาท เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่น EX ได้แก่ ไฟเบรกดวงที่ 3 พวงมาลัยหนังแท้ เบาะนั่งแบบผ้าสักหลาด วิทยุ-เทป Hi-Power พร้อมลำโพง 4 ตัว และล้อแม็กขอบ 15 นิ้ว

Honda-Accord-CB-TH

ในเดือนเมษายน 2534 จึงเพิ่มรุ่น Top สุด เกียร์อัตโนมัติ

Honda-Accord-CB-JDM-MC

ในเดือนเมษายน 2535 ปรับโฉม Minorchange เป็นรุ่น “ไฟท้ายสั้น” หรือ “แอคคอร์ด 92-24” โฉมนี้ได้รับอานิสงส์จากการปรับลดกำแพงภาษีรถยนต์ ราคาขายจึงถูกลงกว่าเดิม โดยรุ่น LX ราคา 672,000 บาท, รุ่น EX ราคา 707,000 บาท, รุ่น LXi ราคา 757,000 บาท และรุ่น Top สุด ราคา 797,000 บาท!

หลังจากนั้นก็ขายกันไปแบบเรื่อยๆ จนถึงประมาณปลายปี 2537 จึงต้องหลีกทางให้กับ Accord เจเนอเรชั่นที่ 5 ไป …

Honda-Accord-MotorShow-1990

Honda Accord ในงาน Motor Show 1990 (ภาพจาก Grand Prix Photolike)

บทสรุป

Honda Accord รหัสตัวถัง CB โฉมนี้ในอดีต ตั้งใจออกมาเพื่อให้เป็นได้ทั้งรถครอบครัว และรถหรู เราจึงเห็นรถรุ่นนี้จำนวนมาก ที่ผู้ใช้มักจะเป็นคนทำงานระดับบริหาร หรือเจ้าของบริษัท ซื้อไว้ใช้งานกับครอบครัว แม้ว่าในปัจจุบัน จะกลายเป็นรถยอดนิยมของคนชอบรถแต่งซิ่งในยุค 90 ไปอีกรุ่นก็ตาม

Honda-Accord-MotorShow-1992

Honda Accord ในงาน Motor Show 1992 (ภาพจาก Grand Prix Photolike)

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

แม้ว่าจะเป็นรถแนวครอบครัว และรถหรูสำหรับผู้จัดการบริษัท หรือผู้บริหารขับ แต่จะหารถรุ่นนี้แบบสภาพเดิมๆ ก็ถือว่าไม่ง่ายนัก ถ้าเป็นรถแต่งซิ่ง ส่วนใหญ่สภาพจะช้ำเยอะ หลายคันเปลี่ยนเครื่องมาแล้ว ควรเลือกบอดี้รถที่ยังสวยๆ ภายในเดิมๆ ระบบไฟ ระบบความร้อนต้องดี ไม่งั้นจ่ายกันเยอะ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่ช่วงล่างดีอีกหนึ่งรุ่น วิ่งนิ่ม นุ่ม เกาะถนน แต่ช่วงล่างต้องดี หลายคันนิยมไปเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ VTEC เพราะได้แรงม้าที่มากขึ้น และการดูแลรักษาที่ง่ายขึ้น ถ้าจะเอาประหยัดก็ติดแก๊ส LPG ได้

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานใช้ได้ แต่ก็มีจุกจิกเหมือนกัน (โดยเฉพาะช่วงล่าง) ต้องซ่อมแบบลงทุนใหญ่ หรือเปลี่ยนอะไหล่ให้จบทั้งหมด เพราะถ้ารอใกล้พังค่อยเปลี่ยน ก็จะซ่อมกันแบบไม่จบ หาที่ซ่อมได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอู่ซ่อมรถที่เคยมีช่างจาก Honda ในยุค 90 ออกมาเปิดอู่เอง เตรียมงบไว้ดูแลปีละ 10,000 – 20,000 บาท ส่วนอะไหล่เก่าของรุ่นนี้ ตามเชียงกงยังพอมี แต่ราคาก็ปั่นขึ้นไปสูงพอสมควร

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 25,000 – 60,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ เอารถมาขายกับทาง CARRO ได้เลย ราคาที่ดีที่สุด ที่คุณต้องพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

All-New-Honda-Accord-2019

Honda เผยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ ใน “Honda Accord ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10”

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10” มาพร้อมครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ใหม่ 190 แรงม้า ที่ทรงพลังเหนือกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ในรุ่นเดิม ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่

นับเป็นยนตรกรรมพรีเมียมซีดาน ที่มีดีไซน์ภายนอกและภายในหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังเหนือระดับ และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING)

All-new-Honda-Accord-2019

ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10 เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก เมื่อปี 2560 และสามารถคว้ารางวัลเกียรติยศจากสถาบันชั้นนำด้านยานยนต์ในตลาดสำคัญทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ภาพลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียม ความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของพรีเมี่ยมซีดานรุ่นนี้ รวมทั้งตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้าและการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ที่มีต่อฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10 ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ภาพลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมและความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

All-new-Honda-Accord-2019

แนวคิดการออกแบบ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10

ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10 ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดหลัก “Absolute Confidence” เพื่อสร้างมาตรฐานยนตรกรรมพรีเมียมซีดานให้เหนือระดับไปอีกขั้น โดยมีหลัก 3 ประการในการพัฒนา ได้แก่

  • Dynamics – ความปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว ทั้งในด้านดีไซน์ และสมรรถนะการขับขี่
  • Captivating – ความมีเสน่ห์และน่าดึงดูดของรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย
  • Upscale – ยกระดับคุณภาพการพัฒนายนตรกรรม ให้สง่างาม และเหนือระดับเกินคลาส

All-new-Honda-Accord-2019

การออกแบบภายนอก

รูปลักษณ์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 นับเป็นการปฏิวัติดีไซน์จากทุกรุ่นที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ด้วยการผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ประณีตในทุกรายละเอียด เส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม สะท้อนความหรูหราและสปอร์ตมากกว่าที่เคยมีมา และเป็นครั้งแรกกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ที่เรียกว่า Laser Blaze ในการออกแบบตัวถัง เพื่อลดรอยต่อบริเวณหลังคารถและตัวถัง สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียม ที่เชื่อมต่อกับไฟหน้า พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ แบบ LED พร้อมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว ในรุ่นเทอร์โบ และขนาด 18 นิ้ว ในรุ่นไฮบริด

All-New Honda Accord มีมิติตัวรถยาว 4,894 มม. กว้าง 1,862 มม. สูง 1,450 มม. ส่วนความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 131.3 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,464 – 1,568 กิโลกรัม

All-new-Honda-Accord-2019

การออกแบบภายใน

ห้องโดยสารของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 ได้รับการออกแบบให้กว้างขวาง สะดวกสบาย มากยิ่งขึ้น ผสมผสานความความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว ผ่านการใช้โครงสร้างเส้นสายในแนวนอน เพื่อทำให้บริเวณคอนโซลกลางโปร่งโล่ง และส่งผลให้มีพื้นที่ช่วงขามากขึ้น อีกทั้งมอบทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่

All-new-Honda-Accord-2019

สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display : HUD) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) เป็นต้น

All-new-Honda-Accord-2019

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนที่สปอร์ตเร้าใจ 2 รุ่น ได้แก่

All-new-Honda-Accord-2019

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิด 243
นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger) ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้สมรรถนะการขับขี่มากกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กม/ลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรในรุ่นเดิม โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85 ได้อีกด้วย

All-new-Honda-Accord-2019

ส่วนเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ได้แก่

  • โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode)
  • โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และ
  • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)

และยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode) ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม Sport ที่อยู่บริเวณคันเกียร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตที่สนุกสนานเร้าใจ โดยระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่ เป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กม./ลิตร
อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

All-new-Honda-Accord-2019

มาตรฐานด้านความปลอดภัย

เหนือระดับด้วยอีกขั้นของ เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ รวมถึงเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนในทุกการเดินทาง ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม ที่จะติดตั้งในรุ่นที่จะขายในไทย อาทิ

  • ระบบกล้องส่องภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System)
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System)
  • ระบบเตือนเมื่อรถยนต์เคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor)

All-new-Honda-Accord-2019

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก), สีดำคริสตัล (มุก), สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีไอวอรี่เบจ, สีดำ และ
สีน้ำตาล (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ซึ่งขึ้นอยู่กับสีตัวรถภายนอก โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น TURBO EL             ราคา 1,475,000 บาท
  • รุ่น HYBRID                 ราคา 1,639,000 บาท
  • รุ่น HYBRID TECH    ราคา  1,799,000 บาท

ทั้งนี้ สามารถเลือก ชุดอุปกรณ์ตกแต่งระดับพรีเมียมโมดูโล (Modulo) รอบคัน ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Modulo Aero Supreme Package ราคา 43,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น สปอยเลอร์หลัง แบบดักเทล กระจังหน้าแบบสปอร์ต และคิ้วกันชนหลังโครเมียม
  • Modulo Aero Sport Package ราคา 30,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และสปอยเลอร์หลัง แบบดักเทล
  • Modulo Aero Smart Package ราคา 22,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น

รายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมสามารถอ่านได้จาก https://hondaaccess.co.th/line-up/honda-accord/

Honda-Accord-Promotion-5-8-2019

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า เมื่อจอง ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ รุ่น TURBO EL ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 – 31 พฤษภาคม 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 – 31 กรกฏาคม 2562 หรือเมื่อจองฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ รุ่น HYBRID หรือ HYBRID TECH ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 – 30 มิถุนายน 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 – 31 สิงหาคม 2562 รับนาฬิกา Garmin ( Garmin Smartwatch) Limited Edition รุ่น Forerunner 645 Music สี Slate มูลค่า 16,990 บาท

  • บริษัทฯ จะจัดส่ง Garmin Smartwatch ผ่านทางผู้จำหน่ายที่ลูกค้ารับรถยนต์ ภายใน 30 วันหลังเดือนที่รับรถยนต์
  • สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน / คืน / ทอน เป็นเงินสด และไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้อื่นได้
  • สงวนสิทธิ์ในการรับสิทธิพิเศษ 1 คันต่อ 1 สิทธิ์ตลอดรายการส่งเสริมการขาย
  • ไม่ครอบคลุมลูกค้าที่ซื้อในลักษณะเชิงพาณิชย์ เช่น ขายกลุ่ม (Fleet) หรือเช่า (Leasing) หรือรถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรณีมีข้อพิพาท คำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด

สัมผัสและทดลองขับ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ รุ่นเทอร์โบได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป
ณ โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือลงทะเบียนทดลองขับผ่าน www.honda.co.th/testdrive และพบกับรุ่นไฮบริด พร้อมทดลองขับได้ในเดือนกรกฎาคม 2562 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/accord

หมายเหตุ:

– อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

– สีภายในแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก

– สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท