Carro-Roojai-Update-5-New-Cars-In-Thailand-2020

เข้าสู่ศักราชใหม่อย่างเต็มตัว หนึ่งเรื่องที่คนรักรถติดตามนั่นก็คือ รถใหม่ปี 2020 ในไทย รอชมว่าจะมีรถรุ่นไหนออกมาขายใหม่บ้างในแต่ละปี จะมีนวัตกรรมใหม่อะไรบ้างในแต่ละรุ่นรถ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยกลไกทางการตลาดก็ทำให้รถแต่ละรุ่นมีโฉมใหม่ออกมาตลอดทุกปี แต่บางทีก็เป็นแค่ข่าวเปิดตัวในต่างประเทศหรือบางรุ่นก็ไม่ได้นำเข้ามาขายในประเทศไทย

วันนี้ Roojai.com ได้รวบรวมรุ่นรถต่าง ๆ มาไว้ให้คุณแล้วกับ “ว่าที่” รถใหม่ที่พร้อมจะเข้ามาลุยตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ให้ทุกคนได้สัมผัสจับจองเป็นเจ้าของได้จริง อัปเดตกับรุ่นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ทั้งรุ่นที่สร้างกระแสให้กับคนทั่วโลกและรุ่นที่เป็นที่นิยมบนถนนบ้านเรา จะมีรุ่นไหนบ้าง เป็นรุ่นที่คุณกำลังรออยู่หรือเปล่า อ่านกันได้เลย

5 รถใหม่ปี 2020 ในไทย มีรถรุ่นอะไรบ้าง?

Honda-Jazz-2020

1. Honda Jazz

สร้างความฮือฮากันไปแล้วก่อนหน้านี้กับรถ 4 ประตูอย่าง Honda City ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าทาง Honda จะสานต่อความนิยมกับเวอร์ชั่นแฮทช์แบ็ก 5 ประตูกับรถ Honda Jazz ในปีนี้

รถรุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่นซึ่ง gen นี้ถือเป็นลำดับที่ 4 ของตระกูล เป็นจุดดึงดูดความสนใจให้กับบรรดาสาวกรถรุ่นนี้กันได้ไม่น้อยทั้งในไทยและเทศ ผ่านดีไซน์ภายนอกและภายในที่เน้นความเรียบง่ายมากกว่าเดิม เน้นส่วนโค้งมากกว่าการตัดคม สื่อถึงความเป็นพื้นฐานของรถในอนาคตได้อย่างเต็มที่ และเช่นเดิมที่เรื่องของความกว้างและความเอนกประสงค์ภายในห้องโดยสารยังคงเป็นจุดขายไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าซึ่งช่วยสร้างชื่อให้กับรถรุ่นนี้

ถึงแม้เวอร์ชั่นตั้งต้นของรถรุ่นนี้จะมากับเครื่องยนต์ไฮบริดแต่คาดว่าพอถึงเวลาที่ทางค่ายปูพรมเปิดตัวให้กับรถรุ่นนี้ในไทย โอกาสที่จะใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกับที่ใช้ใน Honda City รุ่นล่าสุดจะมีสูงกว่า ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ Turbo Charger แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 122 แรงม้า

Mazda-CX-30-2020

2. Mazda CX-30

Mazda CX-30 เข้าไทย เป็นข่าวแรงมากในช่วงที่ผ่านมา จากความท้าทายเดิมที่ Mazda CX-3 ให้ไม่ได้ในเรื่องของขนาดภายในห้องโดยสารที่พื้นฐานถูกนำมาจาก Mazda2 ทางค่ายจึงแก้ปัญหาโดยการพัฒนารถรุ่นใหม่นี้ขึ้นมาใหม่เป็น gen ที่ 2 ของตระกูลพร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Mazda CX-30

แผนของ Mazda CX-30 ในช่วงต้นปีนี้ต่อเนื่องจากที่เปิดตัวในญี่ปุ่นก่อนหน้าเมื่อราวเดือนกันยายนในปีที่แล้ว โดยพื้นฐานตัวถังจะปรับมาใช้ร่วมกับของ Mazda3 รุ่นปัจจุบันที่เพิ่งเปิดตัวในไทยเมื่อไม่นานมานี้ สะเด็ดน้ำจนได้มิติรถใหม่ที่ช่วยส่งให้ภายในห้องโดยสารกว้างขึ้นในทุกมิติ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากขึ้น และสามารถสู้ได้แบบไม่อายกับคู่แข่งไม้เบื่อไม้เมาอย่าง Toyota C-HR และ Honda HR-V

Honda-Freed-2020

3. Honda Freed

เปิดตัวออกมาเป็นความหวังเล็ก ๆ ที่คนไทยอยากจะสัมผัสกับรถครอบครัวคุณภาพอย่าง Honda Freed หลังจากที่เปิดตัวใหม่ในแบบไมเนอร์เชนจ์ที่บ้านเกิดเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว มาพร้อมกับขุมกำลังที่มีทั้ง เบนซิน 1.5 ลิตร และ เบนซิน Hybrid ให้เลือก พร้อมกับการปรับปรุงใหม่หมดโดยเฉพาะภายในให้ดูเป็นมิตรมากขึ้น “ตรงรุ่น” ในความเป็นรถสำหรับครอบครัวในทุกจุด

อย่างไรก็ตามสำหรับรุ่นนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่าอาจะต้องลุ้นหนักหน่อยว่าจะมีเข้ามาขายในไทยหรือเปล่า เพราะทางต้นสังกัดยังไม่ได้ออกมาคอนเฟิร์มว่าจะนำเข้ามาขายอีกมั้ย แต่ด้วยกระแสเรียกร้องของผู้ใช้ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่เราจะได้เห็นรถรุ่นนี้กลับมาโลดแล่นบนถนนบ้านเราอีกครั้ง

Nissan-Kicks-2020

4. Nissan Kicks

เมื่อต้นตำรับ Crossover SUV รุ่นบุกเบิกตลาดในไทยอย่าง Nissan JUKE ถึงเวลา “กลายพันธ์ุ” (ได้สักที) มาเป็นรถรุ่นใหม่ในชื่อ Nissan Kicks บนแพลตฟอร์มล่าสุดของทางค่ายที่ชื่อ V-Platform เทคโนโลยีแบบเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Note และ Nissan Almea ใหม่

ซึ่งเวอร์ชั่นที่มาถึงเมืองไทยจะเป็นโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุดหลังจากที่รุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 บนตลาดโลก และคาดว่าจะมากับเครื่องยนต์ไฮบริด HYBRID e-POWER เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.2L ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุดอยู่ที่ 129 แรงม้า ตัวรถจะถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนเครื่องยนต์จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องปั่นไฟเข้าแบตฯ ส่งให้มอเตอร์ใช้งาน

Toyota-Yaris-2020

5. Toyota Yaris

ซิตี้คาร์ยอดนิยมอันดับหนึ่งอย่าง Toyota Yaris ในรูปแบบใหม่หมดเปลือกได้เถลิงตัวออกมาแล้วเป็นครั้งแรกที่งาน Tokyo Motor Show 2019 บนแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดเป็น TNGA-B อัปเกรดความสปอร์ตมากขึ้นที่ภายนอก ด้วยเส้นสายโค้งเว้ารอบคัน ส่วนภายในทั้งการออกแบบและการใช้งานทุกฟังก์ชั่นถูกจัดไว้อย่างลงตัว เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความล้ำสมัยไม่ต่างจากภายนอก

ด้านเครื่องยนต์ เปิดตัวมาให้เลือกกับเครื่องยนต์ 3 ขนาด ได้แก่ 1.0L, 1.5L และ 1.5L Hybrid ปล่อยให้เวอร์ชั่นปัจจุบันของรุ่นทำตลาดไปก่อน ไม่นานเกินรอ เร็วที่สุดคือไม่เกินสิ้นปีนี้หรืออย่างช้าก็ปีหน้าที่คนไทยจะได้สัมผัสกับลุคใหม่แบบหมดเปลือกของเจ้า Yaris นี้ด้วยตัวเอง

และทั้งหมดนี้คือรถรุ่นที่เรานำมาฝากกันกับ รถใหม่ 2020 ในไทย บางรุ่นกระแสมาแรงค่อนข้างชัวร์ รอเปิดตัวกันได้เลย บางรุ่นอาจต้องลุ้นหนักสักหน่อย ต้องอดใจรอกันสักนิด ช้าหรือเร็วเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ที่รอไม่ได้เลยนั่นก็คือเรื่องของการทำประกันรถยนต์ซึ่งต้องมีอยู่คู่กับรถของคุณ หากต้องการคลิกที่นี่เพื่อเช็คราคาประกันรถออนไลน์ สามารถทำได้เลยตลอด 24 ชม.ผ่านเว็บไซต์เพราะ Roojai.com เราพร้อมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

New-MG-ZS-2020

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว New MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเอสยูวี ด้วยอีกขั้นของยนตรกรรมภายใต้นิยาม “SMART UP” ยกระดับ สู่การเป็น “สมาร์ทเอสยูวี ที่เหมาะกับชีวิตสมาร์ทของทุกคน” ในราคา 689,000 – 799,000 บาท!

พร้อมดึงนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง “เจเจ – กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก ที่จะมาถ่ายทอดดีเอ็นเอของความสมาร์ทได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีแผนเผยโฉมสู่สาธารณชน ณ โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ ในวันที่ 3 – 5 เมษายนนี้

สรุปอย่างเร็ว จุดเด่นของ MG ZS ใหม่ มีอะไรเปลี่ยนใหม่บ้าง?

  • ไฟหน้า LED Projector – ไฟท้ายแบบ LED
  • กระจังหน้าใหม่
  • ล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว ลายใหม่
  • มาตรวัดใหม่ แบบ Digital Multi-Function Display ขนาด 7 นิ้ว
  • กล้องมองรอบคัน 360 องศา พร้อมหน้าจอ Infotainment ขนาด 10 นิ้ว แบบสัมผัส
  • ห้องโดยสารภายในสีทูโทน
  • เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด

New-MG-ZS-2020

นับตั้งแต่ปี 2560 MG ได้แนะนำรถเอสยูวีรุ่น MG ZS สู่ตลาดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ด้วยแนวคิดที่ต้องการพัฒนารถยนต์อัจฉริยะ หรือ สมาร์ทคาร์ โดยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการรถยนต์ ในเมืองไทยจากการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะระบบแรก และระบบเดียวในโลกที่รองรับการสั่งการในรถด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมดีไซน์ที่ล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

จึงก้าวสู่ความหนึ่งในผู้นำของกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก หรือ B-SUV ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 30,000 คัน ภายในเวลาเพียง 2 ปีครึ่ง!

New-MG-ZS-2020

New MG GS ด้านหน้าและท้ายรถ ดีไซน์ใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยว เสริมความสปอร์ตและแฝงความหรูหราที่มากขึ้น New MG ZS ยังมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด ซึ่งทำให้การตอบสนองต่อการขับขี่ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รวมไปถึงระบบปฎิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ Emergency Call ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเมื่อถุงลมนิรภัยในรถทำงาน ด้วยการโทรและส่งข้อความระบุพิกัดรถไปยังเบอร์โทรที่ได้มีการตั้งค่าไว้ เพิ่มโอกาสการรับความช่วยเหลือในเวลาฉุกเฉิน รวมทั้งมีระบบความปลอดภัยที่ให้มากกว่าเดิมทั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Around View Monitor) และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อย่างครบครัน

New-MG-ZS-2020

“New MG ZS” : SMART UP สมาร์ท SUV ที่เหมาะกับชีวิตสมาร์ทของทุกคน

“NEW MG ZS” อีกขั้นของยนตกรรม SUV ที่มาพร้อมนิยาม “SMART UP สมาร์ทเอสยูวี ที่เหมาะกับชีวิตสมาร์ทของทุกคน” ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC ให้ความสปอร์ต หรูหรา ตามแบบฉบับยนตรกรรมอังกฤษที่ได้รับการอัพเกรดขึ้นอีกขั้น ทั้งในด้านสมรรถนะ (PERFORMANCE) การควบคุม (Handing) การออกแบบ (Design) ความสะดวกสบาย (Comfort) และความปลอดภัย (Safety)

New-MG-ZS-2020

SMART UP – EXTERIOR DESIGN ขั้นกว่าของดีไซน์ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ

New MG ZS โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ และการออกแบบเส้นสายด้านข้างแบบ British Shoulder Line ด้วยความโค้งมนที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี เพิ่มความสมาร์ทด้วยไฟหน้าแบบ LED Projector ที่ควบคุมการเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Light) และไฟท้ายแบบ LED พร้อมเสริมความดุดันด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว

New-MG-ZS-2020

New-MG-ZS-2020

SMART UP – INTERIOR DESIGN & COMFORT ความลงตัวของงานออกแบบพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งาน

New MG ZS ออกแบบภายในอย่างพิถีพิถันด้วยห้องโดยสารแบบสปอร์ตสีทูโทน และการใช้วัสดุ Soft Touch ในการตกแต่ง โดดเด่นขึ้นอีกขั้น ด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นและหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะขนาด 7 นิ้วดีไซน์ใหม่ (Digital Multi-Function Display) และหน้าจอ Touch Screen ขนาดใหญ่ 10 นิ้ว ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay และระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดียกับสมาร์ทโฟนระบบ Android พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลที่มีระบบกรองอากาศเพื่อกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5

อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง พร้อมที่พักแขนด้านหน้า รวมไปถึงระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) พร้อมสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยปุ่ม Push Start และยังคงสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยหลังคาซันรูฟขนาดใหญ่แบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof)

New-MG-ZS-2020

SMART UP – PERFORMANCE บทพิสูจน์แห่งยนตรกรรมที่มาพร้อมขุมพลังที่ให้สมรรถนะเต็มประสิทธิภาพ

New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ 8 สปีด และสามารถปรับโหมดพวงมาลัยได้ถึง 3 โหมด คือ

  • โหมด City สำหรับการขับขี่ในเมือง
  • โหมด Standard สำหรับการขับขี่ทั่วไป และ
  • โหมด Sport สำหรับการขับขี่สไตล์สปอร์ต

มาพร้อมช่วงล่างตามแบบ Euro Tuning Suspension ที่ให้การทรงตัวอย่างดีเยี่ยม ผสานกับระบบช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลงและช่วงล่างหลังแบบ Torsion Beam ที่จะทำให้การควบคุมในการขับขี่ลงตัวมากขึ้น

New-MG-ZS-2020

SMART UP – SAFETY สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยที่สุดแห่งเทคโนโลยีความปลอดภัย

New MG ZS จัดเต็มระบบความปลอดภัย ให้มาแบบคุ้มค่ามากๆ อีกทั้งตัวรถใช้โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Synchronized Protection System อาทิเช่น ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold) กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนถอยหลัง ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light) ถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างรวม 6 จุด และระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

New MG ZS มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น C+ D+ และรุ่นสูงสุดคือ X+ พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 4 สี คือ สีขาว Arctic White สีแดง Scarlet Red สีเงิน Silver Metallic และ สีดำ Black Knight โดยมีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แบ่งตามรุ่นย่อย ดังนี้

รุ่นรถยนต์ ราคาจำหน่าย

(บาท)

 

New MG ZS รุ่น C+

 

 

689,000

 

 

New MG ZS รุ่น D+

 

 

739,000

 

 

New MG ZS รุ่น X+

 

 

799,000

 

New MG ZS มาพร้อมโปรโมชั่นและแคมเปญสุดพิเศษ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า ในสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาด โดยลูกค้าที่จองและรับรถภายในเดือนเมษายนนี้ จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษ ดังนี้

  • ซื้อรถ NEW MG ZS วันนี้ “ขับฟรี 3 เดือน”*
  • ดอกเบี้ยพิเศษ เพียง 1.89%*
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

*ภายใต้เงื่อนไขของสถาบันการเงินที่กำหนด

ส่วนใครที่อยากได้ MG ZS ใหม่ แต่เงินสดมีไม่เพียง ถ้าใช้รถคันเดิมอยู่ สามารถนำมาขายกับทาง CARRO ได้ แม้ว่ารถจะติดไฟแนนซ์ เราก็พร้อมปิดไฟแนนซ์ให้ และยินดีรับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หากเราย้อนกลับไปในช่วงยุค 2000 ตอนนั้นหลายกำลังตื่นเต้นกับความเป็นยุค “มิลเลนเนียม” หรือ “สหัสวรรษใหม่” และ “Y2K” กันเอามากๆ รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามาทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออินเตอร์เน็ต เป็นต้น

ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นในอดีตก็ยังถือว่ามีราคาที่แพงมากในการเข้าถึง เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์หรูๆ จากญี่ปุ่นหรือยุโรป ที่ต้องเรียกว่ามีราคาสูงมากเช่นเดียวกัน ในเวลานั้นหลายคนอาจจะยังเป็นเด็ก อาจจะเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ เงินเดือนยังไม่สามารถเป็นเจ้าของรถได้ ก็ต้องเก็บความอยากได้ ความชื่นชอบ เอาไว้ในใจ

เวลาผ่านไป 20 ปี (ปี 2563) รถหรูระดับ Mid-Size หรือ Full-Size เหล่านี้ ราคาก็ตกลงมามากแล้ว บางคันอาจจะถูกแบบเหลือเชื่อ ถูกกว่ารถ Eco-Car ในปัจจุบัน หรือราคาต่ำกว่าแสนด้วยซ้ำไป! แต่ว่าจะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจ ยังน่าเล่นในยุคนี้บ้าง MR.CARRO รวบรวมมาให้ชมกัน …

2000-Audi-A6

ภาพจาก Benny Thanutpon

1. Audi A6 2.4 Tiptronic ราคา 2,720,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท

สำหรับ Audi A6 (ออดี้ เอ6) ในรหัสรุ่น C5 ก็นับว่าเป็นรถยอดเยี่ยมอีกหนึ่งรุ่นนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2542 ซึ่งในเวลานั้น บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด เป็นผู้จำหน่าย Audi A6 รุ่นนี้ ขุมพลังแบบเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร V6 DOHC 30 วาล์ว 165 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

มีตัวเลือกทั้งรุ่นขับหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro และแบบ Avant ให้เลือก โดยเป็นการนำเข้าจากเยอรมนีเป็นหลัก ต่อมาในช่วงเดือนมิถุนายน 2543 จึงเพิ่มรุ่นประกอบในประเทศด้วย

2000-BMW-523-iA

ภาพจาก ซื้อขายรถยนต์นำเข้า รับจำนำรถยนต์

2. BMW 523iA (MY2000) ราคา 2,999,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 140,000 – 170,000 บาท

BMW Series 5 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5) รหัส E39 เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2540 เป็นรุ่นสุดท้ายที่ ยนตรกิจ ขายอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด ของ BMW จากเยอรมนี จะเข้ามาสานการขายต่อในปี 2541

สำหรับ BMW 523iA ในเวลานั้นถือว่าเป็นรถที่ขายดีมาก ภายในหรูหรา ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 6 สูบ 184 แรงม้า

2000-BMW-730iAL

ภาพจาก Boyd Saharat

3. BMW 730iAL ราคา 7,083,400 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 220,000 – 300,000 บาท

BMW Series 7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7) รหัส E38 เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2537 มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดไฮเทคในราคาที่แพงระยับในยุคนั้น โดยในรุ่นย่อย 730iAL จัดเป็นรุ่นที่มีระยะฐานล้อยาวเป็นพิเศษ นั่งสบายดั่งเครื่องบินเฟิร์สคลาส ในราคามือสองที่ถูกกว่าอีโคคาร์ สำหรับท่านประธานขี้เมื่อยโดยเฉพาะ

สำหรับรุ่นนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส M60B30 แบบ V8 DOHC 32 วาล์ว 215 แรงม้า

2000-Citroen-XM

ภาพจาก Motor 1

4. Citroen XM 3.0i V6 24 V ราคา 3,300,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 50,000 – 80,000 บาท

Citroen XM (ซีตรอง เอ็กซ์เอ็ม) กลายเป็นรถที่คนเล่นกันเฉพาะกลุ่มไปแล้ว สำหรับ XM ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราในแบบฝรั่งเศส ช่วงล่างแบบระบบไฮแดรกทีฟ ใช้เซ็นเตอร์ 5 ตัว คอยตรวจจับการทำงาน และปรับการทำงานของช่วงล่างตามสภาพถนนได้ ให้ความนุ่มนวลมากถึง 85% ตลอดระยะทางการขับขี่ เกาะถนน

เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกันยายน 2534 มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร, ขนาด 3.0 ลิตร และแบบ Break แวกอน ส่วนในรุ่น 3.0 ลิตร ที่เรานำมาเสนอนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส ZPJ แบบ V6 ที่ทำจากอลูมิเนียมทั้งหมด แรงม้าสูงสุด 170 แรงม้า

2000-Lexus-LS

5. Lexus LS400 ราคา 6,580,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 250,000 – 320,000 บาท

Lexus LS400 (เลกซัส แอลเอส 400) ที่สุดของความหรูหราในแบบฉบับญี่ปุ่น “ไม่ใช่แค่รถยนต์ เลกซัส ยานยนต์ปฏิวัติ” เพื่อลุยตลาดโลกของ Lexus หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Toyota Celsior (โตโยต้า เซลซิเออร์) เป็นรถรุ่นแรกที่ Toyota เลือกใช้แบรนด์ Lexus ส่งไปลุยตลาดยุโรป และอเมริกา ก่อนจะเปิดตัวขายในบ้านเราเป็นรุ่นชูโรงเมื่อปี 2535

ส่วนในรุ่นเจเนอเรชั่นที่ 2 (ที่พัฒนามาจากเจนฯ แรก) เผยโฉมกันในปี 2540 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร รหัส 1UZ-FE แบบ V8 DOHC 32 วาล์ว VVT-i 290 แรงม้า แถมยังมีระบบความปลอดภัยเพียบ ทั้งระบบเบรก ABS/EBD ระบบการควบคุมการทรงตัว VSC และระบบยึดเกาะถนน TRC เป็นต้น

2000-Mercedes-Benz-E-240

ภาพจาก Seven Car

6. Mercedes-Benz E 240 ราคา 3,950,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 280,000 – 330,000 บาท

Mercedes-Benz E-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส) รหัส W210 ขวัญใจอาเสี่ยในยุค 90 ที่ตอนนี้ราคาถูกกว่าอีโคคาร์ซะอีก แต่ได้ขับหรือนั่ง ก็ดูเท่กว่าเห็นๆ โดยในบ้านเราก็มีเจ้า เบนซ์ ตากลม รุ่นนี้ให้เลือกกันอยู่หลายรุ่นย่อย แต่ที่เรายกมาคันนี้ คือรุ่นย่อยที่แพงที่สุดในปี 2543 ซึ่งในบ้านเรามีทั้งรุ่นประกอบในประเทศ และรุ่นนำเข้าอย่าง E 240 2.6

สำหรับ E 240 ใช้ขุมพลังขนาด 2.4 ลิตร รหัส M112.911 แบบ V6 DOHC 24 วาล์ว 170 แรงม้า และในตัว E 240 2.6 เป็นแบบขนาด 2.6 ลิตร แบบ V6 DOHC 24 วาล์ว 170 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

2000-Mercedes-Benz-S-500-L

7. Mercedes-Benz S500L ราคา 13,100,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 580,000 – 700,000 บาท

Mercedes-Benz S-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส) รหัส W220 ที่สุดของความหรูหรา สำหรับ “ท่านประธาน” เท่านั้น! ขายในไทยตั้งแต่ปี 2541 มีรุ่นยอดนิยมในตลาดรถมือสอง อาทิเช่น S280, S 320 L และ S 500 L โดยรุ่นแพงที่สุดคงต้องเป็นรุ่นย่อย “S 500 L” ฐานล้อยาว สำหรับท่านประธานที่ชอบความสบายของการยืดขาสุดๆ มีเฉพาะรถนำเข้าเท่านั้น ในราคาออกใหม่หลักสิบล้าน! แต่ตอนนี้ราคาเท่าอีโคคาร์!

สำหรับ S 240 ใช้ขุมพลังขนาด 5.0 ลิตร รหัส M113 E50 แบบ V8 SOHC 24 วาล์ว 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 460 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เรียกว่าแรงสั่งได้เลยทีเดียว!

2000-Peugeot-605

8. Peugeot 605 SV 3.0 ราคา 2,275,890 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 70,000 – 90,000 บาท

Peugeot 605 (เปอโยต์ 605) อันนี้จัดว่าเป็นรถในระดับ Executive Car “The Leader of the Lions” รถธงของค่ายเปอโยต์ อันน่าภาคภูมิใจอีกรุ่น แม้ว่าคนเล่นรถส่วนใหญ่จะลืมไปแล้วก็ตาม … สำหรับ 605 ซึ่งในไทยมีขายทั้งรุ่นแรก และโฉมไมเนอร์เชนจ์เลย ซึ่งในตลาดโลกรุ่นนี้เลิกผลิตไปตั้งแต่ปี 1999 แต่ในราคาที่ทาง MR.CARRO อ้างอิงมา ในปี 2543 ยังคงมีขายเหลืออยู่ครับ

บ้านเรามีทั้งรุ่นขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 130 แรงม้า และขนาด 3.0 ลิตร รหัส แบบ V6 ที่ทำจากอลูมิเนียมทั้งหมด แรงม้าสูงสุด 170 แรงม้า ตัวเดียวกับใน Citroen XM นั่นแล …

2000-Toyota-Crown-Royal-Saloon

9. Toyota Crown 3.0 Royal Saloon เบาะหนังแท้ ราคา 3,750,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 270,000 – 350,000 บาท

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) เจเนอเรชั่นที่ 11 สะท้อนศักดิ์ศรี แห่งความเป็นเลิศ ในแบบฉบับญี่ปุ่น เป็นรถยอดนิยมของผู้บริหารของบริษัทญี่ปุ่นในไทย เปิดตัวในบ้านเราเมื่อปี 2543 มีทั้งรุ่น Royal Saloon เบาะผ้า และรุ่นเบาะหนังแท้ หรูหราในแบบญี่ปุ่น

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 2JZ-GE แบบ 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 294 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ETCS-i (Electronic Throttle Control System Intelligent) ช่วยให้การขับขี่ที่ต่อเนื่องและนุ่มนวล ทำงานเต็มกำลังและประหยัดน้ำมัน

2000-Volvo-S80

10. Volvo S80 ราคา 2,980,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท

Volvo S80 (วอลโว่ เอส80) ความหรูหราเรียบง่ายแบบสวีเดน ผสานกับการใช้สอยที่ลงตัว โดยโฉมนี้บ้านเราเปิดตัวในปี 2543 มีดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Volvo รุ่นที่แล้วๆ มา แต่ก็ยังคงความคลาสสิคเอาไว้

โฉมนี้ในบ้านเรามาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.3 ลิตร รหัส B5234T7 แบบ 5 สูบ DOHC 20 วาล์ว Light Pressure Turbo 193 แรงม้า

ถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ราคารถมือสอง 10 รุ่นข้างต้นนี้ เป็นราคารถยนต์มือสองที่ Update ณ เดือนมีนาคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาของราคารถมือสอง ในปี 2543

  • นิตยสารวัฏจักรรถ 2000 ปีที่ 11 (1) ฉบับที่ 597 (44) วันจันทร์ที่ 6 – 13 มีนาคม 2543
All-New-Mazda-CX-30-2020

Mazda เปิดเกมส์รุกตลาดรถ Crossover SUV ด้วยสมาชิกใหม่ตระกูล CX ซีรี่ส์ ด้วยการเปิดตัว All-New Mazda CX-30 กับแนวคิด “Life’s Always On เติมชีวิตให้เต็มความหมาย” สง่างามด้วยดีไซน์จาก โคโดะ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC PLUS

เหนือระดับด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ตอบสนองดีที่สุดในคลาสด้วยกำลังสูงสุด 165 แรงม้า อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งล้านบาท พร้อมรับประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี และขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม.** อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ SKY BOOKING

All-New-Mazda-CX-30-2020

สำหรับตลาดรถอเนกประสงค์ของไทย เป็นตลาดใหญ่รองจากตลาดปิกอัพและรถเก๋งเล็ก โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา เซ็กเมนต์นี้มียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้นกว่า 146,560 คัน (รวม PPV) หากแยกเฉพาะ SUV มียอดขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 86,000 คัน ส่วน Mazda มียอดขายรวม 5,736 คัน ซึ่งในปี 2563 นี้ มาสด้าคาดการณ์ว่าตลาดในเซ็กเมนต์นี้จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.5 แสนคัน (รวม PPV) และที่สำคัญมาสด้าตั้งเป้าไว้สูงถึง 18,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 200% เลยทีเดียว

โดยตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2562 ที่ผ่านมา มียอดขายสะสมสูงถึง 1,007,000 คัน เมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2561 ตัวเลขยอดรวมอยู่ที่ 1,041,000 คัน ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเพียง 3% ในขณะที่มาสด้ามียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้น 58,129 คัน มาสด้าคาดการณ์ว่าตลาดรวมในปี 2563 จะลดลงประมาณ 5-10% มาอยู่ที่ประมาณ 920,000 – 940,000 คัน ในขณะที่มาสด้าตั้งเป้ายอดในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 60,000 คัน

แม้ว่าจะยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามากระตุ้นตลาด แต่มาสด้าเชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยยอดขายรวมสะสมปี 2563 ที่ผ่านมา 2 เดือน (มกราคมและกุมภาพันธ์) ตัวเลขรวมของอุตสาหกรรมอยู่ที่ (ประมาณการ) 140,000 คัน และเป็นยอดขายรถยนต์มาสด้าอยู่ที่ประมาณ 7,000 คัน

หนึ่งในกลยุทธ์ของมาสด้าในปี 2563 คือ การผลักดันแบรนด์สู่การเป็นผู้นำรถ Crossover SUV ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่นี้จะเข้ามาเติมเต็มตระกูล CX Series ของมาสด้า ซึ่งอักษร CX แทนความเป็น Sports Crossover ให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

All-New-Mazda-CX-30-2020

ด้วยขนาดของ All-New Mazda CX-30 ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 ส่งผลให้รถรุ่นนี้มีความคล่องตัวสูง มีทัศนวิสัยที่ดีตามแบบฉบับรถ Crossover ตอบสนองที่ดีเยี่ยมด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร ที่แรงและประหยัดน้ำมัน รองรับน้ำมันได้สูงสุดถึง E85 ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร*

All-New Mazda CX-30 ถือเป็นรถ Crossocer SUV เจเนอเรชั่นใหม่รุ่นแรกของมาสด้า ที่งดงามและโดดเด่น ด้วยแนวคิดการออกแบบของ KODO:Soul of Motion ยังคงเน้นความเรียบหรูด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่โฉบเฉี่ยวและทรงพลัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Less is More ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกสู่ห้องโดยสาร

All-New-Mazda-CX-30-2020

มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ที่พัฒนาจากท่วงท่าของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและมีสมดุล มอบความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมไปถึงผู้ใช้ถนน อีกทั้งยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ ลดการแก้พวงมาลัยน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดความอ่อนล้าจากการขับขี่ ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการโคลงตัวที่ลดลง

All-New-Mazda-CX-30-2020

มาสด้ายังคงถ่ายทอดจุดเด่นด้านความหรูหราภายในห้องโดยสาร ด้วยการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ภายในห้องโดยสารถูกพัฒนาตามหลักปรัชญา HUMAN CENTRIC PHILOSOPHY ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่ออกแบบให้โอบกระชับรองรับกับสรีระ ช่วยให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง แนวกระดูกสันหลังคงรูปตัว S เหมือนขณะกำลังเดิน

พวงมาลัยและคันเร่งได้รับการจัดวางอย่างลงตัว มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ รวมถึงฟังก์ชั่นและการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ

All-New-Mazda-CX-30-2020

มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วยเบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้าช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน

การเชื่อมต่อการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน สร้างอารมณ์สุนทรีย์ด้วยระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

All-New-Mazda-CX-30-2020

สะดวกสบายตลอดเส้นทางภายในห้องโดยสารที่เงียบโปร่งสบาย พร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยเบาะหลังแบบพับได้ 60:40 แยกอิสระจากกัน และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

All-New-Mazda-CX-30-2020

All-New Mazda CX-30 มอบความปลอดภัยระดับสูงสุดด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยเน้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุมากถึง 12 ระบบ

  • ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 ̊ View Monitor)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support)
  • ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
  • ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Rear Crossing)
  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-keep Assist System)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)

อีกทั้งยังปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

All-New-Mazda-CX-30-2020

All-New Mazda CX-30 มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบด้วย

  • สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
  • สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
  • สีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray)
  • สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)
  • สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)
  • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
  • สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue)

ราคาของ Mazda CX-30 ใหม่

  • รุ่น 2.0 C ราคา 989,000 บาท
  • รุ่น 2.0 S ราคา 1,099,000 บาท
  • รุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ All-New Mazda CX-30 สามารถจองในระบบออนไลน์ผ่าน https://skybooking.mazda.co.th/ ได้แล้ววันนี้

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อ Mazda CX-30 คันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

New-Car-Promotion-Motorshow-2020

สวัสดีในเดือนมีนาคม แม้ว่าหลายคนกำลังหวั่นติดตกกับปัญหาไวรัส Covid-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศขณะนี้ ส่งผลกระทบให้กับงาน Event และงานแถลงข่าวต่างๆ ยกเลิกจัดงานกันเป็นแถว

โดยสำหรับงาน Motor Show 2020 ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2563 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ทาง CARRO เองได้รับรายงานจากแหล่งข่าวแจ้งมาว่า งานไม่ยกเลิกจัด แต่เลื่อนไปเป็นวันที่ 22 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2563 แทน

ซึ่งภายในงาน Motor Show 2020 มีรถยนต์เปิดตัวใหม่หลายรุ่น อาทิ Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) หรือ Nissan Kicks (นิสสัน คิกส์) เป็นต้น อีกทั้งการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ พร้อมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ก็มีให้เลือกซิ้อเลือกหากัน รวมไปถึงโปรโมชั่นเด็ดๆ แคมเปญโดนๆ ที่คนอยากซื้อรถใหม่ไม่ควรพลาด …

แต่อยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถง่ายๆ ได้ราคาดี กับ CARRO Thailand” นะครับ

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Show 2020 และในเดือนมีนาคม – เมษายน 2563 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

โปรโมชั่นพิเศกับ Corolla Altis

หมายเหตุ

  • *อัตราดอกเบี้ย 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป สำหรับ โคโรลล่า อัลติส รุ่นโฉมใหม่ ปี 2562
  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3 เฉพาะรุ่น 1.8 เครื่องยนต์ไฮบริดและเบนซิน
  • ต้องแจ้งผ่าน บริษัท โตโยต้า อินชัวรันซ์โบรกเกอร์ จำกัด เท่านั้น
  • ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (ทุกๆ 10,000 กม. รวม 10 ครั้ง) หรือภายในระยะเวลา 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • พิเศษเฉพาะรุ่นไฮบริด รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดภายในปีที่ 1-10 และรับประกันการใช้งานระบบไฮบริดภายในปีที่ 1-5 (นับตั้งแต่วันส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ารายแรกตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่)
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

เงื่อนไขการรับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้า

  • รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% สำหรับลูกค้าโตโยต้าที่ซื้อรถ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ทุกเกรด
  • สิทธิ์สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถโตโยต้าในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องลงทะเบียนและแสดงหลักฐานในการใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น TOYOTA Privilege More เพื่อแสดงรหัสที่ได้รับต่อพนักงานขายรถโตโยต้า
  • ยกเว้นรถ โคโรลล่า อัลติส ที่ขายภายใต้เงื่อนไขการขาย Fleet
  • รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ตรวจสอบรายละเอียดสิทธิพิเศษหรือสอบถามเงื่อนไขได้ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า

CAMRY Ultimate Promotion

เงื่อนไข

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด) และสำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 มูลค่าสูงสุด 39,142 บาท โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆ ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6 – 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4 – 5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2563
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

ซื้อไฮลักซ์ รีโว่ วันนี้ ดาวน์ 0.-*

เงื่อนไข

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ Z Edition ดาวน์ 0.-

  • คำนวณจาก Hilux Revo รุ่น Smart Cab 2.4J Plus Z Edition ราคา 600,000 บาท ดาวน์ 5% และ รุ่น Double Cab Z Edition 2.4J Plus ราคา 690,000 บาท เมื่อดาวน์ 5% สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ ดาวน์ 0.-

  • คำนวณจาก Hilux Revo รุ่น Smart Cab Prerunner 2.4J Plus  ราคา 672,000 บาท ดาวน์ 5% และ รุ่น Double Cab Prerunner 2.4J Plus ราคา 770,000 บาท เมื่อดาวน์ 5% สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ 4×4  : ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี

  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

เงื่อนไขอื่นเพิ่มเติม

  • สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถตั้งแต่ 1 – 31 มีนาคม 63 และเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดไม่ได้
  • สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 5 เมษายน 2563

Nissan Terra Offer

Terra

ข้อเสนอพิเศษ:

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*,**
  • Nissan ช่วยผ่อนครึ่งหนี่ง ระยะเวลา 12 เดือน** (คำนวณจากรุ่น 2.3V 2WD ราคา 1,316,000 เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 4.09%, ค่างวด 17,130 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 8,565 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 102,780 บาท)

หรือ

  • ราคาพิเศษ 1,199,000 บาท**
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ**

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 37%, ผ่อนนาน 60 เดือน)
  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งเอเนอร์เจติกแพกเกจ*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL เท่านั้น
** สำหรับรุ่น 2.3 V 2WD 7AT เท่านั้น

nissan note

Note

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • Nissan ช่วยผ่อน 50% ระยะเวลา 12 เดือน* (คำนวณจากเงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 4.55%, ค่างวด 7,579 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 3,790 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 45,480 บาท, คำนวณจากรุ่น E CVT ราคา 568,000 บาท)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 20%, ดอกเบี้ย 1.92% และงวดที่ 61 (198,800), คำนวณจากรุ่น E CVT ราคา 568,000 บาท]*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2E CVT เท่านั้น

NISSAN MARCH

March

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • Nissan ช่วยผ่อน 50% ระยะเวลา 12 เดือน* (คำนวณจากเงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 4.45%, ค่างวด 5,574 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 2,787 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 33,444 บาท, คำนวณจากรุ่น S MT ราคา 420,000 บาท)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,799 บาท*, คำนวณจาก เงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.18%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากรุ่น S MT ราคา 420,000 บาท

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2S MT เท่านั้น

NISSAN ALMERA

Almera

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 1.79%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)
  • ฟรี โปรแกรมบำรุงรักษา (SAVE SAFE)  3ปี/42,000 กม.*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V และ VL เท่านั้น บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซมโปะประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

NISSAN TEANA

Leaf

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 3 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 1.79%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)
  • ฟรีเครื่อง Wallbox EV Charger รวมค่าติดตั้งมูลค่า 72,000 บาท
  • ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษาและค่าแรงเช็คระยะและอะไหล่ใช้งานสิ้นเปลือง 4 รายการ**  3ปี/60,000 กม.
  • ฟรีขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร
  • ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี (Premium Roadside Assistance)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น และ บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)

** อะไหล่ใช้งานสิ้นเปลือง 4 รายการ ได้แก่ แบตเตอรี่ 12 V 1 ชุด, ผ้าเบรก (หน้า-หลัง) 1 ชุด, ยาง 1 ชุด (4 เส้น), ยางปัดน้ำฝน (ซ้าย-ขวา) 3 ชุด (รวมค่าแรงและค่าอะไหล่)

New Nissan X-Trail

X-Trail

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • Nissan ช่วยผ่อน 50% ระยะเวลา 12 เดือน* (คำนวณจากเงินดาวน์ 35%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 2.89%, ค่างวด 13,584 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,792 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 81,504 บาท คำนวณจากรุ่น 2.5V 2WD ราคา 1,460,000 บาท)

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

NISSAN SYLPHY

Sylphy

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • Nissan ช่วยผ่อน 50% ระยะเวลา 12 เดือน* (คำนวณจากเงินดาวน์ 39%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 2.89%, ค่างวด 7,588 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 3,794 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 45,528 บาท, คำนวณจากรุ่น 1.6V CVT ราคา 869,000 บาท)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)

* เงื่อนไขนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.6V CVT เท่านั้น

NISSAN TEANA

Teana

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • Nissan ช่วยผ่อน 50% ระยะเวลา 12 เดือน* (คำนวณจากเงินดาวน์ 39%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 2.89%, ค่างวด 12,451 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,226 จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 74,712 บาท, คำนวณจากรุ่น 2.0XL ราคา 1,426,000 บาท)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

New NISSAN NAVARA Black Edition

Navara

Nissan Navara Double Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • Nissan ช่วยผ่อนครึ่งหนี่ง ระยะเวลา 12 เดือน* (คำนวณจากเงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 4.05%, ค่างวด 10,721 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 5,361 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 64,332 บาท, คำนวณจากรุ่น D/Cab Black Edition 20MY ราคา 877,000 บาท)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2563

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • Nissan ช่วยผ่อนครึ่งหนี่ง ระยะเวลา 12 เดือน* (คำนวณจากเงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 4.65%, ค่างวด 9,973 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,987 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 59,844 บาท, คำนวณจากรุ่น K/Cab Black Edition 20MY ราคา 790,000 บาท)

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน)

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab Calibre EL 6MT รุ่นปี 2019 และ 2020

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2563

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • Nissan ช่วยผ่อนครึ่งหนี่ง ระยะเวลา 12 เดือน* (คำนวณจากเงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 4.65%, ค่างวด 10,093 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 5,047 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 60,564 บาท, คำนวณจากรุ่น K/Cab Calibre EL 6MT 20MY ราคา 799,500 บาท)

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,429 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 15%, ดอกเบี้ย 1.33% และงวดที่ 61 (279,825), คำนวณจากรุ่น K/Cab Calibre EL 6MT 20MY ราคา 799,500 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab S 6MT รุ่นปี 2018, 2019 และ 2020

ระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2563

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • Nissan ช่วยผ่อนครึ่งหนี่ง ระยะเวลา 12 เดือน* (คำนวณจากเงินดาวน์ 20%, ผ่อนนาน 84 เดือน, ดอกเบี้ย 4.65%, ค่างวด 8,042 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,021 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,252 บาท, คำนวณจากรุ่น K/Cab S 6MT 20MY ราคา 637,000 บาท)

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,900 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 15%, ดอกเบี้ย 3.47% และงวดที่ 61 (222,950), คำนวณจากรุ่น K/Cab S 6MT 20MY ราคา 637,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab S 6MT 20MY เท่านั้น

NISSAN URVAN

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Honda

All-New-Honda-City-Turbo-2020

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE

  • เมื่อจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2563 และรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2563

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท ①  พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.39%*

หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
Honda Easy Deal Easy Life วันนี้…ออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ รับฟรี เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์  Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท*
*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 2 ปี  พิเศษสุด! ฟรีโต๊ะปิกนิกแบบพับได้ 4 ที่นั่ง มูลค่า 1,590 บาท  และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร  ฟรี ! 

หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 24,000 บาท พิเศษสุด! ฟรีโต๊ะปิกนิกแบบพับได้ 4 ที่นั่ง มูลค่า 1,590 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร  ฟรี !Honda Easy Deal Easy Life วันนี้…ออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ รับฟรี เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์  Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท*
*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda City
– ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,500 บาท ①   กับ Double Smile*

หรือ

รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29% ② 

Honda Easy Deal Easy Life วันนี้…ออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ รับฟรี เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์  Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท*

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

หรือ

ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร 

สิทธิพิเศษเพิ่มเติม สำหรับรุ่น V+, RS, RS+

•    รับฟรี ! กระเป๋าคาดอก Herschel Bag  รุ่น Seventeen สี Raven Cross Hatch (สีเทา) มูลค่า 1,590 บาท
•    รับฟรี ! บัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท

Honda Easy Deal Easy Life วันนี้…ออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ รับฟรี เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์  Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท*

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท ③  พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

Honda Easy Deal Easy Life วันนี้…ออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ รับฟรี เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์  Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท*

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ย 2.29%
หรือ รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท

All-New Honda Accord

รุ่น Turbo EL

รับดอกเบี้ย 1.99%* สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าปัจจุบัน (Honda Loyalty) รับเพิ่ม ส่วนลดดอกเบี้ย 0.30 % พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”

หรือ

รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท
พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”

หรือ

รุ่น Hybrid และ Hybrid Tech

รับดอกเบี้ย 0.99%* สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าปัจจุบัน ( Honda Loyalty ) รับเพิ่ม ส่วนลดดอกเบี้ย 0.30 % พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รับสิทธิพิเศษฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท

หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รับสิทธิพิเศษฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท

สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนล่วงหน้า รับฟรี Starbuck Card มูลค่า 1,500 บาท*** ลงทะเบียน คลิก
Honda Easy Deal Easy Life วันนี้…ออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ รับฟรี เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์  Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท*

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

หรือ

ดอกเบี้ย 1.99 %* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน

หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE **  ผ่อนเริ่มต้น 8,000 บาท พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน

Honda Easy Deal Easy Life วันนี้…ออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ รับฟรี เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์  Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท*

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี  และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

หรือ

ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,000 บาท นาน12 เดือน รวมมูลค่า 12,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

Honda Easy Deal Easy Life วันนี้…ออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ รับฟรี เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์  Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท*

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี  และฟรี ! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร  พร้อมรับ ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ฟรี !

หรือ

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 14,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี ! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร  พร้อมรับ ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ฟรี !

Honda Easy Deal Easy Life วันนี้…ออกรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ รับฟรี เครื่องฟอกอากาศฆ่าเชื้อโรคในรถยนต์  Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท*

* เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 12 – 48 เดือน

Mazda

Mazda Finest Moment Motor Show Campaign

ช่วงเวลาดีๆ รับแคมเปญมอเตอร์โชว์ก่อนใคร

ดอกเบี้ยต่ำสุด 1.99% รับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี รับประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance

พิเศษ รับฟรีคูปองน้ำมัน มูลค่า 3,000 บาท สำหรับ All-New Mazda3
1 – 24 มีนาคม 2563 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 1.99%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda3

ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี คูปองน้ำมัน 3,000 บาท

Mazda CX-3

ส่วนลด 100,000 บาท
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda CX-30

ดอกเบี้ย 1.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda CX-5

ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ชุดแต่ง Off-road Package มูลค่าสูงสุด มูลค่า 13,050 บาท

Mazda CX-8

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี Mazda Added Protection โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ดาวน์เริ่มต้น 25,000 บาท
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mitsubishi

all-Model-Promotion

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอเดียวกับ Motor Show สำหรับออกรถยนต์มิตซูบิชิ วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2563

New Attrage and New Mirage

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี (2) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อน

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึง 30 เมษายน 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

Xpander

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อน  หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% และ แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์ รุ่นปี 2019 ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึง 30 เมษายน 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

New Pajero Sport

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือ ประกันภัยชั้นหนึ่งระยะเวลารวม 2 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึง 30 เมษายน 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

Triton

  • ราคาพิเศษ 999,000 บาท
  • รับฟรี อุปกรณ์ตกแต่งซุ้มล้อ
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 2 ปี

(สิทธิประโยชน์ตาม (1), (2) นี้ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึง 11 เมษายน 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

Suzuki

All-New-Suzuki-Carry

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
รับข้อเสนอ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท*(2)
หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.09%* (4)
พร้อมส่วนลดพิเศษข้าราชการประจำและพนักงานรัฐวิสาหกิจ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
ข้อเสนอสุดพิเศษ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 40,000 บาท*(1),
พร้อม ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(3)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,888 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ *(5)
พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1),
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1),
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,999 บาท*(2)
หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.69%* (4)
พร้อมส่วนลดพิเศษข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Carry ทุกรุ่น
รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1) พร้อมส่วนลดพิเศษสำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ *(5)
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ***

*(1) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(2) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อ กับ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น คำนวณจากโปรแกรม MY WAY รุ่น New Ertiga GL AT ราคา 655,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,999 บาท ดาวน์ 24.6% (เงินดาวน์161,300 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Celerio GA M/T ราคา 318,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ1,999 บาท ดาวน์ 20% (เงินดาวน์ 63,600 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท ดาวน์ 25.88% (เงินดาวน์ 140,011 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Ciaz GL CVT Minor Change ราคา 559,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,888 บาท ดาวน์ 15% (เงินดาวน์ 83,850 บาท) ผ่อน 84 งวด
*(3) บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท สามารถใช้ได้เฉพาะสถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เท่านั้น จัดส่งโดยผู้จำหน่ายภายใน 60 วัน หลังการส่งมอบรถยนต์
*(4) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิ รุ่น Swift ดอกเบี้ย 1.09% ที่ดาวน์เริ่มต้น 25% ผ่อนสูงสุด 48 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 8,822 บาท คำนวณจากรุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ดาวน์ 25% (เงินดาวน์ 135,250 บาท) ผ่อน 48 งวด รุ่น Ertiga ดอกเบี้ย 1.69% ที่ดาวน์เริ่มต้น 20% ผ่อนสูงสุด 60 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 9,472 บาท คำนวณจากรุ่น New Ertiga GL AT ราคา 655,000 บาท ดาวน์ 20% (เงินดาวน์ 131,000 บาท) ผ่อน 60 งวด เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่ 1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(5) บริษัทขอสงวนสิทธิ์สำหรับ กลุ่มลูกค้าข้าราชการประจำ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ไม่รวมถึง พนักงานราชการ (ลูกจ้างสัญญาจ้าง) ลูกจ้างประจำและชั่วคราว) ที่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อตามเงื่อนไขสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ หรือซื้อรถยนต์เป็นเงินสดเท่านั้น รับส่วนลดพิเศษเพิ่ม 10,000 บาท เมื่อจองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ได้แก่ Swift, Ciaz, Celerio, Ertiga และ Carry ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2563 บาท โดยผู้รับสิทธิ์จะต้องมีชื่อตรงกันกับชื่อผู้ซื้อรถซูซูกิคันใหม่เท่านั้น
แคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์เก่าทุกยี่ห้อมาแลกซื้อรถยนต์ใหม่ซูซูกิทุกรุ่นได้แก่ Ciaz Swift Celerio Ertiga และ Carry ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2563 รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ หรือ ผู้มีสิทธิ์ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเท่านั้น โดยเงื่อนไขและการพิจารณาเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
** บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี
*** ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Isuzu

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 1.9 ซื้อง่าย...ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 1.9 ซื้อง่าย…ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • ดาวน์ต่ำ 27,350 บาท กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่นสปาร์ค บี 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4x4 ซื้อง่าย...ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4×4 ซื้อง่าย…ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • ดาวน์ต่ำ 33,750 บาท กรณีดาวน์ 5% คำนวณจากรุ่นสปาร์ค เอส 4×4 3,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ ซื้อง่าย…ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • (*) ผ่อนสบาย 6,381 บาทต่อเดือน คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  • (**) ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิ์รับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น”
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L ซื้อง่าย...ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L ซื้อง่าย…ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • (*) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมีนาคม – เมษายน 2563 (**) ผ่อนเริ่มต้น 7,468 บาทต่อเดือน คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ L 2 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ ซื้อง่าย...ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ ซื้อง่าย…ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • ผ่อนเริ่มต้น 7,235 บาทต่อเดือน คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

อีซูซุวี-ครอส 4x4 ใหม่หมด ซื้อง่าย...ร้อนแรงทุกข้อเสนอ

อีซูซุวี-ครอส 4X4 ใหม่หมด! พลานุภาพ…พลิกโลก!

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมีนาคม – เมษายน 2563
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือเลือกผ่อนสบายๆ เริ่มต้นเพียง 10,xxx บาท ต่อเดือน

ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือเลือกผ่อนสบายๆ เริ่มต้นเพียง 10,xxx บาท ต่อเดือน

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

    1. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนมีนาคม – เมษายน 2563
    2. ผ่อนเริ่มต้น 10,905 บาทต่อเดือน คำนวณจาก อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ขับเคลื่อน 2 ล้อ 1,900 ซีซี (CD) เกียร์อัตโนมัติ สีบรอนซ์เงิน โดยคำนวณค่างวดต่อเดือน สำหรับกรณีดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน
    3. โปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ครอบคลุมค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ รวมถึงค่าแรง สำหรับเช็กระยะตามมาตรฐานของอีซูซุ จำนวน 6 ครั้งแรก ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 20,040 บาท คำนวณจากค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 6 ครั้งแรก ของอีซูซุมิว-เอ็กซ์ 3.0 ดีดีไอ 4×2 เกียร์อัตโนมัติ
    4. เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับอีซูซุลิสซิ่ง ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิรับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมบริการพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / สอบถามรายละเอียดที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Subaru

Subaru Forester ข้อเสนอสุดพิเศษ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. !!! พร้อมดอกเบี้ย 1.79%*

Trade-in รับมูลค่าเพิ่มสูงสุด 120,000 บาท* พร้อมข้อเสนอพิเศษ

ผนึกพลังดีไซน์แบบ 3 ประสาน สร้างตำนานบทใหม่ให้ ชุดแต่ง ‘ซุบารุ เอ็กซ์วี จีที เอดิชั่น โปรโตไทป์ (Subaru XV GT Edition Prototype)’ ผลงานสร้างสรรค์ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Motor Image Group ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุใน 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียกับบริษัทวิศวกรรมชั้นนำ Giken และ มร. มาซาฮิโกะ โกบายาชิ หรือแจ็ค อดีตหัวหน้านักออกแบบระดับแนวหน้าของซูบารุ คอร์ปอเรชั่น

ข้อเสนอสุดพิเศษ ซูบารุ บีอาร์ซี และซูบารุ ดับบลิวอาร์เอ็กซ์ ฟรีค่าบำรุงรักษา 10 ปี !!! หรือ 100,000 กม.* พิเศษคูปองน้ำมัน

Ford

Retail Campaign Q4 on Latest Offer

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 5 เมษายน 2563

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

อัตราดอกเบี้ย 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับรุ่น Trend และ Titanium

อัตราดอกเบี้ย 0.99% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 36 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับรุ่น Titanium + 4×2 และ 4×4

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 1,399,000 บาท (จากราคาปกติ 1,469,000 บาท) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure พร้อมฟรี “โปรแกรม Ford Beyond พร้อมดูแลคุณ นาน 5 ปี”

Chevrolet

ข้อเสนอพิเศษ

ลดล้างสต๊อก

นอกจากส่วนลดพิเศษสุดเร้าใจแล้ว รถยนต์เชฟโรเลตยังคงมีบริการหลังการขายและศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อคอยดูแลและให้บริการลูกค้าอยู่เช่นเดิม เมื่อจอง และรับรถระหว่าง 28 ก.พ. 63 – 31 มี.ค. 63 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

อาทิ

  • การรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  ครอบคลุมค่าแรงช่างซ่อม อะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต และการรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ศูนย์บริการและอะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1734 ตั้งแต่ 7.00 – 20.00 น.

MG

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun

MG3

  • รับสิทธิ์ MG ช่วยผ่อน 3,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน มูลค่า 36,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 57,000 บาท

MG5

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%  
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG6

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 24,000 บาท

MG GS

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG ZS

สำหรับพนักงานบริษัทฯ และข้าราชการ

  • ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG ZS EV

  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด 
  • ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

มูลค่ารวมกว่า 91,000 บาท

MG HS

  • ราคาเริ่มต้นพิเศษ  885,000 บาท
  • ดอกเบี้ย 1.89%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 52,000 บาท

MG EXTENDER:

MG Worry Free Campaign

  • ดาวน์เริ่มต้น 0%
  • ฟรี! รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี
  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี! เสื้อยืด MG EXTENDER*

มูลค่ารวมกว่า 61,000 บาท

เงื่อนไขลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์

  • กลุ่มอาชีพพนักงานบริษัท ที่มีการรับเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น
  • กลุ่มอาชีพข้าราชการ หมายรวมถึง พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานของรัฐ, ตำรวจ/ทหาร และข้าราชการตุลาการ

MG V80

พิเศษส่วนลด หรือวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า 65,000 บาท *
มูลค่ารวม 65,000 บาท

MG Friend Gets Friend แนะนำเพื่อนซื้อ MG Extender วันนี้รับค่าแนะนำ 10,000 บาท

เงื่อนไขกิจกรรม:

1. สิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นแนะนำเพื่อนหรือบุคคลในครอบครัวหรือตนเอง ซื้อรถกระบะ MG Extender เท่านั้น
2. เจ้าของรถยนต์เอ็มจี ที่ร่วมกิจกรรมต้องลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ในแบบฟอร์มออนไลน์จากทางบริษัทฯ กำหนด ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 – 15 มีนาคม 2563 และจะได้รับรหัสแนะนำ 6 หลักทาง SMS เพื่อนำไปใช้ในการแนะนำเพื่อนหรือบุคคลในครอบครัว เพื่อออกรถกระบะ MG Extender
3. การซื้อรถกระบะ MG Extender คันใหม่ของผู้ถูกแนะนำ จะต้องเป็นการซื้อแบบขายปลีกเท่านั้น ต้องทำการจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 31 มีนาคม 2563
4. เจ้าของรถยนต์เอ็มจี ผู้แนะนำได้รับรางวัลเงินสด 10,000 บาท ต่อการแนะนำ 1 คัน จากผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี ที่ผู้ถูกแนะนำออกรถกระบะ MG EXTENDER คันใหม่ ณ วันที่ผู้ถูกแนะนำรับรถ รางวัลผู้แนะนำไม่สามารถโอนสิทธิ์การรับรางวัลให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้
5. พนักงาน และที่ปรึกษาการขายของผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมเป็นผู้แนะนำในกิจกรรมนี้

หมายเหตุ:

  • เจ้าของรถยนต์เอ็มจี หมายถึงผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามหนังสือจดทะเบียนรถยนต์ หรือผู้เช่าซื้อรถยนต์เอ็มจีตามที่ระบุในหนังสือสัญญาเช่าซื้อ
  • ลูกค้าเอ็มจีที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ต้องแสดง SMS พร้อมรหัสแนะนำให้กับเจ้าหน้าที่โชว์รูมเพื่อบันทึก ตรวจสอบ และยืนยันความถูกต้อง ตามเงื่อนไขสิทธิ์การรับรางวัลดังกล่าวข้างต้น
  • ท่านต้องยื่นเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของรถยนต์เอ็มจีตามรายละเอียดข้างต้น พร้อมสำเนาบัตรประชาชน ในการรับเงินรางวัล

Hyundai

ข้อเสนอพิเศษ
สำหรับรถยนต์ Hyundai H-1 และ Hyundai Grand Starex โฉมปี 2020 ทุกรุ่น
เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 – 31 มีนาคม 2563

รับฟรี 3 ต่อ!
– ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี①
– ฟรี ค่าบำรุงรักษานาน 24 เดือน หรือ 40,000 กม.②
– ฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท③

ข้อกำหนดและเงื่อนไข
① ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท สำหรับ H-1 และ มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,097.65 บาท สำหรับ Grand Starex จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

② ฟรีคูปองค่าบำรุงรักษา  ครอบคลุมค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง นาน 24 เดือน หรือ 40,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน มูลค่า 25,788 บาท สามารถตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้จากลิงค์ต่อไปนี้ https://www.hyundai.co.th/service/maintenance/

③ ฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท เมื่อซื้อรถยนต์ H-1 รุ่น Elite หรือ H-1 รุ่น Deluxe เท่านั้น โดยบัตรน้ำมันดังกล่าวสำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้

④ เงื่อนไขนี้ไม่สามารถใช้ร่วมในกรณีการขายกลุ่ม (Fleet) หรือรถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ

⑤ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

⑥ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz-GLB-Class-2020

รับข้อเสนอดีๆ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 – 30 เมษายน 2563

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ C 300 e

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz C 300 e Avantgarde / C 300 e AMG Dynamic ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • C 300 e Avantgarde ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 20,399 บาท/เดือน* เมื่อทำสัญญา mySTAR พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี
  • C 300 e AMG Dynamic ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 25,999 บาท/เดือน* เมื่อทำสัญญา mySTAR พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ GLC 220 d

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz GLC 220 d ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • เริ่มต้นเพียง 29,399 บาท/เดือน* เมื่อทำสัญญา mySTAR พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ A 200 AMG Dynamic

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2,490,000 บาท
  • หรือ ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 666 บาท/วัน* เมื่อทำสัญญามายสตาร์ พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 2 ปี
  • หรือ รับดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 48 เดือน เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ ด้วยเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25% และ พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ GLA 200 Urban

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz GLA 200 Urban ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ราคาเริ่มต้นที่ 1,999,000 บาท
  • หรือ ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 13,900 บาท/เดือน* เมื่อทำสัญญามายสตาร์ พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี
  • หรือ รับดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 48 เดือน เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ ด้วยเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 2 ปี

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ C 200 Coupé AMG Dynamic

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz C 200 Coupé AMG Dynamic ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • เริ่มต้นเพียง 27,450 บาท/เดือน* เมื่อทำสัญญามายสตาร์ พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ GLC 250 d / GLC 250 Coupé

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz GLC 250 d / GLC 250 Coupé ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 26,800 บาท/เดือน* เมื่อทำสัญญามายสตาร์ พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี
  • GLC 250 4MATIC Coupé AMG Plus ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 24,300 บาท/เดือน* เมื่อทำสัญญามายสตาร์ พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี
  • หรือ รับดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 48 เดือน เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ ด้วยเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 2 ปี

ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ S 560 e AMG Premium

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium (รุ่นที่ไม่มี Mercedes me connect) ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6,999,000 บาท
  • พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium (รุ่นที่มี Mercedes me connect) ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 1 ปี และฟรีแพ็กเกจ MBSP Extra นาน 5 ปี
  • หรือ เมื่อทำสัญญามายสตาร์หรือเช่าแบบการเงิน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection นาน 2 ปี และฟรีแพ็กเกจ MBSP Extra นาน 5 ปี

Motor Show 2020

BMW

รับข้อเสนอ Motor Show สุดพิเศษได้แล้ววันนี้ ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

รับอัพเกรด BSI Ultimate Package เป็น 6 ปี หรือ 120,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

การรับประกันไม่จำกัดระยะทาง 6 ปี
สมาชิกภาพ BMW Mobility Services 6 ปี

พิเศษสำหรับ BMW Plug-in Hybrid ทุกรุ่น

รับเพิ่มประกันชั้น 1 นาน 3 ปี
BMW Wallbox พร้อมบริการติดตั้ง

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

BMW Group ประเทศไทย ได้ฝ่าฟันกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและในระดับโลก สู่ภาพรวมของผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ด้วยสถิติส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจำนวน 12,954 คัน ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่ 1% แต่นับว่าเป็นอัตราที่ดีกว่าตลาดโดยรวมในช่วงเวลาเดียวกัน

BMW ปิดฉากปี 2562 ด้วยอดการส่งมอบรถยนต์รวม 11,750 คัน ทำผลงานอยู่ในระดับเดียวกับเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียม ปี 2562 ยังเป็นปีที่ BMW สร้างผลงานล้ำหน้าในเซกเมนต์รถหรูด้วยยอดขายจาก BMW ซีรีส์ 7, BMW ซีรีส์ 8, BMW X7 และ BMW i8 ที่เติบโตโดยรวมที่ 39% เมื่อเทียบปีต่อปี และสำหรับรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้วตามโปรแกรม BMW Premium Selection มีอัตราการเติบโตที่ 16% เมื่อเทียบปีต่อปี

ในขณะเดียวกัน มินิ ยังสร้างปีแห่งปรากฏการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ 1,204 คัน โตขึ้นถึง 15% จากปีก่อนหน้า นับเป็นยอดการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดมินิทั่วโลก

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

ผลการดำเนินธุรกิจในระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงสร้างสถิติความสำเร็จสูงสุดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันในปี 2562 ที่ผ่านมา ด้วยยอดการส่งมอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และโรลส์-รอยซ์ รวมทั้งหมด 2,520,307 คัน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้า 1.2% ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ BMW และ BMW Motorrad ทำยอดขายทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยได้ส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากทั้ง BMW และ Mini ไปแล้วถึง 500,000 คัน

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

รถยนต์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีสมาชิกในไลน์อัพรวมทั้งหมด 12 รุ่น ซึ่งยอดขายจากทั้งบีเอ็มดับเบิลยู และมินิได้เติบโตขึ้น 2.2% จากยอดการส่งมอบ 145,815 คันในปีที่ผ่านมา และได้ตั้งเป้าขยายทัพรถยนต์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าให้ครบ 25 รุ่นภายในปี 2566 โดยกว่าครึ่งของจำนวนนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน 100%

และ BMW ยังได้เปิดตัว BMW 218i Gran Coupe M Sport ใหม่ ในราคา 2,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

BMW 218i Gran Coupe M Sport รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ มาพร้อมกับ Concept Coupe 4 ประตู ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในรุ่นรถที่สูงกว่า พร้อมให้ได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกใน Segmant รถยนต์ Premium Compact มอบอีกหนึ่งทางเลือกที่โก้หรูยิ่งขึ้นให้กับรถยนต์ซีดานรุ่นคลาสสิคนี้ แบบเดียวกับในรถยนต์ BMW ซีรี่ส์ 6, ซีรี่ส์ 4, และ ซีรี่ส์ 8 กับรายละเอียดเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

บีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์คูเป้รุ่นคลาสสิค เช่น กระจกประตูข้างแบบไร้กรอบทั้ง 4 ประตู ด้านรูปลักษณ์สปอร์ตโหลดเตี้ยทรงกว้าง พร้อมช่วงหน้าอันปราดเปรียว ดูแปลกตาน่าค้นหากว่าเคย ส่วนไฟหน้าสี่ตาอันเป็นเอกลักษณ์ทำมุมเล็กน้อย เสริมความโดดเด่นให้กับกระจังหน้ารูปไตที่มาพร้อมกับซี่กระจังซึ่งให้ความรู้สึกมีมิติยิ่งกว่า มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานไฟหน้า LED

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

เส้นสายอันเฉียบคมด้านข้างตัวรถของ BMW 218i Gran Coupe M Sport เน้นย้ำสัดส่วนอันปราดเปรียวและความเรียบหรูอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู คูเป้ รุ่นหลัง เส้นโค้งของหลังคาที่ทอดตัวอย่างสง่างาม พร้อมทรงหน้าต่างและเส้นข้างตัวรถที่ยาวขึ้น ส่งให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวเปรียวยาว ในขณะที่ตัวรถด้านข้างบริเวณเสา C โดดเด่นชัดเจน พร้อมเส้นโค้งอันทรงพลังของล้อหลัง และไฟท้ายเพรียวบางที่ลาดออกในแนวนอน ควบคู่ชิ้นส่วนสีดำ High-gloss Black ที่เชื่อมต่อไฟท้ายทั้งสองส่วนสู่ตราสัญลักษณ์บีเอ็มดับเบิลยูตรงกลาง

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูสปอร์ตปราดเปรียว ผู้โดยสารยังคงเพลิดเพลินไปกับพื้นที่ใช้สอยอันยืดหยุ่น ด้วยที่เก็บของท้ายรถซึ่งรองรับปริมาตรการบรรจุได้ถึง 430 ลิตร สามารถปรับขยายได้หลากหลายรูปแบบ และยังมาพร้อมกับล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว และหลังคาพาโนรามิคขนาดใหญ่ ที่สามารถเปิดออกด้านนอกได้ไม่จำกัดระดับ พร้อมโหมดระบายอากาศไฟฟ้า

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport ผสมผสานความหรูหราด้วยวัสดุชั้นเยี่ยมและพื้นที่ใช้สอยที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทั้งไลฟ์สไตล์ครอบครัวและการเดินทางระยะยาว ส่วนภายในห้องโดยสารฝั่งคนขับ ส่งมอบข้อมูลสำคัญในการขับขี่ให้ผู้ขับได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องละสายตาจากถนนด้วยหน้าจอ และแผงหน้าปัด Instrument Cluster ขนาด 5.1 นิ้ว รวมไปถึงจอสัมผัส Control Display ขนาด 8.8 นิ้ว ที่ตั้งอยู่กลางคอนโซลทำมุมเข้าหาคนขับเล็กน้อยตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

การออกแบบที่เน้นผู้ขับยังถูกเสริมด้วยแถบสีที่พาดผ่านตรงเข้าสู่ที่นั่งคนขับ และรายละเอียด graining effects แบบต่างๆ รวมไปถึงพื้นผิวที่หลากหลายของแผงหน้าปัดและบริเวณหลังพวงมาลัย โดยแถบสีบริเวณแผงหน้าปัดและกรอบประตูมาในลาย ‘Illuminated Boston’ ด้านพวงมาลัย M Sport และเบาะที่นั่งตอนหน้าดีไซน์สปอร์ตหุ้มหนังแท้ Dakota พร้อมรูระบายอากาศ ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวขึ้นอีกขั้น

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

BMW 218i Gran Coupe M Sport ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า มอบแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,480-4,200 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 215 กม./ชม. ทำงานควบคู่เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด Steptronic แบบคลัทช์คู่

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Chevrolet-Thailand-20-Years-In-Business

นับตั้งแต่การประกาศของ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศยุติการจำหน่ายรถยนต์ Chevrolet (เชฟโรเลต) ในไทย ภายในสิ้นปี 2563 และขายโรงงานประกอบรถยนต์ รวมถึงโรงงานผลิตเครื่องยนต์ที่ จ.ระยอง ให้ Great Wall Motors (เกรท วอล มอเตอร์ส) จากจีน ซื้อศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ไป ก็ทำให้ผู้คนในวงการยานยนต์ ตะลึงกันไปตามๆ กัน

สำหรับ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2543 ก็ล้วนมีทั้งเรื่องราวอันน่ายินดี และเรื่องราวที่น่าผิดหวัง ตามประสาบริษัทที่ทำธุรกิจ ก็ย่อมมีทั้งสิ่งที่ถูกใจลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย บริษัทอะไหล่ ปะปนกันไป ซึ่ง Chevrolet ก็จะอยู่ในหัวใจของคนไทยหลายๆ คน ตลอดไปอย่างแน่นอน …

MR.CARRO ขอนำเสนอเรื่องราวอันน่าโดดเด่น ของ GM และ Chevrolet ในประเทศไทย ในรอบ 20 ปี (2543 – 2563) ให้ทุกท่านได้อ่านกัน

1. เปิดตัวครั้งแรก ในงาน Motor Show 2000

Chevrolet กลับมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากที่แบรนด์ Opel (โอเปิล) ถูกเลิกขายในบ้านเราไป โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Bangkok Interational Motor Show 2000 ครั้งนั้น Chevrolet ได้นำรถมาโชว์อยู่หลากหลายรุ่น อาทิ รถต้นแบบ YGM-1, Chevrolet Zafira, Chevrolet Cavalier, Chevrolet Lumina และ Chevrolet Blazer

Chevrolet-Zafira

2. เปิดตัว Chevrolet Zafira

Chevrolet Zafira (เชฟโรเลต ซาฟิร่า) เป็นการบุกเบิกตลาดรถยนต์เอนกประสงค์รายแรกของประเทศไทย หรือ Compact MPV แบบ 5 ประตู เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2543 ใช้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร รหัส X18XE ECOTEC 115 แรงม้า ใน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ 1.8 GL และ 1.8 CD

ต่อมาในปี 2544 เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 2.2 CDX ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส Z22SE ECOTEC 145 แรงม้า และเปลี่ยนรหัสใหม่ในเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ทุกรุ่นย่อย เป็นรหัส Z18XE ECOTEC 123 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และมีรุ่นย่อย รุ่นพิเศษต่อเนื่อง จนเลิกผลิตไปในปี 2548

อ่านเพิ่มเติม >>> ประวัติ Chevrolet Zafira ในไทย

Chevrolet-Optra

3. เปิดตัว Chevrolet Optra

Chevrolet Optra (เชฟโรเลต ออพตร้า) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Daewoo Lacetti โดยตัวรถได้สำนัก Pininfarina เป็นผู้ออกแบบ และ GMDAT บริษัทในกลุ่ม GM ใช้เวลาพัฒนากว่า 30 เดือน เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2546 ใช้เครื่องยนต์รหัส Z16XE ขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 107 แรงม้า และรหัส Z18XE ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า

ในปี 2548 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ พร้อมเปิดตัวรุ่น Estate และในวันที่ 26 กรกฏาคม 2550 Chevrolet Optra ได้ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์อีกครั้ง ที่มาพร้อมรุ่นใช้ก๊าซ CNG ให้เลือก ในยุคน้ำมันแพง

อ่านเพิ่มเติม >>> ประวัติ Chevrolet Optra ในไทย

4. เปิดตัว Chevrolet Lumina

Chevrolet เริ่มนำเข้ารถหรูในราคาไม่แพงจากออสเตรเลีย อย่าง Chevrolet Lumina (เชฟโรเลต ลูมิน่า) ใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.8 ลิตร 206 แรงม้า และต่อมานำเข้ารุ่นเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.6 ลิตร 255 แรงม้า แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมมากนัก

Chevrolet-Colorado-Z71

5. เปิดตัว Chevrolet Colorado

กระโดดลงมาเล่นตลาดรถกระบะอย่างเต็มตัว กับ Chevrolet Colorado (เชฟโรเลต โคโลราโด) ในปี 2547 ที่ผลิตจากโรงงานของ GM ใน จ.ระยอง เป็นการออกแบบร่วมกันระหว่าง GM กับ Isuzu ซึ่งของ Isuzu นั่นก็คือตัว D-Max นั่นเอง รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ Commonrail ต่อมาในปี 2549 เปลื่ยนเป็น เครื่องยนต์ CTI ทั้ง 2.5 ลิตร 116 แรงม้า และ 3.0 ลิตร 146 แรงม้า พร้อมเพิ่มเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร CTI Max VGS Turbo 163 แรงม้า

ในช่วงปลายปี 2550 มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ พร้อมรุ่นติดก๊าซ CNG ออกมาจำหน่ายในปี 2551 และในปี 2553 ได้มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์อีกรอบ

Chevrolet-Aveo

6. เปิดตัว Chevrolet Aveo

หลังจากที่ Chevrolet เห็นว่าตลาดรถเก๋งของตนน่าจะไปได้สวย จึงเจาะตลาดรถ Sub-Compact ด้วยการส่ง Chevrolet Aveo (เชฟโรเลต อาวีโอ) ออกมาจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2549 ในแบบเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร 94 แรงม้า พร้อมปรับเครื่องยนต์ให้รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้

ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ด้วยรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 102 แรงม้า ในช่วงปลายปี 2552 และรุ่นติดตั้งก๊าซ CNG ในปี 2554

อ่านเพิ่มเติม >>> ประวัติ Chevrolet Aveo ในไทย

Chevrolet-Captiva-Centennial-White-Edition

7. เปิดตัว Chevrolet Captiva

นับเป็นรถรุ่นที่ Chevrolet ขายในบ้านเรามายาวนานที่สุดอีกหนึ่งรุ่น สำหรับ Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) เป็นรถยนต์ SUV ขนาดกลางแบบ 7 ที่นั่งของ Chevrolet ที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์ออกแบบของ GM ในเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2550 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร CRDi 150 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร 142 แรงม้า ก่อนจะเปลี่ยนเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร 165 แรงม้า ในปี 2552

ในปี 2554 จึงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ และในปี 2555 จึงใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร Commonrail Turbo 163 แรงม้า และพัฒนาให้รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ ในปี 2557

อ่านเพิ่มเติม >>> ประวัติ Chevrolet Captiva ในไทย

Chevrolet-Cruze

8. เปิดตัว Chevrolet Cruze

Chevrolet เปิดตัว Chevrolet Cruze (เชฟโรเลต ครูซ) ที่เป็นแบบ Global Compact Car หรือ รถคอมแพกต์ซีดานระดับโลก ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วทุกมุมโลก มาขายในไทยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 ใช้ขุมพลังขนาด 1.6 ลิตร 109 แรงม้า และขนาด 1.8 ลิตร 141 แรงม้า และดีเซลขนาด 2.0 ลิตร Commonrail Diesel Turbo 150 แรงม้า

มีการปรับโฉมในเดือนมีนาคม 2556 และในเดือนสิงหาคม 2558 ก่อนจะเลิกขายไป

อ่านเพิ่มเติม >>> ประวัติ Chevrolet Cruze ในไทย

9. เปิดตัวโรงงานผลิตเครื่องยนต์ Duramax

GM ประเทศไทย เปิดศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ที่จังหวัดระยอง โดยผลิตเครื่องยนต์ Duramax 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตร ในปี 2554 ด้วยมูลค่า 6,000 ล้านบาท

Chevrolet-Colorado-2014

10. เปิดตัว Chevrolet Colorado ใหม่

ในวันที่ 5 ตุลาคม 2554 Chevrolet เปิดตัว Chevrolet Colorado (เชฟโรเลต โคโลราโด) เจเนอเรชั่นที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ชิ้นส่วนหลายอย่างยังใช้ร่วมกับ Isuzu D-Max ได้ ยกเว้นเครื่องยนต์ เกียร์ และส่วนประกอบของตัวถังกับภายในรถ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร Duramax 150 แรงม้า และ 2.8 ลิตร Duramax 180 แรงม้า เป็นการเริ่มต้นโครงการใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี ของ Chevrolet

Chevrolet-Sonic

11. เปิดตัว Chevrolet Sonic

สำหรับ Chevrolet Sonic (เชฟโรเล็ต โซนิค) เป็นรถยนต์ Sub-Compact ที่มาทดแทนรุ่น Aveo เปิดตัวช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งมีทั้งแบบ Northback 4 ประตู และแบบ Hatchback 5 ประตู ให้เลือก

ใช้ขุมพลัง 4 สูบรุ่นใหม่ของจีเอ็ม รหัส A14FXR ขนาด 1.4 ลิตร 100 แรงม้า และต่อมาอัพเกรดเครื่องยนต์เป็นขนาด 1.6 ลิตร 115 แรงม้า รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E85 แต่สุดท้ายก็เลิกขายไป

อ่านเพิ่มเติม >>> ประวัติ Chevrolet Sonic ในไทย

Chevrolet-Spin

12. เปิดตัว Chevrolet Spin

จัดเป็นรถที่มาไวไปไว สำหรับ Chevrolet Spin (เชฟโรเลต สปิน) รถ MPV 7 ที่นั่ง ที่ Chevrolet หวนกลับมาทำตลาดอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2556 โดยนำเข้ามาจากอินโดนีเซีย ใช้ขุมพลัง 1.5 ลิตร 107 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Driver Shift Control

13. ปรับโครงสร้างบริษัท

เมื่อ GM ในสหรัฐอเมริกาเจอวิกฤต ล้มละลาย นับตั้งแต่ปี 2552 บริษัทในเครือ GM ทั่วโลก ก็ถูกผลกระทบไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนต้องปรับลดคนงานมากถึง 30% พร้อมลดการผลิต เปลี่ยนทีมผู้บริหารกันค่อนข้างบ่อย ล่วงมาจนถึงการประกาศยุติกิจการในไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2563

14. 100 ปี รถกระบะ Chevrolet

เมื่อปี 2460 เป็นครั้งแรกที่ Chevrolet ผลิตรถกระบะขาย ก่อนจะได้รับความนิยมใน USA และได้รับความนิยมในทั่วโลกเวลาต่อมา

All-New-Chevrolet-Captiva-2019

15. เปิดตัว Chevrolet Captiva

เจเนอเรชั่นที่ 2 ของ Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) ที่เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2562 นับว่าเป็นรถ Chevrolet รุ่นสุดท้ายที่เปิดตัวในไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Turbo 143 แรงม้า

ถ้าคุณอยากขายรถ Chevrolet คันเดิม เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Mercedes-Benz-GLB-GLB-Class-2020

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลประกอบการประจำปี 2562 ย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถหรูเมืองไทย 19 ปีติดต่อกัน พร้อมยอดขายมากกว่า 15,000 คัน อันเป็นผลมาจากเครือข่ายผู้จำหน่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ ที่แข็งแกร่ง พร้อมเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ผ่านการรุกตลาดรถยนต์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว

Mercedes-Benz-GLC-300-e-4MATIC-AMG-Dynamic

โดยเปิดตัว “Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic” รถยนต์ SUV Plug-In Hybrid ขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด และ “Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic” รถยนต์ SUV Crossover นำทัพรถยนต์ Plug-In Hybrid ที่จะตามมาอย่างต่อเนื่องตลอดปี พร้อมเตรียมเปิดตัว “Mercedes-Benz EQC” รถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกจาก Mercedes-Benz ลุยตลาดไทยภายในปีนี้

สำหรับปี 2562 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลก เพราะสามารถทำยอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยเราส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด 2,339,562 คัน ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ สำหรับยอดขายใน 1 ปี ขณะเดียวกัน แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจในตลาดโลกจะอยู่ในช่วงชะลอตัวและส่งผลกระทบโดยตรง ต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ ทว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเล็งเห็นความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เอสยูวีระดับลักชัวรี นั่นจึงเป็นที่มาให้เราเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อแนะนำรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์เอสยูวีออกมาเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าทั้งในตลาดโลกและในตลาดไทยต่อเนื่องในปี 2563 นี้

ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเป็นผู้นำอันดับ 1 ใน Segment Luxury ในหลายประเทศ รวมทั้ง เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน เบลเยียม สวิสเซอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ประเทศไทย เวียดนาม สิงคโปร์ แคนาดา และ แอฟริกาใต้

“ในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงรักษาความเป็นแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีอันดับ 1 ในประเทศไทย ไว้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงทำยอดขายได้มากกว่า 15,000 คัน อันเป็นผลมาจากเครือข่ายผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการที่แข็งแกร่งที่ร่วมกันส่งมอบ “Best Customer Experience” ให้กับลูกค้า ส่งผลให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการถึง 36 แห่งทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นผู้จำหน่ายในกรุงเทพฯ 19 แห่ง และผู้จัดจำหน่ายในต่างจังหวัดรวม 17 แห่ง”

“สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปีนี้ จากเทรนด์ความต้องการรถยนต์ของผู้บริโภคทั้งในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกและในประเทศไทย เราพบว่าความต้องการในรถยนต์ไฟฟ้านั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุผลหนึ่งมาจากสภาวะอากาศที่แย่ลงโดยเฉพาะการมีฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการคมนาคม ที่ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการในรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ Plug-in Hybrid ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์เองที่ทำได้มากกว่า 16,000 คันนับตั้งแต่เราเปิดตัวรถยนต์ Plug-in Hybrid รุ่นแรกในปี 2559

โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย เป็นผู้นำตลาดอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ Plug-in Hybrid สูงประมาณ 25% ของยอดจำหน่ายทั้งหมดในประเทศไทย ขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมเปิดตัวรถยนต์ “Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic” และ “Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic” รถยนต์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดขนาดกลางรุ่นใหม่ อย่างเป็นทางการ

Mercedes-Benz-GLB-200-Progressive

พร้อมเตรียมส่งรถยนต์รถยนต์ SUV อีกหลายรุ่น อาทิ “Mercedes-Benz GLB” รถยนต์ Compact SUV ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงรถ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่าง “Mercedes-Benz EQC” ที่จะนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกที่งาน Motor Show 2020 เพื่อลุยตลาดไทยภายในปีนี้ นี่คือทิศทางการทำธุรกิจที่เราจะมุ่งหน้าไปอย่างเต็มกำลังในปี 2563”

Mercedes-Benz-GLC-300-e-4MATIC-AMG-Dynamic

Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic คือรถยนต์ SUV Plug-In Hybrid ขนาดกลาง ที่มาพร้อมรูปลักษณ์แข็งแกร่งและมอบความสุนทรีย์ในเวลาเดียวกัน ด้วยสมรรถนะของเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 211 แรงม้า และจากมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า รวมเป็นกำลังสูงสุด 320 แรงม้า พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ แบบ 9G-TRONIC ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น และยังช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้มากถึง 6.5%

Mercedes-Benz-GLC-300-e-4MATIC-AMG-Dynamic

Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic ยังมาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” ระบบสั่งงานด้วยเสียงซึ่งสามารถประมวลผลประโยคที่ใกล้เคียงกับคำสั่งทั่วไปได้ ทั้งจดจำและเรียนรู้การสั่งงานของคุณได้ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างคุณกับรถได้อย่างไร้ที่ติ ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ (DYNAMIC SELECT) ที่เปลี่ยนจากการปรับโหมดขับขี่ผ่านพวงมาลัย มาเป็นการปรับโหมดการขับขี่ผ่านหน้าจอแสดงผลที่สามารถตอบสนองการขับขี่ได้ในแบบฉบับที่คุณโปรดปราน ไม่ว่าจะเป็นโหมด ECO, Comfort, Sport, Sport+, Individualโดยที่ระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ในส่วนต่าง ๆ อาทิ ระบบส่งกำลัง ระบบบังคับเลี้ยวหรือโปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ เป็นต้น

Mercedes-Benz-GLC-300-e-4MATIC-AMG-Dynamic

รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamicวางจำหน่ายในราคา 3,749,000 บาท

Mercedes-Benz-GLC-300-e-4MATIC-Coupé-AMG-Dynamic

Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic เป็นรถยนต์ SUV Crossover ที่เป็นมากกว่า เอสยูวีและรถยนต์คูเป้ ด้วยความโดดเด่นของดีไซน์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวดูสปอร์ตยิ่งกว่าที่เคยจากการผสมผสานดีไซน์ในแบบฉบับรถยนต์คูเป้ และความเป็นรถยนต์เอสยูวี ทั้งหมดนี้ทำให้ GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic คือยนตรกรรมที่มีตัวตนไม่เหมือนใครในท้องถนน

ทั้งยังเติมเต็มทุกอารมณ์ของการขับขี่ ด้วยสมรรถนะของเทคโนโลยี Plug-in Hybrid โดยผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 211 แรงม้า และจากมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า รวมเป็นกำลังสูงสุด 320 แรงม้า พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะแบบ 9G-TRONIC ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้นและยังช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้มากถึง 6.5%

Mercedes-Benz-GLC-300-e-4MATIC-Coupé-AMG-Dynamic

GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic มาพร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิทัลเต็มรูปแบบ ที่มีการแสดงผลแบบ “Classic”, “Progressive” และ “Sporty” ทำให้คุณตัดสินใจเลือกข้อมูลสำคัญและประเภทการแสดงผลข้อมูลดังกล่าวได้ผ่านจอแสดงผล ขนาด 31.2 ซม. ถ่ายทอดภาพที่คมชัด และสามารถเห็นได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง

พร้อมตอบสนองทุกการเคลื่อนไหวของคุณ ด้วยระบบ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience ที่ทำงานร่วมกันกับแผงคอนโทรล และหน้าจอดิจิทัลที่จะแสดงระบบการนำทางได้แบบเต็มหน้าจอ และพร้อมอำนวยความสะดวกสบายให้คุณได้อย่างสูงสุด รวมไปถึงระบบเสียงรอบทิศทาง Burmerster ที่เปลี่ยนให้เพลงโปรดของคุณกลายเป็นประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลก

รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic วางจำหน่ายในราคา 4,090,000 บาท

อยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถเบนซ์ใหม่ขึ้นมา เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Why-Auto-Finance-Deny-Chevrolet

นับตั้งแต่ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศยุติการจำหน่ายรถยนต์ Chevrolet (เชฟโรเลต) ในไทย ภายในสิ้นปี 2563 พร้อมกับขายโรงงานที่ จ.ระยอง ให้ Great Wall Motors (เกรท วอล มอเตอร์ส) จากจีน ซื้อศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ไป บวกกับการลดราคารถยนต์แบบลดกระหน่ำมากถึง 50% โดยเฉพาะ Captiva ใหม่ จนคนที่ซื้อรถรุ่นนี้ไปก่อนหน้านั้น รวมไปถึงผู้ประกอบการขายรถมือสอง ถึงกับต้องช้ำใจ และเรียกร้องให้บริษัทแม่ออกมาเยียวยาไปตามๆ กัน

ซึ่ง Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติว่า) ตอนนี้ก็ได้ถูกจองถูกขายออกไปจนหมดเรียบร้อย! แถมยังมีการซื้อ-ขาย ใบจองกันอีกต่างหาก!

และจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ทำให้บรรดาสถาบันทางการเงินหลายต่อหลายแห่ง ต่างออกมาเปลี่ยนแปลงนโยบาย ประกาศไม่รับทำสินเชื่อให้กับรถ Chevrolet กันในหลายเจ้า แต่ก็ยังมีบางเจ้าที่กำลังประชุมกับทางผู้ใหญ่ และรับทำให้แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยได้

MR.CARRO จะมาไขข้อสงสัย ว่าทำไมรถ Chevrolet ปิดตัวแล้ว ไฟแนนซ์ถึงไม่รับทำสินเชื่อให้ …

Chevrolet-Colorado-X-Cab

มูลค่าของตัวรถ …

สาเหตุหลักที่ทางบริษัทไฟแนนซ์ ไม่รับจัดไฟแนนซ์ให้กับรถ Chevrolet ที่ลดราคานั้น เนื่องมาจาก “มูลค่าของตัวรถ” ที่ถูกลดไปต่างจากมูลค่าเสื่อมราคาในแต่ละปีมาก

ด้านเต็นท์รถมือสอง

แม้ว่าเต็นท์รถมือสองที่ได้รับซื้อรถ Chevrolet เป็นจำนวนมากจะได้รับผลกระทบจากการปรับลดราคารถของทาง Chevrolet ไปด้วย แต่จากการสอบถามไปยังเต็นท์รถต่างๆ ของ CARRO นั้น พบว่าหลายเต็นท์ตอนนี้ยังคงรับซื้อรถ Chevrolet อยู่ แต่เจ้าของรถก็ต้องทำใจกับเรื่องราคารับซื้อเข้า เนื่องจากทางผู้ประกอบการรถมือสอง ก็ต้องแบกรับความเสื่ยงไปด้วยเช่นกัน

ความเห็นของบริษัทไฟแนนซ์

ด้าน นางกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงศรี ออโต้ ได้หยุดการให้บริการสินเชื่อรถยนต์ Chevrolet ชั่วคราว และจะมีพิจารณานโยบายการให้บริการสินเชื่อกับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว เมื่อมีความชัดเจนด้านการขายและการตลาดจาก GM ต่อไป ส่วนลูกค้าของ เชฟโรเลต ที่ใช้บริการสินเชื่อของบริษัทช่วงก่อนหน้านั้น ยังคงได้รับการสนับสนุนบริการเช่นเดิม

ส่วนนายป้อมเพชร รสานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า ธนาคารจะยังเดินหน้าปล่อยสินเชื่อรถให้กับรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลตต่อไปตามเงื่อนไขเดิมทุกประการ และไม่มีการปรับลดยอดวงเงินปล่อยสินเชื่อของตัวรถด้วย จึงไม่อยากให้ลูกค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการรถยนต์มือ 1 และ มือสองเป็นกังวล เงื่อนไขทุกอย่างยังเหมือนเดิม

All-New-Chevrolet-Captiva-2019

ซึ่งเท่ากับในเวลานี้ มีธนาคารธนชาตเพียงรายเดียว ที่ยังคงรับปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่ซื้อรถ Chevrolet อยู่ในขณะนี้ และในกรณีที่เป็นรถมือสอง Chevrolet ทางบริษัทไฟแนนซ์หลายๆ ที่ ก็ยังคงงดปล่อยสินเชื่อด้วยเช่นกัน เนื่องจากจะต้องคำณวณยอดจัดกันใหม่

ถ้าคุณใช้รถ Chevrolet แล้วรู้สึกอยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยี่ห้อใหม่ เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Chevrolet-Thailand-Clearance

นับตั้งแต่ที่ GM ประเทศไทย ออกมาประกาศยุติการขายรถยนต์ Chevrolet (เชฟโรเลต) ในไทยหลังสิ้นสุดปี 2563 พร้อมขายโรงงานประกอบรถยนต์ และโรงงานประกอบเครื่องยนต์ที่จังหวัดระยอง ให้กับ เกรท วอล มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ทำให้มีการจับตากันว่า รถที่ยังมีอยู่ในสต็อกประมาณ 4,000 คัน เชฟโรเลตจะมีแนวทางจัดการอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม >>> สรุป 5 ปัญหา ที่ GM ถึงต้องเลิกขายรถ Chevrolet ในไทย

All-New-Chevrolet-Captiva-2019

และนับตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวานที่ผ่านมา ได้มีบรรดาพนักงานขายรถ (หรือ เซลล์ขายรถ) ของบางดีลเลอร์ที่จำหน่ายรถ Chevrolet ประกาศลดราคารถยนต์ในโชว์รูมกันทุกรุ่น ซึ่งที่น่าจะตะลึงที่สุดก็คือ “All-New Chevrolet Captiva” (เชฟโรเลต แคปติว่า) ประกาศลดราคาสูงสุดถึง 50% ด้วยกัน! ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ผลิตในล็อตสุดท้าย อีกทั้งยังคงเงื่อนไขการรับประกันไว้ที่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เช่นเดิม

สำหรับ Chevrolet Captiva ใหม่นั้น เป็นรถที่นำเข้ามาจากประเทศจีน แต่มียอดขายต่อเดือนที่ค่อนข้างน้อยมากสำหรับรถรุ่นใหม่หมด มียอดขายเพียงประมาณ 250 คัน/เดือน จึงถูกลดราคามากเป็นพิเศษ

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถ Chevrolet ที่กำลังลดกระหน่ำในตอนนี้ เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

เท่าที่ทาง MR.CARRO รวบรวมข้อมูลมาได้จากในหลายดีลเลอร์ พบว่า มีการประกาศโปรโมชั่นลดราคาการขายรถ Chevrolet ด้วยกัน 13 รุ่น ดังนี้

All-New Chevrolet Captiva

  • 4×2 A/T LS 5 ที่นั่ง ลดราคาจาก 999,000 บาท เหลือ 499,000 บาท (หรือคิดเป็นส่วนลด 500,000 บาท)
  • 4×2 A/T LS 7 ที่นั่ง จาก 1,029,000 บาท เหลือ 529,000 บาท
  • 4×2 A/T LT จาก 1,099,000 บาท เหลือ 599,999 บาท
  • Ax2 A/T Premier จากราคา 1,199,000 บาท เหลือ 699,000 บาท

Chevrolet Trailblazer

  • 4×2 A/T LT ดีเซล จาก 1,144,000 บาท เหลือ 895,000 บาท (ลดลงจากเดิม 249,000 บาท)
  • 4×2 A/T LTZ ดีเซล จาก 1,279,000 บาท เหลือ 1,175,000 บาท
  • 4×4 A/T LTZ ดีเซล จาก 1,379,000 บาท เหลือ 1,275,000 บาท
  • 4×4 A/T Z71 ดีเซล จาก 1,399,000 บาท เหลือ 1,295,000 บาท

Chevrolet Colorado

  • 4×2 เอ็กซ์-แคป M/T LT Z71 ดีเซล จาก 699,000 บาท เหลือ 555,000 บาท
  • 4×2 เทรล บอส M/T1 ดีเซล จาก 589,000 บาท เหลือ 655,000 บาท
  • 4×2 เทรล บอส M/T2 ดีเซล จาก 899,000 บาท เหลือ 695,000 บาท
  • 4×2 ไฮคันทรี A/T ดีเซล จาก 998,000 บาท เหลือ 775,000 บาท
  • 4×4 ไฮคันทรี A/T ดีเซล จาก 1,068,000 บาท เหลือ 845,000 บาท

Chevrolet-Car-Clearance-Price

ล่าสุด MR.CARRO ได้ลองสอบถามข้อมูลไปยัง บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และทาง บริษัท เชฟโรเลต เซลล์ ประเทศไทย จำกัด ได้รับเอกสารข่าวตามรายละเอียดด้านล่างนี้ ยืนยันว่าเป็นโปรโมชั่นจริงจากบริษัทแม่

Chevrolet-Hot-Deal-Sales-2020

Chevrolet-Hot-Deal-Sales-2020

จากการลดราคาแบบสุดๆ ก็สร้างปรากฏการณ์ให้ชาวโซเชี่ยลพูดถึงกันอย่างมาก และทำให้โชว์รูม Chevrolet ที่เคยเงียบเหงา กลับทะลักไปด้วยผู้คนที่สนใจมาดูรถ มาซื้อรถ กันเป็นแถว!

รถ Chevrolet รุ่นต่างๆ ที่ลดราคาอยู่ในขณะนี้ มีเสียงแตกออกเป็น 2 ฝ่าย ว่าน่าซื้อ หรือไม่น่าซื้อ เรามาดูกันว่าเพราะเหตุผลอะไรถึงคิดเช่นนั้น

Chevrolet-Car-Clearance-Price

น่าซื้อ เพราะ …

  • คุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม ถ้าซื้อ Captiva คันละ 5 แสน ใช้งานไปอีก 5 ปี ขายได้ 1-2 แสน ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะได้รับประกัน 3 ปี 100,000 กิโลเมตร แถมศูนย์บริการก็ยังมี เพียงแต่รถใหม่ไม่มีขายเท่านั้นเอง
  • อะไหล่ก็ไม่ต้องกังวล มีแน่นอน เพราะบรรดา Supplier หรือ AcDelco ของทาง GM ก็ยังต้องผลิตอะไหล่ ส่งให้ GM ต่ออย่างน้อย 10 – 15 ปี
  • ในประเทศไทย รถ Chevrolet มีเกือบ 1 ล้านคัน ซึ่งก็ต้องมีใช้มีซ่อมในอนาคต แหล่งรายได้มหาศาลขนาดนี้ บรรดาผู้ผลิตอะไหล่ มีหรือจะไม่ตอบสนองความต้องการ
  • ในยุคที่การสั่งสินค้าออนไลน์ ง่ายหมด ถ้าหากเมืองไทยไม่มีอะไหล่ Captiva โฉมใหม่ ก็สามารถสั่งจากเวียดนามได้ หรือจากจีนได้ หรือตัว Colorado กับ Trailblazer หลายๆ อย่าง ก็สามารถใช้ร่วมกับ Isuzu ได้

ไม่น่าซื้อ เพราะ …

  • ซื้อมาแล้วราคารถตกฮวบฮาบแน่นอน บทเรียนมีให้เห็นมาแล้ว สำหรับรถหลายๆ รุ่นที่มีปัญหา หรือรถหลายๆ รุ่น ที่เคยมาขายในไทยแล้วลอยแพ เลิกกิจการไป
  • ปกติ Chevrolet ก็หาช่างอู่นอกซ่อมได้ยากแล้ว ยิ่ง GM ประกาศเลิกขาย ศูนย์บริการก็คงต้องหายไปด้วยส่วนหนึ่ง (ส่วนโชว์รูมไม่ต้องพูดถึง เปลี่ยนไปขายแบรนด์อื่นแน่นอน) การ Service ต่างๆ คงต้องรอกันนาน รวมถึงอะไหล่ก็น่าจะรอนานไปด้วย

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของท่านแล้วล่ะครับ ว่ารถ Chevrolet ตอนนี้น่าซื้อหรือไม่ ซื้อมาไม่ว่าจะใช้เพียงแค่ไม่กี่ปี หรือจะใช้ยาวๆ ลองนั่งตัดสินใจดู แล้วสำรวจเงินในกระเป๋าด้วย ถ้าถูกใจก็จัดไปเลย!

แต่ MR.CARRO ขอแนะนำให้ซื้อเงินสดนะครับ เพราะถ้าคุณจะซื้อแบบผ่อน ถ้ามีรถตรงรุ่นตรงสีในสต็อคที่คุณอยากได้พอดี สามารถสั่งจองและรับรถได้เลย ส่วนมนุษย์เงินผ่อน จะต้องรอทางไฟแนนซ์สรุปก่อนว่าจะจัดไฟแนนซ์ได้ในรูปแบบไหน และในส่วนของของแถมติดรถนั้น ไม่มีนะครับ เพราะรถน่าจะเรียกได้ว่า ขายในราคาที่แทบไม่มีกำไรแล้ว

และใครที่ไปจองรถหลายๆ คัน เพื่อที่จะนำใบจองไปขายต่อ ทางบริษัทฯ ยังบอกอีกด้วยว่า ผู้ที่จอง อาจจะไม่ได้รถที่จองไว้ก็เป็นไปได้ ซึ่งทางบริษัทฯ จะคืนให้กรณีที่จองรถแล้วไม่ได้รับรถ และการจองนั้น ทางบริษัทฯ จะให้สิทธิ์เพียงท่านละหนึ่งคันเท่านั้น

Chevrolet-Colorado-2019

ค่าใช้จ่ายในการรับรถ Chevrolet ด้วยการซื้อเงินสด มีดังนี้

1. เงินค่าตัวรถ
2. ค่าจดทะเบียน
3. ค่ามัดจำป้ายแดง 4,000 บาท
4. ค่า VAT 7% คิดจากส่วนลด
5. ค่าประกันภัยชั้น 1 25,000 บาท

หมายเหตุ:

  • หากไม่ได้รับรถ คืนจองให้เต็มจำนวนทุกกรณี
  • เงินจอง สามารถเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนสีได้ทุกกรณี

แหล่งที่มาจาก: