ในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์แบบนี้ หลายๆ ท่าน กำลังเริ่มวางแผนที่จะไปเที่ยวกันแล้วเชียว หลังจากที่เจอวิกฤตโควิด-19 กันไปอย่างหนักหน่วงในสงกรานต์ปีที่ผ่านมา

ก็ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า สงกรานต์ปีนี้ โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ จะกลับมาระบาดรอบใหม่ จากคลัสเตอร์ทองหล่อ สถานบันเทิงย่านทองหล่อ แล้วก็แพร่กันไปทั่วหลายสิบจังหวัด ติดโควิดตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี, ทหารระดับอธิบดี, สส., อัยการ, หมอ, นักร้อง, นักแสดง, ยูทูบเบอร์ หรือพริตตี้สาวมอเตอร์โชว์ เป็นต้น

ใครที่จะเดินทางกลับบ้าน พบปะญาติพี่น้องในปีนี้ ก็ต้องดูแลสุขภาพกันให้ดีนะครับ และช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนเดินทางกันจำนวนมาก อย่าลืมเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ

และบรรดาหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ต้องหาทางบรรเทาความแออัดจากการเดินทาง นั่นคือการคือมอบ “ของขวัญ” (ที่เอาภาษีประชาชนมาจ่ายทีหลัง …) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายจากการเดินทาง ให้กับประชาชนที่ใช้บริการ … ที่สำคัญ เมาไม่ขับ ระหว่างเดินทางกลับบ้านนะครับ

CARRO ขอรวบรวมจุดพักรถ จุดช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่จอดรถฟรี ค่าผ่านทางฟรี ในสถานที่ต่างๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ให้ทุกท่านได้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และกลับบ้านสงกรานต์กันอย่างมีความสุข และปลอดโควิด-19 ครับ.

จุดพักรถ

กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัย ตลอดการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2564 จำนวน 259 จุดทั่วประเทศ บนถนนสายหลัก บริเวณสถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับกรมการขนส่งทางบก/หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้บริการผู้ขับรถและผู้เดินทางที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ตลอดจนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ขับรถและผู้เดินทางกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะนักเรียนนักศึกษาในสังกัด สอศ. ให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกร่วมกับภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ระหว่างวันที่ 10 มีนาคม 2564 – 10 เมษายน 2564 สามารถนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ก่อนเดินทางไกล เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ 2564 เป็นเทศกาลแห่งความสุขและปลอดภัยของคนไทยทุกคน

เดินทางด้วยรถเมล์

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดแผนการเดินรถเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลสงกรานต์ 2564 ระหว่างวันที่ 10-16 เม.ย. 2564 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ในเส้นทางปกติ จัดรถออกวิ่ง เฉลี่ยวันละ 2,788 คัน จำนวน 20,453 เที่ยว

2. จัดเดินรถ AIRPORT BUS เชื่อมต่อท่าอากาศยาน จำนวน 5 เส้นทาง ดังนี้

  • สาย A 1 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร เฉลี่ยวันละ 21 คัน
  • สาย A 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เฉลี่ยวันละ 15 คัน
  • สาย A 3 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สวนลุมพินี เฉลี่ยวันละ 10 คัน
  • สาย A 4 ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ 10 คัน
  • สาย S 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามหลวง เฉลี่ยวันละ  6 คัน

3. จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่งกรุงเทพ จำนวน 4 สถานี รวม 34 เส้นทาง ดังนี้

  • สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) จำนวน 12 เส้นทาง ได้แก่ สาย 3, 16, 49, 77, 96, 134, 136, 138, 145, 509, 517 และ 536
  • สถานีขนส่งกรุงเทพ (เอกมัย) จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 2, 23, 25, 71, 72, 501, 508 และ 511
  • สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ สาย 66, 79, 511, 515, 516 และ 556
  • สถานีรถไฟหัวลำโพง จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4, 7, 21, 25, 34, 73, 73ก และ 501

4จัดเดินรถให้บริการฟรี “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ 13 เม.ย. 64” สำหรับผู้ใช้บริการที่มีอายุ ตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป โดยผู้สูงอายุจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อพนักงานเก็บค่าโดยสาร เพื่อใช้สิทธิ์บริการฟรี ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการใช้บริการสอบถามเส้นทางรถเมล์ หรือ แนะนำบริการได้ที่ Facebook : BMTA องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ Call Center 1348 ทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 5.00 – 22.00 น.

SRT-Train

เดินทางด้วยรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดมาตรการอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2564 ระหว่างวันที่ 9 – 15 เมษายน 2564 โดยเพิ่มเที่ยวขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร 16 ขบวน และพ่วงตู้โดยสารจนเต็มหน่วยลากจูง รองรับการเดินทางได้สูงสุด 100,000 คนต่อวัน พร้อมจัดศูนย์ปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดูแลประชาชนตลอดการเดินทาง ไม่ให้เกิดปัญหาผู้โดยสารตกค้าง

ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ Facebook แฟนเพจ ทีมพีอาร์ รฟท.

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความ

เดินทางด้วยรถไฟฟ้า

บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ร่วมสงกรานต์ปีใหม่ไทย 2564 พาผู้สูงวัยนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอส บีอาร์ที สายสีทอง ฟรี ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2564 ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ถึง 24.00 น.

ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ที่ห้องจำหน่ายตั๋วบีทีเอส บีอาร์ที และรถไฟฟ้าสายสีทองในทุกสถานี รับคูปองโดยสารฟรี

สำหรับบัตรแรบบิทผู้สูงอายุ ใช้เดินทางฟรี สามารถแตะบัตรเข้าระบบได้เลย ระบบจะไม่หักเงิน และไม่ต้องรับคูปองครับ

ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในช่วงเทศกาลฯ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบข้อมูลการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แบบ Real Time ได้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “BTS SkyTrain” ทาง App Store และ Google Play Store

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ฉลองเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เชิญชวนผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยสารรถไฟฟ้า MRT ฟรี ระหว่างวันที่ 13 – 15  เมษายน 2564 ตลอดระยะเวลาให้บริการ

ผู้สูงอายุสามารถติดต่อที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทั้ง 2 สาย สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ทุกสถานี เพื่อรับคูปองโดยสารรถไฟฟ้าฟรี เพื่อเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวในการพาผู้สูงอายุเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ รอบเส้นทางรถไฟฟ้า MRT

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลโทร. 02-624-5200 หรือติดตามทางช่องทางต่างๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก: MRT Bangkok Metro / ทวิตเตอร์: MRT Bangkok Metro / อินสตาแกรม : mrt_bangkok และโมบายแอปพลิเคชัน : Bangkok MRT “เดินทางปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ด้วยรถไฟฟ้า MRT”

จอดรถฟรี

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ให้แก่ผู้โดยสารที่นำรถมาจอดที่ลานจอดรถระยะยาว (Long Term Parking) โซน C ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 08.00 น. – วันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 17.00 น. (รวม 8 วัน) โดยลานจอดรถโซนดังกล่าว สามารถรองรับรถยนต์ได้จำนวน 718 คัน

ทั้งนี้ ทสภ. มีรถ Shuttle Bus สาย A วิ่งให้บริการรับ – ส่ง ผู้โดยสารทุก ๆ 15 นาที ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง และนอกจากลานจอดรถยนต์ระยะยาวโซน C แล้ว ทสภ. ยังมีอาคารและลานจอดรถยนต์โซนอื่น ๆ รองรับการให้บริการได้แก่ อาคารจอดรถยนต์โซน 3 รองรับช่องจอดได้ 2,038 คัน, ลานจอดรถโซน 4 รองรับช่องจอดได้ 251 คัน, ลานจอดรถโซน 5 รองรับช่องจอดได้ 455 คัน , ลานจอดรถโซน 6 มีหลังคากันแดด รองรับช่องจอดได้ 689 คัน และลานจอดรถโซน 7 มีหลังคากันแดด รองรับช่องจอดได้ 666 คัน โดยคิดอัตราค่าบริการชั่วโมงละ 25 บาท หากเกิน 7 ชั่วโมง จะคิดเป็นอัตราเหมาวันละ 250 บาท

ผู้ใช้บริการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการอาคารจอดรถยนต์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-132-9511 ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง สามารถจอดรถฟรีได้ที่อาคารจอดรถยนต์ 5 ชั้น (เฉพาะชั้น 2) จำนวน 150 คัน

ค่าเดินทางฟรี

กรมทางหลวง ให้ทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) “ฟรี” 3 เส้นทาง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ได้แก่

  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) เส้นทาง กรุงเทพ – ชลบุรี – พัทยา
  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 เส้นทาง บางปะอิน – บางพลี และ พระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน

ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 9 เมษายน 2564 ถึง เวลา 24.00 น. ของวันที่ 16 เมษายน 2564 (รวม 8 วัน)

นอกจากนี้ มอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ช่วง ปากช่อง – สีคิ้ว ระยะทาง 35.75 กิโลเมตร เปิดให้วิ่งฟรีชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 9 – 19 เมษายน 2564 (รวม 11 วัน) เพื่อรองรับการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) อีกด้วย

โดยผู้ใช้ทางสามารถติดตามการรายงานสภาพจริงการจราจร Online แบบ Real time ผ่านแอพพลิเคชั่น M-Traffic (ทางหลวงพิเศษ) / Thailand Highway Traffic และ QR code รวมทั้ง เฟสบุ๊ค “ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุกรมทางหลวง”

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้จัดตั้งจุดให้บริการทั่วไทย 421 แห่ง โดยร่วมกับตำรวจทางหลวง และหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งภายในจุดบริการทั่วไทย มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการประชาชนผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ การให้ข้อมูลเส้นทาง แนะนำเส้นทางเลือก บริการน้ำดื่ม รวมทั้ง แอลกอฮอล์เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัส โควิด-19 พร้อมทั้งจัดเตรียมจุดห้องน้ำบริการประชาชน 581 แห่ง (ในพื้นที่หมวดทางหลวงทั่วประเทศ) อีกด้วย

หากต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง ติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193

ค่าทางด่วนฟรี

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม จัดทางด่วนฟรีสงกรานต์ 2564 ดังนี้

  1. ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี)
  2. ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)

ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 00.01 น. ถึงวันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 24.00 น. (รวม 8 วัน) ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เช่นเดียวกับกรมทางหลวง เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564

ส่วนทางด่วนฟรีวันที่ 13 – 15 เมษายน 2564 (รวม 3 วัน) ภายใต้สัญญาสัมปทานแก้ไขใหม่

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1)
  • ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2)
  • ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน – ปากเกร็ด)

ทั้งนี้ ผู้ใช้ทางพิเศษสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง สภาพการจราจร และขอความช่วยเหลือจากศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ EXAT Call Center โทร 1543 และสามารถดาวน์โหลด Application “EXAT Portal”เพื่อตรวจสอบยอดเงินคงเหลือและการใช้บัตร Easy Pass รับข่าวสารโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ และเรียกใช้งาน Application อื่นๆ ของ กทพ. อาทิ EXAT Traffic อีกทั้งยังสามารถขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

ช่วงนี้ก็เป็นหน้าฝนนะครับ แต่การเดินทางของคนเรานั้น ยังจำเป็นอยู่เสมอ ซึ่งบางคนอาจจะมีความจำเป็นต้องเข้าป่า ไม่ว่าจะเข้าไปเที่ยวช่วงหน้าฝน เข้าไปส่งของอุปโภคบริโภคให้หมู่บ้านบนเขา หรือเหตุผลใดก็แล้วแต่ สิ่งที่สำคัญ คือ “สภาพรถต้องพร้อม” อยู่เสมอ

แต่บางทีเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น รถต้องลุยน้ำในลำธารที่มีน้ำไหลเชี่ยว ดันใบพัดหม้อน้ำแตกแล้วไปโดนรังผึ้งหม้อน้ำ หรือไปกระแทกกับก้อนหิน โดนหม้อน้ำรั่วระหว่างอยู่ในป่า อุปกรณ์ เครื่องมือในการซ่อมก็ไม่มี แล้วจะมีวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างไร

Mr.Carro ขอแนะนำวิธีแก้ เมื่อหม้อน้ำรั่วรถในป่าครับ.

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

กรณีต้องขับรถลุยน้ำในลำธารที่เชี่ยวกราก ถ้าคุณสามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรหลีกเลี่ยง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ขับรถผ่านลำธารไปด้วยความระมัดระวัง และใช้ความเร็วที่เหมาะสม หรือถ้าคุณมีผ้า หรือกระสอบ นำมาปิดบริเวณกระจังหน้ารถเพื่อกันแรงดันน้ำ ก็จะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น

สมมติว่า ถ้าถูกกระแสน้ำตีเอาใบพัดแตก แล้วกระทบกับหม้อน้ำรังผึ้งรั่วขึ้นมา จะทำอย่างไร?

E-Pox-E5-Steel-Filler

การเดินทางเข้าป่า หรือถิ่นทุรกันดาร นอกเหนือจากของกินของใช้ส่วนตัวที่นำติดรถไปแล้ว ควรนำอะไหล่บางอย่างติดรถไปด้วย ถ้ายิ่งรู้ว่าจะต้องขับรถลุยน้ำด้วยแล้ว ควรเตรียมใบพัดหม้อน้ำ กับ E-Pox E5 Steel Filler (หรือ อีพ็อกซี่ปะเหล็ก) ในรูปแบบหลอด ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

ในการแก้ปัญหา ต้องถอดหม้อน้ำออกเพื่อทำการซ่อมแซม สำรวจดูว่า มีรอยรั่วมากน้อยเพียงใด เมื่อพบรอยรั่วแล้ว ใช้ไขควงแบนกดบริเวณที่เป็นรังผึ้งให้ราบลง เพื่อให้เห็นเพียงช่องน้ำผ่านของรังผั้ง

จากนั้น ตัดช่องน้ำผ่านบริเวณที่เป็นจุดรอยรั่วออก แล้วใช้คีมพับปลายของช่องน้ำผ่านทั้ง 2 ด้านให้แน่น หากมีหลายจุดที่รั่ว ก็ทำลักษณะเดียวกัน กรณีที่มีกาว E-Pox E5 Steel Filler ติดมาด้วย ก็ทำการผสมกาวตามสัดส่วนที่กำหนด แล้วทาปิดบริเวณที่พับปล่อยจนกว่ากาวจะแห้ง หากไม่มีกาวก็ไม่เป็นไร แต่ควรพับบริเวณที่ช่องน้ำผ่านให้แน่น

จากนั้นทำการทดสอบการรั่ว โดยการเป่าลมเข้าไปในหม้อน้ำทางช่องเติมน้ำ ซึ่งต้องใช้มือปิดบริเวณท่อนต่อท่อยางหม้อน้ำบนและล่างเสียก่อน หากพบว่ายังมีลมออกมา แสดงว่ายังมีรอยรั่วอยู่ ก็ต้องหาจุดกันอีกครั้ง

Emergency-Repair-Radiator-In-Forest

เปลี่ยนใบพัดหม้อน้ำถ้ามีสำรองมาหรือถ้าไม่มีติดมา หากใบพัดหักเพียงใบหนึ่งหรือสองใบ ก็ยังใช้งานต่อไปได้ชั่วคราว เมื่อใส่หม้อน้ำเสร็จแล้วเต็มน้ำให้เต็ม สตาร์ทเครื่องแล้วเติมน้ำเข้าไปอีกครั้งให้เต็มสังเกตดูหากน้ำไม่ยุบก็ OK เดินทางต่อได้ แต่ควรดูเกจ์ความร้อนบ่อยๆ เพื่อความไม่ประมาท

เพียงเท่านี้ คุณก็ไม่ต้องกินข้าวลิงในป่าแล้ว …

ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก :

  • คุณจาลึก เอี่ยมเจริญ
5-Trick-To-Manage-Luggage

ไม่ว่าเวลาไหน ก็จะต้องมีคนเดินทางไปไหนมาไหนเสมอๆ ทั้งไปเที่ยว ไปทำงาน ไปส่งสินค้า ฯลฯ ตามเหตุผลของแต่ละคน ที่ไม่จำกัดว่าจะต้องไปในฤดูกาลไหน

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง นั่นคือ “กระเป๋าเดินทาง” นั่นเอง หลายคนมักประสบปัญหาในการจัดกระเป๋าเดินทางอยู่เสมอๆ เพราะบางทีก็ตัดสินใจไม่ถูก ว่าจะเอาอะไรไปบ้างดี? หรือของบางอย่าง ยัดลงไปแล้วก็กินที่อีก …

Mr.Carro จะมาแนะนำ 5 วิธี ในการจัดกระเป๋าเดินทาง ให้พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ครับ

Zip-Lock

1. ถุงพลาสติก

ถุงพลาสติก หรือ “ถุงก๊อบแก๊บ” ที่เรียกกันติดปากนั้น ไว้ใช้ประโยชน์ตอนเก็บเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว หรือผ้าขนหนู เพราะป้องกันการเปียกและกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่งั้นคงเก็บกลิ่นเหม็นไปทั้งกระเป๋าเลยทีเดียว หรือจะใช้ถุงแบบ Zip-Lock (ถุงสุญญากาศ) ก็ได้เช่นกัน

2. รองเท้า

ถ้าคุณคิดจะเอารองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหนังไปด้วย คุณควรจะยัด “ถุงเท้า” เข้าไปในรองเท้าด้วยเลยเพียงแค่ม้วนๆ เข้าไป เสร็จแล้วก็เอาถุงผ้า หรือถึงพลาสติกใส่รองเท้าเอาไว้อีกที เพื่อป้องกันไปเปื้อนสิ่งของอื่นๆ

Manage-Luggage

3. ของใหญ่ไว้ล่าง ของเล็กไว้บน

ใช้หลักการเดียวกับ “ปิรามิด” นั่นล่ะครับ ของหนักๆ เอาไว้ด้านล่างสุด ส่วนชั้นกลางๆ ก็จัดวางเป็นเสื้อยืด ใช้ม้วนๆ เอา เพื่อกันกระแทกไปด้วย แต่ในกรณีของกางเกงขายาว อันนี้เราแนะนำให้วางตามแนวยาวของกระเป๋าเลย หรือจะวางเสื้อผ้าที่ม้วนแล้วไว้ในช่องตรงกลาง จากนั้นค่อยพับขากางเกงมาไว้ตรงกลาง ก็ได้เช่นกัน

ส่วนของเบาๆ หรือของที่จำเป็นต้องหยิบออกมาใช้บ่อยๆ เช่น ยารักษาโรค ยาสีฟัน แปรงสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก เครื่องสำอาง หรือสบู่ เป็นต้น ก็ไว้ด้านบนๆ จะได้ง่ายต่อการหา ซึ่งก็พกติดตัวแค่เพียงพอต่อการใช้การใช้งานก็พอแล้ว ไม่ต้องแบกไปมากๆ

4. เอาเสื้อกันฝน ไปแทนร่ม

หลายคนอาจจะเอาร่มพับได้ติดกระเป๋าเดินทางไปด้วยในหน้าฝน แต่ผมคิดว่า พกเสื้อกันฝนไปดีกว่า เพราะจะช่วยให้ประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าได้

Luggage-Tag

5. ล็อคกระเป๋า ติด Tag ป้ายชื่อ

กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน ก่อนที่คุณจะโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง ต้องล็อคกระเป๋าให้เรียบร้อย แล้วเก็บกุญแจไว้ที่ตัว ส่วนกระเป๋าเดินทางควรหา Tag ติดป้ายแสดง ชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ Line และจุดหมายปลายทาง เผื่อกระเป๋าเกิดไปตกหล่นระหว้างทาง จะได้สามารถตามคืนได้ภายหลัง

หรือหาสติ๊กเกอร์ เศษผ้า มาแปะ มาผูก ทำไว้เป็นสัญลักษณ์ที่กระเป๋าด้วยก็ดี เพราะถ้าหากดันมีใครทะลึ่งใช้กระเป๋าเดินทางแบบเดียวกับคุณ มีหวังหยิบผิดไปแน่นอน!

Luggage

สำหรับเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน บัตรประจำตัวต่างๆ บัตรเครดิต หรือพาสปอร์ต อันนี้ไม่ควรเก็บรวมในกระเป๋าเดินทาง เพราะการนำออกมาใช้ทีวุ่นวายยุ่งยาก ต้องเสียเวลารื้อค้น และยังต้องระวังกับโจรในเครื่องแบบ ที่คอยแอบกรีดหรืองัดกระเป๋าเดินทาง ขณะลำเลียง หรือขนส่งอีก

หากเป็นไปได้ ควรหากระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ไว้เก็บของใช้ที่สามารถหยิบได้ง่าย และเผื่อต้องใช้ในการเดินทาง อาทิ สมุดโน๊ต ปากกา เงิน บัตรเครดิต ยารักษาโรค กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์มือถือ หรือ Power Bank ฯลฯ แต่ก็ควรจะมีสำรองเงินเอาไว้บ้างที่กระเป๋าเดินทาง เผื่ออาจจำเป็นต้องใช้ หากต้องไปในประเทศที่มีคนคอยกรีดกระเป๋าเยอะๆ (เช่น ในประเทศแถบยุโรปในขณะนี้ ที่แก๊งกรีดกระเป๋าอาละวาดหนักมาก)

อีกสิ่งที่สำคัญ คือ อย่าปล่อยให้กระเป๋าเดินทางมีพื้นที่ว่าง เพราะจะทำให้ของในกระเป๋าเดินทางกระจัดกระจายได้ง่ายๆ วิธีง่ายๆ คือขยำกระดาษ แล้วยัดไว้ในกระเป๋าเยอะๆ ก็ได้ หรือจะช็อปปิ้งใส่กระเป๋าเดินทางตอนขากลับก็ได้เช่นกัน

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

ล้างคราบแป้งและดินสอพอง ออกง่ายๆ ด้วย 5 วิธี ล้างคราบแป้งติดรถ

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่า “สวัสดี” ในวันทำงานวันแรก หลังเทศกาลสงกรานต์นะครับ หลายคนคงสนุกสนานกับการท่องเที่ยวต่างจังหวัด ไปเล่นน้ำสงกรานต์ (หรือไปเมาแล้วตีกัน?) พาญาติพี่น้องไปไหว้พระทำบุญกันมา แล้วก็กลับมาลุยงานกันต่อ

ก็อย่างว่าล่ะครับ รถยนต์ที่ใช้ขับไปไหนต่อไหนมาไหนช่วงสงกรานต์ ก็ย่อมเลอะเทอะจากคราบน้ำ คราบแป้ง และดินสอพอง เมื่อคุณต้องการทำความสะอาดรถ ให้กลับมาเงางามดังเดิม มาดูกันว่าต้องทำอย่างไรกันบ้าง?

ทำได้ ทำทันที

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

ถ้าคุณว่างจากภารกิจต่างๆ เมื่อไหร่ และรถของคุณก็ยังเลอะคราบแป้งอยู่อย่างนั้น เราขอแนะนำให้คุณล้างรถทันที เพราะว่าคราบน้ำ คราบแป้ง คราบหินปูน เมื่อแห้งแล้วจะเป็นคราบฝังลึกติดกับสีรถ กระจกรถ หรือเกาะจนเป็นคราบหินปูน เพราะความด่างของแป้งดินสอพอง ขัดเท่าไหร่ก็ขัดไม่ออก

ผ้าเช็ดรถ

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

ผ้าเช็ดรถ … ทางที่ดี ไม่ควรใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดรถ เพื่อสีของรถที่เงางาม และไม่เป็นรอยขนแมวตามตัวถังรถ ควรเลือกผ้าดีๆ หน่อย เช่น ผ้าชามัวร์ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ สำหรับเช็ดรถ ซึ่งผ้าชามัวร์มีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำได้เป็นอย่างดี และผ้าไมโครไฟเบอร์ มีเส้นใยที่สามารถดูดซึมฝุ่นละอองและคราบน้ำ ได้ดีกว่าผ้าชนิดอื่นๆ

แชมพูล้างรถ

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

แชมพูล้างรถ จะช่วยให้คุณล้างรถได้อย่างเบาแรงมากขึ้น ในการชะล้างสิ่งสกปรกออกจากตัวรถ ยิ่งแชมพูบางประเภทซึ่งมีผสม Wax เข้าไปด้วย ก็จะประหยัดเวลาเคลือบเงาสีรถไปได้ในตัว

ยาขัดรถ

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

ยาขัดรถที่ดี ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้สีของรถ ดูเงางามมากขึ้น ใช้ยาขัดสีรถ ป้องกันคราบ และทำความสะอาดผิวแลคเกอร์ เพื่อให้รถดูเงางามสะอาดขึ้น ซึ่งก็มีขายกันตั้งแต่กระป๋องละหลักร้อย ไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของยาขัดรถนั้นๆ พร้อมอาจจะใช้ดินน้ำมันขัดสีรถร่วมด้วยก็ได้

น้ำส้มสายชู

5-Way-To-Washing-White-Clay-Filler

น้ำส้มสายชู บางคนอาจจะงงว่า เอามาใช้ทำอะไร? น้ำส้มสายชู ไว้ใช้ในกรณีที่คุณล้างรถแล้ว ยังมีคราบแป้งและคราบดินสอพองหลงเหลืออยู่ ให้ลองใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ ชุบผ้าแล้วค่อยๆ เช็ดตรงจุดที่ยังมีคราบอยู่ หากคราบจางหรือหายไปแล้วก็ต้องน้ำสะอาดล้างตรงจุดนั้นอีกครั้ง เพราะน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หากทิ้งไว้นานจะกัดสีรถได้

แต่ถ้าหากคุณไม่มีเวลาจริงๆ ก็ขับรถเข้าคาร์แคร์ ล้างรถ ขัด-เคลือบสี ไปเลยก็ได้ ค่าใช้จ่ายก็จะเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ถึงหลายพันบาท แต่ถ้าคุณอยากประหยัดเงินส่วนนี้ ก็ลองทำตาม 5 วิธี ล้างคราบแป้งติดรถ หลังสงกรานต์ ดูนะครับผม …

ขับรถ, เที่ยว, เตรียมความพร้อม

เตรียมสิ่งเหล่านี้! ให้พร้อมก่อนเที่ยว
จะได้ปลอดภัยทั้งคนทั้งรถขณะเดินทาง

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ การขับรถเที่ยว ก็เป็นอีกกิจกรรมที่เวลาเราไปกับเพื่อนฝูง หรือครอบครัวทีไร ก็มันส์สุดๆ ทุกทีว่ามั้ยเอ๋ย? แต่ถ้าหากรถของเพื่อนๆไปเสียเอากลางทางระหว่างขับรถเที่ยว ก็คงน่าปวดหัวแย่ รวมไปถึงเพื่อนร่วมทางและรถคันอื่นที่เดินทางต่อมาอยู่ด้านหลัง ก็คงเซ็งไม่น้อยที่รถของเราไปทำรถติด ทำให้คนอื่นๆไม่สามารถเดินทางไปได้

เพราะฉะนั้น การเตรียมความพร้อมให้รถของเพื่อนๆก่อนขับรถเที่ยว ถือเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเหล่านี้ไปได้ค่ะ


นำรถไปตรวจเช็กสภาพล่วงหน้า

เพื่อนๆ อย่าลืม! ว่าถ้าเราเอารถเข้าอู่เพื่อตรวจเช็กสภาพนาทีสุดท้าย เช่น 1 หรือ 2 วันก่อนขับรถเที่ยว ก็อาจจะกระชั้นชิดไป แนะนำให้นำรถไปตรวจเช็กล่วงหน้าซักประมาณ 3 อาทิตย์กำลังดีค่ะ

โดยทางช่างก็จะทำการตรวจเช็กน้ำมันเครื่องและของเหลวต่างๆ เช่นน้ำมันเบรคน้ำยาแอร์ น้ำหน้าปัดรถ เป็นต้น รวมไปถึงเช็กแบตเตอรี่รถยนต์ว่ามีการสึกหรอหรือไม่ เช็กไฟรถ เช็กลมยาง เช็กสายไฟต่างๆ เช็กระบบเบรค เช็กที่กรองอากาศและที่กรองน้ำมัน เป็นต้น

 


การเตรียมตัวเบื้องต้น ก่อนขับรถเที่ยว

  1. ติดตั้งระบบ GPS: การติดตั้งระบบ GPS จะช่วยให้เพื่อนๆสามารถขับรถเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นโดยที่เพื่อนๆไม่ต้องมาคอยพะวงหาสถานที่บนแผนที่ แต่อย่างไรก็ตาม GPS ก็ไม่ได้เป็นทุกอย่างให้เพื่อนๆหรอกนะคะ เราควรมีแผนที่กระดาษติดรถเอาไปด้วยในกรณีที่อุปกรณ์แบตหมด จะได้มีแผนที่สำรองเอาไว้ดูระหว่างขับรถเที่ยว
  2. ทำความสะอาดรถทั้งภายในและภายนอก: ก่อนที่เพื่อนๆจะออกไปขับรถเที่ยว อย่าลืมทำความสะอาดรถให้เรียบร้อย พร้อมรับกับแป้งดินสอพองและน้ำเย็นๆที่จะสาดเข้ามาที่ตัวรถ รวมถึงขัดป้ายทะเบียนให้สามารถมองเห็นเลขได้ชัดก็จะดีมากค่ะ นอกจากนี้ ให้เก็บเศษเงินหรือของมีค่าในรถให้พ้นสายตาไปให้หมด เพื่อกันมิให้มิจฉาชีพทำการทุบรถเพื่อเอาของมีค่าเหล่านั้นระหว่างที่เพื่อนๆไม่อยู่ที่รถค่ะ
  3. เช็กลมยาง: ก่อนเพื่อนๆไปขับรถเที่ยว ก็อย่าลืมเช็กลมยางและสภาพยางว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ด้วยนะคะ

 


นำอุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถไปด้วย

อย่าลืม! นำเอาอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น คู่มือรถยนต์ ไฟฉายพร้อมถ่านไฟสำรอง โทรศัพท์มือถือ แผนที่ อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ขวดแกลลอนเปล่าๆ ถุงมือ สายจั๊มแบต น้ำกลั่น อุปกรณ์ช่าง ที่เช็กลมยาง ยางสำรอง เป็นต้น ติดรถไปด้วยนะคะ เพื่อที่ในกรณีที่รถของเพื่อนๆเสีย ระหว่างที่เรารอเจ้าหน้าที่ประกันหรือช่างซ่อมมาถึง เพื่อนๆจะได้มีอุปกรณ์เหล่านี้เอาไว้คอยตรวจสอบและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนค่ะ

 


จัดของใส่รถไปยังไงดี

หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับการจัดของใส่รถก่อนขับรถเที่ยว หลักการของการจัดของใส่รถก็คือ ให้เพื่อนๆเอาเพียงของที่จำเป็นไปเท่านั้น ไม่เตรียมของไปเยอะจนเกินไป เพื่อที่ว่าผู้ร่วมทางกับเพื่อนๆจะได้มีที่นั่งสะดวกสบาย ของไม่รกจนเกินไปจนหาอะไรไม่เจอ แถมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแพ็คของลงจากรถหลังจบทริปค่ะ ทำทุกอย่างให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อเพื่อนๆจะได้จำได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน

นอกจากนี้ยิ่งเพื่อนๆแพ็คของเยอะเกิน รถของเพื่อนๆก็ยิ่งจะต้องรับน้ำหนักที่มากเกินกว่าความจำเป็น ทำให้ไม่ปลอดภัยในการขับขี่ได้ค่ะ โดยอาจทำให้รถทรงตัวอยู่บนถนนได้ยาก ระบบเบรคทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ยางบวม จะหักเลี้ยวก็ยาก รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้น ศูนย์ถ่วงรถไม่ดี

อีกทั้งถ้าหากเพื่อนๆแพ็คของหนักเกินไป ประกันก็อาจจะไม่จ่ายค่าคุ้มครองให้กับรถของเพื่อนๆในกรณีเกิดอุบัติเหตุได้นะคะ

เพราะฉะนั้นแล้ว ก่อนที่เพื่อนๆจะแพ็คของใส่รถ ก็ให้ลองตรวจสอบในคู่มือรถยนต์ดูก่อนว่า รถของเพื่อนๆนั้นมีความสามารถแบกรับน้ำหนักได้กี่กิโลกรัมค่ะ

 

สุดท้ายแล้วใครที่กำลังวางแผนขับรถเที่ยว ก็อย่าลืมดูแลรถยนต์ให้ดี เราจะได้พร้อมตลอดเวลาหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ เพื่อนๆอย่าลืมทำประกันรถยนต์ติดไว้จะได้ช่วยคุ้มครองในกรณีอุบัติเหตุต่างๆบนท้องถนนได้ด้วยนะคะ เพื่อนๆสามารถเปรียบเทียบประกันการเดินทางได้ที่เว็บไซต์โกแบร์เลยค่ะ

Take-Care-Car-Later-Songkran-Festival

หลังจากสนุกสนานกับเทศกาลสงกรานต์ ก็อย่าลืมดูแลรถยนต์คันเก่งของคุณด้วยครับ

Take-Care-Car-Later-Songkran-Festival

หลังจากที่เทศกาลสงกรานต์ได้ผ่านพ้นกันไปแล้ว หลายคนได้ขับรถเที่ยวต่างจังหวัด กลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่ต่างจังหวัด ขับรถเล่นสาดน้ำ หรือขับรถเที่ยวในกรุงเทพฯ ก็ตาม ในตอนนี้ก็ถึงเวลาที่คุณควรดูแลรถยนต์หลังจากใช้งาน เพื่อให้รถยนต์นั้นพร้อมใช้ และไม่เกิดปัญหาต่างๆ ที่ตามมาในภายหลัง

Take-Care-Car-Later-Songkran-Festival

ขั้นตอนแรก คือ “ล้างรถ” ล้างคราบสกปรก ทั้งฝุ่น แป้ง ดินสอพอง และคราบขึ้ดินขึ้โคลนจากการลุยน้ำในจุดต่างๆ ที่มีคนเล่นน้ำสงกรานต์กัน เนื่องจากน้ำที่ใช้เล่นสงกรานต์บางทีอาจจะไม่สะอาด อีกทั้ง “แป้ง” หรือ “ดินสอพอง” สามารถกัดชั้นแล็กเกอร์เคลือบสีรถได้ ทิ้งไว้นานๆ อาจทำให้สีด้านไม่เงาวาว หรือสีด่างได้ โดยฉีดน้ำล้างให้ทั่วคันก่อน แล้วจึงผ้าชุบน้ำเช็ดคราบที่เป็นรอยก่อน แล้วนำผ้าชุบน้ำบิดน้ำให้หมาดๆ ผืนใหม่ ไล่เช็ดตัวถังไปเรื่อยๆ ดูว่าตรงไหนมีรอบขูดขีดมาบ้างหรือเปล่า

พร้อมใช้ยาขัดสีรถ ป้องกันคราบ และทำความสะอาดผิวแลคเกอร์ เพื่อให้รถดูเงางามสะอาดขึ้น หรือจะเข้าคาร์แคร์ล้างรถ ขัด-เคลือบสี ไปเลยก็ได้ หากคุณไม่มีเวลา ค่าใช้จ่ายก็จะเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ถึงหลายพันบาท

Take-Care-Car-Later-Songkran-Festival

ส่วนต่อมา คือ ภายในห้องโดยสาร ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะเป็นจุดที่เราใช้งานในรถ บางทีหากตัวเปียก หรือรองเท้าเปียก บรรดาเบาะที่เป็นผ้า หรือพรมปูพื้น มีโอกาสที่จะดูดซับความชื้นไว้ ซึ่งความชื้นจากน้ำทำให้ อาจจะก่อให้เกิดเชื้อราได้หากปล่อยไว้นาน โดยเฉพาะกับพรม และอาจทำให้เกิดสนิมที่พื้นรถได้ เมื่อรถเริ่มมีอายุมาก

อีกส่วนที่ควรให้ความสำคัญ นั่นคือ ส่วนประกอบภายในเครื่องยนต์ อาจจะต้องใช้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์สักหน่อย หลังจากที่ได้เดินทางไกล ควรตรวจเช็คและสังเกตอาการผิดปกติของรถ ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องยนนต์ ระบบเบรก ระบบเกียร์ คลัทช์ สำหรับรถที่ค่อนข้างจะมีอายุการใช้งานนานสักหน่อย ก็ตรวจเช็คให้ดี เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

Take-Care-Car-Later-Songkran-Festival

การดูแลรถหลังสงกรานต์นั้น ถือได้ว่ามีความสำคัญสำหรับรถของคุณแน่นอน และจะช่วยให้คุณขับรถได้อย่างสบายใจด้วยครับ

8-Checklists-Trip-In-Songkran-Day

ในช่วงสงกรานต์นี้ CARRO มีคำแนะนำดีๆ ให้กับผู้ขับขี่รถทุกประเภท ไม่ว่าจะผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป ผู้ที่ขับรถโดยสาร รวมถึงผู้ใช้บริการรถโดยสารด้วย เพื่อการเตรียมตัวและเตรียมรถยนต์ของคุณให้พร้อม สำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือทริปต่างๆ ในอนาคต เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุบนถนน ถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

1. เตรียมร่างกายให้พร้อม

สำหรับคนขับรถทุกคน ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง ถึงแม้จะขับรถหรือเดินทางตอนกลางวันก็ตาม เพราะคุณสามารถเกิดอาการง่วงในช่วงบ่ายหลังจากทานข้าวเสร็จ ฉะนั้น และแม้ว่าจะนอนหลับเพียงพอก็อย่ากินเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงนอนจนอาจเกิดอาการหลับใน ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

2. เช็กสภาพรถ

ก่อนการเดินทาง ควรตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อม โดยเฉพาะระบบเบรค เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง ไฟสัญญาณ ไฟหน้า ไฟท้าย ที่ปัดน้ำฝน ลมยาง ตรวจเช็กว่าทุกส่วนทำงานปกติหรือไม่ ถ้าเป็นรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ควรตรวจสอบให้ละเอียด เนื่องจากอาจมีปัญหาหลายอย่างที่เราไม่เคยทราบ และควรเติมน้ำมันให้เต็มถัง จะได้เดินทางยาวๆ อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด

3. เช็กจำนวนผู้ร่วมเดินทาง

ถ้าหากคุณเดินทางไปกับเพื่อนเป็นหมู่คณะ หรือมีสมาชิกครอบครัวจำนวนเยอะๆ การเลือกใช้รถให้เหมาะสมกับจำนวนคนก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะทุกคนจะได้มี Space ที่พอดี ไม่เบียดจนอึดอัด หรือไม่ใช้รถหลายคันเกินไป เพราะต้องขับรถรอต่อท้ายกัน ซึ่งสิ้นเปลืองน้ำมัน และทำให้การเดินทางล่าช้า

4. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ในยุคนี้ เกือบทุกคนก็คงอยากเก็บภาพความประทับใจในทุกๆทริป ไปอวดเพื่อนๆใน Social Media กันอย่างแน่นอน สิ่งที่คุณก็ต้องทำก็แค่เตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้พร้อม! เช่น กล้องชนิดต่างๆ โทรศัพท์ โดรน แบตเตอรี่สำรองและเมมโมรี่การ์ด

ในยุคนี้สมัยนี้ ถ้าคุณยังไม่มี Gadgets เป็นของตัวเองก็สามารถเช่าได้! และทุกอย่างควรเตรียมให้เพียงพอกับความต้องการในการใช้งาน คุณจะได้ไม่หมดสนุกกลางคัน

5. ศึกษาเส้นทาง

ก่อนออกเดินทางทุกๆครั้ง คุณควรศึกษาเส้นทางหรือเลือกเส้นทางที่จะใช้ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะในช่วงเทศกาลปริมาณผู้คนและรถบนท้องถนนจะเยอะสุดๆ หากหลงทางจะทำให้เสียเวลาและอารมณ์เสียได้

6. ขับความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

เพราะการขับรถเร็ว จะเพิ่มโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เสมอ ด้วยความเร็วที่มากเกินไปจะทำให้คุณแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน ซึ่งอุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเมื่อ การขับรถที่ 80 กม./ชม. ก็ถือว่ามีความเร็ว แต่คุณก็ยังสามารถเบรคเพื่อแก้ปัญหาหรือสถานการณ์ได้ทัน

ซึ่งถ้าคุณขับเร็วมากกว่านี้แล้วต้องหักหลบหรือเบรคกระทันหัน ก็จะทำให้ท้ายรถปัดจนเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้น อย่าขับรถเร็วเกินความจำเป็นหรือขับรถช้าเกินไป เพราะจะสร้างความรำคาญให้รถคันอื่นๆได้เช่นกัน

7. หยุดพักเป็นระยะ

เพื่อเป็นการผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง คุณอาจจะแวะปั้ม เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าให้รู้สึกสดชื่น ยืดเส้นยืดสาย หรือซื้อกาแฟดื่มเพิ่มความกระฉับกระเฉงขณะขับรถ เพื่อไม่ให้เกิดอาการหลับใน แต่สำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ทานแล้วง่วงหรือใจสั่น ก็เปลี่ยนไปทานน้ำผลไม้เพิ่มความสดชื่นแทนได้ค่ะ

8. เลือกเวลาในการเดินทาง

หากเป็นไปได้คุณควรเดินทางในช่วงกลางวัน ไม่ใช่ช่วงกลางคืน เพราะตอนกลางคืนทัศนวิสัยไม่ดี คนขับมีโอกาสผิดพลาดเยอะกว่า คุณจึงควรเลือกช่วงเวลาที่คนขับรถจะขับรถได้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง และควรเลี่ยงเวลาโพล้เพล้เพราะช่วงเวลาตี 4 ถึง 6 โมงเช้า และช่วง 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วงที่แสงกำลังเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้คนขับรถอาจมองสิ่งต่างๆ ผิดพลาดได้

สำหรับผู้โดยสาร

คุณควรเลือกการเดินทางที่ปลอดภัยมากกว่าราคาถูก ยิ่งถ้าได้นั่งในรถที่มีเข็มขัดนิรภัยได้จะยิ่งดี เนื่องจากเวลารถเบรก เราจะไม่กระแทกกับเบาะด้านหน้าหรือกระจก ซึ่งช่วยไม่ให้เกิดการบาดเจ็บได้ส่วนหนึ่ง และควรเลือกรถโดยสารประจำทางหรือสายการบินที่คุณไว้ใจมากที่สุด เพราะจะลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้

การหาข้อมูลเปรียบเทียบข้อดี, ข้อเสียของรถแต่ละสาย หรือระหว่างสายการบิน จะเป็นตัวช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นมากค่ะ