Prevent-Back-Pain-While-Driving

ขับรถบ่อย ๆ นั่งอยู่หลังพวงมาลัยวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการขับฝ่ารถติดในคืนวันศุกร์แห่งชาติ หรือเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด หากคุณไม่ได้ปรับท่านั่งในการขับรถให้ดี ระวังจะมีปัญหาปวดหลัง ปวดเอวเมื่อเดินทางถึงที่หมาย ซ้ำร้ายกว่านั้น หากต้องขับรถในท่าทางที่ไม่ถูกต้องอยู่เป็นประจำ อาจส่งผลให้ปวดหลังเรื้อรัง อีกทั้งอาจทำให้ขับรถไม่ปลอดภัยอีกด้วย เราจึงได้รวบรวมเทคนิคขับรถไม่ให้ปวดหลัง ซึ่งจะช่วยให้คุณมีท่าทางในการขับรถที่ถูกต้องเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถขับรถได้อย่างสบาย อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยเช่นกัน

Prevent-Back-Pain-While-Driving

มานั่งขับรถให้ถูกวิธีกันดีกว่า Roojai.com จะพาทุกคนไปดูวิธีปรับท่านั่งบนรถให้ถูกวิธี หนีอาการปวดหลังเมื่อต้องอยู่บนรถนาน ๆ วิธีการจะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลย

ขับรถไม่ให้ปวดหลัง เรื่องง่าย ๆ แค่ปรับเบาะกับท่าทาง

คนขับรถหลาย ๆ คนมักจะเข้าใจผิดว่าการขับรถให้สบายนั้น ควรจะปรับเอนหลังเบาะลงไปเยอะหน่อย แล้วนั่งพิงหลังไป วางแขนวางเท้าให้สบาย จะทำให้สามารถขับรถได้ผ่อนคลายและร่างกายไม่เมื่อยล้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการปรับเบาะไม่ให้ปวดหลัง เพราะการขับรถนั้น ร่างกายหลาย ๆ ส่วนต้องทำงานให้สอดคล้องกัน เพื่อควบคุมรถของคุณให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างปลอดภัย ใช้สายตาในการมองจ้องไปบนท้องถนนตลอดเวลา แขนทั้งสองข้างถือพวงมาลัย เตรียมเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เปลี่ยนเกียร์ และต้องใช้เท้าในการเหยียบคันเร่ง เหยียบเบรก เพื่อขับเคลื่อนรถไปข้างหน้า

ซึ่งถ้าคุณปรับเบาะเอนหลังต่ำจนเกินไป การมองเห็นของคุณก็จะทำได้ไม่ดี เหลือพื้นที่กระจกให้คุณสามารถมองเห็นได้น้อยลง จะมองกระจกข้างทีก็ต้องยกตัวขึ้นมา ชะโงกหน้า เอี้ยวตัวหลายครั้งกว่าจะเห็นจนชัด ต้องเอื้อมมือหรือยืดแขนมาบังคับพวงมาลัย ซึ่งส่งผลให้ต้องเกร็งแขนยกไหล่ตลอดเวลาที่ขับรถ เท้าเหยียบคันเร่ง เหยียบเบรกไม่ถนัด เพราะถอยเบาะไกลจากคันเร่งเกินไป ทำให้ต้องเกร็งขาเอาไว้ตลอดเวลาที่ขับรถ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถอีกด้วย เพราะท่าทางที่ไม่ถูกต้องส่งผลให้บังคับรถได้ไม่ดีเท่าที่ควร

Prevent-Back-Pain-While-Driving

ดังนั้น การปรับเบาะ ปรับท่าทางในการขับรถของคุณให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จะช่วยลดอาการเกร็งส่วนต่าง ๆ เพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองของร่างกายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ช่วยให้มองเห็นถนนได้ดียิ่งขึ้น ลดการเอี้ยว การเอื้อม เพื่อมองกระจกข้าง กระจกหลังให้เห็นได้ชัดเจน โดยมีเทคนิคง่าย ๆ ดังนี้

  1. ปรับพนักพิงเอนหลังเล็กน้อยก็พอ

สำหรับองศาของพนักพิงเอนหลังจะอยู่ที่ประมาณ 110 องศา ซึ่งจะไม่ใช่การเอนเบาะลงไปมาก ๆ อย่างที่คุณเข้าใจว่าจะทำให้เกิดความสบาย แต่การปรับเบาะตามคำแนะนำนี้ จะช่วยให้คุณมีระยะในการมองเห็น หรือได้ทัศนวิสัยข้างหน้าสมบูรณ์ที่สุด ช่วยลดการชะเง้อ เบี่ยงตัว หันซ้าย หันขวา รวมทั้งไม่ต้องเอื้อมไปจับพวงมาลัยให้หัวไหล่ถูกใช้งานหนักตลอดเวลาด้วย

  1. ปรับเบาะนั่งขับรถ ให้ห่างแบบพอดี

การเลื่อนเบาะออกไปห่างจนเกินไป ส่งผลให้คุณจับพวงมาลัย และเหยียบคันเร่งได้ไม่ถนัด ซึ่งอาจจส่งผลให้เหยียบเบรกได้ไม่สุด หรือตอบสนองได้ไม่ดีเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น การเลื่อนเบาะให้อยู่ในระยะที่พอดี สามารถเหยียบคันเร่งและเบรกได้แบบเต็ม ๆ เท้า หัวเข่างอเล็กน้อย ช่วงแขนถึงพวงมาลัยอยู่ในระยะที่จับพวงมาลัยได้ถนัด สามารถบังคับทิศทางได้ง่าย จะช่วยให้คุณสามารถขับรถได้สบายมากขึ้น โดยที่คงความปลอดภัยสูงสุดเอาไว้

Prevent-Back-Pain-While-Driving

  1. ปรับความสูงเบาะรถยนต์ ให้สอดคล้องกับความสูงคุณ

รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่เป็นเบาะไฟฟ้าจะสามารถปรับความสูงของเบาะนั่งขึ้นลงได้ด้วย ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนตัวเล็ก ก็ควรยกเบาะให้สูงขึ้นเพื่อที่จะได้มองเห็นถนนได้ชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่เห็นพื้นที่ตรงคอนโซลเยอะจนเกินไป สำหรับคนตัวสูงก็ควรปรับเบาะลงมาให้ต่ำ โดยระยะห่างที่แนะนำระหว่างศีรษะถึงหลังคาจะอยู่ที่หนึ่งกำปั้น ซึ่งคุณสามารถเช็คได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองว่าปรับความสูงเบาะได้ระดับที่เหมาะสมหรือยัง

  1. ปรับพวงมาลัย ระยะห่างพวงมาลัยให้เหมาะสม

เช่นเดียวกันกับเรื่องการปรับเบาะที่นั่ง พวงมาลัยของรถยนต์รุ่นใหม่  ๆ สามารถปรับระดับได้ทั้งดึงเข้า ดึงออก และสูงขึ้นหรือต่ำลง คุณจึงหาระยะที่เหมาะสมที่จะทำให้คุณสามารถบังคับพวงมาลัยได้ถนัดมากที่สุด ไม่ต้องเกร็งร่างกายเมื่อต้องขับรถเป็นเวลานาน ๆ

  1. จับพวงมาลัยให้ถูกวิธีก็สำคัญ

อีกหนึ่งเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยคือการจับพวงมาลัยให้ถูกต้อง เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมรถยนต์ ซึ่งจะต้องอยู่ในมือของคุณตลอดการขับขี่ การจับพวงมาลัยหลวมหรือแน่นเกินไป นอกจากจะทำให้เมื่อยแล้ว ยังทำให้ไม่สามารถบังคับพวงมาลัยให้ดีได้เท่าที่ควร ตำแหน่งการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง มือของคุณจะต้องอยู่ที่ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถหมุนพวงมาลัยได้ถนัดและไม่หลุดมือนั่นเอง

  1. ปรับหัวเบาะให้รองรับคอให้พอดี

การขับขี่ทางไกล หรือการขับรถที่ใช้เวลานาน ควรปรับหัวเบาะของพนักพิงให้รองรับกับช่วงศีรษะและลำคอของคุณด้วย เพราะนอกจากจะทำให้คุณได้ใช้โอกาสพิงเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่คอของคุณแล้ว ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เจ้าเบาะนี้จะทำหน้าที่ช่วยรองรับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการชน ช่วยลดอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นกับคอหรือศีรษะของคุณได้ ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

  1. ปรับกระจกมองข้างให้เป็นมุมกว้าง

การขับรถที่ดีต้องมีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่สมบูรณ์ด้วย การปรับกระจกมองข้างจึงควรปรับให้เห็นเป็นมุมกว้าง เห็นรถคันอื่นชัด ๆ เห็นพื้นที่ถนนเยอะ ๆ มากกว่าที่จะเห็นตัวรถของคุณเป็นหลัก โดยให้กระจกข้างตั้งฉากกับตัวรถของคุณ จะได้เห็นสิ่งรอบข้างได้อย่างชัดเจน

  1. ปรับกระจกหลัง ให้เห็นรถหลังที่ขับตามมา

ซึ่งควรปรับแบบตรง ๆ ให้เห็นถนนด้านหลังทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้คุณสามารถมองกระจกหลังได้ง่ายขึ้น ร่างกายไม่ต้องยืดขึ้นยืดลง เอี้ยวไปเอี้ยวมา เพื่อทำให้เห็นรถข้างหลังได้อย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งเทคนิคขับรถไม่ให้ปวดหลัง ที่ทำได้ง่ายและมอบความปลอดภัยในการขับรถให้คุณด้วย

เมื่อปรับท่าทางการนั่งให้ถูกต้องตามหลักสรีระแล้ว การขับรถทางไกล หรือผจญรถติดในเมืองก็ไม่ใช่ปัญหา นอกจากจะช่วยให้ขับรถได้สบายมากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ให้คุณได้ด้วย โดยเทคนิคขับรถไม่ให้ปวดหลังที่เรานำมาฝากคุณในวันนี้ ก็สามารถนำไปปฏิบัติตามกันได้ง่าย ๆ และได้ผลดีมากมายเกินกว่าที่คิดไว้อย่างแน่นอน ในเมื่อปรับท่าทางให้ถูกต้องได้แล้ว คุณจะสังเกตเห็นได้เลยว่าอาการล้า ปวดหลังหายไป สามารถขับรถได้สบายมากขึ้นกว่าที่เคย นอกจากนี้ต้องไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัยให้ถูกต้องทุกครั้งที่ขับรถ เพื่อช่วยปกป้องคุณจากสิ่งไม่คาดฝันบนท้องถนนด้วย

ที่ Roojai.com เราให้บริการประกันรถออนไลน์ ช่วยคุ้มครองคุณและรถยนต์ของคุณจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ เข้ามาเช็คราคาด้วยตัวคุณเองได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเราออนไลน์ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพียงกรอกข้อมูลของรถและคนขับ ภายในไม่กี่นาที คุณก็จะได้แผนประกันภัยที่คุณต้องการ และยังปรับแผนได้เองตามที่ต้องการอีกด้วย ระบบจะแจ้งเบี้ยประกันให้คุณทราบพร้อมรายละเอียดความคุ้มครองทั้งหมด บริการรู้ใจกว่า ประหยัดกว่า…

และถ้าหากไม่อยากพลาดโปรโมชั่นใหม่ ๆ และเรื่องราวดี ๆ ก็สามารถ add Official Line ของเราได้ที่ http://nav.cx/8tzQPw8

Carro-Frank-How-To-Adjust-Seating-For-Driving

เวลารถติดนานๆ หรือขับรถทางไกล แน่นอนว่าผู้ขับขี่อาจจะต้องมีอาการปวดเมื่อย ปวดหลังขณะขับรถอยู่แล้ว สาเหตุก็มาจากท่านั่งในการขับรถของคุณนั่นเอง หากคุณเลือกท่านั่งขับรถที่ผิดวิธี อย่างเช่น ก้มหน้ามากเกินไป นั่งหลังงอ หรือนั่งเอียงตัว ก็จะส่งผลให้คุณปวดเมื่อยหลังจากการขับขี่ได้ งั้นเราลองมาปรับท่านั่งขับรถที่ถูกต้องกันดีกว่า รับรองนั่งสบาย แถมปลอดภัยระหว่างขับขี่อีกด้วยนะ ทำง่ายนิดเดียวครับ

How-To-Adjust-Seating-For-Driving

1. ปรับความห่างของเบาะให้พอดี

อันดับแรกคุณจะต้องปรับระยะห่างของเบาะกับเบรก และระยะห่างของคันเร่งให้พอดี โดยปรับเบาะให้เข่างอตัวเพียงเล็กน้อย เอาแบบสบายๆ ไม่ต้องเกร็งจนเกินไปนะครับ ส่วนระยะห่างการจับพวงมาลัยจะต้องพอดีเช่นกัน เพราะมันจะช่วยทำให้คุณจับพวงมาลัยได้ง่าย และปลอดภัยขณะขับรถนั่นเอง

2. อย่าลืมปรับความสูงของเบาะด้วย

ต่อมาให้ปรับความสูงของเบาะให้พอดีระดับสายตาด้วย อย่างเช่น ถ้าเราเป็นคนที่ตัวเล็กเวลามองอาจจะไม่ค่อยเห็นชัดก็ต้องเพิ่มความสูงของเบาะ แต่ถ้าเราคนที่ตัวสูงก็อาจจะต้องลดระดับความสูงของเบาะ เพื่อช่วยให้คุณมองเห็นเส้นทางง่ายขึ้น

3. ปรับพนักพิงให้พอดีกับแผ่นหลัง

หากคุณอยากนั่งให้สบายๆ และปลอดภัยขณะขับขี่ด้วย ก็ลองปรับพนักพิงเอน 110 องศาก่อนสิ! เพียงแค่ปรับให้พอดีกับแผ่นหลังของคุณ และเอามือไปวางบนพวงมาลัยได้ถนัด มันจะช่วยให้คุณไม่เกร็งขณะขับรถนั่นเอง ทั้งนี้เพื่อความสบายขึ้น เราสามารถปรับหัวเบาะ หรือหัวหมอนให้พอดีกับศีรษะคุณด้วย เวลาคุณเกิดเบรกกระทันหัน จะช่วยลดแรงกระแทกได้ดี และบรรเทาอาการปวดเมื่อยต้นคอ

How-To-Adjust-Seating-For-Driving

4. จับพวงมาลัย 3 และ 9 นาฬิกา

ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการขับรถเลยล่ะ เพราะพวงมาลัยเป็นอุปกรณ์ในการควบคุมทิศทางของรถยนต์ กรณีที่คุณจับพวงมาลัยไม่ถูกวิธี จะทำให้คุณบังคับทิศทางยาก โดยแนะนำให้เราจับพวงมาลัยตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา จะช่วยให้หมุนพวงมาลัยได้เร็ว และไม่หลุดมือด้วย

5. ปรับกระจกข้างและกระจกหลัง

เพราะความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนที่เราจะขับรถยนต์ก็ต้องปรับกระจกมองข้างและกระจกมองหลังให้ชัดเจน ถ้าเราปรับกระจกไม่พอดีกับตำแหน่งอาจจะทำให้คุณเสียหลักในการทรงตัว อีกทั้งอันตรายต่อตัวผู้ขับขี่ และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันด้วย

6. คาดเข็มขัดนิรภัยก่อนขับรถ

สุดท้ายก่อนออกเดินทาง เพื่อนๆ อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยกันด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยขณะขับขี่ แถมไม่โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกปรับด้วย เพียงแค่คุณดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาพาดเฉียงไล่ลงมาที่สะโพก หลังจากนั้นก็ล็อกสายเข็มขัดนิรภัยให้แน่น แล้วตรวจสอบด้วยนะครับว่าสายเข็มขัดล็อคแน่นหรือไม่ มันจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ดีเลยล่ะ

หลังจากเราปรับท่านั่งขับรถให้ถูกวิธีแล้ว มันจะช่วยให้เราควบคุมการขับขี่ได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่คุณจับพวงมาลัย เหยียบคันเร่ง เหยียบเบรก หรือวิสัยทัศน์ในการมองเห็น เป็นต้น ถือว่าสำคัญในการขับรถยนต์มากๆ เพราะนอกจากจะเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวคุณ ยังเพิ่มความสะดวกสบายขณะขับรถอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรเพื่อนๆ ก็อย่าลืมทำประกันรถยนต์ด้วยนะ จะได้มีคนคอยช่วยดูแลทั้งรถทั้งคุณตลอดเส้นทาง มีเผื่อไว้ก่อน ย่อมอุ่นใจกว่าเนอะ!!

ขอบคุณข้อมูลจาก : frank.co.th ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

Clean-Your-Seat-If-Cosmatics-Mess-Up

ถือว่าเป็นที่ละเอียดอ่อนมากเลยที่เดียวหากมีคราบรองพื้น แป้งหรืออื่นๆ เลอะเบาะหรือตามจุดต่างๆ สำหรับคนที่ชอบแต่งหน้าในรถด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบอาจทำให้เครื่องสำอางเลอะเทอะ เปรอะเปื้อนรถยนต์จนเป็นด่างดวงคงดูไม่สะอาด

ซึ่งไม่ว่าด้วยเหตุผลใดเราไม่ควรปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้มารบกวนใจกับรถคันเก่งของเรา ดังนั้นต้องรีบจัดการอย่างรวดเร็วอย่าให้หลักฐานฝังลึก ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

1. น้ำอุ่น สบู่อ่อนๆ และแปรง

เริ่มต้นขจัดคราบด้วยวิธีที่ซอฟสุดๆสำหรับรถยนต์ คือการใช้สบู่เจือจางกับน้ำ ยิ่งเป็นน้ำอุ่นจะช่วยขจัดคราบได้ง่ายขึ้น จากนั้นใช้แปรงนุ่ม ๆ จุ่มแล้วค่อยๆ ถูวนเอาผ้าสะอาดซับ ใช้ได้ทั้งเบาะหนังเทียม หนังแท้ เบาะผ้า เบาะกำมะหยี่ อัลคันทารา Sued แต่อย่างหลังๆ และอย่าลงมือแรงมากนัก มิเช่นนั้นเพราะของคุณอาจเสียหายได้

อย่างไรก็ตามหากเบาะรถของคุณไม่ได้ทำความสะอาดมานาน พอขจัดคราบเครื่องสำอางแล้ว จุดที่ทำความสะอาดจะแตกต่างจากจุดอื่นที่สกปรกจากการใช้งาน หากต้องการเพิ่มความเนียน ควรทำความสะอาดทั้งชิ้นวัสดุหรือเบาะทั้งตัว เหนื่อยหน่อยแต่เนียนสุด

2. ใช้แชมพูหรือน้ำยาซักผ้า ป้ายแล้วตามด้วยแปรง

อาจจะคล้ายกับข้อแรก แต่จะเข้มข้นกว่า โดยการใช้แชมพูหรือน้ำยาซักผ้าป้ายลงบนคราบโดยตรงแล้วใช้แปรงจุ่มน้ำค่อยๆ ถูเป็นวงเพื่อให้รอยเปื้อนหลุดออกจากนั้นเอาผ้าสะอาดซับ

แต่ถ้าหากไม่มั่นใจว่าน้ำยาที่เข้มข้นมากจะทำร้ายพื้นผิววัสดุหรือไม่ ลองเลือกแต้มในจุดที่ลับตาสักเล็กน้อยเพื่อดูว่าแชมพู น้ำยาซักผ้า หรือน้ำยาใดๆ ที่เรานำมาทำความสะอาดทำร้ายผิวหรือสีของวัสดุเของเบาะรถหรือไม่

3. ครีมทำความสะอาดอเนกประสงค์

สำหรับเบาะหนังแท้ หนังเทียม (แต่อาจไม่เหมาะกับวัสดุสังเคราะห์ที่คล้ายหนังกลับ เช่น Sued, DINAMICA และ Alcantara) ซึ่งวัสดุประเภทนี้ทำความสะอาดง่ายอยู่แล้ว สามารถใช้ครีมอเนกประสงค์ (พวกสเตคลีน) ทำความสะอาดได้เลย

แต่ถ้าเบาะสีครีมหรือสีอ่อน อาจพบปัญหาคือจะสะอาดเป็นดวง เพราะคราบสกปรกคราบไคลที่เกาะบนพื้นผิวจะถูกขจัดออกไปด้วย ก็ถือโอกาสทำความสะอาดทั้งแผ่นหรือทั้งเบาะไปเลยก็ได้

4. ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ หรือน้ำยาทำความสะอาดเบาะโดยเฉพาะ

และอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการขจัดคราบที่อาจมีราคาสูงกว่าแบบอื่น แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่ทำร้ายวัสดุบนรถเพราะถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ

แค่เลือกให้เหมาะสม เช่น เบาะหนัง เบาะผ้า ใช้ทำความสะอาดคราบต่างๆ วิธีก็ตามขั้นตอนที่ระบุไว้ข้างผลิตภัณฑ์ เหามะสำหรับคนรักรถมากๆ ดังนั้นควรมีอุปกรณ์พวกนี้ติดไว้ด้วย

ใครพบปัญหาเครื่องสำอาง ครีมรองพื้น บีบีครีม ครีมกันแดด เลอะเบาะ เลอะแผงประตูเป็นประจำ ก็ควรทำความสะอาดอยู่เสมอ และถึงแม้หลายคนไม่พบปัญหานี้ แต่จริงๆ เบาะหรือพลาสติกภายในโดยเฉพาะสีอ่อน มักมีคราบสกปรกติดอยู่ ก็ควรทำความสะอาดเป็นประจำเช่นกัน วิธีทำความสะอาดก็ไม่ต่างจากนี้ในกรณีที่ไม่ใช่คราบฝังแน่นเป็นพิเศษ ซึ่งกรณีดังกล่าวควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

ได้ทริคดีในการทำความสะอาดรถยนต์แล้ว หากคุณต้องการขายรถด่วนให้ CARRO ช่วยได้ขายให้ภายใน 24 ชั่วโมง และได้ราคาดี และหากต้องต้องหารรถยนต์ใหม่ ป้ายแดง โปรแรงๆ สามารถดูโปรโมชั่นได้ที่ https://www.siamcardeal.com/ หรือสามารถ Inbox สอบถามโปรโมชั่นรถใหม่และข่าวสารได้ที่ Facebook Siamcardeal

หรือ Add Line เพื่อรับโปรโมชั่นต่างๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม @siamcardeal
inbox : http://m.me/siamcardeal
line : https://line.me/R/ti/p/@siamcardeal