CARRO พาชมรถใหม่ เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2022

“Motor Show 2022” (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43) หรือ The 43rd Bangkok International Motor Show 2022 ภายใต้แนวคิด “ก้าวด้วยกัน ไปด้วยใจ ไปได้ไกล” หรือ “Keep Moving Forward Together” พร้อมนำรถรุ่นใหม่มาโชว์ให้ดูกันเต็มที่ ท่ามกลางบรรยากาศการจัดงานแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal ปลอดภัยไร้กังวลจากโควิด-19 และในปีนี้ พิเศษ! ด้วยโซน Smart EV City ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่

โดยงานมอเตอร์โชว์ 2022 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2565 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ รถรุ่นเด่นๆ และรถยนต์ไฟฟ้า ที่เปิดตัวกันตั้งแต่ก่อนงาน และในงาน Motor Show 2022 แม้ว่าในปีนี้ บริษัทรถยนต์หลายค่าย อาจจะมีรถใหม่มาเผยโฉมกันไม่มากนัก … เอาล่ะ CARRO ขอแนะนำรถในงาน Motor  Show 2022 ให้ได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ กันเลยครับ …

New Toyota C-HR GR Sport 2022

Toyota C-HR GR Sport

Toyota C-HR HEV GR Sport (โตโยต้า ซีเอชอาร์ จีอาร์ สปอร์ต) ใหม่ “Race Your Irresistible Ambition” ความเร้าใจที่ยากเกินต้านทาน เสริมทัพ GR Series พร้อม Fun to drive ไปกับ Sub-Compact SUV ใหม่ล่าสุด

สำหรับ Toyota C-HR ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต ด้วยยอดจองรวมทุกรุ่นกว่า 9,000 คัน (ข้อมูลถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565) พร้อมแนะนำ “C-HR HEV GR Sport ใหม่” สายพันธุ์ Racing เครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ผสาน 2 พลังขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ พร้อมประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กม./ลิตร

ดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตกับแพ็กเกจชุด GR Sport ประกอบด้วย สเกิร์ตรอบคัน, ชุดตกแต่งกันชนหน้า, ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, ไฟตัดหมอกแบบ LED, พร้อมสัญลักษณ์ GR ที่กันชนหน้า และ GR Sport บริเวณท้ายรถ

ภายในตกแต่งด้วยสีดำ Total Look และสี Gun Metallic สไตล์ GR เบาะนั่งดีไซน์พิเศษ เดินด้ายสีเทา พร้อมสัญลักษณ์ GR , พวงมาลัยหุ้มหนังแบบเจาะรูพร้อมสัญลักษณ์ GR, ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start พร้อมสัญลักษณ์ GR

ช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต Upgrade คอยล์สปริง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ ทรงตัวดีขึ้น เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจและขับสนุกมากยิ่งขึ้น จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และช่วงล่างด้านหลัง Double Wishbone

Toyota C-HR HEV GR Sport มาในราคา 1,189,000 บาท

Toyota bZ4X 2022

Toyota bZ4X

นับตั้งแต่ Toyota (โตโยต้า) เผยโฉมรถ Crossover SUV หรือ C-SUV พลังงานไฟฟ้า 100% จากค่ายโตโยต้า Toyota bZ4X (โตโยต้า บีแซดโฟร์เอ็กซ์) ใหม่ ก็เป็นที่สนใจอย่างมากของชาวโลก และมีข่าวว่าในงาน Motor Show 2022 (มอเตอร์โชว์ 2022) นี้ Toyota ได้นำเข้ามาให้ได้ชื่นชมกัน ก่อนเตรียมขายในไทยเร็วๆ นี้

Toyota bZ ชื่อรุ่นเป็นคำย่อมาจากคำว่า “Beyond Zero” และยังเป็นรุ่นแรกของตระกูล bZ Series ที่โตโยต้าจะใช้ชื่อ bZ นี้ เพื่อสื่อถึงความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota พัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์ม e-TNGA ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มใหม่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ ร่วมพัฒนากับทาง Subaru และ Daihatsu รวมจุดเด่นด้านระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าของโตโยต้า และความเชี่ยวชาญด้านระบบ AWD ของ Subaru ไว้

ขุมพลังมีด้วยกัน 2 แบบ ได้แก่ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว แบบ AC Synchronous Electric Motor ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 265 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า แบตเตอรี่ Lithium-Ion ขนาด 71.4 kWh ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.4 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 160 กม./ชม. วิ่งได้ไกลสุด 500 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)

ส่วนแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบบ AC Synchronous Electric Motor ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 336 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่ Lithium-Ion ขนาด 71.4 kWh ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กม./ชม. สามารถขับได้ไกลสุด 460 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)

รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบกระแสสลับ AC กำลังไฟ 6.6 kW ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง และกระแสตรง DC กำลังไฟ 150 kW จาก 0-80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

All-New Toyota Veloz 2022

Toyota Veloz

All-New Toyota Veloz (โตโยต้า เวลอซ) รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง สไตล์ Premium Crossover ดีไซน์ล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวางเทียบเท่ารถระดับ C-Segment ใช้แนวคิดการสื่อสารการตลาดว่า “ใช้ชีวิตไปด้วยกัน” หรือ “Better Together”

ภายนอกดูโดดเด่น กระจังหน้าดีไซน์ขนาดใหญ่พร้อมไฟหน้าแบบ LED ให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่ง พร้อมแผ่นกันใต้ท้องรถสไตล์ Crossover มีแนวเส้นขอบโครเมียมด้านหน้าตัวรถยาวถึงด้านหลัง ล้อและซุ้มล้อขนาดใหญ่แบบ SUV

ภายในกว้างขวาง สะดวกสบาย เบาะนั่งปรับได้หลากหลายถึง 7 แบบ เพิ่มอรรถประโยชน์ใช้สอยด้วยแผงหน้าปัด TFT ปรับได้ 4 รูปแบบ ระบบเครื่องเสียง หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว พร้อมที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) ช่องเสียบ USB 4 จุด และที่วางแก้วน้ำมากถึง 15 จุด

ที่สำคัญยังเพียบพร้อมด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในรถระดับเดียวกัน ด้วย Toyota Safety Sense หรือ TSS พร้อมแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้าใหม่ และเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i ขนาด 1.5 ลิตร 106 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 17.9 กม./ ลิตร หยุดรถมั่นใจด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมเบรกมือไฟฟ้า

มีให้ลูกค้าเลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Premium และ รุ่น Smart ในราคา 875,000 – 975,000 บาท (ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงานเท่านั้น)

New Mitsubishi Xpander 2022

Mitsubishi Xpander

Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) เปิดตัวโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในงาน Motor Show 2022 นี้แต่ยังไม่เปิดราคาจำหน่าย

ปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงตัวรถใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 95 มม. และความสูงจากพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 15 มม. ทำให้รถมีความสูงมากถึง 220 มม. พร้อมติดตั้งและเพิ่มเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า

ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Advanced Dynamic Shield ด้านหลังดีไซน์ใหม่ ติดตั้งกันชนท้ายและแผ่นกันกระแทกแบบใหม่ ดีไซน์ 3 มิติ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สีทูโทนขนาด 17 นิ้ว

ห้องโดยสารสีทูโทน สีน้ำตาล-ดำ ดีไซน์ใหม่แบบ Horizontal Axis จัดเรียงแผงควบคุมที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ใช้งานง่าย พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ทรงสปอร์ต วัสดุหนังสังเคราะห์หุ้มเบาะนั่ง มีหน้าจอระบบสัมผัส รุ่นใหม่ ขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับการใช้งานแอปเปิล คาร์เพลย์ ระบบปรับอากาศแบบดิจิทัล พร้อมกันนี้ยังติดตั้ง ที่วางขวดน้ำขนาด 600 มล. มากถึง 4 ขวด บริเวณที่พักแขนอีกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร MIVEC 105 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่องรุ่นใหม่ Eco-Dynamic CVT

All-New Subaru BRZ 2022

Subaru BRZ

The All-New Subaru BRZ (ซูบารุ บีอาร์แซด) รถสปอร์ตคูเป้ระดับตำนาน ที่ครั้งนี้พลิกโฉมการออกแบบใหม่หมดทั้งคันในเจเนอเรชันที่ 2 ตั้งแต่เครื่องยนต์ขุมพลังใหม่ จนถึงดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว พร้อมอัดแน่นเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Advanced Driver Assist Technology เป็นครั้งแรก จนได้รับการยกย่องให้เป็น “สุดยอดสปอร์ตคูเป้ยอดนิยมแห่งปี” จากหลายเวทีระดับโลก

B – BOXER สปอร์ตคูเป้เจเนอเรชั่น 2 ของซูบารุที่สานต่อ DNA อันเป็นเอกลักษณ์ ของ Subaru BRZ รถสปอร์ตที่คล่องตัวและมีน้ำหนักเบา กับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ที่ปรับขุมพลังใหม่ ขนาด 2.4 ลิตร มอบอัตราเร่งที่ดุดันด้วยพละกำลัง 237 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร

R – Rear Wheel Drive เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่วางเครื่องยนต์ด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ทำงานประสานกับเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมแพดเดิลชิฟต์ ตอกย้ำนิยามความเป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ตอบสนองการขับขี่ทุกรูปแบบได้ดังใจ

Z – Zenith ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ต น้ำหนักเบา ให้การควบคุมและการตอบสนองที่ดีเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมีส่วนร่วมกับรถได้เป็นหนึ่งเดียว

ห้องโดยสารและแผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ เบาะนั่งคู่หน้าบุด้วยหนังและวัสดุพิเศษ (Ultrasuede) แผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบ LCD หน้าจอระบบสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto เสริมระบบควบคุมเสถียรภาพแบบสปอร์ต Track mode ที่ให้อิสระแก่ผู้ขับขี่มากขึ้น และเพิ่มความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย EyeSight Advanced Driver Assist Technology

The All-New Subaru BRZ 2.4 MT ราคาขายปลีกแนะนำ 2,283,800 บาท ราคาออพชันแพค 415,200 บาท ราคารวม 2,699,000 บาท และรุ่น 2.4 AT EyeSight ราคาขายปลีกแนะนำ 2,433,800 บาท ราคาออพชันแพค 415,200 บาท ราคารวม 2,849,000 บาท

New Hyundai Creta2022

Hyundai Creta

Hyundai Creta (ฮุนได เครต้า) ใหม่ รถอเนกประสงค์รุ่นแรกของฮุนได ในไทย นำเข้าจากโรงงาน Hyundai ในอินโดนีเซีย

ชื่อรุ่น เครต้า คือความเชื่อมโยง จากชื่อของหมู่เกาะครีต ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย ขณะเดียวกันเต็มไปด้วยพลังงาน และความคึกคักของกิจกรรมบนเกาะ

ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เส้นหลังคาและเสา C เน้นความมั่นคง ส่วนภายในออกแบบเน้นความพรีเมี่ยม และร่วมสมัย บริเวณด้านหน้าแผงหน้าปัดแนวยาวเชื่อมต่อไปกับแผงด้านข้างประตู เสมือนปีกที่โค้งรับกัน ดูเข้ม และมีพลังเหมือนโอบอุ้มผู้โดยสาร ติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอลบนจอ LED ขนาด 10.25 นิ้ว ความละเอียดสูง บริเวณแผงด้านหน้าติดตั้งหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Android Auto และ Apple CarPlay

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว มอบพละกำลังสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ IVT พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 แบบ คือ อีโค (Eco), คอมฟอร์ท (Comfort), สปอร์ต (Sport) และสมาร์ท (Smart) พร้อมปุ่มปรับการขับขี่เฉพาะสภาพถนนหิมะ, ทรายหรือโคลน

Hyundai Creta มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ SE และ SEL มาในราคา 949,000 – 999,000 บาท

All-New Neta V 2022

NETA V

ปตท. จับมือ Hozon เตรียมขายรถยนต์ไฟฟ้า NETA (เนต้า) ในรุ่น NETA V (เนต้า วี) (哪吒V) สไตล์ Crossover พวงมาลัยขวา ภายใต้บริษัท NETA Auto Thailand ผ่านบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 100% ร่วมกับ บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ร่วมกัน เปิดตัวรถในงาน Motor Show 2022 นี้

Neta V เป็นรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ Crossover ขนาดเล็กแบบ 5 ประตู ตัวรถภายนอกได้แรงบันดาลในมาจาก “โลมา” ด้านหน้ารถยื่นแหลมเหมือนปากโลมา ด้านข้างมีสันนูน เน้นความลู่ลม ส่วนจุดชาร์จไฟติดตั้งที่ซุ้มล้อด้านหน้า ใช้ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 15 นิ้ว ด้านท้ายมีสปอยเลอร์หลังคาและไฟเบรกดวงที่ 3 มาให้

ภายในห้องโดยสารดูเรียบง่ายสไตล์มินิมอล แผงคอนโซลแบบเล่นระดับพร้อมตกแต่งลายไม้ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ฝั่งผู้ขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง ส่วนผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง 2 ก้านขนาดใหญ่แบบหัวตัดและท้ายตัด หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่เป็นแบบดิจิทัลทรงเหลี่ยมยาว มีหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 13 นิ้ว พร้อมระบบควบคุมสั่งงานด้วยเสียง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติและระบบกรองอากาศ N95 มีกุญแจ Keyless แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย

ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่เพลาคู่ล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า มาพร้อมแบตเตอรี่มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ รุ่น Standard ใช้แบตเตอรี่แบตลิเธียม LFP ขนาด 40 kW แรงบิดสูงสุด 110 นิวตันเมตร ให้ระยะทางการวิ่งอยู่ที่ 301 กม. ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ส่วนในรุ่น Lone Range ใช้มีแบตเตอรี่ขนาด 55 kW มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกล 401 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC)

อัตราเร่งจาก 0-50 กม./ชม. ในรุ่น Standard จะอยู่ที่ 5.9 วินาที ส่วนในรุ่น Lone Range จะอยู่ที่ 4.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงุสดจะถูกจำกัดไว้ที่ 100 กม./ชม.

รองรับการชาร์จไฟขนาด 3.3 kW ใช้เวลาประมาณ 10-12 ชม. และขนาด 6.6 kW จะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชม. มาพร้อมระบบ Fast Charging ที่ชาร์จไฟแบบ DC ตั้งแต่ 30-80% ในเวลาเพียง 30 นาที

NETA V ราคาคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 750,000 บาท

MG ZS EV 2022 โฉมใหม่! ชูแบตเตอรี่วิ่งได้ไกลขึ้นถึง 403 กิโลเมตร

MG ZS EV

New MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) รถยนต์ไฟฟ้า 100% โฉมใหม่ ที่มาพร้อมกับ Concept “Truly Easy” เรียบหรู ล้ำสมัยภายใต้แนวคิด BRIT Dynamic ลงตัวสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทั้งสมรรถนะ (Performance) การควบคุม (Handing) การออกแบบ (Design) และความปลอดภัย (Safety) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัย ขับขี่ง่าย มั่นใจในทุกเส้นทาง

ภายในมาพร้อมการใช้งานที่ “ง่าย” และ สบาย ยิ่งขึ้น กว้างขวาง เรียบหรู แฝงความสปอร์ตพรีเมี่ยมด้วยคอนโซลหน้าลายคาร์บอนไฟเบอร์ และเบาะหนังดำเดินด้ายแดง พร้อมวัสดุบุนุ่มแบบ Soft Touch และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน บวกกับหน้าจอสีระบบสัมผัสดีไซน์ใหม่ ขนาด 10 นิ้ว มีระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) เป็นต้น

ตอบโจทย์เอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟีเจอร์ V2L (Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง 2,200 วัตต์ สมรรถนะสูง ด้วยมอเตอร์ขนาด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.6 วินาที และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 50.3 kWh สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดถึง 403 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) พร้อมมีระบบ Liquid Cooling System ช่วยระบายความร้อนให้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้า

New MG ZS EV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D รุ่นเริ่มต้น ราคา 949,000 บาท (ได้ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 240,000 บาท) และรุ่น X ซึ่งเป็นรุ่นท็อป ในราคา 1,023,000 บาท (ได้ส่วนลดจากมาตรกาส่งเสริมจากภาครัฐ 246,000 บาท)

New MG HS และ MG HS PHEV 2022

MG HS / MG HS PHEV

New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) และ New MG HS PHEV (เอ็มจี เอชเอส พีเฮชอีวี) โฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด Refinement โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมรูปโฉมใหม่ที่ผสานความหรูหราทันสมัยและความสปอร์ตอย่างลงตัว มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องเบนซินเทอร์โบ และ ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid)

โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยด้วยการติดตั้งระบบนำทางเสมือนจริง หรือ AR Navigation ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องหน้าที่ถ่ายทอดสภาวะแวดล้อมจริงในขณะเดินทาง ร่วมกับระบบนำทาง Navigation แบบ Realtime ช่วยให้การใช้งานระบบนำทางแม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากกว่าเดิม

และระบบกุญแจดิจิตอล (Digital Key Technology) อีกทั้งยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลสูงสุดถึง 26 ระบบ และระบบช่วยผู้ขับขี่หรือระบบ ADAS ที่เทียบเท่ากับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2

พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด

และเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion แบบโมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 kWh ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

New MG HS และ New MG HS PHEV มี 5 รุ่นย่อย แบ่งออกเป็นรุ่นเครื่องยนต์สันดาปจำนวน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น C รุ่น D และรุ่น X และรุ่นปลั๊กอินไฮบริดจำนวน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น PHEV D และ รุ่น PHEV X ในราคาตั้งแต่ 939,000 – 1379,000 บาท

All-New ORA Good Cat GT 2022

ORA Good Cat GT

ORA Good Cat GT (โอร่า กู๊ด แคท จีที) เจ้าเหมียวไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ ORA มาเผยโฉมครั้งแรกในงาน Motor Show 2022 ด้วยดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว สปอร์ตดุดัน และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ

เริ่มตั้งแต่กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตตกแต่งด้วยลายคาร์บอนและแถบสีแดง ซุ้มล้อลายคาร์บอน สปอยเลอร์หลังพร้อมสัญลักษณ์ GT ส่วนกันชนท้ายมีลักษณะคล้ายดิฟฟิวเซอร์ในตัว ล้ออัลลอยเป็นแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว ซึ่ง ORA ระบุว่าได้แรงบันดาลใจการออกแบบจาก “กรงเล็บแมว” ตกแต่งด้วยแถบสีแดง ใส่ยาง Giti ขนาด 215/50R18

ห้องโดยสารเน้นความสปอร์ตด้วยโทนสีดำ-แดง เบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังกลับสีแดง พร้อมระบบนวด มีหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว, ระบบแสดงสภาพอากาศออนไลน์ ระบบสั่งงานด้วยคำสั่งเสียง ฯลฯ รวมถึงมีระบบอัปเกรดซอฟท์แวร์แบบออนไลน์ (FOTA) และประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าพร้อมเซ็นเซอร์เท้า

ORA Good Cat GT มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลัง 171 แรงม้า มากกว่ารุ่นปกติ 28 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ทำความเร็วได้สูงสุด 160 กม./ชม. ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.4 วินาที

ส่วนชุดแบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียมไอออนฟอสเฟต ขนาด 59.1 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 480 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ AC ขนาด 6.6 kW ใช้เวลาประมาณ 8 ชม. และชาร์จเร็วกระแสตรง DC 0-80% ในเวลา 45 นาที และ 30-80% ในเวลา 32 นาที

พร้อมเปิดรับจองผ่าน Application GWM ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม – 30 เมษายน 2565 ใครอยากเป็นเจ้าของเจ้าเหมียว GT คันนี้ เตรียมจองได้เลย

All-New Tank 300 HEV 2022

Tank 300 HEV

Tank 300 HEV (แทงก์ 300 เอชอีวี) รถยนต์ออฟโรดสไตล์โมเดิร์น มาพร้อมรูปทรงสง่างามและเครื่องยนต์ทรงพลัง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ภายในเมืองครบครัน และการผจญภัยของผู้ขับขี่ขาลุยอย่างลงตัว ถ่ายทอดคุณสมบัติของแบรนด์ในการสร้าง “แบรนด์ออฟโรดที่โฉบเฉี่ยวทันสมัยระดับโลก” สำหรับ “Tank” เป็นแบรนด์หลักลำดับที่ 5 ที่เปิดตัวโดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ในปี 2564 นำมาโชว์ในงาน Motor Show 2022 ครั้งนี้ด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จแบบฉีดตรง มีกำลังสูงแม้ขณะทำงานเต็มที่ การใช้เกียร์ 8AT ไม่เพียงช่วยให้การขับขี่ที่ความเร็วสูงเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังรับประกันการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย พร้อมความสามารถแบบออฟโรด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โหมดเกาะถนน” อันทรงพลัง โดยที่เพลาไขว้สามารถวิ่งได้อย่างราบรื่นและเบรกได้อย่างรวดเร็วเมื่อขับขึ้นทางลาดชัน

เทคโนโลยีอัจฉริยะ เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันอันทรงพลังของ รถยนต์รุ่น GWM Tank 300 ด้วยระบบวิดีโอ 360 องศา ที่ปรับเปลี่ยนมุมมองได้หลากหลาย แม้ว่าจะขับรถในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ฟีเจอร์ตรวจจับทัศนียภาพรอบตัว (Surround View Monitor) จะแสดงภาพชัดเจนบนหน้าจอ LCD ได้ นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถสั่งงานฟังก์ชันบางอย่างด้วยเสียงเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด

All-New Mercedes-Benz C-Class W206 2022

Mercedes-Benz C-Class (W206)

The New Mercedes-Benz C-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส) เจเนอเรชั่นที่ 6 รหัส W206 คือเดอะนิว Baby Luxury ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ต และตัวรถที่กว้างขึ้นในทุกมิติ

ส่วนดีไซน์ภายในก้าวไปอีกขั้นกับการตกแต่งที่ถอดแบบมาจากรุ่น S-Class ทั้งหน้าจอ LCD ความละเอียดสูง การปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง คอนโซลกลางแบบ LED จอสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ 11.9 นิ้ว ที่เบี่ยงเป็นมุมเฉียงมายังผู้ขับขี่เล็กน้อย ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและมาตรฐานของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น

มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ กับขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร พัฒนาใหม่พร้อมระบบ Mild Hybrid สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ แบบ 48V Technology ทำให้ได้กำลังรวมมากถึง 200 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และทำความเร็วได้สูงสุด 245 กม./ชม. พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-TRONIC)

The New Mercedes-Benz C-Class มีวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น C 220 d Avantgarde และ รุ่น C 220 d AMG Dynamic

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe Special EDITION 2022

Mercedes-AMG C43 4Matic Coupé Special Edition

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION (เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซี43 4แมติก คูเป้ สเปเชี่ยล เอดิชั่น) คือสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบที่พิเศษเหนือใครของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ดีไซน์ภายนอกสะท้อนความเร้าใจตามแบบฉบับ AMG ได้อย่างลงตัว

ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 BITURBO มอบกำลังสูงสุด 390 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที เร็ว แรง และเร้าใจในชั่วพริบตาด้วยอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที

เร้าใจเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่ออกตัวพุ่งทะยานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เข้าโค้งได้เฉียบคม ส่วนระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Transmission แบบใหม่ยังมาพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลและแม่นยำ

All-New Ford Ranger 2022

Ford Ranger

Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) เจเนอเรชั่นใหม่ สุดยอดรถกระบะที่แกร่งที่สุด สมบุกสมบันที่สุด และชาญฉลาดที่สุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉมใหม่ที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว ยกระดับความแข็งแกร่งภายนอกพร้อมความหรูหราสะดวกสบายภายใน โดยในระยะแรก สมนิยาม “เกิดมาแกร่ง” อย่างแท้จริง มีให้เลือกเฉพาะรุ่น Sport และ Wildtrak เท่านั้น พร้อมเปิดให้จองแล้วผ่านเวบไซต์ของ Ford

ดีไซน์ภายนอกของ All-new Ford Ranger 2022 โดดเด่นด้วยไฟหน้ารูปตัว C และกระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมระบบไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก และบันไดเหยียบด้านข้างกระบะท้ายบริเวณด้านหลังล้อหลัง ขึ้น-ลงกระบะท้ายได้ง่ายขึ้น เสริมด้วยฐานล้อที่มีความยาวและความกว้างเพิ่มขึ้น 50 มม.

ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหรายิ่งขึ้น แผงหน้าปัดใหม่ พร้อมระบบเชื่อมต่อการสื่อสารผ่านหน้าจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 10.1 นิ้ว และ 12 นิ้ว ที่เชื่อมเข้ากับกล้อง 360 องศา รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A รุ่นใหม่ล่าสุด รองรับ Apple CarPlay/Android Auto พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง และแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับรถได้เต็มรูปแบบ

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล Turbo 2.0 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo 2.0 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

Ford Ranger ใหม่ เคาะราคารุ่น Sport เริ่มต้นที่ 929,000 บาท และรุ่น Wildtrak เริ่มต้นที่ 999,000 บาท

All-New Ford Ranger Raptor 2022

Ford Ranger Raptor

Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์) เจเนอเรชั่นใหม่ รถกระบะออฟโรดที่ทรงพลังที่สุดในตระกูลเรนเจอร์ อัดแน่นด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนา มาพร้อมดีไซน์ที่ดุดันยิ่งกว่าเคย พร้อมลุยทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนทางเรียบในชีวิตประจำวัน หรือเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด

ตัวรถภายนอกมาพร้อมความดุดัน และจุดเด่นหลายๆ อย่าง เช่น ติดตั้งระบบไอเสียแบบแปรผันควบคุมไฟฟ้าครั้งแรกในรถกระบะ ช่วยให้ผู้ขับขี่ตั้งค่าเสียงท่อไอเสีย มีระดับความดังด้วยกันถีง 4 โหมด ได้แก่ โหมดเงียบ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต และโหมดบาฮา เสริมด้วยระบบป้องกันการรอรอบ (Anti-Lag System – ALS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโหมดบาฮา จะรักษาการหมุนของ Turbo ที่ความเร็วสูงต่อไปอีกถึง 3 วินาที ช่วยให้เร่งได้ทันใจขณะออกจากทางโค้ง หรือระหว่างการเปลี่ยนเกียร์

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.0 ลิตร EcoBoost V6 Twin Turbo มอบกำลังสูงสุดถึง 397 แรงม้า ที่ 5,650 รอบ/นาที และแรงบิด 583 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ซึ่งทั้งหมดถูกปรับจูนตามมาตรฐานของ Ford Performance ถ่ายทอดกำลังได้เต็มพิกัดทั้งบนทางกรวด ดิน โคลน และทราย ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร Twin Turbo จะยังคงมีอยู่

Ford Ranger Raptor ใหม่ มาในราคา 1,869,000 บาท!

All-New Ford Everest 2022

Ford Everest

Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) เจเนอเรชั่นใหม่ ออกแบบและพัฒนาเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับคนรักการผจญภัยตัวจริง ผสานสมรรถนะอันโดดเด่นพร้อมลุยเข้ากับความสะดวกสบายเหนือระดับได้อย่างลงตัว มาพร้อมโฉมใหม่ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูล้ำสมัยแข็งแกร่ง ภายในสะดวกสบายเป็นส่วนตัว ในระยะแรกจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Sport และ Titamium+

ขุมพลังของรุ่น Sport มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล Turbo ขนาด 2.0 ลิตร 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 405 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขณะที่รุ่น Titanium+ ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turbo 210 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยการขับขี่และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกยิ่งกว่าเคย เช่น หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ 12.4 นิ้ว, หน้าจอสี Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay/Android Auto พร้อมส่งมอบความสนุกในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในชีวิตประจำวัน การขับไปทำกิจกรรมงานอดิเรกยามว่าง ไปจนถึงการออกเดินทางผจญภัยเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่

Ford Everest ใหม่ มาในราคา 1,464,000 – 1,854,000 บาท

Audi Q7 Q8 60 TFSi e 2022

Audi Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition และ Audi Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition

Audi Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition (ออดี้ คิว7) และ Audi Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition (ออดี้ คิว8) พรีเมียม SUV ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก มาพร้อม Dynamic Badge ตราสัญลักษณ์ “60 TFSI e” ด้านท้ายรถ ซึ่งเป็นตัวเลขบ่งบอกแรงม้าที่สูงที่สุดเท่าที่ Audi เคยใช้มา โดยในส่วนของเครื่องยนต์สันดาปเป็นเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร 340 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังได้ถึง 136 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร

เมื่อผสานการทำงานกันจะให้พละกำลังจากระบบขับเคลื่อนสูงสุดถึง 462 แรงม้า 700 นิวตันเมตร ซึ่งนับเป็นรถยนต์พรีเมียม SUV ปลั๊กอินไฮบริด ที่มีกำลังสูงสุดในตลาดประเทศไทยตอนนี้ ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 5.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม-อิออนแรงดันสูง มีความจุ 17.9 kW สามารถรองรับการชาร์จได้สูงสุดถึง 7.4 kW/ชม. ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ภายใน 2.5 ชม. แบตเตอรี่ถูกบรรจุไว้ในบริเวณที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ซึ่ง Audi ได้ออกแบบแบตเตอรี่ให้มีขนาดเล็ก ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระยังคงมีขนาดความจุสัมภาระสูงมากถึง 650 ลิตร ในรุ่น Audi Q7 และ 505 ลิตร ในรุ่น Audi Q8 สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้มากกว่า 40 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สอดรับจากการวิจัยของ Audi ที่พบว่าลูกค้าส่วนมากจะใช้งานรถไฟฟ้าในเมืองไม่เกินวันละ 30 กิโลเมตร

Audi Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition และ Audi Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition ได้รับการออกแบบให้ลุคสปอร์ต ภายนอกตกแต่งด้วยชุดแต่ง S line และอัพเกรดการตกแต่งเป็นแบบ Black Edition เปลี่ยนคิ้วโครเมียมรอบคันเป็นสีดำ และฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ ล้ออัลลอยลายใหม่ ขนาด 21 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงทั้งหน้า-หลัง

ส่วนภายใน Audi Q7 ได้เพิ่มอุปกรณ์การตกแต่งเป็นแบบ S line Interior พวงมาลัยท้ายตัดพร้อมเบาะนั่งพร้อมตราสัญลักษณ์ S line ส่วนในรุ่น Audi Q8 ตกแต่งให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกด้วย เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบ Super Sport ลาย Diamond Cut ในแบบฉบับ RS Full Bucket Seat วัสดุหุ้มหนัง Valcona คุณภาพสูง นุ่มสบาย พวงมาลัย Multifunction แบบสปอร์ตท้ายตัด ระบบ MMI Navigation plus พร้อม MMI touch ขนาด 10.1 นิ้ว และจอควบคุม Multifunction แบบสัมผัส

พร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว พร้อม Paddle shift จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ 17 ตำแหน่ง 730 วัตต์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน และเพิ่มฟังก์ชั่นเปิดแอร์ได้ขณะดับเครื่อง (Stationary Air-conditioning) ช่วงล่างระบบถุงลม (Adaptive air suspension) ในรุ่น Audi Q7 และช่วงล่างระบบถุงลมแบบ Sport ในรุ่น Audi Q8

Audi Q7 60 TFSI e quattro S line Black Edition มาในราคา 4,799,000 บาท และ Audi Q8 60 TFSI e quattro S line Black Edition มาในราคา 4,899,000 บาท (จำนวนจำกัด)

New Audi RS7 Sportback 2022

Audi RS7 Sportback

The New Audi RS 7 Sportback (ออดี้ อาร์เอส7 สปอร์ตแบ็ค) สุดยอดนวัตกรรมสปอร์ต 4 ประตูตัวแรงสมรรถนะ Supercar 600 แรงม้า สมรรถนะ Supercar ออฟชั่นจัดเต็ม ผลงานอันยอดเยี่ยมจากทีม Audi Sport ที่สุดแห่งสมรรถนะจาก Racing Sport

โดดเด่นด้วยรูปทรง Sportback ท้ายลาด ดีไซน์สปอร์ตเต็มตัว ตัวรถกำยำมัดกล้ามสวยงาม ล้ำหน้าทั้งดีไซน์ ฟังก์ชั่น และเทคโนโลยีการใช้งาน แต่ดุดันแข็งแกร่งตามแบบฉบับรถยนต์ในตระกูล RS

ภายในห้องโดยสารที่สปอร์ตสุดๆ ตกแต่งด้วย Carbon Twill Structure พร้อมไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร (Contour / Ambient Lighting) ปรับได้มากถึง 30 เฉดสี เบาะนั่งคู่หน้าแบบ RS Sports หุ้มหนัง Valcona ตกแต่งแบบ Honeycomb เดินด้ายสีแดงสไตล์ RS Sports พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้ม Alcantara แบบสปอร์ตท้ายตัดพร้อมสัญลักษณ์ RS และ Paddle shift คอนโซลกลางหุ้มหนัง Fine Nappa สีดำ ด้านข้างคอนโซลกลางตกแต่งด้วย Dinamica สีดำ ด้ายสีแดง

จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus แบบ RS Monitor ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงผลแบบ Runway เครื่องบิน รวมถึงการแสดงค่าแรง G ที่เกิดขึ้นขณะขับขี่ ล้ำสมัยด้วยระบบ MMI Navigation plus พร้อมจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว และจอมัลติฟังก์ชั่นแบบสัมผัสตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว พร้อม Audi drive select ปรับโหมดการขับขี่ได้ทั้งแบบอัตโนมัติ หรือจะซิ่งสนุกกับ “RS MODE” ก็ได้อย่างง่ายดาย กระหึ่มด้วยระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ 16 ลำโพง 705 วัตต์ พร้อมระบบปรับอากาศแยกอิสระ 4 โซน

ทรงพลังและแรงจัดด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 Turbo 600 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.6 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 280 กม./ชม. จากออฟชั่นพิเศษ Dynamic Package ติดตั้งเป็นมาตรฐานสำหรับรถที่นำเข้ามาขายในไทยโดยเฉพาะ

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ quattro with Sports Differential ในการขับขี่ปกติ ระบบจะกระจายกำลังไปยังล้อหน้า-หลังในอัตรา 40:60 และในลักษณะการขับขี่รูปแบบอื่น ระบบจะกระจายไปยังล้อหน้าได้สูงสุดถึง 70% หรือกระจายน้ำหนักไปยังล้อหลังได้สูงสุดถึง 85%

ในส่วนเฟืองท้ายพิเศษ Sport Differential อาวดี้ ประเทศไทย ได้สั่งอุปกรณ์พิเศษนี้มาเป็นมาตรฐานใน RS 7 Sportback ที่นำเข้ามาขายในไทย โดย Sport Differential จะสามารถถ่ายกำลังไปยังล้อซ้าย/ขวา ได้อย่างอิสระและฉับไว ช่วยให้การเข้าโค้งมีความสนุกสนาน เหมาะกับการขับขี่แบบสปอร์ตเป็นอย่างยิ่ง

The New Audi RS 7 Sportback มาในราคา 10,700,000 บาท

New BMW M440i xDrive Coupe 2022

BMW M440i xDrive Coupe

BMW M440i xDrive Coupé (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม440ไอ เอ็กซ์ไดรฟ์ คูเป้) ใหม่ รถสปอร์ตรุ่นท็อปของตระกูลซีรีส์ 4 คูเป้ ที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านวิศวกรรมจาก BMW M

หน้ารถเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่แนวตั้งขนาดใหญ่ พร้อมไฟหน้าเทคโนโลยี BMW Laserlight ที่ติดตั้งระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติมาด้วย ส่วนหน้าต่างทั้งสองข้าง เนี้ยบด้วยกรอบดำวาวจากชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line เข้ากับเส้นสายด้านข้าง เช่นเดียวกับอุปกรณ์เสริมสไตล์ M ที่จัดมาครบชุด ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่ง M Aerodynamics สปอยเลอร์แบบ M ล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้วในแบบ Double-spoke และเบรก M Sport พร้อมคาลิเปอร์สีแดงแบบ High-Gloss

พร้อมมอบบรรยากาศความแรงในสไตล์ M ในทุกอณูด้วยพวงมาลัยหนังและเข็มขัดนิรภัยแบบ M พร้อมตกแต่งพื้นผิวภายในแบบ Aluminium Tetragon ตัดกับเพดานหลังคาภายในแบบ BMW Individual สีดำ Anthracite ส่วนแผงคอนโซลด้านหน้า เต็มตากับแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอ Control Display ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมระบบ BMW Live Cockpit Professional และ BMW ConnectedDrive ได้ รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟน และความบันเทิงจากระบบเสียงแบบเซอร์ราวด์ Harman Kardon

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเพ่งสมาธิไปที่ท้องถนนได้แบบไม่ต้องละสายตา ด้วยระบบ BMW Head-Up Display รุ่นใหม่ล่าสุด มีพื้นที่การแสดงข้อมูลใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 70%

มอบพลังเต็มพิกัดจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ส่งพละกำลังสูงสุดถึง 387 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,900-5,000 รอบ/นาที ทำงานควบคู่กับเกียร์ 8 สปีดแบบ Steptronic Sport เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.5 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม.

ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ BMW xDrive ก็ทำงานผสานกับช่วงล่างระบบ adaptive M เฟืองท้ายแบบ M Sport และระบบบังคับเลี้ยวแบบแปรผันตามการหมุนของพวงมาลัย (Variable Sport Steering) ตอบสนองทุกการควบคุมรวดเร็วฉับไว คล่องตัวและแม่นยำสูงสุด

BMW M440i xDrive Coupé ใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยอีกมากมาย ทั้งระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus (Parking Assistant Plus), ระบบช่วยการขับขี่ (Driving Assistant) และระบบควบคุุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่น Stop&Go (Active Cruise Control with Stop & Go) รวมถึงระบบกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera)

บีเอ็มดับเบิลยู M440i xDrive Coupé ใหม่ จะเปิดจองภายในไตรมาสที่สองของปี 2565 ผ่านช่องทางออนไลน์ ในราคาประมาณ 5,300,000 – 5,500,000 บาท

New BMW X4 xDrive20d M-Sport 2022

BMW X4 xDrive20d M Sport

BMW X4 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์4) รถยนต์ที่นิยามความเป็น Sport Activity Coupé กลับมาอีกครั้งกับความสดใหม่ในรุ่น BMW X4 xDrive20d M Sport ใหม่ ที่เสริมความเฉียบของรุ่นก่อนหน้าด้วยคุณสมบัติและการตกแต่งแบบรอบด้าน

BMW X4 xDrive20d M Sport มาพร้อมกับโฉมใหม่ นับจากกระจังหน้าไตคู่สไตล์ M ด้านหน้า จับคู่กับไฟหน้าแบบ Adaptive LED และชุดแต่ง BMW Individual High-Gloss Shadow Line ด้วยกรอบและซี่กระจังหน้าสีดำ ส่วนท้ายรถใช้ไฟท้าย LED ทรง 3 มิติที่เข้าคู่กับกันชนดีไซน์ใหม่และปากท่อไอเสียทรงกว้าง

ส่วนล้อแม็กอัลลอยใหม่สไตล์ M ขนาด 20 นิ้วแบบ Double-spoke แมทช์กับความมั่นใจบนท้องถนนจากช่วงล่างแบบ adaptive พร้อมระบบช่วยการขับขี่ (Driving Assistant) และระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus (Parking Assistant Plus)

ส่วนภายในห้องโดยสาร ให้ความรู้สึกโปร่งสบายด้วยหลังคาซันรูฟ กับพื้นผิวที่ตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมเบาะนั่งแบบสปอร์ต และระบบ BMW Head-Up Display ขณะที่ระบบ BMW Live Cockpit Professional ก็พร้อมมอบความสะดวกสบายในการใช้งานระบบต่าง ๆ ขณะเดินทาง

BMW X4 xDrive20d M Sport ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo เช่นเคย ให้พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที ทำงานผสานกับระบบเกียร์ Steptronic 8 จังหวะ พร้อมส่งให้ตัวรถทะยานสู่ 100 กม./ชม. ใน 8.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 213 กม./ชม.

BMW X4 xDrive20d M Sportมาในราคา 4,099,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

New BMW X4 M Competition 2022

BMW X4 M Competition

BMW X4 M Competition (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 4 เอ็ม คอมเพทิชั่น) ใหม่ เติมพลังให้เหนือกว่า X4 M รุ่นเดิมด้วยชุดแต่ง Competition เสริมให้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ M TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร 510 แรงม้า ขณะที่การเร่งจาก 0-100 กม./ชม ได้ในเวลาเพียง 4.0 วินาทีเท่านั้น ประสิทธิภาพเต็มพิกัดนี้ เป็นการผนึกรวมนวัตกรรมรถแข่งของ BMW M3 และ M4 เช่น เพลาข้อเหวี่ยงน้ำหนักเบาที่ช่วยส่งแรงบิดและพละกำลังรอบเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น และระบบทำความเย็นเครื่องยนต์ที่ผ่านการทดสอบบนสนามแข่ง

ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive ช่วยให้คล่องตัวสูง โดย M xDrive จะทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (Dynamic Stability Control) ส่งแรงบิดไปยังเพลาหน้าเฉพาะในกรณีที่ได้ส่งกำลังเต็มพิกัดไปที่ล้อหลังผ่านระบบเกียร์ 8 จังหวะแบบ M Steptronic พร้อมเทคโนโลยี Drivelogic ขณะที่ระบบเบรกประสิทธิภาพสูง BMW M Compound Brake พร้อมเติมมาดเข้มด้วยคาลิเปอร์สีดำขลับ

รูปลักษณ์ของ BMW X4 M Competition ใหม่ ได้แรงบันดาลใจจากรถสปอร์ตคูเป้ กระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ที่เสริมด้วยชุดแต่ง BMW Individual High-Gloss Shadow Line with Extended Contents ส่วนไฟหน้า LED มาในทรงที่แบนราบกว่ารุ่เดิม ตกแต่งสีดำแบบ BMW M Light Shadow Line พร้อมด้วยท่อไอเสีย 4 ท่อ 2 คู่ ในสีดำโครเมียม ติดตั้งประกบอยู่ทั้งสองข้างของดิฟฟิวเซอร์ รับกับล้อแม็ก 21 นิ้วแบบ M light alloy ในดีไซน์ Double-spoke แบบสลับสี

ภายในห้องโดยสารใช้เบาะหนังสปอร์ตแบบ M เข็มขัดนิรภัยแบบ M และพื้นผิวภายในที่ตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมหลังคากระจก Panorama นอกจากฟังก์ชันมากมายในระบบ BMW Live Cockpit Professional แล้ว X4 M Competition รุ่นนี้ยังมีระบบช่วยการขับขี่ Driving Assistant รุ่น Professional ติดตั้งมาให้ พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (Active Cruise Control with Stop & Go) นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเข้าถึงฟังก์ชันบางอย่างของตัวรถได้จากระยะไกล ผ่านกุญแจ BMW Display Key

BMW X4 M Competition มาในราคา 8,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW X5 xDrive30d M Sport

BMW X5 xDrive30d M Sport

BMW X5 xDrive30d M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 5 เอ็กซ์ไดรฟ์30ดี เอ็ม สปอร์ต) ใหม่ รถยนต์ตระกูล Sports Activity Vehicle รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล พร้อมด้วยเทคโนโลยี mild hybrid ด้วยการเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าแรงดัน 48 โวลต์ เสริมพละกำลังขึ้นมาอีก 11 แรงม้า ในขณะสตาร์ทรถและเร่งความเร็ว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ AdBlue สารพิเศษที่ช่วยลดปริมาณไนโตรเจนออกไซด์ในไอเสีย โดยทำปฏิกิริยาเคมีเพื่อแตกสารดังกล่าวให้กลายเป็นไนโตรเจนและน้ำ ซึ่งไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo แรงกว่าเดิมด้วยพลังสูงสุด 286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที เร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 6.1 วินาที ขณะที่ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.

มาในมาดขรึมสง่างามยิ่งกว่าเดิม ด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics พร้อมด้วย M High-Gloss Shadow Line และ M Roof Rails High-Gloss Shadow Line ส่วนห้องโดยสารสปอร์ตด้วยพื้นผิวที่แต่งสไตล์ M ด้วยลาย Aluminium Tetragon เพดานภายในสีดำ anthracite แบบ M และพวงมาลัยหนัง M Sport

BMW X5 xDrive30d M Sport มาในราคา 4,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

Mini Electric Collection Edition 2022

Mini Electric Collection Edition

Mini Electric Collection Edition (มินิ อิเลคทริค คอลเลคชั่น เอดิชั่น) ใหม่ ออกมาโลดแล่นให้แฟนมินิได้ยลโฉมและตัดสินใจจับจองเป็นเจ้าของในงาน Motor Show 2022 โดยในไทย มีรุ่นพิเศษนี้จำหน่ายแค่ 40 คันเท่านั้น

Mini Electric Collection Edition แต่ละคันล้วนมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง ด้วยโทนสีหลากเฉดของ Multitone Roof ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากเทคนิคการพ่นสีแบบใหม่ของมินิที่โรงงานในอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

กระบวนการนี้ จะเริ่มลงสีหลังคาด้วยสีฟ้าอ่อน Pearly Blue เป็นสีแรก ต่อด้วยสีน้ำเงินเข้ม San Marino Blue ด้านหน้า และสีดำ Jet Black ที่ด้านหลัง ทำให้เกิดการไล่สีที่สวยสะดุดตา นอกจากนี้ การไล่โทนสีในแต่ละคันอาจแตกต่างกันเล็กน้อยจากขั้นตอนการลงสี จึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใครในแต่ละคันของมินิรุ่นพิเศษนี้นั่นเอง

Mini Electric Collection Edition ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขับสนุก ส่งกำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 7.3 วินาที ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และความปลอดภัยก็จัดมาอย่างรอบด้าน เดินทางอย่างมีสไตล์ด้วยลูกเล่นพิเศษอย่างวิทยุ มินิ Visual Boost ผิวภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งแบบ มินิ Yours ชุดลำโพง 12 ตัวจาก Harman Kardon และอื่นๆ

โดยมีให้เลือกในสีน้ำเงิน Island Blue และสีเทา Rooftop Grey มาในราคา 2,459,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา MSI Standard)

New Bentley Flying Spur Hybrid 2022

Bentley Flying Spur Hybrid

Bentley Flying Spur Hybrid (เบนท์ลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ไฮบริด) อัครยนตรกรรมสปอร์ตซีดาน 4 ประตู แบบ 4 ที่นั่ง ที่ได้รับการขนานนามจากสื่อชั้นนำทั่วโลกว่าเป็น “ยนตรกรรมสปอร์ตซีดานที่ดีที่สุดในโลก” ตัวรถเพิ่มความยาวขึ้น 130 มม. ส่งผลให้มีห้องโดยสารกว้างขึ้น เพิ่มความหรูหราและพื้นที่ให้กับภายในห้องโดยสาร

ตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าในแบบ Executive พร้อมสัมผัสเทคโนโลยี City Specification ประกอบด้วย ระบบช่วยจอดรถ ระบบภาพจากกล้องมุมมองด้านบน ระบบเตือนคนข้ามถนน ระบบเตือนด้านหลังตัวรถ ระบบไฟหน้าแบบ Full Matrix LED ปรับลำแสงอัตโนมัติ และโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกถึง 4 โหมด

อีกทั้งยังมาพร้อมกับหน้าจอดิจิทัลความคมชัดสูงแบบสัมผัส (HD Digital) บริเวณคอลโซลกลางขนาด 12.3 นิ้ว และเครื่องเสียงเบนท์ลีย์ จำนวน 10 ลำโพง ขนาด 650 วัตต์

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ประหยัดพลังงานรุ่น V6 ขนาด 2.9 ลิตร Twin Turbo แบบไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 536 แรงม้า พร้อมแรงบิดกว่า 750 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดถึง 285 กม./ชม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.3 วินาที

Bentley Flying Spur Hybrid ราคาเริ่มต้นที่ 14,200,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

New Bentley Bentayga Hybrid 2022

Bentley Bentayga Hybrid

New Bentley Bentayga Hybrid (เบนท์ลีย์ เบนเทก้า ไฮบริด) อัครยนตรกรรมเอสยูวีอเนกประสงค์แบบ 5 ที่นั่ง มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ประหยัดพลังงานรุ่น V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร แบบไฮบริดวิวัฒนาการล่าสุด

ผลิตพละกำลังสูงสุด 443 แรงม้า พร้อมแรงบิดกว่า 700 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดถึง 247 กม./ชม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลาเพียง 5.9 วินาที

Bentley Bentayga Hybrid ราคาเริ่มต้นที่ 13,200,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

New Porsche Taycan GTS 2022

Porsche Taycan GTS

Porshce Taycan GTS (ปอร์เช่ ไทคานน์ จีทีเอส) คือเวอร์ชั่นที่สปอร์ตที่สุด เร้าใจที่สุด มาพร้อมพิสัยการเดินทางสูงสุดถึง 504 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) นี่คือ Taycan รุ่นแรกที่ทำลายขีดจำกัดระยะทาง 500 กิโลเมตรได้สำเร็จ

รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุด มีงานออกแบบดีไซน์ที่สร้างความแตกต่างจากพี่น้องร่วมตระกูล ด้วยชุดแต่งตัวถัง Sports Design Package เสริมภาพลักษณ์ดุดันจากชิ้นงานกันชนหน้า กันชนท้าย และสเกิร์ตข้าง รวมไปถึงโคมหน้าไฟ รมดำ 3D Track Graphics ที่ได้รับการติดตั้ง Daytime Running Light แบบ LED

ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุ Race-Tex สีดำ ชิ้นงานอลูมิเนียมปัดเงา เสริมความหรูหราสง่างาม และความสปอร์ตดุดันได้อย่างลงตัว และนับเป็นครั้งแรกกับการติดตั้งหลังคากระจก Panoramic Roof พร้อมเทคโนโลยี “Sunshine Control” อุปกรณ์พิเศษ แบ่งพื้นที่กระจกออกเป็น 9 ส่วน โดยแต่ละส่วนสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระ พร้อมฟังก์ชั่นกรองแสงภายนอกด้วยระดับการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย

พกพาพละกำลังมหาศาลติดตัวมากว่า 598 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร เมื่อเปิดใช้งานระบบ Launch Control ขณะที่ใช้งานในโหมด Normal จะให้กำลังที่ 517 แรงม้า ความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม.

New-Volvo C40 Recharge Pure Electric 2022

Volvo C40 Recharge Pure Electric

Volvo C40 Recharge Pure Electric (วอลโว้ ซี40 รีาร์จ เพียว อิเล็กทริค) เป็นรถยนต์แบบ Crossover SUV รุ่นที่ 2 ต่อจาก Volvo XC40 Recharge Pure Electric ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา ใช้แพล็ตฟอร์ม CMA (Compact Modular Architecture) สำหรับรถ Compact แบบเดียวกับ XC40 แต่รูปลักษณ์ตัวรถแบบ Coupe

ด้านหน้ารถดูเรียบหรู มินิมอลแบบสวีเดน ด้วยตะแกรงแบบฝาครอบปิดสีเดียวกับตัวถัง มีแผง Aero Optimised Spoiler ช่วยในเรื่องของการทรงตัวและการยึดเกาะถนน และไฟท้ายแบบเส้นปะ ที่เดินเส้นไปสู่แผงไฟหลักด้านหลัง สะท้อนการผสมผสานความโมเดิร์นและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว

แผงคอนโซลหน้าในสไตล์ Topography Translucent Decor ที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ของเทือกเขาในประเทศสวีเดน ใส่ลูกเล่นซ้อนวัสดุที่แตกต่างกันถึง 3 เลเยอร์ ให้มุมมอง 3 มิติบนผิวสัมผัสที่เรืองแสง และยังมีหลังคา Panoramic Glass Roof

พร้อมเพลิดเพลินกับระบบ Infotainment ของ Volvo with Google Built in ที่ให้คุณใช้แอปจากกูเกิ้ลอย่าง Google Maps, Google Assistant รวมทั้ง Google Play หรือจะควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน Volvo Cars App บนสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ก็สามารถทำได้ ฝากระโปรงหลังยังเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมจัดเก็บสัมภาระได้มากถึง 413 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลง จัดเก็บได้มากถึง 1,205 ลิตร

ขุมกำลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ ติดตั้งด้านหน้า-หลัง ให้กำลังรวม 408 แรงม้า ที่ 4,350 – 13,900 รอบ/นาที* แรงบิดสูงสุด 660 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Dual Motor AWD ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.7 วินาทีเท่านั้น* จำกัดความเร็วสูงสุดที่ 180 กม./ชม.

แบตเตอรี่มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ ได้แก่ ขนาด 58 kWh และ 72.6 kWh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่แบบ Ultra-Fast รองรับแรงดันไฟสูงสุด 400 โวลต์ และ 800 โวลต์

ให้ระยะทางวิ่งมากกว่า 500 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 80% ในเวลาเพียง 37 นาที (หากชาร์จไฟบ้าน 0-100% ที่กำลังไฟ AC 11kW Fast Charging (Type2) 3-phase 16A ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง)

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่ทนราคาน้ำมันแพงไม่ไหว อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์ประหยัดน้ำมันมาใช้แทน มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express วิธีการขายรถในแบบยุคใหม่ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ได้ราคา อีกทั้งยังลงขายได้ “ฟรี!” พร้อมรับเงินสดกลับบ้านทันที ภายใน 24 ชั่วโมง!

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 160 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

10 ที่สุด Motor Expo 2021 ที่คุณอาจคาดไม่ถึง!

งาน “Motor Expo 2021” หรือ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” นอกจากจะมีการนำเสนอรถใหม่ 2022, รถยนต์ไฟฟ้า รถ Hybrid รุ่นใหม่ๆ รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ รถมือสอง รวมไปถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง อุปกรณ์ตกแต่ง โปรโมชั่น และพริตตี้สาวสวยที่หลายๆ คนชื่นชอบ ในยุคโควิดครองเมืองมาเป็นปีที่สองแล้ว …

ภายในงานยังถือได้ว่ามีเรื่องราว “ที่สุด” ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ทั้งหลายที่นำมาโชว์ด้วย หลายคนอาจไม่ทราบ CARRO ขอรวบรวม 10 ที่สุด ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในงาน “Motor Expo 2021” มาให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับผม

Suzuki Celerio

1. รถถูกที่สุด

รถที่ “ถูก” ที่สุดในงาน Motor Expo 2021 ต่อเนื่องมาหลายปี ยังคงเป็นSuzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ)” รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร ในราคาเริ่มต้นที่ 318,000 บาท!

Rolls-Royce Ghost

2. รถแพงที่สุด

รถที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Expo 2021 ยังคงต้องยกให้เจ้าเดิม อย่าง Rolls-Royce Ghost (โรลส์-รอยซ์ โกสต์) ที่ยังคงครองแชมป์รถยนต์นั่งแพงสุดเป็นประจำในงาน กับราคา 35,900,000 – 42,900,000 บาท!!!

การออกแบบตัวรถ ใช้โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม เรียกว่า “สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา” (Architecture of Luxury) ที่เคยใช้เฉพาะรุ่นเรือธงอย่าง Phantom และเอสยูวี Cullinan เป็นโครงสร้างสเปซเฟรมที่เบา ยืดหยุ่น แต่แข็งแกร่ง ตัวถังอะลูมิเนียมเชื่อมด้วยมือ อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมดุล 50:50 ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนในทุกสภาพถนน

ทีมออกแบบ Bespoke Collective ที่ประกอบด้วยนักออกแบบ วิศวกร และช่างศิลป์ ได้รังสรรค์แดชบอร์ดเรืองแสง (Illuminated Fascia) ที่ดูเข้ากันกับเพดานห้องโดยสาร Starlight Headliner กับแดชบอร์ดเรืองแสง (Illuminated Fascia) ติดตั้งท่อนำแสงหนา 2 มม. พร้อมเจาะรูขนาดเล็กด้วยเลเซอร์กว่า 90,000 ช่อง บนแดชบอร์ด เพื่อทำให้คำว่า Ghost มีความสว่างอย่างทั่วถึง ภายใต้ LED 152 ดวง ล้อมรอบด้วยหมู่ดาว 850 ดวง เปล่งประกายระยิบระยับ

ทั้งหมดถูกซ่อนไว้ขณะดับเครื่องยนต์ ภายใต้วัสดุคอมโพสิต 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นพื้นสีดำ Piano Black ที่ผ่านการเจาะรูด้วยเลเซอร์ เพื่อให้แสงส่องผ่านคำว่า Ghost และกลุ่มดาว จากนั้นพ่นทับด้วยแลคเกอร์ทึบ และแลคเกอร์ขุ่นในชั้นสุดท้าย พร้อมขัดแต่งด้วยมืออย่างประณีต เหลือเพียงชั้นแลคเกอร์บางเฉียบ 0.5 มม. พร้อมความเงางามฉ่ำลึก

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังบล็อกเดียวกับที่ใช้กับ Rolls-Royce Phantom เป็นเครื่องยนต์เบนซิน Twin Turbo V12 สูบ ขนาด 6.75 ลิตร 571 แรงม้า (PS) แรงบิด 850 นิวตันเมตร ช่วยให้ยนตรกรรมพิกัดกว่า 2 ตัน มีอัตราเร่งทันใจในทุกสถานการณ์ แรงบิดสูงสุดมีให้ใช้ตั้งแต่ 1,600 รอบ/นาที ซึ่งสูงกว่ารอบเดินเบาประมาณ 600 รอบ/นาที เท่านั้น รวมถึงมีการปรับแต่งท่อไอดีใหม่ เพื่อลดเสียงรบกวนที่อาจเล็ดลอดสู่ห้องโดยสาร

Pocco Duoduo

3. รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ถูกที่สุด

รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ที่ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2021 ต้องยกให้กับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนนั่นเอง กับ Pocco Duoduo (ป๊อคโค่ ตั่วตั่ว) หรือ 朋克多多 เป็นรถภายใต้แบรนด์ 朋克 (เผิงเค่อ) มาจากภาษาอังกฤษคำว่า Punk (พังก์) เป็นรถพลังงานไฟฟ้าแบบ Tall Boy 4 ประตู (ดูคล้ายกับรถ K-Car ของญี่ปุ่น) นั่งได้ 4-5 ที่นั่ง ผสมผสานการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ จุดชาร์จไฟอยู่บริเวณด้านหน้ารถ โดยใช้สีทูโทนเพื่อให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพิ่งเปิดตัวไปในจีนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 29 กิโลวัตต์ (39 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 110 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนฟอสเฟต มีขนาด 10.3 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6-8 ชั่วโมง) สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 128 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC (ไฟบ้าน 0-100%) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 14.5 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6-8 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 178 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ต่อการชาร์จ (ไฟบ้าน 0-100%) หนึ่งครั้ง ให้เลือก ทำความเร็วได้สูงสุด 100 กม./ชม.

รุ่น L ราคาเริ่มต้นที่ 389,000 บาท! (รุ่นแบตเตอรี่ 10.3 kWh) และรุ่น K ราคา 449,000 บาท (รุ่นแบตเตอรี่ 14.5 kWh)

Porsche Taycan 4S Cross Turismo

4. รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) แพงที่สุด

รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) (ที่มาโชว์) และราคาแพงที่สุดในงาน Motor Expo 2021 ครั้งนี้ ต้องยกให้ Porsche Taycan 4S Cross Turismo (ปอร์เช่ ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม) ใหม่ รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ในเวอร์ชั่นออฟโรด (Off-Road) ต่อยอดความสำเร็จจาก Taycan โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งความโดดเด่นจากนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแรงดัน 800 โวลต์

และมีช่วงล่างที่ประกอบไปด้วย เทคโนโลยีขั้นสูงพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ All-Wheel Drive และระบบถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ Adaptive Air Suspension รองรับสมรรถนะการขับขี่รองรับสมรรถนะการขับขี่รูปเเบบสปอร์ตบนเส้นทาง Off-Road และ On Road

รููปลักษณ์ภายนอกใกล้เคียงรถต้นแบบ Mission E Cross Turismo Concept Study ตัวรถมีเส้นโค้งของแนวหลังคา ลาดยาวจรดท้ายให้อารมณ์สปอร์ต มีชื่อเรียกจากบรรดานักออกแบบของปอร์เช่ ว่า “Flyline” พร้อมพื้นที่เหนือศีรษะภายในห้องโดยสารตอนหลังที่เพิ่มขึ้นถึง 47 มม. พื้นที่ท้ายรถมีความจุุมากขึ้นกว่า 1,200 ลิตร พร้อมฝาท้ายขนาดใหญ่ และสามารถติดตั้งจักรยานไว้บริเวณท้ายรถสูงสุดถึง 3 คัน ด้วยจุดยึดแบบ Universal

สำหรับ Porsche Taycan 4S Cross Turismo ราคาอยู่ที่ 7,790,000 บาท!

Black High Wheeler

5. เก่าที่สุด

รถเก่าที่สุดในงาน อยู่ที่บูธ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นั่นคือ “Black High Wheeler” (แบลค์ ไฮ วีลเลอร์) รุ่นปี 1904 ซึ่งความพิเศษของรถโบราณรุ่นนี้ คือ เป็นรถที่มีฐานล้อใหญ่ถึง 75 นิ้ว และผลิตออกมาเพียง 18 คันเท่านั้น

เครื่องยนต์วางใต้แคร่กลางลำ แบบ 2 สูบนอน ความจุ 52 Cu.In. (หรือ 852 ซีซี) 18 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยโซ่ ใช้ล้อแบบรถม้าขอบบางขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว

ผลงานของ Black Manufacturing Company แห่งเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ USA และจำหน่ายโดย Sear, Roebuck & Co. ระหว่างปี 1904-1912 ในปัจจุบันมีเหลือเพียง 13 คันทั่วโลก ถือเป็นรถที่เก่าที่สุดในงาน Motor Expo ครับ

Mercedes-Maybach GLS 600

6. รถ SUV แพงที่สุด

รถ SUV ที่แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2021 นั่นคือ Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium (เมอร์เซเดส-มายบัค จีแอลเอส 600) ที่สุดแห่งยนตรกรรม SUV ไฮบริด ระดับ Ultra Luxury ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่นำเสนอความพิถีพิถันในแบบที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นในทุกรายละเอียด ทั้งด้านการออกแบบและวัสดุตกแต่งภายนอกและภายใน รายละเอียดทางวิศวกรรม และนวัตกรรมที่เป็นที่สุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์

มาพร้อมขุมพลังเบนซิน V8 Biturbo ขนาด 3,982 ซีซี ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงม้าสูงสุดถึง 557 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบ/นาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.9 วินาที พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม. ในราคาเริ่มต้น 18,000,000 บาท!

คนสนใจล้นหลามที่สุด Motor Expo 2021

7. คนสนใจล้นหลามที่สุด

สำหรับบูธที่คนล้นหลามที่สุดในงาน Motor Expo 2021 แบบไม่เกรงใจโควิดสายพันธุ์ใหม่ (เพราะงานนี้มีมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างแน่นหนา) ในปีนี้ ต้องยกให้กับบูธ Great Wall Motor (เกรท วอลล์ มอเตอร์) นำรถขุมพลังไฮบริดอย่าง Haval Jolion (ฮาวาล โจไลอ้อน), Haval H6 (ฮาวาล เอช6), Haval H6 PHEV (ฮาวาล เอช6 พีเอชอีวี) และรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง ORA Good Cat (โอร่า กู๊ดแคท) มาโชว์ คนสนใจแน่นมาก

และอีกหนึ่งบูธอย่าง Honda (ฮอนด้า) ที่นำ All-New Honda HR-V e:HEV (ฮอนด้า เอชอาร์วี) รุ่นใหม่มาโชว์ ขุมพลังไฮบริดทุกรุ่น ซึ่งตัว RS ที่เปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรกของโลก คนให้ความสนใจอย่างแน่นบูธทีเดียว

Yamaha Finn

8. รถมอเตอร์ไซค์ถูกที่สุด

ในงาน Motor Expo 2021 นี้ แม้แต่มอเตอร์ไซค์จ่ายตลาด ก็มีขายเช่นกัน! ขอยกให้ “Yamaha Finn” (ยามาฮ่า ฟินน์) กล้าที่จะไป…กล้าที่เป็น #กล้าที่จะฟินน์…บ่งบอกความเป็นตัวตนกับ ยามาฮ่า ฟินน์ รถครอบครัวระดับพรีเมียมสุดคุ้ม ซึ่งมาพร้อมกับสีสันกราฟิกใหม่ สวยล้ำสไตล์โมเดิร์นไม่เหมือนใคร คุ้มค่าทันสมัยด้วยระบบสตาร์ทมือทุกรุ่น!

พร้อมเครื่องยนต์แรงดี 115 ซีซี ขับขี่ง่าย ไม่จุกจิก ประหยัดน้ำมันสูงสุด 96.16 กม./ลิตร (ที่พิสูจน์แล้วโดยสื่อมวลชน) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน และครั้งแรกของโลก! รับประกันนานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

โดยในรุ่นสตาร์ทมือ ดรัมเบรก สีแดง ราคาอยู่ที่ 39,800 บาท!

Harley-Davidson Ultra Limited

9. รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุด

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2021 ต้องยกให้กับ Harley-Davidson Ultra Limited (ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน อุลต้า ลิมิเต็ด) เจ้าเก่า ที่มาพร้อมความโดดเด่นเรื่องงานดีไซน์ ใช้เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 ขนาด 1,868 ซีซี แบบ 2 สูบ V-Twin 4 จังหวะ 2 วาล์ว/สูบ ในราคา 1,539,000 บาท

Fairline-F-Line-33

10. ใหญ่ที่สุดในงาน

สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในงาน Motor Expo 2021 ครั้งนี้ต้องขอยกให้เรือ Fairline F-Line 33 (แฟร์ไลน์ เอฟ-ไลน์ 33) จากบูธ Join Boat Platform ที่นำเรือแม่น้ำ สปีดโบ๊ต และสกู๊ตเตอร์มาโชว์และจำหน่าย ไม่มีใครใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

ถ้าใครอยากขายรถคันเดิม เพื่อนำเงินไปโปะรถคันใหม่ จะได้ผ่อนดาวน์กันน้อยลง มาขายรถกับทาง CARRO Express ได้ที่  https://th.carro.co/sell-car/express หรือถ้าหากต้องการซื้อรถคุณภาพเยี่ยม CARRO เราก็มีพร้อมให้คุณเลือกอย่างมากมายด้วยเช่นกัน พร้อมรับประกันสูงสุดถึง 1 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร กับ CARRO Automall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถของเราทุกคันผ่านการตรวจสภาพ 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนาน 1 ปี หรือสูงสุด 30,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

รวมรถเด่น รถใหม่ รถเปิดตัวล่าสุด ในงาน Motor Expo 2021

งาน Motor Expo 2021 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38) มาภายใต้แนวคิด “มหกรรมสุขสันต์คนรักยานยนต์” หรือ “TIME to ENJOY!” หลังจากที่ต้องเผชิญกับโควิด-19 มาอย่างหนักทั้งปีจนอ่วม แถมยังจะมีโควิดสายพันธุ์ใหม่อย่าง “โอไมครอน” มาอีก! โดยที่ผู้บริโภคกำลังซื้อหดหายไปอย่างมาก

ทำให้รถหลายค่ายต้องเร่งนำเสนอรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ รถจักรยานยนต์ใหม่ หรือสินค้าใหม่ๆ เอาใจผู้บริโภค และกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติไปในตัว ซึ่งในงาน Motor Expo 2021 ปีนี้ มีรถยนต์มาร่วมงานมากถึง 32 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ และรถจักรยานยนต์อีก 12 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ รวมถึงจัดแสดงเรือ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องมากมาย

รวมรถเด่น รถใหม่ รถเปิดตัวล่าสุด ในงาน Motor Expo 2021

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2021 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

นอกจากโปรโมชั่นพิเศษมากมายแล้ว งานนี้ยังมอบโชคคืนกำไรให้แก่ผู้ชมงาน ทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิ๊กไบค์ รวมถึงลุ้นชิงรางวัลอื่นๆ จากการซื้อสินค้าอีกมากมาย

และยังมีรถ Shuttle Bus รับ-ส่ง ฟรี! จาก 3 จุดในกรุงเทพฯ และที่รังสิต รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น. ส่วนขาออกงาน รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น ให้คุณเดินทางมาชมงานได้อย่างสะดวกสบาย

ฉีดวัคซีนไม่ครบ ไม่ต้องกังวล! รีวิวจุดตรวจ ATK ที่งาน Motor Expo 2021!

แต่ปีนี้พิเศษหน่อย เนื่องจากมีมาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19 สำหรับผู้ชมงาน คือ ต้องเเสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือเป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยโรคโควิด-19 มาเเล้ว 21-90 วัน หรือได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR เเละได้ผลลัพธ์ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเข้างาน

หากท่านใดที่ฉีดวัคซีนยังไม่ครบ 2 เข็ม หรือผลการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ไม่มีแสดงขึ้นมาในหมอพร้อม หรือเด็กเล็กอายุ 6-12 ปี ที่ยังรับวัคซีนไม่ได้ จะต้องตรวจ ATK (บริเวณหน้างาน) มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 99 บาท (ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ไม่ต้องตรวจ ATK)

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาเวลาว่าง ไปเดินเที่ยวชมงานกันครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Expo 2021 ได้เลยครับ

Pocco Meimei

Pocco Meimei

Pocco Duoduo

Pocco Duoduo

ORA Good Cat

ORA Good Cat

Haval Jolion Hybrid SUV

Haval Jolion

Haval H6 PHEV

Haval H6 PHEV

Tank 500

Tank 500

MG Cyberster

MG Cyberster

MG5

MG5

MG-EP-Plus

MG EP Plus

Porsche 911 Carrera GTS

Porsche 911 Carrera GTS

Porsche Cayenne Turbo GT

Porsche Cayenne Turbo GT

Porsche Macan

Porsche Macan

Mini Electric Pacesetter Inspired By JCW

Mini Electric Pacesetter Inspired By JCW

Mini John Cooper Works Hatch Launched By Carnival

Mini John Cooper Works Hatch Launched By Carnival

Mercedes-Benz-EQS-450+-AMG-Premium

Mercedes-Benz EQS

Mercedes-Maybach GLS 600

Mercedes-Maybach GLS 600

BMW 630i GT M Sport

BMW 630i GT M Sport

BMW X3 xDrive20d M Sport

BMW X3 xDrive20d M Sport

BMW iX3 M Sport

BMW iX3 M Sport

BMW iX xDrive50 Sport

BMW iX xDrive50 Sport

Audi A3 Sportback

Audi A3 Sportback

Lotus Elise 220 Sport

Lotus Elise 220 Sport

Lotus Exige Sport 350

Lotus Exige Sport 350

Peugeot 3008

Peugeot 3008

Volvo XC40 Recharge

Volvo XC40 Recharge

Toyota Corolla Cross GR Sport

Toyota Corolla Cross GR Sport

Toyota Yaris GR Sport

Toyota Yaris GR Sport

Toyota Camry

Toyota Camry

Lexus-NX-450h+

Lexus NX450h+

Honda Civic RS

Honda Civic RS

Honda Accord e:HEV

Honda Accord e:HEV

Honda HR-V e:HEV

Honda HR-V e:HEV

Nissan Kicks Sky Edition

Nissan Kicks Sky Edition

Subaru XV 2.0 iP EyeSight

Subaru XV 2.0 i-P EyeSight

Tesla Model Y

Tesla Model Y

โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2021 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

หากท่านใดที่อยากได้บัตรเข้างาน Motor Expo 2021 ฟรี! ท่านละ 2 ใบ ง่ายๆ ดูรายละเอียดการขอบัตรได้ในนี้เลย —> https://th.carro.co/blog/carro-ticket-motor-expo/

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

ถ้าใครสนใจอยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้า หรือจะรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถนำรถคันเดิมมาขายกับ CARRO ได้เลย เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

สำหรับใครที่อยากซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ แต่ถ้ามีงบไม่พอ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถของเราทุกคันผ่านการตรวจสภาพ 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนาน 1 ปี หรือสูงสุด 30,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

รวมรถใหม่ เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Expo 2021

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” หรือ The 38th Thailand International Motor Expo 2021 ภายใต้แนวคิด “มหกรรมสุขสันต์คนรักยานยนต์” หรือ “TIME to ENJOY!” หลังจากที่ต้องเผชิญกับโควิด-19 มาอย่างหนักทั้งปี จนอ่วมไปตามๆ กัน ทั้งตัวค่ายรถเอง และผู้บริโภคเอง กำลังซื้อหดหายไปอย่างมากในปีนี้

โดยงาน Motor Expo 2021 พร้อมจัดงานในยุค New Normal เตรียมนำรถใหม่ 2021 และรถใหม่ 2022 พร้อมรถรุ่นพิเศษ มาจัดแสดงส่งท้ายปี 2021 โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เปิดตัวทั้งก่อนงาน ตั้งแต่ในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน และในงาน Motor Expo 2021 ที่บริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่แบบออนไลน์กันไปหลายค่าย CARRO มาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

รวมรถใหม่ เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Expo 2021

1. Haval H6 PHEV

หลังจากที่ Great Wall Motor (เกรท วอลล์ มอเตอร์) ประเทศไทย ได้เปิดตัว All-New Haval H6 Hybrid SUV (ฮาวาล เอช6) อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ก็ได้เสียงตอบรับจากคนไทยเป็นอย่างดี ซึ่งมีให้เลือกด้วยกันถึง 2 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น PRO ราคา 1,149,000 บาท และรุ่น ULTRA ราคา 1,249,000 บาท โดยเป็นราคาแบบ “One Price” ราคาเดียวกันในทุกๆ ช่องทางการขาย

แต่ข่าวดีสำหรับคนชอบ Haval H6 ที่มีกระแสจะมีรุ่นใหม่มาในปลายปีนี้อีก นั่นคือรุ่น Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) หรือ PHEV แบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟได้ เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวาคันแรกของโลก เตรียมเปิดตัวในไทย!

กับขุมพลังเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส GW4B15 GDIT EVO พ่วงระบบเทอร์โบแปรผันและซูเปอร์ชาร์จ ให้แรงม้าสูงสุดมากกว่า 150 แรงม้า วางมอเตอร์คู่ พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 45 kWh บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนๆ เตรียมมาโชว์ตัวในงาน Motor Expo 2021 ครั้งนี้ด้วย

รวมรถใหม่ เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Expo 2021

2. Haval Jolion

All-New HAVAL Jolion Hybrid SUV (ฮาวาล โจไลอ้อน) นับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 ของ Haval จากสายการผลิตที่โรงงานระยอง นี่ก็เตรียมเปิดตัวในไทยคันแรกของโลก (ที่เป็นรุ่นพวงมาลัยขวา) เช่นกันครับ โดยรถ SUV รุ่น HAVAL Jolion เปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

ความพิเศษของรถรุ่นนี้ อยู่ที่การใช้แพลตฟอร์ม GWM LEMON แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะแบบเดียวกับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV และพกพาความหรูหรามารอบคันทีเดียว ห้องโดยสารภายใต้แนวคิด “Future Intelligent Cockpit” กว้างขวาง สะดวกสบาย

พร้อมการขับเคลื่อนเต็มสมรรถนะ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Hybrid ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์แบบ DHT ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด เมื่อทํางานร่วมกับเครื่องยนต์ สร้างการขับเคลื่อนที่พลังและประหยัดน้ำมัน

เตรียมมาโชว์ตัวในงาน Motor Expo 2021 ครั้งนี้แน่นอน

ORA Good Cat 2022

3. ORA Good Cat

ORA Good Cat (โอร่า กู๊ดแคท) เรียกได้ว่าแรงจนฉุดไม่อยู่เลยจริงๆ สำหรับเจ้าแมวเหมียวไฟฟ้าคันนี้ ที่พายอดจองไปอย่างเหนือความคาดหมาย แต่ราคาเปิดออกมาก็ดูเหนือความคาดหมายเช่นเดียวกัน กับ 2 รูปแบบแบตเตอรี่ และ 3 รุ่นย่อย พร้อมโปรเด็ด ORA Good Cat Ultra Deal

อ่านเพิ่มเติม >> ORA Good Cat 2022 ใหม่ แบตเตอรี่ 2 แบบ 3 รุ่นย่อย พร้อมโปรเด็ด เปิดราคา 989,000 – 1,199,000 บาท

ORA Good Cat ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที จำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 152 กม./ชม. ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ ORA-Goddess Easy Drive พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ

การชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (30%–>80%) ใช้เวลาประมาณ ≈32 นาที และ 40 นาที (ในรุ่น 500 Ultra), ชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (0%–>80%) ใช้เวลาประมาณ ≈45 นาที และ ≈60 นาที (ในรุ่น 500 Ultra) กับการชาร์จไฟบ้านแบบ AC ใช้เวลาประมาณ ≈8 ชั่วโมง และ ≈10 ชั่วโมง (ในรุ่น 500 Ultra)

New Toyota Camry 2022

4. Toyota Camry

มาดูค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Toyota (โตโยต้า) กันบ้าง ที่เพิ่งเปิดตัว Toyota Camry (โตโยต้า คัมรี่) โฉมไมเนอร์เชนจ์เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แม้ว่าจะดูเงียบเหงาไปบ้าง โดยมาพร้อมแนวคิด “The Absolute Perfection ความสมบูรณ์แบบที่เป็นคุณ” เพิ่มความสปอร์ตด้วยดีไซน์ใหม่ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และฟังก์ชั่นความปลอดภัย Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ในราคา 1,475,000 – 1,809,000 บาท

ด้วยดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ ประดับคิ้วโครเมียม ชุดไฟหน้าโฉบเฉี่ยว มีกล้องมองรอบคัน 360 องศา เพิ่มขนาดล้ออัลลอยใหญ่ขึ้นเป็น 18 นิ้ว ภายในใช้ลายไม้แบบใหม่ หนังหุ้มเบาะหนังแท้และวัสดุสังเคราะห์แบบนุ่มพิเศษ แถมหมอนพิงศีรษะเบาะหน้าปรับพับเก็บได้ พวงมาลัยปรับไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่

เบาะนั่งคู่หน้า Ventilator พร้อมพัดลมจากใต้เบาะและพนักพิง ให้ความรู้สึก Premium เบาะนั่งด้านหลังปรับไฟฟ้า พร้อมแผงควบคุมที่คอนโซลด้านหลัง หน้าจอแบบ Floating type ขนาดใหญ่ขึ้นถึง 9 นิ้ว แบบใหม่ เชื่อมต่อทุกความสะดวกผ่านระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ได้

ในโฉมนี้ตัดรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ออกไป มีเพียงเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FKB แบบ Dynamic Force 209 แรงม้า จิบน้ำมัน 15.6 กม./ลิตร

และเครื่องยนต์สำหรับรุ่นไฮบริด…ผสาน 2 พลัง มอเตอร์ไฟฟ้า X เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร Dynamic Force ทำงานร่วมกันอัตโนมัติ ให้การตอบสนองเต็มกำลัง 211 แรงม้า และเกียร์ E-CVT ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทนทานและประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 23.8 กม./ลิตร

All-New Lexus NX PHEV 2022

5. Lexus NX

ด้านค่าย Lexus (เลกซัส) เตรียมนำ The All-New Lexus NX (เลกซัส เอ็นเอ็กซ์) ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-In Hybrid ครั้งแรกจากเลกซัส มาโชว์ในงาน Motor Expo 2021 ครั้งนี้

พร้อมกับดีไซน์ใหม่หมดจดบนแพลตฟอร์ม และขุมพลังเทอร์โบใหม่ ที่ยกระดับสุนทรียภาพการขับขี่ของคุณไปอีกขั้นด้วย Lexus Driving Signature

All-New Honda HR-V e:HEV 2022

6. Honda HR-V

มาแน่นอนสำหรับ Honda (ฮอนด้า) ที่เตรียมเปิดตัว All-new Honda HR-V 2022 (ฮอนด้า เอชอาร์วี) ใหม่ เจเนอเรชันที่ 2 ด้วยรูปแบบ e:HEV ขุมพลังไฮบริดในทุกรุ่นย่อย เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ลุ้นเปิดราคาในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ คาดราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 990,000 บาท! กับรุ่นย่อย RS เปิดตัวในไทยที่แรกของโลก!

มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนสไตล์ SUV ได้อย่างชัดเจน โดดเด่นด้วยตัวถังที่ปราดเปรียวในสไตล์สปอร์ตคูเป้ ดึงดูดทุกสายตา ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะหนังสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดงแบบสปอร์ต แป้นเบรกและแป้นคันเร่งสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้าย กว้างขวาง

มอบความสะดวกสบายในทุกที่นั่งและทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม โดดเด่นระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Automatic Air Conditioning) ที่มาพร้อมระบบ Air Diffusion System

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC

พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit – IPU) ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีน้ำหนักเบาขนาดกะทัดรัด สามารถเก็บประจุไฟและช่วยให้การชาร์จไฟได้ประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่โดยอัตโนมัติในขณะขับขี่

Honda Jazz Thai 2021

7. Honda Jazz

Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) นับตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557! Honda ยังคงยืนหยัดผลิตขายในไทยกันต่อไป หลังจากที่มีกระแสเลิกผลิตมาจากสื่อโซเชียลมีเดียของประเทศใกล้เคียง แต่ดันเอาข่าวมาบอกว่าในไทยซะงั้น!

ในงาน Motor Expo 2021 นี้ Honda Jazz มาพร้อมทางเลือกใหม่ในสไตล์สปอร์ต กับสีเทาโซนิค (มุก) เพียง 1,500 คัน มีให้เลือกใน 3 รุ่นย่อย จากทั้งหมด 6 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น S CVT ราคา 600,000 บาท, รุ่น V+ ราคา 700,000 บาท และรุ่น RS ราคา 745,000 บาท โดยราคารวมค่าสีภายนอก สีเทาโซนิค (มุก) 6,000 บาท

Mitsubishi Xpander Special Edition 2021

8. Mitsubishi Xpander Special Edition

ด้านค่าย Mitsubishi (มิตซูบิชิ) เปิดตัว Mitsubishi Xpander Special Edition (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สเปเชียล เอดิชั่น) รถอเนกประสงค์แบบ MPV สำหรับคุณพ่อสมัยใหม่ สะกดทุกสายตาด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งสีดำ อาทิ กระจังหน้า, ชายกันชนหน้าและหลัง, กระจกมองข้าง, คิ้วขอบกระจกประตู, คิ้วตกแต่งชายกันชนข้าง, และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม อาทิ มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถพร้อมกรอบรองที่จับประตู, ที่ชาร์จมือถือแบบไร้สาย, ระบบความบันเทิงรุ่นใหม่พร้อมหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีแดง (Spirit Red) สีดำ (Jet Black Mica) และสีขาว (Quartz White Pearl)

Mazda CX-3 2022

9. Mazda CX-3

ช่วงปลายปี 2564 นี้ Mazda (มาสด้า) เริ่มรุกตลาดรถ SUV หนัก ด้วยการปรับปรุงโฉมเล็กๆ น้อยๆ ให้กับรถในรูปแบบ Crossover SUV แทบทุกรุ่น เริ่มตั้งแต่ Mazda CX-3 2022 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-3) กับการเผยโฉมสีภายนอกเทรนด์ใหม่ สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ ในราคาเริ่มต้นเท่าเดิม 769,000 บาท

ให้ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิตอลอิสระขึ้นอีกขั้น กับแนวคิด “Leap Forward” ให้ชีวิตไปอีกขั้น กับ SUV ใหม่ที่คุ้มค่ากว่า เชื่อมต่อคนรุ่นใหม่กับโลกยานยนต์ด้วยการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วยอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger และรองรับระบบ Wireless Apple CarPlay ทุกรุ่น พร้อมเบาะคนขับปรับไฟฟ้า กับระบบบันทึกตำแหน่ง พร้อมเพิ่มออฟชั่นใหม่ในทุกรุ่นย่อย

ขับสนุกคล่องตัวแบบรถ SUV กับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร 156 แรงม้า ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ใครสนใจไปลองขับดูกันได้ ที่งาน Motor Expo 2021

Mazda CX-5 2022

10. Mazda CX-5

Mazda (มาสด้า) แนะนำ New Mazda CX-5 2022 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-5) กับแนวคิดใหม่ “พลังความสุข ที่เร้าใจทุกเส้นทาง” ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอสี Center Display แบบทัชสกรีนใหม่ ขนาด 8 นิ้ว, รองรับการเชื่อมต่อการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดผ่านระบบ Mazda Connect รองรับ Apple CarPlay และระบบ Android Auto

พร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการควบคุมการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง G-Vectoring Control Plus โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว และขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์สุดเท่ 3 สไตล์

มีให้เลือกถึง 3 เครื่องยนต์ ได้แก่ เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 165 แรงม้า คุ้มค่ามากที่สุด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร Turbo 231 แรงม้า ทรงพลังแรงมากที่สุด และเครื่องยนต์คลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร 190 แรงม้า แรงและประหยัดน้ำมันมากที่สุด ในราคา 1,320,000 – 1,830,000 บาท

New Mazda CX-8 2022

11. Mazda CX-8

Mazda (มาสด้า) แนะนำ New Mazda CX-8 2022 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-8) รถอเนกประสงค์ SUV ระดับพรีเมี่ยม แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถยนต์นั่งอย่างแท้จริง มาพร้อมแนวคิด “The Precious Moment for All ทุกช่วงเวลา…มีคุณค่าไม่สิ้นสุด”

เพิ่มทางเลือกใหม่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น กับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 ที่นั่ง 2.5 SP Exclusive เบาะนั่งแบบ Captain Seat แยกอิสระซ้าย-ขวา เพิ่มไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม Daytime Running Light แบบ LED และหน้าจอ Center Display แบบทัชสกรีนใหม่ ขนาด 8 นิ้ว ทุกรุ่นย่อย รวมถึงประตูท้าย เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และเพิ่มเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกกับความปลอดภัย ให้ครบยิ่งขึ้นกว่าเดิม

มีให้เลือกถึง 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เบนซินขนาด 2.5 ลิตร 194 แรงม้า และเครื่องยนต์คลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร 190 แรงม้า แรงและประหยัดน้ำมันมากที่สุด ในราคา 1,499,000 – 2,069,000 บาท

Aston Martin Vantage Roadster 2022

12. Aston Martin Vantage Roadster

มาดูสายรถแนวซูเปอร์คาร์กันบ้าง ซึ่งขอบอกเลยว่าในงาน Motor Expo 2021 ครั้งนี้ มีมาให้ชมกันอย่างแน่นอน กับ … Aston Martin Bangkok เปิดตัว Aston Martin Vantage Roadster (แอสตัน มาร์ติน แวนเทจ โรดสเตอร์) ยนตรกรรมสปอร์ตนักล่า เปิดหลังคาท้าสายลม ในราคา 15,900,000 บาท ในไทยปีนี้ได้โควต้ามาเพียง 2 คัน มีคนจองไปเรียบร้อย …

มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดุดันและน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น ผสานเส้นสายบึกบึนแบบเดียวกับรุ่นคูเป้อันเป็นเอกลักษณ์ โอเวอร์แฮงค์หน้า-หลังสั้น และโป่งล้อกว้าง แสดงถึงความคล่องตัวและตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ ไฟหน้าแบบใหม่ พร้อมไฟท้ายบางเฉียบ กว้างเต็มพื้นที่ของฝาท้ายที่เชิดขึ้น

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร Twin Turbo 503 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 685 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ของ ZF ผสานเพลาขับวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ติดตั้งในปลอกอะลูมิเนียม (Alloy Torque Tube) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที

ทำความเร็วได้สูงสุด 306 กม./ชม. โดยเครื่องยนต์ถูกติดตั้งให้ชิดกับตัวถังมากสุด เพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมดุล 50:50% ภายใต้พิกัด 1,745 กก. (1,628 กก. เมื่อติดตั้ง Lightweight Options)

Peugeot 3008 SUV 2022

13. Peugeot 3008 & 5008

Peugeot ประเทศไทย เปิดตัว Peugeot 3008 SUV (เปอโยต์ 3008) ใหม่ ภายใต้ Concept “Face The New Face” ในราคา 1,689,000 บาท และ Peugeot 5008 (เปอโยต์ 5008) ใหม่ แบบ 7 ที่นั่ง ภายใต้ Concept “The Space Of Happiness” ราคา 1,869,000 บาท

ปรับโฉมเพิ่มความเร้าใจ ให้โฉบเฉี่ยวและทันสมัยยิ่งขึ้น รูปลักษณ์ที่โดดเด่นถูกปรับให้ดูชัดเจนและทันสมัยยิ่งขึ้น เพิ่มความสปอร์ตด้วยช่องดักลมสีดำบนกันชนหน้า ส่วนด้านท้ายก็ไม่น้อยหน้า ด้วยไฟท้ายแบบ Full LED (รวมไฟถอยหลัง) สะท้อนกรงเล็บสิงโต (Lion Claws) ได้อย่างทรงพลัง

ห้องโดยสารของ 3008 SUV ต้อนรับผู้โดยสารอย่างอบอุ่นด้วยเบาะหนัง ตัดกันกับสีด้ายที่ใช้เย็บตะเข็บอย่างลงตัว ตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยวัสดุผ้าคุณภาพสูง มาตรวัดดิจิทัลอเนกประสงค์ขนาด 12.3 นิ้ว ด้านหน้าผู้ขับ สามารถปรับการแสดงผลได้อิสระ ติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ขนาด 10 นิ้ว บริเวณกลางแดชบอร์ด จอภาพความละเอียดสูง

มาพร้อม 7 สวิตช์แบบก้านเปียโน (Piano Key Toggle Switches) ที่ดูหรูหรา และช่วยให้สามารถปรับการทำงานของระบบต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว พร้อมรองรับการชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย (Wireless Charging)

ขับเคลื่อนอย่างมั่นใจด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร Twin-Scroll Turbo 167 แรงม้า แรงบิด 245 นิวตันเมตร สูงสุดในรถยนต์กลุ่มเดียวกัน ช่วยให้มีอัตราเร่งดีและใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่า ส่งกำลังนุ่มนวลฉับไว ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ แบบ Electric Impulse พร้อม Advanced Grip Control กับ 5 โหมดการขับ (Normal-Snow-Mud-Sand-ESP Off) ผสานหลายระบบช่วยเหลือผู้ขับ

Peugeot 2008 SUV 2022

14. Peugeot 2008

Peugeot ประเทศไทย ยังได้เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ The All-New 2008 (เปอโยต์ 2008) SUV ยนตรกรรมอเนกประสงค์สำหรับคนพันธุ์ใหม่ หัวใจพรีเมียม ภายใต้ Concept “Uncage The Lion In You” ปลดปล่อยตัวตนที่เป็นคุณ ในงาน Motor Expo 2021 นี้

Pocco Duoduo รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุด เริ่มต้น 389,000 บาท เปิดตัวใน Motor Expo 2021

15. Pocco Duoduo

Pocco Duoduo (ป๊อคโค่ ตั่วตั่ว) หรือ 朋克多多 เป็นรถภายใต้แบรนด์ 朋克 (เผิงเค่อ) มาจากภาษาอังกฤษคำว่า Punk (พังก์) เป็นรถพลังงานไฟฟ้าแบบ Tall Boy 4 ประตู (ดูคล้ายกับรถ K-Car ของญี่ปุ่น) นั่งได้ 4-5 ที่นั่ง ผสมผสานการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ จุดชาร์จไฟอยู่บริเวณด้านหน้ารถ โดยใช้สีทูโทนเพื่อให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพิ่งเปิดตัวไปในจีนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 29 กิโลวัตต์ (39 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 110 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนฟอสเฟต มีขนาด 10.3 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6-8 ชั่วโมง) สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 128 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC (ไฟบ้าน 0-100%) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 14.5 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6-8 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 178 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ต่อการชาร์จ (ไฟบ้าน 0-100%) หนึ่งครั้ง ให้เลือก ทำความเร็วได้สูงสุด 100 กม./ชม.

สนนราคารุ่น L เริ่มต้นที่ 389,000 บาท! (รุ่นแบตเตอรี่ 10.3 kWh) และรุ่น K ราคา 449,000 บาท (รุ่นแบตเตอรี่ 14.5 kWh)

รู้จัก Pocco Meimei รถยนต์ไฟฟ้าคันจิ๋ว ในราคา 399,000 – 469,000 บาท เปิดตัวในงาน Motor Expo 2021 เช่นกัน!

16. Pocco Meimei

Pocco Meimei Mini EV (ป๊อคโค่ เม่ยเม่ย) หรือ 朋克美美 เป็นรถพลังงานไฟฟ้าแบบ 3 ประตู 4 ที่นั่ง ขนาดเล็ก ที่เปิดตัวในจีนตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา สามารถขับขี่ในเมืองได้อย่างสะดวก กับนวัตกรรมสุดล้ำ ยิ่งทวีคูณความน่ารัก น่าเลิฟ ถูกใจคุณผู้หญิงอย่างแน่นอน

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 20 กิโลวัตต์ (27 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร และกำลังสูงสุด 29 กิโลวัตต์ (39 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 105 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนฟอสเฟต มีขนาด 9.2 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6-8 ชั่วโมง) สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 116 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC (ไฟบ้าน 0-100%) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 14 kWh (ใช้เวลาชาร์จ 6-8 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 170 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ต่อการชาร์จ (ไฟบ้าน 0-100%) หนึ่งครั้ง ให้เลือก ทำความเร็วได้สูงสุด 100 กม./ชม.

สนนราคารุ่น L เริ่มต้นที่ 399,000 บาท! (รุ่นแบตเตอรี่ 10.3 kWh) และรุ่น K ราคา 469,000 บาท (รุ่นแบตเตอรี่ 14.5 kWh)

All-New Ford Ranger 2022

17. Ford Ranger

All-New Ford Ranger 2022 (ฟอร์ด เรนเจอร์) โฉมใหม่ล่าสุดเผยโฉมครั้งแรกในโลกพร้อมกันเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ชูดีไซน์จาก F-150 บึกบึนแข็งแรงภายใต้แนวคิด “Built Ford Tough” หรือ “เกิดมาแกร่ง” เตรียมผลิตและเปิดตัวอย่างอย่างเป็นทางการในไทยปีหน้านี้

โครงสร้างของ Ranger ถูกพัฒนาขึ้นใหม่หมด โดยเพิ่มระยะห่างระหว่างล้อขึ้นอีก 50 มม. และยืดความยาวฐานล้ออีก 50 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ห้องโดยสารภายใน กว้างขวางและหรูหราแบบเดียวกับรถยนต์นั่ง ชูจุดเด่นด้วยหน้าปัดแบบดิจิทัล และหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว และ 12 นิ้ว ที่รวมเอาปุ่มระบบปรับอากาศไว้ด้วยกัน พร้อมคันเกียร์แบบ Electronic Shifter ที่หัวเกียร์ขนาดสั้นกว่าปกติ ซึ่ง Ford ระบุว่า ใช้ชุดคันเกียร์แบบนี้แทนที่เกียร์แบบปุ่มหมุน เพื่อสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

สำหรับรายละเอียดเครื่องยนต์ยังไม่เปิดเผย แต่จะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ Turbo เดี่ยว และ Bi-Turbo เช่นเคย พร้อมปรับปรุงเครื่องยนต์ เกียร์และชุดถ่ายทอดส่งกำลังขึ้นใหม่ และเพิ่มขุมพลัง V6 ในตลาดบางประเทศอีกด้วย

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2021 กันแล้ว ถ้าใครสนใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถนำรถคันเดิมมาขายกับ CARRO ได้เลย เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

สำหรับใครที่อยากซื้อรถใหม่ในงาน Motor Expo 2021 แต่งบไม่พอ! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถของเราทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุดและยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนาน 1 ปี หรือสูงสุด 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

New-Car-Booking-Motorshow-2021

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยยอดจองรถยนต์หลังการจัดงาน Motor Show 2021 ที่แม้ว่าผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงมีอยู่แต่ก็เริ่มบรรเทาลง ผู้คนมีกำลังใจในการจับจ่ายใช้สอย ซื้อรถใหม่ๆ มากขึ้น จึงสร้างยอดจองรถในงานได้ถึง 27,868 คัน คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 30,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 51.5% จากปี 2563 ที่ผ่านมา อีกทั้งค่ายรถส่วนใหญ่ ได้ทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด

ขณะที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นในมาตรฐานการป้องกันโควิด-19 ของผู้จัดงาน ทำให้ตัวเลขผู้เข้าชมงานสูงถึง 1.34 ล้านคน จากเดิม 1.049 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28.6%

Motorshow-2021-Sightseeing

ในส่วนพฤติกรรมของผู้บริโภคเองปีนี้ ต่างให้การตอบรับกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวก่อนหน้างาน และเปิดจองภายในงานมอเตอร์โชว์เป็นครั้งแรก เห็นได้จากบรรยากาศการเจรจาที่หนาแน่นดังเช่นทุกปี โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่มียอดจองเป็นสองเท่าของวันธรรมดา แต่ช่วงนี้หลายคนยังต้องต้องรัดเข็มขัด จึงหันมาซื้อหารถใหม่ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่ามากขึ้น ขณะที่ตลาดรถหรูยังคงเติบโตตามเป้า ด้วยสาเหตุที่ค่ายรถเองชิงเปิดตัวสินค้าใหม่แทบทุกรุ่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย

ด้านเทคโนโลยีต้องบอกว่า ปีนี้เป็นปีของยานยนต์ไฟฟ้า ผู้บริโภคต่างให้ความสนใจพร้อมเปิดรับความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อค่ายรถหันมาทำตลาดรถยนต์ Hybrid (ไฮบริด) หรือรถ Plug-In Hybrid (ปลั๊กอินไฮบริด) มากขั้น ส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าต่อจากนี้ คงต้องจับตาเมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่หันมาชิงตลาดนี้ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 29 มี.ค. – 9 เม.ย. 2560 รวม 36,093 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561 รวม 36,587 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 27 มี.ค. – 7 เม.ย. 2562 รวม 49,278 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 15 ก.ค. – 26 ก.ค. 2563 รวม 22,791 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 24 มี.ค. – 4 เม.ย. 2564 รวม 27,868 คัน

ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมาเราต้องเจอผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ยอดจองลดลงจากช่วงปรกติ แต่ด้วยตัวเลขยอดจองในปีนี้ แสดงว่ามีการเติบโตขึ้นจากปีก่อนถึง 51.5% เชื่อว่ากำลังซื้อของคนไทย ที่อยากได้รถยนต์คันใหม่ไม่ได้หายไปไหน แค่รอเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ในการออกแคมเปญ และโปรโมชั่นของค่ายรถ ด้วยเงื่อนไขที่หลากหลาย เลือกให้เหมาะสมกับความต้องการได้

ยอดจองรถยนต์ในงาน-Motor-Show-2021

ตารางยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2021

ยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน-Motor-Show-2021

ตารางยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน Motor Show 2021

ยอดจองรถยนต์ 10 อันดับของ Motor Show 2021 วันที่ 24 มี.ค. – 4 เม.ย. 2564

1. Toyota 4,406 คัน

Toyota-Corolla-Cross-2021

2. Mazda 3,454 คัน

Mazda-BT-50-2021

3. Honda 3,305 คัน

Honda-City-eHEV-2021

4. Isuzu 2,829 คัน

Isuzu-D-Max-V-Cross-2021

5. Suzuki 2,689 คัน

Suzuki-Swift-2021

6. Mercedes-Benz 1,863 คัน

Mercedes-Benz-E-200-Coupé-AMG-Dynamic-2021

7. MG 1,629 คัน

MG-ZS-2021

8. Mitsubishi 1,462 คัน

Mitsubishi-Pajero-Sport-2021

9. Ford 1,212 คัน

Ford-Ranger-FX4-Max-2021

10. Nissan 1,144 คัน

Nissan-Kicks-e-Power-2021

พบกันใหม่ในปีหน้ากับงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43″ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – เมษายน 256ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี 

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

New-Car-In-Motorshow-2021

“Motor Show 2021” (มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42) หรือ The 42th Bangkok International Motor Show 2021 ภายใต้แนวคิด “วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข” หรือ “Shaping The Next Chapter” พร้อมนำรถรุ่นใหม่มาโชว์ให้ดูกันอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศการจัดงานตามรูปแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal ปลอดภัยไร้กังวลจากโควิด-19 แน่นอน และในปีนี้ พิเศษ! ด้วยโซน Smart EV City ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่

โดยงานมอเตอร์โชว์ 2021 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ รถรุ่นเด่นๆ ที่เปิดตัวกันตั้งแต่ก่อนงาน และในงาน Motor Show 2021 แม้ว่าในปีนี้ บริษัทรถยนต์หลายค่าย อาจจะมีรถใหม่มาเปิดตัวกันไม่มากนัก และก็เป็นรถจากแบรนด์จีน และยุโรปเป็นหลัก … เอาละ CARRO ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ กันเลยครับ …

All-New-Mazda-BT-50-2021

Mazda BT-50

All-New Mazda BT-50 (มาสด้า บีที-50) เจเนอเรชั่นใหม่ เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคม 2564 ผนวกคุณสมบัติของรถปิกอัพที่ดีที่สุดในโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว กับแนวคิด “พร้อม…กับทุกด้านของชีวิต” ประกอบด้วย ดีไซน์ออกแบบอย่างสง่างาม คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม ประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.1 กม./ลิตร ทนทานสูงสุด รวมทั้งค่าดูแลรักษาต่ำสุด (เพราะว่าตัวรถใช้แบบเดียวกับ Isuzu D-Max นั่นเอง!)

ปิกอัพสายพันธุ์ใหม่ของมาสด้า กระจังหน้าออกแบบด้วย Signature Wing ขนาดใหญ่ รูปทรงด้านหน้าสไตล์รถ SUV สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ส่วนภายในห้องโดยสาร เน้นความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด ใช้วัสดุคุณภาพสูง

คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน เสาภายในและเพดาน เลือกใช้โทนสีดำตัดกับหนังสีน้ำตาลเข้ม มีเบาะไฟฟ้าปรับได้ 8 ทิศทางและระบบดันหลัง ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone สามารถแยกปรับด้านซ้าย-ขวาได้อิสระ พร้อมแอร์หลัง รวมถึงระบบ Infotainment ที่มาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 9 นิ้ว

มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ซึ่งเครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาด รองรับน้ำมันได้ถึง B20

All-New Mazda BT-50 4 มีให้เลือก 14 รุ่นย่อย ในราคา 553,000 – 1,153,000 บาท

New-MG-Extender-2021

MG Extender

MG Extender (เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์) กระบะพันธุ์ยักษ์ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมราคาในงาน Motor Show 2021 ด้วยรูปโฉมปรับปรุงใหม่หมด กับกระจังหน้าขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ไฟหน้าแบบ 2 ชั้น ด้านบนเป็น Daytime Running Light พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ส่วนชุดไฟหน้าแบบ LED Projector ถูกย้ายไปติดตั้งที่กันชนหน้า คู่กับไฟตัดหมอก

ด้านข้างมาพร้อมบันไดข้างใหม่ คู่ไปกับล้ออัลลอยสี Bi-Colour ขนาด 18 นิ้ว ส่วนด้านท้าย ใช้ไฟท้ายรูปตัว C Curve ตกแต่งฝากระบะท้ายด้วยแผงสีดำ พร้อมแถบสีแดงเชื่อมไฟท้ายทั้งสองเข้าด้วยกัน

ภายในห้องโดยสารของ MG Extender ใหม่ ใช้เบาะนั่งสีทูโทนน้ำตาล-ดำ เสริมด้วยลายเคฟลาร์ มีหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว เชื่อมต่อระบบ i-SMART ได้ พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ๆ อาทิ กล้องมองภาพรอบทิศทาง, ระบบเตือนออกนอกเลน LDW หรือระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง TPMS เป็นต้น

ส่วนขุมพลัง ยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผันจาก Garrett เช่นเดิม

สำหรับราคาของ MG Extender ใหม่ รอดูกันได้ในวันที่ 22 มีนาคมนี้ ที่งาน Motor Show 2021

ORA-Good-Cat

ORA Good Cat

ORA Good Cat (โอร่า กู๊ดแคท) นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ 3 ในแบรนด์ ORA ที่ผลิตออกมาเพื่อจำหน่าย บนแพลทฟอร์มที่ชื่อ L.E.M.O.N. (Lightweight Electrification Multi-purpose Omni-protection Network) เทคโนโลยีสุดล้ำของแพลตฟอร์มแบบ Modular แบบ 5 ประตู Hatchback โดยจำหน่ายในประเทศจีนเมื่อเดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมา

ตัวรถภายนอก มาด้วยดีไซน์แบบ Retro Futurism กลมมนสุดคลาสสิก และด้านท้ายที่ดูแปลกตา ด้วยตำแหน่งไฟเบรกที่ไว้บริเวณกันชนท้าย และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ขนาดยาว ฝังในกระจกบานหลัง พร้อมล้อแม็กแบบ 17 นิ้ว และ 18 นิ้ว ให้เลือก

ภายในยังคงเน้นรูปแบบความคลาสสิค เรียบง่าย มากับเบาะหนังแท้ พวงมาลัยหุ้มหนัง ขับสนุกไปกับ ORA-Enjoyment ปรับเปลี่ยนสภาวะในห้องโดยสารได้ตามต้องการ และระบบ Smart Quick Start แค่เสียบเข็มขัดนิรภัยและเหยียบเบรก ก็สตาร์ทรถได้ทันที

ผนวกกับ Infotainment หรือ ORA Smart-Café ผนวกกับ OS Coffee Intelligent Car Control System ที่ใช้ระบบ AI ในการประมวลผล ทำงานผ่านหน้าจอขนาด 17.25 นิ้ว จำนวน 2 จอ มีระบบจดจำเสียงและใบหน้า และผู้ช่วยอย่าง ORA CAT Avatar ที่แสดงผลเป็นรูปแมวบนหน้าจออีกด้วย

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที จำกัดความเร็วไว้สูงสุดที่ 150 กม./ชม. ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ ORA-Goddess Easy Drive พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ

กับแบตเตอรี่แบบ CTP ขนาดความจุ 47.8 kWh และ 59.1 kWh ซึ่งสามารถชาร์จได้กว่า 80% (จากแบตเตอรี่คงเหลือ 30%) ภายในเวลาเพียง 30 นาที ให้ระยะทางวิ่ง 401 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และ 501 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

เตรียมโชว์ตัวจริงในไทย ที่งาน Motor Show 2021 นี้!

ORA-R1

ORA Black Cat

ORA Good Cat (โอร่า กู๊ด แคท) หรือที่ขายในเมืองจีนชื่อ “ORA R1” รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ A-Segment พัฒนาขึ้นภายใต้ ME Platform ใช้เวลาพัฒนามากกว่า 10 ปี กับ 500 ผู้เชี่ยวชาญในการ R&D ด้วยรูปทรงแบบย้อนยุค แต่ก็ดูเรียบง่าย มีล้อแม็กให้เลือกทั้งแบบ 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว ใช้โครงสร้างตัวรถด้วยเหล็ก High Tensile Steel

ภายในในเรียบหรู เน้นระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการช่วยขับรถ ส่วนระบบขับเคลื่อน ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet แม่เหล็กถาวร สำหรับหมุนล้อคู่หน้า ออกแบบการจัดวางมอเตอร์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ Lithium-ion Polymer หรือ LMP ความจุ 30.7 kWh และระบบประมวลผลไว้ใกล้กัน

มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 35 กิโลวัตต์ (49 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 125 นิวตัน-เมตร ทำความเร็วได้สูงสุด 102 กม./ชม. และให้ระยะทางวิ่ง 301 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และยังมีรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 45 กิโลวัตต์ ให้เลือกอีกด้วย

เตรียมโชว์ตัวจริงในไทย ที่งาน Motor Show 2021 นี้!

Great-Wall-Poer-2021

POER EV

POER EV (โพ อีวี) รถกระบะไฟฟ้าจากแดนมังกรที่เตรียมมาโชว์ในงาน Motor Show 2021 อีกรุ่น เป็นรถที่มีชื่อแบรนด์มาจากคำว่า 炮 (Pao) ที่แปลว่า ความทรงพลัง ที่ทาง Great Wall เลือกชื่อนี้ในการทำตลาดโลก เปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางปี 2020 ที่ผ่านมา ช่วยสะท้อนคอนเซปต์ Power, Peak และ Perfect โดยรุ่นมีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้น และช่วงยาว

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร Turbo 166 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 190 แรงม้า

นอกจากนี้ยังมีรุ่น EV ให้เลือก โดยวางมอเตอร์ไฟฟ้าพิกัดกำลังขนาด 150 กิโลวัตต์ (201 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร สามารถวิ่งได้ในระยะทางมาดถึง 405 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ถือว่าเป็นรถกระบะไฟฟ้าที่วิ่งได้ระยะมากที่สุดที่มีขายในจีน

เตรียมโชว์ตัวจริงในไทย ที่งาน Motor Show 2021 นี้!

Haval-H6-2021

HAVAL H6 Hybrid SUV

HAVAL H6 Hybrid SUV (ฮาวาล เอช6 ไฮบริด เอสยูวี) รถยนต์เอสยูวียอดนิยมระดับโลก ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 3 ไปเมื่อปี 2020 เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผสานกับดีไซน์อันโดดเด่น ที่แอบมาวิ่งทดสอบกลางเมืองกรุงกันได้สักพักแล้ว

ในรุ่นที่ขายในเมืองจีน เป็นแบบเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร GDiT EVO Turbo 160 แรงม้า และแบบ 2.0 ลิตร GDiT EVO 187 แรงม้า ซึ่งทั้ง 2 แบบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด DCT

สำหรับรถ SUV รุ่นนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำหน้า เช่น ระบบช่วยถอยอัตโนมัติ (Automated Reversing Assist), ระบบรักษาระยะห่างและความเร็ว (Intelligent Cornering), ระบบรักษาระยะห่างระหว่างรถ (Intelligent Dodge) และระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (Lane Center Keeping)

เตรียมเปิดตัวรุ่น Hybrid ที่แรกของโลกในไทย ณ งาน Motor Show 2021

Rolls-Royce-Ghost-2021

Rolls-Royce Ghost

Rolls-Royce Ghost (โรลส์-รอยซ์ โกสต์) เปิดตัวในไทยไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา กับรถยนต์รุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในประวัติศาสตร์ 117 ปี ของ Rolls-Royce โดย Ghost รุ่นใหม่นี้ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 5 ปี ให้ออกมาได้อย่างหรูหรา แต่เรียบง่าย ใช้งานได้อเนกประสงค์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั่วโลก

Rolls-Royce Ghost ใช้โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม เรียกว่า “สถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา” (Architecture of Luxury) เช่นเดียวกับ Rolls-Royce รุ่นใหม่ทุกรุ่น ทั้งเบา ยืดหยุ่น แต่แข็งแกร่ง มีอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่สมดุล 50:50

ขณะที่สัญลักษณ์นางฟ้า หรือ “Spirit Of Ecstacy” เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ถูกล้อมกรอบบริเวณฐาน แต่อยู่บนฝากระโปรง ดุจกำลังลอยอยู่กลางทะเลสาบ และที่สุดของเทคโนโลยีต่างๆ อัดแน่นทั้งคัน ผนวกกับความนุ่มนวลของช่วงล่างดุจพรมวิเศษ (Magic Carpet Ride) พัฒนาไปอีกขั้น กับเทคโนโลยี “Planar Suspension System”

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ Twin Turbo V12 ขนาด 6.75 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ช่วยให้ยนตรกรรมพิกัดกว่า 2 ตัน มีอัตราเร่งทันใจ แรงบิดสูงสุดมีให้ใช้ตั้งแต่ 1,600 รอบ/นาที ซึ่งสูงกว่ารอบเดินเบาประมาณ 600 รอบ/นาที เท่านั้น รวมถึงมีการปรับแต่งท่อไอดีใหม่ เพื่อลดเสียงรบกวน

สำหรับ All-New Rolls-Royce Ghost ราคาเริ่มต้น 32,700,000 บาท ส่วน All-New Rolls-Royce Ghost Extended ราคาเริ่มต้น 36,800,000 บาท!!!

Maserati-MC20-2021

Maserati MC20

Maserati MC20 (มาเซราติ เอ็มซี20) ซูเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดจากค่ายตรีศูล ต่อยอดจากรุ่น MC12 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย นับเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของ มาเซราติ ผลิตจากโรงงานในเมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี 100% มาพร้อมรางวัล “Most Beautiful Supercar of the Year 2021” จากฝรั่งเศส และ “Super Sports Car of the Year” จากอังกฤษ

อักษร MC ย่อจาก Maserati Corse ขณะที่ตัวเลข 20 มาจากปีที่เปิดตัว (2020) ใช้เวลาในการรังสรรค์ประมาณ 2 ปี ด้วยความร่วมมือตั้งแต่ต้นของวิศวกรจาก Maserati Innovation Lab, ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจาก Maserati Engine Lab และบรรดานักออกแบบจาก Maserati Style Centre

ระบบอากาศพลศาสตร์ ผ่านการออกแบบและปรับแต่งในอุโมงค์ลมที่ Dallara Wind Tunnel โดยใช้เวลาทั้งหมดกว่า 2,000 ชั่วโมง และการทดสอบ CFD (Computational Fluid Dynamics) กว่า 1,000 ครั้ง ส่งผลให้รถมีบุคลิกโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ประตูเปิดขึ้นแบบปีกผีเสื้อ

ขุมพลังยุคใหม่ ใส่เทคโนโลยีเอฟวัน “Nettuno” เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 Twin Turbo 630 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่มีเทคโนโลยีโดดเด่นจนได้รับสิทธิบัตรจากสถาบันนานาชาติ เรียกว่า MTC (Maserati Twin Combustion) ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุดกว่า 325 กม./ชม. และเป็นเครื่องยนต์ที่ Maserati ผลิตเองอีกครั้ง หลังจากหยุดไปนาน 20 ปี

สนนราคาเริ่มต้น ที่ 21,500,000 บาท!!!

Mercedes-AMG-GLA-35-4MATIC-2021

Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC

Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC (เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีแอลเอ 35) ยนตรกรรมคอมแพ็คเอสยูวีสายพันธุ์แรงที่มาพร้อมความอเนกประสงค์และดีไซน์สปอร์ตตามปรัชญาของ Mercedes-AMG ในทุกรายละเอียด

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์ของ Mercedes-AMG ตลอดทั้งคัน เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าแบบ AMG Specific Radiator Grille, ไฟหน้าใหม่แบบ LED high-performance แบบ Full LED พร้อมไฟแบบ Daytime Running Light และเฉียบคมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่จาก AMG แบบ 5-Twin Spoke ขนาด 19 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารตกแต่งในแบบ AMG Interior ด้วยพวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้านท้ายตัด ตกแต่งด้วยหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch control เบาะนั่ง AMG Sport Seat แบบสปอร์ต ด้วยหนังชนิด ARTICO สลับกับ DINAMICA Micro-Fibre ตัดเย็บด้วยด้ายสีแดงและเข็มขัดนิรภัยสีแดงตลอดทั้งคัน โดยมีไฟล้อมรอบห้องโดยสารแบบ Ambient Light ที่สามารถเลือกปรับได้มากถึง 64 เฉดสี

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อม Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดถึง 306 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที จึงมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.1 วินาที

วางจำหน่ายในราคา 3,190,000 บาท!!!

Mercedes-Benz-GLE-350-de-4MATIC-Exclusive-2021

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive (เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี 350 ดีอี) ผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดและความแข็งแกร่งในแบบฉบับของเครื่องยนต์ดีเซลเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก

การออกแบบภายนอก ให้อารมณ์สปอร์ตในทุกมิติด้วยดีไซน์แบบ Exclusive Body Styling พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่มีความโดดเด่นในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ LED High-Performance ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 20 นิ้ว ตลอดจนความแข็งแกร่งของส่วนท้าย ที่บ่งบอกถึงความโดดเด่น

กับครั้งแรกของระบบมัลติมีเดีย MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่เชื่อมโยงคุณเข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว โดยพัฒนามาจากนวัตกรรม AI และยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน

พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อม Turbocharger และ Intercooler ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 พร้อมแรงม้าสูงสุดถึง 320 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

แนะนำให้ผู้ใช้รถยนต์ไทย ได้สัมผัสแบบ Executive ในราคาเริ่มต้น 4,699,000 บาท!!!

Mercedes-Benz-E-300-e-AMG-Dynamic-2021

Mercedes-Benz E-Class

Mercedes-Benz E-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส) รุ่นใหม่ ดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวอย่างเป็นทางการของรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยยอดขายสะสมมากถึง 14 ล้านคันทั่วโลก เฉพาะตัวถัง W213 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2559 ก็สามารถทำยอดขายสะสมทั่วโลกรวมกว่า 1.2 ล้านคัน

มีให้เลือกในไทย 3 แบบใหม่ ได้แก่ E 300 e Avantgarde, E 220 d AMG Sport และ E 300 e AMG Dynamic ที่มีให้เลือกทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี แบบ Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลพลังแรง และชุดแต่ง AMG Body Styling ที่ปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูล้ำสมัยยิ่งขึ้น

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.7 วินาที

อีกหนึ่งทางเลือก คือ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Turbo ให้พละกำลัง 194 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.3 วินาที ส่วนระบบส่งกำลัง แบบ 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 6.5%

Mercedes-Benz The new E-Class มีวางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่

  • Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde ราคา 3,190,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport ราคา 3,540,000 บาท
  • Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท

BMW-330Li-M-Sport-2021

BMW 330Li M Sport

BMW 330Li M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู 330แอลไอ เอ็ม สปอร์ต) ครั้งแรกของรุ่นฐานล้อยาวในประเทศไทย ที่ยังคงลุคสปอร์ตโฉบเฉี่ยวและสมรรถนะที่เฉียบคมไว้เช่นเคย ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นปกติถึง 110 มม. ส่งให้ตัวรถมีมิติความยาวรวม 4,819 มม. ความกว้างยังคงเดิมที่ 1,827 มม. ขณะที่ความสูงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1,441 มม.

ความยาว 110 มม. ที่เพิ่มขึ้นบริเวณประตูหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารเบาะหลัง เข้า-ออกจากรถ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น และยังสบายกว่าขณะเดินทางด้วยพื้นที่ห้องโดยสารแถวหลังที่ยาวขึ้นอีก 43 มม.

ตัวรถมาพร้อมกับล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้้ว ลาย Double-spoke แบบสลับสี สอดรับกับขอบหน้าต่าง ช่องดักอากาศ และซี่บริเวณกระจังหน้าไตคู่สีดำเงา ภายในโฉบเฉี่ยวด้วยพวงมาลัย M Sport คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec และตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Tetragon

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ส่งกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้าที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550 – 4,400 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 6.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กม.ชม. ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ และรองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO

มาในราคา 2,899,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW-530e-M-Sport-2021

BMW Series-5

BMW Series-5 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5) เปิดตัวรถรุ่นใหม่ในตำนาน เจเนอเรชั่นที่ 7 ต้อนรับปี 2564 ด้วย ในสามรุ่นย่อย ได้แก่ BMW 520d M Sport, BMW 530e Elite และ BMW 530e M Sport กับรูปโฉมที่ทรงพลังยิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน เสริมความล้ำอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ใหม่ล่าสุด

โดย BMW Series-5 โฉมนี้ Concept เปิดตัวที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง Change the way you lead. Lead the way you change. ซึ่งต้องการเน้นย้ำถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เหนือกว่า เพียงแค่ด้านยนตรกรรม

มาพร้อมกระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 20% ในรูปทรงแปดเหลี่ยมแบบใหม่ สอดรับกับไฟหน้า Adaptive LED รูปตัว L สอดรับกับไฟหน้า Adaptive LED รูปตัว L ส่วนไฟท้าย LED มาในรูปแบบสามมิติทรงตัว L รับกับไฟหน้า โฉบเฉี่ยวด้วยกรอบสีดำ มาพร้อมชุดแต่ง M Aerodynamics

มอบประสิทธิภาพเต็มพิกัด ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน และระบบ Plug-In Hybrid พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ใหม่ล่าสุด โดยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบใน BMW 520d M Sport ส่งแรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 7.5 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.

ขณะที่ BMW 530e Elite และ 530e M Sport มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ที่มอบกำลัง 184 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,350 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด ส่งกำลังรวมสูงสุดถึง 215 กิโลวัตต์ / 292 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร

และสามารถเพิ่มกำลังส่งในการเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นด้วยระบบ XtraBoost ซึ่งปลดปล่อยพละกำลังเสริมมากถึง 40 แรงม้า ภายในเวลาเพียง 10 วินาทีเมื่อขับขี่ในโหมด SPORT จึงสามารถโลดแล่นจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 235 กม./ชม.

ผู้สนใจสามารถครอบครอง BMW 520d M Sport ได้ในราคา 3,539,000 บาท, BMW 530e Elite ในราคา 2,999,000 บาท และ BMW 530e M Sport ในราคา 3,739,000 บาท

BMW-M4-Competition-Coupe-2021

BMW M4 Competition Coupe

BMW M4 Competition Coupe (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม4 คอมเพติชั่น คูเป้) หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งความทรงพลัง ความคล่องตัว และความเร้าใจจากวิศวกรรมขั้นสูงของบีเอ็มดับเบิลยู M มาพร้อมสมรรถนะอันโดดเด่นตามแบบฉบับรถแข่งพันธุ์แท้ ปราดเปรียว คล่องตัว และการควบคุมที่เฉียบคม

โครงสร้างตัวถังและแชสซีอันแข็งแกร่ง เสริมประสิทธิภาพด้วยระบบช่วงล่าง Adaptive M พร้อมโช้คอัพที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพลาหน้าและเพลาท้ายยืดหยุ่นด้วยการตั้งค่าตามหลักจลนศาสตร์ของ รุ่น M และยังมาพร้อมระบบ M Servotronic ช่วยปรับกำลังพวงมาลัยให้เหมาะสมกับความเร็ว ระบบเบรก M compound ตอบสนองอย่างทันใจ สร้างประสบการณ์ขับขี่สไตล์สปอร์ตอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ M Dynamic Mode ช่วยให้ดริฟท์รถได้อย่างถึงใจยิ่งขึ้น

หัวใจหลักของบีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition Coupé ใหม่ ผสานพลังจากเครื่องยนต์เบนซินรอบสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ในตระกูล M เข้ากับสมรรถนะจากเทคโนโลยี M TwinPower Turbo รุ่นใหม่ล่าสุด มาในขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง มอบแรงบิดเต็มสูบสูงถึง 650 นิวตันเมตร ที่ 2,750 – 5,500 รอบ/นาที ส่งพละกำลังเร้าใจที่ 510 แรงม้า ที่ 6,250 รอบ/นาที

พร้อมพุ่งทะยานจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ M Steptronic Sport พร้อม Drivelogic ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดการสูญเสียกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมผ่านคันเกียร์ M หรือแป้นเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัย

ราคาจำหน่าย 9,999,000 บาท! (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

Mini-Cooper-S-Countryman-2021

Mini Cooper S Countryman

Mini Cooper S Countryman (มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน) ใหม่ เน้นย้ำเสน่ห์อันแข็งแกร่งของรุ่นรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของมินิ ตัวรถมีรูปลักษณ์ที่หมดจดและหรูหรายิ่งกว่าเคย ส่วนกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ มีแผงใต้กันชนที่เสริมให้มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ใหม่ ดูทรงพลังและทันสมัยเป็นพิเศษ ฟังก์ชั่นไฟหน้าและท้ายทั้งหมดมาพร้อมกับเทคโนโลยี LED คุณภาพสูงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในขณะที่ไฟท้ายโดดเด่นด้วยดวงไฟในลวดลายของธงยูเนียนแจ็ค

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ใหม่ ผสานสมรรถนะที่รองรับการขับขี่หลากหลายรูปแบบเข้ากับการออกแบบห้องโดยสารเพื่อการใช้งานที่หลากหลายไม่แพ้กัน โดยมาพร้อมกับเบาะหลังที่กว้างเต็ม 3 ที่นั่ง นอกจากนี้ เบาะนั่งแถว 2 ยังสามารถปรับพับในแบบ 40 : 20 : 40 เพื่อขยายปริมาตรความจุสัมภาระจาก 450 ลิตร เป็นสูงสุดถึง 1,390 ลิตร

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร มอบแรงม้าสูงสุดถึง 192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบ/นาที ขับขี่สนุกตามสไตล์มินิด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ Steptronic 7 จังหวะ และแบบ Paddle Shift ในรุ่นไฮทริม

ราคาในรุ่น Entry อยู่ที่ 1,999,000 บาท และในรุ่น Hightrim ราคา 2,529,000 บาท

Audi-RS-e-tron-GT-2021

Audi RS e-tron GT

Audi RS e-tron GT (อาวดี้ อาร์เอส อีทรอน จีที) Shaping the Future of Mobility อีกก้าวสำคัญที่จะมาเขย่าวงการยานยนต์ด้วยรถไฟฟ้า 100% ที่มี Performance ดีที่สุดของอาวดี้

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

The-10-Best-In-Motor-Expo-2020

งาน “Motor Expo 2020” หรือ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” นอกจากจะมีการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ รถมือสอง รวมไปถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง อุปกรณ์ตกแต่ง โปรโมชั่น และพริตตี้สาวสวยที่หลายๆ คนชื่นชอบ ในยุค New Normal แล้ว …

ภายในงานยังถือได้ว่ามีเรื่องราว “ที่สุด” ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ทั้งหลายที่นำมาโชว์ด้วย หลายคนอาจไม่ทราบ CARRO ขอรวบรวม 10 ที่สุด ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในงาน “Motor Expo 2020” มาให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับผม

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Suzuki-Celerio-Motor-Expo-2020

1. รถถูกที่สุด

รถที่ “ถูก” ที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ยังคงเป็นSuzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ)” รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร ในราคาเริ่มต้นที่ 318,000 บาท!

Rolls-Royce-Phantom-Motor-Expo-2020

2. รถแพงที่สุด

รถที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ยังคงต้องยกให้เจ้าเดิม อย่าง Rolls-Royce Phantom (โรลส์-รอยซ์ แฟนทอม) ที่ยังคงครองแชมป์รถยนต์นั่งแพงสุดเป็นประจำ กับฉายา The King of Cars กับราคา 53,500,000 บาท!!!

การออกแบบตัวรถ คงความเหลี่ยมสันกับกระจังหน้าแนวตั้งไว้ ภายในยังคงเน้นความหรูหราในระดับประณีตศิลป์ เพิ่มการดีไซน์คอนโซลหน้าใหม่ ด้วยแนวคิด “The Gallery” นำเอาชิ้นงานศิลปะเข้ามาตกแต่งที่แผงคอนโซลฝั่งผู้โดยสาร เปรียบเสมือนเป็นห้องแสดงงานศิลปะที่สามารถเคลื่อนที่ได้

ขุมพลังและตัวตนของ New Phantom เครื่องยนต์ V12 Twin Turbo แบบใหม่ ที่ให้แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ที่ 1,700 รอบ/นาที พลังจะถูกส่งไปยังอย่างเงียบ และแสนสบาย ซึ่งทำให้การขับเคลื่อนดั่งพรมวิเศษดียิ่งขึ้นไปอีก ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.3 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม.

MG-EP-Wagon-2021

3. รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ถูกที่สุด

รถ EV ที่ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ต้องยกให้กับรถยนต์ไฟฟ้าเชื้อชาติอังกฤษ สัญชาติจีน อย่าง MG EP (เอ็มจี อีพี) ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Motor Expo 2020 ด้วยแนวคิด “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที ในราคาถูกสุดในงาน 988,000 บาท!

Porsche-Taycan-Turbo-S

4. รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) แพงที่สุด

รถ EV ที่แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ครั้งนี้ ต้องยกให้ Porsche Taycan (ปอร์เช่ ไทคานน์) ใหม่ สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตซาลูน 4 ประตู ที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และคงไว้ซึ่งงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Porsche Taycan Turbo S มาพร้อมกับพละกำลังสูงสุด 761 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาที

Porsche Taycan Turbo มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 3.2 วินาที ทั้ง 2 รุ่นนี้ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ได้ถึง 260 กม./ชม.

สำหรับในรุ่น Taycan 4 S ที่ติดตั้ง Performance Battery Plus ให้พละกำลังสูงสุด 571 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 4.0 วินาที พร้อมทะยานทะลุความเร็วสูงสุดกว่า 250 กม./ชม.

สำหรับ Porsche Taycan Turbo S ราคาอยู่ที่ 11,700,000 บาท!

Black-High-Wheeler

5. เก่าที่สุด

รถเก่าที่สุดในงาน อยู่ที่บูธ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นั่นคือ “Black High Wheeler” (แบลค์ ไฮ วีลเลอร์) รุ่นปี 1904 ซึ่งความพิเศษของรถโบราณรุ่นนี้ คือ เป็นรถที่มีฐานล้อใหญ่ถึง 75 นิ้ว และผลิตออกมาเพียง 18 คันเท่านั้น

เครื่องยนต์วางใต้แคร่กลางลำ แบบ 2 สูบนอน ความจุ 52 Cu.In. (หรือ 852 ซีซี) 18 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยโซ่ ใช้ล้อแบบรถม้าขอบบางขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว

ผลงานของ Black Manufacturing Company แห่งเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ USA และจำหน่ายโดย Sear, Roebuck & Co. ระหว่างปี 1904-1912 ในปัจจุบันมีเหลือเพียง 13 คันทั่วโลก ถือเป็นรถที่เก่าที่สุดในงาน Motor Expo ครับ

Rolls-Royce-Cullinan-Motor-Expo-2020

6. รถ SUV แพงที่สุด

รถ SUV ที่แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ก็ยังคงเป็น Rolls-Royce Cullinan (โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน) ตัวรถระดับ Ultra Luxury SUV รุ่นแรกของ Rolls-Royce ตั้งชื่อตามเพชรที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันถูกนำไปประดับอยู่บนมงกุฏของพระราชินีแห่งอังกฤษ โครงสร้างตัวถังผลิตจากอะลูมิเนียม ที่เป็นสิทธิบัตรของโรลส์-รอยซ์ ห้องโดยสารสามารถขยายพื้นที่เพื่อเพิ่มความจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,930 ลิตร

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V12 สูบ ขนาด 6.75 ลิตร Twin Turbo 563 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตันเมตร ที่ 1,600 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ในราคา 33,500,000 บาท!

BMW-M5

7. โปรโมชั่นโหดที่สุด

สำหรับโปรโมชั่นโหดสุดในงาน Motor Expo 2020 ปีนี้ ต้องยกให้กับบูธ BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ที่นำ BMW M5 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม 5) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 4.4 ลิตร กับเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 600 แรงม้า ที่ 5,600-6,700 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ M xDrive และปรับเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ได้

ตัวรถราคาเต็มๆ อยู่ที่ 9,339,000 บาท แต่ในงานนี้ ให้ส่วนลดถึง 4,000,000 บาท! (4 ล้านบาท!)

Kawasaki-Road-Bike

8. รถจักรยานแพงที่สุด

ในงาน Motor Expo 2020 นี้ แม้แต่จักรยาน ก็มีขายเช่นกัน! ต้องยกให้ “Kawasaki Road Bike” (คาวาซากิ โรด ไบค์) จักรยานทางเรียบระดับพรีเมียม ที่ผสมผสานระหว่างเฟรมคาร์บอนชั้นยอด และชิ้นส่วนคุณภาพสูงจาก Shimano ตกแต่งด้วยสีเอกลักษณ์ของ Kawasaki นั่นคือ สีเขียวไลม์กรีน ในราคา 349,000 บาท

Harley-Davidson-Touring

9. รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุด

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ต้องยกให้กับ Harley-Davidson Road Glide (ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน โรด กลิด) ที่มาพร้อมความโดดเด่นเรื่องงานดีไซน์ ใช้เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 ขนาด 1,868 ซีซี แบบ 2 สูบ V-Twin 4 จังหวะ 2 วาล์ว/สูบ ในราคา 1,455,500 บาท

Honda-City-Hatchback-2021

10. คนสนใจเยอะที่สุด

รถที่คนสนใจเยอะที่สุดในงาน Motor Expo 2020 คงต้องยกให้ Honda City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค) เพราะเดินผ่านทีไร ก็ต้องเห็นคนยืนล้อมรถกันแน่นบูธทุกที!

รวมรถเด่น รถใหม่ รถเปิดตัวล่าสุด ในงาน Motor Expo 2020

งาน Motor Expo 2020 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37) มาภายใต้แนวคิด “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง” หรือ “Whatever Changes will be…Move on” หลังจากที่ต้องเผชิญกับโควิด-19 อ่วมกันถ้วนหน้าเกือบทั้งปี ผู้บริโภคเอง กำลังซื้อหดหายไปอย่างมากในปีนี้ ค่ายรถจึงต้องอัดแคมเปญ โปรโมชั่น เปิดตัวรถใหม่กันแบบโหมกระหน่ำ!

โดยในงาน Motor Expo 2020 นี้ มีรถยนต์ที่ร่วมงานมากถึง 31 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ และรถจักรยานยนต์อีก 21 แบรนด์ จาก 10 ประเทศ รวมถึงจัดแสดงเรือ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องมากมาย คาดยอดขายกระฉูดเม็ดเงินสะพัดกว่า 35,000 ล้านบาท

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2020 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

นอกจากโปรโมชั่นพิเศษมากมายแล้ว งานนี้ยังมอบโชคคืนกำไรให้แก่ผู้ชมงาน ทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชม Motor Expo Online ชิงรางวัล รวมถึงลุ้นชิงรางวัลอื่นๆ จากการซื้อสินค้าอีกมากมาย

และยังมีรถ Shuttle Bus รับ-ส่ง ฟรี! จาก 3 จุดในกรุงเทพฯ และที่รังสิต รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น. ส่วนขาออกงาน รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น ให้คุณเดินทางมาชมงานได้อย่างสะดวกสบาย

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาเวลาว่าง ไปเดินเที่ยวชมงานกันครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Expo 2020 ได้เลยครับ

Toyota-GR-Yaris

Toyota GR Yaris

Toyota-Innova-Crysta-2021

Toyota Innova Crysta

Lexus-IS300h

Lexus IS 300h

Lexus-UX300e

Lexus UX 300e

Lexus-LS500h

Lexus LS 500h

Honda-City-Hatchback-2021

Honda City Hatchback

Honda-City-eHEV-2021

Honda City e:HEV

Nissan-Note-2020

Nissan Note 2020

Nissan-Navara-PRO4X-2021

Nissan Navara PRO-4X

BMW-Series-4-Coupe-2021

BMW 430i Coupe M Sport

BMW-X1-2021

BMW X1 sDrive20d M Sport

Volvo-XC40-Recharge-2021

Volvo XC40 Recharge

Porsche-Panamera-GTS-2021

Porsche Panamera GTS

KIA-Carnival-2021

KIA Carnival

MG-EP-Wagon-2021

MG EP EV

MG-HS-PHEV-2021

MG HS PHEV

Audi-e-Tron-Sportback

Audi e-tron Sportback

Rolls-Royce-Ghost-Extended-2021

Rolls-Royce Ghost Extended

Maserati-Ghibli-Hybrid

Maserati Ghibli Hybrid

Mercedes-Benz-GLA-200-AMG-Dynamic

Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic

Ford-Ranger-2021

Ford Ranger

Ford-Everest-2021

Ford Everest

โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

หากท่านใดที่อยากได้บัตรเข้างาน Motor Expo 2020 ฟรี! ง่ายๆ ดูรายละเอียดการขอบัตรได้ในนี้เลย —> https://th.carro.co/blog/carro-ticket-motor-expo/

New-Car-In-Motor-Expo-2020

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” หรือ The 37th Thailand International Motor Expo 2020 ภายใต้แนวคิด “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง” หรือ “Whatever Changes will be…Move on” หลังจากที่ต้องเผชิญกับโควิด-19 มาเกือบทั้งปีนี้ จนอ่วมไปตามๆ กัน ทั้งตัวค่ายรถเอง และผู้บริโภคเอง กำลังซื้อหดหายไปอย่างมากในปีนี้

โดยงาน Motor Expo 2020 พร้อมจัดงานในยุค New Normal เตรียมนำรถรุ่นใหม่ และรถรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงส่งท้ายปี 2020 โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2020 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เปิดตัวก่อนงานและในงาน Motor Expo 2020 นับตั้งแต่ในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน บริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ไปแล้วหลายค่าย CARRO ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

Toyota-GR-Yaris-2021

1. Toyota GR Yaris

Toyota เตรียมสั่งนำเข้า Toyota GR Yaris (โตโยต้า จีอาร์ ยาริส) รถสปอร์ตตัวแรง 3 ประตู แต่งซิ่งครบสูตร ด้วยโควต้านำเข้าเพียง 6 คันเท่านั้น ในราคาประมาณ 2.7 ล้านบาท! หลังจากที่เปิตตัวในญี่ปุ่นไปในงาน Tokyo Auto Salon 2020 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และจัดได้ว่าเป็น Yaris ที่แรงที่สุดในโลกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินรหัส G16E-GTS ขนาด 1.6 ลิตร Turbo แบบ 3 สูบแถวเรียง ให้แรงม้าสูงสุด 272 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร (37.7 กก.-ม.) ที่ 3,000-4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ GR4 ที่ถูกพัฒนามาจากในสนามแข่ง WRC

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.5 วินาที และจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 230 กม./ชม.

Toyota-Innova-Crysta-2021

2. Toyota Innova (Minorchange)

Toyota (โตโยต้า) เผยโฉม Toyota Innova (โตโยต้า อินโนวา) รุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีให้เลือก 3 รุ่น คือ 2.8 Crysta Premium, 2.8 Crysta และ 2.0 Entry ปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกรอบคัน โฉบเฉี่ยว ทันสมัย โดดเด่นสะดุดตามากขึ้น นับตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ กันชนหน้าใหม่ ชุดตกแต่งรอบคัน สปอยเลอร์หลัง ล้อแม็กดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว และ 17 นิ้ว

ภายในออกแบบอย่างมีระดับ กว้างสบาย ตืดตั้งเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และฟังก์ชันความปลอดภัยอย่าง กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Panoramic View Monitor) และสัญญาณกะระยะด้านหน้าและด้านหลัง

พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร GD-Efficient Boost, เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Dual VVT-i ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในราคา 1,199,000 – 1,429,000 บาท

Nissan-Navara-Pro-4X-2021

3. Nissan Navara

Nissan (นิสสัน) เปิดตัว Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) โฉมหน้ายกใหม่!ถอดแบบมาจากรุ่นพี่สายพันธุ์ยักษ์อย่าง Nissan Titan บุกตลาดเป็นประเทศแรกในโลก ด้วยดีไซน์ใหม่ดุดัน เพื่อลูกค้าคนไทยด้วยพลังที่กล้า เพื่อคนแกร่ง จากชื่อเสียงมากกว่า 80 ปี ของรถกระบะนิสสันที่ลูกค้ายอมรับในเรื่องความแข็งแกร่งทนทาน โดยไม่ละทิ้ง DNA ของนิสสันที่ท้าทายทุกขีดจำกัด

ดีไซน์ Concept “Unbreakable Design” คำนึงถึงการใช้งาน และความชื่นชอบของลูกค้า กับรุ่นย่อยใหม่ PRO4X และ PRO2X อีกขั้นของกระบะ Adventure สำหรับทุกความท้าทาย ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดุดัน กระจังหน้าใหม่แบบ Interlock และซุ้มล้อขนาดใหญ่ ชุดไฟหน้าแบบ QUAD – LED คุณภาพสูง 4 ดวง พร้อม Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED แบบเส้นเดียวที่ทันสมัย

มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ รหัส YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ Twin Turbo เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมด Manual ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร (Nm) และ Nissan Intelligent Mobility เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะเต็มรูปแบบ ในราคา 599,000 – 1,149,000 บาท

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

4. Honda City Hatchback

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค) ครั้งแรกในโลกกับฮอนด้า ซิตี้ ในรูปแบบ 5 ประตู ในไทย ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI

ผสานเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR) และการขับขี่ที่สนุกสนานกับ ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที

ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กม./ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด และสามารถรองรับน้ำมัน E20 ในราคา 599,000 – 749,000 บาท!

New-Honda-City-Hybrid-2021

5. Honda City e:HEV

Honda (ฮอนด้า) เปิดตัว Honda City e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ อีเอชอีวี) ยนตรกรรม Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ City Car ในประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive i-MMD ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 98 แรงม้า

ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นระบบ Full Hybrid 109 แรงม้า ที่ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กม./ลิตร และรองรับน้ำมัน E20

พร้อมเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ดีไซน์สปอร์ตโดดเด่น ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS เสริมเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็นไฮบริดด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และโลโก้ e:HEV

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม ในราคา 839,000 บาท!

All-New-Isuzu-MU-X-2020

6. Isuzu MU-X

Isuzu (อีซูซุ) เปิดตัว  “All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์)” ใหม่ ครั้งแรกของโลก! ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมดระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด ในราคา 1,121,000 บาท (ราคาช่วงแนะนำ 1,109,000 บาท) – 1,579,000 บาท

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L

Mitsubishi-Outlander-PHEV-2020

7. Mitsubishi Outlander PHEV

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) เตรียมรุกตลาดรถยนต์ Plug-In Hybrid เป็นครั้งแรกในไทยกับ Mitsubishi Outlander PHEV (มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ ปลั๊กอินไฮบริด) ที่ผลิตจากโรงงานแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Expo 2020 นี้

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ 135 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 211 นิวตันเมตร ผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว หน้า-หลัง ให้กำลัง 82 แรงม้า และ 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 195 นิวตันเมตรทั้งคู่ ให้กำลังรวมสูงสุด 305 แรงม้า โดยราคารุ่น GT อยู่ที่ 1,640,000 บาท และรุ่น GT Premium ราคา 1,749,000 บาท

Mitsubishi-Xpander-2020

8. Mitsubishi Xpander

Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) รุ่นปรับปรุงใหม่ โดดเด่นมากขึ้นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ และเสาอากาศแบบครีบฉลาม พร้อมเอกลักษณ์การออกแบบ Advanced ‘Dynamic Shield’ ที่มาพร้อมกับสีภายนอกใหม่ สีเทา Graphite Gray พร้อมด้วยระยะความสูงจากพื้นถึง 205 มม.

ห้องโดยสารภายในสะดวกสบาย กว้างขวาง ตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่มคุณภาพเยี่ยม มีความเงียบเพิ่มมากขึ้น มีเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนที่ต่ำ (NVH) เพิ่มสุนทรียภาพตามปรัชญาแบบ “โอโมเตะนาชิ” ที่ถ่ายทอดความประณีตและยังใส่ใจในทุกรายละเอียด

สะดวกสบายมากขึ้นด้วยกุญแจอัจฉริยะแบบ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พวงมาลัยสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ และปรับเข้า-ออกได้ พร้อมกับสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย และจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ ในราคา 789,000 – 863,000 บาท

Ford-Ranger-2021

9. Ford Ranger / Everest

Ford (ฟอร์ด) ปรับโฉม Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) ใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘Live The Ranger Life’ มาพร้อมระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น โดยรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ทุกคันจะได้รับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ในราคา 669,000 – 1,699,000 บาท

ภายนอกกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตกแต่งตะแกรงสีดำ ในรุ่น XL, XL Street, XL+, XLT และWildtrak, ล้ออัลลอยสีดำและกระจกข้างสีดำในรุ่น XL+ Sport, XL Street, XLT และ Wildtrak, มือจับประตูสีดำในรุ่น XL+ Sport, XLT และ Wildtrak และอุปกรณ์เสริมใหม่ แผ่นเปิด-ปิดฝากระบะท้ายด้วยระบบไฟฟ้า (Power Roller Shutter) เป็นครั้งแรกสำหรับ Wildtrak

ในโอกาสนี้ Ford ยังได้เปิดตัว Ranger XL Street ใหม่ กระบะตอนครึ่งตัวเตี้ยแต่งพิเศษ เป็นรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ผลงานของทีมดีไซเนอร์ของ ฟอร์ด ออสเตรเลีย ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Ford Ranger ของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง (Ford Thailand Racing – FTR) มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ผสานเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Ford-Everest-2021

และในส่วนของ Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) ใหม่ ต่อยอดความสำเร็จของ Ford Everest Sport ที่ได้รับกระแสตอบรับดีจากลูกค้า โดยลูกค้ากว่าครึ่ง ให้ความสนใจเลือกซื้อจากดีไซน์สไตล์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และดุดัน

ด้วยกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวอักษรนูน ‘Everest’ บนฝากระโปรงหน้า พร้อมมือจับ กระจกข้าง และล้ออัลลอยใหม่สำหรับรุ่นเทรนด์ พร้อมมอบตัวเลือกสีภายนอกใหม่ สีขาว สโนว์ เฟลก ไวท์ เพิร์ล สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ สำหรับรุ่นเทรนด์, ไทเทเนี่ยม และไทเทเนี่ยม พลัส และสีน้ำเงินดีพ คริสตัล บลู สำหรับรุ่นสปอร์ต ในราคา 1,299,000 – 1,799,000 บาท

Rolls-Royce-Ghost-2021

10. Rolls-Royce Ghost

Rolls-Royce (โรลส์-รอยซ์) เผยโฉม Rolls-Royce Ghost (โรลส์-รอยซ์ โกสต์) เจเนอเรชั่น 2 ในฐานะตัวแทนการเข้าสู่ยุคใหม่ของบริษัท ที่เตรียมมาเปิดตัวเขย่าตู้เซฟเศรษฐีไทย ให้เอาเงินออกมาซื้อได้ในเดือนนี้

Rolls-Royce Ghost ใหม่ พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มอลูมิเนียม สเปซเฟรม Architecture of Luxury แบบเดียวกับ Rolls-Royce Phantom และ Rolls-Royce Cullinan การออกแบบตัวรถเน้นความเรียบง่าย ใช้ประตูคู่หลังแบบ Coach Doors กับห้องโดยสารที่เงียบเชียบภายใต้สูตร Formula for Serenity รวมถึงงานตกแต่งพิเศษจากแผนก Bespoke และปรับปรุงระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสารใหม่ Micro-Environment Purification System หรือ MEPS เป็นต้น

ขุมพลังมาจากเครื่องยนต์เบนซินตระกูล N74 ของ BMW แบบ V12 ความจุ 6.75 ลิตร Twin Turbo 563 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่ 1,600 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF พร้อมเทคโนโลยี Satellite Aided Transmission

Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

11. Maserati Ghibli Hybrid

Maserati (มาเซราติ) เผยโฉม Maserati Ghibli Hybrid (มาเซราติ กิบลี ไฮบริด) หัวใจลูกผสมแบบ Mild Hybrid เป็นครั้งแรกของค่ายนี้ พร้อมการปรับปรุงใหม่รอบคัน ให้ดูแตกต่างไปจาก Ghibli รุ่นปกติ สำหรับลูกค้าที่มองหาสมรรถนะและความประหยัด เตรียมเปิดตัวในไทยเดือนนี้

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร Turbo ฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง อัดอากาศด้วย Supercharge ไฟฟ้า หรือ E-Booster ให้แรงม้าสูงสุด 330 แรงม้า และส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ของ ZF พร้อมกำลังไฟ 48 โวลต์ ที่ใช้เทคโนโลยี BSG หรือ Belt-Driven Starter Generator สายพานที่รวมกับมอเตอร์สตาร์ท ทำหน้าที่แทน Alternator (ไดชาร์จ) และนำกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ระบบไฟ 48 โวลท์ ไปเพิ่มแรงบิด และลดการใช้เชื้อเพลิง

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 255 กม./ชม. อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ มีระบบเชื่อมต่อภายใต้โปรแกรม Maserati Connect ให้ข้อมูลผู้ขับขี่ ทำงานร่วมกับชุดระบบมัลติมีเดีย MIA (Maserati Intelligent Assistant) แบบใหม่ ใช้พื้นฐานของ Android Automotive แสดงผลด้วยจอทัชสกรีนขนาด 10.1 นิ้ว

Audi-e-tron-Sportback-55-quattro-S-line-2020

12. Audi e-tron Sportback

Audi (อาวดี้) เปิดตัว Audi e-tron Sportback 55 quattro S line รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โมเดลที่ 2 ของ Audi เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย ชูจุดเด่นและความสมบูรณ์แบบทางเทคโนโลยีไฟฟ้า 100% ตอบรับกลยุทธ์ของ AUDI AG ที่กำหนดนิยามใหม่ของ “Vorsprung” ให้มีความทันสมัย สะท้อนจุดยืน ความพร้อม และบทบาทของแบรนด์ Audi สำหรับยุคยานยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า

พร้อมเปิดตัวแคมเปญ Branding ใหม่พร้อมกันทั่วโลก กับสโลแกน “Future is An Attitude” ชูจุดเด่นของเทคโนโลยี ดีไซน์ที่สะท้อน DNA ของ Audi ลุคสปอร์ตพรีเมียมและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ภายในมาพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว และจอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน (Haptic Feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว เพียงปลายนิ้วสัมผัส รองรับการสั่งการด้วยการเขียนด้วยนิ้ว เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือด้วย Audi Smartphone Interface และเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ

ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (Electric quattro) มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้กำลังสูงสุดถึง 300 กิโลวัตต์ หรือ 408 แรงม้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 463 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง (อ้างอิงตามผลการทดสอบโดยใช้มาตรฐาน NEDC) การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง

ผสมผสานกับระบบขับเคลื่อน quattro และมีการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (Recuperation) อย่างชาญฉลาด 2 รูปแบบ คือ พลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว (Coasting) และพลังงานจากการเบรก (Braking) พร้อมเปิดจองและส่งมอบทันทีในราคา 5,299,000 บาท

BMW-430i-Coupe-M-Sport-2021

13. BMW 430i Coupe M Sport

BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) เปิดตัว BMW 430i Coupe M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 4 คูเป้) ใหม่ มาพร้อมกลิ่นอายที่ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่ง ทรงพลัง และความหรูหราในสไตล์คูเป้ของ BMW ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี

โดย BMW 430i Coupe M Sport ใหม่ พัฒนาทั้งในด้านสมรรถนะและสุนทรียภาพให้โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้า รวมถึง BMW ซีรี่ส์ 3 ซีดาน อย่างชัดเจน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo รุ่นใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยี Mild Hybrid ยกระดับการโต้ตอบให้ฉับไวกว่า มอบสมรรถนะการขับขี่ได้เต็มพิกัด

ส่งพละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ระหว่าง 1,550- 4,400 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.8 วินาที ในราคา 3,969,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW-X1-sDrive20d-M-Sport-2021

14. BMW X1

BMW X1 (บีเอ็มดับเบิลยู X1) รถยนต์ Sports Activity Vehicle รุ่นปรับโฉมใหม่ ให้การใช้งานที่หลากหลายยิ่งกว่า และฟีเจอร์การใช้งานและอุปกรณ์ล้ำสมัยอีกมากมาย มาพร้อมเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo แบบ 3 สูบ และ 4 สูบ

โดย BNW X1 sDrive18i (Iconic) ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 4,600-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,480-4,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 7 จังหวะ คลัทช์คู่ อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 9.7 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 205 กม./ชม.

ในขณะที่ BMW X1 sDrive20d xLine และ BMW X1 sDrive20d M Sport ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที สามารถเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 222 กม./ชม.

ซึ่งในรุ่น xLine มาพร้อมเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 8 จังหวะ และในรุ่น M Sport มาพร้อมเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบสปอร์ต ในราคา 1,999,000 – 2,559,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

New-MG-HS-PHEV-2020

15. MG HS PHEV

MG (เอ็มจี) เปิดตัว MG HS PHEV (เอ็มจี เอชเอส ปลั๊กอินไฮบริด) ชูแนวคิด “Refinement” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดยสะท้อนถึงความเหนือระดับ ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบายความปลอดภัย และการแนะนำเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมนวัตกรรม Hairpin Design พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดใหญ่ 16.6 kWh ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ EDU II – 10 Speeds ให้กำลังสูงสุด 284 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร สามารถเลือกขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร

พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานสูงมากถึง 25 ระบบ พร้อมทั้ง Advanced Driver Assistance System สนับสนุนช่วยเหลือผู้ขับขี่เทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous) ระดับ 2 ในราคา 1,359,000 บาท

KIA-Grand-Carnival-2021

16. KIA Grand Carnival

KIA (เกีย) ก็ขอเผยโฉมรถใหม่ๆ ในงาน Motor Expo 2020 ครั้งนี้บ้าง ด้วยการเปิดตัว KIA Grand Carnival (เกีย แกรนด์ คานิวัล) ใหม่! เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ส่งตรงจากเกาหลีใต้มาถึงไทย ที่เตรียมเปิดราคาในงานนี้ด้วยเลย

สำหรับ KIA Grand Carnival โฉมนี้ ปรับรูปโฉมใหม่หมดที่ดูคล้ายกับ SUV และรถมินิแวนในฝั่งอเมริกันมากขึ้น พร้อมกระจังหน้าแบบ Tiger Nose และเส้นสายตัวถังแบบใหม่ เพิ่มเหลี่ยมมุมมากขึ้น สร้างขึ้นบนแพลทฟอร์มใหม่ล่าสุดอย่าง “Grand Utility Vehicle” ที่ใช้ร่วมกับรุ่น Optima และ Sorento พร้อมห้องโดยสารภายในที่หรูหรามากขึ้น โดดเด่นด้วยจอ Infotainment ขนาดใหญ่ด้านคอนโซลหน้า

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร CRDi Turbo 202 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

New-Car-Booking-MotorShow-2020

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยยอดจองรถยนต์หลังการจัดงาน Motor Show 2020 แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ก็ยังมีผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนถึง 1,049,046 คน ขณะที่ยอดจองในงานทะลุ 20,000 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถในช่วงครึ่งปีหลังมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น

เมื่อรวมเข้ากับสภาวะของเศรษฐกิจที่บรรยากาศไม่เอื้อต่อการจับจ่ายของผู้บริโภค แม้ค่ายรถยนต์จะพยายามนำเสนอแคมเปญที่ดีภายในงาน แต่ผู้บริโภคก็ยังคงชะลอการตัดสินใจในการซื้อรถออกไป สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้บริโภค ในการตัดสินใจใช้เงินในสภาวะเช่นนี้

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 29 มี.ค. – 9 เม.ย. 2560 รวม 36,093 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561 รวม 36,587 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 27 มี.ค. – 7 เม.ย. 2562 รวม 49,278 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 15 ก.ค. – 26 ก.ค. 2563 รวม 22,791 คัน

ตัวเลขยอดจองรวมทุกค่ายอยู่ที่ 22,791 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 18,381 คัน และรถจักรยานยนต์ 4,410 คัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับเป้าที่แต่ละบริษัทฯ ได้คาดการณ์ไว้ แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

 ยอดจองรถยนต์ในงาน-Motor-Show-2020

ตารางยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2020

ยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน-Motor-Show-2020

ตารางยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน Motor Show 2020

ซึ่งจากตัวเลขยอดจองรถภายในงาน ตลาดรถยนต์ในกลุ่มราคาตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภค เนื่องจากมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น

ยอดจองรถยนต์ 10 อันดับของ Motor Show 2020 วันที่ 15 ก.ค. – 26 ก.ค. 2563

1. Toyota 3,745 คัน

Toyota-Corolla-Cross-2020

2. Mazda 2,365 คัน

Mazda-CX-30-2020

3. Honda 2,001 คัน

Honda-CR-V-2020

4. Suzuki 1,583 คัน

Suzuki-XL7

5. Isuzu 1,510 คัน

Isuzu-D-Max-2020

6. MG 1,399 คัน

MG-ZS-2020

7. Mitsubishi 1,227 คัน

Mitsubishi-Xpander-Cross

8. Nissan 952 คัน

Nissan-Kicks-e-POWER-2020

9. BMW 888 คัน

BMW-X3-2020

10. Ford 742 คัน

Ford-Ranger-Raptor-2020

ส่วนแบรนด์รถจักรยานยนต์ ที่ทำยอดจองสูงสุด ได้แก่ อันดับ 1 ฮอนด้า ยอดจองรวม 1,545 คัน อันดับ 2 ยามาฮ่า 1,387 คัน อันดับ 3 คาวาซากิ ยอดจองรวม 446 คัน อันดับ 4 รอยัล เอนฟิลด์ ยอดจองรวม 321 คัน และอันดับ 5 ซูซูกิ 203 คัน

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก