The-10-Best-In-Motor-Expo-2020

งาน “Motor Expo 2020” หรือ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” นอกจากจะมีการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ รถมือสอง รวมไปถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง อุปกรณ์ตกแต่ง โปรโมชั่น และพริตตี้สาวสวยที่หลายๆ คนชื่นชอบ ในยุค New Normal แล้ว …

ภายในงานยังถือได้ว่ามีเรื่องราว “ที่สุด” ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ทั้งหลายที่นำมาโชว์ด้วย หลายคนอาจไม่ทราบ CARRO ขอรวบรวม 10 ที่สุด ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในงาน “Motor Expo 2020” มาให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับผม

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Suzuki-Celerio-Motor-Expo-2020

1. รถถูกที่สุด

รถที่ “ถูก” ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ยังคงเป็นSuzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ)” รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร ในราคาเริ่มต้นที่ 318,000 บาท!

Rolls-Royce-Phantom-Motor-Expo-2020

2. รถแพงที่สุด

รถที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ยังคงต้องยกให้เจ้าเดิม อย่าง Rolls-Royce Phantom (โรลส์-รอยซ์ แฟนทอม) ที่ยังคงครองแชมป์รถยนต์นั่งแพงสุดเป็นประจำ กับฉายา The King of Cars กับราคา 53,500,000 บาท!!!

การออกแบบตัวรถ คงความเหลี่ยมสันกับกระจังหน้าแนวตั้งไว้ ภายในยังคงเน้นความหรูหราในระดับประณีตศิลป์ เพิ่มการดีไซน์คอนโซลหน้าใหม่ ด้วยแนวคิด “The Gallery” นำเอาชิ้นงานศิลปะเข้ามาตกแต่งที่แผงคอนโซลฝั่งผู้โดยสาร เปรียบเสมือนเป็นห้องแสดงงานศิลปะที่สามารถเคลื่อนที่ได้

ขุมพลังและตัวตนของ New Phantom เครื่องยนต์ V12 Twin Turbo แบบใหม่ ที่ให้แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ที่ 1,700 รอบ/นาที พลังจะถูกส่งไปยังอย่างเงียบ และแสนสบาย ซึ่งทำให้การขับเคลื่อนดั่งพรมวิเศษดียิ่งขึ้นไปอีก ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.3 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม.

MG-EP-Wagon-2021

3. รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ถูกที่สุด

รถ EV ที่ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ต้องยกให้กับรถยนต์ไฟฟ้าเชื้อชาติอังกฤษ สัญชาติจีน อย่าง MG EP (เอ็มจี อีพี) ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Motor Expo 2020 ด้วยแนวคิด “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที ในราคาถูกสุดในงาน 988,000 บาท!

Porsche-Taycan-Turbo-S

4. รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) แพงที่สุด

รถ EV ที่แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ครั้งนี้ ต้องยกให้ Porsche Taycan (ปอร์เช่ ไทคานน์) ใหม่ สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตซาลูน 4 ประตู ที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงขับเคลื่อนสูง 800 โวลต์ เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และคงไว้ซึ่งงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Porsche Taycan Turbo S มาพร้อมกับพละกำลังสูงสุด 761 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลาเพียง 2.8 วินาที

Porsche Taycan Turbo มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า ให้อัตราเร่งออกตัวจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 3.2 วินาที ทั้ง 2 รุ่นนี้ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ได้ถึง 260 กม./ชม.

สำหรับในรุ่น Taycan 4 S ที่ติดตั้ง Performance Battery Plus ให้พละกำลังสูงสุด 571 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 4.0 วินาที พร้อมทะยานทะลุความเร็วสูงสุดกว่า 250 กม./ชม.

สำหรับ Porsche Taycan Turbo S ราคาอยู่ที่ 11,700,000 บาท!

Black-High-Wheeler

5. เก่าที่สุด

รถเก่าที่สุดในงาน อยู่ที่บูธ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นั่นคือ “Black High Wheeler” (แบลค์ ไฮ วีลเลอร์) รุ่นปี 1904 ซึ่งความพิเศษของรถโบราณรุ่นนี้ คือ เป็นรถที่มีฐานล้อใหญ่ถึง 75 นิ้ว และผลิตออกมาเพียง 18 คันเท่านั้น

เครื่องยนต์วางใต้แคร่กลางลำ แบบ 2 สูบนอน ความจุ 52 Cu.In. (หรือ 852 ซีซี) 18 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยโซ่ ใช้ล้อแบบรถม้าขอบบางขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว

ผลงานของ Black Manufacturing Company แห่งเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ USA และจำหน่ายโดย Sear, Roebuck & Co. ระหว่างปี 1904-1912 ในปัจจุบันมีเหลือเพียง 13 คันทั่วโลก ถือเป็นรถที่เก่าที่สุดในงาน Motor Expo ครับ

Rolls-Royce-Cullinan-Motor-Expo-2020

6. รถ SUV แพงที่สุด

รถ SUV ที่แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ก็ยังคงเป็น Rolls-Royce Cullinan (โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน) ตัวรถระดับ Ultra Luxury SUV รุ่นแรกของ Rolls-Royce ตั้งชื่อตามเพชรที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันถูกนำไปประดับอยู่บนมงกุฏของพระราชินีแห่งอังกฤษ โครงสร้างตัวถังผลิตจากอะลูมิเนียม ที่เป็นสิทธิบัตรของโรลส์-รอยซ์ ห้องโดยสารสามารถขยายพื้นที่เพื่อเพิ่มความจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,930 ลิตร

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V12 สูบ ขนาด 6.75 ลิตร Twin Turbo 563 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตันเมตร ที่ 1,600 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ในราคา 33,500,000 บาท!

BMW-M5

7. โปรโมชั่นโหดที่สุด

สำหรับโปรโมชั่นโหดสุดในงาน Motor Expo 2020 ปีนี้ ต้องยกให้กับบูธ BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ที่นำ BMW M5 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม 5) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V8 4.4 ลิตร กับเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 600 แรงม้า ที่ 5,600-6,700 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ M xDrive และปรับเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ได้

ตัวรถราคาเต็มๆ อยู่ที่ 9,339,000 บาท แต่ในงานนี้ ให้ส่วนลดถึง 4,000,000 บาท! (4 ล้านบาท!)

Kawasaki-Road-Bike

8. รถจักรยานแพงที่สุด

ในงาน Motor Expo 2020 นี้ แม้แต่จักรยาน ก็มีขายเช่นกัน! ต้องยกให้ “Kawasaki Road Bike” (คาวาซากิ โรด ไบค์) จักรยานทางเรียบระดับพรีเมียม ที่ผสมผสานระหว่างเฟรมคาร์บอนชั้นยอด และชิ้นส่วนคุณภาพสูงจาก Shimano ตกแต่งด้วยสีเอกลักษณ์ของ Kawasaki นั่นคือ สีเขียวไลม์กรีน ในราคา 349,000 บาท

Harley-Davidson-Touring

9. รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุด

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2020 ต้องยกให้กับ Harley-Davidson Road Glide (ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน โรด กลิด) ที่มาพร้อมความโดดเด่นเรื่องงานดีไซน์ ใช้เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 114 ขนาด 1,868 ซีซี แบบ 2 สูบ V-Twin 4 จังหวะ 2 วาล์ว/สูบ ในราคา 1,455,500 บาท

Honda-City-Hatchback-2021

10. คนสนใจเยอะที่สุด

รถที่คนสนใจเยอะที่สุดในงาน Motor Expo 2020 คงต้องยกให้ Honda City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค) เพราะเดินผ่านทีไร ก็ต้องเห็นคนยืนล้อมรถกันแน่นบูธทุกที!

Motor-Expo-2020-Cars-Highlight

งาน Motor Expo 2020 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37) มาภายใต้แนวคิด “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง” หรือ “Whatever Changes will be…Move on” หลังจากที่ต้องเผชิญกับโควิด-19 อ่วมกันถ้วนหน้าเกือบทั้งปี ผู้บริโภคเอง กำลังซื้อหดหายไปอย่างมากในปีนี้ ค่ายรถจึงต้องอัดแคมเปญ โปรโมชั่น เปิดตัวรถใหม่กันแบบโหมกระหน่ำ!

โดยในงาน Motor Expo 2020 นี้ มีรถยนต์ที่ร่วมงานมากถึง 31 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ และรถจักรยานยนต์อีก 21 แบรนด์ จาก 10 ประเทศ รวมถึงจัดแสดงเรือ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องมากมาย คาดยอดขายกระฉูดเม็ดเงินสะพัดกว่า 35,000 ล้านบาท

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2020 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

นอกจากโปรโมชั่นพิเศษมากมายแล้ว งานนี้ยังมอบโชคคืนกำไรให้แก่ผู้ชมงาน ทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชม Motor Expo Online ชิงรางวัล รวมถึงลุ้นชิงรางวัลอื่นๆ จากการซื้อสินค้าอีกมากมาย

และยังมีรถ Shuttle Bus รับ-ส่ง ฟรี! จาก 3 จุดในกรุงเทพฯ และที่รังสิต รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น. ส่วนขาออกงาน รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น ให้คุณเดินทางมาชมงานได้อย่างสะดวกสบาย

ทาง CARRO อยากให้คนรักรถทุกท่าน หาเวลาว่าง ไปเดินเที่ยวชมงานกันครับ … เชิญชมกับภาพบรรยากาศภายในงาน Motor Expo 2020 ได้เลยครับ

Toyota-GR-Yaris

Toyota GR Yaris

Toyota-Innova-Crysta-2021

Toyota Innova Crysta

Lexus-IS300h

Lexus IS 300h

Lexus-UX300e

Lexus UX 300e

Lexus-LS500h

Lexus LS 500h

Honda-City-Hatchback-2021

Honda City Hatchback

Honda-City-eHEV-2021

Honda City e:HEV

Nissan-Note-2020

Nissan Note 2020

Nissan-Navara-PRO4X-2021

Nissan Navara PRO-4X

BMW-Series-4-Coupe-2021

BMW 430i Coupe M Sport

BMW-X1-2021

BMW X1 sDrive20d M Sport

Volvo-XC40-Recharge-2021

Volvo XC40 Recharge

Porsche-Panamera-GTS-2021

Porsche Panamera GTS

KIA-Carnival-2021

KIA Carnival

MG-EP-Wagon-2021

MG EP EV

MG-HS-PHEV-2021

MG HS PHEV

Audi-e-Tron-Sportback

Audi e-tron Sportback

Rolls-Royce-Ghost-Extended-2021

Rolls-Royce Ghost Extended

Maserati-Ghibli-Hybrid

Maserati Ghibli Hybrid

Mercedes-Benz-GLA-200-AMG-Dynamic

Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic

Ford-Ranger-2021

Ford Ranger

Ford-Everest-2021

Ford Everest

โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

หากท่านใดที่อยากได้บัตรเข้างาน Motor Expo 2020 ฟรี! ง่ายๆ ดูรายละเอียดการขอบัตรได้ในนี้เลย —> https://blog.carro.co/carro-ticket-motor-expo/

New-Car-In-Motor-Expo-2020

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” หรือ The 37th Thailand International Motor Expo 2020 ภายใต้แนวคิด “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง” หรือ “Whatever Changes will be…Move on” หลังจากที่ต้องเผชิญกับโควิด-19 มาเกือบทั้งปีนี้ จนอ่วมไปตามๆ กัน ทั้งตัวค่ายรถเอง และผู้บริโภคเอง กำลังซื้อหดหายไปอย่างมากในปีนี้

โดยงาน Motor Expo 2020 พร้อมจัดงานในยุค New Normal เตรียมนำรถรุ่นใหม่ และรถรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงส่งท้ายปี 2020 โดยงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ไหนๆ จะไปดู ไปซื้อรถใหม่ที่งาน Motor Expo 2020 กันแล้ว ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ เราพร้อมรับซื้อรถของคุณ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Fanpage Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เปิดตัวก่อนงานและในงาน Motor Expo 2020 นับตั้งแต่ในเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน บริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ไปแล้วหลายค่าย CARRO ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

Toyota-GR-Yaris-2021

1. Toyota GR Yaris

Toyota เตรียมสั่งนำเข้า Toyota GR Yaris (โตโยต้า จีอาร์ ยาริส) รถสปอร์ตตัวแรง 3 ประตู แต่งซิ่งครบสูตร ด้วยโควต้านำเข้าเพียง 6 คันเท่านั้น ในราคาประมาณ 2.7 ล้านบาท! หลังจากที่เปิตตัวในญี่ปุ่นไปในงาน Tokyo Auto Salon 2020 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และจัดได้ว่าเป็น Yaris ที่แรงที่สุดในโลกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินรหัส G16E-GTS ขนาด 1.6 ลิตร Turbo แบบ 3 สูบแถวเรียง ให้แรงม้าสูงสุด 272 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร (37.7 กก.-ม.) ที่ 3,000-4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ GR4 ที่ถูกพัฒนามาจากในสนามแข่ง WRC

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.5 วินาที และจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 230 กม./ชม.

Toyota-Innova-Crysta-2021

2. Toyota Innova (Minorchange)

Toyota (โตโยต้า) เผยโฉม Toyota Innova (โตโยต้า อินโนวา) รุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีให้เลือก 3 รุ่น คือ 2.8 Crysta Premium, 2.8 Crysta และ 2.0 Entry ปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกรอบคัน โฉบเฉี่ยว ทันสมัย โดดเด่นสะดุดตามากขึ้น นับตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ กันชนหน้าใหม่ ชุดตกแต่งรอบคัน สปอยเลอร์หลัง ล้อแม็กดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว และ 17 นิ้ว

ภายในออกแบบอย่างมีระดับ กว้างสบาย ตืดตั้งเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และฟังก์ชันความปลอดภัยอย่าง กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา (Panoramic View Monitor) และสัญญาณกะระยะด้านหน้าและด้านหลัง

พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร GD-Efficient Boost, เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Dual VVT-i ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในราคา 1,199,000 – 1,429,000 บาท

Nissan-Navara-Pro-4X-2021

3. Nissan Navara

Nissan (นิสสัน) เปิดตัว Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) โฉมหน้ายกใหม่!ถอดแบบมาจากรุ่นพี่สายพันธุ์ยักษ์อย่าง Nissan Titan บุกตลาดเป็นประเทศแรกในโลก ด้วยดีไซน์ใหม่ดุดัน เพื่อลูกค้าคนไทยด้วยพลังที่กล้า เพื่อคนแกร่ง จากชื่อเสียงมากกว่า 80 ปี ของรถกระบะนิสสันที่ลูกค้ายอมรับในเรื่องความแข็งแกร่งทนทาน โดยไม่ละทิ้ง DNA ของนิสสันที่ท้าทายทุกขีดจำกัด

ดีไซน์ Concept “Unbreakable Design” คำนึงถึงการใช้งาน และความชื่นชอบของลูกค้า กับรุ่นย่อยใหม่ PRO4X และ PRO2X อีกขั้นของกระบะ Adventure สำหรับทุกความท้าทาย ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดุดัน กระจังหน้าใหม่แบบ Interlock และซุ้มล้อขนาดใหญ่ ชุดไฟหน้าแบบ QUAD – LED คุณภาพสูง 4 ดวง พร้อม Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED แบบเส้นเดียวที่ทันสมัย

มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ รหัส YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ Twin Turbo เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมด Manual ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร (Nm) และ Nissan Intelligent Mobility เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะเต็มรูปแบบ ในราคา 599,000 – 1,149,000 บาท

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

4. Honda City Hatchback

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค) ครั้งแรกในโลกกับฮอนด้า ซิตี้ ในรูปแบบ 5 ประตู ในไทย ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI

ผสานเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR) และการขับขี่ที่สนุกสนานกับ ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที

ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กม./ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด และสามารถรองรับน้ำมัน E20 ในราคา 599,000 – 749,000 บาท!

New-Honda-City-Hybrid-2021

5. Honda City e:HEV

Honda (ฮอนด้า) เปิดตัว Honda City e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ อีเอชอีวี) ยนตรกรรม Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ City Car ในประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive i-MMD ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 98 แรงม้า

ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นระบบ Full Hybrid 109 แรงม้า ที่ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กม./ลิตร และรองรับน้ำมัน E20

พร้อมเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ดีไซน์สปอร์ตโดดเด่น ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS เสริมเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็นไฮบริดด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และโลโก้ e:HEV

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม ในราคา 839,000 บาท!

All-New-Isuzu-MU-X-2020

6. Isuzu MU-X

Isuzu (อีซูซุ) เปิดตัว  “All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์)” ใหม่ ครั้งแรกของโลก! ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมดระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด ในราคา 1,121,000 บาท (ราคาช่วงแนะนำ 1,109,000 บาท) – 1,579,000 บาท

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L

Mitsubishi-Outlander-PHEV-2020

7. Mitsubishi Outlander PHEV

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) เตรียมรุกตลาดรถยนต์ Plug-In Hybrid เป็นครั้งแรกในไทยกับ Mitsubishi Outlander PHEV (มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ ปลั๊กอินไฮบริด) ที่ผลิตจากโรงงานแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Expo 2020 นี้

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ 135 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 211 นิวตันเมตร ผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว หน้า-หลัง ให้กำลัง 82 แรงม้า และ 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 195 นิวตันเมตรทั้งคู่ ให้กำลังรวมสูงสุด 305 แรงม้า โดยราคารุ่น GT อยู่ที่ 1,640,000 บาท และรุ่น GT Premium ราคา 1,749,000 บาท

Mitsubishi-Xpander-2020

8. Mitsubishi Xpander

Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) รุ่นปรับปรุงใหม่ โดดเด่นมากขึ้นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ และเสาอากาศแบบครีบฉลาม พร้อมเอกลักษณ์การออกแบบ Advanced ‘Dynamic Shield’ ที่มาพร้อมกับสีภายนอกใหม่ สีเทา Graphite Gray พร้อมด้วยระยะความสูงจากพื้นถึง 205 มม.

ห้องโดยสารภายในสะดวกสบาย กว้างขวาง ตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่มคุณภาพเยี่ยม มีความเงียบเพิ่มมากขึ้น มีเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนที่ต่ำ (NVH) เพิ่มสุนทรียภาพตามปรัชญาแบบ “โอโมเตะนาชิ” ที่ถ่ายทอดความประณีตและยังใส่ใจในทุกรายละเอียด

สะดวกสบายมากขึ้นด้วยกุญแจอัจฉริยะแบบ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พวงมาลัยสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ และปรับเข้า-ออกได้ พร้อมกับสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย และจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ ในราคา 789,000 – 863,000 บาท

Ford-Ranger-2021

9. Ford Ranger / Everest

Ford (ฟอร์ด) ปรับโฉม Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) ใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘Live The Ranger Life’ มาพร้อมระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น โดยรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ทุกคันจะได้รับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ในราคา 669,000 – 1,699,000 บาท

ภายนอกกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตกแต่งตะแกรงสีดำ ในรุ่น XL, XL Street, XL+, XLT และWildtrak, ล้ออัลลอยสีดำและกระจกข้างสีดำในรุ่น XL+ Sport, XL Street, XLT และ Wildtrak, มือจับประตูสีดำในรุ่น XL+ Sport, XLT และ Wildtrak และอุปกรณ์เสริมใหม่ แผ่นเปิด-ปิดฝากระบะท้ายด้วยระบบไฟฟ้า (Power Roller Shutter) เป็นครั้งแรกสำหรับ Wildtrak

ในโอกาสนี้ Ford ยังได้เปิดตัว Ranger XL Street ใหม่ กระบะตอนครึ่งตัวเตี้ยแต่งพิเศษ เป็นรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ผลงานของทีมดีไซเนอร์ของ ฟอร์ด ออสเตรเลีย ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Ford Ranger ของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง (Ford Thailand Racing – FTR) มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ผสานเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Ford-Everest-2021

และในส่วนของ Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) ใหม่ ต่อยอดความสำเร็จของ Ford Everest Sport ที่ได้รับกระแสตอบรับดีจากลูกค้า โดยลูกค้ากว่าครึ่ง ให้ความสนใจเลือกซื้อจากดีไซน์สไตล์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และดุดัน

ด้วยกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ ตัวอักษรนูน ‘Everest’ บนฝากระโปรงหน้า พร้อมมือจับ กระจกข้าง และล้ออัลลอยใหม่สำหรับรุ่นเทรนด์ พร้อมมอบตัวเลือกสีภายนอกใหม่ สีขาว สโนว์ เฟลก ไวท์ เพิร์ล สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ สำหรับรุ่นเทรนด์, ไทเทเนี่ยม และไทเทเนี่ยม พลัส และสีน้ำเงินดีพ คริสตัล บลู สำหรับรุ่นสปอร์ต ในราคา 1,299,000 – 1,799,000 บาท

Rolls-Royce-Ghost-2021

10. Rolls-Royce Ghost

Rolls-Royce (โรลส์-รอยซ์) เผยโฉม Rolls-Royce Ghost (โรลส์-รอยซ์ โกสต์) เจเนอเรชั่น 2 ในฐานะตัวแทนการเข้าสู่ยุคใหม่ของบริษัท ที่เตรียมมาเปิดตัวเขย่าตู้เซฟเศรษฐีไทย ให้เอาเงินออกมาซื้อได้ในเดือนนี้

Rolls-Royce Ghost ใหม่ พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มอลูมิเนียม สเปซเฟรม Architecture of Luxury แบบเดียวกับ Rolls-Royce Phantom และ Rolls-Royce Cullinan การออกแบบตัวรถเน้นความเรียบง่าย ใช้ประตูคู่หลังแบบ Coach Doors กับห้องโดยสารที่เงียบเชียบภายใต้สูตร Formula for Serenity รวมถึงงานตกแต่งพิเศษจากแผนก Bespoke และปรับปรุงระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสารใหม่ Micro-Environment Purification System หรือ MEPS เป็นต้น

ขุมพลังมาจากเครื่องยนต์เบนซินตระกูล N74 ของ BMW แบบ V12 ความจุ 6.75 ลิตร Twin Turbo 563 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่ 1,600 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF พร้อมเทคโนโลยี Satellite Aided Transmission

Maserati-Ghibli-Hybrid-2021

11. Maserati Ghibli Hybrid

Maserati (มาเซราติ) เผยโฉม Maserati Ghibli Hybrid (มาเซราติ กิบลี ไฮบริด) หัวใจลูกผสมแบบ Mild Hybrid เป็นครั้งแรกของค่ายนี้ พร้อมการปรับปรุงใหม่รอบคัน ให้ดูแตกต่างไปจาก Ghibli รุ่นปกติ สำหรับลูกค้าที่มองหาสมรรถนะและความประหยัด เตรียมเปิดตัวในไทยเดือนนี้

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร Turbo ฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง อัดอากาศด้วย Supercharge ไฟฟ้า หรือ E-Booster ให้แรงม้าสูงสุด 330 แรงม้า และส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ของ ZF พร้อมกำลังไฟ 48 โวลต์ ที่ใช้เทคโนโลยี BSG หรือ Belt-Driven Starter Generator สายพานที่รวมกับมอเตอร์สตาร์ท ทำหน้าที่แทน Alternator (ไดชาร์จ) และนำกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ระบบไฟ 48 โวลท์ ไปเพิ่มแรงบิด และลดการใช้เชื้อเพลิง

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 255 กม./ชม. อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ มีระบบเชื่อมต่อภายใต้โปรแกรม Maserati Connect ให้ข้อมูลผู้ขับขี่ ทำงานร่วมกับชุดระบบมัลติมีเดีย MIA (Maserati Intelligent Assistant) แบบใหม่ ใช้พื้นฐานของ Android Automotive แสดงผลด้วยจอทัชสกรีนขนาด 10.1 นิ้ว

Audi-e-tron-Sportback-55-quattro-S-line-2020

12. Audi e-tron Sportback

Audi (อาวดี้) เปิดตัว Audi e-tron Sportback 55 quattro S line รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โมเดลที่ 2 ของ Audi เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย ชูจุดเด่นและความสมบูรณ์แบบทางเทคโนโลยีไฟฟ้า 100% ตอบรับกลยุทธ์ของ AUDI AG ที่กำหนดนิยามใหม่ของ “Vorsprung” ให้มีความทันสมัย สะท้อนจุดยืน ความพร้อม และบทบาทของแบรนด์ Audi สำหรับยุคยานยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า

พร้อมเปิดตัวแคมเปญ Branding ใหม่พร้อมกันทั่วโลก กับสโลแกน “Future is An Attitude” ชูจุดเด่นของเทคโนโลยี ดีไซน์ที่สะท้อน DNA ของ Audi ลุคสปอร์ตพรีเมียมและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ภายในมาพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว และจอควบคุมมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน (Haptic Feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว เพียงปลายนิ้วสัมผัส รองรับการสั่งการด้วยการเขียนด้วยนิ้ว เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือด้วย Audi Smartphone Interface และเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ

ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (Electric quattro) มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้กำลังสูงสุดถึง 300 กิโลวัตต์ หรือ 408 แรงม้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 463 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง (อ้างอิงตามผลการทดสอบโดยใช้มาตรฐาน NEDC) การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง

ผสมผสานกับระบบขับเคลื่อน quattro และมีการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (Recuperation) อย่างชาญฉลาด 2 รูปแบบ คือ พลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว (Coasting) และพลังงานจากการเบรก (Braking) พร้อมเปิดจองและส่งมอบทันทีในราคา 5,299,000 บาท

BMW-430i-Coupe-M-Sport-2021

13. BMW 430i Coupe M Sport

BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) เปิดตัว BMW 430i Coupe M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 4 คูเป้) ใหม่ มาพร้อมกลิ่นอายที่ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่ง ทรงพลัง และความหรูหราในสไตล์คูเป้ของ BMW ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี

โดย BMW 430i Coupe M Sport ใหม่ พัฒนาทั้งในด้านสมรรถนะและสุนทรียภาพให้โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้า รวมถึง BMW ซีรี่ส์ 3 ซีดาน อย่างชัดเจน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo รุ่นใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยี Mild Hybrid ยกระดับการโต้ตอบให้ฉับไวกว่า มอบสมรรถนะการขับขี่ได้เต็มพิกัด

ส่งพละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ระหว่าง 1,550- 4,400 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.8 วินาที ในราคา 3,969,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW-X1-sDrive20d-M-Sport-2021

14. BMW X1

BMW X1 (บีเอ็มดับเบิลยู X1) รถยนต์ Sports Activity Vehicle รุ่นปรับโฉมใหม่ ให้การใช้งานที่หลากหลายยิ่งกว่า และฟีเจอร์การใช้งานและอุปกรณ์ล้ำสมัยอีกมากมาย มาพร้อมเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo แบบ 3 สูบ และ 4 สูบ

โดย BNW X1 sDrive18i (Iconic) ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 4,600-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,480-4,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 7 จังหวะ คลัทช์คู่ อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 9.7 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 205 กม./ชม.

ในขณะที่ BMW X1 sDrive20d xLine และ BMW X1 sDrive20d M Sport ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที สามารถเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 222 กม./ชม.

ซึ่งในรุ่น xLine มาพร้อมเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 8 จังหวะ และในรุ่น M Sport มาพร้อมเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบสปอร์ต ในราคา 1,999,000 – 2,559,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

New-MG-HS-PHEV-2020

15. MG HS PHEV

MG (เอ็มจี) เปิดตัว MG HS PHEV (เอ็มจี เอชเอส ปลั๊กอินไฮบริด) ชูแนวคิด “Refinement” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดยสะท้อนถึงความเหนือระดับ ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบายความปลอดภัย และการแนะนำเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมนวัตกรรม Hairpin Design พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดใหญ่ 16.6 kWh ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ EDU II – 10 Speeds ให้กำลังสูงสุด 284 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร สามารถเลือกขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร

พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานสูงมากถึง 25 ระบบ พร้อมทั้ง Advanced Driver Assistance System สนับสนุนช่วยเหลือผู้ขับขี่เทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous) ระดับ 2 ในราคา 1,359,000 บาท

KIA-Grand-Carnival-2021

16. KIA Grand Carnival

KIA (เกีย) ก็ขอเผยโฉมรถใหม่ๆ ในงาน Motor Expo 2020 ครั้งนี้บ้าง ด้วยการเปิดตัว KIA Grand Carnival (เกีย แกรนด์ คานิวัล) ใหม่! เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ส่งตรงจากเกาหลีใต้มาถึงไทย ที่เตรียมเปิดราคาในงานนี้ด้วยเลย

สำหรับ KIA Grand Carnival โฉมนี้ ปรับรูปโฉมใหม่หมดที่ดูคล้ายกับ SUV และรถมินิแวนในฝั่งอเมริกันมากขึ้น พร้อมกระจังหน้าแบบ Tiger Nose และเส้นสายตัวถังแบบใหม่ เพิ่มเหลี่ยมมุมมากขึ้น สร้างขึ้นบนแพลทฟอร์มใหม่ล่าสุดอย่าง “Grand Utility Vehicle” ที่ใช้ร่วมกับรุ่น Optima และ Sorento พร้อมห้องโดยสารภายในที่หรูหรามากขึ้น โดดเด่นด้วยจอ Infotainment ขนาดใหญ่ด้านคอนโซลหน้า

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร CRDi Turbo 202 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

New-Car-Booking-MotorShow-2020

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยยอดจองรถยนต์หลังการจัดงาน Motor Show 2020 แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 แต่ก็ยังมีผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนถึง 1,049,046 คน ขณะที่ยอดจองในงานทะลุ 20,000 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถในช่วงครึ่งปีหลังมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น

เมื่อรวมเข้ากับสภาวะของเศรษฐกิจที่บรรยากาศไม่เอื้อต่อการจับจ่ายของผู้บริโภค แม้ค่ายรถยนต์จะพยายามนำเสนอแคมเปญที่ดีภายในงาน แต่ผู้บริโภคก็ยังคงชะลอการตัดสินใจในการซื้อรถออกไป สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้บริโภค ในการตัดสินใจใช้เงินในสภาวะเช่นนี้

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 29 มี.ค. – 9 เม.ย. 2560 รวม 36,093 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 28 มี.ค. – 8 เม.ย. 2561 รวม 36,587 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 27 มี.ค. – 7 เม.ย. 2562 รวม 49,278 คัน

ยอดจองรถยนต์ วันที่ 15 ก.ค. – 26 ก.ค. 2563 รวม 22,791 คัน

ตัวเลขยอดจองรวมทุกค่ายอยู่ที่ 22,791 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 18,381 คัน และรถจักรยานยนต์ 4,410 คัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับเป้าที่แต่ละบริษัทฯ ได้คาดการณ์ไว้ แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

 ยอดจองรถยนต์ในงาน-Motor-Show-2020

ตารางยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2020

ยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน-Motor-Show-2020

ตารางยอดจองรถจักรยานยนต์ในงาน Motor Show 2020

ซึ่งจากตัวเลขยอดจองรถภายในงาน ตลาดรถยนต์ในกลุ่มราคาตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภค เนื่องจากมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น

ยอดจองรถยนต์ 10 อันดับของ Motor Show 2019 วันที่ 15 ก.ค. – 26 ก.ค. 2563

1. Toyota 3,745 คัน

Toyota-Corolla-Cross-2020

2. Mazda 2,365 คัน

Mazda-CX-30-2020

3. Honda 2,001 คัน

Honda-CR-V-2020

4. Suzuki 1,583 คัน

Suzuki-XL7

5. Isuzu 1,510 คัน

Isuzu-D-Max-2020

6. MG 1,399 คัน

MG-ZS-2020

7. Mitsubishi 1,227 คัน

Mitsubishi-Xpander-Cross

8. Nissan 952 คัน

Nissan-Kicks-e-POWER-2020

9. BMW 888 คัน

BMW-X3-2020

10. Ford 742 คัน

Ford-Ranger-Raptor-2020

ส่วนแบรนด์รถจักรยานยนต์ ที่ทำยอดจองสูงสุด ได้แก่ อันดับ 1 ฮอนด้า ยอดจองรวม 1,545 คัน อันดับ 2 ยามาฮ่า 1,387 คัน อันดับ 3 คาวาซากิ ยอดจองรวม 446 คัน อันดับ 4 รอยัล เอนฟิลด์ ยอดจองรวม 321 คัน และอันดับ 5 ซูซูกิ 203 คัน

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Ticket-Motor-Show-2020

“Motor Show 2020 (มอเตอร์โชว์ 2020)” ภายใต้แนวคิด “แรงบันดาลใจ” หรือ “Inspiration Unlocks The Future แม้ว่าในปีนี้จะเจอวิกฤตหนักจากปัญหาโควิด-19 ที่ทำให้ต้องเลื่อนการจัดงานถึงสามรอบ ในที่สุดก็สรุปได้ว่าปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี ท่ามกลางมาตรฐานรักษาความปลอดภัยด้านสุขภาพ ให้ความมั่นใจในการเดินชมงานอย่างเต็มที่

สำหรับใครที่สนใจอยากซื้อรถคันใหม่ แต่คันเก่าที่ใช้งานอยู่ ไม่รู้จะขายดีหรือไม่ขายดี อย่าลังเลเลยค่ะ! เพราะถ้าไม่ขายตอนนี้ราคารถจะตกเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ซึ่งใครต้องการขายรถออกให้ได้เร็วที่สุด จะได้นำเงินไปซื้อคันใหม่ มาขายผ่านช่องทางที่ดีที่สุดกับ คาร์โร แล้วคุณจะพบกับข้อเสนอที่แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ อีกทั้งรู้ผลภายใน 2 ชั่วโมง และหลังจากปิดการขาย รับเงินสดทันที (คลิก)

Bangkok-MotorShow-2020-Press-Conference

กิจกรรมแจกบัตร Motor Show 2020 ฟรี! ท่านละ 2 ใบ! หมดแล้วหมดเลย!

*ขณะนี้ทาง CARRO ได้แจกบัตร Motor Show 2020 หมดลงเป็นที่เรียบร้อย ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจครับ*

มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ เพราะบัตรมีจำนวนจำกัดจริงๆ

Bangkok-Motorshow-2018

All-New-Volvo-S60

“The All-New Volvo S60” (วอลโว่ เอส60) สุดยอดสปอร์ตซีดานระดับพรีเมียมจากสวีเดน ที่มาพร้อม Concept “Your Signature Drive”

วอลโว่ ไม่เคยหยุดพัฒนาประสบการณ์การขับขี่แนวใหม่พร้อมระบบส่งกำลังรุ่นล่าสุดและความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี “The All-New Volvo S60” คือสุดยอดยานยนต์แห่งยุค สปอร์ตซีดานระดับพรีเมียมจากสวีเดน ที่จะพลิกโฉมสู่ประสบการณ์การขับขี่บนมาตรฐานใหม่ ด้วยสมรรถนะขั้นสุดยอด เทคโนโลยีที่ตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ และโครงสร้างตัวถังสุดไฮเทค มอบสมดุลแห่งความสบายและการควบคุมที่ฉับไวอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะ The All-New Volvo S60 ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของแฟนวอลโว่และผู้บริโภคในเมืองไทย

ถ้าหากใครอยากขายรถคันเดิมช่วงนี้พอดี อยากไปดาวน์รถใหม่หรือจะซื้อ Volvo S60 ออกมาใช้ มาขายรถกับ CARRO Express สิ เรารับซื้อรถของคุณ เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Volvo-S60

ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของ Volvo ในไทยเลยก็ว่าได้ ด้วยยอดขายรถยนต์รุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 63% ได้ส่งมอบรถยนต์ Volvo รุ่นใหม่แก่ลูกค้าในเมืองไทยมากที่สุดในรอบ 22 ปีเลยทีเดียว โดยเฉพาะรุ่น The All-New Volvo V60 ซึ่งเปิดตัวไปในปี 2562 ที่ผ่านมา

All-New-Volvo-S60

The All-New Volvo S60 เป็นรถยนต์ที่มีความยาวและหน้ากว้างที่สุดในรถยนต์กลุ่มเดียวกัน ทั้งยังขับขี่ได้อย่างสนุกสนานและเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร แบบ T8 Twin Engine Plug-In Hybrid 407 แรงม้า สามารถพาคุณพุ่งทะยานจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.4 วินาที

All-New-Volvo-S60

The All-New Volvo S60 มาในราคาเริ่มต้นเพียง 2,190,000 บาท สำหรับรุ่น Momentum และรุ่น R-Design ในราคาเริ่มต้นที่ 2,590,000 บาท

และเป็นเจ้าของอย่างง่ายดาย ด้วยการผ่อนชำระเพียงเดือนละ 19,xxx บาท *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

All-New-Volvo-S60

กระจังหน้า ออกแบบอย่างสะดุดตา ติดตั้งตรา Volvo อันภาคภูมิ ส่วนฮู้ดหลังยาวและฝากระโปรงห้องเครื่อง สื่อถึงพลังในการขับเคลื่อนอย่างชัดเจน เสริมด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์รูปลักษณ์ฆ้อนธอร์อันเป็น Signature ของวอลโว่

All-New-Volvo-S60

งานออกแบบแนวสแกนดิเนเวียน ให้ความสำคัญกับความสะอาดหมดจด คุณภาพ และตอบรับกับการใช้งาน ซึ่งการออกแบบห้องโดยสารของ The All-New Volvo S60 สะท้อนถึงหลักการดังกล่าวอย่างชัดเจน ด้วยการจัดสรรพื้นที่ภายในอย่างเรียบง่าย โปร่งสบายตา

โดยรุ่น R-Design ตกแต่งเบาะด้วยหนัง R-Design Fine Nappa Perforated Leather Upholstery ในเฉดสี Charcoal และรุ่น Momentum ตกแต่งหนังแท้ในเฉดสี Charcoal และ Maroon Brown

มือจับประตูรถตกแต่งด้วยอลูมิเนียม และแผงไฟในโทนสีที่สอดประสานกลมกลืน เสริมความสวยงามด้วยการฝังลายแบบ Metal Décor Inlays ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดการตกแต่ง แป้นเกียร์ และพวงมาลัยแบบ R-design

All-New-Volvo-S60

เทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นนำระดับโลก มีหลากหลาย อาทิ …

ระบบไฟหน้าหักเหตามพวงมาลัย (Active Bending Headlights) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นนำระดับโลกเพื่อการปกป้องคุณและผู้โดยสาร อันเป็นผลงานจากการคิดค้นนวัตกรรมมายาวนานหลายทศวรรษ นอกจากนี้ ระบบไฟหน้า LED Headlights with ABL (Active Bending Lights) ยังถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสว่างสูงสุดเมื่อเจอทางโค้งหรือแยกบนถนน และระบบ High-Pressure Cleaning เพื่อให้คุณมีทัศนวิสัยในความมืดที่ชัดเจนที่สุดและช่วยให้การขับขี่ราบรื่นตลอดเส้นทางในรุ่น R-Design

ระบบ Head-Up Display จะแสดงการเตือนและข้อมูลการขับขี่บนระดับการมองเห็นของผู้ขับพอดี ทั้งอัตราความเร็ว การทำงานต่าง ๆ ช่วยลดความถี่ในการละสายตาจากถนนของผู้ขับ ผ่านการฉายข้อมูลที่จำเป็นบนระดับการมองเห็นของผู้ขับโดยตรง จึงไม่ต้องละสายตาจากถนนในขณะขับรถ

ระบบช่วยในการจอดรถพร้อมจอแสดงผลด้วยภาพ 360 องศา ทำงานด้วยเซ็นเซอร์ซึ่งติดตั้งบนกระจังหน้ารถและบนกันชนหลัง ร่วมกับกล้องอื่น ๆ ทั้งที่ติดตั้งเข้ากับป้าย Volvo Iron Mark ด้านล่างกระจกหูช้าง และที่ประตูท้าย เพื่อการวัดระยะห่างของวัตถุรอบตัวรถ เมื่อระบบตรวจพบวัตถุในระยะใกล้ จะส่งสัญญาณเสียงเตือนและแสดงภาพบนหน้าจอแบบ Sensus Screen ในทันที ระบบกล้องช่วยจอดยังช่วยในการถอยรถโดยมีเส้นนำทางและภาพแสดงพื้นที่ เพื่อช่วยให้คุณทราบระยะห่างระหว่างยานพาหนะและวัตถุรอบข้างได้ดีขึ้น

ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ช่วยให้คุณถอยรถเข้าและออกจากที่จอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยระบบจะกำหนดระยะห่างสำหรับการจอดที่เหมาะสม (ทั้งสองด้านของตัวรถ) และให้คำแนะนำการจอดทีละขั้นตอน โดยรถยนต์จะควบคุมการเลี้ยวโดยอัตโนมัติ ส่วนคุณเพียงควบคุมการเบรก และการเปลี่ยนเกียร์

All-New-Volvo-S60

ด้วยเบาะที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและรองรับส่วนโค้งของสรีระได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงมอบความสบายแม้ในการเดินทางที่ยาวนาน รวมถึงการกำหนดความสูงของเบาะนั่งระดับต่ำยังทำให้คุณสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวบนพื้นถนนอย่างชัดเจน สำหรับเบาะด้านหลังของผู้โดยสารมาพร้อมระบบ 4-Way Power Lumbar Support เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าบริเวณหลัง ผสานกับ Power Fold Rear Headrest และการปรับระยะหมอนรองได้ตามต้องการ

All-New-Volvo-S60

The All-New Volvo S60 นำเสนอ 4 โทนสี ได้แก่ Crystal White Premium Metallic, Onyx Black Metallic, Fusion Red Metallic และสีใหม่ล่าสุด “Pebble Grey Metallic” นำเสนอลุคแบบสปอร์ตที่สวยงามด้วยล้อดีไซน์ 5 – Triple Spoke แบบ Diamond Cut ขนาด 8 x 19 นิ้ว สีดำด้าน สำหรับรุ่น R-Design และล้อดีไซน์ 5 – Y Spoke แบบ Diamond Cut ขนาด 7.5 x 18 นิ้ว สีดำ สำหรับรุ่น Momentum

หมายเหตุ: รถที่เตรียมและนำมาจัดแสดงในงานเปิดตัว Volvo S60 ใหม่ครั้งนี้ ใช้สำหรับในการเปิดตัวรถใหม่เท่านั้น เนื่องจากเครื่องเสียงรถยนต์ มิได้ตรงกับรุ่นรถที่จะนำเข้ามาขายจริง

Harman Kardon คือเครื่องเสียงที่ติดตั้งรถยนต์ New Volvo S60 (R-Design)

New-Cars-In-Thailand-2020

เป็นธรรมดาของปีใหม่ทุกปีที่บรรดาค่ายรถยนต์ต่างๆ ต้องทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แทบทุกเดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อรถกันเยอะๆ เศรษฐกิจไทยจะได้คึกคัก ในปี 2563 นี้ ก็มีรถหลายรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งแบบ All-New ใหม่หมดจรด หรือจะเป็นแบบ Minorchange ปรับโฉมแต่งหน้าทาปากหน่อย โดยเฉพาะ “รถ SUV” ปีนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง

โดย CARRO ขอคาดการณ์รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเตรียมเปิดตัวกันในปีนี้ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ยังถือว่าย่ำแย่ก็ตามที MR.CARRO ขอพาไปดูกันเลยว่า ปีนี้ตลาดรถยนต์ไทย จะมีอะไรใหม่ๆ มาให้ได้ตื่นเต้นกันบ้าง …

Honda-Jazz-2020

1. Honda Jazz

แม้ว่าการเปิดตัวของ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ใหม่ ทำให้หลายฝ่ายต้องมาลุ้นกันต่อว่า Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) รุ่นใหม่ล่าสุดนี้เปิดตัวไปในเมื่อปีที่ผ่านมา และจะวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธุ์นี้ จะมาขายในบ้านเราหรือไม่? จากรูปโฉมที่ดูอ้วนป่องน่ารัก มากกว่าความเป็นสปอร์ตแบบโฉมที่ผ่านมา จึงยังไม่มีความชัดเจนเท่าใดนัก

บางแห่งข่าวบอกด้วยซ้ำว่าทาง Honda จัดสินใจจะผลิต Honda City Hatchback มาจำหน่ายแทน …

ซึ่งถ้าหากทาง Honda คิดผลิต Jazz โฉมใหม่นี้ขายในบ้านเราจริง เครื่องยนต์ Hybrid คงไม่มาแน่นอน แต่อาจจะใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับ Honda City นั่นคือเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร VTEC Turbo 122 แรงม้า

Mazda-CX-30-2020

2. Mazda CX-30

Mazda (มาสด้า) ยังคงเดินหน้ากวาดยอดขายรถอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายอดขายรถของ Mazda ในปีที่แล้ว อาจจะร่วงลงไปบ้างก็ตามหากเทียบกับยอดในปี 2561 ที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นแล้วก็ยังดูสูงอยู่ดี โดยรถ Crossover ยอดฮิตที่เพิ่งเปิดตัวในญี่ปุ่นอย่าง Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) ที่มีคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Toyota C-HR และ Honda HR-V ต้องสะเทือนกันอย่างแน่นอน

โดย Mazda CX-30 2020 มีหน้าตาและรูปร่างคล้าย Mazda3 โฉมใหม่ล่าสุด ในแบบยกสูง ภายใต้เครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้งแบบ เบนซินขนาด 1.5 ลิตร, 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร และแบบดีเซลขนาด 1.8 ลิตร แต่เครื่องยนต์ที่จะขายในไทยคงเป็นตัวเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 156 แรงม้า และดีเซลขนาด 1.8 ลิตร 116 แรงม้า

Nissan-Kicks-2020

3. Nissan Kicks

ปีนี้อาจจะพอเรียกได้ว่าเป็นปีทองของ Nissan (นิสสัน) ที่หวนกลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่เกือบๆ 10 ปีที่ผ่านมา โดย Nissan Almera 2020 ก็ได้รับการตอบรับที่ดีทีเดียว ในเดือนเมษายน 2563 นี้ Nissan มีแพลนที่จะเปิดตัว Nissan Kicks 2020 (นิสสัน คิกส์) ใหม่ เอามาขายแทน Nissan Juke ในราคาเริ่มต้นประมาณ 895,000 บาท

โดย Nissan Kicks คาดว่ามาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 124 แรงม้า และอาจได้เห็นรุ่น e-Power มาอีกด้วย Nissan Ju

Nissan-Sylphy-2020

4. Nissan Sylphy

ต้องยอมรับว่า รถยนต์แบบ Compact Car ของ Nissan อย่าง Nissan Sylphy (นิสสัน ซิลฟี่) เป็นรถที่ดูเงียบมากๆ ของนิสสันในช่วงหลายปีมาผ่าน ซึ่งหลายต่อหลายฝ่ายต่างคิดว่า Nissan บ้านเราคงถอดใจกับการขายรถรุ่นนี้ไปแล้ว

แต่ Nissan Sylphy โฉมใหม่ล่าสุด ก็เปิดตัวไปแล้วในจีน และสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ภายใต้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 139 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 149 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งต้องมารอลุ้นกันว่า รถรุ่นนี้ผลิตขายและจำหน่ายในบ้านเราเวลาใด

Toyota-Yaris-2020

5. Toyota Yaris

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) โฉมใหม่หมดจด นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของรุ่นนี้ แม้ว่าในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและยุโรป จะเปิดตัวรุ่นใหม่ไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กับรูปทรงที่สวยสปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด แถมมีรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid ให้ได้เลือกสรรกันด้วย

พร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 1.0 ลิตร พร้อมระบบไฮบริด รวมถึงยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายที่เน้นไปที่เรื่องของความปลอดภัย ในบ้านเราก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป ว่ารุ่นนี้จะมาเข้าโครงการ Eco-Car เฟส 2 ด้วยหรือเปล่า

Toyota-Rush-2020

6. Toyota Rush

มาแน่แต่ไม่รู้มาเดือนไหน? สำหรับ Toyota Rush (โตโยต้า รัช) เป็นรถแบบ Crossover SUV ที่ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวไปแล้วในอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โอกาสที่จะเข้ามาไทย (แทนที่ Avanza) นี้ ก็ถือว่ามีสูงมากเลยทีเดียว พร้อมท้าชนกับเจ้า Honda BR-V หรือ Mitsubishi Xpander แน่นอน

Toyota Rush ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR 104 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง

Suzuki-Ciaz-2020

7. Suzuki Ciaz

สำหรับค่าย Suzuki (ซูซูกิ) หลังจากที่สร้างความตื่นเต้นไปในปีที่ผ่านมา กับรถใหม่ๆ หลายรุ่นแล้ว ในปีนี้ก็ถึงเวลาที่ Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) รุ่นปรับโฉมมามาแทนที่รุ่นเดิม

Mercedes-Benz-GLB-Class-2020

และสำหรับแบรนด์อื่นๆ เช่น Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ช่วงต้นปีนี้ก็เตรียมพบกับ Mercedes-Benz GLA รุ่นใหม่ล่าสุด และ Mercedes-Benz GLB รถ SUV รุ่นใหม่ที่คั่นกลางระหว่าง GLA และ GLC ที่มาพร้อม 7 ที่นั่ง! และ New A-Class ใหม่ ในเวอร์ชั่นประกอบในประเทศ ที่ต้องรอติดตามดูกันว่าจะมาหรือไม่

ส่วน BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ก็ต้องรอลุ้นกับ Series-3 รุ่นเพิ่มเติมที่มาเอาใจแฟนๆ Bimmer อย่างแน่นอน รวมไปถึง BMW New X6 และรถธงอย่าง BMW Series-7 โฉมใหม่ล่าสุด รุ่นประกอบในประเทศ เปิดตัวกันไปแล้วในรุ่น 730Ld sDrive M Sport ราคา 6,139,000 บาท และ 745Le xDrive M Sport ในราคา 6,439,000 บาท

เป็นอันว่า หากใครที่อยากได้รถรุ่นใหม่ๆ ดังกล่าว ก็เตรียมเก็บเงินซื้อกันได้เลย แต่วิธีการที่จะช่วยให้คุณดาวน์รถใหม่ หรือผ่อนรถใหม่ได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้คุณนำรถคันเดิมมาขายกับทาง CARRO ได้ตาม Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

Pretty-Motor-Expo-2019

“พริตตี้” สีสันที่ขาดไม่ได้ ของงานโชว์รถในบ้านเรา …

สำหรับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” หรือ “Motor Expo 2019” อีกหนึ่งที่ต้องเรียกได้ว่าเป็นสีสันของงาน และขาดไม่ได้เลยสำหรับค่ายรถยนต์เกือบทุกเจ้า นั่นคือ “พริตตี้” ที่หนุ่มๆ หลายคนชื่นชอบในความสวยน่ารัก แต่งตัวสง่างาม และความสามารถในการ Presentation ข้อมูลรถยนต์ หรือข้อมูลสินค้าของแต่ละคน ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ซึ่งในปีนี้ พริตตี้ในงานส่วนใหญ่ ยังคงแต่งตัวเรียบร้อย สวยงาม ไม่โป๊มาก เฉกเช่นเดียวกับในปีที่แล้วมา … ทาง CARRO ขอรวบรวม Pretty สุดสวย สุดน่ารัก ในงาน Motor Expo 2019 มาให้ทุกท่านได้รับชมกันครับผม

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

Pretty-Motor-Expo-2019

The-10-Best-In-Motor-Expo-2019

10 “ที่สุด” ในงาน Motor Expo ที่คุณยังไม่รู้ หรืออาจจะรู้ไม่หมด!

งาน “Motor Expo 2019” หรือ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” นอกจากจะมีการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆ รถมือสอง รวมไปถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง อุปกรณ์ตกแต่ง โปรโมชั่น และพริตตี้สาวสวยที่หลายๆ คนชื่นชอบนั้น …

ภายในงานยังถือได้ว่ามีเรื่องราว “ที่สุด” ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ทั้งหลายที่นำมาโชว์ด้วย CARRO ขอรวบรวม 10 ที่สุด ที่เกี่ยวกับรถยนต์ในงาน “Motor Expo 2019” มาให้ทุกท่านได้รับทราบกันครับผม

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ถูกที่สุด

Suzuki-Celerio-2019

รถที่ “ถูก” ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ยังคงเป็นSuzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ)” รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร ในราคาเริ่มต้นที่ 318,000 บาท!

แพงที่สุด / เร็วที่สุด

McLaren-Senna-2019

ขอขอบคุณภาพจาก Motor Expo

รถที่ขึ้นชื่อว่า “แพง” ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 นั่นก็คือ McLaren Senna (แมคลาเรน เซนนา) รถ Hyper Car หรือรถแข่งในคราบรถถนน ที่มีคันเดียวในประเทศไทย (ซึ่งผลิตเป็นคันที่ 269 และมีเจ้าของเรียบร้อยแล้ว) ราคารวมภาษีแล้วกว่า 200 ล้านบาท! ซึ่งผลิตจำนวนจำกัด เพียง 500 คันทั่วโลก เป็นการระลึกถึงอดีตนักแข่งรถ Formula 1 ชาวบราซิลอย่าง Ayrton Senna (ไอร์ตัน เซนนา) แชมป์เปี้ยนโลก 3 สมัย ปี 1988, 1990 และ 1991 ในช่วงที่อยู่ทีม McLaren-Honda

ตัวถังทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,198 กิโลกรัม ประกอบด้วยเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร แบบ V8 Twin Turbo 800 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.8 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 340 กม./ชม.

เท่ที่สุด

Scuderia-Toro-Rosso-STR14-Motor-Expo-2019

เท่ที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ต้องยกให้บูธ PTTOR ที่นำรถ Mock-Up รุ่น STR14 ของทีม Scuderia Toro Rosso ที่ขับโดย Alex Albon Ansusinha (อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์) ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่จัดว่าเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่เข้าร่วมแข่งรถในรายการ Formula 1 (ฟอร์มูล่าวัน) ฤดูกาล 2019 มาโชว์ในงาน Motor Expo 2019

โดย STR14 นี้ ใช้เครื่องยนต์จากค่าย Honda รหัส RA619H ขนาด 1.6 ลิตร แบบ V6 DOHC 740 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ 8 สปีด มีน้ำหนักเครื่องยนต์อยู่ที่ 145 กิโลกรัม ในราคาค่าตัวนับร้อยล้านบาท

รถ EV (รถยนต์ไฟฟ้า) ถูกที่สุด

BYD-M3

รถ EV ที่ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ครั้งนี้ ต้องยกให้กับรถไฟฟ้าสัญชาติจีน อยู่ที่บูธ PTTOR อย่าง “BYD M3” (บีวายดี เอ็ม3) มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 Kwh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 Kwh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน)

อัตราการสิ้นเปลือง 1 Kwh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า ในราคา 999,000 บาท

เก่าที่สุด

Jaguar-E-Type

รถเก่าที่สุดในงาน อยู่ที่บูธ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นั่นคือ “Jaguar E-Type” (จากัวร์ อี-ไทป์) ซึ่งผลิตระหว่างปี 1961-1964 ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 3,781 ซีซี (3.8 ลิตร) ถือเป็นรถที่เก่าที่สุดในงานครับ

ใหญ่ที่สุด

TATA-Ultra

ไม่มีใครใหญ่ไปกว่านี้แล้วในงาน Motor Expo 2019 ครั้งนี้ ต้องยกให้ “TATA Ultra” (ทาทา อุลตร้า) รถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมเบรก ABS ติดตั้งจากโรงงาน มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 4 สูบ ขนาด 3 ลิตร ให้กำลังและแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แต่ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม ราคาเริ่มต้นเพียง 794,000 บาท (ราคานี้ไม่รวมโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอื่นๆภายในงาน)

รถ SUV เร็วที่สุด

Lamborghini-Urus

รถ SUV ที่เร็วที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ก็ยังคงเป็น Lamborghini Urus (ลัมโบร์กินี อูรูส) นั่นเอง ในราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 23,420,000 บาท กับ Super SUV คันแรกของโลก ที่ถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง ผสมผสานกับความเอนกประสงค์ของรถ SUV ที่มาพร้อมคำนิยามว่า “Since We Made It Possible”

ด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ให้พละกำลัง 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำ ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ ชม. 

รถจักรยานแพงที่สุด

Porsche-Bike-RX

ในงาน Motor Expo 2019 นี้ แม้แต่จักรยาน ก็มีขายเช่นกัน! ต้องยกให้ “Porsche Bike RX” (ปอร์เช่ ไบค์ อาร์เอ็กซ์) ที่ไฝฝันของชาวน่องเหล็กหลายต่อหลายคน ด้วยเฟรมแบบคาร์บอนไฟเบอร์ มาพร้อมเกียร์ 22 สปีดของ Shimano น้ำหนักเบาประมาณ 10 กิโลกรัม ในราคา 277,725 บาท (จากราคาเดิม 370,300 บาท!)

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุด

MV-Agusta-F4-RC

รถมอเตอร์ไซค์แพงที่สุดในงาน Motor Expo 2019 ต้องยกให้กับ MV Agusta F4 RC (เอ็มวี ออกัสต้า เอฟ4 อาร์ซี) ยอดรถ Supersport Bike พลังแรงจากอิตาลีที่เปิดตัวในปี 2019 ทำสีแฟริ่งใหม่ แบบเดียวกับที่แข่งในรายการ WSBK

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 1,000 ซีซี 212 แรงม้า ระบบเบรกหน้า-หลัง ใช้ของ Brembo พร้อมตัวกันสะบัดจาก Ohlins โดยผลิตออกมาเพียง 100 คันทั่วโลกเท่านั้น และมีเพียง 2 คันในไทย! ในราคา 2,400,000 บาท!

รถมอเตอร์ไซค์ถูกที่สุด

Zongzhen-Ryuka-Retro

รถมอเตอร์ไซค์ถูกที่สุดในงาน Motor Expo 2019 นั่นคือ “Zongzhen Ryuka Retro” (จงเซิน ริวก้า เรโทร) มาในราคา 29,900 บาท

SUV-And-Crossover-In-Motor-Expo-2019

ในยุคปัจจุบัน ถ้าจะให้พูดถึงรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ รถยนต์ในรูปแบบ SUV, PPV และ Crossover นั้น เป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี (ดูได้จากยอดขายรถประเภทนี้ ย้อนหลังไป 7-8 ปีที่ผ่านมา) เพราะเป็นรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะไว้วิ่งในเมือง ไว้ออกต่างจังหวัด ลุยน้ำท่วม ขนสัมภาระมากมาย หรือเดินทางไปกับครอบครัวหลายคนก็ตาม

ในงาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019) นี้ บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ที่มีไลน์การผลิตรถแนว SUV, PPV และ Crossover ต่างรีบนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของตนออกสู่ตลาดโดยเร็ว เพื่อช่วงชิงยอดจองและยอดขาย ซึ่งในงาน Motor Expo 2019 จะมีรุ่นใดมาโชว์นั้น CARRO ขอนำเสนอข้อมูลให้ทุกท่านดูกันได้เลยครับ …

1. Nissan X-Trail

Nissan-X-Trail-2019

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์เทรล) จัดเป็นรถ Crossover ที่เปิดตัวในบ้านเราตั้งแต่เมื่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีให้เลือกทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และแบบ Hybrid (ไฮบริด) รายแรกในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกันในประเทศไทย

เพิ่มฟังก์ชั่นมากมาย ตอบรับกับวิถีชีวิตคนเมือง เช่น ระบบเปิด-ปิด ประตูท้ายอัตโนมัติแบบระบบแฮนด์ฟรี หรือระบบเครื่องเสียงที่ให้ความบันเทิงรุ่นใหม่แบบ A-IVI และหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ มีให้เลือกทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง เป็นต้น

ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิด 233 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร + มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร

ราคา

แบบเบนซิน

  • รุ่น 2.5S 2WD ราคา 1,350,000 บาท
  • รุ่น 2.5V 2WD ราคา 1,460,000 บาท
  • รุ่น 2.5VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท

แบบ Hybrid

  • รุ่น 2.0V 4WD Hybrid ราคา 1,537,000 บาท
  • รุ่น 2.0VL 4WD Hybrid ราคา 1,617,000 บาท

2. Subaru XV

Subaru-XV-GT-Edition-2019

Subaru XV (ซูบารุ เอ็กซ์วี) ได้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของแพลทฟอร์มใหม่ “Subaru Global Platform” ช่วยให้ขับรถได้อย่างสะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพในการควบคุมในระดับสูงสุด แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นกว่า 70% การสั่นสะเทือนลดลง และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำซึ่งยังผลให้การควบคุมรถมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Subaru XV มากับเครื่องยนต์เบนซินสูบนอน Boxer ขนาด 2.0 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงตรง Direct Injection ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมมาตร Symmetrical All-Wheel Drive และตัวช่วยอย่างระบบ X-MODE

ราคา

  • รุ่น 2.0i ราคา 1,234,221 บาท
  • รุ่น 2.0i-P ราคา 1,279,221 บาท
  • รุ่น GT Edition ราคา 1,338,000 บาท

3. Subaru Forester

Subaru-Forester-2019

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ Crossover SUV ที่มีเอกลักษณ์ในด้านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา หรือ Symmetical AWD โดยในงาน Motor Expo 2019 ซูบารุ ได้เปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศของ Forester อีกครั้ง

มาพร้อมเครื่องยนต์ Boxer ขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อมฟังก์ชั่น X-Mode ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย เสริมระบบความปลอดภัยยุคใหม่ ระบบ Eyesight ประกอบด้วยระบบเบรคอัตโนมัติก่อนการชน ระบบปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนที่ ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนโดยไม่เจตนา และระบบเตือนมีมีรถแล่นมาจากด้านหลังขณะถอยรถ เป็นต้น

ราคา

รุ่น 2.0i-L ราคา 1,030,000 บาท (รวม Option Pack 1,330,000 บาท)
รุ่น 2.0i-S ราคา 1,060,000 บาท (รวม Option Pack 1,380,000 บาท)
รุ่น 2.0i-S Eyesight 1,145,000 บาท (รวม Option Pack 1,425,000 บาท)

*ราคารวมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 100,000 กม., บริการช่วยเหลือ 24 ชม./ 3 ปี, เซนเซอร์ถอยหลัง, เบาะหนังแท้

4. Honda CR-V

Honda-CR-V-2019

Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์วี) ใหม่ รุ่น 5 ที่นั่ง นำเสนอเบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร  เปิดตัวครั้งแรกในงาน Motor Expo 2018

พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบครันในทุกรุ่น อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เป็นต้น

ราคา

  • รุ่น 2.4 S (5 ที่นั่ง) ราคา 1,359,000 บาท
  • รุ่น 2.4 ES 4WD (5 ที่นั่ง) ราคา 1,499,000 บาท
  • รุ่น 2.4 E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,409,000 บาท
  • รุ่น 2.4 EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,549,000 บาท
  • รุ่น DT-E (7 ที่นั่ง) ราคา 1,559,000 บาท
  • รุ่น DT-EL 4WD (7 ที่นั่ง) ราคา 1,699,000 บาท

5. Mazda CX-8

All-New-Mazda-CX-8

All-New Mazda CX-8 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-8) งานนี้มาโชว์ตัวใน Motor Expo 2019 อย่างเป็นทางการ รถ Crossover อเนกประสงค์ SUV ระดับ Premium แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ถือเป็น Crossover SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์ความภูมิฐาน สง่างาม และความสมบูรณ์แบบ ตัวรถยาวขึ้น นั่งสบายทุกที่นั่ง ภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามจากคอนเซ็ปต์ “Less is More”

ให้การตอบสนองดีเยี่ยมด้วยขุมพลังของ 2 เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร 190 แรงม้า ปรับปรุงพัฒนาใหม่ โดยในรุ่นดีเซล XDL Exclusive 6 ที่นั่ง มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD และประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กม./ลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร 194 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงถึง 13.5 กม./ลิตร

ราคา

  • รุ่น 2.5 S ราคา 1,599,000 บาท
  • รุ่น 2.5 SP ราคา 1,699,000 บาท
  • รุ่น XDL ราคา 1,899,000 บาท
  • รุ่น XDL Exclusive ราคา 2,069,000 บาท

6. Mitsubishi Pajero Sport

New-Mitsubishi-Pajero-Sport-2019

Mitsubishi Pajro Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต) เปิดตัวในไทยเป็นที่แรกในโลก มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น เอาใจนักธุรกิจ ผู้บริหาร ที่มีครอบครัวแล้ว พร้อมปรับปรุงภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้าที่ใช่ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร MIVEC เทอร์โบดีเซล 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด กับเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้น ด้วยระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

ราคา

  • รุ่น 2.4 D GT ราคา 1,299,000 บาท
  • รุ่น 2.4 D GT-Premium 2WD ราคา 1,469,000 บาท
  • รุ่น 2.4 D GT-Premium 4WDราคา 1,599,000 บาท

7. MG ZS

MG-ZS-EV-2019

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) รถ Crossover SUV เพื่อชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด มาพร้อมระบบอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ครั้งแรกในโลก รูปลักษณ์โดดเด่นสไตล์ บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่ให้ความหรูหราทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น ห้องโดยสารสะดวกสบาย กว้างขวาง พร้อมระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System 9 ระบบ

New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ รหัส 15S4C ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

และยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ MG ในไทยด้วย กับ New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ขุมพลังจากแบตเตอรี่ลิเธี่ยม ไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh วิ่งได้ไกลกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที

ราคา

  • รุ่น 1.5 C ราคา 679,000 บาท
  • รุ่น 1.5 D ราคา 729,000 บาท
  • รุ่น 1.5 X Sunroof ราคา 789,000 บาท
  • รุ่น EV ราคา 1,190,000 บาท

8. MG HS

MG-HS-2019

All-New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยที่ครบครันมากยิ่งขึ้น

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้แรงม้าสูงสุด 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

ราคา

  • รุ่น C ราคา 919,000 บาท
  • รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
  • รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

9. Chevrolet Captiva

Chevrolet-Captiva

All-New Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) ใหม่ จัดเป็นรถอเนกประสงค์ Crossover SUV ขนาดใหญ่คุ้มค่าที่สุดในตลาด ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายผู้ที่สนใจ รถอเนกประสงค์ขนาด Compact สามารถเป็นเจ้าของรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ได้ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย และการใช้งานแบบรถอเนกประสงค์ SUV ขนาดใหญ่

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (1,451 ซีซี) DOHC Turbo DVVT ให้แรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า (105 กิโลวัตต์) ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด พร้อม Mode Shift Control รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10

ราคา

  • รุ่น LS ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 999,000 บาท (เพิ่ม 30,000 บาท สำหรับรุ่น 7 ที่นั่ง)
  • รุ่น LT ราคา 1,099,000 บาท
  • รุ่น Top สุด Premier ราคา 1,199,000 บาท

10. Peugeot 3008 & 5008

Peugeot-3008

Peugeot 3008 และ 5008 (เปอโยต์) ค่ายรถจากแดนน้ำหอม หลังจากกลับมารุกตลาดในไทยอีกครั้ง ด้วยตัวแทนจำหน่ายเจ้าใหม่ ก็พร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนๆ ด้วย SUV 2 รุ่น คือ Peugeot 3008 SUV 5 ที่นั่ง และ 5008 SUV 7 ที่นั่ง มาโชว์ในงาน Motor Expo 2019 ทันที

มาพร้อมห้องโดยสาร ‘i-Cockpit’ สุดล้ำ พวงมาลัยขนาดกะทัดรัด และมีตำแหน่งการขับที่ดีเยี่ยม และดีไซน์ร่วมสมัย

ราคา

  • รุ่น 3008 Active ราคา 1,549,000 บาท
  • รุ่น 3008 Allure ราคา 1,699,000 บาท
  • รุ่น 5008 Active ราคา 1,749,000 บาท
  • รุ่น 5008 Allure ราคา 1,899,000 บาท

11. BMW X3

BMW-X3-M-2019

BMW X3 M (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์3 เอ็ม) ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2019! และยังเป็นครั้งแรกของตระกูล M ที่เปิดตลาดใหม่ จับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์อเนกประสงค์ Mid-Size Sports Activity Vehicle (SAV) ควบด้วยความทรงพลังแบบ BMW M

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ 6 สูบเรียง 480 แรงม้า สามารถทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.2 วินาที โลดแล่นสู่ความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. พร้อมสุดยอดโครงสร้างแชสซีส์ในสไตล์รถแข่งสุดดุดัน และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive

ราคา

– BMW X5 xDrive40e Pure Experience ราคา 4,399,000 บาท (รวม BSI ราคา 4,439,000 บาท)
– BMW X5 xDrive40e M Sport ราคา 4,699,000 บาท (รวม BSI ราคา 4,739,000 บาท)

12. Audi Q3

Audi-Q3-Sportback

Audi Q3 (อาวดี้ คิว3) ที่เป็นดาวเด่นของ Audi ในงาน Motor Expo 2019 จัดเป็น SUV รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีความสมบูรณ์ทุกด้าน ทั้งขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นทุกมิติ เพิ่มความกว้างขวาง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และการเข้าออกตัวรถ

การออกแบบด้านหน้า ในห้องโดยสารควบคุมด้วยระบบ MMI Radio Plus พร้อมหน้าจอแบบสัมผัส และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Smartphone Interface รองรับ Android และ Apple CarPlay

ราคา

  • รุ่น Q3 35 TFSI ราคา 2,299,000 บาท
  • รุ่น Q3 35 TFSI S line ราคา 2,499,000 บาท
  • รุ่น Q3 Sportback 35 TFSI S line ราคา 2,649,000 บาท

13. Range Rover Evoque

Range-Rover-Evoque-2019

Range Rover Evoque (เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค) ใหม่ SUV สำหรับคนเมืองที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง ยังมาพร้อมตัวเลือกของเครื่องยนต์ทั้งแบบระบบไฟฟ้า Plug-In Hybrid และดีเซล Ingenium

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ Range Rover Evoque จากรุ่นก่อนหน้านี้ ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 ด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 772,096 คัน กวาดรางวัลระดับนานาชาติมากว่า 217 รางวัล ตัวใหม่นี้คือวิวัฒนาการอีกขั้น ที่มาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยในปัจจุบัน

ราคา

  • ราคาเริ่มต้นที่ 3,999,000 บาท

14. Porsche Cayenne Coupe 

Porsche-Cayenne-Coupe

Porsche Cayenne Coupe (ปอร์เช่ คาเยนน์ คูเป้) รถสปอร์ตอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดจากปอร์เช่ ที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตาด้วยแนวหลังคาที่ลาดลงมาจรดท้ายรถ สะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต 4 ที่นั่ง

สปอร์ตเต็มพิกัดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ Turbo ขนาด 3.0 ลิตร 340 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 243 กม./ชม. ติดตั้งอุปกรณ์มาตราฐาน ระบบความบันเทิงและการติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management รุ่นล่าสุด พร้อมระบบ Apple CarPlay และ ระบบเครื่องเสียง BOSE Surround Sound System

ราคา

  • Porsche Cayenne Coupe ราคาเริ่มต้นที่ 8.6 ล้านบาท
  • Porsche Cayenne e-Hybrid Coupe ราคาเริ่มต้นที่ 6.5 ล้านบาท

15. Lamborghini Urus

Lamborghini-Urus

Lamborghini Urus (ลัมโบร์กีนี อูรุส) เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในรูปแบบรถ Super SUV ขนาด 5 ที่นั่ง เน้นดีไซน์และสมรรถนะตามฉบับ Lamborghini ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งเน้นความสปอร์ต ใช้ระบบอินโฟเทนเม้นท์ Lamborghini Infotainment System (LIS) พร้อมจุดเด่นอย่างโหมดการขับขี่ระบบ Tamburo ที่มีโหมดการขับขี่ให้ 6 โหมด

ช่วงล่างเป็นแบบ Adaptive Air Suspension พร้อม Active Damping และ Active Roll Stabilization ใช้จานเบรกคาร์บอนเซรามิคขนาด 440 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 10-Pot ด้านหน้า และขนาด 370 มม. ในด้านหลัง ให้ระยะเบรก 100-0 กม./ชม. อยู่ที่ 33.7 เมตร

มาพร้อมขุมพลัง V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 650 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร ที่ 2,250 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.6 วินาที ต่อเนื่องจนถึง 200 กม./ชม. ในเวลา 12.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 305 กม./ชม.

ราคา

– Lamborghini Urus ราคา 23,420,000 บาท