สงกรานต์, วาร์ป, เส้นทาง, วันสงกรานต์, ขอเส้นทาง, เที่ยว

รวมถนนทุกเส้นในการเดินทาง
ไปถึงทุกภาคทั่วไทยในช่วงสงกรานต์นี้

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดและเดินทางกลับบ้าน โดยใช้รถยนต์และบริการรถทัวร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้การจราจรบนท้องถนนจะมีความหนาแน่นหลายเส้นทางเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา

ในการเดินทางช่วงสงกรานต์ปีนี้ Carro จึงขอเสนอเส้นทางสู่จังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ทั้งทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้อ่านได้เดินทางสะดวกขึ้น หลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด ลดเวลาการเดินทาง และถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ ในช่วงสงกรานต์นี้

เส้นทางการเดินทางสู่ภาคเหนือ

  • เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนพหลโยธินมุ่งหน้า จ.อยุธยาสู่ จ.นครสวรรค์ 
  • เส้นทางที่ 2 ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 จ.สุพรรณบุรี จ.ชัยนาทสู่ จ.นครสวรรค์ 
  • เส้นทางที่ 3 ใช้ทางหลวงหมายเลข 346 จ.สุพรรณบุรี ไป จ.อุทัยธานีสู่ จ.นครสวรรค์ 
  • เส้นทางที่ 4 ใช้เส้นทางรังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี -อ.ตากฟ้า มุ่งหน้าสู่ จ.พิษณุโลก

 

เส้นทางสู่ภาคอีสาน

  • เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนพหลโยธิน ถึง จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว มุ่งหน้าสู่ จ.นครราชสีมา
  • เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี ไป อ.ม่วงค่อม – อ.ท่าหลวง – อ.ด่านขุนทด – อ.ขามทะเลสอ สู่ จ.นครราชสีมา 
  • เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี – อ.ม่วงค่อม – อ.ท่าหลวง – บ.บัวชุม /บ.หนองสอง – อ.ปากช่อง -จ.นครราชสีมา 
  • เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไป จ.นครนายก – อ.บ้านนา – อ.แก่งคอย – อ.ปากช่อง-จ.นครราชสีมา

เส้นทางสู่ภาคตะวันออก

  • เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไปมอเตอร์เวย์ – เมืองพัทยา – กระทิงลาย – บ้านโป่ง -ระยอง -จันทบุรี -ตราด
  • เส้นทางที่ 2 กรุงเทพฯไปมอเตอร์เวย์ – อ.บ้านบึง – บ้านโป่ง -ระยอง -จันทบุรี -ตราด 
  • เส้นทางที่ 3 กรุงเทพฯไปมอเตอร์เวย์ – จ.ชลบุรี – แยกกระทิงลาย – เมืองพัทยา -ระยอง -จันทบุรี -ตราด
  • เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไปถนนบางนาตราด -ชลบุรี มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยา 

เส้นทางเดินทางลงภาคใต้

  • เส้นทางที่ 1 กรุงเทพฯไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี มุ่งหน้าสู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี มุ่งหน้า จ.ประจวบคีรีขันธ์ 
  • เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไปถนนบรมราชชนนี – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี มุ่งหน้าสู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

นอกจากนี้ บนถนนทางหลวงยังมีการติดตั้งป้ายเส้นทางเลี่ยง หรือเส้นทางแนะนำตามถนนทุกเส้นเป็นระยะ มีการติดตั้งไฟฟ้าเพิ่มแสงสว่าง ตลอดจนเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก พร้อมอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในทุกช่วงการเดินทาง และถ้าหากผู้อ่านต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างการเดินทาง ก็สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 อีกด้วยค่ะ

ปิดเส้นทางการจราจร

แจ้งปิดเส้นทางการจราจร 3 ระดับ
บริเวณรอบพระราชพิธีฯ

สำหรับใครที่จะเดินทางร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรโดยรอบท้องสนามหลวงในหลายเส้นทางพร้อมทั้งห้ามนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์และรถส่วนบุคคลเข้าจอดตลอดเวลาทั้ง 2 ฝั่ง โดยมีรายชื่อถนนที่ปิดเส้นทางทั้งหมดดังนี้

การปิดการจราจรพื้นที่ชั้นใน (ปิดล่วงหน้า 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2560)

  1. ปิดการจราจร ดังนี้

– ถนนหน้าพระลาน ตลอดสาย

– ถนนหน้าพระธาตุ ตลอดสาย

– ถนนราชดำเนินใน จากแยกผ่านพิภพ ถึงแยกป้อมเผด็จฯ

– ถนนสนามไชย จากแยกป้อมเผด็จ ถึงวงเวียน รด.

– ถนนหับเผย

– ถนนหลักเมือง

– ถนนกัลยาณไมตรี ถึงสะพานช้างโรงสี

– ซอยสราญรมย์

– ถนนพระจันทร์

– ถนนราชินี จากตัดถนนพระอาทิตย์ ถึงแยกผ่านพิภพ

– ถนนมหาราช ถึงแยกปากคลองตลาด

– ถนนท้ายวัง ตลอดสาย

– ถนนเชตุพน

– ถนนเศรษฐการ

– ถนนพระพิพิธ ตลอดสาย

– ถนนเจริญกรุง จากวงเวียน รด. ถึง แยกสะพานมอญ

2. จัดเดินรถทางเดียว 3 สาย ดังนี้

– ถนนจักรพงษ์ จากแยกบางลำพู ถึงถนนเจ้าฟ้า

– ถนนเจ้าฟ้า จากตัดถนนจักรพงษ์ ถึงตัดถนนพระอาทิตย์

– ถนนพระอาทิตย์ จากใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ถึงแยกบางลำพู

 

การปิดการจราจรระดับที่ 1 (ปิดล่วงหน้า 1 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 19.00 น.)

ปิดการจราจรชั้นใน 5 สาย ดังนี้

– ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า จากแยกอรุณอัมรินทร์ ถึงแยกผ่านพิภพ ทั้งสองฝั่ง

– ถนนราชดำเนินกลาง จากแยกผ่านพิภพ ถึงแยกผ่านฟ้าทั้งสองฝั่ง

– ถนนราชดำเนินนอก จากแยกผ่านฟ้า ถึงแยก จปร.

– ถนนหลานหลวง จากแยกหลานหลวง ถึงแยกผ่านฟ้า

– ถนนคู่ขนานลอยฟ้า (บรมราชชนนี) จากทางร่วมสะพานพระราม 8 ถึงทางขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

ถนนที่พาดผ่าน ถนนราชดำเนินกลาง ดังนี้

– ถนนตะนาว จากแยกคอกวัว ถึงแยกถนนพระสุเมรุ ตัดถนนบวรนิเวศ

– ถนนดินสอ จากแยก กทม. ถึงแยกสะพานวันชาติ

– ถนนมหาไชย จากแยกสำราญราษฎร์ ถึงป้อมมหากาฬ

– ถนนพระสุเมรุ จากแยกป้อมมหากาฬ ถึงแยกสะพานวันชาติ

– ถนนราชินี จากแยกปากคลองตลาด ถึงแยกผ่านพิภพ

– ถนนอัษฎางค์ จากแยกพระพิทักษ์ ถึงแยกผ่านพิภพ

– ถนนมหาราช จากแยกพระจันทร์ ถึงแยกปากคลองตลาด

 

การปิดการจราจรระดับที่ 2 (ปิดวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 00.01 น.)

  1. การปิดการจราจรทางถนน ขยายการปิดการจราจรเพิ่มเติม ดังนี้

1.1 ขยายการปิดการจราจรในถนนหลานหลวงไปถึงแยกสะพานขาว และจัดเดินรถทางเดียวในถนนกรุงเกษม จากแยกสะพานขำวไปแยกกษัตริย์ศึก เพื่อระบายรถออกไปยังถนนพระราม 1 และถนนพระราม 4 ส่วนรถในถนนจักรพรรดิพงษ์ ตั้งแต่แยกแม้นศรีถึงแยกวิสุทธิกษัตริย์ยังสามารถวิ่งได้ โดยห้ามเลี้ยวเข้าถนนราชดำเนินนอก

1.2 ถนนราชดำเนินนอก จากลานพระราชวังดุสิตถึงแยก จปร. จะปิดการจราจรเป็นช่วงๆ ตามแยก โดยไม่ให้รถเข้าสู่ถนนราชดำเนิน แต่ให้วิ่งพาดผ่านสัญจรส่งประชาชน ไว้ดังนี้

– ปิด แยกพระลานพระราชวังดุสิต ถึงแยกสวนมิสกวัน โดยยังคงให้รถในถนนศรีอยุธยาวิ่งผ่านได้

– ปิด แยกสวนมิสกวัน ถึงแยกมัฆวาน โดยยังคงให้รถในถนนพิษณุโลก วิ่งผ่านได้

– ปิด แยกมัฆวาน ถึงแยก จปร. โดยยังคงให้รถในถนนกรุงเกษม วิ่งผ่านได้

– ปิด ถนนลูกหลวงตลอดสาย

  1. การปิดการจราจรทางน้ำ

ปิดการจราจรในแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – สะพานพระพุทธยอดฟ้า ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 06.00 – 14.00 น.

 

การปิดการจราจรระดับที่ 3

เมื่อประชาชนมาเต็มพื้นที่จะทำการปิดการจราจรเต็มรูปแบบ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวของการจราจรรอบนอก คือ

– ถนนศรีอยุธยา จากแยกวัดเบญจฯ ถึงแยกหอประชุม ทบ. (พล.1)

– ถนนพิษณุโลก จากแยกพานิชยการ ถึงแยกวังแดง

– ถนนกรุงเกษม จากแยกเทวกรรม ถึงแยกประชาเกษม

– ถนนจักรพรรดิพงษ์ จากแยกแม้นศรี ถึงแยก จปร.

– ถนนวิสุทธิกษัตริย์ จากแยก จปร. ถึงแยกวิสุทธิกษัตริย์

– ถนนนครสวรรค์จากแยกผ่านฟ้ำ ถึงแยกนางเลิ้ง

โดยในถนนทั้ง 6 สาย ดังกล่าว ห้ามรถทุกชนิดจอด ก่อนถึงเวลาปิดการจราจร

 

Source www.pptvhd36.com

กรุงเทพ

รถสาธารณะในกรุงเทพ ปรับราคาขึ้น !!

ทางเลือกการเดินทางของคนในเมืองกรุงนั้นมีมากมาย แต่ถ้าใครไม่มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์ส่วนตัว คงต้องพึ่งบริการของรถสาธารณะในรูปแบบต่างๆ เพื่อโดยสารไปทำงาน หรือทำธุระต่างๆ และตอนนี้ก็เริ่มครบรอบสัมปทานค่ารถหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร จึงมีการปรับขึ้นราคาได้ใหม่ตามภาวะเงินเฟ้อและการลงทุน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น ดังนั้น Carro จะมาอัปเดตค่ารถที่กำลังจะขึ้นทุกเส้นทางทั่วกรุงเทพมาให้แล้วที่นี่

 

รถเมล์

รถเมล์

อัตราค่ารถเมล์ในปัจจุบัน

– รถเมล์แดง 6.50 บาท

– รถเมล์ร่วมบริการ 9 บาท

– รถ ปอ. 10-23 บาท

ซึ่งหลังจากวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นี้ จะมีการยกเลิกรถเมล์ฟรีแล้ว แต่ให้เงินค่าเดินทางสำหรับคนมีรายได้รายน้อยผ่านทาง  “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือบัตรคนจนแทนนั่นเอง

 

 

รถตู้

 

รถตู้

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้รถตู้ในตอนนี้ คือ ยังไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นค่าโดยสาร แต่อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีการร้องเรียนอยู่บ่อยครั้งถึงเรื่อง รถตู้บางคันยังมีการเก็บค่าโดยสารที่ไม่เท่ากันหรือมากว่าตามราคามาตราฐานที่ได้ระบุไว้  คุณสามารถเช็ค ราคา ที่ประกาศไว้ในเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบกได้เลย

 

BTS MRT

รถไฟฟ้า

ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา BTS ได้ประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 60 นี้เป็นต้นไป หลังผ่านมา 4 ปียังไม่เคยปรับขึ้นค่าโดยสารเลย โดยจะปรับขึ้นสถานีละ 1-2 บาทเท่านั้น

ส่วนรถไฟฟ้า MRT มีอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 16-42 บาท (ถ้านั่งตลอดจนสุดสายทั้งสองสาย 70 บาท) ยังไม่มีประกาศขอขึ้นค่าโดยสาร สามารถคำนวณค่าโดยสารได้ที่นี่

ปัจจุบันหลังจากสายสีม่วงสร้างเสร็จในเดือนสิงหาคม 2559 ผู้โดยสารก็ต้องรอไปถึง 1 ปีทั้งสองสายจึงเชื่อมต่อกันได้ในเดือน สิงหาคม 2560 โดยมียอดผู้ใช้พุ่งขึ้นกว่า 48,000 คนต่อวัน

ส่วนใครที่โดยสารด้วยรถไฟฟ้า Airport Link ก็ถือเป็นข่าวดี เพราะยังไม่มีประกาศขึ้นราคานั่นเอง

 

เรือ

 

เรือโดยสาร

ที่ผ่านมา ผู้ที่โดยสารด้วยเรือมักเผชิญกับการขึ้นราคาค่าโดยสารขึ้น-ลงตามราคาน้ำมันอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ขึ้นเพียง 1 บาทเท่านั้น จึงไม่ได้ส่งผลกระทบมากเท่าไร

แต่ล่าสุดเมื่อ 14 กันยายนที่ผ่านมา กรมเจ้าท่า ประกาศปรับอัตราค่าโดยสารทางเรือในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล อีก 50 สตางค์ – 1 บาท หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มสูงกว่าเพดาน เกินกว่า 10 วัน

ค่าโดยสารจะจัดเก็บตามประเภทเรือ คือ

  1. เรือประจำทาง  ค่าโดยสารไม่เกิน คนละ 9-11-13 บาท (ตามระยะ)  
  2. เรือด่วนพิเศษ ธงส้ม  ค่าโดยสารไม่เกินคนละ 15 บาท
  3. เรือด่วนพิเศษ ธงเหลือง ค่าโดยสารไม่เกินคนละ 20 บาท
  4. เรือด่วนพิเศษ ธงเขียว  ค่าโดยสารไม่เกินคนละ 13-20-32 บาท (ตามระยะ)
  5. เรือโดยสารในคลองแสนแสบ ค่าโดยสารไม่เกินคนละ 9-11-13-15-17-19 บาท (ตามระยะ)
  6. เรือโดยสารข้ามฟาก ค่าโดยสารใหม่ เริ่มที่คนละ 3.50 – 6 บาท

 

รถไฟ

รถไฟ

ในวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา รถไฟได้มีการประกาศขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร โดยปรับเพิ่มขึ้นเฉพาะรถรุ่นใหม่ 115 คัน จำนวน 8 ขบวน ในอัตรา 15-20% หรือเพิ่มขึ้น 150-200 บาทต่อเที่ยว ใน 4 เส้นทาง คือ ดังนี้

เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ

เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ

เส้นทางกรุงเทพฯ- หนองคาย-กรุงเทพฯ

เส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-กรุงเทพฯ

 

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับอัตราค่าเดินทางของรถสาธารณะในรูปแบบต่างๆ ทั่วกรุงเทพ โดยรวมแล้วบางบริการขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่บางบริการก็ขึ้นหลักหลายสิบบาท หากนานๆครั้งใช้ก็ดูไม่แพงขึ้นสักเท่าไร แต่หากต้องใช้ไปและกลับทุกวัน คงกระทบต่อผู้ใช้อยู่ไม่น้อยเลย แต่สำหรับใครที่มีรถยนต์ส่วนตัวและต้องใช้บริการทางด่วน จึงอยากรู้ ‘การทางพิเศษแห่งประเทศไทย’ มีการปรับขึ้นหรือไม่ อ่านต่อที่นี่

 

 

 

Source : voicetv.co.th