Tesla-Record-Delivery-Electric-Cars-Q3-2020

แม้ว่าตอนนี้ ใน USA และทั่วโลก กำลังได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 (Covid-19) กันอย่างหนัก ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ ร่วงรูดอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากผู้คนหลายสาขาอาชีพที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อรถ ได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจสายการบิน หรือธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นต้น

แต่ปัญหาดังกล่าว อาจไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับ Tesla เลยแม้แต่น้อย เพราะ Tesla ในเวลานี้นับว่าเป็นบริษัทรถยนต์เพียงไม่กี่แห่งในโลก ที่กลับมายอดขายเพิ่มขึ้น สวนทางกับบริษัทรถยนต์ค่ายอื่นๆ! ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากที่ Tesla ได้เปิดโรงงาน Gigafactory 3 ในประเทศจีนด้วย

โดยผลประกอบการไตรมาส 3 ของ Tesla ในปี 2020 สามารถสร้างยอดการส่งมอบรถให้ลูกค้าได้มากถึง 139,300 คัน ซึ่งมากกว่าไตรมาส 3 ปีเดียวกันของปีที่แล้ว ที่ส่งมอบรถได้เพียงแค่ 97,186 คัน หรือ 43% เมื่อเทียบกับปีนี้

external_image

ยอดการผลิตรถ Tesla ตั้งแต่ปี 2012 – 2020 (ภาพจาก InsideEVs)

ยอดขายรถ Tesla ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2019

ยอดขายปี 2019 Q3 ยอดผลิตรถ (คัน) ยอดส่งมอบ (คัน) Subject to Lease  Accounting
Model S/X 16,318 17,483 15%
Model 3/Y 79,837 79,703 8%
Total 96,155 97,186

ยอดขายรถ Tesla ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2020

ยอดขายปี 2020 Q3 ยอดผลิตรถ (คัน) ยอดส่งมอบ (คัน) Subject to Lease Accounting
Model S/X 16,992 15,200 13%
Model 3/Y 128,044 124,100 7%
Total 145,036 139,300 7%

Tesla-Model-3-Cuts-Price-For-China

โดยทาง Wall Street Consensus ตอนแรกได้คาดการณ์ออกมาด้วยว่า ในไตรมาส 3 Tesla จะสามารถส่งมอบรถให้ลูกค้าได้เพียง 120,000 คัน แต่ Tesla กลับสามารถส่งมอบรถได้ถึง 140,000 คันเลยทีเดียว!

และ Tesla ยังคุยว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต ให้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าได้มากกว่า 145,000 คัน ด้วยซ้ำไป! (เรียกว่า เอาให้เหนือกว่าที่ Wall Street Consensus คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าเลย)

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Thailand-Monthly-Car-Sales-Volume

สถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม มีปริมาณการขาย 68,883 คัน ยังลดลง 12.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 30.3% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ มีอัตราการเติบโตลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพราะยังเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19

Toyota-Yaris-ATIV-2020

อย่างไรก็ตาม ยอดขายโดยรวมของเดือนสิงหาคมปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีชึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 หลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ และมีมาตรการเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทั้งมาตรการด้านการเงินและการคลัง

ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 8 เดือน มีปริมาณการขาย 448,006 คัน ลดลง 32.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 40.7% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 28.1% ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากโควิด-19 ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมทั่วโลก

Nissan-Kicks-e-Power

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนสิงหาคม 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 68,883 คัน ลดลง 12.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 21,599 คัน ลดลง 31.9% ส่วนแบ่งตลาด 31.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
16,557 คัน เพิ่มขึ้น 11.9% ส่วนแบ่งตลาด 24.0%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 8,610 คัน ลดลง 45.3% ส่วนแบ่งตลาด  12.5%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 21,300 คัน ลดลง 30.3%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 7,099 คัน ลดลง 39.6% ส่วนแบ่งตลาด 33.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 5,278 คัน ลดลง 43.5% ส่วนแบ่งตลาด 24.8%
อันดับที่ 3 นิสสัน 2,332 คัน ลดลง 19.4% ส่วนแบ่งตลาด 10.9%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 47,583 คัน ลดลง 0.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 16,557 คัน เพิ่มขึ้น 11.9% ส่วนแบ่งตลาด 34.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 16,321 คัน ลดลง 25.7% ส่วนแบ่งตลาด 34.3%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,189 คัน ลดลง 21.7% ส่วนแบ่งตลาด  6.7%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick Up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)  ปริมาณการขาย 37,035 คัน ลดลง 3.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 15,280 คัน เพิ่มขึ้น 15.1% ส่วนแบ่งตลาด 41.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 13,565 คัน ลดลง 30.3% ส่วนแบ่งตลาด 36.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,189 คัน ลดลง 21.7% ส่วนแบ่งตลาด 8.6%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 3,752 คัน
โตโยต้า 1,750 คัน- มิตซูบิชิ 934 คัน – ฟอร์ด 533 – คัน- อีซูซุ 422 คัน – นิสสัน 106 คัน – เชฟโรเลต 7 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 33,283 คัน เพิ่มขึ้น 0.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 14,858 คัน เพิ่มขึ้น 17.7% ส่วนแบ่งตลาด 46.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 11,815 คัน ลดลง 25.7% ส่วนแบ่งตลาด 35.5%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,255 คัน ลดลง 28.1% ส่วนแบ่งตลาด 6.8%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – สิงหาคม 2563

1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 448,006 คัน ลดลง 32.9%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
133,374 คัน ลดลง 43.3% ส่วนแบ่งตลาด 29.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 108,088 คัน ลดลง 11.1% ส่วนแบ่งตลาด 24.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
55,970 คัน ลดลง 37.5% ส่วนแบ่งตลาด 12.5%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 150,700 คัน ลดลง 40.7%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 46,834 คัน ลดลง 30.9% ส่วนแบ่งตลาด 31.1%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
40,246 คัน ลดลง 49.5% ส่วนแบ่งตลาด 26.7%
อันดับที่ 3 นิสสัน
17,109 คัน ลดลง 34.8% ส่วนแบ่งตลาด 11.4%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 297,306 คัน ลดลง 28.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
108,088 คัน ลดลง 11.1% ส่วนแบ่งตลาด 36.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
93,128 คัน ลดลง 40.0% ส่วนแบ่งตลาด 31.3%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
21,705 คัน ลดลง 36.3% ส่วนแบ่งตลาด 7.3%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 236,151 คัน ลดลง 29.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
100,170 คัน ลดลง 10.1% ส่วนแบ่งตลาด 42.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
80,253 คัน ลดลง 41.6% ส่วนแบ่งตลาด 34.0%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
21,705 คัน ลดลง 36.3% ส่วนแบ่งตลาด 9.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 23,716 คัน
โตโยต้า 9,337 คัน – มิตซูบิชิ 5,611 คัน – อีซูซุ 3,887 คัน – ฟอร์ด 3,056 คัน – นิสสัน 1,173 คัน –เชฟโรเลต 652 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 212,435 คัน ลดลง 27.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
96,283 คัน ลดลง 7.6% ส่วนแบ่งตลาด 45.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
70,916 คัน ลดลง 39.4% ส่วนแบ่งตลาด 33.4%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
16,094 คัน ลดลง 35.1% ส่วนแบ่งตลาด 7.6%
ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Thailand-Monthly-Car-Sales-Volume
สถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกรกฎาคม 2563 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 59,335 คัน ลดลง 26.8% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 18,500 คัน ลดลง 43.6% รถเพื่อการพาณิชย์ 40,835 คัน ลดลง 15.4% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 32,707 คัน ลดลง 15.9%

โดยตลาดรถยนต์นั่ง มีอัตราการเติบโตลดลง 43.6% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ มีอัตราการเติบโตลดลง 15.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา

Toyota-Corolla-Cross-2020

จะเห็นได้ว่ายอดขายของเดือนกรกฎาคม มีแนวโน้มดีขึ้นจากเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลได้ผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5 ซึ่งทำให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ รวมถึงการเริ่มมีการจัดงานส่งเสริมการขายรถยนต์ ได้แก่ งาน Motor Show 2020 และงาน Big Motor Sale 2020 อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการช่วยเหลือการท่องเที่ยวในประเทศ “เราเที่ยวด้วยกัน” ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการใช้จ่าย ซึ่งส่งผลในเชิงบวกกับตลาดรถยนต์

ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 7 เดือน มีปริมาณการขาย 387,939 คัน ลดลง 35.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 42.2% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 31.7% จากปัญหาโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

Honda-CR-V-2020

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนกรกฎาคม 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 59,335 คัน ลดลง 26.8%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 17,553 คัน ลดลง 31.9% ส่วนแบ่งตลาด 29.6%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
15,477 คัน เพิ่มขึ้น 11.9% ส่วนแบ่งตลาด 26.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 6,034 คัน ลดลง 45.3% ส่วนแบ่งตลาด  10.2%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 18,500 คัน ลดลง 43.6%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 5,217 คัน ลดลง 39.6% ส่วนแบ่งตลาด 28.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 5,042 คัน ลดลง 43.5% ส่วนแบ่งตลาด 27.3%
อันดับที่ 3 นิสสัน 2,136 คัน ลดลง 19.4% ส่วนแบ่งตลาด 11.5%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 40,835 คัน ลดลง 15.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 15,477 คัน เพิ่มขึ้น 11.9% ส่วนแบ่งตลาด 37.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 12,511 คัน ลดลง 25.7% ส่วนแบ่งตลาด 30.6%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,100 คัน ลดลง 21.7% ส่วนแบ่งตลาด  7.6%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)  ปริมาณการขาย 32,707 คัน ลดลง 15.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 14,317 คัน เพิ่มขึ้น 15.1% ส่วนแบ่งตลาด 43.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 10,423 คัน ลดลง 30.3% ส่วนแบ่งตลาด 31.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,100 คัน ลดลง 21.7% ส่วนแบ่งตลาด 9.5%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 2,987 คัน
โตโยต้า 944 คัน- มิตซูบิชิ 859 คัน – อีซูซุ 517 – คัน- ฟอร์ด 425 คัน – นิสสัน 235 คัน – เชฟโรเลต 7 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 29,720 คัน ลดลง 13.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 13,800 คัน เพิ่มขึ้น 17.7% ส่วนแบ่งตลาด 46.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 9,479 คัน ลดลง 25.7% ส่วนแบ่งตลาด 31.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,241 คัน ลดลง 28.1% ส่วนแบ่งตลาด 7.5%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2563

1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 387,939 คัน ลดลง 35.9%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
111,775 คัน ลดลง 43.3% ส่วนแบ่งตลาด 28.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 91,531 คัน ลดลง 11.1% ส่วนแบ่งตลาด 23.6%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
47,360 คัน ลดลง 37.5% ส่วนแบ่งตลาด 12.2%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 138,216 คัน ลดลง 42.2%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 39,735 คัน ลดลง 30.9% ส่วนแบ่งตลาด 28.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
34,968 คัน ลดลง 49.5% ส่วนแบ่งตลาด 25.3%
อันดับที่ 3 นิสสัน
14,777 คัน ลดลง 34.8% ส่วนแบ่งตลาด 10.7%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 249,723 คัน ลดลง 31.7%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
91,531 คัน ลดลง 11.1% ส่วนแบ่งตลาด 36.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
76,807 คัน ลดลง 40.0% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
18,516 คัน ลดลง 36.3% ส่วนแบ่งตลาด 7.4%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 199,116 คัน ลดลง 33.0%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
84,890 คัน ลดลง 10.1% ส่วนแบ่งตลาด 42.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
66,688 คัน ลดลง 41.6% ส่วนแบ่งตลาด 33.5%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
18,516 คัน ลดลง 36.3% ส่วนแบ่งตลาด 9.3%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 19,964 คัน
โตโยต้า 7,587 คัน – มิตซูบิชิ 4,677 คัน – อีซูซุ 3,465 คัน – ฟอร์ด 2,523 คัน – นิสสัน 1,067 คัน –เชฟโรเลต 645 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 179,152 คัน ลดลง 31.1%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
81,425 คัน ลดลง 7.6% ส่วนแบ่งตลาด 45.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
59,101 คัน ลดลง 39.4% ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
13,839 คัน ลดลง 35.1% ส่วนแบ่งตลาด 7.7%
ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุคโควิด-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

Thailand-Monthly-Car-Sales-Volume

สถิติการขายรถยนต์เดือนมิถุนายน สามารถสร้างยอดขาย 58,013 คัน ลดลง 32.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 41.3% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 26.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เดิมมีการคาดการณ์ตลาดรวมในประเทศของปี 2563 อยู่ที่ 940,000 คัน และตั้งเป้าหมายการขายรถยนต์โตโยต้าไว้ที่ 310,000 คัน แต่ทว่าในสถานการณ์ไตรมาสที่ 1 ตัวเลขยอดขายตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 200,000 คัน หรือคิดเป็น 76% ของยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา โควิด-19 ได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการของตลาดตกหมดอย่างฉับพลัน ทั้งตลาดรถยนต์ในประเทศและตลาดการส่งออก ทำให้แตกต่างออกไปจากแผนที่คาดการณ์ไว้โดยสิ้นเชิง

หลังผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และ การหยุดสายการผลิตเป็นการชั่วคราวขอรถหลายค่ายไปแล้วนั้น ตลาดรถยนต์ของไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ลดลงไปที่ประมาณ 128,500 คัน คิดเป็น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สถิติการขายรถยนต์ ม.ค. – มิ.ย. 2563

ปริมาณการขายรวม
328,604 คัน
ลดลง     37.3%
รถยนต์นั่ง
119,716 คัน
ลดลง     42.0%
รถเพื่อการพาณิชย์
208,888 คัน
ลดลง     34.2%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)
166,409 คัน
ลดลง     35.6%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)
149,432 คัน
ลดลง     33.7%

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้า ม.ค. – มิ.ย. 2563

ปริมาณการขายโตโยต้า
94,222 คัน
ลดลง 45.1%
ส่วนแบ่งตลาด 28.7%
รถยนต์นั่ง
29,926 คัน
ลดลง 50.4%
ส่วนแบ่งตลาด 25.0%
รถเพื่อการพาณิชย์
64,296 คัน
ลดลง 42.2%
ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)
56,265 คัน
ลดลง 43.3%
ส่วนแบ่งตลาด 33.8%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)
49,622 คัน
ลดลง 41.5%
ส่วนแบ่งตลาด 33.2%

แนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2563

ในส่วนของภาคธุรกิจยานยนต์ของประเทศไทยนั้น ผลกระทบที่ได้รับยังถือว่าไม่รุนแรงเท่ากับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน และการฟื้นตัวของประเทศไทยดูจะรวดเร็วกว่า ดังนั้น แม้อาจจะยังไม่ควรที่จะประเมินสถานการณ์ให้สูงจนเกินไป แต่แนวโน้มของตลาดรถยนต์ไทยน่าจะไปในทิศทางที่ดี และสถานการณ์จะไม่แย่เท่าที่คาดการณ์ไว้

จึงได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ในปี 2563 เป็น 660,000 คัน คิดเป็น 65% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศ ปี 2563

ปริมาณการขายรวม
660,000 คัน
ลดลง     34.5%
รถยนต์นั่ง
225,100 คัน
ลดลง     43.5%
รถเพื่อการพาณิชย์
434,900 คัน
ลดลง     28.6%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)
346,015 คัน
ลดลง     29.7%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)
310,000 คัน
ลดลง     28.2%

ประมาณยอดขายรถยนต์ในประเทศของโตโยต้า ปี 2563

ปริมาณการขายโตโยต้า
220,000 คัน
ลดลง 33.8%
ส่วนแบ่งตลาด 33.3%
รถยนต์นั่ง
62,800 คัน
ลดลง 46.6%
ส่วนแบ่งตลาด 27.9%
รถเพื่อการพาณิชย์
157,200 คัน
ลดลง 26.8%
ส่วนแบ่งตลาด 36.1%
รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง)
135,600 คัน
ลดลง 29.3%
ส่วนแบ่งตลาด 39.2%
รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง)
121,000 คัน
ลดลง 26.9%
ส่วนแบ่งตลาด 39.0%

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมิถุนายน 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 58,013 คัน ลดลง 32.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 16,661 คัน เพิ่มขึ้น 26.1% ส่วนแบ่งตลาด 28.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 13,366 คัน ลดลง 53.8% ส่วนแบ่งตลาด 23.0%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 5,822 คัน ลดลง 52.1% ส่วนแบ่งตลาด 10.0%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 20,768 คัน ลดลง 41.3%              

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 4,816 คัน ลดลง 47.4% ส่วนแบ่งตลาด 23.2%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 4,802 คัน ลดลง 50.7% ส่วนแบ่งตลาด 23.1%
อันดับที่ 3 ซูซูกิ 1,776 คัน ลดลง 13.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.6%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 37,245 คัน ลดลง 26.4% 

อันดับที่ 1 อีซูซุ 16,661 คัน เพิ่มขึ้น 26.1% ส่วนแบ่งตลาด 44.7%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 8,564 คัน ลดลง 55.4% ส่วนแบ่งตลาด 23.0%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,562 คัน ลดลง 34.1% ส่วนแบ่งตลาด  6.9%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 29,576 คัน ลดลง 26.7%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 15,368 คัน เพิ่มขึ้น 29.7% ส่วนแบ่งตลาด 52.0%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 7,375 คัน ลดลง 57.2% ส่วนแบ่งตลาด 24.9%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,562 คัน ลดลง 34.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.7%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 2,992 คัน
โตโยต้า 1,262 คัน – มิตซูบิชิ 553 คัน – อีซูซุ 500 คัน – นิสสัน 337 คัน – ฟอร์ด 312 คัน –  เชฟโรเลต 28 คัน 

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 26,584 คัน ลดลง 25%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 14,868 คัน เพิ่มขึ้น 33.7% ส่วนแบ่งตลาด 55.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 6,113 คัน ลดลง 58.8% ส่วนแบ่งตลาด 23.0%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,009 คัน ลดลง 26.6% ส่วนแบ่งตลาด 7.6%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – มิถุนายน 2563

1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 328,604 คัน ลดลง 37.3% 

อันดับที่ 1 โตโยต้า
94,222 คัน ลดลง 45.1% ส่วนแบ่งตลาด 28.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 76,054 คัน ลดลง 14.7% ส่วนแบ่งตลาด 23.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
41,326 คัน ลดลง 36.1% ส่วนแบ่งตลาด 12.6%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 119,716 คัน ลดลง 42%          

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 34,518 คัน ลดลง 29.4% ส่วนแบ่งตลาด 28.8%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
29,926 คัน ลดลง 50.4% ส่วนแบ่งตลาด 25.0%
อันดับที่ 3 นิสสัน
12,641 คัน ลดลง 36.9% ส่วนแบ่งตลาด 10.6%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 208,888 คัน ลดลง 34.2%  

อันดับที่ 1 อีซูซุ
76,054 คัน ลดลง 14.7% ส่วนแบ่งตลาด 36.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
64,296 คัน ลดลง 42.2% ส่วนแบ่งตลาด 30.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
15,416 คัน ลดลง 38.6% ส่วนแบ่งตลาด 7.4%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 166,409 คัน ลดลง 35.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
70,573 คัน ลดลง 13.9% ส่วนแบ่งตลาด 42.4%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
56,265 คัน ลดลง 43.3% ส่วนแบ่งตลาด 33.8%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
15,416 คัน ลดลง 38.6% ส่วนแบ่งตลาด 9.3%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 16,977 คัน
โตโยต้า 6,643 คัน – มิตซูบิชิ 3,818 คัน – อีซูซุ 2,948 คัน – ฟอร์ด 2,098 คัน – นิสสัน 832 คัน – เชฟโรเลต 638 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 149,432 คัน ลดลง 33.7%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
67,625 คัน ลดลง 11.5% ส่วนแบ่งตลาด 45.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
49,622 คัน ลดลง 41.5% ส่วนแบ่งตลาด 33.2%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
11,598 คัน ลดลง 36.3% ส่วนแบ่งตลาด 7.8%
ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุคโควิด-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

SUV-And-Crossover-In-Motorshow-2020

ช่วง Motor Show 2020 (มอเตอร์โชว์ 2020) นี้ รถยนต์อเนกประสงค์ หรือ รถยนต์ในรูปแบบ SUV, PPV หรือ Crossover นั้น ยังเป็นที่นิยมจากมหาชนอย่างมากเช่นทุกปี เพราะเป็นรถที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะไว้วิ่งในเมือง ไว้ออกต่างจังหวัด ลุยน้ำท่วม ขนสัมภาระมากมาย หรือเดินทางไปกับครอบครัวหลายคนก็ตาม หลายแบรนด์จึงต้องรีบกระโดดลงมาเล่นรถในกลุ่มนี้ ถึงขนาดบางค่าย ไม่เคยทำ ไม่ยอมทำ ก็ต้องทำออกมาขาย!

ในงาน Bangkok International Motor Show 2020 ครั้งนี้ แม้ว่าจะถูกวิกฤตโควิด-19 เล่นงานจนต้องเลื่อนมาจัดในช่วงกลางปี 2563 รถ SUV และรถ Crossover ตัวเลขยอดจองของรถแนวนี้ ก็ยังถือว่าดีตั้งแต่วันแรกๆ ของงาน และผู้คนก็ยังให้ความสนใจมาก ดังที่จะเห็นได้จากการเปิดตัวรถ SUV หรือรถ Crossover ใหม่ในงาน มีคนสนใจอยากดูต่อคิวเข้าบูธในยุค New Normal แน่นขนัดจนต้องต่อแถวยาวเหยียดทีเดียว

MR.CARRO ขอพาทุกท่านไปชมกัน ว่าในงานจะมีรถยนต์ SUV และรถ Crossover รุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจ พร้อมรายละเอียดพอสังเขป มาเสนอครับ …

Toyota-Corolla-Cross-2020

Toyota Corolla Cross

Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) นับได้ว่าเป็นรถ SUV Crossover เปิดตัวในไทยเป็นที่แรกของโลก และโชว์ในงาน Motor Show 2020 พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue) ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมงาน Motor Show 2020

ตัวรถภายนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว หรูหราแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ส่วนห้องโดยสารภายในใช้โทนสีแดงใหม่ Terra Rossa มีจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

เครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่นเบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

ราคาของ Toyota Corolla Cross ใหม่

  • รุ่น 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท**

ราคาพิเศษ 959,000 บาท (ณ วันเปิดตัว – 30 กันยายน 2563 มีจำนวนจำกัด)

ราคารุ่น Hybrid

  • รุ่น Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท**
  • รุ่น Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท**
  • รุ่น Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท**

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม

Toyota-Fortuner-Legender

Toyota Fortuner

Toyota Fortuner (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์) ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ต้อนรับปี 2020 ทุกรุ่นย่อย! พร้อมรุ่นพิเศษใหม่ “Legender” โดดเด่นด้วยกระจังหน้าใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมแถบกันชนล่างสีเงิน ไฟหน้า DayTime Running Light แบบ Light Guiding ดีไซน์ใหม่ และปรับชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่เป็นแบบ LED พร้อมกับ Light Guiding กับล้ออัลลอย 18 นิ้วดีไซน์ใหม่

ส่วนภายในใช้มาตรวัดใหม่ ปรับจอแสดงผลระบบ Infotainment ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay ส่วนระบบเชื่อมต่อ T-Connect ในทุกรุ่น มีกล้องมองภาพรอบคันพร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ พร้อมระบบ Activated Kick Door เปิดประตูหลังได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้มือสัมผัสตัวรถ

และช่วงล่าง Super Flex Suspension ที่ปรับปรุงและพัฒนาใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของการดูดซับแรงกระแทกของโช๊คอัพ และเปลี่ยนวัสดุของแหนบ พร้อมระบบบังคับเลี้ยวแบบ VFC (Variable Flow Control) ปรับน้ำหนักพวงมาลัยให้เหมาะสมในทุกช่วงความเร็ว

ด้านเครื่องยนต์ปรับปรุงใหม่ในรุ่นเครื่องยนต์ ขนาด 2.8 ลิตร GD Super Power (เจนเนอเรชั่น 2) แรงม้าสูงสุดขึเนมาเป็น 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร สำหรับรุ่น Off-Road เครื่องยนต์มีการปรับลดความเร็วรอบเดินเบา (จาก 850 รอบ/นาที เป็น 680 รอบ/นาที) พร้อมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพการขับขี่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) สามารถลุยเส้นทาง Off-Road ได้อย่างมั่นคง และยังเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense อีกด้วย

ราคาของ Toyota Fortuner

  • 2.4G เกียร์อัตโนมัติ 1,319,000 บาท จาก 1,349,000 บาท (วันนี้ – 30 กันยายน 2563)
  • 2.4V เกียร์อัตโนมัติ 1,424,000 บาท จาก 1,454,000 บาท (วันนี้ – 30 กันยายน 2563)
  • 2.4V เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,494,000 บาท จาก 1,524,000 บาท (วันนี้ – 30 กันยายน 2563)
  • 2.4 Legender เกียร์อัตโนมัติ 1,564,000 บาท
  • 2.4 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,634,000 บาท
  • 2.8 Legender เกียร์อัตโนมัติ 1,769,000 บาท
  • 2.8 Legender เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,839,000 บาท

(*** สำหรับสี Emotional Red และ สี White Pearl CS เพิ่ม 12,000 บาท)

(*** สำหรับสี Emotional Red Black Top และ สี White Pearl CS Black Top เพิ่ม 20,000 บาท)

Nissan-Kicks-e-POWER-2020

Nissan Kicks e-POWER

Nissan Kicks e-POWER (นิสสัน คิกส์) รถ Crossover ไฮบริด ที่มีจุดเด่นอย่างการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าให้ขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เหมาะกับการขับรถทางไกล

ขุมพลังหลักคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ขนาด 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 79 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) หากรวมพลังทั้งหมด ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า

นอกจากนี้ ห้องโดยสารภายใน โดดเด่นด้วยการใช้สีทูโทนดำ – ส้ม ด้วยแผงคอนโซล และเบาะหนัง พร้อมเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอเครื่องเสียง ผ่าน Apple CarPlay พร้อมระบบนำทาง Navigation System ผ่าน Google Map กับระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Recognition ที่ใช้งานง่าย แถมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมากถึง 432 ลิตร และยังมีความลึกของห้องเก็บสัมภาระที่มากถึง 900 มม. โดยที่ยังไม่พับเบาะหลัง

ราคาของ Nissan Kicks e-POWER ใหม่

  • รุ่น S ราคา 889,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 999,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,049,000 บาท ปรับขึ้น 50,000 บาท)
  • รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,103,900 บาท ปรับขึ้น 54,900 บาท)

*สีขาว Storm White และสีส้ม Monarch Orange เพิ่มเงิน 10,000 บาท และสีทูโทน หลังคาสีดำ เพิ่มเงิน 10,000 – 15,000 บาท

Honda-CR-V-2020

Honda CR-V

Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์-วี) ใหม่ เปิดตัวในไทยที่งาน Motor Show เป็นประเทศแรกของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ด้วยดีไซน์ภายนอกยังสปอร์ตหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติ พรีเมียมขึ้นด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบ Panorama และไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential

เสริมความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายล้ำสมัยระดับพรีเมียม

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 5 ที่นั่ง มาพร้อมขุมพลังการขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO 160 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC 173 แรงม้า และมาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงินคอสมิก

ราคาของ Honda CR-V

  • เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 S 5 ที่นั่ง ราคา 1,369,000 บาท
  • เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 ES 4WD 5 ที่นั่ง ราคา 1,529,000 บาท
  • เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 E 7 ที่นั่ง ราคา 1,419,000 บาท
  • เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 EL 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,579,000 บาท
  • เครื่องยนต์ดีเซล รุ่น DT-EL 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,759,000 บาท

Mazda-CX-3-2020

Mazda CX-3

Mazda CX-3 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-3) ในรุ่นปี 2020 นี้ ได้ปรับปรุงรุ่นย่อยใหม่ และปรับราคาจำหน่ายใหม่ พร้อมโชว์ตัวในงาน Motor Show 2020 เจาะกลุ่มคนอยากมีรถ Crossover คันแรกมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามียอดขายสะสมในประเทศไทยกว่า 16,000 คัน

CX-3 นี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Drive Your Attitude” ภายใต้แนวทางการออกแบบใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยี SkyActiv ที่กำลังสร้างชื่อในตลาดทั่วโลกรวมทั้งในตลาดในไทย ด้วยดีไซน์สปอร์ตหรู กับสีพรีเมี่ยมใหม่ Machine Gray กับ Soul Red Crystal พร้อมนวัตกรรมล่าสุดที่ให้คุณควบคุมได้ทุกเส้นทาง Skyactiv-Vehicle Dnamics และเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activesense

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อม Manual Mode Activematic อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 16.4 กม./ลิตร

ราคาของ Mazda CX-3

  • รุ่น 2.0 Base ราคา 768,000 บาท
  • รุ่น 2.0 Comfort ราคา 848,000 บาท
  • รุ่น 2.0 Proactive ราคา 948,000 บาท
  • รุ่น 2.0 Style ราคา 1,048,000 บาท

Mazda-CX-30-2020

Mazda CX-30

Mazda CX-5 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) นับเป็นดาวเด่นในบูธ Mazda ของงาน Motor Show 2020 ครั้งนี้ ตัวรถออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion ตัวรถที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mazda3 เพิ่มทางเลือกระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 โดย CX-30 ยังเป็นรถที่ได้รางวัล 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกปี 2020 มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและการชับขี่ ภายในนั่งกันได้ 4 คนสบายๆ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง หรือชอบที่ชื่นชอบรถ SUV แนวสปอร์ต

ห้องโดยสารภายใน ครบทุกความสะดวกสบาย เริ่มตั้งแต่มาตรวัดแบบดิจิทัลแบบจอ TFT LCD ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบ Head-up Display แบบสีบนกระจกหน้า มีระบบอินโฟเทนเมนท์ และระบบเชื่อมต่อ Mazda Connect ทำงานผ่านจอกว้างขนาด 8.8 นิ้ว รองรับการแสดงผลระบบกล้อง 360° View Monitor รวมถึงฟังก์ชั่น Apple CarPlay ที่สามารถควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ด้วยปุ่ม Center Commander ที่บริเวณฐานเกียร์ได้ และชุดเครื่องเสียง Bose พร้อมลำโพง 12 ตัว

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร และสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

ราคา Mazda CX-30

  • รุ่น 2.0 C ราคา 989,000 บาท
  • รุ่น 2.0 S ราคา 1,099,000 บาท
  • รุ่น 2.0 SP ราคา 1,199,000 บาท

Mitsubishi-Xpander-Cross

Mitsubishi Xpander Cross

Mitsubishi Xpander Cross (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส) นับตั้งแต่ Mitsubishi Xpander เปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2561 สามารถสร้างยอดขายสะสมรวมทุกรุ่นได้มากกว่า 26,000 คัน ในปีนี้ Mitsubishi จึงเปิดตัว Xpander Cross ในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา พร้อมปรับรูปลักษณ์ให้ดูลุยๆ แข็งแกร่ง ขับขี่ได้ทุกสภาพถนน ด้วยความสูงใต้ท้องรถที่สูงถึง 225 มม. และโดดเด่นด้วยดีไซน์ด้านหน้าใหม่แบบ Advanced “Dynamic Shield” เวอร์ชั่นล่าสุด

ห้องโดยสารภายใน ตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่ม ดูหรูหราสะดวกสบาย พร้อมดีไซน์สีทูโทน สีดำและน้ำตาล ที่แผงคอนโซลและเบาะนั่ง รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง เบาะแถวที่ 2 สามารถปรับพับได้แบบ 60:40 และเบาะแถวที่ 3 ปรับพับได้แบบ 50:50 และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

ส่วนเครื่องยนต์ยังเหมือนในโฉมธรรมดา นั่นคือแบบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร MIVEC ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ราคาของ Mitsubishi Xpander Cross ใหม่

  • ราคา 899,000 บาท

Mitsubishi-Pajero-Sport-Elite-Edition

Mitsubishi Pajero Sport

Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition (มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลิท เอดิชั่น) ยังคงเป็นรถ PPV รุ่นขายดีของ Mitsubishi แม้ว่าจะออกมาหลายปีแล้ว ซึ่งตัวนี้เป็นรุ่นพิเศษที่เปิดตัวในงาน Motor Show 2020 นี้

สีตัวรถ มีให้เลือกได้ระหว่างสีดำ Jet Black Mica หรือสีขาว White Diamond ตัดกับหลังคาดำ มาพร้อมกระจังหน้าสีดำ มีสัญลักษณ์ Elite Edition เฉพาะรุ่นที่ประตูบานท้าย ปลายท่อไอเสียสเตนเลส พร้อมชุดแต่งสีดำล้วน อาทิ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ชุดแต่งใต้กันชนหน้า-หลัง ราวหลังคา สปอยเลอร์หลัง และเสาอากาศแบบครีบฉลาม

ภายในห้องโดยสารใช้เบาะสีน้ำตาล Quole Modure ที่สามารถสะท้อนความร้อนจากแสงแดด แผงประตูและคอนโซลกลางบุหนังสีน้ำตาล มีตราสัญลักษณ์ Pajero Sport เหนือกล่องเก็บของด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร ฝาครอบสเตนเลสพร้อมไฟ LED ชุดพรมปักตรา Pajero Sport และกล้องบันทึกภาพหน้ารถ DVR : Digital VDO Recorder เป็นต้น

ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร MIVEC VG Turbo 181 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

ราคาของ Mitsubishi Pajero Sport

  • รุ่น 2.4 GT-Premium 2WD Elite Edition ราคา 1,524,000 บาท
  • รุ่น 2.4 GT-Premium 4WD Elite Edition ราคา 1,629,000 บาท

Suzuki-XL7

Suzuki XL7

Suzuki XL7 (ซูซูกิ เอ็กซ์แอล7) Multi-Dynamic Crossover ที่ชื่อรุ่นไม่ได้เกี่ยวอะไรกันกับ Suzuki Vitara XL7 ที่ทาง Suzuki เคยขายในไทยมาก่อนเลย ชูแนวคิด THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต บนพื้นฐานของ HEARTECT Platform ร่วมกับรุ่น Ertiga ด้วยสมรรถนะและฟังก์ชันที่ครบครัน ที่มาของ XL7 ซึ่งก็หมายถึงรุ่นนี้มี 7 ที่นั่งนั่นเอง

มาพร้อมดีไซน์สปอร์ต ออกแบบให้มีความสูงขึ้น ใช้ไฟหน้า LED ปรับระดับองศาของไฟต่ำได้ พร้อม ไฟ Daytime Running Light และล้ออัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว มีราวหลังคา และไฟท้าย LED พร้อมไฟเบรคแนวตั้งแบบ Light guides

ภายในตกแต่งวัสดุด้วยลาย Carbon Fiber พร้อมคิ้วโครเมียม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงผลข้อมูลการขับขี่ จอแสดงผลระบบอินโฟฯ แบบทัชสกรีนขนาด 10 นิ้ว ระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบอัตโนมัติ พร้อมแอร์เบาะแถว 2 และแถว 3 ซึ่งเบาะแถว 2 สามารถปรับพับได้แบบ 60:40 ปรับเลื่อนได้ 240 มม. ช่วยให้เข้า-ออกเบาะแถว 3 ง่ายขึ้นและเบาะแถว 3 ปรับพับได้แบบ 50:50

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส K15B เหมือนในรุ่น Ertiga ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า

ราคาของ Suzuki XL7

  • รุ่น GLX ราคา 779,000 บาท

MG-ZS-2020

MG ZS

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) ปรับโฉมใหม่ไปในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ด้วยอีกขั้นของยนตรกรรมภายใต้นิยาม “SMART UP” ยกระดับ สู่การเป็น “สมาร์ทเอสยูวี ที่เหมาะกับชีวิตสมาร์ทของทุกคน” ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดบริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่มีความทันสมัยมากขึ้นและสปอร์ตยิ่งกว่าเดิม พร้อมชูจุดเด่นรถยนต์รุ่นแรกของเอ็มจี ที่มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART มีระบบ Voice Command ภาษาไทย

New MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ รหัส 15S4C ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ 8 สปีด และสามารถปรับโหมดพวงมาลัยได้ถึง 3 โหมด

ราคาของ MG ZS

  • รุ่น C+ ราคา 689,000 บาท
  • รุ่น D+ ราคา 739,000 บาท
  • รุ่น X+ ราคา 799,000 บาท

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ ง่ายๆ เพียงขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้เงินไว! เร็ว! พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก:

Carro-Compare-Toyota-Corolla-Cross-And-Nissan-Kicks-2020

รถในระดับ B-SUV ป้ายแดงยอดนิยม ในราคาเริ่มต้นประมาณ 8 แสนบาทปลายๆ ไปจนถึง 1 ล้านต้นๆ ชั่วโมงนี้คงไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่า Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) และ Nissan Kicks (นิสสัน คิกส์) อีกแล้ว! เพราะเป็นรถที่เหมาะสำหรับคนมีครอบครัว หรือมีลูก 1-2 คน ไว้ใช้งานในชีวิตประจำวัน และไว้ใช้งานในวันหยุดได้

ซึ่งทั้งสองโมเดลนี้ ต่างก็เปิดตัวในไทยเป็นที่แรกของโลก คันหนึ่งใหม่หมดทั้งคัน อีกคันหนึ่งเป็นโฉมไมเนอร์เชนจ์ คันหนึ่งเป็นรถยนต์แบบ e-POWER ระบบ Hybrid ใช้น้ำมันให้เครื่องยนต์ไปปั่นมอเตอร์ไฟฟ้า ได้อารมณ์ขับรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนอีกคันหนึ่งยังเป็นแบบเบนซิน และระบบเบนซินแบบ Hybrid ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า

ถ้าหากในปี 2020 นี้ ทั่วโลกไม่เจอเจ้าโควิด-19 ซะก่อน ตลาดรถในกลุ่ม B-SUV คงจะคึกคักมากกว่านี้แน่นอน เนื่องด้วยกำลังซื้อที่ขาดหายไปมาก และบรรดาไฟแนนซ์ สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ทำให้การแข่งขันเพื่อชิงยอดขายนั้น ดุเดือดเลยทีเดียว หากฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำแล้ว บอกได้เลยว่าลำบากแน่!

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ในช่วงโควิด-19 สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

มาดูกันว่า Toyota Corolla Cross 2020 และ Nissan Kicks 2020 มีจุดเด่น ข้อดี ข้อเสีย ตรงไหนกันบ้าง ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อ และไปดูตัวจริงในงาน Motor Show 2020 …

All-New-Corolla-Cross-2020

Toyota Corolla Cross 2020

ข้อดี : เป็นรถครอสโอเวอร์ไฮบริด รุ่นที่พ่วงชื่อ Corolla มาด้วย โดยเป็นการนำ DNA ของรถยนต์โคโรลล่า มาพัฒนาให้เกิดเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ บนแพลทฟอร์มใหม่อย่าง TNGA โดยใช้แพลตฟอร์มของโคโรลล่า ซีดาน และยังคล้ายกับในรุ่น C-HR อีกด้วย แต่ C-HR เน้นเจาะกลุ่มวัยรุ่น ส่วน Corolla Cross จะเน้นกลุ่มคนวัยทำงานขึ้นมาหน่อย และมีครอบครัวแล้ว อีกทั้งยังมีรถโชว์พร้อมขาย พร้อมให้ทดลองขับ และระบบ Hybrid ที่ไว้ใจได้

ข้อด้อย : เรื่องหน้าตาความชอบนั้นเป็นรสนิยม หลายคนอาจบอกว่าหน้าตาดูดุไปหน่อย แต่บางคนดูแล้วก็บอกว่า OK  ตัวรอง Top ดูคุ้มค่าเงินที่สุดกว่าตัวรุ่น Top

รายละเอียดตัวรถ : ตัวรถถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue) มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

ใช้ช่วงล่างแบบคานแข็งที่ได้รับการพัฒนาใหม่ เพื่อปรับช่วงล่างให้มีประสิทธิภาพการเกาะถนน ส่วนพื้นที่จุสัมภาระด้านท้ายรถ มีมากถึง 487 ลิตร นอกจากนี้ ในส่วนของห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยประตูด้านหลังขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถขึ้นและลงจากรถได้อย่างสะดวกสบาย และยังมีการออกแบบที่ว่างเหนือศีรษะให้สูงพอดี มีความโปร่ง สบาย ไม่อึดอัด

All-New-Corolla-Cross-2020

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED แบบ Hybrid
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) LED แบบ Light Guiding
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้า LED
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home
  • ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับไฟฟ้าและพับเก็บอัตโนมัติ พร้อมระบบ Reverse Link
  • ราวหลังคา
  • สีภายใน สีแดง Terra Rossa / สีดำ (ขึ้นอยู่กับสีภายนอก)
  • จอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth และ USB
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start)
  • ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย
  • ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
  • จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display)
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ (Electro Chromic)
  • ระบบป้องกันการออกตัวฉุกเฉิน (Drive Start Control)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control System)
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Brake Signal)
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)
  • ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติพร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist)
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams)
    รวมทั้ง …
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic View Monitor)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert)
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS 7 ตำแหน่ง (Air Bags)

เครื่องยนต์ : เป็นแบบเบนซินขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 150 กรัม/กม.

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 98 กรัม/กม.

มิติตัวรถ : ยาว 4,460 มม. กว้าง 1,825 มม. สูง 1,620 มม. ระยะฐานล้อ 2,640 มม.

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนกรกฏาคม 2563)

  • รุ่น 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท** (ราคาพิเศษ 959,000 บาท ณ วันเปิดตัว – 30 กันยายน 2563 มีจำนวนจำกัด)
  • รุ่น Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท**
  • รุ่น Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท**
  • รุ่น Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท**

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม

Nissan-Kicks-ePower-2020

Nissan Kicks e-Power 2020

ข้อดี : เป็นรถครอสโอเวอร์ไฮบริด ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าให้ขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เหมาะกับการขับรถทางไกล

ข้อด้อย : หลายคนอาจผิดหวังกับความประหยัด ว่าประหยัดได้เท่า Eco-Car และไม่มีระบบ Active Cooling ให้กับแบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งเมืองร้อน (มาก) อย่างบ้านเรา ควรจะเพิ่มระบบหล่อเย็นจุดนี้ แม้ว่าแบตเตอรี่จะถูกออกแบบมาให้ทนความร้อนได้สูงก็ตาม

อีกทั้งรถยังไม่มีให้ลูกค้าได้ทดสอบตามโชว์รูมต่างๆ และพร้อมส่งมอบ เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนติดปัญหาโควิด-19 ทำให้การผลิตชิ้นส่วนชะงัก และต้องแก้ QC ในชิ้นงานที่มีปัญหา อีกทั้งยังต้องผลิตรถส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตอนนี้มียอดจองเข้ามาหลายพันคัน ทำให้เกิดการล่าช้าในการผลิต หลายคนจึงเริ่มลงเลในการซื้อ กลายเป็นเจ้าพ่อตลาดวายไป

รายละเอียดตัวรถ : เป็นรถแบบ SUV ที่นิสสันพัฒนามาจากรถต้นแบบอย่าง Nissan Kicks Concept โดยเปิดตัวตัวรถผลิตขายจริงมาตั้งแต่ช่วงปี 2016 เพื่อทำตลาดในอเมริกาใต้เป็นหลัก ตัวรถพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม V แบบเดียวกับรถตระกูล Nissan Micra, Note, Pulsar หรือ Sylphy

ห้องโดยสารภายใน โดดเด่นด้วยการใช้สีทูโทนดำ – ส้ม (เฉพาะรุ่น VL) ด้วยแผงคอนโซล และเบาะหนัง พร้อมเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอเครื่องเสียง ผ่าน Apple CarPlay พร้อมระบบนำทาง Navigation System ผ่าน Google Map กับระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Recognition ที่ใช้งานง่าย

แถมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุมากถึง 432 ลิตร และยังมีความลึกของห้องเก็บสัมภาระที่มากถึง 900 มม. โดยที่ยังไม่พับเบาะหลัง

เวลาขับยังมีระบบอัจฉริยะ ช่วยให้คนขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทาง ผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน จับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และนำไปประมวลผล แล้วแสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอวิทยุ และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือน เมื่อตรวจพบบุคคล หรือวัตถุที่กล้องรอบคันจับการเคลื่อนไหวได้ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

Nissan-Kicks-ePower-2020

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • หน้าจอ TFT Digital Meter ขนาด 7 นิ้ว บนมาตรวัด
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape
  • กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Intelligent Key
  • ปุ่ม Push Start
  • กุญแจระบบ Immobilizer
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ Anti-jam Protection ด้านผู้ขับ
  • ที่วางแก้วตอนหน้า 2 ตำแหน่ง
  • ช่องวางขวดน้ำบริเวณแผงประตูหน้า-หลัง 4 ตำแหน่ง
  • กล่องเก็บของด้านหน้า
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
  • ไฟห้องสัมภาระด้านท้าย
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบตั้งเวลาหน่วง
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลังแบบตั้งเวลา
  • ชุดระบบอินโฟเทนเมนท์ Nissan Connect จอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ลำโพง 6 ตำแหน่ง Bluetooth, USB, AUX-in, ฟังก์ชั่น Apple CarPlay สำหรับ iOS (เฉพาะรุ่น V และ VL)
  • ชุดเครื่องเสียงมาตรฐาน วิทยุ AM/FM, Bluetooth, USB, AUX-in และลำโพง 4 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น S และ E)
  • เทคโนโลยร One-Pedal คันเร่งอัจฉริยะ
  • ระบบ Intelligent Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่นชลอความเร็วและรักษาระยะห่างตามรถคันหน้า
  • ระบบ Intelligent Forward Collision Warning ช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า
  • ระบบ Intelligent Emergency Braking ช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็วหรือหยุดรถ ลดความเสียหายที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ
  • ระบบ Blind Spot Warning เตือนจุดอับสายตา
  • ระบบ Rear Cross Traffic Alert ช่วยเตือนในขณะถอยออก
  • ระบบ Intelligent Around View Monitor กล้องอัจฉริยะรอบทิศทาง พร้อมเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนเมื่อพบวัตถุหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน หรือ Moving Object Detection
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control
  • ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ Intelligent Ride Control
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง Intelligent Trace Control
  • ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด ประกอบด้วยคู่หน้า, ข้าง และม่านข้างซ้าย-ขวา (รุ่น VL) และถุงลมนิรภัยคู่หน้า (ทุกรุ่น)
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ Pretensioner and Load Limiter Seatbelts
  • จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็กเด็กแบบ ISOFIX
  • ระบบเบรก ABS, EBD และ BA
  • กระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror แสดงผลด้วยจอ LCD ที่แสดงภาพจากกล้องด้านหลังตัวรถ สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลระหว่างจอแสดงภาพ หรือภาพสะท้อนแบบปกติจากกระจกได้
  • ระบบ Hill Start Assist ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน

Nissan-Kicks-e-POWER-ECO-Sticker

ECO Sticker ของ Nissan Kicks e-POWER 2020

เครื่องยนต์ : เป็นแบบเบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE (แบบเดียวกับใน Note e-Power) แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด  79 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) ที่ 4,000-8,992 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ที่ 500-3,008 รอบ/นาที

หากรวมพลังทั้งหมด ให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า ที่ 4,000 – 8,992 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร ที่ 500 – 3,008 รอบ/นาที และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 23.8 กม./ลิตร (ตาม Eco Sticker) หรือ 4.2 ลิตร/100 กม.

มิติตัวรถ : ยาว 4,290 มม. กว้าง 1,760 มม. สูง 1,615 มม. ระยะฐานล้อ 2,615 มม.

ราคาจำหน่าย : (Update ล่าสุด เดือนพฤษภาคม 2563)

  • รุ่น S ราคา 889,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 999,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,049,000 บาท ปรับขึ้น 50,000 บาท)
  • รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,103,900 บาท ปรับขึ้น 54,900 บาท)

มิติตัวรถ / เครื่องยนต์ ของ Toyota Corolla Cross 2020 และ Nissan Kicks 2020

Specifications Toyota Corolla Cross Nissan Kicks e-POWER
ยาว (มม.) 4,460 4,290
กว้าง (มม.) 1,825 1,760
สูง (มม.) 1,620 1,615
ระยะฐานล้อ (มม.) 2,640 2,615
ความกว้างล้อหน้า/หลัง (มม.) 1,559/1,571 (รุ่น 1.8 Sport และ Hybrid Smart 1,569/1,581) 1,520/1,535
ระยะต่ำสุดจากพื้น (มม.) 161 175
วงเลี้ยวแคบสุด (เมตร) 5.2 5.1
น้ำหนัก (กิโลกรัม) 1,340-1,350
เครื่องยนต์ เบนซิน รหัส 2ZR-FBE 1,798 ซีซี แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 140 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที เบนซิน Hybrid รหัส HR12DE 1,279 ซีซี แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที

พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า EM57 ขนาด 95 กิโลวัตต์ รวมกำลังทั้งหมด 129 แรงม้า

เบนซิน Hybrid รหัส 2ZR-FXE 1,798 ซีซี 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 53 กิโลวัตต์ รวมกำลังทั้งหมด 122 แรงม้า

ระบบส่งกำลัง CVT-i 7 สปีด (รุ่นเบนซิน) / E-CVT (รุ่น Hybrid) แบบอัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 23.8 กม./ลิตร 15.4 กม./ลิตร (รุ่นเบนซิน) / 23.3 กม./ลิตร (รุ่น Hybrid)

ตารางผ่อนดาวน์ Toyota Corolla Cross 2020 ใหม่

Toyota-Corolla-Cross-2020-ตารางผ่อนดาวน์

โปรโมชั่น Toyota Corolla Cross 2020 ใหม่

พิเศษสำหรับลูกค้าซื้อ All-New Corolla Cross วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563

  • เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.85% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care
  • ขยายระยะเวลารับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็กระยะจนถึง 100,000 กม. มูลค่ากว่า 34,000 บาท
  • Toyota Privilege More ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะลูกค้าโตโยต้า

ตารางผ่อนดาวน์ Nissan Kicks e-POWER 2020 ใหม่

Nissan-Kicks-e-POWER-2020-ตารางผ่อนดาวน์

โปรโมชั่น Nissan Kicks e-POWER 2020 ใหม่

Nissan-Kicks-ePower-2020

All-New Nissan Kicks รุ่น V

  • ราคาช่วงเปิดตัว 999,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 โลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

All-New Nissan Kicks รุ่น VL

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 โลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

Thailand-Monthly-Car-Sales-Volume

สถิติการขายรถยนต์เดือนพฤษภาคม สามารถสร้างยอดขาย 40,418 คัน ลดลง 54.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 65.1% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 47.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา

จะเห็นได้ว่า สถานการณ์การขายของเดือนพฤษภาคม มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าเดือนเมษายนที่ผ่านมา สืบเนื่องจากรัฐบาลได้ทยอยประกาศผ่อนปรนมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้บางธุรกิจที่ได้รับการผ่อนปรนเริ่มทยอยกลับมาดำเนินงาน ซึ่งส่งผลในเชิงบวกให้กับตลาดรถยนต์

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงอยู่ในช่วงของการค่อยๆ ฟื้นตัว ทำให้ผู้บริโภคยังระวังเรื่องใช้จ่ายอยู่ รวมถึงภาครัฐฯต้องออกมาตรการดูแลและเยียวยาเพื่อช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ด้วย ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่ไทยที่เดียว แต่เป็นเหมือนกันทั้งโลก

ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 5 เดือน มีปริมาณการขาย 270,591 คัน ลดลง 38.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 42.2% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 35.6%

ส่วนในเดือนมิถุนายน 2563 จากการที่ภาครัฐฯ ได้ผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ในระยะที่ 3 และไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ กับได้มีการคลายล็อกระยะที่ 4 มีผลบังคับใช้วันที่ 15 มิถุนายน โดยให้กิจการและกิจกรรมอีกหลายประเภท กลับมาดำเนินธุรกิจได้ภายใต้มาตรการที่ภาครัฐกำหนด เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ แนวโน้มของตลาดรถยนต์ในเดือนมิถุนายน น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนพฤษภาคม 2563

1.     ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 40,418 คัน ลดลง 54.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 13,611 คัน ลดลง 53.7% ส่วนแบ่งตลาด 33.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ
10,130 คัน ลดลง 35.3% ส่วนแบ่งตลาด 25.1%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 4,178 คัน ลดลง 62.8% ส่วนแบ่งตลาด  10.3%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 11,733  คัน ลดลง 65.1%

อันดับที่ 1 โตโยต้า 3,557 คัน ลดลง 62.9% ส่วนแบ่งตลาด 30.3%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 3,514 คัน ลดลง 59.2% ส่วนแบ่งตลาด 29.9%
อันดับที่ 3 ซูซูกิ 1,218 คัน ลดลง 37.3% ส่วนแบ่งตลาด 10.4%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 28,685 คัน ลดลง 47.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 10,130 คัน ลดลง 35.3% ส่วนแบ่งตลาด 35.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 10,054 คัน ลดลง 49.2% ส่วนแบ่งตลาด 35.0%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 1,823 คัน ลดลง 50.9% ส่วนแบ่งตลาด  6.4%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 23,137 คัน ลดลง 47.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 9,318 คัน ลดลง 34.7% ส่วนแบ่งตลาด 40.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 9,138 คัน ลดลง 48.2% ส่วนแบ่งตลาด 39.5%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 1,823 คัน ลดลง 50.9% ส่วนแบ่งตลาด 7.9%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 2,570 คัน
โตโยต้า 1,308 คัน- มิตซูบิชิ 420 คัน – อีซูซุ 363 – คัน- ฟอร์ด 277 คัน – นิสสัน 181 คัน – เชฟโรเลต 21 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 20,567 คัน ลดลง 46.8%

อันดับที่ 1 อีซูซุ 8,955 คัน ลดลง 32.5% ส่วนแบ่งตลาด 43.5%
อันดับที่ 2 โตโยต้า 7,830 คัน ลดลง 48.4% ส่วนแบ่งตลาด 38.1%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 1,403 คัน ลดลง 48.2% ส่วนแบ่งตลาด 6.8%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2563

1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 270,591 คัน ลดลง 38.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า
80,856 คัน ลดลง 43.3% ส่วนแบ่งตลาด 29.9%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 59,393 คัน ลดลง 21.8% ส่วนแบ่งตลาด 21.9%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า
35,504 คัน ลดลง 32.4% ส่วนแบ่งตลาด 13.1%

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 98,948 คัน ลดลง 42.2%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า 29,702 คัน ลดลง 25.3% ส่วนแบ่งตลาด 30.0%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
25,124 คัน ลดลง 50.4% ส่วนแบ่งตลาด 25.4%
อันดับที่ 3 นิสสัน
10,908 คัน ลดลง 34.5% ส่วนแบ่งตลาด 11.0%

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 171,643 คัน ลดลง 35.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
59,393 คัน ลดลง 21.8% ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
55,732 คัน ลดลง 39.4% ส่วนแบ่งตลาด 32.5%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
12,854 คัน ลดลง 39.5% ส่วนแบ่งตลาด 7.5%

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 136,833 คัน ลดลง 37.2%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
55,205 คัน ลดลง 21.3% ส่วนแบ่งตลาด 40.3%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
48,890 คัน ลดลง 40.4% ส่วนแบ่งตลาด 35.7%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
12,854 คัน ลดลง 39.5% ส่วนแบ่งตลาด 9.4%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 13,985 คัน
โตโยต้า 5,381 คัน – มิตซูบิชิ 3,265 คัน – อีซูซุ 2,448 คัน – ฟอร์ด 1,786 คัน – นิสสัน 495 คัน –เชฟโรเลต 610 คัน

5.  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 122,848 คัน ลดลง 35.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ
52,757 คัน ลดลง 19.2% ส่วนแบ่งตลาด 42.9%
อันดับที่ 2 โตโยต้า
43,509 คัน ลดลง 37.8% ส่วนแบ่งตลาด 35.4%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ
9,589 คัน ลดลง 38.1% ส่วนแบ่งตลาด 7.8%
ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในยุคโควิด-19 ระบาด สามารถขายคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาจาก:

10-New-Normal-In-Automotive-Society

ในเวลานี้เราคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะครับว่า การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่สร้างความเสียหาย และความเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลกอย่างชนิดที่ว่า พลิกฝ่ามือเลยทีเดียว จนทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวหนีตาโควิด-19 กันเป็นแถว

และอีกสิ่งที่ทำให้พฤติกรรมผู้คน ต้องถูกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงในเวลาสั้นๆ ก็กลายมาเป็น “New Normal” หรือ “ความปรกติใหม่” หรือ “ฐานวิถีชีวิตใหม่” ในแทบทุกๆ ด้าน เพื่อสุขอนามัยและห่างไกลจากเชื้อโรค ทั้งไลฟ์สไตล์ ธุรกิจ สาธารณสุข สั่งอาหาร ซื้อของ โอนเงิน หรือการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) เป็นต้น

บริษัทรถยนต์ ดีลเลอร์รถยนต์ และผู้ทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ทั้งหลาย ก็ต้องปรับตัวตาม New Normal ไปด้วยเช่นกัน แต่จะมีอะไรบ้าง MR.CARRO สรุปมาเล่าให้ฟัง 10 อย่างด้วยกัน…

Carro-Express

1. ซื้อรถ – ขายรถ ที่บ้าน

ในยุคโควิด-19 ก่อนหน้านี้ทำให้หลายคนต้อง Work From Home อยู่บ้าน ลดเชื้อ เพื่อชาติ หรือต้องผันตัวมาทำอาชีพอิสระ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทรถยนต์ก็ต้องปรับตัว ด้วยการให้บริการลูกค้าถึงบ้าน ง่ายๆ ด้วยการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ หรือจะโทรไป จะใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ติดต่อไปตามช่องทางการสื่อที่โชว์รูมรถแต่ละแห่งมี ก็ได้เช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นการ Test Drive รถยนต์ ก็จะมีการนำรถทดลองขับมาให้ลองกันถึงบ้าน หรือการจองรถ ซื้อรถ ถ้าลองแล้วถูกใจก็สามารถจองและซื้อได้เลย หรือจะผ่านระบบออนไลน์ก็ได้

ส่วนใครที่อยากจะขายรถคันเก่า เพื่อซื้อรถคันใหม่ ก็ง่ายนิดเดียว เพียงเข้าไปที่ “CARRO Express” กรอกรายละเอียดรุ่นรถ ปี เลขไมล์ ราคาที่คุณต้องการ และรูปรถของคุณ ก็สามารถขายรถออนไลน์ได้แล้ว ง่ายนิดเดียว

ทีนี้ก็รอการติดต่อกลับมาจากทางทีมงาน CARRO เพื่อตกลงราคาที่คุณพึงพอใจที่สุด ก่อนจะมาตรวจดูสภาพรถอีกที ถ้าคุณ OK ตกลง ก็พร้อมปิดการขาย ทำสัญญาซื้อขายรถ และรับเงินสดไปได้เลย

2. เปิดตัวรถออนไลน์

จากเหตุผลของการ Social Distrancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม และหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรค ทำให้หลายค่ายรถ ตัดสินใจเปิดตัวรถยนต์ออนไลน์

ที่ผู้สนใจสามารถติดตามการเปิดตัวรถรุ่นที่ตัวเองสนใจ ที่ไหนก็ได้ในโลก ขอให้มีแค่อินเตอร์เน็ตเข้าถึง และยังสามารถ Comment ร่วมกับผู้ติดตามคนอื่นๆ หรือถามคำถามสดๆ ผ่านระบบโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย

10-New-Normal-In-Automotive-Society

3. บริการ Mobile Service

ต่อไปนี้ถ้ารถคุณเกิดมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ หรือต้องตรวจเช็ครถตามระยะ แค่อยู่ที่บ้าน หรือที่เกิดเหตุ ไม่ต้องขับรถไปที่โชว์รูม ก็สามารถรอทีมช่างมาตรวจเช็คได้ด้วยรถ Mobile Service เพียงแค่นัดล่วงหน้าเท่านั้น

4. รถมือสอง และรถใหม่ จะขายดีขึ้น

แม้ว่าจะมีผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตกงานเป็นจำนวนมาก กระทบต่อเศรษฐกิจ และการจับจ่ายใช้สอย แต่ก็ส่งผลให้รถมือสองราคาถูกๆ ขายดี และมีความต้องการมากขึ้น

เนื่องจากหลายคน พยายามหลีกเลี่ยงระบบขนส่งมวลชนบ้านเรา ถ้าไม่คุณภาพแย่ ไม่สะอาด เป็นแหล่งรวมเชื้อโรค หรือค่าโดยสาร ค่าใช้จ่ายในการเดินทางแพง เมื่อคำนวณกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว แถมต้องแออัดเบียดเสียดกับคนเยอะๆ ยิ่งในหน้าฝนนี่ยิ่งแย่

ซึ่งส่งผลให้ตลาดรถมือสอง กับรถใหม่ หลังเศรษฐกิจพื้นจะขายดีขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว

10-New-Normal-In-Automotive-Society

5. Drive Thru และต่อใบขับขี่ออนไลน์ มาแรงขึ้น

ปกติ Drive Thru ก็มีอยู่แล้วในหลายประเภท ตั้งแต่เข้าร้านอาหาร Fast Food, ไปรษณีย์ไดร์ฟทรู ส่งของไม่ต้องลงรถ หรือเลื่อนล้อต่อภาษี ไม่ต้องลงรถ สะดวก ปลอดภัย ต่อไปนี้จะมีหลายกิจการมากขึ้น ที่จะใช้วิธีการปฏิบัตินี้

อีกทั้งการต่อใบขับขี่ออนไลน์ จองคิวออนไลน์ จะเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น สำหรับผู้ที่ใบขับขี่รถหมดอายุไม่เกิน 1 ปี หรือผู้ต้องการต่ออายุใบขับขี่ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน เพียงแค่ลงทะเบียนเข้ารับการอบรม ก่อนที่จะไปรับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย และออกใบอนุญาตขับรถใหม่ได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผ่านการอบรม

อ่านเพิ่มเติม : 5 ขั้นตอนต่อใบขับขี่ออนไลน์ กับกรมการขนส่งทางบก ในช่วงโควิด-19 ระบาด!

6. ความสะอาดต้องเป็นที่หนึ่ง

โชว์รูมรถยนต์ นอกจากสถานที่จะต้องดูกว้างขวาง หรูหราใหญ่โต เรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้อีกต่อไป ต้องมีทั้งเจลแอลกฮอลล์ หรือเจลล้างมือบริการ มีหน้ากากอนามัย และเฟซชิลด์ รวมถึงมีจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ให้ตรวจสอบพนักงานก่อนเริ่มปฏิบัติงาน รวมไปถึงตรวจเช็คลูกค้า ก่อนเข้าใช้บริการ

และการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง และทำความสะอาดรถทดลองขับทุกครั้ง หลังเสร็จสิ้นการทดลองขับ และทำความสะอาดห้องบริการต่างๆ เป็นพิเศษ เช่น มุมเด็กเล่น ห้องละหมาด พร้อมทั้งมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อในศูนย์บริการเป็นประจำ

10-New-Normal-In-Automotive-Society

7. พ่นน้ำยาฆาเชื้อ เป็นเรื่องปกติ

การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถ และในโชว์รูมรถ ที่ปกติตามโชว์รูมรถมักไม่ค่อยได้ทำ แต่ตอนนี้จะกลายเป็นมาตรฐานของรถยนต์ทุกแบรนด์ สำหรับผู้นำรถมาซ่อม หรือตรวจเช็คที่ศูนย์บริการ และเป็นแพคเกจของแถมสำหรับคนออกรถใหม่

8. จ่ายเงินแบบ Cashless

การจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเงินจอง เงินดาวน์ เงินค่างวด หรือค่าซ่อมรถ ค่าประกันภัย ค่าบริการต่างๆ ต่อไปนี้ไม่ต้องหอบเงินมาเป็นปึกๆ อีกแล้ว เพียงแค่คุณมีบัตรเครดิต หรือจ่ายเงินผ่าน Mobile Banking ในสมาร์ทโฟน บริษัทรถทุกแห่งก็พร้อมรับเงินจากคุณ โดยไม่ต้องสัมผัสธนบัตรที่อาจปนเปื้อนไปด้วยเชื้อโรค

10-New-Normal-In-Automotive-Society

9. รถยนต์ไฟฟ้า คนสนใจมากขึ้น

หลังยุคโควิด-19 จะเป็นการเร่งให้รถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรา เฟื่องฟูกันมากขึ้น แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์โลกจะมียอดขายรถที่ตกฮวบฮาบไปทั่วโลก และดูถดถอยลงไปอย่างมาก แต่คนเริ่มตระหนักถึงมลพิษ และพลังงานสะอาด ที่ได้เห็นจากช่วงโควิด-19 ที่การใช้รถยนต์ลดลงเป็นอย่างมาก สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมไปในทางที่ดีขึ้น

10. คนขับรถเที่ยวกันมากขึ้น

ผลจากการ Social Distrancing ทำให้คนที่เคยขึ้นรถทัวร์ รถไฟ อาจไม่สะดวกในการเดินทาง หรือการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเล็ก อาจเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็นการขับรถยนต์ส่วนตัว ท่องเที่ยวกันในช่วงวันหยุดมากขึ้น

ที่สำคัญ CARRO ขอเป็นพลังใจให้ทุกคนก้าวข้ามความยากลำบาก ให้ผ่านพ้นหลังหมดช่วงวิกฤต COVID-19 จบสิ้น ซึ่งแต่ละคนอาจมีเรื่องราวมากมาย และประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ได้เล่าสู่กันฟังอย่างไม่รู้จบ

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในหลังหมดยุคโควิด-19 สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Covid-19-Motivate-Electric-Car-Growth-Up-In-Thailand

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ฯ จัดเสวนาออนไลน์เรื่อง “แนวโน้มและการปรับตัวอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังวิกฤต โควิด-19” เพื่อนำเสนอมุมมองของผู้ผลิต จากผู้บริหารค่ายรถชั้นนำ ซึ่งต่างนำเสนอเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังจากหมดโควิด-19 จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น จึงต้องการให้รัฐบาลหันมาสนับสนุน

ในการสัมมนา มี ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ, กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นวิทยากร

ภายในการสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ ทาง ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เผยว่า ไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น มีสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 หายไป ส่วนหนึ่งมารถที่หายจากท้องถนนไปเยอะ

ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีความสำคัญ ที่จะมาแก้ปัญหามลพิษบนท้องถนนของประเทศไทยในอย่างถาวร โดยอยากให้ประชาชนร่วมมือสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น เพื่อรักษามลภาวะสิ่งแวดล้อม

MINE-SPA1-2019

ด้าน สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เผยว่า หากภาครัฐมีการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน จะทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมากขึ้น ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ยังไม่ดีนัก ค่ายรถยนต์จึงจำเป็นต้องปรับการผลิต ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะช้าหรือเร็วคงต้องรอดูต่อไป

อีกทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างมากในช่วง COVID-19 หรือฝุ่น PM2.5 ลดลง ปัจจัยเหล่านี้เป็นมุมที่สะท้อนให้คนเร่งหันไปใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานไฟฟ้าในระยะยาวมากขึ้น

BMW-i8

ด้าน กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า เมื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว จะช่วยเร่งการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างมีเทคโนโลยี มีกลยุทธ์ใหม่ๆ ประกอบกับระบบสาธารณูปโภคในไทยที่เริ่มรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

โดยสิ่งที่จะกระตุ้นตลาดในไทยก็คือความต้องการซื้อ ภาครัฐต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น การส่งเสริมการลดภาษีฯ การเพิ่มที่ชาร์จไฟฟ้าสาธารณะให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสถานีชาร์จประมาณ 500 สถานี 700 หัวจ่าย พร้อมทั้งขยายโมเดลรถยนต์ไฟฟ้า ไปยังระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ เพื่อช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งหมด

Nissan-Leaf-2019

ขณะที่ สรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ขณะนี้ Nissam (นิสสัน) ในประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังไม่มีนโยบายชัดเจนว่า ญี่ปุ่นจะปรับตัวมีรถยนต์ไฟฟ้า 100 % เมื่อไร แต่ทาง Nissan มีเทคโนโลยี และมีรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้นแบบมานานแล้ว

อ่านเพิ่มเติม : Nissan Hypermini : รถ EV ของเล่นคนรวยรักษ์โลก ในยุค 2000

ซึ่งในประเทศไทย Nissan ขอนำเสนอระบบ e-Power ไปก่อน จนกว่ารัฐจะมีความชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดรถ BEV

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

เป็นที่ทราบกันดีว่าปีนี้ เป็นปีที่ประเทศไทยเจอมรสุมจริงๆ นับตั้งแต่เปิดปี 2563 เป็นต้นมา เจอทั้งเรื่องเศรษฐกิจแย่มาตั้งแต่ปีที่แล้ว หรือกระทั่งเรื่องจากภายนอกประเทศ อย่างโควิด-19 ที่ระบาดและสร้างความเสียหายมหาศาลไปทั่วโลก ที่กระทบทุกภาคส่วนไปทั่ว ส่งผลกระทบต่อยอดขายรถปี 2563 ยิ่งร่วงลดหนักลงกว่าเดิมอีก! ทั้งในตลาดรถใหม่ และในตลาดรถมือสอง

ผลกระทบจากเศรษฐกิจและสภาพสังคมแบบนี้ ย่อมส่งผลต่อปากท้องของคนหาเช้ากินค่ำ อย่างเลี่ยงไม่ได้ การเก็บสะสมทรัพย์สินอะไรบางอย่างเอาไว้ ก็ต้องจำเป็นเอาของมาขาย เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายประทังชีวิต เสริมสภาพคล่อง เริ่มต้นกันที่ขายของชิ้นเล็กๆ ราคาหลักร้อยหลักพัน

ไปจนถึงของชิ้น “ใหญ่” ราคาหลักหมื่นหลักแสน (หรือหลักล้าน) อันดับต้นๆ ที่คนมักจะนิยมขายในยามเศรษฐกิจแย่ นั่นก็คือ “รถยนต์” เพราะมีราคาซื้อ-ขาย ที่ไม่สูงมากเกินไปแบบอสังหาริมทรัพย์ และสามารถซื้อขาย ขอไฟแนนซ์ ยื่นกู้ได้ง่ายกว่า

ถ้าคุณนึกสงสัยขึ้นมาว่า ขายรถที่ไหนดี ขายรถที่ไหนได้ราคาดี ราคาสูง หรือขายรถมือสองที่ไหนดี บทความนี้เราจะมาแนะนำกัน..

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

1. ลงประกาศขายรถเอง ต้องรอได้

การจะขายรถสักคัน ถ้าคุณไม่รีบร้อน ใจเย็นๆ หาเว็บไซต์ขายรถมือสองที่ในตอนนี้ก็มีทั้งแบบขายฟรี และขายไม่ฟรี (นั่นคือ ต้องเสียเงินลงประกาศขาย) ดูเว็บที่มีลูกค้ามารีวิวหน่อยก็ได้ ลองลงประกาศไว้

ถ้ารถคุณสภาพดี เป็นรถตลาด (หมายถึง รถยี่ห้อและรุ่นที่คนนิยมเล่นกัน อะไหล่หาง่าย ไม่แพง ซ่อมง่าย ไม่ใช่รถรักเจ้าของ หรือรถคนเล่าเฉพาะกลุ่ม) ตั้งราคาไม่สูงมาก เผลอๆ วันเดียวก็ขายได้แล้ว แต่ถ้าสภาพรถไม่ค่อยดี ต้องซ่อมเยอะ แต่ดันตั้งราคาซะสูง ลงประกาศขายครึ่งปี ยังขายไม่ได้ก็มี

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

2. ฝากขาย ต้อง “ถูก” และ “เอกสารถูกต้อง” ไว้ก่อน!

ถ้ามีคนรู้จัก หรือเพื่อที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับรถ หรือเป็นเต็นท์รถมือสอง คุณอาจจะฝากขายก็ได้ เพราะอาจจะ (ย้ำ “อาจจะ”) ได้ราคาสูงกว่าขายเต็นท์หน่อย แต่ก็ต้องแบ่ง % เป็นค่าฝากขายกับคน หรือเต็นท์ที่คุณเอารถไปฝากขาย ซึ่งก็ไม่มีหลักประกันว่า เมื่อไหร่รถคุณจะขายออกไปได้ และได้รับเงินสดจริงๆ เพราะอาจจะเจอคนนัดมาดูรถ ต่อรองราคาจนเบื่อซะก่อน

แต่ถ้าอยากขายได้ไว ต้องเอา “ถูก” และ “เอกสารถูกต้อง” ไว้ก่อน!

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

3. ขายรถผ่านเต็นท์รถ เร็ว! ได้เงินแน่นอน แต่น้อยกว่าขายเอง

ขายรถผ่านเต็นท์รถ ในปัจจุบันก็มีเต็นท์มากมายตามย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ หรือในหัวเมืองใหญ่ๆ ที่พร้อมรับซื้อรถของคุณทันที แต่คุณก็ต้องมีเวลาว่างมากพอ ขับรถไปตระเวนตามเต็นท์ ให้เขาตีราคารถคุณก่อน เพราะบางที่โทรไปแล้ว ไม่ตีราคาให้ก็มี เพราะมองไม่เห็นสภาพรถคุณ

แต่ก็ต้องทำใจอยู่อย่าง เพราะเต็นท์รถส่วนใหญ่ มักจะกดราคารถคุณต่ำกว่าตลาดอยู่แล้ว เพราะเต็นท์รถก็ต้องมีต้นทุนการทำธุรกิจ เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ เช่น การเก็บงานปรับสภาพรถของคุณ ซึ่งบางอย่างมันอาจจะใกล้เสีย หรือเสีย ซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ให้ใช้งานได้ปกติ ไหนจะค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าช่างซ่อมรถ ค่าคนดูแลรถ ฯลฯ ซึ่งทำให้ราคาที่รับซื้อเข้าของคุณ ไม่สูงเท่ากับการลงประกาศขายเอง

Fastest-Way-To-Selling-Used-Cars

4. ขายรถผ่านผู้รับซื้อรถ

ถ้าคุณไม่มีเวลามากพอที่จะนำรถไปตระเวนตามเต็นท์ต่างๆ ได้ หรือลงประกาศขายรถได้หลายๆ เดือน ได้ ร้อนเงินขึ้นมาเมื่อไหร่ ลองมาขายรถออนไลน์ดูสิ เพราะในยุคออนไลน์ สามารถช่วยให้คุณสะดวกสบายได้ทุกสิ่ง

ซึ่งในปัจจุบัน การขายรถออนไลน์ก็มีให้บริการกันหลายเจ้า ด้าน CARRO เอง เราพร้อมรับซื้อรถของคุณด้วยเช่นกัน อีกทั้งสามารถปิดการขายได้ภายใน 24 ชั่วโมง ขั้นตอนลงขายก็ง่าย และ ฟรี!” ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือค่าดำเนินการใดๆ อีกด้วย และรถใครที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ เราก็พร้อมปิดไฟแนนซ์ให้ด้วย และ CARRO ยังมีพนักงานคอยให้บริการ ติดต่อประสานงานผู้ขายกับผู้ซื้อให้เรียบร้อย

การขายรถผ่าน CARRO แตกต่างไปจากผู้การขายแบบอื่นๆ อย่างไร สามารถศึกษาได้จากตารางเปรียบเทียบด้านล่าง

CARRO บริษัท A บริษัท B
การบริการ รับเช็กราคา ตีราคารถ รับเช็กราคา ตีราคารถ รับซื้อรถเฉพาะยี่ห้อ และรุ่น
มีพื้นที่ขายรถฟรีในเว็บไซต์ มีการรับซื้อรถไว้เอง มีพื้นที่ขายรถในเว็บไซต์
มีการประมูลรถ มีการประมูลรถ มีการรับซื้อรถไว้เอง
มีบริการโอนรถ มีบริการโอนรถ มีบริการรีไฟแนนซ์รถ
มีบริการปิดไฟแนนซ์รถ มีบริการปิดไฟแนนซ์รถ มีบริการรับจัดไฟแนนซ์รถ
รับเงินสดทันทีหลังปิดการขาย รับเงินสดทันทีหลังปิดการขาย บริการตรวจสภาพรถ
ขายได้ง่าย ปลอดภัย มีบริการตรวจสภาพรถยนต์ มีบริการโอนรถ
มีระบบ Tracking ติดตามสถานะการขายรถ ต้องสมัครสมาชิกก่อนใช้งาน
มีบริการตรวจสภาพรถยนต์
มีบริการรับซื้อรถจำนวนมาก หรือรถ Fleet
ราคารถ ราคาตามสภาพรถปัจจุบัน ราคาตามสภาพรถปัจจุบัน ประเมินจากราคากลาง
ค่าใช้จ่าย ฟรี ฟรี ค่าตรวจสภาพรถ 1,500 บาท
รู้ผลภายใน 1-2 ชั่วโมง 24 ชั่วโมง
พร้อมปิดการขาย-รับเงิน ภายในระยะเวลา ภายใน 24 ชั่วโมง ภายใน 24 ชั่วโมง ภายใน 24 ชั่วโมง (กรณีขายรถให้กับทางบริษัท)
ช่องทางการติดต่อ Website, Facebook, IG, [email protected] Website, Facebook, IG Website, Facebook, IG, [email protected]
สาขา ทั่วประเทศ กรุงเทพฯ และปริมณฑล กรุงเทพฯ และปริมณฑล

หากใครสนใจอยากขายรถ หรืออยากขายรถได้ราคาสูง สามารถเข้าไปตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี้ > https://th.carro.co/sell-car/express

หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถ Inbox มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand หรือโทร. 02-508-8425 ในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.)

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน