Toyota-Corolla-Altis-ZZE141-ZZE142-ZRE143

รถยนต์ที่คนทั่วโลกรู้จักและเชื่อมั่นในคุณภาพ อย่าง Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ ก็มีอยู่ด้วยกันกว่าสิบกว่าเจเนอเรชั่น ตั้งแต่รุ่นแรก (KE10) ที่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 1966 และมีการพัฒนามาตลอดอายุการผลิต 50 กว่าปี ทำให้ Toyota สามารถผงาดสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยยอดขาย Corolla ที่มากถึง 47 ล้านคัน

ซึ่งรถยนต์ Corolla หนึ่งคัน จะถูกขายทุกๆ 15 วินาที ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดสำหรับโตโยต้าทั่วโลก และยอดขายสะสมกว่า 800,000 คัน ในไทย (ยอดถึงปี 2019)

แต่สำหรับเวอร์ชั่นที่ได้ชื่อว่า ยอดนิยมที่สุดอีกหนึ่งรุ่น รวมไปถึงยอดจำหน่ายที่มากพอสมควร และมีกลุ่มคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก และยังเป็นขวัญใจแท็กซี่อีก (เช่นกัน) นั่นคือ “Toyota Corolla Altis” (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) โฉม “ZZE141 (รุ่น 1.6), ZZE142 (รุ่น 1.8), ZRE141 (รุ่น 1.6 เครื่องยนต์ใหม่), ZRE142 (รุ่น 1.8 เครื่องยนต์ใหม่) และ ZRE143 (รุ่น 2.0 เครื่องยนต์ใหม่)” ครับผม

MR.CARRO วันนี้จะมาพูดถึง “อัลติสมือสอง” หรือ “อัลติสหน้าแบน” รถสุดยอดนิยมของคนไทยอีกหนึ่งรุ่น เผื่อจะได้ช่วยให้คนตัดสินใจหารถมือสองรุ่นนี้มาใช้ จะได้มีตัวเลือกในการพิจารณามากขึ้น

Toyota-Corolla-Altis-TH-2008

ส่วน “โคโรลล่า อัลติส” ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 แบบเวอร์ชั่นไทย มาภายใต้แนวคิด “Be Your Own Star” ออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเวอร์ชั่นไทย ยังคงอิงแบบเดียวกับเวอร์ชั่นจีน, ไต้หวัน และอเมริกาเหนือ เป็นต้น

พร้อมดึงตัวนักแสดงฮอลลีวูดชาวอังกฤษชื่อดัง อย่าง Orlando Bloom มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ประจำภูมิภาคเอเชีย ของรถรุ่นนี้ เปิดตัวในวันที่ 29 มกราคม 2551

รูปโฉมภายนอกดูสดใหม่ สปอร์ตขึ้น ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ Cd = 0.29 พร้อมเพิ่มออพชั่นเด่นๆ อย่าง ชุดไฟหน้า HID, ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor, ชุดไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้างทุกรุ่นย่อย, ระบบ Curise Control และพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering)

Toyota-Corolla-Altis-TH-2008

ภายในห้องโดยสาร ดีไซน์ใหม่ ทำให้ห้องโดยสารภายในมีความจุเพิ่มขึ้นมากกว่ารถรุ่นเดียวกันในตลาด อย่างน้อย 6 ลบ.ซม. ด้วยคอนโซลออกแบบไร้รอยต่อ ล้อมรอบด้วยวัสดุสีเงิน ขอบประตูเชื่อมกันดูโค้งมนกลมกลืน ติดตั้งเครื่องเสียงวิทยุและ CD เล่นระบบ MP3 ได้แบบ 1 แผ่น และ 6 แผ่นในรุ่น 1.8 ลิตร ส่วนระบบแอร์เป็นแบบอัตโนมัติในรุ่น 1.8 ลิตร

Toyota-Corolla-Altis-TH-2008

Toyota Corolla Altis โฉมนี้ แรกเริ่มยังใช้เครื่องยนต์เดิมขนาด 1.6 ลิตร รหัส 3ZZ-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดถูกปรับลดลงมาเป็น 14.8 กก.-ม. (145 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แบบ Sequential

และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุดลดลงมาเหลือ 132 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.3 กก.-ม. (170 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แบบ Sequential

ซึ่งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในรุ่น 1.8 ลิตร จากการทดสอบโตโยต้า (ตอนนั้น) เคลมว่าทำได้ถึง 15.93 กม./ลิตร และยังใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ด้วย

Toyota-Corolla-Altis-TH-2008

ระบบช่วงล่าง ด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างหลังแบบ ทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรก ติดตั้งล้ออัลลอยด์ 15 นิ้ว 7 ก้าน พร้อมยาง 195/65 R15 ในรุ่น 1.6 ลิตร และล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว แบบ 10 ก้าน มาพร้อมยาง 205/55 R16 (ยังเป็นรุ่นแรก ที่ใช้ล้อแม็กแบบ 5 รูด้วย)

รุ่นย่อยที่มีให้เลือกก็ได้แก่ รุ่น 1.6 J, 1.6 E, 1.6 G, 1.8 E และ 1.8 G ในราคา 709,000 – 969,000 บาท ซึ่งเคาะราคาลดลงจากรุ่นเดิม คือ ส่วนลดจากภาษีรถที่ใช้น้ำมัน E20

ซึ่งกลุ่มเป้าหมาย ในรุ่น 1.8 G และ 1.8 E จะเน้นเจ้าของกิจการ ผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่คำนึงภาพลักษณ์ 1.6 G และ 1.6 E เน้นกลุ่มพนักงานระดับกลาง ข้าราชการ ที่คำนึงถึงความคุ้มค่า และ 1.6 J พนักงานทั่วไปที่เน้นความคุ้มค่า ตั้งเป้ายอดขาย 2,600 คัน/เดือน

Toyota-Corolla-Altis-LIMO-CNG-TH-2008

ในวันที่ 16 ตุลาคม 2551 Toyota ได้แนะนำ Toyota LIMO CNG (โตโยต้า ลีโม่ CNG) สำหรับตลาดแท็กซี่โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นรุ่นติดตั้งก๊าซ NGV โดยตรงจากโรงงานโตโยต้า หรือ OEM (Original Equipment Manufacturer) มาพร้อมจุดเด่น 4 อย่าง ได้แก่ ออกแบบสำหรับใช้ก๊าซธรรมชาติอัดโดยเฉพาะ, ความทนทานต่อการใช้งาน, ความปลอดภัยของอุปกรณ์ และการรับประกันคุณภาพมาตรฐานโตโยต้า ในราคา 724,000 บาท

Toyota-Corolla-Altis-SS-I-2009

เดือนกุมภาพันธ์ 2552 เปิดตัว Toyota Corolla SS-I (Superb Sedan-One) ใส่ชุดแต่งสปอร์ต ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 900 คัน ด้วยกระจังหน้าสีขาวแนวนอน พร้อมโครเมียม, สเกิร์ตรอบคัน พร้อมสปอยเลอร์หลัง, ไฟท้าย LED แบบเลนส์ใส, ฝาครอบท่อไอเสียสแตนเลส, ล้อแม็ก 15 นิ้ว สี Smoke Chrome พร้อมยาง 195/65R15

Toyota-Corolla-Altis-SS-I-2009

ภายในตกแต่งแผงคอนโซลกลางสี Metallic พร้อมลายไม้สีดำ สีภายในสีดำ-เบจ และเบาะหนังทูโทนสีเบจ-ดำ, พวงมาลัยหุ้มหนัง แบบ 3 ก้าน, หัวเกียร์หุ้มหนัง และฐานเกียร์ลายไม้ดำพร้อมขอบโครเมียม

Toyota-Corolla-Altis-TH-2009

ต่อมาในวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ได้แนะนำ Toyota Corolla Altis เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เป็นครั้งแรก พร้อมตกแต่งด้วยชุดสเกิร์ตรอบคัน มีสปอยเลอร์หลัง ล้อแม็กลาย 10 ก้าน ขนาด 16 นิ้ว เพิ่มสีขาวมุก White Pearl ใหม่ และเครื่องยนต์ใหม่รหัส 3ZR-FE ที่มีระบบ Dual VVT-i มาใช้ใน Corolla Altis เป็นครั้งแรก ในราคา 949,000 – 1,184,000 บาท

Toyota-Corolla-Altis-TH-2009

โดยในรุ่น 2.0 V Navigator ได้เพิ่มปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และปุ่มโทรออกด้วยเสียง กับระบบนำทาง (In-Car Navigator) และกล้องมองหลังเพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะถอยจอด พร้อมระบบไฟหน้าแบบ HID ปรับระดับสูง-ต่ำแบบอัตโนมัติ ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start, ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift และระบบไฮเทคอย่าง ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) และระบบ TRC (Traction Control) ก็มีติดตั้งมาด้วยเช่นกัน

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด141 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.3 กก.-ม. (189 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT

มีให้เลือกด้วยกัน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 2.0 G, 2.0 V และ 2.0 V Navi

Toyota-Corolla-Altis-Advanced-CNG-2009

และในเดือนพฤศจิกายน 2552 ได้แนะนำ Toyota Corolla Altis Advanced CNG ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ก๊าซ NGV พร้อมเพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้ง ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) และน้ำมันแก็สโซฮอล์ E20 ในรุ่น 1.6 มาตรฐาน, 1.6 CNG และ 1.6 E CNG A/T (ราคา 834,000 บาท)

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี นับตั้งแต่เปิดตัว Corolla Altis โฉมอัลติสหน้าแบน ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า สามารถสร้างยอดขายสะสมมากกว่า 58,000 คัน (ข้อมูลถึงวันที่ 31 มกราคม 2553)

Toyota-Corolla-Altis-TRD-Sportivo-2010

11 กุมภาพันธ์ 2553 Toyota ได้เปิดตัว (โคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว) ใหม่ สำหรับคนรุ่นใหม่ นักขับหัวใจสปอร์ต ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 คันเท่านั้น มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 1.6 TRD Sportivo ราคา 839,000 บาท และ 1.8 TRD Sportivo ราคา 894,000 บาท

Toyota-Corolla-Altis-TRD-Sportivo-2010

โฉบเฉี่ยว เร้าใจด้วยชุดแต่งสเกิร์ตรอบคัน และสปอยเลอร์หลัง, ไฟหน้า แบบ Smoke Chrome, ล้อแม็ก TRD ขนาด 16 นิ้ว สีเทาดำ พร้อมยางขนาด 205/55/R16 และโคมไฟท้าย LED แบบเลนส์ใส กับปลายท่อไอเสียสเตนเลส ภายในสปอร์ต โทนสีดำทั้งเบาะนั่ง แผงประตู พวงมาลัย และหัวเกียร์หุ้มหนัง แผงคอนโซลหน้าสีเมทัลลิก พร้อมลายหินอ่อนสีดำ

Toyota-Corolla-Altis-TH-2010

5 สิงหาคม 2553 ได้เวลาปรับโฉม Toyota Corolla Altis รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ไฟหน้า, กระจังหน้า, กันชนหน้า กันชนหลัง และล้อแม็ก 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ … ภายใต้แนวคิด Beyond Definition พร้อมดึง โฬม-พัชฏะ นามปาน (หรือชื่อใหม่ โอม-อัชชา นามปาน) เป็นพรีเซ็นเตอร์รถรุ่นนี้ ในราคา 744,000 – 1,194,000 บาท

โดย Altis โฉมนี้ นำเครื่องยนต์ระบบ Dual VVT-i มาใช้ พร้อมระบบ ACIS ปรับเปลี่ยนความยาวท่อไอดี ให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องยนต์ สร้างกำลังและแรงบิด อย่างมีประสิทธิภาพในทุกรอบความเร็ว ตั้งแต่รอบต่ำจนถึงรอบสูง และระบบส่งกำลังใหม่ Super CVT-i ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ยอดเยี่ยม และประหยัดน้ำมัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่! ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 1ZR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดถูกปรับลดลงมาเป็น 15.7 กก.-ม. (154 นิวตัน-เมตร) ที่ 5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แบบ Gate Type

เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.7 กก.-ม. (173 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบ Super CVT-i พร้อม Sequential

และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 145 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.0 กก.-ม. (187 นิวตัน-เมตร) ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด แบบ Super CVT-i พร้อม Sequential

Toyota-Corolla-Altis-TRD-Sportivo-2011

มีนาคม 2554 Toyota ได้เปิดตัว Toyota Corolla Altis TRD Sportivo โฉมไมเนอร์เชนจ์ ในงาน Motor Show 2011 ผลิตจำนวนจำกัด 2,800 คัน งวดนี้มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ได้แก่ รุ่น 1.8 TRD Sportivo ราคา 919,000 บาท

Toyota-Corolla-Altis-TRD-Sportivo-2011

มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน สเกิร์ตกันชนหน้า ด้านข้าง กันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง พร้อมล้อแม็กอัลลอย TRD ขนาด 16 นิ้ว สีเทาดำ พร้อมยางขนาด 205/55/R16 เหมือนเดิม ภายในตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำ เบาะนั่งหนังสีดำพร้อมโลโก้ TRD Sportivo แผงประตูลายเมทัลลิค พร้อมพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง และสีพิเศษ ได้แก่ สีขาว Super White และ สีดำ Black Mica เท่านั้น

Toyota-Corolla-Altis-50th-Toyota-Thailand-2012

เดือนกุมภาพันธ์ 2555 Toyota ออกรถรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 50 ปี โตโยต้า ประเทศไทย เจ้า Altis โฉมนี้ก็ได้ทำเป็นรถรุ่นพิเศษด้วย โดดเด่นด้วยล้อแม็ก 15 นิ้ว รมดำ ตัวรถมีสีขาว Super White II และสีพิเศษ Light Purple Mica Metallic เฉพาะรุ่นนี้ให้เลือก ในราคา 903,000 บาท

ภายในโทนสีดำ เบาะหนังแท้ พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า สำหรับคนขับ ชุดเครื่องเสียงหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว รองรับ Smart G-Book มีพรมปูพื้น และแผงคอนโซลหน้า แผงประตูข้างเมทัลลิกสีใหม่ เป็นต้น

Toyota-Corolla-Altis-TH-2012

13 พฤศจิกายน 2555 Toyota เปิดตัว Corolla Altis รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ (ขยันปรับกันทุกปีจริงๆ!) โดยเฉพาะในรุ่น 1.8 ลิตร ที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ได้ กับราคาใหม่ที่ปรับลดลง จากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากอัตราภาษีรถยนต์ E85 พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ โคโรลล่า อัลติส คนใหม่ “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ”

ในรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ได้ปรับเปลี่ยนวัสดุ และชนิดสารเคลือบของอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น แหวนลูกสูบและลูกสูบ ท่อส่งน้ำมันเข้าหัวฉีดวาล์วและบ่าวาล์วของทั้งไอดีและไอเสีย หัวเทียน รวมทั้ง PCV วาล์ว เพื่อให้สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ ในรุ่น 1.8 ลิตร มีการเพิ่มรุ่น 1.8G Navi ที่มาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ภายในโทนสีเทา-ดำ, ระบบนำทางในรถยนต์ In-Car Navigator พร้อมกล้องมองหลัง ในขณะที่รุ่น 2.0 ลิตร เพิ่มกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ ที่สามารถแสดงภาพจากกล้องมองหลังผ่านทางกระจกได้ และในรุ่น 1.6 ลิตร (ในรุ่น 1.6 E CNG A/T, 1.6 J M/T, CNG M/T (Color) และ CNG M/T) ที่เพิ่มถุงลมและเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ อีกด้วย

Toyota-Corolla-Altis-TRD-Sportivo-2013

28 กุมภาพันธ์ 2556 Toyota เปิดตัว Toyota Corolla Altis TRD Sportivo อีกรอบ ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Corolla Altis รุ่น 1.8 E ใส่ชุดแต่งสไตล์สปอร์ต เพียงแค่ 3,200 คัน เท่านั้น โดดเด่น ด้วยสีขาว Super White และสีดำ Attitude Black Mica ในราคา 889,000 บาท

ภายนอก ดีไซน์สปอร์ต ชุดไฟหน้า ฮาโลเจน พร้อมไฟท้าย LED แบบรมดำ, ชุดสเกิร์ตรอบคัน พร้อมสปอยเลอร์หลัง, ล้อแม็ก TRD พร้อมยางขนาด 205/55 R16 และปลายท่อไอเสียสแตนเลส

ภายในคมเข้ม แผงคอนโซลหน้าและด้านข้างประตูสีเมทัลลิก และ Piano Black พวงมาลัยหุ้มหนัง สไตล์สปอร์ต 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง, หัวเกียร์หุ้มหนังเดินด้ายสีส้ม พร้อมฐานเกียร์ขอบสีส้ม, เบาะหนังสลับผ้าแบบสปอร์ต สีเทาดำ พร้อมพรมปูพื้นลายพิเศษ TRD Sportivo

หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว ขายกันไปเรื่อยๆ จนหมดอายุตลาดไปในเดือนมกราคม 2557 หลังจากการเปิดตัว Corolla Altis โฉมใหม่เจนเนอเรชั่นที่ 11 ครับ

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Toyota Corolla Altis (ZZE141/ZZE142/ZRE141/ZRE142/ZRE143) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยมมาก แท็กซี่ก็นิยมเช่นกัน รูปทรงสวย สมรรถนะดี คุณภาพคับแก้ว ทนทานและประหยัดตามสไตล์โตโยต้า อะไหล่หาง่าย อู่ทั่วไปก็ซ่อมได้ ยังมีคนใช้งานกันอยู่เยอะ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่ตัวถังภายในกว้างขวาง เบาะหน้าปรับปรุงใหม่ นั่งสบายขึ้นมาก พนักพิงหลังยาว รองรับแผ่นหลังได้เต็ม เบาะหลังนั่งสบายขึ้น ช่วงล่างดีขึ้น โคลงน้อยลง เครื่องยนต์ VVT-i ให้อัตราเร่งดี เครื่องยนต์ในรุ่นปี 2008 – 2010 ทั้งในรุ่น 1.6 และ 1.8 ทนทาน ประหยัดน้ำมัน ติดแก๊สได้

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT เป็นแบบฟันเฟือง ทนทาน แต่ก็สิ้นเปลืองกว่ารุ่นที่เปลี่ยนเป็นเกียร์ Super CVT-i 7 สปีด ที่ตอบสนองดีกว่า ออกตัวเรียบๆ ไม่กระชาก แต่ถ้าถึงระยะในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ กรองเกียร์ หรือชิ้นส่วนต่างๆ อย่าละเลย แค่นี้ก็ใช้งานได้ยาวๆ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เรื่องอะไหล่ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นรถที่ทนทานอีกรุ่น อะไหล่ก็มีเยอะตามไปด้วย จะเข้าศูนย์บริการ หรือซ่อมอู่ข้างนอกก็ย่อมได้ ระบบไม่ซับซ้อน ซ่อมได้ทุกจุด ค่าซ่อมถูก ซ่อมได้ทุกอู่ ของเก่าจากเซียงกงก็มีพร้อม เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 10,000 – 20,000 บาท ก็เพียงพอ

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 150,000 – 340,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ) และหากรถที่เคยเป็นแท็กซี่เก่ามาก่อน ราคาขายต่อก็จะถูกกว่านี้เยอะ (ราคาประมาณ 4-8 หมื่นบาท ขึ้นอยู่กับสภาพ ปลดป้าย จดทะเบียนใหม่ เก็บสภาพ ทำสีมาแล้วหรือยัง ก็สามารถซื้อได้แล้ว)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Toyota Corolla Altis (ZZE141/ZZE142/ZRE141/ZRE142/ZRE143) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Toyota-Altis ได้เลยครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Toyota-Corolla-Car-Nickname

คิดได้ไง! “หน้ายก” “กะเทย” “ท้ายตัด” “สามห่วง” ใครเป็นคนคิดฉายาให้ Toyota Corolla!

จากเมื่อเดือนที่แล้ว หากใครที่ติดตามเพจ CARRO Blog ก็จะพบว่าเราได้ทำบทความเกี่ยวกับ “รวมฉายารถ Honda Civic สุดแปลกแหวกแนว” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเลยทีเดียว ในเดือนนี้เพื่อต่อยอดความรู้ ความสนใจ ให้กับผู้ที่นิยมชมชอบในรถมือสองเพิ่มเติม เราจึงขอนำเสนอ “รวมฉายารถ Toyota Corolla ที่คุณต้องตะลึง!” ต้อนรับหน้าร้อนนี้

สำหรับฉายาของรถ “Toyota Corolla” (โตโยต้า โคโรลล่า) นั้น ก็นับได้ว่าเป็นรุ่นรถที่มีฉายามากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น และมีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน เอาละ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ไปอ่านกันได้เลย …

Toyota-Corolla-KE30

Toyota Corolla (KE30) “หน้ายก”, “บิ๊กบั้มเปอร์” และ “กันชนยักษ์”

สำหรับ Toyota Corolla (KE30) จัดเป็น Toyota Corolla เจเนอเรชั่นที่ 3 ที่ประกอบขายในไทย เปิดตัวจำหน่ายประมาณปี 2518 ยาวนานจนถึงปี 2522 มีให้เลือกทั้งแบบ 2 ประตูซีดาน, 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูแวน, 4 ประตูแวน (รถนำเข้า หายากหน่อย) และรุ่น 2 ประตู Hardtop … สำหรับเครื่องยนต์ ยังคงใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ในรหัส 3K

ฉายา “หน้ายก” นั้นได้มาจากในตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ชุดกระจังหน้า จะประดับด้วยขอบโครเมียมและยกตัวขึ้นมารับกับฝากระโปรงหน้านิดๆ และโฉมสุดท้ายอย่าง “บิ๊กบั้มเปอร์” (กันชนยักษ์) มาพร้อมกันชนหน้า-หลัง ขนาดใหญ่ พร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในรุ่น Top

Toyota-Corolla-KE70

Toyota Corolla (KE70/TE71) “DX”, “กะเทย” และ “หน้าเท”

สำหรับ Toyota Corolla (KE70) จัดเป็น Toyota Corolla รุ่นสุดท้ายที่ทุกโมเดลออกมาในแบบขับเคลื่อนล้อหลัง ในไทยเปิดตัวจำหน่ายเมื่อต้นปี 2523 เริ่มแรกเป็นรุ่นไฟกลม 4 ดวง, ไฟเหลี่ยมเล็ก-เหลี่ยมใหญ่ จนถึงโฉมสุดท้ายโฉมหน้าเท โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 4K มีให้เลือกทั้งในแบบ 2 ประตูซีดาน, 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูแวน, 4 ประตูแวน (รถนำเข้า) รวมไปถึงรุ่น 1.6 DX Liftback (TE71) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T

ฉายา “DX” นั้นได้มาจากรุ่นถูกสุดของ Corolla โฉมนี้ ใช้ชื่อรุ่นย่อยว่า “DX” (ย่อมาจาก “Deluxe”) รวมไปถึงฉายา “กะเทย” ที่ไว้เรียก Corolla 2 ประตูซีดาน เท่านั้น (ซึ่งมาจากรูปร่างรถ จะเป็นคูเป้ก็ไม่ใช่ ซีดานก็ไม่เชิง) และสุดท้ายอย่าง “หน้าเท” คือชุดไฟหน้าและกระจังหน้าในโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งสุดท้าย (ยกหน้าตามาจากรุ่น Sprinter ที่ขายในตลาดญี่ปุ่น)

Toyota-Corolla-AE80

Toyota Corolla (AE80/EE80/AE82) “ท้ายตัด”

Toyota Corolla เวอร์ชั่นขับหน้ารุ่นแรก เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2527 มีให้เลือกใน 2 รูปแบบ นั่นคือ ซีดาน 4 ประตู, ลิฟท์แบค 5 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “ATOP” 2 แบบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2A และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A พอปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น 1.3 ลิตร ก็ได้จัดแจงเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรหัส 2E แบบ 12 วาล์ว

ฉายา “ท้ายตัด” นั้น ได้มาจากส่วนท้ายรถของรุ่น 4 ประตู ที่สั้นมาก จนดูเหมือนท้ายตัดไปนั่นเอง

Toyota-Corolla-AE92

Toyota Corolla (EE90/AE92) “โดเรมอน”

สำหรับ Corolla รุ่นที่ถือได้ว่า มีอุปกรณ์มาตรฐานมากมายราวกับของวิเศษของ “โดเรมอน” ต่างกับรถในคลาสเดียวกัน จึงเป็นที่มาของฉายานี้ (แต่ชาวต่างประเทศได้ยินแล้ว งงน่าดู) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2530 มาหรือบางคนก็บอกว่ากระจกมองข้างโค้งๆ เหมือนมือของโดเรม่อนพร้อมสโลแกน “เร้าใจทุกเส้นทาง ยุคหน้า TOYOTA” (คล้ายกับของญี่ปุ่น “Fun To Drive”)

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, รหัส 4A-F คาร์บูเรเตอร์คู่ ในรุ่น Sporty รวมไปถึงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร พลังแรงอย่างรหัส 4A-GE 130.5 แรงม้า ที่มาตอนไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น GTi

Toyota-Corolla-AE92

Toyota Corolla (EE100/AE101) “สามห่วง”

Corolla รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ Logo “Toyota” แบบใหม่ที่เป็นสามห่วง หลังจากที่ทางโตโยต้าเริ่มใช้ตั้งแต่ทั่วโลกในปี 1989 (ยกเว้นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในมุมกระจังหน้า ที่ยังคงใช้สัญลักษณ์ของ Corollla ไว้เช่นเดิมแบบในรูป) โดยเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E (และ 4E-FE ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์) และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE

ที่มาของคำว่า “สามห่วง” คือ Logo Toyota แบบใหม่นี่ล่ะครับ

Toyota-Corolla-AE111

Toyota Corolla (AE110/AE111/AE112) “ตองหนึ่ง”, “ตูดเป็ด” และ “Hi-Torq”

Toyota Corolla ในยุคที่พัฒนาไปอีกหนึ่งขั้น เปิดตัวในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2539 โดยยกเลิกเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แล้วหันมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5A-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE ยอดฮิตเหมือนเดิม ต่อมาในช่วงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2541 จึงเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร พร้อมคำต่อท้ายว่า “Altis” และชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่ “Hi-Torq” ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 7A-FE

ที่มาของฉายา “ตองหนึ่ง” นั้น มาจากรหัสรุ่นของแบบเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร “AE111” ซึ่งเป็นเลขตองพอดี สามารถจำได้ง่าย และ “ตูดเป็ด” เป็นที่มาของโฉมแรก ที่ชุดฝาประโปรงท้ายมีมุมยกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลาดเอียงลงไป

Toyota-Corolla-Altis-ZZE122

Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) “หน้าหมู”, “ตาถั่ว”

Toyota Corolla โฉมนี้ออกแบบใหม่ทั้งหมดและตัวรถที่มีความกลมป่องขึ้นมาก ต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด จัดเต็มทั้งอุปกรณ์มาตรฐานและความปลอดภัย เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 มาพร้อมเครื่องยนต์ตระกูลใหม่ “ZZ-Series” ในรูปแบบ VVT-i ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2ZZ-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE ก่อนจะมีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์และเพิ่มรุ่นพิเศษไปอีกหลายรอบ

“หน้าหมู” ได้ชื่อมาจากกระจังหน้าด้านหน้าของรุ่นนี้ เมื่อดูไกลๆ คล้ายกับจมูกหมูและหน้าหมูมาก ส่วน “ตาถั่ว” มาจากชุดไฟหน้าที่ดูเป็นรูปวงรีโค้งๆ จึงเป็นที่มาของฉายานี้

Toyota-Corolla-ZZE-141

Toyota Corolla Altis (ZZE141/ZZE142) “หน้าแบน”

Toyota Corolla ในโฉมนี้ ยังคงได้รับความนิยมมากมายจากแท็กซี่ หรือมวลชน อะไหล่หาง่าย ช่างที่ไหนก็ซ่อมได้ เช่นเคย เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2551 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 3ZZ-FE 109 แรงม้า, เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE 132 แรงม้า และขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FE 145 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 รวมไปถึงมีรุ่นใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG ให้เลือก

พอไมเนอร์เชนจ์ ปี 2553 เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 1ZR-FE 109 แรงม้า, เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE 139 แรงม้า ซึ่งฉายา “หน้าแบน” ได้มาจากหน้ารถที่ดูเรียบๆ แบนๆ ครับ

และสำหรับฉายาของ Toyota รุ่นอื่นๆ ที่คนในวงการรถมือสองเรียกกันนั้น จะมีอะไรต่ออีกบ้าง MR.CARRO จะมาเสนอให้อ่านต่อกันวันหลังครับ

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย CARRO Blog)

Purchase-Old-Taxi-Meter

“รถแท็กซี่” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นรถที่ไว้รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ไปยังจุดต่างๆ ที่ต้องการ เป็นรถที่ไว้ใช้หาเงิน ก็ย่อมถูกใช้งานหนักมากในแต่ละวัน ปัจจุบันแท็กซี่บ้านเรา ภาครัฐกำหนดอายุการใช้งานไว้ที่ 9 ปี โดยรถแท็กซี่วันๆ หนึ่ง วิ่งกันอย่างน้อย 200-300 กิโลเมตรได้ ต่อให้มีการดูแลรักษาที่ดีขนาดไหน ทุกส่วนของรถ ก็ย่อมเสื่อมสภาพเร็วกว่ารถบ้าน

รถแท็กซี่ที่ปลดระวางแล้ว โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง Toyota Limo (โตโยต้า ลิโม่) หรือ Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) ที่มีออกมาขายกันเป็นจำนวนมาก มีทั้งแบบยังไม่ปลดป้ายทะเบียน สภาพรถเดิมๆ และแบบปลดป้ายทะเบียนแล้ว ทำสี ตกแต่งภายในใหม่หมด ซึ่งรถทั้งหมดวิ่งกันมานับล้านกิโลเมตร จนไมล์กลับรอบมาแล้ว ราคามือสองที่ค่อนข้างถูก โดยเฉลี่ยคันละ 2-7 หมื่นบาท ก็มีให้เลือกมากมายนับไม่ถ้วน

MR.CARRO ขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อ “รถแท็กซี่ปลดป้าย” ให้คุ้มค่าเงินในกระเป๋าคุณครับ.

Purchase-Old-Taxi-Meter

แน่นอนว่า ซื้อรถแพง ก็ซ่อมถูก ซื้อรถถูก ก็ซ่อมแพง มันเป็นเรื่องธรรมดาโลก ซึ่งคนที่ขาย ก็มีทั้งรถที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว กับรถที่ต้องไปปลดป้ายทะเบียนแท็กซี่เอง (ซึ่งจะยุ่งยากหน่อย และต้องเสียค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาทได้) …

หากคุณมีความรู้ด้านเชิงช่าง รถแท็กซี่ปลดป้าย ก็น่าเล่นครับ ได้รถปีไม่เก่ามาก (แต่สภาพช้ำเยอะ) เราขอแนะนำให้เลือกรถแท็กซี่เขียว-เหลือง มากกว่ารถแท็กซี่สหกรณ์ครับ เพราะรถแท็กซี่ส่วนบุคคล หลายคันเป็นรถบ้าน เจ้าของขับเองคนเดียวหรือสองคน มีการบำรุงรักษาที่พอจะเช็คจากเจ้าของรถได้

ต่างจากรถสหกรณ์ สารพัดสีลูกกวาด ซึ่งขับกันไม่รู้กี่มือ แต่ละคนก็ขับรถไม่เหมือนกัน บางคันก็ยำมาจนเละ หรือขับจนพังคาเท้าก็มี

Purchase-Old-Taxi-Meter

หากเลือกรถปลดป้าย เราขอแนะนำให้เลือกรถที่หาอะไหล่ได้ง่าย และซ่อมได้ง่าย เช่น Toyota Altis (โตโยต้า อัลติส) ซึ่งต่างจากรถปลดป้ายรุ่นอื่นๆ ที่มักจะขายไม่ได้ราคา หรือซ่อมปรับสภาพไม่คุ้มค่าทำ จนต้องแยกชิ้นส่วนขายกันเป็นอะไหล่กันมากกว่า

กรณีซื้อรถมาทำเอง ต้องลงทุนจ่าย “ค่าแรกเข้า” หนักหน่อย (หลายหมื่นบาทได้ อาจจะมากกว่าราคาตัวรถด้วยซ้ำไป) แต่ได้รถใช้งานไปได้อีกหลายปี ราคาถูกกว่ารถบ้านมือสองปีเดียวกัน ก็ถือว่าคุ้ม

อ่านเพิ่มเติม : ขั้นตอนปลดป้ายแท็กซี่ ง่ายๆ ที่คุณก็ทำเองได้! (Update ล่าสุด ปี 2563)

การดูสภาพรถ ก็หลักการเดียวกับดูรถมือสองทั่วไป อาทิเช่น ดูตามรอยตะเข็บต่างๆ เม็ดอาร์ค เส้นสายรอบคัน โครงสร้างตัวรถ มีชนหนักเบาหรือไม่ ดูหลังคามีน้ำรั่วหรือเปล่า ช่วงล่าง ใต้ท้องรถ ฯลฯ แต่เชื่อเถอะ รถแท็กซี่ ต้องมีชนมาบ้างทุกคันอยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย หลายคันที่ขาย “ถ้า” วางเครื่องใหม่ เกียร์ใหม่ ทำช่วงล่างมาใหม่ ทำสีใหม่ ตกแต่งภายในใหม่ เปลี่ยนยางใหม่ โครงรถยังดี ก็ถือว่าน่าสนใจ

Purchase-Old-Taxi-Meter

ส่วนสีไม่ต้องพูดถึง ต้องทำใหม่อยู่แล้ว เลขไมล์ หมุนจนกลับรอบมาแล้วมั้ง สภาพเครื่องยนต์ หลวมหรือมีเสียงวาล์วเขก รั่ว เดินไม่เต็มสูบหรือยัง ซีลตามจุดต่างๆ ท่อยางต่างๆ มีรั่วซึมหรือไม่ แต่เชื่อเถอะครับ แท็กซี่หลายคัน ใช้งานยังไม่ทันหมดอายุ เครื่องยนต์หมดอายุไปซะก่อน เพราะใช้งานกันโหมกระหน่ำทั้งนั้น

สภาพถังแก๊ส LPG/NGV หมดอายุหรือยัง ห้องโดยสารภายใน สภาพเบาะ เพดาน สายเข็มขัดนิรภัย เปื่อยมากน้อยแค่ไหน

Purchase-Old-Taxi-Meter

ขั้นตอนต่อไปก็คือการทดลองขับ ฟังเสียงดู ตรงไหนมีเอี้ยดอ๊าด กุกกักหรือเปล่า สภาพช่วงล่าง ขับไปแล้วมีส่าย สะบัด เป๋ กินไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือพวงมาลัยสั่นหรือเปล่า เพราะรถแท็กซี่ ส่วนใหญ่ก็ซ่อมแบบให้พอใช้งานได้ ไม่ได้เน้นความสมบูรณ์นัก

อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณแล้วล่ะครับ ว่าอยากได้หรือไม่ คำนวณงบประมาณที่มีแล้วคุ้มค่าแค่ไหน เพราะบางคัน ทำแล้วจบ เก็บงานน้อย ก็ถือว่าดีไป แต่บางคัน เก็บแล้วไม่จบ ต้องซ่อมนู่นนี่นั่นอยู่เรื่อยๆ จนบางทีอดคิดไม่ได้ว่า เพิ่มเงินอีกหน่อย แล้วไปซื้อรถบ้านดีกว่า …

ส่วนอันนี้ถ้าใครอยากขายรถ เพื่อรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียด (เฉพาะการขายรถเท่านั้น) ได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก:

  • กลุ่ม Facebook ซื้อขายรถแท็กซี่ปลดป้ายรุ่นอัสติส04-08ราคาไม่แพง

Toyota-Corolla-Altis-ZZE121-ZZE122

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ที่จำหน่ายในบ้านเราและได้รับความนิยมจากผู้ใช้ ก็มีอยู่นับสิบกว่าเจเนอเรชั่น ตั้งแต่รุ่นแรก (KE10) ที่เปิดตัวกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1966 ขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่แข็งแรง ทนทาน อะไหล่หาง่าย ซ่อมง่าย และมีการพัฒนามาตลอดอายุการผลิต 50 กว่าปี ทำให้ Toyota สามารถผงาดสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยยอดขาย Corolla ที่มากถึง 44.1 ล้านคัน (ยอดถึงปี 2016) ซึ่งมากพอที่จะเอารถที่ผลิตทุกคัน มาจอดเรียงกันวนรอบโลกได้ถึง 5 รอบ!

แต่สำหรับเวอร์ชั่นที่ได้ชื่อว่า ยอดนิยมมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น รวมไปถึงยอดจำหน่ายที่มากพอสมควร และมีกลุ่มคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก และยังเป็นขวัญใจแท็กซี่อีกด้วย คงต้องยกให้ “Toyota Corolla Altis” (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) โฉม “ZZE121 และ ZZE122” ครับผม

MR.CARRO วันนี้จะมาพูดถึง “อัลติสมือสอง” หรือ “อัลติสหน้าหมู” รถสุดยอดนิยมของคนไทยอีกหนึ่งรุ่น เผื่อจะได้ช่วยให้คนตัดสินใจหารถมือสองรุ่นนี้มาใช้ จะได้มีตัวเลือกในการพิจารณามากขึ้น

Toyota-Corolla-JDM

Toyota Corolla เจเนอเรชั่นที่ 9 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2000 ภายใต้แนวคิด “New Century Value” (NCV) มาพร้อมรูปทรงอ้วนป่อง พลิกโฉมการออกแบบจากรุ่นที่แล้วอย่างสิ้นเชิง โดย Corolla เวอร์ชั่นญี่ปุ่น จะใช้รูปทรงเดียวกับเวอร์ชั่นยุโรป แต่การออกแบบและตกแต่งหน้าตา ต่างกันไปตามรสนิยมของคนในภูมิภาคนั้นๆ

หลายคนอาจจะสงสัย ว่า? ทำไม Corolla รุ่นนี้ ถึงไม่มีรถคู่แฝดอย่าง “Sprinter” (สปริ้นเตอร์) และรถ 2 ประตู Coupe คู่แฝดอย่าง “Toyota Corolla Levin” (โตโยต้า โคโรลล่า เลวิน) และ “Toyota Sprinter Trueno” (โตโยต้า สปริ้นเตอร์ ทรูโน่) ออกมาขายด้วยในโฉมนี้? นั่นก็คือการตลาดที่ซ้ำซ้อนกัน ไม่คุ้มค่าในการทำตลาด ทำให้ Toyota ต้องเลือกยุบ Sprinter ไป

Toyota-Corolla-Fielder-JDM

Toyota Corolla Fielder (ZZE123) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

Toyota-Corolla-Runx-JDM

Toyota Corolla Runx เวอร์ชั่น Hatchback 5 ประตู

Toyota-Allex-JDM

Toyota Allex คู่แฝดของ Corolla Runx แต่เน้นหรูมากกว่า ในเวอร์ชั่น Hatchback 5 ประตู

Toyota-Corolla-Hatchback-EU

Toyota Corolla Hatchback เวอร์ชั่นที่ขายในยุโรป

โดย Corolla Wagon เปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่ในชื่อ “Corolla Fielder” รวมไปถึงในรุ่นแฮทช์แบค 3 และ 5 ประตู ใช้ชื่อว่า “Allex” และ “Corolla RunX”

ส่วน “โคโรลล่า อัลติส” ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 9 แบบเวอร์ชั่นไทย มาภายใต้แนวคิด “Break Into Style” พัฒนาใหม่หมด ทั้งการออกแบบ เทคโนโลยี รวมถึงรูปโฉมของตัวรถภายนอก โดยเวอร์ชั่นไทย พัฒนาให้แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ใช้รูปโฉมแบบเดียวกันกับเวอร์ชั่นจีน, ไต้หวัน และอเมริกาเหนือ เป็นต้น

Brad-Pitt-Toyota-Corolla-Altis

เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 – 20 พฤษภาคม 2544 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมจ้างดาราฮอลลีวู้ด “Brad Pitt” (แบรด์ พิตต์) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ตลอดระยะเวลา 1 ปี

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

การออกแบบภายนอก ผสานความเท่ สปอร์ต และงามหรูหราเข้าด้วยกัน กระจังหน้าขนาดใหญ่ มาคู่กับไฟหน้ามัลติรีเฟล็กเตอร์ขนาดใหญ่แบบ 4 ดวง ให้ความสว่างกว่าเดิมถึง 2 เท่า พร้อมระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ (Auto Light Control System) และชุดไฟท้าย เพิ่มไฟตัดหมอกหลัง ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรป (มารุ่นหลังๆ ก็เลิกติดมาให้แล้ว) ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) เพียง 0.30 เทียบเท่ารถสปอร์ตชั้นนำ

มิติตัวรถยาว 4,530 มม. กว้าง 1,705 มม. สูง 1,480 มม. ระยะฐานล้อ 2,600 มม.

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

ห้องโดยสารภายในของรุ่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการออกแบบได้ดี เพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารกว้างและโปร่งขึ้น ด้วยปริมาตรภายในห้องโดยสาร 3.37 ลบ.ม. (ใหญ่กว่าภายในของ Corona Exsior ซะอีก) กระจกบังลมหน้ามีขนาดใหญ่มากขึ้น คอนโซลหน้าขนาดใหญ่แบบบุนวม แพรวพราวด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ มาตรวัดเรืองแสง Optitron สามารถเปลี่ยนได้ถึง 3 เฉดสี ระบบเครื่องเสียงแบบ Full-Logic บรรจุ CD ได้ 6 แผ่น ด้านหน้าตัวเครื่อง แอร์แบบ Push Type ตกแต่งลายไม้ภายใน คันเกียร์อัตโนมัติแบบ Gate-Type หรูหรา กระจกไฟฟ้า แผงเสาอากาศวิทยุแบบฝังในกระจกหลัง พร้อมม่านบังแดดหลัง และกันขโมยแบบ Immobilizer

และห้องโดยสารภายใน ยังเลือกใช้วัสดุเส้นใยพิเศษใหม่ชื่อ “Kenaf” (ใยปอแก้ว) เป็นวัสดุในการบุหลังคาด้านในถึง 50% ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของโลก

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

ระบบความปลอดภัยมีมาให้ครบๆ ในยุคนั้น ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า เบาะนั่งแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening) ป้องกันการบาดเจ็บที่เบาะนั่งคู่หน้า เมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง, Head Impact Protection Structure ระบบปกป้องการบาดเจ็บของศีรษะด้านข้าง ด้วยโครงสร้างแบบครีบ ระบบเบรก ABS (Anti-Lock Braking System), ระบบ EBD (Electronic Brake-Force Distribution) พร้อมระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) และยังติดตั้งระบบ Vehicle Stability Control (VSC) ควบคุมการทรงตัว มาติดตั้งเป็นครั้งแรกอีกด้วย

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ ต้อนรับศตวรรษที่ 21 ด้วยตระกูล “ZZ-FE” VVT-i ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ TCCS ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์ 16 บิต และมีเทคโนโลยีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ผ่านมาตรฐานมลพิษจากไอเสียรถยนต์ Emission Standard Step 3 ซึ่งเป็นมาตรฐานมลพิษฯ ลำดับต่อไปของกระทรวงอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะประกาศใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า (ในเวลานั้น) โดยไอเสียที่ออกมาจาก โคโรลล่า อัลติส ต่ำกว่ามาตรฐานมลพิษฯ Emission Standard Step 2 ในปัจจุบันกว่า 80%

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

Toyota Corolla Altis ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 3ZZ-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.3 กก.-ม. (150 นิวตัน-เมตร) ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.4 กก.-ม. (171 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

ระบบช่วงล่าง ปรับปรุงใหม่ ด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างหลังแบบ ETA Beam พร้อมเหล็กกันโคลง

Toyota-Corolla-Altis-TH-2001

โฉมแรกมีให้เลือกหลายแบบ อาทิเช่น 1.6 J M/T และ A/T (ใช้ชื่อ Corolla อย่างเดียว), 1.6 E M/T – A/T, 1.8 E, 1.8 G VSC และรุ่นย่อย “Limo (ลิโม)” (ย่อมาจากคำว่า Limousine) ตัด Option ต่างๆ ออก มีเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ตัวรถกันชนหน้า-หลัง สีดำ ไฟหน้า-ไฟท้าย แบบโคมสึดำ ใช้ล้อกระทะเหล็กขนาด 14 นิ้ว ภายในเป็นเบาะหนังไวนิล ในราคาขณะนั้น 668,000 บาท สำหรับกลุ่มตลาดรถ Fleet และรถ Taxi ซื้อไปใช้เท่านั้น

หลังจากวางตลาด โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส โฉมนี้ ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับถล่มทลายจากผู้บริโภคในเวลานั้น โดยสามารถกวาดยอดจองหลังจาก 14 วัน ของการเปิดตัวได้มากถึง 6,495 คัน

Toyota-Corolla-Altis-TH-2002

หลังจากนั้น ก็มีรุ่นพิเศษออกมาเป็นระยะๆ เช่นในเดือนตุลาคม 2545 ออกรุ่น 1.8 G ฉลองครบรอบ 40 ปี บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่มาพร้อมเบาะนวดหลังไฟฟ้าด้านคนขับ พรมปูพื้น พรมปูท้ายรถ เครื่องฟอกอากาศ และสัญลักษณ์พิเศษ ฉลอง 40 ปี Toyota ประเทศไทย

Toyota-Corolla-Altis-TH-2002

ต่อมาในเดือน พฤศจิกายน 2545 โตโยต้า ได้ทำการเพิ่มรุ่นย่อย 1.6 E เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ABS + Airbag ด้านคนขับ และรุ่นย่อย 1.8 S Sporty โดดเด่นด้วยชุดแต่งรอบคัน อาทิ ไฟหน้าโคมสีเทาเงิน สเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกแบบ LED … ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยสีเมทัลลิก หัวเกียร์ทรงกลมชุบโครเมียม และเบาะหนังแท้สีดำ พร้อมกับสีดำ Black Mica มาให้เลือก

เดือนมีนาคม 2546 Toyota เปิดตัวรุ่นพิเศษ 1.6 E Limited ด้วยไฟตัดหมอกหน้า, เบาะหนังดีไซน์ใหม่, ชุดตกแต่งลายไม้, สัญญาณกันขโมย พร้อมกุญแจรีโมท TVSS และสัญลักษณ์ “Limited” ใต้ไฟเลี้ยวด้านข้างตัวถัง (สังเกตดีๆ เพราะส่วนใหญ่จะหายหมด)

Toyota-Corolla-Altis-TH-2003

ในเดือนสิงหาคม 2546 โตโยต้า เพิ่มรุ่นพิเศษ “1.6 E Premium” มีให้เลือกทั้งในแบบ 1.6 E เกียร์ธรรมดา, 1.6 E เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ 1.6 E เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ABS + Airbag … มาพร้อมสปอยเลอร์กันชนหน้า สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกแบบ LED ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยสีเมทัลลิก พร้อมกับเบาะหนังสีเบจดีไซน์ใหม่ และระบบกันขโมย TVSS พร้อมรีโมท จำนวนจำกัดเพียง 1,200 คัน

Toyota-Corolla-Altis-TH-2003

Toyota-Corolla-Altis-TH-2003

พอมาถึงเดือนพฤศจิกายน 2546 ก็ถึงเวลาปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ … มาพร้อมสโลแกนใหม่ “Sense the Movement” ปรับรูปแบบของกระจังหน้าใหม่ ชุดกันชนหน้าใหม่ ชุดไฟหน้าใหม่ แบบ HID ชุดไฟท้ายใหม่ ที่ใช้ไฟเบรกแบบ LED เป็นครั้งแรก และล้อแม็กลายใหม่ ในทุกรุ่น ส่วนภายใน เพิ่มเบาะไฟฟ้า (ด้านคนขับ) เป็นต้น

Toyota-Corolla-Altis-TH-2005

เดือนมีนาคม 2548 Toyota เปิดตัว Altis รุ่น Limited ทั้งในแบบ 1.6 E (ABS + Airbag) และ 1.8 G ด้วยภายในเบาะหนังแท้ มีไฟตัดหมอกหน้า ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ปัดเงา, สัญญาณกันขโมยพร้อมรีโมท TVSS สัญลักษณ์ “Limited” และเครื่องเล่น DVD พร้อมจอ 6.5 นิ้ว (ในรุ่น 1.8 G)

Toyota-Corolla-Altis-TH-2006

ในวันที่ 24 มีนาคม 2549 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์กันอีกรอบ ดูโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบซี่ตรง ไฟหน้าแบบ HID และคิ้วขอบป้ายทะเบียนหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมนำเสนออุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น อาทิ กล้องมองขณะถอยหลังเข้าจอด พร้อมจอ LCD ขนาด 6.5″ เครื่องเสียงแบบ Full-Logic พร้อมระบบ Touch Screen ระบบกันขโมย TVSS พร้อมรีโมท ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เบาะนั่งปรับไฟฟ้า (เฉพาะด้านคนขับ) ปรับระดับได้ 8 ทิศทาง เป็นต้น

แถมยังเพิ่มรุ่น 1.6 G เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้วยครับ

และในเดือนพฤศจิกายน 2549 ยังมีรุ่นพิเศษอย่าง Toyota Corolla Altis 1.6 G G-Edition มาพร้อมไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง และสัญลักษณ์ “G-Edition”, สเกิร์ตรอบคันพร้อมสปอยเลอร์หลัง, เบาะหนังโทนสีเข้ม, แผงคอนโซลหน้าลายไม้, พวงมาลัย และหัวเกียร์หุ้มหนังแบบเจาะรู กับเครื่องเสียงแบบ 2 DIN พร้อม CD 6 แผ่น และ MP3 มี 2 สี ให้เลือก นั่นคือ White Pearl Crystal และ Silver Metallic

Toyota-Corolla-Altis-TH-2007

ในเดือนพฤษภาคม 2550 เพิ่มรุ่นพิเศษ Limited (อีกรอบ) ทั้งในแบบ 1.6 E, 1.6 G และ 1.8 E ใส่ชุดแต่งสปอร์ตทั้งคัน (สเกิร์ตรอบคัน และสปอยเลอร์หลัง) ไฟหน้า-ไฟท้าย โคมดำ, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว รมดำ (ล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว รมดำ ในรุ่น 1.8 E), สัญลักษณ์ “Limited”

ห้องโดยสารภายในตกแต่งแบบแบบสีทูโทน พวงมาลัยหุ้มหนังสีดำ หัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ เบรกมือหุ้มหนังสีดำ และเครื่องเล่น DVD VCD CD MP3 1 แผ่น คู่ไปกับหน้าจอขนาด 7″ แบบ Touch Screen (เฉพาะรุ่น 1.8 E) ส่วนในรุ่น 1.6 E ใช้เบาะผ้าลายสปอร์ต ปั้มสัญลักษณ์ “Altis” ไว้ที่เบาะ และระบบกันขโมย TVSS พร้อมกุญแจรีโมท

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยมมาก แท็กซี่ก็นิยมเช่นกัน รูปทรงสวย สมรรถนะดี คุณภาพคับแก้ว ทนทานและประหยัดตามสไตล์โตโยต้า อะไหล่หาง่าย อู่ทั่วไปก็ซ่อมได้ ยังมีคนใช้งานกันอยู่เยอะ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่ตัวถังภายในกว้างขวาง ตำแหน่งเบาะนั่งสูง นั่งสบายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พื้นที่วางขาถือว่ากว้างใช้ได้ ในรุ่น Top มาพร้อมออพชั่นที่มากและโดดเด่นกว่ารถคู่แข่งในระดับเดียวกัน แอร์เย็น เครื่องยนต์ VVT-i ให้อัตราเร่งดี ทั้งในรุ่น 1.6 และ 1.8 ทนทาน ประหยัดน้ำมัน แต่ไม่ค่อยทนแก๊ส ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT เป็นแบบฟันเฟือง ทนทาน

แต่ข้อเสียก็มี อาทิ ระบบเบรกไม่นุ่มนวลนัก หรือช่วงล่างที่นิ่มก็จริง แต่เวลาวิ่งเร็วๆ แล้ว ไม่ค่อยเกาะถนน เป็นต้น

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เรื่องอะไหล่ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นรถที่ทนทาน ขายได้เยอะ อะไหล่ก็มีเยอะตามไปด้วย จะเข้าศูนย์บริการ หรือซ่อมอู่ข้างนอกก็ย่อมได้ ระบบไม่ซับซ้อน ซ่อมได้ทุกจุด ค่าซ่อมถูก ซ่อมได้ทุกอู่ ของเก่าจากเซียงกงก็มีพร้อม เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 10,000 – 20,000 บาท ก็พอแล้ว

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 170,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ) และหากรถที่เคยเป็นแท็กซี่เก่ามาก่อน ราคาขายต่อก็จะถูกกว่านี้มาก (เริ่มต้นประมาณ 3-4 หมื่นบาท ก็สามารถซื้อได้แล้ว)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิ๊กเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Toyota-Altis ได้เลยครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก