BMW Z4 (E89) ราคาตอนซื้อป้ายแดง ผ่อนเดือนละเท่าไหร่

จากกรณีข่าวรถสปอร์ต BMW Z4 (บีเอ็มดับเบิลยู แซด4) รหัส E89 ซิ่งฝ่าสายฝนจนเกิดอุบัติเหตุรถพุ่งข้ามเลนไปชนรถอีกคัน ทำให้หลายคนอยากทราบรายละเอียดเบื้องต้นของ BMW Z4 รุ่นนี้ว่า มีความเป็นมาในบ้านเราอย่างไรบ้าง …

และราคาจำหน่ายของ BMW Z4 รุ่นดังกล่าว หลายคนอยากทราบว่าตอนป้ายแดงคันละเท่าไหร่ และค่างวดที่ต้องผ่อนจ่ายในแต่ละเดือน เท่าไหร่บ้าง

MR.CARRO เลยขอนำราคาและค่างวดของรถรุ่นนี้ ในยุคที่ยังเป็นรถป้ายแดง มาให้ทุกคนได้ดูกันครับ

BMW Z4 sDrive35i

สำหรับ BMW Z4 Roadster รหัส E89 สุดยอดแห่งโรดสเตอร์ที่ผสมผสานความคลาสสิค กับดีไซน์ที่มีเสน่ห์แบบโรดสเตอร์พันธุ์แท้ และยังเป็นรถ BMW ที่ออกแบบโดยผู้หญิง ซึ่ง Juliane Blasi ออกแบบตัวรถภายนอก และในส่วนของห้องโดยสารออกแบบโดย Nadya Arnaout ผสานกับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และความสะดวกสบาย

อีกทั้งยังรวมถึงอารมณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ตโรดสเตอร์เต็มรูปแบบ ด้วยการกระจายน้ำหนักอย่างสมดุล 50:50 หน้า:หลัง และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ผลิตจาก​โรงงานในเมือง Regensburg แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ถูกนำเข้ามาเปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2552 แรกเริ่มนั้นเป็นรุ่น sDrive23i, sDrive23i Highline ในราคา 4,599,000 – 5,099,000 บาท

BMW Z4 sDrive35i

BMW Z4 ชูจุดเด่นด้วยหลังคา Retractable Hardtop แบบแข็ง (Hardtop) เป็นครั้งแรก โดยชุดหลังคาสามารถ เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าในเวลาเพียง 20 วินาที อีกทั้งยังสามารถใส่ถุงกอล์ฟได้ถึง 2 ใบ (ขณะหลังคาปิด) สำหรับผู้ขับขี่ที่รักความสปอร์ตของรถแบบโรดสเตอร์ แต่ยังคงหลงใหลในกีฬากอล์ฟ

BMW Z4 sDrive35i

ไฮเทคสุดๆ กับระบบ iDrive ที่มีศูนย์บัญชาการข้อมูล CIC Car Infotainment Computer สั่งการระบบข้อมูลแผนที่นาวิเกเตอร์ โทรศัพท์ และระบบเอนเตอร์เทนเมนท์ BMW Navigation System Professional ทำงานบนฮาร์ดดิสก์ขนาด 80GB +DVD + Bluetooth + iPod USB Connector แสดงผลผ่านจอมอนิเตอร์ความละเอียดสูง 1280 x 480 พิกเซล

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส N52 ให้แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 2,750 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 7.3 วินาที อัตราการประหยัดน้ำมัน 11.2 กม./ลิตร

และ sDrive35i ที่นำเข้ามาในช่วงแรก ใช้ขุมพลัง 3.0 ลิตร รหัส N54 ให้แรงม้าสูงสุด 306 แรงม้า และมีราคาอยู่ที่ 7,599,000 บาท

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2553 BMW ปรับให้ BMW Z4 sDrive23i สามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ ซึ่งเป็นโรดสเตอร์พลังงานทางเลือกรุ่นแรกของเมืองไทย ปรับราคาตัวรถลงมาเหลือ 4,399,000 – 4,799,000 บาท

BMW Z4 sDrive35iS

ในเดือนมิถุนายน 2553 BMW เปิดตัว BMW Z4 sDrive35is สุดยอดโรดสเตอร์พันธุ์สปอร์ต เคาะราคาขายสูงกว่าใครเพื่อน สมกับเป็นราคาของคนเท้าหนัก 8,399,000 บาท

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงขนาด 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยระบบ Twin Turbo ผลิตแรงม้าได้สูงสุด 340 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,500 รอบ/นาที เพิ่มขึ้นถึง 500 นิวตัน-เมตรในขณะเร่งแซง ด้วยฟังก์ชั่น Overboost ระบบเทอร์โบ ด้วยเทคโนโลยี EfficientDynamics ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 4.8 วินาที อัตราการประหยัดน้ำมัน 11.1 กม./ลิตร

BMW Z4 sDrive35iS

ระบบเกียร์คลัทช์คู่ DCT 7-สปีด พร้อมฟลายวีลแบบ Two-Mass และโปรแกรมพิเศษ พร้อมฟังก์ชั่น Launch Control รับแรงบิดสูงของเครื่องยนต์ได้สบายๆ และโปรแกรมเกียร์ปรับให้เหมาะสม เน้นพละกำลัง ความปราดเปรียว และมีฟังก์ชั่น Launch Control สำหรับผู้ขับที่ต้องการออกตัวให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบปั๊มน้ำและปั๊มน้ำมันเครื่องแบบ On-Demand แล้ว ยังมีระบบ Brake Energy Re-Generation ซึ่งเป็นการนำพลังงานจากการเบรกกลับมาแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อป้อนให้กับระบบต่างๆ ภายในรถด้วย

BMW Z4 sDrive35iS

ระบบท่อไอเสียปรับแต่งให้เสียงทุ้ม นุ่มลึก เข้ากับคาร์แรคเตอร์ โดยออกแบบท่อทางเดินอากาศและหม้อพักไอเสียเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้เสียงความถี่ต่ำ ให้ความรู้สึกถึงพลังที่ซ่อนอยู่ของโรดสเตอร์พันธุ์ดุ โดยที่ไม่ดังส่งเสียงรบกวนจนน่ารำคาญ

ภายหลังในช่วงปี 2555 ปรับรุ่นย่อยเหลือเป็นรุ่น sDrive20i, sDrive20i Highline ใช้เครื่องยนต์เล็กลงเป็น 2.0 ลิตร รหัส N20 ให้แรงม้าสูงสุด 184 แรงม้า ในราคา 3,799,000 – 4,199,000 บาท

BMW Z4 sDrive20i Highline 2013

ช่วงต้นปี 2556 ในเยอรมนี ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ LCi และรุ่นย่อย บ้านเราเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2556 นำเข้าเฉพาะรุ่น sDrive20i Highline อย่างเดียว ในราคา 3,999,000 – 4,099,000 บาท

สำหรับ BMW Z4 sDrive20i Highline มาพร้อมกับสีที่มีให้เลือกได้ถึง 8 สี รวมถึงโทนสีใหม่ล่าสุด เช่น สี Mineral Grey Metallic, สี Glacier Silver Metallic, และ สี Valencia Orange Metallic ที่มีให้เลือกโดยเฉพาะสำหรับ BMW Z4 sDrive20i Highline พร้อมชุดตกแต่งพิเศษที่ผสมผสานระหว่างการดีไซน์แบบ Design Pure Traction และชุดแต่ง M Sport

BMW Z4 sDrive35iS

โดยชุดตกแต่งพิเศษ Design Pure Traction นี้โดดเด่นและเหนือชั้นกับทุกรายละเอียดของการสร้างสรรค์ เน้นความเป็นผู้นำแห่งโรดสเตอร์ที่ไม่เหมือนใคร สะกดทุกสายตากับตัวรถสีส้ม Valencia Orange ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีที่ตัดกัน เพิ่มอารมณ์สปอร์ตด้วยหนังแบบ Alcantara สีส้มตัดกับหนังสีดำทั้งเบาะนั่งแบบสปอร์ตและแผงประตู

BMW Z4 sDrive35iS

ส่วนของคอนโซลกลางสีดำแบบ Black Piano ได้รับการติดตั้งพร้อมหนังที่เย็บด้วยตะเข็บสีส้ม เพิ่มบุคลิกความเป็นสปอร์ตเข้ากันอย่างลงตัว

สำหรับชุดตกแต่งพิเศษ Design Pure Balance นั้น ภายในผสมผสานหนังแท้สีดำกับสีน้ำตาลเข้ม (Cohiba Brown) ของเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนังแท้ Merino และตัดขอบด้วยตะเข็บสีขาว

BMW Z4 sDrive35iS

นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสปอร์ตมากขึ้นด้วยชุดตกแต่ง M Sport Package พร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้ว และชุดแต่ง M แอโรไดนามิครบครัน รวมถึงเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หุ้มด้วยหนังแท้สไตล์สปอร์ตแบบ M พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย กาบบันได M รวมถึงผ้าบุหลังคาสี Anthracite

BMW Z4 sDrive20i

ก่อนที่จะขายกันมาเรื่อยๆ มาจนถึงต้นปี 2559 ทาง BMW Group Thailand จึงยุติการนำเข้าไป และนี่ก็คือรายละเอียดของ BMW Z4 (E89) ที่คุณต้องรู้ไว้เบื้องต้น ก่อนจะซื้อมาใช้กันครับ!

สำหรับราคาของ BMW Z4 Roadster (E89) ตอนออกใหม่ๆ และค่างวดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน ของ BMW Hire Purchase (แบบมี Balloon) จะต้องจ่ายเท่าไหร่ มาดูกันได้ที่ตารางนี้ครับ

BMW Z4 (E89) ราคาตอนซื้อป้ายแดง ผ่อนเดือนละเท่าไหร่

*หมายเหตุ: ราคาและค่างวดตามนี้ คำนวณจากเงินดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน (และมียอด Ballroon งวดสุดท้าย จ่าย 30-40% ของราคารถ ซึ่งรถในแต่ละรุ่น แต่ละปี จำนวนเงินที่ต้องจ่ายอาจไม่เท่ากัน)

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

BMW-Series-3-E90

BMW Series-3 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3) ถือได้ว่าเป็นรถยนต์นั่งระดับหรูหราขนาด Compact ที่คนไทยรู้จักกันดี และเป็นรถในอนุกรมของ BMW ที่ผลิตขายดีที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้นผลิตรุ่นแรกในปี 1975 ด้วยยอดขายสะสมที่มากกว่าสิบล้านคัน หลังจากที่ BMW เริ่มต้นพัฒนาซีรี่ส์ 3 เจเนอเรชั่นที่ 5 ตั้งแต่กลางปี 2002 ใช้เวลาอยู่ประมาณ 30 เดือน ถึงเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่ชาวโลกในเดือนธันวาคม 2004

BMW-Joji-Nagashima

Joji Nagashima ชาวญี่ปุ่นที่ไปเป็นนักออกแบบรถในต่างประเทศ กับผลงาน BMW ซีรี่ส์ 3 (E90) ของเขา

หลายท่านอาจคาดไม่ถึงว่า ผู้ที่ออกแบบตัวรถ BMW ซีรี่ส์ 3 ในรุ่นซีดานและทัวริ่งโฉมนี้ จะเป็นคนญี่ปุ่น ชื่อ Joji Nagashima และในส่วนของรุ่นคูเป้ และรุ่นเปิดประทุน ออกแบบตัวรถโดย Marc Michael Markefka ชาวเยอรมนี ตามแนวทางของ Chris Bangle ที่เคยเป็น Head of Design ในเวลานั้นครับ

BMW-Marc-Michael-Markefka

ผลงานการออกแบบรุ่น Coupe และ Cabriolet ของ Marc Michael Markefka

ด้วยภาพลักษณ์ที่หลายคนมองว่า BMW 3-Series ดูสปอร์ตกว่ารถค่ายคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz C-Class จึงกลายเป็นที่นิยมในกลุ่มคนวัยทำงาน หรือผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบรถสไตล์นี้ ซึ่งเคยได้ชื่อเสียงจากสื่อมวลชนในต่างประเทศว่า เป็น “รถยนต์นั่งแบบ Compact ที่ดีที่สุดในโลกอีกรุ่นหนึ่ง” อีกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลของ BMW หลายรุ่นก็ถือว่าแรงเอาการ แถมประหยัดน้ำมันกว่ารถญี่ปุ่นด้วยซ้ำไป

BMW-Series-3-E90-Design

ขั้นตอนการออกแบบและพัฒนา BMW ซีรี่ส์ 3 โฉมนี้

สำหรับ “แนะนำรถมือสอง” ในครั้งนี้ MR.CARRO ขอแนะนำ BMW 3-Series รหัส E90 เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่เปิดตัวจำหน่ายในบ้านเราตั้งแต่ปี 2548-2555 ครับ.

BMW-Series-3-E90-E91

BMW ซีรี่ส์ 3 Sedan และ Touring รถยอดนิยมของคนทั่วโลก

BMW ได้ทำการเปิดตัว BMW 3-Series เจเนอเรชั่นที่ 5 ในตลาดโลก มาพร้อมตัวถังที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานหลักๆ ร่วมกับ ซีรีส์ 3 E46 รุ่นเดิม โดยคงมีให้เลือกหลากหลายประเภท อาทิ ซีดาน รหัส “E90”, แวกอน (BMW เรียกว่า “Touring”) รหัส “E91”, คูเป้ รหัส “E92” (ออกมาในปี 2006) และเปิดประทุน รหัส “E93” (ออกมาในปี 2007) และ “M3” (E92/E93) (ออกมาในปี 2007)

BMW-Series-3-E92-E93

BMW-M3-Coupe-2007

โดยเฉพาะ BMW 3-Series (E90) ในรุ่นซีดานนั้น มีจำนวนการผลิตในทั่วโลกมากถึง 1,825,549 คัน

ส่วนรุ่นแยกย่อยนั้น มีให้เลือกและออกมาค่อนข้างเยอะมาก ในที่นี้เราจะขออธิบายเฉพาะรุ่นย่อยที่มีจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้นละกันครับ

BMW-Series-3-E90

BMW 3-Series (E90) เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2548 เริ่มแรกมีเฉพาะรุ่น 320i, 320iSE และ 330i (ส่วน 325i ทยอยตามมาทีหลัง) และเปิดตัวสู่สาธารณชนอีกครั้ง ในงาน Motor Show ปี 2548

รูปลักษณ์ด้านหน้า ดูสวยคมลงตัวกว่าในรุ่นพี่อย่าง ซีรีส์ 5 ให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ Cd = 0.28 และด้านข้างตัวรถมีเส้นสันที่มองเห็นเด่นชัด ส่วนท้ายแม้ว่าจะมีส่วนคล้ายกับ ซีรีส์ 5 และซีรี่ส์ 7 แต่ไฟท้ายออกแบบดูเรียบง่ายกว่า ล้อแม็ก มีให้เลือกในหลายขนาด ตั้งแต่ 16-18 นิ้ว พร้อมยาง Run Flat (ซึ่งหมายถึง รถรุ่นนี้ไม่มียางอะไหล่มาให้ แต่จะมีชุดปะยางติดมาให้แทน)

มาพร้อมมิติตัวถังยาว 4,520 มม. กว้าง 1,817 มม. สูง 1,421 มม. ระยะฐานล้อ 2,760 มม. มีขนาดรถที่ใหญ่กว่าซีรี่ส์ 3 รุ่นเดิมในทุกมิติ (ยกเว้นระยะฐานล้อ ยังคงเท่ากับในรุ่น E46)

BMW-Series-3-E90

ห้องโดยสารภายใน คอนโซลหน้าดูหรูหราและคลาสสิก ตกแต่งด้วยหนังแท้และลายไม้ เบาะนั่งคู่หน้าและด้านหลังสไตล์สปอร์ต มีขนาดที่ใหญ่ นั่งสบายกว่ารุ่นเดิม ได้รับอิทธิพลการออกแบบภายในมาจากรุ่นพี่อย่าง ซีรี่ส์ 5 เต็มๆ และห้องเก็บสัมภาระด้านหลังตัวรถ ใหญ่ที่สุดของเซกเมนต์ ด้วยความจุถึง 460 ลิตร

BMW-Series-3-E90

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น มีสวิทช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง และโทรศัพท์ มีช่องแช่เย็นในที่วางแขนด้านหน้า พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารในแถวหลัง และ Onboard Monitor พร้อมฟังก์ชั่นดูโทรทัศน์ และปุ่มควบคุมระบบการทำงานภายในรถ (iDrive)

BMW-Series-3-E90

ครบเครื่องเรื่องความปลอดภัยยามชับขี่ อาทิ ถุงลมนิรภัยสำหรับ ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า และถุงลมนิรภัยป้องกันศีรษะให้แก่ผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง และยังมี ระบบไฟหน้าแบบปรับตามทิศทางของพวงมาลัย อีกด้วย

ช่วงล่างหน้าแบบ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง เป็นแบบ มัลติลิงค์ 5 จุด กระจายน้ำหนัก หน้า/หลัง

BMW-Series-3-E90

ในส่วนของเครื่องยนต์ เวอร์ชั่นบ้านเรา มีอยู่ 5 แบบหลักๆ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน รหัส N46 (2.0), N52 (2.5) และ N52N (3.0) และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ รหัส M47N2 (2.0) และรหัส N47 (2.0) พร้อมรองรับน้ำมันเบนซินได้ตั้งแต่แก๊สโซฮอล์ E10 ออกเทน 91 หรือ 95 และในส่วนของดีเซล รอรับน้ำมันไบโอดีเซล B2 และ B5

BMW 320iSE แบบ 6 สูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 20.4 กก.-ม. (200 นิวตัน-เมตร) ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Steptronic

BMW 325i ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 218 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 25.4 กก.-ม. (250 นิวตัน-เมตร) ที่ 2,750-4,250 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Steptronic

BMW 330i ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.0 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 258 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 30.6 กก.-ม. (300 นิวตัน-เมตร) ที่ 2,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Steptronic ราคาจำหน่ายในขณะนั้น 4,300,000 บาท!

BMW-Series-3-E90

ในเดือนสิงหาคม 2549 BMW ได้เพิ่มรุ่น “318i” ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ระบบ Bluetooth สำหรับรับสัญญาณโทรศัพท์ เบาะปรับไฟฟ้า กระจกไฟฟ้าข้างแบบพับได้ เป็นต้น

BMW 318i ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ Valvetronic ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 18.4 กก.-ม. (180 นิวตันเมตร) ที่ 5,750 รอบ/นาที

อีกทั้งยังเพิ่ม BMW 320i เข้ามาเสริมตลาดอีกด้วย …

BMW-Series-3-Coupe-E92

ในเดือนพฤศจิกายน 2549 BMW ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัว 325i และ 335i คูเป้ เอาใจกลุ่มลูกค้า Niche มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียง 24 วาล์ว 218 แรงม้า ที่ 6,500 รอบนาที แรงบิดสูงสุด 25.6 กก.-ม. (250 นิวตัน-เมตร) ที่ 2,750-4,000 รอบ/นาที

และเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้แรงม้าสูงสุดถึง 306 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 40.6 กก.-ม. (400 นิวตัน-เมตร) ที่ 1,300-5,000 รอบ/นาที

ทั้ง 2 รุ่น ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทำงานแบบ Sequential กับราคาที่ตั้งไว้อยู่ที่ 4,600,000 บาท ในรุ่น 325i และราคา 7,500,000 บาท (สำหรับรุ่น 335i)

ในเดือนมีนาคม 2551 BMW ประเทศไทย ได้เปิดตัวรถยนต์ BMW 320d ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดของกลยุทธ์ EfficientDynamics ที่มุ่งเน้นด้านการประหยัดเชื้อเพลิงและลดปริมาณไอเสีย แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง ในราคาจำหน่ายตอนนั้น 2,849,000 บาท

BMW 320d ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมหัวฉีด PIEZO ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซลของ BMW ให้แรงอัดมากถึง 1,800 บาร์ มอบแรงม้าสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 35.7 กก.-ม. (350 นิวตัน-เมตร) ที่ 1,750-3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Steptronic

BMW-Series-3-Cabrio-E93

ในส่วนของ BMW 325i เปิดประทุน (Convertible) เริ่มเผยโฉมออกมาประมาณปี 2007 ในตลาดโลก แต่กว่าจะมาถึงบ้านเราก็ประมาณต้นปี 2551 ถึงพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าที่จองเอาไว้ แต่ก็มีนับคันได้ สำหรับในแบบเปิดประทุน ในราคาตอนออกใหม่ 5,290,000 บาท!

BMW 325i ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 218 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 25.6 กก.-ม. (250 นิวตัน-เมตร) ที่ 2,750-4,250 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Steptronic

BMW-Series-3-E90-LCI

ในช่วงกลางปี 2008 ที่ประเทศเยอรมนี BMW ก็ถึงเวลาทำการปรับโฉมเจ้า ซีรี่ส์ 3 ใหม่ (LCi = Life Cycle Impulse) ก่อนจะเริ่มจำหน่ายในช่วงปลายปี 2008 เช่นเดียวกับในส่วนของเวอร์ชั่นไทย ได้เปิดตัวตามหลังไปในเดือนมีนาคม 2552 สำหรับรุ่นซีดาน แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 318i ในราคา 2,399,000 บาท, 320i ราคา 2,649,000 บาท และรุ่นเครื่องดีเซลอย่าง 320d SE ราคา 2,899,000 บาท (ราคาในขณะนั้น)

BMW-Series-3-E90-LCI

ด้วยหน้าตาที่ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้นกับเส้นสายรูปตัว “V” บนฝากระโปรงหน้า กระจังหน้า “ไตคู่” ลายใหม่ กันชนหน้าแบ่งช่องรับลมออกเป็น 3 ส่วน ออกแบบไฟหน้าใหม่ใช้ชุดไฟเลี้ยวแบบ LED ปรับรูปทรงไฟท้ายแบบใหม่ เพิ่มไฟเบรกแบบ LED มา ดูโฉบเฉี่ยวสวยงามยิ่งขึ้น และกระจกมองข้างดูใหญ่ขึ้น เส้นสายด้านข้างตัวรถดูบึกบึนขึ้น

BMW-Series-3-E90-LCI

ห้องโดยสารภายใน ก็มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลายๆ จุด ทั้งในส่วนของแผงหน้าปัด และคอนโซลกลาง การเปลี่ยนตำแหน่งของอุปกรณ์บังคับควบคุมบางชิ้น รวมทั้งการเพิ่มออพชั่นอีกหลายชิ้นด้วย เช่น รีโมทตัวใหม่ ที่เชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สาย (Comfort Access) พร้อมกับ Update ระบบ iDrive ใหม่ ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมช่องเสียบ USB ที่เพิ่มมาให้เป็นมาตรฐาน และช่องใส่แผ่น DVD ที่เดิมเคยมีแยกต่างหากนั้น ถูกรวมไปกับช่องเล่นแผ่น CD ด้วยกัน

ต่อมาในช่วงต้นปี 2552 BMW ได้นำเสนอ 325i Coupe SE มาให้เลือกอีกแบบ

BMW-320d-SE-E90-2009

เดือนกันยายน 2552 BMW แนะนำ BMW 320d SE ที่มาพร้อมเครื่องเล่น DVD และระบบนำทาง Navigator

พอช่วงเดือนมีนาคม 2553 BMW เริ่มแนะนำเทคโนโลยี “EfficientDynamics” ที่รองรับพลังงานทางเลือกอย่างแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ และแนะนำ BMW 320i Special Edition กับ BMW 325i Sport ผลิตมาจำนวนจำกัดเพียง 48 คัน มาชุดแต่ง M Aerodynamics Kit

ในเดือนกันยายน 2553 BMW แนะนำ 325i เวอร์ชั่นประกอบในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมกับเปิดตัว ซีรี่ส์ 3 คูเป้ (320i/325i) และ ซีรี่ส์ 3 เปิดประทุน (320i/325i) ไปในคราวเดียวกันในงาน BMW Xpo 2010

BMW-320d-Sport-E90-2010

พร้อมทั้งการตามมาของ BMW 320d Sport เพิ่มชุดแต่ง M Sports Package ให้เลือก ก่อนจะเปิดตัว BMW ซีรี่ส์ 3 (F30) รุ่นใหม่ในช่วงเดือนมีนาคม 2555 …

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO …

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

รุ่นนี้ในตลาดรถมือสอง ถือว่าได้รับความนิยมพอสมควรจากสาวก Bimmer ที่ชื่นชอบในรูปร่าง สมรรถนะ การใช้งานของ BMW รุ่นนี้ เรียกได้ว่าซื้อไปแล้ว คุณจะได้อยู่ในกลุ่มของคนเล่นรถรุ่นนี้ที่มีมากพอสมควร รวมถึงภาพลักษณ์ของรถยุโรป แบบสปอร์ตหรูหราจาก BMW ถ้าเทียบกับได้ขับรถที่คุณชอบ ผมว่ามันคุ้มค่าครับ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับสมรรถนะรถ ที่ขับสนุก ช่วงล่างหนึบ เกาะถนน พวงมาลัยหนัก ขับแล้วมั่นใจแบบรถยุโรป รวมไปถึงเครื่องยนต์กำลังสูง ทำความเร็วได้ดี แต่อาจจะกินน้ำมันหน่อยในเครื่องยนต์เบนซิน แต่ถ้าเป็นดีเซลแล้วประหยัดพอสมควร รวมไปถึงออพชั่นต่างๆ ที่ดูหรูหรา มีของเล่นอย่าง iDrive ให้ใช้งาน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ตอนซ่อม ตอนเข้าศูนย์ อาจจะต้องยอมรับได้ กับราคาอะไหล่ต่างๆ ของรถยุโรป ก็มีหลายอย่างที่แพงเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากรถรุ่นนี้ ส่วนใหญ่หมด BSI (BMW Service Inclusive) (หรือ สิทธิพิเศษฟรีค่าบริการดูแลบำรุงรักษา) ไปแล้ว อาจจะต้องเตรียมงบไว้สำหรับดูแล อย่างน้อยๆ ปีละ 20,000 – 30,000 บาท (กรณีดูแลรักษาทั่วไป) หรืออย่างน้อยๆ 50,000 บาทขึ้นไป (กรณีซ่อมใหญ่ เช่น เปลี่ยนชิ้นส่วนเครื่องยนต์/ช่วงล่าง/ภายในห้องโดยสาร) ครับ

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

สำหรับ BMW ซีรี่ส์ 3 (E90) โฉมนี้ มีราคามือสองอยู่ที่ 400,000 – 1,100,000 บาท (เป็นราคาในตลาดรถปี 2563 โดยประมาณ ของรุ่นซีดาน เครื่องเบนซิน/ดีเซล และขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย กับ สภาพของตัวรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ BMW รุ่นนี้อยู่ พิเศษ! ทาง CARRO เราก็มีรถยนต์ BMW ซีรี่ส์ 3 (E90) โฉมซีดาน ให้ท่านเลือกอยู่หลายคัน หากท่านสนใจสามารถคลิ๊กเข้าไปดูได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/BMW-Series-3 ครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก