10-Cars-Built-By-Recycled-Parts-From-Other-Brands

การที่บริษัทรถยนต์จะสร้างรถรุ่นหนึ่งขึ้นมา ต้องระดมวิศวกร นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ วิจัยและพัฒนา ซึ่งต้องใช้งบมหาศาลนับพันล้านหมื่นล้านบาท เพื่อรังสรรค์รถออกมาขายชาวโลกกันสักรุ่น

แต่รถจากบริษัทที่มีต้นทุนไม่สูงล่ะ หรือบริษัทที่ผลิตรถสปอร์ต รถซูเปอร์คาร์ในตำนานทั้งหลาย ที่อยากสร้างรถยนต์ออกมาสักคัน แต่จะจ้างให้ซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนออกมาใหม่ทั้งหมดเลย ต้นทุนก็อาจจะมากหลายแน่ๆ เอาชิ้นส่วนจากรถบ้าน รถราคาถูก ที่มาใส่แล้วดูลงตัว มาใช้เลยดีไหมล่ะ!

MR.CARRO ขอนำเสนอ 10 รถในตำนาน ที่มีชิ้นส่วนจากรถแบรนด์อื่น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยดีกว่า …

Citroen-CX-Jaguar-XJ220

1. กระจกมองข้าง Citroen CX ใน Venturi Atlantique, Aston Martin Virage, Lotus Esprit (MK2), TVR Griffith, McLaren F1, Spectre R42 และ Jaguar XJ220

ถ้าจะบอกว่า กระจกมองข้างรถรุ่นอะไร ที่เหล่ารถซูเปอร์คาร์ นิยมหยิบยืมมาใช้กันมากที่สุด? ผมคงต้องยกให้ กระจกมองข้างของ “Citroen CX (ซีตรอง ซีเอ็กซ์)” นั่นล่ะครับ แต่ขอบอกว่าเป็นกระจกของ Citroen CX ในรุ่นช่วงประมาณยุค 80 ครับ

ซึ่งเจ้ากระจกมองข้างนี้ ดีไซน์ได้สวย จนเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง สำหรับสำนักผลิตรถสปอร์ตจากอังกฤษ และฝรั่งเศส ในยุค 80 และ 90 เอามากๆ รวมไปถึงในรถยี่ห้อ TVR แทบทุกรุ่น และยี่ห้อ Marcos มีเห็นใช้กันเยอะซะจนนึกว่า มันร่วงลงมาจากท้องฟ้าเลยทีเดียว!

Mazda-Astina-Aston-Martin-DB7

2. ไฟท้าย Mazda 323 Astina ใน Aston Martin DB7

Aston Martin DB7 (แอสตันมาร์ติน ดีบี7) นับว่าเป็นรถในตระกูล DB ที่ถูกพัฒนาขึ้นและออกขายในปี 1994 แต่ด้วยต้นทุนที่จำกัด บวกกับ Ford ไม่เห็นด้วยกับใช้งบพัฒนารถใหม่ ทำให้ Aston Martin จึงต้องนำ XX Project ที่จะเอาไปพัฒนา Jaguar F-Type (XJ41/42) ของ Ian Callum และ Keith Helfet ออกแบบไว้ มามาปรับปรุงแทน ซึ่ง Project นี้ก็ใช้งบไปถึง 30 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ แล้ว

ซึ่ง Aston Martin DB7 จำเป็นต้องหยิบยืมที่เปิดประตูจาก Mazda MX-5, หรือสวิตซ์กระจกไฟฟ้าจาก Ford Scoprio รวมไปถึงกระจกมองข้างจาก Citroen CX และไฟท้ายจาก Mazda Astina (หรือ 323F ในยุโรป) มาใช้รถตัวเอง แต่มันก็ดูลงตัวดีนะ

Austin-Maestro-Van-Land-Rover-Discovery

3. ไฟท้าย Austin Maestro Van ใน Land Rover Discovery

แม้ว่ารถ Austin Maestro ในบ้านเราจะแทบไม่มีใครรู้จัก แต่กับ Land Rover Discovery (แลนด์โรเวอร์ ดิสคัฟเวอรี่) เป็นรถที่ขึ้นชื่อในบ้านเรามาก ในช่วงที่รถ SUV กำลังบูมในยุค 80 ตัวบริษัท Land Rover เอง ฐานะก็ไม่ได้มั่นคงอะไรนัก การที่คิดสร้างใหม่ ก็คงต้องมองหาชิ้นส่วนจากรถในเครือมาร่วมใช้ เพื่อประหยัดเงินค่าผลิตได้มากที่สุด

ซึ่งต่างจากในปัจจุบันลิบลับ เพราะเจ้า Discovery ดูหรูหราราคาแพงเอามากๆ ในตอนนั้น Land Rover Discovery ต้องหยิบยืมแชสซีส์แบบขั้นบันได ประตู กระจกหน้ารถ จากรุ่นใหญ่อย่าง Range Rover และไฟท้ายจาก Austin Maestro Van มาใช้

Rover-Toyota-Lotus-Esprit

4. ไฟท้าย Rover SD1 และ Corolla Levin ใน Lotus Esprit

ถ้าให้ผมพูดถึง Rover SD1 (โรเวอร์ เอสดี 1) นี่นับว่าเป็นรถธงรุ่นหรูหราของ Rover ในยุคก่อนขาลงเลย ซึ่งก็มีราคาแพงมากอีกด้วย (ในเมืองไทย ผมเคยเห็นรถรุ่นนี้เพียงแค่คันเดียว) สำหรับ SD นั้นย่อมาจาก “Specialist Division” ส่วน “1” ก็เป็นรถรุ่นที่หนึ่ง ที่ทีมดีไซน์ได้ทำเป็นคันแรก ต่อมารุ่นนี้ คือรถในตระกูล Rover 800

ทีมงานของ Lotus บริษัทเล็กๆ ที่ก่อตั้งโดย Colin Chapman จึงขอหยิบยืมไฟท้ายรถรุ่นต่างๆ มาใช้ใน Lotus Esprit (โลตัส เอสพรี) นับตั้งแต่ไฟท้าย Series 1 ที่นำมาจาก Fiat X1/9 หรือ Series 4 หยิบยืมไฟท้ายมาจาก Corolla Levin มาใช้ (หรือ Toyota AE86 ที่เรารู้จักกันนั่นเอง)

Morris-Marina-Lamborghini-Urraco

5. ที่เปิดประตูของ Morris Marina ใน Lamborghini Urraco, Range Rover, Lotus Esprit และ Reliant Scimitar

รถอังกฤษในยุค 70 ที่ในบ้านเราคนไม่นิยมกันเท่าไหร่ รวมไปถึงคนอังกฤษด้วยนั่นล่ะ รถที่ราคาถูกแต่คนกลับเฉยๆ อย่าง Morris Marina ที่เคยคิดเทียบชั้น Volkswagen Golf สุดท้ายก็พังพินาศไปพร้อมกับ British Leyland กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกใจผู้ผลิตรถสปอร์ตกันเป็นแถว

ที่เปิดประตูของ Morris Marina มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียบๆ กลับถูกใจรถยนต์หลายแบรนด์ทั้ง Lamborghini, Range Rover และ Ralient จนต้องขอนำไปใช้ซะงั้น

Ford-Mondeo-Noble-M12

6. ไฟท้าย Ford Mondeo ใน Noble M12

ถ้าจะให้พูดถึง Noble บ้านเราอาจจะนึกถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง แต่ในอังกฤษ ชื่อนี้นอกจากจะหมายถึงขุนนางแล้ว ยังหมายถึงบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตอีกด้วย โดย Noble M12 รถสปอร์ตตัวถังกว้างคันนี้ ถูกผลิตขึ้นในปี 2000 – 2008 ใช้เครื่องยนต์แบบ V6 ขนาด 2.5 ลิตร 300 แรงม้า ขนาด 3.0 ลิตร 350 แรงม้า ที่โมดิฟายจาก Ford

ไหนๆ ก็ใช้เครื่องยนต์ของ Ford แล้ว ก็ขอยืมไฟท้าย Ford Mondeo Mk1 ที่ขายในช่วงปี 1992 – 1996 มาใช้ด้วยซะเลย

Bova-Futura-McLaren-F1

7. ไฟท้าย Bova Futura ใน McLaren F1

McLaren F1 (แม็กลาเรน เอฟ1) ถือเป็นรถที่สุดยอดอีกคันหนึ่งที่ผลิตออกมาในปี 1992 – 1998 เพียงแค่ 106 คันในโลก สร้างตำนานให้กับวงการรถซูเปอร์คาร์ เริ่มตั้งแต่ที่นั่งคนขับที่อยู่ตรงกลางแบบรถ F1 รวมไปถึงขุมพลังขนาด 6.1 ลิตร จาก BMW S70/2 V12 ให้ม้า 618 ตัว ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สร้างสถิติความเร็วสูงสุดได้ถึง 386.4 กม./ชม. เอากินเนสส์บุ๊คไปเลย!

แต่ใครจะไปรู้ว่า กระจกมองข้างของ McLaren F1 หยิบยืมมาจาก Volkswagen Corrado และไฟท้ายจะหยิบยืมมาจากรถโค้ชคันใหญ่อย่าง Bova Futura แห่งเนเธอร์แลนด์ …

Fiat-Punto-MG-XPower-SV

8. ไฟหน้า Fiat Punto ใน MG XPower SV

MG XPower SV รถสปอร์ตอังกฤษรุ่นสุดท้ายจากค่าย MG ผลิตในปี 2003 – 2005 ในยุคที่ยังไม่แปลงสัญชาติเป็นจีนแบบทุกวันนี้ ภายใต้แบรนด์ MG ที่ตั้ง X Power ขึ้นมาเพื่อแต่งรถในเครือโดยเฉพาะ

เป็นรถรุ่นเกิดจากรถต้นแบบ MG X80 ที่เอา MG TF มาพัฒนา ขยายร่างให้กว้างขึ้น ใช้เครื่องยนต์ขนาด 4.6 ลิตร 320 แรงม้า และ 5.0 ลิตร 385 แรงม้า จาก Ford และเอาอะไรหลายๆ อย่างมารวมๆ กัน อย่างไฟหน้าก็ยืมมาจาก Fiat Punto มาใส่ … จึงมีผู้กล้าซื้อแค่ 9 คัน!

Nissan-300ZX-Lamborghini-Diablo

9. ไฟหน้า Nissan Fairlady Z 300ZX ใน Lamborghini Diablo

รถที่ถือว่าเป็นซูเปอร์คาร์แรงแห่งยุค 90 อีกหนึ่งรุ่นนั่นก็คือ Lamborghini Diablo (ลัมโบร์กินี ไดอะโบล) ที่ผลิตออกมาในปี 1990 – 2001 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 5.7 ลิตร V8 ด้วยยอดการผลิตประมาณ 2,900 คัน ซึ่งคำว่า Diablo หมายถึง “ปีศาจ” ในภาษาสเปน

แต่ไฟหน้าแบบ Pop-Up แบบนี้ ไม่ปลอดภัยแก่ผู้เดินถนน (เวลาโดนชน) เอาเสียเลย ค่ายรถแต่ละค่ายต้องทยอยปรับเปลี่ยนกันเป็นแถว ส่วน Lamborghini นึกไม่ออกว่าจะปรับโฉมหน้าตาเจ้า Diablo อย่างไรดี ในปี 1998 ก็เลยขอยืมไฟหน้าของ Nissan Fairlady Z (Z33) มาใส่เลยละกัน ดูลงตัวดีด้วย

BMW-E21-Venturi-400GT

10. ไฟท้าย BMW E21 ใน Venturi 400GT

Venturi (เวนทูรี่) ค่ายรถสปอร์ตจากฝรั่งเศส (ในอดีต) จาก 2 วิศวกร Claude Poiraud และ Gérard Godfroy ก่อตั้ง MVS (Manufacture de Voitures de Sport) เพื่ออยากให้ฝรั่งเศส มีรถแนว GT เหมือนรถของประเทศอื่นๆ บ้าง ในปี 1984

และมีรถที่แรงที่สุดในค่ายอย่าง Venturi 400GT ใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 ของ PRV รีดแรงม้าออกมาได้ 408 ตัว ทำความเร็วได้สูงสุด 290 กม./ชม.

ที่ค่ายรถที่เคยมีคนไทย (เจ้าของบริษัท เบนซ์ศรีนครินทร์ หรือ นิช คาร์ ในปัจจุบัน) ซื้อมาเป็นเจ้าของบริษัทอยู่ช่วงสั้นๆ แต่เกิดช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งพอดี บริษัทนี้ก็ล้มไปอีกรอบ ปัจจุบันกลายเป็นของ Gildo Pallanca Pastor คนสัญชาติโมนาโกซื้อไปตั้งแต่ปี 2001 ตอนนี้เน้นไปทางรถยนต์ไฟฟ้า และ Formula E มากกว่า

สำหรับ Venturi Coupe, Venturi 260, Venturi 400GT หรือ ได้หยิบยืมชุดปัดน้ำฝนมาจาก Mercedes-Benz มาใส่ มันก็ดูลงตัวดีนะ พร้อมกับไฟท้ายจาก BMW Series-3 (E21) ส่วน Venturi Atlantique หยิบยืมชุดไฟท้ายมาจาก Ford Sierra Sapphire

แล้วคุณล่ะ คิดว่าแต่ละอย่างที่หยิบยืมมาใส่ “ลงตัว” พอแล้วหรือยัง?

ส่วนช่วงนี้ถ้าเกิดใครร้อนเงินเพราะโควิด-19 วิธีขายรถที่ได้เงินเร็วไว ง่ายนิดเดียว เพียงนำรถมาขายกับ CARRO Express ได้เลย แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand เลยนะจ๊ะ

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก :

หากเราย้อนกลับไปในช่วงยุค 2000 ตอนนั้นหลายกำลังตื่นเต้นกับความเป็นยุค “มิลเลนเนียม” หรือ “สหัสวรรษใหม่” และ “Y2K” กันเอามากๆ รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามาทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรืออินเตอร์เน็ต เป็นต้น

ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นในอดีตก็ยังถือว่ามีราคาที่แพงมากในการเข้าถึง เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์หรูๆ จากญี่ปุ่นหรือยุโรป ที่ต้องเรียกว่ามีราคาสูงมากเช่นเดียวกัน ในเวลานั้นหลายคนอาจจะยังเป็นเด็ก อาจจะเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ เงินเดือนยังไม่สามารถเป็นเจ้าของรถได้ ก็ต้องเก็บความอยากได้ ความชื่นชอบ เอาไว้ในใจ

เวลาผ่านไป 20 ปี (ปี 2563) รถหรูระดับ Mid-Size หรือ Full-Size เหล่านี้ ราคาก็ตกลงมามากแล้ว บางคันอาจจะถูกแบบเหลือเชื่อ ถูกกว่ารถ Eco-Car ในปัจจุบัน หรือราคาต่ำกว่าแสนด้วยซ้ำไป! แต่ว่าจะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจ ยังน่าเล่นในยุคนี้บ้าง MR.CARRO รวบรวมมาให้ชมกัน …

2000-Audi-A6

ภาพจาก Benny Thanutpon

1. Audi A6 2.4 Tiptronic ราคา 2,720,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท

สำหรับ Audi A6 (ออดี้ เอ6) ในรหัสรุ่น C5 ก็นับว่าเป็นรถยอดเยี่ยมอีกหนึ่งรุ่นนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2542 ซึ่งในเวลานั้น บริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด เป็นผู้จำหน่าย Audi A6 รุ่นนี้ ขุมพลังแบบเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร V6 DOHC 30 วาล์ว 165 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

มีตัวเลือกทั้งรุ่นขับหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro และแบบ Avant ให้เลือก โดยเป็นการนำเข้าจากเยอรมนีเป็นหลัก ต่อมาในช่วงเดือนมิถุนายน 2543 จึงเพิ่มรุ่นประกอบในประเทศด้วย

2000-BMW-523-iA

ภาพจาก ซื้อขายรถยนต์นำเข้า รับจำนำรถยนต์

2. BMW 523iA (MY2000) ราคา 2,999,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 140,000 – 170,000 บาท

BMW Series 5 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5) รหัส E39 เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2540 เป็นรุ่นสุดท้ายที่ ยนตรกิจ ขายอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด ของ BMW จากเยอรมนี จะเข้ามาสานการขายต่อในปี 2541

สำหรับ BMW 523iA ในเวลานั้นถือว่าเป็นรถที่ขายดีมาก ภายในหรูหรา ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 6 สูบ 184 แรงม้า

2000-BMW-730iAL

ภาพจาก Boyd Saharat

3. BMW 730iAL ราคา 7,083,400 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 220,000 – 300,000 บาท

BMW Series 7 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7) รหัส E38 เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2537 มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดไฮเทคในราคาที่แพงระยับในยุคนั้น โดยในรุ่นย่อย 730iAL จัดเป็นรุ่นที่มีระยะฐานล้อยาวเป็นพิเศษ นั่งสบายดั่งเครื่องบินเฟิร์สคลาส ในราคามือสองที่ถูกกว่าอีโคคาร์ สำหรับท่านประธานขี้เมื่อยโดยเฉพาะ

สำหรับรุ่นนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส M60B30 แบบ V8 DOHC 32 วาล์ว 215 แรงม้า

2000-Citroen-XM

ภาพจาก Motor 1

4. Citroen XM 3.0i V6 24 V ราคา 3,300,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 50,000 – 80,000 บาท

Citroen XM (ซีตรอง เอ็กซ์เอ็ม) กลายเป็นรถที่คนเล่นกันเฉพาะกลุ่มไปแล้ว สำหรับ XM ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราในแบบฝรั่งเศส ช่วงล่างแบบระบบไฮแดรกทีฟ ใช้เซ็นเตอร์ 5 ตัว คอยตรวจจับการทำงาน และปรับการทำงานของช่วงล่างตามสภาพถนนได้ ให้ความนุ่มนวลมากถึง 85% ตลอดระยะทางการขับขี่ เกาะถนน

เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกันยายน 2534 มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร, ขนาด 3.0 ลิตร และแบบ Break แวกอน ส่วนในรุ่น 3.0 ลิตร ที่เรานำมาเสนอนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์รหัส ZPJ แบบ V6 ที่ทำจากอลูมิเนียมทั้งหมด แรงม้าสูงสุด 170 แรงม้า

2000-Lexus-LS

5. Lexus LS400 ราคา 6,580,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 250,000 – 320,000 บาท

Lexus LS400 (เลกซัส แอลเอส 400) ที่สุดของความหรูหราในแบบฉบับญี่ปุ่น “ไม่ใช่แค่รถยนต์ เลกซัส ยานยนต์ปฏิวัติ” เพื่อลุยตลาดโลกของ Lexus หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Toyota Celsior (โตโยต้า เซลซิเออร์) เป็นรถรุ่นแรกที่ Toyota เลือกใช้แบรนด์ Lexus ส่งไปลุยตลาดยุโรป และอเมริกา ก่อนจะเปิดตัวขายในบ้านเราเป็นรุ่นชูโรงเมื่อปี 2535

ส่วนในรุ่นเจเนอเรชั่นที่ 2 (ที่พัฒนามาจากเจนฯ แรก) เผยโฉมกันในปี 2540 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร รหัส 1UZ-FE แบบ V8 DOHC 32 วาล์ว VVT-i 290 แรงม้า แถมยังมีระบบความปลอดภัยเพียบ ทั้งระบบเบรก ABS/EBD ระบบการควบคุมการทรงตัว VSC และระบบยึดเกาะถนน TRC เป็นต้น

2000-Mercedes-Benz-E-240

ภาพจาก Seven Car

6. Mercedes-Benz E 240 ราคา 3,950,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 280,000 – 330,000 บาท

Mercedes-Benz E-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส) รหัส W210 ขวัญใจอาเสี่ยในยุค 90 ที่ตอนนี้ราคาถูกกว่าอีโคคาร์ซะอีก แต่ได้ขับหรือนั่ง ก็ดูเท่กว่าเห็นๆ โดยในบ้านเราก็มีเจ้า เบนซ์ ตากลม รุ่นนี้ให้เลือกกันอยู่หลายรุ่นย่อย แต่ที่เรายกมาคันนี้ คือรุ่นย่อยที่แพงที่สุดในปี 2543 ซึ่งในบ้านเรามีทั้งรุ่นประกอบในประเทศ และรุ่นนำเข้าอย่าง E 240 2.6

สำหรับ E 240 ใช้ขุมพลังขนาด 2.4 ลิตร รหัส M112.911 แบบ V6 DOHC 24 วาล์ว 170 แรงม้า และในตัว E 240 2.6 เป็นแบบขนาด 2.6 ลิตร แบบ V6 DOHC 24 วาล์ว 170 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

2000-Mercedes-Benz-S-500-L

7. Mercedes-Benz S500L ราคา 13,100,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 580,000 – 700,000 บาท

Mercedes-Benz S-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส) รหัส W220 ที่สุดของความหรูหรา สำหรับ “ท่านประธาน” เท่านั้น! ขายในไทยตั้งแต่ปี 2541 มีรุ่นยอดนิยมในตลาดรถมือสอง อาทิเช่น S280, S 320 L และ S 500 L โดยรุ่นแพงที่สุดคงต้องเป็นรุ่นย่อย “S 500 L” ฐานล้อยาว สำหรับท่านประธานที่ชอบความสบายของการยืดขาสุดๆ มีเฉพาะรถนำเข้าเท่านั้น ในราคาออกใหม่หลักสิบล้าน! แต่ตอนนี้ราคาเท่าอีโคคาร์!

สำหรับ S 240 ใช้ขุมพลังขนาด 5.0 ลิตร รหัส M113 E50 แบบ V8 SOHC 24 วาล์ว 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 460 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เรียกว่าแรงสั่งได้เลยทีเดียว!

2000-Peugeot-605

8. Peugeot 605 SV 3.0 ราคา 2,275,890 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 70,000 – 90,000 บาท

Peugeot 605 (เปอโยต์ 605) อันนี้จัดว่าเป็นรถในระดับ Executive Car “The Leader of the Lions” รถธงของค่ายเปอโยต์ อันน่าภาคภูมิใจอีกรุ่น แม้ว่าคนเล่นรถส่วนใหญ่จะลืมไปแล้วก็ตาม … สำหรับ 605 ซึ่งในไทยมีขายทั้งรุ่นแรก และโฉมไมเนอร์เชนจ์เลย ซึ่งในตลาดโลกรุ่นนี้เลิกผลิตไปตั้งแต่ปี 1999 แต่ในราคาที่ทาง MR.CARRO อ้างอิงมา ในปี 2543 ยังคงมีขายเหลืออยู่ครับ

บ้านเรามีทั้งรุ่นขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 130 แรงม้า และขนาด 3.0 ลิตร รหัส แบบ V6 ที่ทำจากอลูมิเนียมทั้งหมด แรงม้าสูงสุด 170 แรงม้า ตัวเดียวกับใน Citroen XM นั่นแล …

2000-Toyota-Crown-Royal-Saloon

9. Toyota Crown 3.0 Royal Saloon เบาะหนังแท้ ราคา 3,750,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 270,000 – 350,000 บาท

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) เจเนอเรชั่นที่ 11 สะท้อนศักดิ์ศรี แห่งความเป็นเลิศ ในแบบฉบับญี่ปุ่น เป็นรถยอดนิยมของผู้บริหารของบริษัทญี่ปุ่นในไทย เปิดตัวในบ้านเราเมื่อปี 2543 มีทั้งรุ่น Royal Saloon เบาะผ้า และรุ่นเบาะหนังแท้ หรูหราในแบบญี่ปุ่น

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 2JZ-GE แบบ 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 220 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 294 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ETCS-i (Electronic Throttle Control System Intelligent) ช่วยให้การขับขี่ที่ต่อเนื่องและนุ่มนวล ทำงานเต็มกำลังและประหยัดน้ำมัน

2000-Volvo-S80

10. Volvo S80 ราคา 2,980,000 บาท

ราคาในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท

Volvo S80 (วอลโว่ เอส80) ความหรูหราเรียบง่ายแบบสวีเดน ผสานกับการใช้สอยที่ลงตัว โดยโฉมนี้บ้านเราเปิดตัวในปี 2543 มีดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Volvo รุ่นที่แล้วๆ มา แต่ก็ยังคงความคลาสสิคเอาไว้

โฉมนี้ในบ้านเรามาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.3 ลิตร รหัส B5234T7 แบบ 5 สูบ DOHC 20 วาล์ว Light Pressure Turbo 193 แรงม้า

ถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ราคารถมือสอง 10 รุ่นข้างต้นนี้ เป็นราคารถยนต์มือสองที่ Update ณ เดือนมีนาคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาของราคารถมือสอง ในปี 2543

  • นิตยสารวัฏจักรรถ 2000 ปีที่ 11 (1) ฉบับที่ 597 (44) วันจันทร์ที่ 6 – 13 มีนาคม 2543
BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

BMW Group ประเทศไทย ได้ฝ่าฟันกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและในระดับโลก สู่ภาพรวมของผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ด้วยสถิติส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจำนวน 12,954 คัน ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่ 1% แต่นับว่าเป็นอัตราที่ดีกว่าตลาดโดยรวมในช่วงเวลาเดียวกัน

BMW ปิดฉากปี 2562 ด้วยอดการส่งมอบรถยนต์รวม 11,750 คัน ทำผลงานอยู่ในระดับเดียวกับเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียม ปี 2562 ยังเป็นปีที่ BMW สร้างผลงานล้ำหน้าในเซกเมนต์รถหรูด้วยยอดขายจาก BMW ซีรีส์ 7, BMW ซีรีส์ 8, BMW X7 และ BMW i8 ที่เติบโตโดยรวมที่ 39% เมื่อเทียบปีต่อปี และสำหรับรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้วตามโปรแกรม BMW Premium Selection มีอัตราการเติบโตที่ 16% เมื่อเทียบปีต่อปี

ในขณะเดียวกัน มินิ ยังสร้างปีแห่งปรากฏการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ 1,204 คัน โตขึ้นถึง 15% จากปีก่อนหน้า นับเป็นยอดการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดมินิทั่วโลก

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

ผลการดำเนินธุรกิจในระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงสร้างสถิติความสำเร็จสูงสุดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันในปี 2562 ที่ผ่านมา ด้วยยอดการส่งมอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และโรลส์-รอยซ์ รวมทั้งหมด 2,520,307 คัน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้า 1.2% ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ BMW และ BMW Motorrad ทำยอดขายทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยได้ส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากทั้ง BMW และ Mini ไปแล้วถึง 500,000 คัน

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

รถยนต์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีสมาชิกในไลน์อัพรวมทั้งหมด 12 รุ่น ซึ่งยอดขายจากทั้งบีเอ็มดับเบิลยู และมินิได้เติบโตขึ้น 2.2% จากยอดการส่งมอบ 145,815 คันในปีที่ผ่านมา และได้ตั้งเป้าขยายทัพรถยนต์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าให้ครบ 25 รุ่นภายในปี 2566 โดยกว่าครึ่งของจำนวนนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน 100%

และ BMW ยังได้เปิดตัว BMW 218i Gran Coupe M Sport ใหม่ ในราคา 2,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

BMW 218i Gran Coupe M Sport รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ มาพร้อมกับ Concept Coupe 4 ประตู ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในรุ่นรถที่สูงกว่า พร้อมให้ได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกใน Segmant รถยนต์ Premium Compact มอบอีกหนึ่งทางเลือกที่โก้หรูยิ่งขึ้นให้กับรถยนต์ซีดานรุ่นคลาสสิคนี้ แบบเดียวกับในรถยนต์ BMW ซีรี่ส์ 6, ซีรี่ส์ 4, และ ซีรี่ส์ 8 กับรายละเอียดเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

บีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์คูเป้รุ่นคลาสสิค เช่น กระจกประตูข้างแบบไร้กรอบทั้ง 4 ประตู ด้านรูปลักษณ์สปอร์ตโหลดเตี้ยทรงกว้าง พร้อมช่วงหน้าอันปราดเปรียว ดูแปลกตาน่าค้นหากว่าเคย ส่วนไฟหน้าสี่ตาอันเป็นเอกลักษณ์ทำมุมเล็กน้อย เสริมความโดดเด่นให้กับกระจังหน้ารูปไตที่มาพร้อมกับซี่กระจังซึ่งให้ความรู้สึกมีมิติยิ่งกว่า มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานไฟหน้า LED

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

เส้นสายอันเฉียบคมด้านข้างตัวรถของ BMW 218i Gran Coupe M Sport เน้นย้ำสัดส่วนอันปราดเปรียวและความเรียบหรูอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู คูเป้ รุ่นหลัง เส้นโค้งของหลังคาที่ทอดตัวอย่างสง่างาม พร้อมทรงหน้าต่างและเส้นข้างตัวรถที่ยาวขึ้น ส่งให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวเปรียวยาว ในขณะที่ตัวรถด้านข้างบริเวณเสา C โดดเด่นชัดเจน พร้อมเส้นโค้งอันทรงพลังของล้อหลัง และไฟท้ายเพรียวบางที่ลาดออกในแนวนอน ควบคู่ชิ้นส่วนสีดำ High-gloss Black ที่เชื่อมต่อไฟท้ายทั้งสองส่วนสู่ตราสัญลักษณ์บีเอ็มดับเบิลยูตรงกลาง

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูสปอร์ตปราดเปรียว ผู้โดยสารยังคงเพลิดเพลินไปกับพื้นที่ใช้สอยอันยืดหยุ่น ด้วยที่เก็บของท้ายรถซึ่งรองรับปริมาตรการบรรจุได้ถึง 430 ลิตร สามารถปรับขยายได้หลากหลายรูปแบบ และยังมาพร้อมกับล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว และหลังคาพาโนรามิคขนาดใหญ่ ที่สามารถเปิดออกด้านนอกได้ไม่จำกัดระดับ พร้อมโหมดระบายอากาศไฟฟ้า

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport ผสมผสานความหรูหราด้วยวัสดุชั้นเยี่ยมและพื้นที่ใช้สอยที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทั้งไลฟ์สไตล์ครอบครัวและการเดินทางระยะยาว ส่วนภายในห้องโดยสารฝั่งคนขับ ส่งมอบข้อมูลสำคัญในการขับขี่ให้ผู้ขับได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องละสายตาจากถนนด้วยหน้าจอ และแผงหน้าปัด Instrument Cluster ขนาด 5.1 นิ้ว รวมไปถึงจอสัมผัส Control Display ขนาด 8.8 นิ้ว ที่ตั้งอยู่กลางคอนโซลทำมุมเข้าหาคนขับเล็กน้อยตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

การออกแบบที่เน้นผู้ขับยังถูกเสริมด้วยแถบสีที่พาดผ่านตรงเข้าสู่ที่นั่งคนขับ และรายละเอียด graining effects แบบต่างๆ รวมไปถึงพื้นผิวที่หลากหลายของแผงหน้าปัดและบริเวณหลังพวงมาลัย โดยแถบสีบริเวณแผงหน้าปัดและกรอบประตูมาในลาย ‘Illuminated Boston’ ด้านพวงมาลัย M Sport และเบาะที่นั่งตอนหน้าดีไซน์สปอร์ตหุ้มหนังแท้ Dakota พร้อมรูระบายอากาศ ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวขึ้นอีกขั้น

BMW-218i-Gran-Coupe-M-Sport

BMW 218i Gran Coupe M Sport ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า มอบแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,480-4,200 รอบ/นาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 215 กม./ชม. ทำงานควบคู่เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด Steptronic แบบคลัทช์คู่

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เอารถมาขายกับทาง CARRO สิ ลงประกาศขายรถฟรี เรารับซื้อรถมือสอง โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Price-List-Promotion-In-Motor-Expo-2019

อยากรู้ราคารถใหม่ในงาน Motor Expo 2019 มียอดดาวน์ ยอดจัด ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ดูได้ที่นี่

รวมใบราคา และตารางผ่อนรถใหม่ป้ายแดง จากงาน Motor Expo 2019 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019)

สำหรับใบราคาและตารางผ่อนที่เรานำมาฝากในครั้งนี้ Carro ขอเน้นไปที่รถตลาดเป็นหลัก อาทิเช่น ToyotaHondaNissanMitsubishi, Isuzu, Mazda, Ford, Mercedes-Benz, BMW และ MG เป็นต้น

ส่วนใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หากท่านใดที่สนใจรถยนต์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม ลองดูงบประมาณที่ตัวเองมี Promotion แจ๋วๆ จากใบราคาภายในงาน ที่ CARRO คัดสรรรถยี่ห้อยอดนิยมในงาน Motor Expo 2019 มาลงให้ชมด้านล่างครับ.

Toyota

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Toyota-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Nissan

ดูตารางราคา Nissan Almera 2020 เพิ่มเติมได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/compare-price-interest-rate-nissan-almera-2020-vs-honda-city-2020/

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Nissan-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda

ดูตารางราคา Honda City 2020 เพิ่มเติมได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/compare-price-interest-rate-nissan-almera-2020-vs-honda-city-2020/

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Honda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mazda

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mazda-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mitsubishi-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Suzuki

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Suzuki-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Isuzu-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Ford 

Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Ford-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

MG

MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

MG-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

BMW

BMW-Price-Promotion-Motor-Expo-2019

โปรดฟังอีกครั้ง! ใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ เอารถมาขาย หรือตีราคารถ ที่ CARRO ได้เลย ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

7-Initials-Of-Car-Brand-Name

ที่มาของแบรนด์ยี่ห้อรถยนต์นั้น บางแบรนด์อาจจะมีประวัติเก่าแก่มาก ทำธุรกิจสืบทอดยาวนานตั้งแต่ก่อนจะมาผลิตรถยนต์ขายด้วยซ้ำไป รถหลายยี่ห้อ อาจจะใช้นามสกุลของผู้ก่อตั้ง หรือชื่อสถานที่ มาใช้เป็นยี่ห้อตัวเอง เพื่อเป็นเกียรติประวัติของตระกูลนั้นๆ หรือสถานที่นั้นๆ ในการกำเนิดในโลกยานยนต์

แต่หลายยี่ห้อก็อาจจะเลือกใช้อักษรย่อ มาตั้งเป็นชื่อยี่ห้อรถของตัวเอง บางแบรนด์ก็เป็นที่ติดหูของคนเล่นรถใช้รถทั่วโลก แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่า ชื่อย่อของรถยี่ห้อเนี้ย มันหมายความว่าอะไร

Mr.Carro จะมาเล่าให้ฟังถึงรายละเอียด ของชื่อย่อยี่ห้อรถแต่ละเจ้าครับ ว่ามีที่มาจากอะไร …

1. BMW

BMW-Series-3-2019

สำหรับ BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า “บีเอ็มฯ” แต่คนเยอรมนีเรียกกันว่า “เบเอ็มเว” มีที่มาจากคำในภาษาเยอรมันที่ว่า “Bayerische Motoren Werke” หรือ “Bavarian Motor Works” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง กลุ่มกรรมกรยานยนต์แห่งแคว้นบาวาเรีย

ซึ่งเป็นการรวมตัวกันระหว่างบริษัท Rapp Motorenwerke โดย Carl Rapp และ Max Friz วิศวกรเครื่องกลชาวเยอรมัน กับ Fahrzeugfabrik Eisenach แห่งแคว้นทือริงเงิน (Thuringen) ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2516 โดยตั้งชื่อบริษัทว่า Bayerische Flugzeugwerke AG แต่ในปี 1918 ก็เปลี่ยนชื่อบริษัทแบบที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน และมีที่ตั้งอยู่ในนครมิวนิค

BMW เริ่มต้นธุรกิจการผลิตใบพัดเครื่องบินในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่วนโลโก้สีฟ้า-ขาว ที่มาของสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้คือลักษณะการหมุนของใบพัดเครื่องบิน แต่ในส่วนของสีฟ้าและสีขาว มาจากสีประจำแคว้นบาวาเรียครับ

2. FIAT

FIAT

รถ FIAT (เฟียต) ที่รู้ไทยรู้จักกันมานานแล้วจนเรียกกันติดปาก แท้จริงแล้วมาจาก คำย่อเต็มๆ ของ “Fabbrica Italiana Automobili Torino” ในภาษาอิตาลี หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Italian Automobiles Factory, Turin

FIAT ได้ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1899 โดย Giovanni Agnelli (จีโอวานนี่ อักเนลลี) ร่วมกับนักลงทุนอีกหลายคน ปัจจุบัน FIAT มีแบรนด์รถยนต์ในเครือมากมาย อาทิ FIAT, Ferratri, Alfa Romeo, Maserati, Abarth และยังควบรวมกิจการของ Chrysler, Dodge กับ Jeep มาไว้ในมืออีกด้วย ในชื่อ FCA (Fiat Chrysler Automobiles)

พร้อมกับธุรกิจอื่นอีก เช่น รถบรรทุก, อุปกรณ์การเกษตร, อุปกรณ์ก่อสร้าง, การเงิน, สื่อสิ่งพิมพ์ และอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น และตระกูล Agnelli ตอนนี้ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ของทีมฟุตบอล Juventus (ยูเวนตุส) อีกด้วย

3. MG

MG-ZS-EV

MG (เอ็มจี) รถยี่ห้อเก่าแก่ชื่อดัง ของอังกฤษ (แต่ปัจจุบันมีสัญชาติจีนไปซะแล้ว) ซึ่ง “MG” นั้นย่อมาจาก Morris Garages เป็นชื่ออู่ซ่อมรถของ William Richard Morris (วิลเลี่ยม ริชาร์ด มอร์ริส) ผู้ก่อตั้งแบรนด์รถยนต์ยี่ห้อนี้ในปี 1924 ตั้งอยู่บนถนนลองวอลล์ เมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

นับจากนั้นรถ MG ก็ถูกเปลี่ยนเจ้าของหลายครั้ง จาก Morris มาสู่ British Motor Corporation, British Motor Holdings, British Leyland, Rover Group, British Aerospace, BMW, MG Rover Group ในปี 2005 จึงถูกซื้อโดยบริษัทจีน Nanjing Automobile Group (ซึ่งต่อมารวมเข้ากับ SAIC – Shanghai Automotive Industry Corporation ในปี 2008 ทำให้ปัจจุบัน MG เป็นของ SAIC)

ซึ่ง MG ในบ้านเรา เป็นการร่วมมือกันระหว่าง บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และทาง SAIC ผลิตรถ MG ขายในประเทศไทย พร้อมกับเป็นฐานส่งออกไปยังประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวาด้วย

4. MAN

MAN

รถบรรทุก รถบัส “MAN” (เอ็มเอเอ็น) ที่สิงห์รถรรทุกรู้จักกันดี กับชื่อที่เรียก “แมน” กันจนติดปาก เป็นรถบรรทุกสัญชาติเยอรมนีที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 1758 ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุโรป โดย MAN SE (หรือ MAN Truck & Bus) ตอนนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Volkswagen AG มีสำนักงานใหญ่อยู่ในนครมิวนิค ประเทศเยอรมนี

คำว่า “MAN” นั้นย่อมาจากภาษาเยอรมันที่ว่า “Maschinenfabrik Augsburg-Nurnberg” หรือคำว่า “Machine Works of Augsburg and Nürnberg, Truck Manufacturer” ในภาษาอังกฤษ

5. UD Trucks

UD-Trucks

UD Trucks (ยูดี ทรัคส์) เป็นยี่ห้อรถอีกยี่ห้อหนึ่งที่หลายคนรู้จักกันดี นับตั้งแต่ยุคที่เป็น Nissan Diesel ถูกก่อตั้งขึ้นโดย Kenzo Adachi (เคนโซ่ อาดาชิ) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 1935 ในชื่อบริษัท Nihon Diesel Industries, Ltd. มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อาเกโอะ เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น

ในปี 1960 เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “Nissan Diesel” (นิสสัน ดีเซล) ก่อนจะถูกขายกิจการ ควบรวมเป็นส่วนหนึ่งของ AB Volvo (หรือ Volvo Trucks) 100% นับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา

สำหรับคำว่า “UD Trucks” แต่เดิม “UD” นั้นหมายถึง “Uniflow Diesel” (เครื่องยนต์ดีเซลแบบ 2 จังหวะ) ที่พัฒนาขึ้นในปี 1955 แต่ต่อมาได้พัฒนาไปในความหมายที่ว่า “Ultimate Dependability” หรือ “ความไว้วางใจสูงสุด”

6. GMC

GMC

รถ “GMC” ชื่อมีชื่อเสียงในไทยมานานมาก ในรูปแบบรถกระบะ รถบรรทุกอเมริกันคันโต มีชื่อเต็มๆ ว่า “General Motors Company” หรือ บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อนี้นั่นเอง

ยี่ห้อ GMC ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 1911 ปัจจุบันเน้นการผลิตเฉพาะรถประเภทกระบะ รถ SUV และรถตู้ เป็นต้น

7. FAW

FAW

ช่วงนี้ของจีนๆ กำลังมาแรง อย่างรถบรรทุก FAW (เอฟเอดับบลิว) ที่หลายคนคงเคยเห็นกัน ซึ่ง FAW ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม 1953 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นบริษัทรถยนต์ของรัฐบริษัทแรก ที่เกิดขึ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ของจีนในปี 1953 เริ่มต้นผลิตรถบรรทุกที่ได้เทคโนโลยีมาจากสหภาพโซเวียต ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของรถยนต์, รถบรรทุก, รถโดยสาร และรถโค้ช

สำหรับชื่อ “FAW” นั้นย่อมาจาก “First Automobile Works” ครับ

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

New-Car-In-Motorshow-2019

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” หรือ The 40th Bangkok International Motor Show 2019 ภายใต้แนวคิด “สุนทรีย์ภาพทางอารมณ์” หรือ “Enjoyment of Automobiles” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปียิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

Carro ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2019 โดยในเดือนมีนาคมนี้ บริษัทรถยนต์หลายค่าย เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างคับคั่ง Carro ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

Honda Accord

Honda-Accord-2019

Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) เจเนอเรชั่นที่ 10 มาพร้อมรูปทรงที่ฉีกแนวจากของเดิมทั้งหมด คู่กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC Turbo ใหม่ ที่ทรงพลังเหนือกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ในรุ่นเดิม ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่

ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังเหนือระดับ และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) เตรียมพบกับการเปิดตัวได้ในวันที่ 19 มีนาคม นี้ ก่อนเริ่มวางจำหน่ายพร้อมราคาอย่างเป็นทางการ ในเดือนพฤษภาคม 2562

Nissan X-Trail

Nissan-X-Trail-2019

Nissan X-Trail (นิสสัน เอ็กซ์-เทรล) เป็นรถอเนกประสงค์ SUV ที่ได้ชื่อว่าขายดีที่สุดในโลก เปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมกันทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 171 แรงม้า และแบบ Hybrid 2.0 ลิตร 144 แรงม้า รายแรกในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกันในประเทศไทย เพิ่มฟังก์ชั่นมากมาย เช่น ระบบเปิด-ปิด ประตูท้ายอัตโนมัติแบบระบบแฮนด์ฟรี ให้ความสะดวกทุกการเดินทาง เวลาต้องขนของเข้า-ออก ท้ายรถ

นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนระบบเครื่องเสียงรุ่นใหม่แบบ A-IVI รวมถึงระบบความปลอดภัยจากเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น 2.5S 2WD, 2.5V 2WD, 2.5VL 4WD, 2.0V 4WD Hybrid และ 2.0VL 4WD Hybrid ในราคา 1,350,000 – 1,617,000 บาท

Isuzu MU-X The Onyx

suzu-MU-X-The-Onyx-2019

Isuzu MU-X (อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ดิ ออนิคซ์) จุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ … New Sensation Ignited ด้วยรุ่นพิเศษ กับชุดแต่งแบบฉบับ Onyx Design Edition อาทิ ชุดกันชนหน้า-หลัง พร้อมสเกิร์ตดีไซน์พิเศษ กระจังหน้าแบบ Sport 3D คิ้วโป่งล้อสีดำด้าน ไฟท้ายรมดำแบบ LED ล้ออัลลอยด์ใหม่! Flash Black Design ขนาด 18 นิ้ว และ Roof Rail สไตล์สปอร์ต เป็นต้น

ห้องโดยสารโอ่โถงโทนเข้ม แต่งแต้มด้วย Ambient Light ช่วยเพิ่มบรรยากาศ เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำแบบ Sport Cut พร้อมความสะดวกสบายเต็มพิกัด มีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร และ 3.0 ลิตร Ddi Blue Power ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เท่านั้น ในราคา 1,364,000 – 1,421,000 บาท

Suzuki Jimny

Suzuki-Jimny-Sierra-2019

Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) สุดยอดรถ Off-Road ขนาดเล็กในตำนานอีกหนึ่งรุ่น โดยในไทยจะนำเข้า Jimny Sierra เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเข้ามาขาย เป็นรุ่นฐานล้อยาวและมีเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า Jimny รุ่นธรรมดาที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัสเดียวกับ Ertiga ใหม่ รหัส K15B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 102 แรงม้า

พบกันได้ในงาน Motor Show 2019 กับ ราคาหลักล้านกลางๆ! เพราะรถนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคัน เสียภาษีนำเข้า 80% บวกกับภาษีอื่นๆ และต้องรอรถอย่างน้อยๆ 6 เดือน เพราะที่ญี่ปุ่นก็ขายดีมาก จนผลิตไม่ทันทีเดียว ขณะนี้ Suzuki ประเทศไทย เปิดให้จองแล้ว

Suzuki Ertiga

Suzuki-Ertiga-2019

Suzuki Swift (ซูซูกิ เออร์ติก้า) ใหม่ ชูจุดเด่นการเป็นรถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและความปลอดภัย พร้อมที่จะนำคุณ Unlock Your Life ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT โดดเด่นด้วยเส้นสายดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่นด้านข้างตัวรถ ภายในออกแบบให้ดูเรียบหรู ใช้วัสดุคุณภาพสูง เหนือกว่าด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง

ทรงพลังด้วยสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ K15B 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ในราคา 655,000 – 695,000 บาท

Toyota Hilux Revo Z Edition

Toyota-Hilux-Revo-Z-Edition

Toyota Hilux Revo Z Edition (โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ แซดอิดิชั่น) แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ปรับปรุงใหม่ปี 2562 ในรุ่น Smart Cab (สมาร์ทแค็บ) และ Double Cab (ดับเบิ้ลแค็บ) ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ กับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ที่มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

สำหรับ Z Edition (แซดอิดิชั่น) โดย “Z” มีที่มาจากแนวทางในการแต่งรถ ซึ่งเป็นที่นิยมเรียกกันว่า แต่งแซ้ป (Zaap) หรือแต่งซิ่ง (Zing) โดยพัฒนาให้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโดดเด่น เร้าใจ ด้วยกันชนและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ มีไฟตัดหมอกหน้า และพรีเซนเตอร์คนใหม่ของไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ในราคา 599,000 – 784,000 บาท

Lexus UX

Lexus-UX250h

The All-New Lexus UX (เลกซัส ยูเอ็กซ์) ยนตรกรรมหรู Compact Crossover รุ่นใหม่ล่าสุด ออกแบบมาเพื่อคนเมืองจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) พร้อมด้วยการเชื่อมต่อตัวถังด้วยระบบเลเซอร์ และการใช้อลูมินัมเข้ามาเป็นองค์ประกอบของตัวรถ ส่งผลให้ได้ตัวถังที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ มีการทรงตัวดีเยี่ยม ควบคุมรถได้ดั่งใจ และระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 รุ่นล่าสุด

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 146 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 109 แรงม้า รวมแรงม้าทั้งระบบ 184 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 ให้อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 8.5 วินาที มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ UX 250h Luxury, UX 250h Grand Luxury และ UX 250h F SPORT AWD ในราคา 2,490,000 – 3,620,000 บาท

Maserati Quattroporte

Maserati-Quattroporte-2019

Maserati Quattroporte (มาเซราติ ควอโตรปอร์เต้) เจเนอเรชั่นที่ 6 เป็นหนึ่งในรถซีดานหรูที่มีสมรรถนะดีสุดในโลก เปิดตัวครั้งแรกช่วงปี 1963 เด่นด้วยการใช้เครื่องยนต์จากรถแข่ง ผสานดีไซน์เฉียบคมสไตล์อิตาเลียน ที่แม้กระทั่งประธานาธิบดีของอิตาลี ยังใช้เป็นรถประจำตำแหน่ง

อีกทั้งยังเป็น 1 ในซีดานหรูที่เร็วสุดในโลก กับ Top Speed 310 กม./ชม. มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้ง Diesel Turbo และเครื่องยนต์เบนซิน Twin Turbo โดยเครื่องยนต์เบนซินทั้ง V6 สูบ Twin Turbo และ V8 สูบ Twin Turbo ประกอบที่โรงงานในเมือง มาราเนลโล เช่นเดียวกับ Ferrari ในราคา 10,490,000 – 18,890,000 บาท

Rolls-Royce Cullinan Supreme Liberty

Rolls-Royce-Cullinan-Supreme-Liberty-2019

Rolls-Royce Cullinan Supreme Liberty (โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ซูพรีม ลิเบอร์ตี้) มาพร้อมสีพิเศษ พร้อมความอลังการยิ่งขึ้น Ultra Luxury SUV รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ Rolls-Royce สง่างามกับสีพิเศษ “Infinity-Black Metallic” ตัดด้วยโค้ชไลน์สี Mandarin เป็นเส้นสีส้มบางๆ คาดข้างตัวถังยาวจรดด้านหลัง เป็นเสมือนงานศิลป์จากปลายพู่กันของ Mr.Mark Court ผู้ที่ทำหน้าที่สุดพิเศษนี้เพียงคนเดียวในโลก

ห้องโดยสารของ Cullinan ใช้โทนสี Scivaro Gray (ซิวาโร่ เกรย์) ตัดกับสีดำ และเย็บตะเข็บเดินด้ายสี Mandarin ติดตั้งลายไม้ Blackwood Matted และเป็นคันแรกในไทยที่มาพร้อมออปชั่น “Immersive Seating with Centre Console” เป็นเบาะหลัง 2 ที่นั่งแบบแยกส่วน พร้อมคอนโซลคั่นกลาง ภายในเป็นตู้แช่ และชุดเครื่องดื่ม ติดตั้งแผงกั้นระหว่างห้องโดยสาร และห้องเก็บสัมภาระ เพื่อลดเสียงรบกวนให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด

รวมทั้งมีอีก 2 ความพิเศษ ได้แก่ Commission Collection B-Spoke Umbrellas ร่มที่เดินด้ายบริเวณขอบเป็นสี Mandarin และ Signature Key กุญแจรถหุ้มหนังแท้สีเดียวกัน ในราคาประมาณ 30 กว่าล้านบาท

Aston Martin DBS Superleggera

Aston-Martin-DBS-Superleggera-2019

Aston Martin DBS Superleggera (แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอส ซูเปอร์เลจเจร่า) ยนตรกรรมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Aston Martin ซึ่งคำว่า “Superleggera” หมายถึง “Super Light” ในภาษาอังกฤษ ด้วยตัวถังที่มีน้ำหนักเบา โครงสร้างอะลูมิเนียมผสานการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ กระจังหน้า 6 เหลี่ยม ฝากระโปรงหน้าโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ใช้ขุมพลังเบนซิน V12 Twin Turbo 715 แรงม้า ทำความเร็วได้สูงสุด 340 กม./ชม.

ภายในโดดเด่นด้วยเบาะหนังแท้เกรดดีที่สุด พวงมาลัยหุ้มหนัง Alcantara พร้อม Paddle Shifts เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมเครื่องเสียง Premium Audio กับระบบอินโฟเทนเมนท์ ควบคู่กับระบบ Navigator แสดงข้อมูลผ่านจอ TFT ขนาด 8 นิ้ว สั่งการผ่าน Touchpad ด้วยเสียง หรือการเคลื่อนไหว ในราคา 28.9 ล้านบาท มีเพียง 4 คัน เท่านั้น!

BMW Series-3

BMW-Series-3-2019

BMW Series-3 (บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3) กลับมาอีกครั้งในเจเนอเรชั่นที่ 7 กับการพัฒนาทั้งในด้านดีไซน์ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการขับขี่ มาตลอด 40 ปีที่ผ่านมา เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น อันเป็นหัวใจสำคัญของ BMW เตรียมโชว์ตัวในงาน Motor Show 2019 ด้วยรุ่น BMW 320d Sport และ BMW 330i M Sport

BMW ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์เทคโนโลยีขับเคลื่อนล่าสุด มอบพละกำลัง 190 แรงม้า จากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ของ BMW 320d Sport ส่วน BMW 330i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 258 แรงม้า โดยทั้ง 2 รุ่น รองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือกทั้งในโหมด Comfort, Sport และ Eco Pro ในราคา 2,959,000 – 3,359,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW Z4

BMW-Z4-2019

BMW Z4 (บีเอ็มดับเบิลยู แซด4) รถสปอร์ตโรดสเตอร์สุดคลาสสิก … พร้อมแล้วที่จะกลับมาโลดแล่นอีกครั้งในโฉมใหม่ มีให้เลือกเป็นเจ้าของในสองรุ่น ได้แก่ BMW Z4 sDrive30i M Sport ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้พละกำลังสูงสุด 258 แรงม้า

ส่วน BMW Z4 M40i เสริมความแรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบที่ส่งพลังถึง 340 แรงม้าลงสู่ล้อหลัง ขณะที่ระบบ Driving Experience Control ในทั้งสองรุ่น สามารถปรับแต่งลักษณะการขับขี่ให้ตรงกับทุกความต้องการ ตั้งแต่ในโหมด Comfort ไปจนถึงความแม่นยำและเฉียบคมสไตล์สปอร์ตในโหมด Sport และ Sport+ ในราคา 3,999,000 – 4,999,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW X7

BMW-X7

BMW X7 M50d (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์7) รถ SUV Full-Size จากค่ายใบพัดสีฟ้า นำเสนออีกก้าวแห่งความพึงพอใจจากการขับขี่ ด้วยนวัตกรรมความหรูหราและความกล้าที่จะแตกต่าง สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ พร้อมเทคโนโลยี M Performance TwinPower Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 3,000 รอบ/นาที ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม. ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ SportSteptronic 8 สปีด

รวมทั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับอัตโนมัติ คล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive … โดย BMW X7 M50d ใหม่ จะเริ่มเปิดรับจองในงาน Motor Show 2019 ในราคา 8,999,000 บาท

Mercedes-Benz E 53 4MATIC+ Coupé

Mercedes-AMG-E-53-4MATIC+-Coupe-2019

Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupe (เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อี 53 4แมติก+ คูเป้) รุ่นนำเข้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี EQ Boost เพื่อเพิ่มพลังให้กับรถยนต์มากขึ้นกว่าเดิม คือรถยนต์คูเป้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตกแต่งทั้งคันในสไตล์ AMG โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ 435 แรงม้า ส่งกำกลังผ่านเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Transmission ขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension ในราคา 6,990,000 บาท

Mini Cooper S Hatch 60 Years Edition

Mini-Cooper-S-Hatch-60-Years-Edition-2019

Mini Cooper S Hatch 60 Years Edition (มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ รุ่นฉลองครบรอบ 60 ปี) ปี 2562 นี้ นับเป็นปีที่ 60 แห่งประวัติศาสตร์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของมินิ รถยนต์สัญชาติอังกฤษที่ครองใจแฟนๆ ทั่วโลก มินิได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 60 ปี ในดีไซน์สุดคลาสสิก ตามสไตล์มินิแบบ Retro ที่เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร

มาในสี British Racing Green สะดุดตา ตัดขอบสีดำ Piano Black พร้อมด้วยหลังคาและที่ครอบกระจกสีดำ รอบคันโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ 60 ปี ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในลาย 60 ปี 2 สีสุดพิเศษ และไฟท้าย LED ลายธงยูเนียนแจ็ค อันเฉพาะตัวของมินิ และภายในห้องโดยสาร ยังโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่ออกแบบขึ้นเฉพาะ

มาพร้อมด้วยขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ให้พละกำลังสูงสุด 192 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic คลัทช์คู่ 7 สปีด ส่วนราคาจำหน่าย ติดตามได้ในงาน Motor Show 2019

Chevrolet Captiva

Chevrolet-Captiva-2019

Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สไตล์โฉบเฉี่ยว และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เตรียมเปิดตัวในงาน Motor Show 2019 และพร้อมจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2562

Chevrolet Captiva รุ่นใหม่ล่าสุดได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมด มีทั้งรุ่น 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่สะท้อนแนวการออกแบบล่าสุดของ Chevrolet

MG V80

MG-V80

MG V80 (เอ็มจี วี80) รถตู้รุ่นใหม่ล่าสุด ขนาด 11 ที่นั่ง แบบเดียวกับ Maxus V80 Lativa เตรียมติดแบรนด์ MG เปิดตัวในงาน Motor Show 2019 ตัวรถแบบหลังคาเตี้ย มาพร้อมประตูเลื่อนแบบสไลด์ทั้ง 2 ด้าน พร้อมบันไดข้างแบบไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกในการขึ้นลง โดยตัวรถมีความสูง 2.13 เมตร กว้าง 1.99 เมตร ประตูท้ายเปิดได้แบบตู้กับข้าว อ้าได้กว้างสุด 180 องศา

สำหรับขุมพลัง คาดว่าน่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร คอมมอนเรล มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ และราคายังไม่เปิดเผยในตอนนี้

จะมีรุ่นไหนถูกตาถูกใจคุณผู้ชมบ้าง ก็ลองไปเดินดูตัวจริงที่งานได้ แต่ถ้าอยากขายรถคันเดิมของคุณ ก็มาใช้บริการที่ CARRO นะครับ

เช็ก-เปลี่ยน-ชุดถุงลมของ-6-ค่ายรถยนต์

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมกับ 6 บริษัทรถยนต์ชั้นนำของประเทศ ได้แก่ BMW, Honda, Mazda, Mitsubishi, Nissan, Toyota เชิญชวนให้กลุ่มลูกค้าเข้ารับการตรวจสอบ และแก้ไขชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยในรถยนต์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทรถยนต์ต่างๆ ได้เริ่มดำเนินกิจกรรมเคลมพิเศษ ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา โดยการส่งจดหมายเชิญลูกค้าที่อยู่ในข่ายให้เข้ารับบริการ รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามารับบริการ สำหรับรถยนต์ที่เข้าข่ายเป็นรถยนต์รุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) เจ้าของรถยนต์สามารถนำหมายเลขตัวถัง ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ในช่องทางต่างๆ ดังนี้

1. เข้าเว็บไซต์ www.checkairbag.com

2. หรือเลือกเข้าไปกรอกข้อมูลตามแบรนด์ต่างๆ ดังนี้

3. โทรศัพท์ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับศูนย์บริการทั่วประเทศ

4. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ของทางบริษัทฯ

  •  บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-305-8888
  • บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-341-7777
  • บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-030-5666
  • บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-079-9500
  • บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-401-9600 (กทม./ปริมณฑล) หรือ โทร 1-800-900-500 (โทรฟรีสำหรับต่างจังหวัดเฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน)
  • บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โทร 02-386-2000 (กทม./ปริมณฑล)

โทร 1-800-238-444 (โทรฟรีสำหรับต่างจังหวัดเฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน)

 

ข้อมูลจาก dlt.go.th

BMW-New-Car-Promotion

รวม Promotion รถใหม่ BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ประจำเดือนมีนาคม 2563

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถ BMW คันใหม่ มาขายรถคันเก่ากับ CARRO เพราะเรารับซื้อรถมือสอง ลงขายรถฟรี ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามข้อมูล หรือตีราคารถก่อนก็ได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Motor Show 2020

BMW

รับข้อเสนอ Motor Show สุดพิเศษได้แล้ววันนี้ ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

รับอัพเกรด BSI Ultimate Package เป็น 6 ปี หรือ 120,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

การรับประกันไม่จำกัดระยะทาง 6 ปี
สมาชิกภาพ BMW Mobility Services 6 ปี

พิเศษสำหรับ BMW Plug-in Hybrid ทุกรุ่น

รับเพิ่มประกันชั้น 1 นาน 3 ปี
BMW Wallbox พร้อมบริการติดตั้ง

ส่อง BMW รุ่น M8 ใหม่ล่าสุด ขณะแวะเติมน้ำมัน

BMW ยังคงพัฒนารถยนต์ 2 ประตูซีรี่ส์ล่าสุด (Series 8) หรือรุ่น M8 Coupe อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีสายข่าววงในแอบไปเห็นรถที่ใช้ในการทดสอบ ในขณะที่รถแวะเติมน้ำมันภายในประเทศสวีเดน

BMW-M8-Coupe

ข้ามไปที่ประเทศเยอรมัน ก็มีข่าวลือออกมาว่าจะมีการแสดงตัวอย่างรถยนต์รุ่น Series 8 ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่มีการกำหนดสถานที่จัดงานขึ้นที่ Genewa Motor Show ซึ่งในงานนี้เราจะมีโอกาสได้ยลโฉมรถยนต์ 2 ประตูที่มีประสิทธิภาพสูง ก่อนที่มันจะออกวางจำหน่ายและตีตลาดในปี 2019BMW-M8-Coupe

BMW-M8-Coupe

BMW รุ่น M8 Coupe มีระบบการทำงานโดยใช้ระบบขับเคลื่อนของ รุ่น M5 ในปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.4 ลิตรพร้อมเทอร์โบคู่ ทำงานด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อสุดอัจฉริยะที่สามารถปลดเพลาด้านหน้าออกได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานใหม่มาว่า รุ่น M8 ได้ติดตั้งระบบส่งกำลังของรุ่น M5 ในเวอร์ชั่นที่อัพเกรดมากขึ้น ซึ่งมีกำลังผลิตถึง 600 แรงม้า (600 hp) และช่วยให้รถยนต์ซีดาน (รถยนต์อีก 1 รุ่นใน Series 8) สามารถขับเคลื่อนได้เร็วถึง 64 ไมล์/ชั่วโมง จากการจอดเฉยๆ ภายในเวลาแค่ 3.4 วินาที!

BMW-M8-Coupe

แม้ว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับการออกแบบการผลิตรถขั้นสุดท้ายของ Series 8 รั่วไหลออกมา แต่ BMW ก็ยังคงไม่ให้ข่าวหรือความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะถึงงานเปิดตัวรถที่เจนีวา ซึ่งตามรายงานข่าวแจ้งว่า การออกแบบช่วงหน้าของรถยนต์รุ่น M8 จะมีรูปลักษณ์ที่ดุดันมากขึ้น เพราะมีช่องรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้นและการติดตั้งท่อไอเสียคู่ รวมถึงการติดตั้งเบรกขนาดใหญ่ที่มีเครื่องวัดเส้นผ่านศูนย์กลางสีทองอร่าม ตามแบบฉบับดั้งเดิมของ BMW

BMW-M8-Coupe

รายงานข่าวล่าสุดยังชี้ให้เห็นว่า BMW กำลังวางแผนที่จะผลิตรถยนต์รุ่น 4 ประตู เพิ่มขึ้นมาใน Series 8 อีกด้วย โดยความคืบหน้าทั้งหมดจะเกิดขึ้นในงาน Geneva Motor Show ส่วนข่าวลือที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นจะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน ต้องจับตาดูกันต่อไป

BMW-M8-Coupe

ที่มา : carscoops

New-Car-in-Motor-Show-2018

รถใหม่หลายหลายรุ่น เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2018

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39” หรือ The 39th Bangkok International Motor Show 2018 ภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว” หรือ “Revolution in Motion” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยงานมอเตอร์โชว์ 2018 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

CARRO ขอนำเสนอรถยนต์ใหม่ๆ ที่เตรียมเปิดตัวก่อนและในงาน Motor Show 2018 โดยในเดือนมีนาคมนี้ บริษัทรถยนต์หลายแบรนด์ ต่างเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กันหลายค่าย CARRO ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม …

Maserati Ghibli

Maserati-Ghibli-GranLusso

Maserati Ghibli (มาเซราติ กิบลี่) สุดยอดรถยนต์หรูในแบบ Mid-Size จากค่ายตรีศูลของอิตาลี เปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ในวันที่ 7 มีนาคม นี้ โดยมาพร้อมทั้งรุ่นย่อยอย่าง GranSport และ GranLusso รวมไปถึงเครื่องยนต์เบนซิน V6 Twin-Turbo และดีเซล V6 Turbo ในราคา 6,990,000 – 9,990,000 บาท

Rolls-Royce Phantom

Rolls-Royce-Phantom

Rolls Royce Phantom (โรลส์-รอยซ์ แฟนทอม) ได้รับการขนานนามว่ารถที่ดีที่สุดในโลก อีกทั้งยังได้รับเกียรติในการติดตามผู้ทรงอิทธิพลของโลกหลายท่าน เปิดตัวในไทยไปแล้วในรอบ Sneak Preview ก่อนงานมอเตอร์โชว์ที่จะเริ่มนี้ มีให้เลือกในรุ่นธรรมดา และรุ่นช่วงยาว (Extended Wheelbase) มาพร้อมครื่องยนต์ V12 Twin Turbo แบบใหม่ ที่ให้แรงม้าสูงสุด 563 แรงม้า ในราคาเริ่มต้นที่ 53,500,000 บาท และในรุ่นช่วงยาว 59,500,000 บาท

Jaguar E-Pace

Jaguar-E-Pace

Jaguar E-Pace (จากัวร์ อี-เพซ) รถ Compact SUV จากค่ายเสือจากัวร์ จากแดนผู้ดีอังกฤษ ออกแบบในสไตล์คูเป้ ดูน่ารักปราดเปรียว ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ All-Wheel Drive มาพร้อมห้องโดยสารภายในแบบสปอร์ต มีให้เลือกเฉพาะเครื่องดีเซลขนาด 2.0 ลิตร Ingenuim 150 แรงม้า ในราคา 3,600,000 บาท

BMW M4 CS

BMW-M4-CS

BMW M4 CS (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม4 ซีเอส) ที่สุดของความสง่างามและขุมพลังเครื่องยนต์ เตรียมเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ 2018 นี้

BMW M5

BMW-M5

BMW M5 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม 5) ใหม่ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจากเทคโนโลยี M xDrive เป็นครั้งแรก ก่อนเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน มอเตอร์โชว์ 2018 นี้ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ V8 ขนาด 4.4 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 600 แรงม้า สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.4 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ภายใน 11.1 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม. ในราคา 13,339,000 บาท และรุ่นพิเศษ First Edition คันเดียวในไทย (จาก 400 คันทั่วโลก) ราคา 14,939,000 บาท

BMW X2

BMW-X2

BMW X2 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์2) รถยนต์ตระกูลซีรีส์ X รุ่นล่าสุด เตรียมเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ 2018 นี้แน่นอน นำเข้ามาเฉพาะรุ่น sDrive20i พร้อมชุดแต่ง M Sport X เคาะราคาจำหน่ายที่ 2,999 ล้านบาท

Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium

Mercedes-Benz-CLS-Class

Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium (เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอลเอส 300 ดี เอเอ็มจี พรีเมี่ยม) สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและดีไซน์ อันงดงาม มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์ 245 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic และระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering – wheel Gearshift Paddles)

Audi A8 L

Audi-A8-L

Audi A8 L (ออดี้ เอ8 แอล) ใหม่ มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ประกอบด้วย A8 L 55 TFSI quattro Premium และ A8 L 55 TFSI quattro Prestige โดยทั้งคู่เป็นรุ่นฐานล้อยาว มีความยาวตัวถังตลอดคันอยู่ที่ 5,302 มม. มากกว่ารุ่นพื้นฐาน 13 มม. โครงสร้างถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา คล่องตัวและประหยัดน้ำมัน เน้นดีไซน์ที่ดูสปอร์ต ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน Mild Hybrid แบบ V6 เทอร์โบชาร์จ ความจุ 3.0 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 340 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ในราคา 6,799,000 – 7,999,000 บาท

Ford Ranger Raptor

Ford-Ranger-Raptor

Ford Ranger Raptor (ฟอร์ด เรนเตอร์ แรพเตอร์) หลังจากที่เปิดตัวไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นกระบะที่แรงที่สุดในไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ให้แรงม้าสูงสุด 213 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ส่วนราคาก็ขึ้นไปอยู่ที่หลักล้านกลางๆ ซึ่งตอนรอเปิดราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง คาดว่า Ford Ranger รุ่นปกติ ก็เตรียมปรับโฉมตามไปด้วย แฟนๆ ฟอร์ด เตรียมเก็บเงินรอซื้อได้เลย

Nissan GT-R

Nissan-GT-R-Premium-Edition

Nissan GT-R Premium Edition (นิสสัน จีที-อาร์ พรีเมี่ยม เอดิชั่น) เจ้าของตำนานรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ พัฒนาขึ้นเพื่อลูกค้าที่ปรารถนาประสบการขับขี่แบบ “Grand Touring” และ “Racing” โดยเฉพาะ เปิดตัวโฉมใหม่อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ 2018 โดย GT-R ยังคงใช้เครื่องยนต์เดิมขนาด 3.8 ลิตร รหัส VR38DETT แบบ V6 Twin Turbo ที่มีน้ำหนักเบา และมีขนาดเล็ก ให้แรงมม้ามากถึง 555 แรงม้า

ซึ่งการเปิดตัว GT-R ในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้นเร้าใจ (Innovation That Excites) ของนิสสันมาสู่ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอีกครั้ง ในราคา 13.5 ล้านบาท

Isuzu D-Max X-Series

Isuzu-X-Series-2018

Isuzu D-Max X-Series (อีซูซุ ดีแมกซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์) โดดเด่นยิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน โดยยังคงเอกลักษณ์เฉพาะในแบบ X-Series ด้วยโทนสีแดง-ดำ กับชุดแต่งรอบคัน สปอร์ตเท่ทุกมุมมอง กับขุมพลัง Blue Power ขนาด 1.9 ลิตร 150 แรงม้า โดย New X-Series มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Speed สปอร์ต และ Speed Cab 4 ปิกอัพสปอร์ต 4 ประตู พร้อมด้วยรุ่น Hi-Lander ในราคา 742,000 – 966,000 บาท

Suzuki Swift

Suzuki-Swift

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) ใหม่ Sport Compact Car รุ่นล่าสุด ดีไซน์ที่สปอร์ตลงตัวคงเอกลักษณ์ DNA ของ Swift กับมาตรฐานและความสมบูรณ์แบบระดับโลก ภายใต้ Concept สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง “WE STANDOUT” โดยชูจุดเด่นเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ DualJet ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า ผสานแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT ในราคา 499,000 – 629,000 บาท

Mitsubishi Xpander

Mitsubishi-Xpander

Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) รถ MPV 7 ที่นั่ง สไตล์ครอสโอเวอร์รุ่นใหม่หมดจรด มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ MIVEC ให้แรงม้าสูงสุด 103 แรงม้า ที่จะเปิดตัวในระดับราคากลุ่ม B-Segment ประมาณ 7-8 แสนบาท สเปคและออพชั่นจะจัดเต็มแค่ไหน โปรดติดตามชมให้ดี