CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ รถ SUV และรถ Crossover หลากหลายรุ่น นับว่าเป็นรถขายดีประจำฤดูเลยก็ว่าได้ เพราะได้ทั้งความอเนกประสงค์ในการใช้งาน การบรรทุกสัมภาระ ตอบโจทย์คนมีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ใช้รถเดินทางไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติ ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ ล้วนออกแบบมาใช้ขับง่าย ใช้งานง่าย และหรูหรา ดูดีมากขึ้นกว่าในอดีตเป็นเท่าตัว

ทาง CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) เรามีรถแบบ Crossover ที่หลายคนกำลังมองหามาไว้ใช้งาน กับความสารพัดประโยชน์ที่ได้รับจากรถแนวนี้ มีที่เก็บของจุกจิกเพียบ รูปทรงสวยสไตล์รถ Coupe เครื่องยนต์พลังแรง แถมราคาขายต่อดี แถมยังเป็นแบรนด์เจ้าตลาด ขับไปไหนก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของศูนย์บริการ และการหาอะไหล่

ไปรู้จักกับ Toyota C-HR (โตโยต้า ซีเอชอาร์) ที่ทาง CARRO Automall ภูมิใจเสนอ และอยากให้คุณได้เป็นเจ้าของกันครับ มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

สำหรับ Toyota C-HR Toyota C-HR จัดเป็นรถแบบ Sub-Compact Crossover SUV ซึ่งที่มาของชื่อ C-HR นั้น ย่อมาจากคำว่า Compact High Rider, Cross Hatch Runabout หรือ Coupé High–Rider (ซึ่งในไทย จะใช้นิยามในความหมายนี้มากที่สุด)

เปิดตัวครั้งแรกในตลาดญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2016 ก่อนจะเปิดตัวตามมาในยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ ในปี 2017 และเปิดตัวในไทยในงาน Motor Expo 2017 ก่อนจะเผยราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 มกราคม 2561

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

ตัวรถออกแบบมาให้แสดงถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของรถยนต์นั่งภายใต้แนวคิด “LIVE ALIVE…ออกไปใช้ชีวิต” ด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของเพชร ซึ่งเต็มไปด้วยความโดดเด่นสะดุดตา อีกทั้งการออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำ สะท้อนถึงรูปแบบพื้นผิวของอัญมณีที่มีความประณีตในการเจียระไน นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วย 4 เทคโนโลยีใหม่ อันได้แก่

  • New Generation of Hybrid – ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ทนทานและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ซึ่งประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม./ลิตร และการย้ายตำแหน่งของแบตเตอรี่ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น

สำหรับขุมพลังที่ใช้ แบบเบนซินเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตร (17.8 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock

และในแบบไฮบริด เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 96 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร (14.5 กก.-ม.) ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 53 กิโลวัตต์ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

  • โครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) – นวัตกรรมโครงสร้างใหม่ TNGA ถูกพัฒนาขึ้นโดยการออกแบบโครงสร้างตัวถังใหม่ให้แข็งแกร่ง (Body Rigidity) และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง (Low Center of Gravity) ลดการโคลงตัวของตัวถัง เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ โดดเด่นเรื่องประสิทธิภาพการเกาะถนน (STABILITY) คล่องตัวทุกจังหวะการขับขี่ (AGILITY) รวมถึงการออกแบบห้องโดยสาร เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ให้กว้างขึ้นโดยลดจุดอับสายตา (VISIBILITY) นอกจากนี้ Toyota C-HR มาพร้อมกับช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนแล้วยังเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่
  • Toyota Safety Sense ระบบความปลอดภัยใหม่ของรถโตโยต้ามาตรฐานระดับโลก ซึ่งรวมเอาระบบความปลอดภัยขั้นสูงไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR

  • Toyota T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถยนต์ ผ่าน Smartphone และ Apple Watch พร้อมทั้งเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง T-Connect Telematics บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์และช่วยค้นหาพิกัดในกรณีที่รถถูกโจรกรรม สัญญาณ Wi-Fi ในรถยนต์ และการลดเบี้ยประกันด้วยโปรแกรม Pay As You Drive insurance เป็นต้น

โดย โตโยต้า ซีเอชอาร์ ในโฉมแรกมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย นั่นคือ 1.8 Entry, 1.8 Mid และโฉมไฮบริด HV Mid กับรุ่น Top สุด HV Hi

มี 6 สีให้เลือก สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด อาทิ Premium Red/Black Roof, Blue Metallic/Black Roof, Radiant Green Metallic/Black Roof, White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic และ Attitude Black Mica

กับ 3 สี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน อาทิ White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic และ Attitude Black Mica

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR ADIDAS

ล่วงมาจนถึงในเดือนตุลาคม 2561 Toyota ร่วมกับ ADIDAS (อาดิอาส) ประเทศญี่ปุ่น ออกรุ่นพิเศษ Toyota C-HR l ADIDAS ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษ (ADIDAS Inspired Design) นำชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของโตโยต้า มาแต่งเเละออกแบบลวดลายลงบนรถ

พร้อมของที่ระลึกสุดพิเศษ C-HR I ADIDAS Set Japan Limited Edition จัดทำพิเศษเพื่อ C-HR โดยเฉพาะ จำนวนจำกัด 1,200 ชุด ประกอบไปด้วยรองเท้ารุ่น ADIZERO JAPAN 1 คู่, เสื้อแจ็คเกต Climalite 1 ตัว และกระเป๋าเป้ ขนาด 30 ลิตร 1 ใบ

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR 2019

4 กุมภาพันธ์ 2562 Toyota เปิดตัว Toyota C-HR เพิ่มสีขาวมุกหลังคาดำ (White Pearl Crystal/ Black Roof) และดีไซน์ล้ออัลลอยใหม่ ขนาด 17 นิ้ว และปรับวัสดุ หุ้มเบาะมาตรฐานเป็นเบาะหนังในทุกรุ่น

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR By Karl Lagerfeld 2020

2 เมษายน 2563 Toyota เปิดตัวรุ่นพิเศษ Toyota C-HR By Karl Lagerfeld (เฉพาะรุ่น HV Hi) ผสมผสานอย่างลงตัวของสีขาวและสีดำ กับการออกแบบสไตล์ปารีส (Parisian Rock Chic) ด้วยวัสดุเกรดพรีเมี่ยม

กับการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน ได้แก่ หลังคาสีขาวมุกพร้อมชุดตกแต่งหลังคาสีดำ, กระจกมองข้างสีขาวมุก, ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED, ชุดสเกิร์ตข้างสีขาวมุก, ชุดสปอยเลอร์กันชนหน้า-หลัง สีขาวมุกพร้อมชุดตกแต่งกันชนหน้าสีดำ, ล้ออัลลอย 17 นิ้วสีดำเงา ภายในตกแต่งสีทูโทน พร้อมสัญลักษณ์ Karl Lagerfeld, เบาะหนังสีทูโทนเกรดพรีเมียมพร้อมสัญลักษณ์ Karl Lagerfeld และสคัฟเพลท C-HR by Karl Lagerfeld

CARRO Automall แนะนำ Toyota C-HR 2021

ล่าสุดมาจนถึงในวันที่ 23 มิถุนายน 2564 Toyota ปรับโฉม Minorchange เจ้า Toyota C-HR อีกรอบ ตัดรุ่นเบนซินออกไป เหลือเฉพาะไฮบริดเท่านั้น เพิ่มสีภายนอกใหม่ สี Platinum White Pearl และ สี Nebula Blue โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นกับ 2 ทางเลือกสีหลังคาใหม่ Black Roof หรือ Silver Roof

เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย Toyota Safety Sense ด้วยระบบ All-speed Dynamic Radar Cruise Control ระบบควบคุมและปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กม./ชม. และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน รองรับเทคโนโลยีสุดล้ำ Apple Play และ T-Connect by TOYOTA สำหรับรถทุกคัน

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนกันยายน 2564 เดือนแห่งหน้าฝน เรามี Toyota C-HR รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 14 คันครับ ได้แก่ …..

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

1. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 54,423 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-EQ1K8J.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

2. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 79,446 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-DO1684.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

3. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 73,394 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-EWNX0W.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

4. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 53,190 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-DXOY2L.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

5. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 46,754 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-GVMWVK.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

6. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 47,375 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-G3019P.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

7. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 61,863 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-D80J18.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

8. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 62,991 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-G604ZK.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 เทา

9. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 57,610 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-D593YW.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

10. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 76,189 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-E402XZ.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

11. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 57,007 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-D260VO.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

12. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 59,966 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-E15Z1P.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

13. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 53,920 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-EWNX8Y.html

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

TOYOTA CHR 1.8 Entry 2018 ขาว

14. Toyota C-HR 1.8 Entry ปี 2018 เลขไมล์ 70,221 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-chr-2018-GYPZWP.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา  Toyota C-HR มือสอง (โตโยต้า ซีเอชอาร์ มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Toyota C-HR ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนกันยายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

CARRO Automall แนะนำ Honda HR-V รถ Crossover SUV

ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ รถ SUV และรถ Crossover หลากหลายรุ่น ถือว่าเป็นรถขายดีประจำฤดูเลยก็ว่าได้ เพราะได้ทั้งความอเนกประสงค์ในการใช้งาน การบรรทุกสัมภาระ ตอบโจทย์คนมีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ใช้รถเดินทางไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติ ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ ล้วนออกแบบมาใช้ขับง่าย ใช้งานง่าย และดูหรูหรามากขึ้นกว่าในอดีตเป็นเท่าตัว

ทาง CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) เอง ก็มีรถแบบ Crossover ที่หลายคนกำลังมองหามาไว้ใช้งาน กับความสารพัดประโยชน์ที่ได้รับจากรถแนวนี้ มีที่เก็บของจุกจิกเพียบ เบาะพับได้หลายรูปแบบ เครื่องยนต์พลังแรง แถมราคาขายต่อดี ไม่ตก แถมยังเป็นแบรนด์เจ้าตลาด ขับไปไหนก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของศูนย์บริการ และการหาอะไหล่

ไปรู้จักกับ Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) ที่ทาง CARRO Automall ภูมิใจเสนอ และอยากให้คุณได้เป็นเจ้าของกันครับ มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

Honda-HR-V-2014-Thai

Honda ได้เปิดตัวรถ Crossover ที่วางตลาดให้เล็กกว่ารุ่น CR-V ในวันที่ 19 ธันวาคม 2013 ในญี่ปุ่นด้วยชื่อ Honda Vezel (ฮอนด้า วีเซล) ที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ Honda Fit (หรือ Jazz ในตลาดโลก) ซึ่งเป็นรถยนต์ในกลุ่ม B-Segment ก่อนจะมีแผนส่งขายในตลาดภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ในชื่อ “Honda HR-V” (ซึ่งชื่อนี้ ในญี่ปุ่นเคยใช้มาก่อนในช่วงปี 1998 – 2006)

ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดี จากลูกค้าในญี่ปุ่น (มีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ Hybrid) ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 1 แสนคัน ในระยะเวลาเพียง 1 ปี ตามมาด้วยประเทศจีน และประเทศไทย เป็นประเทศที่ 3 ของโลก และเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่ผลิตและขายรถรุ่นนี้

เปิดตัวเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 มาพร้อม Concept การสื่อสารการตลาด Premium x Sport Crossover ผสานสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อกำเนิดใหม่แห่งยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม ซึ่งคู่แข่งของรถในกลุ่มนี้ ในบ้านเราก็มีอย่าง Nissan Juke (นิสสัน จู๊ค) หรือ Ford Ecosport (ฟอร์ด อีโคสปอร์ต) เป็นต้น

Honda-HR-V-2014-Thai

ตัวรถออกแบบโดย Yoshiharu Itai ฝ่ายพัฒนาอาวุโสของ Honda R&D ด้วยแนวคิดการออกแบบรถ Sport Crossover รุ่นนี้ เน้นเพิ่มความสปอร์ตปราดเปรียวในสไตล์รถสปอร์ตคูเป้ แบบ “Dynamic Cross Solid” ผสานกับฟังก์ชั่นการใช้งานแบบอเนกประสงค์ ในสไตล์รถมินิแวน ซึ่งดูคล้ายกับใน Honda HR-V รุ่นแรก

ภายนอกมาพร้อมรูปลักษณ์ปราดเปรียว เสริมความรู้สึกแข็งแกร่ง ทรงพลัง ด้วยตัวถังด้านล่าง มาพร้อมเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวรอบคัน ลงตัวกับมือจับเปิดประตูด้านหลังแบบรถสปอร์ตคูเป้ และกระจังหน้า ออกแบบด้วยแนวคิด Solid Wing Face เสริมด้วยโทนสีดำ

มิติตัวรถกว้าง 4,294 มม. ยาว 1,772 มม. สูง 1,605 มม. ระยะฐานล้อ 2,610 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 185 มม. น้ำหนักตัวรถ 1,255 – 1,292 กิโลกรัม

เหนือระดับด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบ Panoramic Sunroof พร้อมระบบเปิด-ปิด แบบ One-Touch ไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED และไฟท้าย LED แบบ Tube สไตล์สปอร์ตล้ำสมัย

Honda-HR-V-2014-Thai

การออกแบบภายใน เน้นความกว้างขวาง กับ Expansible Cockpit เน้นความโปร่งโล่งของพื้นที่เหนือแผงคอนโซล ผสานกับคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น ออกแบบสไตล์สปอร์ต พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย ทั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการสั่งงานด้วยเสียง Siri (สำหรับ iPhone 4s ขึ้นไป) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส มาตรวัดเรืองแสงปรับเปลี่ยนได้ 7 สี พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรอง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (One Push Ignition System) และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)

ทั้งยังยกระดับการใช้งานให้ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 565 ลิตร ที่มาพร้อมกับเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode เพื่อตอบรับทุกการใช้งาน

Honda-HR-V-2014-Thai

ขุมพลังที่ใช้ เวอร์ชั่นไทยวางเครื่องขนาด 1.8 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC แบบเดียวกับในรุ่น Civic FB ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams มอบอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม และการประหยัดน้ำมันได้ถึงถึง 15 กม./ลิตร ขับขี่ที่สนุกยิ่งขึ้นด้วยระบบ Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ แบบ 7 สปีด

ระบบช่วงล่างหน้า แบบแมคเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลัง ทอร์ชั่นบีมแบบ H-Shape ติดตั้งโช๊คอัพแบบ Amplitude Reactive Dampers ใช้ลูกสูบโช๊คอัพแยกกัน 2 ตัว ดูดซับแรงกระแทกแบบที่หนึ่ง ซึ่งเป็นตัวหลัก จะทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกสำหรับการขับขี่ในความเร็วต่ำ ส่วนอีกจุดหนึ่ง สำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง อีกทั้งยังรองรับแก๊สโซฮอล์ E85

Honda-HR-V-2014-Thai

ครบครันด้วยอุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับพรีเมียมในทุกรุ่น อาทิ

  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ที่ใช้งานง่ายเพียงดึงสวิตช์ที่คอนโซลกลางขึ้นเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และระบบ Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold) ที่จะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติหลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
  • ด้วยกล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera)
  • ระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมด้านคนขับอัจฉริยะ (i-SRS) ถุงลมด้านผู้โดยสารด้านหน้า (SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbags) ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์-วี) มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น S, รุ่น E และรุ่น EL

มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ คือ สีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก) สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก)

Honda-HR-V-E-Limited-2015

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2558 Honda มียอดจองสะสมของ ฮอนด้า เอชอาร์-วี กว่า 25,000 คัน ภายในระยะเวลา 8 เดือน จึงได้เปิดตัว Honda HR-V รุ่น E Limited เป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้า

ส่วนในรุ่นปกติ ในเดือนธันวาคม 2558 ก็อัดออพชั่นเพิ่มเติม อาทิ เพิ่มสีใหม่ คือ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก), เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (เฉพาะรุ่น E, E Limited และ EL), ระบบเครื่องเสียง หน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ เป็นต้น

และก็ปรับราคารถทุกรุ่นเพิ่มตามไปด้วย ได้แก่ รุ่น S ราคา 933,000 บาท รุ่น E, รุ่น E Limited และรุ่น EL ราคา 1,099,000 บาท (สำหรับ สีน้ำเงินมอร์ฟโฟ (มุก) มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น E, E Limited และ EL)

Honda-HR-V-2018-Thai

เดือนมิถุนายน 2561 ปรับโฉม Minorchange หลังจากที่ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาดเอสยูวี 3 ปีซ้อน และมียอดขายสะสมกว่า 66,000 คัน โดยสื่อสารทางการตลาดด้วย Concept – What’s Calling You? ทุกเสียงเรียกจากข้างใน…ตามไปให้สุด

โดยแนะนำรุ่น RS ใหม่ และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) กันชนหน้า-หลัง และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ Full LED ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วแบบสปอร์ต

Honda-HR-V-2018-Thai

ส่วนภายในรถ เพิ่มความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) และระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System)

มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น E ราคา 949,000 บาท รุ่น EL ราคา 1,059,000 บาท และรุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีแดงแพสชั่น (มุก) และอีก 4 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก)

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนกันยายน 2564 เดือนแห่งหน้าฝน เรามี Honda HR-V รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 10 คันครับ ได้แก่ …..

HONDA HRV 1.8 EL 2015 ดำ

HONDA HRV 1.8 EL 2015 ดำ

1. Honda HR-V 1.8 EL ปี 2015 เลขไมล์ 127,508 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 539,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2015-GYPJ5X.html

HONDA HRV 1.8 EL 2017 ดำ

HONDA HRV 1.8 EL 2017 ดำ

2. Honda HR-V 1.8 EL ปี 2017 เลขไมล์ 167,081 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2017-EK1NQ3.html

HONDA HRV 1.8 EL 2018 ขาว

HONDA HRV 1.8 EL 2018 ขาว

3. Honda HR-V 1.8 EL ปี 2018 เลขไมล์ 90,925 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 659,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2018-D260JN.html

HONDA HRV 1.8 E 2019 ขาว

HONDA HRV 1.8 E 2019 ขาว

4. Honda HR-V 1.8 E ปี 2019 เลขไมล์ 123,864 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 649,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2019-EZQK2O.html

HONDA HRV 1.8 EL 2019 ขาว

HONDA HRV 1.8 EL 2019 ขาว

5. Honda HR-V 1.8 EL ปี 2019 เลขไมล์ 70,016 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 799,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2019-GYP4O8.html

HONDA HRV 1.8 RS 2018 ดำ

HONDA HRV 1.8 RS 2018 ดำ

6. Honda HR-V 1.8 RS ปี 2018 เลขไมล์ 31,257 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 839,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2018-DX24LQ.html

HONDA HRV 1.8 E 2019 ดำ

HONDA HRV 1.8 E 2019 ดำ

7. Honda HR-V 1.8 E ปี 2019 เลขไมล์ 67,224 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 680,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2019-E1WQ74.html

HONDA HRV 1.8 EL 2016 เทา

HONDA HRV 1.8 EL 2016 เทา

8. Honda HR-V 1.8 EL ปี 2019 เลขไมล์ 120,842 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 629,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2019-E1WQ74.html

HONDA HRV 1.8 E 2016 ขาว

HONDA HRV 1.8 E 2016 ขาว

9. Honda HR-V 1.8 E ปี 2019 เลขไมล์ 74,382 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2016-D80687.html

HONDA HRV 1.8 E 2015 เทา

HONDA HRV 1.8 E 2015 เทา

10. Honda HR-V 1.8 E ปี 2015 เลขไมล์ 136,836 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 499,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-hrv-2015-E714XM.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda HR-V มือสอง (ฮอนด้า เอชอาร์วี มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda HR-V ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนกันยายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

บรรทุกของหนักในรถอย่างไร ถึงปลอดภัยในการขับรถช่วงหน้าฝน

หลายคนที่ใช้รถยนต์, รถ Crossover, รถ SUV หรือรถกระบะในการทำมาหากิน ไปทำธุระ ส่งของ ขนของ หาลูกค้า หรือมีไลฟ์สไตล์เริ่มอยากท่องเที่ยว หลังจากที่ต้อง Work From Home อยู่บ้านทำงานกันมานาน ก็เริ่มใช้รถยนต์ในการเดินทางกันในช่วงนี้ ที่ค่อนข้างมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่เนื่องด้วยการบรรทุกของหนักนั้น ย่อมส่งผลต่อสมรรถนะรถ การควบคุมรถ และความปลอดภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งในช่วงหน้าฝน การขับขี่รถยนต์ย่อมต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ดังนั้น MR.CARRO จะมาแนะนำเคล็ดลับในการขนของขึ้นรถ บรรทุกหนักได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย กันตามนี้เลยครับ …

บรรทุกของหนักในรถอย่างไร ถึงปลอดภัยในการขับรถช่วงหน้าฝน

1. คำนวณน้ำหนักบรรทุกก่อน

ตามปกติ ในรถยนต์ประเภท SUV และรถกระบะ จะมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระค่อนข้างกว้างขวาง แต่ผู้ใช้ก็ไม่ควรขนทุกอย่างใส่จนเต็มรถตั้งแต่พื้นจนถึงเพดานรถ ควรคำนึงถึงน้ำหนักในการบรรทุก ซึ่งก็คือความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักสูงสุดของรถ ซึ่งรถแต่ละคันออกแบบมาให้รับน้ำหนักสูงสุดได้ไม่เท่ากัน ถ้าเป็นรถ SUV โดยเฉลี่ยเริ่มตั้งแต่ 400 กิโลกรัมเป็นต้นไป

แต่ถ้าเป็นรถกระบะตอนเดียว บรรทุกได้สูงถึง 1,000 กิโลกรัม (1 ตัน) ตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถกระบะแต่ละยี่ห้อ ถ้าจะเอาบรรทุกให้มากกว่านั้น ก็คงต้องทำคอกสูง เสริมแหนบ ใส่ล้อกระทะบรรทุก ใส่เพลาลอย แล้วแหละ

การคำนวณน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์นั้น คำนวณได้จากน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุด (Gross Vehicle Weight) ลบด้วยน้ำหนักของรถยนต์ในขณะว่างเปล่า ตามด้วยน้ำหนักรวมของผู้โดยสาร และเชื้อเพลิง

ตัวอย่างเช่น ผู้โดยสารเป็นผู้ใหญ่หนัก 60 กิโลกรัม 2 คน และเด็กน้ำหนัก 40 กิโลกรัม 2 คน คุณจะต้องลดน้ำหนักการบรรทุกสัมภาระลงไปอีก 200 กิโลกรัม และอย่าลืมคำนวณน้ำหนักของน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยนะครับ

2. รักษาจุดศูนย์ถ่วงให้เหมาะสม

ตามปกติ ไม่ว่าคุณจะใช้รถประเภทไหนก็ตาม ควรวางสัมภาระที่หนักที่สุดไว้บริเวณด้านล่างสุดของพื้นที่เก็บสัมภาระโดยวางสัมภาระให้กระจายน้ำหนักทั่วทั้งพื้นที่บรรทุก เพื่อช่วยให้ศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง ลดโอกาสในการพลิกคว่ำ

นอกจากนี้ ยังช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการควบคุมรถซึ่งเกิดจากน้ำหนักของรถนั่นเอง การนำสัมภาระที่มีน้ำหนักมากไว้ท้ายรถจะทำให้ล้อหน้าลอย ซึ่งอาจส่งผลต่อสมรรถนะการบังคับเลี้ยวและการเบรก

บรรทุกของหนักในรถอย่างไร ถึงปลอดภัยในการขับรถช่วงหน้าฝน

3. รัดแน่นไว้ปลอดภัยดี

เพื่อป้องกันไม่ให้สัมภาระกลายเป็นสิ่งอันตรายเมื่อต้องเบรกกระทันหัน ควรเก็บสัมภาระขนาดเล็กใส่กล่องให้เรียบร้อย ส่วนสัมภาระขนาดใหญ่หน่อย ควรทำการรัดไว้ในช่องเก็บของ

ทำแบบนี้แล้ว สัมภาระในรถจะได้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสารเมื่อรถต้องเบรคอย่างกระทันหัน

4. ปรับกระจกให้มองเห็นชัดเจน

พยายามหลีกเลี่ยงการบรรทุกตั้งแต่พื้นจนถึงเพดานรถ และปรับกระจกให้มองเห็นชัดเจน จำไว้ว่าถ้ากระจกมองหลังไม่ชัด จะทำให้การขับขี่เป็นเรื่องยากและก่อให้เกิดความเสี่ยงขณะถอยหลัง (เนื่องจากของวางจนสูง บังจนมองไม่ค่อยเห็น กรณีมองผ่านกระจกมองหลัง) ถ้ามองเห็นข้างหลังไม่ชัดก็มีโอกาสสูงที่จะถอยชนคน หรือสิ่งของได้

เว้นเสียแต่ว่ารถคุณจะติดตั้งกล้องมองภาพด้านหลัง หรือสัญญาณกะระยะถอยหลัง ซึ่งจะช่วยให้การถอยหลังง่ายขึ้น

บรรทุกของหนักในรถอย่างไร ถึงปลอดภัยในการขับรถช่วงหน้าฝน

5. การเก็บสัมภาระไว้บนหลังคา

ควรหลีกเลี่ยงการบรรทุกสัมภาระบนหลังคารถยนต์ เพราะมีผลเสียตามหลักอากาศพลศาสตร์และศูนย์ถ่วง ซึ่งส่งผลต่อการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและการควบคุมรถแม้ในขณะขับด้วยความเร็วต่ำ นอกจากนี้ หากมีสัมภาระหลุดลอยไปขณะที่รถเคลื่อนที่อยู่อาจเป็นอันตรายต่อรถคันอื่น

อย่างไรก็ตาม การติดตั้งแร็คหลังคาอย่างถูกต้องพร้อมราง จะช่วยเก็บสัมภาระให้ปลอดภัย ซึ่งควรเลือกกล่องเก็บของบนหลังคาที่ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาตร์ มีความปลอดภัย กันน้ำได้ และหลีกเลี่ยงการบรรทุกของหนักพร้อมทำการรัดสัมภาระให้แน่นไม่โยกเคลื่อน

6. เก็บสัมภาระที่จำเป็นต้องใช้ให้หยิบง่ายเสมอ

ตรวจสอบให้แน่ใจทุกครั้งว่าเก็บชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน อันได้แก่สายเคเบิลสำหรับจั๊มสตาร์ท โทรศัพท์มือถือ และน้ำดื่ม ไว้ในที่ที่หยิบได้ง่ายเมื่อต้องการใช้ ในรถ SUV บางรุ่น ยางอะไหล่ หรือชุดปะยางฉุกเฉิน อาจถูกเก็บไว้ในพื้นที่เก็บสัมภาระในรถ ดังนั้นรถบางรุ่นอาจไม่สามารถเก็บสัมภาระอื่นเพิ่มเติมได้

บรรทุกของหนักในรถอย่างไร ถึงปลอดภัยในการขับรถช่วงหน้าฝน

7. ตรวจสอบลมและสภาพยาง

ก่อนขับขี่ คุณควรตรวจสอบยางของคุณเพื่อให้แน่ใจว่ายางอยู่ในสภาพดี ไม่สึกหรอ ดอกยางสภาพพร้อมใช้งาน มีการเติมลมยางอย่างถูกต้องเหมาะสมตามคำแนะนำที่ติดไว้บริเวณประตูด้านข้างของคนขับ ด้านในฝาน้ำมัน หรือในคู่มือผู้ใช้งาน

ผู้ขับควรเติมลมตามตัวเลขที่แนะนำไว้ ไม่ใช่ตามตัวเลขความดันสูงสุดที่เห็นบนขอบยาง เนื่องจากรถยนต์แต่ละรุ่นอาจต้องเติมลมยางแตกต่างกันเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง หรือขณะบรรทุกสัมภาระหนัก

8. อย่าบรรทุกสัมภาระที่ไม่จำเป็น

อย่าบรรทุกสัมภาระเกินน้ำหนักที่รถยนต์สามารถรับไหว ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ หรือรถรุ่นใดๆ ก็ตาม ถ้ารู้สึกว่ากำลังบรรทุกเกินพิกัด ควรหาวิธีลดสัมภาระ จำไว้ว่า “ความปลอดภัย” คือสิ่งสำคัญที่สุด

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ส่วนช่วงนี้ ใครอยากซื้อรถ SUV, รถ Crossover หรือรถกระบะมือสอง สภาพเยี่ยม ราคาเบาๆ CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถ SUV, รถ Crossover หรือรถกระบะมือสอง รุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • Chevrolet

เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

ที่ผมจั่วหัวมาแบบนี้ ไม่ต้องสงสัยเลย เพราะว่าคำถามนี้ ก็จัดเป็นหนึ่งในคำถามของผู้ที่สงสัยกันมานาน และมักถามกันบ่อยๆ ตามสื่อโซเชียลมีเดีย ว่าทำไม “รถเก๋ง ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง เหมือนแบบรถยนต์แบบ 3 ประตู / 5 ประตู Hatchback หรือรถยนต์แบบรถ Crossover SUV หรือรถ SUV บ้าง?”

ตามจริงแล้ว จะบอกว่ารถเก๋งที่ขายในไทย ไม่เคยติดตั้งที่ปัดน้ำฝนหลังมาให้เลย ก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว …

เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

ในอดีต รถเก๋งที่ขายในไทย ที่มีติดตั้งปัดน้ำฝนหลังมาให้ ก็จะมีแค่ Mazda 323 (มาสด้า 323) (BF), Mitsubishi Galant (มิตซูบิชิ กาแลนท์), Mitsubishi Galant Ultima (มิตซูบิชิ กาแลนท์ อัลติม่า) และ Peugeot 406 (เปอโยต์ 406) รุ่นที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ประมาณนี้

เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

ว่ากันด้วยตามหลักการของหลักอากาศพลศาสตร์ เมื่ออากาศที่ไหลผ่านรถยนต์เวลาเคลื่อนที่จนไปถึงท้ายรถแล้ว ลักษณะอากาศจะเกิดหมุนแบบปั่นป่วน เกิดกระแสลมหมุน เนื่องจากด้านหลังมีการเคลื่อนที่ของอากาศที่มาจากรอบคันรถ ไม่ว่าจะด้านบน ด้านข้าง หรือด้านล่าง

เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

ซึ่งในตัวรถเก๋ง อากาศจะไหลผ่านไปยังกระจกที่ลาดและท้ายที่ยื่นยาวออกมา อากาศจะไปปั่นป่วนบริเวณด้านท้ายรถ พร้อมกับพัดพาสิ่งสกปรก (ส่วนหนึ่ง) ออกไปหมุนอยู่แถวท้ายรถ ซึ่งต่างจากในรถประเภทท้ายตัด หรือท้ายสั้นอย่าง Hatchback (แฮทช์แบค), Liftback (ลิฟท์แบค), Coupe (คูเป้) หรือแบบ Van / Wagon (แวน / แวกอน) อากาศจะไปหมุนอยู่ที่บริเวณกระจกบานท้าย ทำให้มีสิ่งสกปรกติดกระจกมากกว่า จึงต้องมีที่ปัดน้ำฝนหลังไว้ใช้งาน

เพราะเหตุใด รถเก๋งที่ขายในไทย ถึงไม่มีปัดน้ำฝนหลัง

และอีกเหตุผลหนึ่ง สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในเมืองหนาว (บางประเทศ) ผู้ผลิตรถอาจติดตั้งที่ปัดน้ำฝนหลังให้เช่นเดียวกัน เนื่องจากเวลาหิมะตก สามารถใช้ปัดหิมะที่บริเวณกระจกบานหลัง และไฟเบรกดวงที่ 3 (เฉพารุ่นที่ติดตั้งด้านในรถ) ให้เห็นชัดขึ้น (บางรุ่นมีให้เลือกเป็น Option คุณต้องจ่ายเงินเพิ่มนะครับ)

เรื่องก็มีอยู่แค่นี้แหละครับ ถ้ารถคุณมีปัน้ำฝนหลัง ก็อย่าลืมหาโอกาสใช้งาน จะช่วงฝนตก หรือปัดคราบสกปรกบนกระจกหลังออกบ้างนะครับ

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ! เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Mazda2 ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Honda-HR-V-Minorchange-2018

เพิ่มรุ่น RS และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) พร้อมระบบ Honda LaneWatch

Honda-HR-V-2018

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉม Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์-วี) ใหม่ สปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้น เพิ่มรุ่น RS และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) ยกระดับความพรีเมียมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่อันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) และระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System)

Honda-HR-V-2018

ฮอนด้า เอชอาร์-วี เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2557 เป็นรุ่นที่เข้ามาเปิดตลาดและเติมเต็มความต้องการของตลาดรถยนต์ SUV ในระดับ Compact Segment โดยเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวไทย ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาดเอสยูวี 3 ปีซ้อน และมียอดขายสะสมกว่า 66,000 คัน โดย ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ ตั้งเป้าการจำหน่ายไว้ 18,000 คันภายใน 1 ปี

Honda-HR-V-2018

ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ โฉบเฉี่ยวด้วยกันชนหน้า-หลัง และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED เพิ่มความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ยกระดับไปอีกขั้น อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System) และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น

Honda-HR-V-2018

สปอร์ตเร้าใจในทุกมุมมองด้วย ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ รุ่น RS ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตรอบคัน

กันชนหน้า-หลัง แบบสปอร์ต กระจังหน้าดีไซน์ใหม่โครเมียมรมดำแบบสปอร์ต โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ต มือจับเปิดประตูด้านหน้าแบบโครเมียมรมดำ กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต พร้อมแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วแบบสปอร์ต และสัญลักษณ์ RS บนฝากระโปรงท้าย

Honda-HR-V-2018

ตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ภายในกว้างขวางสะดวกสบายในสไตล์รถอเนกประสงค์ ด้วยพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มาพร้อมเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถปรับพับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode รองรับการขนย้ายสัมภาระที่หลากหลายในทุกรูปแบบ

Honda-HR-V-2018

ขับสนุกเร้าใจทุกเส้นทาง ด้วยสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้อัตราการประหยัดน้ำมันและตอบสนองทุกการขับขี่อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

Honda-HR-V-2018

นอกจากนี้ ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมในทุกรุ่น อาทิ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) กล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) และระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น RS และ EL)

Honda-HR-V-2018

ด้วยภาพลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียม ความกว้างขวาง และประโยชน์ใช้สอยภายในห้องโดยสาร ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกรูปแบบ Honda HR-V ใหม่ จึงถูกนำเสนอผ่านการสื่อสารทางการตลาดด้วย Concept “What’s Calling You? ทุกเสียงเรียกจากข้างใน…ตามไปให้สุด” ซึ่งสะท้อนชีวิตอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการออกไปใช้ชีวิตตามที่หัวใจเรียกร้อง

Honda-HR-V-2018

Honda HR-V ใหม่ มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น EL ราคา 1,059,000 บาท
  • รุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีแดงแพสชั่น (มุก) และอีก 4 สี

ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก)

พบกับ Honda HR-V ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม เป็นต้นไป และจองรถได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

แต่ถ้าติดเรื่องงบประมาณ แนะนำให้ลองดู Honda HR-V มือสองสภาพดีๆ สักคัน ในราคาที่ถูกกว่ารถป้ายแดง ก็ลองเข้าไปเลือกค้นหาได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/honda-hrv ครับผม!

หมายเหตุ:

– อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
– สีแดงแพสชั่น (มุก) มีเฉพาะรุ่น RS
– สำหรับสีขาวออร์คิด (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท
– สำหรับสีแดงแพสชั่น (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท