CARRO แนะนำรถมือสอง Honda Accord G9

เรียกได้ว่าเป็นรถในฝันของใครหลายๆ คนเลยทีเดียว สำหรับรถยนต์ “Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด)” ซึ่งจัดได้ว่าเป็นรถยนต์แบบ D-Segment รุ่นยอดนิยมจากผู้ใช้ในไทยมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1976 สามารถสร้างยอดขายได้มากถึง 19 ล้านคัน ใน 160 ประเทศทั่วโลก ส่วนในประเทศไทย มียอดขายสะสมตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปลายปี 2555 มากถึง 138,229 คัน!

นั่นแสดงให้เห็นว่า คนไทยต้อนรับ Honda Accord ทุกเจนกันอย่างอบอุ่นมากมายเพียงใด ด้วยจุดเด่นอันหลากหลาย รวมไปถึงความทนทาน ราคาขายต่อของ Honda Accord หลายๆ รุ่น จึงทำให้เวลา Honda เปิดตัว Accord ออกมาใหม่ทีไร ก็จะมีผู้คนรอคอยและต้องการซื้อมาใช้งานกันอยู่เสนอ แม้ว่าหลายคนจะบอกกันว่า เจ้า Accord G9 น่าจะเป็นคู่แฝดของ Accord G8 มากกว่า!

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

โดยในวันนี้ MR.CARRO จะมาขอแนะนำ Honda Accord เจเนอเรชั่นที่ 9 ให้ทุกคนได้รู้จักกันครับ

ใครที่กำลังมองหารถมือสองรุ่นนี้อยู่ บทความนี้ เราจะเล่ากันถึงประวัติความเป็นมาของรุ่นนี้อย่างละเอียด รวมถึงความน่าใช้ ทั้งข้อดี ข้อด้อย ซึ่งใครกำลังมองรุ่นนี้อยู่ บอกได้เลยว่าต้องอ่านกันเลยครับ …

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ

สำหรับ Honda Accord G9 (ฮอนด้า แอคคอร์ด G9) เป็นการพัฒนา Honda Accord สำหรับตลาดหลักอย่างในอเมริกาเหนือเช่นเคย ซึ่งรูปทรงก็จะออกแนวใหญ่โต หรูหรา เอาใจชาวอเมริกันชนมากหน่อย มีทั้งแบบ 2 ประตู Coupe และแบบ 4 ประตู Sedan เพื่อสะท้อนรสนิยมและความต้องการรถแนวหรูๆ ของลูกค้า ภายใต้การออกแบบอย่างพิถีพิถัน ซึ่งงานนี้ได้ Junji Sugimoto หัวหน้าทีมวิศวกรจาก ฮอนด้า R&D เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้

มีจุดเริ่มต้นการพัฒนาตั้งแต่ช่วงปี 2011 ก่อนจะเปิดตัวรถต้นแบบ ในงานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ หรือ NAIAS 2012

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ส่วนเวอร์ชั่นไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2555 กับการสื่อสารการตลาดภายใต้แนวคิด “All My Desire”

ดีไซน์ภายนอก ดูหรูหราขึ้น บวกกับความสปอร์ต โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ เสากลางรถสีดำหรูแบบ Piano Black และไฟท้าย LED แม้ว่าลักษณะโดยรวม ทั้งโครงสร้างตัวถัง และรูปทรงของโครงประตูหลัง ก็ยังเหมือนกับ Accord G8 แต่ที่จะต่างกันออกไปคือรูปลักษณ์โดยรวม เช่นชุดไฟหน้า-หลัง หรือเส้นสายตัวรถ

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

มิติตัวรถยาว 4,870 มม. (สั้นลง 76 มม.) กว้าง 1,850 มม. (กว้างขึ้น 5 มม.) สูง 1,465 มม. (เตี้ยลง 10 มม.) ระยะฐานล้อ 2,775 มม. (สั้นลง 25 มม.) น้ำหนักตัวรถ 1,525 – 1,575 กิโลกรัม ซึ่งทางวิศวกรเชื่อว่า จะช่วยให้เพิ่มความสนุกในการขับ และประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ส่วนห้องโดยสารภายใน เน้นเพิ่มความสบายสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยการปรับโครงสร้างช่วงล่างใหม่ให้เล็กลง ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขึ้นกว่าเดิม ด้วย Leg Room ผู้โดยสารหลังมากขึ้น 15 มม. ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมี่ยม เช่น

– เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Memory Seat) และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
– ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (Active Noise Control)
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
– หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-MID
– หน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 8 นิ้ว
– ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมระบบสั่งการแบบ Smart Interface ที่ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของระบบเครื่องเสียง
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth
– ข้อมูลรถยนต์ผ่านหน้าจอควบคุมอัจฉริยะระบบสัมผัส (On-demand Touch Panel)

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

มาพร้อมขุมพลังที่มีด้วยกันถึง 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินรหัส R20A ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

และรหัส K24W ขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC พร้อมเทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams) เป็นรุ่นแรกของฮอนด้าในไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้น ปรับปรุงลูกสูบ เสื้อสูบใหม่ ชุดกระบอกสูบออกแบบให้เยื้องจากเพลาข้อเหวี่ยง 8 มม. ให้อยู่ในมุมที่เหมาะสมระหว่างเคลื่อนที่ขึ้น-ลง และลดแรงต้านจากด้านข้างลูกสูบ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 5% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม และน้ำหนักเครื่องยนต์เบาลง 10 กิโลกรัม

ให้แรงม้าสูงสุด 174 แรงม้า (Accord G8 รุ่นเดิม 180 แรงม้า) ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร (Accord G8 รุ่นเดิม 222 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 12.2 กม./ลิตร

ทั้งนี้ เครื่องยนต์ทั้งสองขนาดยังรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ส่วนพวงมาลัย เปลี่ยนจากแบบเดิมที่เป็นไฮโดรลิก มาเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า ส่วนระบบกันสะเทือนหน้า แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

Honda Accord 2013 ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ล่าสุดรอบคัน เปิดมุมมอง 360 องศา ให้แก่ผู้ขับขี่ (อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น) อาทิ

– ระบบ CMBS ระบบเตือนการชนด้านหน้าด้วยเรดาห์พร้อมระบบช่วยเบรก เพื่อช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว หรือเบรกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการชน หรือลดความรุนแรงจากการชน
– เทคโนโลยี Honda LaneWatch ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยลดจุดบอด และเพิ่มทัศนวิสัยด้านข้างขณะเปลี่ยนเลน
– ระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติ Active Cornering Light เพิ่มความสว่างขณะเลี้ยวรถในเวลากลางคืน
– กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
– ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED Daytime Running Lights
– ถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ Dual i-SRS
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbag
– ม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags
– ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA
– ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย MA-EPS
– ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA
– ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
– ระบบกระจายแรงเบรก EBD
– ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
– สัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS
– กระจกหน้าต่างคู่หน้าลดการเกาะตัวของหยดน้ำ Water Dispersing
– กระจกมองข้างลดการเกาะตัวของหยดน้ำเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

Honda Accord 2013 มีจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ได้แก่ รุ่น 2.0EL และ 2.0EL (Navi) และขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ได้แก่ 2.4EL, 2.4EL (Navi) และ 2.4 TECH ในราคาตั้งแต่ 1,299,000 บาท – 1,799,000 บาท ตั้งเป้ายอดขายที่ 20,000 คันภายในหนึ่งปี

มีให้เลือก 5 สี คือ สีขาวออร์คิด, สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล และมี 2 สีใหม่ คือ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และสีทองแชมเปญฟรอสต์

สำหรับเบาะหนังแท้ มีให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และสีเบจ (ครีม) ขึ้นอยู่กับสีตัวถังภายนอก คือถ้ารถ สีทอง, เทา, ดำ ภายในจะเบาะสีเบจ แต่ถ้ารถ สีขาว, เงิน ภายในใช้เบาะสีดำ

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

ในเดือนมิถุนายน 2013 Honda เปิดตัว Honda Accord Hybrid (ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด) ใหม่ ในประเทศญี่ปุ่น พร้อมรุ่น Plug-In Hybrid ด้วย และเปิดตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา กับแคนาดา เมื่อเดือนตุลาคม 2013

ต่อมา … ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 Honda ได้เปิดตัว Honda Accory Hybrid 2014 ตามมาในไทย เป็นประเทศที่ 4 ในโลก เพื่อความสมบูรณ์แบบในไลน์อัพรถยนต์ไฮบริดของฮอนด้า ทำงานด้วยระบบ Sport Hybrid i-MMD (Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive) แบบ Full Hybrid ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ตั้งเป้าการจำหน่าย 6,000 คันภายในหนึ่งปี

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

ภายนอกดูต่างจากรุ่นปกติ ด้วยไฟหน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยกรอบสีฟ้า ไฟท้ายแบบ LED และกระจังหน้าดีไซน์พิเศษตกแต่งด้วยเลนส์สี Clear Blue ภายในห้องโดยสารยังคงความกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมี่ยม มาพร้อมข้อมูลรถยนต์ผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7.5 นิ้ว พร้อมด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น และปุ่มควบคุมแบบ Interface Dial

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC i-VTEC แบบ Atkinson Cycle พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม สำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ให้แรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า ด้วยแรงบิดสูงสุด 165 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 13.1 กม./ลิตร

ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และเกียร์ E-CVT พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ประสิทธิภาพสูง ประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.6 กม./ลิตร* (ตามมาตรฐาน มอก. 2540-2554) รองรับแก๊สโซฮอล์ E20

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

สำหรับระบบไฮบริดแบบอัจฉริยะ สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ได้ถึง 3 โหมด ดังนี้

1. โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็ว จะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการลดความเร็วเป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จไปยังแบตเตอรี่ ให้สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม และความเงียบเช่นเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเหมาะกับการขับรถในเมือง

2. โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์ และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว อัตราเร่งทันใจ และในขณะลดความเร็ว เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และชาร์จไฟกลับ เป็นระบบที่เหมาะกับการขับขี่ในขณะเร่งความเร็ว

3. โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อกอัพคลัทช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ให้ประสิทธิภาพสูงและแรงเสียดทานต่ำ เป็นระบบที่เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่

มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น Hybrid TECH ราคา 1,899,000 บาท

มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และสีขาวออร์คิด (มุก) พร้อมรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี (เมื่อจองหรือรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557)

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

17 กุมภาพันธ์ 2559 Honda Accord 2016 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ด้วยยอดขายสะสมรวมเกือบ 30,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2556 … แต่งหน้าทาปากใหม่ โดดเด่นด้วยไฟใหม่แบบ LED ทั้งไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime Running Lights, ไฟตัดหมอกคู่หน้า และไฟท้าย

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ส่วนห้องโดยสารภายใน ตกแต่งภายในลายไม้และสีดำ Piano Black เพิ่มระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ที่สั่งสตาร์ทเครื่องยนต์และสั่งเปิดเแอร์ได้จากระยะไกล, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสใหม่ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayTM หรือเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบ MirrorLink® อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงเครือข่าย WIFI หรือ Hotspot เพื่อใช้งานเบราว์เซอร์

มีให้เลือก 3 รุ่น ด้วยขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ได้แก่ รุ่น 2.0 E ราคา 1,385,000 บาท, รุ่น 2.0 EL ราคา 1,445,000 บาท และขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ได้แก่ รุ่น 2.4 EL ราคา 1,635,000 บาท

และมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก)

Honda Accord Hybrid G9 เวอร์ชั่นไทย

28 กรกฎาคม 2559 Honda Accord Hybrid ถึงได้ฤกษ์ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ตามมา พร้อมกับมิติใหม่ของเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย Honda SENSING ที่ผสานการทำงานเรดาร์และกล้องด้านหน้า ตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน แล้วแจ้งเตือนผู้ขับขี่หรือช่วยควบคุมรถในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยประกอบด้วย 4 ระบบ

– ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน – Adaptive Cruise Control (ACC)
– ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก – Collision Mitigation Braking System (CMBS)
– ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ – Lane Keeping Assist System (LKAS)
– ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ – Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)

มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท และ รุ่น Hybrid TECH ราคา 1,849,000 บาท โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีเบจ สีดำ และสีใหม่ คือ สีน้ำตาล

แล้วก็ขายไปเรื่อยๆ จน Honda Accord G10 มาแทนในปี 2562 ครับ …

Honda Accord G9 เวอร์ชั่นไทย

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

ถ้าพูดถึงตอนเป็นรถใหม่ ในเวลานั้น แม้ว่าหลายคนจะแซวว่า Honda Accord G9 ต้องเป็นฝาแฝดกับ Accord G8 แน่ๆ สามารถอ่านได้จากทางด้านบน เรื่องโครงสร้างตัวถังและชุดประตูหลัง … แต่ตัวรถดูกะทัดรัดขึ้น ห้องโดยสารกลับไม่เล็กลง ด้วยการเปลี่ยนชุดช่วงล่างใหม่ ทำให้เนื้อที่เพิ่มขึ้น แถมพื้นที่จุสัมภาระฝากระโปรงท้าย ยังคงใหญ่เท่าเดิม

แต่ในเรื่องของ Options ที่ออกหมัดตรงซัดคู่แข่งในตลาดอย่าง Toyoa Camry กับ Nissan Teana เข้าไปเต็มๆ กับออพชั่นที่มากขึ้น ตั้งแต่รุ่นล่างสุดอย่าง 2.0 ที่หลายคนยังติว่าเครื่องยนต์ตัวนี้โบราณ เพราะใช้มาตั้งแต่โฉมก่อนหน้า ออพชั่นเยอะมากใช้ได้ (ส่วนตัวเด็ดๆ อย่าง Honda SENSING ก็จัดไปลงตัวไมเนอร์เชนจ์) ค่อนข้างถูกใจคนชอบ Accord เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ข้อดี คือ ค่อนข้างประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์แรงทันใจ ช่วงล่างนิ่มกว่ารุ่นเดิม พวงมาลัยไฟฟ้า เบา จับถนัดมือสำหรับคนที่ชินแล้ว รุ่น Hybrid เองก็เช่นกัน ให้อัตราเร่งแซงทันใจ ประหยัดน้ำมัน ส่วนด้านหลังก็นั่งสบาย นุ่มจนย้วยได้ เมื่อใช้ความเร็วสูง

ส่วนข้อด้อย (อย่าเรียกว่าข้อเสียเลย คือรถทุกคันมันก็มีทั้งจุดดี และจุดด้อยนั่นล่ะ) มีตรงไหนบ้าง? เช่น การเก็บเสียงของตัวรถ ถ้าเทียบกับตอนออกป้ายแดง ถือว่าดีกว่ารถคู่แข่ง แต่พอใช้ไปนานๆ ตามสไตล์ Honda นั่นล่ะ คือ มีเสียงดังเล็ดลอดเข้ามาพอสมควร เมื่อใช้รถด้วยความเร็วสูง (วิธีแก้ – เปิดเพลง ระบบควบคุมเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (ANC – Active Noise Control) จะได้ทำงาน ตัดเสียงรบกวนด้วยการสร้าง และส่งสัญญาณเสียง ที่ได้รับการดัดแปลงให้มีรูปแบบคลื่นตรงกันข้ามให้) และพวงมาลัยเบา เมื่อใช้ความเร็วสูงๆ นี่ก็มีเสียวเหมือนกัน

รวมไปถึงอาการเครื่องสั่น จากยางแท่นเครื่องเสื่อม ทรุด (ต้องเปลี่ยนยางแท่นเครื่องใหม่) เกียร์หอน หรือมีอาการกระตุก ชุดไฟ DRL เสีย และคอมเพรสเซอร์แอร์ที่เสียไวหน่อย (คอมแอร์ล็อค) รวมถึงมอเตอร์เซ็นทรัลล็อค และ Module หรือปั๊มเบรก ABS เสีย (หลายคันเป็นตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 แสนกิโลเมตร) ที่เป็นอาการยอดฮิต มีปัญหากันหลายคัน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เครื่องยนต์ค่อนข้างทนทาน จะมีปัญหาจุกจิกก็ตามข้างต้น อะไหล่หาง่าย ค่าบำรุงรักษาแพงตามคลาสของรถ Honda เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 20,000 – 30,000 บาท

แต่ถ้าเจอของใหญ่เสียจนต้องเปลี่ยนใหม่ หรือรุ่น Hybrid ถ้าแบตเตอรี่ใกล้หมดประกัน (Honda รับประกันแบตเตอรี่นาน 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี) ก็อาจต้องเตรียมไว้อย่างน้อยๆ ครึ่งแสน หรือเกือบแสน เล่นรถใหญ่ต้องใจถึงหน่อย

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 470,000 – 900,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda Accord มือสอง (ฮอนด้า แอคคอร์ด มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda Accord ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand  โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก