CARRO Automall แนะนำ Honda City มือสอง

ในเดือนกันยายน หน้าฝน หลายคนก็ยังต้องทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือทำงานอาชีพอิสระ เป็นนายตัวเอง เพื่อหาเลี้ยงลูกและครอบครัว และในหลายอาชีพ ยังคงต้องใช้รถยนต์เป็นตัวกลางในเดินทางไปทำงาน หรือการส่งของอีกด้วย

สำหรับรถยนต์ที่ CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) จะมาแนะนำให้คนที่กำลังมองหารถคันใหม่ หรือต้องการซื้อรถไว้ใช้ในธุรกิจเพิ่มอยู่พอดี ได้รู้จักกับรถยนต์ที่ถือได้ว่า ดูดีมีราคา หน้าตาสวยงาม ภายในตกแต่งหรูหราถูกใจคนวัยหนุ่มสาว รวมไปถึงความอเนกประสงค์ มีที่เก็บของจุกจิกได้มาก และราคาขายต่อก็ดี ไม่ตก หรือจะซื้อให้คุณลูกหัดขับก็ได้ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนชอบทีเดียว

ไปรู้จักกับ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) เจเนอเรชั่นที่ 4 กันครับ กับรถขายดียอดนิยมใน CARRO Automall มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

CARRO Automall แนะนำ Honda City

สำหรับรถมือสองฮอนด้า ที่ได้ชื่อว่าเป็นรถขายดีอีกรุ่นของ CARRO Automall ในอันดับต้นๆ คงต้องยกให้ Honda City มือสอง (ฮอนด้า ซิตี้ มือสอง) ซึ่งในโฉมเจเนอเรชั่นที่ 4 นี้ เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2557 ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Advanced Cool Stunner ที่มีดีไซน์โดดเด่นรอบคัน

CARRO Automall แนะนำ Honda City

Honda City 2014 ตัวรถภายนอก พัฒนาในแนวคิดใหม่ “Exciting H Design” ซึ่ง H ในที่นี้หมายถึง ต้องการให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง (Human Center) โดยนำหลักความคิด “Man-Maximum Machine-Minimum” มาเป็นแกนหลักในการพัฒนา

เส้นสายข้างตัวรถให้ความโฉบเฉี่ยว กระจังหน้าดีไซน์พิเศษแบบแพลททินัม กลมกลืนกับชุดไฟหน้าและไฟท้าย เพิ่มอารมณ์สปอร์ตด้วยเสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง โอ่อ่า ติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch พร้อมที่เปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัยแบบ Paddle Shift 7 สปีด มีระบบ Cruise Control พร้อมปุ่ม Start รถยนต์ และสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย

CARRO Automall แนะนำ Honda City

Honda City 2014 ขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที พร้อมอัตราเร่งที่ตอบสนองไวขึ้น และยังรองรับการใช้แก๊สโซฮอล์ E85 ด้วย

ผสานกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ขยายอัตราทดเกียร์ให้กว้างขึ้น พร้อมระบบ G-Design Shift ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โดยรุ่นเกียร์ CVT ทำได้ 17.9 กม./ลิตร และรุ่นเกียร์ธรรมดา ทำได้ 18.2 กม./ลิตร

CARRO Automall แนะนำ Honda City

ส่วนระบบความปลอดภัยมาแบบครบๆ ทั้งระบบเบรก ABS ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) และสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) ในทุกรุ่น พร้อมถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ i-Side Airbag และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags รวมไปถึงกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ เป็นต้น

CARRO Automall แนะนำ Honda City CNG

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2557 เปิดตัวรุ่นพลังงานทางเลือกอย่าง Honda City CNG ใช้ มาพร้อมถังก๊าซ CNG ความจุ 65 ลิตร กับจุดเติมของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ CNG ที่ฝาถังเดียวกัน ส่วนเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับรุ่นปกติ แต่แรงม้าปรับลดลงมาเหลือ 102 แรงม้า และรองรับน้ำมันแค่แก๊สโซฮอล์ E20 มีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ 1.5 S CNG AT และ V CNG AT

อ่านเพิ่มเติม >> รีวิว Honda City CNG มือสอง คุ้มค่า … คุ้มราคา

CARRO Automall แนะนำ Honda City

มาจนถึงในวันที่ 12 มกราคม 2560 ก็ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ภายนอกดูหรูหรายิ่งขึ้น ติดตั้งไฟ Daytime Running Lights แบบ LED ในทุกรุ่น นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟหน้าแบบ LED และไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ พร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ และล้ออัลลอยลายใหม่ดีไซน์สปอร์ต

ส่วนภายใน แผงคอนโซลใช้สีกันเมทัลลิก (Gun Metallic) เบาะนั่งลายใหม่สไตล์สปอร์ต พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครันเช่นเคย

ทั้งสองโฉม ให้เลือกด้วยกัน 6 รุ่นย่อย ตั้งแต่รุ่น 1.5 S MT / AT, V CVT, V+ CVT, SV CVT และรุ่น Top สุด อย่าง SV+ CVT

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนกันยายน 2564 หน้าฝน เรามี Honda City รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 8 คันครับ ได้แก่ …..

HONDA CITY 1.5 V i-VTEC 2016 ขาว

HONDA CITY 1.5 V i-VTEC 2016 ขาว

1. Honda City 1.5 V ปี 2016 เลขไมล์ 123,958 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 379,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-city-2016-G60KN0.html

HONDA CITY 1.5 S i-VTEC 2016 เทา

HONDA CITY 1.5 S i-VTEC 2016 เทา

2. Honda City 1.5 S ปี 2016 เลขไมล์ 160,965 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 353,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-city-2016-GJ65Y4.html

HONDA CITY 1.5 S i-VTEC 2016 เทา

HONDA CITY 1.5 S i-VTEC 2016 เทา

3. Honda City 1.5 S ปี 2016 เลขไมล์ 156,718 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ฟรีดาวน์! ราคา 369,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-city-2016-DR15V3.html

HONDA CITY 1.5 S i-VTEC 2016 เทา

HONDA CITY 1.5 S i-VTEC 2016 เทา

4. Honda City 1.5 S ปี 2016 เลขไมล์ 161,912 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ฟรีดาวน์! ราคา 369,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-city-2016-D26876.html

HONDA CITY 1.5 SV i-VTEC 2015 เทา

HONDA CITY 1.5 SV i-VTEC 2015 เทา

5. Honda City 1.5 SV ปี 2015 เลขไมล์ 160,417 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม Hot Deal! ราคา 379,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-city-2015-D80N08.html

HONDA CITY 1.5 SV i-VTEC 2019 ดำ

HONDA CITY 1.5 SV i-VTEC 2019 ดำ

6. Honda City 1.5 SV ปี 2019 เลขไมล์ 29,185 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 479,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-city-2019-E7194M.html

HONDA CITY 1.5 V+ i-VTEC 2018 เทา

HONDA CITY 1.5 V+ i-VTEC 2018 เทา

7. Honda City 1.5 V+ ปี 2018 เลขไมล์ 101,596 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 459,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-city-2018-D5974O.html

HONDA CITY 1.0 SV 2020 ขาว

HONDA CITY 1.0 SV 2020 ขาว

8. Honda City 1.0 Turbo SV ปี 2020 เลขไมล์ 6,314 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 539,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-city-2020-EWNV31.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda City มือสอง (ฮอนด้า ซิตี้ มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda City ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย! 

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนกันยายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

CARRO แนะนำ 10 รถใหม่ ที่สาวออฟฟิศควรซื้อมาใช้ ในปี 2021

“รถยนต์” ในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของคุณ และรถยนต์นั้นก็ถือว่า เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบางสาขาอาชีพ รวมไปถึงอาจจะเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงสถานะทางสังคม และฐานะทางการเงิน ของผู้ที่ครอบครองอีกต่างหาก

การเดินทางในเมืองหลวงสำหรับคุณผู้หญิงนั้น ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว บางทีก็ต้องถือว่าลำบากนะ ไหนจะต้องขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า ลงเรือ นั่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือต่อแท็กซี่ บางทีก็ดูไม่เป็นส่วนตัว และลำบากในการเดินทาง ยิ่งในยุคโควิด-19 ระบาดด้วยแล้ว ออกไปใช้ระบบขนส่งมวลชน ยิ่งต้องระมัดระวัง ทำให้สาวออฟฟิศหลายคน พอเมื่อเริ่มทำงานไปสักพัก เงินเดือนผ่อนรถไหว ก็อาจจะตัดสินใจดาวน์รถป้ายแดงออกมาขับกัน ด้วยเงื่อนไขสารพัดแคมเปญ โปรโมชั่น เช่น ดาวน์น้อย ฟรีดาวน์ ผ่อนง่าย เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ

อีกทั้งรถสมัยนี้ มีดีไซน์ตรงกับ Lifestyle ของคุณผู้หญิงมากยิ่งขึ้น เช่น มีที่เก็บเครื่องสำอาง มีที่วางแก้วน้ำ ที่เก็บของมากมายในรถ มีกระจกเสริมสวย หรือที่ชาร์จมือถือไร้สาย เป็นต้น ทำให้ผู้หญิงก็เริ่มศึกษาข้อมูล การตัดสินใจซื้อรถยนต์กันมากขึ้น

CARRO ขอแนะนำ 10 รถยนต์รุ่นใหม่ ที่เหมาะกับสาวออฟฟิศวัยทำงาน เชิญชมได้เลยครับ.

Toyota Yaris 2020

1. Toyota Yaris ราคา 549,000 – 679,000 บาท

รถที่ตอบสนองความต้องการของสาวๆ คือ ต้องเป็นรถที่มีความอเนกประสงค์รอบด้าน ถ้าต้องการรถในรูปแบบแฮทช์แบค 5 ประตู ต้องลอง Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) ที่มาพร้อม Concept “Yes, That’s Right!” ที่สุดของความใช่ ในสไตล์คุณ

ปรับโฉมหน้าตาและด้านท้ายใหม่ ภายในตกแต่งใหม่ รถท้ายสั้น ขับขี่ง่าย หาที่จอดก็ง่าย ประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์รหัส 3NR-FKE ขนาด 1.2 ลิตร Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที กับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock ที่ปรับจูนเกียร์ให้ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ดีมากขึ้น

Toyota Yaris ATIV 2020

2. Toyota Yaris ATIV ราคา 539,000 – 674,000 บาท

รถที่ตอบสนองความต้องการของสาวๆ คือ ต้องเป็นรถที่มีความอเนกประสงค์รอบด้าน ถ้าต้องการรถในรูปแบบซีดาน 4 ประตู ต้องลอง Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) ที่มาพร้อม Concept “Yaris ATIV…Life Activated”

อีกทั้งชื่อรุ่น “ATIV” ยังมีที่มาจากคำว่า “Smart” และ “Active” โดดเด่นรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ตลอดทั้งคัน ทั้งภายนอกและภายใน ขับขี่ในเมืองสะดวกคล่องตัว ประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ถือว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานในเมือง

Toyota Corolla Cross 2020

3. Toyota Corolla Cross ราคา 989,000 – 1,199,000 บาท

ถ้าเป็นสาวออฟฟิศที่มีลูกแล้ว นอกจากจะต้องทำงานนอกบ้านแล้ว ช่วงเลิกงานหรือวันหยุด ยังต้องเป็นแม่บ้านอีกด้วย รถที่ดูเหมาะสมที่สุดคงต้องยกให้ Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) ที่มาพร้อมหน้าตาน่ารัก ถูกใจสาวๆ แน่นอน รวมไปถึงความอเนกประสงค์ของห้องโดยสาร ขับไปช็อปปิ้ง เจอฝนตก น้ำท่วม ลุยน้ำเบาๆ ได้ ช่างลงตัวกับชีวิตคนเมืองจริงๆ และมีให้เลือกกับแบบรุ่นเบนซินธรรมดา และรุ่นไฮบริด

เครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่นเบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

Nissan Almera 2020

4. Nissan Almera ราคา 509,000 – 659,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) เป็นอีกหนึ่ง Eco-Car แบบ 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด “Intelligent Urban Sedan” โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ใหม่โฉบเฉี่ยว และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) เป็นต้น

ภายในออกแบบใหม่หมด ใช้วัสดุคุณภาพสูง เน้นความประณีตในการประกอบ พร้อมพื้นที่ว่างเหนือศีรษะ พื้นที่วางขาที่กว้างขวาง คงไว้ซึ่งความเป็นผู้นำในด้านความกว้างขวางที่สุด ในรถยนต์ระดับเดียวกัน สาวๆ ถูกใจแน่นอน และหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ AIVI สะดวกสบายทั้งการใข้งานระบบนำทาง ระบบความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ ภายใต้การเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน

วางขุมพลังขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 152 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) มีประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

Honda City 2020

5. Honda City Turbo ราคา 579,500 – 739,000 บาท

เป็นตัวเลือกที่ฮอตฮิตมานานแล้ว สำหรับ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รถขวัญใจคุณผู้หญิงมาตั้งแต่รุ่นแรกเลยล่ะ สำหรับโฉมไมเนอร์เชนจ์นี้ เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 ชูดจุดเด่นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลายรูปแบบ เหมาะอย่างยิ่งกับการใข้งานในเมือง ขนของก็ได้ มีออพชั่นแพรวพราว ขับง่าย หาที่จอดก็ง่าย เป็นอะไรที่คุณผู้หญิงชอบมาก

มาพร้อมขุมพลังขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT และรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ประหยัดน้ำมัน ใช้งานในเมือง ลงตัวสุดๆ อีกทั้งยังมี City e:HEV รุ่นไฮบริด ให้เลือกอีกด้วย ในราคา 839,000 บาท

All-New Honda City Hatchback 2021

6. Honda City Hatchback Turbo ราคา 599,000 – 749,000 บาท

Honda City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค) ครั้งแรกในโลกกับฮอนด้า ซิตี้ ในรูปแบบ 5 ประตู ในไทย ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI

ผสานเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR) และการขับขี่ที่สนุกสนานกับ ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที

ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กม./ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด และสามารถรองรับน้ำมัน E20 อีกทั้งยังมี City Hatchback e:HEV รุ่นไฮบริด ให้เลือกอีกด้วย ในราคา 849,000 บาท

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

7. Honda Civic ราคา 964,900 – 1,199,900 บาท

สำหรับสาวออฟฟิศที่มีเงินเดือนสูงหน่อย (อย่างน้อยก็สัก 5 หมื่นบาทขึ้นไป จะได้ผ่อนสบายๆ) ตัวเลือกอย่าง Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ก็น่าสนใจ เพราะได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนับตั้งแต่เปิดตัว ตัวรถรูปทรงที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ที่เพิ่มความเหลี่ยมคมมามากขึ้น ยกระดับความสมบูรณ์แบบทั้งดีไซน์ และการใช้งานในทุกมิติ

และมั่นใจทุกการขับขี่กับ Honda SENSING ทุกรุ่นย่อย กับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ สะดวกสบายแบบเหนือกว่า กับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ พร้อม Honda Smart Key Card ล็อก และปลดล็อกรถได้ง่ายๆ เพียงพกการ์ดไว้กับตัว

ห้องโดยสารกว้างขวาง มีทั้งมุมหรูหรา เรียบง่าย และสปอร์ต ออพชั่นครบครัน ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม แรง เร้าใจ เกินกว่าใครจะตามทันกับขุมพลัง VTEC TURBO ใหม่ เบนซิน Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 178 แรงม้า ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

Mazda2 Sedan Sports 2021

8. Mazda2 ราคา 546,000 – 799,000 บาท

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับสาวเปรี้ยว หัวใจสปอร์ต นั่นคือ Mazda2 (มาสด้า2) 2021 Collection ยกระดับความคุ้มค่ากับออพชั่นที่เกินราคา กับพลัง Zoom-Zoom ดีไซน์เรียบหรูสง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอก ตามแนวคิด Kodo Design (โคโดะ ดีไซน์) ที่เรียบง่าย แต่งดงามตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า หนึ่งเดียวในตลาด และเครื่องยนต์เบนซิน SkyActiv-G ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.3 กม./ลิตร แถมภายในห้องโดยสารเทียบชั้นรถยุโรป หรูหรา ดูดี

อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก i-ACTIVSENSE เทคโนโลยีเชื่อมต่อกับโลกโซเชียลด้วย MZD CONNECT เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ i-ELOOP ทำงานควบคู่กับระบบ i-Stop และล่าสุดระบบ G-VECTORING CONTROL หรือระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ หนึ่งในชุดเทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS มั่นใจว่า ถูกใจคุณผู้หญิงอย่างแน่นอน

Suzuki Swift 2021

9. Suzuki Swift ราคา 557,000 – 629,000 บาท

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) ใหม่ จัดว่าเป็น Eco-Car รุ่นล่าสุด รูปทรงถูกใจคุณผู้หญิง และมีสมรรถนะไม่เล็กเลย Suzuki มาพร้อม Concept สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง WE STANDOUT ด้วย Sport Compact Car มาตรฐานระดับโลก บนแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT กับเทคโนโลยีอันทันสมัยช่วยในการขับขี่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เจาะกลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงาน ถูกใจคุณผู้หญิงแน่นอน ขับแบบเดิมๆ ก็ดูดี แต่งก็สวย น่ารัก

ชูจุดเด่นเทคโนโลยีเครื่องยนต์แบบ DUALJET ขนาด 1.25 ลิตร 83 แรงม้า มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ หรือ DUALJET เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบหัวฉีดคู่ ฉีดน้ำมันเข้าไปที่กระบอกสูบพร้อมกันทั้ง 2 หัวฉีด ได้กำลังและแรงบิดที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากกว่า 23 กม./ลิตร รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

MG ZS 2020

10. MG ZS ราคา 689,000 – 799,000 บาท

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) รถเอสยูวีเพื่อชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีสมาร์ทคาร์ รูปลักษณ์โดดเด่นสไตล์ บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) หรูหราทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวาง ออพชั่นเพียบ พ่วงด้วยระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System 9 ระบบ และยังติดตั้งระบบอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกในโลก ถือว่าถูกใจใครหลายๆ คน เลยทีเดียว

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ รหัส 15S4C ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ 8 สปีด และสามารถปรับโหมดพวงมาลัยได้ถึง 3 โหมด

ถ้าคุณผู้หญิงสนใจรถที่ทาง CARRO นำเสนอมา ก็ลองศึกษาหาข้อมูล ไปดูรถตัวจริง ทดลองขับ แล้วก็ดูว่างบประมาณที่มีมีอยู่ หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนได้ขนาดไหน ไปเลือกรถคันที่ใช่ได้เลย

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถใหม่ป้ายแดง มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครไม่มีงบซื้อรถป้ายแดง ลองหารถมือสองรุ่นข้างต้น มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

เปรียบเทียบ มวยคู่เด็ด! Honda City Turbo VS MG5 กับข้อดี ข้อเสีย ราคา ก่อนจะตัดสินใจซื้อ!

CARRO Thailand ขอเปรียบเทียบรถยอดนิยมแห่งปี 2021 กับรายละเอียดต่างๆ ข้อดี ข้อเสีย พร้อมตารางราคา และอัตราดอกเบี้ย กับ Honda City 2021 (ฮอนด้า ซิตี้) จัดว่าเป็นรถขายดีในเวลานี้ และ All-New MG5 2021 (เอ็มจี5) ใหม่ล่าสุดจากค่ายเอ็มจี

ซึ่งการมาของ MG5 ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถ Eco-Car (อีโคคาร์) กันอีกครั้ง และตัวรถยังให้อารมณ์สปอร์ตเหมือนกันทั้งคู่ CARRO เลยจับมาเปรียบเทียบกันให้เห็นกันจะๆ! หากใครสนใจรุ่นไหนอยู่ ลองคำนวณงบประมาณที่มี แล้วเลือกดูว่า จะผ่อนจะซื้อกันแบบไหนได้เลย

ถ้าคุณอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

Honda City 2021 / ฮอนด้า ซิตี้ 2021

Honda City 2021

ข้อดี : รูปทรงสวย สปอร์ต ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย พื้นที่เก็บสัมภาระ ใหญ่มาก เครื่อง 1.5 Turbo ที่แรงม้ามากกว่า อันนี้เป็นจุดได้เปรียบกว่า MG5 (ซึ่งสายซิ่งคงถูกใจแน่ๆ เพราะเอาไปต่อยอด แต่งได้อีกเพียบ) ช่วงล่างเกาะถนน ห้องเครื่องเก็บสายไฟ เก็บท่อต่างๆ ได้เรียบร้อย ชุดแต่ง ของแต่งในตลาดมีเพียบ เพราะได้เปรียบกว่าตรงที่ออกมาได้ 1 ปีกว่าแล้ว

ข้อด้อย : ราคาจำหน่าย ที่สูงไปนิดนึง อันนี้ถือเป็นข้อด้อยเมื่อเทียบกับ All-New MG5 ส่วนชุดคอนโซลภายใน ดูการดีไซน์รู้สึกเรียบง่ายไปหน่อย ซึ่งก็อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน กับระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch ที่หลายคนอาจจะไม่ “สะใจ” กับฟังก์ชั่นที่มีมาให้นัก

รายละเอียดตัวรถ : เป็นรถในขนาด B-Segment (หรือ Sub-Compact ที่กระโดดลงมาเล่นในตลาดรถ Eco-Car Phase 2 แต่ทาง Honda ไม่เรียก Eco-Car แต่เรียกเป็น Ecology Car)

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED และไฟท้ายแบบ LED
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED (ในรุ่น RS)
  • กระจังหน้าแบบโครเมียม
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
  • ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว (ในรุ่น RS)
  • เบาะหนังและภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ (เฉพาะรุ่น SV)
  • คอนโซลหน้าแบบ Piano Black (เฉพาะรุ่น SV/RS)
  • มาตรวัดเรืองแสงสีขาวพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่
  • ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT (ในรุ่น RS)
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (ในรุ่น RS)
  • พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (ยกเว้นรุ่น S)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ในรุ่น RS)
  • ชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน (ในรุ่น RS)
  • กระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS (ในรุ่น RS)
  • ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED (ในรุ่น RS)
  • กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว (ในรุ่น RS)
  • สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS (ในรุ่น RS)
  • เบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (ในรุ่น RS)

Honda City 2021 / ฮอนด้า ซิตี้ 2021

เครื่องยนต์ : ขนาด 1.0 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC VTEC 12 วาล์ว Turbocharger ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม) และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ทุกรุ่น ให้อัตราเร่ง และประหยัดน้ำมันได้ถึง 23.8 กม./ลิตร และมี Paddle Shifts เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ แบบ 7 สปีด และสามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้

มิติตัวรถ : ยาว 4,553 มม. กว้าง 1,748 มม. สูง 1,467 มม. ระยะฐานล้อ 2,589 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 135 มม. น้ำหนักรถ 1,150 – 1,165 กิโลกรัม

มีสีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS สีขาว Platinum (มุก) เฉพาะรุ่น RS และรุ่น SV สีดำ Crystal (มุก) สีเงิน Lunar (เมทัลลิก) สีเทา Modern Steel (เมทัลลิก) และสีขาว Taffata เฉพาะรุ่น V และรุ่น S

ราคาจำหน่าย :

  • รุ่น S (รุ่นเริ่มต้น) ราคา 579,500 บาท
  • รุ่น V (รุ่นกลาง) ราคา 609,000 บาท
  • รุ่น SV (รุ่นท็อป) ราคา 665,000 บาท
  • รุ่น RS (รุ่นท็อป-สปอร์ต) ราคา 739,000 บาท

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

All-New MG5 2021

ข้อดี : รูปทรงสวย สปอร์ต มาพร้อมนิยาม “BEYOND” ที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ที่มีความโดดเด่นและมีมุมมองที่เหนือระดับ ได้เปรียบกับความใหญ่ของตัวรถที่กินขาดรถ C-Segment หรือใหญ่เทียบเท่า Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ทีเดียว รวมถึงหน้าตารถ และท้ายรถ ที่ดูคล้ายกับรถยุโรปอย่าง Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) เรื่องการดีไซน์ถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว ถูกใจคนชอบรถยนต์แนวยุโรป แต่ราคาสบายกระเป๋ากว่ามากครับ

และห้องโดยสารภายในที่มีความใหญ่กว่า ออฟชั่นมาตรึม! พร้อมกับหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว “ใหญ่สะใจ” คนชอบหน้าจอโตๆ ผนวกกับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART สังการทำงานด้วยเสียงได้ พัฒนาดีขึ้นกว่าเดิม กับระบบ Smart Check, Smart Command และ Smart Connect อันเป็นจุดเด่นของ MG รวมถึงซันรูฟไฟฟ้า หลังคาเปิดได้ อันนี้ถือว่าได้เปรียบมากกว่า Honda City Turbo อย่างเห็นได้ชัด

ข้อด้อย : อาจจะเป็นในเรื่องของวัสดุพลาสติก ที่สมราคา แต่ก็ไม่แย่นะ การเก็บงาน ความหนาของชิ้นงาน ถือว่าดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ ซึ่งฝากระโปรงท้าย มีเพิ่มพลาสติกตัวเหล็กยกด้วย กับในส่วนของเครื่องยนต์ที่จุดนี้อาจจะดูด้อยกว่า City Turbo หน่อย หลายคนอาจจะผิดหวังที่ MG5 ตัว Turbo ไม่มา แต่เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรตัวนี้ เน้นใช้งานในเมืองก็ถือว่า OK แม้จะไม่แรง แต่ก็ได้ประหยัดน้ำมัน

รวมถึงศูนย์บริการที่แม้จะมีถึง 150 แห่งแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเทียบกับของ Honda ที่มีมากกว่ามาก อาจจะเป็นจุดด้อยสำหรับคนที่ต้องนำรถเข้ารับบริการ กรณีอยู่ในต่างจังหวัด

รายละเอียดตัวรถ : เป็นรถในขนาด B-Segment ที่มีใหญ่กว่ารถยนต์ประเภท B-Segment ทั่วไป

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ :

  • ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ
  • ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว (เฉพาะรุ่น X)
  • หลังคาซันรูฟ (เฉพาะรุ่น X)
  • วัสดุภายในเป็นแบบผิวสัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ในหลายตำแหน่ง
  • เบาะหนังสังเคราะห์ (ยกเว้นรุ่น C)
  • หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และโทรศัพท์มือถือระบบ Android
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น
  • ปุ่ม PUSH Start
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • กรองอากาศ PM 2.5
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น X)
  • มาตรวัดอัจฉริยะแสดงผลแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์ MG ที่โดดเด่นด้วยระบบการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุด คือ กุญแจดิจิตอล (Digital Key) ที่เจ้าของรถสามารถส่งผ่านมายังโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้กุญแจในการสตาร์ท อีกทั้งยังสามารถส่งกุญแจดิจิตอลให้กับผู้อื่นเพื่อใช้งานรถยนต์ได้ด้วยการรับ-ส่งโค้ด ผ่านทางแอพพลิเคชั่น i-SMART (เฉพาะรุ่น X)
  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA
  • เบรกมือไฟฟ้า (EPB)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (AVH)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA) (เฉพาะรุ่น X)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD) (เฉพาะรุ่น X)
  • ม่านถุงลมนิรภัย (เฉพาะรุ่น X)
  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ (เฉพาะรุ่น X)
  • ระบบควบคุมการทรงตัวในขณะเข้าโค้ง (XDS)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล (TCS)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS) และอื่นๆ อีกมากมาย

จุดเด่น All-New MG5 ใหม่

เครื่องยนต์ : ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที

ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 8 สปีด และประหยัดน้ำมันได้ถึง 17.9 กม./ลิตร (ตาม ECO Sticker) และสามารถรองรับน้ำมัน E85 ได้

มิติตัวรถ : ยาว 4,675 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,473 มม. (รุ่น X 1,480 มม.) ระยะฐานล้อ 2,680 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 138 มม. น้ำหนักรถ ประมาณ 1,2XX กิโลกรัม

มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีเหลือง (Nuclear Yellow), สีขาว (Arctic White), สีดำ (Black Knight), สีเงิน (Silver Metallic), สีแดง (Scarlet Red) และสีเทา (Metal Ash Grey)

*สำหรับรุ่น C มีให้เลือก 3 สี คือ สีขาว, สีดำ และสีเงิน, รุ่น D มีให้เลือก 4 สี คือ สีขาว, สีดำ, สีเงิน และสีเทา และรุ่น X มีให้เลือก 5 สี คือ สีขาว, สีดำ, สีเทา, สีเหลือง และสีแดง

ราคาจำหน่าย :

  • รุ่น C (รุ่นเริ่มต้น) ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น D (รุ่นกลาง) ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น X (รุ่นท็อป) ราคา 689,000 บาท

ตารางผ่อนดาวน์ Honda City 2021

ตารางผ่อนดาวน์ Honda City 2021 / ฮอนด้า ซิตี้ 2021

ตารางผ่อนดาวน์ All-New MG5 2021 ใหม่

  • รุ่น C ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น D ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น X ราคา 689,000 บาท

ตารางผ่อนดาวน์ All-New MG5 2021 ใหม่

อย่างไรก็ตาม ขอให้บทความนี้เป็นเครื่องมือช่วยให้ทุกท่าน เลือกรถคู่ใจได้ตามความต้องการ และตามงบที่มี เพราะการเลือกซื้อรถแต่ละคัน แต่ละคนย่อมมีรสนิยม ความชอบ ความพึงพอใจ ในหลายองค์ประกอบไม่เหมือนกัน

รวมไปถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์ด้วย ที่ต่างคนก็ต่างมีประสบการณ์ในการเจอที่ปรึกษาการขาย เจอดีลเลอร์ เจอการซ่อม การเคลม หรือราคาอะไหล่ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การที่คุณเลือกรถใช้แบรนด์ต่างจากคนอื่น ไม่ใช่เรื่องผิดแต่ประการใดจ้า

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี) ใหม่ ครั้งแรกในโลก ยนตรกรรมซิตี้คาร์แฮทช์แบ็กฟูลไฮบริด ที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งของ Line-Up Hybrid ของฮอนด้าไปอีกขั้น และเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของ The City Series (เดอะ ซิตี้ ซีรีส์)

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

มาพร้อมจุดเด่นเทคโนโลยี Full Hybrid อันทรงพลัง กับระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD มั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “Honda SENSING” (ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง) พร้อมด้วยเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR) ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม ดีไซน์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน ด้วยดีไซน์สไตล์ RS รอบคัน เสริมเอกลักษณ์ยนตรกรรมไฮบริดด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และโลโก้ e:HEV

พร้อมแนะนำสีใหม่สุดเอกซ์คลูซีฟ กับ สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) เสริมความมั่นใจในการใช้งานด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ด้วยราคาจำหน่ายรุ่น e:HEV RS 849,000 บาท

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

เมื่อปลายปี 2563 ฮอนด้า ได้เปิดตัว Honda City Hatchback 2020 ใหม่ และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้า โดยมีจุดเด่นคือการผสานการขับขี่ที่สนุกสนานและความอเนกประสงค์ สไตล์แฮทช์แบ็กไว้อย่างลงตัว

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

มูฟอย่างมีสไตล์ สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตไฮบริดรอบคัน ด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้าและสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย สปอร์ตยิ่งขึ้นกับดีไซน์สไตล์ RS รอบคัน ด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS กันชนหน้าและหลังสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟท้ายแบบ LED และ ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต ปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ผสานฟังก์ชันการใช้งานและเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์ไว้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งแถบสีแดง รองรับการใช้งานในทุก Movement ด้วยเบาะนั่ง อัลตรา ซีท (ULTR) ที่สามารถแยกพับแบบ 60:40 และปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด พร้อมด้วยห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่

  • Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
  • Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
  • Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง
  • Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

พร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศตอนหลัง พร้อมช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงวิทยุหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และระบบสตาร์ตเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) พนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว เป็นต้น

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

มาในครั้งนี้ ได้นำเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อนอันทรงพลังและล้ำสมัย กับระบบฟูลไฮบริด และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ผนวกกับเอกลักษณ์ความเป็นยนตรกรรมสไตล์แฮทช์แบ็ก

พร้อมมูฟไปกับพลังเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอันล้ำสมัย กับระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ระบบ Full Hybrid ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า และ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน

มอบสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก แรงเกินคลาส โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดเพื่อตอบรับกับทุกการใช้งาน ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27 กม./ลิตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

มูฟได้อย่างมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และ ระบบ Auto Brake Hold ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT)

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

มูฟไปทุกที่อย่างไร้กังวล ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเทคโนโลยีระดับพรีเมียมในค่าบำรุงรักษาสไตล์ซิตี้คาร์ ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์* (Honda Ultimate Care) ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

มูฟไปตามใจคิด เปี่ยมไปด้วยพลังใหม่ในแบบของคุณ กับ City Hatchback ราคา

  • รุ่น e:HEV RS ราคา 849,000 บาท

มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) เฉพาะซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี เท่านั้น สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโซนิค (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)

มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น กับ ดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ Honda City Hatchback e:HEV ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2564 – 31 กรกฎาคม 2564 รับฟรีหูฟัง Skullcandy True Wireless Earbuds รุ่น Sesh Evo สี Deep Red มูลค่า 3,590 บาท

สัมผัส Honda City Hatchback e:HEV ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

Honda เปิดตัว Honda City Hatchback e:HEV ครั้งแรกในโลก

เสริมความสปอร์ตพรีเมียมในทุก Movement ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo (โมดูโล) ที่มาพร้อมแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก อาทิ ชุดป้องกันรอยบริเวณที่เปิดประตู ราคา 1,100 บาท ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง ราคา 5,500 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท คิ้วบันไดสแตนเลส LED ราคา 4,400 บาท แผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ ราคา 900 บาท กล้องวิดีโอติดรถยนต์ ราคา 3,850 บาท

หรือเลือกตกแต่งในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ทั้งหมด 2 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Modulo Aero Sport Package ราคา 21,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง
  • Modulo Aero Package ราคา 16,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และ สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น

ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/line-up/honda-city-hatchback-eHEV

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

All-New-Honda-City-Hatchback-And-Hybrid-2021

Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) เป็นหนึ่งในรถโมเดลสำคัญของ Honda ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าในไทยตั้งแต่ปี 2539 จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาด Sub-Compact ในไทยได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับ Honda City เจเนอเรชันที่ 5 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นครั้งแรกที่แนะนำเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร เข้าสู่ตลาด

และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม ด้วยยอดจำหน่ายและยอดจองรวมกว่า 35,000 คัน ภายในเวลาหนึ่งปีหลังเปิดตัว ในครั้งนี้ ฮอนด้า ซิตี้ จะกลับมาสร้างปรากฏการณ์ และยกระดับมาตรฐานใหม่ ให้กับรถซิตี้คาร์อีกครั้ง ด้วยการแนะนำ ฮอนด้า ซิตี้ 2 รุ่นใหม่ …

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

Honda City Hatchback 2021 (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก)

ครั้งแรกในโลกกับการเผยโฉมฮอนด้า ซิตี้ ในรูปแบบ 5 ประตู กับ Honda City Hatchback ใหม่ ที่ประเทศไทย ผสานเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR) และการขับขี่ที่สนุกสนานกับ ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กม./ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด และสามารถรองรับน้ำมัน E20

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

ภายนอกโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED และไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ภายในห้องโดยสารหรูหราสวยงามในโทนสีดำ มาพร้อมเบาะหนัง (เฉพาะรุ่น SV) คอนโซลหน้าแบบ Piano Black มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และเทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ และทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน Honda CONNECT

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

ในส่วนของเบาะนั่ง อัลตรา ซีท (ULTR) แยกพับแบบ 60:40 ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ได้แก่

  • Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
  • Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
  • Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง
  • Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด

และสปอร์ตยิ่งขึ้นกับ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ รุ่น RS ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้าและกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต ปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังตกแต่งสีดำแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

ภายในห้องโดยสาร สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งแถบสีแดง มาพร้อมพนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง พร้อม Honda CONNECT และสีภายนอก สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) เฉพาะรุ่น RS

ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทางด้วยถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) เป็นต้น

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น S+ ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น SV ราคา 675,000 บาท
  • รุ่น RS ราคา 749,000 บาท

มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS สีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) พร้อมด้วย สีขาวแพลทินัม (มุก) เฉพาะรุ่น RS และ SV สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโซนิค (มุก) และสีขาวทาฟเฟต้า เฉพาะรุ่น S+

เสริมความสปอร์ตในสไตล์คุณไปอีกขั้นด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น

  • ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง ราคา 5,500 บาท
  • คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท
  • แผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ ราคา 900 บาท
  • สติกเกอร์ตกแต่งล้ออัลลอย ราคา 320 บาท (ราคาต่อ 1 ชุดมี 4 ชิ้น)
  • ไฟตัดหมอกแบบ LED ราคา 5,500 บาท และ
  • กล้องหน้ารถ ราคา 3,850 บาท

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจ ทั้งหมด 2 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Modulo Aero Package ราคา 16,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
  • Modulo Aero Sport Package ราคา 21,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

หมายเหตุ

  • อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
  • สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท
  • สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาโซนิค (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
  • ราคาแพ็กเกจชุดแต่งโมดูโล ไม่รวม VAT 7%
  • ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/line-up/honda-city-hatchback

New-Honda-City-Hybrid-2021

Honda City e:HEV 2021 (ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี) ใหม่

ยนตรกรรม Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ City Car ในประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive i-MMD ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นระบบ Full Hybrid ที่ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบ/นาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กม./ลิตร และรองรับน้ำมัน E20

พร้อมเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ดีไซน์สปอร์ตโดดเด่น ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS เสริมเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็นไฮบริดด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และโลโก้ e:HEV ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม

New-Honda-City-Hybrid-2021

พุ่งทะยานได้อย่างมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

New-Honda-City-Hybrid-2021

มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยเพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง เช่น ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) และเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เป็นต้น

New-Honda-City-Hybrid-2021

โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่บ่งบอกความเป็นยนตรกรรมไฮบริดที่ชัดเจนด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย และเสริมความสปอร์ตในสไตล์ RS รอบคัน ด้วยกระจังหน้าและสปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว มาพร้อมล้ออัลลอย 16 นิ้วดีไซน์สปอร์ต

New-Honda-City-Hybrid-2021

New-Honda-City-Hybrid-2021

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายในทุกมิติ มาพร้อมเบาะหนังกลับดีไซน์สปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศตอนหลัง พร้อมช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) เป็นต้น

New-Honda-City-Hybrid-2021

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ รุ่น e:HEV RS ราคา 839,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก) สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)

เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

All-New-Honda-City-Hatchback-2021

พิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถสัมผัส ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ที่จัดแสดง ณ ลานกิจกรรมชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่วันที่ 24 – 26 พฤศจิกายน 2563 และสามารถติดต่อที่ปรึกษาการขายได้ ณ บริเวณงาน

หลังจากนั้นสามารถสัมผัส เดอะ ซิตี้ ซีรีส์ ใหม่ ทั้ง 2 รุ่น ได้ที่บูทฮอนด้า A14 ในงาน Motor Expo 2020 ตั้งแต่วันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และสัมผัส ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 และพบกับฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2564 เป็นต้นไป

สำหรับลูกค้าที่จอง ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 – 31 มกราคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2564 จะได้รับหูฟัง Skullcandy True Wireless Earbuds รุ่น Sesh Evo สี Deep Red มูลค่า 3,590 บาท และ Honda Jacket มูลค่า 500 บาท*

และสำหรับลูกค้าที่จอง ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 – 31 ธันวาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 จะได้รับ Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge 3 สี Graphite/Black มูลค่า 6,490 บาท และ Honda Jacket มูลค่า 500 บาท*

* ข้อเสนอพิเศษเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

ส่วนใครที่อยากขายรถ ไม่ว่าจะเป็นรถบ้าน รถมือสอง ก็สามารถปรึกษากับทางเราดูก่อนได้ เพียงแค่คุณขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Carro-New-Honda-City-2020

เตรียมเก็บเงินซื้อได้เลย Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รถยอดนิยมของค่าย Honda เจนเนอเรชั่นที่ 5 เตรียมเปิดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่ไทย ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 นี้ นับเป็นครั้งแรกของ City กับการกระโดดลงมาเล่นในตลาดรถ B-Segment (หรือ Eco-Car นั่นเอง)

Honda-Civic-2020-Render

แต่ก็ต้องรอดูกันครับว่า Honda City หน้าตาจะออกมาแบบนี้ เป๊ะๆ หรือเปล่า! แต่การออกแบบตัวรถ คาดว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก Honda Insight (ฮอนด้า อินไซท์) รถ Premium Compact แบบ 5 ประตู ที่ถูกวางหมากให้เหนือกว่า Honda Civic ซึ่งเปิดตัวไปในงาน Detroit Auto Show 2018 ที่ผานมา

Honda-Civic-2020-Render

รูปโฉมภายนอก ทางผู้จัดทำได้ออกแบบให้เข้ากับหน้าตาของรถฮอนด้ารุ่นพี่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมกระจังหน้าแบบ “Flying Wing” รูปตัวยูสีเทา รับกับชุดไฟหน้า คู่กับไฟ Daytime Running Light เล่นเส้นสายตัวถังดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว และชุดไฟท้ายเรียวยาว ดูคล้ายกับใน Honda Insight

ในส่วนของเครื่องยนต์ ถือได้ว่าเปลี่ยนใหม่หมดกับเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC VTEC 12 วาล์ว Turbo Dual VTC ให้แรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000–4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT และเครื่องคาดว่าสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

ส่วนตัว Turbo นั้นใช้เป็นแบบ Single Scroll ของ Borg Warner ยังช่วยให้ตัวรถประหยัดน้ำมันมากขึ้นถึง 33%

และอีก 1 เซอร์ไพรส์ในครั้งนี้ คือ Honda อาจจะมีรุ่น Hybrid ให้กับ City ด้วย โดยจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Hybrid i-MMD (New Generation) แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวแรกใช้ขับเคลื่อน และอีกตัวเป็นเจนเนอเรเตอร์ ปั่นกระแสไฟฟ้า อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันคาดอยู่ประมาณ 23.25 กม./ลิตร

Honda-Insight-Prototype Honda-Insight-Prototype Honda-Insight-Prototype Honda-Insight-Prototype

Honda Insight ต้นแบบของภาพ Render ของ Honda City ใหม่

ในส่วนของราคาจำหน่าย คาดว่าไม่ต่างจากเดิมนัก ซึ่งอาจจะเท่าเดิม หรือถูกกว่าเดิมก็เป็นไปได้ โดยจะอยู่ระหว่าง 5 แสนบาท ไปจนถึงรุ่น Top สุด ประมาณ 7 แสนบาท

ซึ่ง Honda City ใหม่ พบกันแน่นอน ช่วงบ่ายวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ โดยมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน Turbo และคาดว่าจะมีเครื่องยนต์ไฮบริด มาให้เลือกด้วย ส่วนใครอยากได้ เก็บเงินด่วน!

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา:

  • ภาพจาก Paultan.org
Carro-Review-Honda-City-CNG
ถ้าจะพูดถึง Honda City CNG (ฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี) ที่เปิดตัวออกมาตอบรับความต้องการ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2557 สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประหยัดเงินในกระเป๋า มีงบประมาณมีอยู่เพียงจำกัด ไม่อยากจ่ายเงินผ่อนกับดอกเบี้ยในแต่ละเดือนมาก การมองหา Honda City CNG มือสอง ก็ถือเป็นทางออกที่ดี
Review-Honda-City-CNG

แม้ว่าในช่วงหลัง ราคาน้ำมันเริ่มปรับลดลง (หรือว่า? คนไทยคงรับกันได้แล้ว กับเรื่องน้ำมันเบนซินแพงจนชินชา) ทำให้รถที่ติดตั้งก๊าซธรรมชาติ CNG เริ่มมีบรรดา Maker ผลิตออกจากโรงงานสู่ตลาดน้อยลงเรื่อยๆ จนในที่สุด Honda ก็เลิกผลิต Honda City CNG ไปในช่วงประมาณปลายปี 2559

แต่ถ้าคุณยังสนใจที่จะมองหา Honda City CNG มาใช้งาน เราขอแนะนำในรีวิวนี้ครับ.

Review-Honda-City-CNG

รูปลักษณ์ การดีไซน์ ของฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี พูดง่ายๆ ก็คือ ฮอนด้า ซิตี้ ในรุ่นปกติ แตกต่างกันแค่รถรุ่นนี้ มีการติดตั้งพลังงานทางเลือกซีเอ็นจี ให้ลูกค้าได้เลือก และจะมีเพียงสเปคบางอย่างที่แตกต่างกันนิดหน่อย

โดยหน้าตาของซีตี้ ซีเอ็นจี ไฟหน้าจะเป็นแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ ถ้าเป็นรุ่น S ให้สังเกตว่าจะเป็นสีดำ แต่ถ้าเป็นรุ่น V จะเป็นแบบโครเมียม ดูหรูหราขึ้นมาหน่อย เช่นเดียวกับกระจังหน้า และคิ้วกระโปรงด้านท้าย ถ้าเป็นรุ่น V จะเป็นแบบโครเมียม แต่ถ้ารุ่น S จะขึ้นอยู่กับสีรถแต่ละคัน

Review-Honda-City-CNG

และจุดที่บ่งบอกว่ารถรุ่นนี้คือซิตี้ ซีเอ็นจี ก็คือป้ายสัญลักษณ์ CNG ที่ติดตั้งอยู่ใกล้ๆ กับป้าย i-VTEC ตรงฝากระโปรงด้านหลังเหนือไฟท้าย ส่วนล้ออัลลอยรถคันนี้ เป็นแบบ 15 นิ้ว ดูดีตามมาตรฐาน

Review-Honda-City-CNG

มิติตัวรถ ยาว 4,440 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,471 มม. ระยะฐานล้อ 2,600 มม.

Review-Honda-City-CNG

Review-Honda-City-CNG

เปิดมาดูภายในห้องโดยสารสีเบจ ทำให้ดูกว้างขวาง โปร่ง โล่ง ส่วนการตกแต่งระหว่างรุ่นปกติและรุ่นท็อปต่างกันเพียงเล็กน้อย นอกจากนั้นแล้ว ตัวเรือนไมล์หรือหน้าจอแสดงผลนั้น ถ้าเป็นรุ่นท็อป จะเป็นสีฟ้า ที่แสดงข้อมูลผลการขับขี่ ดูง่าย ไม่ปวดตา แต่ถ้าเป็นรุ่นปกติจะเป็นสีส้ม

Review-Honda-City-CNG

Review-Honda-City-CNG

จุดที่แตกต่างกันอีกอย่างก็คือ พวงมาลัย ที่ดีไซน์ไม่เหมือนกัน แต่คุณสมบัติไม่ได้ต่างกัน สามารถปรับระดับระดับได้ 4 ทิศทาง ใกล้ๆ กันกับพวงมาลัย จะมีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ และยังมีปุ่มเลือกการขับขี่แบบน้ำมัน หรือแบบก๊าซซีเอ็นจี ซึ่งจะมีไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่ว่าตอนนี้ใช้ระบบอะไร และยังมีไฟแสดงสถานะปริมาณก๊าซ CNG ให้ผู้ขับขี่ได้รับทราบ

Review-Honda-City-CNG

ส่วนเบาะของผู้ขับขี่ ก็ปรับ สูง-ต่ำ ตามความถนัดของแต่ละคนได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องความสะดวกสบาย เพราะหากใครเคยนั่งฮอนด้า ซิตี้ ในรุ่นปกติยังไง รุ่นนี้ก็เป็นแบบนั้น โดยพื้นที่ห้องโดยสารด้านหน้ากว้างขวาง ทัศนวิสัยดี ส่วนพื้นที่เบาะด้านหลังก็นั่งสบายแม้ผู้โดยสารจะมีรูปร่างสูงใหญ่

และสิ่งที่หลายคนกังวลคือ พื้นที่เก็บของด้านหลัง เนื่องจากต้องกันพื้นที่ส่วนหนึ่งในการจัดเก็บถังก๊าซซีเอ็นจี งานนี้บอกเลยว่าไม่ต้องกังวล คุณยังสามารถที่จะขนสัมภาระต่างๆ ของคุณได้

Review-Honda-City-CNG

ส่วนอุปกรณ์ความบันเทิงต่างๆก็มีให้ทั้งวิทยุ, CD แบบ 1 แผ่น, MP3 และลำโพงอีก 4 ตัว สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบบลูทูธได้ พร้อมกับมีช่องเชื่อมต่อ พวก USB/AUX หรือพวกอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ได้

เอาเป็นว่าเฉพาะหน้าตา รูปลักษณ์ ทั้งภายนอกภายใน ถือว่าสวยงาม และครบครัน ตามมาตรฐานของฮอนด้า!

Review-Honda-City-CNG

ฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC รองรับทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซ CNG โดยระบบน้ำมัน ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที

ส่วนระบบก๊าซ CNG ให้แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที ระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นแบบหัวฉีด ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT แบบใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ขยายอัตราทดเกียร์ให้กว้างขึ้น พร้อมระบบ G-Design Shift ช่วยให้อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพ พร้อมอัตราเร่งที่ตอบสนองดียิ่งขึ้น และรองรับพลังงานทางเลือก E20

Review-Honda-City-CNG

ถังก๊าซ CNG มีความจุ 65 ลิตร ผลิตจากเหล็กคุณภาพสูง ทนทานต่อก๊าซแรงดันสูง และออกแบบจุดยึดถังก๊าซและโครงสร้างตัวถังแน่นหนาตามมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมแผงกั้นถังก๊าซเพื่อแบ่งสัดส่วนพื้นที่ติดตั้งถังก๊าซและห้องสัมภาระด้านท้าย อีกทั้งช่วยป้องกันแรงกระแทกบริเวณห้องสัมภาระด้านท้าย

Review-Honda-City-CNG

สำหรับตำแหน่งหัวรับเชื้อเพลิง CNG ได้รับการออกแบบให้อยู่ใกล้กับจุดเติมน้ำมัน พร้อมลิ้นป้องกันการไหลย้อนกลับของก๊าซ มีสวิตช์เลือกปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานได้ระหว่างน้ำมันและก๊าซ CNG พร้อมไฟแสดงสถานะการใช้และปริมาณก๊าซ โดยกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) จะทำหน้าที่ประมวลผลการจ่ายก๊าซและช่วยตัดการจ่ายก๊าซ CNG ได้อย่างแม่นยำ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือระบบทำงานผิดปกติ และระบบกันสะเทือนหน้า-หลังที่ได้รับการออกแบบเฉพาะสำหรับระบบ CNG เพื่อการทรงตัวที่ดีมั่นคงในทุกการขับขี่ 

สำหรับจุดเติมของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ CNG ที่อยู่ใกล้กัน ทั้งเติมแบบน้ำมันและแบบซีเอ็นจี เรื่องความปลอดภัยของซีเอ็นจีนั้น จุดนี้มองว่าหายห่วง เพราะรถระดับนี้ถูกดีไซน์และพัฒนามาหลายขั้นหลายตอนกว่าจะนำออกมาขายได้ แถมมีการรับประกันสร้างความอุ่นใจ ดีกว่าไปติดตั้งเอง และเสี่ยงต่อมาตรฐานหรือคุณภาพของถังหรือผู้ที่ติดตั้ง

ฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ S CNG MT, S CNG AT และ V CNG AT มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีแดงคาร์เนเลียน (มุก) และสีน้ำตาลโกลเด้น (เมทัลลิก)

หมายเหตุ:

– สีดำคริสตัล (มุก) และสีแดงคาร์เนเลียน (มุก) ตอนเป็นรถมือหนึ่ง ต้องเพิ่มเงินอีก 6,000 บาท
– รุ่น S CNG MT มี 3 สีให้เลือก คือ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และสีดำคริสตัล (มุก)
– รุ่น S CNG AT มี 4 สีให้เลือก คือ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
– รุ่น V CNG AT มี 6 สีให้เลือก คือ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก), สีดำคริสตัล (มุก), สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก), สีแดงคาร์เนเลียน (มุก) และสีน้ำตาลโกลเด้น (เมทัลลิก)

Review-Honda-City-CNG

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO …

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

รุ่นนี้ในตลาดรถมือสอง ถือว่าได้รับความนิยมพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนวัยทำงานใหม่ พ่อค้าแม่ค้า คนทำงานอาชีพอิสระ หรือบริษัทต่างๆ ที่ซื้อไว้ใช้งานเป็นรถประจำบริษัท เป็นรถรุ่นมีวิ่งให้เห็นกันเกลื่อนเมือง อีกทั้งยังเป็นรถ Honda เพียงรุ่นเดียวที่ติดตั้งก๊าซ CNG ออกมาจากโรงงาน ได้เปรียบในเรื่องรับประกันคุณภาพมาตรฐาน 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร …

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าคุณเป็นคนที่จำเป็นต้องใช้รถเยอะ ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะก๊าซธรรมชาติ CNG ยังไงก็ประหยัดกว่าใช้น้ำมันเบนซินอยู่แล้ว ตกเฉลี่ยกิโลเมตรละประมาณ 50 สตางค์ ขึ้นอยู่กับสภาพจราจร และการขับขี่ของแต่ละคน

ขณะที่จุดด้อยเท่าที่เห็น คือเรื่องของพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านท้าย ที่ต้องยกเนื้อที่ส่วนหนึ่งให้กับถัง CNG และแน่นอน การมีถังก็ทำให้น้ำหนักรถเพิ่มขึ้น และต้องใช้เวลาเติมบ่อย กับเติมนาน นอกนั้นไม่มีอะไรมาก

และ สถานีบริการของเอ็นจีวี ที่ยังมีจำนวนไม่มากพอ (ถ้าเทียบกับ LPG หรือปั้มน้ำมันทั่วไป) ดังนั้นก่อนจะซื้อ ก็ลองสำรวจเส้นทางในการใช้รถใช้ถนนของตัวเองว่า มีสถานีรองรับหรือไม่อย่างไร เพราะอาจจะลำบากหน่อยเวลาขับรถในบางย่าน หรือขับรถออกต่างจังหวัด

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ตัวรถไม่จุกจิก ทนทาน ประหยัด ราคาอะไหล่ไม่แพง เตรียมงบไว้สำหรับดูแลตามปกติ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท (กรณีดูแลรักษาทั่วไป ถ้ามีเช็คระยะใหญ่ ก็อาจจะต้องเตรียมเงินไว้เพิ่ม) ครับ

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

สำหรับ Honda City CNG โฉมปี 2014 – 2016 มีราคามือสองอยู่ที่ 300,000 – 380,000 บาท (เป็นราคาในตลาดรถปี 2564 โดยประมาณ และขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย กับ สภาพของตัวรถ)

Download Catalogue Honda City CNG คลิกที่นี่ >>> Honda-City-CNG-8-2014-Brochure

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากซื้อรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ