CARRO แนะนำรถมือสอง Honda Civic FB

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งจัดได้ว่าเป็นรถยนต์แบบ C-Segment ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ในไทยมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น แต่ก็รุ่นที่ออกแบบได้อย่างพลิกโฉมพอสมควร เมื่อเทียบกับโฉมที่แล้วที่ดูล้ำมาก มาเป็นความสวยที่มีเหลี่ยมมุม คุณจะนึกถึงรุ่นไหน?

สำหรับ MR.CARRO ต้องนึกถึง “Honda Civic” โฉม “FB” เจเนอเรชั่นที่ 9 ครับ ที่แม้ว่าคนชอบฮอนด้า จะวิพากษ์วิจารณ์กันถึงรูปทรงของรถรุ่นนี้พอสมควร ว่าทำไม Civic ถึงสวยรุ่นเว้นรุ่นอีกแล้ว! แต่ก็สร้างยอดจองได้ 5,000 คันแรก ตั้งแต่เดือนแรกของการเปิดตัวเลยนะ!

ใครที่กำลังมองหารถมือสองรุ่นนี้อยู่ MR.CARRO จะมาเล่าให้ฟังว่า Civic FB มีประวัติความเป็นมา และน่าใช้ตรงไหนบ้าง …

Honda Civic FB เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เจเนอเรชั่นที่ 9 เริ่มพัฒนาในเดือนพฤษภาคม 2010 ก่อนจะนำเสนอรถต้นแบบและออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 20 เมษายน 2011 มีให้เลือกทั้งในแบบ Sedan 4 ประตู และแบบ Coupe 2 ประตู

Honda Civic Hatch - Tourer FK เวอร์ชั่นยุโรป

สำหรับในเวอร์ชั่นยุโรป มีเฉพาะแบบ Hatchback 5 ประตู, รุ่น Tourer และรุ่นพลังแรงอย่าง Type R ในรหัส FK ที่พัฒนาจากรุ่นเดิมใหม่หมด ให้เลือกซื้อ เปิดตัวตามมาในช่วงเดือนกันยายน 2011 เป็นรถที่ผลิตจากโรงงาน Honda of the UK Manufacturing ในเมือง Swindon ประเทศอังกฤษ

Honda Civic Type R FK เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

ซึ่งเดิมทีนั้น Honda เตรียมทยอยเปิดตัว Civic FB ตามประเทศต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2011 แต่ด้วยวิกฤตแผ่นดินไหวใหญ่ และเกิดสึนามิถล่มในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคม 2011 ทำให้ Honda R&D และโรงงานผลิตชิ้นส่วนได้รับความเสียหาย Honda จึง ต้องเลื่อนการเปิดตัว Civic FB ในหลายประเทศทั่วโลก

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

ไม่เว้นแม้แต่ในไทย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ซึ่งทำให้โรงงานผลิตรถยนต์ Honda ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำท่วมไปด้วย จึงถูกเลื่อนการเปิดตัวเช่นกัน โดยในไทยเปิดตัวเมื่อ 10 พฤษภาคม 2555 ครับ และการมาครั้งนี้ต้องยิ่งใหญ่ โดยคาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 35,000 คัน/ปี!

และหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า … นี่เป็น Honda Civic 4 ประตู รุ่นแรก ที่ไม่มีการผลิตหรือนำเข้าไปจำหน่ายในญี่ปุ่น เนื่องจากยอดขาย Honda Civic โฉม FD ที่ลดลงอย่างมาก จนทาง Honda ในญี่ปุ่นจึงตัดสินใจหยุดทำตลาดโฉม 4 ประตูรุ่นนี้ไป รวมไปถึงในรุ่น Civic Hybrid (ซีวิค ไฮบริด) ด้วย

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

เอาล่ะ … มาพูดถึงตัวรถกันดีกว่า รูปโฉมภายนอก ทาง Honda คุยว่านี่เป็นการออกแบบระดับ Top Class เลยเชียวนะ! ด้วยการใช้โครงสร้างแบบ Mono form ผสานดีไซน์เฉียบคม กับแนวคิด “เรียบ มีพลัง” ผนวกกับโครงสร้างตัวถังแบบ G-Force Control (G-CON) ตามมาตรฐานของฮอนด้า

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารมีความล้ำสมัยแบบ Futuristic Cockpit กับแนวคิด “ฉลาด ล้ำยุค” เพิ่มความเหลี่ยมสันมากขึ้นกว่าโฉมที่แล้วมาก ครบครันด้วยฟังก์ชั่นล้ำๆ อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ หรือ i-MID (Intelligent Multi-Information Display) เป็น Smart Interface ที่คนขับสามารถควบคุมการทำงานระบบต่างๆ ได้ตามความต้องการ รวมไปถึงระบบ Eco Assist ซึ่งช่วยแนะนำการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

ติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานมากมาย เช่น ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbags ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว Vehicle Stability Assist (VSA) และระบบบังคับเลี้ยวพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงแบบใหม่ (Motion Adaptive Electric Power Steering) ควบคุมทิศทางของตัวรถได้อย่างแม่นยำ และช่วยลดอาการหน้าดื้อโค้งหรือท้ายปัด

ขุมพลังมี 2 แบบให้เลือก ได้แก่ เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (ซึ่งเป็น Civic รุ่นสุดท้ายในไทย ที่มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก) และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร รหัส R20A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

ซึ่งเครื่องยนต์ทั้งสอง ได้รับการปรับปรุงในเรื่องของการลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วน มีมลพิษในไอเสียต่ำลง และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ และอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำตามมาตรฐาน EURO4

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

Honda Civic FB มือสอง โฉมแรก มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ในระดับราคาที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น ตามนี้

– รุ่น 1.8 S M/T ราคา 773,000 บาท และ 1.8 S A/T ราคา 828,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ อาทิ

– ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์
– ล้ออัลลอย 15 นิ้ว
– ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
– พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
– ปุ่ม ECON
– มาตรวัดระบบ MultiplexMeter พร้อมระบบเรืองแสง
– หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-MID พร้อมพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีสวิตช์ควบคุมระบบ i-MID
– เครื่องเสียง ช่องเชื่อมต่อ USB ช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
– กุญแจรีโมทมัลติฟังก์ชั่น
– ถุงลมคู่หน้า Dual SRS
– ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
– ระบบกระจายแรงเบรก EBD

– รุ่น 1.8 E A/T ราคา 909,000 บาท และ 1.8 E A/T Navi ราคา 964,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 S …

– ไฟตัดหมอกคู่หน้า
– ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
– เบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์
– เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง
– พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมสวิตช์ควบคุมระบบ i-MID และเครื่องเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– วิทยุ-ซีดี MP3 แบบ 1 แผ่น
– ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth)
– ระบบนำทางเนวิเกเตอร์พร้อมเครื่องเล่น DVD กล้องส่องภาพด้านหลัง (เฉพาะรุ่น 1.8 E A/T Navi)

และรุ่น Top สุด 2.0EL AT Navi ราคา 1,124,000 บาท มีอุปกรณ์โดดเด่นเพิ่มเติมจากรุ่นอื่นๆ อาทิ

– ล้ออัลลอย 17 นิ้ว
– ไฟหน้าแบบ HID พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ
– ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
– ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
– ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
– ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมเครื่องเล่น DVD และกล้องส่องภาพด้านหลัง
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbags
– ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA

มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีขาวฟรอสตี้ (เมทัลลิก) และสีน้ำตาลเออร์เบินไทเทเนียม (เมทัลลิก) ซึ่งเป็น 2 สีใหม่ นอกจากนี้ ยังมีสีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโพลิชเมทัล (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และสีขาวทาฟเฟต้า

สำหรับสีภายในห้องโดยสาร ในรุ่น 1.8 จะเป็นสีเบจ และรุ่น 2.0 เป็นสีดำ

Honda Civic Hybrid FB เวอร์ชั่นไทย

ต่อมาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 Honda ก็ได้สร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Honda Civic Hybrid (ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด) มาผลิตขายครั้งแรกในไทย หลังจากที่เคยนำเข้า Civic Hybrid ในโฉม Civic ES มาขาย แต่ขายแทบไม่ได้ และในครั้งนี้ยังนำแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน มาใช้กับรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในไทยเป็นรายแรกอีกด้วย ตั้งเป้าหมายการจำหน่ายไว้ที่ 7,200 คัน/ปี แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามคาด

Honda Civic Hybrid FB เวอร์ชั่นไทย

โดดเด่นด้วยกระจังหน้า ไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมกรอบสีฟ้า ไฟท้าย LED พร้อมเลนส์สี Clear Blue สปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ EV Mode ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน เมื่อใช้รถด้วยความเร็วต่ำ หรือ Idling Stop ดับเครื่องอัตโนมัติเมื่อรถจอดติดนิ่งๆ เป็นต้น

Honda Civic Hybrid FB เวอร์ชั่นไทย

เครื่องยนต์ระบบไฮบริดอัจฉริยะ Integrated Motor Assist หรือ IMA ของฮอนด้า มีระบบการทำงานแบบคู่ขนาน ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC และมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 132 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800 รอบต่อนาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุดที่ 106 นิวตัน-เมตร ที่ 500-1,546 รอบ/นาที กำลังสูงสุด 23 แรงม้า ที่ 1,546-3,000 รอบ/นาที

Honda Civic Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Hybrid ราคา 1,035,000 บาท และรุ่น Hybrid Navi ราคา 1,095,000 บาท

มีให้เลือก 3 สี คือ สีขาวออร์คิด (มุก) สีขาวฟรอสตี้ (เมทัลลิก) และสีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) พร้อมรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และขยายเวลารับประกันแบตเตอรี่เพิ่มอีก 5 ปี เป็น 10 ปี (สำหรับรถที่ลูกค้า ซื้อก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2556 เท่านั้น)

Honda Civic Modulo FB เวอร์ชั่นไทย

เดือนตุลาคม 2556 Honda เปิดตัวรุ่นพิเศษ Honda Civic Modulo โดยนำรุ่น 1.8 E มาตกแต่งด้วยชุดแต่งรอบคันของ Modulo ในราคา 939,000 บาท

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

14 มีนาคม 2557 Honda Civic ปรับโฉมใหม่ พร้อมเพิ่มรุ่นพิเศษ คือ รุ่น 1.8 ES และรุ่น 2.0 ES ซึ่งใส่ชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน ทั้งสเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง สเกิร์ตข้าง พร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Wing ปลายท่อไอเสียสเตนเลส และสัญลักษณ์ Sport บนฝากระโปรงท้าย

สำหรับรุ่น 1.8 E AT Navi มาพร้อมวัสดุตกแต่งแบบ Piano Black, ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ, ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ และล้ออัลลอย 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่

Honda Civic FB เวอร์ชั่นไทย

พร้อมเพิ่มระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง และม่านถุงลมด้านข้างเพื่อความปลอดภัยเหนือระดับ ในรุ่น 2.0 ES

มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า เงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) ดำคริสตัล (มุก) และเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) ในราคา 780,000 – 1,145,000 บาท

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

สำหรับเจ้า Honda Civic FB รุ่นนี้ บรรดาสาวกซีวิคอาจไม่ค่อยถูกใจนัก บางคนบอกถึงขั้น Fail เลยทีเดียว แม้ว่าตัวนี้จะมีความคล้ายก้บเจ้าโฉม FD เป็นอย่างมาก แต่ด้วยความที่เหลี่ยมคมขึ้น บางคนอาจไม่ถูกใจ แต่พูดถึงก็เป็นรถที่น่าใช้ ออพชั่นมากพอสมควร เมื่อเทียบกับรถคู่แข่ง และราคามือสองไม่แพงอีกรุ่น ที่มีคนมองหากันอยู่ตลอด

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

การขับขี่ค่อนข้างเกาะถนน นุ่มนวล ความเสถียรดีกว่ารุ่นเดิม จะมีสะเทือนหน่อยเมื่อลงหลุมบ่อ ช่วงล่างหลังปรับจากรุ่นเดิมแบบดับเบิลวิชโบน มาเป็นแบบมัลติลิงค์

เครื่องยนต์ของทั้ง 1.8 ลิตร และ 2.0 ลิตร รุ่นนี้ถือว่าปรับปรุงมาได้ดี เพราะประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม (กรณีไม่ได้เติม E85) โดยทำงานร่วมกับระบบ ECO Assist กับ ECON Mode ที่ควบคุมการทำงานลิ้นปีกผีเสื้อ คล้ายกับการทำงานของกล่องคันเร่งไฟฟ้า อีกทั้งยังสามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ด้วย (แต่ถ้าใช้ E85 แล้วจะกินมากหน่อย ตามปกติ ใช้งานในเมือง อาจเหลือ 7-8 กม./ลิตร ถ้านอกเมืองประมาณ 10-11 กม./ลิตร)

ห้องโดยสารภายใน ค่อนข้างนั่งสบายกว่ารุ่นเดิม ภายในดูเรียบง่าย รวมไปถึงมีเบาะไฟฟ้า พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง แถมเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า เบามือ ใช้งานง่าย และช่องแอร์ด้านหลัง เหมาะสำหรับคนนั่งหลังประจำ

แต่ข้อเสียก็มีอยู่เหมือนกัน คือ ห้องโดยสารภายใน การเก็บเสียงได้ไม่ดีนักเมื่อวิ่งที่ความเร็วสูง จะรู้สึกค่อนข้างดังหน่อย (แต่ถ้าเปิดวิทยุดังหน่อย ก็ไม่ได้ยินเสียงลม) เสียงคันเร่งที่มีอาการคล้ายหอน เวลาถอนคันเร่ง

และวัสดุภายในไม่ค่อยดีนัก แผงพลาสติกตรงที่วางแขนประตู มักเหนียวเยิ้มเมื่อใช้งานไปนานๆ หรือจอดรถตากแดดบ่อยๆ งานประกอบมีเสียงตามจุดต่างๆ และมุมกระจกบานหน้าจะมีน้ำซึมตรงเสา ที่เกิดจากมาจากรอยตะเข็บที่เชื่อมปริแตก จากตัวถังบิดตัว รวมถึงปุ่ม Multifunction ที่หากคนไม่คุ้นเคยตั้งแต่แรก อาจจะงงๆ ในตอนใช้งานได้อยู่

ส่วนถ้าใครต้องการความแรง ก็สามารถ Upgrade ไปวางเครื่องรหัส K20 หรือเคยี่ของขาซิ่ง หรือรหัส K24 ได้เลย แรงม้าเยอะสะใจ

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เครื่องยนต์กับเกียร์ ค่อนข้างทนทาน ไม่ค่อยจุกจิกนัก อะไหล่หาง่าย ค่าบำรุงรักษาไม่แพง เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 10,000 – 20,000 บาท

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 350,000 – 530,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda Civic มือสอง (ฮอนด้า ซีวิค มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda Civic ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย! 

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand  โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

  • Catalogue และ Press Kit Honda Civic / Civic Hybrid
  • LIM-Catalogue