CARRO แนะนำ 10 รถใหม่ ที่สาวออฟฟิศควรซื้อมาใช้ ในปี 2021

“รถยนต์” ในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของคุณ และรถยนต์นั้นก็ถือว่า เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบางสาขาอาชีพ รวมไปถึงอาจจะเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงสถานะทางสังคม และฐานะทางการเงิน ของผู้ที่ครอบครองอีกต่างหาก

การเดินทางในเมืองหลวงสำหรับคุณผู้หญิงนั้น ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว บางทีก็ต้องถือว่าลำบากนะ ไหนจะต้องขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า ลงเรือ นั่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือต่อแท็กซี่ บางทีก็ดูไม่เป็นส่วนตัว และลำบากในการเดินทาง ยิ่งในยุคโควิด-19 ระบาดด้วยแล้ว ออกไปใช้ระบบขนส่งมวลชน ยิ่งต้องระมัดระวัง ทำให้สาวออฟฟิศหลายคน พอเมื่อเริ่มทำงานไปสักพัก เงินเดือนผ่อนรถไหว ก็อาจจะตัดสินใจดาวน์รถป้ายแดงออกมาขับกัน ด้วยเงื่อนไขสารพัดแคมเปญ โปรโมชั่น เช่น ดาวน์น้อย ฟรีดาวน์ ผ่อนง่าย เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ

อีกทั้งรถสมัยนี้ มีดีไซน์ตรงกับ Lifestyle ของคุณผู้หญิงมากยิ่งขึ้น เช่น มีที่เก็บเครื่องสำอาง มีที่วางแก้วน้ำ ที่เก็บของมากมายในรถ มีกระจกเสริมสวย หรือที่ชาร์จมือถือไร้สาย เป็นต้น ทำให้ผู้หญิงก็เริ่มศึกษาข้อมูล การตัดสินใจซื้อรถยนต์กันมากขึ้น

CARRO ขอแนะนำ 10 รถยนต์รุ่นใหม่ ที่เหมาะกับสาวออฟฟิศวัยทำงาน เชิญชมได้เลยครับ.

Toyota Yaris 2020

1. Toyota Yaris ราคา 549,000 – 679,000 บาท

รถที่ตอบสนองความต้องการของสาวๆ คือ ต้องเป็นรถที่มีความอเนกประสงค์รอบด้าน ถ้าต้องการรถในรูปแบบแฮทช์แบค 5 ประตู ต้องลอง Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) ที่มาพร้อม Concept “Yes, That’s Right!” ที่สุดของความใช่ ในสไตล์คุณ

ปรับโฉมหน้าตาและด้านท้ายใหม่ ภายในตกแต่งใหม่ รถท้ายสั้น ขับขี่ง่าย หาที่จอดก็ง่าย ประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์รหัส 3NR-FKE ขนาด 1.2 ลิตร Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที กับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock ที่ปรับจูนเกียร์ให้ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ดีมากขึ้น

Toyota Yaris ATIV 2020

2. Toyota Yaris ATIV ราคา 539,000 – 674,000 บาท

รถที่ตอบสนองความต้องการของสาวๆ คือ ต้องเป็นรถที่มีความอเนกประสงค์รอบด้าน ถ้าต้องการรถในรูปแบบซีดาน 4 ประตู ต้องลอง Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) ที่มาพร้อม Concept “Yaris ATIV…Life Activated”

อีกทั้งชื่อรุ่น “ATIV” ยังมีที่มาจากคำว่า “Smart” และ “Active” โดดเด่นรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ตลอดทั้งคัน ทั้งภายนอกและภายใน ขับขี่ในเมืองสะดวกคล่องตัว ประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ถือว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานในเมือง

Toyota Corolla Cross 2020

3. Toyota Corolla Cross ราคา 989,000 – 1,199,000 บาท

ถ้าเป็นสาวออฟฟิศที่มีลูกแล้ว นอกจากจะต้องทำงานนอกบ้านแล้ว ช่วงเลิกงานหรือวันหยุด ยังต้องเป็นแม่บ้านอีกด้วย รถที่ดูเหมาะสมที่สุดคงต้องยกให้ Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) ที่มาพร้อมหน้าตาน่ารัก ถูกใจสาวๆ แน่นอน รวมไปถึงความอเนกประสงค์ของห้องโดยสาร ขับไปช็อปปิ้ง เจอฝนตก น้ำท่วม ลุยน้ำเบาๆ ได้ ช่างลงตัวกับชีวิตคนเมืองจริงๆ และมีให้เลือกกับแบบรุ่นเบนซินธรรมดา และรุ่นไฮบริด

เครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่นเบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

Nissan Almera 2020

4. Nissan Almera ราคา 509,000 – 659,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) เป็นอีกหนึ่ง Eco-Car แบบ 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด “Intelligent Urban Sedan” โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ใหม่โฉบเฉี่ยว และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) เป็นต้น

ภายในออกแบบใหม่หมด ใช้วัสดุคุณภาพสูง เน้นความประณีตในการประกอบ พร้อมพื้นที่ว่างเหนือศีรษะ พื้นที่วางขาที่กว้างขวาง คงไว้ซึ่งความเป็นผู้นำในด้านความกว้างขวางที่สุด ในรถยนต์ระดับเดียวกัน สาวๆ ถูกใจแน่นอน และหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ AIVI สะดวกสบายทั้งการใข้งานระบบนำทาง ระบบความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ ภายใต้การเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน

วางขุมพลังขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 152 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) มีประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

Honda City 2020

5. Honda City Turbo ราคา 579,500 – 739,000 บาท

เป็นตัวเลือกที่ฮอตฮิตมานานแล้ว สำหรับ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รถขวัญใจคุณผู้หญิงมาตั้งแต่รุ่นแรกเลยล่ะ สำหรับโฉมไมเนอร์เชนจ์นี้ เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 ชูดจุดเด่นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลายรูปแบบ เหมาะอย่างยิ่งกับการใข้งานในเมือง ขนของก็ได้ มีออพชั่นแพรวพราว ขับง่าย หาที่จอดก็ง่าย เป็นอะไรที่คุณผู้หญิงชอบมาก

มาพร้อมขุมพลังขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT และรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ประหยัดน้ำมัน ใช้งานในเมือง ลงตัวสุดๆ อีกทั้งยังมี City e:HEV รุ่นไฮบริด ให้เลือกอีกด้วย ในราคา 839,000 บาท

All-New Honda City Hatchback 2021

6. Honda City Hatchback Turbo ราคา 599,000 – 749,000 บาท

Honda City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค) ครั้งแรกในโลกกับฮอนด้า ซิตี้ ในรูปแบบ 5 ประตู ในไทย ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI

ผสานเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR) และการขับขี่ที่สนุกสนานกับ ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที

ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กม./ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด และสามารถรองรับน้ำมัน E20 อีกทั้งยังมี City Hatchback e:HEV รุ่นไฮบริด ให้เลือกอีกด้วย ในราคา 849,000 บาท

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

7. Honda Civic ราคา 964,900 – 1,199,900 บาท

สำหรับสาวออฟฟิศที่มีเงินเดือนสูงหน่อย (อย่างน้อยก็สัก 5 หมื่นบาทขึ้นไป จะได้ผ่อนสบายๆ) ตัวเลือกอย่าง Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ก็น่าสนใจ เพราะได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนับตั้งแต่เปิดตัว ตัวรถรูปทรงที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ที่เพิ่มความเหลี่ยมคมมามากขึ้น ยกระดับความสมบูรณ์แบบทั้งดีไซน์ และการใช้งานในทุกมิติ

และมั่นใจทุกการขับขี่กับ Honda SENSING ทุกรุ่นย่อย กับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ สะดวกสบายแบบเหนือกว่า กับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ พร้อม Honda Smart Key Card ล็อก และปลดล็อกรถได้ง่ายๆ เพียงพกการ์ดไว้กับตัว

ห้องโดยสารกว้างขวาง มีทั้งมุมหรูหรา เรียบง่าย และสปอร์ต ออพชั่นครบครัน ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม แรง เร้าใจ เกินกว่าใครจะตามทันกับขุมพลัง VTEC TURBO ใหม่ เบนซิน Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 178 แรงม้า ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

Mazda2 Sedan Sports 2021

8. Mazda2 ราคา 546,000 – 799,000 บาท

รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับสาวเปรี้ยว หัวใจสปอร์ต นั่นคือ Mazda2 (มาสด้า2) 2021 Collection ยกระดับความคุ้มค่ากับออพชั่นที่เกินราคา กับพลัง Zoom-Zoom ดีไซน์เรียบหรูสง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอก ตามแนวคิด Kodo Design (โคโดะ ดีไซน์) ที่เรียบง่าย แต่งดงามตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า หนึ่งเดียวในตลาด และเครื่องยนต์เบนซิน SkyActiv-G ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.3 กม./ลิตร แถมภายในห้องโดยสารเทียบชั้นรถยุโรป หรูหรา ดูดี

อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก i-ACTIVSENSE เทคโนโลยีเชื่อมต่อกับโลกโซเชียลด้วย MZD CONNECT เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ i-ELOOP ทำงานควบคู่กับระบบ i-Stop และล่าสุดระบบ G-VECTORING CONTROL หรือระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ หนึ่งในชุดเทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS มั่นใจว่า ถูกใจคุณผู้หญิงอย่างแน่นอน

Suzuki Swift 2021

9. Suzuki Swift ราคา 557,000 – 629,000 บาท

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) ใหม่ จัดว่าเป็น Eco-Car รุ่นล่าสุด รูปทรงถูกใจคุณผู้หญิง และมีสมรรถนะไม่เล็กเลย Suzuki มาพร้อม Concept สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง WE STANDOUT ด้วย Sport Compact Car มาตรฐานระดับโลก บนแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT กับเทคโนโลยีอันทันสมัยช่วยในการขับขี่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เจาะกลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงาน ถูกใจคุณผู้หญิงแน่นอน ขับแบบเดิมๆ ก็ดูดี แต่งก็สวย น่ารัก

ชูจุดเด่นเทคโนโลยีเครื่องยนต์แบบ DUALJET ขนาด 1.25 ลิตร 83 แรงม้า มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่ หรือ DUALJET เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบหัวฉีดคู่ ฉีดน้ำมันเข้าไปที่กระบอกสูบพร้อมกันทั้ง 2 หัวฉีด ได้กำลังและแรงบิดที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากกว่า 23 กม./ลิตร รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

MG ZS 2020

10. MG ZS ราคา 689,000 – 799,000 บาท

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) รถเอสยูวีเพื่อชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีสมาร์ทคาร์ รูปลักษณ์โดดเด่นสไตล์ บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) หรูหราทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวาง ออพชั่นเพียบ พ่วงด้วยระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System 9 ระบบ และยังติดตั้งระบบอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกในโลก ถือว่าถูกใจใครหลายๆ คน เลยทีเดียว

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ รหัส 15S4C ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ 8 สปีด และสามารถปรับโหมดพวงมาลัยได้ถึง 3 โหมด

ถ้าคุณผู้หญิงสนใจรถที่ทาง CARRO นำเสนอมา ก็ลองศึกษาหาข้อมูล ไปดูรถตัวจริง ทดลองขับ แล้วก็ดูว่างบประมาณที่มีมีอยู่ หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนได้ขนาดไหน ไปเลือกรถคันที่ใช่ได้เลย

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม ไปซื้อรถใหม่ป้ายแดง มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครไม่มีงบซื้อรถป้ายแดง ลองหารถมือสองรุ่นข้างต้น มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

CARRO Automall แนะนำ Honda Civic FC ซีวิคมือสอง

สำหรับรถดีรถเด่นอีกรุ่นที่ CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) อยากนำเสนอให้คุณเป็นเจ้าของกันแบบง่ายๆ ราคาสบายกระเป๋า ในเดือนที่เป็นเดือนของคุณแม่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเดือนของคุณแม่ทุกวันเลยก็ว่าได้ ซึ่งคุณแม่หลายคน อาจจะยังไม่ได้ Work From Home ในช่วงนี้ คงต้องใช้รถยนต์ทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือทำงานอาชีพอิสระ เป็นนายตัวเอง เพื่อหาเงินเลี้ยงลูกและครอบครัว และในหลายอาชีพ ยังคงต้องใช้รถยนต์เป็นตัวกลางในหลายสิ่งหลายอย่างอีกด้วย

รถยนต์ในระดับ C-Segment ที่ถือได้ว่า ขับสนุกด้วยพลังเทอร์โบ รูปทรงสวย ดูดีมีราคา ภายในตกแต่งหรูหราถูกใจคุณแม่ที่ยังสาวอยู่ ใช้งานได้ทั้งในชีวิตประจำวัน และวันพักผ่อน ท่องเที่ยว แถมราคาขายต่อก็ดี ไม่ตก หรือจะซื้อให้คุณลูกไว้ใช้ด้วยก็ได้ ซึ่งเชื่อว่าคุณแม่หลายคนชอบทีเดียว

ไปรู้จักกับ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เจเนอเรชั่นที่ 10 กันครับ กับรถขายดียอดนิยมใน CARRO Automall มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

Honda-Civic-Design-FC-FK

แนวความคิด และขั้นตอนการออกแบบพัฒนา Honda Civic ใหม่ ให้เป็น “男前” (Otokomae) หรือ “ผู้ชายหล่อ” ที่มีความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ทันสมัย น่าจับตามอง

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) เจนเนอเรชั่นที่ 10 เริ่มพัฒนาตัวรถในรูปแบบสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา ออกแบบให้มีความทันสมัย และหรูหราในสไตล์สปอร์ต สำหรับรุ่น Sedan ตัวรถออกแบบโดย Jarad Hall ตั้งแต่ปี 2013

Honda-Civic-Concept-FC-FK

ซึ่งหลังจากการเปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือเพียง 6 เดือน Civic FC สามารถคว้ารางวัลยนตรกรรมยอดเยี่ยมถึง 14 รางวัล จาก 10 สถาบันชั้นนำ

Honda-Civic-FC-2016-TH

ได้เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเจ้าพ่อเครื่อง N/A หรือเรียกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ใช้ระบบอัดอากาศเพิ่มเติม ชูจุดเด่นด้วยขุมพลังจากเทคโนโลยี VTEC TURBO ใหม่! 173 แรงม้า ที่ให้สมรรถนะที่ทรงพลังและมีอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยีความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่เหนือระดับ

มิติตัวรถยาว 4,630 มม. กว้าง 1,799 มม. สูง 1,416 มม. ระยะฐานล้อ 2,698 มม. บนน้ำหนักตัวรถ 1,227 – 1,317 กิโลกรัม

Honda-Civic-FC-2016-TH

การออกแบบภายใน เน้นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม รวมถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกับรถยนต์ในระดับ D-Segment และมีให้เลือกทั้งเบาะนั่งแบบผ้า และเบาะหนังแท้

ทั้งนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถสลับเปลี่ยนข้อมูลและค้นหาตัวอักษรได้ง่ายด้วยปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์

พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) ที่สั่งการได้จากระยะไกล เพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยขณะนั้นประตูรถยังคงล็อกอยู่เช่นเดิม และรถจะไม่สามารถออกตัวได้ จนกว่าผู้ขับจะเข้าไปสตาร์ทรถตามปกติ

ระบบช่วงล่างได้ถูกปรับปรุงใหม่ ชุดล้อหน้าหันมาใช้แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง

Honda-Civic-FC-2016-TH

สำหรับ Honda Civic FC มีเครื่องยนต์ให้เลือกกัน 2 แบบ คือ …

  • เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15B7 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC TURBO พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม (Earth Dreams) ให้แรงม้าสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบ/นาที ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่
  • และยังมีเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18Z แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้แรงม้าสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ทั้งยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT

Honda-Civic-Engine-FC-FK

เป็นครั้งแรกที่ Honda Civic ใช้เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด Direct Injection และท่อไอดีแบบตรง โดยหัวฉีด Direct Injection จะฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกระบอกสูบโดยตรง ช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบ และการไหลของไอดีแบบตรง ช่วยให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบรื่นและต่อเนื่อง

พร้อมระบบ Turbo Charger (เทอร์โบ ชาร์จเจอร์) ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า ซึ่งมีการใช้เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้าที่ติดตั้งใบพัดขนาดเล็ก เพื่อนำพลังงานไอเสียส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อเหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์เทอร์โบสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

และระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual VTC) ของท่อไอดีและท่อไอเสีย โดย Valve Timing Control (VTC) ช่วยควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสียให้สอดคล้องกัน จึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้ในรอบต่ำ

ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

Honda-Civic-FC-2016-TH

สำหรับฮอนด้า ซีวิค FC มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น 1.8 E ราคา 869,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ อาทิ

– เบาะผ้า
– ระบบ Push Start
– ระบบ Engine Remote Start
– Honda Smart Key System
– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
– ปุ่ม Econ
– พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง
– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า และไฟส่องสว่างท้ายรถ
– หน้าจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว
– ระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth
– พวงมาลัย Multifunction
– ช่องเชื่อมต่อ USB 1 ตำแหน่ง
– ลำโพง 4 จุด

  • รุ่น 1.8 EL ราคา 959,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 E …

– มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ แบบ TFT
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
– เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple Car Play
– ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง
– ช่องเชื่อมต่อ HDMI
– ลำโพง 8 จุด

  • รุ่น TURBO ราคา 1,099,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย 1.8 EL …

– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา
– เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

  • รุ่น TURBO RS ราคา 1,199,000 บาท เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานจากรุ่นย่อย Turbo …

– กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
– แป้นเหยียบคันเร่ง และเบรค แบบสปอร์ต
– ระบบนำทาง Navigator

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก), สีดำคริสตัล (มุก), สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก)

ซึ่งก็ขายดีมากไปตามคาด ลูกค้าให้การตอบรับอย่างล้นหลาม! จนภายใน 1 ปี มียอดจองสะสมแล้วกว่า 35,000 คัน

Honda-Civic-Hatchback-FK-2017-TH

ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม 2560 Honda ได้เปิดตัว Honda Civic Hatchback (ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบค) ในรหัสรุ่น FK ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต หรูหรา และดีไซน์ด้านท้ายที่ดูโฉบเฉี่ยว ซึ่งตัวรถออกแบบโดย Daisuke Tsutamori พร้อมใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร VTEC Turbo 173 แรงม้า

ตอบรับทุกความต้องการที่หลากหลาย ด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายที่มากถึง 414 ลิตร โดยเบาะหลังพับแบบ 60:40 ได้ ออกมาจำหน่ายเพิ่มเติมในราคา 1,169,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) นอกจากนี้ยังมี สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

Honda-Civic-RED-FC-2017

เดือนตุลาคม 2560 Honda เอาใจวัยรุ่นด้วย Civic สีแดงใหม่ Rallye Red

ในเดือนพฤศจิกายน 2561 Honda Civic FC แล FK มียอดขายสะสมกว่า 68,000 คัน (พ.ศ. 2559 – 2561) และยังมียอดจำหน่ายสูงสุดในปี 2560 จากรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่จำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

Honda-Civic

และในเดือนเดียวกันนี้เอง Honda ได้ปรับปรุง Honda Civic รุ่นนี้เพิ่มเติม ด้วยสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue) ใหม่, เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ในราคา 874,000 – 1,219,000 บาท พ่วงด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation with Lane Departure Warning : RDM with LDM)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam)

ในเดือนกันยายน 2562 ยังสามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอมแพคท์ได้ถึง 3 ปีซ้อน ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 100,000 คัน มีนาคม 2559 – กันยายน 2562 ยอดขายรวมทั้งฮอนด้า ซีวิค และ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก)

Honda-Civic-Hatchback-FK-2018-TH

เดือนพฤศจิกายน 2562 Honda ปรับปรุง Honda Civic Hatchback ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน พร้อมท่อไอเสียแบบคู่ตรงกลางสไตล์สปอร์ต และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) มาพร้อมสีใหม่ สีเทาโซนิค (มุก) จำหน่ายในราคา 1,229,000 บาท

ภายใน ตกแต่งเบาะหนังด้วยสีดำเดินด้ายสีแดง มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT สีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต มาพร้อมกับการตกแต่งคอนโซลสีดำแบบ Piano Black

Honda-Civic-Ignite-Red-FC-2020

ล่วงมาถึงเดือนพฤษภาคม 2563 Honda ได้แนะนำ สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) ในรุ่น TURBO RS เพิ่มเติม แล้วก็ขายกันมาเรื่อยๆ จนยุติการขายไปในช่วงเดือนสิงหาคม 2564

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนสิงหาคม 2564 เดือนแห่งวันแม่นี้ เรามี Honda Civic รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 8 คันครับ ได้แก่ …..

HONDA CIVIC 1.8 EL 2017 เทา

HONDA CIVIC 1.8 EL 2017 เทา

1. Honda Civic 1.8 EL ปี 2017 เลขไมล์ 57,368 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 639,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2017-G300LY.html

HONDA CIVIC 1.5 TURBO RS 2017 ขาว

HONDA CIVIC 1.5 TURBO RS 2017 ขาว

2. Honda Civic 1.5 Turbo RS ปี 2016 เลขไมล์ 94,094 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 719,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2017-D807L7.html

HONDA CIVIC 1.8 E 2018 น้ำตาล

HONDA CIVIC 1.8 E 2018 น้ำตาล

3. Honda Civic 1.8 E ปี 2016 เลขไมล์ 61,540 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 659,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2018-DO10V7.html

HONDA CIVIC 1.8 EL 2018 ดำ

HONDA CIVIC 1.8 EL 2018 ดำ

4. Honda Civic 1.8 EL ปี 2018 เลขไมล์ 93,766 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 659,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2018-DXO0RL.html

HONDA CIVIC 1.8 EL 2018 ขาว

HONDA CIVIC 1.8 EL 2018 ขาว

5. Honda Civic 1.8 EL ปี 2018 เลขไมล์ 84,434 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 659,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2018-GYPMN6.html

HONDA CIVIC 1.8 EL 2017 เทา

HONDA CIVIC 1.8 EL 2017 เทา

6. Honda Civic 1.8 EL ปี 2017 เลขไมล์ 57,368 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 639,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2017-G300LY.html

HONDA CIVIC 1.5 TURBO RS 2018 ขาว

HONDA CIVIC 1.5 TURBO RS 2018 ขาว

7. Honda Civic 1.5 Turbo RS ปี 2018 เลขไมล์ 125,341 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 709,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2018-D5ON74.html

HONDA CIVIC 1.5 TURBO 2019 ขาว

HONDA CIVIC 1.5 TURBO 2019 ขาว

7. Honda Civic 1.5 Turbo RS ปี 2019 เลขไมล์ 36,870 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 855,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-civic-2019-EKO8V9.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda Civic มือสอง (ฮอนด้า ซีวิค มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda Civic ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว All-New Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 11 ตอกย้ำความเป็นไอคอนของยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ที่ได้รับการพัฒนา DNA ความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ให้ก้าวล้ำตลอด 10 เจเนอเรชันที่ผ่านมา

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ครั้งนี้ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 11 พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์อีกครั้ง ด้วยดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง เสริมความโฉบเฉี่ยวเร้าใจด้วยรุ่น RS ดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟสไตล์สปอร์ตที่ตกแต่งพิเศษด้วยโทนสีดำรอบคัน พร้อมปลอกท่อไอเสียคู่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ถึง 3 โหมด

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

นอกจากนี้ ในทุกรุ่นย่อย ให้ความแรงทรงพลังเร้าใจเกินใคร ด้วยเครื่องยนต์ VTEC TURBO 1.5 ลิตร ใหม่ พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 17.2 กม./ลิตร ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ยกระดับไปอีกขั้นกับระบบใหม่ Lead Car Departure Notification System (LCDN) สะดวกสบายแบบเหนือกว่ากับครั้งแรกของระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

Honda Civic นับเป็นยนตรกรรมที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2515 ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี ได้รับการพัฒนาและสร้างมาตรฐานใหม่มาอย่างต่อเนื่องในทุกเจเนอเรชั่น โดยได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกด้วยยอดขายมากกว่า 27 ล้านคัน ในมากกว่า 170 ประเทศ และวันนี้ ไทยเป็นประเทศแรกนอกทวีปอเมริกาเหนือที่จะเปิดตัว Honda Civic Sedan (ฮอนด้า ซีวิค ซีดาน) ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 11

ซึ่ง ฮอนด้า ซีวิค ถือเป็นรถซีดานที่เติบโตคู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งตลอด 37 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยมาโดยตลอด พิสูจน์ได้จากการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์ Compact ด้วยยอดขายสะสมเกือบ 600,000 คัน และยังส่งผลให้ล่าสุด ฮอนด้า ซีวิค สามารถครองอันดับ 1 ในเซกเมนต์ถึง 5 ปีซ้อน

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

Honda Civic 2022 เจเนอเรชั่นที่ 11 มาพร้อมการออกแบบที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสปอร์ตพรีเมียม โดดเด่นด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน หรูหราในทุกมุมมองด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED สไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัว เสาอากาศแบบครีบฉลาม ท่อไอเสียแบบคู่ และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่

ยกระดับความสปอร์ตในรุ่น RS ด้วยดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟรอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้า ดีไซน์ใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS ด้านท้าย ท่อไอเสียแบบคู่พร้อมปลอกท่อไอเสีย และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต และสะกดทุกสายตาด้วย สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบาย ตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียม มาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัย พร้อมเชื่อมต่อคุณและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่หลากหลาย* สำหรับรุ่น RS อาทิ

  • ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ดีไซน์เรียบหรู พกพาสะดวก ให้คุณล็อกและปลดล็อกรถได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่พกการ์ดไว้กับตัว
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
  • ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เป็นต้น

สำหรับรุ่น EL+ และ EL อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย และเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ครบครัน* อาทิ

  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
  • ระบบ Auto Brake Hold
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และ
  • ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

แรงทรงพลังกับขุมพลังเครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ใหม่ แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว พัฒนาไปอีกขั้น มาพร้อม Turbo Charger อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,500 รอบ/นาที

ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 17.2 กม./ลิตร อีกทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 3 โหมด ได้แก่

  • ECON Mode – โหมดการขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
  • Normal Mode – โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป
  • Sport Mode – โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต ที่การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ (เฉพาะรุ่น RS)

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

Honda Civic 2022 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น EL ราคา 964,900 บาท
  • รุ่น EL+ ราคา 1,009,900 บาท
  • รุ่น RS ราคา 1,199,900 บาท

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS พร้อมด้วย สีใหม่ สีฟ้ามอร์นิงมิสต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น EL+ และ EL และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) อีกทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

ส่วนสีภายใน มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเทาเบจ ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและสีภายนอก

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ง่ายขึ้นกับ ดอกเบี้ย 2.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

นอกจากนี้ ยังเสริมความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วย ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Make the CIVIC 3F (Fashion, Function and Featured)” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก อาทิ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก ราคา 10,000 บาท แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต ราคา 1,800 บาท คิ้วบันได LED ราคา 5,100 บาท ฝาครอบกระจกมองข้าง ราคา 1,000 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,950 บาท ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ราคา 5,250 บาท คิ้วตกแต่งกระจังหน้า ราคา 3,900 บาท คิ้วตกแต่งกันชนหลัง ราคา 5,900 บาท ไฟส่องสว่างที่เท้า ราคา 2,200 บาท เป็นต้น

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

หรือเลือกตกแต่งในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ทั้งหมด 4 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Exhaust Pipe Finisher Package ราคา 1,950 บาท ประกอบด้วย ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส 2 ชิ้น
  • Sport Package ราคา 8,900 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า และคิ้วตกแต่งกันชนหลัง
  • Exclusive Sport Package ราคา 17,200 บาท ประกอบด้วย คิ้วตกแต่งกระจังหน้า คิ้วตกแต่งกันชนหลัง และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรก
  • Modulo Aero Package ราคา 18,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง

สัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป

หมายเหตุ

  • *อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
  • สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
  • ราคาอุปกรณ์ตกแต่ง ไม่รวม VAT 7%
  • ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ – https://hondaaccess.co.th/line-up/honda-civic/

Honda เปิดตัว All-New Honda Civic 2022 ใหม่

แม้ว่า Honda Civic 2022 ใหม่ จะสวยถูกใจคุณมากมาย แต่ถ้าหากว่างบไม่พอ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Honda เปิดตัว Honda Civic Hatchback 2022 ใหม่

แม้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลายท่านอาจได้เห็นข่าวคราวการเปิดตัวของ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ในเจเนอเรชั่นที่ 11 กันไปแล้ว โดยในรุ่น 4 ประตู Sedan ได้เปิดตัวกันในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งมาพร้อมความคล้ายกับ Accord ย่อส่วนมา ทั้งในด้านการออกแบบและหน้าตา โดยมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 158 แรงม้า และ Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 180 แรงม้า

สำหรับในบ้านเรา ในเดือนหน้านี้เตรียมเก็บตังค์รอซื้อ All-New Honda Civic Sedan กันได้เลย เพราะเริ่มมีจดหมายเชิญสื่อ ให้ไปทดลองขับกันแล้วครับ!

แม้ว่าตลาดรถยนต์ในญี่ปุ่น (และในบ้านเรา) ขณะนี้ ผู้เล่นหลายราย จะเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปโฟกัสการพัฒนารถ SUV และ Crossover ออกมาขายกันอย่างมากแล้ว เนื่องจากสามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ รวมไปถึงสามารถลุยน้ำท่วมเบาๆ ได้อีกด้วย แต่ตลาดรถ 4 ประตูซีดาน ก็ยังคงต้องมีผลิตขายต่อไป แม้ว่าความนิยมอาจลดลงไปบ้างในหลายประเทศก็ตาม

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

สำหรับ All-New Honda Civic (เนื่องจากที่ญี่ปุ่น ไม่มีการนำรุ่น 4 ประตู Sedan มาจำหน่าย ในตลาดญี่ปุ่นจึงเรียกว่า Honda Civic ไม่มีพ่วงคำว่า Hatchback ต่อท้าย) เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวา ก็เป็นที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์นิดหน่อย เพราะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นเร็วมาก ตามหลังตลาดอเมริกาเหนือเพียงแค่ไม่กี่วัน โดยมีรูปลักษณ์ภายนอกใกล้เคียงกับเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

รูปลักษณ์ภายนอก ออกแบบเสาเอด้านหน้าให้ลาดไปมากกว่าเดิมถึงเกือบ 2 นิ้ว ช่วยให้ฝากระโปรงหน้าดูยาวขึ้นแบบรถหรู ใช้ชุดไฟหน้า-ไฟท้าย แบบ LED ทรงแนวนอน ดูหรูหรา และมีไฟ Daytime Running Light คู่หน้า แถมกระจังหน้าทรงรังผึ้ง ช่องดักลมบริเวณกันชนขนาดใหญ่ ดูสปอร์ต บวกกับติดตั้งกระจกมองข้างไว้ที่ประตู ช่วยเพิ่มมุมมองด้านข้างมากขึ้น และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

ห้องโดยสารภายในของ Honda Civic Hatchback เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ออกแบบให้ดูคลีน เรียบง่าย แต่ใช้งานได้สะดวกสบาย กับแผงคอนโซลหน้าที่ลดเส้นสาย ลดแสงสะท้อนเวลาขับ และยังช่วยให้ผู้โดยสารนั่งได้สบายที่สุด กับการออกแบบเบาะนั่งในแนวคิด Body Stabilizing Seat โอบกระชับสรีระ นั่งสบายยิ่งขึ้น ซึ่งยังเป็นแบบเบาะไฟฟ้าด้านคนขับแบบ 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าแบบ 4 ทิศทาง

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

เย็นสบายกับระบบแอร์อัตโนมัติ แบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา พร้อมเทคโนโลยี Plasmacluster จากชุดช่องแอร์ลายรังผึ้ง รวมไปถึงระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT ที่สามารถใช้สมาร์ทโฟนแทนกุญแจรถได้ รวมถึงสั่งงานต่างๆ เช่น เปิด-ปิดแอร์, เช็คสถานะและตำแหน่งของรถ รวมถึงระบบ Wi-Fi ในรถ และที่ชาร์จไฟแบบ Wireless Charger

ที่สำคัญ ยังมาพร้อมชุดมาตรวัดแบบ แบบจอ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว ส่วนรุ่นรองเป็นหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ทำงานคู่กับมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อก ขณะที่หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสมีให้เลือกทั้งขนาด 9 นิ้ว และขนาด 7 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) พร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อ Apple CarPlay (แบบ Wireless ในรุ่น 9 นิ้ว) และ Android Auto พร้อมระบบเสียง Bose Sound System ที่มากถึง 12 ลำโพง (เฉพาะรุ่น EX)

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่ LX และ EX โดยมีเฉพาะเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Turbo มาให้เลือกเท่านั้น ซึ่งต่างจากเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ ที่มีเครื่องยนต์เบนซิน i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร ใหเลือกด้วย

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

ส่วนระบบส่งกำลัง มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ในรุ่น EX และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมกับ “Drive Mode Switch” สามารถเลือกโหมดการขับขี่ตามต้องการได้ถึง 3 แบบด้วยกัน ในรุ่น LX

Honda Civic Hatchback 2022 JDM

ในส่วนของราคาขาย Honda Civic Hatchback เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ตอนนี้ยังไม่มี ทาง Honda จะเปิดราคาจำหน่ายอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2021 นี้

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

Honda-Civic-4-Door-EG

ถ้าจะย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 90 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังบูมสุดๆ ยุคฟองสบู่กำลังเบิกบาน ทุนต่างชาติกำลังเข้ามาลงทุนในไทยอย่างมหาศาล ส่งผลกระทบให้คนไทยที่อยู่ในวัยทำงาน มีเงินใช้มือเติบกันเป็นแถว กล้าตัดสินใจซื้อรถใหม่ โดยไม่หวั่นแม้ดอกเบี้ยรถยนต์จะสูงมากก็ตาม

และอีกหนึ่งในรถยนต์ที่ยอดฮิต ของคนที่เล่นรถ Honda อีกรุ่น ผมก็คงจะต้องยกนิ้ว (โป้ง) ให้ Honda Civic 4 ประตู (EG) (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งเป็น Civic รุ่นที่ได้เผยโฉมเครื่องยนต์ VTEC เป็นครั้งแรกในไทย (ซึ่งจริงๆ แม้ว่าเครื่องยนต์ VTEC จะมีอยู่ใน Civic โฉมก่อนแล้วก็ตาม เพียงแต่ว่าบ้านเรายังไม่มีมา)

ในปัจจุบัน แม้ว่ารถรุ่นนี้จะผ่านร้อนหนาวมาแล้ว 20 กว่าปี แต่ในตลาดรถมือสอง รุ่นนี้ก็ยังมีการซื้อ-ขาย อย่างต่อเนื่อง รวมถึงนิยมเอามาแต่งซึ่งของวัยรุ่น หรือจิ๊กโก๋ในไทย

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Civic 4 ประตู (EG) มือสองรุ่นนี้ ว่าในเวลานี้ ยังน่าเล่นอยู่หรือไม่ …

โฆษณา Honda Civic (EG) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่จ้าง Jodie Foster มาเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมใช้เพลงดัง “She Drives Me Crazy” ในปี 1988 จากวง Fine Young Cannibals มาเป็นเพลงประกอบโฆษณา

Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ทีมวิศวกรของ Honda R&D เริ่มต้นวิจัยและพัฒนาขึ้นในปี 1988 ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ Civic (EF) ของ Honda ที่ประสบความสำเร็จด้านการขายอยู่ โดยทาง Honda มุ่งหมายให้รถรุ่นนี้ ต้องออกมาเป็น “มาตรฐานใหม่ของรถยนต์นั่ง” (“New Benchmark Car”) ที่ชนะใจคนทั่วโลกให้ได้! คือพูดง่ายๆ ว่าต้องเป็นอันดับ 1 ในบรรดารถยนต์นั่งขนาด Compact ด้วยกัน

Honda-Civic-Ferio-EG-Design

Honda-Civic-Ferio-EG-Design

ขั้นตอนการออกแบบ Honda Civic (EG) 4 ประตู

ทีมวิศวกรของ Honda เริ่มคิดว่าคนหนุ่มสาวในยุค 2000 จะใช้ชีวิตกันแบบไหน? ที่ต้องออกแบบรถมาให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายนี้ที่สุด จึงถูกส่งไปศึกษาความต้องการของลูกค้า หรือพฤติกรรมในการใช้รถ หรือใช้ชีวิตของเหล่าวัยรุ่น หรือเด็กจบใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ตามประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เยอรมนี ที่สหรัฐอเมริกา (ใน West Coast และ Florida) หรือที่บราซิล

Honda-Civic-Ferio-EG-Dimension

มิติตัวรถ ที่กว้างใหญ่ขึ้นกว่า Civic รุ่นเดิมในแทบทุกมิติ

เพื่อพัฒนา Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ออกมาให้ถูกใจผู้บริโภคมากที่สุด และต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เตะตา กว้างขวาง และต้องรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

Honda-Civic-JDM

Honda Civic SIR-II รุ่นพลังแรง

Honda เปิดตัว Honda Civic EG ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 1991 ซึ่ง Honda Civic รุ่นนี้ จะเป็น Civic รุ่นสุดท้าย ที่ Soichiro Honda (โซอิชิโร ฮอนด้า) ผู้ก่อตั้งบริษัท Honda Motor ได้เห็นในขั้นตอนการพัฒนา แต่น่าเสียดายที่ท่านได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1991 ก่อนที่ Honda Civic รุ่นนี้จะเปิดตัวเพียง 1 เดือน

พอรถรุ่นนี้เปิดตัวมาไม่นานนัก ก็คว้ารางวัล “Car of the Year Japan 1991-1992” ไปในทันที!

Honda-Civic-Ferio-EG

Honda Civic Ferio

Honda-Civic-Coupe-EG

Honda Civic Coupe นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ไปขายในญี่ปุ่น

โดยโฉมนี้ ทาง Honda ที่ญี่ปุ่น ก็ยังได้ตั้งชื่อเล่นประจำรถรุ่นนี้ด้วย ในชื่อ “Sport Civic” ซึ่งมาพร้อม 3 แบบให้เลือก นั่นคือ แบบ 3 ประตู Hatchback, 2 ประตู Coupe และแบบ 4 ประตู Sedan ที่มีพ่วงชื่อต่อท้ายด้วย “Ferio” (เฟริโอ้) เป็นครั้งแรก ก่อนจะเลิกใช้ไปในปี 2005 ในโฉม ES

อ่านเพิ่มเติม : CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Civic (EG) 3 ประตู เปิดโลกฮอนด้า สร้างยอดขายถล่มทลาย!

Honda-Civic-Ferio-EG-1991

รูปทรงภายนอก มาแบบรูปทรงลิ่ม ไร้กระจังหน้า เน้นความเรียบ หรู หลังคาเตี้ยกว่ารุ่นเดิม

Honda-Civic-Ferio-EG-1991

ห้องโดยสารภายใน มาในรูปแบบ “Space Design Concept” ด้วยแนวคิดของคนหนุ่มสาวในโลกกว้าง ต้องชมก่อนเลยว่าแผงคอนโซลออกแบบมาได้ดีกว่ารถในระดับเดียวกัน มีส่วนโค้งนูน ดูทันสมัย และหรูหรา ปุ่มต่างๆ จัดวางในระดับที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ไปคลำหากันด้านล่างเลย อีกทั้งยังมีกระจกบานหน้าที่ใหญ่มาก รับกับรูปทรงรถที่เตี้ยๆ แบนๆ หน่อย ให้ทัศนวิสัยค่อนข้างดีทีเดียว

Honda-Civic-Ferio-EG-JTCC

ยุค 90 รถแข่งกำลังบูม ในรายการ JTCC ของญี่ปุ่น ก็มี Honda Civic Ferio เข้าแข่งขันกันหลายคัน

Honda Civic 4 ประตู เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายแบบ เริ่มตั้งแต่ขนาด ….

  • 1.3 ลิตร รหัส D13B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ 85 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ 100 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.8 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC-E เน้นความประหยัด จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 94 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.1 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที
  • และรุ่นพลังแรงอย่าง รหัส B16A แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 170 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/ นาที แรงบิดสูงสุด 16.0 กก.-ม. ที่ 7,300 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แรงม้าร่วงลงมาเหลือ 155 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.6 กก.-ม.ที่ 6,500 รอบ/นาที
  • สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4WD ใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับที่ใส่ใน Honda หลายรุ่น รหัส ZC แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.8 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • ส่วนรุ่น 4WD INTRAC ซึ่งย่อมาจาก “INnovative TRAction Control system” เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เชื่อมระบบเบรก ABS เอาไว้ด้วย รหัส ZC แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที

Honda-Civic-JDM

มิติตัวรถของ Civic (EG) 4 ประตู ยาว 4,395 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,375-1,395 มม. และระยะฐานล้อ 2,620 มม. ซึ่งขนาดความยาวของฐานล้อรุ่นนี้ ยังคงใช้เป็นพื้นฐานต่อเนื่องมาจนถึงในรุ่น Civic (EK) หรือรุ่น “ตาโต” และใน Civic (ES) หรือรุ่น “Dimension” กันเลยทีเดียว

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

บรรยากาศงานเปิดตัว Honda Civic เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2535 (ภาพจาก Grand Prix)

ย้อนกลับมาดูในเวอร์ชั่นไทยบ้างดีกว่า สำหรับ Honda Civic (EG) 4 ประตูโฉมนี้ ในไทยเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2535 มาใน Slogan “ศิลปะแห่งยนตรกรรมระดับโลก” หรือ “A New World Standard” แม้ว่าออพชั่นต่างๆ ที่แบบไต๋ออกมา จะดูต่างกันลิบโลกกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นเลยก็ตาม …

ในปี 1992 มีให้เลือกกันแค่ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นเกียร์ธรรมดา LX ราคาเริ่มต้นที่ 499,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 539,000 บาท

ด้านเต็นท์รถมือสอง ต่างเรียกรุ่นนี้ว่า “ซีวิคเตารีด” (ซึ่งเจ้า Civic “เตารีด” นี่ เรียกกันว่าตั้งแต่ช่วงโฉม EF แล้ว!)

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

สำหรับรุ่นย่อย LX และ EX มาพร้อมออพชั่นที่มีแค่เท่าที่จำเป็น (ซึ่งถือว่าเป็นความผิดพลาดไปหน่อยของ Honda เมื่อเทียบกับรถคู่แข่ง) เริ่มต้นด้วยล้อแบบกะทะเหล็ก 13 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ ภายในเบาะหนังไวนิล, พวงมาลัยเพาเวอร์ (เฉพาะรุ่น EX), กระจกมือหมุน, กระจกมองข้างปรับภายในรถ, เข็มขัดนิรภัยหน้า-หลัง (แม้ว่าด้านหลังจะเป็นแบบ 2 จุด 2 ตำแหน่งก็เถอะ แต่รถหลายๆ ค่าย ยังไม่มีเข็มขัดนิรภัยหลังให้ด้วยซ้ำไปนะ)

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

รุ่นนี้ใช้ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า-หลัง และระบบยางรองรับแท่นเครื่องยนต์ 5 ตำแหน่ง อีกทั้งยังติดตั้งระบบกรองไอเสียจากเครื่องยนต์ (Catalytic Converter)

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1992

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.6 กก.-ม.ที่ 4,000 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 990 กิโลกรัม และ 1,030 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

สีรถที่มีให้เลือก รุ่นปี 1992 มีเฉพาะสีขาว Frost White, สีเงิน Frosty Silver Metallic, สีแดง Phoenix Red, สีน้ำตาล Silk Brown และน้ำเงิน Blue Mica

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1993

มาจนถึงเดือนมิถุนายน 2536 มีการเพิ่มรุ่น LXi และ EXi เพิ่มขนาดเครื่องยนต์เป็น 1.6 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.5 กก.-ม.ที่ 5,500 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 1,057 กิโลกรัม และ 1,075 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 560,000 บาท ส่วนรุ่นเกียร์เกียร์อัตโนมัติ ราคา 590,000 บาท

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1993

พร้อมปรับและเพิ่มออพชั่นในทุกรุ่นย่อย อาทิ คิ้วขอบกระจกโครเมียม (เฉพาะรุ่น 1.6), ฝาครอบล้อลายใหม่, พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับระดับสูง-ต่ำได้ (เฉพาะรุ่น 1.6), พวงมาลัยเพาเวอร์ (รุ่น 1.5 EX), กระจกไฟฟ้า 4 บาน, เซ็นทรัลล็อก, เข็มขัดนิรภัยหลังแบบ 3 จุด และคานเหล็กนิรภัยข้างประตู!

และปรับเพิ่ม กับเปลี่ยนสีรถใหม่ด้วย อาทิ สีแดง Milano Red, สีเทา Pewter Gray, สีเขียว Lausanne Green Pearl และ สีน้ำเงิน Harvard Blue Pearl เป็นต้น

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2537 Honda ตัดสินใจปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ อีกครั้ง เช่น เพิ่มล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว ในรุ่น LXi และ EXi, และปรับสีเงินเป็น Sky Silver, สีน้ำเงินเป็น Cobalt Blue Pearl เป็นต้น

Honda-Civic-EG-4-Door-VTi-1994

Honda Civic VTi ตัวนำเข้าแท้ๆ จากญี่ปุ่น ต้องแบบนี้!

เดือนมิถุนายน 2537 Honda เริ่มปรับภาพลักษณ์ ให้รู้ว่าเทคโนโลยีของรถ Honda ไม่ใช่เล่นๆ อีกต่อไป โหมโฆษณาเครื่องยนต์ VTEC กันยกใหญ่ รวมถึง สร้างรูประบายสีเหมือนคนวิ่ง พร้อมเขียนว่า “I AM VTEC” ผ่านทางสื่อต่างๆ และเริ่มส่งรถที่ใช้เครื่องยนต์ VTEC ของ Honda มาขายในไทยหลายรุ่น อาทิ Accord, Integra, Prelude หรือ NSX เป็นต้น

แผนกรถนำเข้า (CBU) เลยเปิดตัว Honda Civic VTi รุ่นนำเข้าจากญี่ปุ่นตามมาด้วย ซึ่งถือว่ามีราคาแพงพอสมควรเลย 745,000 บาท มีออพชั่นเด็ดๆ อย่าง หลังคาซันรูฟไฟฟ้า, ดิสก์เบรก 4 ล้อ, เบาะหลังพับได้, ไฟเตือนเข็มขัดนิรภัย และเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับระดับได้ เป็นต้น

มีให้เลือกเพียง 2 สีเท่านั้น คือ สีแดง Torino Red และ สีเงิน Vogue Silver

จุดเด่นอย่างเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.8 กก.-ม.ที่ 5,200 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 1,088 กิโลกรัม และ 1,119 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ มาแนะนำความเป็น VTEC กับ Civic ครั้งแรกในไทย แม้ว่าจะมียอดขายได้แค่เพียงไม่กี่สิบคันก็ตาม …

Honda-Civic-EG-4-Door-TH-1995

ต่อมา … 7 กุมภาพันธ์ 2538 ฮอนด้าต้องเปิดหน้าตัก สู้กับคู่แข่งเต็มตัว จึงนำรุ่นเครื่องยนต์ VTEC กับรุ่นย่อย VTi-L และ VTi-E มาประกอบขายในไทย ทำราคาถูกลง ขายควบคู่ไปกับรุ่นนำเข้าจากญี่ปุ่น ในช่วงปลายอายุตลาด พร้อมเพิ่มออพชั่นในรุ่นล่างลงมาด้วย เช่น รุ่น 1.5 LX เพิ่มพวงมาลัยเพาเวอร์ และเบาะนั่งแบบกึ่งสักหลาด และล้อแม็กในรุ่น LXi กับ EXi แบบเดียวกับในรุ่น VTEC …

จนกระทั่งวันที่ 31 ตุลาคม 2538 Honda Civic (EK) หรือรุ่น “ตาโต” โฉมใหม่ ก็เข้ามาแทนที่โฉมนี้นั่นแล …

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถที่มีให้เลือกได้หลากหลายจริงๆ เพราะมีจำนวนการผลิตที่มาก จะหารถเดิมๆ มาเล่นก็ได้ แต่หายากหน่อย หรือรถแบบแต่งซิ่ง ลงสนามแข่ง หรือแต่งแบบ JDM ทั้งคัน ก็ได้ แต่ราคาขายก็ย่อมต่างกันด้วยเช่นกัน โดยรถที่แต่งซิ่งกับเปลี่ยนเครื่องมาใหม่ ราคามือสองย่อมแพงกว่า สภาพแต่งสวยมากๆ ยังพุ่งไปหลักแสนได้ก็มี เป็นรถที่ยังเอาไว้ใช้ขับเล่นสนุกๆ ได้ทุกวัน (แต่สภาพต้องดีจริง ไม่งั้นอาจจะได้ซ่อมกันทุกเดือน)

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าคุณได้ Civic 4 ประตู (EG) เครื่องเดิมๆ มา ซึ่งทนทานก็จริง แต่อาจไม่ทันใจนักในเรื่องของขุมพลังเรี่ยวแรงตกไปตามอายุ และความประหยัด กับแอร์ไม่ค่อยเย็นนัก และชอบมีสนิมขึ้นบริเวณเบ้าไฟหน้า-ไฟท้าย (ยอดฮิต เป็นทุกคัน) ใต้แผงจิ้งหรีดหน้า กับมุมเสาเอ และตรงซุ้มล้อหลัง กับเบ้ายางอะไหล่ ซึ่งถ้ารถคันไหนยังไม่เคยทำสี สีเดิมๆ เลย หรือทำสีมาแล้วทำมาไม่ดี มีสนิมปูดขึ้นมาทักทายแน่นอน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้แม้ว่าข้อดีจะมาก แต่ข้อด้อยก็มีเช่นกัน ถ้าเจอรถที่ช้ำมามาก ก็ต้องซ่อมกันค่อนข้างเยอะ และไม่จบถ้าไม่พร้อมจะจ่ายก้อนใหญ่ ด้านอะไหล่ยังมีเยอะ มีของใหม่ให้เบิกอยู่ด้วย แม้ว่าอะไหล่ช่วงล่างจะแพงหน่อยก็ตาม (เพราะใช้บูชยางเยอะด้วย) ถ้าขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ หัวฉีด หรือหัวฉีด VTEC ก็ได้

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 30,000 – 70,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Honda-Civic-3-Door-EG

ถ้าจะย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 90 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังบูมสุดๆ ยุคฟองสบู่กำลังเบิกบาน ทุนต่างชาติกำลังเข้ามาลงทุนในไทยอย่างมหาศาล ส่งผลกระทบให้คนไทยที่อยู่ในวัยทำงาน มีเงินใช้มือเติบกันเป็นแถว กล้าตัดสินใจซื้อรถใหม่ โดยไม่หวั่นแม้ดอกเบี้ยรถยนต์จะสูงมากก็ตาม

และอีกหนึ่งในรถยนต์ที่ยอดฮิตตลอดกาล ของ Honda ผมก็คงจะต้องยกนิ้ว (โป้ง) ให้ Honda Civic 3 ประตู (EG) (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งเป็น Civic รุ่นแรก และรุ่นเดียวของไทย ที่บริษัท ฮอนด้าคาร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตขายในไทย เป็นรถที่สร้างชื่อด้วยราคาสุดเซอร์ไพรส์ ที่มาพร้อมยอดจองถล่มทลาย 10,000 คัน ใน 7 วัน! รวมถึงการซื้อขายใบจองรถ และคำครหาในเรื่องของคุณภาพการผลิต เรื่องวัสดุซับเสียงในหลังคา ว่ามาจากลังกระดาษ …

ในปัจจุบัน แม้ว่ารถรุ่นนี้จะผ่านร้อนหนาวมาแล้ว 20 กว่าปี แต่ในตลาดรถมือสอง รุ่นนี้ก็ยังมีการซื้อ-ขาย อย่างต่อเนื่อง รวมถึงนิยมเอามาแต่งซึ่งของวัยรุ่น หรือจิ๊กโก๋ในไทย

MR.CARRO จะมาเล่ารายละเอียดของ Honda Civic 3 ประตู (EG) มือสองรุ่นนี้ ว่าในเวลานี้ ยังน่าเล่นอยู่หรือไม่ …

โฆษณา Honda Civic (EG) เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่จ้าง Jodie Foster มาเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมใช้เพลงดัง “She Drives Me Crazy” ในปี 1988 จากวง Fine Young Cannibals มาเป็นเพลงประกอบโฆษณา

Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ทีมวิศวกรของ Honda R&D เริ่มต้นวิจัยและพัฒนาขึ้นในปี 1988 ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ Civic (EF) ของ Honda ที่ประสบความสำเร็จด้านการขายอยู่ โดยทาง Honda มุ่งหมายให้รถรุ่นนี้ ต้องออกมาเป็น “มาตรฐานใหม่ของรถยนต์นั่ง” (“New Benchmark Car”) ที่ชนะใจคนทั่วโลกให้ได้! คือพูดง่ายๆ ว่าต้องเป็นอันดับ 1 ในบรรดารถยนต์นั่งขนาด Compact ด้วยกัน

Honda-Civic-JDM

ทีมวิศวกรของ Honda เริ่มคิดว่าคนหนุ่มสาวในยุค 2000 จะใช้ชีวิตกันแบบไหน? ที่ต้องออกแบบรถมาให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายนี้ที่สุด จึงถูกส่งไปศึกษาความต้องการของลูกค้า หรือพฤติกรรมในการใช้รถ หรือใช้ชีวิตของเหล่าวัยรุ่น หรือเด็กจบใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ตามประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เยอรมนี ที่สหรัฐอเมริกา (ใน West Coast และ Florida) หรือที่บราซิล

เพื่อพัฒนา Honda Civic (EG) รุ่นนี้ ออกมาให้ถูกใจผู้บริโภคมากที่สุด และต้องมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เตะตา กว้างขวาง และต้องรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

Honda-Civic-JDM

Honda Civic SIR-II รุ่นพลังแรง

Honda เปิดตัว Honda Civic EG ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 1991 ซึ่ง Honda Civic รุ่นนี้ จะเป็น Civic รุ่นสุดท้าย ที่ Soichiro Honda (โซอิชิโร ฮอนด้า) ผู้ก่อตั้งบริษัท Honda Motor ได้เห็นในขั้นตอนการพัฒนา แต่น่าเสียดายที่ท่านได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1991 ก่อนที่ Honda Civic รุ่นนี้จะเปิดตัวเพียง 1 เดือน

พอรถรุ่นนี้เปิดตัวมาไม่นานนัก ก็คว้ารางวัล “Car of the Year Japan 1991-1992” ไปในทันที!

Honda-Civic-Ferio-EG

Honda Civic Ferio

Honda-Civic-Coupe-EG

Honda Civic Coupe นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ไปขายในญี่ปุ่น

โดยโฉมนี้ ทาง Honda ที่ญี่ปุ่น ก็ยังได้ตั้งชื่อเล่นประจำรถรุ่นนี้ด้วย ในชื่อ “Sport Civic” ซึ่งมาพร้อม 3 แบบให้เลือก นั่นคือ แบบ 3 ประตู Hatchback, 2 ประตู Coupe และแบบ 4 ประตู Sedan ที่มีพ่วงชื่อต่อท้ายด้วย “Ferio” (เฟริโอ้) เป็นครั้งแรก ก่อนจะเลิกใช้ไปในปี 2005 ในโฉม ES

Honda-Civic-JDM-Aero

รูปทรงภายนอก เน้นความเรียบ หรู หลังคาเตี้ยกว่ารุ่นเดิม และในส่วนของรุ่น Hatchback 3 ประตู ตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจาก ทีมออกแบบ ที่ได้ไปดูการเต้นรำสไตล์แซมบ้า ในเทศกาลคาร์นิวัล ณ เมือง Rio De Janeiro ประเทศบราซิล

Honda-Civic-JDM

ทั้งยังชูจุดเด่นด้วยกระจกบานท้าย แบบฝาท้ายแบบเปิดแยกส่วนได้ ทำให้งานหยิบสัมภาระต่างๆ ทำได้ง่ายและสบายมาก

Honda-Civic-JDM

ห้องโดยสารภายใน มาในรูปแบบ “Space Design Concept” ด้วยแนวคิดของคนหนุ่มสาวในโลกกว้าง ต้องชมก่อนเลยว่าแผงคอนโซลออกแบบมาได้ดีกว่ารถในระดับเดียวกัน มีส่วนโค้งนูน ดูทันสมัย และหรูหรา ปุ่มต่างๆ จัดวางในระดับที่้ใช้งานง่าย ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ไปคลำหากันด้านล่างเลย อีกทั้งยังมีกระจกบานหน้าที่ใหญ่มาก รับกับรูปทรงรถที่เตี้ยๆ แบนๆ หน่อย ให้ทัศนวิสัยค่อนข้างดีทีเดียว

Honda Civic รุ่นฉลองครบรอบ 20 ปี Civic (1972-1992) ในไทยมีโผล่มาแว๊บๆ อยู่ 1 คัน …

Honda Civic 3 ประตู เวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลายแบบ เริ่มตั้งแต่ขนาด ….

  • 1.3 ลิตร รหัส D13B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ 85 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ 100 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.8 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC-E เน้นความประหยัด จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 94 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม.ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • 1.5 ลิตร รหัส D15B แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 130 แรงม้า (PS) ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.1 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที
  • และรุ่นพลังแรงอย่าง รหัส B16A แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTEC จ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด PGM-FI 170 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/ นาที แรงบิดสูงสุด 16.0 กก.-ม. ที่ 7,300 รอบ/นาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แรงม้าร่วงลงมาเหลือ 155 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.6 กก.-ม.ที่ 6,500 รอบ/นาที

Honda-Civic-JDM

มิติตัวรถของ Civic (EG) 3 ประตู ยาว 4,070 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,345-1,350 มม. และระยะฐานล้อ 2,570 มม.

Honda-Civic-EG-TH

ย้อนกลับมาดูในเวอร์ชั่นไทยบ้างดีกว่า สำหรับ Honda Civic (EG) 3 ประตูโฉมนี้ ในไทยเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2536 มาใน Slogan “Drive Your City Life” พร้อมบุกตลาดรถซิตี้คาร์! ตามหลังจากการเปิดตัว Civic รุ่น 4 ประตู Sedan 1 ปีกว่า (ตัว Sedan เปิดตัวเมื่อเมษายน 2535)

ด้วยราคาที่ถูกเหลือเชื่อ! จึงได้รับการต้อนรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างล้นหลามเพียงระยะเวลาแค่ 7 วัน มียอดสั่งจองถึง 10,000 คัน แม้ว่าจะต้องรอคิวรับรถกันไปถึงต้นปี 2537 เลยก็ตาม จน บริษัท ฮอนด้าคาร์ส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ชื่อบริษัทในตอนนั้น) ต้องออกมาประกาศหยุดรับจองลงอย่างกะทันหัน เนื่องจากเกรงว่าจะผลิต และส่งมอบให้กับลูกค้าไม่ทันตามกำหนด ทำยอดขายในปี 2536 – 2537 ของ Honda นั้น พุ่งกระฉูด!

Honda-Civic-EG-TH

สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา LX ราคาเริ่มต้นที่ 361,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 396,000 บาท (สำหรับรุ่นปี 1994 เกียร์ธรรมดา LX ราคาเริ่มต้นที่ 398,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 433,000 บาท)

ด้านเต็นท์รถมือสอง ต่างเรียกรุ่นนี้ว่า “ซีวิคสามดอ” หรือไม่ก็ “ซีวิคเตารีด” (ซึ่งเจ้า Civic “เตารีด” นี่ เรียกกันว่าตั้งแต่ช่วยโฉม EF แล้ว!)

Honda-Civic-EG-TH

เวอร์ชั่นบ้านเรามีให้เลือกแค่รุ่นย่อย LX และ EX ซึ่งต่างจากในญี่ปุ่นลิบลับ พร้อมกับออพชั่นที่มีแค่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะต้องทำราคาสู้กับรถค่ายคู่แข่ง มีอะไรบ้าง ก็มีเบาะหนังไวนิล, พวงมาลัยเพาเวอร์ (เฉพาะรุ่น EX), กระจกไฟฟ้า (อันนี้ถือว่าแจ๋ว ที่มีมาให้ในรถยุค 90 เวลานั้น), เข็มขัดนิรภัยหน้า-หลัง (นี่ก็ใช้ได้ แม้ว่าด้านหลังจะเป็นแบบ 2 จุด 2 ตำแหน่งก็เถอะ แต่รถหลายๆ ค่าย ยังไม่มีเข็มขัดนิรภัยหลังให้ด้วยซ้ำไปนะ) แล้วก็มีปัดน้ำฝนหลังให้ด้วย!

รุ่นนี้ใช้ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนอิสระทั้ง 4 ล้อ และระบบยางรองรับแท่นเครื่องยนต์ 5 ตำแหน่ง อีกทั้งยังติดตั้งระบบกรองไอเสียจากเครื่องยนต์ (Catalytic Converter)

Honda-Civic-EG-TH

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.6 กก.-ม.ที่ 4,000 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 989 กิโลกรัม และ 1,029 กิโลกรัม ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

สีรถที่มีให้เลือก รุ่นปี 1993 มีเฉพาะสีขาว Frost White, สีเงิน Frosty Silver, สีแดง Milano Red และน้ำเงิน Harvard Blue

พอรุ่นปี 1994 มีการเพิ่มคิ้วกันกระแทกด้านข้างตัวรถ มีเหล็กกันโคลงหลัง เพิ่มคานนิรภัยในประตู และปรับเปลี่ยนสีรถใหม่ เปลี่ยนสีน้ำเงินของเดิมเป็น สีน้ำเงิน Atlantic Blue, สีเงินเดิมเปลี่ยนเป็นสีเงิน Sky Silver และเพิ่มสีเหลือง Daisy Yellow เข้ามา …

ต่อมาในช่วงปี 2538 Honda ตัดสินใจปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ ให้รุ่น 3 ประตู กันอีกครั้ง เพิ่มสีเขียว และสีส้ม ในรุ่นเกียร์ธรรมดา LX ราคาขึ้นมาเป็น 418,000 บาท และในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ EX ราคาอยู่ที่ 453,000 บาท

พร้อมปรับปรุงภายในใหม่ ใช้เบาะนั่งแบบกึ่งหนังกึ่งผ้า ลายตาราง และใส่ล้อแม็กขนาด 13 นิ้ว ของ Enkai ติดมาให้ด้วย ก่อนที่จะจากลาไปช่วงประมาณต้นปี 2539 ซึ่งก็ได้ Honda City 4 ประตูรุ่นแรก ลงมาเล่นในตลาดนี้แทน Civic 3 ประตูตลอดไป …

Mugen Civic

บทสรุป

Honda Civic 3 ประตู รหัสตัวถัง EG โฉมนี้ จัดเป็นรถที่ขายดีไปทั่วโลก เฉกเช่นเดียวกับ Civic รุ่นอื่นๆ จนกระทั่งปี 1992 Honda ต้องฉลองครบรอบ 10 ล้านคันเลยทีเดียว แม้ว่าบ้านเราจะเปิดมาด้วยราคาถูก ออพชั่นน้อยก็ตาม แต่ไปๆ มาๆ ก็ครองใจคนใช้รถได้สำเร็จ กลายเป็นรถยอดนิยมของคนชอบรถแต่งซิ่งในยุค 90 ไปอีกรุ่นเช่นกัน …

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถที่มีให้เลือกได้หลากหลายจริงๆ เพราะมีจำนวนการผลิตที่มาก จะหารถเดิมๆ มาเล่นก็ได้ แต่หายากหน่อย หรือรถแบบแต่งซิ่ง ลงสนามแข่ง หรือแต่งแบบ JDM ทั้งคัน ก็ได้ แต่ราคาขายก็ย่อมต่างกันด้วยเช่นกัน โดยรถที่แต่งซิ่งกับเปลี่ยนเครื่องมาใหม่ ราคามือสองย่อมแพงกว่า สภาพแต่งสวยมากๆ ยังพุ่งไปหลักแสนได้ก็มี เป็นรถที่ยังเอาไว้ใช้ขับเล่นสนุกๆ ได้ทุกวัน (แต่สภาพต้องดีจริง ไม่งั้นอาจจะได้ซ่อมกันทุกเดือน)

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถ้าคุณได้ Civic 3 ประตู (EG) เครื่องเดิมๆ มา ซึ่งทนทานก็จริง แต่อาจไม่ทันใจนักในเรื่องของขุมพลังเรี่ยวแรงตกไปตามอายุ และความประหยัด กับแอร์ไม่ค่อยเย็นนัก และชอบมีสนิมขึ้นบริเวณเบ้าไฟหน้า-ไฟท้าย (ยอดฮิต เป็นทุกคัน) ใต้แผงจิ้งหรีดหน้า กับมุมเสาเอ และตรงซุ้มล้อหลัง กับเบ้ายางอะไหล่ ซึ่งถ้ารถคันไหนยังไม่เคยทำสี สีเดิมๆ เลย หรือทำสีมาแล้วทำมาไม่ดี มีสนิมปูดขึ้นมาทักทายแน่นอน

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้แม้ว่าข้อดีจะมาก แต่ข้อด้อยก็มีเช่นกัน ถ้าเจอรถที่ช้ำมามาก ก็ต้องซ่อมกันค่อนข้างเยอะ และไม่จบถ้าไม่พร้อมจะจ่ายก้อนใหญ่ ด้านอะไหล่ยังมีเยอะ มีของใหม่ให้เบิกอยู่ด้วย แม้ว่าอะไหล่ช่วงล่างจะแพงหน่อยก็ตาม (เพราะใช้บูชยางเยอะด้วย) ถ้าขับเครื่องเดิมไม่ทันใจ ก็วางเครื่องใหม่ หัวฉีด หรือหัวฉีด VTEC ก็ได้

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 30,000 – 70,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ ด้วยราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Honda-Civic-Car-Nickname

“เตารีด” “ตาโต” “ตาเหยี่ยว” “FD” เฮ้ย! ใครเป็นคนคิดฉายารถ Honda นี้ ท่านได้แต่ใดมา!

ตลาดรถยนต์มือสองโดยทั่วไปนั้น มักจะมีรถหลากหลายรุ่นที่วนเวียนมาขายกันอยู่มากมาย มีบรรดาคนในวงการเต็นท์รถมือสองตั้งแต่ยุคในอดีต จะให้เรียกชื่อรุ่นรถยาวๆ บางทีก็จำไม่ได้ จึงตั้ง “ฉายา” หรือ “ชื่อเล่น” สั้นๆ เฉพาะรถรุ่นนั้นๆ ขึ้นมา จนกระจายออกไปกลายเป็นชื่อที่ฮิตติดปาก โดยส่วนใหญ่มักจะตั้งฉายารถ จากส่วนต่างๆ ของรถว่าคล้ายกับสิ่งใด ที่บางทีได้ยินแล้วก็ต้องอุทานว่า … “คิดไปได้นะ!”

MR.CARRO ขอนำเสนอฉายารถสุดแปลกแหวกแนว สำหรับตอนที่ 2 ขอเสนอฉายาของรถ “Honda Civic” (ฮอนด้า ซีวิค) ซึ่งได้ชื่อว่า มีฉายารถอยู่หลากหลาย รุ่นฮิตติดปาก และมีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน อ่านแล้วอย่าลืมเรียกกันให้ถูก มาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

Honda-Civic-EF

Honda Civic (EF) “เตารีด”, “EF” หรือ “ท้ายดำ” “ท้ายแดง” กับ “ไฟท้ายสองชั้น”

สำหรับ Honda Civic (EF) ถือเป็น Civic รุ่นที่ 2 ที่ทางฮอนด้าคาร์ส (ในยุคนั้น) ขายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ เปิดตัวจำหน่ายเมื่อปี 2530 ชูจุดเด่นเครื่องยนต์เทคโนโลยี 4 สูบ 16 วาล์ว และรูปทรงเตี้ยแบนสไตล์รถสปอร์ต พาทำเอายอดจองถล่มทลาย จนผลิตขายไม่ทันเลยทีเดียว มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส “ZC” ในรุ่น LX-S โฉมไมเนอร์เชนจ์

Honda-Civic-EF-ไฟท้าย

ความแตกต่างระหว่าง Civic “ท้ายแดง” และ Civic “ไฟท้ายสองชั้น” (รุ่นไมเนอร์เชนจ์)

ฉายา “เตารีด” นั้น เป็นที่ถกเถียงกันมานานมาก ว่าตกลงแล้วรุ่น “EF” หรือ “EG” กันแน่? แต่จากที่หลายฝ่ายลงความเห็นกัน สรุปว่ารุ่นนี้ได้ฉายา “เตารีด” มาก่อนครับ ส่วนฉายา “EF” นี่ได้มาจากรหัสรุ่น ส่วน “ท้ายดำ” มาจากแผงทับทิมหลังสีดำ และ “ท้ายแดง” คือโฉมที่สอง ที่แผงทับทิมหลัง สีแดงโดดเด่น และ “ไฟท้ายสองชั้น” อันนี้ได้มาจากโฉมไมเนอร์เชนจ์ ส่วนเลนส์ไฟท้าย แบ่งไฟเลี้ยว-ไฟถอย และไฟเบรคแบบแนวนอน 2 ชั้น นั่นเอง …

Honda-Civic-JDM

Honda Civic (EG) “เตารีด”, “EG” และ “สามดอ”

สำหรับ Honda Civic (EG) นับเป็น Civic รุ่นที่ 3 ที่ทางฮอนด้าคาร์ส (ในยุคนั้น) เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือนเมษายน 2535 โดยรุ่น 4 ประตูมาก่อน และรุ่น 3 ประตูยอดฮิต ตามมาในเดือนสิงหาคม 2536 ยังคงขึ้นชื่อถึงการต้อนรับจากลูกค้าชาวไทยอย่างล้นหลามเพียงระยะเวลาแค่ 7 วัน มียอดสั่งจองถึง 10,000 คัน ซึ่ง Civic โฉมนี้ในบ้านเรา มีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร, 1.6 ลิตร และ 1.6 ลิตร VTEC ให้เลือก

ฉายา “เตารีด” นั้น เป็นการเรียกที่ถือได้ว่า ถูกเรียกเหมารวมกับตัว Civic รุ่นรหัส “EF” ไปด้วย ซึ่งจุดเด่นมาจากฝากระโปรงหน้าที่ราบเรียบ ไม่มีกระจังหน้า ทำให้ถูกเรียกติดปากว่าเตารีดเป็นวงกว้าง และฉายา “EG” นั้นมาจากรหัสรุ่น และ “สามดอ” (3-Door) อันนี้มาจากตัวรุ่น 3 ประตูครับ (ซึ่งบางคนก็เรียกว่า รุ่น “หลังคากระดาษ”  หรือ “แมลงสาบ”)

Honda-Civic-EK

Honda Civic (EK) “ตาโต”

Honda Civic (EK) เป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก Civic โฉมที่แล้ว ด้วยรูปทรงที่สวยงามมากกว่าเดิม เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2538 มีให้เลือกด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร, 1.6 ลิตร VTEC และ 1.8 ลิตร ที่ตามมาในโฉมไมเนอร์เชนจ์ และรุ่น Coupe ที่ถือว่าเป็น Civic รุ่นเดียวในไทยที่มีโฉมคูเป้จำหน่าย เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2540

ฉายา “ตาโต” ดูง่ายๆ เลย ก็ชุดไฟหน้าขนาดใหญ่ คล้ายกับคนตาโตนั่นเอง ส่วน “EK” ก็เรียกมาจากรหัสรุ่นครับ

Honda-Civic-ES

Honda Civic (ES) “Dimension” และ “ตาเหยี่ยว”

พลิกโฉมการออกแบบใหม่ๆ ไปกับ Honda Civic (ES) เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2543 ด้วยการออกแบบให้พื้นฐานห้องโดยสารกว้างมากขึ้น ลดขนาดความยาวของหน้าเครื่องยนต์ลง อีกทั้งพื้นที่วางขาผู้โดยสารหลังเรียบ ไม่มีอุโมงค์เพลากลาง จัดเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ เป็นครั้งแรกที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.7 ลิตร, 1.7 ลิตร VTEC LEV อีกทั้งยังเป็นครั้งแรก ที่ Honda นำเสนอ Civic เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC ในไทย

ฉายา “Dimension” บอกตรงๆ ว่าได้มาจากสโลแกนโฆษณาของรถ ในชื่อเต็มๆ นั่นก็คือ “New Dimension มุมมองใหม่แห่งยนตกรรมเหนือระดับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่” และ “ตาเหยี่ยว” เป็นฉายาที่ได้มาจากรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ชุดไฟหน้าดูโฉบเฉี่ยว คล้ายกับตาเหยี่ยว

Honda-Civic-FD

Honda Civic (FD) “FD” “นางฟ้า” “ไฟท้ายกลม” และ “ไฟท้ายแปดเหลี่ยม”

Honda Civic (FD) โฉมนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือเช่นกัน ด้วยภายนอก-ภายในสุดล้ำ และฉีกรูปแบบของรถ Compact ที่ทำตลาดในยุดเดียวกัน เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 จัดเป็น Civic ที่ขายในบ้านเรายาวนานที่สุดอีกหนึ่งรุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร i-VTEC และ 2.0 ลิตร i-VTEC

Honda-Civic-FD-ไฟท้าย

ความแตกต่างระหว่าง Civic “ไฟท้ายกลม” และ Civic “ไฟท้ายแปดเหลี่ยม” (รุ่นไมเนอร์เชนจ์)

ฉายาของ Civic รุ่นนี้ มีเรียกกันหลากหลาย ตั้งแต่ “FD” ที่มาจากรหัสรุ่น “นางฟ้า” ที่มาจากรถสวยงดงาม ลงตัว ดุจนางฟ้า (ไม่เข้าใจจริงๆ ใครมันตั้งชื่อนี้!) ส่วน “ไฟท้ายกลม” มาจากชุดไฟท้ายโฉมแรก และ “ไฟท้ายแปดเหลี่ยม” มาจากชุดไฟท้ายรุ่นไมเนอร์เชนจ์

สำหรับ Civic รุ่น “FB” และ “FC” เท่าที่เห็น ก็จะเรียกรหัสรุ่นกันอย่างเดียวแล้ว …

Honda-ASIMO

ส่วนอันนี้เป็นเกร็ดความรู้ เกี่ยวกับรหัสรุ่นของ Civic ที่ MR.CARRO ขออธิบายให้ฟังกัน …

หลายคนมักจะสงสัยว่า ทำไม Honda Civic พอหมดรหัสรุ่น ES ไปต่อด้วยรหัสรุ่น FD แล้วพอโฉมต่อมา ถึงวกกลับมาเป็นรหัส FB แล้วไป FC ???

ก่อนอื่น ต้องย้อนไปดู Honda Civic เจเนอเรชั่นที่ 8 กันก่อน โดยโฉมนี้ แบ่งออกได้เป็น 2 โมเดลหลักๆ นั่นคือ โมเดลที่ขายในอเมริกาเหนือ จะใช้รหัสรุ่นว่า “FA” ส่วนโมเดลที่ขายในเอเชียและโอเชียเนีย (ไม่นับ Civic ที่ขายในตลาดยุโรป) ทาง Honda กำหนดให้มีรหัสรุ่น “FD”

แต่พอมาเจเนอเรชั่นที่ 9 Honda Civic โฉมนี้เป็น Global Model แล้ว จึงใช้รหัสรุ่น FB ตาม USA และในรุ่น Civic FC และ Civic FK ก็เช่นกันครับ …

Honda-Civic-Hatchback

และสำหรับฉายาของ Honda รุ่นอื่นๆ ที่คนในวงการรถมือสองเรียกกันนั้น จะมีอะไรต่ออีกบ้าง MR.CARRO จะมาเสนอให้อ่านต่อกันวันหลังครับ

และถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อเปลี่ยนรถคันใหม่ ขายรถด่วน เพื่อรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย CARRO Blog)

Carro-แนะนำรถมือสอง-Honda-Civic-FD

Honda Civic FD มือสอง รูปทรงสวย สมรรถนะดี ถูกใจขาซิ่ง เป็นเจ้าของได้

Honda-Civic
Honda-Civic

ถ้าจะพูดถึงรถยนต์ Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) ที่จำหน่ายในบ้านเราและได้รับความนิยมจากผู้ใช้ ก็มีอยู่หลายเจเนอเรชั่น แต่สำหรับเวอร์ชั่นที่ได้ชื่อว่า สร้างความฮือฮาให้กับวงการรถยนต์บ้านเรา รวมไปถึงยอดจำหน่ายที่น่าพึงพอใจ และมีกลุ่มคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก และประสบความสำเร็จด้านยอดขายมากที่สุดในบรรดา Civic ทุกรุ่นที่เคยประกอบขายในเมืองไทย คงต้องยกให้ “Honda Civic” โฉม “FD” ครับผม

Honda-Civic

Honda-Civic-TypeR

Honda-Civic-TypeR

Honda Civic Type R ปฐมบทของความแรง รุ่นสุดท้ายในเวอร์ชั่น 4 ประตู

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2005 เป็นวันที่ Honda Civic และ Civic Hybrid ได้ทำการเปิดตัวในญี่ปุ่น ก่อนจะเผยโฉมในงาน Tokyo Motor Show เดือนตุลาคมปีนั้น และก็สร้างความนิยมจากผู้ใช้ได้อย่างมากมาย ขายดีมากทั้งในญี่ปุ่น และในสหรัฐอเมริกา โดยมาพร้อมโฉมที่เรียกว่า “ใหม่หมดจด” ไม่มีกลิ่นอายเดิมๆ หลงเหลืออยู่เลย มีออกมาให้เลือกทั้งรุ่นซีดาน, ไฮบริด, คูเป้, แฮทช์แบ็ค และรุ่นพลังแรงอย่าง “Type R”

Honda-Civic-2006-US

Civic FD เวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกา และเวอร์ชั่นจีน หน้าตาประมาณนี้ครับ

ในรุ่นซีดาน ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันญี่ปุ่นหรือสหรัฐอเมริกา โครงสร้างตัวถังหลักเหมือนกัน แตกต่างกันตรงที่ไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า รวมถึงชุดไฟท้าย และฝากระโปรงท้าย ซึ่งออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับรสนิยมของคนที่นั่น

Honda Civic (FD) ถึงขนาดที่ทำให้คู่แข่งที่สำคัญอย่าง Toyota Corolla ต้องชลอการเปิดตัว Corolla เวอร์ชั่นตลาดโลก (หรือ Corolla Altis เวอร์ชั่นบ้านเรา) พร้อมกับต้องออกแบบตัวรถมาใหม่ ทั้งภายนอกและภายในอีกครั้งเลยทีเดียว

โฆษณา Honda Civic เวอร์ชั่นไทย

ในบ้านเรา Honda Civic โฉม FD เปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2548 ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก สร้างความฮือฮาให้กับวงการรถยนต์บ้านเราเช่นกัน มาพร้อมสโลแกน “Rising Spirit” … ได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถในประเทศไทยจำนวนมาก รวมไปถึงขาซิ่งหลายๆ ท่าน ด้วยรูปทรงที่ล้ำสมัยโดดเด่นเหนือคู่แข่งในเวลานั้น อีกทั้งยังมีทำชุดแต่ง Modulo ออกมาให้ขาซิ่งได้ซื้อไปใส่อีกด้วย

Civic-Design

แนวทางการออกแบบ แบบ “Sensuous Quality”

Honda-Civic-Dimensional

มิติตัวรถยาว 4,540 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,440 มม. ระยะฐานล้อ 2,700 มม.

Honda-Civic-2005

ห้องโดยสารภายในของรุ่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการออกแบบได้ดีที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง ดูล้ำยุค แม้จะผ่านไปหลายปีแล้วแต่ก็ยังดูทันสมัย กระจกบังลมบานใหญ่ คอนโซลหน้าขนาดใหญ่ มาตรวัดเรืองแสงแบบ Multiplex Meter ออกแบบให้เป็นแบบ 2 ชั้น โดยมาตรวัดความเร็วอยู่ด้านบน ส่วนมาตรวัดรอบอยู่ด้านล่าง รวมไปถึงเบาะนั่งขนาดใหญ่โอบกระชับ วิทยุแบบ Built-In กับชุดคันเกียร์และคันเบรกมือที่ดูโดดเด่นสะดุดตา ขับสนุกไปกับระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)

Multiplex-Meter

มาตรวัดเรืองแสงแบบ Multiplex Meter ออกแบบให้เป็นแบบ 2 ชั้น

Honda Civic ในโฉม FD ผลิตที่โรงงานฮอนด้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีกำลังผลิต 4,000 คัน/เดือน แบ่งเป็นสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศ 60% ที่เหลือ 40% จะเป็นการส่งออก

Honda Civic (FD) ในบ้านเราใช้เครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC เจเนอเรชั่นใหม่ พร้อมระบบลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า DBW (Drive By Wire) ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.7 กก.-ม. (174 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด

ราคาจำหน่ายในช่วงเปิดตัวนั้น แบ่งออกเป็นรุ่นย่อยต่างๆ ได้ดังนี้

1.8 S i-VTEC M/T ราคา 799,000 บาท
1.8 S i-VTEC A/T ราคา 845,000 บาท
1.8 S i-VTEC A/T (AS) ราคา 863,000 บาท
1.8 E i-VTEC M/T ราคา 894,000 บาท
1.8 E i-VTEC A/T ราคา 930,000 บาท

และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส K20Z2 ปรับปรุงใหม่ แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.2 กก.-ม. (188 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เท่านั้น

ราคาจำหน่ายในช่วงเปิดตัวนั้น แบ่งออกเป็นรุ่นย่อยต่างๆ ได้ดังนี้

2.0 E i-VTEC A/T ราคา 1,020,000 บาท
2.0 EL i-VTEC A/T ราคา 1,068,000 บาท

หลังจากวางตลาด ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ในช่วงปลายปี 2548 ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในเวลานั้น โดย 6 เดือนแรกของปี 2549 สามารถทำยอดขายได้ถึง 14,350 คัน ทั้งยังครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 41.8%!

Honda-Civic-2008

พอมาถึงปี 2551 ก็ถึงเวลาปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ … ปรับโฉมภายนอกนิดหน่อย เปลี่ยนกระจังหน้า กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ Smoked Chrome ไฟท้ายทรง 8 เหลี่ยม ส่วนห้องโดยสารภายใน เพิ่มเครื่องเล่น DVD รวมถึง Navigator แบบหน้าจอสัมผัส ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบนี้ในรถยนต์นั่งขนาด Compact

Honda Civic ไมเนอร์เชนจ์ มีให้เลือกสามรุ่นย่อยหลัก คือ S, E และ EL โดยรุ่น S และ E มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ในขณะที่รุ่น EL ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ทั้งสามรุ่นสามารถใช้ได้กับแก๊สโซฮอล์ E20 เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด โดย Honda Civic S รุ่นเดียว ที่มีทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

สำหรับ Civic 1.8 S รุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 749,000 บาท (เดิม 732,000 บาท) และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ราคา 789,000 บาท (เดิม 768,000 บาท) รุ่นเกียร์อัตโนมัติ พร้อมถุงลมคู่หน้า ราคา 831,000 บาท (เดิม 814,000 บาท)

สำหรับ Civic 1.8 E เพิ่มเติมกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว และ Civic 1.8 E Navi ราคา 964,000 บาท ติดตั้งระบบนำทาง Navigator แบบหน้าจอสัมผัส + DVD โดยทั้ง 2 รุ่น มีระบบ Cruise Control และสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย

และในส่วนของ Civic 2.0 EL ราคา 1,046,000 บาท (เดิม 1,026,000 บาท) มีสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดา ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยและล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รุ่นสูงสุด ซีวิค 2.0 EL Navi ราคา 1,101,000 บาท มีระบบนำทางแบบสัมผัสหน้าจอ เครื่องเล่นดีวีดีและสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 ตำแหน่ง

พอช่วงเดือนมิถุนายน 2552 ฮอนด้า ได้นำเสนอรถรุ่นพิเศษ “Wise Edition” ให้กับรถทุกโมเดล ซึ่งรวมไปถึง Civic รุ่นนี้ด้วย ผลิตออกมาจำนวนจำกัด

มาพร้อมสีขาว Taffeta White และภายในห้องโดยสารเบาะหนังสีดำใหม่ กับชุดสเกิร์ตรอบคันและสปอยเลอร์หลัง หม้อพักไอเสียแบบท่อคู่ และแป้นวางเท้าแบบสปอร์ต มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 1.8E AT AS ราคาในตอนนั้น 958,000 บาท และรุ่น 1.8E AT AS (Navi) ราคาในตอนนั้น 1,013,000 บาท

Honda-Civic-2009

สำหรับ Honda Civic (FD) ช่วงปี 2552 ได้เพิ่มสีน้ำเงิน Dyno Blue Pearl ออกมาให้เลือกอีกหนึ่งแบบ

Honda-Civic-Modulo

ใกล้เข้าสู่ช่วงปลายอายุตลาด ในเดือน สิงหาคม 2553 ฮอนด้า ได้เผยโฉม Civic “Modulo” มีให้เลือก 2 สี คือ สีขาวทาฟเฟต้า (ภายในสีดำ) และสีดำคริสตัล (มุก) (ภายในสีเบจ) มาพร้อมชุดตกแต่งสปอร์ต Modulo รอบคัน ด้วยกระจังหน้า สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้างและสเกิร์ตหลังดีไซน์ใหม่แบบสปอร์ต เพิ่มสปอยเลอร์หลัง และล้ออัลแม็ก Modulo ขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ที่มีให้เลือก 2 สีตามสีของตัวรถ พร้อมป้ายสัญลักษณ์ “Modulo” ด้านท้ายรถ

ภายในห้องโดยสาร แต่งเติมด้วย แป้นวางเท้าแบบสปอร์ต พร้อมพรมปูพื้น และป้ายสัญลักษณ์ “Modulo” ระบุรหัสเฉพาะคัน (Serial Number) ไว้ที่บริเวณแผงคันเกียร์

Honda Civic Modulo มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.8 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แบ่งขายเป็น 2 รุ่นย่อย คือ E AT AS ในราคาตอนนั้น 956,600 บาท และรุ่น E AT AS (Navi) ในราคาตอนนั้น 1,011,600 บาท (ราคาเพิ่มขึ้นแต่ละรุ่นประมาณ 42,000 บาท)

Honda-Civic-Sport-Pearl

และรุ่นพิเศษท้ายสุดจริงๆ สำหรับ Honda Civic Sport Pearl ผลิตจำนวนจำกัด ออกมาในวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน พร้อมสีพิเศษใหม่ ขาวบริลเลียนท์ (มุก) และสัญลักษณ์ Sport Pearl ส่วนภายในตกแต่งด้วยคิ้วบันไดสแตนเลสดีไซน์ใหม่ แป้นวางเท้าแบบสปอร์ตสี Gun Metallic ใหม่ โดย Modulo และ พรมปูพื้นดีไซน์สีแดง แนว Civic Type R พร้อมสัญลักษณ์ Sport Pearl

โดยจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกเฉพาะรุ่น 1.8 ลิตร เท่านั้น ในราคาตอนนั้นที่ 949,000 บาท

จุดสังเกต ว่า Honda Civic FD ตัวไหนมาก่อน มาหลัง แบบง้ายง่าย สำหรับคนไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถ …

Honda-Civic-FD-Taillight

โฉมแรก ไฟท้ายจะเป็นแบบ “วงกลม”

Honda-Civic-FD-Taillight

โฉมไมเนอร์เชนจ์ ส่วนหลักๆ ที่สังเกตได้ คือ จะมีการเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ ชุดกันชนหน้าใหม่ ล้อแม็กลายใหม่ รวมไปถึงเลนส์ชุดไฟท้ายแบบ “8 เหลี่ยม”

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

ปัจจุบัน Honda Civic FD มือสอง ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม รูปทรงสวยถูกใจ สมรรถนะดี คุณภาพคับแก้ว อะไหล่หาง่าย ยังมีคนใช้งานกันอยู่เยอะ ถ้าเน้นขับรถต่างจังหวัด และขับรถเร็วพอสมควร ไม่ซีเรียสว่ารถตกรุ่นมา 2 รุ่นแล้ว ถือว่า OK น่าใช้ครับ ถ้าเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ เติมแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ด้วย ประหยัดขึ้นเยอะ

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ด้วยรูปทรงที่ยังดูสวย สปอร์ต ภายในห้องโดยสาร ดูโปร่ง โล่ง แผงคอนโซลดูล้ำยุค เบาะนั่งกระชับ พวงมาลัยควบคุมง่าย รถวิ่งนิ่ง เกาะถนน ช่วงล่างหลังแข็งกระด้างสไตล์ฮอนด้า เล่นรอบเครื่องได้มันส์ ทำความเร็วขึ้นระดับ 200 กม./ชม. ได้สบายๆ

แต่ก็มีข้อด้อยอยู่บ้าง เช่น การประกอบไม่เรียบร้อยในบางจุด การเก็บเสียงไม่ดี มีเสียงเครื่องยนต์ชอบดังต๊อกๆ กระจกไฟฟ้าด้านคนขับชอบตกร่อง กดไม่ค่อยขึ้น ลูกปีนล้อหลังแตกไว หรือยางแท่นเครื่องบางจุดชอบทรุด (ในรุ่นที่ผลิตออกมาปีแรกๆ ถ้าเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ปัญหาส่วนใหญ่ถูกแก้ไปแล้ว) เป็นต้น

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้เรื่องอะไหล่ไม่ต้องกังวล เพราะมีเพียบ จะเข้าศูนย์บริการ หรือซ่อมอู่ข้างนอกก็ย่อมได้ มีทั้งของใหม่และของเก่าเซียงกง เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 20,000 – 30,000 บาท ก็เพียงพอแล้ว

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

สำหรับราคามือสองในตลาดรถปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 180,000 – 350,000 บาท ขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย และสภาพของตัวรถ ครับ

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Civic (FD) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Civic ได้เลยครับผม

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(สงวนลิขสิทธิ์)