Honda ยัน รถซิ่งวัยรุ่น Honda Jazz จากโรงงานคันสุดท้าย เป็นภาพที่มาเลเซีย ไม่ใช่ไทย!

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ในโลกออนไลน์ได้แชร์รูป Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ส) (ถ้าแบบฮอนด้าสะกดอย่างเป็นทางการ จะใช้คำว่า ฮอนด้า แจ๊ซ) รถ Sub-Compact รุ่นยอดนิยมของ Honda ที่เปิดตัวขายในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2001 และเริ่มทำตลาดในเมืองไทยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 จวบจนถึงปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม >> CARRO แนะนำรถมือสอง : Honda Jazz (GD) ผู้เปิดตลาดรถ Sub-Compact แบบ 5 ประตู ให้กลับมานิยมในไทยอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม >> CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz สายซิ่งห้ามพลาด แต่แม่บ้านก็ซื้อไปขับได้!

Honda ยัน รถซิ่งวัยรุ่น Honda Jazz จากโรงงานคันสุดท้าย เป็นภาพที่มาเลเซีย ไม่ใช่ไทย

หลังจากที่ Honda ตัดสินใจเปิดตัว Honda City Hatchback (ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค) เป็นครั้งแรกในโลกที่ไทย ซึ่งเป็นการทำให้ Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) รุ่นใหม่ที่ขายในตลาดโลกในชื่อ Honda Jazz นับตั้งแต่ปี 2019 หมดสิทธิ์มาขายในไทยโดยปริยาย

ซึ่ง Honda Jazz คันสุดท้ายที่ผลิตจากโรงงานฮอนด้า ที่มาพร้อมป้ายร่ำลาว่า “2012 – 2021 Honda Jazz Last Production Unit BYE BYE..” ไม่ใช่เหตุการณ์ในไทยแต่อย่างไร ซึ่งทาง ฮอนด้า ออโต้โมบิล (ประเทศไทย) ยันยันว่า เป็นภาพจากโรงงานในต่างประเทศ ซึ่งทาง MR.CARRO ตรวจสอบข้อมูลดูแล้วว่าเป็นภาพจากโรงงาน Honda Malaysia ในเมือง Pegoh รัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

สำหรับ Honda Jazz 2014 (ฮอนด้า แจ๊ส 2014) เจเนอเรชั่นที่ 3 นี้ ยังเป็นรถขายดีอีกรุ่นของ CARRO Automall ในอันดับต้นๆ โดยเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อ 5 กันยายน 2013 กับการพัฒนาในรูปแบบ “The World Best Functional Compact” พร้อมแนวคิด “Exciting H Design” แยกย่อยออกไปได้เป็น High Tech, High Tension และ High Touch

ส่วนในไทย Jazz GK เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 (วันเดียวกับที่เปิดตัว คสช. นั่นล่ะครับ) ซึ่ง Honda Jazz เป็นรถที่มียอดขายสะสมในประเทศไทยกว่า 205,000 คัน (ยอด ณ เดือนพฤษภาคม 2557) 

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

Honda Jazz 2014 ตัวรถออกแบบใหม่หมดสไตล์สปอร์ตแบบ “Crossfade Monoform” ตั้งแต่กระจังหน้าจรดไฟท้าย สะท้อนถึงความปราดเปรียว เปี่ยมไปด้วยพลัง ด้วยการใช้เส้นสาย Character Line ลงที่ด้านข้างตัวรถแบบคมชัด เพิ่มความปราดเปรียวให้กับส่วนบน แต่ส่วนล่างยังคงความแข็งแกร่ง มั่นคง และผสานกันได้อย่างลงตัว

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

ห้องโดยสาร Jazz GK กว้างขวางสะดวกสบาย จากแนวคิดการออกแบบ “Futuristic Cockpit” ให้ความรู้สึกล้ำสมัย และสนุกสนานในการขับขี่ การจัดวางพื้นที่ภายในห้องโดยสารนี้ยังคงใช้แนวคิด Man Maximum Machine Minimum ทำให้ความยาวของตัวถังรถและฐานล้อเพิ่มขึ้นถึง 2,530 มม. และจุดเด่นอย่างเบาะนั่งปรับพับได้ แบบอัลตร้า ซีท อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

ขับสนุกเร้าใจ กับขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15Z1 แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ขับสนุกยิ่งขึ้นด้วย Paddle Shift ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด พร้อมระบบ Cruise Control

มีให้เลือกด้วยกัน 6 รุ่นย่อย ตั้งแต่รุ่น 1.5 S MT / AT, V CVT, V+ CVT, SV CVT และรุ่น Top สุด อย่าง SV+ CVT

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

ต่อมา … ในเดือนพฤษภาคม 2560 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ Honda Jazz 2017 มาพร้อมกับแคมเปญ Do It With My Jazz สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ทันสมัยยิ่งขึ้น อาทิ กระจังหน้าและกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

พร้อมแนะนำรุ่น RS ที่มาพร้อมความสปอร์ตรอบคัน ส่วนห้องโดยสารสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI และสีภายนอกใหม่ สีส้มฟีนิกซ์ เฉพาะรุ่น RS

มีให้เลือกด้วยกัน 6 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 1.5 S MT / AT, V CVT, V+ CVT, RS CVT และรุ่น Top สุด อย่าง RS+ CVT

แล้วก็ผลิต Jazz GK ขายมาเรื่อยๆ ก่อนจะยุติการผลิตในวันที่ 15 ตุลาคม 2564

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ส่วนใครที่คิดถึง Honda Jazz อยากซื้อ ฮอนด้า แจ๊ส มือสอง CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เรามี Honda Jazz ให้คุณเลือกมากมายในคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาของภาพจาก:

  • Kucing Gemok Channel

CARRO แนะนำรถมือสอง Honda Jazz

สำหรับคนในวัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน หรือทำงานอาชีพอิสระ เป็นนายตัวเอง ต้องหาเลี้ยงลูกและครอบครัว และในหลายอาชีพ ยังคงต้องใช้รถยนต์เป็นตัวกลางในเดินทางไปทำงาน หรือทำธุระอีกด้วย

โดยรถยนต์ที่ CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) จะมาแนะนำให้คนที่กำลังมองหารถคันใหม่ หรือต้องการซื้อรถไว้ใช้ในธุรกิจเพิ่มอยู่พอดี ได้รู้จักกับรถยนต์ที่ถือได้ว่า ดูดีมีราคา หน้าตาสปอร์ต ภายในตกแต่งหรูหราถูกใจคนหนุ่มสาว รวมไปถึงความอเนกประสงค์ มีที่เก็บของจุกจิกเพียบ เบาะพับได้หลายรูปแบบ ของแต่งเพียบ แถมราคาขายต่อดี ไม่ตก หรือจะซื้อให้คุณลูกหัดขับก็ได้ เชื่อว่าหลายคนชอบทีเดียว

ไปรู้จักกับ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ส) (แต่ถ้าแบบฮอนด้าสะกดอย่างเป็นทางการ จะใช้คำว่า ฮอนด้า แจ๊ซ) เจเนอเรชั่นที่ 3 กันครับ กับรถขายดียอดนิยมใน CARRO Automall มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

สำหรับรถมือสอง ฮอนด้า แจ๊ส นับว่าเป็นรถขายดีอีกรุ่นของ CARRO Automall ในอันดับต้นๆ โดย Honda Jazz มือสอง (ฮอนด้า แจ๊ส มือสอง) โฉมเจเนอเรชั่นที่ 3 นี้ เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อ 5 กันยายน 2013 กับการพัฒนาในรูปแบบ “The World Best Functional Compact” พร้อมแนวคิด “Exciting H Design” แยกย่อยออกไปได้เป็น High Tech, High Tension และ High Touch

ส่วนในไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 (วันเดียวกับที่เปิดตัว คสช. นั่นล่ะครับ) ซึ่ง Honda Jazz เป็นรถที่มียอดขายสะสมในประเทศไทยกว่า 205,000 คัน (ยอด ณ เดือนพฤษภาคม 2557) และก็ยังมีรถป้ายแดงขายกันอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าในญี่ปุ่นเอง จะเปลี่ยนโฉมไปแล้วก็ตาม …

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

Honda Jazz 2014 ตัวรถออกแบบใหม่หมดสไตล์สปอร์ตแบบ “Crossfade Monoform” ตั้งแต่กระจังหน้าจรดไฟท้าย สะท้อนถึงความปราดเปรียว เปี่ยมไปด้วยพลัง ด้วยการใช้เส้นสาย Character Line ลงที่ด้านข้างตัวรถแบบคมชัด ช่วยเพิ่มความปราดเปรียวให้กับส่วนบน ในขณะที่ส่วนล่างยังคงความแข็งแกร่ง มั่นคง และผสานกันได้อย่างลงตัว

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย จากแนวคิดการออกแบบ “Futuristic Cockpit” จึงให้ความรู้สึกล้ำสมัย และสนุกสนานในการขับขี่ โดยการจัดวางพื้นที่ภายในห้องโดยสารนี้ยังคงใช้แนวคิด Man Maximum Machine Minimum ในการออกแบบ ทำให้ความยาวของตัวถังรถและฐานล้อเพิ่มขึ้นถึง 2,530 มม.

ส่งผลให้ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ และมีพื้นที่โดยสารตอนหลังที่กว้างขึ้น ซึ่งฐานล้อที่ยาวขึ้นนี้ ยังช่วยให้การยึดเกาะถนนทำได้อย่างดีเยี่ยม รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยเบาะนั่งปรับพับได้ แบบอัลตร้า ซีท อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของ ฮอนด้า แจ๊ส

Honda Jazz 2014 ชูจุดเด่นด้วยความโดดเด่น 4 ด้าน ได้แก่

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

1. ตอบรับทุกการใช้งานแบบมัลติฟังก์ชั่น (Multi-Function) ด้วยเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri Eyes Free Mode (สำหรับ iPhone 4s ขึ้นไป) รองรับการเชื่อมต่อ HondaLink Application (เฉพาะ Smart Phone บางรุ่น) จอแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

2. ขับสนุกเร้าใจ (Multi-Drive) ขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15Z1 แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ขับสนุกยิ่งขึ้นด้วย Paddle Shift ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด พร้อมระบบ Cruise Control ขับทางไกลสบายๆ ไม่ต้องเมื่อยขาขวา

นอกจากนี้ ยังมี Eco Coaching แสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน รวมทั้งปุ่ม Econ Mode ที่ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง โดยจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ให้ทำงานสัมพันธ์กัน รวมถึงระบบแอร์และการหมุนเวียนอากาศภายในรถให้เหมาะสมกับอากาศนอกรถ ให้ใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด และรองรับแก๊สโซฮอล์ E85

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

3. ล้ำหน้าด้วยมาตรฐานความปลอดภัย (Multi-Safety) ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ G-Force Control (G-CON) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) และสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) ซึ่งมีอยู่ในทุกรุ่นย่อย

นอกจากนี้ ยังเพิ่มกล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ และเทคโนโลยีระดับพรีเมียม อาทิ ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ (i-Side Airbag) พร้อมม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

4. ตอบรับทุกการใช้งานที่หลากหลาย (Multi-Utility) ด้วยเบาะนั่งอัลตร้า ซีท ที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 4 โหมด ได้แก่ Utility Mode, Long Mode, Tall Mode และเพิ่มโหมดใหม่ล่าสุด Refresh Mode ที่พับเบาะด้านหน้าเชื่อมต่อเบาะด้านหลังได้ พร้อมที่วางแก้วน้ำมากสุด 9 ตำแหน่ง ที่วางโทรศัพท์มือถือ และกล่องเก็บแท็บเล็ต

มีให้เลือกด้วยกัน 6 รุ่นย่อย ตั้งแต่รุ่น 1.5 S MT / AT, V CVT, V+ CVT, SV CVT และรุ่น Top สุด อย่าง SV+ CVT

มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีขาวทาฟเฟต้า และ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเหลืองแอทแทรค (มุก) สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) ส่วนภายในห้องโดยสารทุกรุ่นเป็นสีดำ รุ่น S, V และ V+ เป็นเบาะผ้าสีดำ และรุ่น SV และ SV+ เป็นเบาะผ้าสีดำแบบสปอร์ต

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

ต่อมา … ในเดือนพฤษภาคม 2560 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ Honda Jazz 2017 อีกครั้ง มาพร้อมกับแคมเปญ Do It With My Jazz สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ทันสมัยยิ่งขึ้น อาทิ กระจังหน้าและกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

และพิเศษกับการแนะนำรุ่น RS ที่มาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบเฉพาะในสไตล์สปอร์ตรอบคัน ด้วยกันชนหน้า กระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime Running Light (DRL) แบบ LED กระจกมองข้างสีดำ และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว ส่วนห้องโดยสารสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI และสีภายนอกใหม่ สีส้มฟีนิกซ์ เฉพาะรุ่น RS

มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวออร์คิด (มุก) และสีใหม่ คือ สีส้มฟีนิกซ์ (มุก)

มีให้เลือกด้วยกัน 6 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 1.5 S MT / AT, V CVT, V+ CVT, RS CVT และรุ่น Top สุด อย่าง RS+ CVT

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนกันยายน 2564 เดือนแห่งหน้าฝน เรามี Honda Jazz รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 5 คันครับ ได้แก่ …..

HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC V 2012 เทา

HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC V 2012 เทา

Honda Jazz 1.5 V ปี 2012 เลขไมล์ 114,901 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 319,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-jazz-2012-D26KZ6.html

HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC S 2016 เทา

HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC S 2016 เทา

2. Honda Jazz 1.5 S ปี 2016 เลขไมล์ 56,827 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 389,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-jazz-2016-D80Q4Q.html

HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC RS 2018 ส้ม

HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC RS 2018 ส้ม

3. Honda Jazz 1.5 RS ปี 2018 เลขไมล์ 21,200 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 569,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-jazz-2018-DXO1NK.html

HONDA JAZZ 1.5 S 2019 ขาว

HONDA JAZZ 1.5 S 2019 ขาว

4. Honda Jazz 1.5 S ปี 2019 เลขไมล์ 22,039 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 429,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-jazz-2019-D2600O.html

HONDA JAZZ 1.5 S 2019 ดำ

HONDA JAZZ 1.5 S 2019 ดำ

5. Honda Jazz 1.5 S ปี 2019 เลขไมล์ 23,674 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 449,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-jazz-2019-DR1043.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Honda Jazz มือสอง (ฮอนด้า แจ๊ส มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Honda Jazz ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย! 

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนกันยายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

CARRO Automall แนะนำ 6 รถมือสอง สำหรับเด็กจบใหม่

ในช่วงนี้ แม้ว่าจะมีเด็กจบใหม่ ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยและต้องก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน กลับ ประสบปัญหาจากโควิด-19 กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหางานไม่ได้ พร้อมๆ กับผู้คนที่ตกงานกันเป็นจำนวนนับล้านคน

แต่ก็ยังมีเด็กจบใหม่จำนวนหนึ่ง ที่โชคดีมาก หางานได้ในเวลานี้ แต่เนื่องด้วยการระบาดของโควิด-19 ซึ่งบางงานอาจจะ Work From Home ไม่ได้ ทำให้ต้องออกจากบ้านไปทำงาน จะใช้ระบบขนส่งสาธารณะก็ค่อนข้างรอนาน เสี่ยงต่อการเจอคนเยอะๆ และอาจเป็นอันตรายต่อคนที่บ้านอีก หลายคนจึงจำเป็นต้องซื้อรถมาใช้ในการเดินทาง ท่ามกลางทุนทรัพย์ที่มีจำกัด

CARRO Automall เลยจะมาแนะนำให้น้องๆ และทุกคนได้รู้จักกับ 6 รถมือสองยอดฮิตในตอนนี้กันครับ ซึ่งอาจจะไว้ใช้เป็นรถคันแรก สำหรับใช้เดินทางไปทำงาน โดยที่มีค่าใช้จ่ายในการดูแล หรือเติมน้ำมันในแต่ละเดือนที่จะพอจ่ายไหว เมื่อเทียบกับเงินเดือนที่ได้รับกันครับ

Nissan-March-2013

1. Nissan March

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทย เปิดตัวจำหน่ายมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2010 ใน Concept “ให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นอีก” มียอดสะสมรวมมากนับหลักแสนคัน และยังมีรถป้ายแดงขายในตอนนี้ โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน

มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย (เฉพาะด้านหน้า) มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT ให้เลือก ใช้งานในเมืองได้อย่างพอเพียง ประหยัดน้ำมัน มีให้เลือกหลายรุ่นย่อย ราคามือสองปัจจุบัน มีเงินแค่หนึ่งแสนกว่าบาท ก็เป็นเจ้าของได้แล้ว

Toyota-Yaris

2. Toyota Yaris

ชื่อชั้นของ “โตโยต้า” ต้องยอมรับว่าเป็นรถที่ทนทาน ไม่จุกจิก รวมถึงราคาขายต่อที่ดีกว่ารถแบรนด์อื่นๆ แต่ข้อเสียก็มักชอบกั๊กออฟชั่นมากหน่อย ถ้าคุณรับได้ก็ไม่เป็นไร

สำหรับรถมือสองที่เราขอแนะนำ นั่นคือ Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) รถสปอร์ตแฮทช์แบค ที่ตอบสนองชีวิตไลฟ์สไตล์คนเมือง ในรูปแบบรถอีโค่คาร์ ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2013 มาพร้อมขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 86 แรงม้า ภายในได้เปรียบเนื่องจากกว้างขวางกว่ารถในระดับเดียวกัน ออฟชั่นที่มีให้ก็ถือว่าใช้ได้ ส่วนราคามือสองเริ่มต้นอยู่ที่สองแสนกว่าบาท เด็กจบใหม่ผ่อนไหวอยู่แล้ว

CARRO Automall แนะนำ Toyota Vios

3. Toyota Vios

ขยับตัวรถขึ้นมาในระดับเครื่องยนต์ใหญ่หน่อย กับ Toyota Vios (โตโยต้า วีออส) ที่เปิดตัวจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปัจจุบัน เหมาะสำหรับคนต้องใช้รถในต่างจังหวัด วิ่งบนทางหลวงบ่อยๆ ได้กำลังเครื่องยนต์ พลังเร่งแซงมากขึ้น

รุ่นนี้มาพร้อมขุมพลังที่ใช้กันอย่างยาวนาน ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FE ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ใช้มาตั้งแต่ Vios โฉมแรก ความทนทานนี่หายห่วง ดูแลง่าย ไม่จุกจิก ส่วนในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ และรุ่นที่ขายในปัจจุบัน ปรับเครื่องยนต์ใหม่เป็นรหัส 2NR-FBE 108 แรงม้า เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้ด้วย ส่วนราคามือสองเริ่มต้นอยู่ที่สองแสนกลางๆ ก็พร้อมเป็นเจ้าของได้

CARRO Automall แนะนำ Honda Jazz

4. Honda Jazz

รถยอดนิยมของเหล่าบรรดาวัยรุ่น นักศึกษา หรือเด็กจบใหม่ที่เพิ่งทำงานกัน เพราะเป็นรถที่มีรูปร่างหน้าตาสปอร์ตโดนใจวัยรุ่น แต่งสวย ของแต่งเยอะอีกรุ่น คนต้องยกให้กับ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ส) ซึ่งในปัจจุบันก็ถือมีรุ่นที่เป็นป้ายป้ายแดงออกห้างจำหน่าย แต่ในราคามือสองนั้น ถือว่าย่อมเยาว์กว่ามาก เริ่มต้นที่สามแสนกว่าบาท

รุ่นนี้มาพร้อมขุมพลังขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15Z1 ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ดูแลง่าย ทนทาน ขับสนุกยิ่งขึ้นด้วย Paddle Shift ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด แถมยังมีระบบ Cruise Control ขับทางไกลสบายๆ ไม่ต้องเมื่อยขาขวา

Mazda2

5. Mazda2

อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงาน ที่ชอบรถแนวสปอร์ต ขับแล้วช่วงล่างเกาะถนนดี ขับสนุก ได้อารมณ์คล้ายกับรถซิตี้คาร์ของยุโรป ต้องยกให้ Mazda2 (มาสด้า2) ที่ออกจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2015 คุณอาจจะลืมไปเลย ว่านี่คือรถ Eco-Car แถมมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล

ด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ SKYACTIV ทั้งแบบเบนซินขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า ประหยัดน้ำมัน 23.3 กม./ลิตร และดีเซลขนาด 1.5 ลิตร Turbo 105 แรงม้า ประหยัดสุดยอด 26.3 กม./ลิตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด กับ Manual Mode ออฟชั่นมีเยอะพอควร (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น) ถูกใจเด็กจบใหม่ขาซิ่งหลายๆ คน โดยราคามือสองเริ่มต้นเกือบๆ สามแสนบาท อาจต้องเก็บเงินดาวน์ หรือผ่อนต่อเดือนมากหน่อยนะ!

Suzuki-Swift-2012

6. Suzuki Swift

พูดถึง Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) หลายคนน่าจะเคยเห็นและรู้สึกชื่นชอบ กับความเป็นสปอร์ตที่แฝงอยู่ และดูคล้ายกับรถ Mini ของอังกฤษ โดย Suzuki Swift โฉมปี 2012 – 2018 ยังคงเป็นรถอีโคคาร์ยอดนิยมในตลาดรถมือสอง ซื้อง่ายขายคล่อง แต่งสวย

มาพร้อมขุมพลังขนาด 1.25 ลิตร รหัส K12B ให้แรงม้าสูงสุด 91 แรงม้า จัดว่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับอีโคคาร์ในขนาด 1.2 ลิตรด้วยกัน ซึ่งตัวรถก็มีออฟชั่นที่จัดมาให้มากพอสมควร ในราคามือสองตอนนี้เริ่มต้นประมาณเกือบๆ สองแสนบาท ก็ซื้อได้แล้ว

ส่วนช่วงนี้ ใครอยากซื้อรถมือสองสภาพเยี่ยม ราคาเบาๆ CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! 

อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

Carro-Roojai-Update-5-New-Cars-In-Thailand-2020

เข้าสู่ศักราชใหม่อย่างเต็มตัว หนึ่งเรื่องที่คนรักรถติดตามนั่นก็คือ รถใหม่ปี 2020 ในไทย รอชมว่าจะมีรถรุ่นไหนออกมาขายใหม่บ้างในแต่ละปี จะมีนวัตกรรมใหม่อะไรบ้างในแต่ละรุ่นรถ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยกลไกทางการตลาดก็ทำให้รถแต่ละรุ่นมีโฉมใหม่ออกมาตลอดทุกปี แต่บางทีก็เป็นแค่ข่าวเปิดตัวในต่างประเทศหรือบางรุ่นก็ไม่ได้นำเข้ามาขายในประเทศไทย

วันนี้ Roojai.com ได้รวบรวมรุ่นรถต่าง ๆ มาไว้ให้คุณแล้วกับ “ว่าที่” รถใหม่ที่พร้อมจะเข้ามาลุยตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ให้ทุกคนได้สัมผัสจับจองเป็นเจ้าของได้จริง อัปเดตกับรุ่นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ทั้งรุ่นที่สร้างกระแสให้กับคนทั่วโลกและรุ่นที่เป็นที่นิยมบนถนนบ้านเรา จะมีรุ่นไหนบ้าง เป็นรุ่นที่คุณกำลังรออยู่หรือเปล่า อ่านกันได้เลย

5 รถใหม่ปี 2020 ในไทย มีรถรุ่นอะไรบ้าง?

Honda-Jazz-2020

1. Honda Jazz

สร้างความฮือฮากันไปแล้วก่อนหน้านี้กับรถ 4 ประตูอย่าง Honda City ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าทาง Honda จะสานต่อความนิยมกับเวอร์ชั่นแฮทช์แบ็ก 5 ประตูกับรถ Honda Jazz ในปีนี้

รถรุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่นซึ่ง gen นี้ถือเป็นลำดับที่ 4 ของตระกูล เป็นจุดดึงดูดความสนใจให้กับบรรดาสาวกรถรุ่นนี้กันได้ไม่น้อยทั้งในไทยและเทศ ผ่านดีไซน์ภายนอกและภายในที่เน้นความเรียบง่ายมากกว่าเดิม เน้นส่วนโค้งมากกว่าการตัดคม สื่อถึงความเป็นพื้นฐานของรถในอนาคตได้อย่างเต็มที่ และเช่นเดิมที่เรื่องของความกว้างและความเอนกประสงค์ภายในห้องโดยสารยังคงเป็นจุดขายไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าซึ่งช่วยสร้างชื่อให้กับรถรุ่นนี้

ถึงแม้เวอร์ชั่นตั้งต้นของรถรุ่นนี้จะมากับเครื่องยนต์ไฮบริดแต่คาดว่าพอถึงเวลาที่ทางค่ายปูพรมเปิดตัวให้กับรถรุ่นนี้ในไทย โอกาสที่จะใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกับที่ใช้ใน Honda City รุ่นล่าสุดจะมีสูงกว่า ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ Turbo Charger แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 122 แรงม้า

Mazda-CX-30-2020

2. Mazda CX-30

Mazda CX-30 เข้าไทย เป็นข่าวแรงมากในช่วงที่ผ่านมา จากความท้าทายเดิมที่ Mazda CX-3 ให้ไม่ได้ในเรื่องของขนาดภายในห้องโดยสารที่พื้นฐานถูกนำมาจาก Mazda2 ทางค่ายจึงแก้ปัญหาโดยการพัฒนารถรุ่นใหม่นี้ขึ้นมาใหม่เป็น gen ที่ 2 ของตระกูลพร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Mazda CX-30

แผนของ Mazda CX-30 ในช่วงต้นปีนี้ต่อเนื่องจากที่เปิดตัวในญี่ปุ่นก่อนหน้าเมื่อราวเดือนกันยายนในปีที่แล้ว โดยพื้นฐานตัวถังจะปรับมาใช้ร่วมกับของ Mazda3 รุ่นปัจจุบันที่เพิ่งเปิดตัวในไทยเมื่อไม่นานมานี้ สะเด็ดน้ำจนได้มิติรถใหม่ที่ช่วยส่งให้ภายในห้องโดยสารกว้างขึ้นในทุกมิติ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากขึ้น และสามารถสู้ได้แบบไม่อายกับคู่แข่งไม้เบื่อไม้เมาอย่าง Toyota C-HR และ Honda HR-V

Honda-Freed-2020

3. Honda Freed

เปิดตัวออกมาเป็นความหวังเล็ก ๆ ที่คนไทยอยากจะสัมผัสกับรถครอบครัวคุณภาพอย่าง Honda Freed หลังจากที่เปิดตัวใหม่ในแบบไมเนอร์เชนจ์ที่บ้านเกิดเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว มาพร้อมกับขุมกำลังที่มีทั้ง เบนซิน 1.5 ลิตร และ เบนซิน Hybrid ให้เลือก พร้อมกับการปรับปรุงใหม่หมดโดยเฉพาะภายในให้ดูเป็นมิตรมากขึ้น “ตรงรุ่น” ในความเป็นรถสำหรับครอบครัวในทุกจุด

อย่างไรก็ตามสำหรับรุ่นนี้ต้องบอกไว้ก่อนว่าอาจะต้องลุ้นหนักหน่อยว่าจะมีเข้ามาขายในไทยหรือเปล่า เพราะทางต้นสังกัดยังไม่ได้ออกมาคอนเฟิร์มว่าจะนำเข้ามาขายอีกมั้ย แต่ด้วยกระแสเรียกร้องของผู้ใช้ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่เราจะได้เห็นรถรุ่นนี้กลับมาโลดแล่นบนถนนบ้านเราอีกครั้ง

Nissan-Kicks-2020

4. Nissan Kicks

เมื่อต้นตำรับ Crossover SUV รุ่นบุกเบิกตลาดในไทยอย่าง Nissan JUKE ถึงเวลา “กลายพันธ์ุ” (ได้สักที) มาเป็นรถรุ่นใหม่ในชื่อ Nissan Kicks บนแพลตฟอร์มล่าสุดของทางค่ายที่ชื่อ V-Platform เทคโนโลยีแบบเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Note และ Nissan Almea ใหม่

ซึ่งเวอร์ชั่นที่มาถึงเมืองไทยจะเป็นโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุดหลังจากที่รุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 บนตลาดโลก และคาดว่าจะมากับเครื่องยนต์ไฮบริด HYBRID e-POWER เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.2L ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุดอยู่ที่ 129 แรงม้า ตัวรถจะถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนเครื่องยนต์จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องปั่นไฟเข้าแบตฯ ส่งให้มอเตอร์ใช้งาน

Toyota-Yaris-2020

5. Toyota Yaris

ซิตี้คาร์ยอดนิยมอันดับหนึ่งอย่าง Toyota Yaris ในรูปแบบใหม่หมดเปลือกได้เถลิงตัวออกมาแล้วเป็นครั้งแรกที่งาน Tokyo Motor Show 2019 บนแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดเป็น TNGA-B อัปเกรดความสปอร์ตมากขึ้นที่ภายนอก ด้วยเส้นสายโค้งเว้ารอบคัน ส่วนภายในทั้งการออกแบบและการใช้งานทุกฟังก์ชั่นถูกจัดไว้อย่างลงตัว เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความล้ำสมัยไม่ต่างจากภายนอก

ด้านเครื่องยนต์ เปิดตัวมาให้เลือกกับเครื่องยนต์ 3 ขนาด ได้แก่ 1.0L, 1.5L และ 1.5L Hybrid ปล่อยให้เวอร์ชั่นปัจจุบันของรุ่นทำตลาดไปก่อน ไม่นานเกินรอ เร็วที่สุดคือไม่เกินสิ้นปีนี้หรืออย่างช้าก็ปีหน้าที่คนไทยจะได้สัมผัสกับลุคใหม่แบบหมดเปลือกของเจ้า Yaris นี้ด้วยตัวเอง

และทั้งหมดนี้คือรถรุ่นที่เรานำมาฝากกันกับ รถใหม่ 2020 ในไทย บางรุ่นกระแสมาแรงค่อนข้างชัวร์ รอเปิดตัวกันได้เลย บางรุ่นอาจต้องลุ้นหนักสักหน่อย ต้องอดใจรอกันสักนิด ช้าหรือเร็วเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ที่รอไม่ได้เลยนั่นก็คือเรื่องของการทำประกันรถยนต์ซึ่งต้องมีอยู่คู่กับรถของคุณ หากต้องการคลิกที่นี่เพื่อเช็คราคาประกันรถออนไลน์ สามารถทำได้เลยตลอด 24 ชม.ผ่านเว็บไซต์เพราะ Roojai.com เราพร้อมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

Honda-Jazz-2020-Debut-In-Japan

สำหรับ Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) รถ Sub-Compact ท้ายตัดยอดนิยมมากที่สุดของ Honda นับตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2001 จนเป็นที่รู้จักกันไปในทั่วในโลก ทั้งในชื่อ Honda Fit และ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ซึ่งทำให้หลายๆ คน อยากตัดสินใจขายรถ Honda Jazz คันเดิม เพื่อจะไปซื้อรถ Honda Jazz รุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัวในไทยปีหน้านี้

(ซึ่งในตอนนี้ก็ยังมีข่าวคราวว่า Honda Jazz โฉมนี้ อาจจะไม่มาขายในบ้านเรา เพราะทาง Honda จะผลิต Honda City ในรูปแบบของรถ Hatchback 5 ประตู ออกมาขายแทนซะงั้น ซึ่งก็ต้องรอคอยติดตามดูต่อไปว่า จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไร)

สำหรับประวัติและรายละเอียดของ Honda Jazz โฉมที่ผ่านๆ มา นั้น มีอะไรบ้าง สามารถดูได้ใน Link นี้ :

สำหรับ Honda Fit ใหม่ มีรูปแบบที่ให้เลือกด้วยกันถึง 5 สไตล์ ได้แก่ …

Honda-Jazz-Fit-Basic

Fit Basic เป็นรุ่นเริ่มต้น ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปให้เป็นพื้นฐาน

Honda-Jazz-Fit-Home

Fit Home เน้นการตกแต่งภายในให้ดูอบอุ่น ด้วยเบาะผ้า พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ และแผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุ Prime Smooth แบบรถครอบครัว พร้อมล้อแม็กสุดเท่

Honda-Jazz-Fit-Ness

Fit Ness เน้นสีสันของตัวรถทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมห้องโดยสาร เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุกันน้ำ และแผงประตูที่ให้ความอ่อนนุ่ม เจาะกลุ่มวัยรุ่น หรือคนชอบออกกำลังกาย

Honda-Jazz-Fit-Crosstar

Fit Crosstar ตกแต่งตัวรถในสไตล์ลุยๆ หน่อย มีแร็คหลังคา พร้อมชุดซุ้มล้อสีดำรอบคัน เบาะนั่งภายในรถแบบกันน้ำได้

Honda-Jazz-Fit-Luxe

Fit Luxe ภายนอกตกแต่งด้วยโครเมียม ดูคล้ายแพลทินัม และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ส่วนภายในเน้นความหรูหรา มาพร้อมกับเบาะหนังแท้

ด้วยรูปโฉมภายนอกที่ดูน่ารักสะดุดตา มากกว่าโฉมที่ผ่านมาที่หนักไปในทางสปอร์ต ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ถูกใจนัก เพราะตัวรถดูกลมๆ ป่องๆ แต่ขอบอกว่า คนญี่ปุ่น นิยมรถในแนวๆ นี้มากพอสมควรครับ โดยตัวรถยังคงติดตั้งถังน้ำมันบริเวณใต้เบาะคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถ Honda รุ่นนี้ไปแล้ว

Honda-Jazz-Fit-Interior

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบให้แลดูเรียบง่ายขึ้น เน้นการใช้งานที่ง่่ยขึ้น และติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เป็นครั้งแรก ซึ่งมีฟังก์ชั่นช่วยโทรศัพท์ฉุกเฉินในกรณีประสบอุบัติเหตุ อีกด้วย

Honda-Jazz-Fit-Interior

แม้ว่าในส่วนของการเปิดตัว Honda Fit ในครั้งนี้ Honda แนะนำแค่เครื่องยนต์ไฮบริด e:HEV ที่มาพร้อมระบบมอเตอร์ไฮบริด 2 ตัว แต่ในส่วนของเครื่องยนต์แบบธรรมดานั้น มีแน่นอนครับ เพราะนอกจากในตลาดญี่ปุ่นและตลาดยุโรปแล้ว เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน ยังคงจำเป็นต้องมีไว้เพื่อจำหน่ายอยู่

สำหรับ Honda Fit ใหม่นี้ เตรียมวางจำหน่ายในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 นี้

Honda-Jazz-Fit-Interior

แต่ในตอนนี้ ก็ยังมีกระแสข่าวคราวว่า Honda Fit (หรือ Jazz โฉมนี้) อาจจะไม่มาขายในบ้านเรา! เพราะทาง Honda จะผลิต Honda City ในรูปแบบของรถ Hatchback 5 ประตู ออกมาขายแทน ซึ่งก็ต้องรอคอยติดตามดูต่อไปว่า จะเป็นจริงหรือไม่อย่างไรครับ ในปีหน้านี้

Honda-Jazz-Fit-Interior

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Carro-Honda-Jazz-GE

สานต่อความสนุก ไปกับ Honda Jazz เจเนอเรชั่นที่ 2 อันยอดนิยม!

หากจะเล่าถึงเรื่องรถยอดนิยมของ Honda (กันอีกครั้ง) ต้องย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) มือสอง เจเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครหลายๆ คน แน่นอน ด้วยดีไซน์ที่ดูน่ารัก กะทัดรัด ออพชั่นแพรวพราว ขับง่าย เหมาะกับการใช้งานในเมืองใหญ่

สำหรับ Honda Jazz (หรือ Honda Fit ในญี่ปุ่น) เจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2007 พัฒนาขึ้นตามหลักการ “Human FIT” ใช้แนวคิดหลักๆ 3 อย่าง นั่นคือ “Driving” – Evolution of Running, “Package” – Package Evolution และ “Utility” – Ease-of-use Evolution เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารและผู้ขับขี่มากขึ้น และลูกเล่นที่มากขึ้นกว่าเดิม

ทำให้ Honda Fit โฉมนี้คว้ารางวัล Car of the Year Japan 2007-2008 ไปแบบไม่ต้องสงสัย …

Honda-Fit-GE-Drawing

Honda Fit ขณะกำลังออกแบบ

Honda-Fit-GE-Japan

Honda Fit ที่ออกแบบเสร็จแล้ว

ด้วยภายนอกชูจุดเด่นที่มากขึ้น ทั้งไฟหน้าขนาดใหญ่ เส้นสายตัวถังดูคมขึ้น ตัวถังกว้างขึ้นถึง 20 มม. ส่วนฐานล้อขยายให้ยาว (จากหน้ารถถึงหลังรถ) อีก 50 มม. และเพิ่มระยะห่างระหว่างล้อหน้า (ซ้ายถึงขวา) อีก 35 มม. ส่วนล้อหลังเพิ่ม 30 มม. รวมถึงล้อถูกวางอยูในตำแหน่งมุมสุดทั้ง 4 ด้านของตัวถัง ขณะที่ความสูงเท่าเดิม

ทำให้ Jazz ตัวนี้ดูอวบขึ้น ประตูรถเปิดได้กว้างถึง 80 องศา ปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่เป็นแบบ i-VTEC ให้แรงม้าเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มรุ่นสปอร์ต “RS” (Road Sailing) ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น …

Honda-Fit-Test-in-Bangkok

Honda Fit ที่ทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) นำเข้ามาจากญี่ปุ่นให้สื่อมวลชนวิ่งทดสอบในกรุงเทพฯ ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2551 ก่อนที่ Honda Jazz จะเปิดตัว (ภาพจาก mgronline.com)

Honda-Jazz-Thai-2008

สำหรับเวอร์ชั่นไทย Honda Jazz โฉมนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มาพร้อม Slogan โฆษณา “I’m So Jazz” ชูจุดเด่นด้วยสีฟ้า Cerulean Blue รองรับพลังงานทางเลือกใหม่ “แก๊สโซฮอล์ E20” ระบบเกียร์ชุดใหม่แบบอัตโนมัติ 5 สปีด (ของเดิมเป็นแบบ CVT 7 สปีด) ซึ่งเซ็ทมาเป็นพิเศษสำหรับเมืองไทย

Honda-Jazz-Thai-2008

โดย ฮอนด้า เลือกใช้พรีเซ็นเตอร์วัยใส (ในตอนนั้น) อย่าง มาริโอ เมาเร่อร์ และ มารีญา ลินน์ เอียเรี่ยน มาแทนที่ พอลล่า เทเลอร์ ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการเปิดตัว Jazz รุ่นแรก มาพร้อม 3 รุ่นย่อย S, V และ SV ในราคา 550,000 – 695,000 บาท

Honda-Jazz-Thai-2008

ห้องโดยสารภายใน แผงคอนโซลหน้าปรับปรุงใหม่ แลดูคล้ายกับรถรุ่นพี่อย่าง Civic มากขึ้น พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาทง มีที่วางแก้วน้ำมีมากถึง 10 จุด พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย และระบบเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift ที่พวงมาลัย

พื้นที่ด้านหลังสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 380 ลิตร (เวอร์ชั่นไทย ต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นของ Fit ไม่ได้ใช้ยางอะไหล่ แต่ใช้เป็น Tire Fix ชุดปะยางฉุกเฉิน จึงมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นเป็น 427 ลิตร)

Honda-Fit-Ultr-Seat

เบาะนั่งยังคงอัตลักษณ์ของ “Ultr Seat” สุดอเนกประสงค์เอาไว้เช่นเดิม แบบ Utility Mode สามารถวางของได้ยาวถึง 1,720 มม. ในด้านคนนั่ง และ 1,425 มม. ในด้านคนขับ

ในส่วนของ Long Mode สามารถพับเบาะคนนั่งด้านหน้าลง วางของได้ยาวถึง 2,400 มม.

ส่วน Tall Mode เบาะหลังสามารถยกขึ้นได้ วางของได้สูงถึง 1,290 มม.

และ Refresh Mode ปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ พับเบาะลงทำเป็นที่นอนก็ได้

Honda-Fit-GE-Design

Honda Fit ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร และ 1.5 ลิตร ออกแบบให้ถังน้ำมันอยู่ใต้เบาะคู่หน้า

Honda-Fit-GE-Design

มิติตัวรถยาว 3,900 มม. (รุ่น SV 3,920 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 1,050-1,115 กิโลกรัม

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.8 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก

Honda-Jazz-Thai-2008

ในเดือนมิถุนายน 2552 Honda ประเทศไทย ออกรุ่นพิเศษเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ด้วยรถสีขาว Brilliant White Pearl ภายใต้ชื่อรุ่น “Wise Edition” (ไวซ์ เอดิชั่น) ครอบคลุมทุกโมเดลของฮอนด้าในขณะนั้น รวมถึง Jazz ด้วย มาพร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Tail Gate กระจังหน้าแบบสปอร์ต และจักรยานเสือภูเขาซึ่งใส่ไว้ด้านหลังรถ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 642,000 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 662,000 บาท

Honda-Jazz-Thai-2009

และในเดือนกรกฏาคม 2552 ฮอนด้า ตัดสินใจเพิ่มสีใหม่ “Helios Yellow” (Pearl) ให้กับ Honda Jazz เพิ่มเติม โดยตัดสีแดง Rallye Red ออก พร้อมกับเปลี่ยนสีเทาใหม่เป็น Polished Metal …

Honda-Jazz-Active-Plus

ในเดือนกรกฎาคม 2553 Honda ได้แนะนำ Jazz รุ่นพิเศษ “Active Plus” (แอคทีฟ พลัส) มาพร้อมชุดแต่งที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าและสเกิร์ตข้างแบบสปอร์ต สปอยเลอร์หลัง และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต พร้อมป้ายสัญลักษณ์ “Active Plus” ส่วนด้านความปลอดภัย เพิ่มไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ และสัญญาณกะระยะหลัง 4 จุด ซึ่งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

Honda-Jazz-Active-Plus

มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 679,500 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 699,500 บาท และมี 3 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเหลืองเฮลิออส (มุก) และ สีฟ้าเซรูเลียน (เมทัลลิก)

Honda-Fit-Minorchange-2010

ในเดือนตุลาคม 2010 Honda ในประเทศญี่ปุ่นก็ได้ปรับโฉม Minorchange Honda Fit ให้ดูสดใหม่ยิ่งขึ้น พร้อมกับแนะนำ “Fit Hybrid” ใหม่ด้วย

Honda-Fit-Shuttle

โดย Honda Fit โฉมนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก จน Honda ต้องผลิตรุ่นแวนออกมาในชื่อ “Fit Shuttle” (เหมือนตอนที่ Honda ผลิตรุ่น “Airwave” ช่วงก่อนหน้า) พร้อมทั้ง Fit Shuttle Hybrid และเปิดตัวในวันที่ 16 มิถุนายน 2011 ที่ประเทศญี่ปุ่น

Honda-Jazz-Minorchange-2011

สำหรับเวอร์ชั่นไทย เปิดตัว Honda Jazz Minorchange เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 โดยนับแต่เปิดตัว ฮอนด้า แจ๊ซ โฉมแรกในปี 2546 จนถึงปี 2554 ทำสถิติยอดขายในไทยไปแล้วมากกว่า 130,000 คัน … ชูจุดเด่นด้วยสีส้ม Brilliant Orange มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่น S รุ่น V และรุ่นสูงสุด SV

ทั้ง 3 รุ่นใช้เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า สามารถน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (เฉพาะรุ่น S) และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ในราคา 590,000 – 715,000 บาท

มิติตัวรถยาว 3,900 มม. (รุ่น SV 3,915 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 1,060-1,115 กิโลกรัม

เมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาถึง โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย โดยรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจำนวนรวม 1,055 คัน มี Honda Jazz จำนวน 213 คัน ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งทาง Honda เริ่มต้นทำลายรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2554 …

Honda-Jazz-JP-2012

Honda จึงต้องนำรุ่นเฉพาะกิจช่วงน้ำท่วม “Honda Jazz JP” ส่งตรงจากญี่ปุ่น เข้ามาจำหน่ายในช่วงปี 2554 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ชูการขายด้วยสีส้ม “Orange Sunset” (แตกต่างจากสีส้มเวอร์ชั่นไทย) เพียงรุ่นย่อยเดียว ในราคา 747,000 บาท อุปกรณ์มาตรฐานบางอย่างต่างจากเวอร์ชั่นไทย อาทิ โคมไฟหน้าที่มาพร้อมไฟหน้า HID ปรับระดับสูง-ต่ำได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และถุงลมนิรภัยอัจฉริยะ i-SRS และม่านนิรภัยด้านข้าง เป็นต้น

Honda-Jazz-Hybrid-2012
ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 Honda แถลงข่าวเปิดตัว Honda Jazz Hybrid IMA ถือเป็นรถไฮบริดรุ่นแรกของกลุ่ม Sub-Compact ในไทย รับประกัน 5 ปี ทั้งระบบ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรก ในราคา 768,000 บาท … แต่ผลการตอบรับ ก็ไม่ค่อยจะดีนัก

Honda-Jazz-Hybrid-2012

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที

และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 8.0 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 21.3 กม./ลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กม.)

Honda-Jazz-2012

ในเดือนพถศจิกายน 2555 Honda Jazz สีแดง “Rallye Red” ก็กลับมา (อีกครั้ง) แล้วสีส้ม Brilliant Orange ก็หายไปแทน …

Honda-Jazz-Modulo-2013

มาถึงเดือนมกราคม 2556 Honda ได้เปิดตัว “Jazz Modulo” โฉบเฉี่ยวกับกระจังหน้าโครเมียมแบบโครมดำ และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังสุดเท่ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มีให้เลือก 3 สี กับ สีแดง Rallye Red สีขาว Taffata White และ สีดำ Crystal Black (Pearl) จำนวนจำกัด เฉพาะรุ่น V AT ในราคา 682,500 บาท

Honda-Fit-EV
อันนี้แถมให้ …  ในวันที่ 31 สิงหาคม 2012 (ปี 2555) Honda ประเทศญี่ปุ่น ได้แนะนำ “Fit EV” รุ่นใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Li-Ion ของ Toshiba ผนวกเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 92 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 26.1 กก.-ม. ในการขับเคลื่อน โดยสามารถแล่นได้ระยะทางถึง 225 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว โดยใช้เวลาชาร์จ 12 ชม. ผ่านไฟฟ้าแบบ 120 โวลท์ ในราคา 4 ล้านเยน!

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย Mr.Carro

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Jazz (GE) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยมมากๆ ไปตรงไหนก็เจอ เหมาะสำหรับคนเมือง และคุณผู้หญิง ด้วยรูปทรงสวยน่ารัก แต่งขึ้น คุณภาพแจ๋ว ประหยัดน้ำมัน ใช้งานได้อเนกประสงค์ ราคามือสองไม่แพง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่เหมาะกับการใช้ในเมือง วงเลี้ยวแคบ หาที่จอดง่าย ภายในกว้างขวาง อเนกประสงค์ พับเบาะขนของได้เยอะ พวงมาลัยไม่หนัก มุมมองด้านหน้าคนขับถือว่าดี (ยกเว้นบริเวณเสา A ที่ดูเป็นมุมอับอยู่บ้าง) นั่งขับได้สบายๆ ระบบความปลอดภัยมีพอสมควร ถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยล่ะ …

ส่วนข้อด้อยก็มี ช่วงล่างแข็งกระด้าง ไม่นิ่ม ขนาดยางติดรถ ขนาด 175/65R15 ที่หน้าไม่กว้างพอ เวลาขับเร็วๆ แล้วจะรู้สึกหวิวๆ (แต่ปัญหานี้จะหายไป ถ้าเปลี่ยนยางรถที่มีหน้ายางกว้างขึ้น) และการเก็บเสียงในห้องโดยสารไม่ดีนัก

ถ้าเป็นรุ่นไฮบริด ต้องดูแบตเตอรี่ไฮบริด ที่อีกไม่กี่ปีก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว รวมถึงอะไหล่ต่างๆ ของตัวไฮบริด (เช่น Motor หรือ Inverter) จ่ายหนักแน่นอน …

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทาน ไม่ค่อยจุกจิก ค่าบำรุงรักษาไม่ถูกไม่แพง ศูนย์บริการหาไม่ยาก เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ ในกรณีที่รถสภาพยังสมบูรณ์อยู่

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีเยอะพอสมควร ทั้งจากศูนย์บริการ รถเก่าในบ้านเรา หรือจะเป็นของเก่าจากญี่ปุ่นก็ตาม

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 230,000 – 440,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Jazz (GE) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Jazz ได้เลยครับผม

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ มาขายรถกับ CARRO สิ เรารับซื้อรถของคุณ! ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

Carro-Honda-Jazz-GD

Honda Jazz (GD) : ผู้เปิดตลาดรถ Sub-Compact แบบ 5 ประตู ให้กลับมานิยมในไทยอีกครั้ง

ก่อนที่ผมจะพูดถึง Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) มือสอง เพื่อให้คุณผู้อ่านได้รู้ลึกถึงรายละเอียด ต้องเล่าย้อนกลับไปช่วงก่อนปี 1996 … หลังจากที่ Honda เลิกขาย Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ไปไม่นานนัก

Honda-Logo

ในเดือนตุลาคม 1996 Honda ได้ผลิตรถรุ่น “Logo” ในรูปแบบ Sub-Compact 3 ประตู และ 5 ประตู (GA3/4/5) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร จำหน่ายในตลาดญี่ปุ่น รวมถึงส่งออกไปยังแถบเอเชียบางประเทศ และในยุโรป แต่ไม่ประสบความสำเร็จ …

ตอนหลังฮอนด้าต้องไปแก้โหงวเฮ้งใหม่ พัฒนาปรับปรุงรถออกมาใหม่ จนออกมาเป็น “Honda Fit” ผลิตขายไปทั่วโลก และมาเป็น “Honda Jazz” (ฮอนด้า แจ๊ซ) รุ่นแรกในไทยครับ.

Honda-Fit-GD
Honda Jazz รุ่นแรก สร้างขึ้นภายใต้รหัสโครงการ MK พัฒนาให้มีรูปทรงคล้ายรถ MPV ย่อส่วน บนพื้นฐานโครงสร้างใหม่ “Global Small Platform” มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “i-series” ภายใต้หลักการพัฒนาแบบ “SMALL MAX Series” (Mileage MAX, Fun MAX, Coolness MAX และ Personal MAX) ชูจุดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา อเนกประสงค์ หลากหลายการใช้งาน ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเทคโนโลยี G-Force Control เพื่อความปลอดภัย ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น
Honda-Fit-Zenshin

รูปทรงภายนอก ออกแบบตามหลัก “ZENSHIN (Zhen Shin) Cabin Form” ตัวถังลู่ลม เน้นประหยัดน้ำมัน ไฟหน้ากลมโตแบบ Bubble Canopy กระจกด้านข้างตัวรถแบ่งเป็น 4 ส่วน ประตูบานหน้าแบ่งการเปิดได้ 3 ตอน เปิดได้กว้างสุดถึง 970 มม. และไฟท้ายรูปทรงแบบ Cylinder Design

Honda-Fit-GD
Honda-Fit-GD

ห้องโดยสารภายใน ออกแบบในรูปแบบ “Sporty & Personal” ด้วยแผงคอนโซลเรียบง่าย เน้นการใข้งานสะดวก โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงกลมแบบสปอร์ต วิทยุ Bulit-In พร้อมทั้งออกแบบให้ถังน้ำมันอยู่บริเวณใต้เบาะนั่งคู่หน้า

Honda-Fit-GD
Honda-Fit-GD

เบาะนั่งภายในห้องโดยสารแบบ “Ultr Seat” ปรับพับได้หลายรูปแบบ ทั้ง Utility Mode, Long Mode, Tall mode และ Refresh Mode นอกจากจะสามารถพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ได้แล้ว ยังสามารถยกเก็บเบาะนั่งแบบราบหรือพับขึ้น เมื่อต้องการวางสัมภาระทรงสูงได้ พร้อมเนื้อที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมากถึง 382 ลิตร

แถลงข่าวเปิดตัวจำหน่ายญี่ปุ่นในวันที่ 21 มิถุนายน 2001 (ปี 2544) มาพร้อมกับจุดเด่นและคุณสมบัติที่กล่าวมา ซึ่งถูกใจคนเมืองและคุณผู้หญิงมากๆ ทำให้ได้รับความนิยมทันทีที่เปิดตัว! และคว้ารางวัล Car of the Year Japan 2001-2002 ไปในปีเดียวกัน

Honda-Jazz-GD-Thai
ส่วน Honda Jazz ในไทย เปิดตัวเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 ณ สยามสแควร์ (ซึ่งช้ากว่าประเทศญี่ปุ่นประมาณ 2 ปีกว่า โดยในบ้านเราตอนนั้น Honda เปิดตัว Honda City ขายกันไปก่อน) โดย Honda Jazz รุ่นนี้มาพร้อม Concept “Jazz Up Your Life” สีสันแห่งความสนุกใหม่ที่เป็นคุณ
Honda-Jazz-GD-Thai

ชูจุดเด่นด้วยการเป็นรถที่ขับสนุก ประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์แบบ i-DSi (Intelligent-Dual & Sequential Ignition) และห้องโดยสารภายในแบบ Space Magic ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ระบบพวงมาลัยแบบ Steermatic ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT กดปุ่ม +- เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยได้ 7 สปีด มีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ในราคา 508,000 – 603,000 บาท

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A1 แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-DSi ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 กก.-ม. ที่ 2,700 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีเฉพาะล้อหน้า

รุ่นย่อยในช่วงแรก มีให้เลือกตั้งแต่ S MT – AT – AT (AS) และ E MT – AT – AT (AS)

Honda-Jazz-GD-Thai

เจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นอายุ 18-30 ปี และคนวัยทำงานใหม่ๆ (กลุ่มคน Young at Heart ก็ได้ด้วยเช่นกัน) รวมถึงผู้หญิง ซึ่งได้รับความนิยมในบ้านเราสุดขีด สร้างยอดจอง 10,000 คันแรกในระยะ 2 เดือนหลังเปิดตัว ถือเป็นปรากฏการณ์การจองรถที่สูงมากในตลาด

ทำให้ Honda Jazz กลายเป็นรถ Sub-Compact ที่ขายได้สูงสุดในประเทศไทยนับแต่เปิดตัวมา ถึงขนาดที่บรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆ ต้องซื้อไปเป็นของรางวัลสำหรับแจกให้คนร่วมสนุกชิงโชคของสินค้านั้นๆ เป็นจำนวนมาก

ช่วงกลางปี 2547 Honda ได้แนะนำรุ่นพิเศษ Honda Jazz Sport Version รุ่น E (AS) AT ใส่ชุดแต่งรอบคันจากโรงงาน มีเฉพาะสีขาว สีเทา และสีดำ ในราคา 679,000 บาท

Honda-Jazz-GD-Thai-2004
ในเดือนธันวาคม 2547 Honda ได้เพิ่ม Jazz รุ่น E-V ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A1 แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.6 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ในราคา 617,000 – 685,000 บาท
Honda-Jazz-GD-Thai-2004
มาพร้อม Slogan โฆษณา “The Fun Never Stops” กับ “พอลล่า เทเลอร์” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์รถรุ่นนี้ ชูสีตัวรถที่เพิ่มมาใหม่ เช่น สีชมพู และสีขาว เป็นต้น ซึ่งกล่าวได้ว่า Honda Jazz เป็นรถรุ่นที่ทำให้คนไทยหันกลับมานิยมรถยนต์สีขาวและสีขาวมุก จนรถยนต์หลายๆ ค่ายต้องตามเทรนด์ ออกรถยนต์สีขาวกันมาเป็นแถว และทำให้รถยนต์สีขาวมุก เป็นที่นิยมมาจนถึงบัดนี้
Honda-Jazz-GD-Thai-2004
Honda-Fit-Dynamite
และในปี 2547 ยังมีเวอร์ชั่นพิเศษ ที่ผลิตออกมาโดยผู้จำหน่ายอิสระอย่าง revo (ปัจจุบันบริษัทปิดไปแล้ว) ทำ “Jazz Dynamite” ออกมาขายแบบเดียวกับ “Mugen Fit Dynamite” เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในชื่อ Jazz by revo สไตล์ Dynamite by revo
Honda-Jazz-Dynamite-Revo
ภาพจาก mgronline.com
โดยชุดแต่งที่นำมาติดนั้นมีเกือบ 20 ชิ้น อาทิ กันชนหน้า-หลัง แบบสปอร์ต, สเกิร์ตรอบคัน, สคูประบายลมฝากระโปรงหน้า, สปอยเลอร์หน้า-หลัง, โป่งล้อรอบคัน, ท่อไอเสียคู่, กระจังหน้าแบบตะแกรงสไตล์สปอร์ตพร้อมคาดโครเมียม, ล้อแม็ก Dynamite 7 X 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/40 R17 และ โลโก้ Honda สีแดง

นอกจากชุดแต่งรอบคันเพิ่มความสวยแล้ว ทาง revo ยังเพิ่มสมรรถนะให้กับแจ๊ซ โดยเฉพาะรุ่นที่นำเครื่อง K20A Turbo 260 แรงม้า พร้อมเบรก Brembo 4 ล้อ, ไฟหน้า Projector, เบาะหนังสปอร์ตแบบ Bucket Seat และมาตรวัด Mugen มาใส่แบบจัดเต็ม ในราคาหลักล้าน!

Honda-Jazz-Dynamite-Revo
ภาพจาก mgronline.com

Jazz by revo ในตอนนั้นมีให้เลือก 4 รุ่น 4 สี คือรุ่น i-DSI เกียร์ธรรมดา ราคา 830,000 บาท รุ่น i-DSI เกียร์อัตโนมัติ ราคา 995,000 บาท รุ่น VTEC เกียร์ธรรมดา ราคา 1,302,000 บาท และรุ่น VTEC เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,337,000 บาท สำหรับสีมีให้เลือก 4 สี คือ ฟ้า, เหลือง, ขาว และสีแดง (รุ่น Top)

เดือนมีนาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Jazz Cool ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ไฟตัดหมอกหน้า, กระจังหน้าสปอร์ต, คิ้วกันสาด, ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว พร้อมสีสปาร์คเคิล ซิลเวอร์ ด้านใน, ชุดตกแต่งเรือนไมล์โครเมียม, ชุดตกแต่งสวิตช์แอร์-ฝาครอบเกียร์-ฝาปิดที่วางแก้ว-แผงควบคุมกระจกไฟฟ้า 4 บาน สีเงิน, คิ้วบันไดสแตนเลส และสัญลักษณ์ Cool ด้านท้าย

ในเดือนตุลาคม 2548 Honda ได้แนะนำ Jazz Plus สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi มาพร้อมกับไฟตัดหมอก, คิ้วกันสาด, สปอยเลอร์หลัง, ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส, คิ้วบันไดสแตนเลส และล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว พร้อมสีสปาร์คเคิล ซิลเวอร์ ด้านใน

Honda-Jazz-X-Treme

อีกทั้งยังมีรุ่นพิเศษอย่าง Jazz Safety มาพร้อมระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi ในราคา 552,000 – 620,000 บาท, Jazz X-Treme ใส่ชุดแต่งสปอร์ตทั้งคัน, ไฟตัดหมอก, ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว และท้อไอเสียคู่ DOOV สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ VTEC ในราคา 657,000 – 725,000 บาท และ Jazz Cool II ออกมาเพิ่มเติมอีก สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ VTEC ในราคา 634,000 – 712,000 บาท

Honda ยังได้ร่วมกิจกรรมเพื่อการโปรโมทรถ อย่างรายการ Channel [V] Thailand VJ Search Take 4By Honda Jazz Cool โดย Honda ร่วมกับ แชนแนล วี ไทยแลนด์ จัดกิจกรรมประกวดค้นหาวีเจหน้าใหม่ ภายใต้ชื่อ “Channel[V]Thailand VJ Search Take 4” ในเวลานั้นอีกด้วย

Honda-Jazz-2006
ส่วนในไทย 28 กุมภาพันธ์ 2549 Honda ได้เปิดตัว Honda Jazz (Minorchange) ที่มาพร้อม Slogan โฆษณา “Make The Move.” “ขยับชีวิตให้มีสีสัน กับความสนุกเร้าใจใหม่” เพื่อชนกับคู่แข่งในตลาดอย่าง Toyota Yaris ที่ออกมาในช่วงนั้นพอดี
Honda-Jazz-2006
Honda-Jazz-2006
Honda Jazz (Minorchange) งวดนี้ชูจุดเด่นด้วยการใช้สีเหลือง Helios Yellow Pearl ที่เป็นสี Premium ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่น หน้าตาตกแต่งใหม่แบบสปอร์ต ชุดไฟท้ายแบบ LED ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ i-DSi และ VTEC เหมือนเดิม พร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ S, V และ SV โดยเริ่มรุ่นย่อยของรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi มีเฉพาะรุ่น S เท่านั้น ในราคา 539,000 – 705,000 บาท (สีเหลือง เฮลิออส มีเฉพาะรุ่น SV และต้องเพิ่มเงินอีก 10,000 บาท)
Honda-Jazz-2006
ขณะที่รุ่น SV จะมีอุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่นปกติ คือ โคมไฟหน้าด้านในสีเดียวกับตัวรถ, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว, เบาะสีดำ, กุญแจรีโมท, มาตรวัดเรืองแสง, กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า, มือจับเปิดประตูด้านในโครเมียม และไฟอ่านแผนที่
Honda-Jazz-GD-Minorchange-Body-Color
Honda-Jazz-GD-Minorchange-Specifications
Honda-Jazz-GD-Minorchange-Specifications

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย Mr.Carro

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Honda Jazz (GD) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม รูปทรงสวยน่ารัก แต่งสวย สมรรถนะดี (ตัว VTEC) คุณภาพเยี่ยม ประหยัดน้ำมัน อเนกประสงค์ในการใช้งาน ไว้ขับรถไปเที่ยวก็ได้ รับลูก ส่งของ ขนของ ไปซื้อของ เรียกได้ว่าได้หมด! แถมขาซิ่งยังหาของแต่งได้ง่ายอีกด้วย

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

ถือเป็นรถท้ายตัดแบบ B-Segment ที่ยังน่าใช้อีกหนึ่งรุ่น ช่วงล่างนิ่มนวล เกาะถนนดี (แต่ถ้าวิ่งเกิน 160 กม./ชม. ก็จะเริ่มบินแล้ว) ส่วนเรื่องวัสดุภายใน ก็ถือว่าพอได้ การเก็บเสียงภายในรถค่อนข้างดี

แต่รถอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป มันก็มีบ้างที่จะต้องซ่อม ถ้าเตรียมงบก้อนใหญ่ไปเลยก้อนนึงไว้ก็ดี สำหรับดูแลรักษาตัวรถ ก็ถือว่าคุ้มเพราะจะได้ใช้ยาวๆ ไปอีก 10 ปี แต่โดยรวมแล้วรุ่นนี้ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรหรอกครับ ถ้าชอบประหยัด ก็เลือกรุ่นเครื่องยนต์ i-DSi แต่ถ้าชอบแรงหน่อย ก็เลือกรุ่นเครื่องยนต์ VTEC

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานในระดับหนึ่ง อะไหล่เพียบ แต่ต้องระวังเรื่องเกียร์ CVT เป็นพิเศษ เพราะหลายคันเริ่มมีปัญหา (พัง) ต้องเตรียมงบไว้ยกเกียร์ หรือซ่อมเกียร์ แต่ในกรณีทั่วไป เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ก็ตกปีละ 10,000 – 15,000 บาท

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า ไม่ต้องห่วง เพราะมีเพียบ ทั้งของเก่าไทย เก่าญี่ปุ่น ของแท้ ของเทียบ ของเทียม มีเพียบ …

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2562 อยู่ที่ประมาณ 150,000 – 260,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Honda Jazz (GD) รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Honda-Jazz ได้เลยครับผม

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก