Hyundai-Staria-2021

นับเป็นเรื่องที่ไม่แปลกประหลาดใจแต่อย่างใด สำหรับการเปิดตัว Hyundai Staria (H-1) ใหม่ รถมินิแวนสุดหรูสุดล้ำ ที่ทาง Hyundai ตั้งใจนำเจ้าตัวนี้มาแทนที่ Hyundai H-1 ที่ขายในตลาดโลกมานานสิบกว่าปี แบบชนิดที่ว่าไม่มีเคล้าเดิมเหลือให้เห็น!

นับตั้งแต่ค่าย Hyundai เริ่มต้นเปิดตลาดรถตู้เป็นของตัวเองในชื่อ Hyundai Starex (ฮุนได สตาเร็กซ์) ในปี 1997 ด้วยการซื้อสิทธิการผลิตมาจาก Mitsubishi Delica (มิตซูบิชิ เดลิก้า) เอามาแต่งหน้าทาปาก แล้วขายในแบรนด์ฮุนได

กระทั่งในปี 2007 รถตู้แบบมินิแวนแท้ๆ ที่ Hyundai พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด บ้านเรารู้จักกันดีในชื่อ Hyundai H-1 (ฮุนได เอชวัน) จึงได้ถือกำเนิดขึ้น และขายดีในระดับหนึ่ง ด้วยราคาที่จับต้องได้ และยังได้รับความนิยมมาจนถึงตอนนี้

Hyundai-Staria-2021

Hyundai Staria รุ่น Tourer

แต่สำหรับ Hyundai Staria (ฮุนได สตาเรีย) ใหม่นี้ ถือเป็นการพลิกโฉมการออกแบบใหม่หมด พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม Hyundai-Kia N Platforms (Hyundai-Kia N3) กับแนวคิดการออกแบบ Inside-Out

Hyundai-Staria-2021

Hyundai Staria รุ่น Top สุด อย่าง Lounge

ใช้ชุดไฟ Daytime Running Light LED แบบ Beltline บริเวณฝากระโปรงหน้าเป็นแถบยาว ชุดไฟหน้าไปอยู่ที่ชุดกันชนหน้า เป็นลายตะแกรงดูย้อนยุค ส่วนชุดไฟท้ายแบบแนวตั้ง Parametric Design แบบเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 ส่วนด้านข้างเพิ่มเนื้อที่กระจกรอบคันใหญ่จุใจ ให้มองเห็นวิวได้รอบทิศ

Hyundai-Staria-2021

มิติตัวรถยาว 5,255 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,990 มม. (และ 2,000 มม.) ระยะฐานล้อ 3,275 มม.

Hyundai-Staria-2021

ห้องโดยสารภายใน ได้อารมณ์ของความหรูหรา ที่ทาง Hyundai ถอดแบบมาจากเลานจ์ในเรือสำราญ ผนวกกับอุปกรณ์ความบันเทิงนานาชนิด ตั้งแต่พวงมาลัย 4 กานรูปทรงแปลกตา ชุดเครื่องเสียงจาก Bose, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมหน้าจอ Infotainment จอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว, กล้องมองภาพภายในรถแบบมุมกว้าง ติดตั้งลำโพงและไมโครโฟน สำหรับไว้คุยกันได้ระหว่างผู้โดยสารหน้า-หลัง, ชุดเกียร์แบบปุ่มกด และไฟตกแต่งภายในห้องโดยสารปรับได้ 64 สี เป็นต้น

Hyundai-Staria-2021

ห้องโดยสารภายใน มีให้เลือกตั้งแต่แบบ Premium 9 ที่นั่ง มาพร้อมชุดเบาะนั่งสามแถว แบบ Premium Relaxation Seats พร้อมระบบปรับเอนด้วยไฟฟ้า ส่วนรุ่น 11 ที่นั่ง ให้เบาะนั่งแถวสองแบบ Captain Seat ขนาดใหญ่ หมุนได้ 180 องศา เพื่อความสะดวกในการเข้าไปยังแถวที่ 3 หรือเปลี่ยนเป็นห้องนั่งเล่น ห้องประชุมได้

ระบบความปลอดภัย เป็นแบบ Hyundai SmartSense เช่นเดียวกับรถยนต์นั่งของฮุนได

Hyundai-Staria-2021

ขุมพลังของ Staria ทุกแบบ เริ่มต้นด้วยขุมพลังดีเซลขนาด 2.2 ลิตร CRDi แบบ 4 สูบ VGT 177 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร (44.0 กก.-ม.) ที่ 1,500-2,500 รบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 10.8 กม./ลิตร

และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.5 ลิตร แบบ Smartstream ใช้พลังก๊าซ LPG ให้แรงม้าสูงสุด 240 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 32.0 กก.-ม. (314 นิวตันเมตร) ที่ 4,500 รอบ/นาที

ระบบเกียร์ให้เลือกทั้ง 2 แบบ นั่นคือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่วนระบบส่งกำลังมีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD

Hyundai-Staria-2021

สำหรับรุ่นย่อยของ Staria แบ่งออกได้ตั้งแต่แบบ Cargo3 ซึ่งเป็นแบบรถตู้เชิงพาณิชย์ มี 3 ที่นั่ง รุ่นย่อยมีทั้งแบบ Smart ราคา 27.26 ล้านวอน และรุ่น Modern ราคา 28.72 ล้านวอน

ส่วน Cargo5 ซึ่งเป็นแบบรถตู้เชิงพาณิชย์ มี 5 ที่นั่ง รุ่นย่อยมีทั้งแบบ Smart ราคา 27.95 ล้านวอน และรุ่น Modern ราคา 29.52 ล้านวอน

และ Staria แบบหรูอย่าง Tourer มีทั้งแบบ Tourer 9 ราคา 30.84 ล้านวอน และ Tourer 11 ซึ่งแยกย่อยออกไปได้อีกเป็นรุ่น Smart ราคา 29.32 ล้านวอน และ Modern ราคา 30.84 ล้านวอน

Hyundai-Staria-2021

สำหรับรุ่นหรูสุดขีด อย่าง Lounge มีทั้งแบบ Lounge 7 Inspiration มี 7 ที่นั่งสุดหรู ราคา 42.12 ล้านวอน และ Lounge 9 แบ่งออกได้เป็นรุ่นแยกย่อยอย่าง Prestige ราคา 36.61 ล้านวอน และ Inspiration ราคา 40.48 ล้านวอน

สำหรับในไทย คงต้องติดตามดูกันเร็วๆ นี้ ว่าทาง Hyundai ประเทศอินโดนีเซีย จะได้ขึ้นสายการผลิตรุ่นนี้กันเมื่อไหร่ ต้องติดตามรอดูในปลายปีนี้ที่เราเชื่อว่า Hyundai ประเทศไทย น่าจะนำเข้ามาโชว์ (และอาจจะขายด้วย) เป็นแน่แท้ แต่ถ้านำเข้าจากเกาหลี ราคาต้องสูงกว่ารุ่นเดิมเป็นเท่าตัวแน่นอนครับ!

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

10-Cheapest-EV-Cars-In-Thailand

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์โลก และวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดอย่างมากจากผู้ใช้รถยนต์ในบ้านเรา ทำให้เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จากที่เคยเป็นรถมีราคาแพงมาก ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในด้านภาษี หรือเรื่องจุดชาร์จไฟ และการดูแลรักษา หลายคนจึงไม่ลังเล ที่จะลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ มาใช้งานดูบ้าง

อ่านเพิ่มเติม >> รวมจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ และทั่วไทย มีจุดไหนใกล้คุณ ประจำปี 2564

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถยนต์ไฟฟ้ามาลองใช้ดูบ้าง ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุด ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Takano-Auto-Thailand-2020

1. Takano TTE500 ราคา 490,000 บาท

Takano (ทากาโน่) TTE500 นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยตอนนี้ โดยรถกระบะไฟฟ้าขนาดจิ๋วคันนี้ พาคุณไปได้ทุกที่ สามารถรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากถึง 300 กิโลกรัม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 12V 125 แอมป์ ขนาด 6 ลูก ใต้พื้นกระบะหลัง และเครื่องยนต์เบนซินขนาดจิ๋วช่วยปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ 100-120 กิโลเมตร โดยใช้เงินเพียง 30 บาท และทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม.

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบกระแสตรง6.7 แรงม้าแบบ 12V 125 Amp X 6 ความจุ 11 kWh 72 – 80 V100 – 120 กิโลเมตร

FOMM-One-2019

2. Fomm ONE ราคา 499,900 บาท

FOMM One (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก พร้อมจดทะเบียนได้

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ขนาด 5 kW จำนวน 2 ตัว ให้แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร สามารถชาร์จไฟจนเต็ม (0-100%) ในเวลา 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ In-Wheel5 กิโลวัตต์ X 2 (13.4 แรงม้า)280 นิวตัน-เมตร X 2แบบ Lithium-Manganese ความจุ 2.96 kWh160 กิโลเมตร

MG-EP-2021

3. MG EP ราคา 998,000 บาท

MG EP (เอ็มจี อีพี) รถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่กว้างขวางรองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของ โดดเด่นด้วยสมรรถนะของ EV เทคโนโลยีที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay

และสมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี (EV Technology) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ

สำหรับแบตเตอรี่ของ NEW MG EP เป็นลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor163 แรงม้า260 นิวตัน-เมตรแบบ Lithium-Ion ความจุ 50.3 kWh380 กิโลเมตร

BYD-T3

4. BYD T3 ราคา 999,000 บาท

BYD T3 (บีวายดี ที3) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นบนพื้นฐาน Nissan B Platform (หรือ Nissan NV200) เป็นรถตู้ทึบ ใช้งานในเชิงพาณิชย์ โดยมาพร้อมกับตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ Siam ATR ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสยามกลการ

และยังมีแยกออกเป็นรุ่น M3 แบบรถอเนกประสงค์ 5 ที่นั่งให้เลือก ในราคา 1,059,000 บาท และรุ่น 7 ที่นั่ง ในราคา 1,089,000 บาท สามารถรองรับสัมภาระได้มากถึง 1,800 ลิตร (ในรุ่น 5 ที่นั่ง) และ 3,800 ลิตร (ในรุ่น 2 ที่นั่ง รถตู้ทึบ)

มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 kWh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน) อัตราการสิ้นเปลือง 1 kWh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า

ระยะเวลาในการชาร์จแบบ DC จะใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 1.30 ชั่วโมง และชาร์จด้วยไฟ AC จะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Permanent Magnet Synchronous Motor94 แรงม้า180 นิวตัน-เมตรแบบ NCM ความจุ 50 kWh กำลังไฟ DC 40 kW / AC 6.6 kW300 กิโลเมตร

MG-ZS-2020

5. MG ZS EV ราคา 1,190,000 บาท

MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) นับว่าเป็นรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่นำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเรา ซึ่งขายดีมากตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2562 ที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ สีฟ้า Copenhagen Blue กระจังหน้าทันสมัย พร้อมติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า และล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อม Advanced Driver-Assistance Systems ครบครัน

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ ชุดคอนโซลหน้าใช้วัสดุนุ่มแบบ Soft Touch ดูหรูหรามีระดับ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และยังโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic Sunroof

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-Ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ได้ถึง 3 ระดับ โดยการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 ซม.

ซึ่งตอนนี้ ทาง MG ได้ทำการจำหน่าย MG ZS EV โฉมปัจจุบันนี้ใกล้หมดแล้ว ซึ่งถ้าหากคุณอยากได้ อาจต้องรอ MG ZS EV ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่จะเข้ามาขายในบ้านเราเร็วๆ นี้ (แต่ยังบอกไม่ได้ว่า มาปีนี้ หรือปีหน้า)

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor150 แรงม้า350 นิวตัน-เมตรแบบ Lithium-Ion ความจุ 44.5 kWh337 กิโลเมตร

Nissan-Leaf-2020

6. Nissan Leaf ราคา 1,499,000 บาท

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

Nissan Leaf ได้ปรับลดราคาจาก 1,999,000 บาท ลงมาเหลือ 1,499,000 บาท เพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous150 แรงม้า320 นิวตัน-เมตรแบบ Lithium-Ion ความจุ 40 kWh311 กิโลเมตร

Hyundai-Kona-Electric-2021

7. Hyundai Kona Electric ราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอด DNA ความเป็น SUV ได้อย่างลงตัว ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์สปอร์ตแบบแยกตำแหน่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบทึบ ที่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารพร้อมพื้นที่จุสัมภาระรวมถึง 373 ลิตร (VDA) นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบปรับอุณภูมิอุ่น-เย็น อีกด้วย

ใครว่ารถยนต์ไฟฟ้าต้องน่าเบื่อ เมื่อ Sport SUV คันนี้ พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที (ในรุ่น SEL) กับขนาดแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกถึงสองรุ่น ให้คุณเลือกระยะทางที่เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่ ตั้งแต่ระยะทางไกลสุดที่ 312 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ในรุ่น SE (345 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC) หรือที่ 482 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ในรุ่น SEL (546 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จเต็มที่หนึ่งครั้ง

ส่วนระบบเบรก ยังได้ถูกปรับให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ ในรูปแบบของ Regenerative Breaking System

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor136 แรงม้า395 นิวตัน-เมตรแบบ Lithium-Ion Polymer ความจุ 39.2 kWh กำลังไฟ 104 kW 327V312 / 482 กิโลเมตร

Mini-Electric-2020

8. Mini Electric ราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous184 แรงม้า270 นิวตัน-เมตรแบบ Lithium-Ion ความจุ 32.6 kWh217 กิโลเมตร

KIA-Soul-EV-2020

9. KIA Soul EV ราคา 2,387,000 บาท

KIA Soul EV (เกีย โซล อีวี) เจเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถแนว Crossover ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Hyundai Kona มีตัวรถที่ดูแข็งแกร่ง ใช้ไฟหน้าทรงเรียวยาว ชุดไฟท้ายแบบทรงตั้งรูปตัว L และแนวหลังคาด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบลอยตัว

ห้องโดยสารมาพร้อมไฟ Sound Mood ที่ปรับตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ได้ มีจอ HUD ขนาด 8 นิ้ว จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบความปลอดภัยแบบ Drive Wise รอบคัน

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับ KIA Niro EV ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 64 kWh รองรับมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Eco, Comfort, Sport และ Eco+ เพื่อให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด ส่วนระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ประมาณ 452 กิโลเมตร

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor201 แรงม้า395 นิวตัน-เมตรแบบ Lithium-Ion ความจุ 64 kWh กำลังไฟ 7.2 kW 356 V452 กิโลเมตร

Volvo-XC40-Recharge-Pure-Electric-2021

10. Volvo XC40 Recharge Pure Electric ราคา 2,590,000 บาท

Volvo XC40 Recharge Pure Electric (วอลโว่ เอ็กซ์ซี40 เพียว อิเล็กทริค) รถยนต์ไฟฟ้าแบบ Crossover SUV ขนาด Compact รุ่นแรกจากค่าย Volvo ที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทย เปิดตัว (แต่ไม่มีรถตัวจริงมาโชว์) ไปในงาน Motor Show 2021 ที่ผ่านมา

ภายนอกใช้กระจังหน้าเป็นแบบยูนิบอดี้ เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่านี่คือรถตระกูลไฟฟ้าของ Volvo พร้อมการตกแต่งภายในระดับพรีเมียมด้วยวัสดุหนังสีดำ รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android Automotive OS ที่พัฒนาร่วมกับ Google ที่ใช้ในการขับขี่ และระบบความปลอดภัยขั้นสูงเต็มรูปแบบ

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งขนาด 204 แรงม้า ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ให้กำลังรวมสูงสุด 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงแบบลิเธียมไอออน ขนาด 78 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กม./ชม. ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 418 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP  ต่อการชาร์จเต็มในแต่ละครั้ง สามารถชาร์จผ่าน Wallbox ขนาด 11 kw จาก 0-100% ได้ในเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ในเวลาประมาณ 40 นาที

สำหรับราคาจำหน่าย ยังครอบคลุมถึงค่าบริการชาร์จไฟจาก EA Anywhere เป็นเวลา 1 ปีเต็ม

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent-Magnet Synchronous Motors X 2408 แรงม้า660 นิวตัน-เมตรแบบ Lithium-Ion ความจุ 78 kWh418 กิโลเมตร

Tesla-Model-3-2021

อันนี้แถมให้ … Tesla Model 3 ราคา 3,290,000 บาท

Tesla Model 3 (เทสลา โมเดล 3) รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ราคาที่จับต้องได้ ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ขายกันหลายรุ่นเลยทีเดียว

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Range, Standard Range Plus และ Long Range ขนาด 54 kWh, 62 kWh และ 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor) และ 4.4 วินาที (Dual Motor) ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. (Single Motor) และ 233 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 354 กิโลเมตร (Single Motor) และ 518 กิโลเมตร (Dual Motor) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

สมรรถนะ (Long Range / MY2021)

มอเตอร์ไฟฟ้าแรงม้าสูงสุดแรงบิดสูงสุดแบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor X 2283 แรงม้า450 นิวตัน-เมตรแบบ Lithium-Ion ความจุ 75 kWh568 กิโลเมตร

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO สิ ได้ราคาดีที่สุด พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนเมษายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

รวมราคารถใหม่ Hyundai (ฮุนได) ทุกรุ่น Update 1/12/2020

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 Hyundai (ฮุนได) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Hyundai-H-1

H-1

  • Touring ราคา 1,329,000 บาท
  • Elite ราคา 1,529,000 บาท
  • Impressive ราคา 1,629,000 บาท
  • Deluxe ราคา 1,729,000 บาท

Hyundai-Grand-Starex

Grand Starex

  • Premium ราคา 2,349,000 บาท
  • VIP ราคา 2,399,000 บาท

Hyundai-Ioniq-Electric-2019

ioniq

  • Electric ราคา 1,749,000 บาท

Hyundai-Kona-Electric

Kona

  • Electric SE ราคา 1,849,000 บาท
  • Electric SEL ราคา 2,259,000 บาท

ดูโปรโมชั่น Hyundai ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/hyundai-new-car-promotion/

Hyundai-New-Car-Promotion

รวม Promotion รถใหม่ 2020 – 2021 Hyundai (ฮุนได) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ประจำเดือนธันวาคม 2563

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถ Hyundai คันใหม่ มาขายรถคันเก่ากับ CARRO เพราะเรารับซื้อรถมือสอง ลงขายรถฟรี ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามข้อมูล หรือตีราคารถก่อนก็ได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ระยะเวลา: 1 ธันวาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Deluxe หรือ Elite :

(1) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 60 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เท่านั้น

(2) เฉพาะรุ่น Elite เมื่อเลือกชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) รับเพิ่มฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว ระบบกล้องมองหลัง และกล้องบันทึกหน้ารถพร้อม Memory Card ความจุ 16GB รวมมูลค่า 20,000 บาท *ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

(3) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัดกำหนด โดยไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) และ (2) ได้

(4) เมื่อออกรถยนต์โดยชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยปกติ รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 60 เดือน หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 65,081 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/ และ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 50,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(5) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(6) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(7) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(8) พิเศษ สำหรับลูกค้าเดิมที่เป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 30,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Impressive :

(1) เลือกรับข้อเสนอ การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัดกำหนด

(2) ฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 25,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(3) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(5) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(6) พิเศษ สำหรับลูกค้าเดิมที่เป็นเจ้าของรถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Touring  :

(1) เลือกรับข้อเสนอ การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กำหนด

(2) รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 25,788 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/

(3) รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(5) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(6) รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 20,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(7) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 25,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได Grand Starex รุ่น VIP หรือ Premium :

(1) อัตราดอกเบี้ย 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เท่านั้น

(2) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัดกำหนด โดยไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย 0.99% ในข้อ (1) ได้

(3) เมื่อออกรถยนต์โดยชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยปกติ ในข้อ (2) รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 60 เดือน หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 65,081 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/

(4) รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,097.65 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(5) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(6) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(7) รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 30,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(8) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 50,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าฮุนได KONA electric รุ่น SE :

(1) พิเศษ รับส่วนลดหรือของแถมรวมมูลค่าสูงสุด 240,000 บาท

(2) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 54,000.76 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(2) โปรโมชั่นพิเศษ จำนวนจำกัดเพียง 10 คัน เท่านั้น

9-New-Cars-In-Half-Year-Later-2018

รถใหม่ รถเด่น 9 รุ่น เตรียมเปิดตัวครึ่งหลังปี 2018

ช่วงครึ่งหลังปี 2561 ที่หลายคนยังบ่นว่า เศรษฐกิจไม่ดี ข้าวยากหมากแพง แต่ตลาดรถใหม่ก็ยังคงแข่งขันกันอย่างดุเดือด เพื่อช่วงชิงยอดขายให้ได้มากที่สุด โดยหลายค่าย เตรียมตัวเปิดตัวรถใหม่ ที่เป็นรถยอดนิยมของคนไทยกันอยู่แล้ว …

Carro ขอแนะนำ 9 รถใหม่ รุ่นเด็ด ที่เตรียมตัวเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 นี้ จะมียี่ห้อไหน รุ่นใดบ้าง ไปชมกันได้เลยครับ.

Toyota Camry

Toyota-Camry

Toyota เตรียมแผนการเปิดตัว Toyota Camry (โตโยต้า คัมรี่) ในไทย ทั้งในรุ่นเครื่องยนนต์เบนซินธรรมดา และรุ่น Hybrid ช่วงประมาณปลายปี 2561 นี้ หลังจากที่เปิดไปแล้วในหลายประเทศ โดยมาพร้อมกับแพลทฟอร์ม TNGA และรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ต

ส่วนเครื่องยนต์ คาดว่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร 167 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด, เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.5 ลิตร 184 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด ขนาด 2.5 ลิตร 211 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT

Nissan Terra – มาแน่

Nissan-Terra

Nissan เตรียมเปิดตัวรถ SUV 7 ที่นั่ง โดย Nissan Terra (นิสสัน เทอร์ร่า) จะใช้พื้นฐานร่วมกับ Nissan Navara เตรียมผลิตขายในไทยช่วงปลายปีนี้

ด้านขุมพลังนั้น เวอร์ชั่นไทย คาดว่าจะเป็นแบบเดียวกับในตลาดฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นแบบเดียวกับในรุ่น Navara ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.5 ลิตร รหัส YD25DDTi ให้แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด

Honda HR-V – มาแน่

Honda-HR-V-2018

หลังจากที่ทาง Honda ได้เผยโฉม Honda HR-V (ฮอนด้า เฮชอาร์วี) โฉมไมเนอร์เชนจ์ในรูปแบบ Teaser แล้ว ก็คาดว่าในไม่ช้าก็จะเปิดตัวแน่นอน รูปโฉมภายนอกมาพร้อมชุดกันชนหน้าและกระจังหน้าใหม่ ไฟหน้า และไฟตัดหมอกแบบใหม่ ด้านท้ายต่างจากรุ่นปัจจุบันนิดหน่อย

เครื่องยนต์คาดว่ายังคงใช้ขนาด 1.8 ลิตร แบบเดิม แต่ไฮไลท์เด็ดที่คาดว่า (นะ) ฮอนด้า อาจจะใส่ระบบ Honda LaneWatch แบบเดียวกับในรุ่น Accord และ CR-V ที่มีมาให้ ส่วนจะมีรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid และรุ่นใส่ชุดแต่งสปอร์ต “RS” หรือไม่ ต้องติดตาม …

Honda Accord

Honda-Accord

Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด) เจนเนอเรชั่นที่ 10 มาพร้อมรูปร่างหน้าตา ที่ฉีกแนวจากเดิมหมด ดีกว่าเดิมทุกด้าน ทั้งระยะฐานล้อ 2,830 มม. (ยาวขึ้น 55 มม.) ความสูง 1,450 มม. (ลดลง 15 มม.) และความกว้างตัวรถ 1,860 มม. (กว้างกว่า 10 มม.) ไฟหน้าแบบ Full LED 9 ดวง ไฟตัดหมอกแบบ LED รวมไปถึงติดตั้งไฟท้าย LED รูปตัว C ภายในเน้นความหรูหรา แฝงอารมณ์สปอร์ต

คาดว่าจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร Turbo 192 แรงม้า หรือเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร Turbo 252 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด คาดว่าเปิดตัวในไทย ประมาณปลายๆ ปีนี้

Ford Ranger (Minorchange) – มาแน่

Ford-Ranger

Ford Ranger (ฟอร์ด เรนเจอร์) ไมเนอร์เชนจ์ ภายนอกปรับดีไซน์กระจังหน้า พร้อมแถบโครเมียมคู่แนวนอน ไฟหน้าแบบ HID พร้อม Daytime Running Light แบบ LED ภายในมีการปรับเล็กน้อย

ในรุ่น Wildtrak เวอร์ชั่นไทยคาดว่ามีเพิ่มระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน และ Adaptive Cruise Control รวมถึงระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Active Park Assist โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องจับพวงมาลัย

คาดว่า Ford Ranger ใหม่ เตรียมเปิดตัวในไทยช่วงปลายปีนี้

Ford Everest (Minorchange) – มาแน่

Ford-Everest

Ford Everest (ฟอร์ด เอเวอเรสต์) ใหม่ เตรียมเปิดตัวในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ ภายนอกปรับดีไซน์กระจังหน้า ชายล่างกันชนหน้าเล็กน้อย และล้อแม็กใหม่ ลายก้านคู่ ภายในน่ามีการปรับในหลายอย่าง บวกกับออพชั่นที่มีมาเพิ่มเติม อาทิ ระบบ Passive Keyless Entry, ปุ่ม Start-Stopเครื่องยนต์ รวมไปถึงระบบ Auto Start-Stop และระบบเบรกอัตโนมัติ (AEB) ป้องกันการชนคนเดินถนนด้านหน้า เริ่มทำงานตั้งแต่ความเร็วเกิน 3.6 กม./ชม. ขึ้นไป

เครื่องยนต์ใหม่ ที่มาแทนเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร นั่นคือ ดีเซล 2.0Bi Turbo แบบ 4 สูบ เทอร์โบคู่ ให้แรงม้าสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

ส่วนเครื่องยนต์เดิมแต่ปรับแต่งใหม่ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบเทอร์โบแปรผัน TDCI ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที (ปรับแรงม้าลงจาก 160 แรงม้า / แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Mitsubishi Xpander

Mitsubishi-Xpander

มิตซูบิชิ เตรียมเปิดตัวยนตรกรรมชั้นนำระดับโลก Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) รถ Crossover MPV ได้พบกับตัวจริงที่ไทยอย่างแน่นอน อาจจะเป็นกลางปีนี้ หรือปลายปีนี้

Mitsubishi Xpander ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร MIVEC ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มีให้เลือกเฉพาะระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเท่านั้น

MG3 – มาแน่

MG3

หลังจากที่ต้องเผชิญเสียงติชมจากลูกค้าผู้ใช้ MG3 (เอ็มจี3) มานาน สำหรับรถที่ถือว่า ขายดีสุดของ MG ในเวลานี้ …

ในวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ซะที ปรับปรุงรูปร่างหน้าตา ภายนอกภายใน ใหม่หมด! รวมไปถึงเลิกใช้ระบบเกียร์ AMT เจ้าปัญหา เปลี่ยนมาเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด ชุดใหม่ ที่ขับแล้วมั่นใจได้มากขึ้นกว่าเดิม

Hyundai H-1 – มาแน่

Hyundai-H-1

Hyundai H-1 / Grand Starex (ฮุนได เฮชวัน / แกรนด์ สตาร์เร็กซ์) รุ่นปรับไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่สอง ด้านหน้าปรับโฉมต่างไปจากเดิมมาก ด้วยไฟหน้าทรงเหลี่ยม กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ กันชนหน้าใหม่ ล้อแม็กลายใหม่ โดยในรุ่น Top ใช้ชุดไฟท้ายแบบ LED และล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว ให้ความหรูหราสง่างามมากยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารเปลี่ยนชุดคอนโซลหน้าใหม่หมด (ในรุ่น Grand Starex) พวงมาลัยแบบ 4 ก้าน หัวเกียร์ออกแบบใหม่ มีระบบ Infotainment ขนาด 8 นิ้ว หน้าจอทัชสกรีน อยู่กึ่งกลางคอนโซล และติดตั้งระบบแอร์ดิจิตอล พร้อมระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า และด้านข้าง

เวอร์ชั่นไทย เตรียมเปิดตัวในไทยประมาณช่วงงาน BIG Motor Sale 2018 ระหว่างวันที่ 18-27 สิงหาคม 2561 นี้ ซึ่งยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร เหมือนเดิม ครับ

ถูกใจแบบไหน อยากได้แบบไหน เตรียมตัวเก็บเงิน ไปรอซื้อกันได้แล้วครับ …

Hyundai-H-1-Starex

Hyundai H-1 / Grand Starex ปรับโฉมครั้งใหญ่ สวย หรู น่าใช้มากยิ่งขึ้น

Hyundai-H-1

Hyundai H-1 (ฮุนได เอช-วัน) หรือ Grand Starex (แกรนด์ สตาร์เร็กซ์) แม้ว่าโฉมนี้จะผลิตออกมาขายตั้งแต่ปี 2007 แล้ว แต่ก็ยังคงขายได้เรื่อยๆ ในหลายประเทศ ด้วยคุณสมบัติที่มากมาย ราคาที่ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับรถประเภทเดียวกันยี่ห้ออื่น แถมคู่แข่งในตลาดก็มีไม่กี่เจ้า อย่างในประเทศไทย Hyundai H-1 ถือว่าสร้างชื่อเสียงให้กับ ฮุนได มาตลอด 10 ปี ที่กลับเข้ามาทำตลาดในไทยอีกครั้ง

Hyundai-H-1

Hyundai Grand Starex เวอร์ชั่นเกาหลี ถึงเวลาไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่สอง ด้านหน้าปรับโฉมต่างไปจากเดิมมาก ด้วยไฟหน้าทรงเหลี่ยม กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ กันชนหน้าใหม่ ล้อแม็กลายใหม่ โดยในรุ่น Top ใช้ชุดไฟท้ายแบบ LED และล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว ให้ความหรูหราสง่างามมากยิ่งขึ้น

Hyundai-H-1

Hyundai-H-1

มิติตัวถังยาว 5,150 มม. กว้าง 1,920 มม. สูง 1,925 มม. ระยะฐานล้อ 3,200 มม.

Hyundai-H-1-Interior

Hyundai-H-1-Interior

ภายในห้องโดยสารเปลี่ยนชุดคอนโซลหน้าใหม่หมด พวงมาลัยแบบ 4 ก้าน หัวเกียร์ออกแบบใหม่ มีระบบ Infotainment ขนาด 8 นิ้ว หน้าจอทัชสกรีน อยู่กึ่งกลางคอนโซล และติดตั้งระบบแอร์ดิจิตอล พร้อมระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า และด้านข้าง

Hyundai-H-1

ขุมพลังเป็นแบบดีเซลขนาด 2.5 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว CRDi ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที (ในรุ่นเกียร์ธรรมดา) และ 175 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที (ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ) แรงบิดสูงสุด 36.0 กก.-ม. ที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที (ในรุ่นเกียร์ธรรมดา) และ 46.0 กก.-ม. ที่ 2,000-2,250 รอบ/นาที (ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย 9.4 กม./ลิตร (ในรุ่น 2WD) และ 8.9 กม./ลิตร (ในรุ่น 4WD)

ในตลาดเกาหลีใต้สามารถเลือกห้องโดยสารภายในได้ถึง 5 แบบ เช่น 3 ที่นั่ง, 5 ที่นั่ง, 9 ที่นั่ง, 11 ที่นั่ง และ 12 ที่นั่ง

Hyundai-H-1

ส่วนในตลาดบ้านเรา คงต้องรอดูในปีหน้านี้ ว่าทางอินโดนีเซีย ผู้ผลิต Hyundai H-1 / Grand Starex ส่งให้กับไทย จะเปิดตัวและพร้อมส่งออกกันเมื่อไหร่ครับ

ส่วนใครที่สนใจ Hyundai H-1 / Grand Starex มือสอง สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://th.carro.co/buycar/Hyundai หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ใน Fanpage “CARRO Thailand” ครับผม

รีวิว Hyundai Elantra - สวยกับสปอร์ต แต่...ต้องขออีกนิด

รีวิว Hyundai Elantra – สวยกับสปอร์ต แต่…ต้องขออีกนิด

เรื่องการดีไซน์รถ สำหรับค่าย ฮุนได แล้ว ต้องยกนิ้วให้ โดยเฉพาะ ฮุนได เอลันตร้า ค่ายฮุนได้นำเขามาทำตลาดในบ้านเราเรื่องความสวยงาม สปอร์ต ความปราดเปรียว แผงความหรูหรา เรียกว่า ดูแค่เรือนร่างภายนอก รถคันนี้นั้นมาครบ….แม้ว่านั้นจะเป็นในอดีตที่ยากจะลบภาพจำของลูกค้าคนไทยให้ออกไปหมดได้

แต่วันนี้หลังจากฮุนไดได้กลับเข้ามาทำตลาดในบ้านเดราอีกครั้ง เมื่อ 6-7 ปีก่อน ด้วยความมุ่งมั่นของทีมผู้บริหาร พนักงงานชาวฮุนไดถือว่า ช่วยลบภาพความทรงจำแบบเดิมๆ ไปได้เยอะพอสมควร การันตีได้ด้วยจำนวนรถยนต์ฮุนไดที่วิ่งบนท้องถนนบ้านเราเพิ่มมากขึ้น

เมื่อครั้งเปิดตัวเอลันตร้า  ฮุนไดเน้นการออกแบบที่โดดเด่น อุปกรณ์มาตรฐานที่เหนือระดับ และราคาพิเศษโดนใจ แน่นอน ว่าเรื่องรูปร่างหน้าหน้าไม่ต้องพูดถึง รับรองได้ว่าถูกใจใครหลาย โดยเฉพาะเส้นสายรอบคัน ยิ่งชวนมอง ยิ่งเพลิน

เข้ามาดูภายในห้องโดยสาร ฮุนไดใช้โทนสีดำ การออกแบบและจัดวางอุปกรณ์ต่างเน้นฟังก์ชั่นการใช้ง่ายและสะดวก มาตรวัด 2 วง แสดงอัตราสิ้นเปลือง อัตราการใช้พลังงาน ฟังก์ชั่น ECO Guide การเตือนค่าต่างๆ เพิ่มหน้าจอสัมผัส Touch Screen สามารถเลือกฟังก์ชั่นการใช้งานได้ด้วยระบบนำทาง รองรับการเล่น DVD และ USB เชื่อมต่อระบบ Bluetooth เชื่อมต่อโทรศัพท์และไฟล์เพลง เรียกว่ามีครบ เมื่อเทียบรูปร่างหน้าตาภายนอกขอรถคันนี้  ถ้าพูดกันตรงๆ  ความรู้สึกเปลี่ยนวัสดุที่ใช้อาจจะดูเกรดต่ำไปนิด

หรือหากเปรียบเป็นผู้หญิง-ชาย ที่เราเจอ “เฟิร์ท อิมเพรสชั่น” รูปร่างหน้าตา บุคลิกเรียบหรุดูดี แถมความปราดเปรียว แต่เมื่อได้ลองเข้าไปทำความรู้จัก ลักษณะนิสัย อาจจะขัดแย้งกับบุคลิกเล็กน้อย…แต่ถามว่ารับได้ไหม…พอรับได้ แต่ถ้าเปลี่ยนได้ก็ดี

เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 150 แรงม้า ทะยานไปข้างหน้า รถคันนี้ทำได้ค่อนข้างดี  พวงมาลัยสั่งการได้แม่นย่ำจังหวะเร่งแซง  เกียร์ บวก ลบ เพิ่มความสนุก  ทันใจ  แต่ช่วงล่างเมื่อวิ่งด้วยคามเร็ว หรือเข้าโค้ง แรงยังไม่ควรไว้ใจ เพราะถ้าถามถึงสิ่งที่ไม่ประทับใจ …. หากฮุนได เซท ช่วงล่างของรถคันนี้มาให้รับกับภาพความสปอร์ตปราดเปรียว รถคันนี้จะกลายเป็น รถซีคาร์ที่มาพร้อมความสปอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ

ถึงตรงนี้ คงแนะนำได้ ให้ ฮุนได เอลันตร้าคันนี้ เป็น  ซีคาร์ เฉิดฉาย แบบใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ มาพร้อมหน้าตาความสปอร์ต ปราดเปรียว เพียงแต่ไม่ควรไว้ใจช่วงล่าง  ยิ่งหากใช้ความเร็วต้องเรียกสติให้ตามทันเข็มไมล์  ถามว่าโดยรวมรถคันนี้ขี้เหร่หรือไม่…ก็พอคบหาได้ เพราะถ้าเราไม่ได้ใช่ งานหนัก ขับโหด  เร็ว แรง