Mazda-Annual-Sales-Volume-In-Thailand

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เผยความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจประจำปี 2562 ที่ผ่านมา ยอดขายพุ่งสูงสุดเกือบ 6 หมื่นคัน Mazda2 (มาสด้า2) ยังคว้าแชมป์สองปีติดต่อกัน

มั่นใจปี 2563 ตลาดรถยนต์จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เน้นการบริหารงานแบบครบวงจร เตรียมเสริมทัพรถใหม่อีกเพียบ ทั้งรถเก๋ง รถอเนกประสงค์ รถครอสโอเวอร์ Mazda CX-30 และรถปิกอัพ รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

มั่นใจปีนี้ยอดขายมากกว่า 60,000 คัน และครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 6%

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ เพื่อไปถอยรถ Mazda รุ่นใหม่ๆ ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายคันเก่ากับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2562 ที่ผ่านมา ถูกคาดการณ์ว่ายอดรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปี 2561 ซึ่งมียอดรวมอยู่ที่ 1.04 ล้านคัน แม้จะมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกเข้ามากระทบ แต่ท้ายที่สุดตัวเลขรวมก็ทะลุ 1 ล้านคัน (ประมาณการ) ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

All-New-Mazda-CX-8-2019

ในส่วนของมาสด้าสามารถบรรลุยอดขายรวมได้สูงถึง 58,129 คัน ลดลงประมาณ 17.5% และครองส่วนแบ่งการตลาด 5.8% แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง 46,704 คัน รถอเนกประสงค์จำนวน 5,736 คัน โดยเฉพาะการเปิดตัว CX-8 Crossover 7 ที่นั่ง ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าแบบครอบครัวจนสร้างกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า รวมทั้งรถปิกอัพจำนวน 5,664 คัน และรถสปอร์ต MX-5 จำนวน 25 คัน

เนื่องจากตลาดรถยนต์ในปีที่ผ่านมามีการแข่งขันที่สูงมาก แม้ว่ามาสด้าจะส่งรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู้ศึกในตลาดถึง 6 รุ่น แต่ทั้งหมดอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่กลับทำยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ สาเหตุสำคัญเกิดจากความมั่นใจของลูกค้าที่มีต่อตัวโปรดักซ์ทุกรุ่น การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมในทุกพื้นที่ การสื่อสารแบรนด์สู่ความเป็นพรีเมียมที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง ตลอดจนการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี

ส่งผลให้ยอดขายรวมทะลุถึง 58,129 คัน สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 5.8%

All-New-Mazda-CX-8-2019

“ภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2562 ขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 2.5% โดยรวมต้องบอกว่า “ดีขึ้น” แต่ยังต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น ปัจจัยสำคัญเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งแม้ว่าจะจัดการเลือกตั้งได้ไปได้ด้วยดี แต่ก็ใช้เวลานานกว่าที่จะจัดการแต่งตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ทำให้โครงการสำคัญๆ ชะลอออกไป ไม่สามารถเดินต่อได้ จึงไม่มีกลไกมาช่วยส่งเสริม”

พร้อมกันนี้ นายชาญชัย ตระการอุดมสุข แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ประมาณ 2.8 – 3.0% ค่าเงินและเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ หากค่าเงินบาทเฉลี่ยที่ 30/ดอลลาร์ฯ ในปีนี้จะกระทบสินค้าเกษตร รถยนต์ และท่องเที่ยว การผลิตอาจลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน ด้านการท่องเที่ยว ปัญหานักท่องเที่ยวที่ลดลงจะกลับมาคึกคักมากขึ้น เพราะประเทศไทยยังถือเป็นประเทศเป้าหมายของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวหลัก จากจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อาเซียน รวมทั้งจากไทยเที่ยวไทย

The-All-New-Mazda3-2019

ประเด็นทางเศรษฐกิจไทย ปี 2563 จำเป็นต้องได้รับแรงหนุนจากภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาทิ รัฐต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินและการคลัง การลงทุนโครงการของภาครัฐคือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง อาทิ ท่าอากาศยาน ทางหลวงพิเศษ รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าในเมือง

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คือ สถานการณ์ทางการเมืองของไทยและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงส่งผลมาถึงเศรษฐกิจไทย ส่วนปัญหาภัยแล้ง อาจกระทบภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมในห่วงโซ่ แต่จะส่งผลให้ราคาพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดมีแนวโน้มดีขึ้น

Mazda2-2020

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2562 ยอดขายรวมทะลุ 1 ล้านคัน และที่สำคัญ มาสด้า2 ครองแชมป์เบอร์หนึ่งและตลาดรวมรถยนต์เก๋งมาสด้าครองอันดับ 3 อย่างถาวร ก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งของ B Car และ Eco Car เป็นปีที่สองติดต่อกัน

ล่าสุดการปรับโฉมของ New Mazda2 จะส่งผลให้มาสด้ายังคงรักษาแชมป์ในเซกเม้นต์นี้ต่อไป แม้ต้องเผชิญกับคู่แข่งรอบด้าน

ดังนั้น การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รถยนต์มาสด้า มียอดขายสะสมสูงถึง 2.6 แสนคัน ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี เท่านั้น

The-All-New-Mazda3-2019

สำหรับปี 2563 มาสด้ายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการสื่อสารวิสัยทัศน์ Sustainable Zoom-Zoom 2030 โดยยังคงเน้นเรื่อง “ความสนุกในการขับขี่” หรือ “Joy of Driving” ซึ่งเป็นพื้นฐานที่เราไม่เคยเปลี่ยน

โดยในปีนี้ Mazda Motor Corporation กำลังจะครบ 100 ปี ในวันที่ 30 มกราคม นี้ และทาง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เตรียมจัดกิจกรรมไปพร้อมกันกับมาสด้าทั่วโลกตลอดทั้งปี 2020 และแน่นอนว่าเรากำลังเตรียมงานสำคัญเพื่อร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกัน

นโยบายเกี่ยวกับผู้จำหน่าย การปรับปรุงโชว์รูมทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จ 100% ภายในปีงบประมาณ 2562 นี้ กิจกรรมส่งเสริมการขายจะถูกยึดถือเป็นนโยบายหลักเพื่อให้ดีลเลอร์ทั่วประเทศดำเนินการ ทุกคนต้องออกไปเจอลูกค้าด้วยตัวเอง เน้นสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง และดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด

ด้านผลิตภัณฑ์ ปี 2563 เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Crossover SUV และครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์ และรถปิกอัพ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า ทั้งกลุ่มคนโสด คู่สมรส และกลุ่มครอบครัว ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้านอะไหล่และการขนส่ง มาสด้าปรับปรุงทั้งคุณภาพและราคาจนสามารถใกล้เคียงกับตลาด หรือบางชิ้นส่วนมีราคาที่ต่ำกว่าตลาด ด้านการจัดส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการ มีบริการจัดส่ง 2 รอบต่อวัน สำหรับเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และต่างจังหวัด 1 รอบต่อวัน

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประจำปี 2562 เปรียบเทียบกับปี 2561

ข้อมูลการขายรถ มกราคม – ธันวาคม 2561 มกราคม – ธันวาคม 2562 % เปลี่ยนแปลง
มาสด้า2 45,972 41,987 – 8.6
มาสด้า3 5,255 4,717 – 10.2
มาสด้า CX-3 3,536 1,971 – 44.2
มาสด้า CX-5 8,184 3,020 – 63.0
มาสด้า CX-8 n/a 745 n/a
มาสด้า BT-50 โปร 7,498 5,664 – 24.4
มาสด้า MX-5 30 25 – 16.6
ยอดรวม 70,475 58,129 – 17.5
Carro-Mazda2-Sport

Zoom-Zoom ขับสนุก สมรรถนะดี ตามสไตล์มาสด้า

Mazda2

รถที่ถือได้ว่า เป็นรุ่นยอดนิยมที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของมาสด้า นับตั้งแต่โฉมแรกที่เปิดตัว (แต่เป็นรถรุ่นที่ขายในตลาดโลกมานานแล้ว) เปิดตัว (โฉมไมเนอร์เชนจ์) ครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย ก็สร้างยอดขายอย่างถล่มทลายทันที

อีกทั้งได้พรีเซนเตอร์ที่เป็นนักร้องชื่อดัง เจาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยเพิ่งเริ่มทำงานได้เต็มเปา บวกกับแบรนด์ที่ตัวรถเน้นความเป็นสปอร์ต สมรรถนะดี ทำให้เป็นที่ดึงดูดใจของรถอยากซื้อรถเป็นอย่างมาก

ใช่ครับ … ผมกำลังหมายถึง “Mazda2” (มาสด้า2)

Mazda-121

Mazda2 หรือเดิมนั้นชื่อ Mazda 121 เป็นรถ Sub-Compact ที่ประสบความสำเร็จอยู่พอสมควร ซึ่ง Mazda 121 โฉมแรก (DA) ถือกำเนิดขึ้นในปี 1988 โดยใช้ตัวรถร่วมกับ Ford Festiva

Mazda-121

Mazda 121 (DB) หรือ Mazda Autozam Revue ในตลาดญี่ปุ่น ออกจำหน่ายในปี 1991-1996 เคยถูกนำเข้ามาในบ้านเราในชื่อ “Mazda 121” โดยบริษัท กมลสุโกศล จำกัด อดีตตัวแทนผลิตและจำหน่ายรถยนต์มาสด้าในไทย และได้ฉายาจากเต็นท์รถมือสองว่ารุ่น “การ์ตูน”

Mazda-Demio-Aletta Mazda-Demio-Sport

พอถึงในปี 1996-ปัจจุบัน Mazda ได้พัฒนารถรุ่นในชื่อใหม่ว่า “Demio” (เดมิโอ้) ในตลาดญี่ปุ่น และในตลาดโลกยังคงใช้ “121” เช่นเดิม จนเปลี่ยนมาเป็น “Mazda2”

การเกิดของ Mazda2 ในไทย

Mazda2-Design

ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 มาสด้า 2 ใหม่ (โฉมไมเนอร์เชนจ์) เปิดตัวอย่างเป็นทางการแห่งแรกในโลกที่ประเทศไทย โดยเปิดตัวในรุ่น Hatchback 5 ประตูก่อน ในต้นปี 2553 จึงตามมาด้วยรุ่น 4 ประตู Sedan

Mazda2-Interior-Design

Ryoichi Kishimoto (เรียวอิจิ คิชิโมโตะ) ผู้จัดการโครงการ Mazda2 ของ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เผยว่า “กลุ่มเป้าหมายเป็นคนหนุ่มสาวอายุไม่เกินกว่า 30 ปี ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง และทันสมัย”

Mazda2

Ikuo Maeda (อิคูโอะ มาเอดะ) ผู้จัดการทั่วฝ่ายออกแบบของ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “Mazda RX-8 เปรียบเสมือนเป็นลูกของผม เพราะได้ดูแลควบคุมการออกแบบโดยตรง”

Mazda2

ด้าน Akira Tamatani (อาคิระ ทามาทานิ) หัวหน้าทีมออกแบบ Mazda2 ลูกศิษย์ที่ร่วมหัวจมท้ายกับมาเอดะมาถึง 20 ปีในมาสด้า กล่าวว่า เราเริ่มจากการศึกษาตลาดก่อน โดยสำรวจจากประเทศตะวันออก และยุโรป ซึ่งพบว่าชาวญี่ปุ่น จะชอบรถยนต์ที่รูปทรงกลมๆ แต่ยุโรปจะเน้นความเป็นสปอร์ตมากกว่า ฉะนั้นเราจะต้องนำความแตกต่างกันนี้ มาผสมผสานให้ลงตัว ซึ่งก็เป็นดังเช่น Mazda2 ปัจจุบัน

Mazda2-Presenter

จึงทำให้ทาง Mazda เลือกใช้นักร้องชื่อดัง เป้-อารักษ์ อมรศุภสิริ มาเป็นพรีเซนเตอร์ของรถรุ่นนี้ … แม้จะเป็นเพียงรถ City Car แต่ก็ได้รับการถ่ายทอดความสปอร์ตจากสปอร์ตรุ่นใหญ่ อย่าง Mazda RX-8, Mazda MX-5 และ Mazda3 ทำให้ Mazda2 ได้รับเลือกให้เป็น “รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก” ในปี 2551 และในปีเดียวกัน ยังเป็น 1 ใน 3 ที่เข้ารอบสุดท้ายของการมอบรางวัลการออกแบบยนตรกรรมยอดเยี่ยมของโลกเช่นกัน โดยผผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 47 คน จากนิตยสารรถยนต์ชั้นนำทั่วโลกจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ

Mazda2-Presenter

การออกแบบด้านหน้าสไตล์สปอร์ต กระจังหน้าแบบสปอร์ต ไฟหน้าสวยคม เส้นสายด้านข้างตัวรถ ลากจากล่างขึ้นบนไฟยังชุดไฟท้าย ดูมีเอกลักษณ์ ช่วงล่างหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง หลังแบบทอร์ชั่น บีม พร้อมเทลลิ่งอาร์ม

มิติตัวถังยาว 3,903 มม. (รุ่น Groove), 3,913 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,485 มม. (รุ่น Groove), 1,478 มม. ระยะฐานล้อ 2,490 มม.

Mazda2-Interiorห้องโดยสารภายในรถ เพื่อความเพลิดเพลินในการขับขี่ที่สนุก ตำแหน่งของเบาะนั่งคนขับและพวงมาลัย รวมไปถึงตำแหน่งคันเกียร์ และปุ่มควบคุมต่างๆ บนแผงคอนโซลหน้า ถูกจัดวางให้ใช้งานได้ง่าย ทั้งสำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร เบาะนั่งถูกออกแบบตามหลักสรีระสัมพันธ์ แม้ผู้ขับขี่ตัวสูงใหญ่ก็สามารถนั่งได้สบาย โดยไม่อึดอัดหรือเมื่อยล้า รองรับสรีระของผู้ขับขี่ที่มีความสูงได้ถึง 185 ซม. สำหรับที่นั่งผู้โดยสารทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ออกแบบให้นั่งสบาย และผ่อนคลายหากต้องเดินทางไกล

Mazda2-Interior

วิศวกรมาสด้า นำเทคโนโลยีการออกแบบรถสปอร์ต “Light Weighted Technology” มาใช้กับ Mazda2 นั่นคือ การออกแบบเพื่อลดน้ำหนักส่วนเกินที่ไม่จำเป็นของรถลง จนสามารถลดน้ำหนักส่วนเกินที่ไม่จำเป็นลงไปได้กว่า 100 กิโลกรัม ส่งผลให้อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักดีขึ้น ตอบสนองได้รวดเร็วและว่องไวทันใจแบบ Linear Response แบบรถสปอร์ต ให้สมรรถนะการขับขี่ที่แรงพอตัว

Mazda2-Engine

เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ที่อยู่ใน Mazda2 รหัส MZR แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน S-VT และ TSCV ให้แรงม้าสูงสุด 103 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

Mazda2-Sports-Equipments Mazda2-Sports-Equipments

โฉมแรก มีให้เลือกใน 4 รุ่นย่อย ได้แก่ Groove Sports MT, Groove Sports AT, Spirits Sports AT และ Maxx Sports AT

Mazda2-Navi

ในเดือนพฤศจิกายน 2553 Mazda ได้เพิ่มรุ่นพิเศษอย่าง Mazda2 Navi Limited Edition ให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้ชุดเครื่องเล่น DVD/MP3 และระบบนำทางติดรถแบบ Built-In พร้อมฟังก์ชั่น AUX.USB/SD Card และ Bluetooth พร้อมอุปกรณ์แต่งย่อยต่างๆ ซึ่งมีเฉพาะรุ่นย่อย Spirits Sports AT และ Maxx Sports AT เท่านั้น … ทำให้ปี 2553 Mazda2 สามารถกวาดยอดขายได้มากถึง 23,000 คันเลยทีเดียว

Mazda2-2011

ในวันที่ 15 สิงหาคม 2554 Mazda ได้ปรับโฉมเล็กน้อยให้กับ Mazda2 Sports ใหม่ มาพร้อมกับ Concept การตลาดใหม่ โดยรุ่นแฮตช์แบ็ก 5 ประตู จะใช้ชื่อรุ่นว่า “Mazda2 Sports” พร้อมสโลแกน “สตาร์ทชีวิตอิสระ…กับตัวตนที่ท้าทาย” มาพร้อมกระจังหน้า และกันชนหน้าใหม่ พร้อมไฟตัดหมอก และยังเสริมหล่อด้วยชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน ทั้งกระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่ สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลัง และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ในรุ่นรองท็อป พร้อมเปลี่ยนเป็นล้ออัลลอยพร้อมยางขอบ 15 นิ้ว ในรุ่นล่างทั้งสองรุ่น

Mazda2-2011

กระจกมองข้าง ปรับและพับด้วยไฟฟ้าทุกรุ่น เสริมความปลอดภัยมากยิ่งด้วยเบรก ABS และถุงลมนิรภัยคู่หน้าทุกรุ่น พร้อมกุญแจรีโมทแบบพับเก็บได้ทุกรุ่น มีเครื่องเล่น DVD/CD/MP3 ระบบสัมผัส ด้วยจอขนาดใหญ่ 7 นิ้ว พร้อมเชื่อมโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth เชื่อมต่อ USB และ SD Card

Mazda2-2011

มีให้เลือกใน 4 รุ่นย่อย เช่นเดิม ได้แก่ Groove Sports MT, Groove Sports AT, Spirits Sports AT และ Maxx Sports AT

Mazda-2-2012

ในเดือนพฤษภาคม 2555 Mazda2 ปรับโฉมนิดๆ (อีกแล้ว) เพิ่มออฟชั่นให้เหนือกว่าแบบ Best in Class ทั้งเรื่องของดีไซน์ภายใน – ภายนอก ตั้งแต่ ไฟหน้าฮาโลเจน แบบ 4-Beam โปรเจคเตอร์ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง มาตรวัดดีไซน์ใหม่สีดำ เบาะและแผงประตูหุ้มหนัง เบาะผ้าลายใหม่ วิทยุ CD MP3 ตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black แผงสวิตช์ควบคุมที่พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ พอร์ท USB/AUX พร้อมเฉดสีใหม่ สีฟ้า Aquatic Blue และสีขาว Arctic White ระบบความปลอดภัยรอบคัน ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรก 4W-ABS และรับกระจายแรงเบรก EBD ทุกรุ่น

มีให้เลือกใน 4 รุ่นย่อย เหมือนเดิม ได้แก่ Groove Sports MT, Groove Sports AT, Spirits Sports AT และ Maxx Sports AT

Mazda2-Racing-Series-2012

ในเดือนตุลาคม 2555 มาสด้า ออกรุ่นพิเศษอย่าง Mazda2 Racing Series จำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันเท่านั้น (Hatchback 500 คัน และ Sedan 500 คัน)

มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งของแท้จากโรงงาน เน้นสปอร์ต ด้วยชุดสเกิร์ตหน้าและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ สเกิร์ตหลังดีไซน์ใหม่ตกแต่งพร้อม ดิฟิวเซอร์ หลังคา Sport Black ด้วยสติ๊กเกอร์แบบเงาพร้อมเสาอากาศแบบสั้นดีไซน์เฉพาะรุ่น มาพร้อมสปอร์ตเลอร์หลังคา ล้ออัลลอยด์ขอบ 16 นิ้ว สีพิเศษ Gun Metallic พร้อมยางซีรี่ส์ต่ำ ปลายท่อไอเสียสเตนเลส กับสติ๊กเกอร์ Racing Series พร้อมกราฟฟิกออกแบบพิเศษลายสปอร์ต สัญลักษณ์ Signature เฉพาะรุ่นพิเศษ พร้อมความบันเทิงเต็มรูปแบบด้วยวิทยุ FM/AM พร้อมเครื่องเล่น CD/MP3 แบบ 2DIN พร้อมรีโมทคอนโทรล และมัลติฟังก์ชั่นการควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย

สำหรับรุ่นพิเศษ มาพร้อมกับเฉดสีใหม่พิเศษเฉพาะรุ่นนี้ คือ สีเงิน อลูมินั่ม เมทัลลิก และยังมีสปอร์ตอย่างสีแดง ทรูเรด และสีขาว อาคติคไวท์

Mazda2-Limited-Edition-2013

ในเดือนมีนาคม 2556 มาสด้า เปิดตัว Mazda2 รุ่น Limited Edition ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษ มาพร้อมชุดแต่งและอุปกรณ์ความเป็นสปอร์ตรอบคัน ในจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันเท่านั้น

ในเดือนพฤษภาคม 2556 มาสด้า ฉลองยอดขาย Mazda2 ครบ 100,000 คัน

Mazda2-James-Mars

ในเดือนตุลาคม 2556 มาสด้า เอา เจมส์ มาร์ เป็นพรีเซ็นเตอร์ Mazda2 แฮทช์แบค คนใหม่ล่าสุด ร่วมกับ ณเดชน์ คูกิมิยะ เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของ มาสด้า ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

Mazda2 แฮทช์แบค Sports โฉมใหม่สไตล์เรซซิ่ง New Look ปรับโฉมใหม่ทั้งภายในและภายนอก สเกิร์ตหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ล้ออัลลอยสีใหม่ขนาด 16 นิ้ว ภายในติดตั้งเครื่องเล่น DVD จอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมรีโมทคอนโทรล เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Bluetooth เชื่อมต่อ iPhone/iPod และเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาด้วยพอร์ท AUX/USB พร้อมสวิทซ์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย ทุกรุ่นมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรก ABS อิสระ 4 ล้อ ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD

มีให้เลือกใน 4 รุ่นย่อย เหมือนเดิม ได้แก่ Groove Sports MT, Groove Sports AT, Spirits Sports AT และ Maxx Sports AT

บทสรุป … Mazda2 Sports เป็นรถมือสองที่ยังคงความน่าซื้อน่าใช้ ขับสนุก รูปทรงสวย ประหยัดน้ำมันพอตัว ช่วงล่างเกาะถนนหนึบ ภายในวัสดุดูดีสมราคาตัวรถ เบาะนั่งขนาดใหญ่นั่งสบายมาก มีฟังก์ชั่นต่างๆ ให้เลือกเล่นและใช้งานเพียบ ราคามือสอง (ในปี 2562) อยู่ที่ประมาณ 240,000-330,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพตัวรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Mazda2 Sports สามารถคลิกเข้าไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.carro.co/ ได้เลยครับผม

(สงวนลิขสิทธิ์)

Mazda2-MY2018

Mazda2 (มาสด้า2) ใหม่ ราคาเดิม เพิ่มออพชั่น เปิดตัวแล้ว

Mazda2-MY2018

Mazda แนะนำ Mazda2 (มาสด้า2) รุ่น 2018 Collection ลุยตลาด ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุด “Excitement Never Ends” หรือ “เร้าใจ ไม่เคยหยุด” ใส่ออพชั่นเพิ่มจนล้นคัน หวังมัดใจสาวก Zoom-Zoom พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง SKYACTIV-Vehicle Dynamics ที่มาพร้อมกับระบบ G-Vectoring Control เอกลักษณ์เฉพาะตัวจากมาสด้า เพิ่มออพชั่นเต็มคัน แต่ราคาเท่าเดิม

Mazda2-2018สำหรับมาสด้า2 รุ่น 2018 คอลเลคชั่น ทั้งเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3L และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5L ทั้งตัวถังแบบซีดานและแฮตช์แบค หวังมัดใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ในราคาที่จับต้องได้ง่าย เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานที่หลากหลาย ประกอบด้วย

Mazda2-2018

– สีใหม่ล่าสุด สีแดงโซลเรด คริสตัล ที่ให้ความสดใสเป็นประกายของสีแดง
– ระบบเชื่อมต่อโลกการสื่อสาร MZD Connect
– ระบบไฟหน้า เปิด-ปิด แบบอัตโนมัติ
– ที่ปัดน้ำฝนแบบกระจกหน้าแบบอัตโนมัติ
– ไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม Daytime Running Light
– ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control)
– ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advance Blind Spot Monitoring, ABSM)
– ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert, RCTA)
– ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry)
– หน้าจอ Active Driving Display แสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี

*ออพชั่นเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นของรถ

Mazda2-2018

Mazda 2 เครื่องยนต์เบนซิน

1.3 Skyactiv-G Standard ราคา 530,000 บาท
1.3 Skyactiv-G High ราคา 590,000 บาท
1.3 Skyactiv-G High Connect ราคา 620,000 บาท
1.3 Skyactiv-G High Plus ราคา 670,000 บาท

Mazdd 2 เครื่องยนต์ดีเซล

1.5 Skyactiv-D Standard ราคา 680,000 บาท
1.5 Skyactiv-D High Connect ราคา 750,000 บาท
1.5 Skyactiv-D High Plus L ราคา 789,000 บาท

สำหรับ รุ่น 1.3 Standard ไม่มีการเพิ่มอุปกรณ์

*เฉพาะสี Snowflake Pearl เพิ่มเงินอีก 7,000 บาท
**เฉพาะสี Soul Red เพิ่มเงินอีก 10,000 บาท

รุ่น High

ไฟอ่านแผนที่ตอนหน้า แบบแยกซ้าย–ขวา
ไฟส่องสว่างตรงกลางภายในห้องโดยสาร
หน้าจอกลาง แบบสี Center Display Touchscreen ขนาด 7 นิ้ว
ระบบ MZD Connect พร้อมปุ่ม Center Command
ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
ช่องเชื่อมต่อ USB 1 ช่อง / ช่องใส่ SD Card
ระบบจดจำเสียง Voice Recognition
ลำโพง 6 ตำแหน่ง (เดิน 4 คำแหน่ง)
ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ Auto Headlamp
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor

รุ่น 1.3 High Connect เพิ่ม

ไฟหน้า LED Projector Lens พร้อมไฟ Daytime Running Light
ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ Auto Headlamp
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

รุ่น 1.3 High Plus

ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ Auto Headlamp
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM
ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA

รุ่น 1.5 Standard

ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ Auto Headlamp
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ

รุ่น 1.5 High Connect

ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ Auto Headlamp
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
หน้าจอ Active Driving Display แสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

รุ่น 1.5 High Plus L

ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติ Auto Headlamp
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor

Mazda2-2018

รถยนต์มาสด้า2 รุ่นปรับโฉมใหม่ มีรูปแบบตัวถังให้เลือกทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบค 5 ประตู โดยในแต่ละรูปแบบตัวถังจะมี 7 รุ่นย่อย แบ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 รุ่นและเครื่องยนต์คลีนดีเซล 3 รุ่น

Mazda2-2018

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ซึ่งสีใหม่ล่าสุด คือ สีแดง โซลเรด คริสตัล, สีขาว สโนว์เฟค ไวท์ เพิร์ล, สีน้ำตาล ไททาเนียมแฟลช, สีเงิน อลูมินัม เมทัลลิค, สีน้ำเงิน อีเทอนอล บลู, สีเทา เมทิเออ เกรย์ และสีดำ เจ็ท แบล็ก

Mazda2-2018

นับได้ว่าคุ้มค่าเลยทีเดียวสำหรับผู้ที่กำลังมองหา Mazda2 ใหม่ รุ่นปี 2018 เพราะนอกจากจะได้ออพชั่นต่างๆ เพิ่มขึ้นมาแล้ว ยังได้ประหยัดเงินด้วยเพราะซื้อได้ในราคาที่เท่ากับรุ่นปี 2017 ส่วนใครที่คิดว่างบประมาณยังมีไม่พอ ก็ลองมองหา Mazda2 มือสองได้ง่ายๆ ด้วยการติดต่อมาที่ Fanpage Carro Thailand ได้เลยครับผม

mazda-2

Review Mazda 2 Eco Car สุดหรูทั้งดีไซน์ และขุมกำลังดีเซลแห่งอนาคต

มาสด้า 2 (Mazda2) หลายคนอาจจะรู้สึกผิดหวัง กับ ราคาเล็กน้อย กับ รถยนต์ที่บอกว่าเป็นรถอีโคคาร์ด้วยราคาค่าตัวที่ต้องซู๊ดดดดปากดังๆ เพราะถ้าเทียบราคา กับความเป็น อีโคคาร์แล้ว ต้องบอกว่ามาสด้า 2  ถือว่าค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับบรรดารถอีโคคาร์ทั่วไป ทั้ง  8 รุ่นในบ้านเรา

จุดเด่น จุดด้อยของรถคันนี้จะมีอะไร ลองไปดูกันเริ่มต้นที่รุ่นสแตนดานซ์  1.5 Skyactiv-D XD ราคาเริ่มต้นที่  6.75 แสน รุ่นกลาง 1.5 Skyactiv-D XD High ราคา 7.35 แสนบาท และรุ่นท๊อป 1.5 Skyactiv-D XD High Plus+ ราคา 7.90 แสนบาท

แต่ถ้ามองในเชิงเทคโนโลยีและความคุ้มค่ากับการนำเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ  รวมทั้งการตัดสินใจน้ำเครื่อยนตฺดีเซลมาใส่ไว้ในเก๋งเล็กเป็นครั้งแรก หากจะชั่งน้ำหนักกับ เรื่อง “ราคา” ที่กระโดดไปสูงกว่าอีโคคาร์ทั่วแล้วถือว่า “รับได้”

หากจะมอง ให้ มาสด้า2 คันนี้ กระโดดขึ้นไปชกข้ามรุ่น เพราะถ้าเปรียบกับความเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว โดยส่วนตัว คู่แข่งที่ ตรงตัวมากที่สุด เห็นจะเป็นรถจากฝั่งยุโรปอย่าง “มินิ” ที่ทั้งด้านประสิทธิภาพขุมพลังของเครื่องยนต์ อัตราสิ้นเปลืองถือว่าพอสูสี แต่หากจะดูที่ระดับราคากับความคุ้มค่าและอัตราสินเปลื้องแล้ว ต้องให้มาสด้า2 ที่ กินขาดด้วยราคาที่เป็นมิตรภาพที่จับต้องได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับรถ “มินิ”

แต่อย่างที่บอก เมื่อเทียบกับรถญี่ปุ่นระดับเดียวกันตรงๆ นั้น ไร้คู่เเข่ง แต่หากจะเทียบกับความเป็น “อีโคคาร์” ถือว่า ราคาสูงโดดไปอยู่ในระดับ “ซิตี้ คาร์” เเม้ว่ารถคันนี้จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เข้าช่วยถึง 17% แล้วก็ตาม

สาเหตุที่ต้องยก ประเด็นเรื่องของ “ราคา” มาอยู่ในอันดับต้นๆ นั้น เพราะ ประเด็นนี้กลายเป็น “โจทย์” สำคัญที่มาสด้าจะต้องเร่งเเก้ เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรับรู่ โปรดักส์ได้อย่างถูกต้องการวางราคา ขายของ มาสด้า 2 จะเห็นว่า มาสด้า ได้วางตำแหน่ง “ราคา” ตัวเองไว้ระดับ บี  คารื ระดับพรีเมี่ยม เเต่เอาเข้าจริง… ลูกค้าจะรับได้ กับ ความเป็นรถอีโคคาร์ ที่ราคากระโดด ขนาดนี้ได้หรือไม่คงต้องใช้เวลา…

ส่วนเรื่องรูปร่างหน้าตา การออกแบบของรถคันนี้ ถือว่าสวยสุด ด้วยดีไซน์โคโดะ หรือการออกแบบที่สะท้อนจิตวิญญานแห่งการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้เราประทับใจกับรถรุ่นพี่อย่าง มาสด้า3 ที่มีทั้งความโฉบเฉี่ยว ความสปอร์ต ดุดัน โฉบเฉียว หรูหรา แน่นอน เมื่อมาสด้า ทำตคลอดมาสด้า2 ความสวยสะดุดตา เรื่อนร่าง รถคันนี้ จำลองมาสด้า3  มาเหมือนพิมพ์เเกะ เพียงเเต่ดีไซน์และขนาด ที่ผ่านการย่อส่วนมาอย่างลงตัว… ทั้งรุ่น ซีดาน และ เเฮทช์เเบค

หากเทียบกับ มาสด้า2 โฉมก่อน ถือว่า มาสด้าสอบผ่าน โดยเฉพาะรุ่น ซีดาน ที่ ช่วงด้านท้ายที่ โดง ไม่สวยสมกับความโฉบเฉี่ยวของการออกแบบในตอนหน้าและด้านข้าง ซึ่งหากจำไม่ผิดมาได้ได้แก้ปัญหา เนื่องดังกล่าวด้ยการ ลดส่วนสูงในตอนท้ายของโมเดลเก่าลงมาเล็กน้อย เเละช่วยได้พอสมควร ส่วน เเฮชท์เเบค โมเดลก่อนหน้า เรื่องการออกแบบ เรียกง่ายๆ ว่า “ไม่สุด” ในการดีไซน์ลงไปอย่างสิ้นเชิง หรือหากจะเทียบบรรดา อีโคคาร์ แอทช์แบค ที่พอฟัดพอเหวี่ยงได้ น่าจะมี โตโยต้า ยารีส ทีอาร์ ตัวเเต่ง  ที่ถือว่าออกแบบ เน้นความโฉบเฉียวพอฟัดพอเหวี่ยง เพียงเเต่ขนาดตัวของ ยารีส ดีจะหนากว่ามาสด้า2 เล็กน้อย

ส่วนรุ่นซีดาน โหวตให้มาสด้า2  มาเหนือไร้คู่เเข่งการออกแบบภายนอก ขอติงในส่วนไฟเลี้ยวท้าย ที่ออกแบบมาต้องการความโฉบเฉียว เเต่เวลาขับตามหลัง อาจจะมองไฟเลี้ยวได้ไม่ชัดเจน  เพราะมีขนาดเล็ก เป็นเส้นด้านท้าย

ภายในห้องโดยสาร มาสด้าใช้โทนสีดำเข้าช่วยขับความดุดันแปละความสปอร์ตภายในห้องโดยสารเบาะหนังสไตลล์บัคเก็ตซีท ตัดด้วยเส้นด้านสีเเดง เดินตะเข็บคู่ มาตัด กับสีดำ สะดุดตา และกระชากอารมณ์ความสปอร์ตออกมา ทั้งเบาะนั่ง และบริเวณ คอลโซลด้านหน้า แต่น่าเสียดายเเทนที่ มาสด้า จะเดิน ดายสีเเดงตัวขอบ ที่บริเวณเเผงประตู และพวงมาลัยด้วย  น่าจะช่วยให้การเคลื่อนไหวของ อารมณ์ความเร้าใจ ในห้องโดยสานไม่ไหลลื่น … จากการเดินเส้นดาย

อีกหนึ่งสิ่งที่ดูขัดเเย้งคือแผงช่องเเเอร์ บริเวณคอบโซลหน้าฝั่งคนนั้ง ที่ออกแบบมาให้เป็นเเนวนอนยาว  มองผาดๆอาจจะได้ในเรื่องของความเรียบงาน แต่โดยส่วนตัวแล้ว มองว่า คามเรียบง่ายนี้ถูกกลื่น ไปด้วยความรู้สึกว่า “เชย” แถมปุ่มกดไฟพาทสาด (ไฟฉุกเฉิน)  ที่อยู่ในระนาบเดียวกับช่องเเอร์เเนวนอน นั้น ก็ถูกกลื่นหายไป

อุปกรณ์การใช้งานอื่นๆในห้องโดยสาร  แม้ว่า จะใส่มาเต็มแต่กลับกลายเป็นสิ่งที่ “เกิน” และไม่จำเป็นต้องมีก็ได้  ซึ่งช่วยเปลี่ยนองศา การมอง ด้วยHeads-up display หน้าจอแสดงความเร็ว ที่ด้านหลังพวงมาลัย  โดยส่วนตัวเเล้วรู้สึกว่า ไม่มีก็ได้ เเถมยังเเกะกะสายตา เพราะ เเค่เข็มไมลล์ที่หน้าปัดม์ บอกความเร็วนั้น เกินพอเเล้ว

สิ่งที่ต้องชม คือการนำ ปุ่มควบคุม Center Commander มาไว้ที่ ข้างๆ ผู้ขับ  ไม่ต้องเอื้อมมือไปสั่งการไกลนัก เพียงเเค่ความคุมหมุน ควบคุม คำสั่งต่างๆ   มีเหมือนเช่นเดียวกับรถหรูอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู ส่วนระบบการทำงาน เพื่อใช้เเผนที่นำทางผ่านระบบ การติดต่อสื่อสาร MZD Connect นั้นไสามารถทำได้ ซึ่งลูกค้าจะต้องเข้าไปติดต่อกับทมางมาสด้าเพื่ออัพเดรสข้อมูล หรือ ของซื้อเพื่อรับโหลดข้อมูลการนำทางเข้าสู่ระบบอีกครั้ง เรียกว่า ถ้าลูกค้าอยากใช้ ก็ต้องเสียเงินเพิ่ม

ถึงตรงนี้ต้องบอกว่า สำหรับคนที่กำลังมองหารถ อีโคคาร์ หรือ บี คาร์ โดยยังไม่ตั้งธงในใจว่า เป็นรุ่นอะไร ลอ งช่างน้ำหนัก และเปรียบเทียบความต้องการกับเงินในกระเป๋า แต่หากตั้งธงมาแล้วว่า ต้องเป็นมาสด้า2 ลองสาระตะ… ความคุ้มค่า กับความต้องการแต่หากจะให้เเนะนำ แค่  รุ่นเริ่มต้น นั้นถือว่าน่าเพียงพอแล้ว