10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดง ราคาถูกสุด ปี 2021

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ มักเจอปัญหารถติดกันทุกวัน การจะขับรถเกียร์ธรรมดาขณะรถติดทุกวันนั้น สุขภาพเข่าซ้ายก็คงไม่สู้ดีนัก ต้องเหยียบคลัทช์กันจนขาล้าเลย และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ก็ขับรถเกียร์ธรรมดากันไม่ค่อยเป็นแล้ว …

รถเกียร์ออโต้ (หรือรถเกียร์อัตโนมัติ) ในอดีต มักจะเป็นรถราคาแพง หรือรถรุ่น Top ของรุ่นนั้นๆ … มาจนถึงยุคปัจจุบัน รถป้ายแดงเกียร์ออโต้ กลายเป็นของธรรมดาสามัญมาก มีให้เลือกในทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่รถราคาถูก ก็มีให้คนออกรถใหม่เลือกซื้อกัน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุด ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio GL CVT ราคา 408,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan-March

2. Nissan March 1.2E CVT ราคา 495,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, ไฟท้าย LED, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan Almera Sportech

3. Nissan Almera Turbo E CVT ราคา 509,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็น Eco-Car ขนาด 4 ประตูรุ่นแรกของไทยที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน มาในรูปแบบ “เรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof)

เครื่องยนต์สมรรถนะดี เร่งแซงได้ทันใจ ในรหัส รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร และให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ระบบเครื่องเสียง วิทยุ พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth/USB/AUX-IN, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC), เทคโนโลยีออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA), ระบบกุญแจ Immobilizer และล้อกะทะเหล็ก 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

New-Mitsubishi-Mirage-2020

4. Mitsubishi Mirage GLX CVT ราคา 509,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

MG3

5. MG3 1.5C ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี3) จัดเป็นรถซิตี้คาร์ที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่น มารูปทรงสไตล์สปอร์ต ภายใต้แนวคิด Brit Dynamic น่าใช้ พร้อมออพชั่นที่ให้มากมายเกินคาด ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ, กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, ไฟตัดหมอกหลัง, กุญแจรีโมท, ระบบ Bluetooth + ช่อง USB, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR, Follow Me Home Light, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

6. Mitsubishi Attrage GLX CVT ราคา 529,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา กว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

Nissan Note 2020

7. Nissan Note 1.2 E CVT ราคา 530,000 บาท

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) จัดเป็น “Eco-Car” เฟส 2 ที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2560 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ให้แรงบิดสูงในรอบเครื่องยนต์ต่ำ ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร เกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้าแบบฮาโลเจน โปรเจกเตอร์, กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้ายแบบ Signature Light พร้อมไฟเบรกแบบ LED, คอนโซลกลาง ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ Piano Black, พวงมาลัยยูรีเทนทรงสปอร์ตปรับสูง-ต่ำได้ ตกแต่งวัสดุสีเงิน, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, มาตรวัด Analog แบบเรืองแสง Fine Vision Meter, มาตรวัดอัจฉริยะ Multi-Information Display (MID) แสดงผลข้อมูลการขับขี่, กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบด้านคนขับ, ระบบเครื่องเสียง วิทยุ CD/MP3 แบบ 1 แผ่น หน้าจอสี 5 นิ้ว พร้อม Aux-In/USB, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ VDC, ระบบออกตัวบนทางลาดชัน HSA, กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Intelligent Key พร้อม Immobilizer, ถุงลม SRS คู่หน้า และล้อแม็ก 15 นิ้ว

New-Toyota-Yaris-ATIV-2020

8. Toyota Yaris ATIV Entry ราคา 539,000 บาท

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูขนาดเล็ก โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : วิทยุ พร้อม USB และ AUX, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ บนพวงมาลัย, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD/ฺBA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Mazda2 Sedan Sports 2021

9. Mazda2 Sedan / Sports 1.3 E 2021 Collection ราคา 546,000 บาท

Mazda2 (มาสด้า2) แม้ว่าจะเปิดตัวขายกันมาหลายปีแล้ว แต่ Mazda ก็ยังคงปรับโฉม มาสด้า2 ให้สดใหม่อย่างต่อเนื่องทุกปี ราคาเดียวกันทั้งในรูปแบบ 5 ประตู Hatchback และ 4 ประตู Sedan ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา น่าขับ มาพร้อมเครื่องยนต์ Skyactiv-G ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้า LED, ไฟหน้าปรับอัตโนมัติ, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, วิทยุ FM/AM/MP3/USB/AUX, ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC, ระบบช่วยออกตัวของรถบนทางลาดชัน HLA และระบบไฟสัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS

New-Toyota-Yaris-2020

10. Toyota Yaris Entry ราคา 549,000 บาท

Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส แฮทช์แบค) รถยนต์อีโคคาร์ 5 ประตูแฮทช์แบค โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : วิทยุ พร้อม USB และ AUX, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ บนพวงมาลัย, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD/ฺBA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

New-Suzuki-Swift-2021

11. Suzuki Swift GA CVT ราคา 557,000 บาท

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) รถ Eco-Car รุ่นใหม่จากค่ายซูซูกิ ที่นำพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มที่ ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยมาตรวัดแบบสปอร์ต เบาะนั่งแบบสปอร์ต ช่องเก็บของมากมาย พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังที่มากถึง 265 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control, ระบบ Idling Stop, เครื่องเล่นวิทยุ CD MP3/WMA/USB/AUX และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุดที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check การันตีคุณภาพ รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมิถุนายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

หลายปีมาแล้ว กับกระแสในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีทั้งตามกลุ่ม Facebook ต่างๆ หรือบรรดาเพจอวย เพจแซะ หรือเพจรวมปัญหาของรถต่างๆ ที่ออกมาพูดถึงรถยนต์หลายยี่ห้อ ที่มีปัญหากันไม่รู้จักจบสิ้น จนไปถึงการรวมตัวของผู้ใช้รถ ไปประท้วงกันถึงหน้าสำนักงานของผู้ผลิตกันเลยทีเดียว

ซึ่งหลายต่อหลายคน อุตส่าห์ขายรถคันเดิม หรือเก็บเงินซื้อรถป้ายแดง เพื่อหวังจะได้ขับรถใหม่ ไม่ต้องซ่อมอะไรมากมาย เป็นความภาคภูมิใจที่กว่าจะเก็บเงินซื้อมาได้ แต่กลับกลายเป็นว่า รถมือหนึ่งแท้ๆ กลับมีปัญหาความบกพร่องของตัวรถมาก จนแทบอยากจะขายรถกันอีกรอบ

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “MG” (เอ็มจี) รถน้องใหม่มาแรงเชื้อชาติอังกฤษ สัญชาติจีน (ภายใต้การกุมบังเหียนของ SAIC-CP ในขณะนี้) ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ขวัญใจรถยก” ซึ่งแลดูขัดกับความขายดีของ MG ZS ในขณะนี้ ที่ราคาตัวรถ ความสวยงามของตัวรถ กับออพชั่นของรถ ที่คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ

แต่ทำไมผู้บริโภคถึงว่างั้น? เราไปดูกัน …

โดยปกติแล้ว ปัญหาใหญ่ๆ ของรถป้ายแดง ส่วนมากจะมากับเหตุผลของคุณภาพ หรือหลุด QC ซึ่งมีเป็นกันแทบทุกค่าย เป็นเรื่องปกติ ขึ้นอยู่กับว่าการรับมือของแต่ละค่าย จะทำได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะขอแบ่งออกเป็น 3 ข้อหลักๆ ครับ

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ขอขอบคุณภาพจากคุณ Hanny Man

ปัญหาตัวรถ และการขับขี่

เนื่องจากเป็นแบรนด์น้องใหม่ เพิ่งทำตลาดจริงๆ จังๆ ในบ้านเราได้ไม่กี่ปี การรับมือในด้านคุณภาพการผลิต อะไหล่ บริการหลังการขาย แม้ว่าจะทำอย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพบกับความบกพร่องของตัวรถ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่สบายใจ

หลายปัญหาที่ “ผู้บริโภค” หลายคนมักพูดถึง รู้สึกกังวล หรือกลัว ในหลากหลายอาการ เช่นในตัว MG ZS อาทิ

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ขอขอบคุณภาพจากคุณ Yui Kio

  • มีฝ้า หรือหยดน้ำในไฟหน้า หลังจากขับรถฝ่าฝนตก

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ เพื่อใส่ซองกันชื้นในโคมไฟ แต่ถ้าแก้ไขด้วยวิธีการใส่ซองกันชื้นแล้วยังไม่ได้ผล ทางศูนย์บริการ จะทำการเคลมไฟหน้าใหม่ให้ และใส่ซองกันชื้นเพิ่มเติมให้เช่นกัน

วิธีการเคลม : ถ่าย Clip VDO ตอนขึ้นฝ้า และถ่ายให้เห็นป้ายทะเบียน พร้อมภาพถ่ายนิ่งไฟหน้าที่ขึ้นฝ้า แล้วนำเข้าศูนย์ เพื่อให้ศูนย์แก้ไข

  • เหยียบเบรกแล้วรอบเครื่องยนต์พุ่งเอง ขณะเข้าเกียร์ D และจังหวะชลอรถ

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการเพื่อปิด ระบบ Idle Boost หรือการทำงานของระบบชดเชยรอบเครื่องยนต์ เมื่อรอบเครื่องเดินเบา

  • อาการอืด ในช่วงความเร็ว 50-70 กม./ชม.

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ เพื่อทำการ Update แก้ไข ECM (Engine Control Module) หรือ กล่อง ECU นั่นเอง ทั้งนี้หลังจากการแก้ไขเสร็จสิ้น ปัญหาในการออกตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • ไฟเตือนเบรคมือ, รถลื่นไถล, พวงมาลัยมีน้ำหนักมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

การแก้ไขปัญหา : ปัญหานี้เกิดจาก Ground (กราวด์) หลวม (Ground คือ สายไฟที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมด)

เข้าศูนย์บริการเพื่อแก้ไขให้ Ground ขันให้แน่น ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า มีผู้ใช้บางรายเกิดปัญหาขึ้นอีก หลังจากการแก้ไขปัญหาในครั้งแรกได้เช่นกัน

  • ขึ้นสัญลักษณ์เบรคมือ, และรถลื่นไถล และมีอาการขณะเข้าเกียร์แล้ว รถเดินสะดุดร่วมด้วย

การแก้ไขปัญหา : ปัญหานี้เกิดระบบไฟฟ้าในรถลัดวงจร (ถอดปลั๊กอุปกรณ์ภายในรถที่มีไฟเลี้ยงอยู่อย่างกระทันหัน) แล้วกระทบกระเทือนไปถึงกล่อง ECU จึงเกิดการอ่านค่าบางอย่างผิดเพื้ยนไป ทำให้กล่อง ECU เกิด Code Error ต้องเข้าศูนย์บริการเพื่อลบ Code ที่มีปัญหาดังกล่าว (ข้อมูลจากผู้ใช้บางรายแจ้งว่า ECU หาระบบ ABS ไม่เจอ)

  • พวงมาลัยมีเสียงเกิดขึ้นขณะเลี้ยว

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ แจ้งเครมแกนพวงมาลัย จากข้อมูลผู้ใช้ล่าสุด หลังจากผู้ใช้บางรายเข้าไปเปลี่ยนแกนพวงมาลัยมาแล้วนั้นพบว่าปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นอีก ปัญหาจึงไปตกอยู่ที่ Supplier อะไหล่ของชิ้นนี้อาจมีปัญหา

ดังนั้น อาจจะต้องทำเดินเรื่องเครมอะไหล่ชิ้นนี้หลายครั้ง จนกว่าทางบริษัท MG Thailand จะดำเนินการแก้ปัญหาการผลิตอะไหล่ชิ้นนี้ ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ขอขอบคุณภาพจากคุณ Boonyaratdit Boonyarat

  • เมื่อหักพวงมาลัยโดยรถไม่เคลื่อนที่ มีเสียงดัง

สาเหตุปัญหาจากผู้ใช้งานจริง

ตอนออกจากปากซอย จะมีเนินเล็กๆ ระบบจะทำการล็อคล้อให้เพื่อให้รถไหล แต่ก็มีหักพวงมาลัยรอไว้แล้ว พอได้จังหวะก็เร่งเครื่องยนต์เพื่อออกรถ ระบบมันก็จะคลายล็อค หลังจากนั้นมาก็เจอปัญหาว่า พอหักพวงมาลัยโดยไม่เคลื่อนรถ จะมีเสียงดังกึก ดังมาก

การแก้ไขปัญหา : นำรถเข้าศูนย์บริการ ช่างทำการอัดจารบีให้ในจุดที่มีปัญหา (เครดิต @ลูกเจี๊ยบน้อย)

  • ปิดประตูรถยาก หรือใช้แรงมากกว่าปรกติ

สาเหตุ และการแก้ไขปัญหา : จากข้อมูลพบว่ารถที่ผลิตในบางล็อต อาจมีการเสื่อมสภาพของลูกยางตามขอบประตู ก่อนระยะเวลาที่ควรจะเป็น หรือเป็นปัญหาของคุณภาพยางที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือผิดสเป็คไป แก้ไขได้ด้วยการนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนใหม่

  • คอมเพรสเซอร์แอร์เสีย, ตัดการทำงาน, แอร์ไม่เย็น

การแก้ไขปัญหา : เข้าศูนย์บริการ เพื่อใส่ชิ้นส่วนที่เรียกว่า ไดโอด เพื่อทำหน้าที่เรียงกระแสไฟ และกันไฟย้อน กระชาก ทำให้ยืดอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์แอร์

สำหรับปัญหาของรถ MG ดังกล่าวนี้ หากรถคุณมีปัญหา สามารถนำรถเข้าแก้ไขที่ศูนย์บริการได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ (แต่อาจจะเสียเวลาหน่อย) เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจากการผลิตรถยนต์ หรือชิ้นส่วนของ Supplier ที่ส่งให้กับทาง MG อีกที

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ปัญหาอะไหล่

หลายต่อหลายเคส ที่ผู้ใช้ MG ขับไปประสบอุบัติเหตุมา จะชนอะไรก็แล้วแต่ หรือการรอเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนที่บกพร่อง เมื่อนำรถเข้าศูนย์บริการแล้ว กลับต้องใช้เวลารอนานกว่ารถตลาดทั่วไป นานกันไปจนถึงตั้งแต่ 1-3 เดือนเลยก็มี จนลูกค้าบางท่าน โทรไปจี้ทุกฝ่าย สอบถามตั้งแต่เซลล์ บริษัทประกัน และอู่ซ่อมรถ ก็ยังต้องรอ …

ซึ่งอะไหล่หลายอย่างที่ไม่มีผลิตในไทย อาจจะต้องรอนำเข้าจากต่างประเทศ การรออะไหล่นานหลายสัปดาห์ในปัจจุบันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ “ผู้บริโภค” ไม่ประทับใจนัก หรืออาจจะเป็นความผิดพลาดทางการประสานงาน เช่น บริษัทประกันภัยอนุมัติช้า กว่าอู่จะทำเรื่องมาที่ศูนย์ ศูนย์เบิกของล่าช้า ช้าไปช้ามา เลยต้องรอหลายเดือน

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ปัญหาศูนย์บริการ

ปัญหาการซ่อมของศูนย์บริการ ซ่อมไม่จบ มีบ้างครับ เหมือนช่างไม่เก่ง หาสาเหตุไม่เจอ

ก่อนหน้านั้น MG จะมีปัญหาเรื่องศูนย์บริการที่น้อย แต่รถมีปัญหาหลายคันมาก ทำให้รถรับบริการเป็นจำนวนมากและต้องรอคิดยาว แต่ปัจจุบัน ศูนย์บริการ MG มีมากขึ้นในหลายๆ พื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาจจะแก้ปัญหาเรื่องศูนย์บริการน้อยลงไปได้บ้าง

ซึ่งศูนย์บริการที่ลูกค้าชม มีอยู่หลายที่ที่ให้บริการดี แต่ศูนย์บริการหลายที่ก็มีปัญหา มีลูกค้าด่ากันอยู่บ่อยๆ ถ้าอยากรู้ว่าศูนย์ไหน ก็คงต้องเข้ากลุ่ม Facebook ไปติดตามกันดู

สำหรับปัญหาต่างๆ ที่รวบรวมมาในครั้งนี้ มิได้เป็นการโจมตีรถแต่อย่างใด แต่เป็นเสียงของ “ผู้บริโภค” ที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการใช้รถ MG ทั้งนี้ ก็เป็นการรวบรวมปัญหา เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแก้ปัญหาได้เองไปก่อนเฉพาะหน้า ไม่ต้องเป็น “ขวัญใจรถยก” กันเสมอไป

ก็ได้แต่หวังว่า ทาง MG Thailand ก็คงจะมีมาตรการในการรับมือ และแก้ปัญหา กันต่อไป ให้สมกับการรับประกันคุณภาพ 4 ปี/120,000 กม. ครับผม!

MG-With-Consumer-And-Towed-Car

ถ้าคุณตัดสินใจอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเป็นเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มา:

All-New-MG3

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 112 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติใหม่ “WE ARE FUN” “มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง”

MG3-2018บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “WE ARE FUN” “มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” All-New MG3 แฮทช์แบ็คหลากสีสันสดใส มิติใหม่ของความสนุกด้วยเอกลักษณ์ของ All-New MG3 ที่มาพร้อมนิยามใหม่ “WE ARE FUN” : มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” พร้อมปรับโฉมด้วยการออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สีสันโดนใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่จะเพิ่มประสบการณ์ขับขี่ของคุณให้สนุกทุกเส้นทาง

MG3-2018

ด้วยเสียงตอบรับที่ดีของ MG3 ด้วยยอดขายถึง 17,000 คัน การเปิดตัว All-New MG3 โฉมใหม่ในวันนี้ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยเราคาดการณ์ว่า All-New MG3 จะมียอดจำหน่ายที่ 10,000 คัน ในปี 2561

MG3-2018

All-New MG3 ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (BRIT Dynamic) ทำให้สมรรถนะ การควบคุม การออกแบบ และความปลอดภัย ในการขับขี่สนุกยิ่งขึ้น ด้วยการผสานดีไซน์ เทคโนโลยี สีสัน ความสะดวกสบาย และความคล่องแคล่วเข้าด้วยกัน

MG3-2018

All-New MG3 ยังมาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART (เฉพาะรุ่น V) ที่สามารถรองรับการสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมกับการอัพเดทฟังก์ชันใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พัก พร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์

ทั้งนี้ระบบ i-SMART ใน All-New MG3 (เฉพาะรุ่น V) มีฟังก์ชั่นเด่น ที่ช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งให้ข้อมูลรถยนต์ผ่านช่องทางการสั่งการ 3 ทาง ได้แก่

  1. ระบบสั่งการด้วยเสียง (Thai Voice Command) ผู้ขับขี่สามารถสั่งการ ระบบเครื่องเสียง / ระบบปรับอากาศ / โทรออก / ระบบนำทาง
  2. ระบบสั่งการผ่านหน้าจอทัชสกรีน ( i-SMART on Touchscreen) รองรับการใช้งานระบบนำทางเนวิเกชัน พร้อมระบบตรวจสอบการจราจรแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังมีระบบที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พักบนแผนที่นำทาง และสนุกกับเสียงเพลงจากศิลปินค่ายต่างๆ และ i-Call ระบบโทรออก-รับสายในกรณีฉุกเฉิน
  3. ระบบสั่งการด้วยมือถือ (i-SMART Mobile Application) ผู้ใช้งานสามารถสั่งการหลายฟังก์ชันภายในรถยนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกสบาย ได้แก่ ระบบล็อก และปลดล็อกประตู ระบบวางแผนการเดินทาง ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ และระบบค้นหารถ Find my car รวมถึงระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์ และเตือนความผิดปกติของรถยนต์

MG3-2018

All-New MG3 อัพเกรดความสนุกสไตล์อังกฤษรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร ให้สอดคล้องความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความคล่องตัว กระจังหน้าใหม่ที่โดดเด่นขึ้น พร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ (Projector Headlamp) แนว Brit Duo Colour Styling หลังคาซันรูฟ (Sunroof) แบบปรับไฟฟ้า ไฟท้ายแบบ LED Light Guide ด้านข้างที่ปราดเปรียวที่มีเส้นสายชัดเจนพาดจากด้านหน้าไปจนถึงซุ้มล้อหลัง และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ แบบ Bi-Colour ขนาด 16 นิ้ว ที่โดดเด่นสะดุดตา

MG3-2018

มิติตัวรถ ยาว 4,055 มม. กว้าง 1,729 มม. สูง 1,516 มม. และระยะฐานล้อ 2,520 มม.

MG3-2018

ภายในห้องโดยสารดูหรูหราสปอร์ตพรีเมียมขึ้น กว้างขวางนั่งสบายทั้งที่นั่งแถวหน้า และแถวหลัง ผสานเส้นสายกับสีสันของเบาะโดยสารลายโมเดิร์นกราฟิก เบาะที่นั่งหลังสามารถปรับพับแยกส่วนในการเก็บสัมภาระแบบ 60:40  สนุกมากขึ้นกับจอระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว ด้วยฟังก์ชันที่ใช้งานได้หลากหลายทั้งฟังเพลง ดูหนัง ค้นหาโรงแรมและร้านอาหาร พร้อมกล้องมองหลังขณะถอย และสัญญาณเตือนระยะถอยหลังที่ช่วยเติมเต็มความสนุกของเราได้เสมอ

MG3-2018

All-New MG3 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

MG3-2018 โดย เอ็มจี ยังจัดเต็มระบบความปลอดภัยใน All-New MG3 เช่นเดียวกับรถยนต์ เอ็มจี รุ่นอื่นๆ ด้วยระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัยแบบ Synchronize Protection System รวม 8 ฟังก์ชัน ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-Lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) เข้าโค้งอย่างมั่นใจด้วยระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) และระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR (Motor Control Slide Retainer)

ราคาของ All-New MG3 ใหม่ มีดังนี้ / The All-New MG3 Price, Shown in Thai Baht.

  • รุ่น C ราคา 519,000 บาท
  • รุ่น D ราคา 549,000 บาท
  • รุ่น X ราคา 589,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 629,000 บาท

MG3-2018

ทั้งนี้ All-New MG3 มีสีให้เลือก ทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเหลืองทิวดอร์ เยลโล่ (Tudor Yellow) สีแดง รูบี เรด (Ruby Red) สีฟ้ามารีนา บลู (Marina Blue) สีขาวอาร์กติกไวท์ (Arctic White) และ สีดำแบล็คไนท์ (Black Knight)

พร้อมกันนี้ ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ All-New MG3 จะได้รับแพ็คเกจใช้งานระบบอัจฉริยะ i-SMART ฟรี เป็นระยะเวลา 5 ปี และได้รับความอุ่นใจกับการบริการแพสชั่น เซอร์วิส (Passion Service) ด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) และการให้คำแนะนำผ่านศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1267 (MG Call Centre 1267) รวมไปถึงบริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobile Services)

MG3-Minorchange-2018

MG3 ใหม่ เตรียมเปิดตัวในไทย 21 มิถุนายน นี้

MG3

MG ได้ฤกษ์เผยโฉม MG3 (เอ็มจี3) ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ในงานแสดงรถยนต์ Chengdu Auto Show 2017 เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา โดยได้เสียงตอบรับจากคนชื่นชอบ MG เป็นอย่างดี ว่าดูสวยขึ้น!

ในรุ่นนี้ มาพร้อมนิยามใหม่ “มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” รายละเอียดนี้เป็นเวอร์ชั่นในประเทศจีน บ้านเราจะแจ๋วกว่าแค่ไหน ต้องติดตาม!

MG3

MG3

ภายนอกตกแต่งรถด้วยสติ๊กเกอร์ สีสันสดใส

สำหรับรูปโฉมภายนอก ดูโดดเด่นตั้งแต่กระจังหน้า V-Type ทรงหกเหลี่ยม พร้อมไฟหน้า Projector แบบใหม่ ได้แรงบันดาลใจในออกแบบด้านหน้าจาก MG ZS กันชนหน้าสไตล์สปอร์ต ย้ายตำแหน่งที่เปิดประตูท้ายเป็นแบบซ่อนรูป และด้านท้ายออกแบบใหม่หมด ในรุ่นเริ่มต้นจะได้ฝาครอบล้อดีไซน์ใหม่ขนาด 14 นิ้ว ส่วนรุ่นรองท็อป ได้ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ส่วนรุ่นท็อปสุดมีขนาด 16 นิ้ว

MG3

MG3

กระจังหน้า และล้อแม็กลายใหม่ ดูโดดเด่น

มาพร้อมมิติตัวถังยาว 4,055 มม. (ยาวกว่ารุ่นเดิม 37 มม.) กว้าง 1,729 มม. (กว้างกว่ารุ่นเดิม 1 มม.) สูง 1,521 มม. (สูงกว่ารุ่นเดิม 3 มม.) และระยะฐานล้อ 2,520 มม.

MG3

MG3

MG3

ห้องโดยสารปรับปรุงใหม่หมด กว้างขวาง

ห้องโดยสารภายใน เปลี่ยนแผงคอนโซลใหม่หมดจรดทั้งชุด มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านแบบท้ายตัด ช่องแอร์ด้านซ้าย-ขวา แบบทรงกลมใหม่ ช่องแอร์กลางใหม่แบบแนวตั้ง คู่กับระบบเครื่องเสียงแบบจอสัมผัส Infotainment ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay, Baidu CarLife และ Bluetooth แผงสวิตช์ควบคุมแอร์แบบอัตโนมัติ พร้อมปุ่ม Push Start อีกทั้งยังมีระบบ “InkaLink” เชื่อมต่อการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบการสื่อสาร 4G Communication และ Wi-Fi ประจำรถ

MG3

ปลอดภัยกับระบบความปลอดภัยครบครัน ทั้งคัน แข็งแกร่งด้วยโครงสร้างนิรภัย และถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย

MG3-1.3-Engine

MG3 ใช้ยังเครื่องยนต์ตัวเดิมขนาด 1.3 ลิตร Plus+ รหัส 13S4F แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 5.6 ลิตร/ 100 กม.

MG3-1.5-Engine

และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Plus+ รหัส 15S4C แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VTi-TECH ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 5.9 ลิตร/ 100 กม.

ระบบส่งกำลัง มีทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แบบใหม่ ที่มาแทนของเดิมแบบ 5 สปีด SeleMatic AMT

MG3

MG 3 ใหม่มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ในราคาตั้งแต่ 59,800 – 93,800 หยวน หรือราวๆ 305,000 – 478,000 บาท ส่วนในไทยนั้น ทาง MG ก็เตรียมปรับโฉม เปิดตัวในวันที่ 21 มิถุนายน นี้