10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดง ราคาถูกสุด ปี 2021

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ มักเจอปัญหารถติดกันทุกวัน การจะขับรถเกียร์ธรรมดาขณะรถติดทุกวันนั้น สุขภาพเข่าซ้ายก็คงไม่สู้ดีนัก ต้องเหยียบคลัทช์กันจนขาล้าเลย และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ก็ขับรถเกียร์ธรรมดากันไม่ค่อยเป็นแล้ว …

รถเกียร์ออโต้ (หรือรถเกียร์อัตโนมัติ) ในอดีต มักจะเป็นรถราคาแพง หรือรถรุ่น Top ของรุ่นนั้นๆ … มาจนถึงยุคปัจจุบัน รถป้ายแดงเกียร์ออโต้ กลายเป็นของธรรมดาสามัญมาก มีให้เลือกในทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่รถราคาถูก ก็มีให้คนออกรถใหม่เลือกซื้อกัน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุด ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio GL CVT ราคา 408,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan-March

2. Nissan March 1.2E CVT ราคา 495,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, ไฟท้าย LED, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan Almera Sportech

3. Nissan Almera Turbo E CVT ราคา 509,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็น Eco-Car ขนาด 4 ประตูรุ่นแรกของไทยที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน มาในรูปแบบ “เรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof)

เครื่องยนต์สมรรถนะดี เร่งแซงได้ทันใจ ในรหัส รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร และให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ระบบเครื่องเสียง วิทยุ พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth/USB/AUX-IN, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC), เทคโนโลยีออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA), ระบบกุญแจ Immobilizer และล้อกะทะเหล็ก 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

New-Mitsubishi-Mirage-2020

4. Mitsubishi Mirage GLX CVT ราคา 509,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

MG3

5. MG3 1.5C ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี3) จัดเป็นรถซิตี้คาร์ที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่น มารูปทรงสไตล์สปอร์ต ภายใต้แนวคิด Brit Dynamic น่าใช้ พร้อมออพชั่นที่ให้มากมายเกินคาด ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ, กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, ไฟตัดหมอกหลัง, กุญแจรีโมท, ระบบ Bluetooth + ช่อง USB, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR, Follow Me Home Light, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

6. Mitsubishi Attrage GLX CVT ราคา 529,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา กว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

Nissan Note 2020

7. Nissan Note 1.2 E CVT ราคา 530,000 บาท

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) จัดเป็น “Eco-Car” เฟส 2 ที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2560 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ให้แรงบิดสูงในรอบเครื่องยนต์ต่ำ ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร เกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้าแบบฮาโลเจน โปรเจกเตอร์, กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้ายแบบ Signature Light พร้อมไฟเบรกแบบ LED, คอนโซลกลาง ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ Piano Black, พวงมาลัยยูรีเทนทรงสปอร์ตปรับสูง-ต่ำได้ ตกแต่งวัสดุสีเงิน, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, มาตรวัด Analog แบบเรืองแสง Fine Vision Meter, มาตรวัดอัจฉริยะ Multi-Information Display (MID) แสดงผลข้อมูลการขับขี่, กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบด้านคนขับ, ระบบเครื่องเสียง วิทยุ CD/MP3 แบบ 1 แผ่น หน้าจอสี 5 นิ้ว พร้อม Aux-In/USB, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ VDC, ระบบออกตัวบนทางลาดชัน HSA, กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Intelligent Key พร้อม Immobilizer, ถุงลม SRS คู่หน้า และล้อแม็ก 15 นิ้ว

New-Toyota-Yaris-ATIV-2020

8. Toyota Yaris ATIV Entry ราคา 539,000 บาท

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูขนาดเล็ก โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : วิทยุ พร้อม USB และ AUX, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ บนพวงมาลัย, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD/ฺBA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Mazda2 Sedan Sports 2021

9. Mazda2 Sedan / Sports 1.3 E 2021 Collection ราคา 546,000 บาท

Mazda2 (มาสด้า2) แม้ว่าจะเปิดตัวขายกันมาหลายปีแล้ว แต่ Mazda ก็ยังคงปรับโฉม มาสด้า2 ให้สดใหม่อย่างต่อเนื่องทุกปี ราคาเดียวกันทั้งในรูปแบบ 5 ประตู Hatchback และ 4 ประตู Sedan ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา น่าขับ มาพร้อมเครื่องยนต์ Skyactiv-G ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้า LED, ไฟหน้าปรับอัตโนมัติ, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, วิทยุ FM/AM/MP3/USB/AUX, ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC, ระบบช่วยออกตัวของรถบนทางลาดชัน HLA และระบบไฟสัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS

New-Toyota-Yaris-2020

10. Toyota Yaris Entry ราคา 549,000 บาท

Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส แฮทช์แบค) รถยนต์อีโคคาร์ 5 ประตูแฮทช์แบค โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : วิทยุ พร้อม USB และ AUX, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ บนพวงมาลัย, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD/ฺBA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

New-Suzuki-Swift-2021

11. Suzuki Swift GA CVT ราคา 557,000 บาท

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) รถ Eco-Car รุ่นใหม่จากค่ายซูซูกิ ที่นำพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มที่ ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยมาตรวัดแบบสปอร์ต เบาะนั่งแบบสปอร์ต ช่องเก็บของมากมาย พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังที่มากถึง 265 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control, ระบบ Idling Stop, เครื่องเล่นวิทยุ CD MP3/WMA/USB/AUX และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุดที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check การันตีคุณภาพ รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมิถุนายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Mitsubishi-Mirage-Limited-Edition

Mirage Limited Edition สีใหม่ ตกแต่งใหม่ ต้อนรับปี 2018

Mitsubishi-Mirage-Limited-Edition-2018

ยกระดับรูปลักษณ์ให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีใหม่ 2 สไตล์ คือ สีแดงเมทัลลิก (Red Metallic) หลังคาดำ และ สีขาวมุก (White Pearl) ตัดกับหลังคาสีดำ

Mitsubishi-Mirage-Limited-Edition-2018

มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ตกแต่งด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 10 รายการ เริ่มจากกระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว LED สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED ล้ออัลลอยสีดำขนาด 15 นิ้ว และตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ลายกราฟฟิก ชุดอุปกรณ์ตกแต่งดังกล่าวช่วยให้ มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มีความสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับการใช้งานที่ได้อย่างลงตัว

Mitsubishi-Mirage-Limited-Edition-2018

ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ยังคงให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายเป็นหลัก พร้อมตกแต่งเพิ่มสไตล์ที่สวยงาม ผสมผสานกับความเป็นสปอร์ตด้วยเบาะผ้าสีทูโทน ดำ-แดง พร้อมตะเข็บสีแดง หัวเกียร์และพวงมาลัยหุ้มหนัง ตกแต่งเสริมเพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยสีดำแบล็กเปียโนและโครเมียม เดินตะเข็บสีแดง มาพร้อมกระจกส่องหน้าบนแผงบังแดดคู่หน้า และราวมือจับเหนือศีรษะสามตำแหน่งแบบพับได้

Mitsubishi-Mirage-Limited-Edition-2018

มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ยังพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งระบบสั่งงานด้วยเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และสวิตช์ควบคุมวิทยุที่พวงมาลัย ห้องโดยสารที่กว้างขวางและอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ช่วยมอบความสะดวกสบายอย่างมีสไตล์ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในการขับขี่ทุกเส้นทางระบบความปลอดภัยของมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มีครบครันเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน ระบบความปลอดภัยเชิงรุกประกอบด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) และระบบป้องกัน การลื่นไถล (TCL) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) (FCM-LS) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) (RMS-Forward) ทุกระบบได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยทั้งการขับขี่ด้วยความเร็วปกติ

นอกจากถุงลมนิรภัยคู่หน้า ที่ช่วยปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ยังมาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) และระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) พร้อมด้วยระบบเสริมแรงเบรก (BA) และยังมีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) กับจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX สองตำแหน่ง

Mitsubishi-Mirage-Limited-Edition-2018

มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร DOHC พร้อม MIVEC ระบบวาล์วแปรผันเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีอัตราบริโภคน้ำมันที่ 23.8 กม./ลิตร และมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 98 กรัมต่อกม. ใช้ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ INVECS-III CVT พร้อมระบบ INC (Idle Neutral Control) ช่วยควบคุมและตัดกำลังไปยังเพลาขับโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรก และระบบ จี-เซ็นเซอร์ (G-Sensor) ช่วยควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้แม่นยำมากขึ้นในทางลาดชัน

มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ราคา 564,000 บาท สำหรับรุ่นสีแดงเมทัลลิก (Red Metallic) หลังคาสีดำ และ 571,000 บาท สำหรับรุ่นสีขาวมุก (White Pearl) หลังคาสีดำ

Mitsubishi-Mirage

รถอะไรเอ่ย? ที่เป็นรถยนต์ในโครงการ Eco-Car คันแรกของ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ….. คนชอบรถจะรู้กันแน่นอน ว่ามันคือ “Mitsubishi Mirage” (มิตซูบิชิ มิราจ) ที่ถือกำเนิดไล่หลังมาคู่กับ Eco-Car ยี่ห้ออื่นๆ และตอนนี้ ก็ยังมีขายในรูปแบบของรถมือหนึ่งอยู่

Mitsubishi-Mirage-1978

ต้นกำเนิดของ Mitsubishi Mirage มีมานานแล้ว (ซึ่งเราอาจจะมองได้อีกมุมว่า Mitsubishi ชอบนำชื่อรถรุ่นดั้งเดิม กลับมาใช้ใหม่ในหลายครั้งหลายราว) นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 1978 ในประเทศญี่ปุ่น ผลิตออกมาในรูปแบบ 3 ประตู และ 5 ประตู Hatchback

ที่สำคัญ เคยมีประกอบขายในบ้านเราด้วย ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ที่ชื่อ “Lancer Colt F” (รุ่น 4 ประตู) และ “Mirage” (5 ประตู) มาพร้อมเกียร์พิเศษ Super Shift บนระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

แต่แล้วชื่อนี้ก็หายไปในไทย (เพราะ Mirage ในรุ่นต่อๆ มา ที่ขายในญี่ปุ่น ได้แชร์ตัวถังร่วมกับ Lancer) … จนกลับมาใหม่ในรูปแบบของรถ Eco-Car

คำว่า “Mirage” (มิราจ) มาจากภาษาอังกฤษ ที่แปลว่า เงา ความฝัน หรือ ภาพลวงตา โดย Mirage ในรูปแบบ Eco-Car ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดที่ “สืบทอด” คุณสมบัติเด่นๆ ตั้งแต่มิราจรุ่นแรก คือ สมรรถนะเยี่ยม และฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน แม้จะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กก็ตาม

ความเป็นมาของ Mitsubishi Mirage มือสองในบ้านเรา จะเป็นอย่างไรบ้าง MR.CARRO จะเล่าให้ฟัง …

Mitsubishi-Global-Small-Concept

Mitsubishi-Global-Small-Concept

ขอย้อนไปปี 2551 … มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ยื่นเรื่องขอรับการสนับสนุนการลงทุนในโครงการอีโคคาร์ กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทย ก่อนจะได้รับการอนุมัติแบบการผลิตจากกระทรวงอุตสาหกรรม และผ่านการพิจารณาอนุมัติการผลิตอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ โดยผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล

ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท และผลิต ณ โรงงานใหม่แห่งที่ 3 ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี

Mitsubishi-Global-Small-Concept

Mitsubishi-Global-Small-Concept

ช่วงปลายปี 2554 ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้ทำการเผยโฉม “Mitsubishi Global Small Concept” หรือว่า “อีโคคาร์” คันต้นแบบในไทย และเตรียมผลิตในไทยเป็นที่แรกในโลก จากแนวคิด “กะทัดรัด” “สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย” และ “ประหยัดน้ำมัน” ถูกพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ระบบ Mitsubishi Motors Development System (MMDS) ที่เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2554

Mitsubishi-Mirage-2012

และแล้ว … ในวันที่ 20 มีนาคม 2555 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว “Mitsubishi Mirage” อย่างเป็นทางการ … ซึ่งตอนนั้น ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบาย “รถยนต์คันแรก” ของรัฐบาล ได้รับสิทธิ์คืนเงินภาษีสูงสุดถึงประมาณ 79,000 บาท ในเวลานั้น และยังดึงเอานักร้องชื่อดังอย่าง คุณ-นิชคุณ หรเวชกุล มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณารถรุ่นนี้อีกด้วย …

มิราจ โดดเด่นด้วยหน้าตาที่น่ารัก ลู่ลม ง่ายต่อการขับขี่ตามแบบของรถยนต์ขนาดเล็ก มาพร้อมยางลดแรงต้านทาน ประกอบกับและเทคโนโลยีการลดน้ำหนักของตัวรถ โครงสร้างตัวถังแบบ RISE Body ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

Mitsubishi-Mirage-2012

ห้องโดยสารภายใน กว้างขวาง นั่งได้ถึง 5 คน แผงคอนโซลออกแบบได้สวยงาม มีที่วางแก้ว ที่เก็บของ ตามจุดต่างๆ รอบคัน เบาะนั่งหลังสามารถพับแบบ 60:40 ได้ (ยกเว้นรุ่น GL) นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง ปุ่ม Start เครื่องยนต์ (ในรุ่น GLS-Ltd.) ชุดวิทยุ CD MP3 DVD จอภาพแบบ Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ระบบ (Navigator และช่อง USB ในขณะที่รุ่น GLX และ GLS มาพร้อมวิทยุ CD MP3 พร้อมช่อง AUX-in และช่อง USB … ส่วนรุ่น GL ต้องไปหาซื้อมาติดเอาเอง

สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ “ETACS” (Electronic Time And Alarm Control System) อาทิเช่น กุญแจรีโมทพร้อมระบบควบคุมการพับและกางกระจกมองข้างอัตโนมัติ หรือไฟหน้าปิดได้เองโดยอัตโนมัติ เป็นต้น

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ รหัส 3A92 ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.2 กก.-ม. (100 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Invecs-III CVT รองรับทั้งน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20 โดยประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 22 กม./ลิตร

Mitsubishi-Mirage-2012

มีสีตัวรถให้เลือกถึง 8 สี ได้แก่ …

สีขาวมุก White Pearl (ราคาเพิ่ม 5,000 บาท), สีเหลือง Lemonade Yellow Metallic, สีเขียว Pop Green Metallic, สีแดง Red Metallic, สีฟ้า Cerulean Blue Mica, สีเทาดำ Eisen Gray Mica, สีดำ Pyreness Black Mica และสีเงิน Cool Silver

โฉมแรก มีให้เลือกใน 5 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น Mirage GL MT ราคา 380,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX MT ราคา 426,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX AT ราคา 460,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS AT ราคา 506,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS Ltd. AT ราคา 546,000 บาท

Mitsubishi-Mirage-Export-To-Japan

ต่อมา … ในเดือนกรกฎาคม 2555 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้จัดพิธีฉลองการส่งออกรถยนต์ “มิราจ” ไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวมิตซูบิชิ ที่รถยนต์ฝีมือของคนไทย ได้ส่งไปขายยังประเทศต้นกำเนิดของรถรุ่นนี้ …

Mitsubishi-Mirage-Bloom-Edition

ในวันที่ 13 มีนาคม 2556 Mitsubishi Mirage ฉลองครบรอบ 1 ปี ในไทย กับยอดขายรวม 49,296 คัน เลยออก Mitsubishi Mirage Bloom Edition เพื่อเฉลิมฉลอง ในราคา 549,000 บาท ส่วนสีขาวมุก ราคา 554,000 บาท

ภายในมาพร้อมเบาะผ้าแบบพรีเมียม พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมการตกแต่งสีเงินแบบ Silver Decoration และสัญลักษณ์ Bloom Edition ที่ประตูท้าย โดยมี 2 สีให้เลือก คือ สีม่วง (Blossom Purple) และสีขาวมุก (White Pearl)

Mitsubishi-Mirage-Hello-Kitty-2014

10 กุมภาพันธ์ 2557 Mitsubishi ได้แนะนำชุดตกแต่ง “Hello Kitty” (ฮัลโหล คิตตี้) สำหรับ Mirage เพื่อคนที่ชื่นชอบความน่ารักและสดใส โดยมีชุดตกแต่งให้เลือกทั้งภายนอกและภายใน

สำหรับชุดตกแต่ง Hello Kitty มาพร้อมชุดตกแต่งสติกเกอร์ 6 ชิ้นประกอบด้วย ชุดตกแต่งฝากระโปรงหน้า ประตูข้าง 4 ประตู ประตูท้าย เพิ่มความน่ารักด้วยมือจับประตูด้านนอกสีชมพู ฝาปิดถังน้ำมันลายโบว์สีแดง และ สปอยเลอร์หลังสีชมพู ในขณะที่ชุดตกแต่งภายใน มาพร้อมผ้าคลุมเบาะพิเศษ และแผ่นรองวางของลาย Hello Kitty

Mitsubishi-Mirage-2014

11 สิงหาคม 2557 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ปรับโฉม มิตซูบิชิ มิราจ เฉพาะรุ่น GLS Ltd. โดยพร้อมแนวคิด “Make Life More Fun” – สนุกได้มากกว่า ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้โดดเด่นมากขึ้น ด้วยล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED และเสาอากาศแบบสั้น

Mitsubishi-Mirage-2014

ตกแต่งภายในใหม่ ด้วย Piano Black และพวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มหนังตกแต่งแบบ Silver Decoration พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย แผงระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติตกแต่งโครเมียม และสะดวกสบายยิ่งขึ้นจากการปรับช่องใส่ของอเนกประสงค์ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพิ่มช่องเก็บของบริเวณใต้คอพวงมาลัยและราวจับเหนือศรีษะ 3 ตำแหน่ง

โดย Mitsubishi Mirage GLS Ltd. ยังมาพร้อมระบบเครื่องเสียงพร้อม Navigator ใหม่ และจอภาพแบบ Touch Screen รวมไปถึงไฟส่องสว่างห้องสัมภาระ และฐานเกียร์พร้อมไฟแสดงตำแหน่ง เพิ่มความปลอดภัยขึ้นด้วยระบบไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS (Emergency Stop Signal System) เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติคู่ด้านคนขับ และเหล็กกันโคลงด้านหน้า

Mitsubishi-Mirage-POP-Japan-2015

1 กรกฎาคม 2558 Mitsubishi นำเสนอ “Mirage Pop Japan” เอาใจวัยรุ่น ด้วยชุดแต่งแท้รอบคันจากประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นสปอยเลอร์หลัง) จำนวนจำกัด 200 ชุด เท่านั้น

สำหรับชุดตกแต่งภายนอกประกอบด้วย ชุดตกแต่งชายกันชนหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง และสปอยเลอร์หลัง มีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีเหลือง, สีเขียว, สีฟ้า, สีแดง, สีบรอนซ์เงิน, สีเทาดำ และสีดำ (สปอยเลอร์หลัง มีเฉพาะรุ่น GL และ GLX เท่านั้น และไม่มีสปอยเลอร์หลังสีบรอนซ์เงิน)

Mitsubishi-Mirage-Ralliart-2015

6 พฤศจิกายน 2558 Mitsubishi แนะนำชุดสติ๊กเกอร์ตกแต่ง Mirage ของแท้จากแรลลี่อาร์ต (RalliArt) เอาใจวัยรุ่น ประกอบด้วย สติ๊กเกอร์ติดฝากระโปรงหน้า กันชนหน้า ด้านข้างรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวา และสัญลักษณ์แรลลี่อาร์ตติดท้ายรถ จะเลือกซื้อเป็นรายชิ้นก็ได้ จำนวนจำกัดเพียง 250 ชุดเท่านั้น

Mitsubishi-Mirage-2015

เวลาก็ผ่านไปเร็วมาก … ในวันที่ 1 ธันวาคม 2558 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว “Mirage ใหม่ : ให้คุณมากกว่าที่คิด” มาพร้อม 3 คุณสมบัติหลัก …

  • “Stylish” – โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกและภายในใหม่ ตามแนวคิด “Spicy Small” และเพิ่มสีมาตรฐานใหม่ 3 สี คือ สีแดง (Red Wine) สีส้ม (Sunrise Orange) สีเทาไทเทเนียม (Titanium Grey)
  • “Smart Safety” – ครบครันด้วยระบบเสริมความปลอดภัยอัจฉริยะที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถอีโค คาร์
  • “Saving” – ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

ปรับโฉมภายนอก ทั้งกระโปรงหน้า กระจังหน้า และกันชนหน้า-หลัง พร้อมการตกแต่งด้านล่างกระจังหน้าแบบโครเมียม และไฟท้ายแบบ LED โดยในรุ่น GLS-LTD และ GLS มีการติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-Xenon HID ไฟหรี่แบบสเปคตรัม LED ไฟตัดหมอกหน้า และสปอยเลอร์หลังแบบใหม่พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED รวมทั้งล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว แบบทูโทน ลายใหม่

Mitsubishi-Mirage-2015

ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำ แบบ Piano Black บริเวณแผงคอนโซลหน้า ฐานเกียร์ และแผงประตู โดยในรุ่น GLS-LTD และ GLS มาพร้อมเบาะผ้าสีดำลายใหม่เย็บด้ายสีเงิน พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน ออกแบบใหม่ ตกแต่งด้วยโครเมี่ยมผสมผสานกับวัสดุสีดำแบบ Piano Black และมาตรวัดการขับขี่แบบ Semi-High Contrast (ยกเว้นรุ่น GL) รวมทั้งเพิ่มฟังก์ชั่นที่สะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยมาพร้อมระบบควบคุมการสั่งงานด้วยเสียงและปุ่มรับสาย-วางสายที่พวงมาลัย ในรุ่น GLS และ GLX

ในรุ่น GLS-LTD และ GLS มีการติดตั้งระบบเสริมความปลอดภัยอัจฉริยะที่ถือเป็นครั้งแรก ในอีโคคาร์ นั่นคือ …

– ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) (FCM-LS : Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range)
– ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) (RMS-Forward : Radar Sensing Misacceleration Mitigation System-Forward)

พร้อมติดตั้ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC-Active Stability Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA-Hill Start Assist System), ระบบเบรก ABS (ABS-Anti Lock Braking System) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD-Electronic Brake Force Distribution) และระบบเสริมแรงเบรก (BA-Brake Assist)

ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า และเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและระบบผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่งซึ่งในรุ่น GLS-LTD และ GLS เป็นแบบ 2 ทิศทาง (ด้านคนขับ)

มีให้เลือกใน 5 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น Mirage GL MT ราคา 383,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX MT ราคา 439,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX AT ราคา 473,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS AT ราคา 539,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS-LTD AT ราคา 567,000 บาท

Mitsubishi-Mirage-Limited-Edition-2019

ล่วงมาจนถึง 13 สิงหาคม 2562 Mitsubishi Mirage เปิดตัวรุ่นพิเศษ Limited Edition อีกรอบ พัฒนาจากรุ่นย่อยยอดนิยม GLX CVT โดยได้ยกระดับตกแต่งพิเศษ ด้วยกระจกมองข้างสีดำ ปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, เสาประตูสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำ พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED, ล้อแม็กสีดำขนาด 15 นิ้ว และแผงครอบตกแต่งบริเวณกันชนหลัง กับปลายท่อไอเสียโครเมียม

ส่วนภายในตกแต่งพิเศษ กับ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมเดินด้ายสีแดง ตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black และโครเมียม และหัวเกียร์หุ้มหนังพร้อมเดินด้ายสีแดง อีกทั้งเบาะผ้าแบบสปอร์ตสีดำ-แดง พร้อมเดินด้ายสีแดง ในราคา 520,000 บาท

Mitsubishi-Mirage-2019

ต่อมาในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 Mitsubishi ได้ปรับโฉมใหญ่ให้กับ Mirage กันอีกรอบ เสริมความหรูหราขึ้น

ภายนอกมาพร้อม 2 สีใหม่ ได้แก่ สีขาว White Diamond และสะดุดตามากขึ้นด้วย สีเหลือง Sand Yellow กับกระจังหน้าแบบ Advanced Dynamic Shield แบบรถรุ่นอื่นๆ ของ Mitsubishi, ฝากระโปรงหน้าใหม่, กระจังหน้าตกแต่งด้วยเส้นสีแดง, กันชนหน้าใหม่, ไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมไฟ Daylight Running Light, ชุดไฟตัดหมอกแบบใหม่, ไฟท้ายแบบ LED, สปอยเลอร์หลังแบบใหม่ และล้อแม็กลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว

Mitsubishi-Mirage-2019

ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยลายคาร์บอน, เพิ่มจอแสดงข้อมูลการขับแบบ High Contrast, เบาะลายใหม่วัสดุหนังสังเคราะห์ เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนจอแสดงผลส่วนกลางด้วยระบบ Smartphone – Link Display Audio (SDA) กับจอขนาด 7 นิ้ว รองรับการใช้งาน Apple CarPlay ระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri พร้อมระบบ Bluetooth, ระบบ Cruise Control (ในรุ่นย่อย GLS-LTD), แอร์อัตโนมัติ, กุญแจอัจฉริยะ KOS, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และกล้องหลังช่วยถอยจอด

ส่วนระบบระบบความปลอดภัยจัดเต็ม อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว FCM-LS, ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเฉพาะด้านหน้า RMS-Forward, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC, ระบบป้องกันการลื่นไถล TCL, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรค ABS-EBD-BA และระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS

รุ่นย่อยเหลือให้เลือกด้วยกันเพียง 4 แบบ นั่นคือ

  • รุ่น Mirage GLX MT ราคา 474,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLX CVT ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS CVT ราคา 574,000 บาท
  • รุ่น Mirage GLS-LTD CVT ราคา 619,000 บาท

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Mitsubishi Mirage เป็นรถมือสองที่ยังน่าซื้อน่าใช้ และมียังขายในแบบรถป้ายแดงด้วย รูปทรงน่ารัก

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

สมรรถนะดี อัตราเร่งดี วงเลี้ยวแคบ จอดได้ง่าย คุณภาพคับแก้ว อะไหล่หาง่าย ประหยัดน้ำมัน ของแต่งมีให้เลือกเยอะ ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง แต่การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร อาจจะยังไม่ดีนัก และเครื่องยนต์ 3 สูบ เมื่อใช้งานไปนานๆ จะรู้สึกถึงอาการสั่นที่ค่อนข้างมากหน่อย

ช่วงล่างถือว่านิ่ม ไม่แข็งกระด้าง เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองมากกว่า หรือจะใช้งานในต่างจังหวัดก็ได้เช่นกัน แต่วิ่งเร็วๆ ต้องระวังร่อน ควรเสริมด้วยยางที่หน้ายางกว้างขึ้น หรือเปลี่ยนโช๊คอัพใหม่

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ต้องยอมรับว่า ค่าบำรุงรักษา ตรวจเช็คระยะของ Mitsubishi ถูกกว่าในอดีตมาก รุ่นนี้ก็เช่นกัน เก็บเงินไว้ดูแลปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็เพียงพอ แล้วก็ตรวจเปลี่ยน ซ่อมไปเป็นอย่างๆ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคาในตลาดรถมือสอง ปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 120,000 – 450,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปีรถ รุ่นย่อย และสภาพของตัวรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Mitsubishi Mirage รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Mitsubishi-Mirage ได้เลยครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก