10 อันดับ รถอเนกประสงค์ SUV - PPV และ Crossover ถูกสุดในไทย ปี 2021

ถ้าจะให้พูดถึง “รถ SUV” (Sport Utility Vehicle) แล้ว ในบ้านเราก็มีอยู่หลากหลายประเภท เริ่มต้นตั้งแต่แบบ Crossover ซึ่งมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันทั้งคัน ดูคล้ายกับรถเก๋งยกสูง รูปร่างหน้าตาสวย เน้นความอเนกประสงค์ ตัวรถไม่ใหญ่มากนัก เหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรืออาจจะลุยได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับแบบ SUV แท้ๆ

สำหรับรถ SUV นั้น ก็ยังมีอีก 2 แบบหลักๆ ได้แก่ SUV แบบที่มีลักษณะเดียวกันกับรถแนว Crossover แต่มีขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ดูลุยกว่า มีที่นั่งทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

และรถ SUV ที่มีพื้นฐานตัวรถเป็นแชสซีส์ แบบเดียวกับรถกระบะ หรือที่บ้านเรามักเรียกกันว่า “รถ PPV” หรือ Pick-up Passenger Vehicle แต่ปรับช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ด้วยการใช้คอยล์สปริง ตัวรถมีขนาดใหญ่ นั่งได้ 7 ที่นั่ง สามารถวิ่งในเมือง หรือลุยในทางฝุ่น เข้าป่าฝ่าดงได้

ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลากหลาย ขับไปทำงาน ไปพักผ่อนหย่อนใจกันได้ทั้งครอบครัว ฝนตกก็พอลุยน้ำท่วมได้ หรือเข้าทางลูกรังก็พอลุยได้ มีให้เลือกกันทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งยังแบ่งออกไปได้อีกเป็นแบบ Part-Time หรือแบบ Full-Time เป็นต้น

CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ SUV – PPV และ Crossover ราคาถูกสุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

New-MG-ZS-2020

1. MG ZS 1.5 C ราคา 689,000 บาท

MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) เป็นรถที่พวกลื้ออาจจะถามว่า กี่ล้านนนนน แต่ตอนพวกลื้อจะขาย ก็อาจจะถามว่า เหลือกี่แสนนนนน …..

โดย MG ZS จัดเป็นรถในระดับ B-SUV รุ่นไมเนอรเชนจ์ล่าสุด ตามประสารถใหม่ 2020 เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยความเป็น Smart SUV ที่ชูจุดเด่นอย่างระบบ i-Smart ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และยังดูสถานะและสั่งงานระบบต่างๆ ของตัวรถผ่านแอพพลิเคชั่น MG iSMART บนโทรศัพท์มือถือ ได้อีกทั้งยังตั้งราคาในแบบที่ว่า “จับต้องได้” จนหลายต่อหลายคนต้องลองซื้อไปใช้กัน ห้องโดยสารภายในกว้างขวาง หรูหรา ใช้งานได้อเนกประสงค์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ตัวเดียวกับที่ใช้ใน MG3 และ MG5 แต่ปรับแรงม้าให้มากขึ้นมาเป็น 114 แรงม้า พร้อมกับปรับปรุงชิ้นส่วนภายใน และช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension ส่งกำลังผ่านระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT ใหม่

Honda-BR-V-2019

2. Honda BR-V 1.5 V ราคา 765,000 บาท

Honda BR-V (ฮอนด้า บีอาร์วี) เป็นรถแนว Active Sport Crossover มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่และไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟตัดหมอกใหม่ เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว แถมยังสีภายนอกเพิ่มสีใหม่ แดงมุก Passion Red

ชูจุดเด่นด้วยภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ-แดงสไตล์สปอร์ต มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 หรือพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) ปรับเลื่อนหน้า-หลัง เพื่อให้ผู้โดยสาร แถวที่ 3 เข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น และพนักพิงปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ โดยเบาะนั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง พนักพิงสามารถพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย และแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบเดียวกับใน Honda City (รุ่นเก่า) ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT โดยทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams พร้อมรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85

Mazda-CX-3-2021-Collection

3. Mazda CX-3 2.0 Base 2021 Collection ราคา 769,000 บาท

Mazda CX-3 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-3) ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์โฉมใหม่ 2021 Collection ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถอเนกประสงค์ Compact SUV โดยเปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2563 ตัวรถดูเรียบหรู ภายใต้ Concept “Less is More”

ใส่อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเข้าไปจนล้นคัน อาทิ ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ กล้องมองหลังไฟ รองรับระบบ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบ Android Auto ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start Button) เป็นต้น

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ให้กำลังเครื่องยนต์มากที่สุดและประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.4 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Nissan-Kicks-e-Power-Motor-Expo-2020

4. Nissan Kicks e-POWER S ราคา 889,000 บาท

Nissan Kicks e-POWER (นิสสัน คิกส์) เป็นรถครอสโอเวอร์ไฮบริด ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างการใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปปั่นกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน และจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าให้ขับเคลื่อนรถยนต์อีกที ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) แต่ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เหมาะกับการขับรถทางไกล

ขุมพลังหลักคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ขนาด 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 79 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) หากรวมพลังทั้งหมด ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า

DFSK Glory i-Auto

5. DFSK Glory i-Auto ราคา 899,000 บาท

การกลับมาใหม่อีกครั้ง สำหร้บ DFSK (ดีเอฟเอสเค) ที่เคยผลิตและนำเข้ารถบรรทุกเล็กกับรถตู้มาขายในไทย ก่อนจะเลิกไป งวดนี้ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ ได้นำเข้า DFSK Glory i-Auto (ดีเอฟเอสเค กลอรี่ ไอ-ออโต้) รถ Crossover SUV สัญชาติจีนแบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งในตลาดจีนเองใช้ชื่อว่า Dongfeng Fengguang 580 (ตงฟง เฟิงกวง 580) เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงปี 2016 มาขายในไทย

ภายนอกมาพร้อมกระจังหน้าแบบ Infinite Starlight Design ชุดไฟหน้าแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ส่วนไฟท้ายแบบ Full LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential, หลังคาแบบ Panoramic Sunroof ที่สั่งการเปิดได้ด้วยเสียง, ประตูบานท้ายแบบไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์เท้า, กล้อง 360 องศารอบคัน และล้อแม็กแบบสปอร์ตขนาด 18 นิ้ว

ส่วนภายในห้องโดยสาร ตกแต่งหรูหราพร้อมลายไม้ มาพร้อมหน้าจอ Infotainment แบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว กับปุ่มสั่งงานบริเวณแผงคอนโซล, ระบบสั่งการด้วยเสียง i-Talk, เบาะหนังแท้ 7 ที่นั่ง พร้อมกล้องบันทึกภาพขณะรถวิ่ง และระบบความปลอดภัยมากมาย

ขุมพลังมีขนาด 1.5 ลิตร ที่เสริมความแรงไว้ด้วย Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT บนน้ำหนักตัวรถ 1,510 กิโลกรัม

New-MG-HS-2019

6. MG HS 1.5 T 2WD C ราคา 919,000 บาท

New MG HS (เอ็มจี เอชเอส) รถยนต์ SUV รุ่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “Elegance” นิยามของ SUV ที่เหนือระดับ ดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน

ภายในห้องโดยสารออกแบบให้โค้งมนโอบรับสรีระ พร้อมเล่นระดับ และตกแต่งด้วยวัสดุภายในให้สัมผัสนุ่ม (Soft Touch) ทั้งบริเวณคอนโซลหน้า แผงประตูหน้า-หลัง และเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara พร้อมหน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function Display ขนาด 7 นิ้ว ส่วนหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด  250 นิวตัน-เมตร ในรอบที่ต่ำเพียง 1,700 รอบ/นาที โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

Honda-HR-V-2019

7. Honda HR-V E ราคา 949,000 บาท

Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์วี) จัดว่าเป็นรถ Crossover ที่ขายดีมากเมื่อหลายปีก่อน ช่วงตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2556 กวาดยอดขายไปกว่า 83,000 คัน (ยอดขายถึงเดือนมิถุนายน 2562) ด้วยตัวรถที่โดดเด่น ภายในห้องโดยสารอเนกประสงค์ โดนเด่นด้วยออพชั่นต่างๆ เช่น เบรกมือไฟฟ้า หรือระบบ Honda LaneWatch และเบาะหลังปรับพับได้ 3 รูปแบบ Long Mode, Tall Mode และ Utility Mode

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 141 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams และยังรองรับน้ำมัน E85 อีกด้วย

Mazda-CX-30-2020

8. Mazda CX-30 2.0 C ราคา 979,000 บาท

Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ออกแบบภายใต้แนวคิด Kodo: Soul of Motion เป็นรถที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mazda3 เพิ่มทางเลือกระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 โดย CX-30 ยังเป็นรถที่ได้รางวัล 1 ใน 3 รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกปี 2020 มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและการชับขี่ ภายในนั่งกันได้ 4 คนสบายๆ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง หรือชอบที่ชื่นชอบรถ SUV แนวสปอร์ต

มาพร้อมขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว SkyActiv-G ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร และสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ได้

Toyota-Corolla-Cross-2020

9. Toyota Corolla Cross 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท

Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) นับได้ว่าเป็นรถ SUV Crossover ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue)

ตัวรถภายนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว หรูหราแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ส่วนห้องโดยสารภายในใช้โทนสีแดงใหม่ Terra Rossa มีจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

เครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่นเบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร

Subaru-Forester-2019

10. Subaru Forester 2.0 i-L AWD ราคา 1,030,000 บาท

Subaru Forester (ซูบารุ ฟอเรสเตอร์) จัดเป็นรถ SUV ที่ประกอบในไทย ด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกับญี่ปุ่น มีราคาเริ่มต้นเร้าใจมากๆ ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด นั่นคือ Subaru Global Platform เพิ่มการดูดซับแรงกระแทกมากขึ้นถึง 40% ลดการสั่นโคลงได้มากขึ้น 50% อีกทั้งตัวรถ ยังมีหน้าตาที่ดูทะมัดทะแมง บึกบึนขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ห้องโดยสารสไตล์รถครอบครัว นั่งสบายทั้ง 5 ที่นั่ง ส่วนในรุ่น Top สุด ยังมีระบบ Eyesight กล้องคู่ ซึ่งประกอบไปด้วย ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน, ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน, ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่, ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนและเมื่อรถส่าย ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกด้วย และพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้นในห้องโดยสารด้านหลัง พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่ใหญ่ขึ้น ช่องเปิดท้ายรถที่กว้างขึ้น มีประตูพาวเวอร์ด้านหลัง ช่วยให้เปิด-ปิด และล็อคประตูทุกด้านของรถ ได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ Boxer DOHC 16 วาล์ว Di 156 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Lineartronic แบบแปรผันอัตราทดต่อเนื่อง CVT 7 สปีด บนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD Symmetrical All-Wheel Drive ส่งพลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่แบบตลอดเวลา ช่วยให้รถเกาะถนน และช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยสูงสุด และฟังก์ชั่น X-MODE ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย

อันนี้แถมให้ …

All-New-Isuzu-MU-X-2020

10. Isuzu MU-X 4X2 1.9 Ddi Active A/T ราคา 1,109,000 บาท

“All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์)” ใหม่ เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมดระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power 190 แรงม้า และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 150 แรงม้า พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L

New Toyota C-HR 2021

10. Toyota C-HR HV Premium Safety ราคา 1,139,000 บาท

Toyota C-HR (โตโยต้า ซี-เอชอาร์) โฉมไมเนอร์เชนจ์ ชื่อรุ่น C-HR นั้นย่อมาจากคำว่า Coupe High Rider จัดเป็นรถประเภท Compact SUV เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 กับดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด บนโครงสร้าง TNGA (Toyota Global New Architecture) และปลอดภัยสูงสุดกับ Toyota Safety Sense

มีเครื่องยนต์ ช่วงก่อนหน้านี้มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า แต่ตอนนี้เลิกผลิตไปแล้ว

เหลือเพียงแต่ในรุ่น Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังขับรวมมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า ที่พัฒนาให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และพิเศษสำหรับรุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ SUV – PPV และ Crossover ถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี!

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

สำหรับใครที่กำลังอยากขายรถคันเดิมเวลานี้ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ : *ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนกันยายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

**การจัดอันดับ หากเป็นรถ SUV รุ่นที่มีราคาเท่ากันในหลายยี่ห้อนั้น ทางเราจะจัดอันดับเรียงตามการเปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุด หรือการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุด ขึ้นเป็นอันดับแรก

CARRO Automall แนะนำ Eco-Car ราคาประหยัด

ในปัจจุบัน “รถมือสอง” ในรูปแบบ “Eco-Car” (อีโคคาร์) นับได้ว่าเป็นรถยนต์ยอดนิยม ทั้งในตลาดรถป้ายแดง หรือรถมือสอง ด้วยคุณลักษณะที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่ให้กำลังใช้งานในเมืองได้พอดีๆ รวมถึงความอเนกประสงค์ในการใช้งาน ประหยัดน้ำมัน และอะไหล่หาง่าย ศูนย์บริการมีพร้อม

เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ แม่บ้าน หรือนักศึกษา ที่อยากได้รถมือสองประหยัดน้ำมัน หาที่จอดง่าย ไว้ใช้งานในเมือง ไปจ่ายตลาด หรือขับไปมหาวิทยาลัย ในงบประมาณจำกัด และมีราคารถมือสองที่ไม่แพงมาก ซื้อขายง่าย

ตัวเลือกอย่างรถยนต์ Eco-Car 2021 (อีโคคาร์) ที่ถือว่าเหมาะสมกับงบประมาณและสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ … CARRO Automall ขอแนะนำ ราคารถ Eco-Car มือสองถูกที่สุด! สุดคุ้มน่าใช้ คุณภาพเยี่ยมทุกคันจาก CARRO Automall ประจำเดือนกันยายน 2564 ว่ามีรุ่นไหนที่น่าสนใจกันบ้าง รับชมกันได้เลยครับ

Toyota Yaris

TOYOTA YARIS ECO 1.2 J 2016 แดง

1. Toyota Yaris 1.2 J ปี 2012 เลขไมล์ 89,184 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 309,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-eco-2016-G907Z8.html

TOYOTA YARIS ECO 1.2 G 2017 ขาว

2. Toyota Yaris 1.2 G ปี 2017 เลขไมล์ 43,232 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 339,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-eco-2017-GM9LXX.html

Toyota Yaris ATIV

TOYOTA YARIS ATIV 1.2 E 2019 เทา

1. Toyota Yaris ATIV 1.2 E ปี 2019 เลขไมล์ 21,486 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 389,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2019-GP11VJ.html

TOYOTA YARIS ATIV 1.2 E 2019 ดำ

2. Toyota Yaris ATIV 1.2 E ปี 2019 เลขไมล์ 7,791 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 399,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2019-EQ123J.html

TOYOTA YARIS ATIV 1.2 S+ 2019 เทา

3. Toyota Yaris 1.2 S+ ปี 2019 เลขไมล์ 35,116 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 389,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2019-EQ1R45.html

Nissan March

 

 

Nissan Almera

NISSAN ALMERA 1.2 E 2012 น้ำตาล

1. Nissan Almera 1.2 E ปี 2012 เลขไมล์ 200,000 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ฟรีดาวน์! ลดราคา! เหลือ 159,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2012-EK160W.html

NISSAN ALMERA 1.2 E 2012 น้ำตาล

2. Nissan Almera 1.2 E ปี 2012 เลขไมล์ 193,673 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ฟรีดาวน์! CARRO ช่วยผ่อนถึงสิ้นปี ราคา 179,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2012-E4NYYZ.html

NISSAN ALMERA 1.2 VL 2012 น้ำตาล

3. Nissan Almera 1.2 VL ปี 2012 เลขไมล์ 112,113 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ฟรีดาวน์! ลดราคา! เหลือ 209,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2012-E155JK.html

NISSAN ALMERA 1.2 E 2017 เทา

4. Nissan Almera 1.2 E ปี 2017 เลขไมล์ 127,701 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ฟรีดาวน์! ลดราคา! เหลือ 269,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2017-D2671Q.html

NISSAN ALMERA 1.2 V SPORTECH 2018 แดง

5. Nissan Almera 1.2 V Sportech ปี 2018 เลขไมล์ 43,940 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 309,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2018-D26JJO.html

NISSAN ALMERA 1.0 VL TURBO 2020 แดง

6. Nissan Almera 1.0 VL Turbo ปี 2010 เลขไมล์ 11,347 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 519,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2020-EN17OJ.html

Honda Brio Amaze

HONDA BRIO AMAZE 1.2 V 2013 น้ำเงิน

1. Honda Brio Amaze 1.2 V ปี 2013 เลขไมล์ 52,417 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 259,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-brio-2013-EQ18MR.html

HONDA BRIO AMAZE 1.2 V 2016 เทา

2. Honda Brio Amaze 1.2 V ปี 2016 เลขไมล์ 116,575 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 289,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-brio-2016-E710RO.html

Mitsubishi Mirage

MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLX 2013 เทา

1. Mitsubishi Mirage 1.2 GLX ปี 2013 เลขไมล์ 131,191 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 199,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-mirage-2013-E719LR.html

MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLS Ltd. 2012 เทา

2. Mitsubishi Mirage 1.2 GLS-Ltd. ปี 2012 เลขไมล์ 134,456 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 199,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-mirage-2012-D264V8.html

MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLS 2013 เหลือง

3. Mitsubishi Mirage 1.2 GLS ปี 2013 เลขไมล์ 59,528 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 209,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-mirage-2013-EQ1O65.html

MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLS 2013 ดำ

4. Mitsubishi Mirage 1.2 GLS ปี 2013 เลขไมล์ 95,204 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 199,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-mirage-2013-DO1M4W.html

MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLX 2018 ดำ

5. Mitsubishi Mirage 1.2 GLX ปี 2018 เลขไมล์ 43,720 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 279,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-mirage-2018-E7155Y.html

Mitsubishi Attrage

MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 GLX 2017 เทา

1. Mitsubishi Attrage 1.2 GLX ปี 2017 เลขไมล์ 23,929 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 269,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-attrage-2017-GVMW66.html

Suzuki Swift

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2012 ขาว-ดำ

1. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2012 เลขไมล์ 144,570 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 239,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2012-G30NKJ.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2012 เทา

2. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2012 เลขไมล์ 59,045 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 249,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2012-G30NKJ.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2013 ส้ม

3. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2013 เลขไมล์ 123,986 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 259,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2013-DL1M5O.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2013 แดง

4. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2013 เลขไมล์ 80,084 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 259,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2013-G03Z8Q.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2015 ฟ้า

5. Suzuki Swift 1.2 GL ปี 2015 เลขไมล์ 59,071 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 249,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2015-G03Z18.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2018 ขาว

6. Suzuki Swift 1.2 GL ปี 2018 เลขไมล์ 23,879 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 369,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2018-GP1N26.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2018 น้ำเงิน

7. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2018 เลขไมล์ 88,309 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 369,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2018-E71KOR.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2018 น้ำเงิน

8. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2018 เลขไมล์ 40,238 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 369,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2018-DO1MYJ.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2019 น้ำเงิน

9. Suzuki Swift 1.2 GL ปี 2019 เลขไมล์ 17,220 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 379,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2019-D26936.html

Mazda2

MAZDA 2 1.3 High Connect 2015 ขาว

1. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2015 เลขไมล์ 214,125 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 299,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2015-G30K4K.html

MAZDA 2 1.5 XD 2015 ดำ

2. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2015 เลขไมล์ 56,128 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 329,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2015-EK1J6P.html

MAZDA 2 1.3 High Connect 2016 ขาว

3. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2016 เลขไมล์ 19,246 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 309,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2016-GVMV44.html

MAZDA 2 1.3 Sports High Connect 2016 ขาว

4. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2016 เลขไมล์ 139,726 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 359,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2016-EZQ7R2.html

MAZDA 2 1.5 XD High Plus 2016 ขาว

5. Mazda2 1.5 XD Plus ปี 2016 เลขไมล์ 75,736 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 339,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2020-DO12Z4.html

MAZDA 2 1.3 High 2017 เทา

6. Mazda2 1.3 High ปี 2017 เลขไมล์ 156,348 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 399,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2017-D26V86.html

MAZDA 2 1.3 High Plus 2019 ขาว

7. Mazda2 1.3 High Plus ปี 2019 เลขไมล์ 41,328 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม CARRO ช่วยผ่อนถึงสิ้นปี ราคา 419,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2019-EWPLZQ.html

MAZDA 2 1.3 High Connect 2020 ขาว

8. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2020 เลขไมล์ 36,724 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 429,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2020-DO12Z4.html

ส่วนช่วงนี้ ใครอยากซื้อรถ Eco-Car มือสอง (รถอีโคคาร์มือสอง) สภาพเยี่ยม ราคาเบาๆ CARRO Automall แหล่งรวมรถ Eco-Car มือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถ Eco-Car ออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถ Eco-Car ทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์อีโคคาร์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถ Eco-Car คุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถ Eco-Car รุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

ช่วงหน้าฝนนี้ บรรดารถ SUV นี่ถือว่ามีบทบาทสำหรับคนใช้รถในไทยมานานสามสิบปีแล้วก็ว่าได้ ทั้งความอเนกประสงค์ในการใช้งาน การบรรทุกสัมภาระ ตอบโจทย์คนมีครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ใช้รถเดินทางไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติ ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ ล้วนออกแบบมาใช้ขับง่าย ใช้งานง่าย ออฟชั่นเพียบ และเพิ่มความหรูหรามากกว่าในอดีตเป็นเท่าตัว

แต่รถอีกประเภทหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มรถ SUV เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีแชสซีส์เหมือนรถกระบะ แล้วใช้ตัวถังรถครอบลงไป ที่ในไทยมักเรียกกันว่ารถ “PPV” (Pick-Up Passenger Vehicle = รถอเนกประสงค์ที่มีพื้นฐานมาจากรถกระบะ) โดยมากแล้วจะเป็นรถ 7 ที่นั่ง ซึ่งก็มียอดขายที่สูงมากต่อด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสองก็ตาม

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

สำหรับรถยนต์ที่ CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) จะมาแนะนำให้คนที่กำลังมองหารถใช่วงหน้าฝนนี้ ได้ซื้อไว้ใช้งาน เป็นเจ้าของรถครอบครัวกันสักคัน โดยต้องเป็นรถที่มีที่เก็บของจุกจิกได้ เบาะพับได้หลายรูปแบบ แถมราคาขายต่อดี ไม่ตก แถมยังเป็นแบรนด์ตลาด ขับไปไหนก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของศูนย์บริการ และการหาอะไหล่

ไปรู้จักกับ Mitsubishi Pajero Sport (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต) รุ่นปี 2015 – ปัจจุบัน ที่ทาง CARRO Automall ภูมิใจเสนอ และอยากให้คุณได้เป็นเจ้าของกันครับ มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

Mitsubishi Pajero Sport เจเนอเรชั่นที่ 2 (รุ่นปัจจุบัน) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 มีความล้ำสมัยที่สุดและครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เริ่มจากการออกแบบตัวรถที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ด้วยการยกระดับงานดีไซน์ด้วยการถ่ายทอดเอกลักษณ์การออกแบบล่าสุด “Dynamic Shield” ตัวถังใหญ่ แข็งแกร่ง และบึกบึน งานออกแบบยังสะท้อนแนวคิด “รูปลักษณ์ที่สอดคล้องกับการใช้งาน” ผสมผสานการปกป้อง สมรรถนะการขับขี่

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

ภายในห้องโดยสารของ ปาเจโร สปอร์ต หรูหราและอเนกประสงค์ยิ่งขึ้น ด้วยคอนโซลกลางเสริมด้วยวัสดุนุ่มบริเวณด้านข้าง มาตรวัดแบบ High Contrast พร้อมการแสดงผลแบบอนิเมชั่น 3 มิติ และระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร เทคโนโลยีนาโนอิ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ยังรวมถึงช่องชาร์จไฟฟ้า 220V AC ช่องเก็บสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เบรกมือไฟฟ้า ช่องระบบปรับอากาศดีไซน์ใหม่สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 ตลอดจนระบบกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ท และมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่กว้างขวางที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง

ความหรูหราและสะดวกสบาย ยังรวมถึงระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ Dual Zone แยกปรับซ้าย-ขวา พวงมาลัยแบบปรับขึ้นลงและเข้าออกได้ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง หน้าจอบนเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติและระบบปรับอากาศด้านหลัง

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

Pajero Sport รุ่นนี้ ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ ด้วย T-Shaped High Console ที่จัดวางทุกฟังก์ชั่นให้อยู่ในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งาน รวมถึงหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว และระบบ Navigator พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นมีสวิตช์ควบคุมระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ และสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง พร้อม Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าถึงแม้รถคันหน้าจะชะลอความเร็วหรือหยุดรถ ระบบนี้จะช่วยรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยไว้ได้

Pajero Sport ยังมาพร้อมระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอัจฉริยะ (ETACS) ระบบนี้ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตัวรถ ทั้งใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดระบบไฟฟ้า ระบบไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนช่องทาง ระบบเตือนลืมปิดไฟหรี่ ระบบสัญญาณไฟกระพริบเมื่อหยุดรถฉุกเฉิน ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติตามความเร็ว ระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์และเมื่อกดรีโมท ระบบกุญแจนิรภัยและกุญแจอัจฉริยะ

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC บล็อกอลูมิเนียม ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Sport Mode และระบบ INC (Idle Neutral Control) + G-Sensor

ระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD-II ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีทั้งหมด 4 โหมด ประกอบด้วย โหมด 2H ระบบขับเคลื่อนสองล้อ (2WD High-Range) โหมด 4H ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full Time – All Wheel Control (4WD High-Range) โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-range with Locked Transfer) และโหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer) ระบบนี้ ยังมาพร้อมโหมดออฟโรดที่หลากหลาย และเฟืองท้ายดิฟล็อก ที่สืบทอดมาจากตำนานในสนามแข่ง

สำหรับ Pajero Sport โฉมนี้ มีรุ่นย่อยให้เลือก ได้แก่ 2.4 GT 2WD, 2.4 GT Premium 2WD และ 2.4 GT Premium 4WD

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ในเดือนพฤศจิกายน 2561 Mitsubishi เปิดตัวรุ่นพิเศษให้กับ Pajero Sport ด้วย “Elite Edition” มาพร้อมชุดหรูๆ ประกอบด้วยสัญลักษณ์ Pajero Sport บนฝากระโปรงหน้า, กระจังหน้าสีดำ, ชุดแต่งใต้กันชนหน้า-หลังสีดำ, ราวหลังคาสีดำ, สปอยเลอร์หลัง, ปลายท่อไอเสียสเตนเลส และล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ส่วนตัวถังสีขาว White Pearl มาพร้อมหลังคาสีดำ Jet Black Mica

ห้องโดยสารภายใน มาพร้อมเบาะหนังแท้สีน้ำตาลแบบ Horizontal Stripe พร้อมกับเทคโนโลยี Quole Modure สะท้อนความร้อนจากแสงแดด, แผงข้างประตูและกล่องเก็บของคอนโซลกลางตกแต่งด้วยหนังสีน้ำตาล, กันรอยขอบประตูสเตนเลสพร้อมไฟ LED และพรมปูพื้นห้องโดยสาร

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport

ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 Mitsubishi เปิดตัว Mitsubishi Pajero Sport โฉมไมเนอร์เชนจ์ ครั้งแรกในโลก (อีกแล้ว) มาพร้อมหน้าตารูปลักษณ์ภายนอกใหม่ เพิ่มชุดไฟหน้า Bi-LED ปรับลำแสงอัตโนมัติ ไฟตัดหมอก LED และไฟท้าย LED คู่กับล้ออัลลอย 18 นิ้ว หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น

ส่วนภายในห้องโดยสารใช้จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส SDA ปรับปรุงใหม่เพื่อง่ายต่อการอ่าน และประตูท้ายไฟฟ้า สามารถเปิด-ปิด ด้วยสมาร์ทโฟน และระบบแฮนด์ฟรี

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2563 ตามมาติดๆ กับรุ่นพิเศษอย่าง Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต อีลิท เอดิชั่น) มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีดำ (Jet Black Mica) และสีขาว (White Diamond) ตัดกับหลังคาสีดำ

มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมาตรฐาน ได้แก่ กระจังหน้ารถสีดำตกแต่งด้วยโลโก้ “Pajero Sport” บนฝากระโปรงหน้า และโลโก้ “Elite Edition” ที่ฝาประตูท้าย พร้อมปลายท่อไอเสียสเตนเลส ทั้งนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งสีดำทั้งหมด ได้แก่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, ชุดตกแต่งใต้กันชนหน้า-หลัง, ราวหลังคา, สปอยเลอร์หลัง และเสาอากาศแบบครีบฉลาม

CARRO Automall แนะนำ Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition

ภายในห้องโดยสารหรูกราด้วยเบาะนั่งสีน้ำตาล “Quole Modure” ที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด และตกแต่งพิเศษด้วยแผงข้างประตู กับคอนโซลกลาง บุด้วยวัสดุนุ่มสีน้ำตาล พร้อมสัญลักษณ์ “Pajero Sport” เหนือกล่องเก็บของด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร ฝาครอบสเตนเลสพร้อมไฟ LED พรมห้องโดยสารปักโลโก้ “Pajero Sport” และกล้องบันทึกภาพหน้ารถ DVR (Digital VDO Recorder)

สำหรับคนนั่งตอนหลังเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงตลอดการเดินทางด้วยจอภาพขนาด 12.1 นิ้ว ติดตั้งบนเพดานรถ พร้อมรีโมทคอนโทรล รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และสมาร์ทโฟนผ่าน HDMI เป็นต้น

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนกันยายน 2564 เดือนหน้าฝนนี้ เรามี Mitsubishi Pajero Sport รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 6 คันครับ ได้แก่ …..

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2010 ขาว

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2010 ขาว

1. Mitsubishi Pajero Sport 2.5 GT ปี 2010 เลขไมล์ 178,136 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 389,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2010-GYPZNZ.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2012 ขาว

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2012 ขาว

2. Mitsubishi Pajero Sport 2.5 GT ปี 2012 เลขไมล์ 156,898 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 459,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2012-DXOYM9.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2012 น้ำตาล

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.5 GT 2012 น้ำตาล

3. Mitsubishi Pajero Sport 2.5 GT ปี 2012 เลขไมล์ 185,695 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 429,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2012-G6019R.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT PREMIUM 2WD 2015 น้ำตาล

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT PREMIUM 2WD 2015 น้ำตาล

4. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT ปี 2015 เลขไมล์ 155,896 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 759,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2015-E40Z4X.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT 2018 เทา

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT 2018 เทา

5. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT ปี 2018 เลขไมล์ 58,091 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 859,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2018-DO1894.html

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT 2018 ขาว

MITSUBISHI PAJERO-SPORT 2.4 GT 2018 ขาว

6. Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT ปี 2018 เลขไมล์ 66,539 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 879,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-pajero-sport-2018-E15024.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Mitsubishi Pajero Sport มือสอง (มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Mitsubishi Pajero Sport ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย! 

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand  โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนกันยายน 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

Mitsubishi-New-Car-Promotion

รวม Promotion รถใหม่ 2021 – 2022 Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ประจำเดือนสิงหาคม 2564

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม มาที่นี่เลย CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยีจากระบบ AI ช่วยประเมินสภาพรถก่อนขาย

รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่คุณต้องการ ก็ได้เช่นกัน มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

all-Model-Promotion-campaign

Mitsubishi Outlander PHEV ผ่อนสบายด้วยดอกเบี้ย 0%

  • เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% (1)
  • รับฟรี แพคเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 20,200 บาท และ ฟรีช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท (2)
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 34,300 บาท (3)
  • รับฟรี ค่าติดตั้งจุดชาร์จไฟ มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท (4)
  • รับฟรี เครื่องฟอกอากาศ Nanoe X (5)
  • รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (6)
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี (7) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (8)
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท ผ่าน M-Drive (9)

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564 รับ (1) (2) (3) (4) (5) และ (9)

all-Model-Promotion-campaign

New Attrage and New Mirage

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 5,1XX บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 17,600 บา
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ หรือ มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่ 1 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

Mitsubishi Xpander ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,1XX บาท

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 4,1XX บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%
  • เลือกรับ แพคเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 26,810 บาท และ ฟรีช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,000 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

Mitsubishi Xpander Cross ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,7XX บาท

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 4,7XX บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%
  • เลือกรับ แพคเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 26,810 บาท และ ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 22,800 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

New Pajero Sport และ New Pajero Sport Elite Edition ผ่อนเริ่มต้นเพียง 12,XXX บาท

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 12,XXX บาท หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%
  • เลือกรับ แพคเกจบำรุงรักษา 5 ปี มูลค่าสูงสุด 26,376 บาท และฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 29,300 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle)
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ และ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับ รุ่นซิงเกิ้ล แค็บ (LR) ดาวน์เริ่มต้นเพียง 26,XXX บาท

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 5,XXX บาท หรือ ดาวน์เริ่มต้น 26,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 18,900 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับ รุ่นซิงเกิ้ล แค็บ (4WD) ดาวน์เริ่มต้นเพียง 32,XXX บาท

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 6,7XX บาท หรือ ดาวน์เริ่มต้น 32,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 18,900 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับ รุ่นเมกะ แค็บ (LR) ดาวน์เริ่มต้นเพียง 30,XXX บาท

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 6,1XX บาท หรือ ดาวน์เริ่มต้น 30,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 21,100 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับ รุ่นเมกะ แค็บ (HR) ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,1XX บาท

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 7,1XX บาท  หรือ ดาวน์เริ่มต้น 34,XXX บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 21,100 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับรุ่น ดับเบิ้ล แค็บ (LR) รับดอกเบี้ย 1.99%* นาน 84 เดือน

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 6,9XX บาท (1) หรือ ดอกเบี้ย 1.99%* นาน 84 เดือน (2)
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 23,100 บาท (3)
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี (4) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (5)
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive (6)

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับรุ่น ดับเบิ้ล แค็บ (HR) รับดอกเบี้ย 1.99%* นาน 84 เดือน

  • เลือกรับ ผ่อนเริ่มต้น 8,3XX บาท หรือ ดอกเบี้ย 1.99%* นาน 84 เดือน
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 23,100 บาท
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

all-Model-Promotion-campaign

New Triton สำหรับรุ่น ดับเบิ้ล แค็บ (4WD) รับดอกเบี้ย 1.99%* นาน 84 เดือน

  • รับ ดอกเบี้ย 1.99%* นาน 84 เดือน (1)
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 23,100 บาท (2)
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี (3) พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี (4)
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive (5)

สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตั้งแต่ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

ดู Promotion Mitsubishi เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.mitsubishi-motors.co.th/th/buy/promotion

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

ในยุคที่ “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ “รถ EV” กำลังบูมสุดขีดในปัจจุบันนี้ ที่ทั่วโลกต่างเล็งเห็นถึงวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมที่ธรรมชาติเริ่มลงโทษมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเทรนด์รักษ์โลกของหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการลดการปล่อยไอเสียออกสู่ชั้นบรรยากาศให้น้อยที่สุด รถยนต์ไฟฟ้า จึงเป็นสิ่งที่พูดถึงเป็นอันดับต้นๆ

บรรดาค่ายรถตั้งแต่ในยุค 90 ต่างก็เริ่มเข็นรถยนต์ไฟฟ้าออกมามีให้เลือกกันหลายประเภท หลายขนาด ตามรูปแบบการใช้งาน ซึ่งถ้าจะให้พูดถึงรถขนาดจิ๋วที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ผู้คนมักนึกถึงรถจากจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า รถ K-Car หรือ “รถกระป๊อ” และ “รถตู้เล็ก” ที่ในบ้านเรานิยมเล่นกัน ก็มีรถ EV ทำออกมาขายกันเขาอยู่เหมือนกัน

MR.CARRO วันนี้เลยจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับ Mitsubishi Minicab MiEV (มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ) กันครับ.

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

Mitsubishi Minicab (มิตซูบิชิ มินิแค็บ) จัดเป็นรถ K-Car เพื่อการพาณิชย์ของ Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ที่เริ่มผลิตขึ้นมานับตั้งแต่ปี 1966 จนถึงปัจจุบัน โดยใน Minicab โฉมนี้รุ่น จัดอยู่ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ 1999 และผ่านการปรับโฉมมาแล้วหลายครั้ง

ส่วน Mitsubishi Minicab MiEV (มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ) จัดเป็นรถตู้เล็กแบบ EV หรือรถพลังงานไฟฟ้าขนาดจิ๋ว ที่ในตลาดแทบจะไร้คู่แข่งเลยทีเดียว (คู่แข่งที่เห็น ก็มีแค่ Daihatsu Hijet EV และ Suzuki Every EV) เปิดตัวในเดือนเมษายน 2011 ด้วยการนำเทคโนโลยีของ Mitsubishi i-MiEV มาต่อยอดในรูปแบบรถเชิงพาณิชย์ ก่อนจะประกาศขายจริงในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2011ในราคา 2,400,000 – 2,971,000 เยน (ที่จัดว่าแพงมากทีเดียว)

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

สำหรับโฉมแรก มีให้เลือกด้วยกัน 2 รูปแบบ นั่นคือ แบบ CD 10.5 kWh ให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 100 กิโลเมตร และ CD 16.0 kW ให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 150 กิโลเมตร

และยังผลิตรถบรรทุกเล็กอย่าง Mitsubishi Minicab Truck MiEV ตามออกมาภายหลังอีกด้วย โดยขายตั้งแต่ปี 2013 – 2017

ซึ่ง Mitsubishi ยังได้ร่วมมือกับทาง Suzuki (ซูซูกิ) ในการให้จัดหารถไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ป้อนให้กับทาง Suzuki นำไปติดยี่ห้อของตัวเองขายอีกด้วย ซึ่งเริ่มขายในชื่อ Suzuki Every EV ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2012

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

ก่อนจะปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ในเดือนพฤศจิกายน 2013, เดือนตุลาคม 2014, เดือนกรกฎาคม 2015, เดือนมกราคม 2017 และล่าสุดในเดือนกันยายน 2020 ที่เหลือเพียงรุ่นย่อยเดียว CD 16.0 kW ก่อนจะประกาศยุติการผลิตในวันที่ 31 มีนาคม 2021 แต่ก็ยังจะขายรถตู้เล็กรุ่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดสต๊อก

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

Mitsubishi Minicab MiEV มีมิติตัวรถยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,915 มม. ระยะฐานล้อ 2,390 มม. น้ำหนักรถ 1,100 – 1,110 กิโลกรัม

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

ห้องโดยสารภายใน มีอุปกรณ์ให้เท่าที่จำเป็น แอร์ วิทยุ รองรับการบรรทุกสินค้าที่หลากหลาย ถูกออกแบบให้สามารถบรรทุกสินค้าได้สูงสุด 350 กก. พร้อมผู้โดยสาร 2 คน (หรือ 4 คน) พื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อพับเบาะผู้โดยสารลงมีความยาว 2,685 มม. และประตูแบบสไลด์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนถ่าย

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส Y51 ให้กำลังสูงสุด 30 กิโลวัตต์ (41 แรงม้า) ที่ 2,500-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,000 รอบ/นาที และแบตเตอรี่ขนาด 16 kWh กำลังไฟ 330V รองรับการชาร์จไฟแบบเร็วด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO สามารถชาร์จไฟได้สูงสุด 80% ภายใน 35 นาที หรือด้วยการชาร์จไฟแบบปกติจนเต็มแบตเตอรี่ 100% ใช้เวลา 7 ชั่วโมง โดยให้ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง อยู่ที่ 150 กิโลเมตร (ตามโหมด JC-08)

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีระบบคืนพลังงานขณะเบรก ที่จะช่วยแปลงพลังงานจากการเบรกเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่ และยังสามารถเป็นแหล่งพลังงาน ภายใต้ Concept ระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต หรือ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ (Dendo Drive House) เหมือนกับ Mitsubishi Outlander PHEV (มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี) อีกด้วย

ปัจจุบันมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,431,000 เยน ในรุ่น 2 ที่นั่ง และ 2,453,000 เยน ในรุ่น 4 ที่นั่ง

ซึ่ง Mitsubishi Minicab MiEV เป็นรถตู้เล็กที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจในบ้านเรา หามาใช้งานจริงๆ ทั้งขับง่าย สะดวก คล่องตัว ช่วยลดต้นทุนกิจการของคุณ และทุกการเดินทาง ยังเงียบสงบ และไม่ปลอยมลพิษอีกด้วย ว่าแต่คุณสู้ราคาไหวหรือเปล่าล่ะ?

Mitsubishi Minicab MiEV รถตู้เล็กพลังงานไฟฟ้า

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิม มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

ค่ายรถ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 ฟรี

แม้ว่าเวลานี้ ไวรัส “โควิด-19” ยังคงระบาดและสร้างความเสียหายให้กับชาวโลกอย่างต่อเนื่อง และระบาดใหม่ในไทยอีกระลอกในปี 2564 นี้ จนต้องหาทางจัดการด้วยหลายวิธี เพื่อลดยอดผู้ป่วยสะสมให้ได้มากที่สุด รวมถึงลดภาระของแพทย์และพยาบาลให้ได้มากที่สุด การ์ดอย่าตกนะจ๊ะ การ์ดอย่าตก! แล้วก็ไปฉีดวัคซีนกันด้วยล่ะ

“รถยนต์” ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ ถ้าการดูแลรักษาหรือการใช้งานไม่สะอาดพอ เหล่าค่ายรถยนต์ รวมถึงดีลเลอร์รถยนต์ ผู้จำหน่ายรถอิสระ และศูนย์ฟาสต์ฟิตต่างๆ ในไทย จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ – อบโอโซน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่จะมีค่ายไหนที่ให้บริการ “ฟรี” บ้าง MR.CARRO รวบรวมมาให้อ่านกันแล้วครับ.

Toyota

Toyota (โตโยต้า) ลดความกังวลและสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบใหม่นี้ บริษัท โตโยต้าฯ ยังคงกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว โดยให้พนักงานของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทุกแห่งปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ในการดูแลเรื่องสุขอนามัยทั้งบริเวณโชว์รูมและศูนย์บริการฯ ในทุกจุดสัมผัส

รวมทั้งลูกค้าที่นำรถยนต์โตโยต้าเข้ารับบริการ จะได้รับการดูแลทำความสะอาด ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในรถยนต์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 471 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน – 30 มิถุนายน 2564

ขั้นตอนการปฏิบัติงานและการบริการลูกค้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการเพิ่มกระบวนการฆ่าเชื้อโรคฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

1. การนัดหมายคอลเซ็นเตอร์ จะแจ้งเงื่อนไขการคัดกรองลูกค้าและมาตรการดูแลรักษาความสะอาดภายในศูนย์บริการฯ เพื่อทำความเข้าใจและความสะดวกของลูกค้า

2. เมื่อลูกค้าเข้ารับบริการจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองเบื้องต้น

3. เจ้าหน้าที่รับรถเช็คทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนปฏิบัติงาน

4. สร้างความมั่นใจลูกค้าขณะนั่งรอภายในศูนย์บริการโตโยต้า ด้วยมาตรฐานการรักษาความสะอาดผ่านการเช็ดพื้นภายในศูนย์บริการฯ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และมีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ

5. หลังการซ่อมรถยนต์ เพิ่มมาตรการการทำความสะอาดรถยนต์ ด้วยการพ่นสเปรย์ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารทุกจุดก่อนการส่งมอบ

สำหรับลูกค้าที่สนใจทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคทั้งลูกค้าโตโยต้าและรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-386-2000 หรือโทรนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการฯของผู้แทนจำหน่ายฯ ใกล้บ้าน

โควิด-19

K. Motors

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ยกทัพทีมงานคุณภาพ มอบบริการฆ่าเชื้อโรคในรถ ฟรี!! สำหรับรถทุกยี่ห้อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส โควิด-19 ตั้งแต่ 1 – 31 พ.ค. 2564 เท่านั้น ลูกค้าที่สนใจเพียงนัดหมายล่วงหน้าที่ Call Center : 02-662-6555 หรือ m.me/toyotak.motors

สำหรับลูกค้าที่อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำการนัดหมายล่วงหน้าสามารถโทรติดต่อ Call Center ได้ที่ 02-662-6555 หรือ Inbox เข้ามาในเพจ www.facebook.com/toyotakmotors ทางเจ้าหน้าที่ของเราจะรีบดำเนินการติดต่อกลับ เพื่อยืนยันวันนัดหมายโดยเร็วที่สุด ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น เพราะศูนย์บริการของเค.มอเตอร์ส ทั้ง 17 สาขา มีครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลเลยทีเดียวครับ

เราจะฝ่าวิกฤติ โควิด-19 ไปด้วยกันครับ สู้สู้กันนะครับทุกคนนนน

โควิด-19

สแกน QR CODE เพื่อทำการนัดหมาย

save-safe

Nissan

“นิสสัน ห่วงใยทุกสถานการณ์” มอบความอุ่นใจ ด้วยแคมเปญ “ดูแลรถทุกช่วงเวลา”

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ขยายระยะเวลาของบริการโปรแกรม “Care for You – New Normal Life” แทนความห่วงใยจากนิสสัน มาตรการเพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้านิสสันปัจจุบัน ลูกค้ารายใหม่ รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ถึง 30 มิถุนายน 2564

“สำหรับโครงการ ‘Care for You’ ได้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการระบาดของโรคโควิด-19 ระยะใหม่นี้ ทางนิสสันจึงขยายระยะเวลาในส่วนของโปรแกรม ‘Care for You – New Normal Life’ เพื่อช่วยเหลือ และยกระดับความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า ช่วยให้ลูกค้านิสสันสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด”

รายละเอียดแคมเปญ มีดังต่อไปนี้

ฟรี! บริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถยนต์

บริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร สำหรับรถยนต์นิสสันที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสันทั่วประเทศ ด้วยน้ำยาคุณภาพมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานในระดับนานาชาติ รวมถึง USFDA (United States Food and Drug Administration)  ตามบริเวณจุดสัมผัสสำคัญ เช่น พวงมาลัย, เกียร์, เบาะ, ที่จับประตู และคอนโซลหน้า เป็นต้น

สะดวกสบายกับบริการ รับ-ส่ง รถยนต์ของลูกค้าถึงที่บ้าน

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้านิสสันทุกท่านด้วยบริการรับ-ส่งรถยนต์ของลูกค้าที่บ้าน เพื่อนำไปเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสัน ทั้งสำหรับการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะและการซ่อมทั่วไป ศูนย์บริการนิสสันที่รองรับการให้บริการนี้ ปัจจุบันมีทั้งหมด 133 แห่งทั่วประเทศ ลูกค้าที่สนใจใช้บริการรับ-ส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสัน สามารถติดต่อนัดหมายกับศูนย์บริการได้โดยตรง ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อศูนย์บริการและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.nissan.co.th/owners/pick-up-drop-off-service.html

แพ็กเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเซฟเซฟ ลดสูงสุด 24% 

นิสสันมอบส่วนลดพิเศษที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ศูนย์บริการนิสสันกับ 2 เซฟเซฟแพ็กเกจสุดคุ้ม จ่ายเพียงครั้งเดียว ประหยัดสูงสุดถึง 24% อาทิ

1. แพ็กเกจเซฟเซฟแบบแบล็ก (Black Package) ส่วนลดปกติ 20% พิเศษ ลดเพิ่มอีก 5% ครอบคลุมการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 4 ครั้ง (ทุก ๆ 10,000 กม. หรือ 2 ปี แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)

2. แพ็กเกจเซฟเซฟแบบเรด (Red Package) ส่วนลดปกติ 10% พิเศษลดเพิ่มอีก 5% ครอบคลุมการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 2 ครั้ง (ทุก ๆ 10,000 กม. หรือ 1 ปี  แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน) ตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.nissan.co.th/owners/service-package.html

สำหรับลูกค้านิสสันที่สนใจนำรถยนต์เข้ารับบริการสามารถนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการนิสสันใกล้บ้านคุณ

หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nissan Call Center หมายเลข 02-401-9600

หมายเหตุ

  • เฉพาะศูนย์บริการฯ ที่ร่วมรายการเท่านั้น
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Mitsubishi

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) จัดโครงการ “เราดูแล…คุณแค่ขับ” ลูกค้ามิตซูบิชิสามารถนำรถยนต์มิตซูบิชิเข้ารับบริการ พ่นฆ่าเชื้อไวรัสห้องโดยสารฟรี โดยน้ำยานี้ไม่ทำอันตรายต่อพื้นผิวในห้องโดยสารและไม่ติดไฟ

  • ผ่านการรองรับตามมาตรฐานของทางยุโรป Virucidal Effectiveness European Standard EN 14476
  • คุณสมบัติฆ่าเชื้อเกรดที่ใช้ในโรงพยาบาล (Hospital Grade Disinfectant) และใช้ในต่างประเทศมากกว่า 150 ประเทศ
  • ฆ่าแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส ได้ถึง 99.99%
  • ใช้ฆ่าเชื้อในห้องโดยสารของหลายๆสายการบินชั้นนำของโลก
  • ไม่ติดไฟ ไม่เป็นพิษ และไม่ทำลายเส้นใย พลาสติก โลหะ ยาง หรือพื้นผิวอื่นๆในห้องโดยสาร
  • สามารถใช้งานได้ด้วยการฉีดสเปรย์ หรือ ด้วยเครื่องพ่น ULV Microdiffusion

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

การฉีดพ่นในรถยนต์

  1. ฉีดพ่น Netbiokem DSAM ในห้องโดยสาร และ มือจับประตู
  2. ปล่อยให้สารออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อเป็นเวลา 5 นาที
  3. เช็ดพื้นผิวด้วยผ้าสะอาด
  4. ส่งมอบรถให้กับลูกค้า

สามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่ 28 เมษายน 2564 – 30 มิถุนายน 2564 ได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

Isuzu

พิเศษ..ฟรี! บริการฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร

•  สำหรับรถอีซูซุทุกรุ่น ที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

•  สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น และ ทุกยี่ห้อ ที่เข้ามาใช้บริการที่โชว์รูมอีซูซุที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2564 – 30 มิ.ย. 2564

Isuzu Metro

อีซูซุเมโทร บริการพ่นฆ่าเชื้อในรถฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2564 (ทุกยี่ห้อ)

นัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
  • สาขางามวงศ์วาน (สนญ.) โทร. 087-929-0110
  • สาขาหัวลำโพง โทร. 087-929-0330
  • สาขาราชพฤกษ์ โทร. 087-929-0660
  • สาขาชัยพฤกษ์ โทร. 088-227-0476
  • Line @isuzumetro

Suzuki

“ซูซูกิ” ร่วมใจต้านภัยโควิด-19 ผสานผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เชิญชวนลูกค้านำรถเข้ารับบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้แพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยให้ความสำคัญในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และได้ดำเนินการตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ

และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ซูซูกิประกาศจับมือผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ เพิ่มมาตรการงานบริการให้กับลูกค้า นำรถเข้ารับการบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม– 30 มิถุนายน 2564

ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการดังกล่าว โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ SUZUKI Cause We Care โทร. 1800-600-900 (ไม่คิดค่าบริการ)

Benz Primus

“เบนซ์ไพรม์มัส” เพิ่มมาตรการเข้มป้องกัน Covid-19 ผุดไอเดียตั้ง Station บริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส ฟรี!

บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ในเครือทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ ได้เพิ่มมาตรการความเข้มข้นด้านสุขอนามัย โดยการปรับเพิ่มรูปแบบการบริการ และให้ความสำคัญกับนโยบายการรักษาความสะอาดภายในโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงการปฏิบัติงานของพนักงานทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่กระจายของโรค COVID-19 และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการทุกท่าน

โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การเพิ่มบริการใหม่ ด้วยการจัดตั้งสถานีบริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัสสำหรับรถยนต์ทุกคัน ทั้งก่อนและหลังเข้ารับบริการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

2. ปิดผนึกป้ายบนรถยนต์ทุกคันที่ผ่านการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส ก่อนดำเนินการส่งมอบให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการ

3. การจัดทำซองใส่กุญแจสำหรับรถยนต์ทุกคันที่เข้ารับบริการ โดยหน้าซองใส่กุญแจ จะระบุชื่อลูกค้า รุ่นรถ เบอร์ติดต่อ และชื่อที่ปรึกษาด้านบริการ ก่อนนำมาพ่นฆ่าเชื้อไวรัสและส่งมอบให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการ

4. ดำเนินการพ่นฆ่าเชื้อไวรัสสำหรับรถ Display, รถ Demo และรถใน Stock ทุกคัน ก่อนและหลังนำมาให้บริการแก่ลูกค้าทุกครั้ง

ถ้าใครอยากขายรถในช่วงโควิด-19 เพื่อนำเงินมาใช้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดง แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

7-New-Cars-Manual-Transmission

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน เราต้องยอมรับว่า รถยนต์เกียร์ธรรมดา ค่ายรถส่วนใหญ่เลิกผลิตกันแล้ว เนื่องจากตัวเลขยอดขายที่น้อยลงเรื่อยๆ ราคามือสองขายต่อตกมากกว่า อุปกรณ์มาตรฐานน้อย เพราะมักจะเป็นรุ่นเริ่มต้นเสมอ การใช้งานไม่เหมาะกับบรรยากาศรถติดๆ ในเมืองกรุงซะเลย ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ในไทย แต่เป็นแบบนี้ในหลายประเทศทั่วโลก

แม้ว่ารถเกียร์ธรรมดา จะทำให้บรรยากาศการขับรถของเราได้สนุกขึ้นมาบ้าง ขาซ้ายไม่ว่าง มือซ้ายไปสับเกียร์กันตลอด ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังอยากสัมผัสอะไรแบบนี้กันอยู่

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 7 อันดับ รถเกียร์ธรรมดาป้ายแดง ที่ค่ายรถยังผลิตขายประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio GL MT ราคา 328,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์ธรรมดาแบบ 5 สปีด

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan-March

2. Nissan March 1.2S MT – 1.2E MT ราคา 420,000 – 480,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : สปอยเลอร์หลัง, ไฟท้าย LED (เฉพาะรุ่น E), กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น E), เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมช่อง AUX/USB (เฉพาะรุ่น E), ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, กุญแจรีโมท (เฉพาะรุ่น E) และล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ (เฉพาะรุ่น E)

Mitsubishi-Mirage-2020

3. Mitsubishi Mirage GLX MT ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้ายแบบ LED, มาตรวัดการขับขี่แบบ High Contrast, จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน, รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ,ช่องต่ออุปกรณ์ USB และช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

New-Mitsubishi-Attrage-2020

4. Mitsubishi Attrage GLX MT ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา กว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้ายแบบ LED, มาตรวัดการขับขี่แบบ High Contrast, จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน, รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ,ช่องต่ออุปกรณ์ USB และช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

Suzuki-Ciaz

5. Suzuki Ciaz GL MT ราคา 529,000 บาท

Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูขนาดเล็ก ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ฮาโลเจน, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมช่องต่อ USB, กุญแจรีโมท, ที่เปิดฝาท้ายรถแบบไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า และล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

Honda-Jazz

6. Honda Jazz S MT ราคา 555,000 บาท

Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) รถยนต์หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ยังมีรุ่นเกียร์ธรรมดาเหลืออยู่ ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ชูจุดเด่นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลายรูปแบบ เหมาะอย่างยิ่งกับการใข้งานในเมือง ขนของก็ได้ มีออพชั่นแพรวพราว ขับง่าย มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E85 อีกด้วย ประหยัดน้ำมัน ใช้งานในเมือง ลงตัวสุดๆ

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง, เครื่องเสียงวิทยุ, Bluetooth/USB/AUX, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และล้อกระทะ 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบล้อ

All-New-Isuzu-MU-X-2020

7. Isuzu MU-X 1.9 Luxury MT ราคา 1,254,000 บาท

All-New Isuzu MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์) ใหม่ ยังเป็นรถ PPV เพียงรุ่นเดียว ที่ผลิตรุ่นเกียร์ธรรมดาออกมาจำหน่าย เป็นรถระดับ Masterpiece ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (Originality Redefined)” พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายใน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด

ตัวรถภายนอก หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์ ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน ส่วนภายในกว้างขวาง โอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร Ddi Blue Power Gen 2 150 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector, ไฟตัดหมอกหน้า LED, กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้า, ล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว, ระบบแนะนำการเปลี่ยนเกียร์ GSI, เบาะนั่งหุ้มหนัง COOLMAX, เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, เครื่องเสียงจอสัมผัส 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay/Android Auto, ช่องจ่ายไฟ USB 2.4A สำหรับผู้โดยสารหลัง 2 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว ESC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC และระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC

MR.CARRO หวังว่า 7 อันดับ รถธรรมดาป้ายแดงที่ยังมีผลิตขายอยู่ หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดง เกียร์ธรรมดาอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

หากช่วงนี้ ใครกำลังอยากขายรถคันเดิมอยู่ สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมกราคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

รถถูกสุดในไทย ปี 2021

ในยุคสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เมื่อคุณจะตัดสินใจซื้อรถ ไม่ว่าจะเพื่อมาใช้ในการเดินทาง ใช้ทำงาน หรือไว้ใช้งานในครอบครัว ให้ลูกขับไปมหาวิทยาลัย หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไปมากที่สุด

โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถใหม่ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio ราคา 328,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร อีกทั้้งยังเป็นมาตรฐานใหม่ ของรถยนต์นั่งมาตรฐานโลก ส่งออกไปขายในเอเชียและยุโรปด้วย

TATA-Super-Ace-Mint

2. TATA Super ACE Mint ราคา 375,000 บาท

TATA Super ACE Mint (ทาทา ซูเปอร์ เอซ มินท์) รถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ขนาดไม่เกิน 1 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร 70 แรงม้า รายแรกและรายเดียว ทรงพลังให้แรงบิดสูงสุด ในรอบเครื่องต่ำ ถือเป็นรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง

กระบะท้ายพื้นเรียบขนาดใหญ่ พร้อมเปิดได้ 3 ด้าน และวางเครื่องยนต์อยู่ใต้ที่นั่งคนขับ ทำให้พื้นที่กระบะท้ายยาวขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

All-New-Suzuki-Carry

3. Suzuki Carry ราคา 385,000 บาท

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) เจนเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้แนวคิด Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ปรับโฉมใหม่หมดครั้งที่ 2 ตั้งแต่ผลิตรถรุ่นนี้นับตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2549 กว่า 50,000 คัน เน้นเจาะไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มรถ Food Truck

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ใหม่ K15B ประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีระบบเบรก ABS ห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบใหม่ ใหญ่ขึ้น ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงหมุนพวงมาลัยอีกด้วย

Nissan-March

4. Nissan March ราคา 420,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน มียอดขายสะสมรวมได้หลายแสนคัน มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร ขับขี่ก็ง่าย จอดรถก็คล่องตัว ราคาอะไหล่ไม่แพง คุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง

Mitsubishi-Mirage-2020

5. Mitsubishi Mirage ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ และอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

6. Mitsubishi Attrage ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

Honda-Brio

7. Honda Brio ราคา 495,000 บาท

Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car ที่จำหน่ายในบ้านเรานานที่สุดอีกหนึ่งรุ่น คือออกมาตั้งแต่ปี 2553 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน มีให้เลือกเพียงรุ่นเดียวแล้ว คือรุ่นย่อย V CVT

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

All-New-Nissan-Almera-2020

8. Nissan Almera ราคา 499,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

Honda-Brio-Amaze

9. Honda Brio Amaze ราคา 517,000 บาท

Honda Brio Amaze (ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car Sedan ที่จำหน่ายในบ้านเรามานานอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่ปี 2554 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

MG3

10. MG3 ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี 3) รถแฮทช์แบ็คหลากสีสันสดใส มิติใหม่ของความสนุกด้วยเอกลักษณ์ของ All-New MG3 ที่มาพร้อมนิยามใหม่ “WE ARE FUN” : มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถรองรับการสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมกับการอัพเดทฟังก์ชันใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พัก พร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 112 แรงม้า ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode และยังจัดเต็มระบบความปลอดภัยอีกด้วย

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ลองเลือกซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall ซึ่งรถของเราคัดมาแล้วทุกคัน ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

สำหรับใครที่อยากขายรถ เพราะอยากเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถไฟฟ้า มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมีนาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Mitsubishi-i-MiEV-End-Production

ย้อนกลับไปช่วงประมาณกลางยุค 2000 ค่าย Mitsubishi (มิตซูบิชิ) ที่ตอนนั้นยังอยู่ภายใต้อาณาจักรเดียวกับ DaimlerChrysler ได้ผลิตรถ K-Car ออกมาให้ชาวโลกให้ชอบใจกับการดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร และใช้เครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี วางด้านท้ายของรถ อย่าง “Mitsubishi i (มิตซูบิชิ ไอ)” ผลงานการสร้างสรรค์ของ Olivier Boulay ชาวฝรั่งเศสที่เป็นผู้ออกแบบรถรุ่นนี้ ที่พัฒนามาจากรถต้นแบบ “i” Concept ในปี 2003 ก่อนจะลุยตลาดทั่วโลก

Mitsubishi-i-Concept-2003

ชื่อรุ่น “i” นั้น มาตัวคันจิของภาษาญี่ปุ่น (และภาษาจีน) “愛” ที่แปลว่า “รัก” และยังสื่อในภาษาอังกฤษหมายถึง ฉัน หรือ เจ้าของรถ และยังตีความหมายไปเป็น Innovation, Intelligence และ Imagination ได้ด้วย

หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับเจ้า Mitsubishi i เวอร์ชั่นเครื่องยนต์สันดาปภายในกันไปแล้ว Mitsubishi จึงริเริ่มผลิต รถ EV (Electric Vehicle) อย่างรถยนต์ไฟฟ้า Mitsubishi i-MiEV (MiEV ย่อมาจาก Mitsubishi innovative Electric Vehicle) ขึ้นมาจำหน่ายกับเขาบ้าง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่จำหน่ายกันเป็นกิจจะลักษณะรุ่นแรกของโลก

Mitsubishi-i-MiEV-Debut-2010

โดยเปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในวันที่ 5 มิถุนายน 2009 ก่อนจะส่งมอบรถให้ลูกค้า Corporate และหน่วยงานราชการของญี่ปุ่นเช่า ในเดือนกรกฏาคม 2009 และจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป ในเดือนเมษายน 2010 ด้วยราคาที่ถือว่าสูงพอสมควร 4,599,000 เยน

ก่อนจะผลิตส่งไปจำหน่ายกว่า 52 ประเทศทั่วโลก และให้ทาง PSA ใช้ติดยี่ห้อรถของตัวเองขายในชื่อ Peugeot iOn กับ Citroën C-Zero และจำหน่ายใน USA ในชื่อ Mitsubishi i ซึ่งยอดขายจนถึงปัจจุบัน มีอยู่ที่ประมาณ 32,000 คันทั่วโลก ซึ่งต่างจากยอดขายของ Nissan Leaf ที่ทำได้มากถึง 500,000 คัน!

การไฟฟ้านครหลวง-MEA-EV

ที่สำคัญ ทาง Mitsubishi Motors ประเทศไทย ก็ได้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ มาให้ลูกค้าได้ทดลองขับกันในปี 2553 รวมถึงมอบให้กับหน่วยงานต่างๆ ด้วย อาทิเช่น การไฟฟ้านครหลวง ที่ได้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ไปใช้งานหลายคัน

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ต่อมาในเดือนเมษายน 2018 Mitsubishi ได้ปรับโฉมเพิ่มความสดใหม่ ชุดกันชนหน้า-หลังใหม่ เพิ่มสีตัวรถใหม่ ให้เจ้า Mitsubishi i-MiEV อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ปรับปรุงอะไรใดๆ เลย จนดูล้าสมัยไปซะแล้ว โดยแบ่งออกเป็นรุ่นย่อย M ใช้แบตเตอรี่ความจุ 10.5 kWh (ต่อมาเลิกผลิตไป) และรุ่นย่อย X ใช้แบตเตอรี่ความจุ 16.0 kWh

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ตัวรถภายนอก หน้าตาดูจิ้มลิ้ม น่ารักน่าชัง รูปทรงแบบ 5 ประตู Hatchback นั่งได้ 4 คน ในราคาตัวรถ 3,003,000 เยน

มิติตัวรถยาว 3,480 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,610 มม. ระยะฐานล้อ 2,550 มม. ความสูงจากพื้นรถ 150 มม. และน้ำหนักตัวรถ 1,100 กก.

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้า รหัส Y51 ให้กำลังสูงสุด 47 กิโลวัตต์ (64 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตัน-เมตร (16.3 กก.-ม.) ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที พร้อมระบบเกียร์แบบลดความเร็วรอบเดียว ส่งกำลังไปที่ล้อหลัง

กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 16.0 kWh ขนาด 330 โวลต์ ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มอยู่ที่ 7-14 ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่ง 164 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Mitsubishi-i-MiEV-2018

แต่เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน ก็มีข่าวใหญ่ทาง Nikkei Asia ซึ่งเป็นสื่อใหญ่ของญี่ปุ่น รายงานว่า Mitsubishi จำเป็นต้องยุติการผลิต Mitsubishi i-MiEV ในสิ้นปี 2020 นี้ เนื่องจากไม่มีเงินและบุคลากรเพียงพอ ที่จะลงทุนพัฒนาระบบ EV ต่อไป

ถือเป็นการปิดตำนานรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลก ที่จำหน่ายกันอย่างจริงจัง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับค่ายรถคู่แข่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างมากมาย อาทิ Nissan Leaf เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม Mitsubishi ก็ยังไม่ทิ้งตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งในตอนนี้ได้ร่วมมือกับ Nissan พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ร่วมกัน โดยมีแผนเปิดตัวเร็วที่สุดภายในปี 2023

Mitsubishi-i-MiEV-2018

ส่วนใครที่อยากขายรถ เพื่อไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่มาใช้ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็คราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

10 อันดับ รถเมล์ใช้งานมานานที่สุด ของ ขสมก.

ในปัจจุบัน ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในประเทศไทยทุกปี กำลังเป็นที่วิตกของหลายๆ ฝ่าย เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งอีกหนึ่งในแนวทางที่ภาครัฐ ขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันปฏิบัติตาม ได้แก่ “การออกมาใช้ระบบขนส่งมวลชน” เพื่อลดปัญหาฝุ่นและมลพิษ

แต่ทว่า … ระบบขนส่งมวลชนบ้านเราอยู่ในสถานะที่ย่ำแย่ ไม่สามารถจูงใจให้คนมาใช้บริการได้ เมื่อรถเมล์มีสภาพเก่ามาก ควันดำ สกปรก กะเวลารอไม่ค่อยได้ บริการไม่ค่อยดีในบางคัน และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่

อีกทั้งรถไฟฟ้าก็ค่าโดยสารแพง และคนแน่น หลายคนที่บ้านอยู่ไกล เข้าซอยลึก หรือต้องไปติดต่อธุระ ส่งของหลายที่ต่อวัน จึงเป็นเหตุผลใหญ่ที่คนไทย สมัครใจและจำเป็นต้องซื้อรถยนต์ส่วนตัวมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสองก็ตาม ทำให้ในกรุงเทพฯ มีการจราจรที่ติดหนักทุกวัน

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า รถเมล์ ขสมก. หลายคันที่คุณๆ เห็นวิ่งกันอยู่ บางคันมีอายุมากกว่าเด็กเพิ่งเรียนจบ เพิ่งทำงานใหม่ๆ ซะอีก! MR.CARRO ขอนำเสนอข้อมูลของ รถเมล์ ขสมก. ที่มีอายุการใช้งานมากที่สุด 10 อันดับ ให้ทุกคนได้ตะลึงกันครับ!

Hino-AK176

ภาพจาก Ian Fuller

1. Hino AK176 (2 สิงหาคม 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino AK176 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 2,840 คัน ได้แก่ รถเมล์ครีมแดง 4 รุ่น (Hino, Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รุ่นประตูกลาง 12 เมตร) และรถปรับอากาศ Mercedes-Benz ครีมน้ำเงิน จำนวน 800 คัน และมีพิธีรับมอบกันในวันที่ 2 สิงหาคม 2534

โดย Hino AK176 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส EH700 ขนาด 6.4 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 168 แรงม้า

สำหรับ Hino AK176 จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 540 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 40XXX (40001 – 40540) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 3, 4 และ 5

Isuzu-MT111QB

ภาพจาก Ian Fuller

2. Isuzu MT111QB (2 สิงหาคม 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu MT111QB นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 2,840 คัน ได้แก่ รถเมล์ครีมแดง 4 รุ่น (Hino, Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รุ่นประตูกลาง 12 เมตร) และรถปรับอากาศ Mercedes-Benz ครีมน้ำเงิน จำนวน 800 คัน และมีพิธีรับมอบกันในวันที่ 2 สิงหาคม 2534

โดย Isuzu MT111QB ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6BD1 ขนาด 5.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แบบ MLH5B น้ำหนักรถ 9,140 กิโลกรัม

สำหรับ Isuzu MT111QB จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 540 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 50XXX (50001 – 50540) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 6, 7 และ 8

Mitsubishi-Fuso-RP118

ภาพจาก 

3. Mitsubishi Fuso RP118 (2 สิงหาคม 2534 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Mitsubishi Fuso RP118 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 2,840 คัน ได้แก่ รถเมล์ครีมแดง 4 รุ่น (Hino, Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รุ่นประตูกลาง 12 เมตร) และรถปรับอากาศ Mercedes-Benz ครีมน้ำเงิน จำนวน 800 คัน และมีพิธีรับมอบกันในวันที่ 2 สิงหาคม 2534

และรุ่นนี้ ยังเป็นรุ่นที่มีราคาต่อคันแพงที่สุด เพราะเครื่องยนต์วางท้ายรถ แบบรถเมล์โดยสารที่นิยมใช้รถทั่วโลก รวมถึงตัวรถด้านหน้า ถอดแบบมาจากรถเมล์ Mitsubishi Fuso ของญี่ปุ่น ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6D22-1A ขนาด 11.1 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 225 แรงม้า

สำหรับ Mitsubishi Fuso RP118 จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 510 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 80XXX (80001 – 80510) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 2, 4 และ 8

Isuzu-LT112P

ภาพจาก Noltawat Rattanawan‎

4. Isuzu LT112P (2537 – 2564)

รถเมล์ Isuzu LT112P คันนี้ จัดว่าเป็นรถ Rare Item ของ ขสมก. เพราะมีไว้ใช้ในฐานะรถสแปร์ ซึ่งเป็นของบริษัท ออโต้เทคนิค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือของ ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ให้สำหรับไว้ยืมใช้ในระหว่างการนำรถเมล์คันใดคันหนึ่งเข้าศูนย์บริการ จัดได้ว่าเป็นรถเมล์ที่หายาก (เพราะมีทำออกมาแค่คันเดียว) และวนเวียนไปในหลายสาย หลายเขตที่มีรถเมล์ Isuzu ใช้งานอยู่

สำหรับความพิเศษของรถคันนี้คือ เครื่องยนต์วางด้านท้าย ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6HE1 ขนาด 5.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 195 แรงม้า และใช้เกียร์อัตโนมัติ ของ Allison MTB643 ภายในเบาะนั่งขนาดใหญ่ กว้างขวาง น้ำหนักรถ 9,000 กิโลกรัม

สำหรับ Isuzu LT112P มีเลขข้างรถ 7-50542 ในอดีตเคยใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 6, 7 และ 8 ซึ่งล่าสุดทางบริษัท ออโต้เทคนิค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เป็นเจ้าของรถเมล์คันนี้ ได้ประกาศขายจนเป็นข่าวดังในเดือนพฤษภาคม 2564

Hino-HU3KSKL

5. Hino HU3KSKL (6 มีนาคม 2538 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino HU3KSKL นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อไว้ด้วยกัน 80 คัน เพื่อใช้งานในเขตการเดินรถที่ 11 (เขตรถปรับอากาศ) ในสาย ปอ.2 มีนบุรี-สีลม , ปอ.12 จตุจักร-ปากคลองตลาด และ ปอ.18 จตุจักร-ลาดกระบัง

ต่อมาภายหลังจากการยุบเขตการเดินรถที่ 11 จึงเปลี่ยนเขตการเดินรถ เป็นเขตการเดินรถที่ 2 และย้ายไปใช้งานในเขตการเดินรถที่ 4 จนถึงปัจจุบัน โดย Hino HU3KSKL ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส K13U ขนาด 13.2 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 260 แรงม้า

สำหรับ Hino HU3KSKL มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 40XX (4001 – 4080) (และรถสำรองอีก 1 คัน 4081) ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 4

Isuzu-CQA650

6. Isuzu CQA650 (2538 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu CQA650 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อไว้ด้วยกัน 100 คัน เพื่อใช้งานในเขตการเดินรถที่ 11 (เขตรถปรับอากาศ) ต่อมาภายหลังจากการยุบเขตการเดินรถที่ 11 จึงเปลี่ยนเขตการเดินรถ ไปใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1 และ 7 จนถึงปัจจุบัน

โดย Isuzu CQA650 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6RB2 ขนาด 13.7 ลิตร แบบ 6 สูบ Boxer ให้แรงม้าสูงสุด 275 แรงม้า

สำหรับ Isuzu CQA650 มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 30XX (3001 – 3100)

Hino-RU1JSSL

ภาพจาก Express502

7. Hino RU1JSSL (15 พฤษภาคม 2541 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Hino RU1JSSL นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 797 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino, Isuzu, Mercedes-Benz และ Daewoo ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู) มีพิธีรับมอบกันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ค่าโดยสารเริ่มแรกคิด 12 บาทตลอดสาย

โดย Hino RU1JSSL ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส J08C-TK ขนาด 8.0 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 250 แรงม้า ภายหลังจึงได้ดัดแปลงติดตั้งก๊าซ NGV เข้าไป

สำหรับ Hino RU1JSSL จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 200 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 44XXX (44001 – 44200) ผลิตที่อู่ธนบุรีบัสบอดี้ ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 1, 2, 3 และ 5

แต่ต่อมาในปี 2545 จึงได้จัดซื้อรถเมล์รุ่นเดียวกันนี้เพิ่มเติม อีก 125 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 45XXX (45001 – 45125)

Isuzu-LV223S

ภาพจาก Wikipedia

8. Isuzu LV223S (15 พฤษภาคม 2541 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu LV223S นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 797 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino, Isuzu, Mercedes-Benz และ Daewoo ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู) มีพิธีรับมอบกันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ค่าโดยสารเริ่มแรกคิด 12 บาทตลอดสาย

โดย Isuzu LV223S ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6SD1-TC ขนาด 9.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 270 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติของ ZF 4HP500 น้ำหนักรถ 11,600 กิโลกรัม

สำหรับ Isuzu LV223S จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 200 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 55XXX (55001 – 55200) ผลิตที่อู่เชิดชัย ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 6, 7 และ 8

Mercedes-Benz-OH1829-63

ภาพจาก Sira Sripairojkul

9. Mercedes-Benz OH1829/63 (15 พฤษภาคม 2541 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Mercedes-Benz OH1829/63 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์ใหม่ จำนวน 797 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino, Isuzu, Mercedes-Benz และ Daewoo ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู) มีพิธีรับมอบกันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 ค่าโดยสารเริ่มแรกคิด 12 บาทตลอดสาย

สำหรับ Mercedes-Benz OH1829/63 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส OM441LA ขนาด 11.0 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 285 แรงม้า

สำหรับ Mercedes-Benz OH1829/63 จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 397 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 66XXX (66001 – 66397) ผลิตที่อู่ธนบุรีบัสบอดี้ ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 6, 7 และ 8

แต่ทว่ารถเมล์รุ่นนี้ มีปัญหาในเรื่องของควันดำมาก และในเรื่องของการจัดหาอะไหล่ซ่อมแซม ทำให้ต้องถูกปลดระวางไปจนหมดในปี 2561 ในตอนนี้จึงเหลือใช้งานอยู่แค่เพียงคันเดียว นั่นคือ 8-66249 ซึ่งเป็นรถที่ปรับสภาพใหม่ และซ่อมแซมโดยช่างของ ขสมก.

Daewoo-BH115

ภาพจาก Wikipedia

10. Daewoo BH115 (2544 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Daewoo BH115 นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. จัดซื้อรถเมล์แบบ Euro II รอบสอง จำนวน 250 คัน เริ่มออกให้บริการตั้งแต่ช่วงปลายปี 2544 มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 67XXX (67001 – 67250) ผลิตที่อู่ธนบุรีบัสบอดี้ เหลือใช้งานในเขตการเดินรถที่ 8 เพียงเขตเดียว

สำหรับ Daewoo BH115 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส DE12 ขนาด 11.0 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 235 แรงม้า

แต่ทว่ารถเมล์รุ่นนี้ เคยมีปัญหาในเรื่องของควันดำมาก และถุงลมช่วงล่างที่ชอบแตก จนต้องปลดระวางรถที่มีปัญหาไปเกือบๆ 200 คัน แต่รถเมล์ที่เหลือภายหลังได้รับการแก้ไขซ่อมแซมแล้ว

Isuzu-LV423R

ภาพจาก nighteye

อันนี้แถมให้ … Isuzu LV423R (2545 – ปัจจุบัน)

รถเมล์ Isuzu LV423R นี้ เป็นรถล็อตที่ ขสมก. ได้จัดซื้อรถเมล์แบบ Euro II อีกครั้ง ในปี 2545 จำนวน 250 คัน ได้แก่ รถเมล์ Hino และ Isuzu ใช้สีส้ม พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐาน Euro II (ยูโรทู)

โดย Isuzu LV423R ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 6SD1 ขนาด 9.8 ลิตร แบบ 6 สูบ ให้แรงม้าสูงสุด 270 แรงม้า

สำหรับ Isuzu LV423R จัดหามาใช้ทั้งหมด จำนวน 125 คัน มีเลขข้างรถขึ้นต้นด้วย 56XXX (56001 – 56125) ผลิตที่อู่เชิดชัย ใช้งานในเขตการเดินรถที่ 6, 7 และ 8

*หมายเหตุ 10 อันดับ รถเมล์ใช้งานมานานที่สุด ของ ขสมก. เป็นข้อมูล ณ เดือนฤษภาคม 2564

ถ้าเบื่อรอรถเมล์แล้ว อยากซื้อรถใหม่ แต่มีงบไม่พอ หรืออยากขายรถเก่าออกแบบไวที่สุด ได้เงินเร็วที่สุด เพื่อนำเงินไปโปะรถคันใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: