Nissan ลุยคาเฟ่แมวทั่วญี่ปุ่น กับ Nissan Dayz คันจิ๋ว ที่ทาสแมวต้องซื้อให้เจ้านายแล้วล่ะ!

วันนี้ MR.CARRO มาเอาใจคุณสาวๆ และทาสแมว กับ Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารักในรูปแบบของรถ K-Car จาก Nissan ที่เจเนอเรชั่นที่ 2 ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสร้างยอดขายได้น่าประทับใจ จนติดอันดับรถยนต์ K-Car ที่ขายดีในญี่ปุ่นอีกด้วย

Nissan ลุยคาเฟ่แมวทั่วญี่ปุ่น กับ Nissan Dayz คันจิ๋ว ที่ทาสแมวต้องซื้อให้เจ้านายแล้วล่ะ!

Nissan DayZ ยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงช่วงอายุ 20 – 40 ปี มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

อ่านเพิ่มเติม >> 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019

อ่านเพิ่มเติม >> 10 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan ลุยคาเฟ่แมวทั่วญี่ปุ่น กับ Nissan Dayz คันจิ๋ว ที่ทาสแมวต้องซื้อให้เจ้านายแล้วล่ะ!

นับตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา แม้ว่าในประเทศญี่ปุ่นจะพบเจอกับปัญหาวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนลำบาก จิตใจหดหู่กันไปทั้งโลก เพื่อเป็นการสร้างความสนใจให้กับตัวรถ และเอาใจลูกค้าที่ชอบทานกาแฟ บวกกับชอบเล่นกับแมวไปในตัว จึงเป็นที่มาของการจับมือกับร้านคาเฟ่แมวชื่อดังในญี่ปุ่นอย่าง Mocha Cat Cafe นั่นเอง

ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามีความสุขขึ้น เมื่อได้เห็นรถ Nissan Dayz ที่มาพร้อมกับแมวเหมียวเหล่านี้ ต่อเนื่องเป็นปีที่สองแล้ว

Nissan ลุยคาเฟ่แมวทั่วญี่ปุ่น กับ Nissan Dayz คันจิ๋ว ที่ทาสแมวต้องซื้อให้เจ้านายแล้วล่ะ!

ซึ่ง Mocha Cat Cafe เป็นคาเฟ่แมวที่เริ่มธุรกิจตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ 2015 โดยเปิดสาขาแรกที่ Ikebukuro จนถึงในปัจจุบันมีสาขามากกว่า 20 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งแค่สาขาคาเฟ่แมวในโตเกียว ก็มีด้วยกันถึง 9 สาขาแล้ว!) ภายในร้านมีหลายโซนให้เลือกนั่งทั้งโซนอ่านหนังสือ ทำงาน หรือจะนั่งเล่นกับเจ้าเหมียวก็ได้

ซึ่งการนำ Nissan Dayz ไปให้แมวได้มุดเข้ามุดออกรถ ก็ถือว่าได้โปรโมทรถ ที่ถูกใจสาวๆ และคนชอบแมว นับว่าได้ผลเกินคาด!

และทาง Nissan เอง ยังได้ทำ Clip VDO แนะนำระบบใช้งานตัวรถคันนี้ขึ้นมาให้ทาสแมวได้ดูกันด้วย กับจุดเด่นของ “นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility)” อาทิเช่น ระบบ ProPILOT ครั้งแรกของการแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ที่สามารถขับรถพาน้องแมว ไปไหนมาไหนได้ทุกมุมอย่างอิสระทีเดียว

กับความสามารถในการตรวจจับวัตถุต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวรถได้ดีขึ้น หรือรักษาระยะห่าง ด้วยระบบต่างๆ ที่ทำงานร่วมกัน กับมีปุ่มขอความช่วยเหลือ (SOS Call) บนรถอีกด้วย พร้อมกับเบื้องหลังอันถ่ายทำน่ารักๆ ครับ

เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจทั้งคุณสาวๆ แล้วทาสแมวแล้วล่ะ ที่คงต้องหารถรุ่นนี้มาใช้กันแล้ว!

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

ถ้าใครอยากขายรถคันเดิมตอนนี้ มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

สำหรับใครที่อยากซื้อรถ Nissan Dayz ใหม่ สามารถซื้อแบบป้ายแดงได้ในราคาคันละล้านกว่าบาท แต่ถ้างบไม่พอ CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถของเราทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุดและยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนาน 1 ปี หรือสูงสุด 30,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ราคาถูกสุดในไทย ปี 2021

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์โลก และวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดอย่างมากจากผู้ใช้รถยนต์ในบ้านเรา ทำให้เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จากที่เคยเป็นรถมีราคาแพงมาก ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในด้านภาษี หรือเรื่องจุดชาร์จไฟ และการดูแลรักษา หลายคนจึงไม่ลังเล ที่จะลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ มาใช้งานดูบ้าง

อ่านเพิ่มเติม >> รวมจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ และทั่วไทย มีจุดไหนใกล้คุณ ประจำปี 2564

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถยนต์ไฟฟ้ามาลองใช้ดูบ้าง ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุด ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Wuling-Hongguang-Mini-EV-2021

1. Wuling Hongguang MINI EV ราคา 369,000 บาท

Wuling Hongguang MINI EV (วู่หลิง ฮงกวง มินิ อีวี) หรือ 五菱宏光 ในภาษาจีน จัดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Microcar ยอดนิยมของวัยรุ่นจีน เริ่มจำหน่ายในจีนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2020 ที่ผ่านมา ปัจจุบันสามารถทำยอดขายถึงเดือนกันยายน 2021 มากกว่า 400,000 คัน! รวมทั้งส่งออกไปยังต่างประเทศด้วย และในบ้านเราก็มีผู้จำหน่ายอิสระนำเข้ามาจำหน่าย แบบพวงมาลัยซ้ายเท่านั้น ในราคา 369,000 บาท (หากรวมภาษีแล้วอยู่ที่ 394,830 บาท)

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 27 แรงม้า ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์มีขนาด 9.3 kWh (กินเวลาชาร์จ 6.5 ชั่วโมง) สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังมีแบตเตอรี่ขนาด 13.9 kWh (กินเวลาชาร์จ 9 ชั่วโมง) ที่เพิ่มระยะทางขึ้นเป็น 170 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ให้เลือก

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Motor 27 แรงม้า 85 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion Polymer ความจุ 9.3 หรือ 13.9 kWh 120 – 170 กิโลเมตร

Takano-Auto-Thailand-2020

2. Takano TTE500 ราคา 490,000 บาท

Takano (ทากาโน่) TTE500 นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยตอนนี้ โดยรถกระบะไฟฟ้าขนาดจิ๋วคันนี้ พาคุณไปได้ทุกที่ สามารถรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากถึง 300 กิโลกรัม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 12V 125 แอมป์ ขนาด 6 ลูก ใต้พื้นกระบะหลัง และเครื่องยนต์เบนซินขนาดจิ๋วช่วยปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ 100-120 กิโลเมตร โดยใช้เงินเพียง 30 บาท และทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม.

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบกระแสตรง 6.7 แรงม้า แบบ 12V 125 Amp X 6 ความจุ 11 kWh 72 – 80 V 100 – 120 กิโลเมตร

FOMM-One-2019

3. Fomm ONE ราคา 499,900 บาท

FOMM One (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก พร้อมจดทะเบียนได้

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ขนาด 5 kW จำนวน 2 ตัว ให้แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร สามารถชาร์จไฟจนเต็ม (0-100%) ในเวลา 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ In-Wheel 5 กิโลวัตต์ X 2 (13.4 แรงม้า) 280 นิวตัน-เมตร X 2 แบบ Lithium-Manganese ความจุ 2.96 kWh 160 กิโลเมตร

MG-EP-2021

4. MG EP ราคา 988,000 บาท

MG EP (เอ็มจี อีพี) รถยนต์ในรูปแบบ Station Wagon ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิด EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน”

ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ขนาดของห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอย ที่กว้างขวางรองรับการบรรทุกทั้งคนและสิ่งของ โดดเด่นด้วยสมรรถนะของ EV เทคโนโลยีที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay

และสมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี (EV Technology) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 8.8 วินาที พร้อมโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport รวมทั้งมีระบบชาร์จไฟกลับเมื่อชะลอความเร็ว หรือ KERS Mode รวม 3 ระดับ

สำหรับแบตเตอรี่ของ NEW MG EP เป็นลิเธียมไอออนแบบโมดูล ที่สามารถแยกซ่อมแต่ละโมดูลได้อิสระ โดยมีขนาดความจุถึง 50.3 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ 2 รูปแบบ คือ การชาร์จในรูปแบบ Normal Charge จาก 0-100% ผ่าน MG Home Charger ที่ใช้เวลา 7.15 ชั่วโมง และรูปแบบ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 40 นาที

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 163 แรงม้า 260 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 50.3 kWh 380 กิโลเมตร

ORA Good Cat 2022 ใหม่ มา 2 รุ่นย่อย ลุ้นราคาต่ำกว่าล้าน เปิดตัวกลางเดือนตุลาคม 2564!

5. ORA Good Cat ราคา 989,000 บาท

Great Wall Motor (เกรท วอลล์ มอเตอร์) ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้โลกรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) กับ ORA Good Cat (โอร่า กู๊ดแคท) (หรือชื่อในภาษาจีน 好猫”) เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2020 และ ORA Good Cat ก็มาเผยโฉมในไทยเมื่อต้นปีนี้ พร้อมกับความโดดเด่น น่ารักด้วยรูปลักษณ์โค้งมนในสไตล์ Retro Futuristic แสดงถึงการดีไซน์แบบคลาสสิค ซึ่งออกแบบโดย Emanuel Derta อดีตนักออกแบบจาก Porsche ผสานเทคโนโลยีการขับขี่ใหม่ล่าสุด

ORA Good Cat ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที จำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 152 กม./ชม. ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ ORA-Goddess Easy Drive พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ

การชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (30%–>80%) ใช้เวลาประมาณ ≈32 นาที และ 40 นาที (ในรุ่น 500 Ultra), ชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (0%–>80%) ใช้เวลาประมาณ ≈45 นาที และ ≈60 นาที (ในรุ่น 500 Ultra) กับการชาร์จไฟบ้านแบบ AC ใช้เวลาประมาณ ≈8 ชั่วโมง และ ≈10 ชั่วโมง (ในรุ่น 500 Ultra)

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 143 แรงม้า 210 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 47.788 kWh และ 63.139 kWh 400 – 500 กิโลเมตร

BYD-T3

6. BYD T3 ราคา 999,000 บาท

BYD T3 (บีวายดี ที3) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นบนพื้นฐาน Nissan B Platform (หรือ Nissan NV200) เป็นรถตู้ทึบ ใช้งานในเชิงพาณิชย์ โดยมาพร้อมกับตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ Siam ATR ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสยามกลการ

และยังมีแยกออกเป็นรุ่น M3 แบบรถอเนกประสงค์ 5 ที่นั่งให้เลือก ในราคา 1,059,000 บาท และรุ่น 7 ที่นั่ง ในราคา 1,089,000 บาท สามารถรองรับสัมภาระได้มากถึง 1,800 ลิตร (ในรุ่น 5 ที่นั่ง) และ 3,800 ลิตร (ในรุ่น 2 ที่นั่ง รถตู้ทึบ)

มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 kWh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน) อัตราการสิ้นเปลือง 1 kWh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า

ระยะเวลาในการชาร์จแบบ DC จะใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 1.30 ชั่วโมง และชาร์จด้วยไฟ AC จะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Permanent Magnet Synchronous Motor 94 แรงม้า 180 นิวตัน-เมตร แบบ NCM ความจุ 50 kWh กำลังไฟ DC 40 kW / AC 6.6 kW 300 กิโลเมตร

MG-ZS-2020

7. MG ZS EV ราคา 1,190,000 บาท

MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) นับว่าเป็นรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่นำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเรา ซึ่งขายดีมากตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2562 ที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ สีฟ้า Copenhagen Blue กระจังหน้าทันสมัย พร้อมติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า และล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อม Advanced Driver-Assistance Systems ครบครัน

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ ชุดคอนโซลหน้าใช้วัสดุนุ่มแบบ Soft Touch ดูหรูหรามีระดับ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และยังโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic Sunroof

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-Ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ได้ถึง 3 ระดับ โดยการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 ซม.

ซึ่งตอนนี้ ทาง MG ได้ทำการจำหน่าย MG ZS EV โฉมปัจจุบันนี้ใกล้หมดแล้ว ซึ่งถ้าหากคุณอยากได้ อาจต้องรอ MG ZS EV ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่จะเข้ามาขายในบ้านเราเร็วๆ นี้ (แต่ยังบอกไม่ได้ว่า มาปีนี้ หรือปีหน้า)

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 150 แรงม้า 350 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 44.5 kWh 337 กิโลเมตร

Nissan-Leaf-2020

8. Nissan Leaf ราคา 1,499,000 บาท

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

Nissan Leaf ได้ปรับลดราคาจาก 1,999,000 บาท ลงมาเหลือ 1,499,000 บาท เพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 150 แรงม้า 320 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 40 kWh 311 กิโลเมตร

Mini-Electric-2020

9. Mini Electric ราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 184 แรงม้า 270 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 32.6 kWh 217 กิโลเมตร

KIA-Soul-EV-2020

10. KIA Soul EV ราคา 2,387,000 บาท

KIA Soul EV (เกีย โซล อีวี) เจเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถแนว Crossover ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Hyundai Kona มีตัวรถที่ดูแข็งแกร่ง ใช้ไฟหน้าทรงเรียวยาว ชุดไฟท้ายแบบทรงตั้งรูปตัว L และแนวหลังคาด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบลอยตัว

ห้องโดยสารมาพร้อมไฟ Sound Mood ที่ปรับตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ได้ มีจอ HUD ขนาด 8 นิ้ว จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบความปลอดภัยแบบ Drive Wise รอบคัน

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับ KIA Niro EV ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 64 kWh รองรับมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Eco, Comfort, Sport และ Eco+ เพื่อให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด ส่วนระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ประมาณ 452 กิโลเมตร

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 201 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 64 kWh กำลังไฟ 7.2 kW 356 V 452 กิโลเมตร

อันนี้แถมให้ …

Volvo-XC40-Recharge-Pure-Electric-2021

Volvo XC40 Recharge Pure Electric ราคา 2,590,000 บาท

Volvo XC40 Recharge Pure Electric (วอลโว่ เอ็กซ์ซี40 เพียว อิเล็กทริค) รถยนต์ไฟฟ้าแบบ Crossover SUV ขนาด Compact รุ่นแรกจากค่าย Volvo ที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทย เปิดตัว (แต่ไม่มีรถตัวจริงมาโชว์) ไปในงาน Motor Show 2021 ที่ผ่านมา

ภายนอกใช้กระจังหน้าเป็นแบบยูนิบอดี้ เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่านี่คือรถตระกูลไฟฟ้าของ Volvo พร้อมการตกแต่งภายในระดับพรีเมียมด้วยวัสดุหนังสีดำ รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android Automotive OS ที่พัฒนาร่วมกับ Google ที่ใช้ในการขับขี่ และระบบความปลอดภัยขั้นสูงเต็มรูปแบบ

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งขนาด 204 แรงม้า ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ให้กำลังรวมสูงสุด 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงแบบลิเธียมไอออน ขนาด 78 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กม./ชม. ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 418 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP  ต่อการชาร์จเต็มในแต่ละครั้ง สามารถชาร์จผ่าน Wallbox ขนาด 11 kw จาก 0-100% ได้ในเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ในเวลาประมาณ 40 นาที

สำหรับราคาจำหน่าย ยังครอบคลุมถึงค่าบริการชาร์จไฟจาก EA Anywhere เป็นเวลา 1 ปีเต็ม

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent-Magnet Synchronous Motors X 2 408 แรงม้า 660 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 78 kWh 418 กิโลเมตร

Tesla-Model-Y-2021

Tesla Model Y ราคา 2,990,000 บาท

Tesla Model Y (เทสลา โมเดล วาย) รถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังที่สุดในโลก ในรูปแบบ Crossover 5 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุด สร้างบนพื้นฐานของ Tesla Model 3 กับราคาที่จับต้องได้ ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาขายกันหลายเจ้าเลยทีเดียว ราคาอยู่ที่ 2,990,000 บาท

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Plus, Long Range และ Performance เป็นแบบขนาด 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.6 วินาที (Standard Plus), 5 วินาที (Long Range) และ 3.3 วินาที (Performance) ทำความเร็วได้สูงสุด 217 กม./ชม. (Standard Plus, Long Range) และ 249 กม./ชม. (Performance) ให้ระยะทางวิ่ง 525 กิโลเมตร (Single Motor), 594 กิโลเมตร (Dual Motor) และ 567 กิโลเมตร (Performance) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

สมรรถนะ (Long Range / MY2021)

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor X 2 283 แรงม้า 450 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 75 kWh 525 กิโลเมตร

Carro Express ขายรถกับคาร์โร อยากขายรถ ขายรถด่วน

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO สิ ได้ราคาดีที่สุด พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express มาขายรถคันเดิมกับ CARRO Express สิ! Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

แต่ถ้าหากช่วงนี้ใครอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ มาใช้แทนที่รถคันเดิม CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนตุลาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

CARRO Automall แนะนำ Eco-Car ราคาประหยัด

ในปัจจุบัน “รถมือสอง” ในรูปแบบ “Eco-Car” (อีโคคาร์) นับได้ว่าเป็นรถยนต์ยอดนิยม ทั้งในตลาดรถป้ายแดง หรือรถมือสอง ด้วยคุณลักษณะที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่ให้กำลังใช้งานในเมืองได้พอดีๆ รวมถึงความอเนกประสงค์ในการใช้งาน ประหยัดน้ำมัน และอะไหล่หาง่าย ศูนย์บริการมีพร้อม

เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ แม่บ้าน หรือนักศึกษา ที่อยากได้รถมือสองประหยัดน้ำมัน หาที่จอดง่าย ไว้ใช้งานในเมือง ไปจ่ายตลาด หรือขับไปมหาวิทยาลัย ในงบประมาณจำกัด และมีราคารถมือสองที่ไม่แพงมาก ซื้อขายง่าย

ตัวเลือกอย่างรถยนต์ Eco-Car 2021 (อีโคคาร์) ที่ถือว่าเหมาะสมกับงบประมาณและสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ … CARRO Automall ขอแนะนำ ราคารถ Eco-Car มือสองถูกที่สุด! สุดคุ้มน่าใช้ คุณภาพเยี่ยมทุกคันจาก CARRO Automall ประจำเดือนตุลาคม 2564 ว่ามีรุ่นไหนที่น่าสนใจกันบ้าง รับชมกันได้เลยครับ

Toyota Yaris

 

TOYOTA YARIS 1.2 J 2014 เทา

1. Toyota Yaris 1.2 J ปี 2014 เลขไมล์ 148,751 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 299,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2014-G60JRK.html

TOYOTA YARIS 1.5 G 2014 ดำ

2. Toyota Yaris 1.2 G ปี 2014 เลขไมล์ 195,461 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 309,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2014-D80Q27.html

TOYOTA YARIS 1.2 J 2015 ขาว

3. Toyota Yaris 1.2 J ปี 2015 เลขไมล์ 112,604 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 289,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2015-D593X5.html

TOYOTA YARIS 1.2 E 2015 ขาว

4. Toyota Yaris 1.2 E ปี 2015 เลขไมล์ 91,639 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 319,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2015-GJ6KYQ.html

TOYOTA YARIS 1.2 J 2015 เทา

5. Toyota Yaris 1.2 J ปี 2015 เลขไมล์ 178,815 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 299,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2015-E1WQ44.html

TOYOTA YARIS 1.2 G 2015 ฟ้า

6. Toyota Yaris 1.2 G ปี 2015 เลขไมล์ 161,774 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 309,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2015-DXO139.html

TOYOTA YARIS 1.2 E 2015 ขาว

7. Toyota Yaris 1.2 E ปี 2015 เลขไมล์ 141,397 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 299,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2015-GJVJO6.html

TOYOTA YARIS 1.2 E 2015 ขาว

8. Toyota Yaris 1.2 E ปี 2015 เลขไมล์ 232,943 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 289,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2015-EZ2LRL.html

TOYOTA YARIS ECO 1.2 J 2016 แดง

9. Toyota Yaris 1.2 J ปี 2016 เลขไมล์ 89,184 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 299,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2016-G907Z8.html

TOYOTA YARIS 1.2 G 2017 ขาว

10. Toyota Yaris 1.2 G ปี 2017 เลขไมล์ 57,201 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 349,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2017-D26KWQ.html

TOYOTA YARIS ECO 1.2 J 2017 ขาว

11. Toyota Yaris 1.2 J ปี 2017 เลขไมล์ 56,626 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 359,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2017-DR1XY9.html

TOYOTA YARIS 1.2 E 2018 ขาว

12. Toyota Yaris 1.2 E ปี 2018 เลขไมล์ 72,245 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 379,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2018-DL10R6.html

TOYOTA YARIS 1.2 J 2018 เทา

13. Toyota Yaris 1.2 J ปี 2018 เลขไมล์ 40,074 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 369,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2018-GM934N.html

TOYOTA YARIS 1.2 E 2019 ขาว

14. Toyota Yaris 1.2 E ปี 2019 เลขไมล์ 28,027 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 419,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2019-E1WQLP.html

TOYOTA YARIS 1.2 MID 2019 ดำ

15. Toyota Yaris 1.2 MID ปี 2019 เลขไมล์ 29,526 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 469,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-2019-DO2QX2.html

Toyota Yaris ATIV

TOYOTA YARIS ATIV 1.2 E 2019 เทา

1. Toyota Yaris ATIV 1.2 E ปี 2019 เลขไมล์ 21,486 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 379,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2019-GP11VJ.html

TOYOTA YARIS ATIV 1.2 E 2019 ดำ

2. Toyota Yaris ATIV 1.2 E ปี 2019 เลขไมล์ 7,791 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 399,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2019-EQ123J.html

TOYOTA YARIS ATIV 1.2 J 2017 ขาว

3. Toyota Yaris ATIV 1.2 J ปี 2017 เลขไมล์ 75,289 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 329,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2017-G90RY6.html

TOYOTA YARIS ATIV 1.2 G 2017 เทาดำ

4. Toyota Yaris ATIV 1.2 G ปี 2017 เลขไมล์ 45,503 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 389,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2017-E4JW4X.html

TOYOTA YARIS ATIV 1.2 S 2019 เทา

5. Toyota Yaris ATIV 1.2 S ปี 2019 เลขไมล์ 14,079 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 429,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2019-G0V577.html

TOYOTA YARIS ATIV 1.2 E 2020 น้ำเงิน

6. Toyota Yaris ATIV 1.2 E ปี 2020 เลขไมล์ 36,133 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 439,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-yaris-ativ-2020-D2XOKO.html

Nissan March

NISSAN MARCH 1.2 VL 2011 เขียว

1. Nissan March 1.2 VL ปี 2011 เลขไมล์ 112,641 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 199,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-march-2011-EK1N3Q.html

NISSAN MARCH 1.2 E 2015 ขาว

2. Nissan March 1.2 E ปี 2015 เลขไมล์ 73,898 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 239,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-march-2015-GYP47X.html

NISSAN MARCH 1.2 E 2016 ฟ้า

3. Nissan March 1.2 E ปี 2016 เลขไมล์ 95,847 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 229,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-march-2016-EWNZKY.html

NISSAN MARCH 1.2 S 2018 เทา

4. Nissan March 1.2 S ปี 2018 เลขไมล์ 33,505 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 219,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-march-2018-EKWK1Q.html

NISSAN MARCH 1.2 S 2019 ดำ

5. Nissan March 1.2 S ปี 2019 เลขไมล์ 31,314 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 209,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-march-2019-EK1YM7.html

NISSAN MARCH 1.2 E 2019 ดำ

6. Nissan March 1.2 E ปี 2019 เลขไมล์ 36,697 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 269,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-march-2019-DO1X24.html

Nissan Almera

NISSAN ALMERA 1.2 E 2012 น้ำตาล

1. Nissan Almera 1.2 E ปี 2012 เลขไมล์ 193,673 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 179,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2012-E4NYYZ.html

NISSAN ALMERA 1.2 VL 2014 ขาว

2. Nissan Almera 1.2 VL ปี 2014 เลขไมล์ 95,459 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 259,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2014-DXO1Y9.html

NISSAN ALMERA 1.2 E 2015 น้ำตาล

3. Nissan Almera 1.2 E ปี 2015 เลขไมล์ 110,546 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 209,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2015-G03KVQ.html

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2016 ดำ

4. Nissan Almera 1.2 E Sportech ปี 2016 เลขไมล์ 136,361 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 269,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2016-EQ291V.html

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2019 ดำ

5. Nissan Almera 1.2 E Sportech ปี 2019 เลขไมล์ 35,982 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 319,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2019-E15LK4.html

NISSAN ALMERA 1.2 ES 2018 ขาว

6. Nissan Almera 1.2 ES ปี 2018 เลขไมล์ 47,709 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 289,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2018-GYP2MZ.html

NISSAN ALMERA 1.2 ES 2018 ดำ

7. Nissan Almera 1.2 ES ปี 2018 เลขไมล์ 44,001 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 309,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2018-GVM422.html

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2019 แดง

8. Nissan Almera 1.2 E Sportech ปี 2019 เลขไมล์ 10,613 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 329,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2019-E150MP.html

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2019 ขาว

9. Nissan Almera 1.2 E Sportech ปี 2012 เลขไมล์ 37,969 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 319,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2019-EWN2OM.html

NISSAN ALMERA 1.0 VL TURBO 2020 แดง

10. Nissan Almera 1.0 VL Turbo ปี 2010 เลขไมล์ 11,347 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 499,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2020-EN17OJ.html

Honda Brio Amaze

HONDA BRIO 1.2 V 2012 ขาว

1. Honda Brio 1.2 V ปี 2012 เลขไมล์ 115,882 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 259,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-brio-2012-EWN58Y.html

HONDA BRIO 1.2 V 2018 ขาว

2. Honda Brio 1.2 V ปี 2018 เลขไมล์ 50,562 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 359,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-brio-2018-GM9KNQ.html

HONDA BRIO AMAZE 1.2 V 2013 น้ำเงิน

3. Honda Brio Amaze 1.2 V ปี 2013 เลขไมล์ 52,417 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 249,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-brio-2013-EQ18MR.html

HONDA BRIO AMAZE 1.2 V 2016 เทา

4. Honda Brio Amaze 1.2 V ปี 2016 เลขไมล์ 116,575 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 279,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/honda-brio-2016-E710RO.html

Mitsubishi Mirage

MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLX 2013 เทา

1. Mitsubishi Mirage 1.2 GLX ปี 2013 เลขไมล์ 131,191 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 209,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-mirage-2013-E719LR.html

MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLS 2012 ฟ้า

2. Mitsubishi Mirage 1.2 GLS-Ltd. ปี 2012 เลขไมล์ 282,111 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 169,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-mirage-2012-G6LV74.html

MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLS 2013 เหลือง

3. Mitsubishi Mirage 1.2 GLS ปี 2013 เลขไมล์ 59,528 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 209,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-mirage-2013-EQ1O65.html

MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GLX 2018 ดำ

4. Mitsubishi Mirage 1.2 GLX ปี 2018 เลขไมล์ 43,720 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 279,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-mirage-2018-E7155Y.html

Mitsubishi Attrage

MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 GLX 2017 เทา

1. Mitsubishi Attrage 1.2 GLX ปี 2017 เลขไมล์ 23,929 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 269,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-attrage-2017-GVMW66.html

MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 GLS 2016 ขาว

2. Mitsubishi Attrage 1.2 GLS ปี 2016 เลขไมล์ 74,862 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 279,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-attrage-2016-G3Y61N.html

MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 GLX 2017 เทา

3. Mitsubishi Attrage 1.2 GLX ปี 2017 เลขไมล์ 80,800 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 289,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mitsubishi-attrage-2017-DO2J2W.html

Suzuki Swift

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2012 น้ำเงิน

1. Suzuki Swift 1.2 GL ปี 2012 เลขไมล์ 66,977 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 269,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2012-GJV964.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2012 เทา

2. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2012 เลขไมล์ 59,045 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 249,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2012-G30NKJ.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2013 ส้ม

3. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2013 เลขไมล์ 123,986 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 259,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2013-DL1M5O.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2013 แดง

4. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2013 เลขไมล์ 80,084 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 259,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2013-G03Z8Q.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2015 ฟ้า

5. Suzuki Swift 1.2 GL ปี 2015 เลขไมล์ 59,071 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 249,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2015-G03Z18.html

SUZUKI SWIFT ECO SWIFT 1.25 GA 2015 ดำ

6. Suzuki Swift 1.2 GA ปี 2015 เลขไมล์ 100,946 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 279,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2015-EQ2VXR.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2012 ขาว

7. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2012 เลขไมล์ 66,992 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 269,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2012-EKWPR7.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2012 ขาว

8. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2012 เลขไมล์ 85,415 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 259,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2012-G60OQK.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2013 ส้ม

9. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2013 เลขไมล์ 147,073 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 269,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2013-DX2KV1.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2014 เทา

10. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2014 เลขไมล์ 99,900 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 279,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2014-GP1V4J.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2015 แดง

11. Suzuki Swift 1.2 GA ปี 2015 เลขไมล์ 121,696 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 259,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2015-E71P3N.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GLX 2018 น้ำเงิน

12. Suzuki Swift 1.2 GLX ปี 2018 เลขไมล์ 88,309 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 369,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2018-E71KOR.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2019 น้ำเงิน

13. Suzuki Swift 1.2 GL ปี 2019 เลขไมล์ 17,220 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 379,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2019-D26936.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2020 น้ำเงิน

14. Suzuki Swift 1.2 GL ปี 2020 เลขไมล์ 11,682 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 399,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2020-D59NX5.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2020 เทา

15. Suzuki Swift 1.2 GL ปี 2019 เลขไมล์ 18,038 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 399,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2020-E15PXY.html

SUZUKI SWIFT 1.2 GL 2021 ขาว

16. Suzuki Swift 1.2 GL ปี 2021 เลขไมล์ 547 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 409,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/suzuki-swift-2021-GMYXNX.html

Mazda2 Hatchback

MAZDA 2 1.3 High Connect 2015 ขาว

1. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2015 เลขไมล์ 214,125 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 289,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2015-G30K4K.html

MAZDA 2 1.3 Sports High Connect 2016 ขาว

2. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2016 เลขไมล์ 139,726 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 359,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2016-EZQ7R2.html

MAZDA 2 1.3 High 2017 เทา

3. Mazda2 1.3 High ปี 2017 เลขไมล์ 156,348 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 399,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2017-D26V86.html

MAZDA 2 1.3 High Connect 2020 ขาว

4. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2020 เลขไมล์ 36,724 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 429,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2020-DO12Z4.html

MAZDA 2 1.3 High 2016 ขาว

5. Mazda2 1.3 High ปี 2016 เลขไมล์ 48,520 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 359,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2016-G0VPW9.html

MAZDA 2 1.3 Sports High Connect 2018 น้ำตาล

6. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2018 เลขไมล์ 21,946 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 389,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2018-GY56MP.html

MAZDA 2 1.3 High Connect 2017 ดำ

7. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2017 เลขไมล์ 44,852 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 359,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2017-EZ28N2.html

MAZDA 2 1.3 Sports High Connect 2019 ขาว

8. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2019 เลขไมล์ 9,395 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 419,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2019-DR2L83.html

MAZDA 2 1.3 Sports High Connect 2018 ขาว

9. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2018 เลขไมล์ 138,923 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 389,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2018-D8NKV8.html

MAZDA 2 1.3 Sports High Connect 2019 เทา

10. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2020 เลขไมล์ 67,224 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 399,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2019-GYP3OQ.html

MAZDA 2 1.3 High Plus 2019 น้ำตาล

11. Mazda2 1.3 High Plus ปี 2019 เลขไมล์ 11,437 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 419,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2019-G037Q7.html

Mazda2 Sedan

MAZDA 2 1.3 High Connect 2015 น้ำเงิน

1. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2015 เลขไมล์ 59,652 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 349,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2015-G6LVQK.html

MAZDA 2 1.3 High 2016 น้ำเงิน

2. Mazda2 1.3 High ปี 2016 เลขไมล์ 81,169 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 339,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2016-EKWP4W.html

MAZDA 2 1.3 High Connect 2016 แดง

3. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2016 เลขไมล์ 93,008 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 319,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2016-EKW4Y9.html

MAZDA 2 1.3 High Connect 2017 เทาดำ

4. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2017 เลขไมล์ 47,352 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 369,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2017-GP2J6J.html

MAZDA 2 1.3 High 2017 เทา

5. Mazda2 1.3 High ปี 2017 เลขไมล์ 156,348 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 329,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2017-D26V86.html

MAZDA 2 1.3 High Connect 2018 แดง

6. Mazda2 1.3 High Connect ปี 2018 เลขไมล์ 26,646 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 389,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2018-DR2R65.html

MAZDA 2 1.3 E 2019 แดง

7. Mazda2 1.3 E ปี 2019 เลขไมล์ 19,659 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 399,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2019-EQ2Q85.html

MAZDA 2 1.3 STD 2019 เทา

8. Mazda2 1.3 Standard ปี 2019 เลขไมล์ 38,055 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 379,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2019-GMYZ58.html

MAZDA 2 1.3 High 2019 ดำ

9. Mazda2 1.3 High ปี 2019 เลขไมล์ 41,713 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 379,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/mazda-2-2019-DL10N3.html

ส่วนช่วงนี้ ใครอยากซื้อรถ Eco-Car มือสอง (รถอีโคคาร์มือสอง) สภาพเยี่ยม ราคาเบาๆ CARRO Automall แหล่งรวมรถ Eco-Car มือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถ Eco-Car ออนไลน์ ได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น!

รถ Eco-Car ทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ให้คุณเลือกชมรถยนต์อีโคคาร์เสมือนจริงออนไลน์รายแรกในไทย ทั้งภาพและเสียงในรูปแบบ 360 องศา พร้อมรับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร!

อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! เรามีรถให้คุณเลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน ซื้อรถ Eco-Car คุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถ Eco-Car รุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Official โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ปี 2021

ในยุคสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เมื่อคุณจะตัดสินใจออกรถใหม่ 2022 ไม่ว่าจะเพื่อมาใช้ในการเดินทาง ใช้ทำงาน หรือไว้ใช้งานในครอบครัว ให้ลูกขับไปมหาวิทยาลัย หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไปมากที่สุด

โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป และต้องเป็นรถที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงเป็นรถขายดี อะไหล่หาง่าย ซื้อง่ายขายคล่อง ขายต่อเป็นรถมือสองก็ง่ายด้วย

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปออกรถใหม่มาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

ด้วยเหตุนี้ MR.CARRO จึงรวบรวมข้อมูลรถยนต์ใหม่ป้ายแดง รถใหม่ 2021 – 2022 ที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน หลากหลายรูปแบบ 10 อันดับ ถูกที่สุดในไทย ประจำปี 2021 มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio ราคา 328,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย แม้ว่าจะขายมาหลายปี แต่ก็ยังได้รับความนิยม อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร อีกทั้้งยังเป็นมาตรฐานใหม่ ของรถยนต์นั่งมาตรฐานโลก ส่งออกไปขายในเอเชียและยุโรปด้วย

TATA-Super-Ace-Mint

2. TATA Super ACE Mint ราคา 375,000 บาท

TATA Super ACE Mint (ทาทา ซูเปอร์ เอซ มินท์) รถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ขนาดไม่เกิน 1 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร 70 แรงม้า รายแรกและรายเดียว ทรงพลังให้แรงบิดสูงสุด ในรอบเครื่องต่ำ ถือเป็นรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง

กระบะท้ายพื้นเรียบขนาดใหญ่ พร้อมเปิดได้ 3 ด้าน และวางเครื่องยนต์อยู่ใต้ที่นั่งคนขับ ทำให้พื้นที่กระบะท้ายยาวขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

All-New-Suzuki-Carry

3. Suzuki Carry ราคา 385,000 บาท

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) รถบรรทุกเล็กจอมพลัง เจเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้แนวคิด Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ปรับโฉมใหม่หมดครั้งที่ 2 ตั้งแต่ผลิตรถรุ่นนี้นับตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2549 กว่า 50,000 คัน เป็นรถขายดีในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มรถ Food Truck

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส K15B 95 แรงม้า ประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีระบบเบรก ABS ห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบใหม่ ใหญ่ขึ้น ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงหมุนพวงมาลัยอีกด้วย และรับน้ำหนักได้มากถึง 945 กิโลกรัม

Nissan-March

4. Nissan March ราคา 420,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน มียอดขายสะสมรวมได้หลายแสนคัน มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย อะไหล่หาง่าย ซื้อง่ายขายคล่อง

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร ขับขี่ก็ง่าย จอดรถก็คล่องตัว ราคาอะไหล่ไม่แพง คุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง

Mitsubishi-Mirage-2020

5. Mitsubishi Mirage ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ และอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

6. Mitsubishi Attrage ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

All-New-Nissan-Almera-2020

7. Nissan Almera ราคา 509,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

MG3

8. MG3 ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี 3) รถแฮทช์แบ็คหลากสีสันสดใส มิติใหม่ของความสนุกด้วยเอกลักษณ์ของ All-New MG3 ที่มาพร้อมนิยามใหม่ “WE ARE FUN” : มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถรองรับการสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย พร้อมกับการอัพเดทฟังก์ชันใหม่บนแผนที่นำทางที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พัก พร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า ผสานการทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode และยังจัดเต็มระบบความปลอดภัยอีกด้วย

New Toyota Yaris Ativ Urban Addict 2022

9. Toyota Yaris ATIV ราคา 539,000 บาท

Toyota Yaris ATIV (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car Sedan ที่เป็นรถขายดีในบ้านเราอีกรุ่น นับตั้งแต่ปี 2560 และปรับโฉมครั้งล่าสุดในเดือนกันยายน 2564 นี่เอง โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว กว้างขวาง ขับง่าย นั่งสบาย พร้อมฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ Super CVT-i ใหม่ พร้อม Shift Lock ขับขี่คล่องตัว ให้ความรู้สึกสนุกสนานในทุกการขับขี่ “Fun-To-Drive” พร้อมรองรับแก๊สโซฮอล์ E20

Mazda2 Sedan Sports 2021

10. Mazda2 Sedan / Hatchback ราคา 546,000 บาท

Mazda2 (มาสด้า2) นับเป็นรถยนต์ Hatchback 5 ประตู และ Sedan 4 ประตู ที่จำหน่ายในบ้านเรามาหลายปีอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่ปี 2558 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาในเดือนมกราคม 2564 ซึ่งยังติดอันดับรถขายดีในปัจจุบัน

ในรุ่นเริ่มต้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร Skyactiv-G 93 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Skyactiv-Drive ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และรองรับแก๊สโซฮอล์ E20

Carro Automall / คาร์โร ออโต้มอลล์

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ลองเลือกซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม กับ CARRO Automall ซึ่งรถของเราคัดมาแล้วทุกคัน ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

สำหรับใครที่อยากขายรถ เพราะอยากเปลี่ยนรถใหม่เป็นรถไฟฟ้า มาขายรถกับ CARRO Express สิ! ได้ราคาดี พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนกันยายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Nissan-Car-Price-List-2020

รวมราคารถใหม่ Nissan (นิสสัน) Update 19/8/2021

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2021 Nissan (นิสสัน) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน เช็คราคารถ Nissan ป้ายแดงได้ที่นี่

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม มาที่นี่เลย CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยีจากระบบ AI ช่วยประเมินสภาพรถก่อนขาย

รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่คุณต้องการ ก็ได้เช่นกัน มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall Thailand ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Nissan-March

March

  • 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท
  • 1.2 E MT ราคา 480,000 บาท
  • 1.2 S CVT ราคา 495,000 บาท
  • 1.2 EL CVT ราคา 510,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

All-New-Nissan-Almera-2020

All-New Almera 2020

  • รุ่น S ราคา 499,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น EL ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น V Sportech ราคา 629,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 639,000 บาท
  • รุ่น VL Sportech ราคา 659,000 บาท
  • รุ่น N Sport ราคา 650,000 บาท

Nissan-Note-2020

Note 2020

  • 1.2 E CVT ราคา 530,000 บาท
  • 1.2 V CVT ราคา 565,000 บาท
  • 1.2 VL CVT ราคา 595,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Nissan-Leaf-2019

Leaf

  • Leaf ราคาพิเศษ 1,499,000 บาท

Nissan-GT-R

GT-R

  • GT-R ราคา 10,700,000 บาท
  • GT-R 50th Anniversary ราคา 11,300,000 บาท

Nissan-Kicks-ePower-2020

Kicks e-POWER 2020

  • รุ่น S ราคา 889,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 999,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาว Storm White (เพิ่มเงิน 10,000 บาท), สีส้ม Monarch Orange (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

**ราคานี้ มีผลถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

สีทูโทน หลังคาสีดำ (เฉพาะรุ่น VL) อีก 4 สี

  • สีขาว Storm White – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีส้ม Monarch Orange – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีแดง Radiant Red – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีเทา Gun Metallic – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

Nissan-Terra-2019

Terra

  • 2.3 V 2WD ราคา 1,299,000 บาท
  • 2.3 VL 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.3 VL 4WD ราคา 1,459,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Nissan เปิดตัว Nissan Terra 2021 ไมเนอร์เชนจ์

New Terra 2021

  • 2.3 E 2WD 7AT ราคา 1,199,000 บาท
  • 2.3 VL 2WD 7AT ราคา 1,449,000 บาท
  • 2.3 VL 4WD 7AT ราคา 1,499,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Nissan-Navara-Black-Edition-2019

Navara

Single Cab

  • SL 6MT ราคา 559,500 บาท
  • SL 6MT 4WD ราคา 655,000 บาท
  • SWB 6MT ราคา 769,000 บาท

King Cab

  • S 6MT ราคา 637,000 บาท
  • E 6MT ราคา 667,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 799,500 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 790,000 บาท

Double Cab

  • S 6MT ราคา 693,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 840,500 บาท
  • Calibre EL 6MT ราคา 869,000 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 877,000 บาท
  • Calibre EL 7AT ราคา 914,500 บาท
  • Calibre EL 7AT Black Edition ราคา 950,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 943,500 บาท
  • VL 4WD 7AT ราคา 1,096,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 7,000 บาท

Nissan-Navara-Pro-4X-2021

Nissan-Navara-Single-Cab-2021

Navara 2021

Single Cab

  • Chassis Cab 6MT ราคา 519,000 บาท
  • S 6MT 6MT ราคา 559,000 บาท
  • SL 6MT ราคา 575,000 บาท
  • SL 6MT 4WD ราคา 649,000 บาท

King Cab

  • S 6MT ราคา 599,000 บาท
  • SL 6MT ราคา 609,000 บาท
  • E 6MT ราคา 689,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 765,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 815,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 809,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 859,000 บาท

Double Cab

  • Calibre E 6MT ราคา 849,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 899,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 915,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 965,000 บาท
  • 4WD VL 7AT ราคา 1,129,000 บาท

PRO-2X และ New PRO-2X

  • PRO-2X 2WD 7AT 999,000 บาท
  • PRO-4X 4WD 7AT 1,149,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน

Nissan-Urvan

Urvan

  • Diesel MT ราคา 1,216,500 บาท

ดูโปรโมชั่น Nissan ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/nissan-new-car-promotion/

Nissan-New-Car-Promotion

รวม Promotion รถใหม่ 2021 – 2022 Nissan (นิสสัน) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ประจำเดือนพฤศจิกายน 2564

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม มาที่นี่เลย CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check และยังมีเทคโนโลยีจากระบบ AI ช่วยประเมินสภาพรถก่อนขาย

รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือต้องการหารถมือสองยี่ห้อ/รุ่นที่คุณต้องการ ก็ได้เช่นกัน มาซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ที่ CARRO Automall สิ! โทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line @carroautomall

แต่ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถด่วนกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothai คลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 31 ธันวาคม 2564

ข้อเสนอพิเศษ NISSAN KICKS e-POWER

Kicks

Nissan Kicks e-Power รุ่น E, V และ VL

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 60 เดือน)
  • ขับขี่เร้าใจ ไม่พอใจคืนรถได้ใน 30 วัน

ต่อที่ 2 ฟรี แพ็กเกจขับสบายหายห่วง

  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
  • ฟรี Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง  (5 ปี หรือ 150,000 กม)
  • ฟรี SAVE SAFE Platinum Package (5 ปี หรือ 100,000 กม)

Note-VL-Sep

Note

Nissan Note VL 20MY

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,150 บาท [งวดที่ 1-6 ค่างวด 7,972 บาท นิสสันช่วยผ่อน 5,822 บาท จำนวน 6 งวด, งวดที่ 7-72 (7,972 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 20%, ดอกเบี้ย 3.43%, ระยะเวลาผ่อน 72 เดือน, คำนวณจากรุ่น Note VL CVT ราคา 595,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Note AERO PACKAGE มูลค่า 20,400 บาท

Nissan Note 20MY

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,900 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • ดาวน์เริ่มต้น 9,900 บาท พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2 ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง

  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Note AERO PACKAGE มูลค่า 20,400 บาท
  • สิทธิ์ซื้อชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Value Package ราคาพิเศษเพียง 3,500 บาท

NISSAN MARCH

March

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,750 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • ดาวน์เริ่มต้น 4,900 บาท พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Value Package ราคาพิเศษเพียง 3,990 บาท

Nissan-Almera-Aug-21

Almera

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,050 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • ดาวน์เริ่มต้น 19,900 บาท พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/70,000 กิโลเมตร

Nissan ALMERA SPORTECH

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,400 บาท [งวดที่ 1-4 ค่างวด 8,340 บาท นิสสันช่วยผ่อน 4,940 บาท จำนวน 4 งวด, งวดที่ 5-72 (8,340 บาท), คำนวณจากเงินดาวน์ 20%, ดอกเบี้ย 3.22%, ระยะเวลาผ่อน 72 เดือน, คำนวณจากรุ่น ALMERA V SPORTECH ราคา 629,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/70,000 กิโลเมตร

NISSAN TEANA

Leaf

  • ราคาพิเศษ 1,499,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ฟรี เครื่อง Wallbox EV Charger รวมค่าติดตั้งมูลค่า 77,000 บาท
  • ฟรี รับประกันระบบไฟฟ้า 5 ปี/ 100,000 กม.
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี/ 160,000 กม.
  • ฟรี ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพ 5 ปี/150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี (Premium Roadside Assistance)
NISSAN GT-R

GT-R

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.74%* (เงินดาวน์ 30%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)

Nissan-SC-Aug-21

Navara

Nissan Navara Single Cab ใหม

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ดาวน์เริ่มต้น 23,900 บาท พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท (ดาวน์ 20% ผ่อน 84 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

ต่อที่ 2

  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร
KC-Aug-21
Nissan Navara King Cab ใหม่  

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ดาวน์เริ่มต้น 15,900 บาท พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน (3)

หรือ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท (ดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

ต่อที่ 2

  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร
KC-Aug-21

New Navara King Cab Calibre

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ดาวน์เริ่มต้น 29,900 บาท พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,900 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

ต่อที่ 2

  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

New NAVARA K/Cab Calibre

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 25%, ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • ดาวน์เริ่มต้น 44,900 บาท พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,890 บาท (ดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

ต่อที่ 2

  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

New NAVARA K/Cab Calibre V MT

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ราคาพิเศษ 699,000 บาท
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 25% ผ่อน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน
  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

DC-ca-Aug-21

New NAVARA D/Cab Calibre

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 25%, ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • ดาวน์เริ่มต้น 53,900 บาท พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,599 บาท (ดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

ต่อที่ 2

  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

New NAVARA D/Cab Calibre V MT

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • ราคาพิเศษ 799,000 บาท
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 25% ผ่อน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน
  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี

ต่อที่ 2

  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร
2x-Aug-21

New NAVARA D/Cab PRO-2X 7AT

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 10,499 บาท (ดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

ต่อที่ 2

  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

New NAVARA D/Cab 4WD PRO-4X 7AT

ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ดาวน์ 30%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

หรือ

  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 12,500 บาท (ดาวน์ 25% ผ่อน 84 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

ต่อที่ 2

  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

nissan-terra-mc

Terra

ต่อที่ 1

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ขับฟรี สูงสุด 90 วัน

ต่อที่ 2

  • ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี
  • ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร

ต่อที่ 3 (เฉพาะรุ่น VL)

  • ฟรี อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

NISSAN URVAN

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

ดู Promotion Nissan เพิ่มเติมได้ที่ – https://www.nissan.co.th/offers.html

5 เหตุผล ที่ทำไมคนญี่ปุ่น ถึงนิยมเทคโนโลยี e-Power ของรถ Nissan

นับตั้งแต่ Nissan (นิสสัน) แนะนำเทคโนโลยี e-Power (นิสสัน อี-พาวเวอร์) ครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น กับ Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) รถยนต์แบบ Compact เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016 ตั้งแต่นั้นมา Nissan Note e-Power ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และยังได้รับรางวัลรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2018*

Nissan Note e-Power และ Nissan Serena e-Power

ต่อมา ในเดือนมีนาคม 2018 Nissan เปิดตัวรถมินิแวน Nissan Serena e-Power (นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์) ตามด้วย Nissan Kicks e-Power (นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์) ในเดือนมิถุนายน 2020 พร้อมๆ กับบางประเทศในทวีปเอเชีย และในไทย

ซึ่งทำให้เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ แพร่หลายมากยิ่งขึ้น และในเดือนธันวาคมปีเดียวกันก็ได้เปิดตัว นิสสัน โน๊ต ใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่นที่ 2

Nissan Note e-Power E12 Engine

เดือนมีนาคมปี 2021 Nissan เปิดตัว Nissan Qashqai e-Power (นิสสัน แคชไค อี-พาวเวอร์) ใหม่ ในตลาดยุโรปหลังจากมีการเปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์แบบ Mild Hybrid ไปก่อนหน้านี้ นับเป็นการเปิดตัวเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ครั้งแรกในทวีปยุโรป และที่งาน Auto Shanghai 2021 ในประเทศจีน Nissan ก็ได้เปิดตัวเทคโนโลยีนี้ด้วยเช่นกัน

Nissan Note e-Power E12 Engine

และในเดือนมีนาคมเดียวกันนี้ Nissan สามารถสร้างยอดขายรถยนต์ Nissan e-Power ได้ทะลุ 500,000 คัน! ซึ่งประเทศที่ครองยอดขายเป็นอันดับ 1 คือ ประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งในเดือนมิถุนายนนี้ Nissan ได้เสริมทัพด้วย Nissan Note Aura (นิสสัน โน๊ต ออร่า) ที่ใช้ e-Power ออกมาอีกรุ่น

MR.CARRO เลยชวนคุณมาดู 5 เหตุผล ว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงโคตรนิยมรถยนต์ e-Power ของ Nissan กันครับ …

Nissan Note e-Power E13 2021

1. มอเตอร์ไฟฟ้า 100%

e-Power ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบบเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% คือการใช้เครื่องยนต์เบนซินประสิทธิภาพสูง ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งต่อให้มอเตอร์ไฟฟ้าใช้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถ (ถ้าคุณนึกภาพไม่ออก ว่า e-Power ทำงานอย่างไร? ขอให้นึกถึงรถไฟ แบบรถจักรดีเซลไฟฟ้า มีหลักการทำงานที่คล้ายกัน)

ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเงียบภายในห้องโดยสาร และได้ความสนุกในการขับขี่ ด้วยอัตราเร่งที่ทันใจแบบรถยนต์ไฟฟ้า แต่สะดวกกว่า ตรงที่เติมน้ำมันแทนการชาร์จไฟจากภายนอก

2. 5 รางวัลจากญี่ปุ่น

เทคโนโลยี e-Power ได้รับรางวัลระดับประเทศมาแล้ว 5 รางวัลในประเทศญี่ปุ่น เช่น รางวัลเทคโนโลยียอดเยี่ยมแห่งปีในประเทศญี่ปุ่น จาก สมาคมนักวิจัย และนักข่าวด้านยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Automotive Researchers’ and Journalists’ Conference of Japan) (RJC)

อีกทั้งจากการที่มีส่วนในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อี-พาวเวอร์ ยังได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมจากศูนย์อนุรักษ์พลังงานประเทศญี่ปุ่น (The Energy Conservation Center Japan) (ECCJ)

*ยอดขาย Note ประกอบด้วย Note รุ่นมาตรฐานและ Note e-Power โดยรุ่น อี-พาวเวอร์ คิดเป็นประมาณ 70% ของยอดขาย

Nissan Note e-Power E13 2021

3. ไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก

หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์ความเงียบ และอัตราเร่งที่ราบรื่นเหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่สะดวกสบายเพราะไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอกหรือต้องคอยหาสถานีชาร์จ แน่นอนว่า e-Power มอบความพิเศษนี้ให้กับคุณได้

และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเทคโนโลยีถึงได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่สะดวกชาร์จที่บ้าน เช่น ผู้คนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนท์ในโตเกียว

4. ยอดขายรถยนต์ Nissan e-Power ในญี่ปุ่นทะลุ 500,000 คัน

หากคุณนำรถยนต์ e-Power ที่จำหน่ายไปแล้วกว่า 500,000 คันมาเรียงต่อกัน ก็จะได้ความยาวเท่ากับระยะทางจากโตเกียวถึงไทเป![1] หรือพอๆ กับหากคุณเดินเท้าจากกรุงเทพไปยังมะนิลา![2]

Nissan Note e-Power E13 2021

5. ลดการใช้แป้นเบรกลง 70% ด้วย One-Pedal

การได้ลดการใช้แป้นเบรกในระหว่างรถติดนั้นเป็นประโยชน์อย่างมากกับผู้ขับขี่ชาวญี่ปุ่น เทคโนโลยี One-Pedal ในคิกส์ อี-พาวเวอร์ ช่วยให้คุณได้เร่งและชะลอความเร็วรถโดยใช้แป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว

นวัตกรรมนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ช่วยลดจำนวนการใช้แป้นเบรกได้ถึง 70% เมื่อรถมีการชะลอความเร็ว ระบบจะมีการฟื้นฟูพลังงานเพื่อชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่

สำหรับใครที่อยากขายรถคันเดิมตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

อีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

ค่ายรถ พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 ฟรี

แม้ว่าเวลานี้ ไวรัส “โควิด-19” ยังคงระบาดและสร้างความเสียหายให้กับชาวโลกอย่างต่อเนื่อง และระบาดใหม่ในไทยอีกระลอกในปี 2564 นี้ จนต้องหาทางจัดการด้วยหลายวิธี เพื่อลดยอดผู้ป่วยสะสมให้ได้มากที่สุด รวมถึงลดภาระของแพทย์และพยาบาลให้ได้มากที่สุด การ์ดอย่าตกนะจ๊ะ การ์ดอย่าตก! แล้วก็ไปฉีดวัคซีนกันด้วยล่ะ

“รถยนต์” ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ ถ้าการดูแลรักษาหรือการใช้งานไม่สะอาดพอ เหล่าค่ายรถยนต์ รวมถึงดีลเลอร์รถยนต์ ผู้จำหน่ายรถอิสระ และศูนย์ฟาสต์ฟิตต่างๆ ในไทย จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในรถยนต์ – อบโอโซน เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่จะมีค่ายไหนที่ให้บริการ “ฟรี” บ้าง MR.CARRO รวบรวมมาให้อ่านกันแล้วครับ.

Toyota

Toyota (โตโยต้า) ลดความกังวลและสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบใหม่นี้ บริษัท โตโยต้าฯ ยังคงกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว โดยให้พนักงานของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทุกแห่งปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ในการดูแลเรื่องสุขอนามัยทั้งบริเวณโชว์รูมและศูนย์บริการฯ ในทุกจุดสัมผัส

รวมทั้งลูกค้าที่นำรถยนต์โตโยต้าเข้ารับบริการ จะได้รับการดูแลทำความสะอาด ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในรถยนต์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 471 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน – 30 มิถุนายน 2564

ขั้นตอนการปฏิบัติงานและการบริการลูกค้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการเพิ่มกระบวนการฆ่าเชื้อโรคฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

1. การนัดหมายคอลเซ็นเตอร์ จะแจ้งเงื่อนไขการคัดกรองลูกค้าและมาตรการดูแลรักษาความสะอาดภายในศูนย์บริการฯ เพื่อทำความเข้าใจและความสะดวกของลูกค้า

2. เมื่อลูกค้าเข้ารับบริการจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองเบื้องต้น

3. เจ้าหน้าที่รับรถเช็คทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนปฏิบัติงาน

4. สร้างความมั่นใจลูกค้าขณะนั่งรอภายในศูนย์บริการโตโยต้า ด้วยมาตรฐานการรักษาความสะอาดผ่านการเช็ดพื้นภายในศูนย์บริการฯ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และมีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ

5. หลังการซ่อมรถยนต์ เพิ่มมาตรการการทำความสะอาดรถยนต์ ด้วยการพ่นสเปรย์ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารทุกจุดก่อนการส่งมอบ

สำหรับลูกค้าที่สนใจทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคทั้งลูกค้าโตโยต้าและรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-386-2000 หรือโทรนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการฯของผู้แทนจำหน่ายฯ ใกล้บ้าน

โควิด-19

K. Motors

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ยกทัพทีมงานคุณภาพ มอบบริการฆ่าเชื้อโรคในรถ ฟรี!! สำหรับรถทุกยี่ห้อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัส โควิด-19 ตั้งแต่ 1 – 31 พ.ค. 2564 เท่านั้น ลูกค้าที่สนใจเพียงนัดหมายล่วงหน้าที่ Call Center : 02-662-6555 หรือ m.me/toyotak.motors

สำหรับลูกค้าที่อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำการนัดหมายล่วงหน้าสามารถโทรติดต่อ Call Center ได้ที่ 02-662-6555 หรือ Inbox เข้ามาในเพจ www.facebook.com/toyotakmotors ทางเจ้าหน้าที่ของเราจะรีบดำเนินการติดต่อกลับ เพื่อยืนยันวันนัดหมายโดยเร็วที่สุด ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น เพราะศูนย์บริการของเค.มอเตอร์ส ทั้ง 17 สาขา มีครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลเลยทีเดียวครับ

เราจะฝ่าวิกฤติ โควิด-19 ไปด้วยกันครับ สู้สู้กันนะครับทุกคนนนน

โควิด-19

สแกน QR CODE เพื่อทำการนัดหมาย

save-safe

Nissan

“นิสสัน ห่วงใยทุกสถานการณ์” มอบความอุ่นใจ ด้วยแคมเปญ “ดูแลรถทุกช่วงเวลา”

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ขยายระยะเวลาของบริการโปรแกรม “Care for You – New Normal Life” แทนความห่วงใยจากนิสสัน มาตรการเพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้านิสสันปัจจุบัน ลูกค้ารายใหม่ รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ถึง 30 มิถุนายน 2564

“สำหรับโครงการ ‘Care for You’ ได้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการระบาดของโรคโควิด-19 ระยะใหม่นี้ ทางนิสสันจึงขยายระยะเวลาในส่วนของโปรแกรม ‘Care for You – New Normal Life’ เพื่อช่วยเหลือ และยกระดับความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า ช่วยให้ลูกค้านิสสันสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด”

รายละเอียดแคมเปญ มีดังต่อไปนี้

ฟรี! บริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรถยนต์

บริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร สำหรับรถยนต์นิสสันที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสันทั่วประเทศ ด้วยน้ำยาคุณภาพมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานในระดับนานาชาติ รวมถึง USFDA (United States Food and Drug Administration)  ตามบริเวณจุดสัมผัสสำคัญ เช่น พวงมาลัย, เกียร์, เบาะ, ที่จับประตู และคอนโซลหน้า เป็นต้น

สะดวกสบายกับบริการ รับ-ส่ง รถยนต์ของลูกค้าถึงที่บ้าน

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้านิสสันทุกท่านด้วยบริการรับ-ส่งรถยนต์ของลูกค้าที่บ้าน เพื่อนำไปเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสัน ทั้งสำหรับการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะและการซ่อมทั่วไป ศูนย์บริการนิสสันที่รองรับการให้บริการนี้ ปัจจุบันมีทั้งหมด 133 แห่งทั่วประเทศ ลูกค้าที่สนใจใช้บริการรับ-ส่งรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการนิสสัน สามารถติดต่อนัดหมายกับศูนย์บริการได้โดยตรง ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อศูนย์บริการและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.nissan.co.th/owners/pick-up-drop-off-service.html

แพ็กเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเซฟเซฟ ลดสูงสุด 24% 

นิสสันมอบส่วนลดพิเศษที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ศูนย์บริการนิสสันกับ 2 เซฟเซฟแพ็กเกจสุดคุ้ม จ่ายเพียงครั้งเดียว ประหยัดสูงสุดถึง 24% อาทิ

1. แพ็กเกจเซฟเซฟแบบแบล็ก (Black Package) ส่วนลดปกติ 20% พิเศษ ลดเพิ่มอีก 5% ครอบคลุมการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 4 ครั้ง (ทุก ๆ 10,000 กม. หรือ 2 ปี แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน)

2. แพ็กเกจเซฟเซฟแบบเรด (Red Package) ส่วนลดปกติ 10% พิเศษลดเพิ่มอีก 5% ครอบคลุมการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง 2 ครั้ง (ทุก ๆ 10,000 กม. หรือ 1 ปี  แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน) ตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.nissan.co.th/owners/service-package.html

สำหรับลูกค้านิสสันที่สนใจนำรถยนต์เข้ารับบริการสามารถนัดหมายได้ที่ศูนย์บริการนิสสันใกล้บ้านคุณ

หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nissan Call Center หมายเลข 02-401-9600

หมายเหตุ

  • เฉพาะศูนย์บริการฯ ที่ร่วมรายการเท่านั้น
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Mitsubishi

Mitsubishi (มิตซูบิชิ) จัดโครงการ “เราดูแล…คุณแค่ขับ” ลูกค้ามิตซูบิชิสามารถนำรถยนต์มิตซูบิชิเข้ารับบริการ พ่นฆ่าเชื้อไวรัสห้องโดยสารฟรี โดยน้ำยานี้ไม่ทำอันตรายต่อพื้นผิวในห้องโดยสารและไม่ติดไฟ

  • ผ่านการรองรับตามมาตรฐานของทางยุโรป Virucidal Effectiveness European Standard EN 14476
  • คุณสมบัติฆ่าเชื้อเกรดที่ใช้ในโรงพยาบาล (Hospital Grade Disinfectant) และใช้ในต่างประเทศมากกว่า 150 ประเทศ
  • ฆ่าแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส ได้ถึง 99.99%
  • ใช้ฆ่าเชื้อในห้องโดยสารของหลายๆสายการบินชั้นนำของโลก
  • ไม่ติดไฟ ไม่เป็นพิษ และไม่ทำลายเส้นใย พลาสติก โลหะ ยาง หรือพื้นผิวอื่นๆในห้องโดยสาร
  • สามารถใช้งานได้ด้วยการฉีดสเปรย์ หรือ ด้วยเครื่องพ่น ULV Microdiffusion

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

การฉีดพ่นในรถยนต์

  1. ฉีดพ่น Netbiokem DSAM ในห้องโดยสาร และ มือจับประตู
  2. ปล่อยให้สารออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อเป็นเวลา 5 นาที
  3. เช็ดพื้นผิวด้วยผ้าสะอาด
  4. ส่งมอบรถให้กับลูกค้า

สามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่ 28 เมษายน 2564 – 30 มิถุนายน 2564 ได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

Isuzu

พิเศษ..ฟรี! บริการฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร

•  สำหรับรถอีซูซุทุกรุ่น ที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

•  สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น และ ทุกยี่ห้อ ที่เข้ามาใช้บริการที่โชว์รูมอีซูซุที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 2564 – 30 มิ.ย. 2564

Isuzu Metro

อีซูซุเมโทร บริการพ่นฆ่าเชื้อในรถฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2564 (ทุกยี่ห้อ)

นัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
  • สาขางามวงศ์วาน (สนญ.) โทร. 087-929-0110
  • สาขาหัวลำโพง โทร. 087-929-0330
  • สาขาราชพฤกษ์ โทร. 087-929-0660
  • สาขาชัยพฤกษ์ โทร. 088-227-0476
  • Line @isuzumetro

Suzuki

“ซูซูกิ” ร่วมใจต้านภัยโควิด-19 ผสานผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เชิญชวนลูกค้านำรถเข้ารับบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้แพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยให้ความสำคัญในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และได้ดำเนินการตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ

และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ซูซูกิประกาศจับมือผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ เพิ่มมาตรการงานบริการให้กับลูกค้า นำรถเข้ารับการบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม– 30 มิถุนายน 2564

ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการดังกล่าว โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ SUZUKI Cause We Care โทร. 1800-600-900 (ไม่คิดค่าบริการ)

Benz Primus

“เบนซ์ไพรม์มัส” เพิ่มมาตรการเข้มป้องกัน Covid-19 ผุดไอเดียตั้ง Station บริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส ฟรี!

บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ในเครือทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ ได้เพิ่มมาตรการความเข้มข้นด้านสุขอนามัย โดยการปรับเพิ่มรูปแบบการบริการ และให้ความสำคัญกับนโยบายการรักษาความสะอาดภายในโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงการปฏิบัติงานของพนักงานทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่กระจายของโรค COVID-19 และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการทุกท่าน

โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การเพิ่มบริการใหม่ ด้วยการจัดตั้งสถานีบริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัสสำหรับรถยนต์ทุกคัน ทั้งก่อนและหลังเข้ารับบริการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

2. ปิดผนึกป้ายบนรถยนต์ทุกคันที่ผ่านการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส ก่อนดำเนินการส่งมอบให้แก่ลูกค้าผู้ใช้บริการ

3. การจัดทำซองใส่กุญแจสำหรับรถยนต์ทุกคันที่เข้ารับบริการ โดยหน้าซองใส่กุญแจ จะระบุชื่อลูกค้า รุ่นรถ เบอร์ติดต่อ และชื่อที่ปรึกษาด้านบริการ ก่อนนำมาพ่นฆ่าเชื้อไวรัสและส่งมอบให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการ

4. ดำเนินการพ่นฆ่าเชื้อไวรัสสำหรับรถ Display, รถ Demo และรถใน Stock ทุกคัน ก่อนและหลังนำมาให้บริการแก่ลูกค้าทุกครั้ง

ถ้าใครอยากขายรถในช่วงโควิด-19 เพื่อนำเงินมาใช้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดง แต่งบไม่พอ! มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

10 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2020 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 4,598,615 คัน ซึ่งยอดขายตกลงมาจากปี 2019 หลายแสนคัน จากผลกระทบของโควิด-19) แต่เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

สำหรับของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ K-Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถ K-Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020 (ซึ่งรถทุกรุ่น ยังมีขายเป็นรถใหม่ 2021 ในญี่ปุ่นอยู่ด้วย) ไปอ่านกันได้เลย …

Honda N-Box 2021

1. Honda N-Box จำนวน 195,984 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ K-Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 (253,500 คัน) และในปี 2020 อีกด้วย นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 ด้วยการเสริมระบบ Honda Sensing เข้าไป พร้อมปรับชุดกระจังหน้าใหม่ และล้อแม็กลายใหม่ ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน!

โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV แบบประตูบานเลื่อนด้านข้าง นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

2. Suzuki Spacia จำนวน 139,851 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ K-Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดี ที่ปี 2020 สามารถพาตัวเองขึ้นมาในอันดับที่ 2 ได้ ซึ่งนับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu Tanto 2021

3. Daihatsu Tanto จำนวน 129,680 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ K-Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

4. Daihatsu Move จำนวน 104,133 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ K-Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan Dayz 2021

5. Nissan Dayz จำนวน 87,029 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK Wagon และ eK X อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki Hustler 2021

6. Suzuki Hustler จำนวน 80,114 คัน

Suzuki Hustler (ซูซูกิ ฮัตสเลอร์) เป็นรถแนว Crossover SUV แบบ K-Car ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแดนปลาดิบอีกหนึ่งรุ่น โดยรุ่นนี้นับว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 แล้ว มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ นั่นคือ Hustler และ Hustler Style เปิดตัวในวันที่ 20 มกราคม 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งยังแบ่งปันตัวรถให้กับทาง Mazda นำไปแปะขายในแบรนด์ตัวเองด้วยในชื่อ Flair Crossover เช่นเคย

ห้องโดยสารภายในมี 4 ที่นั่ง ใช้เบาะนั่งคู่หน้าแบบสีทูโทน แปลกตาด้วยการแบ่งคอนโซลหน้าออกเป็น 3 ส่วน ด้วยวัสดุตกแต่ง พร้อมผังหน้าจอ Infotainment ขนาด 9 นิ้ว เอาไว้บริเวณกึ่งกลาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน พร้อมจอ MID ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ รวมถึงแอร์อัตโนมัติ เป็นต้น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid 3 สูบ ขนาด 657 ซีซี รหัส R06D ให้แรงม้าสูงสุด 49 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 58 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เพิ่มตัวฉีดน้ำมันเกียร์เป็น 2 ตัว พร้อมปรับปรุงชุดสายพาน และระบบ Cooled EGR กับระบบฉีดหัวคู่

และเครื่องยนต์ 3 สูบ Turbo Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A มอบแรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ขุมพลังทั้งสองทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid กับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator (ISG) ซึ่งเก็บพลังงานที่เหลือใช้จากการขับขี่ เช่น การเบรก มาปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ใช้ในแบตเตอรี่ได้ รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย Suzuki Safety Support ที่มีคุณสมบัติอีกเพียบ

Daihatsu Mira E:S 2021

7. Daihatsu Mira จำนวน 73,462 คัน

Daihatsu Mira e:S (ไดฮัทสุ มิร่า อีเอส) รถ Eco-Car แบบฉบับญี่ปุ่นเจเนอเรชั่นที่ 2 ที่ได้รับการเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2017 ซึ่งยังคงขายได้เรื่อยๆ ในตลาดญี่ปุ่น แถมเป็นคู่แฝดกันกับ Toyota Pixis Epoch และ Subaru Pleo Plus รวมถึงยังเป็นรุ่นที่มาทดแทน Mira รุ่นดั้งเดิม นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 อีกด้วย

ความพิเศษของรถรุ่นนี้คือการแนะนำ “e:S technology” ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 32.2 – 35.2 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐานโหมด JC08) ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งและน้ำหนักเบาจากเทคโนโลยี D Monocoque และวัสดุเรซิ่นที่นำกลับมาใช้ใหม่ และติดตั้งระบบ Smart Assist III ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยในการหลีกเลี่ยงการชน

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 49 แรงม้าที่ 6,800 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 57 นิวตันเมตรที่ 5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรุ่น 4WD ให้เลือก

Nissan Roox 2021

8. Nissan Roox จำนวน 72,820 คัน

Nissan Roox (นิสสัน รู๊ค) รถทรงกล่องสุดน่ารัก แบบประตูบานเลื่อนด้านข้าง โฉมใหม่เจเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2020 ที่ผ่านมา โดยรถรุ่นนี้พัฒนาร่วมกันระหว่าง Nissan กับ Mitsubishi eK Space และ eK X Space สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม NMKV มีให้เลือกถึง 2 แบบ ได้แก่ Roox และ Roox Highway Star

ห้องโดยสารภายในชูจุดเด่นด้วยความกว้าง สูง พื้นที่นั่งโดยสารด้านหลังให้ความกว้างถึง 770 มม. และความสูงภายในรถที่มากถึง 139 ซม. และพื้นที่เก็บสัมภาระตามจุดต่างๆ มากมาย สามารถเข้า-ออกง่าย ด้วยประตูบานข้างแบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เปิด-ปิดอัตโนมัติ ได้กว้างถึง 650 มม.

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Honda N-WGN 2021

9. Honda N-WGN จำนวน 69,353 คัน

Honda N-WGN (ฮอนด้า เอ็น-แวกอน) ถือเป็นรถ K-Car แบบอเนกประสงค์เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวมาตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2019 ด้วยรูปทรงสุดน่ารัก ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายสำหรับ 4 คน มีให้เลือกทั้งแบบ N-WGN และ N-WGN Custom พร้อมระบบความปลอดภัย Honda Sensing ที่ช่วยให้คุณขับรถได้อย่างมั่นใจ

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki Wagon R 2021

10. Suzuki Wagon R จำนวน 66,061 คัน

Suzuki Wagon R (ซูซูกิ แวกอนอาร์) นับเป็นรถเจเนอเรชั่นที่ 6 แล้วสำหรับรถแวกอน K-Car ทรงสูงของ Suzuki รุ่นนี้ที่ออกมาในปี 1993 โดยในโฉมนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 บนแพลทฟอร์มใหม่ล่าสุดอย่าง HEARTECT ที่น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้น

มีให้เลือก 2 แบบ นั่นคือ Wagon R เอาใจคุณผู้หญิง หรือพ่อบ้านที่มีครอบครัวแล้ว และ Wagon R Stingray เน้นเอาใจวัยรุ่น หรือคนเพิ่งเริ่มต้นทำงาน มาพร้อมการตกแต่งภายในที่ดูอบอุ่นในรุ่น Wagon R และดูเร้าใจ สปอร์ต สนุกสนาน ในรุ่น Wagon R Stingray

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid 3 สูบ ขนาด 657 ซีซี รหัส R06D ให้แรงม้าสูงสุด 49 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 58 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่เพิ่มตัวฉีดน้ำมันเกียร์เป็น 2 ตัว พร้อมปรับปรุงชุดสายพาน และระบบ Cooled EGR กับระบบฉีดหัวคู่

และเครื่องยนต์ 3 สูบ Turbo Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A มอบแรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ขุมพลังทั้งสองทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid กับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator (ISG) ซึ่งเก็บพลังงานที่เหลือใช้จากการขับขี่ เช่น การเบรก มาปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ใช้ในแบตเตอรี่ได้ รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัย Suzuki Safety Support ที่มีคุณสมบัติเหมือนในรุ่น Hutsler จ้า

Suzuki Wagon R Stingray 2021

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถ K-Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ K-Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

สำหรับใครที่อยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ K-Car 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

10 อันดับ รถขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2020

“ญี่ปุ่น” นับเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก และมีแบรนด์รถยนต์ที่ขายรถยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งยอดขายภายในประเทศตัวเอง ก็ขายได้มากถึงหลายล้านคันต่อปี

แม้ว่าในปี 2020 เป็นต้นมา เจอโควิด-19 ที่ระบาดและส่งผลกระทบไปทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรดาค่ายรถญี่ปุ่นก็ได้ผลกระทบไปอย่างมากเช่นกัน ในปี 2020 ที่ผ่านมา มียอดขาย และยอดจดทะเบียนรถในประเทศญี่ปุ่น ตกลงมาเหลือ 4,598,615 คัน ลดลง 11.5% เมื่อเทียบกับยอดขายรถในปี 2019 ที่ผ่านมาที่ทำได้มากถึง 5,234,166 คัน

ในรอบหนึ่งทศวรรษ นี่นับเป็นครั้งที่สาม ตั้งแต่ที่ในญี่ปุ่นเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ คลื่นสึนามิถล่มในเดือนมีนาคม 2011 และในปี 2016 ที่ส่งผลให้ยอดขายรถตกลงมาต่ำกว่า 5 ล้านคัน

โชว์รูมโตโยต้าในญี่ปุ่น

ตัวเลขยอดขาย แยกย่อยออกเป็นรถยนต์ทั่วไป 2,478,832 คัน (-12.2% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถ K-Car 1,331,149 คัน (-10% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถเชิงพาณิชย์ 392,361 คัน (-12.7% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว), รถ K-Car เชิงพาณิชย์ 386,939 คัน (-10.3% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว) และรถบัส 9,334 คัน (-31.3% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว)

ซึ่งยอดขายรถบางส่วนนี้ รวมไปถึงรถยนต์ที่ผู้จำหน่ายอิสระซื้อ และสั่งเข้ามาขายในไทยด้วยนะครับ

สำหรับรถยนต์ในญี่ปุ่นนั้น มีอายุการใช้งานที่ไม่มากนัก เพียงไม่กี่ปี จากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุรถและค่าซ่อมรถที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้มีการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ไปในตัวตลอด แล้วรถใหม่ก็มีราคาจำหน่ายที่ไม่แพงมาก ผนวกกับค่าครองชีพของคนญี่ปุ่น ที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ได้ไม่ยาก ยอดขายรถจึงค่อนข้างสูงหลายแสนคันต่อเดือน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น (ตามการจัดอันดับของสมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น JADA (Japan Automobile Dealers Association) ซึ่งรถยนต์แบบ K-Car จะถูกจับแยกออกไปต่างหาก) ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Toyota-Yaris-2020

1. Toyota Yaris ยอดขาย 151,766 คัน

Toyota Yaris (โตโยต้า ยาริส) น้องเล็กของ Toyota ที่เป็น Yaris ในตลาดโลก (แต่ในบ้านเรา กลับได้ Yaris เวอร์ชั่นจีนมาแทน) เพิ่งปรับโฉมโมเดลเชนจ์ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา สามารถไต่ยอดขายได้เป็นไปอันดับ 1 ได้ นับว่าไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด

โดยโฉมนี้ใช้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง TNGA-B มาในรูปแบบสปอร์ต ภายในขับขี่ง่าย ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย พร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง Toyota Safety Sense ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

แบบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์รหัส 1NR-FE มี ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตัน-เมตร

ส่วนขุมพลัง Hybrid มีขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

อีกทั้งยังมีรุ่นพลังแรงให้เลือก (ที่มีขายในบ้านเราด้วย!) นั่นคือ Toyota GR Yaris ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส G16E-GTS แบบแถวเรียง 3 สูบ เทอร์โบ DOHC 12 วาล์ว ขุมพลังใหม่ล่าสุด พละกำลังสูง ด้วยความแรงระดับ 261 แรงม้า  พร้อมแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด iMT (Intelligent Manual Transmission)

สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 230 กม./ชม. โดยพละกำลังทั้งหมดจากเครื่องยนต์ จะถูกถ่ายทอดผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่า “GR-FOUR”

Toyota Raize

2. Toyota Raize ยอดขาย 126,038 คัน

Toyota Raize (โตโยต้า ไรซ์) รถ Crossover ขนาดเล็กยอดนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ที่มีคู่แฝดร่วมกันกับ Daihatsu Rocky (ไดฮัทสุ ร็อคกี้) ซึ่งมีการดีไซน์ที่คล้ายกับ Toyota RAV4 รุ่นใหม่อยู่ไม่น้อย พร้อมกันชนหน้าทรงสปอร์ตขนาดใหญ่ และไฟตัดหมอก กับไฟ Daytime Running Light ทรงแนวนอน พร้อมไฟท้ายแบบ LED กับห้องโดยสารภายใน ที่นั่งกันได้สบายๆ 5 คน พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีมากถึง 369 ลิตร

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรหัส 1KR-VET แบบ 3 สูบ DOHC Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 140 นิวตันเมตร ที่ 2,400 – 4,000 รอบ/นาที

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Dynamic Torque Control 4WD ให้เลือก

Toyota Corolla 2020

3. Toyota Corolla ยอดขาย 118,276 คัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ต้องบอกได้ว่าลุคของ Corolla ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 12 นี้ ฉีกความอนุรักษ์นิยมเดิมๆ เรียบๆ เรื่อยๆ ของ Corolla Axio ทิ้งไปได้หมดจริงๆ สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ดูเปรี้ยวสุดๆ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และยังมีรุ่น 5 ประตู Sport Hatchback กับรุ่นแวกอนอย่าง Touring ออกมาขายเช่นเคย

ขุมพลังของทั้งรุ่น Sedan, Sport และ Tourubg มีให้เลือก 2 รุ่นเครื่องยนต์ ตั้งแต่เบนซินขนาด 1.2 ลิตร Turbo รหัส 8AR-FTS ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT และเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่สามารถล็อคอัตราทดได้ 10 สปีด

แบบเบนซินเพียวๆ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 3,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนขุมพลัง Hybrid ยกมาจาก Prius ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 72 แรงม้า ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบอยู่ที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Honda Fit 2020

4. Honda Fit ยอดขาย 98,210 คัน

Honda Fit (ฮอนด้า ฟิต) รถ Sub-Compact ท้ายตัดยอดนิยมมากสุดของ Honda นับตั้งแต่เปิดตัวไปในปี 2001 จนเป็นที่รู้จักไปในทั่วในโลก ทั้งในชื่อ Honda Fit และ Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) ซึ่งในญี่ปุ่นยังคงขายดี ที่แม้ว่าจะไม่ทำตลาดในไทยด้วยโฉมนี้แล้วก็ตาม

สำหรับ Honda Fit รหัส GR มาด้วยรูปโฉมภายนอกที่ดูน่ารักสะดุดตา มีให้เลือกด้วยกันหลายสไตล์ เช่น Basic, Home, Ness, Luxe แต่ก็เป็นครั้งแรกที่เริ่มเอาใจคนชอบรถสายสุยอย่าง Crosstar ร่วมกับรุ่นไฮบริดอย่าง Honda Fit e:HEV ให้เลือกเช่นเคย

โดยตัวรถยังคงติดตั้งถังน้ำมันบริเวณใต้เบาะคู่หน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถ Honda รุ่นนี้ไปแล้ว สำหรับห้องโดยสารภายใน ออกแบบให้แลดูเรียบง่ายขึ้น เน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น และติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT มาให้เป็นครั้งแรก

ขุมพลังรุ่นพื้นฐานมีขนาด 1.5 ลิตร รหัส L13B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที

ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส LEB ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

Toyota Alphard 2020

5. Toyota Alphard ยอดขาย 90,748 คัน

Toyota Alphard (โตโยต้า อัลฟาร์ด) ยังคงเป็นรถแวนขนาดหรู ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในญี่ปุ่นและในไทย แถมในปี 2020 ยังมาพร้อมตัวเลขยอดขายสูงที่สุดในรอบ 10 ปี!

มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายด้วยชุดเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายแบบ Kick activated เพิ่มสุนทรียภาพในทุกการเดินทางด้วยเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 10.5 นิ้ว และด้านหลังขนาด 13.3 นิ้ว ที่สามารถรองรับ Apple car play ตลอดจนลำโพง JBL 17 ตัว

นอกจากนี้ยังมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) กล้องวิดีโอบันทึกภาพติดรถยนต์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (Digital Video Recorder) และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้ารุ่นล่าสุด อย่าง Toyota Safety Sense เจเนอเรชั่นที่ 2

ขุมพลังพื้นฐานมีเป็นแบบเบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 235 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100 รอบ/นาที

ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า (PS) ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 206 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 – 4,800 รอบ/นาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวหน้าให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า และตัวหลัง 68 แรงม้า โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

และขุมพลังเบนซินขนาด 3.5 ลิตร รหัส 3GR-FKS แบบ V6 DOHC Chain Drive VVT-iW และ D-4S ให้แรงม้าสูงสุด 296 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 361 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 – 4,700 รอบ/นาที

Toyota Roomy 2020-2021

6. Toyota Roomy ยอดขาย 87,242 คัน

Toyota Roomy (โตโยต้า รูมมี่) รถยอดนิยม รูปทรงแบบ Tall Boy ที่มาแทน Toyota bB (โตโยต้า บีบี) รุ่นก่อนหน้า ที่ยังมีคู่แฝด ในชื่อ Daihatsu Thor อีกด้วย เพิ่งปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อเดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมา เป็นรถที่นั่งได้ 5 ที่นั่ง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ซึ่งให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที

และในรุ่น Turbo Intercooler รหัส 1KR-VET ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที แรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ไม่มี Turbo

Honda Freed 2020

7. Honda Freed ยอดขาย 76,283 คัน

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) แม้ว่าจะเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ไปตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา แต่กระแสตอบรับยังแรงต่อเนื่อง หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ติดโผขายดีเป็นอันดับ 9 ในปี 2019 ที่ผ่านมา นับเป็นรถ Minivan MPV ขนาดเล็กที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda Fit และ Grace (หรือ Honda Jazz กับ City ในไทย) มีจำหน่ายทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเบนซินและ Hybrid เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC + ระบบ Hybrid แบบ Sport Hybrid i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 29.5 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด

Toyota Sienta 2020

8. Toyota Sienta ยอดขาย 72,689 คัน

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถยอดนิยมของคุณแม่บ้าน และคนเพิ่งมีครอบครัว สำหรับเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ญี่ปุ่นเปิดตัวไปในปี 2018 ปรับปรุงรูปโฉมใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และมีสีทูโทนให้เลือก พร้อมกับเพิ่มรุ่นเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่น 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง กับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Nissan Note 2020-2021

9. Nissan Note – ยอดขาย 72,205 คัน

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) รถ Sub-Compact โฉมใหม่ล่าสุดจาก Nissan ถึงแม้ว่าจะเป็นการเปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2020 ก็ตาม แต่ก็สามารถสร้างยอดขายแบบพุ่งกระฉูดได้แบบไม่ยาก

โดย Nissan Note โฉมล่าสุดนี้ถูกออกแบบใหม่หมด มาพร้อมความคล้าย Nissan Leaf หน่อยๆ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรง V-Motion ไฟหน้าแบบ LED แบบ 4 ดวงในแต่ละข้าง ส่วนไฟท้ายเป็นรูปทรงแนวนอน พร้อมล้อแม็กขนาด 16 นิ้ว มีสีตัวถังให้เลือกเยอะถึง 13 สี และสามารถเลือกหลังคาแบบสีดำได้

ส่วนภายในห้องโดยสารหรูหราขึ้นมาก แผงคอนโซลแบบสองชั้น ส่วนคอนโซลกลางมาพร้อมคันเกียร์ไฟฟ้า ติดตั้งเบาะนั่ง Zero Gravity พร้อมที่วางแขนขนาดใหญ่ เสริมด้วยจอ Infotainment ขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล ติดตั้งระบบ ProPILOT with Navi-link สามารถปรับความเร็วตามป้ายจำกัดความเร็วได้อัตโนมัติ รวมถึงลดความเร็วก่อนเข้าโค้งได้

ขุมพลัง e-Power พัฒนาให้มีกำลังเพิ่มขึ้น 6% และแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้น 10% เป็นแบบเบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 82 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร (รุ่น 4WD มีมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลัง ขนาด 68 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร เพิ่มมาให้ด้วย) มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

Toyota Voxy 2020-2021

10. Toyota Voxy – ยอดขาย 69,517 คัน

Toyota Voxy (โตโยต้า วอกซี่) สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถ MPV ขายดีฝั่ง Toyota อย่าง Voxy นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2017 ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2017 และยังมีคู่แฝดร่วมรุ่นอย่าง Noah และ Esquire ที่ในบ้านเราก็มีคนนำเข้ามาขายกันหลายคัน พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยล่าสุดอย่าง Toyota Safety Sense C

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 193 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนนะครับ ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ!  มาขายรถกับ CARRO Express สิ! หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ เปิดบริการทุกวัน อยากซื้อรถคุณภาพเยี่ยม มาซื้อกับ CARRO Automall สิ!

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

1 2 3 6