นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ส่ง Nissan Navara (นิสสัน นาวารา) ใหม่ บุกตลาดเป็นประเทศแรกในโลก ด้วยดีไซน์ใหม่ดุดัน เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ และติดตั้ง Nissan Intelligent Mobility เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะเต็มรูปแบบ เพื่อลูกค้าคนไทยด้วยพลังที่กล้า เพื่อคนแกร่ง

New-Nissan-Navara-2021

ดีไซน์ Concept “Unbreakable Design” คำนึงถึงการใช้งาน และความชื่นชอบของลูกค้า ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดุดัน กระจังหน้าใหม่แบบ Interlock และซุ้มล้อขนาดใหญ่เพิ่มความโดดเด่น ระบบไฟหน้าแบบ QUAD – LED คุณภาพสูง 4 ดวงพร้อม Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED แบบเส้นเดียวที่ทันสมัย โดยไม่ละทิ้ง DNA ของนิสสันที่ท้าทายทุกขีดจำกัด และพร้อมให้ลูกค้าสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ จากชื่อเสียงมากกว่า 80 ปีของรถกระบะนิสสันที่ลูกค้ายอมรับในเรื่องความแข็งแกร่งทนทาน

New-Nissan-Navara-2021

การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ Nissan NEXT ที่ประเทศไทย เป็น 1 ใน 2 ฐานการผลิตนิสสัน นาวารา ใหม่ เพื่อลูกค้าชาวไทยและส่งออกไปกว่า 26 ประเทศ

New-Nissan-Navara-2021

เครื่องยนต์ของนิสสัน มีชื่อเสียงทั้งด้านประสิทธิภาพ และความทนทาน โดย นาวารา ใหม่ มีเครื่องยนต์ 3 แบบได้แก่

  • เครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ Twin Turbo เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมด Manual ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (PS) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร (Nm)
  • เครื่องยนต์ YS23DDT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผันแบบ VGS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm)
  • เครื่องยนต์ YD25DDTTi ขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันแบบ VGS ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm)

นอกจากนี้ ยังคงความสมบูรณ์แบบที่สามารถลุยได้ทุกที่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อาทิ ระบบป้องกันการลื่นไถล (Brake Limited Slip Differential: B-LSD) และ ระบบล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (Electronic Rear Locking Differential) รวมถึงเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) ที่เสริมฟังก์ชัน Off-Road Meter เมื่ออยู่ในโหมด 4L

เทคโนโลยีที่ให้ความมั่นใจ ปลอดภัย และสะดวกสบายทุกการขับขี่

มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี อาทิ เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Breaking) เทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning) เทคโนโลยีป้องกันการชนจากจุดอับสายตาอัจฉริยะ (Intelligent Blind Spot Intervention) เทคโนโลยีควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทางอัจฉริยะ (Intelligent Lane Intervention) รวมถึง เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor ที่มีฟังก์ชัน Off-Road Meter เป็นต้น

ตลอดจนเทคโนโลยีความปลอดภัย เซฟตี้ ชิลด์ (Safety Shield Technology) ที่ครบครัน อาทิ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control: TCS), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัจฉริยะ (Vehicle Dynamic Control: VDC) และระบบควบคุมเสถียรภาพของรถขณะลากจูง (Trailer Sway Assist: TSA) เป็นต้น

New-Nissan-Navara-2021

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์แบบ

การเชื่อมต่อเพื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน สามารถทำได้ผ่าน NissanConnect ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto* เพื่อใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ระบบนำทาง (Navigation system) หรือ แอปพลิเคชันฟังเพลงต่างๆ ผ่านหน้าจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียงหรือ Voice Recognition

พร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ร่วมกับแอปพลิเคชัน NissanConnect Service บนสมาร์ทโฟน* เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อและดูข้อมูลของรถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน โดยมีฟังก์ชั่นเด่นๆ อาทิ การแสดงพิกัดรถยนต์ สถานะรถยนต์ การช่วยเหลือฉุกเฉิน และ ประวัติการขับขี่ เป็นต้น

*เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน

New-Nissan-Navara-2021

สะดวกสบายในทุกการเดินทาง และเต็มที่กับทุกการใช้งาน

ห้องโดยสารของนิสสัน นาวารา ใหม่ ใช้กระจกแบบ Noise-Reducing Acoustic Glass ลดเสียงรบกวน และกระจกตอนหลังกรองแสงสีชาเพื่อความสบายตา หรูหราด้วยการตกแต่งภายในด้วยหนังแท้รอบห้องโดยสารโทนสีดำ เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Zero Gravity ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมดันหลังปรับไฟฟ้า ในตำแหน่งผู้ขับขี่ ที่นั่งด้านหลังเพิ่มความสบายด้วยดีไซน์ใหม่นุ่มสบาย (Comfort rear seating cushions) มีที่พักแขนและที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง รวมถึงพอร์ต USB Type C บริเวณคอนโซลกลาง

สมรรถนะด้านการบรรทุก เป็นที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้ามาโดยตลอด นาวารา ใหม่ ยังตอบโจทย์การบรรทุกหนักด้วยโครงสร้างแชสซีส์ เหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน ที่พื้นที่กระบะตอนท้ายได้เพิ่ม Step ด้านท้ายรถ เพื่อความสะดวกในการใช้งานขึ้นลง รวมถึงการปรับตำแหน่งตะขอยึดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่และเล็ก

New-Nissan-Navara-2021

PRO4X และ PRO2X อีกขั้นของกระบะ Adventure สำหรับทุกความท้าทาย

นิสสัน นาวารา PR04X และ PRO2X ใหม่ถ่ายทอด DNA มาจาก Nissan Titan กระบะ Full-Size ในสหรัฐอเมริกา เสริมความดุดันของดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัย กระจังหน้า และอุปกรณ์ตกแต่งโทนสีดำ ช่วงล่างที่ปรับแต่งใหม่ ผสานกับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางแบบ All Terrain นิสสัน นาวารา ใหม่ PRO Series

มาพร้อมสีพิเศษ สเตลท์ เกรย์ (Stealth Gray) เสริมด้วยชุดแต่ง แอคเซนท์สีส้ม-แดง ภายในห้องโดยสาร และเบาะนั่งสีดำดีไซน์สปอร์ต พร้อมโลโก้ PRO4X

New-Nissan-Navara-2021

สำหรับสีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีขาว White Solid, สีขาว White Pearl, สีเงิน Brilliant Silver, สีดำ Black Star, สีแดง Burning Red และสีใหม่ Forged Copper

ขณะที่รุ่น PRO series ทั้ง PRO4X และ PRO2X จะมี สีเทา Stealth Gray เพิ่มเป็นทางเลือกเฉพาะรุ่นอีกด้วย

ลูกค้าสามารถจองนิสสัน นาวารา ใหม่ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และดูตัวจริงได้ในงาน Motor Espo 2020 โดย นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จะเริ่มส่งมอบนาวารา ใหม่ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563

New-Nissan-Navara-2021

สำหรับราคา Nissan Navara มีดังนี้ครับ / Nissan Navara (Minorchange) Price. Shown in Thai Baht.

King Cab

  • รุ่น S 6MT ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น SL 6MT ราคา 609,000 บาท
  • รุ่น E 6MT ราคา 689,000 บาท
  • รุ่น Calibre E 6MT ราคา 765,000 บาท
  • รุ่น Calibre E 7AT ราคา 815,000 บาท
  • รุ่น Calibre V 6MT ราคา 809,000 บาท
  • รุ่น Calibre V 7AT ราคา 859,000 บาท

Double Cab

  • รุ่น Calibre E 6MT ราคา 849,000 บาท
  • รุ่น Calibre E 7AT ราคา 899,000 บาท
  • รุ่น Calibre V 6MT ราคา 915,000 บาท
  • รุ่น Calibre V 7AT ราคา 965,000 บาท
  • รุ่น 4WD VL 7AT ราคา 1,129,000 บาท

PRO-2X และ New PRO-2X

  • รุ่น PRO-2X 2WD 7AT 999,000 บาท
  • รุ่น PRO-4X 4WD 7AT 1,149,000 บาท

ส่วนใครที่อยากขายรถ ไม่ว่าจะเป็นรถบ้าน รถมือสอง ก็สามารถปรึกษากับทางเราดูก่อนได้ เพียงแค่คุณขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

10-Cheapest-EV-Cars-In-Thailand

ในยุคปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicle (รถ EV) มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์โลก และวงการยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดอย่างมากจากผู้ใช้รถยนต์ในบ้านเรา ทำให้เกิดกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จากที่เคยเป็นรถมีราคาแพงมาก ก็เริ่มได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในด้านภาษี หรือเรื่องจุดชาร์จไฟ และการดูแลรักษา หลายคนจึงไม่ลังเล ที่จะลองซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ มาใช้งานดูบ้าง

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถยนต์ไฟฟ้ามาลองใช้ดูบ้าง ใหม่ต้อนรับปี 2021 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุด ประจำปี 2020 – 2021 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Takano-Auto-Thailand-2020

1. Takano TTE500 ราคา 438,000 บาท

Takano (ทากาโน่) TTE500 นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยตอนนี้ โดยรถกระบะไฟฟ้าขนาดจิ๋วคันนี้ พาคุณไปได้ทุกที่ สามารถรับน้ำหนักในการบรรทุกได้มากถึง 300 กิโลกรัม

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่ 12V 125 แอมป์ ขนาด 6 ลูก ใต้พื้นกระบะหลัง และเครื่องยนต์เบนซินขนาดจิ๋วช่วยปั่นไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ ให้ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ 100-120 กิโลเมตร โดยใช้เงินเพียง 30 บาท และทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม.

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบกระแสตรง 6.7 แรงม้า แบบ 12V 125 Amp X 6 ความจุ 11 kWh 72 – 80 V 100 – 120 กิโลเมตร

FOMM-One-2019

2. Fomm ONE ราคา 599,900 บาท

FOMM One (ฟอมม์ วัน) เป็นรถไฟฟ้า 4 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เหมาะสำหรับใช้งานในเมืองมาก พร้อมจดทะเบียน

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ In-wheel ขนาด 5 kW จำนวน 2 ตัว ให้แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร สามารถชาร์จไฟจนเต็ม (0-100%) ในเวลา 6 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 160 กิโลเมตร และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 80 กม./ชม. เลยทีเดียว

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ In-Wheel 5 กิโลวัตต์ X 2 (13.4 แรงม้า) 280 นิวตัน-เมตร X 2 แบบ Lithium-Manganese ความจุ 2.96 kWh 160 กิโลเมตร

BYD-M3

3. BYD T3 ราคา 999,000 บาท

BYD T3 (บีวายดี ที3) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นบนพื้นฐาน Nissan B Platform (หรือ Nissan NV200) เป็นรถตู้ทึบ ใช้งานในเชิงพาณิชย์

และยังมีแยกออกเป็นรุ่น M3 แบบรถอเนกประสงค์ 5 ที่นั่งให้เลือก ในราคา 1,059,000 บาท และรุ่น 7 ที่นั่ง ในราคา 1,089,000 บาท สามารถรองรับสัมภาระได้มากถึง 1,800 ลิตร (ในรุ่น 5 ที่นั่ง) และ 3,800 ลิตร (ในรุ่น 2 ที่นั่ง รถตู้ทึบ)

มาพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ 70 kWh พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 50 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 300 กม. (คำนวณจากที่รวมน้ำหนักบรรทุก 700 กก. หรือเทียบเท่ามีผู้โดยสาร 7 คน) อัตราการสิ้นเปลือง 1 kWh : 6 กม. เทียบเท่ากับ กม.ละ เพียง 0.833 บาท ซึ่งประหยัดกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 3 เท่า

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Permanent Magnet Synchronous Motor 94 แรงม้า 180 นิวตัน-เมตร แบบ NCM ความจุ 50 kWh กำลังไฟ DC 40 kW / AC 6.6 kW 300 กิโลเมตร

MG-ZS-2020

4. MG ZS EV ราคา 1,190,000 บาท

MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) นับว่าเป็นรถยนต์ Crossover SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่นำเข้าจากจีนมาขายในบ้านเรา ซึ่งขายดีมากตั้งแต่เปิดตัวไปในปีที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยสีตัวถังแบบพิเศษ สีฟ้า Copenhagen Blue กระจังหน้าทันสมัย พร้อมติดตั้งจุดชาร์จไว้บริเวณหลังกระจังหน้า และล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้ว ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัย พร้อม Advanced Driver-Assistance Systems ครบครัน

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ ชุดคอนโซลหน้าใช้วัสดุนุ่มแบบ Soft Touch ดูหรูหรามีระดับ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานในรถที่เชื่อมกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วได้ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 และยังโดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic Sunroof

ขุมพลังใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ ได้ถึง 3 ระดับ โดยการชาร์จเต็มแต่ละครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 337 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบ Normal Charge ใช้เวลาเพียง 6.5 ชั่วโมง และแบบ Quick Charge ที่ 80% ในเวลาเพียง 30 นาที และยังสามารถวิ่งผ่านน้ำที่มีความสูงได้ถึงกว่า 40 ซม.

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 150 แรงม้า 350 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 44.5 kWh 337 กิโลเมตร

Hyundai-Ioniq-2020

5. Hyundai Ioniq Electric ราคา 1,749,000 บาท

Hyundai Ioniq Electric (ฮุนได ไอออนิค อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายรถเกาหลี ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer (LiPo) ความจุ 28 kWh ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.9 วินาที (โหมด Sport) และ 10.2 วินาที (โหมดปกติ) ทำความเร็วสูงสุดได้ 165 กม./ชม.

ระบบชาร์จไฟของ Ioniq Electric สามารถชาร์จได้ 3 แบบ ได้แก่

1. แบบทริคเคิ้ล (เต้าเสียบบ้าน) กำลังไฟ 2.3 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟจนเต็ม 12 ชั่วโมง

2. แบบธรรมดา (Wall Box) กำลังไฟ 6.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 4 ชั่วโมง 25 นาที และ

3. แบบชาร์จเร็ว (สถานีชาร์จเร็ว) กำลังไฟสูงสุด 100 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนถึงระดับ 80% ในเวลา 23 นาที สามารถเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทาง 280 กม. ต่อการชาร์จเต็มแต่ละครั้งตามมาตรฐาน NEDC

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 120 แรงม้า 295 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion Polymer ความจุ 28 kWh กำลังไฟ 98 kW 360V 280 กิโลเมตร

Hyundai-Kona-Electric-2020

6. Hyundai Kona Electric ราคา 1,849,000 บาท และ 2,259,000 บาท

Hyundai KONA Electric (ฮุนได โคน่า อิเล็คทริค) รถยนต์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอด DNA ความเป็น SUV ได้อย่างลงตัว ด้วยไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์สปอร์ตแบบแยกตำแหน่ง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบทึบ ที่ช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์และบ่งบอกเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

ภายในตกแต่งหรูหรา พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย พื้นที่ห้องโดยสารพร้อมพื้นที่จุสัมภาระรวมถึง 373 ลิตร (VDA) นอกจากนี้เบาะที่นั่งแถวหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบปรับอุณภูมิอุ่น-เย็น อีกด้วย

ใช้แบตเตอรี่ที่ให้พลังงานมากถึง 64 kWh พุ่งทะยานด้วยแรงบิด 395 นิวตัน-เมตร แรงม้าสูงสุด 204 แรงม้า มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.6 วินาที และวิ่งไปได้ไกลสูงสุดถึง 482 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ส่วนระบบเบรกยังได้ถูกปรับให้สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้ ในรูปแบบของ Regenerative Breaking System

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 136 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion Polymer ความจุ 39.2 kWh กำลังไฟ 104 kW 327V 482 กิโลเมตร

Nissan-Leaf-2020

7. Nissan Leaf ราคา 1,990,000 บาท

Nissan Leaf (นิสสัน ลีฟ) “Simply Amazing” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “100%” และมีอัตราการปล่อยมลพิษเป็น “0” และถือเป็นรถค่ายญี่ปุ่นเจ้าแรก ที่กระโดดลงมาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างจริงจัง แม้ว่าราคาของตัวรถจะยังสูงอยู่ก็ตาม

Nissan Leaf ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.9 วินาที รองรับการขับขี่เป็นระยะทาง 311 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 40 kWh สามารถชาร์จด้วยกำลังไฟขนาด 3.6 kW ได้ในเวลา 12 ชั่วโมง และกำลังไฟขนาด 6.6 kW ในเวลา 6 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด่วนจนถึงระดับ 80% ได้ในเวลา 40 นาที

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 150 แรงม้า 320 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 40 kWh 311 กิโลเมตร

Mini-Electric-2020

8. Mini Electric ราคา 2,290,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

MINI Cooper SE (มินิ คูเปอร์ เอสอี) ใหม่ สืบทอดตำนานความคลาสสิกตามแบบฉบับมินิ 3 ประตู ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นและชัดเจน สะท้อนถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย มาพร้อมไฟหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Power Spoke พร้อมยางรันแฟลตพิเศษเฉพาะ ฝาครอบที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่เหนือล้อหลังด้านขวา ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันของมินิ 3 ประตู บนฝาแสดงสัญลักษณ์ MINI Electric

ขุมพลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่ BMW Group ได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 kWh ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที โดยมอบพลังหากชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

ตำแหน่งที่ตั้งของแบตเตอรี่แรงดันสูงบริเวณใต้ท้องรถ ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้าไปจนถึงบริเวณใต้เบาะหลัง ทำให้มินิ คูเปอร์ เอสอี มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเพื่อเป็นการสร้างระยะห่างจากแบตเตอรี่ใต้ท้องรถและพื้นถนน จึงได้รับการออกแบบให้สูงกว่ามินิรุ่นอื่นๆ 18 มิลลิเมตร

MINI Cooper SE ยังติดตั้งระบบการจำลองเสียงเพื่อเตือนคนเดินถนน ซึ่งเป็นเสียงเฉพาะรุ่นเท่านั้น โดยจำลองเสียงผ่านทางระบบลำโพงสำหรับขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ โดยทุกชิ้นส่วนของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จะถูกปกป้องด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และจะหยุดการทำงานทั้งหมดทันทีหากเกิดการชน

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ AC Synchronous 184 แรงม้า 270 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 32.6 kWh 217 กิโลเมตร

KIA-Soul-EV-2020

9. KIA Soul EV ราคา 2,387,000 บาท

KIA Soul EV (เกีย โซล อีวี) เจเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวไปในไทยเมื่อช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถแนว Crossover ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานร่วมกันกับ Hyundai Kona มีตัวรถที่ดูแข็งแกร่ง ใช้ไฟหน้าทรงเรียวยาว ชุดไฟท้ายแบบทรงตั้งรูปตัว L และแนวหลังคาด้านหน้าและด้านหลังเป็นแบบลอยตัว

ห้องโดยสารมาพร้อมไฟ Sound Mood ที่ปรับตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ได้ มีจอ HUD ขนาด 8 นิ้ว จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบความปลอดภัยแบบ Drive Wise รอบคัน

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับ KIA Niro EV ด้วยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวกำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 64 kWh รองรับมาตรฐานเทคโนโลยี Combined Charging System (CCS) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Eco, Comfort, Sport และ Eco+ เพื่อให้ใช้พลังงานได้คุ้มค่าที่สุด ส่วนระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อยู่ที่ประมาณ 452 กิโลเมตร

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 201 แรงม้า 395 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 64 kWh กำลังไฟ 7.2 kW 356 V 452 กิโลเมตร

Tesla-Model-3-2020

10. Tesla Model 3 ราคา 2,990,000 บาท (ราคาปกติ 3,190,000 บาท)

Tesla Model 3 (เทสลา โมเดล 3) รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ราคาที่จับต้องได้ ที่แม้ว่าในบ้านเรา Tesla ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระได้นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษ ขายกันหลายรุ่นเลยทีเดียว

ขุมพลัง มีให้เลือกทั้งแบบ Single Motor และ Dual Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบบ AWD ในรุ่น Dual Motor มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Range, Standard Range Plus และ Long Range ขนาด 54 kWh, 62 kWh และ 75 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที (Single Motor) และ 4.4 วินาที (Dual Motor) ทำความเร็วได้สูงสุด 225 กม./ชม. (Single Motor) และ 233 กม./ชม. (Dual Motor) ให้ระยะทางวิ่ง 354 กิโลเมตร (Single Motor) และ 518 กิโลเมตร (Dual Motor) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (คำนวณตามมาตรฐาน EPA) โดยใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 – 6.5 ชั่วโมง

สมรรถนะ (Long Range / MY2021)

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Permanent Magnet Synchronous Motor X 2 283 แรงม้า 450 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 75 kWh 568 กิโลเมตร

Audi-e-tron-55-quattro

อันนี้แถมให้ … Audi e-tron 55 quattro ราคา 5,099,000 บาท

Audi e-tron (อาวดี้ อี-ทรอน) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากค่าย Audi ที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการ และเปิดตัวในไทยไปเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นรุ่น Audi e-tron 55 quattro ในราคา 5,099,000 บาท และรุ่น Sportback 55 quattro S Line ในราคา 5,299,000 บาท รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.

มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งที่ด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ให้กำลังรวมสูงสุด 360 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 561 นิวตันเมตร และใน Boost Mode เพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 664 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูงแบบลิเธียมไออน ขนาด 95 kWh

ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.6 วินาที และ 5.7 วินาที ใน Boost Mode และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 385 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC (และ 411 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP) ต่อการชาร์จเต็มในแต่ละครั้ง

สมรรถนะ

มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าสูงสุด แรงบิดสูงสุด แบตเตอรี่
ระยะทางวิ่งได้มากสุด (ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง)
แบบ Asynchronous Motors X 2 300 – 408 แรงม้า 561 – 664 นิวตัน-เมตร แบบ Lithium-Ion ความจุ 95 kWh 411 กิโลเมตร

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! สามารถขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนพฤศจิกายน 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

New-Car-Promotion-Motorshow-2020

สวัสดีในเดือนกรกฎาคม ที่ตอนนี้โควิด-19 ในบ้านเราจะไม่มีการแพร่ระบาดภายในประเทศมาหลายสิบวันแลเว แต่ทุกภาคส่วนก็ยังคงเฝ้าระวัง รวมไปถึงการผ่อนคลายมาตราการทางสังคมระยะต่างๆ ซึ่งก็มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากเลยทีเดียว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว การขนส่งต่างๆ ฯลฯ

แม้แต่การจัดงานขนาดใหญ่ ก็ยังถูกให้เลื่อน หรือยกเลิกไปเป็นแถว ไม่เว้นแม้กระทั่งงาน Motor Show 2020 ที่เป็นการเลื่อนการขัดงานครั้งแรกในรอบ 40 ปี ซึ่งในปีนี้ ถูกเลื่อนกันมา 3 ครั้ง เป็นกาจัดงานในวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 แทน โดยมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจหลายหลายรุ่นไปเปิดตัวกันในงานนี้ อาทิเช่น Toyota Corolla Cross, Mazda CX-30, Nissan Kicks, Suzuki XL7, Porsche Taycan หรือ Land Rover Defender เป็นต้น

แต่ถ้าคุณอยากขายรถที่ตัวเองมีอยู่แล้วเพื่อซื้อรถใหม่ ให้ CARRO เป็นผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ “ขายรถง่ายๆ ได้ราคาดี กับ CARRO Thailand” นะครับ

สำหรับโปรโมชั่นรถใหม่ ที่งาน Motor Show 2020 และในเดือนกรกฎาคม 2563 เชิญชมได้ด้านล่างครับ.

Toyota

TOYOTA FAST & SAFE ข้อเสนอแรง รับรถไว ชมบูธสบายใจไร้กังวล

Fast Deal

  • เช็กวงเงินสินเชื่อก่อนออกรถทางออนไลน์ล่วงหน้า
  • เอกสารครบ รับรถในวันเดียว

Safe & Clean

  • ปลอดภัย ด้วยมาตรการรักษาระยะห่าง
  • มั่นใจ ด้วยมาตรการป้องกันโควิด-19

รับทันที! สิทธิ์รับเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ Panasonic nanoe รุ่น F-GMK01 (หรือเทียบเท่า) สำหรับการซื้อรถยนต์โตโยต้ารุ่นใดก็ได้ มูลค่า 4,990 บาท (ของรางวัลมีจำนวนจำกัด)

15 – 26 กรกฎาคม 2563 ที่งาน Motor Show 2020 และโชว์รูมโตโยต้าที่ร่วมรายการ

ATIV & Yaris #โปรปลดล็อก คุ้ม 3 ต่อ

คุ้ม 1 : ดาวน์ 0 บาท
คุ้ม 2 : ฟรีประกันภัยชั้น 1
คุ้ม 3 : รับสิทธิ์ซื้อชุดแต่งราคาพิเศษ ATIV GT 7,000 บาท หรือ YARIS CROSS 35,000 บาท

พิเศษ สำหรับพนักงานผู้มีรายได้ประจำ ข้าราชการ และนักศึกษาจบใหม่
มีสิทธิ์เลือกรับ ผ่อนต่ำเริ่มต้นเพียง 4,990 บาท/เดือน หรือ ดาวน์ 0 บาท (คุ้ม 1) ได้

1 – 31 กรกฎาคม 2563


หมายเหตุ ดาวน์ 0 บาท และ ฟรีประกันภัยชั้น 1

  • ดาวน์ 0 บาท สำหรับรุ่น ATIV Entry (คำนวนจากส่วนลดเงินดาวน์ 26,450 บาท ที่ดาวน์ 5% รุ่น ATIV Entry มูลค่า 529,000 บาท)
  • ดาวน์ 0 บาท สำหรับรุ่น YARIS Entry (คำนวนจากส่วนลดเงินดาวน์ 26,950 บาท ที่ดาวน์ 5% รุ่น YARIS Entry มูลค่า 539,000 บาท)
  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • เงื่อนไขพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ และ เฉพาะผู้แทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ

หมายเหตุ ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ATIV GT

  • ชุดอุปกรณ์แต่ง ATIV GT ราคาพิเศษ 7,000 บาท (ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมค่าทำสีและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว) ประกอบไปด้วย สกิร์ตกันชนหน้า, สเกิร์ตกันชนหลัง, สเกิร์ตข้างซ้าย-ขวา, สปอยเลอร์หลัง
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ATIV GT สามารถติดตั้งได้กับ ATIV ใหม่ ทุกรุ่น ทุกสี
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ATIV GT ผลิต พัฒนา และรับประกันโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด (TCD ASIA CO., LTD) ที่อยู่ 311 ถนนเทพรัตน์ แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 โทรศัพท์ 02-398-4104-5 โทรสาร 02-398-4106
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ATIV GT รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อนตามเงื่อนไขรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด (TCD ASIA CO., LTD)
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

หมายเหตุ ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS

  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS ราคาพิเศษ 35,000 บาท (ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมค่าทำสีและค่าติดตั้งเรียบร้อยแล้ว) ประกอบไปด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง ชุดตกแต่งขอบประตูรถ หลังคาเคลือบฟิลม์ดำ ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทน 16 นิ้ว ซุ้มล้อ ชุดสปริงและโช้ค (หน้า-หลัง) ยกสูงขึ้น 30 มม. และสัญลักษณ์ CROSS ท้ายรถ
  • เฉพาะสี Attitude Black Mica ซื้อชุดแต่งในราคาพิเศษ 30,000 บาท (ยกเว้นการติดตั้งฟิล์มดำตกแต่งหลังคา)
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS สามารถติดตั้งได้ในรุ่น High และ Mid เท่านั้น
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS ผลิต จำหน่าย ติดตั้ง และรับประกันโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด (TCD ASIA CO., LTD) ที่อยู่ 311 ถนนเทพรัตน์ แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 โทรศัพท์ 02-398-4104-5 โทรสาร 02-398-4106
  • รายละเอียดการรับประกันดังนี้ ชุดแต่งรอบคัน, ล้อ 16 นิ้ว และชุดสปริงและโช้คยกสูง 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน, ยางขนาด 195/50 R16 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟิล์มดำตกแต่งหลังคา 2 ปี (ไม่จำกัดระยะทาง)
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

หมายเหตุ สำหรับพนักงานผู้มีรายได้ประจำ ข้าราชการ และนักศึกษาจบใหม่

  • เฉพาะลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามที่บริษัทฯ กำหนด และจะต้องแสดงเอกสารตัวจริงตามที่บริษัทฯ กำหนดต่อพนักงานขายก่อนการใช้สิทธิ์และทำการจองรถ
  • พนักงานผู้มีรายได้ประจำ หมายถึง บุคคลที่มีรายได้ประจำต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันเป็นพนักงานประจำอยู่ในบริษัทเอกชน องค์กรหรือหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ เช่น พนักงานโรงงาน/บริษัท ข้าราชการ ครูหรือพยาบาล เป็นต้น
  • นักศึกษาจบใหม่ หมายถึง บุคคลที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี (ปีเกิดภายในปี 2533) และเป็นผู้สำเร็จการศึกษามาแล้วไม่เกิน 4 ปี (วันสำเร็จการศึกษาต้องอยู่ภายในปี 2559 – 2563)
  • ผ่อนเริ่มต้น 4,990 บาทต่อเดือน คำนวณจากรถยนต์รุ่น ATIV Entry 529,000 บาท ดาวน์ 25% (132,100 บาท) ผ่อน 84 เดือนที่อัตราดอกเบี้ย 0.80% และ YARIS Entry ราคา 539,000 บาท ดาวน์ 26.4% (142,100 บาท) ผ่อน 84 เดือนที่อัตราดอกเบี้ย 0.80%
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563
  • สำหรับผู้ซื้อที่เช่าซื้อและผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคาร ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • เงื่อนไขทั้งหมดไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้บุคคลอื่นได้
  • เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ซื้อ Vios วันนี้

รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% พร้อมฟรี ประกันภัยชั้น 1

หมายเหตุ

  • อัตราดอกเบี้ย 1.75% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป สำหรับ VIOS ทุกรุ่น
  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • เงื่อนไขพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ และ เฉพาะผู้แทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ

เป็นเจ้าของ All-New Corolla Cross วันนี้

(1)
รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care พร้อมดอกเบี้ย 1.85%*
หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.29%**

(2)
ข้อเสนอพิเศษขยายระยะเวลาการคุ้มครอง

• รับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม.
• ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 100,000 กม.

(3)
ช่วงแนะนำ รับสิทธิ์ซื้อรุ่น 1.8 SPORT ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด

9 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563


หมายเหตุ

(1)

  • *อัตราดอกเบี้ย 1.85% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป สำหรับทุกรุ่น
  • *ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • **อัตราดอกเบี้ย 1.29% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป สำหรับทุกรุ่น
  • สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไข บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

(2)

  • รับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. : รับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 100,000 กม. : สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะ เวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆ ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้

(3)

  • ราคาพิเศษช่วงแนะนำ เมื่อซื้อรุ่น 1.8 Sport รับส่วนลดมูลค่า 30,000 บาท จาก 989,000 บาท เหลือเพียง 959,000 บาท

– สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
– เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
– เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ
– ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

ซื้อ Corolla Altis* วันนี้

(1) ฟรี! ชุดแต่งสไตล์สปอร์ต มูลค่า 15,000 บาท**

(2) หรือ ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care
พิเศษ! ดอกเบี้ย 1.99% นาน 4 ปี
พร้อมแพ็กเกจบำรุงรักษารถยนต์ มูลค่า 30,000 บาท

  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

พิเศษ เฉพาะรุ่นไฮบริด รับเพิ่ม!

  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และ ระบบไฮบริด 5 ปี
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV)

ลูกค้าโตโยต้ารับส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่ม 0.4%

1 – 31 กรกฎาคม 2563


หมายเหตุ

*สำหรับรุ่น 1.8 ลิตร เครื่องยนต์ไฮบริดและเบนซิน เท่านั้น

**ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโคโรลล่า อัลติส 5 ชิ้น ประกอบไปด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า, สเกิร์ตกันชนหลัง, สเกิร์ตข้างซ้าย-ขวา และ  สปอยเลอร์หลัง, ชุดอุปกรณ์ตกแต่งโคโรลล่า อัลติส รับประกัน 1 ปี ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท นิว กลอรี่ สตาร์ ออโต้โมทีฟ จำกัด, ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมค่าทำสีและค่าติดตั้งเรียบร้อยแล้ว

  • ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care 1 ปี โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • ต้องแจ้งผ่าน บริษัท โตโยต้า อินชัวรันซ์โบรกเกอร์ จำกัด เท่านั้น
  • อัตราดอกเบี้ย 1.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป สำหรับ โคโรลล่า อัลติส รุ่นโฉมใหม่ ปี 2562
  • แพ็กเกจบำรุงรักษารถยนต์มูลค่า 30,000 บาท ได้แก่ ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (ทุกๆ 10,000 กม. รวม 10 ครั้ง) หรือภายในระยะเวลา 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • พิเศษเฉพาะรุ่นไฮบริด รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดภายในปีที่ 1-10 และรับประกันการใช้งานระบบไฮบริดภายในปีที่ 1-5 (นับตั้งแต่วันส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ารายแรกตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่)
  • สีของรถและอุปกรณ์ต่างๆที่ปรากฎในภาพ อาจแตกต่างจากสีจริง เนื่องจากระบบการพิมพ์
  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่  1 – 31 กรกฎาคม 2563 และออกรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563
  • ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
  • ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้

เงื่อนไขการรับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้า

  • รับส่วนลดดอกเบี้ย 0.40% สำหรับลูกค้าโตโยต้าที่ซื้อรถ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ทุกเกรด
  • สิทธิ์สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถโตโยต้าในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องลงทะเบียนและแสดงหลักฐานในการใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น TOYOTA Privilege More เพื่อแสดงรหัสที่ได้รับต่อพนักงานขายรถโตโยต้า
  • ยกเว้นรถ โคโรลล่า อัลติส ที่ขายภายใต้เงื่อนไขการขาย Fleet

CAMRY Ultimate Promotion

เงื่อนไขสิทธิ์ซื้อ Modellista Special Edition Set

  • Modellista Special Edition Set และประกอบไปด้วย 1.) ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) 2.) หลังคาเคลือบฟิล์มดำ 3.) ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic พร้อมยาง
  • ราคาดังกล่าว รวมราคารับซื้อล้อและยางที่ติดตั้งมาจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และรวมค่าทำสีและติดตั้งชุดอุปกรณ์ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • หลังคาเคลือบฟิล์มดำรับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • ยางดัลลอป แอลเอ็ม 705 (Dunlop LM705) รับประกัน 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดและส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากผู้แทนจำหน่าย
  • สีของรถและอุปกรณ์ต่างๆที่ปรากฎในภาพ อาจแตกต่างจากสีจริง เนื่องจากระบบการพิมพ์
  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ติดตั้งและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ผ่านระบบ Toyota Privilege More และรับรถยนต์ CAMRY ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

เงื่อนไขอื่นๆ

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด) และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 มูลค่าสูงสุด 39,142 บาท โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : มูลค่า 47,000 บาท โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : มูลค่า 7,000 บาท สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6 – 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4 – 5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

เงื่อนไขสิทธิ์ซื้อ Modellista Special Edition Set

  • Modellista Special Edition Set และประกอบไปด้วย 1.) ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) 2.) หลังคาเคลือบฟิล์มดำ 3.) ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic พร้อมยาง
  • ราคาดังกล่าว รวมราคารับซื้อล้อและยางที่ติดตั้งมาจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และรวมค่าทำสีและติดตั้งชุดอุปกรณ์ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CAMRY Modellista (สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง ซ้าย-ขวา, สเกิร์ตหลัง, สปอยเลอร์ฝากระโปรงหลัง) และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Gun Metallic รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • หลังคาเคลือบฟิล์มดำรับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • ยางดัลลอป แอลเอ็ม 705 (Dunlop LM705) รับประกัน 2 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงกำหนดก่อน ตามเงื่อนไขการรับประกันของ บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สอบถามรายละเอียดและส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ ได้จากผู้แทนจำหน่าย
  • สีของรถและอุปกรณ์ต่างๆที่ปรากฎในภาพ อาจแตกต่างจากสีจริง เนื่องจากระบบการพิมพ์
  • สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ส่วนประกอบอุปกรณ์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ติดตั้งและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด
  • สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ผ่านระบบ Toyota Privilege More และรับรถยนต์ CAMRY ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

เงื่อนไขอื่นๆ

  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางบริษัทฯ กำหนด
  • อัตราดอกเบี้ย 1.89% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป (กรณีชำระค่างวดแบบต้นงวด) และสำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานเงื่อนไขของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 มูลค่าสูงสุด 39,142 บาท โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ. บุคคลที่ 3
  • ขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี : มูลค่า 47,000 บาท โดยรับประกันต่อเนื่องจากระยะเวลารับประกันของผู้ผลิตรถยนต์ (ระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) หรือนับจากวันส่งมอบรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี : มูลค่า 7,000 บาท สำหรับการเช็คระยะตั้งแต่  10,000 – 100,000 กิโลเมตร หรือภายในระยะเวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และ แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี : รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดครอบคลุมปีที่ 6 – 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 5) และรับรองการใช้งานระบบไฮบริดครอบคลุมปีที่ 4 – 5 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากการรับประกันในปีที่ 3) เมื่อซื้อ CAMRY รุ่น HYBRID
  • รับประกันมูลค่ารถไฮบริดในอนาคต (GFV) : รับประกันมูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดไม่น้อยกว่ามูลค่ารถรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (คำนวณจากอัตราส่วนร้อยละของราคารถยนต์ใหม่ในแต่ละรุ่น) ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันส่งมอบรถยนต์ตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่ การใช้งานต้องไม่เกิน 30,000 กิโลเมตรต่อปีหรือไม่เกิน 150,000 กิโลเมตรภายในระยะเวลา 5 ปี สภาพรถอยู่ในเงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนดและไม่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง รายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.toyotasure.com
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563
  • เงื่อนไขนี้เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet

New Fortuner Wisdom of a Leader

เงื่อนไขโปรโมชั่น

  • รับสิทธิ์การขยายการรับประกันคุณภาพต่อเนื่องจากระยะเวลา 3 ปีหรือภายในระยะทาง 100,000 กม. เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือภายในระยะทาง 150,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน พร้อมการตราวจสอบฟรีตามระยะ 100,000 กม.
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563

เงื่อนไขราคาแนะนำ

  • เมื่อซื้อรุ่นมาตรฐานทุกรุ่น รับส่วนลดมูลค่า 30,000 บาทสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2563 –  30 ก.ย. 2563
  • เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Nissan

โปรโมชั่น Nissan ขับรถนิสสันให้สนุก โปรโมชั่นนี้มีผลถึง 31 กรกฎาคม 2563

All-New Nissan Kicks e-POWER

All-New Nissan Kicks e-Power V

  • ราคาช่วงเปิดตัว 999,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

All-New Nissan Kicks e-Power VL

  • ราคาช่วงเปิดตัว 1,049,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.69%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี รับประกันระบบ e-POWER 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี**
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** รับประกันระบบรถยนต์ e-POWER เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และ รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เป็นระยะเวลา 10 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบ) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โดยเป็นขยายการรับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มเติม ภายในปีที่ 6-10 จาก ปีที่ 5 โดยเพิ่มระยะทางจาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 200,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เนื่องจากความเสียหาย ได้ 1 ครั้ง

Nissan-Terra

Terra

ข้อเสนอพิเศษ:

New Nissan Terra V

  • ราคาพิเศษ 1,199,000 บาท*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น V เท่านั้น

New Nissan Terra VL

  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี สปอยเลอร์หลังคาและกระจังหน้าสีดำ
  • ฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งเอเนอร์เจติกแพ็กเกจ
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับรุ่น VL เท่านั้น

Nissan Note Test Drive At Home

Note

Nissan Note E 19MY

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น E 19MY ราคา 529,000 บาท, ค่างวด 8,732 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,366 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 39,294 บาท) พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ราคาเริ่มต้น 529,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,800 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 4.38% และงวดที่ 61 (185,150 บาท), คำนวณจากรุ่น E 19MY ราคา 529,000 บาท
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    *ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาภายใต้เงื่อนไขและทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และเฉพาะรุ่น E 19MY เท่านั้น

NISSAN MARCH

March

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น S MT ราคา 420,000 บาท, ค่างวด 6,933 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 3,467 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 31,203 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,800 บาท* (คำนวณจาก เงินดาวน์ 25%, ดอกเบี้ย 0.18%, ระยะเวลาผ่อน 84 เดือน, คำนวณจากรุ่น S MT ราคา 420,000 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น 1.2S MT เท่านั้น

Nissan Almera Test Drive At Home

Almera

  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 4.84%, รุ่น V ราคา 599,000 บาท, ค่างวด 9,662 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 4,831 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 43,479 บาท) พร้อม ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • อัตราดอกเบี้ย 0.99%** (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V เท่านั้น
    ** ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และ สำหรับรุ่น V และ VL เท่านั้น

NISSAN TEANA

Leaf

  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 20%, ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 60 เดือน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี**
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

** บริษัทประกันภัยที่ร่วมแคมเปญ ได้แก่ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซมโปะประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

New Nissan X-Trail

X-Trail

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

NISSAN SYLPHY

Sylphy

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

NISSAN TEANA

Teana

  • สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Nissan Navara Test drive at home

Navara

Nissan Navara Double Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.34%, รุ่น DC Black Edition 19MY&20MY ราคา 877,000 บาท, ค่างวด 14,475 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 7,238 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 65,142 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 72 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab รุ่น Black Edition รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95%, รุ่น KC Black Edition 19MY&20MY ราคา 790,000 บาท, ค่างวด 13,401 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,701 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 60,309 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย 0%* (เงินดาวน์ 15%, ผ่อนนาน 72 เดือน)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab Calibre EL 6MT รุ่นปี 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95% รุ่น KC Calibre EL ราคา 799,500 บาท, ค่างวด 13,562 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 6,781 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 61,029 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,400 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 16%, ดอกเบี้ย 1.53% และงวดที่ 61 (279,825), คำนวณจากรุ่น KC Calibre EL ราคา 799,500 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab Calibre EL 6MT เท่านั้น

* ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

Nissan Navara King Cab S 6MT รุ่นปี 2018, 2019 และ 2020

  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • นิสสันช่วยผ่อนครึ่งหนึ่งถึงปีหน้า* (คำนวณจาก ดาวน์ 10%, ผ่อนนาน 72 เดือน, ดอกเบี้ย 5.95% รุ่น KC S ราคา 637,000 บาท, ค่างวด 10,806 บาท, นิสสันช่วยผ่อน 5,403 บาท จำนวน 9 เดือน รวมมูลค่า 48,627 บาท)
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”

หรือ

  • “Nissan Easy Pay” ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,900 บาท* [(สำหรับงวดที่ 1-60), คำนวณจากเงินดาวน์ 16.4%, ดอกเบี้ย 3.86% และงวดที่ 61 (222,950), คำนวณจากรุ่น KC S ราคา 637,000 บาท]
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี*
  • ฟรี ไส้กรองแอร์แบบพรีเมียม “Nissan Premium Air-Con filter”
    * ข้อเสนอนี้สำหรับลูกค้าที่เช่าซื้อกับบริษัท นิสสัน ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และสำหรับ K/Cab S 6MT เท่านั้น

NISSAN URVAN

Urvan

สอบถามรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสัน

Honda

All-New-Honda-City-2020

ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE

  • ดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ 1 ก.ค. 63 – 30 ก.ค. 63

โปรโมชั่น Honda

Honda Brio/Brio Amaze
– ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 2.29%*
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Mobilio
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ยพิเศษ 2.29 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
และรับฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 4,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท และรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda City
– ผ่อนสบายเริ่มต้น 5,500 บาท กับ DOUBLE SMILE*
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.89% พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 24,000 บาท
หรือ
รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29%

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Jazz
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 5,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรี ! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic
– ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 9,900 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท พิเศษรับเพิ่ม ฮอนด้า อัลติเมท แคร์

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda Civic Hatchback
– ดอกเบี้ย 2.29%
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท

All-New Honda Accord

รุ่น Turbo EL

รับดอกเบี้ย 1.99 %* สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าปัจจุบัน (Honda Loyalty) รับเพิ่ม ส่วนลดดอกเบี้ย 0.30% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ
รับข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 13,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์”
หรือ

รุ่น Hybrid และ Hybrid Tech

รับดอกเบี้ย 0%* พร้อม “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 15,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รับสิทธิพิเศษฟรี ! “ฮอนด้า อัลติเมท แคร์” พร้อมฟรี ! ค่าแรงตามตารางการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับฟรี ! GARMIN SMARTWATCH Limited Edition รุ่น FORERUNNER 645 MUSIC สี Slate มูลค่า 16,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda BR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ดอกเบี้ย 1.99%* พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE ** ผ่อนเริ่มต้น 6,000 บาท พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 12 เดือน พิเศษสุด! ฟรี จักรยานพับ Modulo มูลค่า 7,990 บาท

รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda HR-V
– ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
หรือ
ดอกเบี้ย 2.29 %* พร้อม ฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท นาน12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร พิเศษสุด!
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ดาวน์ 0 บาท หรือผ่อนเริ่มต้น เพียง 10,000 บาท พร้อมฟรีแพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และรับฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่ม ฟรี! ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

*ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน

Honda CR-V
– รับดอกเบี้ยพิเศษ 0 %* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี ! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมรับ ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ฟรี !
หรือ
ข้อเสนอสุดพิเศษ DOUBLE SMILE** ผ่อนเริ่มต้น 14,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี ! แพ็กเกจเช็กระยะค่าแรงและค่าอะไหล่สูงสุด 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมรับ ฮอนด้า อัลติเมทแคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ฟรี !
รับฟรี เครื่องฟอกอากาศยับยั้งเชื้อโรคในรถยนต์ Sharp Plasmacluster Ion Generator Limited Edition รุ่น IG-GC2B-BH มูลค่า 4,990 บาท

* เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 12 – 48 เดือน

Mazda

All-New-Mazda-CX-30-2020

Mazda Promotion ช่วงเวลาดีๆ ที่รวมทุกความพิเศษ

Mazda2

ดอกเบี้ย 0%
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mazda3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-3

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-30

ดอกเบี้ย 1.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 2 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-5

ดอกเบี้ย 0.99%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda CX-8

ดอกเบี้ย 0%
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ขยาย การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

Mazda MX-5

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
ฟรี Mazda Added Protection โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

Mazda BT-50 PRO

ช่วยผ่อนนาน 2 ปี รวมมูลค่า 48,000 บาท
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี

Mitsubishi

all-Model-Promotion

โปรโมชั่น Mitsubishi ข้อเสนอเดียวกับ Motor Show สำหรับออกรถยนต์มิตซูบิชิ วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2563

  • ขับฟรี 90 วัน (1)

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม พ.ศ.2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

(1) เลื่อนระยะเวลาการผ่อนงวดแรกออกไป 90 วัน นับจากวันที่สัญญาเช่าซื้อ โดยเงื่อนไขการเข้าร่วมโปรแกรมเป็นไปตามที่สถาบันที่ร่วมรายการกำหนด

Mirage

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 2,901 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Attrage

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนเริ่มต้น 3,150 บาท
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Xpander

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Xpander Cross

  • ราคาแนะนำ 899,000 บาท
  • ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี

(1) ราคาเปิดตัว 899,000 บาท สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ รุ่น 1.5 4AT CROSS (SUV Version) ทั้งนี้ ราคาดังกล่าว เป็นราคาเฉพาะในช่วงระยะเวลาเปิดตัวสำหรับลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 และรับรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฏาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

New Pajero Sport

  • ขับฟรี 90 วัน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับฟรี แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบไปด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาภาพและเสียงระบบดิจิตอล (HDMI WiFi Dongle)
  • เลือกรับ ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 2 ปี หรือ โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ 7 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ (รุ่นปี 2020) ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Triton 4WD

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับ ขับฟรี 90 วัน หรือ Premium Package

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน D/Cab 4WD 2.4GT Premium 6AT (19MY) ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Triton Athlete

  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับ ขับฟรี 90 วัน หรือ ดอกเบี้ย 0% หรือ ผ่อนเริ่มต้น 4,252 หรือ ดาวน์ เริ่มต้น 65,250 บาท
  • ส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน D/Cab Plus 2.4GT-P 6AT ATHLETE ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563

Suzuki

All-New-Suzuki-Carry

โปรโมชั่น Suzuki ร้อนแรง แซงทุกดีล

Suzuki Swift ใหม่ ทุกรุ่น
ทุกรุ่นรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 30,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท*(2) หรือเลือกรับ ดอกเบี้ย 1.09%* (4)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

Suzuki Ciaz ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 40,000 บาท*(1)
ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(3) หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Celerio ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท*(1)
หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน**

All New Suzuki Ertiga ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
ฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*(3) หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท*(2)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*** และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน **

Suzuki Carry ทุกรุ่น
รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน*(6)
พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท*(1)
พร้อมส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว
หรือ กลุ่มลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน
หรือ ลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถซูซูกิคันใหม่ *(5)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง***

*(1) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ซื้อเงินสดหรือเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(2) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อ กับ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เท่านั้น คำนวณจากโปรแกรม MY WAY รุ่น Celerio GA M/T ราคา 318,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ1,999 บาท ดาวน์ 20.13% (เงินดาวน์ 64,027 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น New Suzuki CIAZ GL CVT ราคา 559,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาท ดาวน์ 15.90% (เงินดาวน์ 88,888 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,222 บาท ดาวน์ 24.33% (เงินดาวน์ 131,645 บาท) ผ่อน 84 งวด รุ่น New Ertiga GL AT ราคา 659,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท ดาวน์ 16.07% (เงินดาวน์ 105,869บาท) ผ่อน 84 งวด
*(3) บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท สามารถใช้ได้เฉพาะกับสถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เท่านั้น จัดส่งโดยผู้จำหน่ายภายใน 60 วัน หลังการส่งมอบรถยนต์
*(4) เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ซูซูกิ รุ่น Swift ดอกเบี้ย 1.09% ที่ดาวน์เริ่มต้น 25% ผ่อนสูงสุด 48 งวด ตัวอย่าง ผ่อนเดือนละ 8,822 บาท คำนวณจากรุ่น Swift GL Sports Edition ราคา 541,000 บาท ดาวน์ 25% (เงินดาวน์ 135,250 บาท) ผ่อน 48 งวด เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเท่านั้น ได้แก่
1. บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด
2. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
3. ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
4. ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
*(5) ส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ได้แก่ Swift ,Ciaz ,Celerio, Ertiga และ Carry ที่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อตามเงื่อนไขสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ หรือซื้อรถยนต์เป็นเงินสด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 เท่านั้น โดยกลุ่มลูกค้าที่รับสิทธิ์ส่วนลดเพิ่มเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ดังนี้
1. เจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท เพียงแสดงเอกสารรายการจดทะเบียนเจ้าของรถ และเอกสารยืนยันความสัมพันธ์เพื่อประกอบการใช้สิทธิ์
2. กลุ่มลูกค้าข้าราชการประจำ รวมถึงพนักงานราชการ (ลูกจ้างสัญญาจ้าง) ลูกจ้างประจำและชั่วคราว พนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงบริษัทในเครือ และ กลุ่มพนักงานบริษัทมหาชน รับส่วนลดพิเศษเพิ่ม 10,000 บาท สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์จะต้องมีชื่อตรงกันกับชื่อผู้ซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่เท่านั้น
3. ลูกค้านำรถยนต์รุ่นใดก็ได้ทุกยี่ห้อมาเทิร์นและซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ รับส่วนลดเพิ่มเติม 10,000 บาท สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ หรือ ผู้มีสิทธิ์ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเท่านั้น เงื่อนไข สำหรับรถเก่า 1 สิทธิ์ ต่อการซื้อรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ 1 คัน
*(6) โปรแกรมขับฟรี 90 วัน (เริ่มชำระค่างวดหลังจากรับรถ 90 วัน) สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
** บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง จากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี
*** ประกันภัยชั้นหนึ่ง ปีแรกไม่รวม พรบ. บุคคลที่ 3 เฉพาะบริษัทประกันที่ร่วมโครงการ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านท่านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ค้นหาผู้จำหน่ายใกล้บ้านท่าน
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Isuzu

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 1.9

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 1.9

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ดาวน์เริ่มต้น 27,350 บาท คำนวณจากรุ่นสปาร์ค บี 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(2) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4x4

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4×4

รายละเอียด/เงื่อนไขของรายการ

(1) ดาวน์เริ่มต้น 33,750 บาท คำนวณจากรุ่นสปาร์ค เอส 4×4 3,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(2) ข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ S

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ S

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 5,496 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 6,296 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 4.15% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ดาวน์เริ่มต้น 30,250 บาท คำนวณจากรุ่นสเปซแค็บ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(4) เมื่อเลือกรับเงื่อนไข 2 หรือ 3 รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

(5) ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิ์รับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น”

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L DA

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ L DA

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 7,682 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 8,482 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นไฮแลนเดอร์ L DA 4 ประตู 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) เมื่อเลือกรับเงื่อนไขดอกเบี้ยพิเศษ รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

โปรจัดใหญ่...สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์

โปรจัดใหญ่…สะใจทุกข้อเสนอ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

(1) ผ่อนเริ่มต้นปีแรก 6,253 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 1-12 และผ่อน 7,053 บาทต่อเดือน สำหรับเดือนที่ 13-96 คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 96 เดือน ดอกเบี้ย 3.95% อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 โดยจะต้องเริ่มชำระงวดแรกในเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยเงื่อนไขในการผ่อนชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ

(2) อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนกรกฎาคม 2563 ดอกเบี้ย 1.99% กรณีดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน

(3) ดาวน์เริ่มต้น 34,300 บาท คำนวณจากรุ่นแค็บโฟร์ เอส 1,900 ซีซี เกียร์ธรรมดา สีธรรมดา กรณีดาวน์ 5% ผ่อน 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%

(4) เมื่อเลือกรับเงื่อนไข 2 หรือ 3 รับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน จะเริ่มชำระค่าเช่าซื้องวดแรกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าซื้อเริ่มต้น / สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยเลือกเงื่อนไขการผ่อนชำระไม่เกิน 84 เดือน / เงื่อนไขไฟแนนซ์พิเศษสำหรับรับข้อเสนอขับฟรีสูงสุด 90 วัน เป็นไปตามที่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด กำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

 

อีซูซุวี-ครอส 4X4 ใหม่หมด! พลานุภาพ…พลิกโลก!

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  • อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย ณ เดือนมีนาคม – เมษายน 2563
  • หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / รายการส่งเสริมการขายนี้ไม่รวมรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถที่ขายฟลีท / บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / เฉพาะผู้จำหน่ายอีซูซุที่ร่วมโครงการ

ดาวน์เริ่มต้น 54,xxx บาท หรือเลือกดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0%

ดาวน์เริ่มต้น 54,xxx บาท หรือเลือกดอกเบี้ยสุดพิเศษ 0%

เงื่อนไขไฟแนนซ์ดอกเบี้ยพิเศษ

  1. ดาวน์เริ่มต้น 54,950 บาท คำนวณจากอีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 1,900 ซีซี (CD) เกียร์อัตโนมัติ สีบรอนซ์เงิน กรณีดาวน์ 5% ดอกเบี้ย 1.8% ผ่อน 48 เดือน
  2. อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อซื้อรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น / เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกับบริษัทฯ กำหนด / อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคม 2563
  3. โปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ ครอบคลุมค่าอะไหล่ เคมีภัณฑ์ รวมถึงค่าแรง สำหรับเช็กระยะตามมาตรฐานของ อีซูซุ จำนวน 6 ครั้งแรก ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กม. ภายใน 3 ปี หรือ 60,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 20,040 บาท คำนวณจากค่าบำรุงรักษารถตามระยะ 6 ครั้งแรก ของอีซูซุมิว-เอ็กซ์ 3.0 ดีดีไอ 4×2 เกียร์อัตโนมัติ
  4. เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับอีซูซุลิสซิ่ง ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน / รถที่มีสิทธิรับข้อเสนอพิเศษ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเงื่อนไขและข้อตกลงของโปรแกรมบริการพิเศษ “อีซูซุสมาร์ทโพรเทคชั่น” / สอบถามรายละเอียดหรือรับข้อเสนอพิเศษอื่นๆที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ

Subaru

ข้อเสนอพิเศษเดียวกับมอเตอร์โชว์ ซูบารุ เอ็กซ์วี ทุกรุ่น ขับฟรีตลอดปี 2020 พร้อมดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1*

ซูบารุ เอ็กซ์วี พร้อมชุดแต่งจีที สร้างขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง บริษัท วิศวกรรมชื่อดัง กิเคน และ มาซาฮิโกะ โคบายาชิ หรือ แจ็ค อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้มีประสบการณ์กว่า 25 ปี จากซูบารุ คอร์ปอเรชั่น ชุดแต่งจีที ในซูบารุ เอ็กซ์วี

มีองค์ประกอบสี่อย่างที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ทำให้ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ครั้งนี้มาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด และระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงานมอเตอร์โชว์

  • ขับฟรีตลอดปี 2020
  • ดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1
  • ประกันคุณภาพ 5 ปี

ข้อเสนอพิเศษเดียวกับมอเตอร์โชว์ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ทุกรุ่น ขับฟรีตลอดปี 2020 พร้อมดอกเบี้ย 0.99% ฟรีประกันภัยชั้น 1*
ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ชุดแต่ง จีที รุ่นพิเศษประกอบด้วยอุปกรณ์ 5 ชิ้น คือ สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง สปอยเลอร์หลังคา และปลายท่อไอเสีย ล้ออัลลอยสั่งทำพิเศษขนาด 18 นิ้ว เบาะหนังแบบทูโทนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องโดยสารของแกรนด์ ทัวร์เรอร์สมรรถนะสูงจากเยอรมนีและอังกฤษ รถยนต์คันนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและความอเนกประสงค์ที่มีเฉพาะในรถยนต์ซูบารุเท่านั้น

ปิดท้ายด้วยชุดเครื่องเสียงใหม่ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพื่อครอบคลุมการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด พร้อมระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360° องศา ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนแม้ในมุมอับ

ออกรถวันนี้ รับทันทีข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกับในงานมอเตอร์โชว์

  • ขับฟรีตลอดปี 2020
  • ดอกเบี้ย 0.99% นาน 48 เดือน
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1
  • ประกันคุณภาพ 5 ปี

ซูบารุปันสุข ออกซูบารุ บีอาร์ซี หรือดับบลิวอาร์เอ็กซ์วันนี้ ซูบารุสนับสนุนสูงสุด 150,000 บาท*

Ford

Retail Campaign Q4 on Latest Offer

โปรโมชั่น Ford ข้อเสนอคุ้มแล้วคุ้มอีก จาก ฟอร์ด – 31 กรกฏาคม 2563

ฟอร์ด เอเวอเรสต์

อัตราดอกเบี้ย 0 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure สำหรับรุ่น Trend, Titanium, Titanium + 4×2 และ 4×4

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่

อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure พร้อมฟรี “โปรแกรม Ford Beyond พร้อมดูแลคุณ นาน 5 ปี”

Ford Beyond: คลิกเพื่อดูรายละเอียด

หรือ Defer Payment 3 Months
หมายเหตุ: เริ่มชำระค่างวดงวดแรกหลังจากได้ทำการส่งมอบรถ 90 วัน สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ทุกรุ่น

Chevrolet

ข้อเสนอพิเศษ

ลดล้างสต๊อก

นอกจากส่วนลดพิเศษสุดเร้าใจแล้ว รถยนต์เชฟโรเลตยังคงมีบริการหลังการขายและศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อคอยดูแลและให้บริการลูกค้าอยู่เช่นเดิม

อาทิ

  • การรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  ครอบคลุมค่าแรงช่างซ่อม อะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต และการรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • ศูนย์บริการและอะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1734 ตั้งแต่ 7.00 – 20.00 น.

MG

โปรโมชั่น MG มอบโปรโมชั่นสุด Fun

MG3

  • รับสิทธิ์ MG ช่วยผ่อน 3,000 บาท ระยะเวลา 12 เดือน มูลค่า 36,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 57,000 บาท

MG5

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%  
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG6

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 24,000 บาท

MG GS

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 5 ปี หรือเลือกดาวน์เริ่มต้นที่ 5%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
    มูลค่ารวมกว่า 22,000 บาท

MG ZS

  • เลือกรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก MG ในแบบ “Smart Design” หรือ ในแบบ “Smart Utility” มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 22,061 บาท [1]
  • ขับฟรี 3 เดือน[2]
  • หรือเลือกรับดอกเบี้ย 1.89% [3]
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี [4]

มูลค่ารวมกว่า 44,000 บาท

MG ZS EV

  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด 
  • ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

มูลค่ารวมกว่า 91,000 บาท

MG HS

  • ราคาเริ่มต้นพิเศษ  885,000 บาท
  • ดอกเบี้ย 1.89%
  • ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

มูลค่ารวมกว่า 52,000 บาท

MG EXTENDER:

MG Worry Free Campaign

  • ดาวน์เริ่มต้น 0%
  • ฟรี! รับประกันคุณภาพนาน 5 ปี
  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี! เสื้อยืด MG EXTENDER*

มูลค่ารวมกว่า 61,000 บาท

เงื่อนไขลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์

  • กลุ่มอาชีพพนักงานบริษัท ที่มีการรับเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น
  • กลุ่มอาชีพข้าราชการ หมายรวมถึง พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานของรัฐ, ตำรวจ/ทหาร และข้าราชการตุลาการ

MG V80

พิเศษส่วนลด หรือวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า 65,000 บาท *
มูลค่ารวม 65,000 บาท

Hyundai

โปรโมชั่นสำหรับ H-1 และ Grand Starex โฉมใหม่ 2020

ระยะเวลา: 1 กรกฎาคม 2563 – 31 สิงหาคม 2563

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Deluxe หรือ Elite :

(1) อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 60 เดือน โดยชำระเงินค่างวดแรก ณ วันที่ออกรถ และทำสัญญาเช่าซื้อกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เท่านั้น

(2) เฉพาะรุ่น Elite เมื่อเลือกชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) รับเพิ่มฟรีชุดอุปกรณ์ความบันเทิงจาก Dynavin ได้แก่ วิทยุพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว หน้าจอติดเพดานขนาด 12.1 นิ้ว ระบบกล้องมองหลัง และกล้องบันทึกหน้ารถพร้อม Memory Card ความจุ 16GB รวมมูลค่า 20,000 บาท *ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

(3) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัดกำหนด โดยไม่สามารถใช้ร่วมกับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย 0% ในข้อ (1) และ (2) ได้

(4) เมื่อออกรถยนต์โดยชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยปกติ รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 60 เดือน หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 65,081 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/ และ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 50,000 บาท สำหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน บริษัท ปตท. ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

(5) ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,764.60 บาท จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(6) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(7) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(8) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

เงื่อนไขพิเศษ เมื่อซื้อรถยนต์ฮุนได H-1 รุ่น Touring หรือ ฮุนได Grand Starex รุ่น VIP หรือ Premium :

(1) การเลื่อนระยะเวลาการผ่อนชำระเงิน โดยงวดแรกจะนับหลังจากวันเริ่มสัญญา 90 วัน, จำนวนเงินดาวน์เริ่มต้นที่ 10% ของราคารถยนต์สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 15% สำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน โดยเกณฑ์การพิจารณาจะเป็นไปตามที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กำหนด

(2) รับฟรี ค่าบำรุงรักษา (ค่าอะไหล่และค่าบริการตรวจเช็คตามระยะทาง) เป็นเวลา 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่า 25,788 บาท ตรวจสอบรายการอะไหล่และค่าบริการได้ที่ https://www.hyundai.co.th/th/service/maintenance/

(3) รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,764.60 บาท สำหรับ H-1 และ มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 32,097.65 บาท สำหรับ Grand Starex จากบริษัท โตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น โดยเงื่อนไขการรับประกันภัยและทุนประกันภัยเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ซึ่งออกโดยบริษัทประกันภัย

(4) การรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. โดยในปีที่ 4-5 หรือมากกว่า 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รับประกันเฉพาะชิ้นส่วนหลักของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และกล่องควบคุมสมองกล ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมในคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ มูลค่าประมาณ 30,000 บาท

(5) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท

(6) พิเศษ สำหรับลูกค้าเก่ารถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท

KIA

ลดสูงสุดโดยไม่มีอะไรมากั้น เพื่อนรู้ ทุกคนรู้! โปรโมชั่นสำหรับ Soul EV (Display Car) รับทันที! ส่วนลดสูงสุด 350,000 บาท (จากราคาปกติ 2,387,000 บาท) เมื่อออก KIA Soul EV วันนี้ พร้อมรับข้อเสนออื่นๆ ที่ KIA มอบให้คุณแบบไม่หยุด ด่วน! จำนวนจำกัด

  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • ฟรี! เครื่องชาร์จไฟ Wall Charger พร้อมค่าติดตั้งถึงบ้าน
  • ฟรี! การรับประกันคุณภาพวารันตี 5 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ตลอด 24. ชม. นาน 5 ปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

KIA ขอต้อนรับการผ่อนคลายล็อคดาวน์ พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ KIA Grand Carnival ได้ง่ายกว่าที่เคย ด้วยโปรโมชั่นที่ดีที่สุดที่เคยมีมา

เพียงออกรถ KIA Grand Carnival รุ่น EX และ SXL ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค. นี้! รับทันที

  • ฟรี! ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป)
  • ฟรี! เช็กระยะนาน 3 ปี หรือ 60,000 กม.*
  • ฟรี! รับประกันคุณภาพ (Warranty) นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. (Roadside Assistance) นาน 5 ปี
  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 (นาน 1 ปี)
  • ฟรี! ชุดแต่งบันไดข้างแท้จากเกาหลี

*หมายเหตุ:

– เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียดโปรโมชั่นต่างๆโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
– การเช็กระยะนาน 3 ปี หรือ 60,000 กม. ครอบคลุมค่าบริการตรวจเช็กและค่าอะไหล่สิ้นเปลืองที่มีกำหนดเปลี่ยนตามระยะทาง ตรวจสอบตารางการเช็กระยะได้ที่ https://www.kia.com/th/service/maintenance.html

Mercedes-Benz

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น

รับข้อเสนอดีๆ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)

Star Phenomenon: ข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่ สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น*

ให้คุณเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ระยะเวลา 48 เดือน เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อ ด้วยเงินดาวน์ขั้นต่ำ 25%

รับมอบรถยนต์และเริ่มทำสัญญากับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

*ยกเว้นรุ่น C 300 e AMG Sport, รถแวนและสปรินเตอร์

ข้อเสนอสำหรับแคมเปญ Star Phenomenon the ALL-IN Offers

ข้อเสนอสำหรับแคมเปญ Star Phenomenon The ALL-IN Offer

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ PHEV คันใหม่
C 300 e AMG Sport/ C 300 e Avantgarde/ C 300 e AMG Dynamic/
E 300 e AMG Dynamic/ E 300 e Avantgarde/ E 300 e Exclusive/
E 350 e AMG Dynamic/ E 350 e Avantgarde/ E 350 e Exclusive/
GLC 300 e 4MATC AMG Dynamic/ GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic/
S 560 e AMG Premium

  • รับข้อเสนอสุดพิเศษ ซื้อ Wallbox ราคาพิเศษ (กรุณาสอบถามที่ผู้จำหน่ายฯ)

โดยรับมอบรถยนต์ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 30 กันยายน 2563 ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ฟรีบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บาท

รับฟรี! บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท

เมื่อออกรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คันใหม่ และทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง พร้อมทั้งทำประกันภัยชั้นหนึ่งกับแผนประกันภัย MB Protection ซึ่งประกันภัยโดย บมจ. วิริยะประกันภัย, บมจ. อาคเนย์ประกันภัย และ บมจ. ไทยศรีประกันภัย

เงื่อนไข

• สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ออกรถยนต์ใหม่เมอร์เซเดส-เบนซ์หรือเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกรุ่น (ไม่รวมรถยนต์ทดลองขับ รถประเภทฟลีท รถบรรทุก และรถบัส) กับผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และทำสัญญาทางการเงินทุกประเภทกับบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมทั้งทำประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง กับแผนประกันภัย MB Protection โดยลูกค้าต้องยื่นเอกสารขอสินเชื่อ รับมอบรถยนต์ และเริ่มต้นสัญญาระหว่างวันที่ 3 มิถุนายน 2563 ถึง 30 กันยายน 2563

• ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น จะได้รับฟรี บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาทต่อสัญญา • รายการส่งเสริมการขายดำเนินการโดย บริษัท โคโรเนท โบรกเกอร์ จำกัด และจะจัดส่งบัตรเติมน้ำมันให้กับลูกค้าภายใน วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ตามที่อยู่ในการจัดส่งกรมธรรม์ประกันภัย

• สิทธิ์พิเศษข้างต้นไม่สามารถแลกเป็นเงินสด ส่วนลด หรือผลปรโยชน์อื่นใดทั้งสิ้น และ/หรือ โอนให้ผู้อื่นได้ หากมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกกรมธรรม์หรือสัญญาที่อาจจะส่งผลถึงเงื่อนไขการรับสิทธิ์ข้างต้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาการรับสิทธิ์ดังกล่าว

Motor Show 2020

BMW

ข้อเสนอ MOTOR SHOW 2020 จาก BMW เริ่มแล้ววันนี้

รับอัพเกรด BSI Maintenance เป็น 6 ปี สำหรับผู้ที่จองรถบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นพร้อม BSI Ultimate package

1. รับอัพเกรด BSI เป็น 6 ปี
2. การรับประกันไม่จำกัดระยะทาง 6 ปี
3. สมาชิกภาพ BMW Mobility Services 6 ปี

พบกันได้ที่งานมอเตอร์โชว์ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือที่ผู้จำหน่ายฯ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BMW Contact Center โทร 1397

Covid-19-Motivate-Electric-Car-Growth-Up-In-Thailand

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ฯ จัดเสวนาออนไลน์เรื่อง “แนวโน้มและการปรับตัวอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังวิกฤต โควิด-19” เพื่อนำเสนอมุมมองของผู้ผลิต จากผู้บริหารค่ายรถชั้นนำ ซึ่งต่างนำเสนอเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หลังจากหมดโควิด-19 จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น จึงต้องการให้รัฐบาลหันมาสนับสนุน

ในการสัมมนา มี ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ, กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และสรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นวิทยากร

ภายในการสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ ทาง ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เผยว่า ไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น มีสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 หายไป ส่วนหนึ่งมารถที่หายจากท้องถนนไปเยอะ

ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีความสำคัญ ที่จะมาแก้ปัญหามลพิษบนท้องถนนของประเทศไทยในอย่างถาวร โดยอยากให้ประชาชนร่วมมือสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น เพื่อรักษามลภาวะสิ่งแวดล้อม

MINE-SPA1-2019

ด้าน สมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เผยว่า หากภาครัฐมีการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน จะทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมากขึ้น ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ยังไม่ดีนัก ค่ายรถยนต์จึงจำเป็นต้องปรับการผลิต ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะช้าหรือเร็วคงต้องรอดูต่อไป

อีกทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างมากในช่วง COVID-19 หรือฝุ่น PM2.5 ลดลง ปัจจัยเหล่านี้เป็นมุมที่สะท้อนให้คนเร่งหันไปใช้พลังงานสะอาด หรือพลังงานไฟฟ้าในระยะยาวมากขึ้น

BMW-i8

ด้าน กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า เมื่อผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว จะช่วยเร่งการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างมีเทคโนโลยี มีกลยุทธ์ใหม่ๆ ประกอบกับระบบสาธารณูปโภคในไทยที่เริ่มรองรับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

โดยสิ่งที่จะกระตุ้นตลาดในไทยก็คือความต้องการซื้อ ภาครัฐต้องสร้างแรงจูงใจ เช่น การส่งเสริมการลดภาษีฯ การเพิ่มที่ชาร์จไฟฟ้าสาธารณะให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสถานีชาร์จประมาณ 500 สถานี 700 หัวจ่าย พร้อมทั้งขยายโมเดลรถยนต์ไฟฟ้า ไปยังระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ เพื่อช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งหมด

Nissan-Leaf-2019

ขณะที่ สรรเพชญ ตั้งเสาวภาคย์ รองประธานสายงานวางแผนองค์กรและกลยุทธ์การตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ขณะนี้ Nissam (นิสสัน) ในประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังไม่มีนโยบายชัดเจนว่า ญี่ปุ่นจะปรับตัวมีรถยนต์ไฟฟ้า 100 % เมื่อไร แต่ทาง Nissan มีเทคโนโลยี และมีรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ต้นแบบมานานแล้ว

อ่านเพิ่มเติม : Nissan Hypermini : รถ EV ของเล่นคนรวยรักษ์โลก ในยุค 2000

ซึ่งในประเทศไทย Nissan ขอนำเสนอระบบ e-Power ไปก่อน จนกว่ารัฐจะมีความชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดรถ BEV

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

10-Cars-Built-By-Recycled-Parts-From-Other-Brands

การที่บริษัทรถยนต์จะสร้างรถรุ่นหนึ่งขึ้นมา ต้องระดมวิศวกร นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ วิจัยและพัฒนา ซึ่งต้องใช้งบมหาศาลนับพันล้านหมื่นล้านบาท เพื่อรังสรรค์รถออกมาขายชาวโลกกันสักรุ่น

แต่รถจากบริษัทที่มีต้นทุนไม่สูงล่ะ หรือบริษัทที่ผลิตรถสปอร์ต รถซูเปอร์คาร์ในตำนานทั้งหลาย ที่อยากสร้างรถยนต์ออกมาสักคัน แต่จะจ้างให้ซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนออกมาใหม่ทั้งหมดเลย ต้นทุนก็อาจจะมากหลายแน่ๆ เอาชิ้นส่วนจากรถบ้าน รถราคาถูก ที่มาใส่แล้วดูลงตัว มาใช้เลยดีไหมล่ะ!

MR.CARRO ขอนำเสนอ 10 รถในตำนาน ที่มีชิ้นส่วนจากรถแบรนด์อื่น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยดีกว่า …

Citroen-CX-Jaguar-XJ220

1. กระจกมองข้าง Citroen CX ใน Venturi Atlantique, Aston Martin Virage, Lotus Esprit (MK2), TVR Griffith, McLaren F1, Spectre R42 และ Jaguar XJ220

ถ้าจะบอกว่า กระจกมองข้างรถรุ่นอะไร ที่เหล่ารถซูเปอร์คาร์ นิยมหยิบยืมมาใช้กันมากที่สุด? ผมคงต้องยกให้ กระจกมองข้างของ “Citroen CX (ซีตรอง ซีเอ็กซ์)” นั่นล่ะครับ แต่ขอบอกว่าเป็นกระจกของ Citroen CX ในรุ่นช่วงประมาณยุค 80 ครับ

ซึ่งเจ้ากระจกมองข้างนี้ ดีไซน์ได้สวย จนเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง สำหรับสำนักผลิตรถสปอร์ตจากอังกฤษ และฝรั่งเศส ในยุค 80 และ 90 เอามากๆ รวมไปถึงในรถยี่ห้อ TVR แทบทุกรุ่น และยี่ห้อ Marcos มีเห็นใช้กันเยอะซะจนนึกว่า มันร่วงลงมาจากท้องฟ้าเลยทีเดียว!

Mazda-Astina-Aston-Martin-DB7

2. ไฟท้าย Mazda 323 Astina ใน Aston Martin DB7

Aston Martin DB7 (แอสตันมาร์ติน ดีบี7) นับว่าเป็นรถในตระกูล DB ที่ถูกพัฒนาขึ้นและออกขายในปี 1994 แต่ด้วยต้นทุนที่จำกัด บวกกับ Ford ไม่เห็นด้วยกับใช้งบพัฒนารถใหม่ ทำให้ Aston Martin จึงต้องนำ XX Project ที่จะเอาไปพัฒนา Jaguar F-Type (XJ41/42) ของ Ian Callum และ Keith Helfet ออกแบบไว้ มามาปรับปรุงแทน ซึ่ง Project นี้ก็ใช้งบไปถึง 30 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ แล้ว

ซึ่ง Aston Martin DB7 จำเป็นต้องหยิบยืมที่เปิดประตูจาก Mazda MX-5, หรือสวิตซ์กระจกไฟฟ้าจาก Ford Scoprio รวมไปถึงกระจกมองข้างจาก Citroen CX และไฟท้ายจาก Mazda Astina (หรือ 323F ในยุโรป) มาใช้รถตัวเอง แต่มันก็ดูลงตัวดีนะ

Austin-Maestro-Van-Land-Rover-Discovery

3. ไฟท้าย Austin Maestro Van ใน Land Rover Discovery

แม้ว่ารถ Austin Maestro ในบ้านเราจะแทบไม่มีใครรู้จัก แต่กับ Land Rover Discovery (แลนด์โรเวอร์ ดิสคัฟเวอรี่) เป็นรถที่ขึ้นชื่อในบ้านเรามาก ในช่วงที่รถ SUV กำลังบูมในยุค 80 ตัวบริษัท Land Rover เอง ฐานะก็ไม่ได้มั่นคงอะไรนัก การที่คิดสร้างใหม่ ก็คงต้องมองหาชิ้นส่วนจากรถในเครือมาร่วมใช้ เพื่อประหยัดเงินค่าผลิตได้มากที่สุด

ซึ่งต่างจากในปัจจุบันลิบลับ เพราะเจ้า Discovery ดูหรูหราราคาแพงเอามากๆ ในตอนนั้น Land Rover Discovery ต้องหยิบยืมแชสซีส์แบบขั้นบันได ประตู กระจกหน้ารถ จากรุ่นใหญ่อย่าง Range Rover และไฟท้ายจาก Austin Maestro Van มาใช้

Rover-Toyota-Lotus-Esprit

4. ไฟท้าย Rover SD1 และ Corolla Levin ใน Lotus Esprit

ถ้าให้ผมพูดถึง Rover SD1 (โรเวอร์ เอสดี 1) นี่นับว่าเป็นรถธงรุ่นหรูหราของ Rover ในยุคก่อนขาลงเลย ซึ่งก็มีราคาแพงมากอีกด้วย (ในเมืองไทย ผมเคยเห็นรถรุ่นนี้เพียงแค่คันเดียว) สำหรับ SD นั้นย่อมาจาก “Specialist Division” ส่วน “1” ก็เป็นรถรุ่นที่หนึ่ง ที่ทีมดีไซน์ได้ทำเป็นคันแรก ต่อมารุ่นนี้ คือรถในตระกูล Rover 800

ทีมงานของ Lotus บริษัทเล็กๆ ที่ก่อตั้งโดย Colin Chapman จึงขอหยิบยืมไฟท้ายรถรุ่นต่างๆ มาใช้ใน Lotus Esprit (โลตัส เอสพรี) นับตั้งแต่ไฟท้าย Series 1 ที่นำมาจาก Fiat X1/9 หรือ Series 4 หยิบยืมไฟท้ายมาจาก Corolla Levin มาใช้ (หรือ Toyota AE86 ที่เรารู้จักกันนั่นเอง)

Morris-Marina-Lamborghini-Urraco

5. ที่เปิดประตูของ Morris Marina ใน Lamborghini Urraco, Range Rover, Lotus Esprit และ Reliant Scimitar

รถอังกฤษในยุค 70 ที่ในบ้านเราคนไม่นิยมกันเท่าไหร่ รวมไปถึงคนอังกฤษด้วยนั่นล่ะ รถที่ราคาถูกแต่คนกลับเฉยๆ อย่าง Morris Marina ที่เคยคิดเทียบชั้น Volkswagen Golf สุดท้ายก็พังพินาศไปพร้อมกับ British Leyland กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกใจผู้ผลิตรถสปอร์ตกันเป็นแถว

ที่เปิดประตูของ Morris Marina มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียบๆ กลับถูกใจรถยนต์หลายแบรนด์ทั้ง Lamborghini, Range Rover และ Ralient จนต้องขอนำไปใช้ซะงั้น

Ford-Mondeo-Noble-M12

6. ไฟท้าย Ford Mondeo ใน Noble M12

ถ้าจะให้พูดถึง Noble บ้านเราอาจจะนึกถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง แต่ในอังกฤษ ชื่อนี้นอกจากจะหมายถึงขุนนางแล้ว ยังหมายถึงบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตอีกด้วย โดย Noble M12 รถสปอร์ตตัวถังกว้างคันนี้ ถูกผลิตขึ้นในปี 2000 – 2008 ใช้เครื่องยนต์แบบ V6 ขนาด 2.5 ลิตร 300 แรงม้า ขนาด 3.0 ลิตร 350 แรงม้า ที่โมดิฟายจาก Ford

ไหนๆ ก็ใช้เครื่องยนต์ของ Ford แล้ว ก็ขอยืมไฟท้าย Ford Mondeo Mk1 ที่ขายในช่วงปี 1992 – 1996 มาใช้ด้วยซะเลย

Bova-Futura-McLaren-F1

7. ไฟท้าย Bova Futura ใน McLaren F1

McLaren F1 (แม็กลาเรน เอฟ1) ถือเป็นรถที่สุดยอดอีกคันหนึ่งที่ผลิตออกมาในปี 1992 – 1998 เพียงแค่ 106 คันในโลก สร้างตำนานให้กับวงการรถซูเปอร์คาร์ เริ่มตั้งแต่ที่นั่งคนขับที่อยู่ตรงกลางแบบรถ F1 รวมไปถึงขุมพลังขนาด 6.1 ลิตร จาก BMW S70/2 V12 ให้ม้า 618 ตัว ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สร้างสถิติความเร็วสูงสุดได้ถึง 386.4 กม./ชม. เอากินเนสส์บุ๊คไปเลย!

แต่ใครจะไปรู้ว่า กระจกมองข้างของ McLaren F1 หยิบยืมมาจาก Volkswagen Corrado และไฟท้ายจะหยิบยืมมาจากรถโค้ชคันใหญ่อย่าง Bova Futura แห่งเนเธอร์แลนด์ …

Fiat-Punto-MG-XPower-SV

8. ไฟหน้า Fiat Punto ใน MG XPower SV

MG XPower SV รถสปอร์ตอังกฤษรุ่นสุดท้ายจากค่าย MG ผลิตในปี 2003 – 2005 ในยุคที่ยังไม่แปลงสัญชาติเป็นจีนแบบทุกวันนี้ ภายใต้แบรนด์ MG ที่ตั้ง X Power ขึ้นมาเพื่อแต่งรถในเครือโดยเฉพาะ

เป็นรถรุ่นเกิดจากรถต้นแบบ MG X80 ที่เอา MG TF มาพัฒนา ขยายร่างให้กว้างขึ้น ใช้เครื่องยนต์ขนาด 4.6 ลิตร 320 แรงม้า และ 5.0 ลิตร 385 แรงม้า จาก Ford และเอาอะไรหลายๆ อย่างมารวมๆ กัน อย่างไฟหน้าก็ยืมมาจาก Fiat Punto มาใส่ … จึงมีผู้กล้าซื้อแค่ 9 คัน!

Nissan-300ZX-Lamborghini-Diablo

9. ไฟหน้า Nissan Fairlady Z 300ZX ใน Lamborghini Diablo

รถที่ถือว่าเป็นซูเปอร์คาร์แรงแห่งยุค 90 อีกหนึ่งรุ่นนั่นก็คือ Lamborghini Diablo (ลัมโบร์กินี ไดอะโบล) ที่ผลิตออกมาในปี 1990 – 2001 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 5.7 ลิตร V8 ด้วยยอดการผลิตประมาณ 2,900 คัน ซึ่งคำว่า Diablo หมายถึง “ปีศาจ” ในภาษาสเปน

แต่ไฟหน้าแบบ Pop-Up แบบนี้ ไม่ปลอดภัยแก่ผู้เดินถนน (เวลาโดนชน) เอาเสียเลย ค่ายรถแต่ละค่ายต้องทยอยปรับเปลี่ยนกันเป็นแถว ส่วน Lamborghini นึกไม่ออกว่าจะปรับโฉมหน้าตาเจ้า Diablo อย่างไรดี ในปี 1998 ก็เลยขอยืมไฟหน้าของ Nissan Fairlady Z (Z33) มาใส่เลยละกัน ดูลงตัวดีด้วย

BMW-E21-Venturi-400GT

10. ไฟท้าย BMW E21 ใน Venturi 400GT

Venturi (เวนทูรี่) ค่ายรถสปอร์ตจากฝรั่งเศส (ในอดีต) จาก 2 วิศวกร Claude Poiraud และ Gérard Godfroy ก่อตั้ง MVS (Manufacture de Voitures de Sport) เพื่ออยากให้ฝรั่งเศส มีรถแนว GT เหมือนรถของประเทศอื่นๆ บ้าง ในปี 1984

และมีรถที่แรงที่สุดในค่ายอย่าง Venturi 400GT ใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 ของ PRV รีดแรงม้าออกมาได้ 408 ตัว ทำความเร็วได้สูงสุด 290 กม./ชม.

ที่ค่ายรถที่เคยมีคนไทย (เจ้าของบริษัท เบนซ์ศรีนครินทร์ หรือ นิช คาร์ ในปัจจุบัน) ซื้อมาเป็นเจ้าของบริษัทอยู่ช่วงสั้นๆ แต่เกิดช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งพอดี บริษัทนี้ก็ล้มไปอีกรอบ ปัจจุบันกลายเป็นของ Gildo Pallanca Pastor คนสัญชาติโมนาโกซื้อไปตั้งแต่ปี 2001 ตอนนี้เน้นไปทางรถยนต์ไฟฟ้า และ Formula E มากกว่า

สำหรับ Venturi Coupe, Venturi 260, Venturi 400GT หรือ ได้หยิบยืมชุดปัดน้ำฝนมาจาก Mercedes-Benz มาใส่ มันก็ดูลงตัวดีนะ พร้อมกับไฟท้ายจาก BMW Series-3 (E21) ส่วน Venturi Atlantique หยิบยืมชุดไฟท้ายมาจาก Ford Sierra Sapphire

แล้วคุณล่ะ คิดว่าแต่ละอย่างที่หยิบยืมมาใส่ “ลงตัว” พอแล้วหรือยัง?

ส่วนช่วงนี้ถ้าเกิดใครร้อนเงินเพราะโควิด-19 วิธีขายรถที่ได้เงินเร็วไว ง่ายนิดเดียว เพียงนำรถมาขายกับ CARRO Express ได้เลย แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand เลยนะจ๊ะ

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก :

All-New-Nissan-Kicks-2020

Nissan Kicks e-POWER 2020 (นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์) ครอสโอเวอร์ไฮบริด โฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็นรถใหม่ 2020 ที่น่าสนใจอีกรุ่น เตรียมเปิดตัวในไทยเป็นที่แรกของโลก 15 พ.ค. นี้! ผ่านทางช่องทางออนไลน์ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป หลังจากที่เจอฤทธิ์ของโควิด-19 ถล่มจนต้องเลื่อนการจัดงานในเดือนมีนาคม 2563 มาเป็นเดือนพฤษภาคม 2563

สำหรับ Nissan Kicks e-POWER รุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีการปรับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ เช่นกันกับในตัว Nissan Serena e-Power รุ่นล่าสุดที่ขายในญี่ปุ่น อีกทั้งยังพร้อมส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น และมีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 3 มิถุนายน 2020 ด้วย

Nissan-Kicks-ePower-2020

เดิมที Nissan Kicks เป็นรถแบบ SUV ที่นิสสันพัฒนามาจากรถต้นแบบอย่าง Nissan Kicks Concept โดยเปิดตัวตัวรถผลิตขายจริงมาตั้งแต่ช่วงปี 2016 เพื่อทำตลาดในอเมริกาใต้เป็นหลัก ตัวรถพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม V แบบเดียวกับรถตระกูล Nissan Micra, Note, Pulsar หรือ Sylphy

Nissan-Kicks-ePower-2020

การออกแบบมาเพื่อเป็นรถแบบเดียวกับ Nissan Juke แต่เน่นความเป็นพรีเมียมดีไซน์มากกว่า เริ่มต้นที่กระจังหน้าแบบ V-Motion ใหม่ เอกลักษณ์เฉพาะของนิสสัน ไฟหน้า LED เสริมด้วยระบบ Follow-Me-Home ไฟท้าย LED Signature Light ไปจนถึงไฟเบรก LED ใหม่ และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

มีมิติตัวรถยาว 4,290 มม. กว้าง 1,760 มม. สูง 1,615 มม. ระยะฐานล้อ 2,615 มม.

Nissan-Kicks-ePower-2020

ส่วนห้องโดยสารภายใน โดดเด่นด้วยการใช้สีทูโทนดำ – ส้ม (เฉพาะรุ่น VL) ด้วยแผงคอนโซล และเบาะหนัง พร้อมเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา สะดวกสบายและเติมเต็มความเพลิดเพลินตลอดการเดินทางอย่างเร้าใจ กับ เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอเครื่องเสียง ผ่าน Apple CarPlay อัปเดตโลกออนไลน์และสร้างความบันเทิงได้ตลอดการเดินทาง ไม่พลาดทุกการสื่อสาร โดดเด่นด้วยฟังก์ชันระบบนำทาง Navigation System ผ่าน Google Map และระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Recognition ที่ใช้งานง่าย

พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุมากถึง 432 ลิตร และยังมีความลึกของห้องเก็บสัมภาระที่มากถึง 900 มม. โดยที่ยังไม่พับเบาะหลัง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

Nissan-Kicks-ePower-2020

เวลาขับก็ไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็น กับ ระบบอัจฉริยะที่ช่วยให้คนขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทาง ผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน จับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และนำไปประมวลผล จากนั้นแสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอวิทยุ และยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ซึ่งตรวจจับและส่งสัญญาณเตือน เมื่อตรวจพบบุคคล หรือวัตถุที่กล้องรอบคันจับการเคลื่อนไหวได้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และให้ความมั่นใจในการขับขี่

Nissan-Kicks-ePower-2020

ตัวเทคโนโลยี e-POWER ที่นิสสันมานำเสนอใน Kicks เป็นรุ่นแรกของบ้านเรา ประกอบด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็กแบบ 3 สูบ 1.2 ลิตร, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator), อินเวอร์เตอร์ และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยเครื่องยนต์สันดาปภายในกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะผลิตกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ที่แบตเตอรี่แบบลิเธียม ไอออน (Lithium-Ion) มีขนาดกะทัดรัด และส่งผ่านไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนโดยไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก ให้ผู้ขับสัมผัสถึงการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าในแบบรถยนต์ไฟฟ้า (BEV : Battery Electric Vehicle) 100%

Nissan-Kicks-ePower-2020

จุดเด่นคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE (แบบเดียวกับใน Note e-Power) แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด  79 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าไปยังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) จากนั้นจึงป้อนพลังไปขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Motor รหัส EM57 เป็นลูกเดียวกับที่อยู่ใน Nissan Leaf ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (95 กิโลวัตต์) ที่ 4,000-8,992 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ที่ 500-3,008 รอบ/นาที

หากรวมพลังทั้งหมด ให้แรงม้าสูงถึง 129 แรงม้า ที่ 4,000 – 8,992 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร ที่ 500 – 3,008 รอบ/นาที และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 23.8 กม./ลิตร (ตาม Eco Sticker) หรือ 4.2 ลิตร/100 กม.

Nissan-Kicks-e-POWER-ECO-Sticker

ECO Sticker ของ Nissan Kicks e-POWER 2020

สำหรับโหมดการขับขี่ของ Nissan Kicks e-Power 2020 มีให้เลือกด้วยกัน 3 โหมด

  • EV MODE ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว โดยเครื่องยนต์จะไม่ผลิตไฟฟ้า ให้คุณสัมผัสถึงความเงียบสนิทและอีกขั้นของความประหยัด
  • S MODE เพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อนและตอบสนองอัตราเร่งให้ดียิ่งขึ้น
  • ECO MODE ปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง

Nissan-Kicks-ePower-Line-Up-2020

ออพชั่นเด่นๆ ของ Nissan Kicks e-POWER 2020 มีอะไรบ้าง ดูได้ตรงนี้เลย

  • หน้าจอ TFT Digital Meter ขนาด 7 นิ้ว บนมาตรวัด
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape
  • กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Intelligent Key
  • ปุ่ม Push Start
  • กุญแจระบบ Immobilizer
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ Anti-jam Protection ด้านผู้ขับ
  • ที่วางแก้วตอนหน้า 2 ตำแหน่ง
  • ช่องวางขวดน้ำบริเวณแผงประตูหน้า-หลัง 4 ตำแหน่ง
  • กล่องเก็บของด้านหน้า
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
  • ไฟห้องสัมภาระด้านท้าย
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบตั้งเวลาหน่วง
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลังแบบตั้งเวลา
  • ชุดระบบอินโฟเทนเมนท์ Nissan Connect จอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ลำโพง 6 ตำแหน่ง Bluetooth, USB, AUX-in, ฟังก์ชั่น Apple CarPlay สำหรับ iOS (เฉพาะรุ่น V และ VL)
  • ชุดเครื่องเสียงมาตรฐาน วิทยุ AM/FM, Bluetooth, USB, AUX-in และลำโพง 4 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น S และ E)
  • เทคโนโลยร One-Pedal คันเร่งอัจฉริยะ
  • ระบบ Intelligent Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่นชลอความเร็วและรักษาระยะห่างตามรถคันหน้า
  • ระบบ Intelligent Forward Collision Warning ช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า
  • ระบบ Intelligent Emergency Braking ช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็วหรือหยุดรถ ลดความเสียหายที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ
  • ระบบ Blind Spot Warning เตือนจุดอับสายตา
  • ระบบ Rear Cross Traffic Alert ช่วยเตือนในขณะถอยออก
  • ระบบ Intelligent Around View Monitor กล้องอัจฉริยะรอบทิศทาง พร้อมเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนเมื่อพบวัตถุหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน หรือ Moving Object Detection
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control
  • ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ Intelligent Ride Control
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง Intelligent Trace Control
  • ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด ประกอบด้วยคู่หน้า, ข้าง และม่านข้างซ้าย-ขวา (รุ่น VL) และถุงลมนิรภัยคู่หน้า (ทุกรุ่น)
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ Pretensioner and Load Limiter Seatbelts
  • จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็กเด็กแบบ ISOFIX
  • ระบบเบรก ABS, EBD และ BA
  • กระจกมองหลังอัจฉริยะ Intelligent Rear View Mirror แสดงผลด้วยจอ LCD ที่แสดงภาพจากกล้องด้านหลังตัวรถ สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลระหว่างจอแสดงภาพ หรือภาพสะท้อนแบบปกติจากกระจกได้
  • ระบบ Hill Start Assist ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน

Nissan-Kicks-ePower-Price-2020

ราคาของ Nissan Kicks e-Power ใหม่

  • รุ่น S ราคา 889,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 999,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,049,000 บาท ปรับขึ้น 50,000 บาท)
  • รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,103,900 บาท ปรับขึ้น 54,900 บาท)

Nissan-Kicks-ePower-Color-2020

All-New Nissan Kicks e-POWER มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย

  • สีดำ Black Star
  • สีขาว Storm White (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีแดง Radiant Red
  • สีเทา Gun Metallic
  • สีเงิน Brilliant Silver
  • สีส้ม Monarch Orange (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

นอกจากนี้ยังมีสีทูโทน ใช้หลังคาสีดำ (เฉพาะรุ่น VL) อีก 4 สี คือ

  • สีขาว Storm White – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีส้ม Monarch Orange – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีแดง Radiant Red – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีเทา Gun Metallic – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี, รับประกันระบบไฟฟ้า 5 ปี และรับประกันคุณภาพรถใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน สนใจจองได้ตั้งแต่วันนี้ การส่งมอบจะเริ่มขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

Nissan-Kicks-ePower-2020

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริดสักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อ Nissan Kicks e-POWER มาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Nissan-Car-Price-List-2020

รวมราคารถใหม่ Nissan (นิสสัน) Update 9/11/2020

CARRO นำเสนอราคารถใหม่ 2020 – 2021 Nissan (นิสสัน) ทุกรุ่น Update ล่าสุด ครบถ้วน

ก่อนที่คุณจะดูราคารถใหม่ ซื้อรถใหม่ สามารถมาขายรถคันเดิมกับ CARRO ได้นะครับ

ถ้าคุณอยาก “ขายรถ” คันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! และฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ ขายรถด่วน! —> เพิ่มเพื่อน

Nissan-March

March

  • 1.2 S MT ราคา 420,000 บาท
  • 1.2 E MT ราคา 480,000 บาท
  • 1.2 S CVT ราคา 495,000 บาท
  • 1.2 EL CVT ราคา 510,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Nissan-Almera

Almera

  • 1.2 S MT ราคา 445,000 บาท
  • 1.2 E MT ราคา 476,000 บาท
  • 1.2 E Sportech ราคา 537,000 บาท
  • 1.2 E Sportech Special Edition ราคา 550,000 บาท
  • 1.2 V Sportech ราคา 580,000 บาท
  • 1.2 VL Sportech ราคา 637,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

All-New-Nissan-Almera-2020

All-New Almera 2020

  • รุ่น S ราคา 499,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 509,000 บาท
  • รุ่น EL ราคา 559,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 599,000 บาท
  • รุ่น VL ราคา 639,000 บาท

Nissan-Note

Note

  • 1.2 E CVT ราคา 529,000 บาท
  • 1.2 V CVT ราคา 559,000 บาท
  • 1.2 VL CVT ราคา 589,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก เพิ่ม 7,000 บาท

Nissan-Sylphy

Sylphy

  • E CVT (E85) ราคา 833,000 บาท
  • V CVT ราคา 869,000 บาท
  • SV CVT ราคา 895,000 บาท
  • DIG Turbo ราคา 1,015,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาว เพิ่ม 8,000 บาท

Nissan-Leaf-2019

Leaf

  • Leaf ราคา 1,990,000 บาท

Nissan-Teana

Teana

  • 2.0 XE ราคา 1,339,000 บาท
  • 2.0 XL ราคา 1,426,000 บาท
  • 2.0 XL Navi ราคา 1.476,000 บาท
  • 2.5 XL Navi ราคา 1,674,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่ม 12,000 บาท

Nissan-GT-R

GT-R

  • GT-R 50th Anniversary ราคา 11,300,000 บาท

Nissan-Kicks-ePower-2020

Kicks e-POWER 2020

  • รุ่น S ราคา 889,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 949,000 บาท
  • รุ่น V ราคา 999,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,049,000 บาท ปรับขึ้น 50,000 บาท)
  • รุ่น VL ราคา 1,049,000 บาท (ราคาหลังโปรโมชั่น 1,103,900 บาท ปรับขึ้น 54,900 บาท)

*หมายเหตุ : สีขาว Storm White (เพิ่มเงิน 10,000 บาท), สีส้ม Monarch Orange (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

สีทูโทน หลังคาสีดำ (เฉพาะรุ่น VL) อีก 4 สี

  • สีขาว Storm White – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีส้ม Monarch Orange – ดำ (เพิ่มเงิน 15,000 บาท)
  • สีแดง Radiant Red – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีเทา Gun Metallic – ดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)

Nissan-X-Trail-2019

X-Trail

  • 2.5 S 2WD ราคา 1,350,000 บาท
  • 2.5 V 2WD ราคา 1,460,000 บาท
  • 2.5 VL 4WD ราคา 1,660,000 บาท
  • 2.0 V 4WD Hybrid ราคา 1,537,000 บาท
  • 2.0 VL 4WD Hybrid ราคา 1,617,000 บาท

*หมายเหตุ : สำหรับสีขาว เพิ่ม 12,000 บาท

Nissan-Terra-2019

Terra

  • 2.3 VL 2WD ราคา 1,349,000 บาท
  • 2.3 VL 4WD ราคา 1,457,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 12,000 บาท

Nissan-Navara-Black-Edition-2019

Navara

Single Cab

  • SL 6MT ราคา 559,500 บาท
  • SL 6MT 4WD ราคา 655,000 บาท
  • SWB 6MT ราคา 769,000 บาท

King Cab

  • S 6MT ราคา 637,000 บาท
  • E 6MT ราคา 667,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 799,500 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 790,000 บาท

Double Cab

  • S 6MT ราคา 693,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 840,500 บาท
  • Calibre EL 6MT ราคา 869,000 บาท
  • Calibre E 6MT Black Edition ราคา 877,000 บาท
  • Calibre EL 7AT ราคา 914,500 บาท
  • Calibre EL 7AT Black Edition ราคา 950,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 943,500 บาท
  • VL 4WD 7AT ราคา 1,096,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน 7,000 บาท

Nissan-Navara-Pro-4X-2021

Navara 2021

King Cab

  • S 6MT ราคา 599,000 บาท
  • SL 6MT ราคา 609,000 บาท
  • E 6MT ราคา 689,000 บาท
  • Calibre E 6MT ราคา 765,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 815,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 809,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 859,000 บาท

Double Cab

  • Calibre E 6MT ราคา 849,000 บาท
  • Calibre E 7AT ราคา 899,000 บาท
  • Calibre V 6MT ราคา 915,000 บาท
  • Calibre V 7AT ราคา 965,000 บาท
  • 4WD VL 7AT ราคา 1,129,000 บาท

PRO-2X และ New PRO-2X

  • PRO-2X 2WD 7AT 999,000 บาท
  • PRO-4X 4WD 7AT 1,149,000 บาท

*หมายเหตุ : สีขาวมุก เพิ่มเงิน

Nissan-Urvan

Urvan

  • Diesel MT ราคา 1,216,500 บาท

ดูโปรโมชั่น Nissan ทั้งหมดได้ที่นี่ – https://blog.carro.co/nissan-new-car-promotion/

10-Cheapest-New-Automatic-Cars-2020

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ มักเจอปัญหารถติดกันทุกวัน การจะขับรถเกียร์ธรรมดาขณะรถติดทุกวันนั้น สุขภาพเข่าซ้ายก็คงไม่สู้ดีนัก ต้องเหยียบคลัทช์กันจนขาล้าเลย และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ก็ขับรถเกียร์ธรรมดากันไม่ค่อยเป็นแล้ว …

รถเกียร์ออโต้ (หรือรถเกียร์อัตโนมัติ) ในอดีต มักจะเป็นรถราคาแพง หรือรถรุ่น Top ของรุ่นนั้นๆ … มาจนถึงยุคปัจจุบัน รถเกียร์ออโต้ กลายเป็นของธรรมดาสามัญมาก มีให้เลือกในทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่รถราคาถูก ก็มีให้เลือกซื้อเลือกใช้กัน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุด ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio GL CVT ราคา 398,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan-March

2. Nissan March 1.2E CVT ราคา 495,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, ไฟท้าย LED, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Honda-Brio

3. Honda Brio V CVT ราคา 495,000 บาท

Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) อีโคคาร์อเนกประสงค์ 5 ประตู ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว คุ้มค่าในการใช้งาน ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ เปิดตัวออกมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 90 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : แอร์อัตโนมัติ, เครื่องเสียงแบบ 2DIN พร้อม USB, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว

Nissan-Almera-2020

4. Nissan Almera Turbo S CVT ราคา 499,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็น Eco-Car ขนาด 4 ประตูรุ่นแรกของไทยที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน มาในรูปแบบ “เรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof)

เครื่องยนต์สมรรถนะดี เร่งแซงได้ทันใจ ในรหัส รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร และให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

https://www-asia.nissan-cdn.net/content/dam/Nissan/th/vehicles/almera/All-New-Nissan-Almera-2019/Thumb/All-New-Almera-Thumb-S.jpg.ximg.l_12_m.smart.jpg

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC), เทคโนโลยีออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA), ระบบกุญแจ Immobilizer และล้อกระทะเหล็ก 15 นิ้ว

Suzuki-Swift

5. Suzuki Swift GA CVT ราคา 499,000 บาท

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) รถ Eco-Car รุ่นใหม่จากค่ายซูซูกิ ที่นำพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มที่ ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยมาตรวัดแบบสปอร์ต เบาะนั่งแบบสปอร์ต ช่องเก็บของมากมาย พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังที่มากถึง 265 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control, ระบบ Idling Stop และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้ แต่มีลำโพงคู่หน้าให้)

New-Mitsubishi-Mirage-2020

6. Mitsubishi Mirage GLX CVT ราคา 509,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

Honda-Brio-Amaze

7. Honda Brio Brio V CVT ราคา 517,000 บาท

Honda Brio Amaze (ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ) อีโคคาร์ซีดาน 4 ประตู ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว คุ้มค่าในการใช้งาน ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ เปิดตัวออกมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 90 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : แอร์อัตโนมัติ, เครื่องเสียงแบบ 2DIN พร้อม USB, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว

 

MG3

8. MG3 1.5C ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี3) จัดเป็นรถซิตี้คาร์ที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่น มารูปทรงสไตล์สปอร์ต ภายใต้แนวคิด Brit Dynamic น่าใช้ พร้อมออพชั่นที่ให้มากมายเกินคาด ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ, กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, ไฟตัดหมอกหลัง, กุญแจรีโมท, ระบบ Bluetooth + ช่อง USB, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR, Follow Me Home Light, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

9. Mitsubishi Attrage GLX CVT ราคา 529,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา กว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

Toyota-Yaris-ATIV-2020

10. Toyota Yaris ATIV Entry ราคา 529,000 บาท

Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูขนาดเล็ก ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

https://www.toyota.co.th/media/files_usage/product/large/9735db93bc875c36a3c7b65b9991cb1d3194c55c144293800b5d5ca84e38ad3f.png

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : วิทยุ พร้อม USB และ AUX, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ บนพวงมาลัย, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD/ฺBA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุดที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง Carro ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

ถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมีนาคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

5-best-selling-kei-car-in-japan

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน!) เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >>> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019

แต่ในส่วนของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ Kei Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อ..

Honda-N-Box-2020

1. Honda N-Box จำนวน 253,500 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 เลยก็ว่าได้ นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยในปี 2019 ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน! โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Tanto-2020

2. Daihatsu Tanto จำนวน 175,292 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

3. Suzuki Spacia จำนวน 166,389 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ Kei Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan-Dayz-2020

4. Nissan Dayz จำนวน 157,349 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

5. Daihatsu Move จำนวน 122,835 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ Kei Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

MR.CARRO หวังว่า 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 กว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ Kei Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 5 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

10-Best-Selling-Cars-In-Japan

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก และมีแบรนด์รถยนต์ที่ขายรถยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยเช่นกัน รวมถึงในประเทศตัวเอง ญี่ปุ่นก็ยังนับได้ว่ามียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน! ซึ่งถ้าจะนับแค่ Toyota เจ้าเดียว ก็ปาเข้าไป 1,547,173 คันแล้ว!)

เนื่องจากรถยนต์ในญี่ปุ่นนั้น มีอายุการใช้งานที่ไม่มากนัก เพียงไม่กี่ปี จากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุรถและค่าซ่อมรถที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้มีการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ไปในตัวตลอด แล้วรถใหม่ก็มีราคาจำหน่ายที่ไม่แพงมาก ผนวกกับค่าครองชีพของคนญี่ปุ่น ที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ได้ไม่ยาก ยอดขายรถจึงค่อนข้างสูงหลายแสนคันต่อเดือน

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถใหม่ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น (ตามการจัดอันดับของสมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น JADA (Japan Automobile Dealers Association) ซึ่งรถยนต์แบบ K-Car จะถูกจับแยกออกไปต่างหาก) ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Toyota-Prius-2020

1. Toyota Prius จำนวน 125,587 คัน

Toyota Prius (โตโยต้า พรีอุส) พูดไปแล้วก็แทบไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่า Prius จะสามารถครองแชมป์รถขายดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำปี 2019 ได้ ซึ่งสวนทางกับยอดขายทั่วโลกที่ร่วงลง จน Toyota แทบจะคิดว่าเลิกผลิตไปเลยดีมั้ย? นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 1997 ด้วยรูปทรงที่สุดแหวกแนว มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Hybrid AWD-i ขับสี่ล้อไฟฟ้า E-four ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่

ติดตั้งเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร

Nissan-Note-2020

2. Nissan Note จำนวน 118,472 คัน

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในบ้านเรามากนัก แต่ในญี่ปุ่น รถรุ่นนี้ถือว่าขายดีมากเป็นอันดับต้นๆ ของทางนิสสันเลยทีเดียว สำหรับ Note รุ่นนี้ ยังมีตัวรุ่น e-Power พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้การชาร์จด้วยเครื่องยนต์ ที่ในบ้านเราก็จะมีโอกาสได้ใช้กันด้วย และยังมีตัวแต่งจัดเต็มอย่าง NISMO และ Autech ให้เลือกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตรที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนรุ่น NISMO (ที่ไม่ใช่ตัวขุมพลัง e-Power) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส HR16DE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที โดยจะจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

และในรุ่น e-Power นั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE-EM57 ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 254 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Toyota-Sienta-2020

3. Toyota Sienta จำนวน 110,880 คัน

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เจนเนอเรชั่นที่ 2

เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถยอดนิยมของคุณแม่บ้าน และคนเพิ่งมีครอบครัว สำหรับเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ญี่ปุ่นเปิดตัวไปในปี 2018 ปรับปรุงรูปโฉมใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และมีสีทูโทนให้เลือก พร้อมกับเพิ่มรุ่นเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่น 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง กับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota-Corolla-2020

4. Toyota Corolla จำนวน 104,406 คัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ต้องบอกได้ว่าลุคของ Corolla ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 12 นี้ ฉีกความอนุรักษ์นิยมเดิมๆ เรียบๆ เรื่อยๆ ของ Corolla Axio ทิ้งไปได้หมดจริงๆ สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ดูเปรี้ยวสุดๆ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และยังมีรุ่น 5 ประตู Sport Hatchback ออกมาขายเช่นเคย

ขุมพลังของทั้งรุ่น Sedan และ Sport มีให้เลือก 2 รุ่นตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร Turbo รหัส 8AR-FTS ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT และเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่สามารถล็อคอัตราทดได้ 10 สปีด

แบบเบนซินเพียวๆ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 3,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนขุมพลัง Hybrid ยกมาจาก Prius ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 72 แรงม้า ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบอยู่ที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota-Aqua-2020

5. Toyota Aqua จำนวน 103,803 คัน

Toyota Aqua (โตโยต้า อควา) เคยนำเข้ามาขายในไทยในชื่อ Prius C (พรีอุสซี) เมื่อปี 2555 แต่ด้วยราคาที่สูงลิบ (1.33 ล้านบาท) จึงขายแทบไม่ได้จนต้องเลิกขายไป แต่ Aqua เป็นรถที่เคยขายดีที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อปี 2014 แม้ว่าในปัจจุบันจะตกลงมาเป็นอันดับ 5 ก็ตาม โดยโฉมปัจจุบันเป็นตัวไมเนอร์เชนจ์ตั้งแต่ในปี 2017

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Nissan-Serena-2020

6. Nissan Serena จำนวน 92,956 คัน

Nissan Serena (นิสสัน เซเรนา) รถ MPV ยอดนิยมสุดๆ ของคนญี่ปุ่นอีกหนึ่งรุ่น เพราะเคยติดอันดับรถขายดีที่สุดในญี่ปุ่นเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา กับการไมเนอร์เชนจ์ไปในช่วงปี 2019 มีให้เลือกทั้งแบบกึ่ง Hybrid และแบบ e-Power ที่นำเทคโนโลยีจาก Note มาใช้ และยังมีระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติ (ProPilot) เป็นรุ่นแรกในญี่ปุ่น

เครื่องยนต์ยังคงเป็นแบบเบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส MR20DD ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้ารหัส SM24 ขนาด 2.6 แรงม้า ในแบบกึ่งไฮบริด เป็นระบบชดเชยกำลัง (Idling Stop) และชาร์จไฟกลับเมื่อยกคันเร่งออก รวมถึงช่วยเพิ่มแรงบิด ให้เครื่องยนต์ทำงานน้อยลงบางเวลา อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 17.2 กม./ลิตร

และในรุ่น e-Power นั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE-EM57 ให้แรงม้าสูงสุด 84 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200-5,200 รอบ/นาที พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 26.2 กม./ลิตร

Toyota-Roomy-2020

7. Toyota Roomy จำนวน 91,650 คัน

Toyota Roomy (โตโยต้า รูมมี่) รถยอดนิยม รูปทรงแบบ Tall Boy ที่มาแทน Toyota bB (โตโยต้า บีบี) รุ่นก่อนหน้า ที่ยังมีคู่แฝด ในชื่อ Toyota Tank อีกด้วย เปิดตัวในปี 2016 เป็นรถที่นั่งได้ 5 ที่นั่ง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ซึ่งให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที
และในรุ่น Turbo Intercooler รหัส 1KR-VET ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที แรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ไม่มี Turbo

Toyota-Voxy-2020

8. Toyota Voxy จำนวน 88,012 คัน

Toyota Voxy (โตโยต้า วอกซี่) สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถ MPV ขายดีฝั่ง Toyota อย่าง Voxy นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2017 ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2017 และยังมีคู่แฝดร่วมรุ่นอย่าง Noah และ Esquire ที่ในบ้านเราก็มีคนนำเข้ามาขายกันหลายคัน พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยล่าสุดอย่าง Toyota Safety Sense C

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 193 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Honda-Freed-2020

9. Honda Freed จำนวน 85,596 คัน

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) แม้ว่าจะเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ไปตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา แต่กระแสตอบรับยังแรงต่อเนื่อง หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ติดโผขายดีเป็นอันดับ 9 ในปี 2019 ที่ผ่านมา นับเป็นรถ Minivan MPV ขนาดเล็กที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda Fit และ Grace (หรือ Honda Jazz กับ City ในไทย) มีจำหน่ายทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเบนซินและ Hybrid เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC + ระบบ Hybrid แบบ Sport Hybrid i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 29.5 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด

Toyota-Vitz-2020

10. Toyota Vitz จำนวน 81,554 คัน

Toyota Vitz (โตโยต้า วิซ) น้องเล็กของ Toyota ที่เป็น Yaris ในตลาดโลก (แต่ในบ้านเรา กลับได้ Yaris เวอร์ชั่นจีนมาแทน) เพิ่งปรับโฉมโมเดลเชนจ์ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา สามารถไต่ยอดขายได้เป็นไปอันดับ 10 ถือว่าน่าพอใจมากสำหรับรถเปิดตัวใหม่หมาดๆ เพราะในปี 2020 นี้ ยอดขายอันดับต้องพุ่งสูงขึ้นกว่านี้แน่นอน

โดยโฉมนี้ใช้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง TNGA-B มาในรูปแบบสปอร์ต ภายในขับขี่ง่าย ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย พร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง Toyota Safety Sense ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

แบบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์รหัส 1NR-FE มี ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตัน-เมตร

ส่วนขุมพลัง Hybrid มีขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนนะครับ ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

1 2 3 6