รถยนต์-น้าค่อม-ชวนชื่น

นับเป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงไทย สำหรับข่าวเช้าของวันศุกร์นี้ (30 เม.ย. 2564) ทุกท่านคงได้ทราบข่าวของ “น้าค่อม ชวนชื่น” ซึ่งน้าค่อมเสียชีวิตในวัย 63 ปี จากการรักษาอาการโควิด-19 ทาง CARRO ต้องขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

น้าค่อม ชวนชื่น หรือชื่อจริงคือ คุณอาคม ปรีดากุล ชื่อเล่น ค่อม หรือที่รู้จักในวงการในชื่อ ค่อม ชวนชื่น, เหยิน ชวนชื่น หรือ “น้าเหยิน” เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2501 เป็นคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นนักแสดงตลกชาวไทย และอดีตสมาชิกตลกคณะชวนชื่น ที่มีวลีชื่อก้องอย่าง “ไอ้สัส” ที่แฟนคลับใฝ่ฝันอยากถูกด่าคนเดียวในไทย

ด้วยความที่น้าค่อมไม่รู้หนังสือเลย แต่น้าค่อมเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษ เรื่องการจำบทได้อย่างแม่นยำ ซึ่งน้าค่อมเป็นที่รู้จักอย่างมากของคนไทยนับตั้งแต่ปี 2545 กับการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง 7 ประจัญบาน จากนั้นก็มีทั้งงานละครและภาพยนตร์อีกนับไม่ถ้วน และยังเป็นนักแสดงตลกอาวุโสตัวหลักประจำรายการ “บริษัทฮาไม่จำกัด (มหาชน)” และรายการ “ก็มาดิคร้าบ” เป็นต้น

สำหรับ ค่อม ชวนชื่น ก็ได้ชื่อว่าเป็นดาราตลก ที่ชอบเล่นรถแต่งซิ่ง รวมถึงมอเตอร์ไซค์แต่ง ซึ่งก็มีใช้งานอยู่หลายคันมาก และหลายคันจะใช้ทะเบียน “6999”

CARRO ขอรวบรวมรถยนต์ที่ “น้าค่อม ชวนชื่น” ดาราตลกขวัญใจคนไทย เคยมีโอกาสได้ไว้ครอบครองและใช้งาน มาให้ทุกท่านได้อ่านกันเป็นความรู้ครับ

รถน้าค่อม-Porsche-Cayman

Porsche Cayman ของน้าค่อม ชวนชื่น ในปี 2561

รถน้าค่อม-Toyota-Alphard

Toyota Alphard ของน้าค่อม ชวนชื่น มาติดตั้งชุดเครื่องเสียงเมื่อปี 2562 (ภาพจาก Rocket Sound)

รถน้าค่อม-Toyota-Alphard-2016

Toyota Alphard ของน้าค่อม ชวนชื่น เมื่อปี 2556 (ภาพจาก THE ONE PART)

รถน้าค่อม-Hyundai-H1

Hyundai H-1 ของน้าค่อม ชวนชื่น ในปี 2557 (ภาพจาก THE ONE PART)

รถน้าค่อม-Toyota-Camry

Toyota Camry กับล้อ W-WORK S1C ขอบ18″ F9.5 R10.5 สีบรอนซ์ขอบเงา รัดด้วยยาง Preza 225-45-18 ของน้าค่อม ชวนชื่น ในปี 2556 (ภาพจาก ยอดยางยนต์)

รถน้าค่อม-Honda-Jazz

Honda Jazz ของน้าค่อม ชวนชื่น (ภาพจาก Dr.Used Car)

รถน้าค่อม-Honda-CR-V

Honda CR-V ของน้าค่อม ชวนชื่น (ภาพจาก Dr.Used Car)

รถน้าค่อม-Toyota-Harrier

Toyota Harrier ของน้าค่อม ชวนชื่น เมื่อปี 2558 (ภาพจาก Triple P)

รถน้าค่อม-Nissan-Cefiro-A31

Nissan Cefiro (A31) ของน้าค่อม ชวนชื่น

รถน้าค่อม-Honda-Civic

Honda Civic Turbo (FK) ของน้าค่อม ชวนชื่น เมื่อปี 2562

รถน้าค่อม-Mitsubishi-Pajero-Sport

Mitsubishi Pajero Sport ของน้าค่อม ชวนชื่น

นอกจากน้าค่อม ชวนชื่น จะชื่นชอบรถยนต์เป็นชีวิตจิตใจแล้ว ยังชื่นชอบมอเตอร์ไซค์อีกด้วยครับ

Motorcycle-น้าค่อม

ขอบคุณภาพจาก

8-SUV-Crossover-Plug-In-Hybrid-Most-Electric-Range-2021
รถปลั๊กอินไฮบริด (Plug-In Hybrid Electric Vehicle มักจะเรียกแบบย่อว่า PHEV) หรือ รถพลังไฟฟ้า (ที่ยังคงมีเครื่องยนต์เป็นตัวขับเคลื่อน แต่สามารถชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ เพื่อใช้เป็นพลังขับเคลื่อนได้) นับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับความนิยมในช่วงสิบกว่าปีมานี้ สำหรับ “รถเสียบปลั๊ก” แบบ Plug-In Hybrid ที่หลายคนก็เรียกรวมอยู่ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

รถปลั๊กอินไฮบริด มีจุดเด่นตรงที่เหมาะสำหรับคนที่อาจจะยังไม่สะดวกในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ตรงที่ไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟเป็นประจำ เนื่องจากเครื่องยนต์ยังคงเป็นกำลังหลัก และไม่ต้องหาที่แวะชาร์จในเวลาขับ ไปได้ทุกที่ ไม่ต้องกังวล อีกทั้งยังชาร์จไฟได้เต็มไวกว่า

สำหรับในบ้านเรา รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด มีผลิตและนำเข้ามาขายด้วยกันหลากหลายยี่ห้อ แต่จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจ และในระยะทางในการวิ่งได้มากที่สุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง MR.CARRO รวบรวมข้อมูล 8 รุ่นเด็ดๆ มาเล่าให้ฟัง

Mercedes-Benz-GLE-350-de-4MATIC-Exclusive-2021

1. Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive ราคา 4,699,000 บาท ระยะทาง 106 กิโลเมตร

Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive (เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี 350 ดีอี) ผสานเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดและความแข็งแกร่งในแบบฉบับของเครื่องยนต์ดีเซลเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก

การออกแบบภายนอก ให้อารมณ์สปอร์ตในทุกมิติด้วยดีไซน์แบบ Exclusive Body Styling พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่มีความโดดเด่นในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ LED High-Performance ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 20 นิ้ว ตลอดจนความแข็งแกร่งของส่วนท้าย ที่บ่งบอกถึงความโดดเด่น

กับครั้งแรกของระบบมัลติมีเดีย MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่เชื่อมโยงคุณเข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว โดยพัฒนามาจากนวัตกรรม AI และยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน

พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิต ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อม Turbocharger และ Intercooler ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี Plug-In Hybrid เจเนอเรชันที่ 3 พร้อมแรงม้าสูงสุดถึง 320 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และสามารถวิ่งด้วยวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไกลสูงสุด 106 กิโลเมตร

BMW-X5-xDrive45e-M-Sport-2020

2. BMW X5 xDrive45e M Sport ราคา 4,999,000 บาท ระยะทาง 67-87 กิโลเมตร

BMW X5 xDrive45e M Sport (บีเอ็มดับเบิลยู X5) เจเนอเรชั่นที่ 2 ของ BMW X5 มาในรูปแบบปลั๊กอินไฮบริดผสานขุมพลังการขับเคลื่อนระบบไฟฟ้า เข้ากับความคล่องตัวในแบบฉบับรถยนต์ Sports Activity Vehicle (SAV) มาพร้อมชุดไฟหน้า Adaptive LED ฝาท้ายอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า ระบบปลดล็อคประตูอัจฉริยะ Comfort Access System หลังคากระจกแบบ Panorama เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เป็นต้น พร้อมกุญแจรีโมทระบบสัมผัส BMW Display Key

ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหนังแท้ และอะลูมิเนียมลาย Tetragon ที่มาพร้อมเบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Vernesca ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบความจำฝั่งคนขับ ที่ปรับดันหลังไฟฟ้า เบาะนั่งคู่หน้า ส่วนเบาะนั่งด้านหลัง แบ่งพับแบบ 40 : 20 : 40 พวงมาลัย Multifunction หุ้มหนังแบบ M Sport มีระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 4 Zones และระบบจัดเก็บสัมภาระท้ายรถ Luggage Compartment Package เป็นต้น

ซึ่ง BMW X5 xDrive45e M Sport ใหม่ มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 43.5 กม./ลิตร ตาม ECO Sticker โดยเมื่อขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว จะสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 135 กม./ชม. จากเดิมสูงสุดที่ 120 กม./ชม. และวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไกลสูงสุด 67-87 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP ของยุโรป

MG-HS-PHEV-2021

3. MG HS PHEV ราคา 1,359,000 บาท ระยะทาง 67 กิโลเมตร

MG HS PHEV (เอ็มจี เอชเอส พีเอชอีวี) รถยนต์ SUV แบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุดจากค่าย MG ชูแนวคิด “Refinement” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดยสะท้อนถึงความเหนือระดับ ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบายความปลอดภัย และการแนะนำเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ผสานพลังสุดยอดแห่งระบบขับเคลื่อน 2 ระบบ เข้าด้วยกัน ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid มีพละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จากขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซิน Turbo ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-Ion แบบ 6 โมดูล มีขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh

ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์แบบ EDU II – 10 Speeds ที่ใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์เพียง 0.2 วินาที ตอบสนองได้อย่างทันใจ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 7.5 วินาที สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% สูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

Range-Rover-Sport-Plug-In-Hybrid-HSE-Plus

4. Range Rover Sport Plug-In Hybrid HSE Plus ราคา 5,699,000 บาท ระยะทาง 51 กิโลเมตร

Range Rover Sport Plug-In Hybrid HSE Plus (เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ปลั๊กอินไฮบริด เอชเอสอี พลัส) เพิ่มทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ กับสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ทั้งการขับขี่บนถนนปกติ และในสภาพพื้นผิวถนนหลายรูปแบบ อันเป็นจุดขายของรถยนต์ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต

มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ไฟหน้าแบ Matrix LED ปรับการทำงานอัตโนมัติ, ล้อแม็กขนาด 21 นิ้ว, ระบบความปลอดภัยรอบคัน พร้อมกล้องแสดงผลรอบทิศทาง 360 องศา เป็นต้น

ห้องโดยสารภายในมาพร้อมเทคโนโลยี InControl Connect Pro แสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว เครื่องเสียงชุดใหญ่แบบพรีเมียมของ Meridian ลำโพงถึง 19 พร้อม Sub-Woofer และมี WiFi Hotspot เชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในรถได้

ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ทำงารร่วมกับเครื่องยนต์เบนซินตระกูล Ingenium ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ 300 แรงม้า คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 116 แรงม้า พ่วงด้วยแบตเตอรี่ความจุ 13 kWh ให้กำลังรวมทั้งระบบ 404 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 27.7 กม./ลิตร วิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไกลสูงสุดประมาณ 51 กิโลเมตร

Mercedes-Benz-GLC-300-e-4MATIC-AMG-Dynamic

5. Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic ราคา 3,699,000 บาท ระยะทาง 46-49 กิโลเมตร

Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic (เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี 300 อี) คือรถยนต์ SUV Plug-In Hybrid ขนาดกลาง ที่ยกระดับใหม่ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ภายใน และดีไซน์แบบ SUV ที่เป็นเอกลักษณ์

มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” ระบบสั่งงานด้วยเสียงซึ่งสามารถประมวลผลประโยคที่ใกล้เคียงกับคำสั่งทั่วไปได้ ทั้งจดจำและเรียนรู้การสั่งงานของคุณได้ ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ (Dynamic Select) ที่เปลี่ยนจากการปรับโหมดขับขี่ผ่านพวงมาลัย มาเป็นการปรับโหมดการขับขี่ผ่านหน้าจอแสดงผล ที่ตอบสนองการขับขี่ได้ในแบบฉบับที่คุณโปรดปราน ไม่ว่าจะเป็นโหมด ECO, Comfort, Sport, Sport+, Individual โดยที่ระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ในส่วนต่าง ๆ อาทิ ระบบส่งกำลัง ระบบบังคับเลี้ยวหรือโปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ เป็นต้น

ด้วยสมรรถนะของเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่จะพาคุณก้าวสู่โลกสีเขียวแห่งอนาคต โดยผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 211 แรงม้า และจากมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า รวมเป็นกำลังสูงสุด 320 แรงม้า พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 13.5 kWh

ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด แบบ 9G-TRONIC ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น และประหยัดพลังงานได้มากถึง 6.5% มีอัตราการใช้พลังงาน 17.8-16.5 kWh/100 กม. ให้ระยะทางขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าล้วน 46-49 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

BMW-X3-xDrive30e-M-Sport-2020

6. BMW X3 xDrive30e M Sport ราคา 3,659,000 บาท ระยะทาง 47 กิโลเมตร

BMW X3 xDrive30e M Sport (บีเอ็มดับบลิว เอ็กซ์3) ผสมผสานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ xDrive และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า eDrive ของบีเอ็มดับเบิลยูเข้ากันอย่างลงตัว เพื่อมอบความเพลิดเพลินในการขับขี่ควบคู่ความยั่งยืนอย่างสมบูรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่

มาพร้อมกับระบบปลั๊กอินไฮบริด ที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร มอบกำลังสูงสุดที่ 184 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ Sport Steptronic มอบกำลังขับจากระบบไฟฟ้าสูงสุดที่ 109 แรงม้า ส่งพลังลงสู่ล้อทั้งสี่อย่างเต็มพิกัด

เมื่อนับรวมกันแล้ว เครื่องยนต์ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ และมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังรวมสูงสุดถึง 292 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร และยังช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้ลงมาที่ 35.7 กม./ลิตร โดยอัตราการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 17.92 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร

ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน มาพร้อมกับเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ใหม่ล่าสุด ส่งกำลังให้สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ในระยะทางสูงสุดถึง 47 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 210 กม./ชม.

มอเตอร์ไฟฟ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport สามารถทำงานทั้งในรูปแบบการขับขี่พลังงานไฟฟ้าล้วน หรือเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของเครื่องยนต์สันดาป โดยในโหมด MAX eDrive ซึ่งเปิดใช้งานได้ด้วยปุ่ม eDrive บริเวณคอนโซลหลัก บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport ใหม่ จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 135 กม./ชม. ด้านโหมด Auto eDrive แบบมาตรฐาน สามารถทำความเร็วสูงสุดด้วยการขับขี่แบบไฟฟ้าล้วนได้ที่ 110 กม./ชม.

ในขณะเดียวกัน เครื่องยนต์สันดาป ยังสามารถสลับมาทำหน้าที่แทนเมื่อเร่งความเร็วสูงขึ้น หรือเมื่อมีจำเป็นต้องใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เพิ่มเติม

Porsche-Cayenne-e-Hybrid-2021

7. Porsche Cayenne e-Hybrid ราคา 6,300,000 บาท ระยะทาง 47 กิโลเมตร

Porsche Cayenne e-Hybrid (ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด) ปอร์เช่เสริมศักยภาพพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า ให้แก่สายพันธุ์สปอร์ต SUV ปลั๊กอินไฮบริด กับ Cayenne โดยสมรรถนะของแบตเตอรี่ High-Voltage เพิ่มขึ้นเป็น 17.9 kWh จากเดิม 14.1 kWh ส่งผลต่อระยะทางที่สามารถวิ่งได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เพิ่มสูงขึ้นอีกถึงกว่า 30%

เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน NEDC (ECE-R101) ปอร์เช่ คาเยนน์ อี ไฮบริด (Porsche Cayenne E-Hybrid) และ เทอร์โบ เอส อี ไฮบริด (Turbo S E-Hybrid) มีพิสัยการเดินทางโดยปราศจากมลพิษสูงสุดถึง 47 กิโลเมตร

ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ใน Porsche Cayenne e-Hybrid ทุกคัน รวมทั้งรุ่นตัวถังคูเป้ (coupe) ที่ให้ภาพลักษณ์สปอร์ตเต็มตัว ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 สปีด Tiptronic S ให้พละกำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุดเมื่อใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ทำได้ที่ 135 กม./ชม. ตอบสนองต่อการขับขี่ที่ต้องการกำลังเพิ่มขึ้น หรือในขณะที่เลือกใช้งาน Driving Modes ทั้งในโหมด Sport และ Sport Plus ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น

สำหรับ Cayenne E-Hybrid ประจำการขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาดความจุ 3.0 ลิตร V6 Turbo 340 แรงม้า เมื่อผสานการทำงานทั้งสองระบบจะได้กำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์)

ในส่วนของ Cayenne Turbo S E-Hybrid ให้พละกำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า จากเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 Twin Turbo นั่นหมายถึงพลังมหาศาลจะได้รับการปลดปล่อย เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าถึงกว่า 680 แรงม้า

Mitsubishi-Outlander-PHEV-2020

8. Mitsubishi Outlander PHEV ราคา 1,749,000 บาท ระยะทาง 45 กิโลเมตร

Mitsubishi Outlander PHEV (มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี) เป็นรถ SUV ระดับพรีเมียมที่ประกอบในประเทศ ผสาน DNA และเทคโนโลยีรถยนต์ระดับตำนานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มด้วย “Pajero” สุดยอดตำนานแห่งรถเอสยูวี “Mitsubishi Lancer Evolution” เจ้าแห่งสนาม “เวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ” (WRC) ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่เป็นหนึ่งในตำนานแห่งสมรรถนะ รวมทั้งยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายจริงรุ่นแรกของโลกอย่าง “i-MiEV” (ไอ-มีฟ)

ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่น โฉบเฉี่ยว และหรูหราเหนือระดับ ดีไซน์ภายในประณีตทุกรายละเอียด ห้องโดยสารกว้างขวาง ทรงพลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 305 แรงม้า สามารถวิ่งได้ด้วยไฟฟ้าล้วน ถึง 45 กิโลเมตร

ส่งกำลังผ่านโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด EV (ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ) โหมด Hybrid (ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่) และโหมด Parallel Hybrid (เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน)

พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม./ลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

MR.CARRO หวังว่า 8 อันดับ รถยนต์ SUV และ Crossover แบบ Plug-In Hybrid ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนมากสุดในไทย ที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้ออยู่พอดี แต่งบไม่พอ! มาขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO สิ ได้ราคาดีที่สุด พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก -> https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Thailand และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @carrothai

และอีกหนึ่งบริการใหม่! CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check รับประกันพร้อมโอนทุกคัน ฟรี! ค่าจัดโอน มีให้เลือกชมเพียบ ซื้อรถ คลิก -> https://th.carro.co/taladrod/allcar/carro 

หรือสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่หาไม่ได้ สามารถสั่งตามออเดอร์ได้ที่นี้ > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 อีกทั้งยัง Inbox เข้ามาสอบถามก็ได้เช่นกันได้ที่ Facebook -> CARRO Automall – รถบ้านมือสอง หรือทาง Line เชิญเลยครับที่ @carroautomall

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 8 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนเมษายน 2564 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

10-Secondhand-Cars-Price-Not-Drop-Forever

นิยามของรถมือสอง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เป็นรถที่ผ่านมือคนที่เป็นเจ้าของรถมาแล้ว ยิ่งรถปีเก่าๆ บางคัน อาจจะผ่านมือคนเป็นเจ้าของ มาแล้วนับสิบคนก็มี … ยิ่งเก่า ราคาก็ยิ่งตก ตกจนติดดินเลยบางรุ่น

และเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ที่รถยนต์แบรนด์เจ้าตลาด มักจะได้เปรียบในการ ซื้อ-ขาย ในตลาดรถมือสอง มีราคาตกน้อยกว่ารถยี่ห้อแปลกๆ หายากๆ ที่ซื้อไปแล้ว หาอู่ซ่อมก็ยาก ต้องใช้เวลาควานหาอะไหล่อีก ค่าซ่อมก็แพง บางคันไปต่อไม่ไหว ต้องขายซากไปเป็นอะไหล่ให้รถคันอื่น ก็มีถมเถไป …

แต่นั่นก็ไม่เสมอไปซะทีเดียว เพราะรถมือสองบางรุ่น จัดเป็นรถยี่ห้อแปลกๆ รถอะไหล่หายาก ค่าซ่อมแพง ในอดีตก็เป็นรถธรรมดาสามัญๆ นี่ละ แต่ก็จัดเป็น “รถในตำนาน” ได้เหมือนกัน ที่เวลาขาย ราคากลับไม่ค่อยตกซะด้วย … MR.CARRO ขอยกตัวอย่าง 10 รุ่น ครับ …

Toyota-Celica-LB

1. Toyota Celica (Gen.1)

Toyota Celica (โตโยต้า เซลิก้า) ในฉายา “เซลิก้าหน้าโหนก” หรือ “สาลิกา” โดย Celica รุ่นแรก ในอดีตถือเป็นรถ Sport 2 ประตู ที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา มีนำเข้ามาในไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2514 ทั้งแบบตัวถัง Coupe (TA22, TA23) และต่อมา นำเข้าตัวถังแบบ Liftback (TA27, TA28) มาขายด้วย เป็นรถที่ได้รับฉายาว่า “มัสแตงญี่ปุ่น” (Japanese Mustang) สร้างตำนานและความทรงจำ ทั้งบนท้องถนน และในสนามแข่งทางเรียบ และทางฝุ่น หลายยุคสมัย …

เมื่อก่อน ก็จัดว่าเป็นรถธรรมดาสามัญรุ่นหนึ่ง แต่มาในยุคปัจจุบัน กลับกลายเป็นรถที่นิยมในกลุ่มผู้เล่นรถ Retro Car (เรโทร คาร์) ทำให้ราคาดีดตัวขึ้นไปจากหลักหมื่น ขึ้นไปเป็นราคาหลักแสน บางคัน Full Restoration ดีๆ ราคาซื้อ-ขาย กันคันละหลายแสนบาทก็มี!

Nissan-Figaro

2. Nissan Figaro

Nissan Figaro (นิสสัน ฟิกาโร่) จัดเป็นรถเล็กสไตล์คลาสสิคอีกหนึ่งรุ่น เปิดตัวช่วงปี 1989 ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 20,000 คัน ในรูปแบบสไตล์วิคตอเรียนทั้งภายนอกและภายใน โดย 8,000 คันแรกผลิตตามปกติ ส่วนอีก 12,000 คันที่เหลือจะมีเลขกำกับ

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 987 ซีซี รหัส MA10ET ให้แรงม้าสูงสุด 76 แรงม้า ที่ยกมาจากรุ่น March ใช้เกียร์ออโต้ 3 สปีด อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 13.6 กม./ลิตร นี่ก็จัดเป็นรถในตำนาน ที่นำเข้ามาในบ้านเรา (ช่วงรถจดประกอบ) มากพอสมควร และราคาขายก็ไม่ตกง่ายๆ ด้วย! มีตั้งแต่ 5 แสนกว่าบาท ไปจนถึง 8 แสนกว่าบาท!

Nissan-Skyline-R34

3. Nissan Skyline (R34)

Nissan Skyline (นิสสัน สกายไลน์) ชื่อนี้ถ้าเป็นคอรถซิ่ง คงไม่ต้องก็รู้ว่ามันคือรถในตำนาน! ที่นิยมมากๆ ในบ้านเรา ก็จะเป็นรุ่น R32, R33 และ R34 ซึ่งตำนานของ Skyline โดย R34 จัดเป็น Skyline เจเนอเรชั่นสุดท้ายของผู้ที่นิยมในความแรง (เพราะ Skyline รุ่นหลังมา คนก็เล่นกันน้อยลงละ) ในบ้านเรามีนำเข้ามาเยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นแบบ 4 ประตู หรือแบบ 2 ประตู อาทิเช่น รุ่น 25GT Turbo, GT-R, GT-R V-Spec, GT-R M-Spec หรือแม้กระทั่งรุ่นใส่ชุดแต่งจาก Z-Tune หรือ NISMO ก็มีหลายคัน

นับว่าเป็นรถสปอร์ตที่เป็นดาวค้างฟ้าอีกหนึ่งคัน มาในราคาตั้งแต่ไม่กี่แสนบาทในรุ่น 4 ประตู ไปจนกระทั่งราคาหลัก 1.5-3 ล้านบาท ในรุ่น GT-R ขึ้นไป หรือรุ่นที่จัดว่าเป็น Limited Edition เป็นต้น …

Honda-Prelude

4. Honda Prelude

Honda Prelude (ฮอนด้า พรีลูด) รุ่นยอดฮิตของคนเล่นรถในบ้านเรา คงต้องยกให้เป็น เจเนอเรชั่น ที่ 4 เพราะช่วงนั้นถือเป็นช่วงเปิดเสรีการนำเข้ารถจากต่างประเทศ ค่ายรถแต่ละเจ้าก็สั่งรถเด็ดๆ เข้ามาชิงยอดขายกันเป็นแถว Honda รุ่นนี้ดีไซน์มาได้สวยในแบบ Timeless และภายในที่ดูล้ำยุค เลยเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนเล่น พรีลูด มาจนถึงทุกวันนี้

ในไทย บริษัทแม่นำเข้ามาทั้ง รุ่น 2.2 CX, 2.3 Si และ 2.2 VTi-R ปัจจุบันมีราคาขายในตลาดรถมือสองอยู่ที่ประมาณ 2 – 3 แสนกว่าบาท ซึ่งคงจะไม่ตกไปมากกว่านี้อีกแล้ว

Mazda-RX-7

5. Mazda RX-7 (FD3S)

Mazda RX-7 (มาสด้า อาร์เอ็กซ์-7) จัดเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์สูบหมุนโรตารี่จาก Mazda ด้วยรูปทรง Low & Wide แบบสปอร์ตพันธุ์แท้ สวยอมตะอีกหนึ่งรุ่น ขายกันยาวนานถึง 10 ปี ตั้งแต่ปี 1992 – 2002 สำหรับโฉมสุดท้ายอย่าง “FD3S” ในบ้านเรานั้น แม้ว่าจะไม่ได้นำเข้ามาอย่างเป็นทางการจากทาง กมลสุโกศล หรือ มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) แต่ก็มีผู้จำหน่ายอิสระ และรถจดประกอบ นำเข้ามาพอสมควร

ในบ้านเรามีนำเข้ามาหลากหลายรุ่นย่อยมาก ใช้เครื่องโรตารี่รหัส 13B-REW Twin Turbo แบบ Sequential ที่พัฒนาและปรับปรุงมาโดยตลอด แรงม้ามีตั้งแต่ 255 – 280 แรงม้า ราคาขายในตลาดรถมือสอง อยู่ที่ประมาณ 1 – 2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และจำนวนของแต่งที่มีให้!

Suzuki-Caribian

6. Suzuki Caribian

Suzuki Caribian (ซูซูกิ คาริเบียน) ถือเป็นรถแบบจี๊ป 4WD ขนาดเล็ก มาในฉายา “ตู้ปลา” เป็นรถมือสองยอดนิยมตลอดกาลของผู้นิยมเข้าป่าฝ่าดง เพราะน้ำหนักเบาและลุยได้ง่ายๆ เปิดตัวในไทยตั้งแต่สมัย 30 กว่าปีที่แล้ว ตั้งแต่ในชื่อรุ่น “SJ410” เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร ใช้เป็นรถสวัสดิการทหารอยู่ช่วงหนึ่ง จนพัฒนาเป็นเวอร์ชั่นรถบ้านอย่าง “SJ413”

Suzuki Caribian มาในรูปแบบรถกระบะที่ต่อเติมหลังคาไฟเบอร์ด้านหลัง ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร (ตอนหลังเปลี่ยนระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหัวฉีด) รวมไปถึงเวอร์ชั่นรถกระบะยุคท้ายๆ ปัจจุบันในตลาดรถมือสอง มีราคาตั้งแต่ไม่กี่หมื่นบาท ไปจนถึงเกือบ 2 แสนปลายๆ ก็มีให้เห็น!

Land-Rover-Series-III

7. Land Rover Series I, II, III และ Defender

Land Rover Series & Defender (แลนด์โรเวอร์ ซีรี่ส์ และ ดีเฟนเดอร์) ขอจับมารวมกันเลยละกัน ง่ายดี ในฐานะรถ SUV ในตำนานของแลนด์โรเวอร์ บางคนยกให้เป็น “ลุงเชยจอมทรนง” เลย! เพราะรูปทรงเหลี่ยมๆ ที่คงเอกลักษณ์เอาไว้ยาวนานกว่า 70 ปี เพียงแต่ปรับปรุงหน้าตาและออพชั่น รวมไปถึงเครื่องยนต์ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่เท่านั้น

ในบ้านเรานั้น จัดได้ว่าเป็นสุดยอดรถที่สำหรับใช้เข้าป่าฝ่าดงในอดีต เป็นรถยอดนิยมของหน่วยงานราชการ และยังได้รับเกียรติให้เป็น “รถทรงงาน” อีกหนึ่งรุ่นด้วย ราคามือสองในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1 -4 แสนบาท แต่ถ้าเป็นรุ่น Defender ราคามือสอง หลักล้านบาทก็ยังมี …

Volkswagen-Beetle

8. Volkswagen Beetle

Volkswagen Beetle (โฟล์คสวาเกน บีทเทิล) หรือ “Type 1”, “รถเต่า”, “โฟล์คเต่า” รถยอดนิยมตลอดกาลจากค่าย VW ที่นำเข้ามาในบ้านเราตั้งแต่ยุค 50 ยาวนานจนถึงยุค 70 ในหลากหลายรูปแบบ สารพัดฉายา ตั้งแต่รุ่น จอแบ่ง, จอไข่, จอกว้าง, ตาเอียง, ตานอน, ตาหวาน, ตาตั้ง, กันชนใหญ่, กันชนเหลี่ยม, ไฟท้ายกลม หรือแม้แต่รุ่นเปิดประทุนก็มี!

แม้ว่าในอดีต โฟล์คเต่า ก็เป็นรถเก๋งธรรมดาสามัญทั่วๆ ไป แต่ด้วยความทนทาน รูปทรงที่น่ารัก บวกกับการผลิตที่ยาวนาน ทำให้ “รถเต่า” รุ่นนี้ เริ่มได้รับความนิยมจากคนเล่นรถเก่ามากขึ้นเรื่อยๆ จนราคาในตลาดรถมือสองพุ่งทะยานขึ้นไปตั้งแต่หลักหมื่นปลายๆ ไปถึงหลักล้านก็มีให้เห็น!

Volkswagen-Type-2

9. Volkswagen Type 2

Volkswagen Type 2 (โฟล์คสวาเกน ไทป์ ทู) ที่รู้จักกันดีในฉายา “โฟล์คตู้” นี่ก็จากรถธรรมดาๆ กลายเป็นรถตู้ในตำนานอีกหนึ่งรุ่นเหมือนกัน รุ่นที่ฮิตๆ ในบ้านเราก็จะมีอย่างเช่น “T1” ในฉายา “ตู้หน้าวี” และ “T2” ในฉายา “หัวแตงโม” … 2 รุ่นนี้ล่ะครับ จัดเป็นรถโฟล์คตู้ ยอดนิยมตลอดกาล

สำหรับราคาในตลาดรถมือสอง ก็เริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นปลายๆ ในสภาพที่แบบวิ่งได้พร้อมใช้งาน ทะยานไปจนถึงหลักล้าน ก็มีให้เลือกซื้อเลือกสะสมกัน

Porsche-911

10. Porsche 911

Porsche 911 (ปอร์เช่ 911) รถสปอร์ตในตำนานอีกหนึ่งรุ่น สืบต่อความสำเร็จจากรุ่น 356 กลายเป็นรุ่น 911 โดยเริ่มผลิตจริงๆ จังๆ ตั้งแต่ปี 1964 มาจนถึงปัจจุบัน ถือว่านานมาก! ที่มีไว้แล้ว ราคาซื้อ-ขาย มือสองไม่ค่อยตกนัก สำหรับรุ่นที่คนเล่นกันก็จะมีตั้งแต่แบบ 911 โฉมแรก, 930, 964, 993, 996 (รุ่นนี้คนจะเล่นกันน้อยหน่อย เพราะฉีกจากเอกลักษณ์เดิมมากเกินไป), 997, 991 และ 991.2 เป็นต้น

ฉายาที่รู้จักกันดีอย่าง “เจ้าชายกบ” หรือ “ค่อมทรงพลัง” นั้น ก็มาจากรูปแบบของตัวรถนั่นเอง เครื่องยนต์แบบ Boxer วางท้าย เอกลักษณ์อันโดดเด่น และรุ่นที่โดดเด่นอย่าง Targa, Speedster หรือ GT ยิ่งน่าเก็บสะสมนัก! ในตลาดรถมือสองรุ่นนี้มักเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทขึ้นไป ยิ่งถ้าเป็นรุ่นที่แต่งโดย RUF, TechArt, KTW Tuning หรือ RWB (RAUH-Welt BEGRIFF) ราคาซื้อ-ขาย แพงกว่านี้แน่นอน

MR.CARRO คาดว่ารถ 10 รุ่น ที่ยกมาให้ชมกันในวันนี้นั้น น่าจะมีรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ที่ถูกใจคุณผู้อ่านบ้างนะครับ

และสำหรับใครที่อยากขายรถกับทาง CARRO ก็สามารถขายด่วนๆ ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน