CARRO Automall แนะนำ Nissan Almera

ยุคที่หลายๆ คน นอกจากจะมีอาชีพมนุษย์เงินเดือนแล้ว บางคนยังรู้จักหาอาชีพเสริม อาทิเช่น ขายของออนไลน์ ปลูกต้นไม้ขาย หรือทำขนม เป็นต้น ก็ต้องใช้รถยนต์ที่มีพื้นที่กว้างๆ หน่อย จะได้ขนของได้มาก รวมถึงประหยัดน้ำมัน ค่าซ่อม อะไหล่ไม่แพง คุ้มค่าน้ำมันในการออกไปแต่ละครั้ง

แต่ถ้าหากมีลูกเล็กๆ ด้วย ก็ย่อมต้องการเนื้อที่มากหน่อย เพื่อไว้วางคาร์ซีทให้เด็กนั่ง หรือสัมภาระต่างๆ ที่ต้องใช้ดูแลลูก เผื่อไว้เวลาไปรับ-ส่งที่โรงเรียน หรือจะไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว (อันนี้ต้องรอให้โควิด-19 หายไปเร็วๆ ก่อนนะ)

รถยนต์ที่ CARRO Automall (คาร์โร ออโต้มอลล์) จะมาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกสรรเป็นเจ้าของกัน เป็นรถที่มีคุณสมบัติดังกล่าวหลายอย่าง เชื่อว่าบรรดาคุณพ่อคุณแม่หลายคนคงชอบทีเดียว …

ไปรู้จักกับ Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) รถ Eco-Car 4 ประตูรุ่นแรกในไทยกันเลยครับ กับรถขายดีใน CARRO Automall มาดูกันว่า รุ่นนี้มีความน่าสนใจตรงจุดไหนกันบ้าง …

CARRO Automall แนะนำ Nissan Almera

ชื่อของ Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) หลายคนอาจจะเคยคุ้นหูกันมาบ้าง ตั้งแต่ช่วงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในฐานะรถเก๋งของค่ายนิสสัน ที่เป็นคู่แฝดกับ Sunny NEO แต่มีเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ซึ่งขายแค่ช่วงสั้นๆ ก่อนชื่อนี้จะหายไปจากตลาด แล้วกลับมาในรูปแบบของรถอีโค่คาร์ 4 ประตู ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554

CARRO Automall แนะนำ Nissan Almera

สำหรับ Nissan Almera ที่จะมาแนะนำในวันนี้นั้น มาพร้อมเส้นสายการออกแบบที่ดูหรูหรา ดูแปลกตา จากฝากระโปรงพุ่งทะยานสู่หลังคา พร้อมสปอยเลอร์หลังทุกรุ่น ให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง Cd.= 0.29 เท่านั้น บนตัวรถขนาด B-Segment ที่ใหญ่แทบจะมีขนาดเกือบเท่ารถยนต์ขนาดกลางเลยทีเดียว และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดูลงตัวกับตัวรถ (เฉพาะรุ่น V และ VL)

มีมิติตัวรถยาว 4,425 ม.ม. กว้าง 1,695 ม.ม. สูง 1,500 มม. และระยะฐานล้อยาวสะใจ 2,600 มม.

CARRO Automall แนะนำ Nissan Almera

ห้องโดยสารภายใน บอกเลยว่าใหญ่กว่าชาวบ้าน ทำให้ได้เปรียบในเรื่องการโดยสาร โดยเฉพาะพื้นที่ในเบาะหลัง พื้นที่วางขามากถึง 636 มม. รวมไปถึงความยาวห้องโดยสารมากถึง 1836 มม. เทียบชั้นกับรถหรูหลายๆ รุ่นได้ ใช้พวงมาลัย 3 ก้าน พร้อมที่ควบคุมเครื่องเสียง ระบบแอร์อัตโนมัติ ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (เฉพาะรุ่น VL) ส่วนด้านท้ายรถ ห้องสัมภาระท้ายจุได้ 490 ลิตร

ขุมพลังใช้แบบเดียวกับในรุ่น March ทำให้เรื่องการดูแลรักษาไม่ลำบากเลย มีรหัส HE12DE ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร

ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด (เฉพาะรุ่น S และ E) และเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT ที่มาพร้อมระบบ Idling Stop หรือระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์รอบเดินเบาชั่วคราว (แต่รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ก็ต้องเอาออกไป เพราะบ้านเรารถติดบ่อยเหลือเกิน ดับเองจนเบื่อ แม้ว่าจะปิดระบบได้ก็ตาม)

มีให้เลือก 6 รุ่นย่อย ได้แก่ S MT, E MT, E CVT, ES CVT, V CVT และ VL CVT

CARRO Automall แนะนำ Nissan Almera

ล่วงมาจนถึง 27 มกราคม 2557 ก็ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ แต่งหน้าทาปากให้ดูหรูหราขึ้น ด้วยกระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าใหม่ พร้อมกันชนหน้าและไฟตัดหมอก ตกแต่งโครเมียม พร้อมล้อแม็กลายใหม่

CARRO Automall แนะนำ Nissan Almera

ภายในห้องโดยสาร หรูด้วยแผงคอนโซลตกแต่งสีดำ Piano Black แผงประตูและมือจับตกแต่งโครเมียม เบาะสีดำบุผ้าลายใหม่ พวงมาลัย 3 ก้านสไตล์สปอร์ตดีไซน์ใหม่ พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย หน้าปัทม์แสดงข้อมูลการขับขี่ Multi Information Display (MID) แบบเรืองแสงสีขาว พร้อมระบบนำทาง, เครื่องเล่น DVD, กล้องมองหลัง และสัญญาณเตือนถอยหลัง 3 จุด เป็นต้น

มีให้เลือก 6 รุ่นย่อย ได้แก่ S MT, E MT, E CVT, EL CVT, V CVT และ VL CVT

CARRO Automall แนะนำ Nissan Almera

มาจนถึงเดือนมีนาคม 2558 Nissan เปิดตัว Nissan Almera Sportech (นิสสัน อัลเมร่า สปอร์ตเทค) ด้วยกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมช่องกันชนล่างลายรังผึ้งแบบสปอร์ต กระจังหน้าแบบโครเมียมรมดำ สเกิร์ตด้านข้างและหลัง ไฟหน้าฮาโลเจนภายในสีโครเมียม รมดำ ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ล้ออัลลอยด์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว สีรมดำพิเศษ โลโก้รุ่นด้านท้าย Sportech และพวงมาลัยหุ้มหนัง ในรุ่นย่อย E และรุ่น VL

เดือนกันยายน 2558 Nissan Almera เพิ่มไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Diamond LED Daytime Running Lights เพิ่มคิ้วโครเมียมขอบประตู ขณะที่ภายในห้องโดยสาร

CARRO Automall แนะนำ Nissan Almera

เดือนมีนาคม 2559 เปิดตัว Nissan Almera Nismo (นิสสัน อัลเมร่า นิสโม) กับชุดแต่ง NISMO Performance Package และ Aero Package ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้าสีเทาแดง, สเกิร์ตด้านข้างสีเทาแดง, สเกิร์ตหลังด้านล่างสีเทา-แดง, สปอยเลอร์หลัง และแถบสีแดงบนฝาครอบกระจกมองข้าง

มาพร้อมช่วงล่างพิเศษ ปรับค่าสปริงและช็อคแอบซอร์เบอร์ให้เหมาะสม ลดความสูงด้านหน้า-หลัง รวมถึงเปลี่ยนขนาดล้อและยางใหม่ เป็นล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 205/50 R16 ส่วนในชุด Performance Package เปลี่ยนท่อไอเสียใหม่แบบ S-Flow ให้เสียงสปอร์ต ดุดันมากขึ้น ใช้วัสดุสเตนเลสสตีลเงางาม พร้อมโลโก้ NISMO

มาถึงเดือนกรกฎาคม 2559 ออกรุ่น Limited Edition ฉลองยอดการผลิต Eco-Car ในไทย ทะลุ 500,000 คัน เพิ่มอุปกรณ์ตกแต่ง อาทิ ไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง, ชุดคิ้วกันสาดประตู, ชุดคิ้วบันไดสแตนเลสเรืองแสง, และปลายท่อไอเสียดีไซน์พิเศษ เป็นต้น

CARRO Automall แนะนำ Nissan Almera

ในเดือนเมษายน 2562 ออกรุ่นทิ้งทวน นำฟังก์ชั่นระบบไฟหน้า “Follow-me-home” ใหม่ พร้อมกระจกมองข้างใหม่ พร้อมไฟเลี้ยว ส่วนภายในมาพร้อม Display Audio แบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อบลูทูธ การเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และจอแสดงภาพด้านหลังหรือ Rear View Monitor และรุ่นพิเศษ E Sportech เพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมากขึ้น กับเพิ่มอุปกรณ์ชุดแต่งแบบสปอร์ตใหม่มากมาย กับรุ่น SV

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนตุลาคม 2564 เรามี Nissan Almera รีวิวรถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 10 คันครับ ได้แก่ …..

NISSAN ALMERA 1.2 E 2012 น้ำตาล

NISSAN ALMERA 1.2 E 2012 น้ำตาล

1. Nissan Almera 1.2 E ปี 2012 เลขไมล์ 193,673 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 179,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2012-E4NYYZ.html

NISSAN ALMERA 1.2 VL 2014 ขาว

NISSAN ALMERA 1.2 VL 2014 ขาว

2. Nissan Almera 1.2 VL ปี 2014 เลขไมล์ 95,459 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 259,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2014-DXO1Y9.html

NISSAN ALMERA 1.2 E 2015 น้ำตาล

NISSAN ALMERA 1.2 E 2015 น้ำตาล

3. Nissan Almera 1.2 E ปี 2015 เลขไมล์ 110,546 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 209,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2015-G03KVQ.html

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2016 ดำ

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2016 ดำ

4. Nissan Almera 1.2 E Sportech ปี 2016 เลขไมล์ 136,361 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 269,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2016-EQ291V.html

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2019 ดำ

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2019 ดำ

5. Nissan Almera 1.2 E Sportech ปี 2019 เลขไมล์ 35,982 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 319,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2019-E15LK4.html

NISSAN ALMERA 1.2 ES 2018 ขาว

NISSAN ALMERA 1.2 ES 2018 ขาว

6. Nissan Almera 1.2 ES ปี 2018 เลขไมล์ 47,709 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 289,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2018-GYP2MZ.html

NISSAN ALMERA 1.2 ES 2018 ดำ

NISSAN ALMERA 1.2 ES 2018 ดำ

7. Nissan Almera 1.2 ES ปี 2018 เลขไมล์ 44,001 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 309,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2018-GVM422.html

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2019 แดง

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2019 แดง

8. Nissan Almera 1.2 E Sportech ปี 2019 เลขไมล์ 10,613 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 329,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2019-E150MP.html

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2019 ขาว

NISSAN ALMERA 1.2 E SPORTECH 2019 ขาว

9. Nissan Almera 1.2 E Sportech ปี 2012 เลขไมล์ 37,969 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 319,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2019-EWN2OM.html

NISSAN ALMERA 1.0 VL TURBO 2020 แดง

NISSAN ALMERA 1.0 VL TURBO 2020 แดง

10. Nissan Almera 1.0 VL Turbo ปี 2010 เลขไมล์ 11,347 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 499,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/nissan-almera-2020-EN17OJ.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Nissan Almera มือสอง (นิสสัน อัลเมร่า มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Nissan Almera ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

Nissan-March-K13

Nissan-Cherry-E10

ในยุคตั้งแต่ 40 กว่าปีก่อน สำหรับคนที่มีอายุ 40+ ขึ้นไป ยังคงจำได้กับรถยนต์คันเล็กรูปทรงแหวกแนว จากค่าย Nissan (หรือ Datsun) ที่ผลิตขายโดยสยามกลการอย่างแน่นอน นั่นคือ “Datsun Cherry” (ดัทสัน เชอร์รี่) ในรหัส E10

สำหรับ Datsun Cherry เปิดตัวออกโชว์ครั้งแรกด้วยทรงสปอร์ตล้ำยุค ในชื่อ Datsun 270X ที่งาน Tokyo Motor Show เมื่อปี 1970 ก่อนจะผลิตออกขายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนตุลาคม 1970

ส่วนในบ้านเรา สยามกลการ ก็มีผลิตขายกับเขาด้วย ในรูปแบบ Sedan 4 ประตู (และมีรุ่น Coupe นำเข้ามาบ้างด้วย) แต่ก็เป็นรถที่ไม่ประสบความสำเร็จด้านการขาย จนต้องเลิกขายไป

Nissan-NX-018

ต่อมา Nissan จึงคิดทำรถแนว Hatchback ขนาดเล็กขึ้นมาอีกรุ่น ด้วยรูปทรงทันสมัย ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ บำรุงรักษาง่าย ขับขี่ง่าย ราคาไม่แพง และประหยัดน้ำมัน นับตั้งแต่การเริ่มต้นพัฒนาในปี 2521 ในชื่อโครงการ The KX Plan (ซึ่งต่อมา ก็นำตัว “K” นี่ล่ะครับ ไปใช้เป็นรหัสรถ Nissan March และ Micra ทุกรุ่น)

ในปี 2524 นิสสันจึงเปิดตัวรถต้นแบบ Nissan NX-018 ในแบบ Hatchback 3 ประตู ที่งาน Tokyo Motor Show เมื่อเดือนตุลาคม 1981

แต่รถต้นแบบรุ่นนี้ ก็ยังขาดชื่อสำหรับในการจำหน่ายจริง Nissan จึงได้จัดประกวดตั้งชื่อรถรุ่นใหม่ขึ้น ได้รับผลตอบรับดีมากในระยะเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง มีผู้ส่งชื่อร่วมประกวดสูงถึง 5.65 ล้านคน แต่เมื่อประกาศผลโหวตออกไป ชื่อที่ได้รับการโหวตสูงสุดเป็นอันดับแรกๆ ได้แก่

  • Pony (118,820 คน) – ซ้ำกับชื่อของรถอีกรุ่นหนึ่งของยี่ห้อ Hyundai (ฮุนได)
  • Friend (54,152 คน) – เมื่อประกาศผลโหวตออกไป มีกระแสวิพากษ์อย่างกว้างขวางว่า ไม่ควรใช้เป็นชื่อรถ
  • Lovely (42,929 คน) – เมื่อประกาศผลโหวตออกไป มีกระแสวิจารณ์ว่าชื่อ Lovely ควรเป็นชื่อน้ำยาปรับผ้านุ่ม ไม่ใช่ชื่อรุ่นรถ
  • Shuttle (40,304 คน) – ซ้ำกับชื่อรถรุ่นหนึ่งของ Honda ที่มีขายในญี่ปุ่นขณะนั้น
  • Sneaker (30,328 คน) – ตามพจนานุกรมแล้ว Sneaker อาจมีหลายความหมาย แต่มีความหมายหนึ่งแปลว่า “รองเท้า”
  • Rainbow (22,497 คน) – แปลว่า “รุ้ง” ไม่เข้ากับ Concept ของรถ

คณะกรรมการการประกวดเห็นว่า ชื่อส่วนใหญ่ไม่เหมาะสมกับรถ แต่หลังจากได้อ่านชื่อที่ถูกส่งมาประกวดทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ตัดสินใจใช้ชื่อในลำดับที่ 164 ของตาราง คือชื่อ March ซึ่งมีคนส่งชื่อนี้มาเพียง 4,065 คน (จาก 5.65 ล้านคน)

ซึ่งเมื่อดูความหมายตามพจนานุกรมแล้ว March นอกจากจะแปลว่า “เดือนมีนาคม” หรือ “การเดินสวนสนาม” แล้ว ยังแปลว่า “การมุ่งไปข้างหน้า” หรือ “กรีธาทัพ” ได้อีกด้วย

ในที่สุด Nissan March รุ่นแรก ก็ได้เปิดตัวขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อ 22 ตุลาคม 1982

Nissan-March-K10

ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ บริษัท สยามกลการ จำกัด ยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ของ “นิสสัน” อยู่ จะเห็นได้ว่า เมื่อต้นปี 2528 สยามกลการ ได้เปิดตัว “Nissan March” รุ่นแรก (K10) ที่นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบขายในประเทศไทยยุคนั้น และใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก Toyota Starlet, Mitsubishi Mirage, Suzuki Cultus (SA413) และ Daihatsu Charade

แต่คนไทยในสมัยนั้น ยังมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อรถท้ายตัด ด้วยเกรงว่าผู้โดยสารที่เบาะหลังจะได้รับอันตรายได้ง่ายหากถูกชนท้าย เพราะไม่มีกระโปรงหลังคอยกั้น ทำให้ยอดขาย นิสสัน มาร์ช ในแต่ละเดือนมียอดขายประมาณ 20 กว่าคันเท่านั้น ช่วงที่เรียกว่าบูมที่สุดก็ประมาณ 30 กว่าคันเท่านั้นเอง

ซึ่งก็ … ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะออพชั่นหลายสิ่งหลายอย่างของ March ในยุคนั้นถูกตัดออกเกือบหมดเมื่อขายเมืองไทย ซึ่งเทียบกับของยี่ห้ออื่นแล้ว แถมราคายังใกล้เคียงกับรถขนาด Compact ในยุคนั้นมาก ทำให้ยอดขายแทบไม่เดิน ก่อนจะเลิกขายไปในปี 2530 และทำให้ March รุ่นที่ 2 และ 3 ไม่ได้มาเกิดในไทย

และต่อจากนี้ไป MR.CARRO จะขอแนะนำ “Nissan March” (นิสสัน มาร์ช) มือสอง ในรหัส “K13” ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในตลาดรถ Eco-Car (รถอีโคคาร์) ก่อนใครเพื่อนในไทย ให้ท่านอ่านกันได้อย่างจุใจครับ.

เริ่มต้นใหม่ในยุค Eco-Car (อีโคคาร์)

Nissan-March-Drawing

พอหลังจากที่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามาทำตลาดเองในบ้านเราแล้ว ช่วงหลายปีก่อน ทางภาครัฐมีโครงการเรื่อง Eco-Car พอดี Nissan เองก็พอมองเห็นช่องทางการตลาด เลยตัดสินใจผลิต Nissan March ในประเทศไทยอีกครั้ง โดยใช้ชื่อในการโฆษณาว่า “Nissan Ecocar” (นิสสัน อีโคคาร์) ซึ่งจะใช้เครื่องยนต์ 1200 ซีซี 3 สูบ สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 20 กม./ลิตร

เปิดตัวครั้งแรก … ในรูปแบบของภาพรถต้นแบบก่อน เมื่อปลายปี 2552

Nissan-March-Production-2010

ต่อมาในในวันที่ 12 มีนาคม 2553 บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้จัดงานฉลองการเริ่มผลิตรถยนต์ Nissan March ใหม่ โดยนิสสัน มาร์ช รุ่นใหม่นี้ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานข้อกำหนดรถประหยัดพลังงานสากล (อีโคคาร์) ซึ่งมีข้อกำหนดดังนี้

1. ประหยัดน้ำมันไม่ต่ำกว่า 20 กม./ลิตร
2. ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กม. และได้รับมาตรฐานไอเสียสะอาดระดับยูโร 4
3. มีความปลอดภัยตามมาตรฐานยุโรป
4. ใช้เครื่องยนต์ขนาดลูกสูบไม่เกิน 1300 ซีซี สำหรับเครื่องเบนซิน และไม่เกิน 1400 ซีซี สำหรับเครื่องดีเซล

รถที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอีโคคาร์ ในประเทศไทย จะได้รับผลประโยชน์ในการลดภาษีสรรพสามิตเหลือร้อยละ 17 (รถเก๋งที่ไม่ผ่านเกณฑ์อีโคคาร์ ต้องจ่ายภาษีร้อยละ 30-50)

Nissan-March-Ken

พร้อมกับดึงดาราดังอย่าง “เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์” พระเอกสุดฮอต มาเป็นพรีเซ็นเตอร์

Nissan-March-2010

นิสสัน มาร์ช ใหม่ ผลิตบนแพลตฟอร์มเอนกประสงค์ใหม่ ที่เรียกว่า V-Platform โดดเด่นด้วยสไตล์โฉบเฉี่ยว รูปทรงกะทัดรัด คล่องตัวแบบแฮทช์แบค สะดุดตาด้วยรูปทรงอ้วนกลม กระจังหน้าสองชั้น ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ มีเส้นโค้งบริเวณขอบหน้าต่าง (Arched Side Window) ที่โดดเด่น ให้พื้นที่กระจกกว้าง ดูโปร่ง สะดุดตา มีร่องรูปทรงบูมเมอแรงบนหลังคารถ ช่วยลดการสั่นสะเทือน ด้านท้ายมีเซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด และกระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อครถ (เฉพาะรุ่น EL และ VL) เป็นต้น

Nissan-March-2010

มร. มาโกโตะ ยามาเน (Mr.Makoto Yamane) รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ ให้ความเห็นว่า “รถยนต์รุ่นนี้ ต้องมีสไตล์ และกลิ่นไอของความพิถีพิถัน” 

มิติตัวรถยาว 3,780 มม. กว้าง 1,665 มม. สูง 1,515 มม. ระยะฐานล้อ 2,450 มม.

Nissan-March-2010

ห้องโดยสารภายในที่กว้างขวาง ขนาดเท่ากับรถขนาด 1.5 ลิตร นั่งสบาย และมีที่เก็บของอเนกประสงค์มาให้อย่างจุใจ อัดออพชั่นเพียบทั้งวิทยุแบบ Built-In ระบบแอร์แบบดิจิตอล กุญแจอัจฉริยะพร้อมระบบกันขโมย Immobilizer และปุ่ม Push Start เป็นต้น และอุ่นใจกับระบบความปลอดภัยอย่างถุงลมนิรภัย SRS ด้านคนขับในทุกรุ่น ระบบเบรคป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบควบคุมและกระจายแรงเบรคด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และ ระบบเสริมแรงเบรค (BA)

Nissan-March-2010

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE แบบ 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.8 กก.-ม. (106 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT

หลังจากนั้น นิสสัน มาร์ช ก็สร้างกระแส Talk Of The Town ตั้งแต่ในวันเปิดตัว มี 6 รุ่นย่อย ได้แก่ S, E, E CVT, EL, V และ VL แถมราคาในรุ่นเริ่มต้น (S) เพียง 375,000 บาท …

ด้วยข้อดีข้อเด่นต่างๆ ที่กล่าวมา ทำให้ นิสสัน มาร์ช สามารถกวาดยอดจองไปถึง 5,000 กว่าคัน หลังเปิดตัวเพียง 2 สัปดาห์ และตามมาด้วยยอดขายอีกหลายหมื่นคันในเวลาไม่นานนัก

Nissan-March-Sport-Version-2011

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2554 … Nissan ได้เปิดตัว March Sport Version นี้ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “มาร์ชที่ทำให้คุณแตกต่าง” และออกแบบโดย Autech Japan (ออเทค เจแปน) เพิ่มออพชั่นด้านหน้าด้วยกระจังหน้าสีดำ และกันชนสปอร์ตแบบใหม่ ด้านหลังติดสัญลักษณ์รุ่น “Sports Version” และโดดเด่นด้วยลายเบาะผ้าใหม่ สีทูโทน ดำสลับเทา

มีให้เลือกสองรุ่นคือ 1.2 EL Sports Version และ 1.2 VL Sports Version โดยทั้งสองรุ่นจะมีสีให้เลือก 3 สี คือ สีขาวไวท์เพิร์ล สีดำแบล็ก สตาร์ และ สีเงินบริลเลียนท์ ซิลเวอร์

Nissan-March-2012

Nissan-March-2012

ในเดือนมีนาคม 2555 Nissan March ได้ปรับปรุงและเพิ่มอุปกรณ์อเนกประสงค์ให้มากขึ้น คือ เพิ่มช่องเก็บของพร้อมฝาปิดบริเวณคอนโซลหน้า หมอนรองศรีษะเบาะหลัง และเบาะหลังปรับให้พับได้ 60:40 ส่วนในรุ่น Sports version ได้รับการติดตั้งสเกิร์ตข้าง และเบาะนั่งสีดำใหม่เพื่อเพิ่มอารมณ์เข้มสไตล์สปอร์ต

นอกจากนี้นิสสัน มาร์ช รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ ยังมาพร้อมสีภายนอกใหม่ สีม่วง พลัม ให้เลือกด้วย

Nissan-Eco-Car-100000

โดยในเดือนสิงหาคม 2555 บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ประกาศความสำเร็จของยอดขายรถยนต์อีโคคาร์ อย่าง นิสสัน มาร์ช และ นิสสัน อัลเมร่า ทะลุ 100,000 คัน โดยได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “หนึ่งแสนคัน หนึ่งแสนความมั่นใจ”

Nissan-March-2013

และในวันที่ 22 มีนาคม 2556 Nissan March ก็ได้มีปรับไมเนอร์เชนจ์ ให้ดูสปอร์ตขึ้น โดนเปลี่ยนรูปแบบกระจังหน้าโครเมียมแบบใหม่ ไฟหน้าใหม่พร้อมไฟตัดหมอก ไฟท้ายแบบ LED ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ลายใหม่ พร้อมกับเพิ่ม 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเขียว กรีน โอลีฟ และ สีชมพู สวีท พิงค์

ส่วนภายในเพิ่มโทนสีเบจ และแผงแสดงผลหน้าจอล้อมกรอบด้วยโครเมียม สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ช่องเชื่อมต่อ USB ไฟในห้องเก็บสัมภาระ และวัสดุเบาะที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อมประดับแผงคอนโซลด้วยสีดำ Piano Black และเพิ่มระบบเบรก ABS, EBD และ BA ตั้งแต่ในรุ่น E เป็นต้นไป

Nissan-March-2014

มาถึงเดือนสิงหาคม 2557 นิสสัน ได้แนะนำ March สีใหม่อีกครั้ง คือ สีฟ้า คาปรี บลู เพื่อสร้างสีสันและเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้ากลุ่มอีโค คาร์ โดยสีฟ้า คาปรี บลู ใหม่ นี้ เป็นสีเมทาลิคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความแวววาวของน้ำทะเลเกาะคาปรี ทางตะวันตกเฉียงใต้ในประเทศอิตาลี เป็นการเสริมความสดใสใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอีก 1 สี

Nissan-March-Limited-Edition-2014

พอมาถึงเดือนตุลาคม 2557 นิสสัน ได้แนะนำ Nissan March Limited Edition หน้าตาแบบรุ่น Bolero ที่ส่งออกไปขายในญี่ปุ่น กระจังหน้าขนาดใหญ่ลายตาข่ายไขว้ พร้อมช่องดักลมด้านล่างดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยเส้นโครเมี่ยม มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย จำกัดจำนวนเพียง 600 คันเท่านั้น

พอมาถึงเดือนกรกฎาคม 2559 นิสสัน อีโคคาร์ ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำอีโคคาร์รายแรกของไทยที่ผลิตเพื่อจำหน่ายแล้วกว่า 500,000 คัน ทั้ง Nissan March และ Almera … ภายใต้แนวคิด “500,000 รอยยิ้มและความสุข กับครอบครัวนิสสัน อีโคคาร์”

Nissan-500000-Eco-Cars-Produced-In-Thailand-2016

พร้อมแนะนำ Nissan March Limited Edition (อีกครั้ง) โดยเพิ่มชุดคิ้วกันสาดข้างประตู และไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ชุดคิ้วบันไดสแตนเลสเรืองแสง และปลายท่อไอเสียรุ่นพิเศษ

แล้วหลังจากนี้ Nissan March ก็ไม่มีอะไรใหม่ๆ ออกมากระตุ้นตลาดในบ้านเรา ขายกันไปแบบเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับรุ่นย่อยที่ลดลงเหลือแค่เพียง 4 รุ่นย่อย ได้แก่ 1.2 S MT, 1.2 E MT, 1.2 E CVT และ 1.2 EL CVT

Nissan-March-Advertorial

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Nissan March (K13) ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม มีเพื่อนเยอะดี สำหรับคนเมือง และคุณผู้หญิง รูปทรงสวยน่ารัก แต่งสวย สมรรถนะพอเพียง คุณภาพแจ๋ว ประหยัดน้ำมัน ตัวรถเทคโนโลยีไม่ซับซ้อนนัก ราคามือสองไม่แพง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่เหมาะกับการใช้ในเมือง วงเลี้ยวแคบ หาที่จอดง่าย ภายในกว้างขวางพอประมาณ เบาะหน้าขนาดพอดี นั่งสบายๆ (สำหรับคนตัวไม่ใหญ่นัก) ส่วนด้านหลังตัวโฉมแรกๆ นั่งไม่ค่อยสบายนัก เนื่องจากเนื้อที่เบาะหลังไม่มีพนักพิงศีรษะมาให้ นั่งไกลๆ เมื่อยคอหน่อย

ส่วนข้อด้อยก็มี การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ยังไม่ดีนัก เครื่องยนต์ 3 สูบ ที่อาจจะเดินไม่นิ่ง หลายคนมักติ และการออกตัวเร่งแซงที่ไม่ทันใจนัก ใครที่มีนิสัยชอบขับรถเหยียบกระชาก หรือ Kick Down ไม่เหมาะอย่างแรง เพราะเกียร์พยายามจะทดรอบให้รอบต่ำ เพื่อประหยัดน้ำมัน ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขับใหม่

รวมไปถึงระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop ที่ไม่เหมาะกับการจราจรในบ้านเรา จนในเน็ตมีวิธีปิดระบบนี้กันว่อน รุ่นหลังปี 2011 ถึงต้องเอา Option นี้ออกไปเลยทีเดียว

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทานในระดับหนึ่ง ค่าบำรุงรักษาถูก ศูนย์บริการหาไม่ยาก แต่ถ้าหากเป็นรถปีเก่าๆ ต้องระวังเรื่องเกียร์ CVT ที่หลายคันเริ่มมีปัญหา (พัง) เข้าศูนย์ที เปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่เป็นแสน … ทางที่ดี ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ให้ไวขึ้น ทุกๆ 3-4 หมื่นกิโลเมตร เตรียมงบไว้ดูแล เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 5,000 – 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ ในกรณีที่รถสภาพยังสมบูรณ์อยู่

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีแน่นอน เพราะ March ที่ไทยส่งไปขายในญี่ปุ่น ก็เริ่มกลับมาเป็นอะไหล่ในบ้านเราพอสมควร …

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 120,000 – 350,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Nissan March รุ่นนี้อยู่ สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Nissan-March ได้เลยครับผม

ส่วนใครที่อยากขายรถ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถอยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก