CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

บรรดารถยอดนิยมจากผู้บริหาร เจ้าของกิจการ หรือผู้จัดการบริษัทในไทยทั้งหลาย ถ้าไม่ไปใช้รถยนต์ประเภทรถตู้ MPV ขนาดใหญ่ ส่วนหนึ่งก็จะนิยมรถประเภท D-Segment ที่มีขนาดใหญ่หน่อย ตกแต่งให้ดูหรูหรา ภูมิฐาน สมฐานะ อีกทั้งการดีไซน์ที่ทันสมัย ไม่เชย มีภาพลักษณ์ ทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซิน และแบบไฮบริด

แต่บางคนอาจจะเพิ่งเริ่มธุรกิจ หรือเพิ่งตั้งบริษัทเองใหม่ๆ เรื่องงบประมาณการใช้จ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกรถในระดับ D-Segment แบรนด์ญี่ปุ่นในรูปแบบป้ายแดง (ที่ตอนนี้มีขายในตลาดก็เหลือแค่ 2 เจ้า ได้แก่ Toyota Camry และ Honda Accord) ก็มีราคาอยู่ที่หนึ่งล้านกว่าบาท

แต่ถ้าลองประหยัดงบมาเล่นรถ D-Segment มือสองสภาพใหม่ ในราคาไม่ถึงล้านดู น่าจะสมเหตุสมผลกว่า และเหลือเงินส่วนต่างไว้ดูแลรถ หรือไว้ใช้ในการลงทุนอื่นๆ ด้วย ก็น่าจะดี

CARRO Automall ขอพาคุณมารู้จักกับ Toyota Camry (โตโยต้า คัมรี่) / Camry Hybrid มือสอง (โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด) หรือ Camry ACV50 ในเจเนอเรชั่นที่ 9 ของตลาดญี่ปุ่น (หรือเจเนอเรชั่นที่ 5 ในไทย) กันครับ …

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

Toyota Camry ACV50 เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2555 ตามหลังการเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนสิงหาคม 2554 ใน Concept “A New Era of Prestige” และพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “New Era Sedan” จัดเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางระดับหรู มีภาพลักษณ์หรูหรา ภูมิฐาน สมรรถนะการขับขี่ยอดเยี่ยม ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ระบบความปลอดภัย มั่นใจในการขับขี่

ระบบความปลอดภัยครบครัน ทั้งระบบเบรก ABS/EBD/BA, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS พร้อมด้านข้าง และระบบป้องกันการบาดเจ็บที่กระดูกต้นคอ WIL

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 1AZ-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 148 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร/4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT แบบ Sequential Shift และรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 231 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ Sequential Shift และรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

และในรุ่น Hybrid … ผสานความล้ำหน้าแห่งเทคโนโลยี Atkinson Cycle พร้อมระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i กับเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FXE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT (Electrically-Controlled Continuously Variable Transmission)

พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ชนิดมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 650 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 1,500 รอบ/นาที กับแบตเตอรี่ไฮบริด Ni-MH (Nickel–Metal Hydride) น้ำหนักเบาขึ้น ทนทานยิ่งขึ้น ให้แรงดันไฟฟ้า 245 โวลต์ จำนวนโมดูล 34 โมดูล 204 เซลล์ และความจุไฟฟ้า 6.5 แอมป์ (3 ชั่วโมง) รวมกำลังสูงสุดทั้งระบบ 205 แรงม้า

เลือกเป็นเจ้าของความเหนือระดับ ด้วย 5 รุ่นย่อย 2 ขนาดเครื่องยนต์ ได้แก่ 2.0G, 2.5G, 2.5L Hybrid CD, 2.5L Hybrid DVD และ 2.5L Hybrid Navigator

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

เดือนพฤศจิกายน 2555 เปิดตัวรุ่นพิเศษ Toyota Camry 2.0G Extremo ใส่ชุดแต่งสเกิร์ตรอบคัน ไฟหน้าและไฟท้ายรมดำเข้ม (สำหรับรุ่นภายในเบาะหนังสีดำ) พรมปูพื้นลายพิเศษ และเครื่องเล่น DVD 1 แผ่น หน้าจอแบบสัมผัส มีสีภายนอกให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาวมุกและสีดำ ส่วนภายในมี 2 โทนสีให้เลือก ทั้งเบจและดำ

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

วันที่ 5 มีนาคม 2557 Toyota Camry 2.0G และ 2.5G ปรับปรุงใหม่ พร้อมรุ่นพิเศษ 2.0G Extremo โดยเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบครัน อาทิ ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry), ระบบ Cruise Control, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC

พร้อมกับ Toyota Camry 2.0G Extremo ชุดแต่งใหม่ สเกิร์ตรอบคัน, สปอยเลอร์หลัง, ระบบไฟส่องสว่างในเวลากลางวันแบบ LED Daytime Running Lights, ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/55/R17, เครื่องเล่น DVD หน้าจอสัมผัส, ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth), กล้องมองหลัง, ไฟส่องสว่างที่ประตูคู่หน้า และพรมปูพื้นสีดำ

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

วันที่ 11 มีนาคม 2558 จึงได้ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ “คัมรี ใหม่…The New Icon of Elegance” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น Camry Hybrid มือสอง ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี

ภายนอก ได้เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ตามแบบ Keen Look เพิ่มอารมณ์แห่งความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว และออกแบบไฟท้ายใหม่ เพิ่มระบบความปลอดภัยให้ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อม 2 สีใหม่ อาทิ Grayish Blue Mica Metallic และ Dark Brown Mica Metallic ส่วนสีขาว White Pearl Crystal และ True Blue Mica Metallic มีเฉพาะในรุ่นไฮบริดเท่านั้น

ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ได้เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์รหัส 6AR-FSE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-iW พร้อมหัวฉีดใหม่ D-4S ให้แรงม้าสูงสุด 167 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 199 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift

มีให้เลือก 6 รุ่นย่อย 2 ขนาดเครื่องยนต์ ได้แก่ 2.0G, 2.0G Extremo, 2.5G, 2.5L Hybrid CD, 2.5L Hybrid DVD, 2.5L Hybrid Navigator และ 2.5L Hybrid Premium

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

11 มิถุนายน 2558 Toyota ได้เปิดตัว Toyota Camry ESport (โตโยต้า คัมรี่ เอสปอร์ต) คือเวอร์ชั่นแบบอเมริกาเหนือและออสเตรเลีย โดยรุ่นที่ขายในไทย นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย ดีไซน์มาเพื่อเอาใจคนรักความสปอร์ตโดยเฉพาะ ใช้ช่วงล่างใหม่แบบ Sport Suspension และท่อไอเสียแบบคู่ กับ Concept ในการโฆษณาว่า “Life Is Thrilling”

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2AR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 231 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ Sequential Shift พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift และรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

ในเดือนสิงหาคม 2559 โตโยต้า คัมรี่ ยังครองอันดับหนึ่งในตลาดรถซีดานขนาดกลาง มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 11,199 คัน (ข้อมูลถึง 31 กรกฎาคม 2559) ได้ปรับปรุงใหม่ หรูขึ้น ทั้งภายนอกและภายในทุกรุ่นย่อย

ด้านนอกใช้กระจังหน้าสีดำ มีหนังหุ้มเกียร์ หรูหราด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในหลายรุ่น ทั้งระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่และกระจกมองข้าง, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ กระจกมองข้างปรับอัตโนมัติขณะถอยหลัง, ระบบตรวจวัดแรงดันลมยางอัตโนมัติ

รวมถึงการเพิ่มสีใหม่ สีขาวมุก (White Pearl) ในรุ่น 2.5G และสีแดง Super Red V ในรุ่น ESPORT นอกจากนี้ ยังแนะนำรุ่น 2.0G Extremo ที่ใช้ชุดแต่งดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ใหม่ด้วยกระจังหน้าดีไซน์หรู และในรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ยังรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

11 กรกฎาคม 2560 ปรับโฉมกันครั้งสุดท้าย … แนะนำ 2.0G Extremo ชุดแต่งใหม่ มาพร้อมล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่ ไฟหน้า LED Dual Projector และภายในลายไม้ใหม่ Carbon Wood

ส่วนรุ่นอื่นๆ ปรับโฉมตามมาในวันที่ 19 สิงหาคม 2560 กับ Camry 2.0G, 2.5G และ 2.5HV Hybrid เปลี่ยนเบาะหนังแท้เป็นสีน้ำตาล Kogane ภายในเปลี่ยนสีดำตัดครีม เป็น สีดำ เปลี่ยนตะเข็บด้ายบนแดชบอร์ดเป็นสีน้ำตาล Kogane เปลี่ยนลายไม้ใหม่ Carbon Wood, พวงมาลัยแบบ 4 ก้าน เป็น 3 ก้านแบบ Extremo และล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว พ่น Hi-Gloss (เฉพาะรุ่น Hybrid)

CARRO Automall แนะนำ Toyota Camry

ต่อมา Toyota เปิดตัว Toyota Camry รุ่นปัจจุบันในเดือนตุลาคม 2561 ด้วยภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา ผ่านการออกแบบอย่างพิถิพิถัน จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA มาพร้อมเครื่องยนต์ให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ …

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 6AE-FBS 167 แรงม้า, ขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FKB 209 แรงม้า และแบบ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS 178 แรงม้า ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Lithium-ion ให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า และแรงบิด 202 นิวตันเมตร โดยทั้งสองระบบ ให้แรงม้าสูงสุด 211 แรงม้า

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Link นี้ >>>  เจาะลึกจุดเด่น! + ตารางราคา-ผ่อน-ดาวน์ Toyota Camry ใหม่

และสำหรับ CARRO Automall ในเดือนตุลาคม 2564 นี้ เรามี Toyota Camry มือสอง และ Camry Hybrid มือสอง รถคุณภาพเยี่ยม มาแนะนำให้คุณผู้อ่านรู้จักกัน 9 คันครับ ได้แก่ …..

TOYOTA CAMRY 2.5 HV DVD 2012 เทา

TOYOTA CAMRY 2.5 HV DVD 2012 เทา

1. Toyota Camry Hybrid 2.5 HV DVD ปี 2012 เลขไมล์ 135,509 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 479,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2012-D590XO.html

TOYOTA CAMRY 2.5 Hybrid 2013 ขาว

TOYOTA CAMRY 2.5 Hybrid 2013 ขาว

2. Toyota Camry Hybrid 2.5 HV CD ปี 2013 เลขไมล์ 152,020 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 479,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2013-GJ6ML4.html

TOYOTA CAMRY 2.5 HV CD 2015 น้ำตาล

TOYOTA CAMRY 2.5 HV CD 2015 น้ำตาล

3. Toyota Camry Hybrid 2.5 HV CD ปี 2015 เลขไมล์ 141,853 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 615,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2015-EZQL6X.html

TOYOTA CAMRY 2.5 HV DVD NAVI 2015 เทา

TOYOTA CAMRY 2.5 HV DVD NAVI 2015 เทา

4. Toyota Camry Hybrid 2.5 HV DVD Navi ปี 2015 เลขไมล์ 162,596 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 579,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2015-EWN29Q.html

TOYOTA CAMRY 2.5 HV CD 2016 ขาว

TOYOTA CAMRY 2.5 HV CD 2016 ขาว

5. Toyota Camry Hybrid 2.5 HV CD ปี 2016 เลขไมล์ 150,220 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 635,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2016-E71JXM.html

TOYOTA CAMRY 2.5 HV DVD PREMIUM 2016 ขาว

TOYOTA CAMRY 2.5 HV DVD PREMIUM 2016 ขาว

6. Toyota Camry Hybrid 2.5 HV DVD Premium ปี 2016 เลขไมล์ 104,363 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 689,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2016-G03NY7.html

TOYOTA CAMRY 2.5 HV PREMIUM 2017 เทา

TOYOTA CAMRY 2.5 HV PREMIUM 2017 เทา

7. Toyota Camry Hybrid 2.5 HV DVD Premium ปี 2017 เลขไมล์ 185,382 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 729,000 บาท!

(สามารถดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2017-GJ68WY.html

TOYOTA CAMRY 2.0 G 2018 ขาว

TOYOTA CAMRY 2.0 G 2018 ขาว

8. Toyota Camry 2.0 G ปี 2018 เลขไมล์ 26,578 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ราคา 979,000 บาท!

(สามารถฟังเสียงเครื่องยนต์ รวมถึงดูภาพภายนอกรถ-ภายในรถแบบ 360 องศา ได้)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2018-G0VRP9.html

TOYOTA CAMRY 2.5 Hybrid 2018 ขาว

TOYOTA CAMRY 2.5 Hybrid 2018 ขาว

9. Toyota Camry Hybrid 2.5 Hybrid ปี 2018 เลขไมล์ 70,351 กิโลเมตร สภาพเยี่ยม ลดราคา! เหลือ 1,069,000 บาท!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม – https://th.carro.co/cardetail/toyota-camry-2018-GP1VRJ.html

ถ้าใครที่กำลังมองหา Toyota Camry มือสอง (โตโยต้า คัมรี่ มือสอง) แล้วรู้สึกสนใจอยากเป็นเจ้าของขึ้นมา CARRO Automall แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ เราพร้อมตอบโจทย์คุณด้วยคอนเซปต์ “click.buy.drive.” คุณสามารถจองรถได้ในเวลาเพียง 1 นาทีเท่านั้น! พร้อมคำนวณสินเชื่อและค่างวด ได้ภายในเว็บไซต์ทันที!

ซึ่งรถทุกคันผ่านการตรวจสภาพแบบ Double Check มากกว่า 200 จุด และยังมีเทคโนโลยี “360 View & Sound Engine Analysis” ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในการดูรถเสมือนจริง เป็นรายแรกของธุรกิจรถมือสองในประเทศไทย คุณสามารถดูรูปรถ Toyota Camry ทั้งภายนอก ภายใน กันได้แบบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถฟังเสียงเครื่องยนต์จากรถคันที่คุณสนใจได้อีกด้วย!

เพราะเรามั่นใจในคุณของรถยนต์ทุกคัน เราจึงกล้ารับประกันคุณภาพรถนานถึง 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร! อีกทั้งยังการันตีความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 5 วันอีกด้วย! ซื้อรถคุณภาพเยี่ยม ต้องที่ CARRO Automall สิ!

หรือถ้าหากสนใจรถรุ่นไหนอยู่ แต่ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ เรายินดีหาให้! เพียงแค่กรอกเบอร์โทรศัพท์ ชื่อยี่ห้อ / รุ่นรถ ที่คุณต้องการก็ได้เช่นกันครับ อีกทั้งยังสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook -> CARRO Automall Thailand โทร. 02-508-8690 หรือทาง Line @carroautomall ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลรถแนะนำจาก CARRO Automall เป็นข้อมูลรถยนต์ที่มีจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2564 / เลขกิโลเมตร ณ วันตรวจสภาพรถ

Toyota-Car-Nickname

“โดเรม่อน” “สามห่วง” “หน้าหมู” “หน้ายิ้ม” ทำไมรถ Toyota ถึงมีฉายาแบบนี้!

ตลาดรถยนต์มือสองโดยทั่วไปนั้น มักจะมีรถหลากหลายรุ่นที่วนเวียนมาขายกันอยู่มากมาย มีบรรดาคนในวงการเต็นท์รถมือสองตั้งแต่ยุคในอดีต จะให้เรียกชื่อรุ่นรถยาวๆ บางทีก็จำไม่ได้ จึงตั้ง “ฉายา” หรือ “ชื่อเล่น” สั้นๆ เฉพาะรถรุ่นนั้นๆ ขึ้นมา จนกระจายออกไปกลายเป็นชื่อที่ฮิตติดปาก โดยส่วนใหญ่มักจะตั้งฉายารถ จากส่วนต่างๆ ของรถว่าคล้ายกับสิ่งใด ที่บางทีได้ยินแล้วก็ต้องอุทานว่า … “คิดไปได้นะ!”

MR.CARRO ขอนำเสนอฉายารถสุดแปลกแหวกแนว สำหรับตอนที่ 1 ขอเสนอฉายาของรถ “โตโยต้า” (Toyota) ซึ่งได้ชื่อว่า มีฉายารถอยู่มากที่สุดเป็นอันดับแรก และมีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน ให้ทุกท่านได้รับชมครับ

Toyota-Corolla-KE70-JDM

Toyota Corolla รุ่น 2 ประตู ซีดาน … นี่ละครับ ที่ได้ชื่อว่า “กะเทย”

1. Toyota Corolla (KE70) “DX”, “กะเทย” และ “หน้าเท”

สำหรับ Toyota Corolla (KE70) ถือเป็น Toyota Corolla รุ่นสุดท้ายที่ทุกโมเดลออกมาในเวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลัง สำหรับตลาดประเทศไทย เปิดตัวจำหน่ายเมื่อต้นปี 2523 เริ่มแรกเป็นรุ่นไฟกลม 4 ดวง, ไฟเหลี่ยมเล็ก-เหลี่ยมใหญ่ จนถึงโฉมสุดท้ายโฉมหน้าเท

โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร มีให้เลือกทั้งในแบบ 2 ประตูซีดาน, 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูแวน, 4 ประตูแวน (รถนำเข้า) รวมไปถึงรุ่น 1.6 DX Liftback (TE71) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร

ฉายา “DX” นั้นได้มาจากรุ่นถูกสุดของ Corolla โฉมนี้ ใช้ชื่อรุ่นย่อยว่า “DX” (ย่อมาจาก “Deluxe”) รวมไปถึงฉายา “กะเทย” ที่ไว้เรียก Corolla 2 ประตูซีดาน เท่านั้น (ซึ่งมาจากรูปร่างรถ จะเป็นคูเป้ก็ไม่ใช่ ซีดานก็ไม่เชิง)

Toyota-Sprinter-TE71-JDM

และสุดท้ายอย่าง “หน้าเท” คือชุดไฟหน้าและกระจังหน้าในโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งสุดท้าย (ยกหน้าตามาจากรุ่น Sprinter ที่ขายในตลาดญี่ปุ่น)

Toyota-Corolla-AE82-JDM

2. Toyota Corolla (AE80/EE80) “ท้ายตัด”

Corolla เวอร์ชั่นขับหน้ารุ่นแรก เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2527 มีให้เลือกใน 2 รูปแบบ นั่นคือ ซีดาน 4 ประตู, ลิฟท์แบค 5 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “ATOP” 2 แบบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2A และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A พอปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น 1.3 ลิตร ก็ได้จัดแจงเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรหัส 2E แบบ 12 วาล์ว

Toyota-Corolla-AE81-JDM

ฉายา “ท้ายตัด” นั้น ได้มาจากส่วนท้ายรถของรุ่น 4 ประตู ที่สั้นมาก จนดูเหมือนท้ายตัดไปนั่นเอง

Toyota-Corolla-AE90-JDM

3. Toyota Corolla (EE90/AE92) “โดเรมอน”

สำหรับ Corolla รุ่นที่ถือได้ว่า มีอุปกรณ์มาตรฐานมากมายราวกับของวิเศษของ “โดเรมอน” ต่างกับรถในคลาสเดียวกัน จึงเป็นที่มาของฉายานี้ (แต่ชาวต่างประเทศได้ยินแล้ว งงน่าดู) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2530 มาหรือบางคนก็บอกว่ากระจกมองข้างโค้งๆ เหมือนมือของโดเรม่อนพร้อมสโลแกน “เร้าใจทุกเส้นทาง ยุคหน้า TOYOTA” (คล้ายกับของญี่ปุ่น “Fun To Drive”)

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, รหัส 4A-F คาร์บูเรเตอร์คู่ ในรุ่น Sporty รวมไปถึงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร พลังแรงอย่างรหัส 4A-GE 130.5 แรงม้า ที่มาตอนไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น GTi

Toyota-Corolla-AE101-JDM

4. Toyota Corolla (EE100/AE101) “สามห่วง”

Corolla รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ Logo “Toyota” แบบใหม่ที่เป็นสามห่วง หลังจากที่ทางโตโยต้าเริ่มใช้ตั้งแต่ทั่วโลกในปี 1989 (ยกเว้นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในมุมกระจังหน้า ที่ยังคงใช้สัญลักษณ์ของ Corollla ไว้เช่นเดิมแบบในรูป) โดยเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E (และ 4E-FE ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์) และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE

ที่มาของคำว่า “สามห่วง” คือ Logo Toyota แบบใหม่นี่ล่ะครับ

Toyota-Corolla-AE111-JDM

5. Toyota Corolla (AE110/AE111/AE112) “ตองหนึ่ง”, “ตูดเป็ด” และ “Hi-Torq”

Corolla ในยุคที่พัฒนาไปอีกหนึ่งขั้น เปิดตัวในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2539 โดยยกเลิกเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แล้วหันมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5A-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE ยอดฮิตเหมือนเดิม ต่อมาในช่วงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2541 จึงเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร พร้อมคำต่อท้ายว่า “Altis” และชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่ “Hi-Torq” ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 7A-FE

ที่มาของฉายา “ตองหนึ่ง” นั้น มาจากรหัสรุ่นของแบบเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร “AE111” ซึ่งเป็นเลขตองพอดี สามารถจำได้ง่าย และ “ตูดเป็ด” เป็นที่มาของโฉมแรก ที่ชุดฝาประโปรงท้ายมีมุมยกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลาดเอียงลงไป

Toyota-Corolla-Altis-ZZE122

6. Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) “หน้าหมู”

Corolla โฉมนี้ออกแบบใหม่ทั้งหมดและตัวรถที่มีความกลมป่องขึ้นมาก ต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด จัดเต็มทั้งอุปกรณ์มาตรฐานและความปลอดภัย เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 มาพร้อมเครื่องยนต์ตระกูลใหม่ “ZZ-Series” ในรูปแบบ VVT-i ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2ZZ-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE ก่อนจะมีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์และเพิ่มรุ่นพิเศษไปอีกหลายรอบ

“หน้าหมู” ได้ชื่อมาจากกระจังหน้าด้านหน้าของรุ่นนี้ เมื่อดูไกลๆ คล้ายกับจมูกหมูและหน้าหมูมาก จึงเป็นที่มาของฉายานี้

Toyota-Corona-RT100-EU

7. Toyota Corona (RT100/RT104) “หน้าเบนซ์”

Toyota Corona รุ่นยอดฮิตในยุค 70 ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แข็งแกร่ง ในบ้านเรามีประกอบขายเฉพาะรุ่น 4 ประตูซีดาน แต่ก็มีโฉม 2 ประตูฮาร์ดท็อป และ 4 ประตูแวน นำเข้ามาด้วยเช่นกัน มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 12R และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 18R ที่ตามมาในภายหลัง

ที่มาของ “หน้าเบนซ์” มาจากกระจังหน้าในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ดูคล้ายกับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในยุคนั้น

Toyota-Corona-ST140-JDM

8. Toyota Corona (TT140/TT141) “หน้าแหลม”

เป็น Toyota Corona ขับหลังรุ่นสุดท้าย มาพร้อมความหรูหราและเครื่องยนต์แบบเดิมอันทนทาน เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2525 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 3T

ที่มาของชื่อ “หน้าแหลม” นั้น ได้มาจากตรงกันชนหน้าของรุ่น 1.6 และ 1.8 ที่มุมตรงกลางเป็นแหลมยื่นออกมา รับกับกระจังหน้า และเส้นสายบนฝากระโปรงหน้า

Toyota-Corona-ST150-JDM

9. Toyota Corona (ST150/AT151) “ตู้เย็น”

เป็น Toyota Corona ขับหน้ารุ่นแรก ที่มาพร้อมขนาดตัวรถที่เล็กลง ดูกะทัดรัดขึ้น พร้อมนำเสนอตัวถังแบบ 5 ประตูลิฟท์แบคให้เลือก เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2528 ชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่หมด ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A และขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1S

ที่มาของชื่อ “ตู้เย็น” นั้น ได้มาจากกล่อง “Cool Box” บริเวณคอนโซลกลาง ที่มีการต่อท่อแอร์เพิ่มเข้าไป สำหรับไว้เก็บเครื่องดื่ม (พวกน้ำอัดลมกระป๋อง) ได้

Toyota-Corona-ST171-JDM

10. Toyota Corona (AT171) “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม”

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยตั้งแต่ปี 2531 โดยโคโรน่ารุ่นนี้ ถือเป็นรถญี่ปุ่นรุ่นแรกในประเทศไทย (เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร) ที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด EFI (Electronic Fuel Injection) แบบเดียวกับรถยุโรป ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-F คาร์บูเรเตอร์เดี่ยว 113 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE หัวฉีด EFi 128 แรงม้า

ที่มาของชื่อ “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม” นั้น มาจากชุดกระจังหน้า ไฟหน้า และกันชนหน้า โดย “หน้ายักษ์” คือโฉมแรก (แบบในภาพด้านบน) และ “หน้ายิ้ม” คือโฉมไมเนอร์เชนจ์

Toyota-Corona-ST191-JDM

11. Toyota Corona (AT190/AT191) “ท้ายโด่ง”

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2536 โดยช่วงวันแถลงข่าวเปิดตัวนั้น เป็นรถรุ่นแรกที่ลงทุนถ่ายทอดสดออก TV ช่อง 3 ด้วย! มาพร้อมรูปทรงอ้วนกลมน่ารัก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE ก่อนจะปรับโฉมกันอีกครั้ง ในภายหลังเพิ่มรุ่น Exsior ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัย พร้อมกับเปลี่ยนชุดแผงคอนโซลภายในใหม่

ที่มาของคำว่า “ท้ายโด่ง” “ท้ายแยก” มาจากด้านท้ายรถที่มีขนาดใหญ่ และดูยกขึ้นเล็กน้อย รับกับชุดไฟท้ายและแผงทับทิมที่ดูเรียบ ทำให้พ่อค้ารถมือสองขนานนามว่า “ท้ายโด่ง” และในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ย้ายจุดติดตั้งป้ายทะเบียนจากบริเวณกันชนมาอยู่บริเวณฝากระโปรงท้าย ก็ได้ชื่อว่า “ท้ายแยก”

Toyota-Camry-SXV10-AU

12. Toyota Camry (XV10) “ท้ายหงส์”

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2536 โดยเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลีย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE อีกทั้งยังมีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดด้วย แต่ Camry โฉมนี้ อะไหล่ตัวถังจะหายากหน่อย

ที่มาของคำว่า “ท้ายหงส์” มาจากในรุ่นโฉมไมเนอร์เชนจ์ บริเวณแผงทับทิมด้านหลัง จากของเดิมที่มีคำว่า “Camry” แบบเรียบๆ เมื่อไมเนอร์เชนจ์จึงเป็นแบบมีเส้นลดระดับเป็น 2 ชั้น พร้อมไฟถอยหลัง รับกับคำว่า “Camry” ด้านบน บรรดาเจ้าของเต็นท์รถมือสอง ไม่รู้คิดไง เอาไปเทียบกับรูปทรงของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เลยเป็นที่มาของคำนี้ …

Toyota-Camry-SXV20-AU

13. Toyota Camry (XV20) “ไฟท้ายตรง / ไฟท้ายไม้บรรทัด / ไฟท้ายย้อย”

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2541 โดยโฉมแรกยังเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลียเหมือนเดิม โดดเด่นด้วยการเล่นสีตัวรถแบบทูโทน เป็นโฉมเดียวของ Camry ที่ทำสีแบบนี้ ต่อมาเมื่อไมเนอร์เชนจ์ในปี 2542 จึงเริ่มประกอบในประเทศไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE และก็มีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดเหมือนเดิม

Toyota-Camry-SXV20-AU

ที่มาของคำว่า “ไฟท้ายตรง” “ไฟท้ายไม้บรรทัด” และ “ไฟท้ายย้อย” ก็ตรงตัวตามรูปแบบไฟท้ายด้านหลังเลยครับ

Toyota-Crown-MS60-JDM

14. Toyota Crown (S60/S70) “ปลากระโห้”

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) เจนเนอเรชั่นที่ 4 ในประเทศไทยเปิดตัวเมื่อประมาณปี 2515 โดยมีทั้งในรูปแบบ 4 ประตูซีดาน, 4 ประตูแวกอน รวมไปถึงแบบ 2 ประตูฮาร์ดท็อปที่หายากนัก เป็นรถที่หรูหรา แข็งแรงทนทาน เป็นที่นิยมของผู้ใหญ่ ผู้บริหาร และแท็กซี่ที่วิ่งรับ-ส่ง ในต่างจังหวัดอย่างมาก

ที่มาของคำว่า “ปลากระโห้” ก็ตรงหน้าตาที่ดูดุดัน เหมือนรถอเมริกันในยุคนั้นครับ

Toyota-Celica-TA22-JDM

15. Toyota Celica (TA22/TA23/RA23) “หน้าโหนก” หรือ “สาลิกา”

Toyota Celica ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูราคาประหยัด รูปทรงสไตล์ Hardtop แนวอเมริกันแบบย่อส่วน เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยประมาณปี 2514 มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 1.4 ลิตร รหัส T, ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T รวมไปถึงรุ่นพลังแรงอย่างตัว GT ที่ใช้เครื่องยนต์รหัส 2T-G และ Celica รุ่นนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เยอะมาก ทั้งรุ่นธรรมดา และในรุ่น Lift Back (LB)

ที่มาของคำว่า “หน้าโหนก” นั้นมาจากในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ฝากระโปรงหน้ามีโหนก กระจังหน้ารึงผึ้ง หรือ “สาลิกา” ที่แผลงมาจากชื่อรุ่น “Celica” (เซลิก้า) นั่นเอง

Toyota-Celica-ST185-JDM

16. Toyota Celica (ST185) “ปลาคาร์ฟ”

Toyota Celica เจเนอเรชั่นที่ 5 กลับมาพร้อมกับการเปิดเสรีนำเข้ารถยนต์ ช่วงปี 2534 ซึ่งในบ้านเรานั้น Toyota นำเข้าจากออสเตรเลีย แต่ก็มี Grey Market หลายเจ้า นำเข้ารถรุ่นนี้มาจากญี่ปุ่นด้วย โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Pop-Up มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE 135 แรงม้า ด้วยยอดขายที่ไม่มากนัก เพราะนำมาจำหน่ายช่วงปลายอายุของโฉมนี้ในตลาดโลกแล้ว

ที่มาของคำว่า “ปลาคาร์ฟ” (ซึ่งก็ไม่รู้ใครเป็นคนคิด) เข้าใจว่าคงจะเป็นที่รถรุ่นนี้ เคยเป็นรถที่เข้าแข่งในรายการ World Rally Championship (WRC) มาก่อน ตัวรถติดสติ๊กเกอร์ลวดลายเขียวแดง แลดูคล้ายกับปลาคาร์ฟก็เป็นไปได้ …

เอาล่ะครับ สำหรับบทความ “รวมฉายารถ Toyota สุดแปลกแหวกแนว” ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ก่อน สำหรับในตอนต่อไปนั้น จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับฉายารถอะไรบ้าง ติดตามต่อได้ใน CARRO Blog เร็วๆ นี้ครับ

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

แต่ถ้าใครจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ก็เอารถที่ไม่ขับแล้ว มาขายรถที่ CARRO สิ! เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย CARRO Blog)