Memories-Toyota-Corolla-Submodels

รถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะเป็นมุมไหนของโลก ไม่ว่าจะทวีปไหนก็ตาม Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ต้องมีอยู่ที่นั่น! และยังเป็นรถยนต์ ที่สร้างชื่อชั้นให้ Toyota สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของโลก

สำหรับ Toyota Corolla คือรุ่นรถที่ขายดีที่สุดในโลกของโตโยต้า กล่าวคือ โคโรลล่า ก็คือโตโยต้า นับตั้งแต่การเปิดตัวรถโคโรลล่ารุ่นแรกในประเทศญี่ปุ่นในปี 2509 และเป็นรถที่ขายดีที่สุดของโตโยต้า ปัจจุบันขายมาแล้ว 150 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสม 48 ล้านคัน (ยอดถึงในปี 2020)

คำว่า “Corolla” นั้น มีที่มาจากความหมายในภาษาอังกฤษ หมายถึง กลีบชั้นที่อยู่รอบเกสรดอกไม้ ซึ่งในอดีตของ Corolla หลายรุ่นๆ มักจะใช้สัญลักษณ์หน้ารถ (ซึ่งเลียนแบบมาจากตราประจำตระกูล แบบที่นิยมกันในยุโรปในอดีต) เป็นรูปตัว “C” และมีสัญลัษณ์รูปดอกไม้ เหนือคำว่าตัว C อีกที

แต่ในความหมายของ Corolla แล้ว ยังเป็นชื่อที่ทาง Toyota ได้ใช้และจำหน่าย เพื่อรักษาความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ยังได้แตกไลน์ออกไปเป็นรถรุ่นต่างๆ เพิ่มเติมอีกด้วย

เราจะมาทำความรู้จัก กับประวัติคร่าวๆ ของ Toyota Corolla รุ่นย่อยต่างๆ กันอีกครั้งครับ นับตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน Toyota Corolla มีใช้ชื่อรุ่นแยกย่อยหลายรุ่นทีเดียว

Toyota-Corolla-Altis-ZZE122

1. Toyota Corolla Altis (1999 – ปัจจุบัน)

ต้นกำเนิดของ Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) ในชื่อรุ่นแยกย่อย “Altis” นั้น ใช้ในไทยเป็นครั้งแรก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2542 กับโฉมเจเนอเรชั่นที่ 8 AE112 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ หรือ Toyota Hi-Torque GOA จะใช้ในรุ่น 1.6 ลิตร และ Altis จะใช้ในรุ่น 1.8 ลิตร (ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจกันว่าชื่อ Altis นั้น ใช้เป็นครั้งแรกในตัว อัลติสหน้าหมู)

คำว่า Altis มองอีกมุมหนึ่ง เป็นชื่อของศาสนสถานในกรีก ที่ตั้งอยู่ในบริเวณโอลิมเปีย

ในส่วนของ Toyota Corolla Altis ESport นั้น เริ่มใช้ในไทยครั้งแรกเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2557 โดยขอเริ่มจากตัว E นั้นย่อมาจากคำว่า Excellent Extreme Exciting ซึ่งจะใช้ตัวอักษร E เพียงอักษรเดียว เพื่อสื่อสารถึงความยอดเยี่ยม ความเป็นที่สุด และความเร้าใจจากภาพลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ส่วนคำที่สอง มาจากคำว่า Sporty แต่ใช้ย่อว่า Sport เพื่อบ่งบอกถึงสมรรถนะความเร้าใจในการขับขี่ที่น่าหลงไหล

Toyota-Corolla-Levin-TE27

2. Toyota Corolla Levin (1972 – 2000)

Toyota Coroll Levin (โตโยต้า โคโรลล่า เลวิน) คือชื่อรถสปอร์ตตัวถังคูเป้ในตระกูล Corolla ที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปี 1972 ก่อนจะผลิตขายมาหลายโมเดลด้วยกัน รุ่นที่ดังมากคงต้องยกให้โฉมเจเนอเรชั่นที่ 5 ที่ผลิตออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 1983 – 1987 ในรุ่นย่อย AE85 และ AE86

จนกระทั่งรุ่นสุดท้าย เจเนอเรชั่นที่ 8 ที่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 1995 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์กันในปี 1998 ก่อนจะเลิกขายไปในช่วงกลางปี 2000 เนื่องมาจากตลาดรถยนต์ 2 ประตู Coupe เสื่อมความนิยม ไม่คุ้มค่าต่อการผลิตต่อไป

สำหรับ “Levin” เป็นคำที่ใช้ใน Poetic word (บทกวีนิพนธ์) ซึ่งมาจากคำว่า “Lightning” (หรือ ฟ้าแลบ) ซึ่งทาง Toyota ให้ความหมายไว้ประมาณนี้ แต่บางข้อมูลก็บอกว่า เป็นการรวมกันระหว่างคำว่า Corolla + Twincam

Toyota-Corolla-II

3. Toyota Corolla II (1982 – 1999)

Toyota Corolla II (โตโยต้า โคโรลล่า ทู) เป็นการแตกหน่อออกมาจากรถ Sub-Compact ขนาดเล็กรุ่นดังของ Toyota อย่าง Tercel และ Corsa เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 19 พฤษภาคม 1982 กับรูปแบบของรถ 3 ประตู และ 5 ประตู Hatchback เท่านั้น

ผลิตออกจำหน่ายด้วยกันถึง 4 เจเนอเรชั่น ก่อนจะตัดสินใจเลิกผลิตไปเมื่อกลางปี 1999 เพื่อลดความซ้ำซ้อนของรถยนต์ในสายการผลิต

ที่ใช้ชื่อรุ่นว่า Corolla II นี้ ก็เพราะว่า Toyota ตั้งใจจะให้เป็นน้องชายของ Corolla ผู้พี่ โดย Corolla II ได้เริ่มจำหน่ายในเครือข่ายจำหน่าย Corolla แทนที่รุ่น Tercel ที่ถูกย้ายไปจำหน่ายในเครือข่ายของ Vista นั่นเอง

Toyota-Corolla-FX

4. Toyota Corolla FX (1984 – 1995)

Toyota Corolla FX (โตโยต้า โคโรลล่า เอฟเอ็กซ์) เป็นการแตกหน่อออกมาจาก Corolla Toyota กับรูปแบบของรถ 3 ประตู และ 5 ประตู Hatchback เท่านั้น เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 1984

ผลิตออกมาจำหน่ายด้วยกันถึง 3 เจเนอเรชั่น ก่อนจะเลิกผลิตไปราวๆ กลางปี 1995

คำว่า “FX” นั้นแปลงมาจากคำว่า “FF 2-Box” นั้นหมายถึงว่ารถรุ่นนี้ เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และมีรูปทรงรถแบบ 2 Box นั่นเอง ซึ่งเป็นที่นิยมมากในยุโรป จนกระแสนี้มาถึงญี่ปุ่นด้วย

Toyota-Corolla-Ceres

5. Toyota Corolla Ceres (1992 – 1998)

Toyota Corolla Ceres (โตโยต้า โคโรลล่า เซเรส) ถือกำเนิดในช่วงยุคที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังบูม ฟองสบู่ยังไม่แตก ด้วยรูปแบบของรถ Hardtop Compact 4 ประตู ครั้งแรกของตระกูล Corolla ที่นิยมมากในยุค 90 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 18 พฤษภาคม 1992 คู่กันไปกับรถฝาแฝดอย่าง Toyota Sprinter Marino ก่อนจะเลิกผลิตไปในเดือนมิถุนายน 1998

Ceres เป็นชื่อที่มาจาก เทพีเซเรส ตามตำนานเทพปกรณัมโรมัน เป็นเทพีแห่งพืชผลที่กำลังเจริญเติบโต (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าธัญพืช) และความรักของมารดา

Toyota-Corolla-Spacio

6. Toyota Corolla Spacio (1997 – 2007)

Toyota Corolla Spacio (โตโยต้า โคโรลล่า สปาซิโอ) เป็นครั้งแรกของตระกูล Corolla กับรถในรูปแบบ Minivan MPV ที่กำลังบูมในช่วงปลายยุค 90 บนพื้นฐานเดียวกันกับ Toyota Corolla Sedan แต่มีที่นั่งด้วยกัน 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ส่วนในเวอร์ชั่นยุโรป ถูกแยกออกไปใช้ในชื่อว่า “Corolla Verso”

ผลิตออกมาจำหน่ายด้วยกันเพียง 2 เจเนอเรชั่นเท่านั้น ก่อนจะเลิกผลิตไปในช่วงเดือนมิถุนายน 2007

สำหรับ Spacio เป็นคำที่แผลงมาจากภาษาอิตาลี “Spazio” ที่หมายความว่า “ห้อง” หรือ “พื้นที่” (Space ในภาษาอังกฤษ)

Toyota-Corolla-Fielder-JDM

7. Toyota Corolla Fielder (2000 – 2018)

Toyota Corolla Fielder (โตโยต้า โคโรลล่า ฟีลด์เดอร์) เป็นรุ่นย่อยของ Corolla ในตระกูล Corolla Van และ Wagon ที่ใช้กันมา นับตั้งแต่เปิดตัวเจเนอเรชั่นแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2000 เป็นรถแวกอนที่มีพื้นฐานเดียวกับในรุ่น Sedan ผลิตขายกันมา 3 เจเนอเรชั่น ก่อนจะยุติบทบาทชื่อนี้ไปในช่วงปี 2018

และในส่วนของ Corolla Van รุ่นดั้งเดิม ก็ถูกจับแยกออกไปทำตลาดเป็นรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะเลยในชื่อ Probox

คำว่า “Fielder” ในภาษาอังกฤษ มีได้หลายความหมาย เช่น คนรับลูกในกีฬาเบสบอลและคริกเก็ต แต่ในความหมายที่ Toyota ให้ไว้นั้น หมายถึง การทัศนศึกษา หรือมีกิจกรรมสันทนาการกลางแจ้งอื่นๆ

Toyota-Corolla-Runx-JDM

8. Toyota Corolla Runx (2001 – 2006)

Toyota Corolla Runx (โตโยต้า โคโรลล่า รังซ์) เป็น Corolla เวอร์ชั่น Hatchback ที่กลับมาเปิดตลาดในญี่ปุ่นอีกครั้ง กับเจเนอเรชั่นที่ 9 เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2001 แต่รุ่นนี้จะเน้นการทำตลาดในยุโรปมากกว่า ด้วยรูปแบบ 3 ประตู Hatchback (เวอร์ชั่นยุโรป) และแบบ 5 ประตู Hatchback

พร้อมกับใช้ชื่อนี้ ขายกันมาจนถึงประมาณเดือนตุลาคม 2006 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อรุ่นไปเป็น “Auris” แทน …

สำหรับชื่อรุ่น “Runx” เป็นการรวมเอาคำว่า Run และเพิ่มคำว่า “X” เข้าไป

Toyota-Corolla-Rumion

9. Toyota Corolla Rumion (2007 – 2015)

Toyota Corolla Rumion (โตโยต้า โคโรลล่า รูเมี่ยน) เปิดตัวออกมาขายด้วยชื่อนี้ เพียงแค่โฉมเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นการสานต่อมาจากรุ่น Spacio กับรถในรูปแบบ Tall Wagon Compact ซึ่งเป็นรถรุ่นเดียวกับ Scion xB ที่ Toyota ผลิตจำหน่ายใน USA และ Toyota Rukus ในออสเตรเลีย

โดยรุ่นนี้ใช้พื้นฐานร่วมกันกับรุ่น Auris และ Blade มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร และ 1.8 ลิตร

ชื่อรุ่นย่อยนี้ เป็นการรวมกันระหว่างคำว่า “Roomy” และ “Unique” ด้วยห้องโดยสารที่ให้การใช้งานแบบอเนกประสงค์ ไม่เหมือนใคร

Toyota-Corolla-Axio

10. Toyota Corolla Axio (2006 – 2019)

Toyota Corolla Axio (โตโยต้า โคโรลล่า แอกซิโอ้) เป็นการแยกกัน Corolla เวอร์ชั่นญี่ปุ่น กับ Corolla เวอร์ชั่นรุกตลาดโลก เอาใจตลาดบ้านเกิดตัวเองมากขึ้น เน้นใช้งานง่าย ดีไซน์ดูสุขุม และราคาถูก ซึ่งถูกใจผู้ใช้รถชาวญี่ปุ่นมากกว่า

เริ่มด้วยการเปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 10 ตุลาคม 2006 ในรุ่น 4 ประตู Sedan ผลิตออกมาด้วยชื่อต่อท้ายนี้เพียงแค่ 2 เจเนอเรชั่น ก่อนจะหวนกลับไปใช้ชื่อ Corolla เพียวๆ แบบเดิมอีกครั้ง …

สำหรับชื่อของ Axio นั้นมาจากในภาษากรีก “Axia” ที่หมายถึง “คุณค่า” และ “คุณภาพ”

Toyota-Corolla-Cross-2020

11. Toyota Corolla Cross (2020 – ปัจจุบัน)

Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) ใหม่ นับเป็นรถอเนกประสงค์ SUV เปิดตัวครั้งแรกของโลกในไทยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ทั้วในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร และเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร ที่มาพร้อมสโลแกน A New Journey…ให้ชีวิตเดินทาง กับเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นตอบโจทย์การใช้ชีวิตเพื่อที่สุดของความสะดวกสบาย

แนวคิดของรถคันนี้คือ “การนำ DNA ของรถยนต์โคโรลล่า มาพัฒนาให้เกิดเป็นรถยนต์อเนกประสงค์” รวมทั้งความหรูหรา พร้อมประโยชน์ใช้สอยที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า “ความแข็งแกร่งสำหรับชีวิตในเมือง” (Urban Toughness)

คำว่า Cross มีความหมายได้หลายความหมาย เช่น ข้าม, กากบาท หรือไม้กางเขน หรือจะเป็นคำย่อมาจากคำว่า Crossover และยังหมายถึงคำว่า โกรธ ได้อีกด้วย เป็นต้น

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ Toyota Corolla รุ่นใดรุ่นหนึ่ง ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อ Toyota Corolla รุ่นเหล่านี้มาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

All-New-Toyota-Corolla-Cross-2020

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) ใหม่ A New Journey…ให้ชีวิตเดินทาง พร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นตอบโจทย์การใช้ชีวิตเพื่อที่สุดของความสะดวกสบาย

ด้วยภายนอกดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และแข็งแกร่ง ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย” (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง” (Dignity Urban Vogue)

All-New-Corolla-Cross-2020

และรุ่นนี้ยังมีการส่งออกไปต่างประเทศอีกด้วย โดย Toyota Corolla Cross จะถูกส่งออกจากโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นรถรุ่นที่สร้างขึ้นโดยฝีมือคนไทย และส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลก ภายใต้ฝีมือการผลิตของคนไทย

อีกทั้งยังมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) โดยใช้แพลตฟอร์มของโคโรลล่า ซีดาน ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

All-New-Corolla-Cross-2020

ด้าน มร.ไดโซะ คาเมะยามา หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงแนวคิดของรถคันนี้คือ “การนำ DNA ของรถยนต์โคโรลล่า มาพัฒนาให้เกิดเป็นรถยนต์อเนกประสงค์”

ทั้งนี้ Corolla คือรุ่นรถที่ขายดีที่สุดในโลกของโตโยต้า กล่าวคือ Corolla ก็คือ Toyota นับตั้งแต่การเปิดตัวรถโคโรลล่ารุ่นแรกในประเทศญี่ปุ่นในปี 2509 และเป็นรถที่ขายดีที่สุดของโตโยต้า ปัจจุบันขายมาแล้ว 150 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสม 48 ล้านคัน

All-New-Corolla-Cross-2020

แต่คุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของ โคโรลล่า ครอส คือ ความหรูหรา พร้อมประโยชน์ใช้สอยที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า “ความแข็งแกร่งสำหรับชีวิตในเมือง” (Urban Toughness) ซึ่งเห็นได้ชัดจากดีไซน์ และการออกแบบฐานล้อที่กว้าง

All-New Toyota Corolla Cross…A NEW JOURNEY มี 5 จุดขายหลักๆ ที่นับได้ว่าเป็นจุดเด่น ได้แก่

All-New-Corolla-Cross-2020

1. ด้านการออกแบบ

  • A New Outstanding Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…โดดเด่นด้วยดีไซน์เหนือระดับ

ตัวรถภายนอกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว หรูหราแข็งแกร่ง มาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า ราวหลังคา ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

มิติตัวรถยาว 4,460 มม. กว้าง 1,825 มม. สูง 1,620 มม. ระยะฐานล้อ 2,640 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 161 มม. รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร

  • A New Satisfying Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…พื้นที่ที่ตอบทุกความต้องการ

ภายในใช้โทนสีแดงใหม่ Terra Rossa จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว

All-New-Corolla-Cross-2020

2. สมรรถนะการขับขี่

  • A New Energetic Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…ขีดสุดแห่งพลังขับเคลื่อน

เครื่องยนต์ เริ่มต้นด้วยรุ่นเบนซินรหัส 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตัน-เมตร (18.05 กก.-ม.) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด CVT-i พร้อม Sequential Shift และ Shift Lock ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 150 กรัม/กม.

ส่วนรุ่น Hybrid มากับชุดระบบไฮบริดเจเนอเรชั่น 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัส แม่เหล็กถาวร 53 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่แพคชนิด Ni-MH (นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์) แบบใหม่ ให้กำลังรวมทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock และเลือกโหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง EV, Sport และ Eco

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 98 กรัม/กม.

All-New-Corolla-Cross-2020

  • A New Confident Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…ควบคุมได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง

ด้วยแพลตฟอร์ม TNGA มาใช้ควบคู่กับช่วงล่างแบบคานแข็งที่ได้รับการพัฒนาใหม่ เพื่อปรับช่วงล่างให้มีประสิทธิภาพการเกาะถนนที่ดี แต่ยังนุ่มนวลสะดวกสบายในทุกระดับ เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวทั้งการขับขี่ทางตรงและในขณะเข้าโค้ง ทำให้การขับขี่ปราดเปรียว มั่นใจ ทัศนวิสัยดีขึ้น

All-New-Corolla-Cross-2020

3. ด้านความสะดวกสบาย

  • A New Convenient Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…ความสะดวกสบายทุกเส้นทาง

เน้นประโยชน์ใช้สอยที่โดดเด่นด้วยพื้นที่จุสัมภาระได้มากถึง 487 ลิตร นอกจากนี้ ในส่วนของห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยประตูด้านหลังขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถขึ้นและลงจากรถได้อย่างสะดวกสบาย และยังมีการออกแบบที่ว่างเหนือศีรษะให้สูงพอดี มีความโปร่ง สบาย ไม่อึดอัด

มาพร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated เพิ่มความสะดวกสบายในการเก็บสัมภาระ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone พนักพิงด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พนักวางแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ ช่องระบายอากาศและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

All-New-Corolla-Cross-2020

4. ด้านความปลอดภัย

  • A New Protected Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…มาตรฐานความปลอดภัย

มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) อาทิ

  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)
  • ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติพร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist)
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams)
    รวมทั้ง …
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic View Monitor)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert)
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS 7 ตำแหน่ง (Air Bags)

All-New-Corolla-Cross-2020

5. ด้านการเชื่อมต่อ

  • A New Connected Journey – ให้ชีวิตเดินทาง…เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ด้วยความเชื่อมั่น ปลอดภัย ไร้กังวล

สะดวกสบายไปกับหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ T-Connect ที่มาพร้อมคุณสมบัติ 3 อย่างหลักๆ ได้แก่

1. Always located and protect : บริการ Find My Car, ระบบติดตามการโจรกรรม TheftTrack, ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS และ ระบบกำหนดขอบเขตปลอดภัย หรือ Geo-fencing

2. Telematics CARE : บริการแจ้งเตือนการบำรุงรักษา Maintenance Reminder รวมถึงการนัดหมายออนไลน์, บริการข้อมูลรถและการขับ Vehicle Information, ประกันภัย “ขับดีลดให้” Toyota Care PHYD (Pay How You Drive) ส่วนลดจากการวิเคราะห์ข้อมูลการขับ… หากขับดี ขับปลอดภัย จะมีส่วนลดค่าเบี้ยประกันต่ออายุ ต่อแรก ส่วนลดประวัติดีในปีที่ 2 : 20% พร้อมลดเพิ่มอีกสูงสุด 25%

3. Happiness Mobility : บริการผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Services

เพื่อตอบสนอง A New Journey ของทุกคนที่แตกต่างกัน นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว เรายังมีรุ่นตกแต่ง ณ จุดขาย ที่จะมาเพิ่มความสุขและความสนุกให้มากขึ้น

  • Urban sport style เพิ่มความสปอร์ต ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง
  • Adventure style เพิ่มดีไซน์ให้ดุดัน พร้อมลุยได้ทุกที่ ตอบโจทย์คนที่ชอบการเดินทาง ท่องเที่ยว ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง

โดยลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบที่ชอบ โดยจ่ายเพิ่มไม่เกิน 500 บาท ต่อเดือนในยอดการผ่อนชำระรายเดือนเท่านั้น (คำนวณจากการเช่าซื้อนาน 60 เดือน) ซึ่งลูกค้าสามารถติดต่อผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

All-New-Corolla-Cross-2020

ราคาของ Toyota Corolla Cross ใหม่

ราคารุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ

  • รุ่น 1.8 Sport ราคา 989,000 บาท**

ราคาพิเศษ 959,000 บาท (ณ วันเปิดตัว – 30 กันยายน 2563 มีจำนวนจำกัด)

ราคารุ่น Hybrid

  • รุ่น Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท**
  • รุ่น Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท**
  • รุ่น Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท**

All-New Toyota Corolla Cross มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบด้วย

– Metal Stream Metallic – Red  Mica Metallic
– Attitude Black Mica – Celestite Gray Metallic
– Platinum White Pearl* – Nebula Blue
– Graphite Metallic

*สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท
**ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม

สีภายใน 2 สี

  • Terra Rossa (เฉพาะรุ่น Hybrid Premium Safety, Hybrid Premium ที่มีสีภายนอก Attitude Black Mica / Celestite Gray Metallic / Platinum White Pearl)
  • Black

พิเศษสำหรับลูกค้าซื้อ All-New Corolla Cross วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563

  • เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.85% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care
  • ขยายระยะเวลารับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็กระยะจนถึง 100,000 กม. มูลค่ากว่า 34,000 บาท
  • Toyota Privilege More ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะลูกค้าโตโยต้า

ส่วนใครที่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ Toyota Corolla Cross 2020 สักคัน ก็ลองขายรถคันเดิมแล้วเอาเงินไปซื้อ Toyota Corolla Cross มาใช้ดู เพียงลงขายรถคันเดิมง่ายๆ ได้ที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express ให้ราคาดี รับเงินไว ปิดการขายได้ใน 24 ชั่วโมง หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Toyota-TRD-2000

ย้อนกลับไปในยุค 90 ช่วงนั้นรถแต่งรถแรง ยังไม่ได้เป็นที่นิยมเป็นวงกว้าง ถึงขั้นที่ว่าค่ายรถต่างๆ ต้องผลิตออกมาเอาใจตลาดแบบในปัจจุบัน แต่ก็จะมีคนเฉพาะกลุ่ม (เอาจริงๆ ก็กลุ่มใหญ่พอสมควรเลยล่ะ) ที่นิยมเล่นรถแต่งซิ่งในแนวนี้อยู่ในเวลานั้น จึงเป็นโอกาสทอง ของบรรดาสำนักแต่งต่างๆ ได้แสดงโชว์ฝีมือ และออก “ของแรง” มาให้ได้ซื้อหากัน ในจำนวนจำกัด และราคาสูงมากก็ตาม

ด้านสำนักแต่งที่คู่บุญของ Toyota มานาน อย่าง “TRD” (Toyota Racing Development) ก็ได้ทำการโมดิฟายรถในเครือของ Toyota มาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในยุค 90 ชื่อชั้นของ TRD อาจไม่คุ้นหูของคนทั่วไปในไทยนัก

แต่สำหรับคนรักรถโตโยต้าแล้ว ชื่อนี้มีของดีออกมาเยอะ! นับตั้งแต่น้องเล็ก TRD 2000, TRD 2000GT เอาเจ้า MR2 มาแต่ง ไปจนถึงสปอร์ตรุ่นใหญ่ TRD 3000GT ที่จับเจ้า Supra มาแต่งให้แรง

MR.CARRO จะขอนำเสนอ TRD 2000 ในมุมของ User Voice ครับ

TRD-2000-Catalogue

ในปี 1994 ช่วงที่รายการแข่งขันรถยนต์ JTCC (All Japan Touring Car Championship) กำลังฮิตในประเทศญี่ปุ่น Toyota ได้ส่ง Corolla ลงเข้าแข่งขัน ผนวกกับเศรษฐกิจญี่ปุ่น ที่กำลังบูม (ก่อนฟองสบู่แตก) ในขณะนั้น

Toyota-TRD-2000

ทางสำนักแต่ง TRD (Toyota Racing Development) และ Toyota Techno Craft Co., Ltd จึงนำ Toyota Corolla เจเนอเรชั่นที่ 7 หรือ “สามห่วง” ที่รู้จักกันดีในบ้านเรา รุ่นย่อย GT (รหัสรุ่น E-AE101-AEMVF) มาแต่งพิเศษในชื่อ “TRD 2000” เมื่อเดือนตุลาคม 1994 ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 99 คัน

Toyota-TRD-2000

สำหรับรถคันที่เรานำเสนออยู่นี้ ได้ถูกเจ้าของรถตกแต่งให้แตกต่างไปจาก TRD 2000 เดิมเล็กน้อย เริ่มต้นตั้งแต่การเปลี่ยนไฟหน้าเป็นแบบเดียวกับ Corolla Wagon (หรือแบบของ Depo ที่ขายในบ้านเรานั่นล่ะ) เลนส์ไฟเลี้ยวแบบใส กระจังหน้านำของ Corolla FX มาใส่ ส่วนล้อนั้นใช้ของ Enkei NT03 และยางขนาด 205/40R17 ของ Dunlop

Toyota-TRD-2000

เครื่องตัวเดียวกับ Celica!

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-GE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับที่ใช้ในการแข่งขัน JTCC ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.5 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด บนน้ำหนักตัวรถ 1,140 กิโลกรัม

Toyota-TRD-2000

ของแท้ ต้องมีแผ่นเพลท หน้าตาแบบนี้ จาก Toyota Techno Craft

ซึ่งเจ้าเครื่องยนต์ 3S-GE ที่อยู่ใน TRD 2000 นี้ มีแรงม้าที่มากกว่าเครื่องยนต์ 4A-GE ที่อยู่ใน Corolla GT ถึง 20 แรงม้า และแรงบิดที่มากกว่า 3.0 กก.-ม.

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ตามมาตรฐานโหมด 10-15) อยู่ที่ 11.2 กม./ลิตร

Toyota-TRD-2000

สำหรับชุดยางแท่นเครื่องของ TRD ได้ปรับปรุงใหม่ ให้รองรับแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ได้มากขึ้น

Toyota-TRD-2000

ภายใน ได้อารมณ์สปอร์ตกำลังดี

TRD 2000 มาพร้อมชุดแต่งครบครัน อาทิ คอยล์สปริง TRD, หัวเกียร์ TRD แบบ Quick Shift, ท่อไอเสียคู่ TRD แบบสแตนเลส, โช๊คอัพ TRD, ผ้าเบรก TRD, เหล็กค้ำโช๊คหน้า TRD, ชุดเกียร์ Manual Transaxle แบบ S54 แบบเดียวกับใน Toyota Celica (ST202), สติ้กเกอร์ด้านข้าง และชื่อรุ่นด้านหลัง

ส่วนคันที่เรานำเสนอนี้ ภายในใช้พวงมาลัย 4 ก้านของ MOMO และเบาะนั่งของ Recaro ซึ่งเจ้าของได้ตกแต่งเองเพิ่มเติม

Toyota-TRD-2000

ชุดมาตรวัดจากรุ่นธรรมดา จนดูไม่ว่านี่เครื่องแรง!

ในส่วนของ Option สามารถสั่งเพิ่มเติมได้ อาทิ ชุดคลัทช์ TRD, เฟืองท้าย TRD แบบ LSD, เหล็กกันโคลง TRD, เบาะนั่ง Konig Prinz P200, พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ 3 ก้าน TRD และล้อแม็ก TRD Type-FT (15X6.5JJ-38) พร้อมยาง Yokohama Grand Prix M5 ขนาด 195/55R15

Toyota-TRD-2000

ราคาตัวรถ 1,726,000 เยน ราคารวมชุดแต่งทั้งหมด 3,350,000 เยน

แต่ความพิเศษของรถรุ่นนี้ ตอนขายก็พิเศษไปด้วยเช่นกัน เพราะขายได้แค่ใน 1 จังหวัด และ 3 จังหวัด ที่ต้องแสดงการมีสถานที่จอดรถเป็นของตนเอง (ถึงจะซื้อได้) อีกทั้งยังไม่ขายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี

แต่ด้วยราคาจำหน่ายที่สูงมาก ทำให้รถรุ่นนี้ ขายไปได้แค่ 10 คันเท่านั้น!

Toyota-TRD-2000

ท่อไอเสียคู่ ติดตั้งมาให้พร้อม

แม้ว่าภายนอกจะดูธรรมดาสามัญ แต่ถ้าเป็นคนเล่นรถ จะรู้เลยว่ารุ่นนี้น่ะ ไม่ธรรมดา!

หากใครสนใจที่จะขายรถคันเก่า อยากขายรถ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express

นอกจากจะสามารถกรอกแบบฟอร์มตามข้างต้นแล้ว ยังสามารถติดต่อกับ CARRO ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

อีกทั้งยังสามารถ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

เนื้อเรื่อง / ภาพ โดย Kentaro HIROSHIMA

แหล่งที่มาจาก:

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัว Toyota Corolla Altis (โคโรลล่า อัลติส) ใหม่ ที่เร้าใจ ด้วยดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่นเหนือใคร เส้นสายหนักแน่นเด่นชัดรอบคัน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง ภายในกว้างขวาง ทันสมัย ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการตกแต่ง ให้ความรู้สึกเรียบหรู อีกทั้งยังออกแบบ โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบครัน

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

ด้านสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นเกินใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ให้ความสนุกสนานในการขับขี่อย่างเต็มที่ (Fun-to-drive) สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

มั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่ ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้ารุ่นล่าสุด (Toyota Safety Sense) และยิ่งไปกว่านั้นถือเป็นครั้งแรกของโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ที่มาพร้อมระบบไฮบริดรุ่นล่าสุด ในเจเนอเรชั่นที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพในอัตราการเร่งที่ดีขึ้น และสามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุด

“Corolla (โคโรลล่า)” ได้สร้างตำนานในฐานะรถยนต์โตโยต้ามาแล้วมากกว่า 50 ปี นับตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นล่าสุด เรายังคงรักษาไว้ซึ่งพื้นฐานอันสำคัญทางด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ โดยโคโรลล่ารุ่นแรก เริ่มผลิตในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2509 และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศญี่ปุ่น

จึงทำให้กลายเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดภายใน 3 ปี และได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมียอดขายสะสมมากกว่า 47 ล้านคันทั่วโลก ซึ่งรถยนต์โคโรลล่าหนึ่งคัน จะถูกขายทุกๆ 15 วินาที ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดสำหรับโตโยต้าทั่วโลก

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

ในประเทศไทย โคโรลล่า เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2509 ด้วยเช่นกัน จากผลตอบรับอย่างท่วมท้นของลูกค้าชาวไทย ในช่วงกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โคโรลล่า ครองความนิยมในฐานะรถยนต์นั่งที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยยอดขายสะสมกว่า 800,000 คัน ได้รับความนิยมมากที่สุดรุ่นหนึ่งในประเทศไทย

โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ในรุ่นที่ 12 ซึ่งรถรุ่นนี้ จะเปลี่ยนความคิดของทุกท่าน ที่มีต่อโคโรลล่าอย่างสิ้นเชิง

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

และในโคโรลล่า อัลติส รุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งมีประหยัดน้ำมันสูงสุด ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 23 กม./ลิตร โดยมีให้เลือกถึง 3 รุ่น และรถรุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดแบบเต็มรูปแบบคันแรกในตลาดนี้ สำหรับประเทศไทย และเมื่อไม่นานมานี้ เราเพิ่งฉลองความสำเร็จ 10 ปีของรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดในประเทศไทย พร้อมกับการเปิดตัวโครงการการบริหารจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดใช้แล้วแบบครบวงจร ความรับผิดชอบของเราในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด รวมไปถึงการเดินทางสาธารณะอีกด้วย

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวรุ่นสปอร์ตใหม่ “Corolla Altis GR-Sport” ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “Gazoo Racing Sport” โดยรุ่น GR-Sport มาพร้อมแพ็คเกจพิเศษ ซึ่งจะเพิ่มแอโรไดนามิก และมอบความตื่นเต้นเร้าใจในการขับขี่สูงสุด

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้มี 5 จุดขายหลัก ได้แก่

1. ด้านการออกแบบ – ภายนอกได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Shooting Robust” กับเส้นสาย ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ให้ความหนักแน่น ภายในได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Clean & Wide” ตัวรถกว้างขวาง คำนึงถึงการใช้งานจริง เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย

2. ด้านประสิทธิภาพของการขับขี่ – สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถโดยรวมลดลง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวทั้งการขับขี่ทางตรงและในขณะเข้าโค้ง ช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Strut และช่วงล่างด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่ Double Wishbone เพิ่มความนุ่มนวลในขณะโดยสารและเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงการเพิ่มวัสดุดูดซับเสียงและ การสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

3. ระบบ ไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4 – ครั้งแรกกับ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ รถยนต์รุ่นเดียวในตลาด C-Segment ที่ใส่ระบบ Full hybrid system ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกในการขับขี่ และตอบสนองต่อการเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

สำหรับรุ่น 1.6G
– เครื่องยนต์ 1ZR-FBE ขนาด 1.6 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift

สำหรับรุ่น GR SPORT
– เครื่องยนต์ 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

สำหรับรุ่นไฮบริด
– เครื่องยนต์ 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า และเกียร์ E-CVT ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชันที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น

นอกเหนือจากเครื่องยนต์ไฮบริด โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรและ 1.6 ลิตร เบนซิน เพื่อตอบสนองต่อทุกความต้องการในทุกกลุ่มลูกค้า โดยมีการปรับจูนเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ให้มีอัตราเร่งตอบสนองที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานทั่วไป

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

4. ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า

  1. ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Active Safety) ได้เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor) และระบบช่วยเตือนในขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) อีกทั้งยังคงมีระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill Start Assist Control) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น
  2. ระบบความปลอดภัยหลังการชน (Passive Safety) โดยตัวรถเสริมโครงสร้างด้านหน้า เพื่อช่วยถ่ายเทแรงกรณีที่เกิดการปะทะ และโครงสร้างด้านข้างแบบวงแหวน ช่วยลดการยุบตัวจากการชน รวมทั้งมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  3. Toyota Safety Sense ใหม่ล่าสุด มีระบบการทำงานเพิ่มเติม คือ Dynamic Radar Cruise Control แบบ Full-Speed range ซึ่งสามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์ คันหน้าและระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เอง แม้ในขณะเข้าโค้ง เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

5. ระบบการเชื่อมต่อ – สะดวกสบายไปกับ Apple CarPlay และ T-Connect Telematics เพื่อช่วยให้ไม่พลาดในทุกการเชื่อมต่อ ทุกที่ และทุกเวลา

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ก็คือ กลุ่มคนวัยทำงานที่มองหารถยนต์ที่มีดีไซน์เรียบหรู มีระดับ และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมฟังก์ชันครบครัน ทดแทนกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เพื่อตอบรับการใช้งานได้เป็นอย่างดี

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

โดยแนวทางการสื่อสารของ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ใช้สโลแกน All New Corolla Altis, “Make A New High” “ข้ามสู่ขีดสุดที่เหนือกว่า”

พร้อมทั้งแนะนำพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ณเดชน์ คูกิมิยะ นักแสดงยอดนิยม ที่สะท้อนภาพลักษณ์ ที่บ่งบอกถึงความหรูหรา มีระดับ ของโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และหลังจากนี้เราจะจัดกิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ ในวันที่ 13-15 กันยายนนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองขับ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ

นอกจากนั้น ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,500 บาท ต่อเดือน

All-New-Toyota-Corolla-Altis-2019

และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มีแพ็คเกจการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพและฟรีค่าแรงเช็คระยะ อีกทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด มีแพ็คเกจการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่ ระบบไฮบริด และการรับประกันราคาขายต่อที่โตโยต้า ชัวร์ เช่นเดียวกับ C-HR และ Camry Hybrid โดยได้วางเป้าหมายการขาย ไว้ที่ 2,300 คัน ต่อเดือน

โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มีให้เลือก 6 รุ่น และ 7 สี

– White Pearl* – Phantom Brown
– Super White II – Attitude Black Mica
– Silver Metallic – Red Mica Metallic
สีใหม่ 1 สี
– Celestite Gray

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด

– Hybrid Entry เกียร์อัตโนมัติ ราคา 939,000 บาท***
– Hybrid Mid เกียร์อัตโนมัติ ราคา 989,000 บาท***
– Hybrid High เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,099,000 บาท***

(*สำหรับสีพิเศษ White Pearl มีเฉพาะรุ่น Hybrid และเครื่องยนต์ 1.8 GR-Sport เพิ่ม 10,000 บาท)

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

– Limo เกียร์อัตโนมัติ ราคา 829,000 บาท***
– 1.6G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 869,000 บาท***
– 1.8 GR-Sport** เกียร์อัตโนมัติ ราคา 999,000 บาท***
(**มี 3 สี White Pearl, Red Mica Metallic, Attitude Black Mica)

***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า All-New Corolla Altis ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,500 บาท ต่อเดือน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% นาน 48 เดือน

ถ้าคุณอยากซื้อ All-New Corolla Altis ใหม่ สามารถขายรถคันเก่ากับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Toyota-Corolla-Car-Nickname

คิดได้ไง! “หน้ายก” “กะเทย” “ท้ายตัด” “สามห่วง” ใครเป็นคนคิดฉายาให้ Toyota Corolla!

จากเมื่อเดือนที่แล้ว หากใครที่ติดตามเพจ CARRO Blog ก็จะพบว่าเราได้ทำบทความเกี่ยวกับ “รวมฉายารถ Honda Civic สุดแปลกแหวกแนว” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเลยทีเดียว ในเดือนนี้เพื่อต่อยอดความรู้ ความสนใจ ให้กับผู้ที่นิยมชมชอบในรถมือสองเพิ่มเติม เราจึงขอนำเสนอ “รวมฉายารถ Toyota Corolla ที่คุณต้องตะลึง!” ต้อนรับหน้าร้อนนี้

สำหรับฉายาของรถ “Toyota Corolla” (โตโยต้า โคโรลล่า) นั้น ก็นับได้ว่าเป็นรุ่นรถที่มีฉายามากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น และมีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน เอาละ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ไปอ่านกันได้เลย …

Toyota-Corolla-KE30

Toyota Corolla (KE30) “หน้ายก”, “บิ๊กบั้มเปอร์” และ “กันชนยักษ์”

สำหรับ Toyota Corolla (KE30) จัดเป็น Toyota Corolla เจเนอเรชั่นที่ 3 ที่ประกอบขายในไทย เปิดตัวจำหน่ายประมาณปี 2518 ยาวนานจนถึงปี 2522 มีให้เลือกทั้งแบบ 2 ประตูซีดาน, 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูแวน, 4 ประตูแวน (รถนำเข้า หายากหน่อย) และรุ่น 2 ประตู Hardtop … สำหรับเครื่องยนต์ ยังคงใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ในรหัส 3K

ฉายา “หน้ายก” นั้นได้มาจากในตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ชุดกระจังหน้า จะประดับด้วยขอบโครเมียมและยกตัวขึ้นมารับกับฝากระโปรงหน้านิดๆ และโฉมสุดท้ายอย่าง “บิ๊กบั้มเปอร์” (กันชนยักษ์) มาพร้อมกันชนหน้า-หลัง ขนาดใหญ่ พร้อมเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในรุ่น Top

Toyota-Corolla-KE70

Toyota Corolla (KE70/TE71) “DX”, “กะเทย” และ “หน้าเท”

สำหรับ Toyota Corolla (KE70) จัดเป็น Toyota Corolla รุ่นสุดท้ายที่ทุกโมเดลออกมาในแบบขับเคลื่อนล้อหลัง ในไทยเปิดตัวจำหน่ายเมื่อต้นปี 2523 เริ่มแรกเป็นรุ่นไฟกลม 4 ดวง, ไฟเหลี่ยมเล็ก-เหลี่ยมใหญ่ จนถึงโฉมสุดท้ายโฉมหน้าเท โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 4K มีให้เลือกทั้งในแบบ 2 ประตูซีดาน, 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูแวน, 4 ประตูแวน (รถนำเข้า) รวมไปถึงรุ่น 1.6 DX Liftback (TE71) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T

ฉายา “DX” นั้นได้มาจากรุ่นถูกสุดของ Corolla โฉมนี้ ใช้ชื่อรุ่นย่อยว่า “DX” (ย่อมาจาก “Deluxe”) รวมไปถึงฉายา “กะเทย” ที่ไว้เรียก Corolla 2 ประตูซีดาน เท่านั้น (ซึ่งมาจากรูปร่างรถ จะเป็นคูเป้ก็ไม่ใช่ ซีดานก็ไม่เชิง) และสุดท้ายอย่าง “หน้าเท” คือชุดไฟหน้าและกระจังหน้าในโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งสุดท้าย (ยกหน้าตามาจากรุ่น Sprinter ที่ขายในตลาดญี่ปุ่น)

Toyota-Corolla-AE80

Toyota Corolla (AE80/EE80/AE82) “ท้ายตัด”

Toyota Corolla เวอร์ชั่นขับหน้ารุ่นแรก เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2527 มีให้เลือกใน 2 รูปแบบ นั่นคือ ซีดาน 4 ประตู, ลิฟท์แบค 5 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “ATOP” 2 แบบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2A และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A พอปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น 1.3 ลิตร ก็ได้จัดแจงเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรหัส 2E แบบ 12 วาล์ว

ฉายา “ท้ายตัด” นั้น ได้มาจากส่วนท้ายรถของรุ่น 4 ประตู ที่สั้นมาก จนดูเหมือนท้ายตัดไปนั่นเอง

Toyota-Corolla-AE92

Toyota Corolla (EE90/AE92) “โดเรมอน”

สำหรับ Corolla รุ่นที่ถือได้ว่า มีอุปกรณ์มาตรฐานมากมายราวกับของวิเศษของ “โดเรมอน” ต่างกับรถในคลาสเดียวกัน จึงเป็นที่มาของฉายานี้ (แต่ชาวต่างประเทศได้ยินแล้ว งงน่าดู) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2530 มาหรือบางคนก็บอกว่ากระจกมองข้างโค้งๆ เหมือนมือของโดเรม่อนพร้อมสโลแกน “เร้าใจทุกเส้นทาง ยุคหน้า TOYOTA” (คล้ายกับของญี่ปุ่น “Fun To Drive”)

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, รหัส 4A-F คาร์บูเรเตอร์คู่ ในรุ่น Sporty รวมไปถึงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร พลังแรงอย่างรหัส 4A-GE 130.5 แรงม้า ที่มาตอนไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น GTi

Toyota-Corolla-AE92

Toyota Corolla (EE100/AE101) “สามห่วง”

Corolla รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ Logo “Toyota” แบบใหม่ที่เป็นสามห่วง หลังจากที่ทางโตโยต้าเริ่มใช้ตั้งแต่ทั่วโลกในปี 1989 (ยกเว้นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในมุมกระจังหน้า ที่ยังคงใช้สัญลักษณ์ของ Corollla ไว้เช่นเดิมแบบในรูป) โดยเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E (และ 4E-FE ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์) และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE

ที่มาของคำว่า “สามห่วง” คือ Logo Toyota แบบใหม่นี่ล่ะครับ

Toyota-Corolla-AE111

Toyota Corolla (AE110/AE111/AE112) “ตองหนึ่ง”, “ตูดเป็ด” และ “Hi-Torq”

Toyota Corolla ในยุคที่พัฒนาไปอีกหนึ่งขั้น เปิดตัวในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2539 โดยยกเลิกเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แล้วหันมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5A-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE ยอดฮิตเหมือนเดิม ต่อมาในช่วงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2541 จึงเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร พร้อมคำต่อท้ายว่า “Altis” และชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่ “Hi-Torq” ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 7A-FE

ที่มาของฉายา “ตองหนึ่ง” นั้น มาจากรหัสรุ่นของแบบเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร “AE111” ซึ่งเป็นเลขตองพอดี สามารถจำได้ง่าย และ “ตูดเป็ด” เป็นที่มาของโฉมแรก ที่ชุดฝาประโปรงท้ายมีมุมยกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลาดเอียงลงไป

Toyota-Corolla-Altis-ZZE122

Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) “หน้าหมู”, “ตาถั่ว”

Toyota Corolla โฉมนี้ออกแบบใหม่ทั้งหมดและตัวรถที่มีความกลมป่องขึ้นมาก ต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด จัดเต็มทั้งอุปกรณ์มาตรฐานและความปลอดภัย เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 มาพร้อมเครื่องยนต์ตระกูลใหม่ “ZZ-Series” ในรูปแบบ VVT-i ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2ZZ-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE ก่อนจะมีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์และเพิ่มรุ่นพิเศษไปอีกหลายรอบ

“หน้าหมู” ได้ชื่อมาจากกระจังหน้าด้านหน้าของรุ่นนี้ เมื่อดูไกลๆ คล้ายกับจมูกหมูและหน้าหมูมาก ส่วน “ตาถั่ว” มาจากชุดไฟหน้าที่ดูเป็นรูปวงรีโค้งๆ จึงเป็นที่มาของฉายานี้

Toyota-Corolla-ZZE-141

Toyota Corolla Altis (ZZE141/ZZE142) “หน้าแบน”

Toyota Corolla ในโฉมนี้ ยังคงได้รับความนิยมมากมายจากแท็กซี่ หรือมวลชน อะไหล่หาง่าย ช่างที่ไหนก็ซ่อมได้ เช่นเคย เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2551 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 3ZZ-FE 109 แรงม้า, เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE 132 แรงม้า และขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FE 145 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 รวมไปถึงมีรุ่นใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG ให้เลือก

พอไมเนอร์เชนจ์ ปี 2553 เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 1ZR-FE 109 แรงม้า, เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FBE 139 แรงม้า ซึ่งฉายา “หน้าแบน” ได้มาจากหน้ารถที่ดูเรียบๆ แบนๆ ครับ

และสำหรับฉายาของ Toyota รุ่นอื่นๆ ที่คนในวงการรถมือสองเรียกกันนั้น จะมีอะไรต่ออีกบ้าง MR.CARRO จะมาเสนอให้อ่านต่อกันวันหลังครับ

ถ้าคุณอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถคันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย CARRO Blog)

Thai-Taxi-In-Japan

ช่วงนี้ผมเห็นหลายๆ คน มักนิยมในความเป็นญี่ปุ่นกันอย่างมากมาย เช่น นักร้อง อาหารการกิน คอสเพลย์ ท่องเที่ยว หรือวัฒนธรรมญี่ปุ่นต่างๆ เป็นต้น

แต่หารู้ไม่ว่า คนญี่ปุ่นหลายคน ก็นิยมอะไรที่เป็นไทยๆ ด้วยเช่นกัน! เช่น รถตุ๊กตุ๊กของไทย หรือรถแท็กซี่ของไทย ก็ยังมีคนญี่ปุ่นนิยมไทย เอารถมาแต่งเลียนแบบซะเหมือนเลย

Thai-Taxi-In-Tokyo

หากย้อนไปสักเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนคงยังจำกันได้ คุณ Tosaku Kai Panyasiri ได้โพสต์ภาพรถยนต์ Toyota Corolla (AE101) ที่ทำสีเป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล เขียว-เหลือง แบบในประเทศไทย แต่วิ่งอยู่ย่านชิบูยา เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ลงใน Facebook จนกลายเป็นภาพ Viral หลายคนสงสัยกันใหญ่ แท็กซี่ของไทย ไปอยู่ในญี่ปุ่นได้ไง?

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

Toyota Corolla (AE101) แท็กซี่แบบไทยๆ ในญี่ปุ่น

Thai-Festival-In-Japan

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

รถกระป๊อก็มีคนญี่ปุ่นทำเลียนแบบด้วยนะครับ

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

จอดหน้าสถานีรถไฟ

สำหรับ Toyota Corolla (AE101) คันนี้ ในอดีตเป็นรถยอดฮิตของแท็กซี่ในบ้านเราเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้งานในญี่ปุ่น ทำสีเขียว-เหลือง ติดโป๊ะไฟ “Taxi-Meter” รวมถึงป้ายไฟ “ว่าง” และติดมิเตอร์ เพื่อให้ดูสมจริง เหมือนแท็กซี่ของไทย

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

ถ้าติดแก๊สด้วยก็เหมือนจริงเลย

Toyota-Corolla-Taxi-Thai-In-JapanToyota-Corolla-Taxi-Thai-In-Japan

ติดมิเตอร์เพื่อความสมจริงสุดๆ

แถมยังมี Toyota Corolla (AE110) ที่มีคนญี่ปุ่นนำรถส่วนบุคคล มาเลียนแบบเป็นแท็กซี่ของไทยด้วยครับ ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนของไทยมากๆ

Nissan-NV-Taxi

และ Nissan AD Van (Y10) ในญี่ปุ่น (หรือ Nissan NV Van ในไทย) ก็ยังมีคนเอามาทำแท็กซี่เลียนแบบด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าใครไปญี่ปุ่นแล้วไปเจอแท็กซี่เหล่านี้ ก็อย่าเผลอโบกเรียกกันนะครับ!

ถ้าคุณเกิดอยากตัดสินใจขายรถด่วนๆ สามารถขายรถคันเดิมกับ Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

ขอขอบคุณภาพจาก http://mitoken.asia/http://www.goo-net.com/

Toyota-Corolla-EE100-EE101-AE101

หากจะกล่าวถึงรถ Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) รุ่นที่ได้ความนิยมมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่น มาพร้อมยอดขายถล่มทลาย ใช้ทน ซ่อมถูก ไม่จุกจิก และเวลาผ่านไปนานแล้ว ก็ยังได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถมือสองอยู่ …

Toyota-Corolla-AE101

หลายคนคงนึกถึง “โคโรลล่า สามห่วง” ซึ่งเป็น Corolla รุ่นแรกในไทย ที่ใช้โลโก้ใหม่ของ “TOYOTA” อย่างเป็นทางการ (แต่ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ยังคงอนุรักษ์นิยมด้วยการใช้ตราสัญลักษณ์ประจำรุ่น “C” พร้อมช่อดอกไม้เหมือนตัว C ติดบริเวณกระจังหน้าอยู่)

เอาละครับ … MR.CARRO ขอแนะนำรถมือสอง อย่าง Toyota Corolla (EE100/EE101/AE101) ให้ทุกท่านได้ทราบถึงข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ครับผม

Toyota-Corolla-สามห่วง

Corolla สามห่วง (เจนเนอเรชั่นที่ 7) ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 มิถุนายน 1991 ออกแบบใหม่หมดโดยหัวหน้าวิศวกรทีมออกแบบอย่าง Dr.Akihiko Saito โดยใช้แนวคิดในการออกแบบ “Mini-Lexus” รูปทรงโค้งมน ดูสวยหรูมากขึ้น ไม่ล้าสมัยแม้ว่าจะผ่านกาลเวลามานานแล้ว

Toyota-Corolla-Levin-AE101

Toyota Corolla Levin

ด้วยตัวถังแบบ Sedan ที่เปิดตัวพร้อมกับพี่น้องร่วมสายพันธุ์ เช่น รุ่น Sprinter ที่หน้าตาแตกต่างจาก Corolla อย่างชัดเจน (ชุดไฟหน้า กันชนหน้า ชุดไฟท้าย และภายใน ตกแต่งต่างกันกับ Corolla)

Toyota-Corolla-Ceres

Toyota Corolla Ceres

ปิดท้ายด้วยรุ่น Hatchback 3 ประตู อย่าง Corolla FX และแบบ Hardtop 4 ประตู ในชื่อ Corolla Ceres, Sprinter Marino และ Corolla Wagon ตามมาในปี 1992

Toyota-Corolla-Touring-Wagon

Toyota Corolla Van / Touring Wagon (1992-2002)

เป็นครั้งแรกที่ Toyota แนะนำเครื่องยนต์ 5 วาล์ว/สูบ ขนาด 1.6 ลิตร ในรหัส 4A-GE 4 สูบ DOHC 20 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 160 แรงม้า (PS) ที่ 7,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.5 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที ออกสู่ตลาด …

Corolla Levin และ Sprinter Trueno รหัสตัวถัง AE101 ออกสู่ตลาดในเดือนมิถุนายน 1991 และรุ่นสูงสุดใช้ ขุมพลัง 4A-GE ทวินแคม 16 วาล์ว พ่วงกับซุปเปอร์ชาร์จ 170 แรงม้า (PS)

Toyota-Corolla-TH-1992

Toyota-Corolla-TH-1992

สำหรับเวอร์ชั่นประเทศไทย โคโรลล่ารุ่นนี้ ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ก็สร้างยอดจองผ่านหลัก 10,000 คันอย่างรวดเร็ว จนโรงงานผลิตไม่ทันกับความต้องการ

ทำให้โตโยต้า ต้องนำเข้ารุ่น LX-Limited จากญี่ปุ่น (โดยสั่งที่ญี่ปุ่นผลิตเป็นพิเศษ Option หลายๆ อย่าง ต่างจากในเวอร์ชั่นไทยพอสมควร เช่น รหัสตัวถัง ขึ้นต้นด้วยเลข “3” ลายเบาะ โทนสีภายในห้องโดยสารสีน้ำเงินเข้ม เบาะด้านหลังไม่มีช่องใส่ของ เข็มขัดนิรภัยด้านหลัง มีติดตั้งบริเวณที่นั่งตรงกลางด้วย และลายล้อแม็ก 14 นิ้ว เป็นต้น) จำนวน 1,000 คันมาแก้ปัญหานี้ โดยต้องเพิ่มเงินอีก 5,000 บาท

Toyota-Corolla-LX-Limited

Toyota Corolla LX Limited

มิติตัวถังยาว 4,270 มม. กว้าง 1,685 มม. สูง 1,380 มม. และระยะฐานล้อ 2,465 มม.

Toyota-Corolla-LX-Limited

ห้องโดยสารภายในกว้างขวางพอสมควร นั่งได้ 4 คนสบายๆ เบาะนั่งออกแบบได้ดี หนานุ่ม ขนาดใหญ่ เนื้อที่สำหรับวางหน้า-หลัง มากขึ้น ทัศนวิสัยในการขับขี่ใช้ได้ กระจกบานหลังกว้าง มุมอับน้อย

Toyota-Corolla-TH-1992

Toyota-Corolla-TH-1992

Toyota Corolla สามห่วง ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E แบบ 4 สูบ OHC 12 วาล์ว คาร์บูเรเตอร์ ให้แรงม้าสูงสุด 72 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 10.5 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที

และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว หัวฉีด EFi ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

ระบบช่วงล่าง ปรับปรุงใหม่ “Super GEO-SUS” ด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างหลังแบบ ETA Beam พร้อมเหล็กกันโคลง เกาะถนนดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม ปลอดภัยกับตัวถังโครงสร้างนิรภัย CIAS และคานเหล็กนิรภัยด้านข้างประตู (Side Door Impact Beams) ในประตูทุกบาน

Toyota-Corolla-AE101-1993

Toyota-Corolla-TH-1993

ในเดือนสิงหาคม 2536 โคโรลล่า ได้ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ โดยเปลี่ยนชุดกระจังหน้าใหม่ ชุดกันชนใหม่ ไฟท้ายสีขาวแดง และแผงทับทิมด้านหลังแบบใหม่ ตัวอักษร “Corolla” แบบแยกกัน พร้อมทั้งเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่สำหรับรุ่นขนาด 1.3 ลิตร

มาพร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายอย่าง อาทิ พวงมาลัยเพาเวอร์ (ในรุ่น 1.3 GLi และ 1.6 GLi), วิทยุเทปดิจิตอล ระบบ Auto Reverse (วิทยุรุ่นนี้ มีใช้อยู่ในรถหลายรุ่นหลายยี่ห้อ), กระจกไฟฟ้าและเซ็นทรัลล็อค (ในรุ่น 1.6 GLi) กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้า (ในรุ่น 1.6 GLi) และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

รุ่นย่อยมีให้เลือก 4 แบบ นั่นคือ 1.3 XLi, 1.3 GLi, 1.6 GLi และ 1.6 GLi A/T

Toyota-Corolla-TH-1993

Toyota Corolla สามห่วง (Minorchange) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 4E-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว หัวฉีด EFi ให้แรงม้าสูงสุด 88.4 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.3 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว หัวฉีด EFi ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.0 กก.-ม. ที่ 5,200 รอบ/นาที

Toyota-Corolla-1995

การปรับโฉม Minorchange เล็กๆ มีขึ้นอีกครั้งในเดือน กันยายน 2537 โดยเพิ่มรุ่น 1.3 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ และปรับปรุงอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติม เช่น ปรับแบบฝาครอบล้อใหม่ ชุดกันชนหน้า-หลัง สีเดียวกับตัวรถ ในรุ่น 1.3 ลิตร ส่วนในรุ่น 1.6 ลิตร กระจกมองข้างและที่เปิดประตู สีเดียวกับตัวรถ

ภายในปรับลายเบาะนั่งใหม่ เป็นแบบลายเส้น ทั้งในรุ่น 1.3 และ 1.6 ลิตร พร้อมเพิ่มนาฟฺกาติดรถ และกระจกไฟฟ้า 4 บาน ในรุ่น 1.3 GXi

และปรับชื่อรุ่นย่อยใหม่เป็น 1.3 DXi, 1.3 GXi, 1.3 GXi A/T, 1.6 GXi และ 1.6 GXi A/T

Toyota-Corolla-TH-1994

Toyota-Corolla-TH-1994

Toyota-Corolla-TH-1994

ในปี 2538 Toyota จับรุ่น 1.3 ลิตร มาตกแต่งพิเศษ เอาใจสาวๆ ด้วยสีเขียวทั้งภายนอก และเบาะนั่งภายใน ในชื่อ “Lime” เพียง 300 คันเท่านั้น

Toyota-Corolla-Lime

Toyota Corolla Lime จำนวนจำกัดเพียง 300 คัน (ภาพจากคุณ Preecha Tokoo)

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

Toyota Corolla “สามห่วง” ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถมือสองรุ่นยอดนิยม ที่แม้กระแสอาจจะน้อยลงไปกว่าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วมา แต่ก็มีกลุ่มผู้ใช้งานอยู่ เช่น สามห่วงซิ่ง.THAILAND หรือ สามห่วง คลับ เป็นต้น ไปตรงไหนก็เจอ เหมาะสำหรับคนเมือง และคุณผู้หญิง ด้วยรูปทรงที่ยังดูร่วมสมัย แต่งสวยได้ แต่ซิ่งได้ และราคามือสองไม่แพง

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

เป็นรถที่เหมาะกับการใช้ในเมือง ทนทาน สามารถติดแก๊ส LPG ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นแบบระบบดูด หรือระบบหัวฉีดก็ตาม เพราะตัวฝาสูบ เสื้อสูบเป็นเหล็กหล่อ ค่อนข้างทนทานต่อความร้อนสูงได้ อัตราสิ้นเปลืองอาจจะสู้รถสมัยนี้ไม่ได้แล้ว แต่ประหยัดสุดๆ ก็ยังทำได้ที่ประมาณ 12-13 กม./ลิตร ได้

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

รุ่นนี้ถือว่าทนทาน ไม่ค่อยจุกจิก ค่าบำรุงรักษาไม่แพง หาที่ซ่อมได้ไม่ยาก เนื่องจากไม่มีระบบอะไรที่ซับซ้อน เตรียมงบไว้ดูแลเครื่องยนต์ หม้อน้ำ ท่อยางต่างๆ ช่วงล่าง เกียร์ เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ ปีละ 10,000 บาท ก็ถือว่าพอ

ส่วนเรื่องอะไหล่เก่า รุ่นนี้มีอยู่พอสมควร แม้ว่าหลายอย่างจะเริ่มหายากแล้ว ทั้งของรถที่แยกชิ้นส่วนขายในบ้านเรา หรือของเก่าจากญี่ปุ่น ส่วนในศูนย์บริการยังมี “ของใหม่” ให้เบิกนะครับ แต่สั่งแล้วต้องรอของ + ราคาค่อนข้างแพง

ความคุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 25,000-60,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ) และหากรถที่เคยเป็นแท็กซี่เก่ามาก่อน ราคาขายต่อก็จะถูกมากๆ แต่สภาพรถส่วนใหญ่ก็เยินมากเช่นกัน …

และสำหรับใครที่กำลังสนใจรถ Toyota Corolla สามารถคลิกเข้าไปดูต่อได้ที่ https://th.carro.co/taladrod/Toyota-Corolla ได้เลยครับผม

หากใครสนใจที่จะขายรถคันเก่า อยากขายรถ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express

นอกจากจะสามารถกรอกแบบฟอร์มตามข้างต้นแล้ว ยังสามารถติดต่อกับ CARRO ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

อีกทั้งยังสามารถ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

Toyota-Car-Nickname

“โดเรม่อน” “สามห่วง” “หน้าหมู” “หน้ายิ้ม” ทำไมรถ Toyota ถึงมีฉายาแบบนี้!

ตลาดรถยนต์มือสองโดยทั่วไปนั้น มักจะมีรถหลากหลายรุ่นที่วนเวียนมาขายกันอยู่มากมาย มีบรรดาคนในวงการเต็นท์รถมือสองตั้งแต่ยุคในอดีต จะให้เรียกชื่อรุ่นรถยาวๆ บางทีก็จำไม่ได้ จึงตั้ง “ฉายา” หรือ “ชื่อเล่น” สั้นๆ เฉพาะรถรุ่นนั้นๆ ขึ้นมา จนกระจายออกไปกลายเป็นชื่อที่ฮิตติดปาก โดยส่วนใหญ่มักจะตั้งฉายารถ จากส่วนต่างๆ ของรถว่าคล้ายกับสิ่งใด ที่บางทีได้ยินแล้วก็ต้องอุทานว่า … “คิดไปได้นะ!”

MR.CARRO ขอนำเสนอฉายารถสุดแปลกแหวกแนว สำหรับตอนที่ 1 ขอเสนอฉายาของรถ “โตโยต้า” (Toyota) ซึ่งได้ชื่อว่า มีฉายารถอยู่มากที่สุดเป็นอันดับแรก และมีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน ให้ทุกท่านได้รับชมครับ

Toyota-Corolla-KE70-JDM

Toyota Corolla รุ่น 2 ประตู ซีดาน … นี่ละครับ ที่ได้ชื่อว่า “กะเทย”

1. Toyota Corolla (KE70) “DX”, “กะเทย” และ “หน้าเท”

สำหรับ Toyota Corolla (KE70) ถือเป็น Toyota Corolla รุ่นสุดท้ายที่ทุกโมเดลออกมาในเวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลัง สำหรับตลาดประเทศไทย เปิดตัวจำหน่ายเมื่อต้นปี 2523 เริ่มแรกเป็นรุ่นไฟกลม 4 ดวง, ไฟเหลี่ยมเล็ก-เหลี่ยมใหญ่ จนถึงโฉมสุดท้ายโฉมหน้าเท

โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร มีให้เลือกทั้งในแบบ 2 ประตูซีดาน, 4 ประตูซีดาน, 2 ประตูแวน, 4 ประตูแวน (รถนำเข้า) รวมไปถึงรุ่น 1.6 DX Liftback (TE71) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร

ฉายา “DX” นั้นได้มาจากรุ่นถูกสุดของ Corolla โฉมนี้ ใช้ชื่อรุ่นย่อยว่า “DX” (ย่อมาจาก “Deluxe”) รวมไปถึงฉายา “กะเทย” ที่ไว้เรียก Corolla 2 ประตูซีดาน เท่านั้น (ซึ่งมาจากรูปร่างรถ จะเป็นคูเป้ก็ไม่ใช่ ซีดานก็ไม่เชิง)

Toyota-Sprinter-TE71-JDM

และสุดท้ายอย่าง “หน้าเท” คือชุดไฟหน้าและกระจังหน้าในโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งสุดท้าย (ยกหน้าตามาจากรุ่น Sprinter ที่ขายในตลาดญี่ปุ่น)

Toyota-Corolla-AE82-JDM

2. Toyota Corolla (AE80/EE80) “ท้ายตัด”

Corolla เวอร์ชั่นขับหน้ารุ่นแรก เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2527 มีให้เลือกใน 2 รูปแบบ นั่นคือ ซีดาน 4 ประตู, ลิฟท์แบค 5 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ “ATOP” 2 แบบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2A และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A พอปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น 1.3 ลิตร ก็ได้จัดแจงเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรหัส 2E แบบ 12 วาล์ว

Toyota-Corolla-AE81-JDM

ฉายา “ท้ายตัด” นั้น ได้มาจากส่วนท้ายรถของรุ่น 4 ประตู ที่สั้นมาก จนดูเหมือนท้ายตัดไปนั่นเอง

Toyota-Corolla-AE90-JDM

3. Toyota Corolla (EE90/AE92) “โดเรมอน”

สำหรับ Corolla รุ่นที่ถือได้ว่า มีอุปกรณ์มาตรฐานมากมายราวกับของวิเศษของ “โดเรมอน” ต่างกับรถในคลาสเดียวกัน จึงเป็นที่มาของฉายานี้ (แต่ชาวต่างประเทศได้ยินแล้ว งงน่าดู) เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนธันวาคม 2530 มาหรือบางคนก็บอกว่ากระจกมองข้างโค้งๆ เหมือนมือของโดเรม่อนพร้อมสโลแกน “เร้าใจทุกเส้นทาง ยุคหน้า TOYOTA” (คล้ายกับของญี่ปุ่น “Fun To Drive”)

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, รหัส 4A-F คาร์บูเรเตอร์คู่ ในรุ่น Sporty รวมไปถึงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร พลังแรงอย่างรหัส 4A-GE 130.5 แรงม้า ที่มาตอนไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่น GTi

Toyota-Corolla-AE101-JDM

4. Toyota Corolla (EE100/AE101) “สามห่วง”

Corolla รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ Logo “Toyota” แบบใหม่ที่เป็นสามห่วง หลังจากที่ทางโตโยต้าเริ่มใช้ตั้งแต่ทั่วโลกในปี 1989 (ยกเว้นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ในมุมกระจังหน้า ที่ยังคงใช้สัญลักษณ์ของ Corollla ไว้เช่นเดิมแบบในรูป) โดยเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2535 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส 2E (และ 4E-FE ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์) และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE

ที่มาของคำว่า “สามห่วง” คือ Logo Toyota แบบใหม่นี่ล่ะครับ

Toyota-Corolla-AE111-JDM

5. Toyota Corolla (AE110/AE111/AE112) “ตองหนึ่ง”, “ตูดเป็ด” และ “Hi-Torq”

Corolla ในยุคที่พัฒนาไปอีกหนึ่งขั้น เปิดตัวในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2539 โดยยกเลิกเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แล้วหันมาใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5A-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE ยอดฮิตเหมือนเดิม ต่อมาในช่วงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2541 จึงเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร พร้อมคำต่อท้ายว่า “Altis” และชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่ “Hi-Torq” ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 7A-FE

ที่มาของฉายา “ตองหนึ่ง” นั้น มาจากรหัสรุ่นของแบบเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร “AE111” ซึ่งเป็นเลขตองพอดี สามารถจำได้ง่าย และ “ตูดเป็ด” เป็นที่มาของโฉมแรก ที่ชุดฝาประโปรงท้ายมีมุมยกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะลาดเอียงลงไป

Toyota-Corolla-Altis-ZZE122

6. Toyota Corolla Altis (ZZE121/ZZE122) “หน้าหมู”

Corolla โฉมนี้ออกแบบใหม่ทั้งหมดและตัวรถที่มีความกลมป่องขึ้นมาก ต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด จัดเต็มทั้งอุปกรณ์มาตรฐานและความปลอดภัย เปิดตัวในไทยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 มาพร้อมเครื่องยนต์ตระกูลใหม่ “ZZ-Series” ในรูปแบบ VVT-i ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2ZZ-FE และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1ZZ-FE ก่อนจะมีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์และเพิ่มรุ่นพิเศษไปอีกหลายรอบ

“หน้าหมู” ได้ชื่อมาจากกระจังหน้าด้านหน้าของรุ่นนี้ เมื่อดูไกลๆ คล้ายกับจมูกหมูและหน้าหมูมาก จึงเป็นที่มาของฉายานี้

Toyota-Corona-RT100-EU

7. Toyota Corona (RT100/RT104) “หน้าเบนซ์”

Toyota Corona รุ่นยอดฮิตในยุค 70 ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แข็งแกร่ง ในบ้านเรามีประกอบขายเฉพาะรุ่น 4 ประตูซีดาน แต่ก็มีโฉม 2 ประตูฮาร์ดท็อป และ 4 ประตูแวน นำเข้ามาด้วยเช่นกัน มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 12R และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 18R ที่ตามมาในภายหลัง

ที่มาของ “หน้าเบนซ์” มาจากกระจังหน้าในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ดูคล้ายกับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในยุคนั้น

Toyota-Corona-ST140-JDM

8. Toyota Corona (TT140/TT141) “หน้าแหลม”

เป็น Toyota Corona ขับหลังรุ่นสุดท้าย มาพร้อมความหรูหราและเครื่องยนต์แบบเดิมอันทนทาน เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2525 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T และเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 3T

ที่มาของชื่อ “หน้าแหลม” นั้น ได้มาจากตรงกันชนหน้าของรุ่น 1.6 และ 1.8 ที่มุมตรงกลางเป็นแหลมยื่นออกมา รับกับกระจังหน้า และเส้นสายบนฝากระโปรงหน้า

Toyota-Corona-ST150-JDM

9. Toyota Corona (ST150/AT151) “ตู้เย็น”

เป็น Toyota Corona ขับหน้ารุ่นแรก ที่มาพร้อมขนาดตัวรถที่เล็กลง ดูกะทัดรัดขึ้น พร้อมนำเสนอตัวถังแบบ 5 ประตูลิฟท์แบคให้เลือก เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2528 ชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ใหม่หมด ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A และขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1S

ที่มาของชื่อ “ตู้เย็น” นั้น ได้มาจากกล่อง “Cool Box” บริเวณคอนโซลกลาง ที่มีการต่อท่อแอร์เพิ่มเข้าไป สำหรับไว้เก็บเครื่องดื่ม (พวกน้ำอัดลมกระป๋อง) ได้

Toyota-Corona-ST171-JDM

10. Toyota Corona (AT171) “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม”

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยตั้งแต่ปี 2531 โดยโคโรน่ารุ่นนี้ ถือเป็นรถญี่ปุ่นรุ่นแรกในประเทศไทย (เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร) ที่ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด EFI (Electronic Fuel Injection) แบบเดียวกับรถยุโรป ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-F, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-F คาร์บูเรเตอร์เดี่ยว 113 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE หัวฉีด EFi 128 แรงม้า

ที่มาของชื่อ “หน้ายักษ์ / หน้ายิ้ม” นั้น มาจากชุดกระจังหน้า ไฟหน้า และกันชนหน้า โดย “หน้ายักษ์” คือโฉมแรก (แบบในภาพด้านบน) และ “หน้ายิ้ม” คือโฉมไมเนอร์เชนจ์

Toyota-Corona-ST191-JDM

11. Toyota Corona (AT190/AT191) “ท้ายโด่ง”

Toyota Corona โฉมนี้เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2536 โดยช่วงวันแถลงข่าวเปิดตัวนั้น เป็นรถรุ่นแรกที่ลงทุนถ่ายทอดสดออก TV ช่อง 3 ด้วย! มาพร้อมรูปทรงอ้วนกลมน่ารัก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A-FE, เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3S-FE ก่อนจะปรับโฉมกันอีกครั้ง ในภายหลังเพิ่มรุ่น Exsior ชูจุดเด่นด้านความปลอดภัย พร้อมกับเปลี่ยนชุดแผงคอนโซลภายในใหม่

ที่มาของคำว่า “ท้ายโด่ง” “ท้ายแยก” มาจากด้านท้ายรถที่มีขนาดใหญ่ และดูยกขึ้นเล็กน้อย รับกับชุดไฟท้ายและแผงทับทิมที่ดูเรียบ ทำให้พ่อค้ารถมือสองขนานนามว่า “ท้ายโด่ง” และในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ย้ายจุดติดตั้งป้ายทะเบียนจากบริเวณกันชนมาอยู่บริเวณฝากระโปรงท้าย ก็ได้ชื่อว่า “ท้ายแยก”

Toyota-Camry-SXV10-AU

12. Toyota Camry (XV10) “ท้ายหงส์”

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2536 โดยเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลีย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE อีกทั้งยังมีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดด้วย แต่ Camry โฉมนี้ อะไหล่ตัวถังจะหายากหน่อย

ที่มาของคำว่า “ท้ายหงส์” มาจากในรุ่นโฉมไมเนอร์เชนจ์ บริเวณแผงทับทิมด้านหลัง จากของเดิมที่มีคำว่า “Camry” แบบเรียบๆ เมื่อไมเนอร์เชนจ์จึงเป็นแบบมีเส้นลดระดับเป็น 2 ชั้น พร้อมไฟถอยหลัง รับกับคำว่า “Camry” ด้านบน บรรดาเจ้าของเต็นท์รถมือสอง ไม่รู้คิดไง เอาไปเทียบกับรูปทรงของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เลยเป็นที่มาของคำนี้ …

Toyota-Camry-SXV20-AU

13. Toyota Camry (XV20) “ไฟท้ายตรง / ไฟท้ายไม้บรรทัด / ไฟท้ายย้อย”

เป็น Toyota Camry โฉมแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 2541 โดยโฉมแรกยังเป็นรถที่นำเข้าจากออสเตรเลียเหมือนเดิม โดดเด่นด้วยการเล่นสีตัวรถแบบทูโทน เป็นโฉมเดียวของ Camry ที่ทำสีแบบนี้ ต่อมาเมื่อไมเนอร์เชนจ์ในปี 2542 จึงเริ่มประกอบในประเทศไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE และก็มีรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 รหัส 3VZ-FE เข้ามาเสริมตลาดเหมือนเดิม

Toyota-Camry-SXV20-AU

ที่มาของคำว่า “ไฟท้ายตรง” “ไฟท้ายไม้บรรทัด” และ “ไฟท้ายย้อย” ก็ตรงตัวตามรูปแบบไฟท้ายด้านหลังเลยครับ

Toyota-Crown-MS60-JDM

14. Toyota Crown (S60/S70) “ปลากระโห้”

Toyota Crown (โตโยต้า คราวน์) เจนเนอเรชั่นที่ 4 ในประเทศไทยเปิดตัวเมื่อประมาณปี 2515 โดยมีทั้งในรูปแบบ 4 ประตูซีดาน, 4 ประตูแวกอน รวมไปถึงแบบ 2 ประตูฮาร์ดท็อปที่หายากนัก เป็นรถที่หรูหรา แข็งแรงทนทาน เป็นที่นิยมของผู้ใหญ่ ผู้บริหาร และแท็กซี่ที่วิ่งรับ-ส่ง ในต่างจังหวัดอย่างมาก

ที่มาของคำว่า “ปลากระโห้” ก็ตรงหน้าตาที่ดูดุดัน เหมือนรถอเมริกันในยุคนั้นครับ

Toyota-Celica-TA22-JDM

15. Toyota Celica (TA22/TA23/RA23) “หน้าโหนก” หรือ “สาลิกา”

Toyota Celica ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูราคาประหยัด รูปทรงสไตล์ Hardtop แนวอเมริกันแบบย่อส่วน เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยประมาณปี 2514 มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 1.4 ลิตร รหัส T, ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 2T รวมไปถึงรุ่นพลังแรงอย่างตัว GT ที่ใช้เครื่องยนต์รหัส 2T-G และ Celica รุ่นนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เยอะมาก ทั้งรุ่นธรรมดา และในรุ่น Lift Back (LB)

ที่มาของคำว่า “หน้าโหนก” นั้นมาจากในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ฝากระโปรงหน้ามีโหนก กระจังหน้ารึงผึ้ง หรือ “สาลิกา” ที่แผลงมาจากชื่อรุ่น “Celica” (เซลิก้า) นั่นเอง

Toyota-Celica-ST185-JDM

16. Toyota Celica (ST185) “ปลาคาร์ฟ”

Toyota Celica เจเนอเรชั่นที่ 5 กลับมาพร้อมกับการเปิดเสรีนำเข้ารถยนต์ ช่วงปี 2534 ซึ่งในบ้านเรานั้น Toyota นำเข้าจากออสเตรเลีย แต่ก็มี Grey Market หลายเจ้า นำเข้ารถรุ่นนี้มาจากญี่ปุ่นด้วย โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Pop-Up มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส 5S-FE 135 แรงม้า ด้วยยอดขายที่ไม่มากนัก เพราะนำมาจำหน่ายช่วงปลายอายุของโฉมนี้ในตลาดโลกแล้ว

ที่มาของคำว่า “ปลาคาร์ฟ” (ซึ่งก็ไม่รู้ใครเป็นคนคิด) เข้าใจว่าคงจะเป็นที่รถรุ่นนี้ เคยเป็นรถที่เข้าแข่งในรายการ World Rally Championship (WRC) มาก่อน ตัวรถติดสติ๊กเกอร์ลวดลายเขียวแดง แลดูคล้ายกับปลาคาร์ฟก็เป็นไปได้ …

เอาล่ะครับ สำหรับบทความ “รวมฉายารถ Toyota สุดแปลกแหวกแนว” ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ก่อน สำหรับในตอนต่อไปนั้น จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับฉายารถอะไรบ้าง ติดตามต่อได้ใน CARRO Blog เร็วๆ นี้ครับ

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถมือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรือหารถมือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

แต่ถ้าใครจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ ก็เอารถที่ไม่ขับแล้ว มาขายรถที่ CARRO สิ! เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย CARRO Blog)