Toyota-Hiace-Commuter-G5

ทุกวันนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “รถตู้” ล้วนมีความสำคัญอย่างมากในวิถีชีวิตของผู้คน และในการดำเนินธุรกิจต่างๆ อาทิ รถขนเงิน, รถไปรษณีย์, รถตู้รับส่งผู้โดยสาร, รับส่งพนักงานในนิคมอุตสาหกรรม, รถรับ-ส่งสนามบิน และรถให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือแม้กระทั่งการใช้ในหน่วยงานต่างๆ ของภาคเอกชนและภาคราชการ เป็นต้น

กระแสความนิยมของผู้บริโภค นับตั้งแต่เมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านจนถึงปัจจุบัน Toyota (โตโยต้า) ยึดส่วนแบ่งตลาดรถตู้ไปแทบจะเรียกได้ว่าเบ็ดเสร็จ! ค่ายอื่นพอได้ไปนิดๆ หน่อยๆ

แม้ว่าตลาดนี้ จะเป็นแบบน้ำซึมบ่อทราย คือไม่ต้องโปรโมทอะไรมาก ก็ขายได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะเป็นรถเชิงพาณิชย์ มีความต้องการรถตู้ใหม่ หรือรถตู้มือสองกันอยู่ตลอด ซึ่งคุณอาจจะสังเกตได้เวลาออกไปข้างนอก จะเจอแต่รถตู้โตโยต้าแทบทั้งนั้น

MR.CARRO ขอพาท่านมารู้จักกับประวัติรถตู้มือสองสุดฮิตอีกรุ่นหนึ่งในเมืองไทย นั่นคือ Toyota Hiace & Toyota Commuter (H200) (โตโยต้า ไฮเอช / โตโยต้า คอมมิวเตอร์) ในโฉมเจเนอเรชั่นที่ 5 นั่นเองครับ

Toyota-Hiace-Commuter-JDM-2004

Toyota Hiace และ Hiace Commuter เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอซ) และ Toyota Commuter (โตโยต้า คอมมิวเตอร์) จัดเป็นรถตู้รุ่นยอดนิยมในบ้านเราที่สุด และในโลกก็ว่าได้ ซึ่งรถตู้โตโยต้าที่เราจะคุยกันในวันนี้ เป็นรถที่เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2004 แบ่งออกได้เป็นรุ่น Hiace, Hiace Wagon, Hiace Commuter และ RegiusAce ด้วยตัวถังพลิกโฉมใหม่ทุกมิติ

ในรุ่น Hiace ชูจุดเด่นอย่างห้องโดยสารภายใน ยาวสุดถึง 3 เมตร! และในรุ่น Hiace Commuter ยาวถึง 3.540 เมตร เหนือกว่ารถตู้ในคลาสเดียวกัน!

Toyota-Hiace-Commuter-TH-2005

ก่อนจะนำเข้าสู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ด้วยรูปแบบของรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูป (CBU) จากประเทศญี่ปุ่น และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยมากๆ

แบ่งออกเป็นรุ่นหลักๆ ด้วย

กัน 4 แบบ ได้แก่ Hiace ECO ตู้ทึบ, Hiace ECO, Hiace GL และ Commuter หลังคาสูง

Toyota-Hiace-Commuter-TH-2005

ในรุ่น Hiace มิติตัวรถยาว 4,695 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,980 มม. ระยะฐานล้อ 2,570 มม. ความกว้างช่วงล้อ หน้า / หลัง 1,470 / 1,465 มม. รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.0 เมตร

ส่วนในรุ่น Commuter มิติตัวรถยาว 5,380 มม. กว้าง 1,880 มม. สูง 2,285 มม. ระยะฐานล้อ 3,110 มม. ความกว้างช่วงล้อ หน้า / หลัง 1,470 / 1,460 มม. รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.2 เมตร

Toyota-Hiace-Commuter-TH-2005

ห้องโดยสารภายใน Toyota Hiace

ห้องโดยสารภายใน ชูจุดเด่นด้วยความกว้างสบาย ใหญ่กว่ารุ่นเดิม โดยเฉพาะในรุ่น Commuter มีที่นั่งมากถึง 16 ที่นั่ง! พร้อมช่องทางเดินกว้างพิเศษ (Super Walk Through), คันเกียร์แบบ I/P Shift และระบบปรับอากาศแบบ Spot Type ด้านหลัง ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน รวมถึงเบาะแถวสุดท้าย สามารถพับขึ้นได้

Toyota-Hiace-Commuter-TH-2005

ห้องโดยสารภายใน Toyota Commuter

ในรุ่น Hiace มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV D4-D Commonrail แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที

ส่วนรุ่น Commuter ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV (I/C) D4-D Commonrail แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน รหัสตัวถัง (TRH223) ขนาด 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 151 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 241 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที สำหรับลูกค้า Fleet สั่งซื้อเป็นพิเศษเท่านั้น

ช่วงปลายปี 2549 Toyota ปรับปรุง Commuter ด้วยการเพิ่มกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และเข็มขัดนิรภัยในทุกที่นั่ง

ต่อมาจึงย้ายฐานการผลิตของ Toyota Hiace ไปที่มาเลเซียเพิ่มเติม

Toyota-Hiace-Commuter-TH-2010

ต่อมาในวันที่ 17 กันยายน 2553 Toyota ได้แนะนำรถตู้ยอดนิยม Hiace และ Commuter รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ ซึ่งประสบความสำเร็จได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในประเทศไทย ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 70,990 คัน (ตั้งแต่ปี 2548 – สิงหาคม 2553) และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดสะสมกว่า 81% (ในเวลานั้น)

โดยปรับปรุงหน้าตาใหม่ ทั้งกระจังหน้า กันชนหน้า ไฟหน้า ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ (เฉพาะในรุ่น Commuter) และห้องโดยสารภายใน เบาะโดยสารสีใหม่ ในราคา 866,000 – 1,128,000 บาท

ในเดือนมกราคม 2556 Toyota Hiace และ Commuter เริ่มเปิดสายการผลิตในประเทศไทย ที่โรงงาน TAW (Toyota Auto Works) ด้วยงบลงทุนที่มากถึง 1,500 ล้านบาท

Toyota-Commuter-TH-2013

เดือนตุลาคม 2556 ในรุ่น Commuter ปรับปรุงใหม่ด้วยการเพิ่มถุงลมนิรภัยคู่หน้า กับระบบเบรก ABS

พร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ มาเป็นขนาด 3.0 ลิตร รหัส 1KD-FTV (I/C) แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200 – 2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในราคา 1,193,000 บาท

Toyota-Hiace-Commuter-TH-2014

ในวันที่ 21 มกราคม 2557 Toyota ได้ปรับปรุง โตโยต้า ไฮเอซ (KDH201) และ คอมมิวเตอร์หลังคาสูง (KDH223) ด้วยการเพิ่มระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ปรับปรุงหน้าตา กระจังหน้าใหม่ กันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟท้ายปรับตำแหน่งของไฟเลี้ยว และไฟถอย พร้อมล้อมรอบด้วยกรอบโครเมี่ยม

ส่วนห้องโดยสารภายใน ให้มาตรวัดดีไซน์ใหม่ พร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MID) และพวงมาลัย 4 ก้านแบบใหม่ พร้อมตัดรุ่นย่อย Hiace ECO ออกไป ในราคา 939,000 – 1,244,000 บาท

แล้วก็ขายกันไปแบบเงียบๆ ก่อนที่ Toyota Hiace / Commuter เจเนอเรชั่นที่ 6 จะมาแทนที่ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562 แต่ในส่วนของเวอร์ชั่นญี่ปุ่น Toyota Hiace เจเนอเรชั่นที่ 5 ก็ยังขายกันอยู่ต่อไป ใครคิดถึง ดูได้ที่ Link นี้ —> https://toyota.jp/hiacevan/

ทัศนะความคุ้มค่าน่าใช้ โดย MR.CARRO

ความคุ้มค่าตอนซื้อ

เป็นรถตู้มือสองรุ่นยอดนิยมที่สุดในตลาดเวลานี้ ใช้งานได้หลากหลายประเภท ดูแลง่าย ซ่อมง่าย อู่ทั่วไปก็ซ่อมได้

ความคุ้มค่าตอนใช้งาน

การใช้งานโดยมากแล้วมักจะนำไปตกแต่งเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนเบาะเป็นเบาะ VIP ติดตั้งชุด Home Theater ชุดเครื่องเสียงเพิ่ม หรือปรับช่วงล่าง เป็นคอยล์สปริง เพื่อความสะดวกสบายและความบันเทิงของผู้โดยสารได้ ทำมาหากินสะดวก ของเล่นของแต่งเยอะมาก แต่การใช้งาน อาจจะหาที่จอดรถ หรือเข้าห้างยากหน่อย เพราะรถใหญ่!

ในรุ่น 3.0 ลิตร จะให้อัตราเร่งที่ค่อนข้างดีกว่าในรุ่น 2.5 ลิตร ส่วนความเร็วสูงสุดนั้นตัดที่ 160 กม./ชม.

ความคุ้มค่าตอนซ่อม

ถ้าจะซื้อต้องหารถคันนี้สภาพไม่ช้ำมาก เครื่องยนต์ยังกำลังดี เกียร์ยังใช้งานได้ปกติ เนื่องจากรถตู้ มักเป็นรถที่ใช้งานค่อนข้างหนัก วิ่งเยอะ แต่ข้อดีของรุ่นนี้อย่างที่บอกไว้ คือตัวรถซ่อมง่าย ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้ เตรียมเงินเก็บไว้ดูแลรถปีละ 10,000 – 20,000 บาทก็พอ

คุ้มค่าตอนขายต่อ

ราคามือสองในปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 200,000 – 900,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ปีรถ และสภาพรถ)

หากช่วงนี้ใครต้องการซื้อรถตู้มือสองคุณภาพเยี่ยม ผ่านการตรวจสภาพได้มาตรฐาน รับประกันพร้อมโอนทุกคัน หรืออยากหารถตู้โตโยต้ามือสองรุ่นที่ต้องการ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Automall > https://th.carro.co/buy-car หรือโทร. 02-508-8690 หรือจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Automall – รถบ้านมือสอง ถ้าสะดวก Add Line ก็ที่ @carroautomall

ส่วนใครที่อยากขายรถตู้ เปลี่ยนรถตู้คันใหม่ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถตู้คันเดิมอยู่ CARRO เรารับซื้อรถตู้ของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถตู้ก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถตู้ของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothai หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์)

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

All-New-Toyota-Majesty

แม้ว่า All New Toyota Granvia (โตโยต้า แกรนด์เวีย) ที่เปิดตัวในโฉมใหม่ (แต่ชื่อเก่าที่เคยใช้มาก่อนแล้ว ในปี 1995 – 2002) ในตลาดโลกหลายประเทศ เช่น ไต้หวัน ไปแล้วเมื่อช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในบ้านเราเอง ทาง Toyota ก็ยืนยันว่าเตรียมเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ ในชื่อ “Majesty” (มาเจสตี้) ที่งาน BIG Motor Sale 2019 นี้

สำหรับชื่อรุ่น “Majesty” นั้น ทาง Toyota เคยใช้กับในรุ่น Ventury (เวนจูรี่) ครึ่งหนึ่งแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน โดยเป็นการแสดงให้เห็นว่ารุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ตกแต่งให้หรูหราเป็นพิเศษกว่ารุ่นธรรมดาทั่วไป

All-New-Toyota-Majesty

สำหรับ All-New Toyota Majesty ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ Toyota Hiace เครื่องยนต์วางหน้า ให้จุดศูนย์ถ่วงที่เสถียรและปลอดภัยมากขึ้น ตัวรถรอบคันตกแต่งให้หรูหราเหมือนรุ่นใหญ่อย่าง Alphard มาพร้อมชุดไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED ไฟท้าย LED รูปตัว L คู่ ส่วนด้านข้างประดับแถบโครเมี่ยมด้านล่าง ใช้ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ประตูแบบบานเลื่อนไฟฟ้าทั้ง 2 ด้าน พร้อมเปลี่ยนช่วงล่างหลังเป็นแบบคอยล์สปริง Four-Link เพื่อความนุ่มนวลมากขึ้น

All-New-Toyota-Majesty

มิติตัวรถ (เวอร์ชั่นไต้หวัน) ยาว 5,300 มม. กว้าง 1,970 มม. สูง 1,990 มม. ระยะฐานล้อ 3,210 มม.

All-New-Toyota-Majesty

ภายในห้องโดยสาร มาพร้อมเบาะไฟฟ้า, เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Captain Seat พร้อมพนักพิงศีรษะขนาดใหญ่, ระบบ Infotainment แบบหน้าจอสัมผัส พร้อมช่อง USB จำนวน 4 ช่อง จอภาพขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบไร้สาย Bluetooth พร้อมลำโพง 12 จุดรอบคัน

ขุมพลังเป็นแบบรหัส 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร VG Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ระบบความปลอดภัย จัดเต็ม! ในรูปแบบ Toyota Safety Sense และอุ่นใจกับถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 จุด

All-New-Toyota-Majesty

สำหรับ Toyota Granvia ได้ราคาในสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) อยู่ที่ระหว่าง 1,749,000 – 1,879,000 ดอลล่าร์ไต้หวัน (ประมาณ 1,774,000 – 1,906,000 บาท) โดยจะเริ่มจำหน่ายเร็วๆ นี้ เช่นกัน

สำหรับในไทย บอกได้เลยว่าเตรียมท้าชนกับ Hyundai Grand Starex และ KIA Grand Carnival แน่นอน! ถ้าใครอยากรู้ว่าบ้านเราจะมี Option อะไรมาใน All-New Toyota Majesty มาบ้าง เตรียมยลโฉมตัวจริงได้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม นี้ ที่งาน BIG Motor Sale 2019

Toyota-Hiace-Get-5-Stars-From-ANCAP

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 หน่วยงานทดสอบความปลอดภัยในรถยนต์ของออสเตรเลีย (Australasian New Car Assessment Program) หรือ ANCAP ได้เผยผลทดสอบความปลอดภัยรถยนต์จำนวน 3 รุ่น โดยหนึ่งในนั้นคือ Toyota Hiace (โตโยต้า ไฮเอช) ใหม่ หลังจากที่เปลี่ยนโฉมในรอบ 15 ปี พร้อมกับย้ายตำแหน่งจุดวางเครื่องยนต์ใหม่ ที่ปลอดภัยตอนชนมากกว่ารุ่นเดิม

สำหรับ Toyota Hiace และ Commuter ใหม่ นี้ มาพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น ให้การขับขี่ที่มั่นใจมากขึ้น ย้ายตำแหน่งเครืองยนต์ไปด้านหน้าตัวรถ เพื่อความปลอดภัยของคนขับและผู้โดยสาร แบบเดียวกับรถตู้ในยุโรป ซึ่งผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย ANCAP ระดับ 5 ดาว

Toyota-Hiace-Get-5-Stars-From-ANCAP

หากแยกเป็นประเภท ก็มีคะแนนสูงเลยทีเดียว …

– ปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ได้ 94%
– ปกป้องเด็กได้ 88%
– ปกป้องคนเดินถนนได้ 84%
– ระบบช่วยเหลือความปลอดภัย 77%

Toyota-Hiace-Get-5-Stars-From-ANCAP

แต่ความแตกต่างของ Toyota Hiace เวอร์ชั่นที่ขายในไทย และ เวอร์ชั่นที่ขายในออสเตรเลีย คือออพชั่นที่ใช้ในการทดสอบ ซึ่งไม่มีติดตั้งมาให้ในเวอร์ชั่นไทย อาทิเช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist, ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Warning และระบบเตือนจุดบอดด้านข้าง Blind Spot Monitoring

Toyota-Hiace-Get-5-Stars-From-ANCAP

ซึ่งจากผลการทดสอบ Mr.James Goodwin Chief Executive ของ ANCAP ยังได้กล่าวด้วยว่า “ถือเป็นความสำเร็จอันโดดเด่นของกลุ่มรถตู้เชิงพาณิชย์” เนื่องจากรถตู้เชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่ ก่อนหน้านั้นไม่มีเจ้าใดได้ถึง 5 ดาวเลย เพราะเป็นรถตู้ที่พัฒนาตั้งแต่ตอนยังใช้กฎเกณฑ์เก่า แต่ที่มีได้เฉียดๆ ก็คงจะเป็นแค่ Mercedes-Benz Vito เท่านั้น

แหล่งที่มา : Kapook, ANCAP

All-New-Toyota-Commuter-2019

Toyota เปิดตัว Toyota Hiace และ Commuter (โตโยต้า ไฮเอช – คอมมิวเตอร์) ใหม่! เจเนอเรชั่นที่ 6 เปิดตัวอน่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย ถือเป็นโฉมใหม่ที่ปฏิวัติการออกแบบใหม่หมด (ที่ไม่ใช่รถตู้หน้าตัดแบบเดิมๆ อีกต่อไป) ครั้งแรกในรอบ 15 ปี

ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร พร้อมทั้งตอบสนองนโยบายภาครัฐ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนท้องถนน ภายใต้แนวคิด “Hiace Pride” ที่จะมอบ “ความภูมิใจ” (Pride) “ความอุ่นใจ” (Peace of mind) และ “ความพึงพอใจ” (Satisfaction) ให้กับผู้เป็นเจ้าของ

All-New-Toyota-Commuter-2019

Toyota Hiace เป็นรถตู้อนุกรมแรกของ Toyota ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1967 และขายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน มียอดขายสะสมมากถึง 6.3 ล้านคัน ใน 150 ประเทศทั่วโลก โดยโฉมก่อนหน้านี้ Toyota ได้แบ่ง Hiace ออกเป็น 2 เวอร์ชั่น ได้แก่ เวอร์ชั่นตลาดโลก และ เวอร์ชั่นยุโรป (ที่หน้าตาแบบเดียวกับ Toyota Grandvia รุ่นเก่า)

All-New-Toyota-Commuter-2019

สำหรับ All-new Toyota Hiace ใหม่ Takuo Ishikawa หัวหน้าวิศวกรของ Hiace ใหม่ ได้พัฒนารถขึ้นบนแนวคิด “Hiace Pride” และนำแนวคิดของ TNGA (Toyota New Global Architecture) มาใช้ในการออกแบบตัวรถ (แต่รุ่นนี้ ไม่ได้ใช้แพล็ตฟอร์ม TNGA ที่ใช้ในรถ Toyota หลายๆ รุ่น)

สำหรับ Commuter โฉมนี้ผลิตในประเทศไทย ที่ TAW (Thai Auto Works) ส่วนรุ่น Hiace ผลิตจากในประเทศญี่ปุ่น

All-New-Toyota-Commuter-2019

มิติตัวรถ Hiace ช่วงสั้น / หลังคาเตี้ย Commuter ช่วงยาว / หลังคาสูง
ยาว 5,265 มม. [+570 มม.] 5,915 มม. [+535 มม.]
กว้าง 1,950 มม. [+255 มม.] 1,950 มม. [+70 มม.]
สูง 1,990 มม. [+10 มม.] 2,280 มม. [-5 มม.]
ระยะฐานล้อ 3,210 มม. [+640 มม.] 3,860 มม. [+750 มม.]

ตัวรถความยาวเพิ่มขึ้น 570 มม. (ย้ายเครื่องยนต์จากที่อยู่บริเวณเบาะด้านล่าง มาเป็นด้านหน้าของตัวรถ เพื่อความปลอดภัย) ส่วนความกว้างเพิ่มขึ้น 255 มม. และระยะฐานล้อเพิ่มขึ้น 640 มม. (ในรุ่นมาตรฐาน หรือช่วงสั้น)

All-New-Toyota-Commuter-2019

สำหรับ 5 จุดเด่นสำคัญ ของ Hiace และ Commuter ใหม่ มีดังนี้

1. คอมมิวเตอร์ ใหม่ ได้รับการพัฒนาทางด้าน “คุณภาพ” (Quality) “ความทนทาน” (Durability) “ความน่าเชื่อถือ” (Reliability) เพื่อสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

2. ความนุ่มนวลและความคล่องตัวที่ดียิ่งกว่า- ดีไซน์ใหม่แบบ Semi-Bonnet (เซมิ-บอนเน็ต) และการวางอุปกรณ์ซับเสียงที่พิถีพิถัน ทำให้ความเงียบภายในห้องโดยสารดีขึ้น- โครงสร้างแบบวงแหวน (Ring frame) ที่มีความแข็งแรง ลดการสั่นสะเทือนและทำให้ขับขี่สบายยิ่งขึ้น- ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท (Macpherson Strut) และด้านหลังแบบแหนบใหม่ มอบความสบายที่เหนือระดับให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร บนทุกสภาพถนน – องศาล้อที่หันได้มากยิ่งขึ้น ทำให้การขับขี่มีความคล่องตัว ไม่ว่าในขณะกลับรถ หรือการถอยจอด

3. สมรรถนะด้านความปลอดภัยล่าสุด – เครื่องยนต์วางหน้า พร้อมคานเหล็กที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม – ถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านหน้า ที่พร้อมปกป้องผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า – ระบบมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครัน มั่นใจตลอดการเดินทาง ได้แก่ ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC

4. สมรรถนะเครื่องยนต์อันทรงพลัง ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ทั้งกำลังสูงสุดและแรงบิดสูงสุด แต่ยังคงประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด และระบบส่งกำลังแบบธรรมดา 6 สปีด เพื่อความมั่นใจในการขับขี่สูงสุด และสามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี20 ได้

5. อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่มอบอรรถประโยชน์ด้านการใช้งานอย่างแท้จริง

ยังคงมีให้เลือกทั้งในรุ่นช่วงสั้น หลังคาเตี้ย (Hiace) รุ่นช่วงยาว หลังคาสูง (Commuter) ที่มาพร้อม 12 ที่นั่ง หรือ 17 ที่นั่ง ฐานล้อยาวพิเศษ หรือจะเป็นตู้ทึบขนของ (ECO) ที่เพิ่มความนุ่มนวล การทรงตัว และการเก็บเสียงภายในที่ดียิ่งขึ้น

All-New-Toyota-Commuter-2019

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลรหัส 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,200 รอบ/นาที ส่วนในรุ่น Hiace แรงม้าขึ้นมาเป็น 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 – 2,600 รอบ/นาที

ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Sequential Shift แบบเดียวกับใน Hilux Revo

All-New-Toyota-Commuter-2019

ระบบความปลอดภัย…เต็มรูปแบบ ให้คุณมั่นใจยิ่งกว่าที่เคย

  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย 3 ตำแหน่ง  ด้วยถุงลมด้านคนขับ 2 ตำแหน่ง และผู้โดยสารด้านหน้า 1 ตำแหน่ง
  • Annular Frame Structure โครงสร้างห้องโดยสารที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ เพื่อช่วยป้องกันการยุบตัวของห้องโดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • ไฟกระพริบเมื่อเบรกกระทันหัน (Emergency Stop Signal)
  • ระบบป้องกันการโจรกรรม (Immobilizer Alarm)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control) ป้องกันรถไหลในขณะออกตัวบนทางลาดชัน
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) ช่วยป้องกันล้อล็อก และลื่นไถลเมื่อรถเบรกกระทันหัน
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) ช่วยควบคุมรถให้ทรงตัวอย่างมั่นคง ขณะเข้าโค้งบนถนนที่เปียกลื่น
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control) ช่วยควบคุมและป้องกันการเกิดอาการล้อหมุนฟรี ซึ่งเป็นสาเหตุให้รถเสียการทรงตัว

All-New-Toyota-Commuter-2019

All-New-Toyota-Commuter-2019

ราคาของ Toyota Hiace และ Commuter ใหม่ ที่ขายในไทย / Toyota Hiace and Commuter Price. Shown in Thai Baht.

– รุ่น ECO ตู้ทึบ ราคา 999,000 บาท (มีเฉพาะสีขาว)
– รุ่น GL หลังคาเตี้ย ราคา 1,079,000 บาท
– รุ่น Commuter 6M/T ราคา 1,269,000 บาท
– รุ่น Commuter 6A/T  ราคา 1,299,000 บาท

All-New-Toyota-Hiace-2019

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษ โดยร่วมกับ Toyota Leasing (Thailand) สนับสนุนแพคเกจการขาย เริ่มดาวน์แค่เพียง 10% หรือผ่อนนาน 84 เดือน เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดค่าใช้จ่ายในการผ่อนต่อเดือนมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างแน่นอน

Toyota-Pickup-And-Van-Nickname

ตลาดรถยนต์มือสองโดยทั่วไปนั้น มักจะมีรถหลากหลายรุ่นที่วนเวียนมาขายกันอยู่มากมาย มีบรรดาคนในวงการเต็นท์รถมือสองตั้งแต่ยุคในอดีต จะให้เรียกชื่อรุ่นรถยาวๆ บางทีก็จำไม่ได้ จึงตั้ง “ฉายา” หรือ “ชื่อเล่น” สั้นๆ เฉพาะรถรุ่นนั้นๆ ขึ้นมา จนกระจายออกไปกลายเป็นชื่อที่ฮิตติดปาก โดยส่วนใหญ่มักจะตั้งฉายารถ จากส่วนต่างๆ ของรถว่าคล้ายกับสิ่งใด ที่บางทีได้ยินแล้วก็ต้องอุทานว่า … “คิดไปได้นะ!”

MR.CARRO ขอนำเสนอฉายารถสุดแปลกแหวกแนว สำหรับตอนที่ 2 นี้ ขอเสนอฉายาของรถกระบะ และรถตู้ จากรถ Toyota รุ่นต่างๆ ที่มีได้ยินคุ้นหูกันมาตั้งแต่ในอดีต จวบจนปัจจุบัน ให้ทุกท่านได้รับชมต่อครับ

Toyota-Hilux-RN20

คำว่า “Hi-Lux” มาจากคำเต็มๆ ว่า “Highly Luxurious”

1. Toyota Hilux (RN20/RN25) “หางหงส์”

สำหรับ Toyota Hilux (โตโยต้า ไฮลักซ์) เจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ เปิดตัวจำหน่ายในไทยเมื่อปี 2515 โดยเริ่มแรกเป็นรุ่นไฟกลม 4 ดวง ชุดกระจังหน้าและไฟหน้าจะดูหนาหน่อย ตรา Toyota ติดบนฝากระโปรงหน้า เมื่อปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ กระจังหน้าจะเป็นแบบยาว ตรา Toyota ติดด้านหน้ากระจังหน้า มีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้น (RN20) และแบบช่วงยาว (RN25) มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส 12R มีให้เลือกทั้งเกียร์มือ (เกียร์คอพวงมาลัย) และเกียร์กระปุก

Toyota-Hilux-RN20

สติ๊กเกอร์ข้างกระบะท้าย ที่มาของคำว่า “หางหงส์”

ฉายา “หางหงส์” หลายคนงงสุดๆ มาได้มาจากไหน? … ที่มาของฉายานี้คือ สติ๊กเกอร์ที่ติดด้านข้างกระบะท้ายแบบในรูป ที่สะบัดพลิ้วเหมือนหางหงส์ครับ

Toyota-Hilux-Superstar

Toyota Hi-Lux Superstar ไฟกลม

2. Toyota Hilux (RN30/RN40/LN40) “Super Star”, “ม้ากระโดด” และ “กรุง ศรีวิไล”

Toyota-Hilux-4WD

Toyota Hilux 4WD รุ่นแรกที่ขายในไทย

Toyota-Hilux-Superstar-5

สติ๊กเกอร์ข้างกระบะท้าย ที่มาของคำว่า “ม้ากระโดด”

สำหรับ Toyota Hilux (โตโยต้า ไฮลักซ์) เจเนอเรชั่นที่ 3 นี้ เริ่มมีรูปร่างที่ดูเหมือนรถเก๋งมากขึ้นทั้งภายนอกและภายใน สำหรับตลาดประเทศไทย (แต่ชื่อรุ่น ยังเขียนว่า “Hi-Lux” โดยมีขีดตรงกลางอยู่) เปิดตัวจำหน่ายเมื่อมิถุนายน 2522 โดยเริ่มแรกเป็นรุ่นไฟกลม 4 ดวง เมื่อไมเนอร์เชนจ์จึงเป็นไฟเหลี่ยมเล็ก มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส 12R ต่อมาจึงเพิ่มเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร รหัส L ทั้งรุ่นช่วงสั้น, ช่วงยาว และ “SR5” ให้เลือก ในราคาป้ายแดงเพียงแสนกว่าบาท

นอกจากนั้นยังมีรุ่น 4WD ซึ่งถือได้ว่าเป็นรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อที่ถูกนำเข้ามาขายอย่างเป็นทางการรุ่นแรก โดยเป็นการสั่งเข้ามาใช้กับหน่วยงานราชการ ได้แก่ กรมป่าไม้ และกรมแผนที่ทหาร เป็นต้น

ฉายา “ม้ากระโดด” นั้นได้มาจากสติ๊กเกอร์ด้านข้างกระบะของรถรุ่นนี้ ส่วนฉายา “Super Star” ใช้ในรุ่นไฟกลม และฉายา “Super Star Dynamic 5” มาจากเครื่องยนต์ดีเซล เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วน “กรุง ศรีวิไล” ได้มาจาก กรุง ศรีวิไล ช่วงกำลังโด่งกับภาพยนตร์ “ซุปเปอร์ลูกทุ่ง” มาเป็นพรีเซนเตอร์ของรถรุ่นนี้ (โฉมตัวไฟเหลี่ยม) ครับ

Toyota-Hilux-Hero

3. Toyota Hilux (YN50/YN55/YN57/LN51/LN56) “Hercules” และ “Hero”

Toyota Hilux เจเนอเรชั่นที่ 4 เปิดตัวไปในเดือน … ปี 2527 มีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้น และช่วงยาว ระบบเบรกด้านหน้าใช้แบบแบบดิสก์เบรก ปรับปรุงช่วงล่างใหม่ “Berlin Eye” มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส 1Y ต่อมาจึงเพิ่มเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.45 ลิตร รหัส 2L มาให้เลือก

ที่มาของชื่อ โตโยต้า ได้เพิ่มชื่อต่อท้ายรุ่นเป็น “ฮีโร่” (Hero) พร้อมจ้าง “ไทด์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์” มาเป็นพรีเซนเตอร์ ควบคู่ไปกับสโลแกน “แกร่งกล้า สง่างาม Hilux Hercules Hero” และ “ทิ้งห่างอย่างเหนือชั้น”

Toyota-Hilux-Hero

ในโฉมไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวไปในเดือน … ปี 2530 มีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้น และช่วงยาว เช่นเคย พร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบใหม่ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2Y และ 2.0 ลิตร รหัส 3Y และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.45 ลิตร รหัส 2L-II มาให้เลือก

Toyota-Hilux-Hero-DoubleCab

Toyota-Hilux-StationWagon

รุ่น Station Wagon ที่ออกแบบและผลิต (ครึ่งคันหลัง) โดย ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์

และเริ่มมีรุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4 ประตู ที่ทำออกมาโดยผู้แทนจำหน่าย เป็นแบบรถกระบะดัดแปลงที่กำลังฮิตในยุคนั้น และแบบสเตชั่นแวกอน ที่ผลิตออกมาโดย ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์

Toyota-Hilux-Hero-XtraCab

พิเศษ! ในเดือนมกราคม 2532 โตโยต้า เพิ่มรุ่นแค็บต่อท้าย “X-Tra Cab” (LN56) สำหรับ Hilux เป็นครั้งแรก (หลังจากที่เห็น อีซูซุ ออก Faster Z Spacecab มานานแล้ว) โดยหลังคารถ จะมีความสูงมากกว่าหลังคาเดิมเล็กน้อย (เหมือนแบบ Hi-Roof ในเวอร์ชั่นต่างประเทศ) และมีพื้นที่กว้างขึ้น โดยมีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.45 ลิตร รหัส 2L-II เท่านั้น

Toyota-Hilux-Mighty-X

Hilux Mighty-X โฉมแรก กระจังหน้า “Toyota” ด้านข้างตัวรถ มีติดคำว่า “89HP”

4. Toyota Hilux (YN80/YN85/YN91/LN90/LN91/LN95/YN106/LN106/LN111) “Mighty-X”

ถือเป็น Toyota Hilux รุ่นที่เริ่มปรับปรุงรูปลักษณ์ให้เหมือนรถเก๋งมากขึ้น ทั้งภายนอกและภายใน เป็นรถกระบะที่ขายดีมากๆ อีกหนึ่งรุ่น แถมยังมีการปรับโฉมหลายครั้ง รุ่นย่อยเยอะจนจำไม่ไหว แถมยังเซ็นสัญญาให้ Volkswagen นำไปใช้ชื่อ “Volkswagen Taro” จำหน่ายขายกันอีก

โฉมต่อมา กระจังหน้าใช้โลโก้ “3 ห่วง”

เปิดตัวในไทยในเดือนมกราคม 2533 มาพร้อมแบบมาตรฐาน ช่วงสั้น และช่วงยาว, รุ่น X-Tra Cab ที่ผลิตขายออกมาแบบจริงจังละ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2Y, 2.0 ลิตร รหัส 3Y และ 2.2 ลิตร (ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ) และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2L-II กับขนาด 2.8 ลิตร รหัส 3L (ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)

โฉมต่อมา กระจังหน้ารูปตัว “T” กับโลโก้ “3 ห่วง” ด้านข้างตัวรถ มีติดคำว่า “Power Steering” (พวงมาลัยเพาเวอร์)

Toyota-Hilux-Mighty-X-Luxury

Hilux Mighty-X รุ่น Luxury

เริ่มปรับโฉมเล็กๆ ครั้งแรก ในเดือนตุลาคม 2534 ด้วยการเปลี่ยนกระจังหน้าที่มีคำว่า “Toyota” มาเป็นโลโก้ “สามห่วง” ที่โตโยต้าเริ่มนำมาใช้กับรถรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ในปี 2532

Toyota-Hilux-Mighty-X-4X4

สำหรับรุ่น 4X4 ที่นำเข้าจากออสเตรเลีย มีในรูปแบบตัวถังมาตรฐาน และ X-Tra Cab (มีหูช้างที่กระจกมองข้าง)  ใช้ช่วงล่างแบบ หน้าทอร์ชั่นบาร์ หลังแบบแหนบ พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร รหัส 3L ในส่วนของรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ถูกถอดออกจากสายพานการผลิตนับแต่ในช่วงนี้

Toyota-Hilux-Mighty-X

Toyota-Hilux-Mighty-X-StationWagon

หลังจากที่โตโยต้าเปิดโรงงาน TAW (Toyota Auto Works) ในเดือนมิถุนายน 2535 Toyota จึงได้นำ Mighty-X มาประกอบขายในรูปแบบของกระบะ 4 ประตู และแบบสเตชั่นแวกอน ซึ่งก็ได้รับความนิยมพอสมควร

Toyota-Hilux-Mighty-X

ต่อมาในปี 2539 ก็ปรับโฉมใหญ่อีกครั้ง ด้วยไฟหน้าเต็มเหมือนรุ่น 4×4 (แบบเดียวกับตัว 4Runner ที่โตโยต้านำเข้ามาจำหน่าย) ที่มีไฟเลี้ยวทรงเฉียงขึ้นพร้อมด้วย โป่งล้อหน้า แล้วเพิ่มเกียร์อัตโนมัติ ที่ควบคู่มากับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2L-II

Toyota-Hilux-Mighty-X-Plus

โดยในช่วงปลายปีเดียวกัน ยังมี “Mighty X-Plus” เพิ่มมาอีก ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร รหัส 3L ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ คือ “ไฟเบรกดวงที่ 3 บนหลังคา” ในรุ่นย่อย SGL และมีรุ่นพิเศษออกมาอีกหลายครั้ง (มีอยู่รุ่นนึง ให้ Sunroof มาด้วย) ก่อนจะยุติสายการผลิตไปในปี 2541 เพื่อให้ “Hilux Tiger” มาแทน

ในส่วนของ Toyota Hilux “Tiger” และ “Vigo” คิดว่าท่านผู้อ่านหลายๆ คน น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว จึงขอยกยอดไปไม่กล่าวถึงในตอนนี้นะครับ

Toyota LiteAce “ตู้เล็ก”

Toyota LiteAce (โตโยต้า ไลท์เอซ) ถือเป็นรถตู้ขนาดเล็กของ Toyota ที่ถือว่ายอดนิยมพอสมควรในอดีต แต่ในปัจจุบันก็ถูกลืมไปเยอะแล้ว รวมไปถึงตัวรถที่หายากขึ้นด้วย ในอดีตรถตู้รุ่นนี้ มีทั้งแบบนำเข้ามาจากญี่ปุ่น และประกอบในประเทศไทย เอาล่ะ ไปอ่านกันเลยดีกว่า

สำหรับฉายา “ตู้เล็ก” นั้น อาจจะไม่ใช่ฉายาที่เป็นทางการนัก แต่ถ้าคนเล่นรถตู้พูดถึง “ตู้เล็ก” ทีไร ก็มักจะนึกถึง “Toyota Liteace” มาเป็นอันดับแรก (ส่วน “Nissan Vanette” มาเป็นอันดับสอง) แม้ว่าในญี่ปุ่น Liteace จะมีเวอร์ชั่นแบบกระบะบรรทุกด้วยก็ตาม แต่ในบ้านเรา มีเฉพาะรถเก่า กับรถจดประกอบ เอาเข้ามาใช้งานเท่านั้น

Toyota-Liteace

1. Toyota LiteAce KM10/KM11

Toyota-Liteace

รุ่นนี้ถือว่าหายากในบ้านเราแล้ว และรายละเอียดที่ขายในบ้านเรา ก็มีไม่มากนัก ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส 3K และขนาด 1.3 ลิตร รหัส 4K เกียร์คอพวงมาลัย 4 สปีด

Toyota-Liteace

2. Toyota LiteAce KM20/CM20

ถือเป็น Liteace ที่เริ่มได้รับความนิยมในบ้านเรามากขึ้น และรายละเอียดที่ขายในบ้านเรา ก็มีไม่มากนัก ในเวอร์ชั่นไทย ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร รหัส 4K และเริ่มนำเสนอเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.8 ลิตร รหัส 1C

Toyota-Liteace-4

3. Toyota Liteace KM36/CM36

ถือเป็น Liteace ที่ได้รับความนิยมในบ้านเราสุดขีด เป็นที่นิยมมากในหลายหน่วยงาน แต่ที่เห็นเด่นสุดคือเป็นรถตู้ของ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ที่ใช้เป็นรถตู้ปฏิบัติงาน ในเวอร์ชั่นไทย ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5K และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รหัส 2C

Toyota-Liteace

4. Toyota Liteace KR27/CR27

เข้าสู่ยุคขาลงของ Liteace และเป็นรถตู้เล็กรุ่นสุดท้าย ที่โตโยต้านำเข้ามาขายในไทย ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 5K และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รหัส 2C

Toyota-Hiace-หัวแตงโม

5. Toyota Hi-Ace (H20/H40) “หัวแตงโม”

Toyota Hi-Ace (โตโยต้า ไฮ-เอซ) เจเนอเรชั่นที่ 2 ออกแบบให้มีความลู่ลมมากขึ้น มีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้น และช่วงยาว เวอร์ชั่นไทย มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ทั้งแบบเบนซินขนาด 1.6 ลิตร รหัส 12R และเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร รหัส L

ที่มาของฉายา “หัวแตงโม” น่าจะมาจากด้านหน้าที่ดูเรียบๆ และมีเส้นสายตัวรถที่อยู่กึ่งกลางระหว่างไฟหน้าสองด้านครับ

Toyota-Hiace-ตาหวาน

Hiace “ตาหวาน” โฉมแรก ไฟกลม

6. Toyota Hiace (H50/H60) “ตาหวาน”

Toyota Hiace เจเนอเรชั่นที่ 3 รุ่นนี้ มีตัวถังใหญ่ขึ้น เวอร์ชั่นไทย เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2526 มีให้เลือกทั้งแบบช่วงสั้น และช่วงยาว รวมถึงรุ่นหลังคาสูง (Commuter) ที่เริ่มแนะนำในรุ่นนี้เป็นครั้งแรก

Toyota-Hiace-ตาหวาน

ไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรก “ไฟเหลี่ยม”

Toyota-Hiace-ตาหวาน

ไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่ 2 “ไฟหน้าเหลี่ยมใหญ่” พร้อมสัญลักษณ์ “H” แบบเดียวกับใน Hiace Wagon เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

สำหรับหน้าตาในโฉมแรกจะเป็นแบบไฟกลม ส่วนเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ จะเป็นไฟเหลี่ยม (ที่มีทั้งไฟเหลี่ยมธรรมดา และไฟเหลี่ยมแบบเต็ม) มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ทั้งแบบเบนซิน และเครื่องยนต์ดีเซล

Toyota-Hiace-หัวจรวด

7. Toyota Hiace (LH100/RZH102/RZH112/LH112/RZH113) “หัวจรวด”

Toyota Hiace เจเนอเรชั่นที่ 4 มีรหัสตัวถัง H100 เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2532 และเป็นรถตู้โฉมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ Hiace ด้วยระยะเวลาการขายที่มากถึง 15 ปี (2532-2547) โดยใช้เป็นทั้งรถตู้ขนของ รถตู้ของรถโรงเรียน รถตู้บริษัทนำเที่ยว และรถตู้รับ-ส่ง ผู้โดยสาร เป็นต้น

Toyota-Hiace-หัวจรวด

Toyota-Commuter

ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรก พร้อมรุ่น Commuter ช่วงยาว หลังคาสูง นำเข้าจากญี่ปุ่น

มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์หลักๆ ถึง 3 ครั้ง (สำหรับรุ่นหลังคาสูง Commuter ตามมาในช่วงประมาณปี 2535)

Toyota-Hiace-หัวจรวด

ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่สอง หน้าตาแบบนี้

Toyota-Hiace-หัวจรวด

หากเป็นรุ่นตู้ทึบ หรือรุ่นถูกสุด หน้าตาจะไฟเหลี่ยมดวงเล็กแบบนี้ เหมือนกันทุกโฉม

สำหรับรุ่นที่ขายในบ้านเรา ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2L และในส่วนของรุ่น Commuter ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร รหัส 3L ภายหลังจึงเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 5L เข้ามา

อีกทั้งยังมีเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 1RZ ให้เลือก

Toyota-Super-Wagon

Toyota Super Custom โฉมแรก มีเฉพาะแบบช่วงสั้นและช่วงยาว หลังคาเตี้ย

อีกทั้งยังขยายความต้องการของผู้บริโภค ที่ต้องการรถตู้สำหรับครอบครัว หรือเน้นความหรูหราขึ้น ประมาณปี 2540 โตโยต้า จึงออก “Super Custom” (ซูเปอร์ แวกอน) (RZH135) แบบช่วงยาว โดยชุดเบาะด้านหลัง สามารถปรับหันหน้าเข้ากันได้ ออกมาจำหน่าย

Toyota-Super-Wagon

Toyota Grand Wagon ใส่สเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลัง และล้อแม็ก 15 นิ้ว มาให้จากโรงงาน

และแบบ “Super Wagon” (ซูเปอร์ แวกอน) กับ “Grand Wagon” (แกรนด์ แวกอน) เป็นแบบหรูหราเหมือน “Hiace Wagon” ทีจำหน่ายในญี่ปุ่นในตอนนั้น ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2RZ-E (ซึ่งตอนหลังพัฒนากลายมาเป็นรุ่น Ventury ที่ขายในปัจจุบันนั่นเอง)

ส่วนใครที่อยากขายรถตู้ หรือมีเพื่อนฝูงกำลังหาที่ขายรถตู้อยู่ CARRO เรารับซื้อรถของคุณ สามารถเข้าไปเช็กราคา ตีราคาขายรถก่อนได้ โดยใส่ข้อมูลรถของคุณที่นี่เลย กับ CARRO Express > https://th.carro.co/sell-car/express หรือโทร. 02-508-8425

หรือใครจะ Inbox มาสอบถามก็ได้เช่นกัน ที่ Facebook CARRO Thailand หรือสะดวก Add Line ก็ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

(บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย CARRO Blog)