Frank-ใช้รถยกขนย้ายรถยนต์มีข้อดียังไงนะ

หากคุณจำเป็นต้องใช้บริการ ‘รถยก’ หรือ ‘รถสไลด์’ เพื่อนำรถยนต์ของคุณเข้าอู่ หรือเข้าศูนย์ เพื่อซ่อมแซมรถยนต์จะมีข้อดีอะไรบ้าง ? เพราะเหตุใดถึงมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อยากรู้อ่านกันโล้ด!

ข้อดีการใช้รถยกขนย้ายรถ มีดังนี้

  1. รถยก/รถสไลด์ เหมาะสำหรับรถยนต์ใหม่ รถซุปเปอร์คาร์ และรถโหลดต่ำซึ่งจะช่วยดูแลช่วงล่างของรถยนต์ได้เป็นอย่างดี  
  2. การใช้รถยกจะมีความปลอดภัยกับตัวรถยนต์ดีเยี่ยม มีระบบล็อคแน่นหนา ปลอดภัยในระหว่างการขนย้ายแน่นอน ไม่ทำให้ช่วงล่างของรถยนต์เสียหายด้วยล่ะ
  3. การใช้รถยกนั้น เหมาะสำหรับบริการรถยนต์เสียหายหนัก และมีความจำเป็นต้องยกไปซ่อมอู่ซ่อมในระยะทางไกล ๆ ตั้งแต่ 20 กิโลเมตรขึ้นไป

สำหรับวิธีการขนย้ายโดยรถยก

จะเริ่มจากการยกรถยนต์ที่เสียหายขึ้นบนรถบรรทุกขนาดใหญ่ ขึ้นไปวางทั้งคัน เหมือนเราจอดทิ้งไว้บนถาดสไลด์ ช่วยให้ช่วงล่างของรถยนต์ไม่สึกหรอ พร้อมกับยกรถทั้งคันไปยังจุดหมายปลายทาง

เพื่อให้รถยนต์ปลอดภัยสูงสุดการดูแลรถยนต์เกียร์ธรรมดาควรปลดเบรคมือ ใส่เกียร์ว่าง ส่วนรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ จะต้องให้ทำการปลดเบรคมือออกก่อน เลื่อนเกียร์ไปที่เกียร์ว่าง พร้อมกับดับเครื่องยนต์ก่อนขนย้าย เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก frank.co.th

carro แชร์บุญปันตุ๊กตาให้น้อง
💦 สงกรานต์นี้ร่วมด้วยกันช่วยกัน เพียงแค่คุณ Share ลิงค์นี้> https://bit.ly/2U3XhFL น้องๆจะได้ตุ๊กตากระต่ายสุดน่ารัก
💞 1 แชร์ของคุณ เท่ากับ 1 ตัว ที่ Carro จะนำไปแจกให้กับ สำนักงานมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
🔫 ใครแชร์แล้ว อย่าลืม! แท็กเพื่อนในคอมเมนต์ให้มาช่วยแชร์กันเยอะๆด้วยนะคะ
ระยะเวลาตั้งแต่ 10-19 เมษายน 2562
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
☎️ 02-508-8425
Facebook : Carro Thailand
[email protected] : @carrothailand
#CarroTH #CarroBlog #คาร์โร
#คิดจะขายรถต้องขายที่คาร์โร #ขายด่วนภายใน1วัน #ปิดการขายรับเงินสดทันที #ราคาดีไม่กดราคา
CarroxGobear อ่านหนังสือในรถอย่างไร ให้ไม่เมารถ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เชื่อว่าหลายคนที่กำลังอ่านบทความอยู่ ณ ตอนนี้ คงรู้สึกเสียดายเวลาไปนั่งรถเที่ยวกับคนอื่นแล้วต้องนั่งเบื่ออยู่ในรถ เพราะไม่สามารถจะอ่านหนังสือในรถได้เลยเนื่องจากเป็นคนเมารถง่าย

หรือถ้าเพื่อนๆเป็นหนอนหนังสือตัวยงอยู่แล้ว ก็คงเสียดายเสียดายเวลาที่อยู่บนรถเอาอย่างมากเลยใช่ไหมล่ะค่ะ แทนที่จะได้อ่านหนังสือดีๆ หรือแม้แต่นักเรียนนักศึกษาที่กำลังต้องเข้าสอบ ก็อดใช้เวลาตรงนี้ไปให้คุ้มค่าเพราะกลัวว่าจะเมารถ

เพื่อนๆทราบไหมค่ะว่า ปัญหาการอ่านหนังสือในรถที่ทำให้เพื่อนๆเมารถนั้น เกิดจากการที่การทำงานของประสาทรับรู้การมองเห็นและสมองไม่ไปในทางเดียวกัน เพราะดวงตาของเพื่อนๆจะส่งสัญญาณบอกสมองเสมอว่าเพื่อนๆไม่ได้เคลื่อนไหว ซึ่งขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงที่ประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ ทั้งหูชั้นใน กล้ามเนื้อ และข้อต่อ ล้วนบอกว่าเพื่อนๆกำลังเคลื่อนไหวอยู่บนรถ ทำให้สมองเกิดอาการสับสนและคลื่นไส้จนเกิดเป็นอาการเมารถขึ้น

แต่ถ้าหากเพื่อนๆยังคงอยากอ่านหนังสือในรถ วันนี้เราได้พี่หมีจาก GoBear มาบอก 7 วิธีดีๆกันไม่ให้เพื่อนๆเมารถมาฝากกันค่ะ ไปดูกันเลย

 

1) อย่าจมกับหนังสือนานๆ

ถ้าหากเพื่อนๆอยากอ่านหนังสือในรถได้ ก็อย่าพยายามพุ่งสายตาหรือใช้สายตามากเกินไปเป็นระยะเวลานาน แต่ให้เพื่อนๆลองละสายตา จากหนังสือออกมาดูวิวข้างนอกบ้างทุกๆ 10-30 วินาที แล้วให้มองโฟกัสไปที่วัตถุนิ่งๆชิ้นใดชิ้นหนึ่งบนถนน จะช่วยปรับลักษณะการมองเห็นให้เข้ากับสิ่งที่ร่างกายรู้สึกได้

โดยเพื่อนๆสามารถถือหนังสือให้สูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับสายตา ก็จะช่วยลดอาการเมารถได้เช่นกัน หรือถ้าหากเริ่มรู้สึกเมารถระหว่างอ่านหนังสือในรถ ก็ให้จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างหลายๆนาทีเลย หรือจะหลับตาลงแล้วเอามือปิดตาเอาไว้ก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ

 

2) ลดความรู้สึกสั่นสะเทือนลง

หากเพื่อนๆอยากอ่านหนังสือในรถได้ ก็ให้ลองหาวิธีที่จะทำให้ร่างกายของเพื่อนๆรู้สึกไม่สั่นสะเทือนมาก เช่น การนั่งที่เบาะหน้าที่จะสั่นน้อยกว่าการนั่งที่เบาะหลัง เป็นการป้องกันอาการเมารถได้ดี การพิงศีรษะไปที่พนักของเบาะ เพื่อให้ศีรษะไม่เคลื่อนไหวมากนัก หรือการละสายตาไม่อ่านหนังสือเมื่อเพื่อนๆกำลังลงจากทางด่วนหรือจากสะพานที่รถเคลื่อนเร็วแบบวูบ

 

3) เปิดหน้าต่าง

หากเพื่อนๆอยากจะอ่านหนังสือในรถโดยไม่เมารถ ให้ลองเปิดหน้าต่างที่จะช่วยนำเอาอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกเข้ามาถ่ายเทและทำให้เพื่อนๆสดชื่นขึ้น แต่เพื่อนๆก็ต้องถือหนังสือดีๆหน่อยนะคะ ไม่งั้นหน้าที่อ่านอยู่ก็อาจจะปลิวไปหมดได้

CarroxGobear อ่านหนังสือในรถอย่างไร ให้ไม่เมารถ

4) ทานอาหารเพียงเบาๆก่อนขึ้นรถ

ถ้าเพื่อนๆอยากอ่านหนังสือในรถได้แบบไม่มีปัญหา ก็พยายามอย่าทานอะไรหนักๆก่อนขึ้นรถ โดยเฉพาะอาหารมัน อาหารเผ็ด หรือแอลกอฮอล์ เพราะการที่เพื่อนๆรู้สึกอิ่มมากจะยิ่งทำให้รู้สึกคลื่นไส้และอยากอาเจียนได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ หากเพื่อนๆไม่ยอมทานอะไรเลยก็ไม่ควรเช่นกันนะคะ ทำให้เมาได้เช่นกัน จึงควรทานแต่พอดีให้ไม่อิ่มจนเกินไป

 

5) ทานของขบเคี้ยว

เพื่อนๆสามารถทานของขบเคี้ยวที่ช่วยลดอาการเมารถระหว่างอ่านหนังสือในรถได้ เช่น แครกเกอร์แบบแห้ง ที่จะช่วยดูดซับกรดในกระเพาะบางส่วน ลูกอมแบบแข็งโดยเฉพาะลูกอมมินต์ และเครื่องดื่มประเภทคาร์บอเนตที่จะทำให้กระเพาะรู้สึกดีขึ้น และมีเกลือแร่ช่วยให้รู้สึกมึนงงน้อยลง

 

6) อยู่ให้ไกลบุหรี่

เพราะรถที่มีกลิ่นบุหรี่หรือหากมีผู้โดยสารสูบบุหรี่บนรถ กลิ่นนั้นๆจะยิ่งทำให้เพื่อนๆเมารถระหว่างอ่านหนังสือในรถ เพราะเมื่อเพื่อนๆเกิดอาการเมาขึ้นมา จะยิ่ง sensitive กับกลิ่นต่างๆมากขึ้นและยิ่งทำให้เพื่อนๆรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่นั่นเองค่ะ นอกจากบุหรี่แล้ว กลิ่นเหล่านี้ยังรวมไปถึงน้ำหอมปรับอากาศในรถด้วยนะคะ

CarroxGobear อ่านหนังสือในรถอย่างไร ให้ไม่เมารถ

7) ทานขิง

เป็นอีกวิธีธรรมชาติหนึ่งที่พี่หมีอยากให้ลอง นั่นก็คือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการรักษาอาการเมารถ นั่นคือขิง ที่มีฤทธิ์ช่วยขับลมและทำให้กระเพาะอาหารทำงานได้เป็นปกติ แม้จะยังไม่มีผลการวิจัยใดออกมาพิสูจน์ได้ว่าขิงจะช่วยลดอาการได้ แต่ก็คุ้มที่จะลองอยู่นะคะ โดยเพื่อนๆสามารถดื่มน้ำขิง, เต้าฮวย ขนมคุกกี้ขิง หรือของขบเคี้ยวที่มีขิงเป็นส่วนประกอบค่ะ

 

หวังว่าเคล็ดลับที่พี่หมีเอามาฝากจะช่วยให้เพื่อนๆลดอาการเมารถระหว่างอ่านหนังสือในรถกันได้บ้างนะคะ และนอกจากการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยระหว่างขับขี่แล้ว ก็อย่าลืมดูแลรถยนต์ของเพื่อนๆด้วยการทำประกันรถยนต์ติดเอาไว้ด้วยนะคะ โดยเพื่อนๆสามารถเข้ามาเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ได้ที่ GoBear.com/th เลยนะคะ

ดูแลรถของคุณให้พร้อมเผชิญกับอากาศร้อน

ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ สภาพอากาศในประเทศไทยเรียกว่าร้อนมากๆ ร้อนขนาดที่ว่าต้องร้องขอชีวิต จนต้องหาวิธีดับร้อนให้กับตัวเองกันถ้วนหน้า เเต่นอกจากที่เราต้องทรมานกับอากาศที่ร้อนจัดแล้ว รถยนต์ของเราเองก็ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนแผดเผาแล้ว เครื่องยนต์ของรถเองก็มีส่วนทำให้รถของเรายิ่งทวีคูณความร้อนเข้าไปอีก

เพราะฉะนั้นวันนี้ Carro ได้ทาง rabbit finance มาบอกวิธีดูแลรถยนต์ที่เรารักในช่วงหน้าร้อนมาฝาก จะมีวิธีไหนบ้าง งานนี้ใครที่มีรถละก็ห้ามพลาดบทความนี้เด็ดขาด!

เผยเทคนิคดูแลรถยนต์ ให้พร้อมเผชิญกับแดดประเทศไทย

หน้าร้อนประเทศไทย เรียกว่าร้อนแบบหาคำมาบรรยายไม่ได้ หลายคนบ่นกันอุบอิบ แต่รถที่แสนรักของเราไม่มีปาก ไม่มีเสียง บ่นไม่ได้ กว่าเราจะรู้ตัวอีกทีรถของเราก็โอเวอร์ฮีทเป็นที่เรียบร้อย ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีเทคนิคในการดูแลรถสำหรับหน้าร้อนเอาไว้ ดังนี้

อากาศร้อนส่งผลเสียให้กับรถยนต์

1.ติดฟิล์มกรองแสง

ฟิล์มกรองเเสง ถือเป็นต้วยช่วยหนึ่งที่จะป้องกันแดดในขณะที่ขับรถ หรือแม้แต่ตอนจอดรถด้วยเช่นกัน เพราะฟิล์มติดรถจะช่วยลดความร้อนป้องกันแสงแดด และยังช่วยลดการทำงานของแอร์ได้อีกด้วย

ทั้งนี้เราควรเลือกฟิล์มกรองเเสง ที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสง แต่ก็ไม่ควรสะท้อนแสงมากเกินไป เพราะแสงที่สะท้อนอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถคนอื่นได้ หรือเราก็ไม่ควรเลือกฟิล์มที่มืดจนเกินไป เพราะอาจทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่แย่ลงได้

2.ระบบปรับอากาศ

ในช่วงที่อากาศร้อน สิ่งหนึ่งที่เราต้องดูแลเป็นพิเศษเลยก็คือ ระบบปรับอากาศหรือแอร์ ยิ่งในช่วงหน้าร้อนแบบนี้เราต้องหมั่นเช็กระบบปรับอากาศอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาแอร์ ระบบการทำงานของแอร์มีความผิดปกติหรือไม่

เพราะหากระบบปรับอากาศของคุณมีปัญหาในขณะที่คุณต้องติดอยู่กลางสี่แยกร้อนๆ ละก็ ไม่ไหวแน่ๆ ค่ะ ดังนั้นอย่าลืมเช็กระบบปรับอากาศสม่ำเสมอ หากพบปัญหาหรือสิ่งผิดปกติ แนะนำให้รีบไปให้ช่างในอู่ดูโดยด่วนค่ะ

3.ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์

ส่วนใหญ่แล้วที่รถเกิดอาการโอเวอร์ฮีทขึ้นก็เพราะ สภาพอากาศที่ร้อนจัด และการทำงานของเครื่องยนต์ที่ทำงานหนักเกินไป จนทำให้เครื่องยนต์เกิดอาการโอเวอร์ฮีทได้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องคอยสังเกตและตรวจสอบหม้อน้ำให้ดี เช็กระดับน้ำ

ส่วนเรื่องระบบระบายความร้อน รถยนต์จะต้องมีระบบระบายความร้อนอย่างเช่น พัดลม เพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ หากคุณไม่มีพัดลม อาจทำให้ความร้อนในเครื่องยนต์ของเราเพิ่มสูงขึ้นได้

เพราะหากคุณไม่ดูแลรักษาระบบระบายความร้อนละก็ รถยนต์ของคุณอาจเกิดโอเวอร์ฮีทขึ้นได้ ซึ่งกว่าเราจะรอเครื่องให้หายเย็น ความร้อนลดลง ก็จะทำให้คุณทั้งเสียเวลา เสียอารมณ์ แถมยังทำให้การจราจรติดขัดได้อีกต่างหาก

 ดูแลรถที่เรารัก ให้เหมาะกับสภาพอากาศ

4.ยางรถยนต์

สำหรับหน้าร้อนแบบนี้ใครที่ใช้ยางอายุมากๆ และยังไม่ได้เปลี่ยนยางใหม่ มีความเสี่ยงที่ยางอาจจะเกิดระเบิดได้ ยิ่งใครที่ต้องขับรถเป็นระยะเวลานาน และมีอุณหภูมิที่สูง ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบยาง ลมยางตามเกณฑ์ที่เหมาะสมของยางรถยนต์นั่นเอง

5.เทคนิคอื่นๆ

นอกเหนือจากสิ่งที่เรากล่าวไป ยังมีบางอย่างที่เราต้องดูแลรถเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อน อย่างเช่น การวางพาวเวอร์แบงค์ไว้ในรถ โอกาสที่พาวเวอร์แบงค์จะเกิดระเบิดขึ้นก็มีความเป็นไปได้ ยิ่งในช่วงหน้าร้อนเปอร์เซ็นต์ที่พาวเวอร์แบงค์ระเบิดก็มีมากกว่า เพราะในพาวเวอร์แบงค์(รุ่นเก่าบางรุ่น) มีลิเธียมไอออน ที่มีโอกาสเกิดการลัดวงจร ระเบิด หรือติดไฟจนลุกไหม้ขึ้นได้ หากได้รับความร้อนที่สูงมาก

นอกจากนี้เวลาจอดรถ ถ้าเราได้จอดรถในที่ร่มก็ไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ แต่ถ้าต้องจอดรถในที่แจ้ง แนะนำว่าให้หาที่ร่มเท่าที่จะทำได้ ร่มไม้ก็ยังดีค่ะ อย่างน้อยรถของเราจะได้ไม่รับแดดแบบเต็มๆ หรือถ้าเลี่ยงแดดไม่ได้จริงๆ ผ้าคลุมรถก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าสนใจค่ะ

ในเมื่อเราไม่สามารถเอาตัวไปบังพระอาทิตย์ไม่ให้ส่องมาโดนรถของเรา หรือวิธีทำให้ประเทศไทยอากาศเย็นขึ้นเพื่อเป็นผลดีต่อรถยนต์ของเรา ทางที่ดีที่สุดคือการดูแลรถยนต์ของตัวเองในช่วงหน้าร้อนให้ถูกหลักนั่นเอง หรือใครที่คิดว่าเราคนเดียวดูแลรถไม่ไหวละก็ ให้ประกันรถจาก rabbit finance ช่วยดูแลได้เช่นกันค่ะ หากใครสนใจอยากมีประกันรถยนต์สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่นี่ https://rabbitfinance.com/car-insurance

 

4 เหตุผลที่รถมือสอง เหมาะกับประกันชั้น 2+

สำหรับใครที่ซื้อรถมือสองมาครอบครองแล้ว นอกเหนือจากการมีประกันภาคบังคับพ.ร.บ.รถยนต์ไว้ดูแลชีวิต ค่ารักษาพยาบาลแล้ว การซื้อประกันรถยนต์ หรือประกันภาคสมัครใจก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันกรณีเกิดอุบัติเหตุรถชน รถหาย หรือรถไฟไหม้ หากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับเบี้ยที่ไม่แพง ไม่แรงเกินไป อยากให้คนใช้รถมือสองลองพิจารณาประกัน 2 พลัส กับเหตุผลดี ๆ ที่นำมาเล่าตามนี้

 

1. เบี้ยประหยัด ราคาไม่แพง ดีต่อใจคนใช้รถมือสอง

หากคุณต้องการประหยัดเงิน และไม่อยากใช้งบเยอะ ประกันชั้น 2+ เป็นอะไรที่ดีต่อใจจริง ๆ เนื่องจากมีเบี้ยประหยัดกว่าประกันชั้น 1 ประมาณครึ่งนึง อย่างไรก็ดีการคำนวณเบี้ยกัน มาจากหลายตัวแปร เช่น

  • ทุนประกันรถที่ควรเลือกตามความต้องการของเราได้ตั้งแต่ 100,000 บาทเป็นต้น เมื่อทุนประกันต่างกันค่าเบี้ยประกันก็ต่างกันด้วย
  • ส่วนลดเบี้ยประกันต่าง ๆ เช่น ประวัติการขับขี่ดีในปีที่ผ่านมา, การเลือกมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ก็ช่วยประหยัดเบี้ยได้เป็นอย่างดี
  • ส่วนลดกล้องติดรถยนต์ก็ทำให้ได้ราคาเบี้ยประกันที่ถูกลงด้วยประมาณ 5-10% จากราคาเบี้ยสุทธิตามประกาศของ คปภ. แนะนำให้ลองพูดคุยขอส่วนลดกับบริษัทฯ ประกันหรือโบรกเกอร์ที่คุณกำลังจะซื้อประกันรถยนต์จะดีที่สุด

ประกันชั้น 2+ จึงเหมาะกับรถมือสองที่มี 4 ปีขึ้นไปที่ต้องการความคุ้มครองเทียบเท่าประกันชั้น 1 แต่ไม่อยากจ่ายเบี้ยแพง ประกันชั้น 2+ คือทางเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ

 

2. คุ้มครองคุ้มค่า ดูแลอุบัติเหตุ

ถ้าคุณกำลังมองหาตัวช่วยในการประหยัดเบี้ยประกัน ประกันชั้น 2+ สามารถตอบโจทย์คุณได้เพราะประกันชั้น 2+ หรือประกันรถยนต์ชั้น 2 พลัส ยังออกแบบมาเพื่อดูแลอุบัติเหตุที่เกิดจากการชนของรถชนรถตามทุนประกันที่เลือกไว้ (เพียงแต่ประกันชั้น 2+ ไม่คุ้มครองดูแลเหตุรถชนสิ่งอื่นที่ไม่ใช่รถ  เช่น ชนเสาไฟฟ้า ชนรั้วบ้าน หรือไปครูดฟุตบาท หรือเคสอุบัติเหตุที่ไม่สามารถระบุคู่กรณี จะต้องจ่ายค่าซ่อมเอง)

 

3. ประกันชั้น 2+ ช่วยดูแลเหตุรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ฯลฯ

อย่างที่บอกว่าประกันชั้น 2 พลัสมีความคุ้มครองที่เหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 1 นอกเหนือจากดูแลเหตุรถชนรถประกันชั้น 2+ ยังช่วยดูแลเหตุรถหาย ให้ความคุ้มครองตามทุนประกันที่ได้เลือกไว้เช่นเดียวกัน และกรณีรถไฟไหม้อีกด้วย ซึ่งจะดูแลตามทุนประกันล่ะ

นอกจากดูแลถยนต์สูญหาย, รถยนต์ไฟไหม้ ประกัน 2+ ยังคุ้มครองเหตุอื่น ๆ เช่น รถยนต์น้ำท่วม,  ผลกระทบจากภัยก่อการร้ายอุบัติเหตุส่วนบุคคลของคนขับและผู้โดยสาร รวมทั้งรักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทั้งกรณีที่ได้รับบาดเจ็บ หรือสูญเสียชีวิตที่เกินจากความคุ้มครองของพ.ร.บ.รถยนต์ ตามด้วยการรักษาแบบต่อเนื่องที่ต้องใช้ระยะเวลา ฯลฯ เห็นไหมว่า ประกันชั้น 2+ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนขับรถมือสอง

 

4. เพราะประกันชั้น 2+ ช่วยจ่ายความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ

กรมธรรม์ประกันชั้น 2+ นอกจากช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถของคู่กรณี (ยานพาหนะทางบก) ยังช่วยจ่ายช่วยเหลือกรณีอุบัติเหตุนั้น ๆ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามทุนประกันที่เลือกไว้ เพื่อแบ่งเบาภาระเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น เริ่มสนใจประกันชั้น 2+ เนื้อคู่ของรถมือสองบ้างหรือยัง ? เช็กเบี้ยที่ใช่กับ frank.co.th ได้นะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Frank “ประกันที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ”

Carro-Ticket-Motorshow-2019

รับไปเลย! บัตรเข้างาน Motor Show 2019
แค่ Add Line มาที่ @Carrothailand

“มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” ภายใต้แนวคิด “สุนทรีย์ภาพทางอารมณ์” หรือ “Enjoyment of Automobiles” พร้อมนำรถรุ่นใหม่ ทั้งที่เปิดตัวในปีนี้และปีที่ผ่านมา รวมทั้งรุ่นยอดนิยม มาจัดแสดงต้อนรับต้นปียิ่งใหญ่เช่นเคย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2019 ปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

สำหรับใครที่สนใจอยากซื้อรถคันใหม่ แต่คันเก่าที่ใช้งานอยู่ ไม่รู้จะขายดีหรือไม่ขายดี อย่าลังเลเลยค่ะ! เพราะถ้าไม่ขายตอนนี้ราคารถจะตกเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ซึ่งใครต้องการขายรถออกให้ได้เร็วที่สุด จะได้นำเงินไปซื้อคันใหม่ มาขายผ่านช่องทางที่ดีที่สุดกับ คาร์โร แล้วคุณจะพบกับข้อเสนอที่แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ อีกทั้งรู้ผลภายใน 2 ชั่วโมง และหลังจากปิดการขาย รับเงินสดทันที (คลิก)

Bangkok-Motorshow-2018

กิจกรรมแจกบัตร Motor Show 2019 ฟรี! ท่านละ 2 ใบ! หมดแล้วหมดเลย!

กติกาดังนี้

  • Add Line @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —-> เพิ่มเพื่อน

การแสดงสิทธิ์รับบัตร เพียงแคปหน้าจอหลังจากกดรับคูปอง ส่งมาได้ทาง Chat Line หรือ Inbox Facebook Carro Thailand ได้เลย

เงื่อนไขรับบัตร : สามารถมารับได้ด้วยตัวคุณเอง ตามที่อยู่ด้านล่าง ถ้าหากไม่สะดวกมารับเอง ก็สามารถสอดซองติดแสตมป์ส่งมาตามที่อยู่ด้านล่างได้

ที่อยู่ : เลขที่ 3 อาคารพร้อมพันธุ์ 3 ชั้น 16 ซ.ลาดพร้าว 3 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (300 เมตร จาก MRT พหลโยธิน) เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.30 – 18.30 น.
แผนที่ : https://bit.ly/2XW8kUG

หมดเขตร่วมสนุก ถึงวันที่ 2 เมษายนนี้เท่านั้น!!

มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ เพราะบัตรมีจำนวนจำกัดจริงๆ 😍

Bangkok-Motorshow-2018

ขับรถเที่ยวไทยแก้ปีชง ต้องที่ไหน

ขับรถเที่ยวไทยแก้ปีชง ต้องที่ไหน ?

ด้วยความที่ปีนี้ตรงกับปีกุน (ปีหมู) ตามความเชื่อของชาวจีนจะถือในเรื่องของปีชง คนที่เกิดในช่วงปีชงจะต้องทำบุญเสริมดวงชะตาให้เป็นสิริมงคล และหากใครกำลังมองหาสถานที่แก้ปีชงกับ 5 สถานที่แก้ปีชงในไทย อยากพาครอบครัวออกเที่ยว อ่านตามนี้เลย

1. วัดมังกรกมลาวาส กรุงเทพ

วัดจีนย่านเยาวราช สถานที่แก้ชงยอดฮิตอันดับหนึ่งในกรุงเทพ เป็นวัดจีนแต้จิ๋วที่มีศิลปะสวยงาม ภายในวัดจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ และเทพเจ้าที่สำคัญของชาวจีน เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย, เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยะ, เทพเจ้าเฮ่งเจีย และพระเมตไตรยโพธิสัตว์ หรือแม่กวนอิมผู่สัก

วิธีการบูชาบริเวณด้านหน้าวัดจะมีที่สำหรับจุดธูป เทียน ถวายดอกไม้ และอื่น ๆ ไว้ให้แล้ว แต่ถ้าอยากจะเตรียมของไหว้เพิ่มเติมก็สามารถนำมาถวายได้นะ เช่น ส้มมงคล  ขนมจันอับ ขนมเปี๊ยะ ขนมถ้วยฟู หรือน้ำมันตะเกียง เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

2. วัดมังกรบุปผาราม จันทบุรี

ขับรถเที่ยวไทยแก้ปีชงแนะนำอีกที่ คือ วัดมังกรบุปผาราม จังหวัดจันทบุรี จะอยู่ตรงบริเวณ อ.แหลมสิงห์ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของคนไทยเชื้อสายจีนมายาวนาน แวะสักการะวิหารท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่  มีซุ้มประตูทางเข้าตามศิลปะแบบจีน และวงเวียนน้ำพุอันสวยงาม และวิหารกวนซีอิมผ่อสัก วิหารตี่จั่งอ้วงผ่อสัก พระกวนอิมปางพันมือพันตา และพระโพธิสัตว์ต่างๆ คนปีชงร่วมสามารถมาทำบุญ เพื่อเสริมโชคชะตาให้กับชีวิตได้

ส่วนวิธีการไหว้จะเรียงลำดับทั้งหมด 17 จุด ซึ่งทางวัดได้เรียงลำดับตัวเลขไว้ตามจุดต่าง ๆ ให้แล้ว เชื่อว่าถ้าไหว้ครบทุกจุดจะได้รับพลังบุญยิ่งใหญ่ ช่วยแก้เคล็ด เสริมบารมี จึงเหมาะมากกับคนที่เกิดปีขาลที่ชงเรื่องของเคราะห์กรรม จะช่วยเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี

ทั้งนี้ทางวัดยังมีพิธีทำบุญถือศีลอีกด้วยนะ ใครที่อยากจะมานั่งสมาธิ หรือกำลังอยู่ในช่วงถือศีล ก็หาเวลาไปไหว้กันได้

3. วัดวิหารจีนห้วยบง เชียงใหม่

สำหรับคนที่กำลังจะขับรถออกเที่ยวเหนือ เที่ยวแก้ปีชงวัดห้วยบง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ได้เช่นกัน ทั้งวัดสร้างด้วยสถาปัตยกรรมจีน อยู่บนทำเลไหล่เขา หากมองลงไปจะเห็นวิวธรรมชาติสวยงาม

ส่วนตรงบริเวณบันไดทางขึ้นจะมีรูปปั้นสิงโต 2 ตัวขนาดใหญ่คอยคุ้มครอง ด้านภายในจะประดิษฐานองค์ปุงเถ่ากง-ม่า เจ้าแม่กวนอิม ไฉ่ซิงเอี้ย ฮั่วท้อเซียนซือ เฮี้ยงเทียนเซียงตี่ และเทพเจ้าต่างๆ

รวมถึงพระพุทธรูปที่วางเรียงกันยาวอีกหลายองค์  จึงเป็นวัดที่มองแล้วสวยสะดุดตามาก บริเวณรอบนอกวิหารจะค่อนข้างกว้าง สะอาด และเงียบสงบ เหมาะมากกับผู้ที่ต้องการมานั่งสมาธิ เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-17.00 น.

4. ศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า ขอนแก่น

พาเที่ยวอีสานบ้างกับขับรถไหว้แก้ชง ณ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการค้าขาย ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข ร่ำรวยเงินทอง หยิบจับอะไรก็ไม่ติดขัด แนะนำให้ลองมากราบไหว้กันสักครั้ง

สามารถนำมาถวายเป็นพวก หมู เป็ด ไก่ ไข่ต้ม ขนม ผลไม้ กระดาษเงิน กระดาษทอง และน้ำชา เพื่อให้มีอยู่ มีกิน ค้าขายเจริญรุ่งเรือง ติดต่อเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น หรือจะเติมน้ำมันพืชในตะเกียงของศาลเจ้า ช่วยให้ชีวิตรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

5. ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ภูเก็ต

นอกจากขับรถลงทางใต้สัมผัสกับทะเลชายหาดสวย อย่าลืมแวะไหว้ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย หรือจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ในอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นิยมนำสิ่งของ เครื่องใช้ ข้าวสาร น้ำมันมะพร้าว ขนมลูกเต๋า ขนมเปี๊ยะ ดอกไม้ ธูปเทียน มาถวายในศาล พร้อมกราบไหว้เจ้าแม่กวนอิม และทำพิธีสะเดาะเคราะห์ สามารถขอพรด้านสุขภาพเป็นหลัก และที่วัดแห่งนี้ยังขึ้นชื่อของยาจีนรักษาโรค จะมีรายละเอียดบอกสรรพคุณของยาจีนสามารถนำกลับต้มที่บ้านได้ด้วย

และทั้งหมดก็เป็น 5 สถานที่น่าขับรถเที่ยวแก้ปีชงทั่วไทย หากกำลังวางแพลนเที่ยวหยุดยาว หรือมีโอกาสขับรถเที่ยวแต่ไม่รู้จะไปไหน ก็สามารถเดินทางตามรอยพิกัดที่เล่ามานี้ได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูล Frank.co.th

4-เทคนิค-เลือกซื้อประกันให้รถมือสอง

รถมือสองควรซื้อประกันรถยนต์ประเภทไหนดี ?

เศรษฐกิจไม่ดี ที่บ้านมีฐานะพอมีพอกิน อยากมีรถสักคัน จะไปถอยรถใหม่ป้ายแดงเลยคงจะไม่ไหว งานนี้คงต้องไปซื้อรถมือสองแทนซะและ ว่าแต่ซื้อรถมือสองอย่างนี้ควรซื้อประกันรถยนต์หรือไม่ ? แล้วประกันรถยนต์ก็มีหลายแบบ หลายประเภท รถมือสองแบบนี้ควรซื้อประกันรถอันไหนดี?

ใครที่มีคำถามในส่วนนี้อยู่ละก็ วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับการเลือกประกันรถยนต์สำหรับรถมือสองมาฝาก จะต้องซื้อประกันตัวไหน ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

ตั้งงบสำหรับซื้อประกันรถยนต์

จะทำประกันรถยนต์ต้องดูเรื่องงบของเราเป็นหลัก

อย่างแรกเรามาคุยกันก่อนค่ะ ว่าหลักๆ แล้วเราต้องดูอะไรในการตัดสินใจเลือกทำประกันรถยนต์ให้กับรถมือสองกันบ้าง ซึ่งเราสามารถเเบ่งเป็น 4 ข้อหลักๆ ดังนี้ค่ะ

1. เรื่องงบสำหรับประกันรถยนต์

อย่างแรกเลยที่เราต้องดูก็คือ เรื่องงบในส่วนของประกันรถยนต์ ในเมื่อเราซื้อรถยนต์มือสอง งบของเราก็คงไม่สูงมากใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นเรื่องงบสำหรับการซื้อประกันรถเราก็ต้องมาคิดให้ถี่ถ้วน

ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ควรเลือกความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันรถยนต์อันไหนถึงจะเหมาะกับรถยนต์ของเรา และสไตล์การขับรถของเรา เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด

และอีกสิ่งที่ห้ามลืมเลยก็คือ เรื่องเบี้ยประกันที่เราต้องเสีย เพราะคุณต้องจ่ายเบี้ยประกันไปอีกหลายปีนะคะ

 

ซื้อประกันรถยนต์ ช่วยดูแลคุ้มครองเรา

พรบ. ประกันภาคบังคับ ความคุ้มครองไม่ครอบคลุมเท่าประกันรถยนต์

2. อย่าลืม พรบ.

ปกติแล้วรถยนต์ทุกคันจะต้องมี “ประกันภัยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ” หรือที่เราคุ้นชื่อกันคือ “พรบ.” ซึ่ง พรบ. นี้ ก็คือเป็นประกันภัยภาคบังคับ ที่ผู้มีรถทุกคนจะต้องทำ หากไม่ทำหรือไม่มีการต่ออายุ จะมีโทษทางกฎหมาย อาจได้รับโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 บาท

ซึ่ง พรบ. นี้จะให้การชดใช้เงินจำนวนหนึ่งกับบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายที่เกิดกับชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอก อันเนื่องจากการกระทำของผู้เอาประกันภัย

ในเมื่อเรามี พรบ. ประกันภัยภาคบังคับแล้วที่พอจะคุ้มครองได้บ้างส่วนหนึ่ง ดังนั้นความคุ้มครองส่วนที่เหลือที่คุณคิดว่า พรบ. ไม่ครอบคลุมก็ค่อยทำประกันรถยนต์มาช่วยคุ้มครอง

สภาพรถช่วยเราตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ได้

สภาพรถของเราเหมาะกับประกันรถยนต์ประเภทไหน

3. รถมีสภาพอย่างไร

มาถึงขั้นตอนที่เราต้องประเมินแล้วค่ะว่ารถยนต์มือสองของเรา เหมาะกับประกันรถยนต์ชั้นไหน โดยปกติแล้วประกันรถยนต์มีด้วยกัน 5 แบบ ได้แก่ ประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 2+, ประกันรถยนต์ชั้น 2, ประกันรถยนต์ชั้น 3+ และ ประกันรถยนต์ชั้น 3

ซึ่งประกันรถยนต์แต่ละประเภทก็มีความคุ้มครอง และเบี้ยประกันรถยนต์ที่ต่างออกไป โดยประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด และเบี้ยประกันที่แพงที่สุด ก็คือ ประกันรถยนต์ชั้น 1 รองลงมาก็เป็นประกันรถยนต์ชั้น 2+ และไล่ลงมาตามลำดับ

เมื่อเราพอจะทราบรายละเอียดความคุ้มครองและเบี้ยประกันแบบคร่าวๆ แล้ว ทีนี้เรามาดูสภาพรถยนต์ของเรากันดีกว่า

  • รถมือสองสภาพนางฟ้า

ถ้ารถมือสองของคุณยังมีสภาพนางฟ้า ผ่านการใช้งานเพียงไม่เท่าไหร่ เครื่องยนต์ยังพร้อมใช้งาน ดูแล้วไม่น่ามีปัญหา บอกเลยงานนี้ต้องจัดประกันรถยนต์ชั้น 1 เพราะความคุ้มครองประกันนี้มีความเหมาะสม เปรียบเทียบประกันดีๆ รับรองได้ประกันรถชั้น 1 ในราคาเบี้ยที่คุ้มค่าค่ะ

  • รถมือสองไม่ใหม่มาก แถมมีงบน้อย

หากรถของคุณมีสภาพที่ไม่ใหม่มาก แต่ก็ไม่เก่าเกินไป สภาพรถผ่านการใช้งานมาพอสมควร ถ้ารถของคุณมีสภาพเช่นนี้ แนะนำให้ทำประกันรถยนต์ ชั้น 2+, ประกันรถยนต์ชั้น 2, ประกันรถยนต์ชั้น 3 หรือประกันรถยนต์ชั้น 3+ ก็ย่อมได้

 

ฝีมือการขับรถช่วยเราตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ได้ทักษะการขับรถก็เป็นตัวตัดสินให้เราเลือกประกันรถยนต์ได้

4. ฝีมือการขับรถ

อย่างถัดไปที่ต้องดูก็คือ ฝีมือการขับรถของเรา หากคุณมีความเชี่ยวชาญในการขับรถมาก เรียกว่าน้อยครั้งมากที่จะเกิดอุบัติเหตุ แนะนำให้ทำประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองไม่สูงมาก เบี้ยประกันไม่สูงมาก เป็นการประหยัดเงินไปได้ส่วนหนึ่งเลยค่ะ

แต่ถ้าคุณไม่มั่นใจในฝีมือการขับรถ มักเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ถ้าอย่างงี้ต้องจัดประกันที่ให้ความคุ้มครองสูง ซึ่งความคุ้มครองสูงขนาดนี้เบี้ยประกันก็สูงตามไปด้วย เพื่อตอบโจทย์การขับขี่ของคุณนั่นเอง

ทั้ง 4 ปัจจัยที่กล่าวไปล้วนเป็นเหตุผลที่ช่วยให้คุณตัดสินใจทำประกันรถสำหรับรถมือสองโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าคุณยังตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์สำหรับรถมือสองไม่ได้ละก็ ทางเราแนะนำประกันรถยนต์ชั้น 2+ ก็เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม แถมเบี้ยประกันก็เอื้อมถึง รับรองประกันชั้นนี้ตอบโจทย์รถมือสองแน่นอนค่ะ

เช็ก-เปลี่ยน-ชุดถุงลมของ-6-ค่ายรถยนต์

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมกับ 6 บริษัทรถยนต์ชั้นนำของประเทศ ได้แก่ BMW, Honda, Mazda, Mitsubishi, Nissan, Toyota เชิญชวนให้กลุ่มลูกค้าเข้ารับการตรวจสอบ และแก้ไขชุดถุงลมเสริมความปลอดภัยในรถยนต์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทรถยนต์ต่างๆ ได้เริ่มดำเนินกิจกรรมเคลมพิเศษ ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา โดยการส่งจดหมายเชิญลูกค้าที่อยู่ในข่ายให้เข้ารับบริการ รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามารับบริการ สำหรับรถยนต์ที่เข้าข่ายเป็นรถยนต์รุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) เจ้าของรถยนต์สามารถนำหมายเลขตัวถัง ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ในช่องทางต่างๆ ดังนี้

1. เข้าเว็บไซต์ www.checkairbag.com

2. หรือเลือกเข้าไปกรอกข้อมูลตามแบรนด์ต่างๆ ดังนี้

3. โทรศัพท์ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับศูนย์บริการทั่วประเทศ

4. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ของทางบริษัทฯ

  •  บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-305-8888
  • บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-341-7777
  • บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-030-5666
  • บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-079-9500
  • บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-401-9600 (กทม./ปริมณฑล) หรือ โทร 1-800-900-500 (โทรฟรีสำหรับต่างจังหวัดเฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน)
  • บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โทร 02-386-2000 (กทม./ปริมณฑล)

โทร 1-800-238-444 (โทรฟรีสำหรับต่างจังหวัดเฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน)

 

ข้อมูลจาก dlt.go.th

ซื้อประกันจะเลือก ซ่อมอู่ หรือซ่อมศูนย์-01

ก่อนจะซื้อประกันรถยนต์ไว้ดูแลรถยนต์สักกรมธรรม์ แน่นอนว่านอกจากเลือกชั้นประกันที่ใช่และจ่ายเบี้ยไหวแล้ว เรายังต้องเลือกการซ่อมแซมรถยนต์อีกด้วยว่าจะเลือกแบบไหน “ซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์” หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องซ่อมรถขึ้นมา การซ่อมแบบไหนที่เหมาะกับเรา อ่านตรงนี้จะเข้าใจภายในไม่กี่นาที

  • ซ่อมอู่ คือ การซ่อมในอู่ซ่อมรถ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ อู่นอกเครือข่ายบริษัทประกันรถ จะต้องสำรองจ่ายก่อน และอู่ในเครือข่ายของบริษัทประกันรถยนต์ ซ่อมได้เลยไม่ต้องสำรองจ่าย
  • ซ่อมศูนย์ คือ การซ่อมในศูนย์ซ่อมรถยนต์ หรือเรียกว่าซ่อมห้างนั้นเองค่ะ

ระหว่างการซ่อมอู่และซ่อมศูนย์มีข้อดีแตกต่างกันไหม ?

แน่นอนว่า การซ่อมอู่จะมีเบี้ยที่ประหยัดกว่าการซ่อมศูนย์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอะไหล่ที่ใช้ซ่อมนั้นมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ข้อดีของการซ่อมอู่คือมีหลายแห่งใกล้บ้าน และซ่อมไวกว่าเพราะอาจจะไม่ต้องรอคิวนาน

ข้อดีเมื่อคุณเลือกซ่อมอู่

  • มีตัวเลือกเยอะกว่าศูนย์บริการรถยนต์ และมีหลายพื้นที่ สะดวกกว่าเวลาหาที่ซ่อม สามารถเลือกอู่ที่เราไว้ใจและสามารถต่อรองได้ สามารถซ่อมแยกส่วนได้ อะไรเสียก็ซ่อมส่วนนั้น ไม่ต้องเหมายกเซ็ตให้เปลืองค่าใช้จ่ายเหมือนกับการซ่อมศูนย์
  • เบี้ยประกันรถยนต์ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการส่งซ่อมในศูนย์บริการ
  • เลือกคุณภาพของอะไหล่ได้ตามต้องการ

สรุปการซ่อมอู่เหมาะกับใคร ?  

คนที่มีประสบการณ์ซ่อมรถ และมีอู่ซ่อมประจำที่ไว้ใจได้อยู่แล้ว

ทำความเข้าใจการซ่อมศูนย์หรือซ่อมห้าง

ทำความเข้าใจการซ่อมอู่แล้ว มาถึงคิวการซ่อมศูนย์ถึงแม้จะมีเบี้ยสูงกว่าหน่อย ๆ และคุณจะได้รับการซ่อมแซมที่มีประกันงานซ่อม และสามารถเคลมได้อะไหล่แท้จากศูนย์บริการนั่นเอง แต่อาจใช้เวลานาน เพราะต้องรอคิวตั้งแต่ส่งเข้าซ่อมและรับรถ

ข้อดีเมื่อคุณเลือกซ่อมศูนย์

  • การซ่อมศูนย์จะใช้อะไหล่ใหม่เอี่ยมจากแบรนด์รถยนต์โดยตรง อุ่นใจได้แน่นอนว่ารถเราจะกลับมาดีในสภาพเดิมด้วยอะไหล่แท้ 100%
  • หากรถประสบปัญหาเครื่องยนต์ ศูนย์บริการจะมีความชำนาญที่ทำให้เราเชื่อมั่นมากกว่า เพราะมีช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางประจำอยู่
  • มีการรับประกันงานซ่อม งานซ่อมได้มาตรฐานเพราะมีระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐาน ถ้าซ่อมแล้วมีปัญหาก็สามารถนำมาเคลมได้อีก

สรุปการซ่อมศูนย์เหมาะกับใคร ?

เหมาะสำหรับรถใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งถอยมาหมาด ๆ รวมทั้งคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการซ่อมรถ อย่างไรก็ดี การซ่อมศูนย์อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้รถเร่งด่วน หรือจำเป็นต้องใช้รถทุกวัน เพราะต้องรอคิวซ่อมรถ

เป็นอย่างไรบ้าง พอเข้าใจแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าระหว่างซ่อมอู่และซ่อมศูนย์มีข้อดีที่แตกต่างกัน ดังนั้น เลือกให้เหมาะกับคุณ จะดีที่สุ๊ดล่ะค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Frank.co.th