ไฟแนนซ์-รถมือสอง

จัดไฟแนนซ์รถบ้านมือสองด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
ไม่ต้องมีคนค้ำประกันก็ทำได้!

ไฟแนนซ์, รถมือสอง

เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ใครหลายคนตัดสินใจควักกระเป๋านำเงินไปซื้อรถยนต์ส่วนตัวใช้ ก็เพราะความสะดวกสบาย และความเป็นส่วนตัว และทำให้รถยนต์กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของคนไทยไปซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเมืองกรุง หรือชนบท รถยนต์ส่วนก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่สามารถอำนวยความสะดวกได้ดีที่สุด

แต่เนื่องด้วยเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวอยู่ในทุกวันนี้ คนที่กำลังจะควักกระเป๋าซื้อรถใหม่ก็ต้องคิดให้ดี เพราะนอกจากในเรื่องของเศรษฐกิจ ก็ยังมีเรื่องของราคารถมือหนึ่งที่เพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนหันมานิยมรถมือสองมากกว่า เพราะรถบ้านมือสองสมัยนี้มีราคาถูกกว่า และรถบางคันก็ยังอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน

ถ้าหากคุณต้องการซื้อรถบ้านมือสองสักคัน แต่ไม่อยากซื้อเงินสด ต้องการจัดไฟแนนซ์รถมือสองก็สามารถทำได้ แต่หลายคนอาจจะกังวลว่าจะจัดไฟแนนซ์รถมือสองผ่านไหม

ซึ่งสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับคนที่ต้องการจัดไฟแนนซ์ส่วนใหญ่คือเรื่องของ ‘คนค้ำประกัน’ เพราะคงไม่มีใครอยากจะมาร่วมเป็นหนี้กับคุณ เนื่องจากถ้าหากลูกหนี้มีการหนีหนี้ คนค้ำประกันจะตกเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบแทนทั้งหมด

ซึ่งอันที่จริงแล้วคุณก็สามารถจัดไฟแนนซ์รถมือสองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคนค้ำประกัน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ขอจัดไฟแนนซ์รถมือสองด้วยว่าจะสามารถขอจัดไฟแนนซ์รถมือสองแบบไม่มีคนค้ำได้หรือไม่

ซึ่ง Carro เว็บไซต์ซื้อ-ขายรถมือสอง ได้เล็งเห็นถึงข้อกังวลของผู้ซื้อทั้งหลาย และได้ทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด มาไขข้อข้องใจให้กับผู้ที่ต้องการซื้อรถบ้านมือสอง และจัดไฟแนนซ์ด้วยตนเอง ว่าถ้าหากไม่ต้องใช้คนค้ำประกันจะสามารถทำได้หรือไม่?! และบุคคลเหล่านั้นจะต้องมีคุณสมบัติใดบ้าง

ไฟแนนซ์, รถมือสอง

  1. ประกอบอาชีพที่มั่นคง และมีรายรับสม่ำเสมอ

คุณสมบัติแรกสำหรับผู้ที่ต้องการจัดไฟแนนซ์ต้องมีคือ การประกอบอาชีพที่มั่นคง ยิ่งถ้าคุณเป็นพนักงานประจำ ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีเงินเดือนเข้าบัญชีต่อเนื่อง และสม่ำเสมอก็จะยิ่งมีเครดิต มากกว่าคนที่ประกอบอาชีพอิสระ โดยทางบริษัทไฟแนนซ์ก็จะประเมินว่าเงินเดือนคุณสูงเกินจากค่าผ่อนชำระที่จะต้องส่งในแต่ละเดือนหรือไม่ ถ้าจะให้ดีเงินเดือนของคุณควรมีจำนวนมากกว่างวดประมาณ 2-3 เท่าขึ้นไป

 

  1. หลักฐานที่แสดงถึงรายได้

ไม่ว่าจะเป็นสลิปเงินเดือนย้อนหลัง หรือว่า Statement ย้อนหลัง ก็นับว่าเป็นหลักฐานที่ทางบริษัทไฟแนนซ์จะสามารถตรวจสอบได้ว่าคุณมียอดรายรับตรงกับที่แจ้งไว้หรือเปล่า ที่สำคัญยอดเงินที่เข้าบัญชีก็ต้องมีความสม่ำเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องใช้หลักฐานย้อนหลังประมาณ 6 เดือน

 

  1. ที่อยู่อาศัยต้องเป็นหลักแหล่ง

ในส่วนของเรื่องที่อยู่อาศัยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่บริษัทไฟแนนซ์จะต้องประเมิน ยิ่งถ้าหากผู้ขอจัดไฟแนนซ์มือสองมีที่อยู่อาศัยตรงตามทะเบียนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยกับพ่อแม่ สามีภรรยา หรือเป็นบ้านของตนเอง ก็จะทำให้การจัดไฟแนนซ์รถมือสองถูกอนุมัติได้ง่ายมากกว่าการอยู่ห้องเช่า หรือบ้านเช่า

 

  1. มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี

สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับสุดท้ายที่บริษัทไฟแนนซ์รถมือสองจะต้องประเมินคือ ประวัติการชำระหนี้ หรือที่เรียกกันว่า ‘เครดิตบูโร’ (link: https://www.ncb.co.th) ยิ่งคุณมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีมากเท่าไหร่ การอนุมัติไฟแนนซ์รถมือสองก็จะเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากใครไม่แน่ใจว่าประวัติการชำระหนี้ของคุณเป็นอย่างไร ก็สามารถไปขอได้ที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรตามสถานที่ต่างๆ

เพียงแค่ผู้ขอจัดไฟแนนซ์รถมือสองมีคุณสมบัติเบื้องต้นตามนี้ก็จะสามารถจัดไฟแนนซ์รถมือสองโดยไม่จำเป็นต้องมีคนค้ำประกัน แต่เงื่อนไข หรือคุณสมบัติบางอย่างอาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเงื่อนไขของบริษัทไฟแนนซ์รถมือสองที่คุณเลือก หรือถ้าหากคุณอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับไฟแนนซ์เรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ (https://blog.carro.co2/)

แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีรถบ้านมือสองคันที่ถูกใจ ก็สามารถเข้าไปเลือกดูได้ที่ (ตลาดรถมือสอง) ที่จะมีรถบ้านมือสองสภาพดีให้เลือกมากมาย หรือคุณมีรถคันเก่าที่อยากจะขายก็สามารถนำมาขายได้ที่ Carro เช่นกัน เรามีบริการอย่าง ขายรถแบบด่วน (link: https://th.carro.co/sell-car-express) เพื่อนำเงินไปซื้อรถคันใหม่ รับรองว่าให้ราคาที่ดีที่สุด พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ใน Facebook: Carro Thailand

 

10-Family-Secondhand-Cars

สำหรับใครหลายๆ คน ที่ตอนนี้ อาจจะเพิ่งแต่งงาน หรือกำลังเริ่มสร้างครอบครัว หรือมีลูกอยู่แล้ว 1-2 คน และกำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสองซักคัน ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ดี เพื่อนำเงินส่วนที่เหลือ ไปผ่อนบ้าน หรือใช้จ่ายในครอบครัว จ่ายค่าเทอมลูก เป็นต้น (แต่คนโสดจะซื้อไปใช้ ก็ได้เช่นกันนะครับ)

MPV-Family-Car

โดยรถยนต์ที่เหมาะสมหน่อย ก็คงหนีไม่พ้นรถยนต์แนวๆ MPV ที่นั่งได้หลายคน ขนของก็ได้ ไปได้กันทั้งครอบครัว ในราคาตัวรถที่ไม่แพงจนเกินไปนัก

Toyota-Innova

MR.CARRO ขอแนะนำรถครอบครัวมือสอง 10 รุ่น 10 คัน ในราคาคุ้มค่า ในราคาไม่เกิน 400,000 บาท ที่น่าซื้อมาใช้ ให้ทุกท่านได้พิจารณากันครับ.

Toyota-Avanza

1. Toyota Avanza F600 / F650

Toyota Avanza (โตโยต้า อแวนซ่า) ถือเป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ 5 ประตู 7 ที่นั่ง นำเข้าจากอินโดนีเซีย ชื่อรุ่นมาจากคำว่า “Avanzato” ในภาษาอิตาลี หรือ “Advance” ในภาษาอังกฤษ … ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2547 เป็นต้นมา ในรูปแบบรถยนต์นั่งแนวใหม่ “Compact Multi – Purpose Vehicle” ที่มีความคุ้มค่า ขนาดห้องโดยสารใช้แนวคิดการออกแบบ “Tall Boy” หลังคาทรงสูง รองรับผู้โดยสารในการเดินทางได้ถึง 7 คน วางตำแหน่งเบาะนั่งแบบ Flex And Fold ปรับได้อิสระ สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งเบาะนั่งเพื่อบรรทุกสัมภาระ พร้อมด้วยความคล่องตัว ประหยัดน้ำมัน ทนทาน อัตราการดูแลรักษาต่ำ

Toyota-Avanza

Toyota Avanza เจเนอเรชั่นแรก มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส K3-VE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. (120 นิวตัน-เมตร) ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด

ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2551 อัพเกรดเครื่องยนต์เป็นขนาด 1.5 ลิตร รหัส 3SZ-VE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.4 กก.-ม. (141 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด …

โดย Avanza (F600) ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) ราคาอยู่ที่ประมาณ 145,000 – 360,000 บาท

Toyota-Avanza

ส่วน Toyota Avanza ในโมเดลที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2555 พลิกโฉมสู่ความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ออกแบบใหม่หมด ทั้งภายนอกและภายใน แถมรองรับผู้โดยสารได้ 7 ที่่นั่งเหมือนเดิม

Toyota-Avanza

สำหรับ Toyota Avanza ในโฉมเจเนอเรชั่นที่ 2 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 3SZ-VE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 101 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.6 กก.-ม. (133 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,400 รอบ/นาที และสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด …

โดย Avanza (F650) ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) อยู่ที่ประมาณ 300,000 – 550,000 บาท

Toyota-Wish

2. Toyota Wish

จากรถที่เคยนำเข้ามาโชว์ก่อนเปิดตัว Toyota Wish (โตโยต้า วิช) ในงานมอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนเมษายน 2546 ก่อนจะเปิดจำหน่ายในบ้านเราเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546 สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ในบ้านเรามาก เพราะผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยเป็นแห่งที่ 2 ของโลกต่อจากประเทศญี่ปุ่น ช่วงแรกสร้างยอดขายเป็นที่น่าพอใจ รูปทรงดูทันสมัย แม้เวลาจะผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว

มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2548 แต่เนื่องจากกลุ่มตลาดที่ซ้ำซ้อนกับ Toyota Innova และยอดขายที่ตกมากช่วงปลายอายุตลาด ไม่คุ้มกับการผลิต Wish ก็เลยต้องหายจากตลาดไป …

Toyota-Wish

Toyota Wish ในประเทศไทย จะมีเบาะนั่ง 6-7 ที่ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส 1AZ-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 19.6 กก.-ม. (192 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Super ECT + Sport Sequential

โดย Wish ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) ราคาอยู่ที่ประมาณ 255,000 – 480,000 บาท

Toyota-Innova

3. Toyota Innova

Toyota Innova (โตโยต้า อินโนว่า) ถูกพัฒนาขึ้นมาจากโครงการ IMV (Innovative International Multi-Purpose Vehicle) มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทของ “โตโยต้า” โดยเป็นโมเดลที่ 2 ของโตโยต้า ภายใต้โครงการ IMV ที่เปิดตัวทำตลาดในไทยเดือนตุลาคม 2547 และเป็นรถแนว MPV รุ่นที่ได้รับความนิยมในบ้านเรามาก ทั้งในกลุ่มคนที่มีครอบครัว หรือในกิจการรถแท็กซี่ก็ตาม นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย มีทั้งแบบ 7 และ 8 ที่นั่ง …

Toyota-Innova

Toyota Innova โฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรก

ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรก ในเดือนตุลาคม 2551 และครั้งที่สองในวันที่ 7 กันยายน 2554 พร้อมกับตัดรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลออกไป

Toyota-Innova

Toyota Innova โฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่สอง

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 1TR-FE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.6 กก.-ม. (182 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว D4-D Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 26.5 กก.-ม. (260 นิวตัน-เมตร) ที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

โดย Innova ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) ราคาอยู่ที่ประมาณ 230,000 – 500,000 บาท (เป็นราคาโดยประมาณ สำหรับรุ่นก่อนปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่ 2)

Honda-Stream

4. Honda Stream

การมาของ “Honda Stream” (ฮอนด้า สตรีม) ทำให้ตลาดรถยนต์ในกลุ่ม MPV 7 ที่นั่ง ตื่นตัวขึ้นมากกว่าเดิม ด้วยรูปทรงที่ดูสวยงาม มุมด้านข้างดูโค้งมนพริ้วไหว ใช้พื้นฐานโครงสร้างเดียวกับ Civic โดยขยายช่วงล้อและยืดฐานล้อ ให้มีขนาดห้องโดยสารใหญ่เพียงพอสำหรับนั่งได้ 7 ที่นั่ง เปิดตัวไปในบ้านเราเมื่อกันยายน 2545 โดยนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับที่วางใน CR-V รหัส K20A แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC LEV ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.4 กก.-ม. (191 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด S-Matic

ต่อมา … เพิ่มรุ่นพิเศษ “Stream Sports Version” ใส่ชุดสเกิร์ตรอบคัน ไฟตัดหมอก และกระจังหน้าแบบใหม่

Honda-Stream

พอในปี 2547 Honda ก็ได้ปรับโฉม Stream กันอีกครั้ง … แต่การมาของ Toyota Wish ก็ทำให้ Honda Stream ยอดขายตกวูบ และในที่สุดก็เลิกขายในไทยไป หลังจากมีการเปลี่ยนโฉมใหม่ …

โดย Stream ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) อยู่ที่ประมาณ 190,000 – 360,000 บาท

Mitsubishi-Space-Wagon

5. Mitsubishi Space Wagon

ช่วงที่ตลาดรถ MPV กำลังหอมหวาน มิตซูบิชิ ก็กระโดดลงมาเล่นในตลาดนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2547 ด้วยการส่ง “Mitsubishi Space Wagon” (มิตซูบิชิ สเปซแวกอน) เป็น Mid-Size Minivan ที่ใหญ่กว่าคู่แข่ง ชิงส่วนแบ่งการตลาด ด้วยจุดขาย 2 ส่วน คือ ภาพลักษณ์หรูหรา ราคาไม่แตกต่างหรือใกล้เคียงมากกับคู่แข่ง และจุดขายส่วนที่ 2 คือ Multi Purpose ซึ่งทำให้รถยนต์สำหรับผู้บริหาร ไม่ใช่แค่การนั่งจากที่บ้านไปที่ทำงาน แต่หมายถึงใช้รถเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนในโฉมไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550

Mitsubishi-Space-Wagon

ทั้งนี้ ชื่อ “Space Wagon” เป็นที่รู้จักและคุ้นหูคนไทยมานาน ตั้งแต่ Mitsubishi นำเข้า Space Wagon (หรือ Mitsubishi Chariot ในญี่ปุ่น) เข้ามาขาย ส่วนในต่างประเทศใช้ชื่อว่า “Grandis”

Mitsubishi-Space-Wagon

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร รหัส 4G69 แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว MIVEC ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 22.1 กก.-ม. (224 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด INVECS-II

โดย Space Wagon ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) อยู่ที่ประมาณ 299,000 – 600,000 บาท

Suzuki-APV

6. Suzuki APV

ซูซูกิ เริ่มกระโดดลงมาเล่นในตลาดรถ MPV ครั้งแรก โดยส่ง “Suzuki APV” (ซูซูกิ เอพีวี) ตัวโชว์มาก่อนในช่วงงาน Motor Expo ปี 2547 ก่อนจะวางจำหน่ายจริงในช่วงเดือนมีนาคม 2548 โดยนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งก็ได้รับความนิยมมากจากครอบครัวคนไทย เพราะนั่งได้มากถึง 8 ที่นั่ง รวมไปถึงตลาดรถแท็กซี่เองก็มีซื้อไปใช้เช่นกัน อีกทั้ง ซูซูกิ ยังนำมาดัดแปลงเป็นรถกระบะบรรทุกขนาดเล็กอย่าง “Carry” อีกด้วย และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2551

Suzuki-APV

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส G16A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 5,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.0 กก.-ม. (127 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

โดย APV ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) อยู่ที่ประมาณ 180,000 – 350,000 บาท

Suzuki-Ertiga

7. Suzuki Ertiga

Suzuki Ertiga (ซูซูกิ เออร์ติกา) รับช่วงสานต่อความสำเร็จต่อจากรุ่น APV พัฒนาให้ดีขึ้นในทุกมิติ เปิดตัวในบ้านเราเมื่อเดือนมีนาคม 2556 รถอเนกประสงค์แบบ MPV 7 ที่นั่ง ชูความสะดวกสบายสามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย เจาะกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย

Suzuki-Ertiga

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร รหัส K14B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT ให้แรงม้าสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.3 กก.-ม. (130 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

โดย Ertiga ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) อยู่ที่ประมาณ 340,000 – 550,000 บาท

Chevrolet-Zafira

8. Chevrolet Zafira

Chevrolet Zafira (เชฟโรเลต ซาฟิร่า) เป็นการเปิดศักราชของ GM ภายใต้บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยลงทุนตั้งโรงงานประกอบที่ จ.ระยอง และทำตลาด Zafira ด้วยแบรนด์ Chevrolet เป็นรุ่นแรก (ไม่ใช้แบรนด์ Opel ในไทยอีกต่อไป) เปิดตัวในช่วงปี 2542 เป็นรถแบบ 7 ที่นั่ง รูปทรงกะทัดรัด ภายในห้องโดยสารออกแบบหรูหรา มีเบาะนั่งแบบ Flex7 สามารถพับเก็บได้สะดวกรวดเร็ว ถือเป็นจุดเด่นของ Zafira

มีเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร รหัส Z18XE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ECOTEC ให้แรงม้าสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

Chevrolet-Zafira

และเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รหัส Z22SE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ECOTEC ให้แรงม้าสูงสุด 145 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 22.3 กก.-ม. (203 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

โดย Zafira ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) อยู่ที่ประมาณ 89,000 – 180,000 บาท

Proton-Exora

9. Proton Exora

Proton Exora (โปรตอน เอ็กซ์โซร่า) เป็นการกลับมาของ บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด ที่หันกลับมาขายแบรนด์ “Proton” (โปรตอน) รถยนต์จากประเทศมาเลเซีย กับรถแนว MPV 7 ที่นั่ง เปิดตัวไปในเดือนพฤศจิกายน 2552 มาพร้อมรูปทรงสง่างาม หรูหรา ตั้งแต่หัวจรดท้าย ดีไซน์ตัวถังตามหลัก Aerodynamics ภายในกว้างขวาง มีแอร์สำหรับที่นั่งแถวที่ 2 และ 3 ด้วย
Proton-Exora

สำหรับ Exora และ Exora Prime มาพร้อมเครื่องยนต์ Campro ขนาด 1.6 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน CPS และท่อไอดีแปรผัน VIM ให้แรงม้าสูงสุด 125 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.3 กก.-ม. (150 นิวตัน-เมตร) ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด … มีรุ่นติดตั้งแก๊ส LPG ให้เลือกด้วยนะ

Proton-Exora-Turbo

ในปี 2555 จึงนำเข้า Exora Turbo มาเป็นตัวเลือกในตลาดเพิ่มอีกหนึ่งแบบ มีเฉพาะรุ่น High-Line มาพร้อมเครื่องยนต์ CFE ขนาด 1.6 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 138 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 20.9 กก.-ม. (205 นิวตัน-เมตร) ที่ 2,000-4,000 รอบ/นาที

โดย Exora ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) อยู่ที่ประมาณ 185,000 – 340,000 บาท

Kia-Carens

10. KIA Carens

KIA Carens (เกีย คาเรนส์) เป็นรถรุ่นเดียวในกลุ่ม Mini MPV ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ภายในห้องโดยสารกว้างและยาว สูงโปร่ง เพียงพอกับ 7 ที่นั่ง และประหยัดน้ำมัน เป็นรถที่นำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ และเป็นรถมือสองที่หายากในบ้านเราอีกหนึ่งรุ่น

Kia-Carens

ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบเรียง CRDi Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 25.0 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

โดย Carens ในตลาดรถมือสอง (ปี 2561) อยู่ที่ประมาณ 180,000 – 260,000 บาท

Mr.CARRO หวังว่ารถครอบครัวมือสอง 10 รุ่น 10 คัน ในราคาคุ้มค่า ไม่เกิน 4 แสนบาท ที่นำมาเสนอนั้น น่าจะถูกใจหลายๆ คนกันนะครับ

ส่วนถ้าใครอยากขายรถ สามารถขายรถคันเก่ากับ CARRO Express ได้ เรายินดีรับซื้อรถของคุณ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

เว็บรถมือสอง

 ใครจะเชื่อว่าอยู่ๆ กระแสรถมือสองจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ซึ่งจริงๆ แล้วก็สืบเนื่องมาจากหลายปัจจัยรวมกัน โดยหลักๆ ก็เป็นเรื่องของมูลค่าเงินนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ที่ทำให้ความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชนลดลง และราคาของรถมือหนึ่งที่ถูกปรับให้มีมูลค่าสูงขึ้นจากโครงการปรับภาษีรถใหม่เมื่อต้นปี 2016 ก็ล้วนเป็นปัจจัย ที่จะทำให้กระแสการซื้อ-ขาย รถมือสองเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ที่คิดจะซื้อรถมือหนึ่ง ก็หันมาเทใจให้กับรถมือสองมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจนักว่าทำไมช่วงสองปีให้หลังมานี้ ตลาดมือสองจึงมีความคึกคัก และมีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด

อย่างเว็บไซต์ซื้อ-ขายรถมือสองของ th.carro.co ที่กำลังมาแรง เป็นหนึ่งในตลาดมือสองออนไลน์ที่ได้รับผลตอบรับที่ดี และมีการพัฒนาระบบ เพื่อเน้นการตอบสนองผู้บริโภคให้ตรงจุด

ยิ่งหลังจากที่ตลาดมือสองมีแนวโน้มที่จะเฟื่องฟูมากขึ้นเรื่อยๆ CARRO ก็ได้เร่งพัฒนาเว็บไซต์ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะสามารถซื้อ-ขาย ได้อย่างมั่นใจ อย่างที่ไม่เคยมีเว็บไซต์ไหนทำมาก่อน แล้วความกังวลใจทั้งหลายที่มีต่อการซื้อรถมือสองของคุณจะหายไป เพราะเว็บไซต์ CARRO มีสิ่งเหล่านี้ !

รถมือสอง

1. ระบบการค้นหารถที่ตรงใจ

นับว่าเป็นจุดเด่นที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้กับใช้งานเว็บไซต์ทุกคนได้อย่างแท้จริง เนื่องจาก CARRO สามารถค้นหาได้ตั้งแต่ รุ่นย่อย ช่วงระยะเวลาของปี (โดยสามารถกรองเฉพาะแต่ปีนั้น หรือช่วงระยะเวลา 2–10 ปี ขึ้นไปก็ได้) ประเภทของเกียร์ เครื่องยนต์ ไปถึงจำนวนไมล์เลยทีเดียว

ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้ก็ล้วนเป็นข้อดีสำหรับผู้บริโภค เพราะคนที่มีสเปครถมือสองในดวงใจจะได้สามารถหารถที่ตรงใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่เสียเวลาไปนั่งหาให้ยุ่งยาก ดังนั้น ถ้าไม่อยากเสียเวลากับการหารถ การใช้ระบบค้นหาอย่างละเอียดของ CARRO คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดี

จุดเด่น : ค้นหารถที่ถูกใจได้อย่างละเอียด แม้กระทั่งเลือกเลขไมล์ และระบบเกียร์

ข้อแตกต่าง : สามารถกรองรถได้ละเอียดมากกว่าเว็บไซต์รถมือสองอื่นๆ ทำให้คุณสามารถค้นหารถที่ต้องการได้เร็ว และตรงตามความต้องการ

รถมือสอง

2. เว็บไซต์ใช้งานง่าย มีบริการให้เลือกเยอะ

อีกหนึ่งจุดเด่นของ CARRO เลยก็คือเว็บไซต์มีความโดดเด่น ทันสมัย ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก มีระบบครื่องคำนวณที่ช่วยให้คุณกำหนดการชำระเงินค่างวดต่อเดือนได้ เพียงใส่ ราคารถ เงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาการผ่อนชำระ อีกทั้งมีบริการอื่นๆ นอกจากการซื้อขายรถมือสองให้เลือกมากมาย ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้บริการ ได้ตรงตามใจต้องการ

นอกจากนี้ CARRO ยังบริการด้วยใจ เพื่อให้คุณมีความพึ่งพอใจอย่างสูงสุด 100%

จุดเด่น: มีบริการครบครัน มีให้เลือกเยอะ มาใช้บริการ CARRO ครบและจบในที่เดียว

ข้อแตกต่าง: บริการด้วยความจริงใจ ใส่ใจในทุกๆรายละเอียด และส่งรถถึงมือคุณ

รถมือสอง

3. ปรึกษาได้ทุกเรื่อง ที่เกี่ยวกับรถมือสอง

ถึงแม้ว่า CARRO จะเป็นสื่อกลางในการ ซื้อ-ขายรถมือสอง แต่คุณก็สามารถปรึกษา CARRO ได้ทุกเรื่องถ้าเกี่ยวกับรถมือสอง อาทิ ให้ CARRO ช่วยตามหารถคันที่คุณอยากได้ ถามรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับรถคันนั้น ปรึกษาเรื่องการขอจัดไฟแนนซ์ บริการประเมินสมรรถนะในการขับขี่รถก่อนการซื้อ-ขาย และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหากคุณมีข้อสงสัย หรืออยากให้ CARRO ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณ สามารถโทรมาปรึกษาได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-508-8425

จุดเด่น: สามารถโทรมาเพื่อปรึกษากับ CARRO ได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับรถมือสอง

ข้อแตกต่าง: เว็บไซต์อื่นอาจจะมีหน้าที่เป็นสื่อกลางในการ ซื้อ-ขาย รถมือสอง แต่ CARRO เป็นมากกว่านั้น ด้วยบริการให้คำปรึกษาต่างๆ CARRO จะเปรียบเสมือนเป็นเพื่อนคู่คิด เป็นตัวช่วยให้คุณเลือกซื้อรถมือสองได้ง่ายขึ้น

รถมือสอง

4. มีบทความดีๆ ให้อ่านมากมาย

สำหรับคนที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถ หรืออยากจะหาข้อมูล และรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ และรถมือสองเพิ่มเติมก็สามารถอ่านบทความสาระดีๆ ซึ่งจะมีทั้งข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์ใหม่ๆ บทความเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์อย่างละเอียด ไฟแนนซ์ การดูแลรักษารถยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย สามารถตามไปอ่านได้ที่ คลิก th.carro.co/blog หรือ ติดตามข่าวสารได้ที่ CARRO Thailand fanpage ได้เช่นกัน

จุดเด่น: มีบทความเกี่ยวกับรถยนต์ให้อ่าน ทั้งข่าวรถยนต์ใหม่ และรถมือสอง รวมถึงบทความที่เป็นสาระน่ารู้ดีๆ มากมาย

ข้อแตกต่าง: บทความบนเว็บไซต์ CARRO ไม่ได้มีเพียงแต่บทความที่อัพเดตรถใหม่เท่านั้น แต่ยังมีบทความอื่นๆที่ให้ความรู้ที่เกี่ยวกับรถ และสาระน่ารู้ที่น่าสนใจในกระแสปัจจุบันอีกด้วย

 

รถมือสอง

เพราะจำนวนรถยนต์ใช้แล้วที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดมือสองก็มีมากมายซะเหลือเกิน รวมถึงหลายคนก็อาจจะไม่มีประสบการณ์ในการเลือกซื้อรถ ซึ่งเหตุผลนี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจ จนไม่กล้าเปิดใจซื้อรถมือสองดูสักที เนื่องจากแต่เดิมคนไทยส่วนมากก็มักจะฝังใจว่ารถยนต์ใช้แล้ว มักจะเป็นรถที่สภาพไม่ดีที่นำมาย้อมแมวขายต่อ ทำให้ภาพลักษณ์ของรถยนต์ใช้แล้วดูไม่น่าเชื่อถือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว รถมือสองที่มีสภาพดีก็ยังมีอยู่จริง

ซึ่งการที่จะตามหาซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่มีสภาพดีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะในปัจจุบันนี้ก็มีบริษัทที่รับตรวจสภาพ หรือเช็คสภาพรถให้เลือกอยู่ไม่น้อย แต่ที่สะดวกมากสุดเห็นทีต้องยกให้กับเว็บไซต์สื่อกลางในการซื้อ-ขายรถมือสองอย่าง ‘คาร์โร’

ซึ่งแต่เดิมทีแล้วเว็บไซต์นี้ได้มีบริการตรวจสภาพรถที่ตรวจจากโครงสร้างรถ และค่าความหนาบางของสี โดยการตรวจนี้จะบอกได้ว่ารถคันไหนบ้างที่โครงสร้างรถยังสมบูรณ์ มีความปลอดภัยในการขับขี่ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจให้ครอบคลุม และตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับการตรวจสภาพ เป็นการประเมินสมรรถนะของรถว่ามีประสิทธิภาพในการขับขี่ออกถนนมากน้อยเพียงใด โดยทางเว็บไซต์จะทำการรายงานผลตามความเป็นจริง และมีใบเซอร์ให้สำหรับรถคันที่ได้รับการตรวจแล้ว โดยการประเมินสมรรถนะการขับขี่ของรถมือสองจะแบ่งออกเป็นการตรวจ 4 จุดหลักๆ คือ

เช็กรถมือสองอย่างไร

1. ตรวจภายนอก

นับว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการตรวจสอบ และเป็นการตรวจสอบที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งถ้าหากใครที่พอมีความรู้เรื่องการเช็คสภาพอยู่แล้ว ก็คงพอจะตรวจสอบได้ด้วยตนเอง แต่สำหรับคนที่ไม่ประสบการณ์ หรือไม่เชี่ยวชาญ ทางคาร์โรก็จะช่วยดูให้ตั้งแต่ ล้อรถ สปอยเลอร์ กระจกมองข้างซ้าย-ขวา ไปจนถึงการดูระยะช่องไฟระหว่างชิ้นส่วนต่าง ๆ

เช็กรถมือสองอย่างไร

2. ตรวจภายในห้องโดยสาร

เมื่อมีการตรวจภายนอก ก็ย่อมต้องมีการตรวจภายในห้องโดยสารควบคู่กันไปด้วย ซึ่งการตรวจสอบภายในห้องโดยสารนี้ ไม่ได้ตรวจแค่สภาพของวัสดุ หรืออุปกรณ์ (เช่น พรม ช่องเก็บของ ช่องวางแก้ว แผงหลังคา) เพียงเท่านั้น แต่จะตรวจสอบไปจนถึงระบบไฟฟ้าภายในรถด้วย อย่างเช่น ไฟหน้าคอนโซล ไฟแผงหน้าปัทม์ เครื่องเสียง และอื่น ๆ อีกมากมาย

เช็กรถมือสองอย่างไร

3. เครื่องยนต์

มาถึงการตรวจสอบที่สำคัญที่สุด และเป็นส่วนที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นลำดับต้นๆ นั้นก็คือการตรวจสอบเครื่องยนต์ เนื่องจากเครื่องยนต์นั้นถือเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้รถขับเคลื่อน ดังนั้นถ้าหากเครื่องยนต์มีสภาพที่ไม่พร้อม หรือบกพร่อง นั้นก็อาจจะทำให้การขับขี่ของคุณไม่ปลอดภัย โดยการเช็คเครื่องยนต์นั้นจะประกอบไปด้วย เช็คการรั่วซึมของเหลว เช็คระดับและสีของเหลวต่าง ๆ ตรวจสายพานเครื่อง แบตเตอรี่ สภาพสายไฟและท่อน้ำต่าง ๆ ไปจนถึงสายพานเครื่อง

เช็กรถมือสองอย่างไร-2

4. ทดลองขับ

หลังจากที่ตรวจเช็คองค์ประกอบภายใน และภายนอกเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงคิวของการทดลองขับจริงกันบ้าง โดยทางคาร์โรจะทำการทดลองขับจริง และเช็คสิ่งผิดปกติ หรือตรวจดูจุดบกพร่องระหว่างที่ทำการทดลองนี้ ซึ่งจะมีการเช็คตั้งแต่การสตาร์ทรถว่ามีเสียงดังผิดปกติหรือไม่ รอบของเครื่องยนต์ทำงานปกติหรือเปล่า ไปจนถึงการตรวจเช็คระบบเบรค ระบบคลัทช์ เกียร์ และดูว่าเมื่อมีการหมุนพวงมาลัยนั้นรถจะมีอาการผิดปกติหรือไม่

นอกจากการประเมินสมรรถนะทั้ง 4 จุดนี้ ทางคาร์โรยังมีบริการตรวจสอบเอกสาร โดยดูจากเลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ และเลขทะเบียน ว่าข้อมูลทั้งหมดนั้นสอดคล้องกันหรือไม่ รวมถึงตรวจประวัติว่ารถมือสองคันนั้นมีประวัติการโจรกรรมหรือไม่ ทำให้นอกจากคุณจะได้รับรู้ถึงประสิทธิภาพของการขับขี่แล้ว ยังสามารถทราบถึงประวัติของการโจรกรรมรถอีกด้วย หากใครกำลังมองหารถมือสองสภาพดี ลองให้คาร์โรช่วยคุณเลือกด้วยการประเมินสมรรถนะรถทั้ง 4 จุดนี้ เพราะคุณจะได้มั่นใจได้ว่ารถที่คุณซื้อไปนั้นคุ้มค่ากับราคาที่คุณต้องจ่าย สนใจ คลิก

Suzuki-Jimny-2018

เผยภาพหลุด Suzuki Jimny รุ่นใหม่ ดีไซน์แบบ Retro แต่แฝงด้วยความทันสมัย

หลังจากที่โลกออนไลน์ได้เห็นภาพหลุดเจ้า Suzuki Jimny (ซูซูกิ จิมนี่) ใหม่ ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากในหลายๆ ประเทศ ที่ยังคงชื่นชอบและติดใจรถยนต์ออฟโรดขนาดเล็กจากทาง ซูซูกิ ซึ่งถือเป็นการดีไซน์ที่ย้อนยุคกลับไปแบบในรุ่น LJ10/20 หรือรุ่น SJ410 แต่เพิ่มเติมเรื่องออพชั่นที่ทันสมัยแบบในปัจจุบัน คาดอาจจะเปิดตัวในงาน Tokyo Motor Show 2017 นี้

Suzuki-Jimny-2017 Suzuki-Jimny-2017

Suzuki Jimny รุ่นที่จำหน่ายอยู่ในญี่ปุ่นปัจจุบัน (ภาพจาก suzuki.co.jp)

นับตั้งแต่ Suzuki Jimny เปิดตัวในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1970 ปัจจุบันออกจำหน่ายกันมาถึง 3 เจเนอเรชั่นหลักๆ (โดยโฉมปัจจุบัน เปิดตัวจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 1998 ถือว่านานมาก ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมใหม่แล้ว) และประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ในฐานะรถออฟโรดขนาดเล็ก ที่มีสมรรถนะในการลุยป่าฝ่าดงเข้าไปได้ดีกว่ารถออฟโรดคันใหญ่ๆ หลายรุ่น! รวมถึงความทนทานที่พิสูจน์ได้

อดีตจำหน่ายในบ้านเราชื่อ Suzuki Caribian (ซูซูกิ คาริเบียน) โดยมีทั้งรุ่น SJ410 และ SJ413 ซึ่ง บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผลิตและจำหน่ายออกมาอยู่หลายเวอร์ชั่นมาก ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผลิตขายในบ้านเรา ก่อนที่ซูซูกิ มอเตอร์ จะเข้ามาทำตลาดในไทยและยุติการจำหน่ายเจ้า Caribian ไป

Suzuki-Jimny Suzuki-Jimny Suzuki-Jimny Suzuki-Jimny

Suzuki Jimny ใหม่ ทั้งภายนอกและภายใน (ภาพจาก Motor1.com)

โดยโฉมใหม่ที่ปรากฏออกมา นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่ย้อนยุค กระจังหน้าแบบ 5 ช่อง ไฟหน้าและไฟเลี้ยวทรงกลม กันชนหน้าสีดำพร้อมซุ้มล้อสีดำ ติดตั้งยางอะไหล่พร้อมฝาครอบรูป “แรด” บริเวณประตูท้าย และไฟท้ายแนวนอนบริเวณกันชน เป็นต้น

2018-Suzuki-Jimny-Leaked-Official-Image

ในการนำเสนอ อันนี้คาดว่าน่าจะเป็นสีของตัวรถ ที่จะมีให้ลูกค้าเลือก

2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo 2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo 2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo 2018-Suzuki-Jimny-Spy-Photo

ภาพ Spy Shot ขณะกำลังทดสอบอยู่ในยุโรป (ภาพจาก Motor1.com)

ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดด้านเครื่องยนต์ของ Suzuki Jimny ใหม่ออกมา แต่ในรุ่นปัจจุบัน มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่

เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K6A ขนาด 660 ซีซี Turbo ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า (เฉพาะเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ตามคุณสมบัติของรถ K-Car)

เครื่องยนต์เบนซิน รหัส M13A เบนซินขนาด 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า (อยู่ใน Jimny Sierra เวอร์ชั่นญี่ปุ่น และในเวอร์ชั่นต่างประเทศ) ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Drive Action 4X4

Suzuki-Jimny-660

ดูดีๆ สิครับ เส้นสายของ Suzuki Jimny โฉมเจเนอเรชั่นที่ 2 ดูคล้ายกับรุ่นใหม่ที่กำลังจะออกจำหน่ายมาก

ส่วนในไทย คาดว่าคงไม่มีทำตลาดเช่นเคย นอกจากซูซูกิ ประเทศไทย จะใจกล้าลงทุนประกอบขาย!

ราคาตก-กดราคา

นี้คือความจริง! ของราคารถมือสอง

ทุกครั้งที่มีคนพูดถึงการกดราคารถยนต์มือสอง เต็นท์รถมักจะกลุ่มแรกๆ ที่ถูกโจมตี ทั้งที่ความจริงแล้ว สาเหตุที่ทำให้รถมือสองบางคันขายได้ราคาไม่ดีนั้น ไม่ได้เป็นเพราะเต็นท์รถกดราคากับคนขาย อย่างที่หลายคนชอบกล่าวหาแต่อย่างใด

ความเป็นจริงอาจจะแสลงใจเจ้าของรถมือสองที่นำรถมาประกาศขายอยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่ารถมือสองหลายรุ่นนั้นราคาตกรวดเร็วมากโดยไม่ได้มีใครไปกดราคาเพื่อหาผลประโยชน์ใดๆ

คำว่า “ราคาตก” ในที่นี้ต่างกับคำว่า “กดราคา” เพราะการกดราคาก็เท่ากับว่า รถมือสองคันที่ขายมีมูลค่าจริงสูงกว่า แต่ถูกซื้อด้วยราคาที่ต่ำกว่าจริง แต่ราคาตก แปลว่า มูลค่าของรถมือสองนั้นลดลงด้วยปัจจัยหลายประการ และมีกลไกการตลาดมาเกี่ยวข้องด้วย

สำหรับเหตุผลทำให้รถมือสองบางคันราคาตกนั้น Carro ได้เคยวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถยนต์มือสองได้ราคาไม่ดีเท่าที่ควรไว้ 10 ประการ ซึ่งในบทความนี้จะขอยกมาอธิบายเป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ

  1. ความนิยมต่อแบรนด์

ตอนซื้อรถมือหนึ่ง คนซื้อมักคิดว่าชอบแบรนด์ไหน รุ่นอะไรก็ซื้อคันนั้น แต่เมื่อนำมาขายต่อเป็นรถยนต์มือสองแล้ว ความนิยมที่ผู้คนมีต่อแบรนด์นั้นๆ จะส่งผลโดยตรงต่อราคาที่ขายได้ จะเห็นได้ว่ารถตลาดอย่าง Honda , Toyota รถมักจะขายต่อได้ไว และราคาไม่ตกมากนัก แต่หากเป็นยี่ห้อที่คนไทยไม่คุ้นหู (แม้จะดังระดับโลกก็ตาม) การขายต่อก็จะยากกว่าเดิม และราคาก็จะตกลงมากด้วย

ตัวอย่าง หากคุณซื้อรถ Honda City และ MG6 พร้อมกันในวันนี้ อีก 1 ปีข้างหน้า Honda City อาจจะราคาตกลงไป 30% แต่ MG6 อาจจะราคาตกลงไป 50% หรือมากกว่านั้น!

สาเหตุก็เป็นเพราะคนไทยรู้จัก Honda ดีมาก ต่างกับ MG ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ยังไม่ติดหูคนไทยมากนัก มีการสำรวจความคิดเห็นโดย Carro ที่พบว่า คนไทยมักจะรู้สึกดีกับรถตลาดมากกว่า ไม่ใช่เพราะความชื่นชอบในตัวแบรนด์เท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องความสะดวกในการซ่อมบำรุง เช่น มีศูนย์เยอะ เข้าถึงง่าย หาอะไหล่ได้ง่าย เป็นต้น ซึ่งรถตลาดมักจะตอบโจทย์ในข้อนี้ได้ดีกว่า

 

  1. อายุของรถ

ปกติแล้วรถยิ่งใหม่ก็ยิ่งมีโอกาสจะขายได้ไว และในทางกลับกัน รถยิ่งมีอายุการใช้งานมากก็ยิ่งส่งต่อยาก เพราะผู้ซื้อมีความกังวลว่ารถอาจชำรุดหรือมีอุปกรณ์สึกหรอ ทำให้ต้องรับภาระในการซ่อมบำรุงต่อไป

อีกเหตุผลหนึ่งคือ การซื้อรถยนต์ที่มีอายุมากมักจะขอจัดไฟแนนซ์ได้ยาก เพราะรถที่สถาบันการเงินจะอนุมัติวงเงินกู้ให้นั้นจะต้องเป็นรถที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี

ฉะนั้นกลุ่มผู้ซื้อก็จะยิ่งแคบลงอีก คือต้องเป็นกลุ่มที่ไม่มีปัญหากับการซ่อมบำรุงในอนาคต ขณะเดียวกันก็ต้องไม่มีปัญหากับการวางเงินดาวน์สูงๆ หรือสามารถซื้อสดได้ เป็นเหตุให้ราคารถที่อายุการใช้งานมากตกลงนั่นเอง

 

  1. สภาพรถ

รถยิ่งสภาพดียิ่งขายได้ไว! แต่หากรถผ่านอุบัติเหตุหนักมาก่อน หรือมีการชำรุดที่โครงสร้างสำคัญ รถจะขายออกได้ยากมาก และทำให้ราคาดิ่งลงมากด้วยเช่นกัน เนื่องจากสภาพรถมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ คนส่วนใหญ่ยินดีจะซื้อรถที่มีอายุการใช้งานมาก ดีกว่าซื้อรถที่ถอยป้ายแดงออกมาจากศูนย์ไม่ได้นาน แต่เพิ่งไปชนหนักมา

 

  1. เคยเกิดอุบัติเหตุ หรือ มีประวัติความเป็นมาที่ชวนให้ไม่สบายใจ

อีกสิ่งหนึ่งที่คนไทยมักกังวลคือ “สิ่งลี้ลับ” ฉะนั้น รถคันไหนมีประวัติความเป็นมาชวนให้กังวล (เช่น เจ้าของรถคนก่อนเสียชีวิตในรถ เคยชนคน ฯลฯ) ผู้ซื้อก็จะหลีกเลี่ยงไว้ก่อน ทำให้รถคันนั้นราคาตก

ราคาตก กดราคา

  1. ไมล์

แม้ว่าจะเป็นที่กังขาว่าไมล์สามารถเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เพราะไมล์รถสามารถกรอได้ แต่ไมล์ก็มักจะถูกนำมาพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ในการเลือกซื้อรถยนต์มือสองเสมอ เพราะเป็นจุดที่จะบอกว่ารถคันดังกล่าวผ่านการใช้งานมามากหรือน้อย และรถมีแนวโน้มที่จะเสื่อมสภาพมากน้อยแค่ไหน

ตัวอย่าง รถ Toyota Altis ของนาย A อายุการใช้งาน 1 ปี วิ่งมาแล้ว 80,000 กม. กับรถ Toyota Altis ของนาย B อายุการใช้งาน 3 ปี วิ่งมาแล้ว 40,000 กม. ในสายตาของคนที่สนใจซื้อ Toyota Altis มือสอง รถของนาย B จะน่าสนใจมากกว่าและได้ราคาดีกว่า เพราะรถที่ใช้งานมาน้อยก็จะเยินน้อย ในขณะที่รถของนาย A แม้จะเป็นรถใหม่แต่เจ้าของรถใช้งานอย่างสมบุกสมบันมาก รถก็จะเยินมากกว่า และราคาตกมาก

 

  1. รุ่นย่อย

รุ่นย่อยของรถก็มีผลต่อความสูง – ต่ำของราคาที่ขายได้เช่นกัน ปกติแล้วรถรุ่นท็อปจะขายได้ราคาดีกว่ารถรุ่นพื้นฐาน (รุ่นที่ราคาถูกที่สุด) เพราะรุ่นท็อปจะมาพร้อมกับออฟชั่นต่างๆ ที่ครบครัน รวมถึงมาพร้อมกับข้าวของที่ได้รับการลดแลกแจกแถมมาจากเซลส์ที่ศูนย์ตอนออกป้ายแดงอีกด้วย

ส่วนรถรุ่นพื้นฐานนั้น ในเมื่อซื้อป้ายแดงมาราคาถูกกว่า ขายต่อมือสองก็ย่อมขายได้ในราคาต่ำกว่าอยู่แล้ว อีกทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีให้ไม่มากนัก

ผู้ซื้อรถยนต์มือสองจำนวนมากจึงสนใจรุ่นท็อปมากกว่า เป็นเหตุให้รถรุ่นพื้นฐานไม่ว่าของแบรนด์ใดก็ตามมักจะมีราคาตกลง เมื่อเอาไปเทียบกับรถรุ่นที่สูงขึ้นมา ปีเดียวกัน สภาพใกล้เคียงกัน ก็จะเห็นความแตกต่างได้ชัด

 

  1. รถแต่ง / รถซิ่ง

ปกติแล้วรถมือสองที่ขายได้ราคาดีคือรถที่คงสภาพไว้ใกล้เคียงวันที่ถอยป้ายแดงออกมาจากศูนย์มากที่สุด แม้ว่าคุณจะเอารถไปแต่งมาอย่างสวยงาม หมดเงินค่าแต่งรถไปเป็นหลักล้าน แต่มูลค่ารถเมื่อนำไปขายต่อก็จะไม่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด (ในบางกรณีควรเปลี่ยนกลับเป็นแบบเดิมก่อนขายต่อด้วยซ้ำ)

ส่วนรถซิ่งนั้น หากเป็นรถที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักซิ่งอย่างจริงจัง (เช่น รถ Mitsubishi Evolution เป็นต้น) ราคาก็จะไม่ตก และจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีกในประเภทที่เลิกผลิตแล้วหรือหาได้ยาก แต่หากเป็นรถตลาดอย่าง Toyota Vios Honda Civic ฯลฯ ที่ผ่านการแต่งซิ่งมา ราคาจะดิ่งลงเหวและขายต่อยากอย่างแน่นอน เพราะรถซิ่งต่างๆ มักถูกรีดเค้นสมรรถนะเครื่องยนต์อย่างหนัก รวมถึงมีการเปลี่ยนนั่นเติมนี่อยู่บ่อยๆ

 

  1. รถติดแก๊ส

รถที่ติดแก๊สนั้น แม้จะเป็นรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน ไมล์ไม่ต่างกัน แต่ราคาจะต่ำกว่ารถที่ไม่ติดแก๊สอย่างแน่นอน เพราะคนส่วนใหญ่มักกังวลว่าการติดแก๊สจะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ อีกทั้งยังส่งผลด้านความรู้สึกอีกด้วย เพราะคนซื้อมักคิดว่ารถที่ติดแก๊สมา คือรถที่เจ้าของใช้งานมาเยอะ จึงรู้สึกกังวลว่าสภาพรถอาจแย่กว่ารถที่ไม่ติดแก๊ส

 

  1. สี

ปกติแล้วสีรถยอดนิยมของคนไทยคือ สีดำ สีขาว สีบรอนซ์ สีเทา ด้วยความเป็นสียอดนิยม รถที่มีสีเหล่านี้ก็จะขายต่อง่าย ได้ราคาดี ขณะเดียวกัน รถที่สีไม่ค่อยได้รับความนิยมจากคนส่วนใหญ่ เช่น สีแดง สีเหลือง จึงมักจะขายต่อได้ในราคาที่ต่ำกว่า

 

  1. Book service

คือ สมุดพกที่ศูนย์มอบให้เจ้าของรถตั้งแต่วันที่ซื้อ (หรือวันที่เข้าศูนย์ครั้งแรก) นั่นเอง ใน Book Service จะมีข้อมูลการใช้รถ ข้อมูลการซ่อมบำรุง ซึ่งจะบ่งบอกถึงสภาพรถ และความทะนุถนอมของเจ้าของรถ เช่น มีการนำรถเข้าศูนย์ตามระยะหรือไม่ เคยประสบอุบัติเหตุแล้วส่งเข้าศูนย์มากี่ครั้ง เป็นต้น

รถที่มีบุ๊กเซอร์วิส และมีประวัติการซ่อมบำรุงดีมาตลอดจึงมักจะขายได้ราคาดี ในขณะเดียวกัน หากไม่มีบุ๊กเซอร์วิส หรือข้อมูลในบุ๊กบอกความไม่เอาใจใส่ ไม่เข้าศูนย์ตามระยะ ราคาที่ขายได้ก็จะลดลง

ในการซื้อ – ขายรถยนต์มือสองนั้น ทางที่ดีควรจะตกลงขายในราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายรู้สึกพึงพอใจกันทั้งสองฝ่าย แต่ก็มีโอกาสที่รถยนต์มือสองดีๆ อาจจะขายได้ราคาต่ำกว่าที่ควร เพราะผู้ซื้อรู้สึกว่าราคาที่ผู้ขายตั้งไว้ไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ผู้ซื้อจะได้รับจึงขอต่อรองราคาลงมา (แต่ก็มีผู้ซื้อประเภทที่ไม่ว่ายังไงก็ขอต่อไว้ก่อนเช่นกัน) ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ขายจะตัดสินใจไม่ขายก็ได้ หากรู้สึกว่าราคาที่ได้ไม่ยุติธรรมกับตนเอง

อย่างไรก็ตาม มีผู้ขายบางคนที่มีความต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วนจึงยอมขายรถแม้จะได้ราคาต่ำ แต่กรณีแบบนี้เรียกว่า “กดราคา” (แถมคนขายยอมให้กดด้วย) ไม่ใช่ “ราคาตก”

ราคาตก กดราคา

หลายคนอาจจะกังวลว่า แล้วจะขายรถมือสองอย่างไรให้ราคาไม่ตก และไม่ถูกกดราคา ? ในส่วนนี้เว็บไซต์ Carro ของเรามีบริการขายรถแบบด่วนอย่าง Carro Express ที่สามารถขายออกได้จริง รวดเร็ว ภายใน 1 วันเท่านั้น ซึ่งมีไม่กี่เจ้าที่หลังจากปิดการขายได้รับเงินสดทันที แต่หากคุณกำลังกังวลว่าขายด่วนอาจโดนกดราคา ทาง Carro ขอยืนยันว่าคุณจะได้ราคาดีไม่ถูกกดราคาอย่างแน่นอน

ข้อควรเช็คก่อน-ซื้อ-ขาย

เคยสงสัยไหม? ทำไมรถบางรุ่นราคาแพงแสนแพง บางรุ่นราคาถูกจนงง รถบางคันเป็นรุ่นยอดนิยมที่เห็นขับกันเต็มถนน แต่ไม่รู้ทำไมขายออกยากเหลือเกิน เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เชื่อไหมว่าสิ่งที่ CARRO เกริ่นมานี้เป็นสิ่งที่คนขายรถมือสองหลายคนก็สงสัย คนซื้อรถมือสองจำนวนมากก็ยังงงงวย แต่ไม่ต้องกังวลไปจ้า!

ในบทความนี้ CARRO ได้รวบรวม 10 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถมีราคาถูก-แพงต่างกันมาให้คุณอย่างคร่าวๆ แล้ว! รับรองอ่านแล้วเก็ท เข้าใจตรงกันทั้งคนซื้อคนขายแน่นอน!

  1. รถตลาดมักขายง่ายและได้ราคาดี

ข้อนี้พูดถึงแบรนด์ล้วนๆ ขอให้ตัดเรื่อง สภาพ ราคา และปัจจัยอื่นๆ ออกไปก่อนเลย เป็นที่รู้กันดีว่า ในวงการรถยนต์มือสอง รถตลาด (อย่าง Toyota Honda) นั้นจะราคาตกน้อยกว่าหากเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ต่อให้เป็นแบรนด์ที่ดังระดับโลก แต่หากไม่ค่อยมีชื่อเสียงในไทย รถก็มีโอกาสที่จะราคาดิ่งลงเหว เพราะไม่ตรงกับความนิยมของผู้ซื้อส่วนใหญ่

  1. รถยิ่งใหม่ ยิ่งราคาสูง

อายุของรถมีผลต่อราคามาก ขึ้นชื่อว่าเป็นรถมือสองนั้นราคาก็ต้องถูกกว่าป้ายแดงอยู่แล้ว แต่จะถูกกว่าแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าผ่านการใช้งานนานแค่ไหนด้วย หากเป็นรถที่ใช้มาไม่เท่าไหร่ แล้วเจ้าของนำมาขายต่อในสภาพสุดนิ้ง รถก็ย่อมมีราคาสูงเป็นธรรมดา

นอกจากนี้ อายุของรถยังมีผลต่อการขอจัดไฟแนนซ์ ด้วยเพราะรถที่อายุเกิน 7 – 8 ปีขึ้นไปก็จะเริ่มขอจัดไฟแนนซ์ยากแล้ว อีกทั้งรถแต่ละคันก็ย่อมมีการเสื่อมสภาพไปตามเวลา ฉะนั้นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกันที่รถอายุมากหน่อยมักจะมีราคาตก

  1. ยิ่งสภาพดี ยิ่งราคาดี

สภาพรถนั้นสำคัญมากสำหรับคนซื้อ เพราะไม่มีใครอยากได้รถที่ผ่านอุบัติเหตุหนักมา หรือเสียหายที่โครงสร้างสำคัญอยู่แล้ว ต่อให้เป็นรถที่เพิ่งถอยป้ายแดงออกมาใหม่ๆ ก็ตาม ในทางกลับกัน หากเป็นรถที่อายุการใช้งานมากหน่อย แต่เจ้าของเดิมดูแลอย่างดี มีประวัติการซ่อมบำรุงที่เชื่อถือได้ รถก็มีโอกาสที่จะได้ราคาดีตามไปด้วยหากอยากทราบรายละเอียดเรื่องราคารถต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 096-463-3298 หรือช่องทางการติดต่อ Facebook : Carrothailand / Line : Carrothailand

  1. ไมล์ยิ่งน้อยยิ่งดี

แม้ว่าไมล์จะกรอได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังชมชอบรถที่ไมล์น้อยๆ เพราะเชื่อว่ารถที่ไมล์น้อยกว่า แปลว่าผ่านการใช้งานมาน้อยกว่า การเสื่อมสภาพย่อมจะน้อยกว่า มาตรฐานที่ใช้เป็นเกณฑ์กันทั่วไปคือประมาณ 10,000 กม./ปี หากเกินกว่านี้คนซื้อบางคนก็จะรู้สึกไม่โอเคแล้ว

  1. รถที่มีประวัติจะขายยากและราคาตกมาก

ประวัติในที่นี้มีตั้งแต่ประวัติอาชญากรรม ไปจนถึงเรื่องหลอนๆ ลี้ลับ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนซื้อส่วนใหญ่เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง เพราะฉะนั้นรถจึงขายยาก และราคาตกมาก

  1. รุ่นย่อยดี ราคาก็ดีตาม

คนซื้อมือสองมักไม่ค่อยมองหารถรุ่นพื้นฐาน เพราะรู้สึกว่าออพชั่นมาไม่ค่อยครบ และเพิ่มงบขึ้นมาอีกนิดก็ได้รถที่ดีกว่าแล้ว อีกทั้งรุ่นย่อยที่สูงๆ ขึ้นหน่อยมักมาพร้อมกับของสมนาคุณจากเซลส์ เป็นสิ่งที่คนซื้อบางคนนิยมชมชอบเช่นกัน

  1. รถแต่งมาดี ราคาขายต่ออาจไม่ดีตาม

หลายคนชื่นชอบการแต่งรถ และอาจลงทุนกับอุปกรณ์ตกแต่งไปจนถึงหลักแสนหลักล้าน แต่ CARRO ขอแนะนำว่ารถที่จะขายได้ราคาดีที่สุดก็คือรถที่ใกล้เคียงกับสภาพตอนถอยป้ายแดงออกมามากที่สุด ฉะนั้น หากใครอยากจะขายรถแต่ง แนะนำให้ควรถอดของแต่งออกแล้วใส่ชิ้นส่วนเดิมกลับคืน ส่วนพวกอุปกรณ์ตกแต่งนั้นเอาไปขายต่อให้ถูกแหล่งอาจจะทำเงินคุ้มค่ามากกว่า

  1. ติดแก๊สมา ราคาตกชัวร์

คนซื้อหลายคนมักมีความกลัวว่ารถที่ติดแก๊สมาจะทำให้เครื่องยนต์เสื่อมเร็ว อีกทั้ง โดยมากแล้วรถที่ติดแก๊สมักจะผ่านการใช้งานมาค่อนข้างมาก ฉะนั้นหากคุณมีรถอยู่ และคิดว่าวันหนึ่งอาจส่งต่อ อย่าเพิ่งติดแก๊สมาจะดีกว่า เพราะรถจะได้ราคาดีกว่า

  1. สีพื้นๆ ปลอดภัยกว่า

สีรถยอดนิยมของคนไทย คือ ขาว ดำ บรอนซ์ และเทา หากจะขายต่อรถสีเหลือง แดง เขียว ชมพู ฯลฯ ทำใจไว้ก่อนเลยว่ารถจะขายต่อยาก และราคาจะตกลงอย่างแน่นอน เว้นแต่ว่าบังเอิญเจอคนรสนิยมเดียวกัน

  1. ประวัติการซ่อมบำรุง มีไว้อุ่นใจกว่า!

หลายคนให้ความสำคัญกับ Book Service เพราะแสดงถึงการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอของเจ้าของรถ ซึ่งเป็นข้อหนึ่งที่ส่งผลให้รถมีราคาสูงขึ้นเช่นกัน

วันที่ซื้อรถมา หลายคนอาจจะไม่ทันคิดว่าวันหนึ่งอาจจะต้องส่งต่อ หลายข้อที่ CARRO ลิสต์มานี้เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างยิ่งหากคุณกำลังจะซื้อหรือขายรถ เพราะเป็นปัจจัยที่จะช่วยบอกว่ารถที่คุณซื้อ/ขาย ควรจะมีราคาสูงต่ำได้แค่ไหน และหากรถคันนั้นราคาตกมาก เหตุผลคืออะไร? รู้ไว้ก่อนจะได้เข้าใจตรงกันทั้งคนซื้อและคนขาย และไม่ถูกใครเอาเปรียบด้วย!

เงินสดฉุกเฉิน แค่มีเล่มทะเบียน

หากท่านจำเป็นหรือต้องการใช้เงินสดในยามฉุกเฉิน การเอาเล่มทะเบียนไปจำนำนั้น ง่ายกว่าและได้เงินเร็วกว่า ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ง่ายกว่าการที่ไปขอกู้เงินจากธนาคาร ซึ่งทาง CARRO มีโปรโมชั่นพิเศษ เพียงท่านจำนำเล่มทะเบียนกับเราวันนี้ ลุ้นรับ Lucky Draw ทั้งสร้อยคอทองคำ และ บัตรเติมน้ำมัน ทันที!

หากแนะนำเพื่อนให้มาจำนำเล่มทะเบียนรถยนต์กับ CARRO รับอีกต่อ! ค่าแนะนำต่อราย 500 บาท ได้ง่ายๆ (ค่าแนะนำจะได้รับเมื่อคนที่ท่านแนะนำมา ผ่านการอนุมัติแล้วเท่านั้น)
หากคุณแนะนำเพื่อนได้มากถึง 50 คน คุณจะได้รับค่าแนะนำมากถึง 25,000 บาท และหากแนะนำเพื่อนได้มากถึง 100 คน คุณจะได้รับค่าแนะนำมากถึง 50,000 บาท …. ดูรายละเอียดและกรอกรายละเอียดได้ที่ – https://th.carro.co/pledge

หมายเหตุ:

– ลูกค้าที่สมัครบริการจำนำเล่มทะเบียนกับทาง CARRO ลุ้นรับสร้อยคอทองคำ มูลค่า 1 บาท 2 รางวัล และ บัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 1,000 บาท
– สำหรับลูกค้าที่แนะนำให้เพื่อนใช้บริการจำนำเล่มทะเบียนกับทาง CARRO จะได้รับเงินสดมูลค่า 500 บาท ไม่จำกัดจำนวนในการแนะนำ
– ระยะเวลาที่จัดรายการ ตั้งแต่วันนี้ ​- 31 สิงหาคม 2560
– สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ CARRO Fanpage https://www.facebook.com/carrothai/

ขั้นตอนการรับค่าแนะนำ

– หากลูกค้าที่ท่านแนะนำเพื่อนมาจำนำเล่มทะเบียน ผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ทาง CARRO จะติดต่อกลับไปเพื่อเลือกวิธีการรับค่าแนะนำ และเอกสารที่ต้องเตรียม (สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารของผู้แนะนำ)
– รับเงินสด แค่ยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้แนะนำเท่านั้น
– รับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคาร เตรียมเพียงสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารของผู้แนะนำ
– ระยะเวลาในการรับค่าแนะนำ หลังจากที่ลูกค้าผ่านการรับเงินเรียบร้อย ภายใน 7 วัน

รายได้เสริม

ใครกำลังมองหาอาชีพเสริม ลองเลือกดูได้เลย

ด้วยภาวะของเศรษฐกิจในบ้านเราปัจจุบัน ทำให้ใครหลายคนต่างพากันหาอาชีพเสริม เพื่อเลี้ยงชีพจากรายได้หลักที่ไม่เพียงพอ หรืออยากมีเงินเก็บเพิ่มเติม โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่อยากหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ทำหลังเลิกงาน หรือในวันหยุด แต่ด้วยคุณไม่มีต้นทุนที่จะเริ่ม ทำให้โครงการที่วาดฝันไว้ต้องล่ม คงดีกว่าถ้าอาชีพเสริมที่เราเลือกทำได้นั้น ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ต้องมีค่าเช่า ค่าสถานที่ แต่ก็สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างง่าย ๆ จากการทำที่บ้าน มาดูกันว่า อาชีพเสริม ที่สามารถทำรายได้จากที่บ้านนั้้นมีอะไรบ้าง

 

1. รับพิมพ์งาน คีย์ข้อมูล

7 อาชีพเสริม คีย์ข้อมูล

เชื่อว่าทุกบ้านต้องมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลกันอยู่แล้ว เริ่มต้นง่ายๆด้วยการรับจ้างพิมพ์งานในรูปแบบต่าง ๆ หรือจะเป็นรับจ้างคีย์ข้อมูล เพราะยังมีนักเรียน นักศึกษา บริษัท และห้างร้านต่าง ๆ ที่ยังจำเป็นต้องมีผู้ช่วยในการพิมพ์งาน หรือคีย์ข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งหากใครมีความรู้ในการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ การวิเคราะห์ข้อมูล SPSS หรือข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ก็จะสามารถเพิ่มรายได้เป็นอีกช่องทางหนึ่ง

 

2. เก็บขวด กระดาษ หรือของเก่าภายในบ้านมาขาย

7 อาชีพเสริม ของเก่าเก็บอาชีพเสริมนี้อาจจะมองว่าไม่ได้เป็นอาชีพเสริมก็ว่าได้ เพราะทุกบ้านส่วนใหญ่นั้นก็อาจมีการแยกขยะ การเก็บขวด กระดาษที่ไม่ใช้ และพวกของเก่าที่เก็บภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าก็สามารถทำเงินได้ทั้งสิ้น มากกว่าจะปล่อยทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ของเก่าบางชิ้นยังมีราคาที่นักสะสมต้องการ อาจจะเป็นโคมไฟโบราณที่เคยมีราคา หรือจะเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ ดังนั้นการเก็บของเก่าในบ้านมาขายก็อาจสร้างรายได้ให้กับคุณ

 

3. สอนพิเศษเด็กนักเรียน7 อาชีพเสริม สอนพิเศษ

เป็นอาชีพเสริมนี้น่าสนใจไม่น้อย เพราะปัจจุบันผู้ปกครองส่วนใหญ่ส่งเสริมให้ลูกเรียนพิเศษเพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจ และเป็นการทบทวนบทเรียนอีกด้วย อีกทั้งผู้ปกครองต้องการให้ลูกของตนมีพื้นฐานที่ดี โดยจะใช้ความรู้ที่เรียนมาสอนหนังสือเด็กในวิชาพื้นฐานหลักๆ เช่น คณิตศาสตร์ , ภาษาไทย , ภาษาอังกฤษ เป็นต้น  ส่วนรายได้คิดเป็นรายชั่วโมง หรือคิดไปรายเดือน ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกับผู้ปกครอง ซึ่งอาชีพเสริมนี้ทำรายได้ถึง 200-300 บาทต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

 

4. รับแปลงาน

7 อาชีพเสริม สอนพิเศษ

อีกหนึ่งอาชีพเสริมที่ต้องใช้ทักษะการใช้ภาษา เพื่อแปลงานออกมาให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการแปลเปเปอร์ แปลภาษาจากเว็บไซต์ต่างประเทศให้ผู้ที่ทำเว็บไซต์ หรือแปลภาษาอื่นๆ โดยรายได้นั้นขึ้นอยู่กับผู้ว่าจ้าง การแปลเปเปอร์นั้นจะมีรายได้ที่สูงกว่าเพราะนอกจากต้องแปลภาษาแล้ว ยังมีศัพท์เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ ที่ต้องอาศัยความรู้ช่วย รายได้นั้นอาจคิดเป็นหน้า หน้าละ 100 บาทขึ้นไป อาจสูงถึงหน้าละ 500 ก็มี ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และทักษะหรือเหมาจ่าย ส่วนการแปลภาษาจากเว็บไซต์ต่างประเทศให้ผู้ที่ทำเว็บไซต์นั้น จะคิดตามจำนวนคำ เช่น 500 คำ คิดราคา 250 บาท เป็นต้น การแปลภาษาให้กับผู้ทำเว็บไซต์ ตอนนี้มีความต้องการของตลาดมากอยู่เหมือนกัน เหมาะกับเป็นอาชีพเสริมหลังหลิกงาน เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นรายได้ที่ได้ไม่น้อยเลย

 

5. ตัวแทนขายสินค้าออนไลน์

7 อาชีพเสริม ตัวแทนขายของออนไลน์

ปัจจุบันการซื้อขายของออนไลน์ถือว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นบน Facebook และ Instagram ซึ่งการเป็นตัวแทนจำหน่ายอาจจะมีการเสียค่าสมัครตัวแทนจำหน่าย (ขึ้นอยู่กับร้านหลักว่าจะกำหนดมาเท่าไร) เพียงแค่โพสต์รูปสินค้า และรายละเอียดของสินค้าลงบนโซเชียลมีเดีย ตอบอินบ็อกซ์หรือไลน์ลูกค้า เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้า แล้วทำการส่งข้อมูลไปยังร้านหลัก ทางร้านหลักจะรับออเดอร์ และทำการส่งสินค้าเอง ยิ่งมีลูกค้าสนใจซื้อสินค้า รายได้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เป็นการอยู่บ้านโดยไม่เสียเปล่า ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหลังเลิกงาน หรือจะเป็นเสาร์-อาทิตย์ ก็สามารถทำได้ หมั่นขยันโพส ขยันลงรูปสินค้า เรียกลูกค้า ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพเสริมที่ไม่ต้องทำอะไรมาก แต่รายได้ดีไม่น้อย

 

6. งานฝีมือ

7 อาชีพเสริม งานฝีมือ

งานที่ต้องใช้ทักษะความสามารถในการประดิษฐ์ โดยการทำงานฝีมืออาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การคิดค้นและประดิษฐ์งานฝีมือด้วยตนเอง หรือจะเป็นรับงานฝีมือประเภทต่าง ๆ มาทำ และส่งให้ตามร้านค้าที่ขาดกำลังในการผลิต ส่วนงานฝีมือนั้นอาจจะต้องใช้ฝีมือ และระยะเวลาในการทำงานแต่ละชิ้น ซึ่งงานแต่ละชิ้นต้องใช้ความชำนาญ หากทำงานเสร็จและส่งตามเป้าหมายก็จะได้รับค่าจ้าง

 

7. งานชักชวน

7 อาชีพเสริม งานชักชวน

เป็นอาชีพเสริมที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องลงทะเบียน และไม่มีการเก็บค่านายหน้า บวกกับสะดวกสบายต่อการทำงาน ไม่กระทบเวลางานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งทำตอนไหนที่ไหนก็ได้ แค่ใช้เวลาว่างของคุณให้มีประโยชน์

โดยโทรหรือแชทหาเพื่อน ญาติพี่น้อง หรือบุคคลที่คุณรู้จัก ชักชวนกันมาร่วมโครงการรีไฟแนนซ์รถ หรือจำนำเล่มกับทาง Carro ( เป็นบริษัทรถที่มีประสิทธิภาพ ต้ังแต่การซื้อขายรถ, การประกันภัย, ขอวงเงินกู้  ซึ่งคุณวางใจกับระบบและขั้นตอนการดำเนินการได้ )

มีเงื่อนไข เพียงแค่คนที่คุณแนะนำมานั้นได้รับการอนุมัติผ่าน ได้รับเงินค่าแนะนำทันที 500 บาทต่อท่าน แต่หากมั่นขยันทำให้สามารถชักชวนเพื่อนหรือใครก็ตามแต่ มาทำได้ 10 คน รับเพิ่มเป็น 5000 บาท ซึ่งคุณสามารถชักชวนได้ไม่จำกัดจำนวน เป็นอีกวีธีหารายได้เสริมที่คุ้มค่าต่อการทำเลยทีเดียว

ข้อมูลการติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 096-463-3298
Email : [email protected]
Facebook : carrothailand
Line : carrothailand

 

Source :  siamarcheep.com

5 วิธีง่ายๆ ถ่ายรูปรถให้สวย

ไม่มีกล้องโปร ก็ถ่ายรูปรถสวยได้

ในปัจจุบันการขายรถออนไลน์เริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ รูปถ่ายของรถคันนั้นๆ วันนี้ คาร์โร จะพาไปดูว่าควรจะเตรียมรถให้พร้อมสำหรับการถ่ายรูป ลองไปดูกันเลย!!

1) ทำความสะอาดรถยนต์

5 วิธีง่ายๆ ถ่ายรูปรถให้สวย

Source: redhawkcarwash.com

เริ่มกันก่อนเลยคือ การทำความสะอาดรถ ควรทำความสะอาดรถยนต์ทั้งด้านนอก ด้านในให้สะอาด และจัดเก็บสิ่งของต่างๆในรถให้เรียบร้อยและดูน่าใช้ คงไม่มีใครชอบรถที่ไม่สะอาด เช่นเดียวกันรูปรถที่ไม่สะอาดจะทำให้คนให้ความสนใจรถคันนั้นน้อยลง และทำให้ขายได้ยากขึ้น รู้แบบนี้แล้วก่อนเริ่มถ่ายรูปรถ เราก็ควรเริ่มจากการทำความสะอาดกันก่อนเลย

2) เลือกสถานที่ถ่ายรูป

5 วิธีง่ายๆ ถ่ายรูปรถให้สวย

สถานที่ถ่ายรูปเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ว่าจะถ่ายรูปอะไรก็ตาม ยิ่งเป็นรถแล้ว การหาสถานที่เหมาะสมก็เป็นไปได้ยากขึ้น

  • ไม่แนะนำ ให้ถ่ายรูปในหรือหน้าบ้าน เพราะอาจจะทำให้รูปส่วนตัวที่หลุดไปให้คนแปลกหน้าเห็นได้
  • แนะนำให้ ไปถ่ายรูปที่ตามสถานที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะหรือลานจอดรถ ถ้าหากมีต้นไม้หรือน้ำเป็นองค์ประกอบในรูปจะทำให้รถของคุณเด่นขึ้นและสวยขึ้นมาเลยทีเดียว

สรุปคือควรเลือกสถานที่ที่ทำให้รถยนต์เด่นและมีองค์ประกอบอื่นให้น้อยที่สุด เพื่อให้คนซื้อสนใจแต่รถของคุณ

3) ช่วงเวลา

5 วิธีง่ายๆ ถ่ายรูปรถให้สวย

 

ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายรูปตอนกลางคืนหรือในช่วงที่ฝนตก เพราะจะทำให้รูปรถไม่ชัดเจน ควรเลือกวันที่แดดออกและควรให้พระอาทิตย์อยู่ด้านหลังคุณเวลาถ่ายรูป เพื่อเวลาถ่ายรูปจะไม่ย้อนแสง ทำให้ถ่ายรูปง่ายขึ้นและเห็นรถของคุณอย่างชัดเจนด้วย

4) มุมถ่ายรูป

5 วิธีง่ายๆ ถ่ายรูปรถให้สวย

มุมถ่ายรูปเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะจะทำให้คนซื้อเห็นรถของคุณอย่างครบถ้วนทำให้ตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้น ควรถ่ายรูปให้ได้มากที่สุดที่สามารถลงขายได้ การถ่ายรูปควรเริ่มจากการถ่ายด้านนอกรถ โดยเริ่มจากการถ่ายประมาณ 3/4 ของหน้ารถ, หน้ารถเต็ม และหมุนไปเรื่อยๆจนรอบคัน

จากนั้นให้ถ่ายด้านในรถ ควรถ่ายรูปจากประตูคนขับเข้าไป และหน้าปัดรถยนต์ โดยทริคการถ่ายรูปหน้าปัดคือนั่งที่เบาะหลังและถ่ายเข้าไปที่หน้าปัดในรูปเดียว จากนั้นให้ถ่ายรูปเครื่องยนต์และข้างในกระโปรงหลัง ถ้าหากรถของคุณมีฟังก์ชั่นพิเศษควรถ่ายมาเพิ่มเช่นกัน โดยรวมๆจะได้ประมาณ 10-20 รูป ไปลองหามุมถ่ายกันเลย

5) กล้องถ่ายรูป

5 วิธีง่ายๆ ถ่ายรูปรถให้สวย

Source:CNET

ถ้าหากเป็นเมื่อหลายปีก่อน ก็คงแนะนำให้ใช้กล้องถ่ายรูปดิจิตอลและขาตั้งกล้อง เพื่อให้ได้รูปที่ชัดเจน แต่กล้องมือถือในปัจจุบันก็พัฒนาขึ้นมามาก จนสามารถใช้ถ่ายรูปรถยนต์ได้ค่อนข้างชัดเจนและสวยงามกันเลยทีเดียว

ข้อควรระวังหลักคือเรื่องแสงและการสั่นของภาพ เพราะภาพที่ไม่ชัดเจนจะทำให้คนสนใจรถคุณน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว และไม่แนะนำให้อัพโหลดรูปขึ้นจากมือถือเลย ควรตรวจดูจากคอมพิวเตอร์ก่อน เพื่อให้ได้รูปที่คมชัดและแสงสีดีที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้าง 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณถ่ายรูปรถยนต์ให้สวยงาม รูปยิ่งสวย คนก็จะยิ่งให้ความสนใจมาก และทำให้รถขายได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ลองไปใช้กันดูนะ ซึ่งถ้าใครถ่ายรูปรถเสร็จแล้วกำลังมองหาที่ลงขายรถ สามารถมาขายรถกับที่คาร์โรได้นะ ให้ราคาดี ไม่กดราคา รวดเร็วทันใจ ได้รับเงินสดทันที คลิกที่ลิงค์เลย > th.carro.co/sell-car/express