10-Cheapest-New-Automatic-Cars-2020

ถ้าจะให้พูดถึงการขับรถในปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ มักเจอปัญหารถติดกันทุกวัน การจะขับรถเกียร์ธรรมดาขณะรถติดทุกวันนั้น สุขภาพเข่าซ้ายก็คงไม่สู้ดีนัก ต้องเหยียบคลัทช์กันจนขาล้าเลย และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ก็ขับรถเกียร์ธรรมดากันไม่ค่อยเป็นแล้ว …

รถเกียร์ออโต้ (หรือรถเกียร์อัตโนมัติ) ในอดีต มักจะเป็นรถราคาแพง หรือรถรุ่น Top ของรุ่นนั้นๆ … มาจนถึงยุคปัจจุบัน รถเกียร์ออโต้ กลายเป็นของธรรมดาสามัญมาก มีให้เลือกในทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่รถราคาถูก ก็มีให้เลือกซื้อเลือกใช้กัน

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุด ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio GL CVT ราคา 398,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กจาก Suzuki ที่ขายในบ้านเรา ชู 3 จุดเด่น ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาตัวรถสูง ให้สมรรถนะเกินตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม สูงถึง 22 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : กุญแจรีโมท, เซ็นทรัลล็อค, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ล้อกระทะ 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Nissan-March

2. Nissan March 1.2E CVT ราคา 495,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) จัดเป็น “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ขับง่าย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, ไฟท้าย LED, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, เครื่องเสียง CD/MP3 พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

Honda-Brio

3. Honda Brio V CVT ราคา 495,000 บาท

Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) อีโคคาร์อเนกประสงค์ 5 ประตู ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว คุ้มค่าในการใช้งาน ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ เปิดตัวออกมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 90 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : แอร์อัตโนมัติ, เครื่องเสียงแบบ 2DIN พร้อม USB, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว

Nissan-Almera-2020

4. Nissan Almera Turbo S CVT ราคา 499,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็น Eco-Car ขนาด 4 ประตูรุ่นแรกของไทยที่ยังมีขายอยู่ในปัจจุบัน มาในรูปแบบ “เรขาคณิตที่สื่อถึงอารมณ์ หรือ Emotional Geometry” มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof)

เครื่องยนต์สมรรถนะดี เร่งแซงได้ทันใจ ในรหัส รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร และให้อัตราเร่งความเร็วสูงจากแรงบิดแบบต่อเนื่อง (Flat Torque) ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic

https://www-asia.nissan-cdn.net/content/dam/Nissan/th/vehicles/almera/All-New-Nissan-Almera-2019/Thumb/All-New-Almera-Thumb-S.jpg.ximg.l_12_m.smart.jpg

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC), เทคโนโลยีออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA), ระบบกุญแจ Immobilizer และล้อกระทะเหล็ก 15 นิ้ว

Suzuki-Swift

5. Suzuki Swift GA CVT ราคา 499,000 บาท

Suzuki Swift (ซูซูกิ สวิฟท์) รถ Eco-Car รุ่นใหม่จากค่ายซูซูกิ ที่นำพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มที่ ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วยมาตรวัดแบบสปอร์ต เบาะนั่งแบบสปอร์ต ช่องเก็บของมากมาย พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังที่มากถึง 265 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 83 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟท้าย LED, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้าคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control, ระบบ Idling Stop และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้ แต่มีลำโพงคู่หน้าให้)

New-Mitsubishi-Mirage-2020

6. Mitsubishi Mirage GLX CVT ราคา 509,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ๆ และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียบ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

Honda-Brio-Amaze

7. Honda Brio Brio V CVT ราคา 517,000 บาท

Honda Brio Amaze (ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ) อีโคคาร์ซีดาน 4 ประตู ดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว คุ้มค่าในการใช้งาน ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ เปิดตัวออกมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 90 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : แอร์อัตโนมัติ, เครื่องเสียงแบบ 2DIN พร้อม USB, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว

 

MG3

8. MG3 1.5C ราคา 519,000 บาท

MG3 (เอ็มจี3) จัดเป็นรถซิตี้คาร์ที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่น มารูปทรงสไตล์สปอร์ต ภายใต้แนวคิด Brit Dynamic น่าใช้ พร้อมออพชั่นที่ให้มากมายเกินคาด ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 112 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ: ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ, กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว, ไฟท้าย LED, ไฟตัดหมอกหลัง, กุญแจรีโมท, ระบบ Bluetooth + ช่อง USB, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR, Follow Me Home Light, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว

New-Mitsubishi-Attrage-2020

9. Mitsubishi Attrage GLX CVT ราคา 529,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถดีไซน์สปอร์ต ภายในหรูหรา กว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : ไฟ LED ที่กันชนหน้า, กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED, ไฟท้าย LED, กุญแจรีโมท, เบาะนั่งด้านหลังพับ 60:40, หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI และระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, สวิตช์ควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบป้องกันการลื่นไถล และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

Toyota-Yaris-ATIV-2020

10. Toyota Yaris ATIV Entry ราคา 529,000 บาท

Toyota Yaris Hatchback (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ) รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตูขนาดเล็ก ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มวัยรุ่น ห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากมาย ขับง่าย หาที่จอดง่าย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 86 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

https://www.toyota.co.th/media/files_usage/product/large/9735db93bc875c36a3c7b65b9991cb1d3194c55c144293800b5d5ca84e38ad3f.png

อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ : วิทยุ พร้อม USB และ AUX, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์ บนพวงมาลัย, กุญแจรีโมท, กระจกไฟฟ้า, ระบบเบรก ABS/EBD/ฺBA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ และล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบ

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถเกียร์ออโต้ป้ายแดงราคาถูกสุดที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง Carro ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง!

ถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมีนาคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Auto-Finance-Leasing-Help-Debtor-From-Covid-19

นับตั้งแต่สถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 (โควิด-19) เริ่มมียอดผู้ป่วยในประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 จนถึงขณะนี้ มียอดพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มส่งผลต่อหลายกิจการอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ภาคการท่องเที่ยว บริษัทรับจัดงานอีเวนท์ จัดออแกไนซ์ ร้านอาหาร สถานบันเทิง หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ต่างได้รับผลกระทบไปถ้วนหน้า

ซึ่งหลายคนอาจจะถูกลดเงินเดือน ถูกเลิกจ้างชั่วคราว หรือแม้กระทั่งต้องปิดบริษัทเลยก็มี ซึ่งส่งผลกระทบทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรดาสถาบันทางการเงิน บริษัทไฟแนนซ์ ลีสซิ่ง หรือธนาคาร ต่างก็ตกอยู่ในสภาวะการณ์ที่ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน จึงออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ต่างได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 กันถ้วนหน้า …

MR.CARRO ขอรวมข้อมูลไฟแนนซ์ ลีสซิ่ง สถาบันการเงิน ช่วยเหลือลูกหนี้จากไวรัส COVID-19 Update ล่าสุด! ครับ

SCB-Covid-19

ธนาคารไทยพาณิชย์

สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ พักชำระค่างวดสูงสุด 6 เดือน

ลูกค้าที่ประสงค์จะพักชำระหนี้สามารถติดต่อ ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ ได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทร Call Center 02-777-7777

KBank-Covid-19

ธนาคารกสิกรไทย

สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน

ลูกค้าที่ประสงค์จะพักชำระหนี้สามารถติดต่อ K-Contact Center 02-888-8888

Krungsri-Covid-19

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ พักชำระหนี้ สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด (แล้วแต่กรณี)

ลูกค้าที่ประสงค์จะพักชำระหนี้สามารถติดต่อ Krungsri Call Center 1572 และสาขาของธนาคารกรุงศรีทั่วประเทศ

Thanachart-Covid-19

Thanachart-Drive-Covid-19

สินเชื่อรถยนต์ธนชาต DRIVE

สินเชื่อรถยนต์ธนชาต DRIVE ห่วงใยลูกค้าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน

  • ให้ลูกค้าปัจจุบัน (สินเชื่อรถยนต์ใหม่, รถใช้แล้ว, รถแลกเงิน) สามารถขอพักชำระหนี้ได้สูงสุด 6 เดือน
  • สำหรับลูกค้าใหม่ (สินเชื่อรถแลกเงิน หรือรถแลกเงิน Top up) เลื่อนผ่อนงวดแรก 60 วัน*

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 – 31 กรกฎาคม 2563 ดูเพิ่มเติม คลิก : http://bit.ly/2Wr3wZ5

Kiatnakin-Covid-19

ธนาคารเกียรตินาคิน

ลูกหนี้รายย่อย

– พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน
– ส่วนลดดอกเบี้ย
– ขยายระยะเวลาชำระหนี้

ลูกค้าที่ประสงค์จะพักชำระหนี้สามารถติดต่อ 02-165-5555

TISCO-Covid-19

ธนาคารทิสโก้

ลูกหนี้รายย่อย

– ผ่อนปรนการชำระเงินต้นชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือน
– ลดภาระการผ่อนชำระ
– ขยายระยะเวลาการชำระหนี้
– ลดค่าธรรมเนียม

ลูกค้าที่ประสงค์จะพักชำระหนี้สามารถติดต่อ 02-080-6000 หรือ 02-633-6000

Toyota-Leasing-Covid-19

Toyota Leasing

โครงการช่วยเหลือลูกค้าโตโยต้า ลีสซิ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 (COVID-19) สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว/โรงแรม/ขนส่ง และอาชีพอิสระ ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว*

โดยท่านลูกค้าสามารถยื่นคำขอผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ คลิก https://bit.ly/3aLR7ml (บริษัทฯ จะดำเนินการติดต่อกลับท่านลูกค้าผ่านทางอีเมล ภายใน 5 วันทำการ)

* เงื่อนไขการพิจารณาเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สอบถามรายละเอียด ได้ที่ ฝ่ายบริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-660-5555 (จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น.) หรือทางเว็บไซต์ https://www.tlt.co.th/contact และทางอีเมล: [email protected]

All-New-Honda-City-2020

Honda Leasing

การพักชำระหนี้เนื่องจากโรคไวรัสโควิด-19 เจ้าหน้าให้ข้อมูลว่า จะพิจารณาภายใน 5 วันทำการ ถ้าผ่านการพิจารณาจะพักชำระหนี้ 3 เดือน

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อื่นๆ

ทางธนาคาร สถาบันทางการเงินหลายแห่ง ก็ได้ออกมาช่วยผู้เดือดร้อนและได้รับผลกระทบอีกด้วยเช่นกัน

อย่าลืมนะครับ ช่วงเวลาแบบนี้ CARRO มีบริการรับซื้อรถด่วน CARRO Express สะดวกสบายถึงบ้าน แถมไม่เสี่ยงติดเชื้อไวรัส COVID-19 ด้วย เพียงลงขายรถที่ Link นี้เลย https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

แหล่งที่มาของภาพจาก:

5-best-selling-kei-car-in-japan

จากการจัดอันดับของ JADA สมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) “ญี่ปุ่น” ถือเป็นประเทศที่มียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน!) เนื่องจากรถเก่ามีค่าตรวจสภาพ ค่าซ่อม ภาษีรถยนต์ และค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนนิยมใช้รถยนต์แค่ไม่กี่ปีก็ขายรถ แล้วซื้อคันใหม่

อ่านเพิ่มเติม >>> 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019

แต่ในส่วนของรถ Kei Car (K-Car) นั้น หมายถึง Keijidōsha (軽自動車) หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มียอดขายที่ถือว่าสูงมากๆ ต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ หาที่จอดรถได้ง่าย รับกับถนนขนาดไม่ใหญ่นักของญี่ปุ่น (ซึ่งหากใครที่ซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่น หากไม่มีที่จอด ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้)

คุณสมบัติคร่าวๆ ของรถ Kei Car หลักๆ ก็จะมีความยาวตัวรถที่ไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 660 ซีซี และแรงม้าไม่เกิน 64 แรงม้า และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่บ้านเราก็นิยมเอาเข้ามามาก ในช่วงรถจดประกอบกำลังบูม

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาใช้ ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อ..

Honda-N-Box-2020

1. Honda N-Box จำนวน 253,500 คัน

Honda N-Box (ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์) ถือเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีที่สุดในปี 2019 เลยก็ว่าได้ นับตั้งแต่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2017 และปรับโฉมเล็กน้อยในปี 2019 ก็ยังขายดีอย่างต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน! โดยเป็นรถ Kei Car ที่คล้ายกับรถ MPV นิยมกันสำหรับคนมีครอบครัว ไปจนถึงรุ่นใหญ่ อายุ 40-50 ปี ซึ่งมีให้เลือกทั้ง N-Box และ N-Box Custom เอาใจวัยรุ่น

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส S07B ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 58 แรงม้า ที่ 7,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 65 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน-เมตร ที่ 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Tanto-2020

2. Daihatsu Tanto จำนวน 175,292 คัน

Daihatsu Tanto (ไดฮัทสุ แทนโต) นี่ก็ถือว่าเป็นรถ Kei Car ที่ขายดีของ Daihatsu นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2003 จวบจนถึงปัจจุบันที่เป็นเจเนอเรชั่น 4 แล้ว โดยเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ก็สามารถทำยอดขายขึ้นมายืนอันดับ 2 ได้แล้ว ซึ่งรุ่นนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ DNGA หรือ Daihatsu New Global Architecture ที่นำแนวคิดมาจาก Toyota นั่นเอง มีจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังเป็นแบบบานเลือนไฟฟ้า

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,900 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Suzuki-Spacia-2020

3. Suzuki Spacia จำนวน 166,389 คัน

Suzuki Spacia (ซูซูกิ สปาเซีย) เป็นรถ Kei Car เจเนอเรชั่นที่ 2 ด้วยรูปทรงแนวยอดนิยม ชูจุดเด่นอย่างประตูด้านหลังแบบบานเลื่อนไฟฟ้า จากค่าย Suzuki นี่ก็ติดอันดับต้นๆ ของเรื่องขายดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่โฉมไมเนอร์เชนจ์ออกมาในเดือนกันยายน 2017 เน้นกลุ่มคนมีครอบครัว แม่บ้าน และวัยรุ่นขึ้นมาหน่อย หรือหนุ่มวัยเพิ่งทำงานก็ต้องเล่นรุ่น Spacia Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินพลัง Hybrid ขนาด 658 ซีซี รหัส R06A ให้แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 52 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Intercooler ให้แรงม้าสูงสุดเป็น 64 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ทั้ง 2 รุ่นส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 3.1 แรงม้า อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Nissan-Dayz-2020

4. Nissan Dayz จำนวน 157,349 คัน

Nissan Dayz (นิสสัน เดย์) รถทรงกล่องสุดน่ารัก ในรูปโฉมใหม่ล่าสุด เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมา สรางยอดขายได้น่าประทับใจ และยังเป็นคู่แฝดของ Mitsubishi eK อีกด้วย โดยรถรุ่นนี้ เน้นเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิงมากกว่า มีให้เลือกถึง 3 แบบ นั่นคือ ได้แก่ Dayz, Dayz Highway Star และ Bolero

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 659 ซีซี รหัส BR06 ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ส่วนรุ่น S-Hybrid จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ เข้ามาด้วย

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo Hybrid ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

Daihatsu-Move-2020

5. Daihatsu Move จำนวน 122,835 คัน

Daihatsu Move (ไดฮัทสุ มูฟ) รถ Kei Car รุ่นยอดนิยมของไดฮัทสุ นับตั้งแต่ออกมาในปี 1995 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ที่ออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2014 และปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือนสิงหาคม 2017 ก็ช่วยให้ยอดขายยังสามารถสู้กับรถ Kei Car รุ่นอื่นๆ ได้ในเวลานี้ ยังมีทั้งรุ่นเพื่อครอบครัวอย่าง Move และรุ่นเอาใจคนวัยทำงาน รักการแต่งรถ ชอบความสปอร์ตอย่าง Move Custom

ขุมพลังมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 658 ซีซี รหัส KF ให้แรงม้าสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 60 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที

และรุ่นเครื่องยนต์ Turbo สำหรับรุ่น Custom ให้แรงม้าสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือก

MR.CARRO หวังว่า 5 อันดับ รถ Kei Car ขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมอยากได้กันน่าดูเลย แต่น่าเสียดาย ที่บ้านเราภาษีรถนำเข้ายังถือว่าสูง ปกติแล้วในญี่ปุ่น รถเหล่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านเยน แต่เมื่อมาถึงไทยแล้ว รวมภาษีต่างๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1 กว่าบาท ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ก็ต้องฝันไปก่อนละกัน หรือจะไปเล่นรถ Kei Car ที่เป็นรถจดประกอบเก่าจากญี่ปุ่นก็ได้

ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 5 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

10-Best-Selling-Cars-In-Japan

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก และมีแบรนด์รถยนต์ที่ขายรถยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยเช่นกัน รวมถึงในประเทศตัวเอง ญี่ปุ่นก็ยังนับได้ว่ามียอดขายรถที่มากติดอันดับโลก (ในปี 2019 มียอดขาย และจดทะเบียนรถในประเทศมากถึง 5,234,166 คัน! ซึ่งถ้าจะนับแค่ Toyota เจ้าเดียว ก็ปาเข้าไป 1,547,173 คันแล้ว!)

เนื่องจากรถยนต์ในญี่ปุ่นนั้น มีอายุการใช้งานที่ไม่มากนัก เพียงไม่กี่ปี จากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุรถและค่าซ่อมรถที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้มีการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ไปในตัวตลอด แล้วรถใหม่ก็มีราคาจำหน่ายที่ไม่แพงมาก ผนวกกับค่าครองชีพของคนญี่ปุ่น ที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ได้ไม่ยาก ยอดขายรถจึงค่อนข้างสูงหลายแสนคันต่อเดือน

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถใหม่ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น (ตามการจัดอันดับของสมาพันธ์ผู้ค้ารถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น JADA (Japan Automobile Dealers Association) ซึ่งรถยนต์แบบ K-Car จะถูกจับแยกออกไปต่างหาก) ประจำปี 2019 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Toyota-Prius-2020

1. Toyota Prius จำนวน 125,587 คัน

Toyota Prius (โตโยต้า พรีอุส) พูดไปแล้วก็แทบไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่า Prius จะสามารถครองแชมป์รถขายดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำปี 2019 ได้ ซึ่งสวนทางกับยอดขายทั่วโลกที่ร่วงลง จน Toyota แทบจะคิดว่าเลิกผลิตไปเลยดีมั้ย? นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 1997 ด้วยรูปทรงที่สุดแหวกแนว มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Hybrid AWD-i ขับสี่ล้อไฟฟ้า E-four ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่

ติดตั้งเครื่องยนต์ Hybrid ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร

Nissan-Note-2020

2. Nissan Note จำนวน 118,472 คัน

Nissan Note (นิสสัน โน๊ต) อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในบ้านเรามากนัก แต่ในญี่ปุ่น รถรุ่นนี้ถือว่าขายดีมากเป็นอันดับต้นๆ ของทางนิสสันเลยทีเดียว สำหรับ Note รุ่นนี้ ยังมีตัวรุ่น e-Power พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้การชาร์จด้วยเครื่องยนต์ ที่ในบ้านเราก็จะมีโอกาสได้ใช้กันด้วย และยังมีตัวแต่งจัดเต็มอย่าง NISMO และ Autech ให้เลือกด้วย

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตรที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนรุ่น NISMO (ที่ไม่ใช่ตัวขุมพลัง e-Power) ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส HR16DE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที โดยจะจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

และในรุ่น e-Power นั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE-EM57 ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 254 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

Toyota-Sienta-2020

3. Toyota Sienta จำนวน 110,880 คัน

Toyota Sienta (โตโยต้า เซียนต้า) เจนเนอเรชั่นที่ 2

เจนเนอเรชั่นที่ 2 รถยอดนิยมของคุณแม่บ้าน และคนเพิ่งมีครอบครัว สำหรับเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ญี่ปุ่นเปิดตัวไปในปี 2018 ปรับปรุงรูปโฉมใหม่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น และมีสีทูโทนให้เลือก พร้อมกับเพิ่มรุ่นเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่น 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง กับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 61 แรงม้า แรงบิดสงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota-Corolla-2020

4. Toyota Corolla จำนวน 104,406 คัน

Toyota Corolla (โตโยต้า โคโรลล่า) ต้องบอกได้ว่าลุคของ Corolla ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 12 นี้ ฉีกความอนุรักษ์นิยมเดิมๆ เรียบๆ เรื่อยๆ ของ Corolla Axio ทิ้งไปได้หมดจริงๆ สำหรับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่ดูเปรี้ยวสุดๆ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และยังมีรุ่น 5 ประตู Sport Hatchback ออกมาขายเช่นเคย

ขุมพลังของทั้งรุ่น Sedan และ Sport มีให้เลือก 2 รุ่นตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร Turbo รหัส 8AR-FTS ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ iMT และเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่สามารถล็อคอัตราทดได้ 10 สปีด

แบบเบนซินเพียวๆ ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 140 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 3,900 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนขุมพลัง Hybrid ยกมาจาก Prius ขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 72 แรงม้า ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบอยู่ที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Toyota-Aqua-2020

5. Toyota Aqua จำนวน 103,803 คัน

Toyota Aqua (โตโยต้า อควา) เคยนำเข้ามาขายในไทยในชื่อ Prius C (พรีอุสซี) เมื่อปี 2555 แต่ด้วยราคาที่สูงลิบ (1.33 ล้านบาท) จึงขายแทบไม่ได้จนต้องเลิกขายไป แต่ Aqua เป็นรถที่เคยขายดีที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อปี 2014 แม้ว่าในปัจจุบันจะตกลงมาเป็นอันดับ 5 ก็ตาม โดยโฉมปัจจุบันเป็นตัวไมเนอร์เชนจ์ตั้งแต่ในปี 2017

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Nissan-Serena-2020

6. Nissan Serena จำนวน 92,956 คัน

Nissan Serena (นิสสัน เซเรนา) รถ MPV ยอดนิยมสุดๆ ของคนญี่ปุ่นอีกหนึ่งรุ่น เพราะเคยติดอันดับรถขายดีที่สุดในญี่ปุ่นเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา กับการไมเนอร์เชนจ์ไปในช่วงปี 2019 มีให้เลือกทั้งแบบกึ่ง Hybrid และแบบ e-Power ที่นำเทคโนโลยีจาก Note มาใช้ และยังมีระบบขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติ (ProPilot) เป็นรุ่นแรกในญี่ปุ่น

เครื่องยนต์ยังคงเป็นแบบเบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส MR20DD ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้ารหัส SM24 ขนาด 2.6 แรงม้า ในแบบกึ่งไฮบริด เป็นระบบชดเชยกำลัง (Idling Stop) และชาร์จไฟกลับเมื่อยกคันเร่งออก รวมถึงช่วยเพิ่มแรงบิด ให้เครื่องยนต์ทำงานน้อยลงบางเวลา อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 17.2 กม./ลิตร

และในรุ่น e-Power นั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE-EM57 ให้แรงม้าสูงสุด 84 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200-5,200 รอบ/นาที พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 26.2 กม./ลิตร

Toyota-Roomy-2020

7. Toyota Roomy จำนวน 91,650 คัน

Toyota Roomy (โตโยต้า รูมมี่) รถยอดนิยม รูปทรงแบบ Tall Boy ที่มาแทน Toyota bB (โตโยต้า บีบี) รุ่นก่อนหน้า ที่ยังมีคู่แฝด ในชื่อ Toyota Tank อีกด้วย เปิดตัวในปี 2016 เป็นรถที่นั่งได้ 5 ที่นั่ง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ซึ่งให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที
และในรุ่น Turbo Intercooler รหัส 1KR-VET ให้แรงม้าสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที แรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ไม่มี Turbo

Toyota-Voxy-2020

8. Toyota Voxy จำนวน 88,012 คัน

Toyota Voxy (โตโยต้า วอกซี่) สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถ MPV ขายดีฝั่ง Toyota อย่าง Voxy นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2017 ก่อนจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในปี 2017 และยังมีคู่แฝดร่วมรุ่นอย่าง Noah และ Esquire ที่ในบ้านเราก็มีคนนำเข้ามาขายกันหลายคัน พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยล่าสุดอย่าง Toyota Safety Sense C

เครื่องยนต์นั้นมีทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดให้เลือก โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร รหัส 3ZR-FAE ให้แรงม้าสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 193 นิวตัน-เมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

และเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 82 แรงม้า แรงบิดสงสุด 207 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

Honda-Freed-2020

9. Honda Freed จำนวน 85,596 คัน

Honda Freed (ฮอนด้า ฟรีด) แม้ว่าจะเปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 2 ไปตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา แต่กระแสตอบรับยังแรงต่อเนื่อง หนึ่งเดียวของฮอนด้า ที่ติดโผขายดีเป็นอันดับ 9 ในปี 2019 ที่ผ่านมา นับเป็นรถ Minivan MPV ขนาดเล็กที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda Fit และ Grace (หรือ Honda Jazz กับ City ในไทย) มีจำหน่ายทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเบนซินและ Hybrid เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT

ในส่วนของเครื่องยนต์ Hybrid ทำงานคู่กันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร i-VTEC + ระบบ Hybrid แบบ Sport Hybrid i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 5,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 29.5 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด

Toyota-Vitz-2020

10. Toyota Vitz จำนวน 81,554 คัน

Toyota Vitz (โตโยต้า วิซ) น้องเล็กของ Toyota ที่เป็น Yaris ในตลาดโลก (แต่ในบ้านเรา กลับได้ Yaris เวอร์ชั่นจีนมาแทน) เพิ่งปรับโฉมโมเดลเชนจ์ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา สามารถไต่ยอดขายได้เป็นไปอันดับ 10 ถือว่าน่าพอใจมากสำหรับรถเปิดตัวใหม่หมาดๆ เพราะในปี 2020 นี้ ยอดขายอันดับต้องพุ่งสูงขึ้นกว่านี้แน่นอน

โดยโฉมนี้ใช้แพลตฟอร์มใหม่อย่าง TNGA-B มาในรูปแบบสปอร์ต ภายในขับขี่ง่าย ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย พร้อมระบบความปลอดภัยอย่าง Toyota Safety Sense ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i

เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร รหัส 1KR-FE ให้แรงม้าสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที

แบบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NR-FKE ให้แรงม้าสูงสุด 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์รหัส 1NR-FE มี ให้แรงม้าสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 119 นิวตัน-เมตร

ส่วนขุมพลัง Hybrid มีขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FXE ให้แรงม้าสูงสุด 74 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 111 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600-4,400 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 61 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 169 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

MR.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถขายดีสุดในญี่ปุ่นที่นำมาเสนอนั้น น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนนะครับ ซึ่งถ้าใครอยากขายรถตอนนี้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ ลงประกาศขายรถฟรี โดยได้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand คลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลรถ 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไป ราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาจาก :

Used-Car-Loan-Rates

เมื่อคุณคิดจะซื้อรถมือสองสักคันหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยความอยากได้ ความจำเป็นในการใช้งาน ถ้าหากซื้อด้วยเงินสดได้เลยก็คงจะดี เพราะไม่ต้องมีภาระมาผ่อนรถทุกเดือนในภายหลัง ส่วนใหญ่มักติดเรื่องงบประมาณมีไม่เพียงพอ ต่อการซื้อรถมือสองด้วยเงินสดทีเดียวได้

การพึ่งพาสถาบันทางการเงิน หรือบริษัทไฟแนนซ์ต่างๆ ก็เหมือนจะเป็นทางออกของคนอยากมีรถมือสอง เลือกปฏิบัติกัน …

3-Steps-For-Buying-Used-Car

แต่การเลือกซื้อรถมือสองนั้น ดอกเบี้ยย่อมต่างไปจากรถมือหนึ่งอยู่พอสมควร กล่าวคือ ปีรถยิ่งเก่า ดอกเบี้ยยิ่งแพง และดอกเบี้ยรถกระบะ หรือรถตู้ จะแพงกว่าดอกเบี้ยรถเก๋ง ซึ่งหากคุณคิดจะซื้อรถมือสอง และนำรถเข้าไฟแนนซ์ ถ้าเป็นไปได้ อายุรถไม่ควรเกิน 5 ปี จะได้ดอกเบี้ยถูก ไม่เกิน 4.5% ต่อปี

ส่วนการคำนวณดอกเบี้ยรถมือสอง ดูได้ใน Link นี้ครับ –> https://blog.carro.co2/news-finance-used-car-ep3/

ธนาคารไทยพาณิชย์ (CAR.SCB)

SCB-Bank-Secondhand-Interest-Rate-2018

SCB-Secondhand-Interest-Rate-2019

ปี 2562 – 2563 รถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ไม่เกิน 9 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) 13% และรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป 17%

และ รถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ไม่เกิน 9 ปี อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี
(Effective Interest Rate) 26% และรถยนต์ใช้แล้ว สำหรับอายุรถยนต์ตั้งแต่ 10 ปีเป็นต้นไป 34%

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://car.scb/used-car

ลีสซิ่งกสิกรไทย (Kasikorn Leasing)

KLeasing-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2561 – 2562 ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 3.75 – 14.97 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

สำหรับรถเก๋ง

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2554 – 2555 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.95 – 6.85% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.78 – 13.49% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2558 – 2559 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.50 – 6.70% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 6.90 – 13.20% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2560 – 2561 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.25 – 6.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 6.40 – 12.71% ต่อปี

สำหรับรถกระบะ

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2554 – 2555 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.20 – 7.60% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.27 – 14.97% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2558 – 2559 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.95 – 7.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.78 – 14.68% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2560 – 2561 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.70 – 7.20% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.29 – 14.18% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.kasikornleasing.com/th/loan/Pages/auto-hire-purchase-used.aspx

กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง (KTB Leasing)

KTB-Leasing

KTB-Leasing-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2563 ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 2.60 – 4.55 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – http://www.ktbleasing.co.th/Content/System/MainSaleCar

ธนาคารธนชาต (Thanachart Bank)

Thanachart-Bank-Secondhand-Interest-Rate-2020

ปี 2562 อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.90%-18.80% ต่อปี

สำหรับรถเก๋ง

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2006 – 2010 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.95 – 11.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 9.15 – 18.09% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2011 – 2012 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.65 – 10.25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.63 – 17.02% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2013 – 2014 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.35 – 9.85% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.10 – 16.44% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2015 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 3.90 – 9.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 7.29 – 15.86% ต่อปี

สำหรับรถกระบะ / รถตู้

  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2006 – 2010 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 5.65 – 11.50% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 10.37 – 18.80% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2011 – 2012 ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 5.25 – 10.75% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 9.68 – 17.74% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2013 – 2014 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.75 – 10.45% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.80 – 17.31% ต่อปี
  • หากรถยนต์จดทะเบียนในปี 2015 ขึ้นไป ดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ร้อยละ 4.40 – 10.15% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 8.19 – 16.87% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.thanachartbank.co.th/TbankCMSFrontend/PersonalTHDetail.aspx?PTypeID=9&ProID=127&PName=Personal

ธนาคารเกียรตินาคิน (Kiatnakin Bank)

Kiatnakin-Secondhand-Interest-Rate-2020

ปี 2563 สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 2.65 – 9.50% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ) และอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 4.77 – 17.10% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – http://www.kiatnakin.co.th/th/personal-banking/loan/auto-loan/kk-used-car

ธนาคารทิสโก้

Tisco-Bank-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2561 – 2563 อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) ร้อยละ 6.00 – 7.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 10.97 – 13.51% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.tisco.co.th/th/rates.html

กรุงศรีออโต้ (Krungsri Auto)

Krungsri-Auto

ปี 2563 กรุงศรี รถบ้าน สินเชื่อรถบ้าน ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) เริ่มต้น ร้อยละ 4.00 – 19.00 ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่อนชำระ)

กรุงศรี รถบ้าน สินเชื่อรถบ้าน

กรุงศรี รถบ้าน สินเชื่อรถบ้าน เป็นบริการสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองโดยตรงจากเจ้าของรถหรือที่เรียกกันว่า รถซื้อ-ขายกันเอง หรือรถบ้าน

จุดเด่นของสินเชื่อรถบ้าน “กรุงศรี รถบ้าน” (Rod Baan)
  • ให้วงเงินสูงสุดถึง 90% ของราคาประเมินรถยนต์ของธนาคารฯ
  • ดอกเบี้ยต่ำ
  • ผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน
  • ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน (เฉพาะผู้สมัครที่มีสัญชาติไทย)
  • ให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อขายจนถึงการขอสินเชื่อเช่าซื้อ ทำสัญญา และประเมินราคารถ และสะดวกรวดเร็วกับ บริการดิลิเวอรี่ ที่ให้บริการทำสัญญาถึงบ้าน

กรุงศรี ยูสด์ คาร์ สินเชื่อรถเต็นท์

ให้ท่านเป็นเจ้าของรถเต็นท์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องรอเก็บเงินก้อน ด้วยสินเชื่อรถเต็นท์ กรุงศรี ยูสด์ คาร์

พบข้อเสนอที่หลากหลาย พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของท่านจากธนาคาร อาทิ วงเงินสินเชื่อประมาณ 80% ของราคารถ ระยะเวลาการเช่าซื้อนานสูงสุด 84 เดือน ดาวน์น้อย หรือไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน เป็นต้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.krungsriauto.com/auto/Products.html

ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ (CIMB Thai Auto)

CIMB-Thai-Auto

CIMB-Thai-Auto-Secondhand-Interest-Rate-2018

ปี 2561 – 2562 อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (Flat Interest Rate) ร้อยละ 11.75 – 22.75% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) จะอยู่ที่ร้อยละ 19.15 – 34.98% ต่อปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.cimbthaiauto.com/product-usedcar-cal.htm

เงินติดล้อ

Ngerntidlor-เงินติดล้อ-Interest-Rate-2020

ปี 2563 รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถบัส รถบรรทุก อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่สูงสุด

  • ปีรถ 2543-2544 1.75% ต่อเดือน
  • ปีรถ 2548-2552 1.50% ต่อเดือน
  • ปีรถ 2553-2557 1.25% ต่อเดือน
  • ปีรถ 2558-2563 1.00% ต่อเดือน

(เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 21.46%-36.74% ต่อปี)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – https://www.ngerntidlor.com/

ดูอัตราดอกเบี้ยรถมือสองกันไปแล้ว สำหรับใครที่อยากขายรถเดิม เพื่อจะเปลี่ยนรถใหม่ ก็สามารถขายกับทาง Carro ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ Carro Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook Carro Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

Honda-City-Secondhand-Price

ประเมินราคารถมือสอง Honda City ทุกรุ่น ทุกแบบ เรารวบรวมมาไว้ให้คุณดูที่นี่!

รถยนต์นั่งในรูปแบบ Sub-Compact ยอดนิยมที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของ Honda นั่นคือ … Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) ที่ได้รับความนิยม นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2539 ถึงปัจจุบันล่วงเข้า 23 ปีละ ผ่านการขายมาแล้วถึง 5 เจเนอเรชั่น เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ยอดขายของ Honda City นั้นมีมากมายขนาดไหน

แถมยังเป็นรถที่คนเล่นรถมือสอง นิยมซื้อมาใช้ในหลากหลายภารกิจ ตั้งแต่ใช้งานในเมือง ขับรถไปส่งลูก ส่งของ ทำธุระ หรือจะใช้ขับออกต่างจังหวัดก็ได้ เป็นรถที่จัดว่าทนทานในระดับหนึ่ง ช่วงล่างใช้ได้ ศูนย์บริการเพียบ อะไหล่มีพร้อมทั้งของแท้ ของเทียบ ของเทียม ของเก่า ไม่ต้องห่วง

หากใครที่อยากขายรถ Honda City คันเดิม แบบได้เงินเร็วไว ไม่ต้องเสียเวลาประเมินราคาขายเอง หรือต้องรอจนกว่าจะมีคนมาซื้อรถได้ CARRO ขอแนะนำ CARRO Express เรารับซื้อรถทุกแบบ ได้ที่ Link นี้เลยจ้า https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถอีกครั้ง สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

ที่นี่เรามาดูกันครับว่า ประเมินราคารถมือสอง Honda City (ประจำปี 2563) ตอนนี้ อยู่ในตลาดรถมือสอง ประมาณเท่าใดบ้าง? ไปเช็คราคากันได้เลยครับ

Honda City โฉมปี 1996 – 2002

Honda-City-Gen-1-1

รุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร ปี 1996-1999 (นับรวม City S ที่ออกมาในปี 1997 ด้วย)

  • 1.3 Li / LXi / EXi ราคามือสองโดยประมาณ 35,000 – 55,000 บาท

เพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ในปี 1997

  • 1.5 R ใส่ชุดแต่งทั้งคัน (ปี 1997) ไม่พบการซื้อ-ขาย รุ่นนี้ ในท้องตลาด

รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทุกรุ่นย่อย ปรับเป็นรุ่น “Limited” (เพิ่มกุญแจรีโมท / พนักเท้าแขน / ไฟเบรกดวงที่ 3 / แผ่นรองป้ายทะเบียนโครเมียม / คิ้วบันไดสแตนเลส) ในปี 1998

  • 1.5 LXi / EXi / EXi Airbag / LXi-S / EXi-S ราคามือสองโดยประมาณ 35,000 – 60,000 บาท

ปี 1999 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City Type Z” + เครื่องยนต์ VTEC LEV

  • 1.5 Li / EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 100,000 บาท
  • รุ่น Millennium (ปี 2000) ราคามือสองโดยประมาณ 50,000 – 100,000 บาท
  • 1.5 LXi (ปี 2001) ราคามือสองโดยประมาณ 60,000 – 90,000 บาท
  • รุ่น Smart เพิ่มเครื่องเสียงชุดใหญ่จาก KENWOOD และสัญญาณกันขโมย (ปี 2001) 1.5 EXi MT – AT / VTi MT – AT / 1.5 VTi AT (AS = ABS / Airbag) ราคามือสองโดยประมาณ 60,000 – 110,000 บาท

Honda City โฉมปี 2002 – 2009

Honda-City-Gen-2

ปี 2002 เครื่องยนต์ i-DSi

  • 1.5 A MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 75,000 – 130,000 บาท
  • 1.5 S MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 80,000 – 130,000 บาท
  • 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 140,000 บาท

ปี 2004 เพิ่มเครื่องยนต์ VTEC

  • 1.5 A MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 140,000 บาท
  • 1.5 S MT / AT / (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 110,000 – 150,000 บาท
  • 1.5 E MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 150,000 บาท
  • 1.5 E-V MT (AS) / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 170,000 บาท
  • 1.5 Sports E-V MT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 170,000 บาท

ปี 2005 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เป็น “City ZX”

  • 1.5 A (เครื่อง i-DSi) MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 90,000 – 170,000 บาท
  • 1.5 V MT / AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 120,000 – 180,000 บาท
  • 1.5 SV MT / AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 180,000 บาท
  • 1.5 EV AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 180,000 บาท
  • 1.5 LV (เบาะหนังแท้) AT (AS) (ปี 2006) ราคามือสองโดยประมาณ 130,000 – 180,000 บาท

Honda City โฉมปี 2009 – 2014

Honda-City-Gen-3

*รวมรุ่นปี 2011 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 200,000 – 350,000 บาท
  • 1.5 V AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 210,000 – 370,000 บาท
  • 1.5 SV AT (SRS) ราคามือสองโดยประมาณ 240,000 – 380,000 บาท
  • 1.5 V Society AT / AT (SRS) (ปี 2011) ราคามือสองโดยประมาณ 220,000 – 350,000 บาท
  • 1.5 V Modulo AT (ปี 2012) ราคามือสองโดยประมาณ 260,000 – 370,000 บาท
  • 1.5 V Wise Edition AT / AT (AS) ราคามือสองโดยประมาณ 260,000 – 370,000 บาท
  • 1.5 SV AT (VSA) (ปี 2013) ราคามือสองโดยประมาณ 330,000 – 380,000 บาท

ปี 2012 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 250,000 – 320,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 270,000 – 340,000 บาท

Honda City โฉมปี 2014- 2019

Honda-City-Carro-Express

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 320,000 – 450,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 350,000 – 470,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 360,000 – 490,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 370,000 – 500,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 500,000 บาท

ปี 2014 เปิดตัวรุ่น CNG

  • 1.5 S CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 340,000 – 400,000 บาท
  • 1.5 V CNG AT ราคามือสองโดยประมาณ 350,000 – 400,000 บาท

ปี 2017 เปิดตัวรุ่น Minorchange

  • 1.5 S MT / AT ราคามือสองโดยประมาณ 380,000 – 460,000 บาท
  • 1.5 V CVT ราคามือสองโดยประมาณ 420,000 – 500,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 440,000 – 520,000 บาท
  • 1.5 SV CVT ราคามือสองโดยประมาณ 460,000 – 560,000 บาท
  • 1.5 SV+ CVT ราคามือสองโดยประมาณ 470,000 – 600,000 บาท

หมายเหตุ:

ราคานี้ เป็นราคาต่ำสุด – สุดสุด โดยประมาณ ตรวจสอบ ณ เดือนมกราคม 2563 ซึ่งตามหลักแล้ว ราคาประเมิน ราคารับซื้อจากผู้ประกอบการรถมือสอง อาจจะต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งแตกต่างไปตามคุณลักษณะของสภาพรถ ปีที่ออกรถ ปีที่จดทะเบียน หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่มี รวมไปถึงพื้นที่ในการขายรถของแต่ละภูมิภาค และรุ่นย่อยในแต่ละรุ่น ซึ่งมีผลต่อค่าเฉลี่ยของราคารถมือสอง

ใครที่กำลังอยากได้ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) รุ่นไหนอยู่ในใจ ลองคำนวณงบประมาณที่ตัวเองมี คำนวณเงินผ่อนและอัตราดอกเบี้ย ก่อนซื้อนะครับ จะได้ขับรถไปไหนมาไหน อย่างมีความสุข และไม่กระทบเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ …

10-Cheapest-New-Cars-In-Thailand-2020

10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ปี 2020 มียี่ห้อไหน รุ่นอะไรบ้าง มาดูกัน

ในยุคสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เมื่อคุณจะตัดสินใจซื้อรถ ไม่ว่าจะเพื่อมาใช้ในการเดินทาง ใช้ทำงาน หรือไว้ใช้งานในครอบครัว ให้ลูกขับไปมหาวิทยาลัย หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไปมากที่สุด

โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป

ส่วนถ้าใครกำลังอยากขายรถคันเดิม เพื่อไปถอยรถใหม่ต้อนรับปี 2020 ลองมาขายกับ CARRO Express ดูสิ ได้เงินไว เร็ว พร้อมปิดการขายได้ทันที แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรืออยากตีราคารถก่อน สามารถ Inbox สอบถามรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

MR.CARRO ขอรวบรวมข้อมูล 10 อันดับ รถถูกสุดในไทย ประจำปี 2020 มาให้ทุกท่านได้ทราบครับ.

Suzuki-Celerio

1. Suzuki Celerio ราคา 318,000 บาท

Suzuki Celerio (ซูซูกิ เซเลริโอ) รถ Eco-Car น้องเล็กในตระกูล Suzuki สำหรับตลาดเมืองไทย อัดแน่นคุณภาพ ชู 3 จุดเด่น เน้นห้องโดยสารกว้างขวาง หลังคาที่สูง สมรรถนะเกินตัว ความประหยัดเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ 1.0 ลิตร 68 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กม./ลิตร อีกทั้้งยังเป็นมาตรฐานใหม่ ของรถยนต์นั่งมาตรฐานโลก ส่งออกไปขายในเอเชียและยุโรปด้วย

TATA-Super-Ace-Mint

2. TATA Super ACE Mint ราคา 375,000 บาท

TATA Super ACE Mint (ทาทา ซูเปอร์ เอซ มินท์) รถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์ขนาดไม่เกิน 1 ตัน เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร 70 แรงม้า รายแรกและรายเดียว ทรงพลังให้แรงบิดสูงสุด ในรอบเครื่องต่ำ ถือเป็นรถบรรทุกเล็กเพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง

กระบะท้ายพื้นเรียบขนาดใหญ่ พร้อมเปิดได้ 3 ด้าน และวางเครื่องยนต์อยู่ใต้ที่นั่งคนขับ ทำให้พื้นที่กระบะท้ายยาวขึ้น เพิ่มพื้นที่บรรทุกและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

All-New-Suzuki-Carry

3. Suzuki Carry ราคา 385,000 บาท

Suzuki Carry (ซูซูกิ แครี่) เจนเนอเรชั่นที่ 2 ภายใต้แนวคิด Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน ปรับโฉมใหม่หมดครั้งที่ 2 ตั้งแต่ผลิตรถรุ่นนี้นับตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2549 กว่า 50,000 คัน เน้นเจาะไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มรถ Food Truck

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ใหม่ K15B ประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีระบบเบรก ABS ห้องโดยสารโทนสีเทาดำออกแบบใหม่ ใหญ่ขึ้น ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าช่วยลดแรงหมุนพวงมาลัยอีกด้วย

Nissan-March

4. Nissan March ราคา 420,000 บาท

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยปรับราคาขึ้นไปบ้าง ณ ปัจจุบัน มียอดขายสะสมรวมได้หลายแสนคัน มีจุดเด่นที่ขนาดตัวรถเล็ก แต่ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย

มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 20 กม./ลิตร ขับขี่ก็ง่าย จอดรถก็คล่องตัว ราคาอะไหล่ไม่แพง คุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง หรือรถมือสอง

Mitsubishi-Mirage-2020

5. Mitsubishi Mirage ราคา 474,000 บาท

Mitsubishi Mirage (มิตซูบิชิ มิราจ) อีกหนึ่งรถ Eco-Car จาก มิตซูบิชิ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ และอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ

มาคู่กับขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ทั้งหรูและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร เรียกได้ว่าน่าใช้อีกรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

Suzuki-Ciaz

6. Suzuki Ciaz ราคา 484,000 บาท

Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) ถือเป็น Eco-Car Sedan ที่เหมาะสำหรับผู้อยากได้รถครอบครัวราคาประหยัด แถมดีไซน์ภายนอกยังดูดี สปอร์ตก็ได้ หรูก็ดี มีพื้นที่ห้องโดยสาร และพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย กว้างขวางมาก สมรรถนะการขับขี่ ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.25 ลิตร 91 แรงม้า ประหยัดน้ำมันที่มากถึง 20 กม./ลิตร … อ้อ! โฉมใหม่นี้ ยังเพิ่มจุดเด่นที่มีช่องแอร์บริเวณด้านหลังด้วยนะ!

New-Mitsubishi-Attrage-2020

7. Mitsubishi Attrage ราคา 494,000 บาท

Mitsubishi Attrage (มิตซูบิชิ แอททราจ) โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ 4 ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

Honda-Brio

8. Honda Brio ราคา 495,000 บาท

Honda Brio (ฮอนด้า บริโอ้) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car ที่จำหน่ายในบ้านเรานานที่สุดอีกหนึ่งรุ่น คือออกมาตั้งแต่ปี 2553 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน มีให้เลือกเพียงรุ่นเดียวแล้ว คือรุ่นย่อย V CVT

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

All-New-Nissan-Almera-2020

9. Nissan Almera ราคา 499,000 บาท

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) จัดเป็นรถ Eco-Car ขนาด 4 ประตู เครื่อง Turbo รุ่นแรกที่ออกมาในตลาด มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร Turbo รหัส HRA0 ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม./ลิตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT พร้อม D-Step Logic แถมยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility

Honda-Brio-Amaze

10. Honda Brio Amaze ราคา 517,000 บาท

Honda Brio Amaze (ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ) นับเป็นรถยนต์ Eco-Car Sedan ที่จำหน่ายในบ้านเรามานานอีกหนึ่งรุ่น นับตั้งแต่ปี 2554 และปรับโฉมครั้งล่าสุดมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 แล้วก็ขายกันมาแบบเงียบๆ จนถึงปัจจุบัน

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร SOHC i-VTEC 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม

Mr.CARRO หวังว่า 10 อันดับ รถถูกสุดในไทยที่นำมาเสนอนั้น หากใครอยากได้ หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อรถป้ายแดงอยู่พอดี แต่งบไม่พอ! ก็ลองขายรถคันเดิมของคุณกับทาง CARRO ดูได้ โดยได้ราคาที่ดีที่สุด รับประกันความพึงพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง! กับ CARRO Express แค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

และ Add Line สอบถามรายละเอียดได้เช่นกัน ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

หมายเหตุ : ข้อมูลสินค้า 10 อันดับข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลสินค้าที่ Update ณ เดือนมกราคม 2563 เมื่อเวลาผ่านไปราคาและอันดับดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดหรือราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง

Compare-Maintenance-Cost-Nissan-Almera-2020-VS-Honda-City-2020

ต้องบอกก่อนเลยว่าดุเดือดเลย! นับตั้งแต่ก่อนงาน Motor Expo 2019 ไปจนถึงหลังจบงาน สำหรับคู่เด็ดอย่าง Nissan Almera 2020 (นิสสัน อัลเมร่า) และ Honda City 2020 (ฮอนด้า ซิตี้) ที่ฟาดฟันยอดขายกันอย่างดุเดือด ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากมายตามกลุ่มโซเชียลมีเดีย ว่าทำไม Honda City ถึงขายดีกว่า Nissan Almera ทั้งๆ ที่ ราคาของ City แพงกว่าด้วยซ้ำไป

บ้างก็บอกว่า Nissan เป็นแบรนด์รอง ภาพลักษณ์ของแบรนด์สู้ Honda ไม่ได้ บางคนก็บอก Nissan มีดีกว่าตรงที่ออพชั่น แถมยังเป็นรุ่นที่มีขายทั่วโลกอีกด้วย ต่างไปจาก City ที่มีขายแค่บางภูมิภาคของโลก .. เรื่องนี้ก็นานาจิตตังกันไป ขึ้นอยู่กับว่าใครชอบรถรุ่นไหน ก็หาเวลาว่างๆ ไปทดลองนั่ง ทดลองขับ ก่อนละกันว่าตัวเองชอบแบบไหน ก่อนจะตัดสินใจซื้อ

ถ้าหากใครอยากขายรถด่วน เพื่อไปซื้อ Almera หรือ City คันใหม่ หรือรับเงินก้อนไปใช้ สามารถขายรถคันเก่า หรือตีราคารถกับทาง CARRO ได้ ง่ายๆ ได้เงินไว! กับ CARRO Express เพียงแค่คลิก https://th.carro.co/sell-car/express หรือสามารถ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

หรือจะ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ —> เพิ่มเพื่อน

แต่ที่แน่ๆ เมื่อคุณซื้อรถมาแล้ว ย่อมมี “รายจ่าย” ตามมาแน่นอน MR.CARRO ขอเปรียบเทียบค่าบำรุงรักษา ของ Nissan Almera 2020 และ Honda City 2020 มาดูกันว่า เมื่อระยะทางถึงกี่กิโลเมตร นำรถเข้าศูนย์บริการ รถแต่ละรุ่น มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ …

Nissan Almera

All-New-Nissan-Almera-2020

สำหรับการดูแลรักษารถ Nissan Almera 2020 ใหม่นี้ ทาง Nissan สรุปได้คร่าวๆ ว่าต้องนำรถเข้าตรวจเช็คระยะทุกๆ 6 เดือน หรือ 7,000 กิโลเมตร (ซึ่งระยะทาง ถือว่าเร็วกว่า Honda City) แล้วแต่ว่าอะไรถึงก่อนกัน ซึ่งทำไมถึงเร็วกว่า? ทาง Nissan ให้คำตอบว่า เครื่องยนต์ Turbo ขนาดเล็ก จะมีความร้อนค่อนข้างสูง ทำให้น้ำมันเครื่องใช้งานได้ระยะทางน้อยกว่า และเพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดี ควรจะเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน หรือ 7,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

Nissan-Almera-2020-Maintenance-Reason

หลักๆ ในทุกระยะกิโลเมตรของการนำรถเข้าศูนย์บริการ คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เกรด 0W20-SN (ซึ่งใช้เกรดเดียวกับใน Almera รุ่นเดิม), ไส้กรองน้ำมันเครื่อง และ แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง ในแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,525 บาท (ยังไม่รวม VAT 7%) พร้อม “ฟรี” คูปองค่าแรง 10 ครั้ง (อยู่ในคู่มือรับประกันรถยนต์)

ที่สำคัญ ทาง Nissan ยังคุยอีกว่า ค่าบำรุงรักษาตามระยะ รวม 5 ปี (10 ครั้ง) เริ่มต้น “ถูกที่สุด” ในรถ Eco-Car!

เมื่อคุณใช้งานรถมาจนถึง 24 เดือน หรือ 28,000 กิโลเมตร นอกจากจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เกรด 0W20-SN, ไส้กรองน้ำมันเครื่อง, แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง ตามปกติแล้ว ยังต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก DOT3 และ กรองปรับอากาศ (กรองแอร์) เพิ่มเติมเข้ามาด้วย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายขึ้นมาอยู่ที่ 1,969 บาท (ราคายังไม่รวม VAT 7%)

พอถึงระยะ 30 เดือน หรือ 35,000 กิโลเมตร เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เกรด 0W20-SN, ไส้กรองน้ำมันเครื่อง, แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง ตามปกติ แต่เพิ่มการเปลี่ยน กรองอากาศ เข้ามา (ซึ่งเปลี่ยนทุกๆ 35,000 กิโลเมตร) ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,725 บาท

Nissan-Almera-2020-Maintenance-Cost-70000-KM

เมื่อคุณเช็คระยะครบ 10 ครั้ง หรือ 5 ปี ในระยะทาง 70,000 กิโลเมตร จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 16,538 บาท

เมื่อล่วงเข้าสู่การเช็กระยะที่ 66 เดือน หรือ 77,000 กิโลเมตร งวดนี้ค่าแรง “ไม่ฟรี” แล้ว คุณจะมีรายจ่ายค่าแรงเพิ่มขึ้นมาอีก 400 บาท ซึ่งเป็นอัตราค่าแรงมาตรฐาน (โดยอัตราค่าแรงอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่)

พอใช้งานรถมาถึง ถึง 72 เดือน หรือ 84,000 กิโลเมตร เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เกรด 0W20-SN, ไส้กรองน้ำมันเครื่อง, แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง + เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก DOT3 และ กรองปรับอากาศ (กรองแอร์) เพิ่มเติม มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,969 บาท และค่าแรงอีก 650 บาท (2,619 บาท ราคานี้ยังไม่รวม VAT 7%)

สรุปคร่าวๆ โดยประมาณ … หากคุณใช้ Nissan Almera 2020 ตั้งแต่ 0 – 100,000 กิโลเมตร คุณจะต้องจ่ายค่าดูแลรักษารถประมาณ 24,932 บาท! (ทั้งนี้ ยังไม่รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ยาง แบตเตอรี่ น้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเกียร์ ฯลฯ)

Honda City

All-New-Honda-City-RS-2020

สำหรับ Honda City นั้น ทาง Honda ได้ออกแบบตารางการบำรุงรักษามาได้อย่างเข้าใจง่ายเลยทีเดียว ซึ่งมีให้คุณเลือกเปรียบเทียบกันได้ตั้งแต่ 10,000 ไปจนถึง 200,000 กิโลเมตร เลยทีเดียว โดยที่คุณจะนำรถเข้าตรวจเช็คระยะได้ทุกๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร แล้วแต่ว่าอะไรถึงก่อนกัน

สรุปรายจ่ายโดยประมาณ

Honda-City-2020-Maintenance-Cost-100000-KM

หลักๆ ในทุกระยะกิโลเมตรของการนำ Honda City 2020 เข้าศูนย์บริการ นับตั้งแต่ 10,000 กิโลเมตรแรก คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เกรด SN 0W20 (ซึ่งใช้เกรดเดียวกับใน Almera), ไส้กรองน้ำมันเครื่อง และ แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่อง ในแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,016 บาท (ยังไม่รวม VAT 7%)

มาถึง 20,000 กิโลเมตร ต้องเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อง 224 บาท ทำให้มีรายจ่ายเพิ่มมาเป็น 1,325.80 บาท

ล่วงมาถึง 30,000 กิโลเมตร ต้องเปลี่ยนไส้กรองอากาศ 330 บาท รวมรายจ่าย และค่าแรง (ไม่ฟรีค่าแรงแล้ว) เป็น 2,706.30 บาท

พอถึง 40,000 กิโลเมตร ต้องจ่ายเยอะหน่อย มีการถ่ายน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ CVT HCF2 573 บาท และแหวนถ่ายน้ำมันเกียร์ 35 บาท พร้อมรวมค่าแรงเป็น 2,706.30 บาท

ตั้งแต่ 50,000 – 80,000 กิโลเมตร ก็มีการเปลี่ยนถ่ายต่างๆ ไม่ต่างจากการตรวจเช็คระยะก่อนหน้า เพียงแต่มีราคาค่าแรงที่ต่างกันไป

พอถึง 100,000 กิโลเมตร ต้องเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่ง สายพานปั้มน้ำมันเครื่อง หัวเทียน เพิ่มเข้ามา รวมเป็น 4,595.80 บาท + ค่าแรงอีก 3,656.50 บาท สรุปรายจ่ายเป็น 8,252.30 บาท

เท่ากับว่า เมื่อคุณใช้ Honda City 2020 มาจนถึง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 27,459 บาท!

สรุป

ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาของ Honda City 2020 แพงกว่า Nissan Almera 2020 เพราะมีการรวมรายการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์รถยนต์ทุกๆ 40,000 กิโลเมตร แต่ราคาค่าใช้จ่ายและค่าแรง ก็ยังไม่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทั้งคู่

ส่วนของทาง Nissan ต้องนำรถเข้าตรวจเช็คระยะที่เร็วกว่า City และยังไม่ได้รวมรายการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ เข้าไปในตารางการดูแลรักษารถยนต์ด้วย ซึ่งถ้ารวม ก็อาจจะอยู่ในระดับที่พอๆ กัน

เพียงแต่ Nissan นั้นมีแพคเกจ “Drive Save Safe” เป็นจุดเด่น คุณไม่ต้องจ่ายเงินทุกครั้งเมื่อเข้ารับบริการบำรุงรักษาตามระยะ และสามารถนำรถเข้ารับบริการได้ทุกศูนย์บริการนิสสันทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ ส่วนลดอะไหล่ 10% ตลอดอายุโปรแกรม อาทิ ผ้าเบรก, แบตเตอรี่, โช้คอัพ และอื่นๆ (เฉพาะรายการอะไหล่ที่ร่วมรายการเท่านั้น) ที่ทาง Nissan ให้ฟรี 3 ปี 42,000 กิโลเมตร

เท่านี้ … ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณแล้วล่ะครับ ว่าจะเลือกอะไร!

แหล่งที่มาบางส่วนจาก:

Vehicle-Registration-Book-Lost-Not-Worry

ทำความรู้จักกับเล่มทะเบียนรถ ถ้าเล่มทะเบียนรถหาย ต้องทำอย่างไร?

หนึ่งในเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั่นคือ “เล่มทะเบียนรถ” นั่นเอง ซึ่งเหมือนกับบัตรประชาชนนั่นล่ะ รถทุกคันจะต้องมีเล่มทะเบียน แต่ถ้าเกิดเล่มทะเบียนรถหายไปก็อย่าเพิ่งเครียดกันไปใหญ่ ให้ตั้งสติดีๆ ปัญหามีไว้แก้ไข และเรื่องแบบนี้ เรามีข้อแนะนำง่าย ๆ มาบอกกัน

ทำความรู้จักกับเล่มทะเบียนรถ

เล่มทะเบียนรถ (เล่มสีน้ำเงิน) คือ สมุดที่จดบันทึกรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์คันนั้นๆ เอาไว้ และสามารถใช้แทนทะเบียนรถได้หากป้ายทะเบียนรถหาย ทะเบียนชำรุด แล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเรียกตรวจ

คุณสามารถยื่นเล่มทะเบียนให้คุณตำรวจดูพร้อมชี้แจงตามความจริงได้ ซึ่งบางคนอาจจะกลัวเล่มทะเบียนตัวจริงหายจึงเก็บไว้ที่บ้าน กรณีนี้ คุณสามารถทำเป็นสำเนายื่นแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เช่นกัน

แต่ในความเป็นจริงควรจะมีเล่มทะเบียนรถตัวจริงเก็บเอาไว้ที่รถเป็นประจำ เพราะของจริงยังไงก็ดีกว่าสำเนาอยู่แล้ว ยกเว้นใครที่ยังผ่อนรถอยู่แล้วเล่มทะเบียนตัวจริงอยู่ที่ไฟแนนซ์ สามารถนำสำเนาและเอกสารการผ่อนชำระกับไฟแนนซ์ยื่นแทนได้

โดยในเล่มทะเบียนรถจะระบุรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะรายละเอียดสำคัญอย่าง เลขทะเบียน รถ เลขตัวถังรถยนต์ ประวัติการครอบครองรถยนต์ ซึ่งจะระบุชื่อเจ้าของรถเอาไว้เพื่อป้องกันการขโมยแล้วนำไปขายต่อ

ตรงนี้ใครที่ซื้อรถมือสองต้องดูให้ละเอียดว่าชื่อเจ้าของรถในเล่มทะเบียนกับชื่อผู้ขายเป็นชื่อเดียวกันหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ต้องตรวจสอบให้ดีว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร แต่ถ้ามีความผิดปกติให้บอกผ่านไปเลย รวมทั้งในเล่มทะเบียนยังระบุบันทึกการโอนรถ
ปรับเปลี่ยน ยกเลิก ประวัติการเสียภาษีเอาไว้ทั้งหมด และที่ต้องสังเกตให้ดีคือ เล่มทะเบียนต้องอยู่ในสภาพปกติ หากมีการบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ ในเล่มมาก่อนแล้ว เล่มต้องไม่ดูใหม่เกินไป หรือบางทีเล่มอาจจะมีการตีตรายกเลิกเล่มไปแล้ว และนำมาย้อมแมวอีกรอบ ต้องดูให้ดีๆ นะ

ถ้าเล่มทะเบียนรถหาย ต้องทำอย่างไร?

อย่างแรกอย่าเพิ่งเครียดเกินไป ขั้นตอนอาจจะดูเยอะนิดนึง แต่ไม่ยากหรอกนะ เพราะตอนนี้ทางกรมการขนส่งทางบก ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้นและให้ประชาชนผู้ติดต่อใช้เวลาในการใช้บริการน้อยที่สุด แต่ควรไปติดต่อตั้งแต่เช้า เพราะผู้ใช้บริการแต่ละวันเยอะมาก
กลัวว่าจะทั้งเครียดทั้งหงุดหงิดไปก่อน ส่วนขั้นตอนการแจ้งเล่มทะเบียนรถหาย หรือ เล่มทะเบียนรถหาย ยังไม่ได้โอน ให้ปฏิบัติตามนี้

1. เมื่อรู้ตัวว่าเล่มทะเบียนรถหาย ต้องรีบไปแจ้งความ “แจ้งเล่มทะเบียนรถหาย” ที่สถานีตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกใบแจ้งความมาให้ เพื่อนำไปยื่นเรื่องกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อทำเรื่องขอสมุดเล่มทะเบียนใหม่

แต่หากคุณลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถไม่สามารถไปแจ้งความได้ด้วยตัวเอง สามารถเตรียมเอกสารสำคัญ คือ หนังสือมอบอำนาจสำหรับแจ้งความแทนและบัตรประชาชนตัวจริง ย้ำว่าตัวจริง รวมทั้งสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถไปยื่นร่วมด้วย และผู้รับมอบอำนาจต้องเตรียมเอกสารสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์จำนวน 10 บาท ไปด้วย

2. นำใบแจ้งความไปยื่นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบก

ซึ่งต้องยื่นไปที่กรมการขนส่งทางบกในจังหวัดที่ออกเล่มทะเบียนรถให้ เช่น ถ้ารถจดทะเบียนในจังหวัดนนทบุรี ให้ไปยื่นที่กรมการขนส่งทางบก จ.นนทบุรี ถ.ติวานนท์ หรือหากจดทะเบียนที่กรุงเทพฯ ให้ไปยื่นเรื่องที่กรมการขนส่งทางบก
จตุจักร นั่นเอง

3. ให้ตรงไปที่แผนกทะเบียน

หากไม่ทราบให้ติดต่อที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่จะอำนวยความสะดวกได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้การติดต่อสอบถามง่ายขึ้น มีการกดคิวให้ติดต่อตามแผนกอีกด้วย

4. ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แล้วคุณจะได้รับแบบฟอร์มคำขอเล่มทะเบียนใหม่ รวมทั้งบันทึกถ้อยคำ กรณีแจ้งเอกสารหรือใบอนุญาตขับรถสูญหาย และเมื่อกรอกแบบฟอร์มเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารอีกครั้งและให้บัตรคิว (ถ้ากรอกไม่ถูก ไม่ต้องกังวล เพราะที่ขนส่งมีตัวอย่างการกรอกเอาไว้ทั้งหมดแล้ว)

5. รอสักครู่..เมื่อประกาศเรียกบัตรคิวที่ถืออยู่ นั่นคือ คุณกำลังจะได้รับเล่มทะเบียนรถเล่มใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง และในเล่มที่ได้รับมาใหม่ จะมีตราประทับระบุเอาไว้ว่า “ออกแทนเล่มที่สูญหาย” เอาไว้ด้วย ซึ่งเมื่อก่อนต้องรอ 1-2 วัน แต่ปัจจุบันรอรับได้เลย

6. จ่ายค่าธรรมเนียมการออกเอกสารเล่มทะเบียนรถเพียง 55 บาท เท่านั้น

เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้รับเล่มทะเบียนรถใหม่มาง่ายๆ เพียงแต่ว่าอาจจะต้องไปติดต่อที่กรมการขนส่งทางบกตั้งแต่เช้าๆ เพราะตอนนี้หลายแห่งมีประชาชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ที่แน่ๆ เมื่อได้รับเล่มทะเบียนรถเล่มใหม่มาแล้ว ควรเก็บเอาไว้ให้ดี หาซองใส่ที่สะดุดตา และควรเก็บติดเอาไว้ในรถ รวมทั้งทำสำเนาเอกสารอีกชุดหนึ่งไว้ด้วย จะได้ไม่ต้องมาแจ้งความแล้วไปติดต่อทำเล่มใหม่อีกครั้ง

เพราะถ้าไม่มีเล่มทะเบียน ก็ไม่สามารถต่อทะเบียนรถเสียภาษีประจำปี และพ.ร.บ. ประกันภัยได้ แต่ถ้าคุณถึงเวลาที่ต้องต่อทะเบียนรถเสียภาษีประจำปี แล้วต้องซื้อประกันรถยนต์ เราแนะนำ Roojai.com ประกันรถยนต์และบิ๊กไบค์ออนไลน์รูปแบบใหม่ ราคาดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ปลอดภัย รับประกันภัยโดยบริษัทกรุงไทยพานิชย์สำหรับรถยนต์ และแอลเอ็มจีสำหรับรถจักรยานยนต์ สามารถเช็คราคา ซื้อประกันรถผ่านเว็บไซต์ ปรับเปลี่ยนรูปแบบความคุ้มครองเองได้ จะแจ้งเคลมผ่านแอปแบบเรียลไทม์ หรือตรวจสภาพรถผ่านวิดีโอคอลก็ได้อีกด้วย แถมยังผ่อนสบายผ่านบัตรเครดิตได้ 10 งวด

มีแค่บัตรเดบิตก็ผ่อนได้ และที่ Roojai.com ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ ประหยัดกว่าประกันอื่นทั่วไป แถมบริการโดนใจ ลองพิสูจน์ได้จากคะแนนรีวิวความพึงพอใจจากลูกค้าจริงที่หน้าเว็บไซต์

Sale-Nissan-Almera-With-Carro-Express

ใครที่กำลังสนใจเปลี่ยนรถยนต์ใหม่ในช่วงนี้ ก็คงเห็นแล้วว่าทาง Nissan (นิสสัน) เพิ่งได้เปิดตัว Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) รุ่นใหม่ล่าสุดไปในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนก็สนอกสนใจ อยากซื้อ หรือแม้กระทั่งค่ายรถคู่แข่งก็ไม่ยอมแพ้ ต้องออกรุ่นใหม่ล่าสุด หรือแต่งหน้าทาปากรถที่มีอยู่เดิม มาชิงส่วนแบ่งทางการตลาดด้วยเช่นกัน

ในช่วงปลายปี หลายคนโบนัสเริ่มออก มากบ้างน้อยบ้าง ก็อาจจะวางแผนขายรถคันเก่า เพื่อที่จะเปลี่ยนรถคันใหม่ เป็นรถ Eco-Car แทนรถคันเดิมอยู่ก็ได้ ต้อนรับปี 2563

แต่ร้อนทั้งร้อยของคนอยากขายรถทุกคน ล้วนต้องการขายด้วยวิธีใดก็ได้ ที่สามารถขายรถได้ราคาที่ตนเอง “พึงพอใจ”

Nissan-Almera-Carro-Express

วันนี้ CARRO จะมาแนะนำลูกค้าที่ลงขาย Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า) รุ่น 1.2 E A/T ปี 2014 กับบริการขายรถด่วน CARRO Express ของทาง CARRO ที่ได้ราคามากถึง “200,000 บาท” กันครับ

เคล็ดไม่ลับ ในการขายรถให้ได้ราคา

Nissan-Almera-Carro-Express

สภาพรถภายนอก หากรถของคุณสภาพดี ไม่มีรอยเฉี่ยวชน บุบครูดตามจุดต่างๆ ไม่มีชนหนัก ชนิดที่ซ่อมมาแล้วไม่เหมือนเดิม เส้นของฝากระโปรงหน้า-หลัง กันชน ประตูด้านข้าง ต้องเสมอกัน รวมไปถึงเครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง ระบบน้ำหล่อเย็น หรือระบบแก๊ส LPG/NGV (ถ้ามี) ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน

การแต่งรถถ้าแต่งแบบนิดๆ หน่อยๆ เช่น เปลี่ยนล้อแม็กใหม่ ก็ถือว่าสวยงาม และน่าสนใจ ซึ่งผู้ซื้อต่อไปจะนำไปแต่งเพิ่มเติม หรือจะขับไปแบบเดิมๆ ต่อก็ได้

Nissan-Almera-Carro-Express

สำหรับห้องโดยสารภายในของรถคันนี้ ถือว่าสมบูรณ์ เบาะนั่งไปหุ้มหนังใหม่แทนที่เบาะผ้า ใส่พรมกระดุม ดูสะอาด ไม่มีรอยฉีกขาด หรือเปื้อนคราบต่างๆ และยังมีแอร์ วิทยุ CD มาให้พร้อมทุกการใช้งาน และในส่วนห้องเครื่องยนต์ก็ยังดูเดิมๆ สะอาด ก็จะยิ่งช่วยให้คุณขายรถออกได้ไวขึ้น

Nissan-Almera-Carro-Express

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ทุกครั้งที่มีการซื้อขายรถยนต์ นั่นคือ “เอกสารของรถ” ไม่ว่าจะเป็นเล่มทะเบียนรถ เอกสารประกันภัย การเสียภาษีรถยนต์ในแต่ละปี ทางที่ดี ควรจะมี Book Service หรือบิลใบเสร็จเมื่อซ่อมรถยนต์ในที่ผ่านมาด้วย ซึ่งจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อด้วย ว่ารถของเรานั้น ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลาขายต่อ จะได้ราคาที่สูงขึ้นไปในตัว

Carro-Sell-Car-Express

ซึ่งหากใครที่อยากขายรถคันเดิมแบบด่วนๆ เพื่อนำเงินไปซื้อรถในฝันคันใหม่ สามารถส่งรายละเอียดรถของคุณ มาตีราคากับทาง CARRO หรือขายรถกับ CARRO ได้ โดยเราให้ราคาที่คุณพอใจ พร้อมปิดการขายภายใน 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีระบบการันตีเรื่องของเวลาขายรถ (CARRO Tracking) ที่คุณเช็กได้ว่า รถของคุณสถานะอยู่ขั้นตอนใดแล้ว

หากคุณสนใจอยากขายรถกับ CARRO นอกจากจะสามารถกรอกแบบฟอร์มได้ใน https://th.carro.co/sell-car/express แล้ว ยังสามารถติดต่อกับ CARRO ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1800-012-288, 02-508-8425 หรือจะ Inbox มาขอรายละเอียดได้ที่ Facebook CARRO Thailand

อีกทั้งยังสามารถ Add Line สอบถามรายละเอียดได้ที่ @Carrothailand หรือคลิกที่นี่ครับ —> เพิ่มเพื่อน

1 2 3 8